ตอนที่ 8
รุ้งระวีพาอิทธิมาฟังพวกเจ๊จวงที่ยังด่าทอเธอไม่เลิกอยู่ในห้องแต่งตัว อิทธิมาถามว่าจะให้จัดการอย่างไร
“แล้วแต่คุณค่ะ” รุ้งระวีเปิดประตูแล้วดันอิทธิเข้าไป
พวกเจ๊จวงชิงกันฟ้องเรื่องที่โดนรุ้งระวีกับพวกรุมเล่นงาน อิทธิยกมือห้าม หันมาถามรุ้งระวีว่าทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนั้นด้วย
“ก็ปากคนที่นี่มันเหม็นมากค่ะ เปรียบไปก็เหมือนส้วมโสโครก ต้องใช้กรดขจัดสิ่งอุดตัน จากนั้นต้องใช้นํ้าอัดฉีดล้างให้หมดคราบหมดคาวค่ะ แต่ปากคนที่นี่ล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมดกลิ่นนะคะ ตะกรันมันจับแข็ง ทางที่ดีไปให้หมอฟัน กรอออกให้หมดปาก หรือไม่ก็เอาตะกร้อครอบปากไว้เลย หาซื้อไม่ยากค่ะ ตามร้านรักษาสัตว์มีขายทั่วไป”
รุ้งระวียิ้มหยัน ก่อนเดินหนีออกไป พวกเจ๊จวงอ้าปากค้าง
“ได้ยินแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้ก็รักษาสุขภาพปากกันบ้าง อย่าโสโครกให้มากนัก” อิทธิยํ้าก่อนเดินตามรุ้งระวี
พวกเจ๊จวงกรี๊ดลั่น ต่างช่วยกันด่ารุ้งระวีตามหลัง เจ๊จวงสุดทนประกาศว่า งานนี้ต้องเอาคืน จุ๊บแจงยังตามไม่ทันถามว่า จะเอาคืนยังไง
“เรื่องไอ้ทูน ที่นังฟ้าตํ่ากับนังรุ้งมันแย่งกันอยู่น่ะซี เรื่องนี้มันต้องออกสื่อ แจงโทร.หาตาลเฉาะให้พี่ที บอกว่าข่าวเด็ด”
เย็นวันนั้น ทูนอินทร์นำเพลงต้มยำลําซิ่งที่เพิ่งแต่งเสร็จมาให้เมธดูที่ร้านต้มแซบ เมธดูเนื้อร้องและทำนอง แล้วลองเล่นกับกีตาร์ดู
“ลิงติง ลิงติง ลิงติง เซิ้งลำซิ่งให้ใจมันโล่ง ลงต่ง ลงโต๋ ลงต่ง อ้ายอยากชวนน้องสาวมาซิ่ง เบิ่งโลกในทางรื่นรมย์ ผสมชีวิตให้มันเนี้ยบหนิง ให้ม่วนคือฟังลำซิ่งให้แซบ คือกินต้มยำ เออ เข้าท่าคิดยังไงถึงตั้งชื่อ ต้มยำลำซิ่ง”
“ยายส้มป่อยเป็นคนชี้ทางให้น่ะครับ เพลงนี้ผมจะให้รุ้งร้องร่วมกับผม เป็นซิงเกิ้ลเพลงที่สองที่จะปล่อยออกมาหลังจากเพลงสะพานรุ้ง”
“แน่ะ กะจะเป็นศิลปินคู่ขวัญเลยเหรอ”
“อย่าเพิ่งบอกใครนะครับ ผมยังเขินๆอยู่ เพลงนี้จะเป็นเพลงที่ผมจะบอกให้ทุกคนรู้ว่า ผมกับรุ้ง เราเป็นคู่รักกัน และรักกันมากที่สุดในโลกด้วย”
เมธมองทูนอินทร์ที่กำลังฝันเฟื่องแล้วอดกลัวแทนไม่ได้ จึงเอ่ยถาม “นายแน่ใจนะว่ารุ้งจะออกจากค่ายนายอิทธิ โดยไม่มีปัญหาอะไร”
“แน่ใจครับ รุ้งบอกผมแล้ว เสร็จจากคอนเสิร์ตที่จะมาจัดที่บ้านเรา รุ้งจะฉีกสัญญาทิ้งและจะเข้าสังกัดของเราทันที”
“งั้นเราก็คงต้องเร่งเปิดตัวค่ายเพลงของเราแล้วน่ะซี”
“แน่นอนครับพี่ ว่าแต่เราจะพร้อมกันเมื่อไหร่ดี”
“ที่จริงมันก็พร้อมอยู่แล้วนะ แต่งานนี้มันต้องรอบคอบหน่อย สิ้นอาทิตย์นี้จะมีงานนัดพบคนเพลงอินดี้ นายไปกับฉันจะแนะนำให้รู้จักคนในวงการเพลงอินดี้ตัวจริงเสียงจริงหลายคน แต่ตอนนี้ต้องเก็บเพลงนี้ไว้ก่อน เพราะถ้าจะเป็นความลับละก็ เอามาเล่นต่อหน้าคนอย่างนี้ไม่ได้แล้ว” เมธมองไปที่บรรดาลูกน้องที่กำลังจัดร้านอย่างระแวง
ทูนอินทร์ว่า จะกลัวอะไรเพราะคนกันเองทั้งนั้น เมธสวนทันควันว่า เพราะคราวที่แล้วที่โดนขโมยก็คนกันเองทั้งนั้นเหมือนกัน
ทูนอินทร์หน้า เจื่อนรู้ว่าเมธหมายถึงฟ้าใส เขาพยักหน้ารับ แล้วเดินเอาเพลงไปเก็บในตู้เอกสารที่อยู่ในห้องทำงาน
ooooooo
วันต่อมา ทูนอินทร์มารับรุ้งระวีกับเจ๊จี่หอยออกเที่ยวตลาด ทั้งสองเดินเลือกซื้อของด้วยกันอย่างมีความสุข ส่วนเจ๊จี่หอยเดินแยกไปซื้อของอยู่อีกมุม
ทูนอินทร์บอกกับรุ้งระวีว่า เขาจะตั้งชื่อค่ายเพลงที่กำลังจะเปิดตัวว่า รุ้งกินนํ้า เพราะได้เธอเป็นแรงบันดาลใจ รุ้งระวีส่งยิ้มเขินๆ
เวลาเดียวกันนั้น ฟ้าใสที่ทานอาหารอยู่ในร้านหรูกับจ๊ะจ๋า ก็เริ่มผิดสังเกต เมื่อเห็นลูกค้าโต๊ะข้างๆแอบซุบซิบกัน แล้วเปิดหนังสือบันเทิงดู ก่อนมองมาที่เธอ
ฟ้าใสสั่งให้จ๊ะจ๋าไปสืบมาว่าเกิดอะไรขึ้น จ๊ะจ๋าลุกออกไปหาโต๊ะข้างๆแล้วขอยืมหนังสือมาเปิดดู เธอยืนตะลึงเมื่อเห็นพาดหัวข่าว แล้วรีบเอาหนังสือไปให้ฟ้าใสอ่าน
ฟ้าใสอ่านแล้วโวยลั่นถามหาตัวคนปล่อยข่าว
เช่นเดียวกับเจ๊จี่หอย ที่ถือหนังสือบันเทิงที่ลงพาดหัวข่าวว่า “เปิดโปงสองสาวลูกทุ่ง ลือหึ่งฟ้าใสมีสามีแล้ว และกำลังแย่งสามีกับรุ้งระวี สาวลูกครึ่งที่ดังไล่หลังมา ฝ่ายชายคิดจับปลาสองมือ” มาส่งให้ทูนอินทร์กับรุ้งระวีดู
ทูนอินทร์หน้าเครียด ขณะที่รุ้งระวีหน้าเสีย แล้วอิทธิก็โทร.เข้ามาสั่งให้รุ้งระวีกลับบริษัทด่วน
ทูนอินทร์พารุ้งระวีและเจ๊จี่หอยมาส่งที่บริษัท สองสาวรีบเข้าไปพบอิทธิในห้องทำงาน ส่วนทูนอินทร์ออกมานั่งรอที่หน้าโถง และได้พบกับคำรณที่รอเจ๊จวงอยู่
ทูนอินทร์มองคำรณอย่างชั่งใจก่อนเอ่ยถามว่า เคยเจอรุ้งระวีมาก่อนไหม เพราะรุ้งระวีบอกกับเขาว่า รู้สึกคุ้นกับนํ้าเสียงและใบหน้าของคำรณเหมือนเคยเจอมาก่อน
“คุณรุ้งเคยไปเล่นบ่อนเฮียปอ ปากน้ำไหมละครับ ถ้าเคยก็คงเจอผม”
“รุ้งไม่เคยมาเมืองไทยมาก่อน”
“ผมก็ไม่เคยไปเมืองนอก คงได้คำตอบแล้วนะครับ” คำรณยิ้มหยัน
“ไม่เป็นไร เคยหรือไม่เคยฉันเช็กประวัตินายได้อยู่แล้ว ยิ่งคนที่ชอบมีเรื่องมีราวกับชาวบ้านแบบนาย สืบได้ไม่ยาก”
“รู้ได้ยังไง ผมไปมีเรื่องมีราวกับใคร”
“ก็แผลที่หลังหัวนายนั่นไง คงไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอกนะ มันต้องมีใครแพ่นกบาลแน่ๆ” ทูนอินทร์ยิ้มกวนๆ มองไปที่แผลบนหัวของคำรณ แล้วลุกเดินหนี
เวลาเดียวกันนั้น อิทธิก็กำลังไล่บี้ศิลปินในสังกัด เพื่อหาตัวคนปล่อยข่าวเรื่องรุ้งระวี ขวัญข้าว จุ๊บแจง อาชา และเจ๊จวงทำเป็นมองหน้ากัน แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
“แต่ยังไงก็มีอยู่คน ที่พูดว่าสืบเรื่องอดีตของคุณทูนกับฟ้าใสมาแล้วอย่างดี เจ๊จวงว่ายังไงคะ” รุ้งระวีมองมาที่เจ๊จวง
เจ๊จวงสะดุ้งปฏิเสธว่า ไม่รู้เรื่อง
“ไม่รู้เหรอ แกน่าจะรู้ดีที่สุด เพราะหนังสือซุบซิบบันเทิงน่ะ แกสนิทกับยายตาลเฉาะกับพี่ต้อยเจ้าของหนังสือแกนั่นแหละให้ข่าว” เจ๊จี่หอยมั่นใจ
“มีหลักฐานอะไรไหม” เจ๊จวงท้า
“เรื่องนี้สืบไม่ยากหรอก แล้วถ้าจับได้ว่าใคร คราวนี้ไม่ต้องมาบ่นว่าฉันใจร้าย โทษสถานหนักแน่ๆ”
เจ๊จวง จุ๊บแจง อาชา และขวัญข้าวหน้าเจื่อนรีบชวนกันเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าห้องก็พบทูนอินทร์เดินมารอรับรุ้งระวีพอดี ทั้งสี่รีบเข้าไปเย้ยหยันเรื่องข่าวฉาวและพูดจาดูถูก จนทูนอินทร์ทนไม่ไหวชกโครมเข้าที่แผลเดิมของอาชา เพื่อข่มขวัญ
อาชาหวีดลั่นล้มลง เจ๊จวงกับขวัญข้าวเข้าดูอาการ
“ไง...เน่าพอไหม ชกอีนักร้องกะเทยค่ายดัง ถ้าไม่พอใจจะกระทืบอีกก็ได้นะ” ทูนอินทร์ยกเท้าจะกระทืบต่อ สาวๆกรี๊ดลั่น
อิทธิ รุ้งระวี และเจ๊จี่หอยออกมาเห็นพอดี อิทธิเข้าต่อว่าทูนอินทร์ที่ทำร้ายศิลปินในสังกัด
“อย่าเรียกว่าศิลปินเลย คำมันสูงไปสำหรับนังนักร้องสองเพศตัวนี้ แล้วก็รวมทุกคนด้วย นักร้องค่ายคุณนี่มันแค่ร้องเพลงได้เท่านั้น ที่เหลือนอกจากนั้นมันคล้ายสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในกรง”
“นายทูน พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” เจ๊จวงแหวใส่
“อ้อ อยากฟังให้ชัดๆกรงที่เขาขังพวกลิง ค่าง บ่าง ชะนี ไง” ทูนอินทร์เน้นแล้วหันไปถามรุ้งระวี
“รุ้ง คุณหมดธุระที่สวนสัตว์นี่แล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ อาหารสัตว์ไม่ต้องให้แล้ว” รุ้งระวีรับมุก
“งั้นก็ไปให้พ้นที่นี่เสียที ได้กลิ่นสาบก็จะอ้วกแล้ว” ทูนอินทร์พารุ้งระวีออกไป
“อุ๊ย...ขอผ่านหน่อยนะคะ หมีควาย” เจ๊จี่หอยเอาเท้า เขี่ยสีข้างอาชาแล้วตามรุ้งระวีไป
“ฉันหมีควาย แกก็หมีหมา คุณอิทธิต้องช่วยอาชานะครับ อาชาเสียหายทั้งร่างกายจิตใจ” อาชาหันมาฟ้องอิทธิ
อิทธิมองเหล่าศิลปินอย่างเบื่อหน่าย แล้วรีบตามไปทวงสัญญาเรื่องทานข้าวเย็นกับรุ้งระวี แต่รุ้งระวีว่า เธอไม่ว่าง เพราะจะไปงานคนเพลงอินดี้กับทูนอินทร์
“มีข่าวฉาวกันแบบนี้ ยังจะไปออกงานด้วยกันอีกเหรอ”
“เอาเป็นว่า ผมยอมรับว่าผมกําลังจีบรุ้ง เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องแคร์สื่อ เพราะมันเป็นเรื่องจริง” ทูนอินทร์ตัดบท แล้วพารุ้งระวีขึ้นรถออกไป
“ได้ งั้นก็ให้มันอื้อฉาวไปเต็มๆ เลย” อิทธิหัวเสีย กดโทร.ขอความช่วยเหลือจากเสี่ยดํารง
ooooooo
เสี่ยดํารงที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง เขาฟังฟ้าใสที่เข้ามาออดอ้อนว่า เธอได้บทเรียนแล้วและจะไม่ทําอะไรร้ายๆ อย่างที่ผ่านมาอีก ขอให้เสี่ยยกโทษให้เธอด้วย
“ถ้ารู้ตัว ป๋าก็ยกโทษให้ทั้งหมด งานนี้หนูคงเห็นแล้วใช่ไหมว่าเรื่องยุ่งที่หนูก่อไว้บนเวที มันไม่จบลงง่ายๆ มันบานปลายกลายเป็นข่าวเกาเหลาระหว่างหนูกับรุ้งระวี”
“ทราบค่ะ แล้วจะให้ฟ้าทํายังไงดีคะ”
“ก็ต้องแก้ข่าว พรุ่งนี้ไปออกงาน คนเพลงอินดี้กับป๋า งานนี้หนูจะได้เจอกับรุ้งและต้องทําดีกับรุ้งต่อหน้าสื่อด้วย” เสี่ยดํารงสั่งเข้ม
ฟ้าใสหน้าเจื่อนรีบหลบตาเสี่ยดํารงที่มองอยู่ เพื่อซ่อน สีหน้าร้ายกาจเจ็บใจเอาไว้
วันรุ่งขึ้น เมธพาทูนอินทร์กับรุ้งระวีมาร่วมงาน คนเพลงอินด้ี และให้ทั้งคู่เปิดตัวด้วยการขึ้นร้องเพลงสะพาน–รุ้งร่วมกัน
ขณะที่ทุกคนกําลังอินอยู่กับบทเพลงสะพานรุ้ง เสี่ยดํารงก็พาอิทธิและฟ้าใสเดินเข้ามาในงาน อาต้อยกับพี่แดงในฐานะตัวแทนคนจัดงานรีบออกไปต้อนรับ เสี่ยดํารงมองขึ้นไปบนเวทีเห็นรุ้งระวีร้องเพลงอยู่กับทูนอินทร์ก็กระซิบถามอิทธิ
“นั่นใช่ไหม เพลงที่นายทูนจะเอาไว้เปิดตัวค่ายอินด้ีของตัวเอง”
“น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ”
“คุณยอมปล่อยรุ้งไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ”
“ไม่มีวันหรอกครับ รุ้งเป็นของผมคนเดียว” อิทธิตาวาว
เมื่อรุ้งระวีและทูนอินทร์ร้องเพลงจบ ทั้งสองลงจาก เวทีเดินมาหาอิทธิและดํารง ฟ้าใสรีบเดินแยกออกไปให้สัมภาษณ์ ทูนอินทร์มองตามฟ้าใสพลางเอ่ยถามเสี่ยดํารงว่า พาเธอมาทําไม
“พามาแก้ข่าว เรื่องที่คุณก่อคดีไว้ไง”
“งานนี้ ทุกคนต้องให้สัมภาษณ์เหมือนกัน คือไม่มีความขัดแย้งอะไรทั้งนั้น เธอไม่ได้แย่งผู้ชายกับฟ้าใส สําหรับนาย นายก็ต้องบอกเหมือนกันว่า นายเป็นคนทํางานที่สนิทสนมกัน ไม่ได้คิดอย่างอื่น” อิทธิออกคําสั่ง
เสี่ยดํารงรีบเสริม “กับฟ้าใส คุณก็ต้องปฏิเสธความสัมพันธ์ที่มีมาทั้งหมดด้วย”
“นี่จะให้ผมทําตามที่พวกคุณสั่งงั้นเหรอ พวกคุณเป็นอะไรกับผมไม่ทราบ”
“เรารักษาภาพให้ศิลปินของเรา”
“งั้นเหรอ งั้นเอางี้ไหม ผมจะแฉให้นักข่าวรู้กันไปเลย ฟ้าใสเป็นเมียน้อยคุณ ส่วนรุ้งนายก็เคยจะปลํ้าข่มขืนมาแล้ว”
“ลดเสียงลงหน่อย” อิทธิเตือน
“อายเหรอ ไม่ต้องอาย สําหรับเสี่ยยิ่งแล้วใหญ่ นอกจากแย่งฟ้าใสไปจากฉัน ยังร่วมมือกันขโมยเพลงของฉันไปอีก เพลงของรักของหวงน่ะ ถามหน่อยเถอะ เอาทํานองมาจากใคร”
“เรื่องนี้ผมไม่ทราบ”
“อย่ามาโกหก ไอ้เสี่ยหน้าด้าน”ทูนอินทร์ของขึ้น คว้าแก้วเครื่องดื่มจากมือเมธ แล้วสาดเข้าเต็มหน้าเสี่ยดํารง
บรรดานักข่าวหันมามอง อิทธิรีบดึงเสียดํารงหลบออกไป พี่แดงเห็นท่าไม่ดีบอกให้เมธพาทูนอินทร์ออกไปก่อน แล้วหันไปรับหน้านักข่าวที่กรูเข้ามา
รุ้งระวีจะตามทูนอินทร์ไปด้วย แต่นักข่าวดึงไว้ขอสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รุ้งระวีไม่ยอมตอบอะไร นักข่าวจึงเปลี่ยนคําถามใหม่
“แล้วเรื่องที่แย่งผู้ชายกับฟ้าใส น้องรุ้งจะแก้ข่าวยังไงคะ”
“ขอไม่พูดถึงก็แล้วกันค่ะ”รุ้งระวีจะเดินหนี แต่อิทธิเข้ามาขวางและช่วยตอบแทน
“ผมบอกเองก็ได้ ไม่มีมูลความจริงเลย เรื่องที่เป็นข่าว คุณทูนอินทร์เป็นแค่คนร่วมงานที่บริษัทผมจ้างมาก็เท่านั้นเอง”
“ถ้าอย่างนั้น ขอให้ฟ้าใสมาร่วมสัมภาษณ์ด้วยนะครับ” นักข่าวกรูไปทางฟ้าใส
“ฉันไม่อยากให้สัมภาษณ์แล้ว ฉันอยากกลับ” รุ้งขยับตัวจะเดินออกแต่อิทธิดึงไว้
“ไม่ได้ คุณต้องให้สัมภาษณ์ แล้วก็เตรียมรับมือยายฟ้าใสให้ดีๆ” อิทธิมองไปที่ฟ้าใส เห็นเธอเดินฉีกยิ้มเข้ามาโอบกอดรุ้งระวีทําเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“วันนี้มาไม่ได้ตั้งใจจะให้สัมภาษณ์หรอกนะคะ แต่อยากถามก็ถามมาเลย” ฟ้าใสเปิดเรื่อง
นักข่าวยิงคำถามเรื่องสองสาวเกาเหลากันบนเวทีคอนเสิร์ต ที่ดูเหมือนมีการพูดกระแทกกระทั้นใส่กันและบังคับอีกฝ่ายให้เต้นเป็นหางเครื่องให้ ฟ้าใสรีบโยนให้รุ้งระวีอธิบาย
รุ้งระวียิ้มกว้างเล่นตามบท “อ๋อ ตอนนั้นมันเป็นบทบาทที่เราเตี๊ยมกันมาแล้วค่ะ เราตกลงกันว่า มีจิกกัดกันเล็กน้อยเพื่อความสนุกของคนดูไงคะ ใช่ไหมคะพี่ฟ้า”
“ช่ายค่ะ แล้วคนดูก็สนุกตามเราไปด้วยเหมือน เรยาปะทะฟ้าใส ยังไงยังงั้น รุ้งเขาถนัดค่ะบทนางร้ายแบบนี้”
“แล้วเรื่องของคุณทูน ที่ว่าจีบคุณรุ้ง แต่ก็ยังไม่เลิกรักฟ้าใสว่าไงคะ”
“ตายแล้ว เรื่องตั้งแต่ปีมะโว้ ฟ้ายอมรับว่าสนิทกับพี่ทูน ก่อนที่ฟ้าจะเข้าวงการ เคยร้องเพลงอยู่ที่ร้านอาหารของเขาน่ะค่ะ แต่เราก็ไม่ได้สานสัมพันธ์ต่ออะไร สำหรับฟ้ามันจบไปแล้วค่ะ แต่เรื่องของน้องรุ้งนี่ซีคะ ท่าทางจะเพิ่งเริ่มต้น” ฟ้าใสส่งยิ้มเป็นนัย
“ทางรุ้งก็ไม่มีอะไรค่ะ คุณทูนเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีคนหนึ่ง” รุ้งระวีรีบบอก
อิทธิส่งยิ้มพอใจแล้วต้องชะงักเพราะทูนอินทร์กลับเข้ามาบอกกับนักข่าว
“ขอตัวก่อนนะครับ รุ้งต้องกลับก่อนแล้ว”
“เดี๋ยวค่ะ แล้วที่ร้องเพลงคู่กันเมื่อกี้ หมายความว่ารุ้งจะออกจากค่ายเพลงของคุณอิทธิเหรอ” นักข่าวถามต่อ
“อ้อ เรื่องนี้ถามคุณอิทธิเองดีกว่า เพราะน่าจะรู้ดีกว่าเพื่อน” ทูนอินทร์พารุ้งระวีออกไป
ฟ้าใสมองตามอย่างมาดร้าย บรรดานักข่าวหันมาถามอิทธิว่า ตกลงยังไงกันแน่ อิทธิยืนยันว่ารุ้งระวียังเป็นนักร้อง ในสังกัดของเขาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ทูนอินทร์พารุ้งระวีมาที่รถ เขาหันมาบอกกับเมธที่ตามมาส่งว่า รุ้งระวีจะไปอยู่ที่ไร่อินสรวงกับเขาจนกว่าจะถึง
วันคอนเสิร์ต เมธพยักหน้าเข้าใจแต่อดเตือนไม่ได้ว่า อย่าให้เป็นข่าวไปมากกว่านี้
“ตอนนี้รุ้งไม่สนแล้วค่ะ เจอกันนะคะพี่เมธ” รุ้งระวีส่งยิ้มสดใส
รถแล่นออกไป เมธมองตามอย่างกังวลในอนาคตของทั้งคู่
ooooooo
อินทรมาบอกลามะปราง เพราะพรุ่งนี้จะต้องกลับไร่แล้ว แต่มะปรางไม่มีเวลาคุยด้วย เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมชุดออกคอนเสิร์ตให้รุ้งระวี อินทรบ่นน้อยใจที่ไม่ได้ไปเที่ยวแบบสองต่อสองกับมะปรางบ้างเลย
“ไปสองต่อสองเหรอคะ งั้นไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ปรางอยากไปพอดี”
อินทรดีใจ รีบพามะปรางไปเที่ยวห้างดัง แต่แทนที่จะได้สวีตหวานแหววแบบคนรักกัน อินทรกลับต้องมาเข็นรถใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับประดาอีกมากมาย เพราะมะปรางนึกได้ว่าต้องซื้อของเพิ่มอีก
“ผมก็นึกว่าเราจะมาเที่ยว แล้วต้องซื้ออีกเยอะไหมครับเนี่ย ผมเดินจนขาลากแล้ว”
“ยังขาดอีกสองสามอย่างค่ะ คุณรอนี่ก่อนนะ ฉันเข้าไปดูผ้าลูกไม้” มะปรางเดินแยกไป
อินทรทิ้งตัวลงนั่งพักอย่างเซ็งๆ พลางกวาดตามองไปรอบๆห้าง ก็พบจ๊ะจ๋าเข็นรถเดินเลือกเสื้อผ้าสำหรับตัดชุดโชว์อยู่เช่นกัน แล้วจู่ๆก็มีวัยรุ่นชายแต่งตัวละม้ายอินทร เข้ามาโฉบกระเป๋าถือของจ๊ะจ๋าไป เธอร้องให้คนช่วย
อินทรไม่รอช้าพุ่งเข้าไปจัดการกับคนร้ายและแย่งกระเป๋าคืนมา แต่คนร้ายหนีไปได้
จ๊ะจ๋าวิ่งตามมาพร้อมกับ รปภ.เธอเห็นอินทรยืนหันหลังให้และมีกระเป๋าอยู่ในมือก็เข้าใจว่าเป็นคนร้ายจึงเรียกให้ รปภ.จับตัว
อินทรรีบแนะนำตัวแล้วหันหน้ามา แต่จ๊ะจ๋ายังไม่เชื่อ ถามชายหนุ่มว่า ขโมยกระเป๋าเธอทำไม
“บ้าแล้วเธอเนี่ย เจ้าขโมยมันหนีไปแล้ว ฉันช่วยเก็บกระเป๋าให้เธอนี่รอยเท้าที่มันถีบฉัน ยังอยู่ที่กางเกงฉันอยู่เลยเห็นไหม” อินทรชี้ให้ดูหลักฐาน
จ๊ะจ๋าส่งยิ้มแห้งๆ ขอโทษอินทร อินทรถอนใจกับความต๊องของเธอ
ครู่ต่อมา อินทรก็พามะปรางกับจ๊ะจ๋ามาหาที่นั่งคุยกัน มะปรางข้องใจถามจ๊ะจ๋า ตกลงเธอเป็นนักร้องหรือเป็นคนรับใช้ฟ้าใสกันแน่
“รวมๆกัน แกต้องเข้าใจนะ นักร้องเกรดสองอย่าง
ฉันน่ะ ขายเทปก็ไม่ได้เท่าไหร่ งานคอนเสิร์ตก็เป็นแค่นักร้องพ่วงเท่านั้น”
“นักร้องพ่วง คืออะไรครับ”
“ก็อย่างเวลาที่พี่ฟ้าหรือนักร้องดังๆในค่ายเขามาสายหรือเขายังแต่งตัวไม่เสร็จ ฉันนี่แหละก็ออกไปร้องแทนก่อนสักเพลงสองเพลง เสียงเราก็ไม่ได้ดีอะไร หน้าตาเราก็งั้นๆก็เลยต้องหารับทานทางอื่นไปด้วย” จ๊ะจ๋าอธิบาย
“แต่ผมว่าจ๋าเสียงดีนะ ที่ฟังจากคอนเสิร์ตเล่นสด แล้วถ้าจ๋าแต่งดีๆก็สวยนะ”
“อุ๊ย ขอบคุณค่ะ คุณทรเนี่ย หล่อ ใจดี แล้วยังปากหวานอีกนะ”
“เอางี้ไหม พี่ทูนจะเปิดค่ายเพลงของตัวเองเร็วๆนี้ จ๋ามาร้องกับค่ายผมไหม”
“ยินดีค่ะ จ๋าไม่ติดสัญญากับค่ายเสี่ยดำรงอยู่แล้ว ไปร้องได้เลย”
“จริงนะ งั้น จับนิ้วกันหน่อย” อินทรชูนิ้วก้อย
จ๊ะจ๋าหัวเราะ แล้วใช้นิ้วก้อยเกี่ยวกับอินทร มะปรางมองทั้งคู่อย่างอึ้งๆ รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน และเริ่มหึงอินทร
เวลาเดียวกัน คำรณขับรถมาส่งเจ๊จวงที่บ้าน และช่วยขนของเข้าไปเก็บข้างใน
“ขอบใจจ้ะ จะทานอะไรก่อนไหม” เจ๊จวงรินนํ้าจากตู้เย็นส่งให้
“อย่าดีกว่าครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับบ้านเลย”
“เดี๋ยวซี จะรีบร้อนกลับทำไม อยู่ทานข้าวเย็นกันก่อน ฉันก็อยู่คนเดียว เหงาเหมือนกันนะ อยากทานอะไรก็เปิดตู้เย็นนะ ฉันอาบนํ้าก่อน ร้อนเหลือเกิน” เจ๊จวงทิ้งหางตา แล้วเดินขึ้นชั้นบนไป
คำรณมองตาม ส่งยิ้มย่ามใจเพราะหวังว่าคงได้เผด็จศึกแน่ๆ
ooooooo
รถของทูนอินทร์แล่นมาจอดหน้าบ้านอินสรวง ส้มป่อย บักหนาน บักคูน แม่บ้านแป๋วรอต้อนรับอยู่ รุ้งระวีลงมาจากรถ ส้มป่อยรีบทักทาย
“พี่รุ้ง สวัสดีค่ะ วันนี้ส้มใส่เสื้อเป็นรูๆให้พี่รุ้งด้วย”
“ใส่เสื้อเป็นรูๆให้พี่รุ้งทำไมคะ”
“รูเยิบ เลิฟยู ไงคะ” ส้มป่อยทำมือรูปหัวใจ
บักหนานกับบักคูนโห่ไล่ ทูนอินทร์เข้ามาบอกรุ้งระวีว่า อย่าไปฟังส้มป่อยมากเพราะเวียนหัว ส้มป่อยล้อเจ้านายเรื่องเพลงใหม่ที่แต่งให้คนรัก เพราะเพิ่งรู้ว่าเธอคนนั้นคือรุ้งระวี
รุ้งระวีแปลกใจถามส้มป่อยว่า เพลงใหม่ของทูนอินทร์ชื่ออะไร แต่เด็กหญิงไม่ทันได้บอกก็โดนทูนอินทร์เอาส้มยัดปากไว้
“ยังไม่ได้ตั้งชื่อน่ะครับ เราขึ้นบ้านก่อนดีกว่านะ เอ้า ป้าแป๋วขนของขึ้นมาเลย” ทูนอินทร์ตัดบทพารุ้ง–ระวีเข้าบ้าน
ส้มป่อยคายส้มออกมาบ่นว่า นายทูนใจร้าย
“สมนํ้าหน้า สาระแนดีนัก ห้ามพูดเรื่องเพลงใหม่ให้คุณรุ้งได้ยินเลยนะนังส้ม คุณทูนเขาให้เป็นความลับ” บักหนานกับบักคูณรีบกำชับ
“แล้วก็ไม่บอกก่อน ใครจะไปรู้ ฮิฮิ แสดงว่าคุณทูนเขาจะทำสะใภ้คุณรุ้ง”
“เซอร์ไพรส์ อย่าไปพูดกับมันเลยปวดหัว” บักคูณชวนบักหนานเดินหนี
ส้มป่อยไม่แคร์แหกปากร้องเพลงเลิฟวิ่งยู โซมัช ดังลั่นบ้าน
ทูนอินทร์เข้ามาสวมกอดรุ้งระวีที่ยืนสูดอากาศอยู่ริมหน้าต่าง พลางเอ่ยว่า เขามีความสุขทุกครั้งที่เห็นเธอกลับมาที่ไร่ของเขา
“ฉันก็มีความสุขทุกครั้งที่กลับมาที่นี่ รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยยิ่งกว่าบ้านที่กรุงเทพฯเสียอีก”
“งั้นที่นี่ก็คือบ้านของคุณแล้วละ ผมยกให้คุณทั้งบ้าน ที่ดิน แต่ก่อนได้บ้านและที่ดิน ต้องได้ตัวและหัวใจผมไปก่อน”
“เฮ้อ อย่าหวานมากนะคะ เดี๋ยวเลี่ยน”
“โธ่ ผมก็จีบหญิงแบบนี้แนวเลี่ยนๆ แบบนี้แหละ ถึงจีบหญิงไม่ค่อยติด จีบเท่าไหร่ก็ไม่เคยได้หัวใจเขามาเสียที”
“แต่คุณได้หัวใจผู้หญิงคนนี้ไปแล้วนะ”
“งั้นมาอยู่กับผมที่นี่เถอะครับ มาใช้บ้านหลังนี้
เป็นเรือนหอของเรา”
“ใจร้อนจัง เรายังมีพันธะที่ต้องสะสางกันทั้งคู่นะ ฉันต้องเป็นอิสระจากนายอิทธิ คุณก็ต้องเป็นอิสระจากฟ้าใส”
ทูนอินทร์ถอนใจก่อนพยักหน้า “ครับ งั้นวันนี้ผมขอเปลี่ยนบรรยากาศ พารุ้งไปดูเรือนหออีกหลังดีกว่า เป็นกระท่อมกลางป่า ริมลำธาร รับรองคุณจะต้องชอบ”
“ไปค่ะ อยากเห็น จะได้ประเมินถูก ว่าคุณรวยพอที่ฉันจะรับข้อเสนอคุณรึเปล่า”
“โอ้โฮ...ไม่ยักรู้ว่าหน้าเลือดเหมือนกัน”
“รู้จักฉันน้อยไปเสียแล้ว” รุ้งระวีหัวเราะ ทำหน้าเค็มใส่ แล้วทั้งสองก็จูงมือเดินกันลงไปที่รถ
เวลาเดียวกันนั้น เจ๊จวงร้องเรียกให้คำรณไปหาเธอในห้องนอน
“มีอะไรครับคุณจวง” คำรณเดินเข้ามา แล้วพลัน
ชะงักเมื่อเห็นเจ๊จวงในชุดนางบันนี่แบบสาวญี่ปุ่นสีชมพูทั้งตัว
“จะไปงานแฟนซีที่ไหนเหรอครับ” คำรณถาม
“ไม่ได้ไปไหน แต่ใส่ให้นายดูนี่ไง ชอบมะ เด็กถูกใจไหม” เจ๊จวงเข้าถึงตัว
“ก็...ถูกใจครับ”
“บอกได้นะ ต้องการรุ่นไหน สิบหก สิบเจ็ด สิบแปด ฮิฮิ” เจ๊จวงเอาผมเปียมาเขี่ยหน้าคำรณ ทำแบ๊วสุดฤทธิ์
“แล้วที่บอกให้ผมช่วย ช่วยอะไรครับ”
“ก็ช่วยสอนการบ้านเด็กไง แบบนี้” เจ๊จวงกระโดดเข้ากอดคำรณล้มลงไปบนเตียง
ooooooo
ทูนอินทร์ขับรถพารุ้งระวีมาที่กระท่อมกลางป่า ได้ยินเสียงลำธารไหลรินอยู่ไม่ไกล
“ตายจริง กลางป่าแบบนี้ เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งเลยค่ะ” รุ้งระวีตื่นเต้นมากๆ
“โลกที่มีแต่เราสองคนใช่ไหม”
“นี่ถ้าคุณจับฉันมาขังไว้ที่นี่ ก็ไม่มีใครรู้เลยนะคะเนี่ย”
“งั้นต้องลักพาตัวคุณมาขังไว้ที่นี่เสียแล้ว แล้วผมเล่นบทนายหัวจอมโหด แฮ่” ทูนอินทร์เดินเข้ามาจะตะครุบร่างรุ้งระวี
“คุณทูน อย่าทำอะไรฉันนะ” รุ้งระวีหัวเราะขำท่าทางชายหนุ่ม แต่ก็ยอมเล่นด้วย เธอแสร้งกรีดร้องแล้ววิ่งหนีไปรอบๆรถ
“ตอนนี้ผมกลายเป็นเสือสมิง กำลังขย้ำคุณแล้ว แฮ่”
“อย่าค่ะ กลัวแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลย” รุ้งระวีหัวเราะร่วน ผลักทูนอินทร์ที่โผเข้ากอดเซไป แล้ววิ่งหนีเข้ากระท่อม
ทูนอินทร์คำรามลั่น พลางวิ่งไล่ตะครุบตัว แล้วทั้งสองก็ล้มลงไปบนพรมนุ่ม ทูนอินทร์ทาบทับบนร่างของรุ้งระวี ทั้งคู่ประสานสายตากัน ครั้นชายหนุ่มทำท่ารุกเร้าหนักเข้า
“พอเถอะค่ะ” รุ้งระวีลุกขึ้นนั่งด้วยอาการเอียงอาย
“รักรุ้งที่สุดเลย” ทูนอินทร์กอดรุ้งระวีไว้
“เห็นรุ้งเป็นสาวแอลเอแบบนี้ รุ้งยังถือขนบหญิงไทยทุกอย่างนะคะ จะขึ้นห้องหอต้องรอวันแต่งค่ะ”
“เข้าใจครับ ขอโทษที่ผมผลีผลามเกินไป” ทูน– อินทร์พยายามระงับอารมณ์
“คุณทูนกับฟ้าใส เมื่อไหร่คุณจะจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อย”
“เรื่องถึงศาลเมื่อไหร่ ผมเป็นอิสระจากเธอทันที” ทูนอินทร์ให้สัญญา
รุ้งระวีเชื่อคำพูดของเขา เธอส่งยิ้มโล่งใจ แล้วอ้อนให้ทูนอินทร์พาไปดูลำธาร เพราะได้ยินเสียงน้ำไหล
“ได้ครับ” ทูนลุกขึ้นยื่นมือให้รุ้งจับแล้วพาออกไป พลอดรักที่ลำธาร
ด้านเจ๊จวงเมื่อได้คำรณเป็นสามีสมใจแล้ว เธอก็เลื่อนตำแหน่งให้เขามาเป็นคนรู้ใจและจะให้อยู่ด้วยกันที่บ้าน แต่คำรณยังไม่รับปาก เขาถามเจ๊จวงว่า จัดการยังไงกับเรื่องรุ้งระวี
“ตอนนี้พี่ไม่อยากยุ่งกับมันแล้ว นายอิทธิปกป้องมันเสียขนาดนั้น เราคงทำอะไรมันไม่ได้มาก ปล่อยมันไปเถอะ ถามทำไมเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ นึกว่าพี่ยังอยากเล่นงานมันอีก เพราะผมช่วยได้...ผมมีวิธี” คำรณอยากนำเสนอแผน แต่เจ๊จวงตัดบทชวนคำรณต่อยกสอง คำรณเบ้หน้าทั้งเบื่อ ทั้งหมดอารมณ์ รีบขอตัวกลับ
เจ๊จวงมองตามอย่างงงๆในท่าที เธอออกมาส่งคำรณที่หน้าห้อง แล้วจุ๊บแจงก็กลับมาถึงพอดี เธอแปลกใจมากที่เห็นเจ๊จวงอยู่กับคนขับรถจึงกระซิบถาม
“เมื่อก่อนตั้งเนอสเซอรี่เลี้ยงแต่เด็กๆไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้เปลี่ยนมาแนว สว.สูงวัย”
“คนเรามันก็ต้องเปลี่ยนโหมดกันบ้าง เลี้ยงเด็กเบื่อแล้ว เรื่องมาก เอ๊าะแอ๊ะ เปลี่ยนมาแนวหนุ่มใหญ่ดีกว่า รู้งาน ฮิฮิ นี่ มาดูชุดใหม่พี่ บิกินีซีทรู เรืองแสงอีกต่างหาก” เจ๊จวงพยักหน้าให้คำรณออกไป แล้วพาจุ๊บแจงเข้าดูชุดในห้อง
ooooooo
เสี่ยดำรงนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องพัก ฟ้าใสตามมาอ้อนถามว่าเสี่ยโกรธเธอด้วยเรื่องอะไร
“ป๋าขา โกรธอะไรฟ้า ไม่พูดกับฟ้าเลยตั้งแต่ออกมาจากงาน หรือว่ายังโกรธนายทูนที่เอาเหล้าสาดหน้าป๋า”
“โกรธนายทูนเหรอ ฉันน่าจะขอบใจนายทูนด้วยซ้ำที่บอกความจริงฉันเรื่องที่เธอโกหก”
“ฟ้าโกหกอะไรป๋า”
“เพลงของรักของหวงไง ที่เธออ้างว่าซื้อมาจากคนเขียนเพลงข้างถนนราคาถูกๆ ที่แท้เธอก็ขโมยมาจากนายทูนนี่เอง ถ้านายทูนไม่บอกความจริงฉันวันนี้ ฉันก็คงโง่ให้เธอหลอกต่อไปเรื่อยๆ”
“ป๋าจะไปสนใจทำไมละคะ ในเมื่อนายทูนก็เอาเรื่องป๋าไม่ได้ เพราะเพลงไม่ได้จดลิขสิทธิ์ แล้วเพลงมันก็ดังและเป็นของเราแล้ว”
“อย่านึกว่าฉันทำธุรกิจโดยใช้อิทธิพลอย่างเดียว อย่างน้อยฉันก็ยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง พูดไปเธอก็คงไม่เข้าใจ เพราะคนอย่างเธอมันไม่เคยมีคุณธรรมอยู่ในตัว” เสี่ยดำรงจะออกจากห้อง
“จะไปไหน อยู่กับฟ้าเถอะคืนนี้” ฟ้าใสเข้ามายึดแขนไว้
“ปล่อย” เสี่ยดำรงตวาด
ฟ้าใสจำต้องปล่อยเสี่ยดำรงไป แล้วแอบแสยะยิ้ม “ไปตายที่ไหนก็ไปเลย ไอ้แก่”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฟ้าใสกดรับ ได้ยินคำรณบอกว่ามีเรื่องจะคุย เธอแสร้งทำเป็นจำไม่ได้
“คุณรู้จักผมดี คนที่คุณพบที่ไร่อินสรวงไงครับ ผมขับรถให้เจ๊จวง ถ้าคุณยังต้องการทำลายนังรุ้งระวี ผมยินดีช่วยเต็มที่ ผมมีแผนดีๆไว้เล่นงานมันอีกเยอะ ถ้าคุณสนใจ ผมยินดีรับใช้”
ฟ้าใสตาวาวส่งยิ้มร้าย เธอรีบออกไปพบคำรณที่ร้านอาหารเล็กแห่งหนึ่ง
“ว่ามา นายจะช่วยฉันกำจัดนังรุ้งยังไง”
“ถ้าผมบอกความจริงคุณ คุณอาจจะไม่เชื่อก็ได้ว่า ผมน่ะรู้จักนังรุ้งมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว”
“หมายความว่ายังไง”
“ผมคือพ่อเลี้ยงของนังรุ้งน่ะซีครับ”
“พ่อเลี้ยง นายเป็นผัวของยายแสงหล้า แม่นังรุ้ง
งั้นเหรอ”
“ถูกต้องครับ” คำรณยิ้ม
ฟ้าใสมองคำรณอย่างไม่วางใจนัก เธอถามหาหลักฐานที่จะช่วยยืนยัน
“งั้นก็ดูรูปถ่ายนี่ละกัน” คำรณวางรูปถ่ายสมัยที่ตนยังหนุ่มกับแสงหล้าที่ยังสาวแต่งเป็นสาวนักร้องตระกองกอดกัน
ฟ้าใสดูอย่างพินิจถามต่อว่า ตอนนี้แม่ของฟ้าใสอยู่ที่ไหน
“คงตายไปแล้วนะครับ ผมไม่ได้ข่าวจากมันอีกเลย”
คำรณโกหกออกไป แต่ฟ้าใสยอมเชื่อ พลางถามถึงแผนการของคำรณ คำรณแสยะยิ้มเสนอว่า จะหาแม่ปลอมมาหลอกรุ้งระวีเพื่อเรียกทุนคืน
“แม่มันทำกับผมไว้เจ็บแสบ ผู้หญิงที่ปลอมมาเป็นแม่ จะช่วยกอบโกยมาให้ผมและคุณได้มากเท่าที่เราต้องการ”
“เรื่องเงินน่ะ ฉันไม่ต้องการหรอก ฉันต้องการทำลายชื่อเสียงมันมากกว่า แต่ฉันยังติดใจอยู่อีกเรื่อง แม่ปลอมที่ว่าจะทำให้นังรุ้งมันเชื่อได้ยังไงว่ามันคือแม่ตัวจริง”
“ไม่ยากครับ” คำรณหยิบถ้วยรางวัลขึ้นสนิมของรุ้งระวีมาวางตรงหน้าฟ้าใส “รางวัลที่นังรุ้งเคยร้องเพลงประกวดสมัยเด็ก ผมยังเก็บไว้อยู่”
“เยี่ยม...ทีนี้ก็มาถึงคนที่จะรับบทแม่นังรุ้ง จะไปหามาจากไหน”
“ผมมีคนอยู่แล้ว คุณฟ้าไม่ต้องห่วง เพียงแต่ตอนนี้ ผมขอแค่เงินสักก้อนในการจ้างวานเท่านั้นละครับ คุณฟ้าคงช่วยผมได้” คำรณมองหน้าฟ้าใส
ฟ้าใสส่งยิ้มชอบใจยอมร่วมมือกับคำรณ
ooooooo
เช้าวันใหม่ รุ้งระวีลุกออกมาทานอาหารเช้า เพียงลำพัง เธอถามหาทูนอินทร์กับส้มป่อยที่มาคอยดูแล เด็กหญิงรายงานเสียงใสว่า เจ้านายของเธอออกไป ที่ร้านต้มแซบ เดี๋ยวก็คงกลับ
รุ้งระวียิ้มรับแล้วแอบถามถึงเพลงใหม่ที่ทูนอินทร์แต่งไว้
“ยังบอกไม่ได้ค่ะ นายทูนจะไว้เซอร์ไพรส์พี่รุ้ง เพลงรักหวานฉํ่า พี่รุ้งฟังแล้วจะต้องรู้เลยว่านายทูนรักพี่รุ้งแค่ไหน”
“ขนาดนั้นเชียว”
“แต่แปลกนะคะ นายทูนรักกับพี่รุ้ง แล้วทำไมยังเก็บรูปยายผีฟ้าอยู่อีก”
“รูปยายผีฟ้าคือใครคะ”
“อ้าว...ก็ยายผีฟ้าใสไงคะ นายทูนเก็บไว้ตั้งหลายรูปแน่ะ”
“ส้มพาพี่ไปดูหน่อยได้ไหม”
“ได้ค่ะ” ส้มป่อยเดินนำไปที่ห้องนอนของทูนอินทร์
เด็กหญิงตรงไปที่โต๊ะทำงานของเขา แล้วเปิดลิ้นชักออกหยิบซองใบใหญ่มาส่งให้รุ้งระวี รุ้งระวีรับมาเปิดดู เห็นรูปของฟ้าใสตั้งแต่เป็นสาวรุ่นกับบรรดาหนุ่มๆ ที่เข้ามามีสัมพันธ์ด้วยมากมาย ถูกถ่ายเก็บไว้
“นายทูนเก็บรูปฟ้าใสไว้ทำไม ไหนว่าเขาลืมผู้หญิงคนนี้แล้ว” รุ้งระวีมองรูปอย่างไม่เข้าใจ
“รูปใหม่ๆเนี่ย นายตามไปถ่ายทุกที่ที่ยายผีฟ้าไปเล่นคอนเสิร์ตเลยนะคะ” ส้มป่อยนำเสนอ
รุ้งมองรูปแล้วนึกถึงภาพที่เห็นทูนอินทร์กำลังจูบดูดดื่มกับฟ้าใสในคอนเสิร์ตที่โคราช เธอเกิดอาการไม่มั่นใจขึ้นมา
เป็นเวลาเดียวกับที่ทูนอินทร์พาเมธมาบ้านเพื่อดูรูปถ่ายที่จะใช้เป็นหลักฐานขอฟ้องหย่าฟ้าใส พลางคุยว่า รูปที่มีอยู่ทั้งหมดจะช่วยยืนยันได้ ฟ้าใสหลอกแต่งงานกับเขาเพื่อหวังผลประโยชน์
ส้มป่อยที่ดูต้นทางเห็นทูนอินทร์พาเมธขึ้นมาก็ร้องบอกรุ้งระวีให้รีบเก็บรูป รุ้งระวีรวบรวมรูปกลับใส่ซอง แล้วรีบออกมาหลบมุมอยู่กับส้มป่อย
ทูนและเมธเดินเข้าห้องไป รุ้งระวีแอบมองตาม เห็นเมธหยิบรูปฟ้าใสขึ้นมาดู พลางเอ่ยถาม
“รูปบางรูปถ่ายเองใช่ไหม”
“ใช่ครับ ผมตามไปถ่ายเกือบทุกที่ที่ฟ้าใสไปออกคอนเสิร์ตชัดแจ๋ว” ทูนอินทร์ตอบเสียงใส
รุ้งระวีได้ฟังก็ยิ่งหวั่นไหว
ooooooo
แสงหล้าหนีคนของคำรณมารับจ้างล้างจานในตลาดแห่งหนึ่ง
นางเห็นเด็กๆ เข้ามาติดโปสเตอร์คอนเสิร์ตรุ้งระวีที่จะแสดงในจังหวัดสระบุรีตรงกำแพงตึกก็ปราดเข้ามาดูด้วยความสนใจ และรีบจดวันเวลากับสถานที่ไว้
“เล่นที่สระบุรีนายทูนอินทร์ก็อยู่สระบุรีเหมือนกัน” แสงหล้าหยิบนามบัตรของทูนอินทร์มาดูพลางส่งยิ้มดีใจ ที่จะได้เจอลูกอีกครั้ง แต่แล้วก็สลด เมื่อนึกถึงคำรณ นางได้แต่ภาวนาอย่าให้คำรณตามมาแกล้งรุ้งระวีอีกเลย
วันที่รอคอยมาถึง แสงหล้าได้เข้ามาดูคอนเสิร์ตสมใจ นางมองไปที่หน้าเวทีเห็นสองแม่ยก เจ๊ยุวดีกับเจ๊กอบสุข วิ่งเข้ามาให้พวงมาลัยกับจุ๊บแจงที่ขึ้นร้องเพลงเป็นคนแรก ทั้งสองกระแทกกันอย่างจัง แล้วเชิดใส่กันจนคอแทบพลิก แสงหล้าส่งยิ้มขำๆ มองบรรยากาศรอบตัวอย่างครึกครื้น
ส่วนรุ้งระวี เธอนั่งแต่งตัวอยู่กับเจ๊จี่หอยและมะปราง อีกด้านเป็นกลุ่มของอาชา ขวัญข้าว จุ๊บแจง และเจ๊จวงที่นั่งเบียดอยู่กับคำรณอย่างไม่แคร์สายตาใครๆ
จุ๊บแจงนึกอายแทน เรียกให้เจ๊จวงไปหาน้ำมาให้ดื่มหวังจะให้แยกจากคำรณ แต่กลับโดนเจ๊ตวาดให้ลุกไปหากินเอง แล้วหันมาอ้อนถามคำรณว่า ทานอะไรมาหรือยัง
“ผมเรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวผมไปหยิบน้ำเย็นให้คุณแจงนะครับ” คำรณจะลุกหนี
“ไม่ต้อง เขาหาของเขาได้” เจ๊จวงร้องห้ามเสียงหลง
อาชา ขวัญข้าว และจุ๊บแจง มองหน้ากัน เช่นเดียวกับรุ้งระวี เจ๊จี่หอย และมะปราง เวลานั้นเองมือถือของคำรณดังขึ้น เขามองแล้วหน้าเครียดขึ้นทันที เพราะฟ้าใสโทร.มา เจ๊จวงรีบถาม
“ใครโทร.มาน่ะ”
“อ๋อ...โทร.มาให้ผมไปเลื่อนรถน่ะครับ” คำรณหันมาบอกแล้วจะลุกออกไป
เจ๊จวงขอตามไปด้วย คำรณทำหน้าเหนื่อยใจ ขณะเดินนำออกไป
พอทั้งสองเดินพ้นตัวผ่านประตูเท่านั้น ทุกคนก็สุมหัวเม้าท์มอยเรื่องเจ๊จวงได้ผัวเป็นคนขับรถทันที
ทูนอินทร์ออกมาสำรวจตลาดแถวหน้าโรงหนัง เขาสะดุดสายตาเข้ากับร่างฟ้าใสที่ใส่ชุดกลืนไปกับผู้คน แต่เธอยืนหันหลัง ทูนอินทร์จึงไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ แล้วเขาก็ต้องรีบหาที่หลบ เมื่อเห็นคำรณเดินเข้ามาทักทาย แล้วทั้งสองก็หายเข้าไปในโรงหนังด้วยกัน ทูนอินทร์มองตามอย่างสงสัย
เจ๊จวงที่เดินตามคำรณไม่ทันเข้ามาถามหากับทูนอินทร์
“นี่คุณทูน เห็นนายคำรณคนรถบ้างไหม”
“เห็นครับ เดินเข้าโรงไปกับสาวหุ่นดีเมื่อกี้ครับ”
“สาวหุ่นดีเข้าโรงไปแล้ว...เป็นเรื่อง” เจ๊จวงตามเข้าโรงทันที
ทูนมองตามยังสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นใช่ฟ้าใสหรือไม่
ส่วนบนเวที ขวัญข้าวกับอาชาออกมาร้องเพลงด้วยกันเมามัน สองแม่ยกลุกขึ้นมาเต้นหน้าเวที เชียร์อาชากับขวัญข้าวอย่างออกหน้าออกตา เมื่อเพลงจบลง อาชากับขวัญข้าวรีบอ้อนขอรางวัลจากแม่ยก สองเจ๊วิ่งเข้ามาแย่งกันให้พวงมาลัยแบงก์ร้อยกับทั้งคู่
“ขอบคุณค่า พ่อแม่พี่น้อง วันนี้ขวัญกับน้องอาชาขอรับใช้แต่เพียงเท่านี้”
“ลำดับต่อไป ขอเชิญรับชมรับฟังคีรีบูนสาว จากเมืองนอกเมืองนา รุ้งระวี ศรีแอลเอครับ” อาชาเปิดตัวรุ้งระวี แล้วเดินกลับเข้าหลังเวทีพร้อมกับขวัญข้าว
ดนตรีขึ้นเพลงฝากจิ้มแจ่วไปแอลเอ หางเครื่องออกมาเต้นหน้าเวที แล้วแหวกให้เห็นร่างของรุ้งระวีอยู่ตรงกลาง คนดูกรี๊ดลั่น เจ๊กอบเจ๊ยุวิ่งเข้ามาขอจับมือกับรุ้งระวี
แสงหล้าเป็นปลื้ม กวาดตามองไปรอบๆตัวแอบหวังว่าคำรณคงมางานนี้
ส่วนคำรณเขากำลังจ้องมองรุ้งระวีอยู่กับฟ้าใสด้วยสายตาอาฆาต ขณะที่อิทธิเข้ามาดูเหตุการณ์ที่หน้าเวทีแล้วเอ่ยทักทูนอินทร์ที่ตามเข้ามา
“ค่ายเพลงอินดี้ของนาย จะเปิดเมื่อไหร่ล่ะ”
“ทันทีที่รุ้งเป็นอิสระจากคุณไง”
“พูดทุกอย่างดูง่ายจังนะ รักจะอยู่ในวงการน่ะ นายต้องหากุนซือใหญ่ๆไว้คุ้มกะลาหัว ถ้าไม่มี...ระวังจะเจ๊งตั้งแต่ยังไม่ได้ออกผลงาน”
“อย่าขู่กันเลยครับ เพราะคุณเองก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เสร็จจากคอนเสิร์ตวันนี้ รุ้งฉีกสัญญากับคุณทันที นับถอยหลังได้เลย” ทูนอินทร์ข่มขวัญ
อิทธิหัวเสียเดินแยกไป ทูนอินทร์มองตามอย่างสมเพชแล้วหันกลับไปมองรุ้งบนเวที
รุ้งระวีร้องเพลงจบพอดี เธอเข้าไปรับพวงมาลัยจากแฟนเพลง แล้วก้มลงไหว้อย่างอ่อนช้อย และเมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นนางผกาผู้หญิงที่คำรณจ้างมายืนร้องไห้อยู่ท่ามกลางวงแม่ยก
ผกาแต่งตัวแบบชาวบ้านท่าทางโทรมๆหน้าตาละม้ายแสงหล้าไม่น้อย นางพยายามยื่นมือมาจับมือของรุ้งระวี แต่ถูกเบียดจนเอื้อมมาไม่ถึง
“ลูกแม่” ผการ้องเรียก
“แม่” รุ้งตะลึงงันมองผกานิ่ง
“จ้ะ แม่แสงหล้าเอง” ผกาโดนเบียดจนเซไปด้านหลัง
“แม่” รุ้งทำท่าจะลงจากเวที สาวหางเครื่องต้องเข้ามาจับไว้ พลางร้องถาม
“น้องรุ้ง จะลงไปทำไม ต้องร้องเพลงต่อนะ”
“นั่นแม่รุ้ง”
ผกาถอยออกไปด้านหลัง นางโบกมือลา แล้วหันหลังวิ่งขึ้นบันไดของโรงหนัง
“รปภ.คะ อย่าเพิ่งให้ผู้หญิงคนนั้นออกไป” รุ้งระวีตะโกนสั่ง
คนดูเงียบเสียงลง ดนตรีหยุดเล่น รปภ.รีบกันผกาไม่ให้ออกจากโรง และบังเอิญว่าผกายืนอยู่ตรงข้างๆที่แสงหล้านั่งอยู่พอดี
ฟ้าใสที่ดูเหตุการณ์อยู่หันมาถามคำรณว่า นั่นใช่คนของเขาไหม คำรณพยักหน้ารับคุยว่าผกาเป็นเด็กเก่าของเขาเอง
รุ้งระวีสั่งให้ทีมงานส่องไฟไปที่ผกา แล้วขอให้ รปภ.พาเธอไปหาแม่
“มีเรื่องอะไรกันอีกเนี่ย” อิทธิเข้ามาถามทูนอินทร์
“รุ้งเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแม่”
“หา...” อิทธิไม่อยากเชื่อ
ooooooo










