ตอนที่ 1
ในอดีตที่ผ่านมาโลกทั้งสี่คือสวรรค์ มนุษย์ มหาสมุทร และเมืองนรก ต่างอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ต่างทำสัญญากันว่าทุกฝ่ายจะไม่รุกล้ำซึ่งกันและกัน...
จนกระทั่งปัจจุบัน เทพโอมาซึ่งอยู่บนแดนสวรรค์คิดเป็นใหญ่ใช้อำนาจที่เจ้าสวรรค์มอบให้บันดาลให้ธรรมชาติแปรปรวน มนุษย์เกิดกิเลสแย่งชิงอำนาจซึ่งกันและกัน พร้อมส่งกองทหารภูตเพชฌฆาตทำสงครามเข่นฆ่ามนุษย์ ก่อความวุ่นวายให้มนุษย์เข่นฆ่ากันเองจนนรกสั่นสะเทือน เกิดความทุกข์ไปทั้งสี่โลก
เทพผู้พิทักษ์คืออัคราได้รับบัญชาจากเจ้าสวรรค์บุกเข้าประกบเทพโอมาจนราบคาบจับลงทัณฑ์ขังอยู่ในคุกตลอดชีวิต และจับทหารภูตเพชฌฆาตอยู่ในคุกนิลกาลที่ไม่มีใครสามารถหนีออกมาได้ จากนั้นเอากุญแจประตูคุกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนให้เทพองครักษ์ 4 เทพแยกย้ายกันลงมาซ่อนตัวอยู่ในเมืองมนุษย์เพื่อไม่ให้ใครหาพบ
อาคิน...ลูกชายของเทพโอมา แม้ว่าจะเป็นทายาทกบฏแต่ไม่มีหลักฐานผูกมัด เทพอัคราผู้ซึ่งมีความยุติธรรมจึงไม่เอาผิด แต่กักขังอาคินอยู่ในปราสาทของตนเท่านั้น อาคินเกิดความแค้นและไม่ยอมแพ้ ลอบสั่งสมกำลังและส่งทหารตามล่าหากุญแจคุกนิลกาลมาปลดปล่อยทหารภูตเพชฌฆาตของตนเพื่อเป็นกำลังบุกยึดความเป็นใหญ่ในสวรรค์ให้ได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งในที่สุดอาคินรู้ว่ากุญแจถูกมอบให้เทพองครักษ์ทั้ง 4 นำมาเก็บรักษาอยู่ในเมืองมนุษย์ จึงหนีจากสวรรค์ลงมาพร้อมภูตสังหาร 9 ตน...ตามล่าเทพองครักษ์ทั้ง 4 เพื่อหาทางชิงเอากุญแจคุกนิลกาลมาให้ได้
เจ้าสวรรค์ตำหนิเทพอัคราที่ผิดพลาดไม่จับอาคินขังไว้แต่แรกจนทำให้เขาหลุดมือไปได้ เทพอัคราขอรับผิดและยอมรับโทษ ทำให้ณัชชาบุตรสาวของเทพอัคราโกรธแค้นอาคินถึงกับลงจากสวรรค์มายังเมืองมนุษย์ตามล่าอาคินนำตัวกลับมารับโทษสวรรค์เพื่อไถ่โทษความผิดให้บิดาของตน โดยมีนาชะกามเทพหญิงจอมแก่นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทติดตามมาด้วย มิไยที่ณัชชา จะห้ามปรามอย่างไรนาชะก็ไม่ฟัง...ที่ห้ามก็เพราะเป็นห่วง เนื่องจากนาชะแม้จะฉลาดรอบรู้ชีวิตของทั้งสี่โลกและมีวิชาอยู่บ้างแต่ก็ไม่สามารถทำร้ายใครได้ นอกจากทำให้คนรักกันเท่านั้น...
ณ ตึกสูงเสียดฟ้าเต็มไปด้วยสีสันในยามค่ำคืน ณัชชาตามล่าอาคินอย่างกระชั้นชิดและต่อสู้กันด้วยพลังฝ่ามือจนหล่นโครมลงมายังพื้นดินตรงลานจอดรถ ณัชชาต้องการให้อาคินมอบตัวเพราะยังไงเขาก็ไม่มีทางหนีเธอพ้น
“แน่ใจแล้วหรือธิดาเทพปราบมาร...นึกไม่ถึงว่าองค์หญิงจะมาไกลถึงแดนมนุษย์”
“ไกลแค่ไหนเรานำเทพชั่วอย่างท่านกลับไปได้แน่นอน...เป็นหรือตายท่านเลือกเอา”
อาคินหัวเราะหยัน ทันใดนั้นร่างเทพซ้ายขวาของอาคินปรากฏกายยืนข้างๆ ในชุดดำรัดกุมแต่ไม่ปิดหน้า
“นึกว่าผู้ใด...เป็นเทพซ้ายขวานี่เอง แค่นี้ไม่พอมือเราหรอก”
“ยังมีอีก” สิ้นเสียงอาคิน...พลันมีเสียงคำรามดุดันดังขึ้นมาพร้อมกับร่างของภูตดำทั้งเก้าห้อมล้อมณัชชาไว้ตรงกลาง...ณัชชาตะลึงอย่างคาดไม่ถึง พึมพำว่าเก้าภูตสังหาร ขณะที่อาคินหัวเราะร่าคำรามลั่น “เชิญสนุกให้เต็มที่ ธิดาพญายม”
ณัชชาไม่หวั่นเกรง กระชากดาบพิชิตมารออกมารับมือภูตทั้งเก้าที่บุกจู่โจม เธอดีดตัวตีลังกาข้ามหัวพวกมันเพื่อแทงดาบเข้าหัวใจอาคิน แต่แล้วเสียงดังสนั่น
ฝ่ามือของเทพซ้ายขวาต่างประสานกันปล่อยพลังเข้าสกัดดาบของเธอไว้ได้...ร่างณัชชาปลิวออกไป ขณะที่ร่างของเทพซ้ายขวากระเด็นถอยไปเช่นกัน เก้าภูตสังหารเข้ามารุมล้อมเธออีกครั้ง สองฝ่ายต่อสู้กันสักพัก
ณัชชาเริ่มเสียเปรียบถูกพลังฝ่ามือกระแทกเซไปสองสามครั้ง
“ดูท่าองค์หญิงจะได้ไปเมืองนรกแทนสวรรค์ซะแล้ว” อาคินเยาะหยัน
ทันใดนั้นละอองผงสีชมพูลอยลงมาจากด้านบนเข้าใส่เก้าภูตสังหารเต็มไปหมดจนมองอะไรไม่เห็น เก้าภูตสังหารคำรามก้อง อาคินกับเทพซ้ายขวาต่างหันหน้าขึ้นมองเห็นนาชะกระพือปีกบินลงมาร้องบอกให้องค์หญิงหนีเร็ว
ณัชชากระโดดคว้ามือนาชะแล้วบินหายไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว อาคินแค้นใจสั่งสมุนของตนตามล่าองค์หญิงให้ได้ เก้าภูตสังหารคำรามแล้วกลายเป็นควันดำหายวูบตามไป...เหลือแต่เทพซ้ายขวายืนประกบอาคินซึ่งอยู่ในภาวะหวั่นหวาดพูดโพล่งว่า ธิดาเทพปราบมารตามเรามาถึงแดนมนุษย์ เราต้องรีบหากุญแจให้เร็วที่สุด!
ooooooo
กามเทพนาชะพาณัชชาหนีรอดเหล่าร้ายมาได้แล้วพักค้างคืนในโรงแรมจิ้งหรีดแห่งหนึ่ง ณัชชาได้ยินชื่อโรงแรมก็เปรยว่า
“ชื่อแปลกมาก...เจ้านี่เก่งนะรู้เรื่องมนุษย์ทุกอย่าง”
“แหม...องค์หญิงก็ วันหนึ่งมนุษย์อธิษฐานขอความรักเป็นล้าน ถ้าไม่รู้เรื่องจะจับคู่ถูกเหรอเพคะ องค์หญิงมีแผนจะหากุญแจยังไงเพคะ”
“ก่อนอื่นเราต้องหาทายาททั้งสี่ให้พบ ทายาททั้งสี่มีแผนที่ที่จะนำเราไปสู่ที่ซ่อนของกุญแจ”
“อ๋อ...ง่ายแบบนี้นี่เอง พรุ่งนี้เช้านาชะจะบินไปตามมาให้”
“นี่ไม่ต้องมากวน เรารู้ว่าตามหาทายาททั้งสี่เป็นเรื่องยาก แต่ทายาททั้งสี่เป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์มีพลังเทพอยู่ในตัว ช้าหรือเร็วเราต้องสัมผัสได้”
“อย่างนั้นอาคินก็ต้องสัมผัสได้เหมือนกันน่ะสิเพคะ”
“ใช่...เราต้องสังหารอาคิน หรือไม่ก็ต้องถึงตัวทายาทก่อน”
ขณะเดียวกันนั้น เทพซ้ายขวากลับมารายงานอาคินว่าพลังเทพขององค์หญิงอยู่ๆก็หายไป ภูตสังหารสัมผัสไม่ได้ ต้องเป็นฝีมือของกามเทพนาชะ อาคินแค้นใจแต่ยังไม่คิดอ่านอะไรต่อเพราะมีเรื่องสำคัญที่เร่งกว่า บัดนี้เขาตั้งตนเป็นหัวหน้ากลุ่มมาเฟียที่มาเฟียทั้งหลายต้องเกรงขาม และเขาต้องการยึดองค์กรของมาเฟียใหญ่ไว้ใต้อำนาจของตนทั้งหมด
อาคินบังคับอำนาจให้ช่วยเหลือเรื่องนี้ทั้งที่เขาไม่เต็มใจนัก แต่ก็ไม่กล้าขัดเพราะทราบดีว่าเขาไม่ใช่มนุษย์เหมือนตนเอง คืนเดียวกันนี้ที่ณัชชากับนาชะอาศัยในโรงแรมจิ้งหรีด พวกมาเฟียที่มีภูตสังหารของอาคินรวมอยู่ด้วยปะทะกับตำรวจที่โกดังแห่งหนึ่ง ณัชชาหลับตาเห็นภาพเหล่านั้น ที่สำคัญเธอเห็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นทายาทเทพองครักษ์ที่เธอตามหา
ผู้กองเอกภพคือชายคนนั้น! เขานำกำลังตำรวจบุกทลายพวกมาเฟียและเด็ดหัวมันตายนับสิบ ทำให้อำนาจยิ่งไม่พอใจอาคินที่เป็นต้นเหตุให้เพื่อนพ้องมาเฟียจบชีวิต แต่ถึงจะไม่พอใจ อำนาจก็ไม่อาจแข็งข้อกับอาคินได้อยู่ดี เพราะรู้แก่ใจว่าอาคินต้องการกำจัดมาเฟียที่หัวแข็งและต้องการเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว
ooooooo
บ่ายวันต่อมา ผู้กองเอกภพและเจนศักดิ์ผู้ช่วยคนสนิทเดินทางไปที่ศาลตามคำสั่งของสิทธิชัยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา เนื่องจากในวันนี้ศาลตัดสินคดีนายประสิทธิ์นักการเมืองที่มีศัตรูรอบด้านเลยเกรงว่าจะเกิดเรื่อง
จริงอย่างที่สิทธิชัยคิด...ประสิทธิ์ถูกลอบยิงตายคาที่หน้าศาลด้วยฝีมือสามนักธุรกิจที่ลงขันกันเพราะแค้นเรื่องผลประโยชน์ เอกภพเข้าระงับเหตุแต่เกือบโดนยิงถ้าไม่ได้ณัชชามาช่วยไว้
พลังบางอย่างดึงณัชชามาที่นี่ เธอช่วยเหลือเอกภพเพราะจำหน้าเขาได้หลังจากเห็นแค่ครั้งเดียวเมื่อคืนในความฝัน เอกภพปลอดภัยจากคมกระสุนแล้วรีบวิ่งไปประคองณัชชาที่ล้มอยู่กับพื้น เพียงมือของเขาสัมผัสกายเธอ ก็รู้ได้ทันทีว่ามีพลังเทพออกมาจากตัวเขา
“คุณไม่เป็นไรนะ คราวหลังคุณไม่ควรทำอีกมันอันตราย แต่ยังไงก็ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมต้องขอชื่อและที่อยู่ของคุณเพื่อติดต่อให้เป็นพยาน”
ณัชชาตาโต คิดในใจว่าที่อยู่อะไรกันฉันเพิ่งมาถึง แต่ก็พยักหน้ารับเพราะไม่รู้จะพูดอะไร ทำให้เอกภพเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นใบ้
“ขอโทษ ผมไม่ทราบว่าคุณพูดไม่ได้”
ณัชชาตาโตยิ่งกว่าเดิม พร้อมที่จะโวย แต่นาชะเข้ามาพอดีรีบแก้สถานการณ์ บอกว่าพี่สาวตนพูดได้แต่คงช็อกไปเท่านั้นเอง เอกภพพยักหน้ารับแล้วปล่อยณัชชา พอหันไปเห็นเจนศักดิ์ก็เรียกมาช่วยดูแลพยาน
“ครับ...เดี๋ยวผมกลับมาจัดการให้ครับผู้กอง”
เจนศักดิ์รับคำแล้วเดินไปยังกลุ่มตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่ ส่วนเอกภพรับสายน้องสาวที่โทร.มาเร่งให้ไปดูเธอแข่งเทควันโด แต่เพราะเขาพูดไพเราะอ่อนหวานทำให้นาชะเข้าใจว่าคุยกับแฟน ขณะที่ณัชชาไม่ได้สนใจอย่างอื่น นอกจากรู้สึกถึงพลังเทพในตัวผู้กองหนุ่มคนนี้
ครู่ต่อมา เจนศักดิ์กลับมานั่งคุยกับณัชชาซักถามชื่อและที่อยู่แต่เธออึกอักกวาดสายตามองหานาชะ แต่ไม่เห็นแม้เงาก็เลยตอบไปว่าโรงแรมจิ้งหรีด...เจนศักดิ์ขำแทบแย่แต่ไม่กล้าหัวเราะเพราะต้องรักษามารยาท
เอกภพยืนสั่งงานลูกน้องอยู่ไม่ไกลก็ได้ยิน เขาเดินเข้ามาบอกเจนศักดิ์ว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง
หลังจากเจนศักดิ์ลุกออกไป เอกภพก็เข้ามานั่งแทน ส่งแก้วน้ำให้หญิงสาวพร้อมกับถามว่าหายตกใจหรือยัง ณัชชานึกขำแต่ก็พยักหน้าและจ้องเขาอย่างพิจารณา
“โรงแรมจิ้งหรีดที่คุณว่าอยู่แถวไหนครับ”
“มาแล้วค่ะ” นาชะเดินเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งในมือยื่นกระดาษให้เอกภพ “นี่ค่ะรายละเอียดทุกอย่าง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร.”
เอกภพรับกระดาษแล้วพับใส่กระเป๋า “ดีครับ ทางเราจะได้ติดต่อให้คุณมาลงบันทึกคำให้การ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”
“แล้วเจอกัน” นาชะยื่นมือออกไปจงใจให้เอกภพจับเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ณัชชาบอก ปรากฏว่าเธอเองก็รับรู้ถึงพลังเทพแต่อดแซวณัชชาที่มองผู้กองหนุ่มจนเหลียวหลังไม่ได้ว่าจ้องแบบนี้มนุษย์เขาถือว่าเสียมารยาท
“รู้แล้วน่า แต่เรามั่นใจว่ามนุษย์คนนี้มีสายเลือดเทพอย่างแน่นอน”
“นาชะก็สัมผัสได้เหมือนกัน”
ทันทีที่เสร็จงาน เอกภพรีบบึ่งรถไปหาน้องสาวที่มหาวิทยาลัยเพื่อดูการแข่งขันเทควันโด ปรากฏว่าในโรงยิมโหรงเหรง มีเพียงนางสาวนาฬิกาในชุดเทควันโดถือถ้วยรางวัลที่หนึ่งตีหน้ามุ่ยอยู่
“พี่ขอโทษครับ บังเอิญมีเรื่อง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่แข่งกันเองระหว่างคณะเท่านั้นเอง”
“เดี๋ยวพี่พาคุณนาฬิกาไปเลี้ยงพิซซ่าเป็นการฉลอง”
นาฬิการ้องเย้ดีใจก่อนบอกพี่ชายว่าเพื่อนของตนแค่สิบกว่าคนเอง...
ooooooo
นาชะหาที่อยู่ใหม่ให้ณัชชาเป็นโรงแรมหรูใจกลางกรุงซึ่งเป็นสมบัติของนักการเมืองที่ถูกยิงเมื่อตอนบ่าย
“อะไรนะ...เราไม่เข้าใจ เจ้าคิดยึดสมบัติของคนตาย”
“เปล่าเพคะ นาชะตรวจดูจากบันทึกสวรรค์ นักการเมืองที่ถูกยิงเป็นนักการเมืองฉ้อราษฎร์บังหลวงแถมยังฟอกเงินให้พวกมาเฟีย มีสมบัติที่โกงซ่อนไว้หลายร้อยล้าน ไม่มีใครรู้”
“เจ้าก็เลยโกงเอามาใช้”
“เปล่าเพคะ เรามาช่วยโลกมนุษย์ถือว่าเป็นเงินงบประมาณในการปราบปรามก็แล้วกันนะเพคะ..ไปกันเถอะ นาชะหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่าเพคะ”
นาชะขับรถให้ณัชชานั่งและพูดพล่ามว่าอยากให้องค์หญิงตั้งสมาธิให้ดี เพราะองค์หญิงต้องขับรถของมนุษย์เพื่อไปไหนมาไหนแทนการใช้พลังเทพ ณัชชากระทำโดยไวยกมือวนตรงหน้าแล้วบอกว่าเรียบร้อยเราจำได้แล้ว
“ในเมื่อเราไม่สามารถใช้พลังเทพได้เต็มที่นักเพื่อหลบเลี่ยงเก้าภูตสังหาร เราต้องใช้พลังของมนุษย์นี่ล่ะเพคะ”
“พลังมนุษย์มีด้วยเหรอ เจ้าอย่าล้อเราเล่น”
“มีสิเพคะองค์หญิง เขาเรียกว่าเงิน ชื่อเสียง และตำแหน่ง มนุษย์เคารพคนพวกนี้แม้ว่าบางคนจะเลวสุดๆ”
“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ”
“ไม่ทราบเพคะ คงเป็นเพราะคนส่วนหนึ่งเกิดมาไม่ฉลาดหรือไม่ก็ขาดการพัฒนาทางด้านความคิด หรือไม่ก็ขาดอุดมการณ์ เห็นแก่เงินอย่างเดียวเพคะ”
“มิน่าเจ้าสวรรค์ถึงคิดจะให้น้ำท่วมโลก”
นาชะไม่พูดอะไรอีกแต่เลี้ยวรถจอดหน้าร้านพิซซ่าอย่างจงใจแต่ทำไก๋ เมื่อเข้าในร้านแล้วเห็นเอกภพกับน้องสาวและเพื่อนๆ
“โอ้โห...อะไรจะบังเอิญขนาดนี้” นาชะทำเสียงสูงแต่ณัชชาเหล่มองอย่างรู้ทัน
“เจ้าทำได้ยังไง”
“นาชะจับมือกับคุณเอกภพ เอาลายมือเขาเข้าเครื่องบันทึกสวรรค์ของนาชะแล้วกดปุ่มค้นหา ง่ายๆแค่นี้เอง”
“เจ้าควรจะถูกลงโทษซะบ้าง”
“องค์หญิงบอกว่าต้องคอยตามดูอย่างใกล้ชิดไม่ใช่เหรอเพคะ” ว่าแล้วก็โบกมือให้เอกภพที่โต๊ะถัดไป ครู่เดียวสองพี่น้องลุกเดินมาหา เอกภพแนะนำตัวน้องสาว นาฬิกายิ้มให้และมองณัชชาอย่างสนใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนไม่ค่อยใส่ใจเพราะกำลังจับพลังของอาคิน
ทันทีที่สองพี่น้องกลับโต๊ะ ณัชชารีบบอกนาชะว่าเราต้องรีบไป...จุดหมายปลายทางคือตึกใหญ่โตที่ณัชชาจับพลังอาคินได้ แต่พอมาถึงนาชะกลับกระตุ้นเตือนให้กลับกันดีกว่า ก่อนที่ภูตสังหารจะมา
“ไหนเจ้าบอกว่าพวกมันสัมผัสพลังแห่งความรักไม่ได้ไง”
“งานนี้ชักไม่แน่ใจแล้วเพคะ”
“เจ้ารออยู่ที่นี่ เราสังหารอาคินได้ พวกภูตสังหารก็หมดฤทธิ์”
“โอเคเพคะ นี่เพคะผงแห่งความรัก” นาชะบันดาลผงสีชมพูคลุมร่างณัชชาแล้วบอกว่าองค์หญิงมีเวลาแค่หนึ่งนาที ขอให้ระวังตัวด้วย...
ทันใดนั้นร่างณัชชาที่ครอบคลุมด้วยผงสีชมพูพุ่งเข้าใส่กระแทกร่างอาคินจนกระเด็นกลิ้งอยู่กับพื้นเพราะไม่ทันตั้งตัว แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกซ้ำไปอีกทีจนเขาลุกไม่ขึ้น จากนั้นเธอตั้งใจใช้ดาบพิชิตมารตัดคอแต่ไม่สำเร็จเพราะเทพซ้ายขวาเข้ามาขัดขวาง อาคินลุกขึ้นได้ก็จ้องมองณัชชาอย่างแค้นใจ
“ฉลาดมาก ใช้ผงแห่งความรักพรางพลังเทพ”
ณัชชาดีดตัวเข้าหาอาคินแต่เขาตวัดมือเรียกเก้าภูตสังหารมาจัดการเธอ...ภูตสังหารตบผิดตบถูกเพราะณัชชามีพลังความรักครอบคลุมอยู่ ที่สุดเธอก็ฝ่าด่านพวกมันเข้าใกล้อาคินจนได้ อาคินเห็นท่าไม่ดีขยับตัวถอย โดยมีเทพซ้ายขวาเข้ามาคุมเชิง
“จุดจบของเจ้ามาถึงแล้ว” ณัชชาประกาศกร้าว
อาคินหน้าเสีย...แต่แล้วผงสีชมพูจางหายไปจากร่างณัชชา พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงนาชะเร่งองค์หญิงให้รีบหนี!
ณัชชาหายตัวไปบนยอดตึกแต่ไม่เห็นนาชะ แถมภูตสังหารยังตามติดมาล้อมกรอบ
“ทางนี้เพคะองค์หญิง”
ณัชชาหันมองตามเสียงนาชะที่ยืนสยายปีกรออยู่บนขอบตึกอีกด้าน เธอดีดตัวข้ามหัวพวกภูตสังหารพุ่งไปเกาะร่างนาชะลอยจากตึกบินหายไปอย่างทันท่วงที ทิ้งภูตสังหารได้แต่ร้องคำรามกึกก้องด้วยความเจ็บใจ
ooooooo
ผ่านเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมาได้เมื่อคืน เช้าขึ้นณัชชาขอบใจนาชะยกใหญ่...นาชะขอให้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะมันหวาดเสียวเหลือเกิน
“ต่อไปนี้คงยากที่จะเข้าถึงอาคิน เราต้องหาทางพบผู้กองเอกภพให้เร็วที่สุด”
“ใจเย็นๆสิเพคะองค์หญิง เดี๋ยวเขาก็ติดต่อมาเอง”
“เราต้องตามดูอย่างใกล้ชิด ช้าหรือเร็วอาคินจะต้องรู้”
“ถ้าใกล้ชิดก็ต้องเป็นแฟนกันสิเพคะ ใกล้ชิดแน่”
“เจ้าอย่าเหลวไหล”
“นาชะล้อเล่นน่ะเพคะ แต่นาชะคิดว่าเรามีเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องทำ”
“อะไรคือเรื่องเร่งด่วนกว่าการติดตามทายาท”
“สอนองค์หญิงให้ทำตัวเหมือนมนุษย์ไงเพคะ”
ณัชชาหน้ามุ่ย ในขณะที่นาชะยิ้มกริ่ม...แล้วหลังอาหารเช้า นาชะก็พาณัชชาไปช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า แนะนำโน่นนี่ราวกับคนในพื้นที่ก็ไม่ปาน
“ที่นี่เป็นศูนย์รวมทุกอย่าง องค์หญิงอยากได้อะไรบอกนะเพคะ”
“ท่าทางเจ้าคงมาที่นี่บ่อยสินะ”
“ก็บ่อยเพคะ มาจับคู่ให้คนหนุ่มสาว” พูดจบ นาชะหันไปชี้ชวนณัชชาดูวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เป็นแฟนกัน บอกว่าสองคนนั้นเป็นคู่กัน
“เจ้าเคยชี้ผิดตัวมั้ย”
“กามเทพไม่เคยชี้ผิดตัวเพคะ”
“เอ้า...แล้วที่รักกันแล้วเลิกกันล่ะ เพราะอะไร”
“อ๋อ...นั่นเป็นเพราะมนุษย์หลงผิดกันเองคิดว่าตัณหาเป็นความรัก คิดแต่สนุก เลยสัมผัสความรักที่แท้จริงไม่ได้ คิดได้เมื่อไหร่ถึงจะได้คู่แท้เพคะ”
“อืม...แล้วคนที่ไม่มีคู่ล่ะ”
“เป็นกรรมเก่าเพคะ ชาติก่อนเคยไปแย่งคู่ผู้อื่น
ชาตินี้ต้องใช้กรรมไม่มีคู่ที่แท้จริงเพคะ”
กามเทพนาชะชี้ไปที่วัยรุ่นคนนี้ทีคนโน้นที เห็นสีชมพูแห่งความรักกระจายเต็มไปหมด ณัชชายิ้มอย่างสนุกจนเดินไม่ระวังชนเข้ากับใครคนหนึ่งที่เดินแกมวิ่งผ่านมา...เสียงสาววัยรุ่นคนนั้นขอโทษแล้ววิ่งพรวดออกไป ณัชชารีบวิ่งตามพลางบอกนาชะที่ไล่หลังมาว่าตนสัมผัสพลังเทพได้จากเด็กคนนั้น!
น่าเสียดายทั้งคู่ตามเด็กคนนั้นไม่ทัน หอบความผิดหวังกลับห้องพักพร้อมข้าวของพะรุงพะรัง
“น่าเสียดายทายาทเทพ ไม่น่าปล่อยให้หลุดไปได้”
“ใจเย็นๆเพคะ เราต้องหาพบจนได้”
พลันเสียงโทรศัพท์มือถือนาชะดังขึ้น เจนศักดิ์นั่นเอง นาชะจึงทำให้ณัชชาได้ยินการสนทนานั้นด้วย
“ผมนักสืบเจนศักดิ์ครับ ผู้กองเอกภพให้ผมโทร.มาเชิญคุณณัชชามาให้ปากคำหน่อยครับ”
ณัชชารีบพยักหน้าให้นาชะตอบรับว่าไปได้เดี๋ยวนี้ กำลังว่างอยู่ พอนาชะถ่ายทอดอย่างเร็วจี๋กลับถูกเจนศักดิ์เบรกกะทันหัน
“ไม่ได้ครับ เพราะผู้กองติดประชุม ซักบ่ายๆหน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”
แล้วบ่ายแก่ๆ สองสาวก็ไปปรากฏตัวที่ห้องทำงานเอกภพภายในกองบัญชาการตำรวจ ผู้กองหนุ่มขอบคุณพวกเธอที่เสียสละเวลามา ณัชชาตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “ด้วยความยินดีค่ะ”
ไม่ทันพูดอะไรกันต่อ เสียงใสๆของนาฬิกาแทรกเข้ามาเรียกชื่อพี่ชายแต่สายตาเธอจ้องณัชชาและยิ้มพอใจที่ได้เจอกันอีก
“หนูชื่อนาฬิกาน้องพี่เอก จำได้ไหมคะ ที่ร้านพิซซ่าไง” พูดจบเธอยื่นมือให้ณัชชาจับ...พอมือสัมผัสกันเกิดพลังวาบขึ้นมา ณัชชาคาดไม่ถึง จ้องสาวน้อยนาฬิกาตาไม่กะพริบ
“น้องนาฬิกา...เดี๋ยวนี้ไหว้ไม่เป็นแล้วเหรอครับ” พี่ชายท้วงขึ้นมา ทำเอาน้องสาวเขินปล่อยมือจากณัชชาแล้วพนมมือไหว้
“สวัสดีค่ะ ขอโทษค่ะ ดีใจที่เจออีกค่ะ”
ณัชชารับไหว้บอกว่าจำได้...นาชะฉีกยิ้มส่งไมตรีด้วยการยื่นมือมาตรงหน้านาฬิกา “เราเด็กเหมือนกันจับมือกันได้”
นาฬิกายิ้มแฉ่งจับกับนาชะ พลันนาชะก็รู้สึกถึงพลังเทพ เธอลอบสบตากับณัชชาอย่างรู้กัน
“พี่เอกจะเลี้ยงไอศกรีมนาฬิกา ไปด้วยกันนะคะ” นาฬิกาส่งซิกทางสายตาให้พี่ชาย
“ใช่ครับ...คือว่าเราต้องเลี้ยงไอศกรีมพยานทุกคนที่ให้การครับ เป็นกฎของที่นี่ครับ”
นาชะตอบตกลงเร็วจี๋เพราะช้อบชอบ...หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนนั่งพร้อมหน้าในร้านโอศกรีม นาฬิกาชื่นชอบรูปร่างน่าตาณัชชา ชื่นชมว่าเห็นครั้งแรกนึกว่าเป็นดารา
“น่าจะลองนะพี่ณัชชา เอาบทตัวอิจฉาก็ได้...มนุษย์ เอ๊ย...คนดูชอบ อยู่คู่ฟ้ามาเกือบ 50 ปีแล้ว”
ณัชชาเหล่นาชะที่พูดจาเรื่อยเจื้อยไร้สาระ แล้วถามนาฬิกาว่าเรียนอะไรอยู่
“เรียนรัฐศาสตร์ค่ะ แล้วจะต่อด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ตบท้ายด้วยบริหารธุรกิจ คิดว่าจะเป็นนายกหญิงหรือไม่ก็ตำรวจเหมือนพี่เอก”
“ตำรวจเหรอคะ”
“น้องสาวผมชอบบู๊ครับ เรียนเทควันโดด้วยได้สายเหลืองแล้ว”
“เก่งมากเลยจ้ะ” ณัชชายิ้มให้นาฬิการู้สึกถูกชะตาอย่างที่สุด เอกภพสังเกตเห็น สบายใจที่ณัชชาดีกับน้องสาวตน
ออกจากร้านไอศกรีมเดินมาที่ลานจอดรถ นาฬิกาซึ่งถูกชะตาณัชชาเอามากๆถึงกับอยากให้พี่ชายของตนจีบเธอแต่แกล้งพูดอ้อมๆว่า
“พี่ณัชชามีเพื่อนไหมคะ พามาให้พี่เอกจีบหน่อยสิคะ พี่เอกยังไม่มีแฟนซะที เอาแต่ลุยจับผู้ร้าย”
นาชะยิ้มชอบใจ ชงทันทีว่าพี่ณัชชาของตนก็ยังไม่มีแฟนเหมือนกัน ณัชชาหมั่นไส้นาชะเลยอดหยิกแกมหยอกไม่ได้ว่าน้องของตนชอบคิดว่าตัวเองเป็นกามเทพชอบจับคู่ให้คนอื่น
ขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพ คาดไม่ถึงว่าจะมีคนร้ายสี่คนนั่งรถพุ่งเข้ามาจอดพรืดแล้วลงมาพร้อมปืนเตรียมยิงเอกภพ ณัชชาเอาตัวเข้าบังร่างนาฬิกากับนาชะ ในขณะที่เอกภพสาดกระสุนเข้าใส่พวกมันจนผงะล้มลงสิ้นใจ...
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมากแต่ไม่มีใครบาดเจ็บเพราะณัชชามีพลังพิเศษรู้ทันพวกคนร้าย เรื่องนี้สองพี่น้องไม่รู้ แต่กระนั้นนาฬิกาก็เป็นปลื้มชื่นชมณัชชายิ่งขึ้นไปอีก พูดกับพี่ชายขณะนั่งรถมาด้วยกันตามลำพังว่า
“เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ พี่ณัชชาเอาตัวบังนาฬิกา...นาฬิกาซึ้งมากเลย ไม่รู้ล่ะพี่เอกต้องจีบพี่ณัชชาให้ได้”
“งั้นพี่ก็ต้องหาเรื่องทะเลาะกับคุณณัชชาน่ะสิ”
“โห...นั่นมันละครน้ำเน่า นาฬิกาทะเลาะกับใครหน้ายังไม่อยากมองด้วยซ้ำ แล้วจะเป็นแฟนกันได้ไง มุกนี้เซ็งสุดๆ”
“แต่เหตุการณ์เมื่อกี้พี่ว่าแปลกมาก พี่สาบานได้เลยว่าคุณณัชชาหันไปทางพวกมือปืนก่อนที่พี่จะรู้ตัวซะอีก”
เอกภพครุ่นคิดสงสัย ขณะเดียวกันนั้นณัชชานั่งหน้าเคร่งอยู่ในห้องพักที่คอนโดฯ นาชะเข้าใจว่าเธอคิดมากกลัวเอกภพสังเกตได้ว่าสัมผัสคนร้ายได้ก่อน แต่กลายเป็นว่านาชะคิดผิด
“เราไม่ห่วงเรื่องนั้น เราคาดไม่ถึงว่าตอนนี้เราเจอทายาทเทพถึงสองคนแล้ว”
“อีกสองคนที่เหลือคงไม่เจอง่ายๆแบบนี้”
“เรากำลังคิดหาวิธีคุยกับคุณเอกภพเกี่ยวกับกุญแจ”
“นาชะว่าใจเย็นๆก่อนดีกว่า ถ้าบุ่มบ่ามคุยตอนนี้คุณเอกภพอาจจะคิดว่าพี่ณัชชาเหวอหรือบ้าก็ได้”
“ก็จริง...แต่ถ้ารอช้าไป อาคินอาจถึงตัวสองคนนี่ซะก่อน”
“นาชะว่าเราลองคุยกับนาฬิกาน่าจะง่ายกว่า ดูท่าปลื้มพี่ณัชชาอยู่แล้ว เผื่อจะได้ข้อมูลอะไรบ้าง”
ณัชชาพยักหน้าเห็นด้วย...ด้านอาคินผู้อยู่เบื้องหลังมือปืนทั้งสี่ที่โดนยิงตายเรียบ เขากำลังหัวเสียเพราะต้องการกำจัดผู้กองเอกภพที่ชอบจุ้นเรื่องมาเฟียทำให้ความเป็นใหญ่ของเขามีอุปสรรค แต่มือปืนกลับทำอะไรผู้กองมือปราบคนนี้ไม่ได้สักที จึงประกาศต่อหน้าสมุนทั้งหลายว่า เห็นทีเขาต้องจัดการด้วยตัวเองเสียแล้ว
ooooooo
เย็นวันเดียวกัน นาชะแวะไปหานาฬิกาที่มหาวิทยาลัยก่อนจะพาเธอออกมาพบณัชชาซึ่งรออยู่ในร้านกาแฟใกล้ๆ แล้วร่วมด้วยช่วยกันพยายามล้วงข้อมูลส่วนตัวของเธอ
“นาฬิกาอยู่กับผู้กองสองคนเองเหรอจ๊ะ”
“ค่ะ คุณแม่ไปทำธุรกิจต่างประเทศไม่ค่อยอยู่บ้าน มีแต่ลุงสมแล้วก็ป้าอร คุณพ่ออยู่สวรรค์”
“งั้นนาฬิกาก็ไม่เคยเห็นหน้าคุณพ่อ”
“อย่าว่าแต่นาฬิกาเลย พี่เอกก็ไม่เคยเห็น”
“อ้าวทำไมล่ะจ๊ะ”
“พอคุณแม่มีพี่เอก คุณพ่อก็ถูกย้ายไปต่างประเทศ มีแต่คุณแม่ที่บินไปบินมา ปีนึงพอกลับมาก็มีนาฬิกา หลังจากนั้นสามเดือนคุณแม่ก็บอกว่าคุณพ่ออยู่สวรรค์แล้ว”
ณัชชากับนาชะรับฟังข้อมูลเหล่านั้นด้วยความสนใจ แล้วกลับมาวิเคราะห์กันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเทพองครักษ์ ซึ่งเป็นพ่อของเอกภพและนาฬิกา
“เราคิดว่าเทพองครักษ์จำเป็นต้องหายสาบสูญไปเพราะถ้าพลังเทพของตนถูกพบเห็น”
“พวกทายาทก็จะตกอยู่ในอันตราย”
“ถูกต้อง เราต้องรีบหากุญแจให้ได้เร็วที่สุด”
คืนนั้น สองสาวพากันไปยังบาร์แห่งหนึ่งเพื่อสืบหากุญแจแต่กลายเป็นว่ามาพบคลังอาวุธจำนวนมากของคนร้าย ณัชชาจึงวาดลวดลายจัดการพวกมันก่อนจะยึดอาวุธเหล่านั้นมาเก็บไว้เองเพื่อปราบคนชั่ว แล้วรุ่งเช้าสองสาวก็ไปปรากฏตัวที่สนามยิงปืน ณัชชาทำให้นาชะทึ่งจัด เธอรัวปืนถี่ยิบเข้าเป้าทั้งหมดไม่มีพลาด
“โห...พี่ณัชชาทำได้ยังไง”
“ก็เหมือนกับดาบ ต้องตั้งสมาธิ ง่ายกว่าอีกแค่เหนี่ยวไก”
“โม้น่าดู ไหนขอดูอีกทีว่าแม่นจริงหรือเปล่า”
ณัชชายิ้มแต่แทนที่จะหยิบปืนกับสะบัดมือ ปรากฏว่าปืนมาอยู่ในมือเรียบร้อย เธอเหนี่ยวไกอย่างรวดเร็วและแม่นยำเหมือนเคย เสร็จแล้วสะบัดมือทีเดียวปืนก็หายแวบไป นาชะถึงกับตาโตถามว่าทำได้ยังไง
“เราใช้มนต์เสกอาวุธโดยใช้ของจริงเป็นต้นแบบเก็บเอาไว้รอบตัวไม่มีใครเห็น ใช้เมื่อไหร่ได้ตามใจนึก”
“สุดยอด”
“ครับ สุดยอดจริงๆ ถูกเป้าทุกนัดเลยครับ” เอกภพเดินยิ้มเข้ามา ณัชชาเหล่มองนาชะอย่างรู้ทันว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ
เอกภพแวะมาทักทายพวกเธอครู่เดียวก็ขอตัวกลับเพราะมีประชุม แต่ระหว่างเดินทางเขาได้รับรายงานจากเจนศักดิ์ว่าพวกมาเฟียกำลังขนถ่ายยาเสพติด จึงเลี้ยวรถตามไปอย่างรวดเร็ว
ผลจากการปะทะกันระหว่างคนร้ายกับตำรวจทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายนับสิบ เอกภพกับเจนศักดิ์ตกอยู่ในอันตรายและหมดสติไปด้วยกันท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่น ณัชชารับรู้ได้เพราะมีพลังบางอย่างรบกวน พร้อมกันนั้นนาฬิกาก็โทร.มาบอกเธอว่าพี่ชายตนถูกยิงและกำลังมีข่าวทางทีวี
นาชะดีดนิ้วทีเดียวทีวีในห้องพักก็ปรากฏภาพนักข่าวกำลังรายงานว่าผู้กองเอกภพยอดตำรวจมือปราบถูกยิงอาการสาหัส นับเป็นครั้งแรกของการปฏิบัติงานที่ยาวนานเกือบสิบปี
“พี่เห็นข่าวแล้วจ้ะ พี่กับนาชะกำลังจะไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้” ณัชชาตัดสายจากนาฬิกาแล้วบ่นกับนาชะว่าเป็นไปได้ยังไง ทายาทต้องมีพลังคุ้มกัน
“หรือว่าผู้กองเอกภพไม่ใช่ทายาทเทพอย่างที่เราคิด”
“รีบไปกันดีกว่า”
นาชะร้อนใจไม่แพ้ณัชชาจึงเลือกวิธีการเดินทางด้วยปีกกามเทพพากันลอยละลิ่วหายไปในพริบตา
ooooooo
ที่โรงพยาบาล สิทธิชัยหัวหน้าของเอกภพมาถึงก่อนนาฬิกากับลุงสมและป้าอร เขาบอกทุกคนว่าหมอพยายามช่วยคนเจ็บอย่างเต็มที่ และเขาเองก็จะจัดการกับคนร้ายให้ได้
หลังจากสิทธิชัยกลับไปครู่เดียว ณัชชากับนาชะก็มาถึง นาฬิกาแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักลุงสมกับป้าอร ต่างฝ่ายต่างมองกันอย่างพิจารณา รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่
ผ่านไปครู่ใหญ่ หมอออกมาบอกว่า คนเจ็บอาการหนักมากยังไม่ฟื้นต้องรอดูอีกระยะหนึ่ง แต่อีกคนปลอดภัยไม่เป็นอะไรมากเข้าเยี่ยมได้
นึกไม่ถึงว่าคนที่ปลอดภัยคือเอกภพ ที่สำคัญเขาไม่มีบาดแผลตรงไหนเลย นาฬิกาซักถามด้วยความสงสัยทำไมข่าวบอกว่าอาการสาหัสทั้งสองคน
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ว่าถูกล้อมยิง พอรู้ตัวอีกทีก็ฟื้นขึ้นมาอยู่ห้องนี้แล้ว”
ณัชชากับนาชะลอบสบตากันแวบหนึ่งก่อนขอตัวกลับเพื่อที่เขาจะได้พักผ่อน เอกภพเอ่ยขอบคุณและยื่นมือมาจับมือณัชชา พลันณัชชาก็เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เอกภพรอดชีวิตเพราะมีกำลังเสริมเข้ามาช่วยเหลือ นี่เองทำให้เธอแน่ใจว่าเขาคือทายาทเทพถึงได้รอดปลอดภัย
ทันทีที่กลับออกจากคนไข้ ทุกคนแปลกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งมาพร้อมกระเช้าดอกไม้
“ผมได้ข่าวพี่ชายคุณนาฬิกาเลยแวะมาเยี่ยมครับ”
“ขอบคุณค่ะ แต่นาฬิกานึกไม่ออกว่าคุณเป็นใคร”
“ผมเป็นรุ่นพี่อยู่สถาบันเดียวกัน ไปดูคุณซ้อมเทควันโดบ่อยๆครับ ดูคุณแข่งด้วย แต่คุณนาฬิกาคงจำผมไม่ได้”
นาฬิกายิ้มรับและแนะนำณัชชากับนาชะ ชายหนุ่มยกมือไหว้ณัชชา ส่วนนาชะรีบยื่นมือออกมาให้เขาจับเหมือนต้องการพิสูจน์บางอย่าง แต่อ้างว่าเราเด็กด้วยกันไม่ต้องไหว้ดีกว่า
เพียงมือนาชะและชายหนุ่มนามไกรยุทธ์สัมผัสกัน พลันเกิดรังสีจางๆที่ไม่มีใครสังเกตได้นอกจากนาชะกับณัชชา...สองสาวลอบสบตากันอย่างตื่นเต้น ครั้นกลับไปที่พักก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราจะเจอทายาทอีกหนึ่งคน
“คงเป็นเพราะพลังเทพสื่อถึงกันได้ คุณไกรยุทธ์เลยตามดูคุณนาฬิกาโดยไม่รู้ตัว”
“องค์หญิงจะทำยังไงต่อเพคะ”
“ช้าหรือเร็วอาคินจะต้องรู้ เราต้องหาโอกาสบอกเรื่องกุญแจให้ได้ ถ้าคุณเอกภพเชื่อและให้ความร่วมมือ ทุกอย่างก็จบ”
“มนุษย์มักจะยอมร่วมมือกับคนรักเสมอ”
“เจ้าอย่าคิดเหลวไหล” ณัชชาดักคอ...ทันใดนั้นทีวีเปิดขึ้นมาเอง ทั้งคู่หันไปให้ความสนใจข่าวคืบหน้าอาการบาดเจ็บของผู้กองเอกภพปลอดภัยแล้ว แต่คู่หูนักสืบเจน– ศักดิ์อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์คิดว่าต้องใช้เวลาเกินกว่า 6 เดือน...ณัชชาปิ๊งไอเดียแล้วพูดโพล่งพร้อมกับมองขึ้นไปบนฟ้า “เรารู้แล้วว่าจะทำยังไง...ขอบคุณค่ะท่านพ่อ”
ooooooo
ออกจากโรงพยาบาลได้วันเดียว เอกภพก็ไปเผชิญหน้ากับนายกำจรหนึ่งในมาเฟียที่มีลูกน้องจำนวนมากแต่ไม่ยอมลงให้อาคินที่พยายามตั้งตนเป็นใหญ่โดยใช้นายอำนาจเป็นตัวประสานและกดดัน
การพบกันของกำจรกับเอกภพไม่มีปัญหาใดๆ แต่จู่ๆอำนาจพาอาคินกับสมุนเข้ามาแนะนำตัว กำจรเพิ่งเคยพบอาคินเป็นครั้งแรก ต่างฝ่ายต่างมองเขม่นแล้วที่สุดก็ชักปืนใส่กันเพียงเพราะไม่พอใจในคำพูดที่ข่มกันไปมา
ดีเสียว่าผู้กองเอกภพอยู่ด้วยจึงไม่เกิดการปะทะถึงนองเลือด อาคินพาคนของตนกลับไปทั้งที่ไม่พอใจกำจรและอาฆาตเอกภพที่หนังเหนียวตายยากตายเย็น!
เอกภพกลับเข้าสำนักงานหลังจากผู้บังคับบัญชาเรียกตัวเพื่อแจ้งให้ทราบว่าจะมีคนมาร่วมงานกับเขาแทนเจนศักดิ์ที่ยังต้องรักษาตัวอีก 6 เดือน
“ทางผู้ใหญ่ส่งคนมาให้ทำงานร่วมกับคุณ ผมดูเอกสารแล้วมีฝีมือดี ประสบการณ์เยอะเกินคาด”
“ผมคิดว่าผมทำงานคนเดียวจะดีกว่า”
“ผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ ส่งมาจากเบื้องบน ชอบไม่ชอบก็ต้องชอบ ผมอยากให้คุณต้อนรับและร่วมมือเต็มที่”
เอกภพพยักหน้าอย่างจำใจ สิทธิชัยจึงเชิญคนคนนั้นเข้ามา...ปรากฏว่าเธอคือณัชชา ไม่ใช่คนอื่นคนไกลสำหรับผู้กองหนุ่ม
ครู่ต่อมา...เอกภพเดินลิ่วออกไปที่รถโดยมีณัชชาก้าวตามพร้อมส่งเสียงขอร้องเขาฟังเธออธิบายก่อน
“ทำไมคุณต้องโกหกผมด้วย เรื่องคุณเป็นตำรวจ” เขาหันมาจ้องหน้าคาดคั้นเธอ
“ไม่ได้โกหก แต่ไม่มีโอกาสที่จะบอก”
“ไม่มีโอกาสที่จะบอกเหรอ ตอนที่เจอผมครั้งแรกคุณก็บอกได้ เจอผมครั้งที่สองคุณก็บอกได้ ผมอยู่โรงพยาบาลคุณก็น่าจะบอกได้...สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อณัชชา เป็นตำรวจ ง่ายๆไม่เห็นยากเลย”
“ตอนนั้นไม่ทันคิด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...ฉัน ขอโทษจริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความต้องการของเบื้องบน”
“เอาล่ะ...แล้วไปแล้ว แต่ต่อไปนี้ทุกอย่างต้องเคลียร์ไม่มีอุ๊บอิ๊บ...โอเคมั้ย”
ณัชชาโอเคทันที แต่พอถูกเขาซักไซ้ว่าอยู่ๆกลายมาเป็นตำรวจได้ยังไง เธอก็อึ้งไปนิดก่อนตอบว่าพ่อตนเป็นมือปราบขั้นเทพ
“อ๋อเหรอ ชื่ออะไร ผมน่าจะรู้จัก”
“ไม่รู้จักหรอก พ่อฉันอยู่สวรรค์นานแล้ว”
ผู้กองหนุ่มชะงัก เข้าใจว่าพ่อของเธอตายแล้ว...
ooooooo










