ตอนที่ 5
ค่ำคืนนั้นเอง ทูนอินทร์ชวนรุ้งระวีกับสองพี่เลี้ยงมาเที่ยวร้านต้มแซบ เจ๊จี่หอยรีบดึงมะปรางไปให้หน้าเวที เพื่อให้กำลังใจอินทร บักหนาน และบักคูน ที่บรรเลงดนตรีอยู่
ทูนอินทร์พารุ้งระวีไปนั่งที่โต๊ะมุมแล้วแอบสบตากันอย่างเขินๆ
ส่วน ที่หน้าร้าน รถเบนซ์ของเสี่ยดำรงแล่นเข้ามาจอด ฟ้าใสก้าวลงมาจากรถโซเซเพราะความมึนเมาจะเข้าร้าน ถนอมคนขับรถลงมาห้าม ขอร้องให้กลับโรงแรม แต่ฟ้าใสไม่ยอม เธอว่า มีเรื่องต้องเคลียร์ ทำให้ถนอมจนใจ ต้องเข้ามาช่วยประคอง
ฟ้าใสตวาดให้ปล่อย แล้วหยิบแว่นสีชามาใส่พรางใบหน้า ก่อนเดินเข้าไปในร้านด้วยมาดนางพญา ครั้นเข้ามาถึงด้านใน เมื่อเห็นทูนอินทร์นั่งสวีตอยู่กับรุ้งระวีก็อารมณ์ขึ้น จังหวะนั้นเอง เมธประกาศเชิญรุ้งระวีขึ้นไปร้องเพลงแขกในร้านร้องเฮ ปรบมือต้อนรับ
เจ๊จี่หอยกับมะปรางวิ่งมาพาตัวรุ้งระวีไปขึ้นเวที และช่วยเต้นเป็นหางเครื่องให้
ทุก คนสนุกสนานกับเพลงฝากจิ้มแจ่วไปแอลเอ ทูนอินทร์มองเธออย่างชื่นชม แต่ฟ้าใสเห็นก็ยิ่งริษยา ส่วนส้มป่อยที่ช่วยงานอยู่ในครัว ได้ยินเสียงเพลงของรุ้งระวีก็ถึงกับหนีงานออกมาเต้นกับเจ๊จี่หอยและมะปราง อย่างเมามัน
เพลงของรุ้งระวีจบลง ท่ามกลางเสียงชื่นชมของคนในร้าน หญิงสาวไหว้ขอบคุณแขกในร้าน และกล่าวขอบคุณ เมธ อินทร บักหนาน และบักคูนที่ให้เกียรติเชิญเธอขึ้นมาร้องเพลง
“และที่ต้องขอบคุณ อย่างที่สุด ก็คือ คุณทูนค่ะ วันนี้รุ้งได้ฝึกร้องเพลงใหม่เพลงหนึ่ง รุ้งอยากร้องเพลงนี้ให้ทุกๆคนฟัง เพราะมันไพเราะมาก แต่คงร้องได้ไม่ดีนัก ถ้าไม่ได้เจ้าของเพลงมาช่วยร้องด้วย ขอเชิญคุณทูนค่ะ”
แขกในร้านเชียร์ให้ทูนอินทร์ขึ้นไป แต่ชายหนุ่มลังเล เจ๊จี่หอยกับมะปรางจึงเข้ามาดึงทูนอินทร์ไปที่เวที ฟ้าใสมองอย่างไม่พอใจนัก
ด้านทูนอินทร์ เขากระซิบกับรุ้งระวีว่า ร้องเพลงไม่ได้จริงๆ แต่รุ้งระวียืนกรานว่า ทำได้
“ผมไม่กล้า ดูซิ มือผมสั่นไปหมดแล้ว”
“ทูนคะ ฉันอยากจะขอโทษเรื่องที่ฉันทำกับคุณไว้ตั้งแต่เด็ก”
เจ๊จี่หอย มะปราง และอินทรหน้าเหวอ เช่นเดียวกับทูนอินทร์ที่ร้องถามว่า เราเคยเจอกันด้วยหรือ
“เอา อย่างนี้ คุณบอกว่าฉันคล้ายยายเด็กแหม่มจ๋าใช่ไหมคะ งั้นก็คิดว่าฉันคือเด็กแหม่มจ๋าได้ไหม ฉันคือเด็กแหม่มจ๋าที่โตแล้วไงคะ และเด็กแหม่มจ๋าคนนั้นกำลังขอโทษคุณอยู่ตรงนี้ ฉันไม่คิดเลยว่าที่ฉันแกล้งคุณจะเป็นปมปัญหาให้คุณจนโต ยกโทษให้ฉันนะคะ”
“รุ้ง...มันตลกที่คุณ”
“เชื่อตามที่ฉันพูด นะคะ ยกโทษให้ฉัน”
ทูนอินทร์มองตารุ้งระวีที่มุ่งมั่นแล้วตอบรับ “ครับ ผมยกโทษให้คุณ แหม่มจ๋า”
ขณะที่รุ้งระวียิ้มให้ทูนอินทร์ เจ๊จี่หอย มะปราง และอินทร ต่างก็ปลาบปลื้ม นาทีนั้นเองเมธรีบหันไปให้สัญญาณนักดนตรี
ooooooo
เสียงดนตรีดังกระหึ่ม ตามด้วยเสียงรุ้งระวีร้องนำในท่อนขึ้นแรก ทูนอินทร์ร้องตามคลอเบาๆอย่างไม่มั่นใจนัก หญิงสาวหันมาสบตาทูนอินทร์เพื่อให้กำลังใจ ทำให้ทูนอินทร์ข่มความกลัวแล้วร้องนำในท่อนต่อไปได้อย่างเต็มเสียง
เจ๊จี่หอย มะปราง อินทร และเมธมองหน้ากัน ต่างรู้สึกเหมือนปาฏิหาริย์ ขณะที่ฟ้าใสเหมือนเติมแรงริษยาเข้าไปเต็มหัวใจ
ทูนอินทร์เริ่มร้องเสียงดังกังวาน และชัดเจนขึ้น รุ้งระวีร้องคลอประสานไปด้วยกัน เธอจับมือทูนอินทร์เหมือนจะถ่ายทอดความรู้สึกดีๆให้ แล้วทั้งสองก็ประสานเสียงกันอย่างไพเราะจนจบเพลง
คนดูปรบมือเกรียวกราว ทูนอินทร์น้ำตารื้น มองรุ้งระวีอย่างขอบคุณ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ทุกคนตะลึง ก่อนร้องเฮลั่น
ฟ้าใสทนดูไม่ได้ เขียนโน้ตใส่กระดาษ เรียกให้บริกรในร้านนำไปให้รุ้งระวีที่ยังยืนอยู่บนเวที
ถนอมที่ยืนดูอยู่กลัวจะมีเรื่อง จึงเข้ามาตามฟ้าใสให้กลับโรงแรม แต่กลับโดนไล่ให้ไปรอที่รถ แล้วเธอก็ลุกออกไปรอรุ้งระวีที่สวนหลังร้าน
สักพักรุ้งระวีก็เดินออกมา ฟ้าใสตรงเข้ามาต่อว่า เรื่องที่รุ้งระวีลอกเลียนแบบวิธีการของเธอ เพื่อให้ทูนอินทร์กล้าร้องเพลงต่อหน้าผู้คนได้
“ฉันช่วยให้เขาเกิดความมั่นใจ มันผิดตรงไหนเหรอ ไม่ยักรู้ว่าวิธีการของคุณนี่มันสงวนลิขสิทธิ์ด้วย” รุ้งระวีสวนกลับ
“ต้องสงวนซี้ เพราะฉันต้องใช้ความรักมหาศาลทำให้พี่ทูนมั่นใจในตัวเองขึ้นมา และความรักของเขามีไว้ให้ฉันคนเดียว ฟ้าใส ใจสะออน แกไม่มีสิทธิ์มาแย่ง”
“งั้นฉันไม่ต้องร้องเพลงของรักของหวงให้ขึ้นใจแล้วละค่ะ แต่ต้องร้องหมาหวงก้างมากกว่า”
“ว่าฉันเป็นหมาเหรอ อีฝรั่ง”
“ลองถามคุณทูนเขาดูก่อนนะคะ ว่าเขายังสงวนสิทธิ์ความรักในตัวคุณอยู่รึเปล่า เพราะเท่าที่รู้ที่เขาอยากสงวนไว้มีอยู่อย่างเดียว คือลิขสิทธิ์เพลงที่คุณขโมยไปจากเขาไง ขอตัวนะคะ ไม่อยากเสียเวลากับคนเมา” รุ้งระวีจะเดินหนี
“กรี๊ด” ฟ้าใสกรีดร้อง แล้ววิ่งเข้ากระชากผมรุ้งระวีจนหน้าหงาย “อีฝรั่งหน้าด้าน ข่าวลือเรื่องที่แกสร้างประวัติปลอมน่ะ มันกระฉ่อนไปทั้งวงการแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะดังได้เท่าฉัน ฉันจะสกัดดาวรุ่งแกทุกทางเลยคอยดู”
“เสียแรงนะคะ ที่ฉันเคยชื่นชมเธอ ทั้งความงาม ทั้งนิสัย ทั้งๆที่ตัวจริง ไม่มีเลยสักอย่าง” รุ้งระวีสะบัดตัวหลุด
“อีชั่ว” ฟ้าใสปรี่เข้าตบรุ้งระวีเป็นพัลวัน
รุ้งระวีเสียหลักล้มไปกับพื้น ฟ้าใสตามมาซ้ำ รุ้งระวีกรีดร้อง
ทูนอินทร์ เมธ และอินทรตามมาพบพอดี ทูนอินทร์ รีบกันรุ้งระวีออก ขณะที่เมธช่วยอินทรจับตัวฟ้าใสไว้ แล้วไล่ให้เธอออกไปจากร้าน
“ไปครับ” อินทรจะพาฟ้าใสออกไป แต่เธอเกิดอาการพะอืดพะอม แล้วอาเจียนออกมา
ทูนอินทร์หันมามอง แล้วตัดใจจะพารุ้งระวีกลับเข้าไปในร้าน แต่นึกอะไรขึ้นได้ หันมาบอกกับเมธว่า ให้พาฟ้าใสไปรอที่ห้องทำงานก่อน เพราะมีเรื่องต้องเคลียร์
ทูนอินทร์พารุ้งระวีไปให้มะปรางกับเจ๊จี่หอยช่วยกันทำแผล โดยมีบักหนาน บักคูน และอินทรช่วยเป็นกำลังใจ ส่วนตัวเองไปจัดการเรื่องฟ้าใส
“ลมชัก อีฟ้าต่ำนี่มันอยากเป็นนางร้ายตัวแม่ถาวรเลยใช่ไหม ดูซิกับรุ้งเพิ่งจะรู้จักกันเมื่อกลางวันตกกลางคืน มันตบเสียกระเจิง มันเห็นใครดังกว่ามันไม่ได้ นังโรคจิต” เจ๊จี่โวยวาย แล้วยุให้รุ้งระวีฟ้องอิทธิเพื่อให้อิทธิจัดการกับเสี่ยดำรง แต่รุ้งระวีขอร้องให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
บักหนานยุให้เจ๊จี่หอยไปจัดการกับฟ้าใสแทน แต่เจ๊ว่า ความก้าวร้าวเธอทำไม่เป็น เพราะขนาดสบตาคนยังไม่กล้า
“ทำไมล่ะครับ” บักคูนข้องใจ
“ไม่ชอบมองตา ชอบมองแต่ตีน” เจ๊ตอบสั่นๆ เล่นเอาบักคูนกับบักหนานนั่งอึ้ง
ooooooo
ทูนอินทร์เข้ามาในห้องทำงาน เห็นฟ้าใสนั่งร้องไห้อยู่กับเมธ เมธได้โอกาสขอออกไปรอข้างนอก เพราะอึดอัดใจที่ต้องอยู่กับคนลวงโลก
“เธอต้องการอะไร” ทูนอินทร์ยิงคำถาม
“ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นละ แค่ทนไม่ได้ที่เห็นมันมาทำแสนดีกับพี่ พี่ทูน ฟ้าขอโทษที่หนีพี่ทูนไปทั้งๆที่เราจะแต่งงานกันแล้ว แต่ฟ้าไม่มีทางเลือก เสี่ยดำรงมันขู่จะทำร้าย ถ้าฟ้าไม่ไปเข้าสังกัดมัน ฟ้าต้องยอมตกเป็นของมัน” ฟ้าใสโผเข้ากอดทูนอินทร์หวังเล่นละครตบตา
“จะโกหกไปถึงไหน เธอโกหกจนทำให้ชีวิตฉันพินาศแบบนี้ ยังจะมาโกหกต่ออีกเหรอ เธอได้ทุกอย่างที่เธอต้องการแล้ว รวมทั้งเพลงที่เธอปล้นไปจากฉัน บอกมาเธอต้องการอะไรกันแน่” ทูนอินทร์ดันร่างฟ้าใสออกไป
“เสี่ยอยากทำมิวสิกเพลงใหม่ของฟ้า อยากได้คนทำฝีมือดีๆ ฟ้าเห็นว่ามีพี่คนเดียวที่จะทำได้ พี่รับทำให้ฟ้า
นะคะ แล้วเราเข้าไปคุยกับเสี่ยด้วยกัน”
“อ้อ เรื่องนี้เอง เสียใจนะฟ้า เราเดินกันคนละทางแล้ว อย่ามายุ่งกันอีก อีกอย่างฉันทำมิวสิกให้รุ้งแค่คนเดียว
เท่านั้น เซ็นสัญญากับบริษัทนายอิทธิแล้วด้วย เชิญเธอกลับได้” ทูนอินทร์เดินหนี
“เราไม่จบกันเท่านี้หรอกพี่ทูน” ฟ้าใสทั้งโกรธทั้งแค้น
ถนอมเข้ามาตามบอกว่า เสี่ยดำรงโทร.มา ฟ้าใสกำชับถนอมอย่าบอกเสี่ยว่าเธอมาที่นี่ แล้วเดินกลับไปขึ้นรถ ส่วนทูนอินทร์กับอินทรพาสามสาวไปที่ห้องพัก มะปรางเดินแยกไปที่มุมครัวเพื่อเตรียมไข่ลวกกับนมอุ่นๆ ให้รุ้งระวีทานก่อนนอน อินทรตามมาคุยด้วย เขาเปรยกับเธอว่า อยากจะมาเป็นแม่บ้านให้หนุ่มขี้เหงาบ้างไหม
“เคยนะ ปรางเคยเป็นแม่บ้านให้ผู้ชายขี้เหงาคนหนึ่ง วันหนึ่งเขาบอกไม่สบายให้ปรางไปเช็ดตัว เช็ดให้อยู่ เขาก็...โชว์ ลำเพลินของเขาให้ปรางดู เอ้อ เข้าใจนะคะลำเพลินนะ”
“อ้อครับ แล้วเกิดอะไรขึ้น”
“ปรางเลยใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้เข้าที่กลางลำเพลินเขาเลยเดินขาถ่างมาถึงทุกวันนี้เลยค่ะ” มะปรางเล่าถึงวีรกรรมแล้วแอบอมยิ้มเมื่อเห็นอินทรยืนอึ้ง เธอแกล้งถามต่อ “นมอุ่นได้ที่ีแล้ว คุณทรอยากได้ไข่ลวกสักสองใบไหมคะ”
“ไม่ครับ” อินทรสะดุ้งรีบกุมเป้าตัวเอง พลางบ่นพึมพำว่า ทำไมเธอถึงโหดขนาดนี้
มะปรางเดินอมยิ้มเอานมสดกับไข่ลวกไปให้รุ้งระวีในห้องนอน ส้มป่อยเข้ามาทำคะแนนช่วยบีบนวดให้รุ้งระวี แถมชวนคุยแบบไทยคำฝรั่งคำ เจ๊จี่หอยที่นั่งฟังอยู่ด้วยนึกหมั่นไส้ ไล่ให้ส้มป่อยไปนอน
“ก็ได้ค่ะ” ส้มป่อยจะเดินออก
เสียงขลุ่ยเพลงสะพานรุ้งดังแว่วมา เจ๊จี่หอยกับมะปรางทำเคลิ้ม ส้มป่อยคุยว่า นายทูนของเธอเป็นคนเป่า และสงสัยว่าวันนี้คงอารมณ์ดี
“ทำไมรู้ล่ะ” รุ้งระวีซัก
“ถ้าอารมณ์ดี เสียงขลุ่ยจะหวานสวีต แต่ถ้าเศร้านะคะ ร้องไห้ครายอิ้งกันทั้งบ้านเลย” ส้มป่อยอธิบายตามสไตล์
รุ้งระวีลุกไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับแล้วเดินไปหาทูนอินทร์ มะปรางจะร้องห้าม แต่เจ๊จี่หอยว่า ให้ปล่อยไป แล้
วหันมาเล่นงา
นส้มป่อยที่ทำเนียนเข้าไปจัดการกับนมสดและไข่ลวกของรุ้งระวี
ooooooo
รุ้งระวีมาที่เพิงแสงจันทร์ เธอยืนมองทูนอินทร์นั่งเป่าขลุ่ย จนกระทั่งจบเพลงจึงปรบมือให้ชายหนุ่มพลางล้อว่า เขาคงอารมณ์ดีเพราะเพลงที่เป่าเพราะกว่าเมื่อกลางวันมาก
“หืม รู้ได้ไงว่าผมอารมณ์ดี”
“ส้มป่อยบอกค่ะ ถ้าหวานแบบนี้แสดงว่าอารมณ์ดี” รุ้งระวียิ้มให้แล้วมองไปที่ต้นแสงจันทร์ “สวยอย่างที่คุณบอกจริงๆ ต้นแสงจันทร์สว่างเรืองไปหมดเลย”
“ครับ ยิ่งพระจันทร์เต็มดวงอย่างคืนนี้ ทุกอย่างสว่างไสวไปหมด” ทูนอินทร์ขยับให้รุ้งระวีมานั่งข้างๆ แล้วขอโทษเธอเรื่องฟ้าใส
“ไม่เป็นไรค่ะ...ดูเหมือนเธอยังรักคุณอยู่”
“ไม่หรอกครับ คนอย่างฟ้าใสไม่มีหัวใจที่จะรักใคร นอกจากตัวเอง อย่าพูดถึงเขาเลยเสียเวลาเปล่า พูดถึงเรื่องดีๆ คืนนี้ดีกว่า”
“อะไรคะ”
“สิ่งดีๆ ที่คุณทำให้ผมน่ะซีครับ คุณเป็นแรงบันดาลใจให้ผมกล้าร้องเพลงต่อหน้าผู้คนได้อีกครั้ง คิดยังไงถึงให้ผมคิดว่าคุณคือยายแหม่มจ๋า”
“ถ้ายายเด็กแหม่มจ๋าโตขึ้นแล้วรู้ว่าทำร้ายคุณขนาดนี้ เธอต้องรู้สึกผิดแน่ๆ แล้วก็อยากขอโทษคุณอย่างที่ฉันทำแน่นอน แล้ว...คุณยกโทษให้แหม่มจ๋ารึเปล่าคะ”
“ยกโทษให้หมดแล้วครับ”
“ดีใจที่สุดเลย”
“ขอบคุณครับ ที่มอบสิ่งดีที่สุดให้ผมคืนนี้” ทูนอินทร์ดึงรุ้งมากอดไว้
เสียงขลุ่ยดังขึ้นอีกครั้ง รุ้งระวีซบไหล่ของทูนอินทร์ เธอรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขท่ามกลางแสงเรืองของต้นแสงจันทร์และพระจันทร์เต็มดวงเหนือขุนเขา
วันรุ่งขึ้น อิทธิกับทีมงานตามมาถึง ลานหน้าเรือนถูกตกแต่งเป็นสถานที่ถ่ายมิวสิกให้รุ้งระวี อิทธิเดินคุยมากับเมธและทูนอินทร์ เขาเอ่ยชมความงามของสถานที่
“บรรยากาศเป็นใจอย่างนี้นี่เอง รุ้งถึงได้ติดใจ”
ทูนอินทร์ชะงักกึก รีบหยิบวิทยุมาสั่งทีมงานให้เริ่มถ่ายทำ แล้วเดินแยกไปดูที่หน้าจอมอนิเตอร์
ทีมงานให้สัญญาณเริ่มการถ่ายทำ รุ้งระวีกับหางเครื่องออกมาร้องและเต้นในเพลงผู้บ่าวข้าวจี่ได้อย่างพร้อมเพรียงและสวยงาม
ทูนอินทร์พอใจมาก เขาสั่งคัตแล้วให้ทีมงานย้ายกล้องและแสงไปรอถ่ายที่อีกมุมหนึ่ง เหล่าช่างเสื้อผ้าหน้าผมเข้ามารุมดูแลความงามให้รุ้งระวี
อิทธิเข้ามาบอกกับรุ้งระวีว่า ให้พวกจุ๊บแจงตามมาในตอนเย็น เพื่อถ่ายรูปทำปฏิทิน และจะให้ทั้งหมดแต่งไทยประยุกต์
รุ้งระวีรับคำสั้นๆ ไม่พูดอะไรต่อ แต่เจ๊จี่หอยรีบโวย เพราะกลัวแต่งตัวให้ทุกคนไม่ทัน
“ผมเตรียมทีมงานมาเสริมแล้ว ไหนๆที่นี่สวย แถมยังฟรีอีก ต้องถ่ายให้คุ้ม จริงไหม” อิทธิมองที่รุ้งระวีอย่างระแวง
ooooooo
คำรณขับรถพาเจ๊จวงกับจุ๊บแจงมาถึงจุดชมวิวก่อนเข้าไร่อินสรวง จุ๊บแจงสั่งให้จอดรถเพื่อถ่ายรูป สองสาวรีบลงจากรถไปเก็บภาพเป็นที่ระลึกและไม่ทันเห็นฟ้าใสที่กำลังจับตามองทั้งคู่อยู่อีกมุมหนึ่ง
“น้องแจง...ไหนๆก็มาไร่นายทูนแล้ว แจงก็น่าจะใช้ความ สาวความสวยของตัวเองสร้างความปั่นป่วนให้กองมิวสิกนังรุ้งมัน ด้วยการให้ท่านายทูนเสียเลย” เสียงเจ๊จวงแนะนำดังลั่นทุ่ง
ฟ้าใสชะงักกึกรีบเก็บข้อมูล
“อ้าว พี่จวงบอกว่าให้นายทูนจีบนังรุ้งไม่ใช่เหรอคะ คุณอิทจะได้กลับมาหาแจง”
“เรื่องนั้นมันชัวร์อยู่แล้ว แต่แจงก็แอบจีบนายทูนด้วยไง ถ้านายทูนมันเล่นด้วย นังรุ้งมันประสาทกินแน่ๆดีไหม”
“รักและนับถือพี่จวงมากในความเป็นนางมาร คิดได้ไงคะเรื่องเสี้ยมให้คนตีกันแบบนี้”
“ไม่ต้องคิดค่ะ อยู่ในสายเลือด ฮ่ะฮ่ะ” เจ๊จวงหัวเราะร่า แล้วชวนจุ๊บแจงเดินทางต่อ
“อีจุ๊บแจง แตงร่มใบ...เดี๋ยวได้รู้ ใครเป็นนางมารตัวจริง” ฟ้าใสยิ้มเหี้ยม เธอกลับไปขึ้นรถแล้วแกล้งขับโฉบมาทางหลุมน้ำที่อยู่ตรงหน้าเจ๊จวงกับจุ๊บแจงเพื่อให้น้ำกระเด็นใส่สองสาว
“กรี๊ด อีชาติไพร่ ใจทราม ขับรถภาษาอะไรของเอ็ง” เจ๊จวงด่าลั่น ขณะที่จุ๊บแจงร้องโวยวายเพราะชุดสวยเปื้อนหมดแล้ว เธอรีบเดินหนีไปขึ้นรถ
คำรณหยิบทิชชูมาส่งให้เจ๊จวง เจ๊ส่งยิ้มยั่วสั่งให้คำรณเช็ดให้เธอด้วย คำรณชะงักไปนิด แต่ยอมเช็ดให้ จุ๊บแจงหันมาเห็นก็ตะลึง ไม่คิดว่าเจ๊ของเธอใฝ่ต่ำ แต่เจ๊จวงกลับยิ้มภูมิใจ
เวลานั้น ทูนอินทร์ถ่ายมิวสิกในช่วงแรกเสร็จพอดี เขาสั่งให้ทีมงานพักได้ แล้วจะเข้ามาเก็บภาพรุ้งระวีไว้ทำเบื้องหลัง และจะเริ่มถ่ายอีกครั้งตอนบ่ายโมง
“เก่งมาก” อิทธิเข้าถึงตัวรุ้งระวี แล้วดึงเธอมากอดหน้าตาเฉย “รักที่สุดเลยนะ”
รุ้งระวียืนตะลึงหันมามองทูนอินทร์
อิทธิสะใจเรียกให้ทูนอินทร์เข้ามาถ่ายภาพเขากับรุ้งระวีเก็บไว้ด้วย
ทูนอินทร์พยายามระงับสติ เข้ามาถ่ายภาพไว้ อิทธิดึงรุ้งระวีมากอดแนบอกพลางคุยโวว่าอยากให้ทุกคนรู้ว่า เบื้องหลังเราเป็นคู่ขวัญกัน
รุ้งระวีส่งยิ้มเจื่อนมองมาที่ทูนอินทร์ เห็นเขาขบกรามแน่น ก่อนเรียกให้เมธเข้ามาช่วยถ่ายภาพต่อแล้วเดินแยกออกไป อีกอึดใจต่อมารุ้งระวีรีบตามไป
ทูนอินทร์กลับมาที่บ้านและไม่ทันเห็นรถของฟ้าใสแล่นเข้ามาจอดในมุมลับตา แล้วเธอก็แอบตามทูนอินทร์เข้าไปในบ้านด้วย แต่ยังไม่ทันได้เผยตัว รุ้งระวีก็ตามมาอธิบายเรื่องอิทธิ ฟ้าใสหาที่หลบ ทูนอินทร์บอกกับรุ้งระวีว่า ถ้าอิทธิล่วงเกินเธออีกเขาจะไม่อดทนแล้ว และขอให้รุ้งระวีรับปากว่าจะไม่ต่อสัญญากับอิทธิอีก
“ค่ะ ที่ฉันยังทำงานให้เขา ก็เพราะเขาสัญญาเรื่องตามหาแม่ให้เท่านั้นเอง”
“เรื่องแม่ ผมตามหาให้คุณได้แน่นอน ไม่ต้องไปพึ่งนายอิทธิเลย มันแตะต้องตัวคุณมากเท่าไหร่ ผมยิ่ง...หวงคุณมากเท่านั้น” ทูนอินทร์ดึงรุ้งระวีมากอด
“คุณจะดูแลฉันนะคะ”
“ครับ...ทุกวันนับแต่นี้ต่อไป”
“คุณรุ้งครับ พี่หอยเรียก” อินทรส่งเสียงเมื่อเข้ามาตาม แล้วชะงัก เมื่อเห็นรุ้งระวีอยู่ในอ้อมกอดของพี่ชาย
รุ้งระวีเขินรีบเดินหนี อินทรอมยิ้มหันมาล้อทูนอินทร์
“ยังไงพี่ ความสัมพันธ์พัฒนาไปถึงขั้นกอดกันแล้วเหรอ”
“คนรักกันแล้วนี่หว่า”
ฟ้าใสที่ซ่อนตัวอยู่เม้มปากแน่น อดทนรอจนอินทรเดินออกไป จึงเข้ามายั่วยวนทูนอินทร์ หวังใช้มารยาหลอกล่อให้เขาติดกับ แต่ทูนอินทร์ไม่หลงกล เขาผลักเธอออกไป
“ถนัดนักนะ ที่ทำตัวถูกๆแบบนี้ แต่เจ้าเสี่ยดำรงมันคงชอบละ เพราะถูกสมใจมัน สำหรับฉันน่ะมันใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ เพราะเธอมันต่ำเกินไป ไปได้แล้ว”
ฟ้าใสโกรธจัด ตบหน้าทูนอินทร์ฉาดใหญ่ ก่อนอ้างว่า ที่มาในวันนี้ก็เพราะเรื่องใบหย่า
“ฟ้าเซ็นเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ชื่อของคุณ” ฟ้าใสหยิบเอกสารออกมา
“ดี...จะได้จบเรื่องกันเสียที” ทูนอินทร์จะคว้ามา แต่ฟ้าใสดึงเอกสารกลับ
“อ๊ะ อ๊ะ ไม่ใช่เซ็นตอนนี้ค่ะ ขอให้ฟ้าได้ดูการทำงานของคุณก่อน จนกว่าจะพอใจถึงจะให้เซ็น เอาน่า...ฟ้าจะอยู่เงียบๆในบ้านนี่แหละ จะไม่รบกวนคุณแม้แต่นิดเดียว” ฟ้าใสส่งยิ้มอย่างเป็นต่อ
ทูนอินทร์เหนื่อยใจเดินหนีออกไป
ด้านรุ้งระวีและทีมช่างแต่งหน้ากำลังเหนื่อยใจกับเจ๊จวงและกับจุ๊บแจงเพิ่งมาถึง เพราะสองสาวเรียกร้องจะเอาทุกอย่างให้เหมือนกับรุ้งระวี จนทุกคนพากันระอาต้องเดินหนี
ooooooo
ทูนอินทร์เรียกอินทรกับเมธมาปรึกษาเรื่องฟ้าใส ที่เอาใบหย่ามาล่อ แล้วขอดูการถ่ายทำมิวสิกก่อน เมธกับอินทรหนักใจ กลัวจะเกิดเรื่องเพราะตอนนี้ที่ไร่อินสรวงมีนางมารเต็มไปหมด
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า นอกจาก จุ๊บแจง เจ๊จวง และฟ้าใสที่คอยเล่นงานรุ้งระวีแล้ว ยังมีคำรณอีกคนที่รอโอกาสจะขย้ำรุ้งระวีด้วยเช่นกัน และตอนนี้คำรณก็กำลังแอบมองรุ้งระวีที่เดินหนีออกมาทำใจที่สวนสวยหลังบ้าน
รุ้งรู้สึกเหมือนมีใครแอบมองอยู่จึงหันมาดู เธอเห็นร่างสูงใหญ่แอบอยู่ในพุ่มไม้จึงร้องเรียกให้ออกมา
คำรณก้าวออกมา รุ้งระวีเย็นวาบไปทั้งตัว เหมือนจะจำได้คลับคล้ายคลับคลา แต่ไม่แน่ใจ
“ผมหาห้องน้ำอยู่น่ะครับ ไม่ทราบไปทางไหน”
“ที่เรือนเล็ก...ด้านนู้น”
“ขอบคุณครับ”
คำรณยิ้มกับตัวเอง เพราะแน่ใจว่า ผู้หญิงตรงหน้าใช่รุ้งลูกสาวแสงหล้าแน่นอน เมื่อคำรณเดินจากไป รุ้งระวีมองตามแล้วรีบกลับเข้าเรือนเพื่อเตรียมตัวถ่ายมิวสิกต่อ
ไม่นานนัก รุ้งระวีก็ออกมานั่งอยู่ในเรือแจว ท่ามกลางดอกบัวงามกลางบึง มีทีมงานชายลอยคอช่วยประคองเรืออยู่ในน้ำ
รุ้งระวีนึกกลัวเพราะว่ายน้ำไม่เป็น จึงร้องบอกทูนอินทร์ ชายหนุ่มให้คำมั่นว่า จะดูแลเธออย่างดี รุ้งระวีจึงเชื่อใจ
จุ๊บแจงเดินมาได้ยินก็หันไปเม้าท์กับเจ๊จวง
“ดูมันออเซาะซีเจ๊จวง แหม...ว่ายน้ำไม่เป็น ของจริงน่ะ คงว่ายข้ามโขงไปมาวันละสองสามเที่ยว”
“ไปกลับ ไทยลาวใช่ไหม” เจ๊จวงหัวเราะคิก
“อ้าว ช่างเขาว่างแล้ว ทำไมไม่ไปแต่งตัว ไปเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวเจ๊ขวัญกับนังอาชามันจะมาอีก แต่งไม่ทันพอดี” เจ๊จี่หอยเข้ามาตาม
จุ๊บแจงจำใจเดินไปกับเจ๊จี่หอย จึงเหลือเพียงเจ๊จวงนั่งบ่นพึมพำว่า อยากจะให้เรือของรุ้งระวีล่มเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป คำรณเข้ามาได้ยินพอดีจึงรีบอาสา “อยากให้เป็นอย่างนั้นไหมละครับ ผมจัดการให้ได้นะ รับรองไม่มีใครสงสัยแน่”
เจ๊จวงตาวาวหันมามองหน้าคำรณที่ยิ้มให้อย่างเหี้ยมๆ
ขณะที่เจ๊จวงกำลังวางแผนร้ายอยู่กับคำรณ รุ้งระวีก็กระซิบบอกทูนอินทร์ว่า เธอรู้สึกว่าเหมือนเคยเห็นคนขับรถคนใหม่ของเจ๊จวงมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน
“รุ้งเพิ่งกลับมาเมืองไทยนะ จะรู้จักได้ยังไง วันนี้มีแต่คนร้ายๆทั้งนั้น รุ้งเลยระแวงไปหมด” ทูนอินทร์สรุป
รุ้งระวีพยักหน้า แล้วมองไปทางคำรณที่จ้องตรงมา เธอนึกกลัวจนต้องรีบหลบตา
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ทูนอินทร์ก็เดินหน้าถ่ายมิวสิกต่อทันที แต่แล้วเสียงอาชากับขวัญข้าวก็ดังแทรกเข้ามา
“โอ๊ย...ขับหลงไปตั้งไหนๆน่ะครับคุณอิทธิ ทำไมมันลึกลับนักนะอีไร่บ้าเนี่ย”
“คัต โทษนะครับ ถ้าจะคุยกันโน่น ออกไปคุยกันที่ทุ่งเลี้ยงควายโน่น ตรงนี้คนเขากำลังถ่ายทำ” ทูนอินทร์ปาของที่อยู่ใกล้ๆดังโครมใหญ่
อาชากับขวัญข้าวตกใจหน้าเหวอ
“เฮ้ย ย้ายมอนิเตอร์ไปอยู่ตรงโน้น หนวกหูโว้ย” ทูนอินทร์เดินกระทืบเท้าออกไป
“กำลังถ่ายอยู่ เข้ามาได้ไง” อิทธิเข้ามาดุ
อาชากับขวัญข้าวอ้างว่าไม่รู้ แล้วเจ๊จี่หอยก็มาลากตัวทั้งคู่ไปแต่งตัวเพื่อเตรียมถ่ายปฏิทินกลางสระ อิทธิส่ายหน้าระอาใจ เขามองไปทางรุ้งระวีที่อยู่กลางบึง เห็นเธอส่งยิ้มหวานให้ทูนอินทร์ก็ยิ่งเครียด
ooooooo
ฟ้าใสแอบลงมาเดินเล่นในสวน และบังเอิญได้ยินคำรณคุยกับเจ๊จวงว่า เขาจะแอบดำน้ำลงไปพลิกเรือของรุ้งระวีให้ล่ม จึงส่งยิ้มร้ายบอกกับตัวเอง
“อ้อ แกมีศัตรูเยอะอยู่เหมือนกันนะนังรุ้งระวี”
ฟ้าใสไม่รอช้ารีบไปซุ่มดูอยู่ที่ริมบึง เห็นทีมงานพาจุ๊บแจง อาชา และขวัญข้าวที่แต่งชุดไทยงดงามเดินออกมาสมทบกับรุ้งระวีที่ยืนรออยู่ เพื่อจะลงเรือไปถ่ายปฏิทินที่กลางบึงบัว
กลุ่มของจุ๊บแจงเห็นรุ้งระวีมีคนดูแลมากกว่า พวกตนก็ว่าแขวะ ทูนอินทร์ได้ยินจึงเข้ามาให้กำลังใจและขอให้รุ้งระวีอดทนไว้
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่อยากให้งานเสร็จ จะได้เลิกยุ่งกับคนพวกนี้เสียที” รุ้งระวีเหนื่อยใจ
“อ้าว ทุกคน ถ้าพร้อมแล้วก็ลงเรือเลยนะครับ” ทูนอินทร์สั่ง
ทีมงานลากเรือมาให้เหล่าศิลปินนั่งแล้วพาออกไปกลางบึง
อาชาทำกระตุ้งกระติ้งบอกหนุ่มๆที่ช่วยประคองเรือว่า ถ้าเขาตกน้ำลงไปให้ช่วยกอดเขาไว้แน่นๆ
“กอดแน่นๆนั่นแหละครับ ตายทั้งคู่” หนุ่มคนหนึ่งตวาดกลับมา
อาชาถึงกับอึ้ง แล้วหันไปมองขวัญข้าวที่กำลังยุให้จุ๊บแจงกระแทกเรือรุ้งระวี
“จัดให้ค่ะ” จุ๊บแจงหันหัวเรือไปชนกับเรือรุ้งระวีจนเอียงไป
ทีมงานรีบเข้ามาช่วยประคอง ทูนอินทร์เริ่มเป็นห่วง สั่งให้ทีมงานดันเรือของรุ้งระวีขึ้นมาข้างหน้า แล้วให้พวกที่เหลือเป็นฉากหลังไป
พวกจุ๊บแจงร้องโวยวายจะไม่ยอม แต่ไม่มีใครสน
คำรณที่แอบดูอยู่เห็นสบโอกาสรีบย่องลงในน้ำ
แล้วดำลงไปจับท้องเรือรุ้งระวีกระแทกอย่างแรง เรือเสียหลักเอียงวูบ
รุ้งระวีกรี๊ดลั่น แล้วเรือของเธอก็ไปกระแทกเข้ากับเรือของจุ๊บแจง
จุ๊บแจงร้องลั่น เพราะเรือของรุ้งระวีประคองตัวได้แล้ว แต่เป็นเรือของเธอที่กำลังจะคว่ำ ร่างของจุ๊บแจงกลิ้งตกน้ำไป
อาชาและขวัญข้าวร้องกันเอะอะ เจ๊จวงที่อยู่บนฝั่งตะโกนให้คนลงไปช่วยจุ๊บแจง
“ไม่ต้องตกใจครับ ทีมงานช่วยไว้แล้ว” ทูนอินทร์มองไปที่ทีมงาน เห็นพวกเขาช่วยกันประคองจุ๊บแจงขึ้นฝั่ง
คำรณโผล่ขึ้นเหนือน้ำนึกโมโหตัวเองที่ทำพลาดไป ฟ้าใสที่ซุ่มดูอยู่ส่งยิ้มชอบใจ
รุ้งระวียังอยู่กลางน้ำ เธอหันมาถามอาชากับขวัญข้าวว่า ใครแกล้งพลิกเรือ ทั้งสองรีบปฏิเสธ รุ้งระวีพยายามระงับอารมณ์ มองขึ้นไปบนฝั่งเห็นจุ๊บแจงร้องไห้ฟูมฟายฟ้องว่า อิทธิจงใจทำเรือเธอคว่ำ
“ไม่มีใครแกล้งใครทั้งนั้นละ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เร็วที่สุด แล้วมาถ่ายใหม่” อิทธิตัดบท
“ไม่ถ่ายแล้ว ถ้าถ่ายก็ถ่ายคนเดียว ไม่ขอเป็นตัวประกอบให้นังฝรั่งมันหรอก”
“งั้นก็ไม่ต้องถ่าย เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับกรุงเทพฯไปเดี๋ยวนี้เลย”
“คุณอิท โฮ” จุ๊บแจงปล่อยโฮ
“ไป แจง ไปอาบน้ำก่อนค่อยว่ากัน” เจ๊จวงพาจุ๊บแจงไปที่เรือน
ทูนอินทร์มองไปที่รุ้งระวีเห็นเธอส่ายหน้าท่าทางหัวเสีย แล้วตะโกนบอกอิทธิว่า ขอพัก เพราะถ้ายังนั่งอยู่ในเรือแบบนี้ มีสิทธิ์เรืออีกลำต้องล่มแน่ๆ
“หมายความยังไงยะ ขู่จะล่มเรือฉันงั้นเหรอ” ขวัญข้าวทำปากดี
“ใช่ ขู่จะจมเรือแกทั้งลำ เพราะฉันทนพวกแกไม่ไหวแล้ว แล้วถ้ายังปากมากไม่เลิก ไอ้ด้ามพายแหละที่มันจะฟาดปากแกนังดำตับเป็ด ส่วนแกฉันจะกระทุ้งด้วยหัวพาย สุดลิ่มทิ่มประตูเลย นังกระเทยจรจัด” รุ้งระวีหยิบพายมาฟาดลงน้ำ จนน้ำสาดเข้าเต็มหน้าอาชาและขวัญข้าว
“หนุ่ม พาพี่กลับเข้าฝั่ง” รุ้งระวีสั่งทีมงาน
ทีมงานรีบดึงเรือรุ้งระวีกลับขึ้นฝั่งทันที
“โอ๊ย มีแต่เรื่อง” อิทธิหัวเสีย รีบเดินไปรับ
รุ้งระวีขึ้นจากเรือพลางขอร้องให้เธอใจเย็น
“เย็นไม่ไหวแล้วค่ะ ถ้าจะทำงานด้วยกันแล้วกลั่นแกล้งกันแบบนี้ รุ้งขอทำงานคนเดียวดีกว่า”
“มันเป็นภาพพจน์ของบริษัทนะ ที่ศิลปินทุกคนต้องรักและสามัคคีกัน”
“ความจริงมันไม่เป็นอย่างนั้นนี่คะ”
“แต่ภาพต้องออกมาเป็นอย่างนั้น”
“คงเป็นความชำนาญของคุณ ถนัดในการสร้างภาพลวง แม้แต่ประวัติส่วนตัวของรุ้ง ขออยู่ลำพังสักพักเถอะค่ะ” รุ้งระวีเดินหนีไป
อิทธิส่ายหน้า สั่งให้เจ๊จี่หอยดูแลทางนี้ด้วย แล้วเดินเข้าไปพักสมองในบ้าน
ooooooo
ฟ้าใสที่หลบอยู่ได้โอกาส ตามไปเล่นงานรุ้งระวีที่เดินออกไปสงบสติอารมณ์ตามลำพัง และอ้างสิทธิ์ว่า เธอยังเป็นเมียของทูนอินทร์อยู่ แต่โดนรุ้งระวีตอกกลับ
“เรื่องของเธอกับคุณทูน ฉายจบไปนานแล้วนี่คะ แล้วจบแบบเศร้าสลดปนสมเพช แต่ของฉันเพิ่งเริ่ม และประสบความสำเร็จกว่าเธอเยอะ” รุ้งระวีจะหนีไป
แต่ฟ้าใสจับมือไว้ แล้วเปลี่ยนเรื่องโจมตีใหม่ เธอเรียกรุ้งระวีว่าลูกเมียเช่า แล้วพูดจาดูถูกแม่ของรุ้งระวีว่าเป็นอีตัวโสโครก
“อย่าเรียกแม่ฉันอย่างนั้น”
“ทำไมจะเรียกไม่ได้ โถ ยังนับถือว่าเป็นแม่อยู่น่ะซี เลิกเถอะ คนที่มันมีสำนึกของความเป็นแม่น่ะมันไม่ทิ้งลูกมันตั้งแต่ห้าขวบหรอก ดูซี้ แกมีชื่อเสียงขนาดนี้โชว์หนังหน้าแกออกทุกสื่อ แม่แกไม่ยักโผล่หน้ามาแสดงตัว ก็หมายความว่า แม่แกมันคงติดโรคเน่าตายไปแต่ไหนแต่ไรแล้ว จุดจบนางโส ฮ่ะฮ่ะ” ฟ้าใสหัวเราะร่วน ก่อนถูกรุ้งระวีฟาดฝ่ามือลงบนหน้าอย่างแรง
ฟ้าใสถึงกับเซไป เธอมองรุ้งระวีที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าดุร้าย ก็นึกกลัวจึงถอยกรูด
“ไม่ต้องหนี ฉันไม่ให้ใครมาล่วงเกินแม่ฉันแบบนี้ ฉันจะบอกให้นะ แม่ฉันเป็นนักร้อง อาชีพที่มีเกียรติ ที่ฉันร้องเพลงได้ทุกวันนี้เพราะแม่ฉันสอน แล้วแม่ก็ไม่ได้ทิ้งฉันไปตั้งแต่ห้าขวบ ฉันอายุเจ็ดขวบแล้ว แม่ถึงส่งฉันไปเมืองนอก จำไว้” รุ้งระวีน้ำตารื้น
“แล้วทำไมแม่แกถึงทิ้งแกไปล่ะ”
รุ้งระวีอึ้งพูดไม่ออก
“มันก็มีเหตุผลเดียว แม่แกเขาเบื่อ ที่ต้องเลี้ยงลูกหน้าฝรั่งอย่างแก ไอ้ลูกพี่พ่อมันไม่ไยดีและแกนั่นแหละ ที่ทำให้ไอ้พ่อฝรั่งทิ้งแม่แกไป” ฟ้าใสตอกย้ำ
“กรี๊ด ไม่จริง” รุ้งบีบคอฟ้าใสอย่างแรงแล้วเขย่าร่าง
“ปล่อยๆ” ฟ้าใสพยายามปัดป้อง แต่รุ้งระวีขาดสติเสียแล้ว ทั้งสองล้มลงไปกับพื้น
ฟ้าใสร้องกรี๊ดประสานกับเสียงกรีดร้องปนสะอื้นของรุ้งระวี
ทูนอินทร์ อินทร เจ๊จี่หอย และมะปรางวิ่งเข้ามาดู
“รุ้ง” ทูนอินทร์ดึงรุ้งระวีแยกมาแล้วกอดเธอไว้แน่น
อินทรเข้าไปพยุงฟ้าใสให้ลุกขึ้น ฟ้าใสมองทูนอินทร์ที่กอดรุ้งระวีอย่างริษยา
“แม่คนนี้มาได้ยังไงคะเนี่ย” เจ๊จี่หอยร้องถาม
“บอกแล้วใช่ไหม ว่าให้อยู่ในบ้าน ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านแถวนี้” ทูนอินทร์ตวาดใส่ฟ้าใส
“นี่ก็บ้านฟ้านี่ค่ะ ทำไมจะเพ่นพ่านในบ้าน
ตัวเองไม่ได้”
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ ทร พาฟ้าใสกลับไป”
“กลับเจ๊ เลิกบ้าได้แล้ว” อินทรดึงฟ้าใสออกไป
ทูนอินทร์มองตาม แล้วพารุ้งระวีเข้าไปพักในบ้าน ทิ้งให้เจ๊จี่หอยกับมะปรางยืนงง เพราะสงสัยว่าทำไมฟ้าใสพูดเหมือนยังเป็นเมียของทูนอินทร์อยู่
ooooooo
ทูนอินทร์พารุ้งระวีเข้ามาในห้อง และพูดปลอบใจไม่ให้คิดมากเรื่องแม่ แต่รุ้งระวีก็อดคิดไม่ได้ เธอเอ่ยถามชายหนุ่มว่า เป็นเพราะแม่ไม่รักเธอใช่ไหมถึงทิ้งเธอไป
“ฟังนะรุ้ง ถ้าแม่ไม่รักคุณ ท่านคงไม่สอนคุณร้องเพลง ไม่พาคุณไปร้องเพลงประกวดจนได้รางวัลมากมาย แล้วจำได้ไหม วันสุดท้ายที่มาส่งคุณไปกับแหม่ม วันนั้นแม่คุณเป็นยังไง”
รุ้งระวียังจำภาพนั้นได้ติดตา เธอบอกกับทูนอินทร์ว่า แม่ร้องไห้เหมือนใจจะขาด
“เห็นไหม ถ้าแม่ไม่รักคุณ คงไม่ร้องไห้ขนาดนั้น”
“ฉันมันโง่จริงๆ ที่หลงไปกับคำพูดของฟ้าใส”
“มันคือความน้อยใจนั่นแหละครับ กลัวว่าแม่ไม่รัก ต่อไปนี้คุณต้องเชื่อมั่นในตัวแม่ของคุณว่าท่านรักคุณมากที่สุดในโลก”
“แล้ว...ทำไมแม่ไม่ติดต่อฉันเลย”
“เราจะตามหาตัวท่านให้เจอ ท่านคงมีคำตอบให้คุณทั้งหมด”
“ขอบคุณค่ะ สำหรับกำลังใจ รู้ไหม ยิ่งคุณดีกับฉันเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกผิด ที่ฉันแกล้งคุณตั้งแต่สมัยเด็ก”
“หืมม์...แกล้งผมตั้งแต่สมัยเด็ก ยุคไหนกัน ตอนเด็กเราเคยเจอกันเหรอ”
“เออ...หมายถึงสมัยเราเจอกันใหม่ๆ น่ะค่ะ”
“โถ...ตอนนั้นยิ่งแกล้ง ก็ยิ่ง...” ทูนอินทร์มองหน้ารุ้งระวี แล้วเกิดเขินขึ้นมา ไม่กล้าพูดต่อ
“อะไรคะ บอกมานะ ยิ่งแกล้งก็ยิ่งอะไร”
“ก็ยิ่ง...รัก” ทูนอินทร์สารภาพ
“รักฉันจริงๆนะ”
“ของจริงของแท้ ไม่หลอก ไม่ลวง ไม่ล่วงละเมิด ลิขสิทธิ์ ผมรักคุณจริงๆ” ทูนอินทร์จ้องตารุ้งระวีนิ่งแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาทำท่าจะจุมพิต แต่อินทรเปิดประตูเข้ามาพร้อมโวยวายว่า ฟ้าใสไม่ยอมกลับ แล้วกระซิบบอกเรื่องใบหย่ากับทูนอินทร์
ทูนอินทร์มีสีหน้าหนักใจ เขาหันมาสั่งให้รุ้ง– ระวีพักผ่อนก่อน แล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ
“ฉันไม่เป็นไรแล้วค่ะ พร้อมทำงานแล้ว” รุ้งระวีเดินออกไปจากห้อง
“ทร ตามรุ้งไป เซตนี้นายเป็นคนถ่ายละกัน” ทูนอินทร์สั่งงานแล้วจะออกไปคุยกับฟ้าใส
“เดี๋ยวพี่ ตอนนี้ยายฟ้าใสไปรอพี่อยู่ในห้องนอนแน่ะ” อินทรรีบบอก
“ห้องนอนฉัน” ทูนอินทร์อึ้งไป
ooooooo
ทูนอินทร์ยอมเข้าไปคุยกับฟ้าใสในห้องนอน หวังให้เรื่องทุกอย่างจบลงเสียที
แต่ฟ้าใสกลับเรียกให้เขาขึ้นไปคุยกับเธอบนเตียง ทูนอินทร์หมดความอดทน จึงดึงร่างของฟ้าใสขึ้นมาเอ่ยถามว่า ต้องการอะไรกันแน่ เสี่ยดำรงใช้เธอมาใช่ไหม
“ไม่เกี่ยวกับเสี่ย แต่ฟ้าต้องการรู้เองว่า นังฝรั่งมันจะเลือกใครกันแน่ ระหว่างคุณกับนายอิทธิ หรือบางทีเธออาจจะเลือกทั้งสองคนก็ได้ เพราะให้ประโยชน์หล่อนทั้งคู่ แหมฟ้าแค่มาด้อมๆมองๆแป๊บเดียว รู้เบื้องลึกเบื้องหลังเยอะแยะ”
“เธอรู้อะไร”
“ก็อย่างเมื่อกี้ ยายรุ้งมันก็พูดเองว่ามันโกหกประวัติมันจากเมืองไทยไปตั้งแต่ห้าขวบ แทบไม่รู้จักแม่ แต่เรื่องจริง มันอยู่กับแม่จนเจ็ดขวบ ตระเวนร้องเพลงด้วยกันแทบทุกจังหวัด จากนั้นถึงได้ส่งมันไปอยู่อเมริกา แต่ฟ้าไม่ได้รู้แค่เรื่องยายรุ้งนะคะ ยังมีเรื่องสนุกๆในการถ่ายทำอีก เพราะฟ้าแน่ใจว่าที่เรือนังจุ๊บแจงมันล่มน่ะ ไม่ใช่อุบัติเหตุหรอก”
“เธอกำลังจะบอกว่ารุ้งแกล้งจุ๊บแจงงั้นเหรอ”
“เปล่า อาจมีมือที่สามแกล้งก็ได้”
“บอกมา ใครมือที่สาม”
“ไม่บอก แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า อาจจะมีเรือล่ม
หนสอง” ฟ้าใสหัวเราะระรื่น
ทูนอินทร์ฟังแล้วเครียด ขณะที่เจ๊จวงยุให้จุ๊บแจงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเข้าไปหว่านเสน่ห์กับทูนอินทร์ เพื่อยั่วให้รุ้งระวีประสาทกิน จุ๊บแจงเห็นดีด้วย เธอใส่เพียงเสื้อคลุมอาบน้ำมายืนเรียกทูนอินทร์อยู่หน้าห้อง ทำให้ฟ้าใสต้องหลบไปซ่อนตัว
ทูนอินทร์เดินออกมาหาจุ๊บแจง
หญิงสาวอ้างว่า เดินหลงเข้ามา และมีเรื่องจะคุยด้วยเป็นการส่วนตัว แล้วลากทูนอินทร์ที่ยังยืนงงเข้าไปในห้องนอน
“ไม่เสียแรง ฝึกมาดี” เจ๊จวงตามมาดูผลงาน
ทูนอินทร์กวาดสายตามองไปรอบๆห้องเห็นฟ้าใส แอบดูอยู่มุมหนึ่ง จึงพยายามจะชวนจุ๊บแจงออกไปคุยกันข้างนอก แต่เธอไม่ฟังและพยายามยั่วยวนทูนอินทร์สุดฤทธิ์
ทูนอินทร์ใช้ไม้ตายบอกว่า เขามีเจ้าของแล้ว และ
เธอคนนั้นก็คือฟ้าใส หัวใจสะออน
“นังฟ้าใส นังฟ้าใส ใจสะออนนั่นน่ะเหรอเมียคุณ อย่ามาโกหก แจงไม่เห็นรู้เรื่อง”
“คือเราแต่งงานกันก่อนที่ฟ้าใสจะดังน่ะครับ ถึงตอนนี้เลิกกันแล้ว แต่เรายังไม่ได้หย่ากัน” ทูนอินทร์เริ่มคิดแผนได้
“อุ๊ย งั้นไม่ถือ รับแจงเป็นแฟนอีกคนนะ แจงจะได้แก้แค้นส่วนตัวด้วย เพราะนังฟ้าต่ำนี่เลวนรกตัวแม่ แจงเคยออกคอนเสิร์ตการกุศลเวทีเดียวกับมัน มันแกล้งแจงกับเจ๊ขวัญหน้าแตกกลางเวทีเลยค่ะ”
เธอบอกเล่าเรื่องราว เมื่อครั้งออกคอนเสิร์ตร่วมกับฟ้าใส แต่ถูกฟ้าใสแกล้งเทน้ำมันหล่อลื่นบนเวที ทำให้ลื่นล้มต่อหน้าคนดูนับพัน สร้างความอับอายยิ่งนัก
“เธอร้ายขนาดนั้นเชียวเหรอ” ทูนอินทร์เหล่ไปทางฟ้าใสที่ซ่อนตัวอยู่
“ขนาดยังไม่รู้จักกันนะคะ มันยังแกล้งได้ขนาดนี้ อย่างว่าละ เพราะแจงสาวสวยกว่ามัน มันเข้าวงการกว่าจะดัง นู่นค่ะ ใกล้ห้าแยกหลักสี่เข้าไปแล้ว มันเลยอิจฉาแจง เพลงแจงก็ดังกว่ามันตั้งเยอะ”
“ฟ้าใสร้ายกาจอย่างนั้นเชียวเหรอ” ทูนอินทร์เข้าแผน
“แสดงว่าคุณทูนยังไม่รู้นิสัยนังนี่ดี ตอนที่ไปเข้าสังกัดเสี่ยดำรงน่ะ มันเสนอตัวเป็นเมียน้อยเขายั่วยวนต่างๆจนเมียหลวงเขาหนีกระเจิงไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะทนอับอายไม่ได้ พี่จวงสอนไว้ ซื่อได้แต่อย่าโง่ค่ะ นังฟ้าต่ำมันไม่เคยอาย หน้ามันหนายิ่งกว่าเหล็กเส้นสะพาน
แขวน มันประกาศเลยว่ามันคือเมียใหม่เสี่ยดำรง ไปงานไหนประกาศงานนั้น แม้แต่งานโกนจุกก็ยังไปประกาศนะคะ” จุ๊บแจงร่ายยาว
ทูนอินทร์เหลือบไปมองทางฟ้าใส ที่หน้าแดงจนจะคล้ำ
“เออ...น้องแจงครับ ผมว่าน้องแจงจะว่าใครก็ให้ระวังหน่อยนะครับ เพราะเจ้าตัวเขาอาจอยู่แถวนี้”
“คุณทูนตลกอีกและ พูดอย่างกะว่าคุณทูนซุกนังฟ้าต่ำเอาไว้ในห้องนี้อย่างนั้นแหละ”
“มันก็อาจจะเป็นไปได้นะครับ เออ...ผมต้องขอตัวไปทำงานก่อน” ทูนอินทร์จะเดินหนี
“ไม่เอา ต้องอยู่กับแจงนะคะ” จุ๊บแจงเข้ามารั้ง
“ตอนนี้เคลียร์กันเองก่อนดีกว่าครับ” ทูนอินทร์มองไปที่ฟ้าใส เห็นเธอออกมาจากที่ซ่อน
“เคลียร์ เคลียร์กับใคร” จุ๊บแจงมองหา
“ฉันไง...นังแจง แตงเน่า” ฟ้าใสเดินเข้ามา
จุ๊บแจงสะดุ้งเฮือก มองหน้าทูนอินทร์ ชายหนุ่ม
ส่งยิ้มแล้วรีบชิ่งออกไปทันที
“ไง...ว่าฉันเป็นเมียน้อยเสี่ยดำรง แล้วแกล่ะ เป็นเมียน้อยนายอิทธิ แย่งผัวเขามาจากเมียหลวงเหมือนกัน แกกะฉันต่างกันตรงไหนวะ แกก็หน้าหนาไม่ต่างจากฉันหรอก ถ้าฉันเหล็กเส้นสะพานแขวน แกก็เสาตอม่อสะพานลอย” ฟ้าใสเปิดฉาก
จุ๊บแจงหน้าตึงรีบตอกกลับ แต่เถียงไม่ทัน จึงต้องใช้แรงเข้าช่วย แล้วสองสาวก็ตบตีกันอุตลุด
ooooooo
เจ๊จวงที่รอดูผลงานอยู่หน้าห้อง เห็นทูนอินทร์เดินออกมา จึงเข้าไปถามหาจุ๊บแจง แต่ไม่ทันได้คำตอบก็ได้ยินเสียงจุ๊บแจงร้องกรี๊ดเพราะโดนฟ้าใสตบ
เจ๊ไม่รอช้า รีบเข้าไปดูในห้องและช่วยจุ๊บแจงเล่นงานฟ้าใส ฟ้าใสกรี๊ดลั่นเพราะโดนรุม เสียงของเธอดังไปถึงกองถ่ายที่ริมบึง เจ๊จี่หอยจำได้ร้องบอกทุกคนว่าเป็นเสียงฟ้าใส ทุกคนพากันอึ้ง แล้วก็ต้องอึ้งอีกรอบ เมื่อได้ยินจุ๊บแจงร้องกรี๊ด ตามมาด้วยเสียงข้าวของด้านในหล่นแตกโครมคราม
อิทธิ เจ๊จี่หอย มะปราง อินทร และเมธวิ่งกรูกันไปที่บ้าน
อาชากับฟ้าใสที่รอถ่ายรูปอยู่กลางบึงกับรุ้งระวีชักสนุก สั่งให้ทีมงานพากลับขึ้นฝั่งเพื่อไปดูเหตุการณ์ แล้วทิ้งให้รุ้งระวีที่อยู่ในเรือกลางบึงเพียงลำพัง
อิทธิ เจ๊จี่หอย มะปราง และอินทรวิ่งมาถึงที่หน้าบ้าน เจอทูนอินทร์เดินออกจากมาพอดี
“ทูนมีเรื่องอะไรกัน” เมธร้องถาม
“ตัวแม่ตบกันครับ ขึ้นไปดูกันเอาเองก็แล้วกัน”
อิทธิมองทูนอินทร์อย่างไม่พอใจนัก แล้ววิ่งตาม
ทุกคนเข้าไป ภาพที่เห็นคือ เจ๊จวงและจุ๊บแจงเข้ารุม
ฟ้าใส แต่แล้วกลับถูกฟ้าใสยันโครมกระเด็นไปกระแทกตู้อย่างแรง จากนั้น เธอก็ขึ้นคร่อมร่างเจ๊จวง แล้วตบซ้ายขวาอย่างเมามัน
อิทธิ เมธ อินทร เจ๊จี่หอย และมะปรางเข้ามาถึงพอดี ทั้งหมดช่วยกันสามสาวที่กำลังฟัดกันนัวเนียออกจากกัน
“เข้ามาบ้านฉัน ยังจะมาก่อเรื่องอีกเหรอ” เมธต่อว่าฟ้าใส
“นังนี่มันหาเรื่องฟ้าก่อนนี่คะ” ฟ้าใสฟ้อง
“หาเรื่องเหรอ แกนั่นแหละที่ตบฉันก่อน” จุ๊บแจงสวน
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น จวงพาแจงออกไปได้แล้ว” อิทธิตัดบท
“เดี๋ยว คุณอิท มันทำร้ายจวงกับแจงนะคะ คุณไม่ช่วยเราเลยเหรอ”
“ช่วยซี ช่วยให้กลับกรุงเทพฯเร็วขึ้นไง ออกไปทั้งคู่” อิทธิตวาด แล้วหันมาบอกกับฟ้าใส
“ขอโทษนะฟ้าใส เด็กของผมมันทำเกินกว่าเหตุ”
“ยังดีที่คุณยังยุติธรรม ไม่เข้าข้างเด็กคุณ”
“ผมยุติธรรมเสมอ” อิทธิเดินออกไปพร้อมเจ๊จี่หอย และมะปราง
“แต่อย่านึกว่าฉันจะเป็นธรรมกับเธอ ยายฟ้า กลับไป ได้แล้ว ทร พาแม่นี่ไปส่งที่รถเลย” เมธสั่งเสียงเข้ม แล้วช่วยอินทรลากตัวฟ้าใสออกไป
ooooooo










