ตอนที่ 6
ขณะที่ทุกคนวุ่นวายอยู่บนบ้าน คำรณที่ซุ่มดูอยู่ริมบึงก็สบโอกาส ดำน้ำลงไปคว่ำเรือของรุ้งระวีที่อยู่เพียงลำพัง รุ้งระวีกรีดร้องพร้อมกับร่างจมดิ่งลงในสระ
ทีมงานบนฝั่งหันมาเห็นส่งเสียงร้องเอะอะ คำรณรีบดำน้ำหนี ทูนอินทร์ที่ยังอยู่หน้าบ้านรีบวิ่งไปที่ริมบึง เป็นจังหวะเดียวกับที่เมธและอินทรพาฟ้าใสออกมาจากบ้านพอดี
“ฮ่ะฮ่ะ เตือนแล้วไม่ฟัง บอกแล้วว่าต้องเกิดเหตุเรือล่มหนสอง” ฟ้าใสหัวเราะร่วน
“เรือล่ม” เมธและอินทรวิ่งไปดูเหตุการณ์
ทูนอินทร์วิ่งมาถึงริมบึง เขารีบถามหารุ้งระวี ทีมงานว่าจมหายลงไปในบึงแล้ว ชายหนุ่มรีบโดดตามลงไป และช่วยรุ้งระวีได้ทันเวลาพอดี เขาพารุ้งระวีที่หมดสติขึ้นมาเหนือน้ำ และช่วยปฐมพยาบาลจนเธอรู้สึกตัว
รุ้งระวีฟ้องว่า มีคนแกล้งพลิกเรือ เมธสั่งให้ทีมงานไปดูว่ามีใครแอบลงสระบ้าง แล้วหันมาบอกทูนอินทร์ให้พารุ้งระวีไปพักในบ้านก่อน
ทูนอินทร์อุ้มรุ้งระวีเดินตัวปลิวเข้าบ้านไป อินทรตั้งข้อสงสัยกับเมธว่า น่าจะเป็นพวกนักร้องในค่ายที่แกล้งรุ้งระวี เมธพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมกับเสียงทีมงานตะโกนเรียกดังขึ้น
“พี่เมธครับ พี่ทร ทางนี้”
ทั้งสองเดินไปหาทีมงาน หนุ่มหนึ่งในทีมงานที่ชี้ให้ดูรอยเท้าและพื้นที่เปียกย่ำเป็นทางไปสุดกองใบไม้ใกล้สวนกล้วย เมธสั่งให้ทีมงานสำรวจให้ทั่วหวังได้ตัวการคนแกล้งรุ้งระวี
คำรณที่ซุ่มดูอยู่รีบใส่เสื้อผ้าและเดินเลี่ยงออกไปทางสวน เขาได้พบกับฟ้าใสที่มาดักรอ
“วิ่งหนีใครมาเหรอ ตัวเปียกเชียว ลงสระมาละซี” ฟ้าใสส่งยิ้มร้าย
“ผมไม่ได้ลง”
“จะให้เชื่อไหม” ฟ้าใสหยิบเศษแหนเขียวที่ไหล่คำรณออกมา
คำรณขยับจะอธิบายแต่โดนฟ้าใสตวาด “ไม่ต้องมาอ้าง ฉันได้ยินทั้งหมดที่แกพูดกับนังจวงเมื่อกี้ก่อนลงมือจัดการล่มเรือนังฝรั่ง”
“หวังว่าคุณคงไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ไม่งั้น...” คำรณหยิบมีดพกออกมาถูกับสันมือขู่
“จะเชือดฉันเหรอ” ฟ้าใสพุ่งเข้าจับมือคำรณ แล้วค่อยๆปลดมีดออกมาถือไว้เอง “มีดแค่นี้ อย่านึกว่าฉันกลัว แต่ฉันชอบนะที่นายขู่ฉันแบบนี้ รับรองฉันไม่บอกใครหรอก เพราะนายกับฉันน่าจะร่วมมือกันได้ งานหน้าฉันอาจจะเรียกใช้นายแทนนังจวงมันก็ได้นะ” ขาดคำ ฟ้าใสก็ปามีดไปปักต้นไม้เบื้องหลังคำรณ
คำรณสะดุ้งเฮือก ฟ้าใสยิ้มเยาะแล้วจากไป คำรณมองตามแล้วยิ้มนิดๆออกมาอย่างพอใจ
ooooooo
อิทธิเรียกเหล่าศิลปินมาสอบสวน เพื่อหาตัวการที่กลั่นแกล้งรุ้งระวี แต่ทุกคนปฏิเสธ อิทธิจึงพุ่งประเด็นไปที่คำรณ เพราะเป็นคนงานใหม่
คำรณอ้างว่า ตอนเกิดเหตุเขางีบอยู่ในสวน และบังเอิญเห็นฟ้าใสเดินอยู่ใกล้ๆบึงน้ำด้วย จุ๊บแจงได้ทีรีบโยนความผิด
“งั้นใช่แล้ว ต้องนังฟ้าต่ำแน่ๆที่มันจ้างคนมา เพราะมันบอกว่ามันมาก่อนเราตั้งนาน”
อาชา เจ๊จวง และขวัญส่งเสียงสนับสนุน อิทธิ เมธและอินทรมองหน้ากัน ครั้นเสียงรถแล่นมา อินทรจึงเอ่ยว่า รุ้งระวีน่าจะกลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว
อิทธิรีบออกไปรับ ทูนอินทร์ประคองรุ้งระวีลงมาจากรถตามด้วยเจ๊จี่หอยและมะปราง ทูนอินทร์ถามอิทธิว่า ผู้ร้ายสารภาพหรือยัง
“งานนี้บางทีไม่ใช่พวกเรา แต่อาจจะเป็นคนของทางคุณ” อิทธิตอบพร้อมโยนความผิดไปให้ฟ้าใส
“ผมว่าไม่น่าใช่”
“ทำไมจะปกป้องอดีตเมียงั้นเหรอ”
“ผมมีเหตุผล แล้วไม่ใช่เรื่องความเป็นอดีตเมียด้วย”
“งั้นเหรอ แล้วที่คุณปล่อยให้ยายฟ้าใสเข้ามาในกองถ่ายของผม คุณมีเหตุผลไหม รู้อยู่ว่ายายฟ้าใสอยู่ค่ายเสี่ยดำรง คู่แข่งกับค่ายผม คุณยังให้เข้ามาเพ่นพ่านได้ อย่างนี้ความลับรั่วไหลหมด”
“ผมไม่ทราบเรื่องค่าย ใครเป็นคู่แข่งกับใคร แล้วถึงทราบ ผมก็ไม่สน”
“เอ๊ะ พูดอย่างนี้มัน...”
“เอาน่า ผมว่าค่อยๆพูดกันดีกว่า ใส่อารมณ์กันทั้งคู่ ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกครับ” เมธเข้ามาปราม
ทูนอินทร์เดินหนีเข้าไปในบ้าน อินทร เจ๊จี่หอย และมะปรางพารุ้งระวีตามเข้าไป
อิทธิมองตามแล้วหันมาเปรยกับเมธ “ฉันอาจจะจบจ๊อบกับนายเท่านี้นะเมธ บอกตามตรงฉันไม่ชอบหน้านายทูนอินทร์คนนี้ งานก็ดีหรอก แต่นิสัยไม่เข้าตาว่ะ”
“แล้วแต่คุณก็ละกัน” เมธยักไหล่แล้วเดินตามพวกทูนอินทร์เข้าบ้านไป
เมื่อมาถึงห้องโถง ทูนอินทร์ก็ได้ยินพวกจุ๊บแจงคุยกันว่า ฟ้าใสเป็นคนแกล้งรุ้งระวี เขารีบตอบโต้เพราะไม่คิดว่าฟ้าใสจะเกี่ยวข้องด้วย
พวกจุ๊บแจงถามรีบถามทันทีว่า ทำไม
“เพราะฟ้าใสเป็นคนเตือนผมเองเรื่องเรือล่ม เธอพูด
เป็นนัยๆว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ และหนึ่งในพวกคุณนั่นแหละคือคนวางแผน”
เจ๊จวงหันไปสบตากับคำรณ สงสัยว่าฟ้าใสรู้ได้ยังไง ขณะที่ขวัญข้าวประชดว่า ทูนอินทร์เลือกที่จะเชื่ออดีตภรรยา
“เรื่องฟ้าใสเคยเป็นภรรยาผม ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะครับ กรุณาอย่าเอามายุ่ง ตอนนี้ที่ผมแน่ใจคือพวกคุณทั้งสี่ อ้อ คงรวมนายด้วยที่เป็นผู้ต้องสงสัย นายชื่ออะไร” ทูนอินทร์มองมาที่คำรณ
คำรณมองไปทางรุ้งระวีพลางแนะนำตัวว่าชื่อคำ เป็นคนขับรถของเจ๊จวง
“นายคำไม่เกี่ยว แล้วพวกเราก็ยังยืนยันว่า คนที่น่าสงสัยคือนังฟ้าต่ำเมียคุณ” เจ๊จวงรีบสรุป
อาชา จุ๊บแจง และขวัญข้าวรีบสนับสนุนเสียงลั่น
รุ้งระวีสุดทนสั่งให้ทุกคนหยุดแล้วเอ่ยขึ้น “นับแต่วันแรกที่ฉันมาถึงเมืองไทย ฉันสงสัยและตั้งคำถามมาตลอด ทำไมคนไทยที่นี่ไม่เหมือนคนไทยที่แอลเอ ฉันไปอยู่ที่นั่นในฐานะเด็กกำพร้า แต่คนไทยที่นั่นแม้แต่ฝรั่ง เลี้ยงดูต้อนรับฉันราวกับฉันเป็นลูก เป็นญาติเขาแท้ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคนไทยที่นี่ ที่มีแต่ความรังเกียจ ความอิจฉา คิดทำร้าย ทั้งๆที่เราแทบไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ถ้าคุณคิดว่าฉันแย่งชื่อเสียง บทบาทหรือแม้แต่ตำแหน่งของพวกคุณไป ฉันก็ขอโทษด้วย ฉันไม่ได้ตั้งใจ” รุ้งระวีเดินออกไปพร้อมกับพวกทูนอินทร์
ทุกคนเงียบงัน จุ๊บแจง ขวัญข้าว และอาชาหน้าเจื่อน มีเพียงเจ๊จวงที่ยังเชิดหน้าและมองรุ้งระวีด้วยหางตา
“ได้ยินแล้วนะ คงจะมีสำนึกกันบ้าง” อิทธิเข้ามาตอกย้ำ
ขวัญข้าวกับอาชามองหน้ากันแล้วพยายามคิดหาตัวคนผิด แต่เจ๊จวงตัดบท
“พอเถอะเรื่องนี้ นังฟ้าหลัวนั่นแหละตัวการ แจงกลับเถอะ นายคำออกรถ”
“ครับนาย” คำรณเดินนำเจ๊จวงกับจุ๊บแจงไปที่รถ
เจ๊จวงยังข้องใจเรื่องฟ้าใสไม่หาย เธอแอบมาคุยกับคำรณที่ท้ายรถ
“นายคำ ที่นายทูนพูดหมายความว่ายังไง นังฟ้าใสมันรู้เรื่องเหรอ”
“เธอมาบอกผมว่า เธอแอบเห็น แต่บอกด้วยว่าเธอไม่ปากโป้งอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ถ้าเธอไม่ทำอย่างที่พูด ผมนี่แหละจะขู่ให้เธอกลัวเสียเอง”
“ทำได้จริงนะ”
“สั่งมาเถอะครับ ผมทำให้นายได้ทั้งนั้น” คำรณส่งยิ้มตาเป็นประกาย
เจ๊จวงชักเคลิ้ม แต่ต้องรีบเก็บอาการ เพราะจุ๊บแจงเข้ามาฟ้องว่า ต่างหูกับสร้อยของเธอหายไปตอนจมน้ำ
ooooooo
ในตอนเย็น อินทรเข้ามาช่วยมะปรางยกกระเป๋าไปที่รถ เพราะสาวๆต้องกลับกรุงเทพฯ แล้วเขาก็ทวงถามเธอเรื่องเปลี่ยนงาน เพราะอยากให้เธอมาเป็นแม่บ้านให้ แต่มะปรางแสร้งทำไม่เข้าใจ เธอว่า ยังสนุกกับงานตรงนี้มากกว่า
ส่วนทูนอินทร์ตามไปลารุ้งระวีที่เพิงแสงจันทร์ รุ้งระวีว่า คงอีกนานกว่าเธอจะได้กลับมาที่นี่อีก เพราะต้องเดินสายออกคอนเสิร์ตแล้ว
“ไปอีสานคราวนี้ ผมจะช่วยคุณตามหาแม่” ทูนอินทร์ให้สัญญา
“แล้วถ้าไม่เจอ หรือแม่จากไปแล้ว”
“อย่าคิดในแง่ร้ายซีครับ เราต้องเจอ และคุณกับแม่ จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”
“คุณเชื่ออย่างนั้น”
“ผมมักเชื่อในสิ่งดีงามเสมอ มันช่วยให้เรามีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป เพื่อไปยัง...” ทูนอินทร์มองไปยังท้องฟ้าที่เรื่อเรืองด้วยแสงยามเย็น เห็นสายรุ้งเล็กๆที่หลังเขาไกลออกไป “โน่นไงครับ สุดปลายฟ้าโน่น”
รุ้งระวีมองตามแล้วส่งยิ้ม เธอครวญเพลงสะพานรุ้งออกมา
“ถ้าท้อเมื่อไหร่ ร้องเพลงนี้ไว้นะครับ นี่คือเพลงที่ผมแต่งให้คุณ ทุกครั้งที่คุณท้อ หรือหมดหวัง เพลงนี้จะเป็น กำลังใจให้คุณข้ามสะพานรุ้งไปสู่จุดหมายของคุณได้ในที่สุด” ทูนอินทร์ดึงรุ้งระวีมากอดไว้
“ขอบคุณค่ะ” รุ้งระวีทั้งสุขใจและอบอุ่นใจในอ้อมกอดของชายหนุ่ม
แต่ทั้งสองไม่รู้เลยว่า อิทธิกำลังจับตามองพวกเขาอย่างชิงชังอยู่ในมุมลับตา
วันต่อมาที่บริษัทดำรงมิวสิก ฟ้าใสในชุดสวยนั่งเอกเขนกอยู่ที่โซฟายาว เพื่อให้จ๊ะจ๋าที่ใส่ชุดอยู่บ้าน สภาพเหมือนคนใช้มาล้างและนวดเท้าให้ พลางเล่าเรื่องที่เธอบุกเข้าไปป่วนในกองถ่ายให้ฟัง จ๊ะจ๋าอดถามไม่ได้ ว่าทำไมฟ้าใสถึงกลับไปหาทูนอินทร์อีก ทั้งๆที่เลิกรากันไปแล้ว
“ยังไม่ได้เซ็นทะเบียนหย่า ยังไงก็ถือว่ายังเป็นผัวเมียกันอยู่”
“แล้วเขายังมีใจให้พี่อยู่เหรอ ที่พี่เล่าเหมือนเขากำลังจีบยายฝรั่งอยู่นะ”
“ฉันถึงยอมไม่ได้ไง”
“พี่ระวังนะ เดี๋ยวเสี่ยดำรงรู้เข้า พี่จะซวย”
“ธุรกิจยุ่งขนาดนั้นจะไปรู้ได้ยังไง” ขาดคำ เสียงเสี่ยดำรงก็ดังขึ้น
“น้องฟ้า เสี่ยมาแล้ว”
ฟ้าใสรีบสะบัดเท้าลุกมาหาเสี่ย ทำเอาจ๊ะจ๋าถึงกับเซ
“ป๋าขา ไปสระบุรีสามวัน คิดถึงป๋าที่สุดเลย มา...หอมแก้มหน่อย” ฟ้าใสจุ๊บเสี่ยซ้ายขวา
“ป๋าก็คิดถึงหนู อ้าว ยายจ๊ะจ๋า ทำอะไรน่ะ” เสี่ยดำรงทักจ๊ะจ๋า
จ๊ะจ๋าว่า เธอกำลังล้างเล็บให้ฟ้าใส เสี่ยดำรงส่ายหน้าดุต่อเรื่องเธอแต่งตัวเหมือนคนใช้
“ก็...วันนี้ไม่ได้ไปออกงานไหนนี่คะเสี่ย”
“ไม่ได้ นี่มันที่ทำงาน เราเป็นใคร บอกมา”
“หนู จ๊ะจ๋า มยุรีนักร้องสังกัดค่ายดำรงมิวสิกค่ะ”
“แล้วแต่งตัวเป็นคนใช้แบบนี้ได้ยังไง ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ แล้วล้างเท้าให้ชาวบ้านน่ะ เลิกทำได้แล้ว” เสี่ยดำรงย้ำ
จ๊ะจ๋าแอบบ่นว่า เป็นอาชีพเก่าของเธอ ก่อนออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เสี่ยดำรงหันมาชวนฟ้าใสออกไปทานข้าวข้างนอก
“ได้ค่ะ ฟ้ามีเรื่องจะคุยกับป๋าหลายเรื่องเลย โดยเฉพาะเรื่องคอนเสิร์ตโคราชคราวนี้ ฟ้ามีเรื่องจะขอร้อง” ฟ้าใสอมยิ้มกับแผนร้ายในใจ
ขณะที่ฟ้าใสกำลังอ้อนเสี่ยดำรงอยู่นั้น อิทธิก็เรียก
รุ้งระวีมาพบ และแจ้งว่า จะขอยกเลิกสัญญากับทูนอินทร์ เพราะหึงที่ทูนอินทร์ทำเหมือนกำลังจีบรุ้งระวีอยู่
“นี่คือเหตุผลจริงๆใช่ไหมคะ งั้นรุ้งยืนยันค่ะ เราไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่คุณคิด แต่ยอมรับว่าเขาเป็นคนดี และรุ้งสบายใจที่ได้ทำงานกับเขา”
“ผมจะไม่จ้างมันต่อ งานเบื้องหลังของรุ้ง ผมจะจ้างทีมงานอื่น”
“รุ้งต้องการทำงานกับคุณทูนค่ะ รุ้งต้องการเขา ถ้าคุณไม่จ้าง รุ้งก็คงทำงานให้คุณไม่ได้ เข้าใจนะคะ” รุ้งระวีมองหน้ายืนยันกับอิทธิ แล้วบอกต่อ “มีอีกเรื่องค่ะ ไปโคราชคราวนี้ รุ้งจะล่วงหน้าไปก่อนสองวันเพราะจะไปตามหาแม่”
“บอกแล้วว่าเรื่องแม่ผมจัดการให้”
“คุณได้แค่บอก แต่ไม่เห็นลงมืออะไร ฉันจะตามหาแม่ฉันเอง”
“กับนายทูนใช่ไหม”
“ค่ะ เขาอาสาจะช่วยฉันจริงๆไม่ใช่แค่พูดเฉยๆ”
รุ้งระวีออกไป
อิทธิปัดของบนโต๊ะกระจาย มือถือดังขึ้น
“ใครวะ” อิทธิกดรับสาย พอได้ยินเสียงเสี่ยดำรงก็รีบเปลี่ยนท่าที “อ้าว เสี่ยดำรงเหรอครับ มีเรื่องจะคุย ได้นัดมาเลยครับ”
ooooooo
เสี่ยดำรงกับฟ้าใสนัดให้อิทธิมาพบที่ร้านอาหารหรูในโรงแรม เพื่อคุยเรื่องการจัดคอนเสิร์ตร่วมกันตามไอเดียของฟ้าใส
อิทธิไม่สบายใจนัก ถามฟ้าใสว่า ทำไมถึงอยากจัดคอนเสิร์ตร่วมกับเขา
“ฟ้าเห็นว่าน้องรุ้งกำลังดัง เพลงผู้บ่าวข้าวจี่ก็กำลังฮอตขึ้นอันดับ ฟ้าก็อยากประชันตัวต่อตัวให้รู้กันไปว่าใครจะเหนือกว่าใคร”
“นี่ละครับที่ผมไม่เห็นด้วย รุ้งยังใหม่ ผมไม่ต้องการให้รุ้งไปประชันกับใครทั้งนั้น”
“เอาไงน้องฟ้า เสี่ย อิทธิเขาไม่เห็นด้วย”
“แหม...ฟ้าผิดหวังมากเลย เดี๋ยวนะคะ ขอฟ้าเข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวเรามาคุยกันต่อ” ฟ้าใสส่งซิกให้อิทธิก่อนจะลุกไป
อิทธิมองตามแล้วตัดสินใจตามไปคุยด้วย
ทั้งสองมาคุยกันที่มุมลับตา อิทธิรีบยิงคำถาม
“คิดยังไงอยากจะประชันกับรุ้ง ถ้าเธอคิดจะแกล้งรุ้งบนเวที ฉันไม่ยอมแน่”
“เปล๊า...ฟ้าแค่อยากต้อนรับน้องใหม่เข้าวงการเท่านั้น”
“ไม่ตกลง ที่เธอเคยแกล้งจุ๊บแจงกับขวัญข้าวบนเวที นั่นก็เหลือจะรับแล้วไง...อิจฉารุ้งละซี ที่เขาดังไล่หลังเธอมาแล้ว ทำใจเลยนะ รุ้งจะต้องดังกว่าเธอแน่ๆ”
“เรื่องนั้นฉันไม่สนหรอกค่ะ ดังแล้วก็ดับได้ง่ายๆเห็นอยู่บ่อยไป แต่ที่เสนอตัวขอร่วมคอนเสิร์ตเพราะฉันอยากจะช่วยสงเคราะห์คุณต่างหาก คุณรักแม่ฝรั่งไม่ใช่เหรอ แล้วรู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังถูกสวมเขา”
“ยังไง”
“อดีตสามีฉัน คุณทูน กำลังจีบแม่ฝรั่งอยู่ รู้ใช่ไหม”
“รู้”
“ยังฉลาดอยู่บ้าง ฉันจะสงเคราะห์คุณเรื่องนี้ไง ฉันจะช่วยเป็นกันชนให้ ฉันจะดึงนายทูนให้กลับมาหาฉัน แม่ฝรั่งจะได้กลับไปซบอกคุณ”
“พูดอย่างกับเป็นเรื่องง่ายๆ นายทูนมันคงเหลือเยื่อใยในตัวเธอหรอกนะ”
“เหลือไม่เหลือไม่สำคัญ แต่ถ้าทำให้แม่ฝรั่งเข้าใจผิดว่าถ่านไฟเก่าของนายทูนมันเกิดคุขึ้นมาอีกครั้งไม่ดีหรอกหรือคะ”
“น่าจะบอกเหตุผลนี้เสียแต่แรก” อิทธิยิ้มได้
หลายวันต่อมา ข่าวรุ้งระวีจะมาทัวร์คอนเสิร์ตที่โคราชก็รู้ถึงหูแสงหล้าที่กำลังเก็บขยะ นางตัดสินใจเลิกเหล้าเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อบัตรคอนเสิร์ต
และในวันนั้น ทูนอินทร์กับรุ้งระวีก็เดินทางมาถึงเมืองโคราช และเริ่มออกตามหาตัวแสงหล้าไปตามที่ต่างๆแต่ก็คลาดกับแสงหล้าไปอย่างน่าเสียดาย
ด้านฟ้าใสที่พาจ๊ะจ๋าเดินเข้ามาในร้านเสื้อหรู พวกเขาได้เจอกับเฉลาเมียเอกของเสี่ยดำรงเข้าอย่างจัง ฟ้าใสเกิดอาการริษยา เมื่อเห็นเฉลาแต่งหรูเต็มที่แถมใส่เครื่องเพชรชุดที่เสี่ยดำรงเตรียมไว้ให้เธอ แต่ถูกเฉลาฉกเอาไป เธอไม่รอช้าตรงไปหาเฉลาเพื่อทวงของ
จ๊ะจ๋ายกมือท่วมหัวภาวนาว่าอย่าให้มีเรื่องกันเลย แล้วรีบวิ่งตามฟ้าใสไป
เฉลากำลังคุยอยู่กับเพื่อนถึงเรื่องน้ำหนักของสร้อยเพชรต้องชะงัก เมื่อฟ้าใสมาปรากฏตัว เธอบอกเพื่อนๆว่าขอเวลาส่วนตัวสักครู่ แล้วหันมาเปิดฉากกับฟ้าใส
“ต้องการอะไร ถ้าไม่มีอะไรก็ไปให้พ้นๆฉันไม่มีอะไรต้องพูดกับคนอย่างแก”
“คุณพี่เกลียดอะไรน้องนักหนา ที่น้องเข้ามา
พูดน่ะ มันอยู่ที่เพชรบนคอหนาๆของคุณพี่นี่แหละค่ะ เพราะเพชรชุดนี้ เสี่ยซื้อเป็นของขวัญให้ฟ้า ที่ฟ้าทำให้บริษัทของเสี่ยมียอดขายสูงสุดของปีที่แล้ว แต่คุณพี่กลับฉกมันไปหน้าตาเฉย คุณพี่อย่าปฏิเสธนะคะว่าไม่จริง”
“อ๋อ ไม่ปฏิเสธหรอก ยอมรับว่าฉันฉกมาจากแก ก็ให้สมกับที่แกฉกผัวฉันไปหน้าด้านๆไงล่ะ แล้วจะบอกให้รู้นะ ว่าถ้าเสี่ยเขาซื้อของมาประเคนให้แกอีก ฉันก็จะฉกทุกอย่างมาเป็นของฉันแบบนี้ละ”
“งั้นฉันก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของฉันที่จะเอาคืนจากแกหน้าด้านๆ แบบนี้เหมือนกันนังแก่”ฟ้าใสเข้าประชิดร่างเฉลา จะดึงสร้อยออกจากคอ
เฉลาร้องลั่นแล้วฟาดฟ้าใสด้วยกระเป๋า จ๊ะจ๋าวิ่งเข้ามาพยายามห้าม เฉลาได้จังหวะตบหน้าฟ้าใสฉาดใหญ่ ฟ้าใสถึงกับผงะ
“คุณน้องคะ เรียกตำรวจมาเลยค่ะ นังหน้าด้านนี่มันจะปล้นทรัพย์พี่” เฉลาร้องสั่งเพื่อน
เพื่อนเฉลาหยิบมือถือขึ้นมาทำท่าจะโทร.
“อย่าโทร.เลยค่ะ คุณพี่ขา อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะ เถ้าแก่เนี้ยขา หนูขอโทษแทนพี่ฟ้าด้วยค่ะ อย่าเรียกตำรวจเลยนะคะ” จ๊ะจ๋าวิ่งเข้ามาไหว้
“ไปขอโทษมันทำไม สร้อยนั่นของฉัน ฉันจะเอาคืน” ฟ้าใสถลาจะเข้าถึงตัวเฉลาอีก
จ๊ะจ๋ารีบกันไว้ เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ที่รีบดึงเฉลาออกมา
“เข้ามาซี เข้ามา นังนักร้องสันดานต่ำ หนังหน้าแกทำด้วยอะไรถึงไม่มียางอายขนาดนี้ แย่งผัวฉันไปแล้วยังประกาศไปทั่วว่า เป็นเมียน้อยคนใหม่ ผู้หญิงที่ทำแบบนี้ได้ มีอยู่จำพวกเดียวเท่านั้น ผู้หญิงตามซ่องนั่นแหละ”
“อีแก่ มึง” ฟ้าใสกรี๊ดจะเข้ามาตบเฉลา แต่จ๊ะจ๋าดึงไว้สุดแรงแล้วลากตัวออกไป
เฉลาหอบตัวโยน รีบโทร.ฟ้องเสี่ยดำรง ว่าวันนี้เธอมีเรื่องกับฟ้าใส
ooooooo
ฟ้าใสเดินหัวเสียกลับมาที่รถ เธอโยนข้าวของที่ซื้อมาลงพื้นเพื่อระบายอารมณ์ จ๊ะจ๋ารีบวิ่งมาเก็บด้วยความเสียดาย
“เจ็บใจนัก เจ็บใจ อีแก่ มันตบหน้าฉัน คอยดูเถอะฉันจะถลกหนังหน้ามันออกมา” ฟ้าใสน้ำตาคลอ
“อย่าไปคิดแค้นคุณนายแกเลย แกก็คงโกรธที่พี่ไปแย่งเสี่ยดำรงมาไงคะ” จ๊ะจ๋าเสียงอ่อย
“มันก็ต้องรู้ตัวมันซี ว่ามันเหี่ยวขนาดนั้น ผัวมันจะทนได้ยังไง อีกอย่างเสี่ยดำรงก็ไม่ได้มีพี่เป็นเมียน้อยคนเดียว”
“แต่เมียน้อยคนอื่น เขาไม่ได้ออกตัวสตาร์ตแรงอย่างพี่นี่คะ ประกาศไปทั่วว่าเป็นเมียใหม่ ถามจริงๆเท่านี้พี่ยังไม่พอใจอีกเหรอ ชื่อเสียงเงินทองพี่ก็ได้มาหมดแล้ว”
“ยังหรอก ยังมีอีกเรื่องที่พี่ไม่เคยได้ ความรักไง”
“อะไรกัน เสี่ยเขารักพี่ออกขนาดนั้น”
“เธอนึกว่านั่นคือความรักงั้นเหรอ พี่ถึงต้องเรียกความรักของพี่คืนมา”
“หมายถึง คุณทูนอินทร์น่ะเหรอคะ”
“ใช่...เขารักพี่มาก แล้วพี่ก็รักเขามากด้วย พี่จะทำให้เขากลับมารักพี่อีกให้ได้ คอยดู” ฟ้าใสยิ้มมั่นใจ
ส่วนทูนอินทร์และรุ้งระวี พวกเขาทิ้งตัวลงนั่งที่ล็อบบี้โรงแรมด้วยอาการหมดแรง เพราะยังตามหาแสงหล้าไม่พบ
รุ้งระวีออกอาการหมดหวังบ่นว่า บางทีแม่อาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้ ทูนอินทร์รีบให้กำลังใจ
“อย่าเพิ่งท้อนะครับรุ้ง คุณแม่อาจจะไปอยู่จังหวัดอื่นแล้วก็ได้ เอาอย่างนี้ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่รุ้งต้องประกาศออกสื่อ แถลงข่าวพรุ่งนี้เราให้นักข่าวเอารูปแม่แสงหล้าไปประกาศตามหาคนหายเลยดีกว่า”
“ดีเหมือนกันค่ะ แต่ว่าคุณอิทธิยังไม่อนุญาตนะคะ”
“ผมว่าเขาถ่วงเวลารุ้งไว้เท่านั้นแหละ เพราะเขาต้องการให้รุ้งทำงานให้ต่อไปนานๆไง จึงใช้ข้ออ้างเรื่องแม่ให้รุ้งมีความหวังไปวันๆ”
“รุ้งก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน เฮ้อ ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย”
“ขึ้นไปพักผ่อนดีกว่าครับ ตื่นขึ้นมาตอนเย็นเรา
ออกไปหาของอร่อยในเมืองทานกัน” ทูนอินทร์จับมือรุ้งระวีจะพาไปส่งห้องพัก
ครั้นทั้งสองมาถึงหน้าลิฟต์ ก็พบอินทร มะปราง และเจ๊จี่หอยแต่งตัวเป็นหางเครื่อง ใส่วิกผมปลอมออกมาจากลิฟต์พอดี
“อุ๊ย...พี่หอย ทำอะไรกัน” รุ้งระวีแปลกใจ
เจ๊จี่หอย มะปราง และอินทรโชว์สเต็ปพร้อมกัน แล้วคุยว่า พวกตนจะออกไปกับรถโฆษณาคอนเสิร์ตรุ้งระวีเพื่อช่วยโปรโมต
รุ้งระวีนึกสนุกขอตามไปด้วย มะปรางร้องห้ามเพราะกลัวคนจำได้ อินทรหันมาถามพี่ชายว่า จะเอาไง ทูนอินทร์ ยอมอนุญาต แต่ขอตามไปดูแลรุ้งระวีด้วยตัวเอง
รุ้งระวีเฮลั่น เรียกให้เจ๊จี่หอยกับมะปรางมาช่วยเธอกับทูนอินทร์แต่งตัว จากนั้นทั้งหมดก็เดินไปขึ้นรถของทีมงาน ตระเวนไปรอบเมืองเพื่อโปรโมตคอนเสิร์ต
รุ้งระวีใส่วิก ใส่แว่นดำ เช่นเดียวกับมะปราง อินทรและเจ๊จี่หอย ทั้งหมดกำลังเต้นท่าจิ้มแจ่วเมามันอยู่บนรถ ส่วนทูนอินทร์ใส่ชุดหางเครื่องชาย พูดเชิญชวนให้ผู้คนในตลาดไปดูคอนเสิร์ตของรุ้งระวีในวันพรุ่งนี้
ตรอกใกล้ๆกันนั้น แสงหล้าก็นำขวดที่เก็บได้จากกองขยะมาขายให้แปะเพื่อจะนำเงินไปซื้อบัตรคอนเสิร์ต แต่ยังได้ไม่ครบ นางจึงไปขอล้างจานที่ร้านเจ๊เล้ง เพราะได้ยิน เจ๊บ่นว่าโส่ยแอบหลบไปจีบสาวที่ตลาดบนอีกแล้ว
ส่วนโส่ยที่ถูกกล่าวถึงหลังจากพลาดหวังจากสาวตลาด บนก็หันมาจีบรุ้งระวีที่กำลังเดินแจกใบปลิวและโปสเตอร์ให้ พ่อค้าแม่ขายในตลาด จนทูนอินทร์ทนไม่ไหวต้องเข้ามากันท่า
“โทษนะครับพี่ นี่แฟนผมเอง เขาชอบวงโยธวาทิต ไม่ชอบดนตรีไทยครับ” ทูนอินทร์พารุ้งระวีที่หัวเราะคิกแยกไป
“กวน เดี๋ยวเถอะมึง ทำไมวะ สวยๆต้องมีเจ้าของทุกคนเลย ทอมหนักใจโว้ย” โส่ยเดินหัวเสียกลับไปที่
ร้านเจ๊เล้ง แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นแสงหล้ากำลังล้างจานชามอย่างตั้งใจ
“เจ๊ มันเรื่องอะไรเนี่ย เอาอีบ้ามาล้างจานทำไม” โส่ยโวยวาย
“ล้างแทนเอ็งไง ข้าจ้างมันแทนเอ็งไปแล้ว วันนี้กลับไปเลย ไม่ต้องมาทำ จ้างมันถูกกว่าเอ็งตั้งครึ่ง ไปเลย ไปจีบสาวที่ไหนเอ็งไปเลย”
โส่ยหัวฟัดหัวเหวี่ยงมองไปทางแสงหล้าที่ล้างจานอยู่เงียบๆอย่างแค้นใจ
ครั้นล้างจานเสร็จ เจ๊เล้งก็นำเงินค่าจ้างมาจ่ายให้ แสงหล้ายิ้มดีใจหยิบเงินที่สะสมไว้ออกมานับ
“ถ้าได้ห้าร้อย เราจะได้ดูลูกแถวหน้าๆเลยนะเนี่ย” แสงหล้ามีความหวัง รีบเดินกลับไปที่พัก แต่ระหว่างทางถูกโส่ยดักทำร้ายและแย่งเงินไป
แสงหล้าวิ่งตามออกมาจนถึงถนนหน้าตลาด โส่ยวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่รถโฆษณาคอนเสิร์ตของรุ้งระวีกำลังแล่นตรงมาพอดี แสงหล้าที่วิ่งตามโส่ยมาไม่ทันมองรีบข้ามถนนตามไป
ทูนอินทร์มองเห็นพอดี เขาร้องบอกคนขับ
“เฮ้ย ระวังคน”
รถเบรกเอี๊ยดลั่น กลุ่มรุ้งระวีเซล้มลง แสงหล้าร้องกรี๊ดแล้วล้มฟุบลงไป
“ชนใครรึเปล่าคะ” รุ้งระวีร้องถาม
“ไม่ทราบครับ” ทูนอินทร์กับอินทรรีบลงไปดู
“ป้าครับ เป็นอะไรรึเปล่า” ทูนอินทร์เข้าไปเรียกแสง–หล้าที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนถนน
แสงหล้าเงยหน้ามามองทูนอินทร์ สายตาพร่ามัว ผมเผ้าปรกหน้านางจนเห็นหน้าไม่ชัด
รุ้งระวีเดินมาเบื้องหลังทูนอินทร์ แต่ยังเห็นหน้าแสง–หล้าไม่ชัด แสงหล้ามองทูนอินทร์และรุ้งระวีที่ยืนอยู่เบื้องหลัง แต่แสงแดดย้อนสายตา ทำให้นางต้องยกแขนขึ้นป้องตาและไม่เห็นหน้ารุ้งระวี
“ป้า เจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า”
“ฉันไม่เป็นไร” แสงหล้ายันร่างลุกขึ้น ทูนอินทร์และอินทรช่วยประคอง
“ป้า ไปโรงพยาบาลไหมคะ” รุ้งระวีชวน
แสงหล้ารู้สึกคุ้นกับน้ำเสียง แต่ไม่ได้สนใจนัก “บอกแล้วว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร ปล่อย” แสงหล้าสะบัดแขนจากทูนอินทร์และอินทร
“เงิน เอาเงินข้าคืนมา นังโส่ย” แสงหล้าวิ่งต่อไปทันที
“วิ่งได้ขนาดนี้ แสดงว่าไม่ได้บาดเจ็บแล้วละครับ” ทูนอินทร์มองตาม
“ครับ เพราะผมไม่ได้ชน ผมเบรกทัน” คนขับรถรีบยืนยัน
“ตกใจหมด งั้นกลับเถอะพวกเรา” เจ๊จี่หอยชวน
ทั้งหมดกลับขึ้นรถ รุ้งระวีหันกลับมามองตามแสงหล้าอีกครั้ง ก่อนจะตามขึ้นรถไป
ooooooo
แสงหล้าวิ่งหาโส่ยจนเหนื่อยแต่ไม่พบ นางอยาก จะร้องไห้เต็มที พลันเสียงเพลง ฝากจิ้มแจ่วไปแอลเอของรุ้งระวีดังแว่วมาจากรถโฆษณาที่วิ่งไกลออกไป
“หา...เพลงจิ้มแจ่ว ลูกแม่” แสงหล้านึกได้วิ่งกลับไปทางเดิม เห็นรถของรุ้งระวีกำลังเลี้ยวที่สี่แยก นางรีบวิ่งตามพลางร้องเรียก
“รุ้ง นั่นรุ้งใช่ไหม” แสงหล้ามองไปที่รถ เห็นรุ้งระวียืนหันหลังให้ แต่น่าเสียดายที่คนบนรถไม่มีใครสังเกตเห็น
“รุ้ง” แสงหล้าวิ่งตามจนสุดกำลัง แล้วนางก็ล้มลงกลางถนน “แม่ไม่มีเงินแล้ว ไปดูลูกไม่ได้แล้ว ฮือ” แสงหล้าร้องไห้ฟูมฟายมองรถที่แล่นจากไปจนลับตา
คืนนั้น สองพี่น้องอินสรวงเข้ามาถามรุ้งระวีเรื่องกำหนดการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ เพราะสงสัยว่าทำไมต้องแถลงข่าวร่วมกับศิลปินในสังกัดของเสี่ยดำรงด้วย
“หมายความว่าฉันต้องแถลงข่าวร่วมกับฟ้าใส” รุ้งระวี แปลกใจไม่แพ้กัน
“อกแตก มีแผนอะไรรึเปล่าเนี่ย” เจ๊จี่หอยเริ่มระแวง
“ดูท่าทางเหมือนจะเป็นคอนเสิร์ตร่วมนะครับ” อินทร ออกความเห็น
“เป็นไปไม่ได้ ทางเสี่ยดำรงจัดคอนเสิร์ตทีหลังพวกเรา”
“มันอาจจะเป็นไปได้นะครับ ถ้าทางนายทุนเขาเห็นพ้องต้องกัน” ทูนอินทร์หนักใจ
ทุกคนมองหน้ากันเริ่มหวั่นใจเล็กๆ
วันรุ่งขึ้น อิทธิเดินยิ้มเข้ามาหารุ้งระวีที่กำลังเตรียมตัวพลางเอ่ยถาม
“เป็นไงรุ้ง เที่ยวโคราชสนุกไหม”
“ดีค่ะ”
“เสร็จแถลงข่าว จะพารุ้งไปออกอากาศสดที่สถานีวิทยุของเสี่ยวิชัยแล้วจากนั้นก็เตรียมตัวขึ้นคอนเสิร์ตช่วงค่ำ”
“ค่ะ คุณไม่เห็นถามรุ้งเรื่องแม่เลย รุ้งไม่ได้มาเที่ยวนะคะ มาตามหาแม่”
“จริงซี มาตามหาแม่ ได้เรื่องไหม”
“ไม่ค่ะ”
“ผมบอกแล้ว แม่รุ้งไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก ตามหาไปก็เสียเวลาเปล่าแล้ว...นายทูนเขาช่วยรุ้งอย่างที่บอกรึเปล่า”
“ค่ะ เขาช่วยเหลืออย่างดี”
อิทธิหน้าเจื่อนหันไปมอง ทูนอินทร์กับอินทรที่ช่วยกันยกรูปแสงหล้าที่ขยายใหญ่มาวางที่สแตนด์ตามด้วยเจ๊จี่หอยและมะปรางที่เอาแฟ้มรูปแสงหน้าขนาดกระดาษ
เอสี่ตามมาอีกปึกใหญ่
“นั่นรูปใคร แล้วเอามาตั้งไว้ทำไม” อิทธิร้องถาม
“รูป แม่แสงหล้าไงค่ะ วันนี้รุ้งจะประกาศกับสื่อ ให้ช่วยตามหาแม่ค่ะ จะแจกรูปแม่กับทุกสื่อ”
“ใครอนุญาตวะเนี่ย” อิทธิลุกพรวดด้วยความโกรธ เขาเดินมาที่สแตนด์รูป แล้วหยิบรูปจากแฟ้มขึ้นมาขยำ
“ต้องมีใครอนุญาตด้วยเหรอ” ทูนอินทร์ถามกลับ
“ปัดโธ่” อิทธิถีบสแตนด์ตั้งรูปล้มโครมลงกับพื้น
ทูนอินทร์จ้องอิทธิอย่างเอาเรื่อง ทุกคนตกตะลึง
“เก็บรูปพวกนี้ไปให้หมด อย่าให้นักข่าวเห็น” อิทธิเสียงกร้าว
พนักงานจะเข้ามาเก็บรูป แต่รุ้งระวีร้องห้าม
“อย่าเพิ่งเก็บ คุณสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้ารุ้งดังเมื่อไหร่ จะเอารูปแม่รุ้งออกสื่อ”
“ใช่...แต่ไม่ใช่รูปในอดีตแบบนี้ ต้องเป็นรูปแม่รุ้งปัจจุบันที่เราหาตัวเจอ และคิดว่าน่าจะใช่แม่รุ้งอย่างที่ผมเอามาให้รุ้งดูนั่นไง”
“ไม่เข้าใจ”
“อย่าลืมว่าเราออกข่าวไปแล้วว่ารุ้งจากเมืองไทยไปตั้งแต่ห้าขวบ รูปแม่รุ้งก็ต้องไม่มีเก็บไว้ หน้าตาต้องจำไม่ได้ แล้วรุ้งเอารูปแม่มาประกาศอย่างนี้ นักข่าวก็รู้ทันทีว่าเราปลอมประวัติรุ้งขึ้นมา จะแก้ตัวกันยังไง”
“ทำไมคุณต้องสร้างเรื่องรุ้งกำพร้าแม่ตั้งแต่ห้าขวบด้วย”
“จุดขายไง ยิ่งกำพร้าก็ยิ่งน่าสงสาร คนก็ยิ่งรัก”
“ฮู้ ตั๋วจอกหลอก แจกแหลก” ทูนอินทร์เว้าอีสานมีความหมายว่า ขี้โกหกชะมัด
อิทธิหันมามองทูนอินทร์อย่างรำคาญ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร รุ้งระวีก็เข้ามาอ้อนวอนขอให้บอกความจริงกับทุกคน แต่อิทธิไม่ยอม
“ไม่ได้ อยากกลายเป็นนักร้องฉาวทั้งๆ ที่เพิ่งเริ่มดังอย่างนั้นเหรอ”
รุ้งระวีอึ้งเดินหนีออกไป ทูนอินทร์ขยับจะตาม แต่อิทธิเข้ามาจับไหล่
“เดี๋ยว จบงานวันนี้นายออกไปได้เลย”
“โธ่ คุณอิทครับ คุณคงไม่อยากไล่ผมออกหรอก เพราะถ้าคุณไล่ผมออก ผมจะเอาคลิปลับ ตอนที่คุณพยายามปล้ำข่มขืนรุ้งมาแฉออกสื่อ”
“นายไปได้มาจากไหน”
“รุ้งให้ผมดูแล้ว เป็นหลักฐานชั้นดีเลย ที่จะเล่นงานคุณให้ติดคุกสักห้าหกปีไง...ยังอยากไล่ผมอยู่รึเปล่า เอาน่า จ้างผมน่ะสุดคุ้มนะ เราดีกัน ฮักนะ คั่กคั่ก” ทูนอินทร์ส่งยิ้มกวนๆ แล้วเดินแยกไป
อิทธิโกรธตัวสั่นแต่ทำอะไรไม่ได้
ooooooo
“แล้วอย่างนี้รุ้งจะไปตามแม่มันเจอได้ยังไง” เจ๊จี่หอยเดินบ่นไปพลางขนรูปแสงหล้าออกไปพลาง
อินทรที่ตามมาช่วยรีบสะกิดเตือนเจ๊ เพราะเหลือบไปเห็นเจ๊จวง จุ๊บแจง และคำรณเข้ามาพอดี
“ขนของไปไหนกันเหรอ” เจ๊จวงทัก
“เอาไปเผาผีแกไงล่ะ” เจ๊จี่หอยสวนทันควัน
เจ๊จวงส่งค้อนรีบดึงจุ๊บแจงเดินหนี
มะปรางกับอินทรหัวเราะขำแล้วรีบขนรูปทั้งหมดออกไป แต่ไม่ทันเห็นว่ารูปใบหนึ่งร่วงลงพื้น และบังเอิญว่าคำรณที่เดินรั้งท้ายเก็บได้พอดี เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างอาฆาตแค้น
ทีมงานชายคนหนึ่งเดินผ่านมา คำรณร้องเรียกพลางเอ่ย
“น้อง บอกหน่อย นี่รูปใคร แล้วเอามาทำอะไรในงานแถลงข่าว”
“ผมพูดไม่ได้หรอกครับ มันเกี่ยวกับคุณรุ้งน่ะครับ เขาบอกให้ปิดเป็นความลับ ยังไงผมก็ไม่พูดหรอกครับ”
“พูดได้รึยัง” คำรณหยิบแบงค์ร้อยออกมาสองใบ
“รูปแม่คุณรุ้งพี่ เธอจะเอามาออกสื่อ เพื่อจะตามหาแม่ พี่ไปคุยในส้วมกันต่อเถอะ เรื่องมันยาว” คนงานรีบดึงคำรณออกไปทางส้วมทันที
ระหว่างที่คำรณฟังข้อมูลเรื่องแม่ของรุ้งระวีอยู่นั้น ทูนอินทร์ก็ตามมาคุยกับรุ้งระวีที่เดินหนีออกมาสงบสติอารมณ์
“บอกแล้วไงครับว่า นายนี่ไม่ได้จริงใจที่จะตามหาแม่ให้คุณหรอก แล้วถ้าจะตามหาแม่ออกสื่อจริง นายนี่ก็จะทำเพื่อโปรโมตเพลงของรุ้ง”
“ยังไงคะ”
“ก็แนวให้รุ้งออกมาบีบนํ้าตาร้องไห้กับสื่อว่ากำลังตามหาแม่ที่ทิ้งรุ้งไปตั้งแต่เด็กเรียกคะแนนสงสารเพื่อให้เพลงขายดีไง”
“ฉันจะพยายามดิ้นให้หลุดจากสัญญาของเขาให้เร็วที่สุด”
“ต้องอย่างนั้นซี อย่าลืมค่ายเพลงอิสระของผม ยินดีรับรุ้งเข้าสังกัดทันที”
“แล้วตั้งชื่อค่ายรึยังคะ”
“ยังเลยครับ อาจจะชื่อค่ายสะพานรุ้งก็ได้นะ” ทูนอินทร์ส่งยิ้มให้
รุ้งระวียิ้มตอบแล้วพลันเจื่อนลง เมื่อมองไปเห็นฟ้าใสเดินเข้ามาพร้อมกับจ๊ะจ๋า แล้วตรงเข้าไปคุยกับอิทธิท่าทางมีแผนร้าย
“เอ๊ะ ฟ้าใสนี่คะ ทำไมมาตอนนี้ เธอมาแถลงข่าวหลังจากพวกเราไม่ใช่เหรอ” รุ้งระวีแปลกใจ
“นี่ไง...ที่ผมว่ามันแปลกๆ” ทูนอินทร์เริ่มระแวง
ฟ้าใสเหลือบมาเห็นรุ้งระวีและทูนอินทร์อยู่ด้วยกันก็รีบแยกจากอิทธิเข้ามาทักทาย
“แหม...เจอกันทีไร จะต้องอยู่ด้วยกันทุกครั้งเลยนะคะพี่ทูน น้องรุ้ง”
“เธอมาทำไมตอนนี้”
“อ้าว...ก็มาแถลงข่าวไงคะ”
“ไม่ใช่เวลานี้ เพราะตอนนี้เป็นเวลาของรุ้งกับนักร้องค่ายอิทธิซาวด์”
“ไม่ทราบค่ะ แต่ที่รู้ เขาให้ฟ้ามาเวลานี้ ที่จริง เวลาไม่น่าเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ใครจะเป็นที่สนใจมากกว่าใครต่างหาก” ฟ้าใสยิ้มหยันใส่รุ้งระวี ก่อนจะกลับไปหาอิทธิ
ทูนอินทร์และรุ้งระวีมองหน้ากันอย่างสงสัย
ooooooo
งานแถลงข่าวเริ่มขึ้น พิธีกรสัมภาษณ์รุ้งระวีถึงกระแสตอบรับของแฟนๆ กับบทเพลงผู้บ่าวข้าวจี่
ที่เพิ่งออกมา ระหว่างที่รุ้งระวีตอบคำถามอยู่นั้น แสง- หล้าก็แอบเข้ามาในห้องส่งเพื่อจะดูลูกสาว แต่เธอกลับได้ยินเสียงคำรณเข้ามาถามหาฟ้าใสกับจ๊ะจ๋า
“แกมาทำอะไรที่นี่ ไอ้คำรณ” แสงหล้าใจเต้นรัวมองตามคำรณที่เดินออกไปกับจ๊ะจ๋า
จ๊ะจ๋าพาคำรณมาพบฟ้าใสในห้องแต่งตัว ฟ้าใสชะงักไปนิดแล้วรีบไล่จ๊ะจ๋าออกไป
ครั้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง คำรณก็นำภาพของแสงหล้ามาให้ฟ้าใสดูแล้วบอกเรื่องราวบางอย่าง ฟ้าใสส่งยิ้มร้ายวางแผนฉีกหน้ารุ้งระวีกลางเวที
ส่วนที่บนเวที พิธีกรกำลังถามรุ้งระวีเรื่องคนรู้ใจ หญิงสาวส่งยิ้มอายๆ หันไปสบตากับทูนอินทร์ก่อนตอบว่า มีแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผย
“ไม่ถามแจงบ้างละคะ แจงกำลังมีคนรู้ใจเหมือนกันนะ เขาอยู่แถวๆนี้แหละ” จุ๊บแจงรีบแทรกพลางส่งสายตาระริกมาที่อิทธิ
อิทธิตีหน้ายักษ์กลับไป แล้วฟ้าใสก็เดินขึ้นมาบนเวที โดยมีคำรณตามห่าง แสงหล้าที่ซุ่มดูอยู่รีบหลบเข้าไปอยู่ในกลุ่มคน
“ขอต้อนรับ ฟ้าใส ใจสะออนครับ เชิญขึ้นบนเวทีเลยครับ” พิธีกรประกาศ
ทุกคนพากันแปลกใจ อิทธิรีบเฉลยว่าครั้งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตร่วมระหว่างอิทธิซาวด์กับดำรงซาวด์
“สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนเพลงของฟ้าใส ดีใจเหลือเกินที่ได้กลับมาเยี่ยมแฟนๆ โคราชอีกครั้ง” ฟ้าใสส่งเสียงทักทายพร้อมกับยกมือไหว้อย่างงดงาม
“รู้จักกันรึยังครับ น้องรุ้งระวีกับน้องฟ้าใส” พิธีกรจะแนะนำ
“ต้องรู้จักแล้วซีคะ น้องรุ้งพูดเองว่าเป็นแฟนเพลงของฟ้ามาตั้งแต่อยู่แอลเอ ตอนนั้นคงเสิร์ฟอาหารไปด้วย ฟังเพลงพี่ไปด้วยใช่ไหมคะ” ฟ้าใสเริ่มป่วน
รุ้งระวีอึ้ง คนดูเงียบกริบกันไป พิธีกรรีบถามย้ำ
“จริงเหรอครับน้องรุ้ง”
“ค่ะ ตอนนั้นยังไม่รู้จักตัวจริง ได้ยินแต่เสียงร้องก็นับถือเลยค่ะว่าเป็นตัวแม่ของวงการ แต่พอมาเจอตัวจริงยิ่งนับถือไปใหญ่ ไม่ใช่แค่ตัวแม่แล้วแต่เป็นป้าค่ะ” รุ้งระวีตอบ
คนดูเฮรับ ตามด้วยเสียงหัวเราะของพวกเจ๊จี่หอย
“แหม น้องรุ้งคงเมาผงชูรสที่ตัวเองเสิร์ฟน่ะค่ะ ถึงได้ชมพี่ขนาดนี้” ฟ้าใสยิ้มสู้
“งั้นมาเข้าเรื่องเลยดีกว่า เห็นว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ ตัวแม่ปะทะกันอย่างจังน้องรุ้งกับพี่ฟ้าร้องสลับเพลงกันเลยใช่ไหมครับ”
“เออ เรื่องนี้รุ้งไม่ทราบค่ะ” รุ้งระวีมองมาทางอิทธิ
“รู้ช้าจังนะคะ ใช่ค่ะ ร้องสลับกันเลย พิสูจน์กันไปเลยว่าใครคือ ตัวแม่ ตัวจริง อ้อ พูดเรื่องแม่ๆ ป้าๆ มีเรื่องสงสัยอยากถามน้องรุ้งหน่อยค่ะเกี่ยวกับประวัติชีวิต เห็นบอกว่าแม่ทิ้งไปตั้งแต่ห้าขวบใช่ไหมคะ จำหน้าแม่ก็ไม่ได้ แต่ทำไมมีข่าวลือว่า ประวัติจริงตระเวนร้องเพลงประกวดกับแม่ทั่วทุกภาคเมืองไทย และแม่เป็นคนสอนให้ร้องเพลงด้วย ตั้งเจ็ดแปดขวบแน่ะค่ะกว่าแม่จะทิ้งแล้วถึงต้องหนีซมซานไปเมืองนอก” ฟ้าใสเข้าประเด็น
รุ้งระวีอึ้ง ห้องส่งเงียบสนิท แสงหล้ายืนลุ้นให้กำลังใจลูก
“เออ...เท็จจริงประการใดครับน้องรุ้ง”
“พี่ฟ้าไปเอาข่าวมาจากไหนคะ”
“ฮิฮิ น้องรุ้ง น้องรุ้งพูดกับพี่เอง จำไม่ได้หรือคะ เอ เมาผงชูรสใช่ไหมเนี่ย สงสัยจะใส่ในลาบส้มตำที่ชอบกินมากไปหน่อย เขาใส่เป็นช้อนชานะคะ ไม่ใช่ใส่เป็นทัพพี”
“มีหลักฐานไหมล่ะคะ ว่ารุ้งพูดจริง”
“อย่าท้าซีคะน้องรุ้ง เพราะหลักฐานน่ะ มีอยู่ค่ะ” ฟ้าใสหยิบรูปของแสงหล้าขึ้นมาชูกลางเวที
แสงหล้าตะลึง กลุ่มเจ๊จี่หอยร้องถามกันเบาๆว่า ฟ้าใสไปเอารูปมาจากไหน
อิทธิหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ แต่จวงกับจุ๊บแจงกลับยิ้มดีใจ พิธีกรซักต่อว่า เป็นรูปของใคร
“สงสัยกันแล้วใช่ไหม รูปแม่น้องรุ้งที่เธอแอบเก็บไว้ไงคะ รูปตอนคุณแม่ยังสาว เห็นว่าทำงานบาร์อยู่ที่โคราชนี่เองละค่ะ ยุคที่ทหารอเมริกันมาตั้งค่ายซ้อมรบกับทหารไทย เพราะฉะนั้นประวัติน้องรุ้งจริงเท็จแค่ไหนเอ่ย”
“เกินไปแล้ว คุณตั๋ง จบการสัมภาษณ์ไปเลย” อิทธิสั่ง
“ครับ ครับ เออคือว่าสมควรแก่เวลาแล้วนะครับ ผมขอจบการสัมภาษณ์แต่เพียงเท่านี้” พิธีกรรีบเอาไมค์ออก
แต่นักข่าวไม่ยอมจะขอสัมภาษณ์ต่อ พิธีกรว่าให้ไปถามกันนอกรอบ นาทีนั้นรุ้งระวีลุกพรวดขึ้นมา
“ไม่ต้องค่ะ พูดกันตรงนี้เลย รูปนี้เป็นรูปแม่แสงหล้าของรุ้งจริงๆ เป็นรูปภาพรูปเดียวที่รุ้งติดตัวไว้ตลอดตั้งแต่จากเมืองไทย วันนี้ก็ตั้งใจว่าจะเอารูปของแม่มาให้พี่ๆนักข่าวดู เพื่อ ตามหาแม่ นี่ละค่ะ รูปแม่แสงหล้าแม่ของรุ้ง” รุ้งระวีดึงรูปจากมือฟ้าใสมาส่งให้นักข่าวพลางร่ำไห้
แสงหล้ายิ้มซึ้งใจที่ลูกไม่เคยลืมเธอ ส่วนคำรณหน้าเครียดเพราะไม่เป็นไปตามแผน
“พี่หอยคะ เดี๋ยวช่วยแจกรูปแม่ของรุ้งให้พี่นักข่าวทุกคนด้วย” รุ้งระวีบอกกับเจ๊ๆ
“ถ้าอย่างนั้น เชิญที่ห้องเล็กเลยครับ เรามีรูปที่เตรียมแจกไว้แล้ว” ทูนอินทร์เข้ามาช่วย
“ตามมาทางนี้เลยค่ะ พี่นักข่าว” เจ๊จี่หอยกับมะปรางพากลุ่มนักข่าวแยกไป
“เดี๋ยวซี ยังไม่เคลียร์เลยว่าโกหกรึเปล่า” ฟ้าใสโวยวาย
“หยุดพูด ถ้าพูดมากกว่านี้เธอโดนแน่ๆ” อิทธิขึ้นไปจัดการฟ้าใส
“ขอบใจนะที่ช่วยให้แผนตามหาแม่ของฉันเป็นจริง” รุ้งระวีลงจากเวทีทันที ท่ามกลางเสียงสรรเสริญของคนดูในห้อง
ooooooo
ทูนอินทร์เข้าประคองรุ้งระวีเดินผ่านกลุ่มแฟนๆ เพื่อจะไปห้องแถลงข่าว รุ้งระวียกมือไหว้ทักทายแฟนไปตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงหน้าคำรณที่ยืนมองด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม
แสงหล้าที่หลบอยู่หลังกลุ่มคน เห็นรุ้งกำลังเดินมาใกล้ก็จะเอื้อมมือจะไปแตะแขนลูก เป็นจังหวะเดียวกับที่รุ้งระวีกำลังจะหันมาพอดี แต่แล้วกลุ่มคนก็เบียดเข้ามาจนนางต้องถอยร่นออกไป
แสงหล้าได้แต่มองตามลูกสาวพลางพึมพำกับตัวเอง “ลูกแม่สวยเหลือเกิน”
ขณะที่ทุกคนตามไปฟังรุ้งระวีแถลงข่าวในห้อง อิทธิก็เข้าไปจัดการกับฟ้าใสและประกาศจะเลิกการประชันคอนเสิร์ตระหว่างรุ้งระวีกับฟ้าใส
“ฮ่ะฮ่ะ กล้าเหรอ คุณต้องเคลียร์กับเจ้าของงานแล้วละ เพราะงานนี้โฆษณาไปแล้วว่าฉันกับยายรุ้งจะปะทะกันต่างหาก บัตรถึงขายเกลี้ยงงาน”
อิทธิอึ้งจำนนต่อเหตุผลแต่มีข้อต่อรองว่าระหว่างเล่นคอนเสิร์ต ห้ามเธอรังควาญรุ้งระวีกับศิลปินในค่ายของเขาอีก ฟ้าใสยอมรับปาก
“แล้วเรื่องเจ้าทูนล่ะ” อิทธิซักต่อ
“รับรอง งานนี้ฉันทำให้ยายรุ้งกับพี่ทูนแตกหักกันได้แน่ๆ เชื่อฟ้าใสซีคะ” ฟ้าใสส่งยิ้มมั่นใจ
ooooooo










