สมาชิก

ต้มยำลำซิ่ง

ตอนที่ 3

ทูนอินทร์อุ้มรุ้งระวีลงจากรถ แล้วพาไปนอนที่โซฟาในบ้านของเมธ โดยมีเจ๊จี่หอยกับมะปรางตามไปติดๆ

“นี่ถึงขั้นวางยากันเลยเหรอ” เมธตกใจ เมื่อเห็น สภาพรุ้งระวี

“ไม่คิดเหมือนกันค่ะ ว่าคุณอิทธิเธอจะทำถึงขนาดนี้” เจ๊จี่หอยเอ่ย

“ไอ้นี่ ท่าทางจะบ้ากามน่ะพี่ อ้อ พี่เมธ นี่พี่หอยกับมะปรางคนดูแลรุ้ง” ทูนอินทร์แนะนำ

“สวัสดีครับ งั้นหนูสองคนอยู่ที่นี่เลย ห้องพักด้านโน้น ตามสบายนะ” เมธยิ้มให้สองสาว

“ขอบคุณค่ะ” เจ๊จี่หอยกับมะปรางยกมือไหว้เมธ แล้วหันไปมองรุ้งระวีที่ครางออกมาเบาๆ ด้วยอาการตื่นกลัว

เช้าวันใหม่ รุ้งระวีลืมตาขึ้นก็สะดุ้ง แล้วมองไปรอบๆ อย่างงุนงง เมื่อเห็นตัวเองสวมชุดนอนอยู่ในห้องที่แปลกตาจึงรีบลุกจากเตียงเพื่อออกไปดูข้างนอก เธอได้ยินเสียงเพลงเบาๆ ดังมาจากห้องด้านใน จึงเข้าไปดู ก็พบพ่อนักร้องลงตุ่มกำลังครวญเพลงรักหวานซึ้งกินใจ

รุ้งระวียืนฟังอย่างปลื้มในความไพเราะ แต่เมื่อทูน อินทร์ร้องจบท่อน เขาก็ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ แล้วหันหน้ามาทางประตูที่รุ้งระวียืนอยู่ จังหวะนั้นเอง เสื้อคลุมที่เขาสวมอยู่ก็เลื่อนหลุดลงมาเผยให้เห็นว่าทั้งร่างมีเพียงบอกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น

“นาย...” รุ้งระวีมองไปที่กลางลำตัวของชายหนุ่มแล้วกรี๊ดลั่น

“เฮ้ย” ทูนอินทร์กระโดดเข้าปิดปากรุ้งระวี

หญิงสาวสะบัดหนีแล้ววิ่งออกมาที่ห้องโถง ทูนอินทร์ไล่ตาม

“อย่าเข้ามานะ นายร่วมมือกับนายอิทธิใช่ไหม จะปล้ำข่มขืนฉัน แล้วพาฉันมาไว้ที่เซฟเฮาส์ แล้วนายก็ร่วมหมู่กับนายอิทธิ” รุ้งระวีหันมาตวาด

“ผมช่วยคุณนะรุ้ง ฟังผมก่อน” ทูนอินทร์ตะครุบร่างรุ้งระวีแล้วทั้งคู่ก็ล้มไปบนโซฟาด้วยกัน

“ถ้าโวยวายอีกจะประกบปาก แล้วจูบแบบแลกลิ้นเลยจริงๆ นะ”

รุ้งระวียอมนิ่งเพราะกลัว แล้วเจ๊จี่หอยกับมะปรางก็วิ่งพรวดออกมาจากห้อง เจ๊จี่หอยร้องโวยวายเมื่อเห็นทูน–อินทร์นอนทับรุ้งระวีอยู่ เพราะเข้าใจว่าเขากำลังปลุกปล้ำรุ้งระวี

“พี่หอยช่วยด้วย” รุ้งระวีผลักร่างทูนอินทร์ล้มไปกับพื้น แล้ววิ่งไปกอดกับมะปราง

จี่หอยไม่รอคำอธิบายหยิบหมอนฟาดทูนอินทร์ที่กำลังจะลุกขึ้นทันที “ทำเป็นช่วยรุ้ง ที่แท้ก็ปล้ำเสียเอง นี่...ถ้าหื่นนักละก็ ให้ฉันช่วยให้ก็ได้”

“ปัดโธ่ ฟังกันก่อนซีครับ” ทูนอินทร์ลุกขึ้น แต่เสื้อคลุมเจ้ากรรมดันหลุดลงมาอีก

รุ้งระวีกับมะปรางกรีดร้องพร้อมกัน เมื่อเห็นบอกเซอร์ของชายหนุ่ม ขณะที่เจ๊จี่หอยกลับส่งยิ้มชวนฝัน

“อะไรกันพี่” อินทรวิ่งหน้าตางัวเงียลงมาจากชั้นบน ทั้งร่างมีเพียงบอกเซอร์ตัวเดียวเหมือนกัน

รุ้งระวีและมะปรางหันมามองกลางลำตัวอินทร แล้วกรี๊ดออกมาพร้อมกันอีกครั้ง

อินทรรีบปิดของสงวนหันหลังให้ เจ๊จี่หอยเข้ามาช่วยปิดตารุ้งระวีและมะปราง แต่ตัวเองจ้องเขม็ง

ooooooo

ทูนอินทร์นำภาพเหตุการณ์ที่อินทรถ่ายไว้เมื่อคืนมาเปิดให้รุ้งระวีดูเพื่อแก้ข้อกล่าวหาและให้เรียกเมธช่วยเป็นพยานด้วย

รุ้งระวีหน้าเสีย เธอขอโทษที่เข้าใจทูนอินทร์ผิด เช่นเดียวกับเจ๊จี่หอยที่อธิบายเสียงอ่อยว่าเข้าใจผิดคิดว่าทูนอินทร์จะลวนลามรุ้งระวีด้วยอีกคน

เมธถอนใจ เอ่ยถามรุ้งระวีว่าจะเอาอย่างไรต่อไป รุ้งระวีว่าเธอจะขอยกเลิกสัญญา เพราะมีคลิปที่อินทรถ่ายไว้ช่วยยืนยัน อิทธิก็คงไม่กล้ารังแกเธออีก

“ระวังนะ คนอย่างนายอิทธิน่ะ ไม่เลิกกับหนูง่ายๆหรอก บริษัทพี่เคยทำมิวสิกวีดิโอให้นายอิทธิอยู่หลายอัลบั้มถึงได้รู้ว่านายนี่เขี้ยวมาก” เมธเอ่ยเตือน

ยามนั้นเสียงมือถือของเจ๊จี่หอยดังขึ้น เป็นของมะปรางโทร.มาบอกว่า เธอถึงบ้านที่พุทธมณฑลแล้วและกำลังจะเข้าไปเอาของให้รุ้งระวี เจ๊จี่หอยยื่นมือถือให้รุ้งระวีคุยกับมะปรางเอาเองว่า อยากจะได้อะไรเพิ่มอีก

ขณะที่สองสาวคุยอยู่กับมะปราง เมธก็แอบถามทูนอินทร์ว่า ทำไมพวกสาวๆ ถึงเรียก ทูนอินทร์กับอินทรว่า เคนกับธีรเดช

“อ๋อ...เขายังไม่รู้จักชื่อจริงผมกับนายทรน่ะ เจอกันทีไรเราก็ปลอมตัวตลอด อีกอย่างอยากเป็นพระเอกบ้างน่ะพี่” ทูนอินทร์อำต่อ

ด้านมะปรางเมื่อวางสายจากเจ๊จี่หอยแล้วเธอก็จะเดินเข้าบ้าน แต่อินทรที่ขับรถมาส่งยังต้องปลอมตัวเป็นนักข่าวอีกครั้ง

“มาเอาเสื้อผ้าคุณรุ้ง ทำไมต้องให้ผมปลอมตัวด้วยละครับ” อินทรถาม

“ถ้าเกิดคนของคุณอิทธิมาเห็นเข้า จะได้จำคุณไม่ได้ไง”

“แล้วทำไมต้องให้แต่งเป็นน้องกวางด้วยล่ะ นี่มันลุคกะเทยนะครับ”

“อ้าว ไม่ได้เป็นหรอกเหรอคะ แต่เอาเถอะคุณแต่งแบบนี้น่ารักดี ฉันชอบ ไม่มีใครแล้วคุณรีบไปดีกว่า” มะปรางวิ่งนำอินทรเข้าไปในบ้าน ไม่ทันเห็นจุ๊บแจง

กับเจ๊จวงที่หน้าบวมช้ำติดปลาสเตอร์ซุ่มดูอยู่ ทั้งสองเห็นจุ๊บแจงวิ่งเข้าไปในบ้านก็รีบตามไป เพื่อถามที่อยู่ของรุ้ง–ระวีและนักข่าวที่มาเมื่อคืน แต่เมื่อพบกับอินทรที่ปลอมตัวเป็นนักข่าว เจ๊จวงก็จำได้ เธอร้องโวยวายและชวนจุ๊บแจงรุมเล่นงานอินทร

“โอ๊ย...เจ็บนะ ปล่อย ผมไม่อยากทำหรอกนะ แต่จำเป็น” อินทรตบจุ๊บแจงกระเด็นหวือไปที่เตียง

“แกกล้ามาก ตบนักร้องขวัญใจคนไทย แกตาย” เจ๊จวงเข้าบีบคออินทร

อินทรดึงมือเจ๊จวงออกได้ก็ชกสวนเข้าแผลเดิม เจ๊จวงร้องลั่นลงไปนอนกองข้างจุ๊บแจงท่าเดียวกับเมื่อคืนเป๊ะ

มะปรางกลัวมีคนตามมาอีก เธอรีบเข้าไปลากอินทร กลับไปที่รถ แล้วขับออกไป

เจ๊จวงกับจุ๊บแจงมองตามแล้วหันมาสำรวจแผลของกันและกัน แล้วกอดกันร้องไห้โฮ พลันสายตาเจ๊จวงเหลือบไปเห็นรูปของแสงหล้า และรุ้งระวีในวัยเด็กที่หัวเตียง เธอร้องบอกกับจุ๊บแจง

“น่าจะนังรุ้งตอนเด็ก มันถ่ายกับใครน่ะ หรือแม่มัน อุ๊ย ต้องถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐานเลย” เจ๊จวงใช้มือถือถ่ายไว้ ขณะที่จุ๊บแจงยังคลำแผลสะอื้นไห้

ด้านรุ้งระวี เธอหลบมานั่งสะอื้นอยู่ริมบึง ทูนอินทร์ตามมาปลอบใจ และยินดีรับฟังถ้าเธออยากระบายความ อัดอั้นตันใจ รุ้งระวีไว้ใจชายหนุ่ม จึงบอกว่าเธอไม่น่าคิดอะไรง่ายๆ ยอมเซ็นสัญญากับอิทธิแล้วกลับมาเมืองไทยเลย

“แต่กลับมา คุณก็เป็นนักร้องดังนะ คุณต้องการอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ”

“ฉันรักที่จะร้องเพลง แต่ไม่ต้องการเป็นคนดัง เพราะที่ฉันกลับมาก็เพื่อตามหาแม่ แม่ส่งฉันไปอยู่แอลเอตั้งแต่ฉันแปดเก้าขวบ แล้วฉันไม่เคยเจอแม่อีกเลย นายอิทธิสัญญาว่าถ้าฉันเป็นคนดัง แม่ก็จะมาหาฉันเอง”

“แล้วท่านติดต่อมาไหม”

“ไม่ ฉันยังไม่ได้ข่าวคราวแม่เลย แม่เคยอยู่ที่โคราช ฉันอยากไปที่นั่นมาก แต่ยังไม่มีโอกาส แถมนายอิทธิให้ฉันปกปิดอดีตที่แท้ของฉันอีก ทำให้ฉันประกาศหาแม่ตามสื่อไม่ได้”

“ผมเข้าใจแล้ว ที่คุณเปลี่ยนอดีตตัวเอง ต้องหลอกคนฟัง เพราะเหตุผลเหล่านี้เอง”

“ฉันไม่ได้อยากหลอกลวงแฟนเพลงหรอกนะ”

“ผมเข้าใจครับ แล้วจากนี้คุณจะทำยังไง”

“เลิกสัญญา เลิกร้องเพลงค่ายนายอิทธิ แล้วตามหาแม่ให้พบ”

“ถ้าเป็นจริง ผมจะดีใจมากเลย เพราะผมจะชวนคุณมาเข้าสังกัดผมไงครับ ผมกับพี่เมธกำลังทำค่ายเพลงอิสระอยู่พอดี” ทูนอินทร์เริ่มมีความหวัง

“ฉันเชื่อแล้วละว่าคุณเป็นนักแต่งเพลง เพลงที่ร้องเมื่อกี้เพราะมาก ชื่อเพลงอะไรเหรอ”

“ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลยครับ เพราะยังแต่งไม่เสร็จ”

“ตั้งชื่อแล้วบอกให้ฉันรู้ด้วย ฉันอยากร้องเพลงนี้” รุ้งระวีส่งยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ขอบคุณสำหรับทุกเรื่องที่คุณช่วยฉัน ไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงแล้ว”

ทูนอินทร์ยิ้มปลื้ม แล้วจู่ๆ รุ้งระวีก็ยื่นหน้าเข้ามาจูบข้างแก้มของเขา ชายหนุ่มถึงกับตะลึงงัน

ooooooo

มะปรางกลับมาถึงบ้านของเมธ เธอรีบฟ้องรุ้งระวีกับเจ๊จี่หอย เรื่องเจ๊จวงกับจุ๊บแจงบุกไปเล่นงานเธอถึงบ้านที่พุทธมณฑล

รุ้งระวีรู้สึกผิด เธอขอโทษมะปรางกับเจ๊จี่หอย ที่นำเรื่องเดือดร้อนมาให้ แถมทั้งคู่อาจโดนอิทธิไล่ออกจากงานอีกด้วย แต่เจ๊จี่หอยกับมะปรางไม่สน เพราะพวกเธอเห็นรุ้งเป็นเหมือนน้องสาว ทำให้รุ้งระวีซึ้งใจ เข้าไปกอดเจ๊จี่หอยกับมะปราง ทูนอินทร์ที่แอบดูอยู่ได้โอกาสเดินเข้าไปหารุ้งระวี พร้อมยื่นมือถือให้

“มือถือของรุ้งครับ มีมิสคอลจากนายอิทธิเข้ามาตลอด ผมว่าคุณควรจะโทร.กลับได้แล้วนะ”

“แล้วฉันจะพูดยังไงดี” รุ้งระวีไม่มั่นใจนัก

“ตามที่เราตกลงกันไว้ไง” ทูนอินทร์ส่งยิ้มให้กำลังใจ

รุ้งพยักหน้า พยายามทำใจให้เข้มแข็งแล้วกดโทร.หาอิทธิ

“รุ้ง รุ้งอยู่ที่ไหน เรื่องเมื่อคืนผมขอโทษ ยกโทษให้ผมนะ ที่ผมทำแบบนั้นเพราะผมรักคุณ”

“คุณทำกับคนที่คุณรักแบบนี้เหรอ ทั้งมอมยา ทำร้ายฉันทั้งกายทั้งใจ” รุ้งระวีสะอื้น

“ผมเสียใจรุ้ง มาพบผมเถอะนะ ผมจะเคลียร์กับคุณทุกเรื่อง”

“ก็ได้ ฉันจะพบคุณ คุณเตรียมสัญญามาด้วย ฉันจะฉีกสัญญาทิ้งให้หมด แล้วเราก็จบกันแค่นี้” รุ้งระวีส่งมือถือให้จี่หอยนัดเวลากับสถานที่กับอิทธิ แล้วลุกออกมายืนทำใจ

ทูนอินทร์ตามมาคุยด้วย รุ้งระวีเปรยว่า กลัวอิทธิจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ

“ไม่ต้องกลัวนะ ผมกับทรและพี่เมธจะไปด้วย” ทูนอินทร์รับปาก

รุ้งระวีค่อยเบาใจยิ้มออกมาได้

ด้านอิทธิเมื่อวางสายจากเจ๊จี่หอยแล้ว ก็เรียกคมกับเดชลูกน้องคนสนิทมาพบเพื่อถามความคืบหน้าเรื่องแม่ของรุ้งระวี เพราะจะใช้เป็นไม้ตายบีบให้รุ้งระวียอมทำงานด้วยต่อไป

“หลักฐานเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ” คมวางเอกสารลงตรงหน้า

อิทธิหยิบออกดู รูปแรกเป็นรูปของแสงหล้าที่ถ่ายกับรุ้งวัยเด็ก แต่รูปต่อไปเป็นหญิงอีกคนที่ดูคล้ายแสงหล้ามาก

“ผมว่าคนนี้หน้าตาคล้ายที่สุดแล้วละครับ” คมมั่นใจ

“ดี” อิทธิเปรียบเทียบรูปทั้งสองใบพลางแสยะยิ้ม

เมื่อถึงเวลานัด รุ้งระวี เจ๊จี่หอย และมะปรางก็ออก มาพบอิทธิที่ร้านอาหาร คมและเดชรีบเลื่อนเก้าอี้ให้รุ้ง–ระวีนั่งตรงหน้าอิทธิ เจ๊จี่หอยและมะปรางรีบทรุดนั่งข้างๆ ท่าทางหวาดๆ

อิทธิส่งยิ้มให้รุ้งระวี ก่อนเอ่ยคำขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืน แต่รุ้งระวีไม่รับฟัง เธอถามเรื่องการยกเลิกสัญญา อิทธิว่าถ้ารุ้งระวีทำแบบนั้น เขาจะโดนฟ้องหมดตัวแน่

“ไม่ยากหรอกค่ะ ถ้าเทปนี่ถูกเผยแพร่” รุ้งระวีส่งมือถือให้อิทธิดูภาพเหตุการณ์เมื่อคืนนี้

อิทธิหน้าเสียทำเหมือนจะร้องไห้ ทูนอินทร์ อินทรและเมธที่นั่งหลบมุมดูเหตุการณ์อยู่ พึมพำถามกันว่างานนี้จะออกหัวหรือออกก้อย

ส่วนรุ้งระวี เจ๊จี่หอย และมะปรางก็มองหน้ากัน ไม่รู้ว่าอิทธิจะมาไม้ไหนอีก

“ใช่ ผมทำเกินกว่าเหตุจริงๆ รุ้ง ผมสมควรได้ รับโทษแล้ว จะฟ้องหรือตั้งข้อหาอะไรก็ได้ ผมยินดีรับโทษ” อิทธิทำสะอื้น

“คุณอิทธิ ฉันไม่ฟ้องอะไรคุณทั้งนั้น เพียงแค่ขอเลิกสัญญากับคุณ คุณยังมีนักร้องดังๆอีกหลายคนรวมทั้ง จุ๊บแจง เมียลับๆคุณด้วย”

“ผมไม่ได้หมายถึงธุรกิจ ผมหมายถึงตัวผม ผมก็เหมือนคนตาย ถ้าคนที่ผมรักอย่างรุ้ง หนีจากผมไปแล้ว”

“ฉันไม่ได้รักคุณนะคะคุณอิทธิ”

“ผมทราบ ถึงอยากให้เรามาเริ่มต้นใหม่ ผมไม่เรียกร้องเรื่องความรัก เรื่องแต่งงานจากคุณอีกแล้ว ผมให้อิสระรุ้งทุกอย่าง เพียงแต่รุ้งยังอยู่กับผม ร้องเพลงให้ผมเหมือนเดิม”

“เราจบกันเท่านี้เถอะค่ะ” รุ้งระวียืนยัน

อิทธินิ่งงันไปเช็ดน้ำตา พยายามสะกดอารมณ์เจ็บปวด กลุ่มของทูนอินทร์ยิ้มให้กันมั่นใจว่างานนี้ออกหัวแน่

“ไม่เป็นไร ถ้ารุ้งตัดสินใจอย่างนั้น มีอีกเรื่องที่รุ้งคงต้องไปสานต่อเอาเองเพราะรุ้งคงไม่อยากให้ผมยุ่งอีก” อิทธิเอ่ยพลางแล้วหันไปรับเอกสารจากสมุนมาส่งให้รุ้งระวี

“อะไรคะ” รุ้งเปิดเอกสารดู พบว่าเป็นภาพถ่ายติดบัตรของหญิงชรานางหนึ่ง ใบหน้าทรุดโทรม

อิทธิรีบแต่งเรื่องหลอกว่า นางอาจจะเป็นแม่ของรุ้ง เพราะเขาจ้างนักสืบช่วยตามหาจนได้เบาะแสว่านางอยู่ที่วัดใหญ่ จังหวัดอุดร

“พระที่นั่นบอกว่าเธอ...สภาพจิตไม่ปกติ เข้าออกโรงพยาบาลโรคจิตหลายครั้งแล้ว แต่ตอนนี้ก็เร่ร่อนไปเป็นปีแล้ว ยังตามตัวไม่พบ”

รุ้งระวีน้ำตาไหลพราก เจ๊จี่หอยแอบกระซิบถามว่า แน่ใจว่าใช่แม่แสงหล้าหรือ

“ไม่ทราบ แม่เปลี่ยนไปมาก แล้ว...แล้วเราจะหาแม่เจอได้ยังไง”

“มันยากมากที่เราจะตามเอง แต่อย่างที่ผมเคยบอก ถ้ารุ้งมีชื่อเสียง เป็นคนดังเมื่อไหร่ เราจะออกทุกสื่อทั่วประเทศให้ช่วยกันตามหาแม่รุ้ง นั่นแหละที่รุ้งจะได้เจอแม่ แต่ถ้ารุ้งคิดจะจบชีวิตการเป็นนักร้องแบบนี้ ผมก็ช่วยอะไรอีกไม่ได้ ลาก่อนรุ้ง” อิทธิลุกเดินออกไปพร้อมคมและเดช

รุ้งระวีมองตามตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรดี จึงหันมาปรึกษาสองพี่เลี้ยง

“ข้อเสนอเขาก็น่าสนใจนะ ถ้าเขาทำตามที่เขาบอก” เจ๊จี่หอยพูดไม่ทันจบ...รุ้งระวีก็วิ่งตามอิทธิออกไป

ooooooo

กลุ่มทูนอินทร์ที่ยังงงกับเหตุการณ์ ลุกตามออกมา เห็นรุ้งระวีเจรจากับอิทธิอยู่หน้าร้าน อิทธิยิ้มออกดึงรุ้งระวีมากอด

“ท่าจะไม่ดีว่ะ” เมธหันมาบอกทูนอินทร์ เมื่อได้ยินรุ้งระวีบอกกับอิทธิว่า เธอจะทำงานกับเขาต่อไป แต่เขาต้องรักษาสัญญาตามเดิมทุกอย่าง และต้องให้เจ๊จี่หอยกับมะปรางเป็นพี่เลี้ยงเธอเหมือนเดิม

“เอ ผมยังไม่ได้ไล่ทั้งคู่ออกเลยนะครับ เพราะถึงรุ้งออก ผมก็ยังจ้างทั้งคู่ เพราะผมถือว่างานนี้ผมได้พิสูจน์น้ำใจเจ๊จี่หอยและมะปรางว่า เขารักรุ้งแค่ไหน ผมต้องการทีมงานอย่างนี้แหละ เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ” อิทธิแสร้งส่งยิ้มให้

เจ๊จี่หอย มะปราง และรุ้งระวีตามไม่ทัน รีบยกมือขอบคุณชายหนุ่ม ส่วนกลุ่มทูนอินทร์เห็นแล้วก็ถอนใจ

“ทำใจนะครับพี่ทูน อย่างนี้แสดงว่าเขาคืนดีกันแล้ว”

ทูนอินทร์ทนดูไม่ได้ผละออกไป เมธและอินทรรีบตามติด แล้วสามหนุ่มก็บังเอิญเจอกับอิทธิที่แยกมาขึ้นรถพร้อมกับลูกน้อง

“เฮ้ย...เมธมาทำอะไรแถวนี้วะ” อิทธิเข้ามาทัก

“สวัสดีคุณอิทธิ บ้านผมอยู่แถวนี้ละครับ” เมธหันมาตอบ

อิทธิมองทูนอินทร์และอินทรรู้สึกคุ้นๆ ขณะที่สองพี่น้องเตรียมตัวตั้งรับเต็มที่ ถ้าอิทธิจำได้ แต่เหตุการณ์กลับผิดคาด เพราะอิทธิเอ่ยชวนเมธไปช่วยทำมิวสิกวีดิโอให้รุ้งระวี

เมธหันมามองหน้าทูนอินทร์กับอินทร เตรียมจะปฏิเสธ แต่ทูนอินทร์กลับเสนอตัวขอทำงานนี้เองเพราะเคยกำกับมิวสิกมาหลายเพลงแล้ว ก่อนจะหยุดไปทำธุรกิจส่วนตัว

อิทธิแย้งว่า เขาต้องการมือหนึ่ง ทูนอินทร์จึงหันมาถามเมธ

“ผมก็มือหนึ่งครับ ใช่ไหมพี่เมธ”

“เออ ใช่ มันเคยเป็นมือหนึ่งครับ นี่น้องผม นายทูนอินทร์ เขาทำให้ฟ้าใส ใจสะออน ดังลั่นมาแล้ว” เมธการันตี

อิทธิเชื่อใจนัดให้ทูนอินทร์เข้าไปคุยกันที่บริษัทในวันพรุ่งนี้ตอนบ่ายโมง แล้วเดินกลับไปขึ้นรถ

อินทรกับเมธกันมายิงคำถามกับทูนอินทรทันที

“โอ้โฮ...พี่ทูน ผีเข้าเหรอครับ”

“พูดเอง เออเองเลยนะแก แกล้างมืองานกำกับมานานแล้วนะ จะไหวเหรอวะ”

“ไหวครับพี่ งานกำกับมิวสิกของรุ้งระวี มันต้องเป็นหน้าที่ของผมเท่านั้น”

ครั้นกลับมาถึงบ้าน ทูนอินทร์ก็ออกไปยืนเหงาอยู่ริมบึง รุ้งระวีตามมาเอ่ยคำลา เพราะต้องกลับไปทำหน้าที่ ทูนอินทร์ถามหญิงสาวเรื่องแม่ เพราะยังไม่ไว้ใจอิทธิ

รุ้งระวีออกรับแทนว่า ที่อิทธิทำไปทั้งหมดก็เพราะรักเธอมากเกินไป

“แล้ว...คุณรักเขารึเปล่า”

“ถ้าพูดถึงตอนนี้ เปล่าค่ะ แต่เขาสัญญาแล้วว่า... จะไม่เร่งรัดฉันเรื่องแต่งงาน ทุกอย่างจะค่อยเป็นค่อยไป”

“แสดงว่าคุณอาจจะรักเขาสักวันหนึ่ง”

“เป็นไปได้ ขอบคุณนะคะที่ช่วยเหลือฉันตลอดมา”

“แล้ว...เรื่องเพลงของผมที่คุณสัญญาว่าจะร้อง”


“ไว้มีโอกาส ฉันจะร้องเพลงของคุณแน่ๆ แต่งเสร็จเมื่อไหร่บอกด้วยละกัน...ฉันลา”

“โชคดีนะครับ ผมคงตามคุณในฐานะแฟนคลับไม่ได้อีกแล้วละ”

“ค่ะ โชคดี แฟนคลับของฉัน” รุ้งระวีหันหลังเดินจากไป

ทูนอินทร์มองตามแล้วเดินกลับเข้าบ้าน เขาพรมนิ้วลงบนเปียโน ครวญเพลงรักที่ยังแต่งไม่เสร็จให้รุ้งระวีฟังแทนคำลา รุ้งระวีน้ำตาคลอสัมผัสได้ถึงความ เจ็บปวดนั้น ก่อนที่จะตัดใจขึ้นรถจากไป

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ทูนอินทร์ เมธ และอินทรมาพบอิทธิที่บริษัทตามนัด แต่ไม่ยอมให้รุ้งระวีที่กำลังซ้อมเต้นอยู่ในห้องเห็น ครั้นรุ้งระวีได้พัก เธอจะเดินไปห้องน้ำ เมื่อปรายตาไปเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของทูนอินทร์แว้บๆ จึงหยุดมอง แต่เขาเดินหายเข้าห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว

“ไม่ใช่หรอกน่า เฮ้อ...บ้าจัง เห็นใครก็กลายเป็นนายเคนไปหมด” รุ้งระวีบ่นกับตัวเอง

ขณะที่ในห้องทำงาน อิทธิกำลังบรีฟงานให้พวกทูนอินทร์ฟัง

“งานนี้ผมไม่ได้จ้างพวกคุณทำมิวสิกอย่างเดียว แต่ผมจะให้ทำบันทึกเบื้องหลังคอนเสิร์ตของรุ้งระวีด้วย เพราะจะมีคอนเสิร์ตรวมนักร้องในค่ายในวันพรุ่งนี้ แต่รุ้งจะไปร้องแค่สองเพลง พวกคุณเตรียมงานทันไหม”

“เราพร้อมตั้งแต่วันนี้แล้วละครับ” ทูนอินทร์ยิ้ม

“เอ...คุณทูน เราเคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่า ผมคุ้นหน้าคุ้นเสียงคุณยังไงพิกล”

“คงเคยเจอกันมั้งครับ เพราะผมเองก็คุ้นคุณอิทธิเหมือนกัน” ทูนอินทร์ตอกกลับ

“นายครับ คุณรุ้งรออยู่ข้างนอก” คมเข้ามารายงาน

ทูนอินทร์ อินทร และเมธนั่งตัวเกร็ง เมื่อได้ยินอิทธิสั่งให้คมเรียกรุ้งระวีเข้ามาทำความรู้จักกับทั้งสาม คมเดินออกไปบอกรุ้งระวีที่ยืนรออยู่หน้าประตู แต่หญิงสาวไม่ยอมเข้ามา เธอฝากคมมาบอกอิทธิว่า จะมาคุยเรื่องคอนเสิร์ต เอาไว้หลังซ้อมเต้นเสร็จจะมาใหม่ แล้วเดินออกไป พวกทูนอินทร์ได้ฟังก็โล่งใจ

“เลยไม่ได้แนะนำให้พวกคุณรู้จักเลย” อิทธิบ่น

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงเราก็จะต้องรู้จักกันอยู่แล้ว สำหรับสาวๆ สวยๆ อย่างคุณรุ้ง ผมรอได้” ทูนอินทร์วางท่า

ooooooo

ด้านรุ้งระวี เธอกลับไปซ้อมเต้นอย่างเอาจริงเอาจัง

เจ๊จวงกับจุ๊บแจงมาเห็นก็ไม่พอใจ รีบดึงมะปรางที่เดินออกมาพอดีไปสอบถาม ว่าทำไมรุ้งระวีถึงกลับมาทำงานต่อได้อีก มะปรางส่ายหน้าบอกว่าเธอไม่รู้ แล้วรีบเดินหนี ไปสวนกับอาชาและขวัญข้าวที่เพิ่งเข้ามา พร้อมส้มตำและอาหารอีสานมาถุงเบ้อเริ่มในมือ

ขวัญข้าวร้องทักเจ๊จวงกับจุ๊บแจงว่า ไปทำอะไรมาเพราะหน้าตายังมีรอยฟกช้ำอยู่ เจ๊จวงว่า เรื่องมันยาว วันหลังจะเล่าให้ฟัง

“นี่ คอนเสิร์ตน่ะมันรวมดาวพวกเรานะ นังฝรั่งมันร้องแค่สองเพลงแต่มันซ้อมกันอลังการขนาดนี้เลยเหรอ” อาชามองเข้าไปในห้องซ้อม

“คุณอิทธิทุ่มให้มันเต็มที่ เห็นว่าชุดหางเครื่องสั่งตัดใหม่หมด” จุ๊บแจงใส่ไฟ

“ทุเรศที่สุด ถ้ายังเชียร์นังนี่นอกหน้าแบบนี้ ฉันว่าพวกเราไปหาสังกัดอื่นอยู่กันเถอะ หมาหัวเน่าขึ้นมาทุกวันแล้ว ไป ไปกินส้มตำดีกว่า แก้เซ็ง” ขวัญข้าวและอาชาเดินแยกไป

เจ๊จวงมองตามไปก็เห็นเดชเดินผ่านมาพอดี เธอเรียกเดชมาคุยด้วย เพราะอยากได้ข้อมูลเรื่องรุ้งระวี เดชทำบ่ายเบี่ยงอ้างว่าเป็นความลับของเจ้านาย  แต่เมื่อเจ๊จวงเอาเงินสองพันจากจุ๊บแจงมาล่อก็ยอมเปิดปาก มันรีบลากสองสาวไปคุยกันที่มุมลับตา

เวลาเดียวกันนั้น ทูนอินทร์กำลังคุยเรื่องงานกับอิทธิเสร็จพอดี เขาให้เมธไปรอที่รถก่อนเพราะจะไปห้องน้ำกับอินทร แต่ระหว่างทางเห็นมะปรางกำลังเดินออกมาจากห้องอาหารจึงหาที่หลบ แล้วพวกเขาก็เห็นขวัญข้าวกับอาชาเข้ามาแขวะมะปรางเรื่องอาหารอีสานที่เจ๊จี่หอยเตรียมไว้ให้รุ้งระวี มะปรางไม่อยากตอบโต้ รีบเดินหนีออกไป

อาชาหยิบถุงอาหารอีสานที่ติดป้ายว่าของรุ้งระวีขึ้นมาดู พลางแสยะยิ้ม เพราะแผนชั่วบรรเจิดอยู่ในใจ เขาหันมาบอกกับขวัญข้าวว่า  จะจัดการเปิดทวารให้รุ้งระวีกับพวกด้วยผงวิเศษที่ติดตัวมา แล้วหยิบขวดเล็กออกมาจากกางเกง จากนั้นก็โรยลงในถุงส้มตำของรุ้งระวี พร้อมอธิบายสรรพคุณ

“ยาระบายอ่อนๆ แต่ถ้าใส่เยอะๆ ก็จะกลายเป็นยาระบายหนักๆ แถมถ้าโดนพริกเข้าไปเยอะๆด้วยนะ เขาเรียก ยาระเบิดถ้ำ”

“ฮิฮิ ประเภทหูรูดไม่ทำงานเลยใช่ไหม ดีๆ นี่...ก็โรยมันทุกถุงเลยซีบ่อเกรอะ มันจะได้แตกกันทุกคน” ขวัญข้าวรีบแกะถุงอาหารทั้งหมดแล้วช่วยอาชาโรยยาลงไป

ทูนอินทร์และอินทรที่แอบดูอยู่หน้าพากันตะลึง คิดหาทางช่วยพวกรุ้งระวี แล้วโอกาสก็มาถึง เมื่อขวัญข้าวกับอาชาชวนกันออกไปล้างมือในห้องน้ำ สองหนุ่มรีบเข้ามาในห้องแล้วยกถุงอาหารที่ถูกโรยผงไปวางแทนถุงของขวัญข้าว และยกของขวัญข้าวกลับมาวางที่มุมเดิมของรุ้งระวี แล้วชักชวนกันหนีออกมา

สองหนุ่มเดินมาถึงมุมลับตาก็ได้ยินเสียงเจ๊จวงและจุ๊บแจงคุยอยู่กับเดชเรื่องรุ้งระวี เดชเล่าให้สองสาวฟังว่า ที่รุ้งระวียอมกลับมาทำงานต่อก็เพราะอิทธิหลอกว่าจะช่วยตามหาแม่ให้พบ แถมยังเอารูปผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายแม่ของรุ้งระวีมาหลอกเธออีกด้วย

“อย่างนี้นี่เอง แจง ถ้าอย่างนั้นรูปที่บ้านนังรุ้ง ต้องเป็นรูปแม่มันแน่ๆ เลย แกดูซิ ใช่รูปนี้หรือเปล่า” เจ๊จวงหยิบมือถือออกมากดหาภาพถ่ายแม่รุ้งที่หัวเตียงส่งให้เดชดู

“นี่ละ รูปนี้แหละ” เดชยืนยัน

“ได้เรื่อง ขอบใจนายเดช ไปได้แล้ว” เจ๊จวงไล่

เดชยืนรีรอจะขอทิปเพิ่ม จึงโดนจุ๊บแจงตวาดใส่ ก่อนหันมาปรึกษาเจ๊จวงว่าจะเอาไงต่อดี

“ไม่ยากแล้วละ มันมีจุดอ่อนเรื่องแม่มัน เราต้องเอามาใช้เป็นจุดแข็งของเราให้ได้” เจ๊จวงยิ้มร้าย

ooooooo

เจ๊จวงเดินนำจุ๊บแจงไปหาอาชาและขวัญข้าว แต่ระหว่างทางได้เจอกับทูนอินทร์และอินทรที่กำลังจะไปที่รถ จุ๊บแจงส่งยิ้มหวาน ตะลึงในความหล่อของทูนอินทร์ เธอรีบสานสัมพันธ์

ส่วนเจ๊จวงที่รีบเปิดทาง เมื่อรู้ว่าทูนอินทร์เป็นผู้กำกับมิวสิกคนใหม่ของบริษัท เพราะหวังจะดันให้จุ๊บแจงได้เกิดอีกครั้ง จังหวะนั้นเอง รุ้งระวีก็เดินคุยกับมะปรางและเจ๊จี่หอยมาด้านหลังทูนอินทร์และอินทรพอดี

สองพี่น้องได้ยินเสียงรุ้งระวีก็ชะงัก ไม่กล้าหันไปมอง ขณะที่พวกรุ้งระวีเมื่อเห็นเจ๊จวงกับจุ๊บแจงยืนอยู่ก็ทำเชิดใส่ ก่อนเดินเลี้ยวไปทางห้องอาหาร ทูนอินทร์กับอินทรโล่งใจ

“แต่เอ เราเคยรู้จักกันที่ไหนมาก่อนไหม มันคุ้นๆนะ” เจ๊จวงเริ่มพิจารณาสองหนุ่ม

“ไม่นะครับป้า ลาละครับ” ทูนอินทร์และอินทรไหว้ลา แล้วรีบเดินหนี

เจ๊จวงส่งยิ้มเจื่อนๆ ถามจุ๊บแจงว่า เธอแก่จนเป็นป้าแล้วเหรอ

จุ๊บแจงไม่ตอบอะไร ลากเจ๊จวงเข้าไปในห้องอาหาร เห็นรุ้งระวี มะปรางและเจ๊จี่หอยกำลังกินอาหารอีสานกันอย่างเอร็ดอร่อย

อาชากับขวัญข้าวร้องเรียกจุ๊บแจงกับเจ๊จวงไปร่วมวง แล้วกระซิบบอกเรื่องแอบใส่ยาระบายลงในอาหารของพวกรุ้งระวีให้ฟัง ทั้งสี่มองมาทางกลุ่มรุ้งระวีแล้วหัวเราะลั่น


“มันหัวเราะอะไรเราน่ะ” เจ๊จี่หอยเริ่มผิดสังเกต

มะปรางกับรุ้งระวีมองหน้ากันยังไม่ทันพูดอะไร ขวัญข้าวกับอาชาก็ท้าทายให้รุ้งระวีพิสูจน์ความเป็นไทยด้วยการทานเผ็ดให้ดู

รุ้งระวีรับคำท้า เธอเทพริกป่นลงในจานส้มตำจนแดง แล้วตักกินหน้าตาเฉย

“ระวังนะ ทำเก่งกินเผ็ดแบบนี้ ท้องไส้มันจะปั่นป่วน และเกิดอาการที่เรียกว่า ท่อทวารแตก ฮ่ะฮ่ะ” อาชาหัวเราะร่วนตามด้วย ขวัญข้าว เจ๊จวงและจุ๊บแจง

แล้วยาก็ออกฤทธิ์ เสียงปู้ด ดังลั่น กลุ่มของอาชาเงียบเสียงรีบเอามือปิดจมูก เจ๊จี่หอยตะโกนถามว่า

ใครตด

“ก็ต้องพวกแกนั่นแหละ ของมันออกฤทธิ์แล้วละซี้” อาชาโต้กลับ พลันเสียงปู้ดดังขึ้นอีกที คราวนี้อาชาสะดุ้งรีบกุมก้นตัวเองเพราะข้าศึกโจมตี

“นังม้า เสียงมันมาจากแกจริงๆ นะ แกรีบไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวนี้เลย” ขวัญข้าวไล่ แล้วปล่อยปู๊ดตามมาอีกคน เธอไม่รอช้ารีบวิ่งตัดหน้าอาชาไปเข้าห้องน้ำก่อน

เจ๊จี่หอยสุดทน รีบชวนรุ้งระวีกับมะปรางออกจากห้องทานอาหาร เพราะทนกลิ่นไม่ไหว เจ๊จวงกับจุ๊บแจงที่ยังส่งอาหารเข้าปากไม่หยุด หันมามองหน้ากันอย่างสงสัย

“หรือว่า ที่พวกเรากิน ไม่จริงนะพี่” จุ๊บแจงมองอาหารบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพราะข้าศึกบุก

“ตายแล้ว นี่มันอะไรกัน” เจ๊จวงสะดุ้งเฮือกรีบหุบขา “อุ๊ย มาไม่ให้สุ้มให้เสียง แจงรอพี่ด้วย พี่ไม่ทันแล้ว ใครก็ได้ซื้อผ้าอ้อมเด็กให้หน่อย ว้าย มาอีกแล้ว” เจ๊จวงโผเผ วิ่งหนีบขาออกจากห้อง

ooooooo

รุ้งระวีเดินออกมาสงบสติอารมณ์ที่มุมสวนหย่อมนอกบริษัท เห็นลานจอดรถอยู่ห่างออกไป เสียงมือถือของเธอดังขึ้น รุ้งระวีกดรับสาย

ทูนอินทร์ยืนหลบอยู่ข้างลานจอดส่งเสียงทักทาย และบอกเธอเรื่องโดนวางยาในอาหารอีสาน แต่โชคดีที่เขาช่วยไว้ทัน รุ้งระวีถามว่า ทูนอินทร์อยู่ที่ไหนกันแน่ แล้วเรียกให้เขาออกมาพบ แต่ทูนอินทร์กดวางสายแล้วกระโดดขึ้นรถที่มีเมธกับอินทรนั่งรออยู่

รถของทูนอินทร์แล่นออกไป รุ้งระวีหันมาเห็นก็วิ่งตามแต่ไม่ทัน

“มีอะไรคะพี่” มะปรางวิ่งนำเจ๊จี่หอยตามออกมา

“นายเคนอยู่ที่นี่ น่าจะรถคันนั้นละ เขามาช่วยเราอีกแล้ว”

“ช่วยอะไรเราคะ”

“ช่วยให้เราไม่โดนวางยาจากนังพวกนั้นน่ะซี ลาบส้มตำที่ทานกันเมื่อกี้น่ะ”

“หา วางยา” มะปรางกับเจ๊จี่หอยเป็นงง

ooooooo

ด้านแม่ของรุ้งระวี เธอยังเมามายเป็นที่รังเกียจของชาวบ้านเหมือนเดิม

“เมาอีกแล้ว นางแก่เอ๊ย” เจ๊เล้งบ่นเมื่อเห็นแสงหล้าเดินโซเซ ถือขวดเหล้าผ่านร้านข้าวต้ม

“ทำไม ข้าเมา แล้วมันหนักกบาลเอ็งเหรอ อีซิ้ม”

“พูดอย่างนี้เดี๋ยวสวย เดี๋ยวสวย”

“สวยซีวะ เมื่อก่อนข้าสวยจะตาย ทั้งสวยทั้งเสียงดี แขกในบาร์น่ะ ทิปข้าเป็นพัน ข้าร้องเพลงเพราะนะโว้ย เสียงข้าน่ะ เขาเรียกว่าเสียงนกคีรีบูน”
“ต่างจากนกแสกไหมวะ”

“นี่ ไปว่ามันไม่ได้นะ เคยได้ยินมันร้องในกองขยะน่ะ เฮ้ย มันร้องเพราะเหมือนนักร้องอาชีพเลยนะโว้ย” แม่ค้าร้านข้างๆ ช่วยเสริม

เจ๊เล้งนึกสนุก ขอให้แสงหล้าร้องเพลงให้ฟังแลกกับข้าวต้มฟรีหนึ่งถ้วย

“พวกเอ็งฟังนะ เพลงนี้ข้าร้องกล่อมลูกข้าให้นอน ลูกสาวข้า” แสงหล้าลุกไปยืนอยู่กลางกลุ่มแม่ค้า แล้วเริ่มร้องเพลงด้วยเสียงอันทรงพลังและไพเราะ ทำให้กลุ่มแม่ค้าพากันตะลึงกัน แต่เมื่อมาถึงท่อนแยกน้ำเสียงของแกก็เริ่มแหบแห้งและไอโขลก จนร้องต่อไม่ได้ นางเดินคอตกไปนั่งอยู่ในมุมมืด แล้วก้มหน้าร้องไห้ด้วยความคิดถึงลูก

อีกสองวันต่อมา รุ้งระวี ศรีแอลเอ ลูกสาวของนางแสงหล้าก็มีโอกาสขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่เป็นครั้งแรกขณะที่รุ้งระวีแต่งตัวอยู่ด้านหลังเวที เจ๊จวง จุ๊บแจงและอาชาก็เข้ามาพาลหาเรื่อง เพราะอิจฉาที่อิทธิให้ความสำคัญกับรุ้งระวีมากกว่า จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน

อิทธิพาทูนอินทร์กับอินทรที่มาเริ่มงานเป็นวันแรกเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงช่วยกันห้าม ทูนอินทร์กับอินทรที่ใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเข้ามาช่วยแยกพวกสาวๆ แต่ทูนอินทร์พลาดโดนรุ้งระวีชกเข้าเต็มหน้า เพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

“พอ พอ ทุกคนหยุด กำลังจะออกเวทีแท้ๆ ยังจะทะเลาะกันอีก ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยเหรอ หอย จวง ดูแลกันยังไง” อิทธิตวาด

“ไม่ทราบค่ะ แต่ทางนั้นหาเรื่องเราก่อน ทางเราก็สุดจะทนแล้ว” เจ๊จี่หอยฟ้อง

“ไม่จริง ทางแกนั่นแหละหาเรื่องเราก่อน” เจ๊จวงใส่ไฟ แล้วหันมาให้สัญญาณกับจุ๊บแจง

จุ๊บแจงร้องไห้โฮ วิ่งเข้ามากอดอิทธิพลางฟ้องว่า รุ้งระวีตบเธอ อิทธิทำหน้าระอาดันร่างจุ๊บแจงออกไปแล้วหันมาถามรุ้งระวีว่า ตกลงเรื่องราวเป็นอย่างไร

“ไม่ปฏิเสธว่าฉันชกพวกมันก่อน เริ่มจากนังตุ๊ดเตี้ยนั่น กวนประสาทดีนัก จากนั้นนังสองตัวนี่ก็เข้ารุมฉัน ฉันก็เลยต้องแสดงให้เห็นว่าอย่ามาเล่นกับคนที่เรียนแม่ไม้มวยไทยอย่าง...ฉัน” รุ้งระวียอมรับผิด

“เอาละ จบเรื่องเท่านี้ แต่งตัวใหม่ คิวต่อไปคืออาชากับแจง” อิทธิสรุป

อาชากับจุ๊บแจงร้องลั่นอ้างว่า คงทำไม่ได้เพราะถูกทำร้ายจนเสียโฉม อิทธิสวนทันควันว่า ถ้าทำไม่ได้ก็กลับบ้านไป อาชากับจุ๊บแจงจ๋อยสนิท รีบเข้าไปแต่งตัวใหม่

“หอย พารุ้งไปแต่งตัวอีกห้อง” อิทธิสั่งแล้วนำทูนอินทร์ อินทรและพวกรุ้งระวีออกไป

ด้านขวัญข้าวที่กำลังให้ความบันเทิงกับคนดูอยู่บนเวที เธอต้องแปลกใจเมื่อทีมงานมากระซิบบอกว่าให้ร้องต่ออีกสองเพลง เพราะหลังเวทีมีปัญหานิดหน่อย

“เสียงจะไม่มีอยู่แล้วนะ” ขวัญข้าวต่อว่าทีมงาน แล้วหันกลับมาส่งยิ้มกับคนดูพลางเอ่ย

“ขอขอบคุณแรงใจและพวงมาลัยจากพ่อแม่พี่น้องนะคะ ขวัญมีอีกสองเพลงที่จะมอบให้มิตรรักแฟนเพลงของขวัญ รับชมรับฟังค่ะ” ขวัญข้าวโชว์ท่าเต้นเซ็กซี่ เรียกเสียงเชียร์ลั่น

ขณะที่ด้านหลังเวที มะปรางกับเจ๊จี่หอยกำลังช่วยกันลงแป้งปกปิดรอยช้ำให้รุ้งระวี โดยมีทูนอินทร์กับน้องชายตามถ่ายทำเบื้องหลังอยู่ตลอด

เจ๊จี่หอยนึกรำคาญขอร้องให้หยุดถ่ายภาพก่อน แต่อิทธิว่าไม่เป็นไร แล้วหันมาล้อทูนอินทร์เรื่องโดนรุ้งระวีใช้แม่ไม้มวยไทยชกผู้กำกับเข้าไปหนึ่งหมัด

“ยืนยันครับว่าหมัดหนักจริงๆ จมูกผมบวมเลย” ทูนอินทร์พูดผ่านหน้ากาก

รุ้งระวี มะปรางและเจ๊จี่หอยหันมามอง เพราะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นเสียง อิทธิจึงแนะนำให้ทูนอินทร์กับอินทรรู้จักกับสามสาว

“สวัสดีครับ” สองพี่น้องพูดพร้อมกัน

“ไม่เปิดหน้าให้ดูหน่อยเหรอคะ เสียงคุ้นหูจัง” รุ้งระวีเพ่งมอง

“อยากดูรอยช้ำที่ชกผมเมื่อกี้ใช่ไหมครับ ได้ครับ” ทูนอินทร์และอินทรเปิดหน้าออก

รุ้งระวี เจ๊จี่หอยและมะปรางอ้าปากค้าง ทูนอินทร์และอินทรรีบหลิ่วตาและส่ายหน้าไม่ให้ทั้งสามพูดอะไรอีก เพราะกลัวอิทธิสงสัย แล้วทีมงานก็เข้ามาตามอิทธิให้ออกไปดูความเรียบร้อยด้านหน้าเวที เพราะอีกยี่สิบนาทีก็จะถึงเวลาเปิดตัวรุ้งระวีแล้ว

“เอ้า ทำความรู้จักกันไปก่อน ผมจะไปดูงานข้างนอก” อิทธิเดินออกไป

ทูนอินทร์และอินทรยิ้มร่ากับสามสาว รุ้งระวีสั่งให้มะปรางออกไปล็อกประตูแล้วเริ่มสอบสวนสองพี่น้องว่า ตกลงพวกเขาเป็นใครกันแน่

“ผม นายทูนอินทร์ อินสรวงครับ” ทูนอินทร์แนะนำตัว

“ผมอินทร อินสรวง น้องพี่ทูนครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” อินทรรับมุกต่อ

รุ้งระวี เจ๊จี่หอยและมะปรางมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อนัก

ทูนอินทร์รีบยืนยันว่า นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเขากับน้องชาย และที่มีโอกาสมาเป็นผู้กำกับก็เพราะบังเอิญอิทธิไปเจอเมธที่ร้านอาหารจึงชวนมาทำมิวสิกให้รุ้งระวี แถมยังท้าว่า ถ้าไม่เชื่อให้ไปถามอิทธิดู

“ถ้าทุกอย่างเป็นความจริง นายก็เป็นทั้งผู้กำกับมิวสิก เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง แถมยังเป็นนักปลอมแปลงตัวเอง เป็นอาชีพโน้นอาชีพนี้อีกด้วย นายมีวัตถุประสงค์อะไร มาตามฉันแบบนี้ทำไม”

ทูนอินทร์มองรุ้งด้วยอาการเขินก่อนเอ่ยออกมา “ผมอยากได้คุณน่ะ”

“ว้าย” สามสาวร้องพร้อมกัน

“เออ หมายถึง ผมอยากได้คุณมาเป็นนักร้องในสังกัดผมน่ะ นี่คุณ...ทีหลังอย่ามองจ้องผมแบบนั้นซี ไม่รู้เป็นไง คุณจ้องมากๆ ผมก็จะขวย เอ้อ ขวยเขิน ประหม่า ใจเต้น แล้วก็พูดจาลามกใส่คุณโดยไม่รู้ตัว”

“โรคจิตชัดๆ เลย” รุ้งระวีมองทูนอินทร์อย่างไม่วางใจ

ทูนอินทร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เช่นเดียวกับอินทรที่หันไปยิ้มกับมะปราง แต่กลับโดนเธอเชิดใส่

ooooooo

ด้านหน้าเวที อาชาแอ๊บแมนขึ้นไปแดนซ์กระจายกับหนุ่มหางเครื่อง เพื่อเรียกพวงมาลัยจากแม่ยก  และเมื่อการแสดงจบลงเขาก็หยอดลูกอ้อนบอกกับทุกคน

“รักนะ อาชารักทุกคนเลย”

เหล่าแม่ยกกรี๊ดสนั่น อาชาส่งยิ้มแบบแมนมากๆ ก่อนประกาศเปิดตัวจุ๊บแจง แตงร่มใบ ขึ้นเวที

จุ๊บแจงทักทายแฟนๆ แล้วเริ่มร้องเพลง ส่วนอาชาเดินกลับเข้าหลังเวทีแล้วพาลหาเรื่องรุ้งระวีที่ยืนตื่นเต้นอยู่ข้างเวที เพราะต้องแสดงเป็นคิวต่อไป

เจ๊จี่หอยกลัวจะเกิดเรื่องอีก จึงฝากให้ทูนอินทร์ช่วยดูแลรุ้งระวีด้วย แล้วลากมะปรางตามเข้าไปจัดการกับอาชาด้านหลังเวที

“กลัวเหรอ” ทูนอินทร์เอ่ยถามเมื่อเห็นรุ้งระวีเริ่มมือสั่น

“นิดหน่อย ไม่เคยขึ้นร้องที่มีคนเยอะขนาดนี้ อีกอย่าง วันนี้มีถ่ายทอดสดด้วย กลัวจะทำพลาด”

“มานี่ซีครับ” ทูนอินทร์จับมือรุ้งระวีแล้วพามาที่หลืบเวที พลางชวนคุยถึงเหตุการณ์วันที่ได้เจอกันครั้งแรกในฐานะนักร้องลงตุ่ม

“ที่ผมลงไปร้องเพลงในตุ่ม เพราะผมกลัว กลัวที่จะออกมาร้องเพลงต่อหน้าผู้คน แต่แล้ววันนั้นคุณก็ช่วยให้ผมออกมาร้องกลางตลาดจนได้ คุณทำให้ผมกล้า”

“เพราะอะไร”

“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ตอนแรกที่ผมร้องน่ะ ผมไม่คิดอะไรเลย ไม่มองอะไรทั้งนั้น ผมคิดแต่ว่าผมร้องเพลงนั้น เพื่อให้คุณฟังคนเดียว ผมเห็นแต่คุณที่มาเต้นเป็นกำลังใจอยู่ตรงหน้าผม”

“มันช่วยให้คุณหายกลัวเหรอคะ”

“ครับ...คราวนี้ ถ้าคุณกลัว ก็ลองทำอย่างที่ผมแนะนำให้นึกเพลงและหน้าหล่อๆของผม เอ้อ พูดเล่นน่ะ นึกถึงใครก็ได้ที่คุณอยากร้องเพลงนั้นให้อาการกลัวของเรามันจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง”

“ขอบคุณค่ะที่แนะนำ” รุ้งระวีเริ่มมีกำลังใจ

“คุณรุ้งครับ พร้อมแล้วนะครับ” ทีมงานเข้ามาตาม

“โชคดีครับ” ทูนอินทร์ส่งยิ้มอบอุ่น

“ขอบคุณค่ะ” รุ้งระวีก้าวขึ้นเวที โดยมีกลุ่มหางเครื่องกางปีกบังคนดูไว้

เสียงเพลงของจุ๊บแจงจบลงพอดี คนดูปรบมือให้กำลังใจแล้วเพ่งมองไปที่กลุ่มหางเครื่องที่กางปีกขึ้นมาบนเวที

จุ๊บแจงเหลือบไปมองรุ้งระวีทางด้านหลังจึงแกล้งล้อกับคนดู “สำหรับบทเพลงต่อไป เรามาฟังฝรั่งร้องเพลงไทยกันหน่อยนะคะ ดูว่าจะเพี้ยน หรือไม่เพี้ยน เอ้อ จุ๊บแจง พูดเล่นน่ะค่ะ นักร้องคนนี้เขาร้องไม่เพี้ยนหรอกค่ะ แต่อย่างอื่นเขาจะเพี้ยนรึเปล่าไม่รู้” จุ๊บแจงจงใจยั่วให้รุ้งระวีเสียสมาธิ

รุ้งระวีพยายามข่มใจ นึกถึงคำพูดของทูนอินทร์เอาไว้ ส่วนอิทธิทนไม่ไหวสั่งให้นักดนตรีขึ้นเพลงเพื่อกลบเสียงจุ๊บแจงไป

จุ๊บแจงไม่พอใจสะบัดจะกลับเข้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจผลุบไปเล่นงานรุ้งระวีที่ถูกกลุ่มหางเครื่องบังอยู่

“ขอให้โชคดีนะ นังสารเลว” จุ๊บแจงชกเข้าที่ท้องรุ้งระวีเข้าเต็มแรง แล้วเหยียบลงไปบนเท้าของเธอรุ้งระวีงอตัวทรุดลงไปนั่งกับพื้น จุ๊บแจงสะใจเดินหน้าระรื่นกลับเข้าหลังเวที

อิทธิแค้นตรงเข้าตบหน้าจุ๊บแจงอย่างแรง เธอเซไปหาเจ๊จวงที่ยืนอยู่กับอาชาและขวัญข้าว

“ไป๊ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า” อิทธิไล่ จุ๊บแจงร้องไห้โฮ วิ่งหนีไป เจ๊จวงรีบตาม อาชากับขวัญข้าวหน้าซีด

ทูนอินทร์หันไปมองรุ้งระวีอย่างเป็นห่วง เห็นเธอยังนั่งคุกเข่าน้ำตาร่วงเผาะเพราะความเจ็บ

อิทธิเข้ามาปรึกษาทูนอินทร์เพราะจะเรียกรุ้งระวีกลับมาแล้วงดการแสดงไปเลย แต่ทูนอินทร์ร้องห้าม เขาหันไปมองรุ้งระวี เห็นเธอค่อยยืนขึ้นแล้วเช็ดน้ำตา

กลุ่มหางเครื่องพยักหน้าให้กัน แล้วแหวกเปิดร่างรุ้งระวีที่ยืนโดดเด่นอยู่กลางเวที คนดูปรบมือต้อนรับ รุ้งระวีก้าวออกมา เบื้องหน้าเท้าของเธอกะเผลกเล็กน้อย เธอเริ่มร้องเพลง “ฝากจิ้มแจ่วไปแอลเอ” หางเครื่องเต้นเมามัน คนดูสนุกสนานไปกับบทเพลงของรุ้งระวี ทุกคนโล่งใจที่รุ้งทำได้

รุ้งระวีเป็นดาวจรัสแสงอยู่กลางเวที การแสดงของเธอถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ แสงหล้าที่นอนกอดขวดเหล้าอยู่ที่ทิ้งขยะค่อยๆ ขยับร่างขึ้นมาฟังเพลง

“รุ้ง รุ้งลูกแม่” แสงหล้าโผเผเดินไปที่ร้านเจ๊เล้ง เพื่อดูการถ่ายทอดสด แต่เจ๊เล้งกับโส่ยไม่ยอมช่วยกันไล่แสงหล้า

“ให้ข้าดูลูกสาวข้าก่อน ไหว้ละ นี่ นี่ เงิน ข้าสั่งข้าวต้มของเอ็งกินก็ได้ ยี่สิบบาทนะ เอามาชามหนึ่งแล้วขอข้าดูช่องนี้แหละ” แสงหล้าส่งเงินให้

“แหม...มีเงินกะเขาด้วยนะ เอ้า มันมีเงินจ่ายก็จะให้มันกินไป” เจ๊เล้งสั่งลูกน้อง
“ขอบใจจ้ะ” แสงหล้ายกมือไหว้ท่วมหัว จ้องดูรุ้งทั้งเต้นทั้งร้องในทีวีแล้วยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ

เช่นเดียวกับทูนอินทร์ที่ยืนมองรุ้งระวีที่กำลังร้องและเต้นอยู่บนเวทีด้วยสายตาชื่นชม เขาหันมาเปรยกับน้องชาย

“ฉันว่ารุ้งดังแน่ แต่น่าเสียดาย เพราะยิ่งรุ้งดังความฝันของฉันก็หมดกัน รุ้งคงมาร้องเพลงให้ฉันอีกไม่ได้แล้ว” ทูนอินทร์ถอนใจกับตัวเอง

จังหวะเดียวกันนั้น รุ้งระวีร้องเพลงจบพอดี คนดูปรบมือเกรียวกราว หอยและมะปรางกอดกันด้วยความดีใจ ขณะที่อิทธิยิ้มปลื้ม ส่วนพวกจุ๊บแจงมองรุ้งระวีอย่างริษยาและอาฆาต

“ขอบคุณแฟนเพลงทุกคน ขอบคุณที่ต้อนรับรุ้งอย่างอบอุ่นในคอนเสิร์ตครั้งแรกของรุ้งคืนนี้ ก่อนที่รุ้งจะร้องเพลงต่อไป รุ้งขอร้องเพลงนี้ให้กับคนที่รุ้งรักมากที่สุด แต่เราไม่มีโอกาสจะได้อยู่ด้วยกัน...รุ้งร้องเพลงนี้ ตอนยังเด็กเหลือเกิน เขาร้องกล่อมให้หนูนอน ทุกครั้งที่ร้อง รุ้งจะนอนหลับฝันดีทุกครั้ง แม่คะ นี่คือเพลงที่แม่ร้องกล่อมหนูไงคะ” รุ่งระวีบอกผ่านกล้องทีวี

แสงหล้าที่นั่งดูอยู่ถึงกับน้ำตาไหล เมื่อได้ยินรุ้งระวีเริ่มร้องเพลงที่นางใช้กล่อมนอนตอนเด็กๆ โดยไม่มีเสียงดนตรีใดๆ

“ลูกแม่...ยังจำเพลงของแม่ได้” แสงหล้าร้องเพลงคลอไปกับรุ้งระวี

แม่ค้าตลาดพากันอึ้ง เช่นเดียวกับคนดูในทีวีที่อินตามบทเพลง จนกระทั่งมาถึงท่อนแยกรุ้งระวีก็ร้องไม่ออก เพราะคิดถึงแม่ เธอนิ่งงันอยู่บนเวทีน้ำตาไหลพราก

ทูนอินทร์ปรบมือนำ คนดูทั้งหมดพากันปรบมือตามอื้ออึง แต่พวกจุ๊บแจงนิ่ง เหมือนอยู่ในสมาธิอันลึกล้ำ นาทีนั้นรุ้งระวีหันมาสบตากับทูนอินทร์ เมื่อเห็นชายหนุ่มพยักหน้าให้ เธอก็ส่งยิ้มทั้งน้ำตาตอบอย่างไมตรี

ooooooo

ต้มยำลำซิ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด