สมาชิก

ต้มยำลำซิ่ง

ตอนที่ 15

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ๊จี่หอยกับมะปรางรีบมาหารุ้งระวีที่บ้านอินสรวง สองสาวรุมต่อว่าบักคูนและบักหนานที่ร่วมมือกับทูนอินทร์ลักพาตัวรุ้งระวี แล้วถามหาตัวการใหญ่

“เห็นว่ากำลังท่องสุนทรพจน์อยู่ครับ” อินทรตอบ แล้วหันมายิ้มกับเมธ บักหนานและบักคูนอย่างรู้กัน

รุ้งระวีนึกสงสัยจึงตามทูนอินทร์ไปที่เพิงแสงจันทร์ เห็นชายหนุ่มกำลังซักซ้อมคำพูดและท่าทางเพื่อขอเธอแต่งงาน

“เล่นคนเดียวก็ได้นะคะ” รุ้งระวีอมยิ้ม

ทูนอินทร์สะดุ้ง รีบเก็บกล่องแหวนไว้ข้างหลังบ่นพึมพำว่า จะเซอร์ไพรส์ต่อหน้าทุกคนสักหน่อย

“ไม่ดีหรอกค่ะ ฉันว่าสวมแหวนให้กันน่ะ ต้องสองต่อ สองเท่านั้น ฉันพร้อมแล้วค่ะ” รุ้งระวีเดินเข้าหาชายหนุ่ม

“จริงเหรอครับ ตรงนี้เลยเหรอครับ”

“เพิงแสงจันทร์คือที่ที่ทำให้เรารักกันไม่ใช่เหรอคะ”

“ใช่ครับ แต่ผมไม่นึกว่ารุ้งจะให้เกียรติเพิงกระจอกๆ

ของผมขนาดนี้”

“สถานที่ที่ทำให้เรารักกัน ย่อมมีเกียรติเสมอ และเพิงแสงจันทร์ในวันนี้ ไม่เคยงดงามเท่านี้มาก่อนเลย”

ทูนอินทร์ยิ้มปลื้มดึงแหวนออกจากกล่อง สวมให้รุ้งระวีอย่างทะนุถนอม

“แหวนวงนี้เป็นพยานยืนยันว่า เราจะรักกันตลอดไปนะรุ้ง ผมดีใจเหลือเกินที่ได้ต้อนรับรุ้งกลับบ้านอีกครั้ง” ทูนอินทร์ดึงรุ้งระวีมากอด

เย็นวันนั้นเอง เมธก็จัดปาร์ตี้เล็กๆให้เป็นของขวัญทูนอินทร์กับรุ้งระวี ทุกคนออกมาร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงแสงหล้าที่ซุ่มดูอยู่ห่างๆ

ส้มป่อยหันมาเห็นก็เดินมาชวนให้แสงหล้าเข้าไปสนุกด้วยกัน แต่แสงหล้าไม่ยอม นางถามเรื่องทูนอินทร์สวมแหวนให้รุ้งระวี

“ก็จริงน่ะซีคะ เขาหมั้นหมายกันแล้ว จะไปดูฤกษ์ดูยามกันพรุ่งนี้แล้วด้วย”

“เฮ้อ รุ้งของป้า ในที่สุดก็มีความสุขกับคนรักเสียที”

“ป้า ออกไปเร็ว พี่รุ้งเขาอยากเจอ” ส้มป่อยดึงมือออกไป

“ป้าไม่กล้าหรอกส้ม เราไปสนุกเถอะ เดี๋ยวป้าไปทำยำเพิ่ม”

“ป้าน่ะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆงั้นไปละ” ส้มป่อยเดินกลับไป

แสงหล้ายังแอบดูรุ้งระวีที่กำลังสนุกสนานกับ

ทูนอินทร์และทุกคน นางส่งยิ้มเศร้ารำพึงกับตัวเอง

“รุ้ง ถ้ารุ้งมีความสุขแล้วก็คงหมดภาระของแม่แล้วล่ะ แม่ก็คงไปตามทางของแม่”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น รุ้งระวีเข้ามาคุยกับเมธและทูนอินทร์ถึงงานเพลงที่จะออกกับค่ายรุ้งกินน้ำ เพราะสองหนุ่มอยากทำเพลงแนวอนุรักษ์ให้รุ้งระวีร้อง จึงอยากให้เธอหาเอกลักษณ์ของตัวเองให้พบ

“แล้วรุ้งจะเริ่มจากอะไรก่อนดีล่ะคะ” รุ้งระวีมุ่งมั่น

“ต้องฟังให้คุ้นหูก่อน แล้วก็จะรู้ท่วงทำนองลักษณะการเอื้อน การทอดเสียงต่างๆ”

เมธสาธิตการเอื้อนเสียงให้รุ้งระวี ท่ามกลางความสนใจของมิ่งมิตร นักร้องสาวตั้งใจฟังอย่างจริงจัง หลังจากนั้นเธอก็ฝึกร้องตามแต่ยังไม่ดีนัก

เมธเห็นความตั้งใจแล้ว ก็มอบหมายให้ทูนอินทร์เป็นพี่เลี้ยง หนุ่มสาวยิ้มให้กัน เหมือนโลกทั้งโลกเป็นของทั้งสองเท่านั้น

ขณะที่ทูนอินทร์กับรุ้งระวีมีความสุขอยู่กับการฝึกซ้อม จ๊ะจ๋ากลับต้องเจอศึกหนัก เพราะติดตามฟ้าใสออกมาทานอาหารข้างนอก แล้วบังเอิญเห็นเฉลาแวะมาเสริมสวยที่ร้านใกล้ๆ แถมยังพาน้องหมาตัวโปรดมาด้วย แต่ทางร้านไม่ยอมให้น้องหมาเข้าร้าน เฉลาจึงต้องฝากไว้ข้างนอก

ฟ้าใสสบโอกาสเอาคืนเฉลา เธอหันมาบอกจ๊ะจ๋า “มันเคยแย่งเพชรฉันไปใส่ให้ลูกมัน งานนี้ฉันจะทำให้

นังแก่มันช็อกไปเลย”  ฟ้าใสยิ้มหยันแล้วมอบหมายให้จ๊ะจ๋าไปจัดการ

จ๊ะจ๋าไม่รู้จะทำอย่างไรจึงโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากอินทร

เวลานั้น อินทรกำลังเจรจาขอมะปรางแต่งงาน มะปรางเอียงอาย ขอคำปรึกษาเจ๊จี่หอยที่เป็นเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเธอ

“พี่หอยเห็นชอบด้วยรึเปล่าคะ”

“คิดก่อน รวย หล่อ ล่ำ ร้องเพลงเพราะ ไม่เจ้าชู้ เอาเถอะปราง ชาตินี้แกคงหาแบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะ”

“งั้นก็ ตกลงค่ะคุณทร”

“ดีใจจังเลย” อินทรเข้ากอดมะปราง

“อะแฮ่ม” จี่หอยกระแอมเตือน

“ขอบคุณครับพี่หอย” อินทรปล่อยมะปราง จะเข้ามาหอมแก้มเจ๊จี่หอย แต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน ชายหนุ่มรีบกดรับ ทำให้เจ๊ต้องเอียงแก้มคอยเก้อ

“คุณทรคะ พี่ฟ้าทำเรื่องอีกแล้ว พี่ฟ้าจะแก้แค้นเจ๊เฉลา แล้วให้ฉันเป็นคนจัดการด้วยค่ะ ตอนนี้ฉันอยู่พุทธมณฑล ที่เดอะไซเคิล” จ๊ะจ๋าเสียงสั่น

“ไม่ไกล งั้นผมไปหาเดี๋ยวนี้” อินทรกดเลิกสายหันมาชวนมะปรางไปช่วยจ๊ะจ๋าด้วยกัน

ส่วนจ๊ะจ๋าก็เหลียวซ้ายแลขวาไม่รู้จะช่วยน้องหมาได้อย่างไร จึงว่าจ้างวินมอเตอร์ไซค์ให้ไปขโมยหมามาปล่อย แต่หมาเจ้ากรรมดันวิ่งไปกลางถนน รถที่วิ่งเข้าออกกดแตรไล่เสียงลั่น ฟ้าใสที่นั่งอยู่ในรถส่งยิ้มร้ายแล้วรีบบึ่งรถออกมาตั้งใจจะทับหมาของเฉลาให้ตาย

จ๊ะจ๋าทนดูไม่ได้พุ่งเข้าไปช่วยน้องหมา ฟ้าใสโกรธมากรีบถอยรถตั้งใจจะชนทั้งคนทั้งหมา แต่จ๊ะจ๋าหลบทัน เป็นจังหวะเดียวกับที่เฉลาออกมาเห็นพอดี เธอร้องลั่นเพราะจำรถฟ้าใสได้ ฟ้าใสแค้นใจรีบบึ่งรถหนี

เจ้าหมาน้อยเห็นเฉลาก็เห่าเรียก เฉลารีบวิ่งรับน้องหมามากอดไว้พร้อมกับเปิดฉากไต่สวนจ๊ะจ๋า  เพราะเข้าใจว่าเธอสมรู้ร่วมคิดกับฟ้าใส

“หนูเปล่าค่ะ” จ๊ะจ๋าร้องไห้โฮ

“ไม่ต้องมาร้อง พูดมา ฉันบอกให้พูดไง” เฉลาเข้ามาเขย่าตัวจ๊ะจ๋า

อินทรกับมะปรางมาถึงพอดี ทั้งคู่รีบลงมาช่วยจ๊ะจ๋า และขอร้องให้จ๊ะจ๋าบอกความจริงกับเฉลา

จ๊ะจ๋าสารภาพความอย่างหมดเปลือก เฉลารับฟัง อินทรได้ช่องขอร้องให้เฉลาช่วยพูดกับเสี่ยดำรงเรื่องจะขอตัวจ๊ะจ๋ามาอยู่สังกัดค่ายรุ้งกินน้ำ เฉลามองหน้าชายหนุ่มท่าทางคิดหนัก

ooooooo

รุ้งระวีเดินคุยมากับทูนอินทร์ถึงเรื่องสัญญาทาสที่ทำไว้กับอิทธิ  เธอไม่อยากกลับไปที่นั่นอีก ทูน-อินทร์ว่า เขากำลังให้ทนายหาทางจัดการอยู่ แล้ว

ทั้งสองก็ได้ยินเสียงเพลงแว่วมาจากในครัว รุ้งระวีนิ่งฟังเพราะเสียงเหมือนแม่ แสงหล้าของเธอมากจึงวิ่งเข้าไปดู

แสงหล้าเห็นรุ้งระวีเข้ามาในครัวก็รีบก้มหน้าหลบ และจังหวะที่ทูนอินทร์ตามมาถามคนรัก ว่าเกิดอะไรขึ้น นางก็รีบหนีออกไป

รุ้งระวีกระซิบบอกทูนอินทร์ว่า เสียงป้าแสงเหมือนเสียงแม่ของเธอ แล้วรีบตามออกไป แต่แสงหล้าอันตรธานไปเสียแล้ว รุ้งระวีเศร้าใจ ยืนอ้อยอิ่งอยู่ที่ระเบียงเพราะอยากจะเจอหน้าแม่สักครั้ง

ส่วนแสงหล้าที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้ นางนั่งน้ำตารื้นรำพึงกับตัวเอง “แม่อยู่ใกล้ลูกเกินไปแล้ว ถ้าไอ้คำรณมันรู้เข้า มันต้องทำร้ายลูกแน่ๆ แม่อยู่กับลูกไม่ได้แล้วล่ะ แม่ลานะรุ้ง ขอให้มีความสุข แล้วเราคงได้พบกันอีก” แสงหล้าค่อยๆเร้นกายไปทางสวนหลังบ้าน

คำรณกับลูกน้องที่เฝ้าติดตามอยู่สบโอกาส เข้าซ้อมแสงหล้าจนหมดสติ แล้วพาตัวออกไปไว้ที่เซฟเฮ้าส์ จากนั้นก็โทร.รายงานอิทธิ

“ว่าไงวะ เจอนังแม่แล้วเหรอ” อิทธิตาวาว แล้วรีบลดเสียง เพราะกลัวฟ้าใสที่มาตามตื๊อได้ยิน

“ครับนาย ตอนนี้มันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของผม มันมาทำงานเป็นแม่ครัวที่ร้านไอ้ทูนนั่นแหละครับ”

“เข้าใจหาที่ซ่อนตัว อยู่ใต้จมูกเรานี่เอง”

“มีข่าวดีอีกเรื่องครับ คุณรุ้งอยู่กับเจ้าทูนด้วยครับ นายมาตามตัวกลับได้เลย”

“ดีมาก เฮ้ย...แกส่งภาพมาให้ฉันดูหน่อย ฉันอยากเห็นหน้านังแม่มัน”

“ไม่น่าดูนักนะครับ เพราะผมสั่งสอนมันไปรอบหนึ่งแล้ว”

“เฮ้ย อย่าทำอะไรเกินเหตุนะ เราต้องใช้งานมันอีกหลายเรื่อง”

“ทราบครับนาย” คำรณกดเลิกสาย แล้วเดินมาสั่งให้ลูกน้องจับแสงหล้าเงยหน้าขึ้นเพื่อกดถ่ายภาพส่งไปให้อิทธิ

ooooooo

ค่ำแล้ว ทูนอินทร์มาถามหาตัวป้าแสงที่ร้านต้มแซบ เพราะจะพาไปหารุ้งระวีที่บ้าน แต่ไม่มีใครพบตัวนางเลย เขาจึงกลับไปพร้อมกับความผิดหวัง

รุ้งระวีนึกห่วงชวนทูนอินทร์ออกไปแจ้งความ แต่ทูนอินทร์ว่าให้รออีกวัน นักร้องสาวลอบถอนใจเพราะยังจำเสียงของแม่ได้ไม่เลือน

“อย่าเพิ่งกังวลเลยครับ วันนี้เรามาดูงานเพลงของเราดีกว่า ผมจะให้รุ้งร้องเพลงใหม่ของผมอีก เพลงยังแต่งไม่เสร็จดี แต่อยากฟังเสียงเพราะๆของรุ้ง” ทูนอินทร์เปลี่ยนเรื่อง

รุ้งระวียิ้มรับแล้วหันมาจดจ่ออยู่กับบทเพลงตรงหน้า

เช้าวันใหม่ อิทธิกับลูกน้องพร้อมอาวุธครบมือบุกมาที่บ้านอินสรวง เพื่อจะเอาตัวรุ้งระวีกลับไปด้วยกัน

รุ้งระวีประกาศกร้าวว่า ที่นี่คือบ้านของเธอ เธอจะไม่ไปไหนทั้งนั้น

“แต่เธอต้องกลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้ เพราะเธอยังต้องทำงานให้บริษัทฉันให้ครบตามสัญญา”

“ฟ้องร้องเอาก็แล้วกัน ฉันจะได้เปิดโปงกลโกงของนาย ที่หลอกฉันทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องแม่ จนถึงหลอกให้ฉันร้องเพลงที่นายขโมยคุณทูนมาด้วย”

“มีหลักฐานไหม”

“แกออกไปจากบ้านฉันดีกว่า ก่อนที่แกจะเดือดร้อนมากกว่านี้”

“ยังมีหน้ามาขู่ ฉันไปแน่ แต่ฉันต้องพารุ้งไปด้วย”

“งั้นก็ข้ามศพฉันไปก่อน” ทูนอินทร์ลุกขึ้น

“จัดให้เดี๋ยวนี้เลย” อิทธิให้สัญญาณ

ลูกน้องคำรณสองคนเข้าจับทูนอินทร์ล็อกไว้ ขณะที่คมเข้ายึดตัวรุ้งระวี ส่วนเดชเข้ายึดร่างป้าแป๋วไว้อย่างรวดเร็ว

“ขอคืนจากคราวที่แล้วเถอะนะ ไอ้ทูน” อิทธิฟาดด้ามปืนเข้าเต็มหน้าทูนอินทร์

“กรี๊ด...อย่าทำอะไรคุณทูนนะ” สิ้นเสียงรุ้งระวี อิทธิก็ประเคนหมัดเข้าใส่ทูนอินทร์หนึ่งชุดใหญ่

“งานนี้ขอส่วนแบ่งผมบ้างครับนาย” คำรณเข้าเตะร่างทูนอินทร์

“พอแล้ว อย่าทำอะไรเขา” รุ้งระวีขอร้อง

“พอก่อนโว้ย” อิทธิสั่งแล้วหันมาต่อรองกับรุ้งระวี “เธอต้องกลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นไอ้ทูนไม่ตายก็พิการ”

“ฉันไม่กลับ” รุ้งระวีเสียงแข็งอิทธิพยักหน้ากับคำรณ คำรณเตะทูนอินทร์ที่ปลายคาง แรงเท้าส่งให้ชายหนุ่มกลิ้งไปอย่างไม่เป็นท่า รุ้งระวีสะบัดหลุดจากคม ตรงเข้ากอดร่างคนรัก

“รุ้ง...รุ้งต้องอยู่กับผม”

“คุณทูน พวกมันจะฆ่าคุณ”

“ผมไม่สน ผมยอมตาย”

“ไม่ได้ ฉันยอมให้พวกมันทำร้ายคุณอีกไม่ได้” รุ้งระวีตัดสินใจหันไปบอกอิทธิ “ฉันจะกลับ แต่ห้ามแตะต้องคุณทูนอีก”

“รักมันมากใช่ไหม งั้นบอกลามันได้แล้ว เธอกลับไปคราวนี้ เธอจะไม่ได้กลับมาอีก เพราะเธอ...จะต้องเป็นของฉันคนเดียว” อิทธิทรุดลงนั่งยองๆ แล้วเชยคางรุ้งระวี

“อย่าคิดในแง่ดีให้มากเกินไป นายมีอะไรที่จะบังคับฉันได้งั้นเหรอ”

“มีแน่นอน เดี๋ยวกลับไปถึงกรุงเทพฯ เธอจะรู้เอง จับตัวไปขึ้นรถ” อิทธิสั่ง

คมกับเดชลากตัวรุ้งระวีไปขึ้นรถ ทูนอินทร์พยายามยันร่างขึ้นจะตามไป แต่พิษหมัด เท้าที่ประเคนเข้ามานั้น ส่งผลให้ชายหนุ่มต้องเคลื่อนตัวอย่างยากเย็น

“เดี๋ยวแกจะรู้เองว่ารุ้งจะเลือกใคร ระหว่างฉันกับแก” อิทธิหัวเราะสะใจเดินตามเดชและคมไปที่รถ คำรณ เตะสั่งลาทูนอินทร์ แล้วเดินนำลูกน้องตามอิทธิออกไป

“รุ้ง รุ้ง” ทูนอินทร์ยันร่างขึ้นซมซานตามรุ้งระวีไปอิทธิหันมาเห็นจึงยิงปืนขู่ แล้วสั่งลูกน้องออกรถ

“รุ้ง รุ้ง” ทูนอินทร์ร้องไห้มองตามรถที่แล่นไกลออกไป

ooooooo

เฉลาตัดสินใจบอกเสี่ยดำรงเรื่องจ๊ะจ๋าเห็นฟ้าใสนอนกับอิทธิ เพราะหวังย้ายค่าย

เสี่ยดำรงนิ่งคิดแล้วเอ่ยว่า จะเรียกจ๊ะจ๋ามาคุยด้วย แต่เฉลาไม่วางใจกลัวสามีโดนหักหลัง จึงยุให้เรียกจ๊ะจ๋ามาพบ และจะได้คุยกับอินทรด้วย เพราะเขาจะขอตัวจ๊ะจ๋าไปเป็นนักร้องในสังกัด เสี่ยดำรงพยักหน้ารับรู้ แต่ยังไม่ยอมรับปาก

เวลาเดียวกัน เมธกับอินทรเข้ามาดูอาการทูน–อินทร์และแอบเอายานอนหลับให้กิน เพราะเขาดึงดันจะออกไปตามรุ้งระวีทั้งที่ตัวเองยังเจ็บหนัก

ด้านรุ้งระวี เธอถูกพาตัวมาที่คฤหาสน์อิทธิ เจ้าของคฤหาสน์เดินเข้ามายื่นเงื่อนไข ให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงวันแถลงข่าวและห้ามติดต่อกับใครทั้งสิ้น

“แถลงข่าวอะไร” รุ้งระวีหันขวับมา

“ก็แถลงข่าวว่าเธอกลับมาแล้ว กลับมาอย่างใสสะอาดไม่มีมลทินใดๆ จะได้แก้ข่าวลือบ้าๆที่ว่าเธอไปทำแท้งนั่นด้วย”

“เอางั้นเหรอ นอกจากฉันจะไม่แก้ข่าวแล้ว ฉันจะให้มันลือหนักไปกว่าเดิมอีกว่าฉันหนีไปอยู่กินกับคุณทูน แล้วตอนนี้ฉันกำลังท้องได้สองเดือนตามข่าวจริงๆ เราสองคนหมั้นกันแล้ว และจะแต่งงานกัน ฉันจะประกาศความจริงทุกอย่าง”

“อย่านึกว่าทุกอย่างมันจะง่ายขนาดนั้น เธอต้องทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง”

“นายคิดว่านายมีอำนาจอะไรที่จะบังคับฉันได้”

“มีแน่ คำ...ถึงเวลาที่แกจะเปิดตัวแล้วว่ะ” อิทธิหันไปทางประตู

“ได้ครับนาย ผมรอเวลานี้มานานแล้ว” คำรณส่งยิ้มร้ายเดินเข้ามาแนะนำตัวกับรุ้งระวี “จำผมได้บ้างไหมครับคุณรุ้ง เรารู้จักกันมาตั้งแต่คุณรุ้งยังเด็กๆ ผม ลุงคำรณพ่อเลี้ยงของคุณรุ้งไงครับ”

รุ้งระวีตะลึงงัน เมื่อสิ่งที่เคยสงสัยกลายเป็นความจริง

เช่นเดียวกับเจ๊จี่หอยที่เพิ่งรู้จากอินทรว่า อิทธิพาลูกน้องไปเล่นงานทูนอินทร์ที่บ้านอินสรวงเพื่อชิงตัวรุ้งระวีกลับกรุงเทพฯ จึงอยากให้เจ๊ช่วยสืบว่า อิทธิพารุ้งไปที่ไหน เจ๊ไม่รอช้าสั่งให้มะปรางโทร.ไปเช็กกับยามหน้าบ้านอิทธิอดีตสามีของเธอว่ารุ้งระวีอยู่ที่นั่นหรือเปล่า

ขณะที่รุ้งระวีมองคำรณอย่างหวาดหวั่น เธอปฏิเสธ ว่าเขาไม่ใช่คำรณพ่อเลี้ยงของเธอ คำรณแสยะยิ้มหยิบรูปถ่ายของตนเองกับแสงหล้ามาวางบนโต๊ะ

รุ้งระวีแทบหยุดหายใจ เอ่ยถามคำรณว่า ที่เขามาทำงานที่นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“แน่นอน พอผมรู้ว่าคุณคือเด็กแหม่มจ๋า ผมก็สมัครเข้ามาทันทีหวังว่าจะได้ผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆ จากอดีตของคุณบ้าง”

“เพราะอย่างนี้นายถึงมีข้าวของของแม่เอามาหลอกจนฉันเชื่อ ทั้งถ้วยรางวัลของยายผกากับจดหมายของแม่ที่วัดคำสิงห์”

“ใช่...บางชิ้นผมเก็บไว้เอง แต่บางชิ้นผมก็ได้มาจากนังแสง แม่คุณนั่นแหละ และผมเกือบฆ่าปิดปากมันไปแล้วด้วยซ้ำ”

รุ้งระวีทรุดนั่งหมดแรง อิทธิเข้ามาเสริม “แม่เธอนี่เก่งมากนะ ขนาดถูกแทงปางตายยังรอดไปได้แล้วแอบช่วยเธอลับหลังอยู่ตลอด แผนฉันต้องล้มหลายครั้งเพราะแม่เธอนี่แหละ”

“แม่ช่วยฉัน แล้วแม่ฉันอยู่ที่ไหน” รุ้งระวีมองหา

อิทธิกับลูกน้องหัวเราะร่วน แล้วคมกับเดชก็ช่วยกัน เฉลยว่า แม่แสงหล้าก็คือป้าแสงที่อยู่บ้านทูนอินทร์นั่นเอง

รุ้งระวีนิ่งงันไปนึกขึ้นได้ว่าแม่หายไป เธอรีบถามหา อิทธิว่า ตอนนี้แสงหล้าอยู่กับเขาแล้ว แต่ยังพารุ้งระวีไปพบไม่ได้จนกว่าเธอจะยอมทำตามที่เขาสั่งทุกอย่างในวันแถลงข่าว

“อ้อ นี่จะใช้แม่มาบังคับฉัน ได้...แต่อย่าให้ฉันมีโอกาส ฉันจะเปิดโปงนายทั้งหมด ฉันจะเรียกตำรวจมาลากตัวนายเข้าคุกฐานลักพาตัวทั้งฉัน ทั้งแม่มากักขังไว้”

“เธอไม่กล้าทำหรอกรุ้ง เพราะถ้าทำ นายคำจะไม่รับประกันชีวิตของแม่แสงหล้า”

“อย่ามาขู่กันให้ยาก มีอะไรยืนยันว่าแม่อยู่กับพวกนาย” รุ้งระวีข่มความกลัวคมและเดชยิ้มแล้วเดินไปเปิดคอมฯให้รุ้งระวีดูภาพแสงหล้าที่ต่อตรงมาจากเซฟเฮาส์ของคำรณ

ooooooo

แสงหล้ายังนอนซมอยู่ที่โซฟาเก่าๆ มีผ้าห่มขาดๆ คลุมร่างอยู่มองไปข้างตัวมีถุงน้ำแข็ง ระบุชื่อและที่อยู่ของร้านพร้อมเบอร์โทร.เรียบร้อย แสง-หล้าใช้ผ้าใส่น้ำแข็งประคบแผลที่ใบหน้า ขณะที่ลูกน้องคนหนึ่งกำลังพูดสายอยู่กับคำรณ แล้วหันมาสั่งเพื่อนให้พาแสงหล้ามาที่หน้าคอมฯ เพื่อออนไลน์

“ไม่นะ อย่าให้รุ้งเห็นฉันในสภาพแบบนี้” แสงหล้าร้อง

รุ้งระวีเพ่งมองไปที่หน้าจอ เห็นแสงหล้าถูกลูกน้องคำรณจับมานั่งตรงหน้าจอ

“แม่ แม่แสงหล้าของหนู” รุ้งระวีร้องเรียกทั้งน้ำตา เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นหน้าแม่

“ปิดภาพซะ” แสงหล้าขอร้อง

“ไม่ปิด เป็นอะไรวะ ไม่อยากให้ลูกเห็นหน้ารึไง” ลูกน้องคำรณปัดมือแสงหล้าออก

แสงหล้าเบือนหน้าหนีไม่อยากให้ลูกเห็นหน้า รุ้งระวีรีบขอร้อง

“แม่คะ...ขอหนูได้เห็นหน้าแม่เต็มๆ ตาเถอะค่ะ”

แสงหล้าค่อยๆ เบือนหน้ากลับมา น้ำตานองหน้า

“แม่แสงหล้าของหนูจริงๆ” รุ้งระวีเห็นหน้าแม่เต็มตา แม้ใบหน้าจะมีแผลฟกช้ำจากที่ถูกทำร้าย “นี่คือครั้งแรกที่หนูเห็นหน้าแม่ แม่ขา...หนูกราบแม่” รุ้งระวีกราบหน้าจอแสงหล้าสะอื้นพูดไม่ออก

“ดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นหน้าแม่ ถึงแม้จะเป็นแค่ภาพก็ตาม ตอนที่อยู่บ้านอินสรวง ทำไมแม่ไม่แสดงตัวให้รุ้งทราบ”

“แม่ไม่กล้าลูก ถ้าเจ้าคำรณมันรู้เข้า แม่กลัวว่าภัยจะมาถึงตัวลูก”

“ต่อไปนี้อย่ากลัวอีกเลยนะคะ แม่คอยดูแลปกป้องรุ้งอยู่ตลอด แม้แต่ต้องเอาตัวเข้าแลก ต่อไปนี้รุ้งจะดูแลแม่เอง แม่ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว” รุ้งระวีให้สัญญาแล้วหันมาขอร้องอิทธิให้พาแม่มาอยู่กับเธอที่นี่

“ไม่ได้ เพราะฉันต้องเก็บแม่เธอไว้เป็นตัวประกันจนกว่าเธอจะยอมทำตามเงื่อนไขทั้งหมด”

“นายต้องการให้ฉันทำอะไรบอกมา”

“ค่อยพูดง่ายหน่อย อย่างน้อยเธอก็ต้องทำงานให้ฉันจนคุ้มกับที่ฉันลงทุนไป สัญญาหนึ่งปีอาจจะต้องเพิ่มเป็นห้าหรือสิบ”

“รุ้ง อย่าไปยอมนะลูก มันกำลังให้ลูกเป็นทาสมันไปทั้งชีวิต” แสงหล้าร้องห้าม

อิทธิไม่พอใจสั่งให้ลูกน้องคำรณจัดการแสงหล้า รุ้งระวีกรี๊ดลั่นรีบบอกว่า เธอยอมทำทุกอย่าง แต่ขออย่าทำร้ายแม่แสงหล้าอีก

“เฮ้ย ไอ้โจ้ ไอ้เบิร์ด ต่อไปนี้แกจะต้องปรนนิบัติแม่แสงหล้าอย่างดี อย่าใช้กำลังอีก เข้าใจไหม” คำรณสั่งลูกน้อง

ทั้งสองรับคำแล้วเข้าประคองแสงหล้ามานั่งเก้าอี้เพื่อบอกลารุ้งระวี แสงหล้ามองไปรอบๆแล้วหยิบถุงน้ำแข็ง ที่มีชื่อที่อยู่และเบอร์โทร.ของร้านมาวางที่หน้าจอ แล้วพยักหน้าให้รุ้งระวีดู

รุ้งระวีพยักหน้าตอบ พยายามจำเบอร์โทร.ไว้ แล้ว

อิทธิก็สั่งให้ลูกน้องปิดเครื่อง ภาพดับวูบลง รุ้งระวีถามอิทธิว่าเมื่อไหร่จะปล่อยแม่ของเธอ

“เมื่อฉันพอใจ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันแถลงข่าว เธอจะต้องสวยที่สุด อ้อ แล้วก็ลืมไอ้ทูนมันไปได้เลยนะ มันไม่มีวันแย่งตัวเธอไปจากฉันได้หรอก” อิทธิเดินจากไป

“แกจะตามล้างตามผลาญฉันกับแม่ไปถึงไหนไอ้คำ” รุ้งระวีหันมาเล่นงานคำรณ

“ถ้ายังจำได้ ผมขาดทุนไปเยอะสมัยที่เป็นผัวแม่คุณ อย่าลืมสิว่าสมัยนั้นผมขายคุณให้ฝรั่งพัทยาไม่ได้ โดนไอ้เสี่ยมันซ้อมแทบปางตาย แถมติดคุก มาตอนนี้ผมต้องเอาคืนให้คุ้ม ทั้งเงินทั้งหนี้แค้น ฮ่ะๆ” คำรณหัวเราะสะใจ เดินตามอิทธิออกไปอีกคน

รุ้งระวีนิ่งงัน ก่อนจะร้องไห้ออกมาท่ามกลางโถงกว้างไร้ผู้คน

ooooooo

ทูนอินทร์ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในบ้าน อินทรตามมาดูแลพี่ชาย พลันเสียงมือถือทูนอินทร์ก็ดังขึ้น เขารีบกดรับ เพราะเป็นเบอร์ของแสงหล้า แต่เสียงที่ได้ยินกลับเป็นส้มป่อย

“อ้าว นั่นส้มเหรอ แล้วเอามือถือเบอร์นี้มาจากไหน”

“อ๋อ ของป้าแสงน่ะค่ะ ส้มเห็นแกหนีไปแล้วทิ้งมือถือไว้ ส้มก็เลยเอามาใช้ นายคงไม่ว่านะคะ”

“หมายความว่า เบอร์นี้คือเบอร์ของป้าแสง ป้าแสง... แม่แสงหล้า” ทูนอินทร์นึกได้หันมาสั่งอินทรให้พาเขาไปที่ร้านต้มแซบเดี๋ยวนี้

ครู่ต่อมา สองพี่น้องอินสรวง บักหนาน และบักคูน ก็เดินตามส้มป่อยเข้ามาในห้องพักของแสงหล้าเด็กหญิงชี้ไปที่กล่องสมบัติในลิ้นชักพร้อมรายงาน

“นั่นค่ะ ในลิ้นชักนั่น ป้าแกมีกล่องส่วนตัว ไม่ยอมให้ใครเปิดเลยนะคะ”

ทูนอินทร์พยักหน้าสั่งให้บักหนานกับบักคูนจัดการ ทั้งคู่หยิบกล่องมาเปิด ก็พบภาพถ่ายเก่าๆของแสงหล้ากับรุ้งระวีในวัยเด็กและถ้วยรางวัลอยู่ในนั้น ทุกคนเข้าใจได้ทันทีว่าป้าแสงคือใคร

ทูนอินทร์สังหรณ์ใจกลัวว่าแสงหล้าจะไม่ได้หนีไป อย่างที่ส้มป่อยว่า แต่อาจถูกอิทธิลักพาตัวไป เขาครุ่นคิดหาวิธีช่วยแสงหล้ากับรุ้งระวี แต่ยังไม่ทันเห็นทางออก ก็เห็นภาพอิทธิให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอยู่หน้าจอทีวีว่า รุ้งระวีกลับมาแล้วและจะจัดแถลงข่าวในวันศุกร์นี้ตอนบ่ายสองโมง

“รุ้งต้องถูกพวกมันบังคับแน่ๆ ทร...งานนี้แกกับฉันได้ปลอมเป็นนักข่าวอีกหนแล้วละ” ทูนอินทร์บอกน้องชาย

เวลาเดียวกัน ฟ้าใสก็แทบคลั่งเมื่อรู้ว่าอิทธิไปพาตัวรุ้งระวีกลับมาจึงโทร.ไปต่อว่า แต่อิทธิกลับแก้ตัวแบบหน้าด้านๆแล้วกดเปิดเครื่อง เพราะเบื่อฟ้าใสเต็มที

“คุณอิท ยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย ปัทโธ่เว้ย” ฟ้าใสปามือถือแตกกระจายลงกับพื้น

ด้านอิทธิหลังจากวางสายแล้วก็ตรงเข้าปลุกปล้ำรุ้งระวี แต่ถูกเธอเอากาแฟร้อนๆ ราดใส่เป้ากางเกงจนต้องเดินขาถ่างออกไป

ooooooo

วันต่อมา เสี่ยดำรงแวะมาทานอาหารกับฟ้าใสที่คอนโดฯ และเอ่ยถามเธอถึงเรื่องอิทธิจะจัดงานแถลงข่าวให้รุ้งระวี แต่ฟ้าใสทำหน้าซื่อบอกว่า ไม่สนเพราะไม่เกี่ยวกับเธอ

“สนใจไว้บ้างก็ดีนะ มันเป็นกรณีตัวอย่าง เป็นนักร้องมีสังกัด ยังไงก็ต้องซื่อสัตย์กับเจ้าของ เขาลงทุนลงแรงไปไม่ใช่น้อย กว่าจะเป็นนักร้องมีชื่อขึ้นมาได้ ไม่ควรทรยศ” เสี่ยดำรงส่งยิ้มแปลกๆ

ฟ้าใสอึ้งไปนิดแล้วแสร้งฉีกยิ้ม “แย่นะคะนังรุ้งเนี่ย เพิ่งดังแท้ๆ แต่ออกฤทธิ์เสียแล้ว มันคงหลงตัวเองน่าดู อย่างนี้คงดังได้ไม่นาน เดี๋ยวก็ดับ”

“ใช่...อีกไม่นานก็ดับ” เสี่ยดำรงมองฟ้าใสนิ่ง

ฟ้าใสรู้สึกถึงความอำมหิตบางอย่างในแววตาคู่นั้น จึงรีบขอตัวเข้าห้องน้ำ

จ๊ะจ๋าที่ทำความสะอาดอยู่แถวนั้น รีบเข้ามาเก็บจานชามไปล้าง เสี่ยดำรงกระซิบสั่งให้จ๊ะจ๋าเฝ้าดูฟ้าใสไว้ และถ้าวันไหนว่างจะเรียกจ๊ะจ๋ากับอินทรไปคุยด้วย

“ค่ะ” จ๊ะจ๋ายิ้มได้เพราะเสี่ยรับรู้ข้อเสนอของเธอแล้ว

ooooooo

วันแถลงข่าวมาถึง เจ๊จี่หอยกับมะปรางถูกตามมาช่วยงาน แต่ทั้งสองไม่มีโอกาสได้พบกับรุ้งระวีเลย ส่วนพวกเจ๊จวงก็แอบไปเม้าท์กับนักข่าวว่า รุ้งระวีไปทำแท้งมาจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก

ขณะที่อิทธิเข้าไปนั่งเฝ้ารุ้งระวีในห้องแต่งตัวและบังคับให้ถอดแหวนของทูนอินทร์ออก เพราะจะนำไปทิ้ง นักร้องสาวต่อรองว่า จะฝากเจ๊จี่หอยไปคืนทูนอินทร์

“ก็ได้”

รุ้งระวีค่อยๆถอดแหวนเก็บลงกล่องแล้วใส่ในกระเป๋า ก่อนลุกเดินตามอิทธิกับลูกน้องไปที่ห้องแถลงข่าว

ทันทีที่อิทธิพารุ้งระวีเข้าห้องแถลงข่าว นักข่าวฮือเข้ามาถ่ายรูป รุ้งระวียิ้มอย่างฝืนใจเต็มที เจ๊จี่หอยเข้ามา กอดรุ้งระวีอย่างเป็นห่วง อิทธิเข้ามากัน ก่อนพารุ้งระวีไปนั่งที่โต๊ะเพื่อเตรียมให้สัมภาษณ์

บรรดานักข่าวเข้าประจำที่และยิงคำถามแรกว่า รุ้งระวีหายไปไหนมา

“กราบขอโทษแฟนเพลงทุกคนค่ะ วันนั้นที่รุ้งไม่ได้ออกคอนเสิร์ตเพราะรุ้งได้ข่าวร้ายเรื่องแม่ รุ้งจ้างนักสืบสืบหาแม่อยู่นาน วันนั้นเป็นวันที่ได้ข่าวว่าแม่รุ้งเสียแล้ว วันนั้นรุ้งหมดกำลังใจ หมดสิ้นทุกอย่างในชีวิต ถ้าออกไปร้องเพลงคืนนั้นก็คงทำให้แฟนเพลงผิดหวัง เพราะคงออกไปร้องไห้ได้อย่างเดียว รุ้งกราบขอโทษทุกคนค่ะ” รุ้งระวีพูดตามบทที่อิทธิเขียนให้

นักข่าวพึมพำด้วยความเข้าใจและเห็นใจ ยกเว้นเจ๊จี่หอยกับมะปราง ส่วนทูนอินทร์กับอินทรที่ปลอมตัวเข้ามาก็หันมากระซิบถามกัน

“เฮ่ย...ทำไมรุ้งพูดอย่างนั้นล่ะ ทำไมบอกว่าแม่เสีย”

“ต้องถูกบังคับให้พูดแน่ๆเลยครับ”

“ก็ไม่ควรพูด แล้วถ้าความจริงมันถูกเปิดเผยออกมา คนไม่ประณามกันทั้งประเทศเหรอ” ทูนอินทร์นึกห่วง เขามองไปที่หน้าเวที เห็นรุ้งระวีกำลังยืนยันกับนักข่าวว่า เธอพร้อมจะกลับมาทำงานแล้ว

“ที่ว่ากลับมาทำงาน คือกลับมาทำงานค่ายเพลงของอิทธิซาวนด์ใช่ไหมคะ” นักข่าวอีกคนซัก

“ใช่ค่ะ เอ...มีค่ายอื่นด้วยเหรอคะ”

“ก็ค่ายรุ้งกินน้ำของพี่เมธกับคุณทูนอินทร์ไงครับ เห็นว่ากำลังทาบทามตัวให้ย้ายค่ายอยู่”

“ไม่ละค่ะ รุ้งปฏิเสธทางนั้นไปแล้วไม่มีการย้ายค่ายแน่นอน” รุ้งระวียิ้มเศร้าๆ

ทุกคนฮือ เจ๊จี่หอย มะปราง ทูนอินทร์ และอินทรเป็นงง

“ชัดเจนนะครับ รุ้งจะอยู่สังกัดอิทธิซาวนด์เท่านั้น ไม่มีการย้ายค่ายไปที่อื่น มีคำถามอีกไหม” อิทธิเตรียมปิดงาน

นักข่าวคนหนึ่งรีบยกมือถามเรื่องรุ้งระวีตั้งท้อง แล้วแอบไปทำแท้ง

“ข่าวลือก็คือข่าวลือ อย่าไปเชื่อนะคะ คนปล่อยข่าว เป็นพวกขี้อิจฉาไม่เคยหวังดีกับรุ้งเลย พวกนี้จ้องจะทำลายรุ้งตั้งแต่วันแรกที่รุ้งมาเหยียบเมืองไทยเลยละค่ะ” รุ้งระวีมองไปที่กลุ่มเจ๊จวงแล้วพูดต่อ “อีกอย่างรุ้งยังไม่มีความรักกับผู้ชายคนไหนเลย จะไปท้องกับใครได้คะ”

คนทั้งห้องหัวเราะและปรบมือ อิทธิยิ้มพอใจเพราะเข้าทาง ขณะที่ทูนอินทร์ไม่พอใจยกมือถาม

“ผมขอถามครับ คุณรุ้งแน่ใจเหรอครับว่าคุณรุ้งไม่มีความรัก”

รุ้งระวีเขม้นมองแต่จำทูนอินทร์ไม่ได้จึงเอ่ยออกไป “ค่ะ ยอมรับว่าเคยมีความรัก มันเป็นรักครั้งแรก แต่มันเป็นความรักที่รุ้งหลอกตัวเอง รุ้งจบกับมันไปนานแล้วค่ะ”

ทูนอินทร์แทบหมดอาลัยในชีวิตเดินคอตกออกไป อินทรรีบตามไปให้กำลังใจพี่ชาย ทูนอินทร์ได้คิดยอมกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ก็ได้ยินอิทธิประกาศกับนักข่าวว่า เขาคือรักครั้งใหม่ของรุ้งระวีแล้วล้วงกระเป๋าหยิบกล่องแหวนออกมาคุกเข่าขอเธอแต่งงาน

“คุณอิท นี่มันเรื่องอะไร นี่ไม่ใช่บทที่ต้องเล่นนี่” รุ้งระวีตกใจ

“ด้นสดไงคุณ เล่นไปตามบทของผม ตอบรับเดี๋ยวนี้ แต่ถ้าปฏิเสธ ผมสั่งเชือดแม่คุณเดี๋ยวนี้ละ” อิทธิเสียงเข้ม

รุ้งระวีพูดไม่ออก จำต้องรับแหวนจากมือของอิทธิ “ค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคุณ”

ทูนอินทร์ยืนตะลึง อิทธิยิ้มร่า ลุกขึ้นมาบรรจงถอดแหวนจากกล่อง แล้วสวมเข้านิ้วมือของรุ้งระวีและดึงเธอเข้ามากอด

“นี่มันเกินไปแล้ว” รุ้งระวีมองอิทธิตาขวาง

“เล่นไปตามเกม”  อิทธิกระซิบสั่งแล้วหันไปโปรยยิ้มบอกนักข่าว “เออ...ว่าที่เจ้าสาวตื่นเต้นมากน่ะครับ ดีใจจนจะร้องไห้อยู่แล้ว ขอเวลาส่วนตัวสักครู่ อีกชั่วโมงผมจะกลับมาให้สัมภาษณ์ใหม่” อิทธิพารุ้งระวีเดินผ่านกลุ่มแฟนคลับและนักข่าวออกไป

ทูนอินทร์มองตามรุ้งระวีอย่างใจสลาย แล้วเดินเข้ามาถามเจ๊จี่หอยที่กำลังสะอื้นเพราะเสียความรู้สึก

“พี่หอย ทำไมรุ้งเขาทำกับผมอย่างนี้”

“อกแตก คุณทูน” เจ๊จี่หอยแทบช็อก รีบดึงทูนอินทร์ไปหาที่หลบเพราะกลัวคนของอิทธิมาพบ

ooooooo

อิทธิพารุ้งระวีมานั่งพักในห้อง และบังคับให้เธอยอมแต่งงานด้วย เพื่อแลกกับความปลอดภัยของแสงหล้า

“คุณต้องการอะไรจากฉันอีก แค่ฉันทำงานให้คุณ คุณไม่พอใจหรือไง” รุ้งระวีตวาดใส่

“ยังไม่พอ ผมยังต้องการกำไรจากคุณอีกเยอะ สงบใจซะ แล้วเดี๋ยวออกไป คุณต้องพร้อมที่จะสัมภาษณ์ อ้อ ยังไงก็ต้องขอบใจนะ ที่บอกว่ารักครั้งแรกกับไอ้ทูนน่ะมันจบสิ้นไปแล้ว” อิทธิขยับจะเดินออก แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินรุ้งระวีเอ่ย

“ใครบอกว่าฉันหมายถึงคุณทูน รักครั้งแรกของฉันคือคุณต่างหาก คุณอิท...ที่คุณเข้ามาจีบฉันที่แอลเอ ตอนแรกฉันก็หลงคารมคุณ นึกว่ามันคือรักแท้ แต่มารู้ทีหลังว่าคุณไม่เคยมีความรักให้ใคร นอกจากตัวเอง ที่ปั้นฉันให้ดังมันคือเรื่องเงินอย่างเดียว”

“รู้แล้วก็ดี เราจะได้แต่งงานกันเพื่อเงินและชื่อเสียงไงเอื้อประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ผัวเมียดังๆหลายคู่ในวงการ เขาก็เป็นแบบนี้แหละ” อิทธิหัวเราะอย่างผู้ชนะ

รุ้งระวีทิ้งตัวลงร้องไห้อย่างหมดอาลัย

ส่วนทูนอินทร์ เขาไม่อาจสงบใจรออีกต่อไปได้ จึงถอดหนวดเคราออกแล้วบุกไปถามความจริงจากปากรุ้งระวี เจ๊จี่หอยกลัวเกิดเรื่องรีบพาอินทรกับมะปรางตามไป

ทูนอินทร์เคาะประตูเรียกรุ้งระวีให้ออกมาคุยกัน อิทธิสั่งให้คมไปเปิดประตู และเมื่อเห็นทูนอินทร์ยืนมองก็รีบดึงรุ้งระวีไปกอดโชว์

“พี่ทูนครับ อย่าเสี่ยงเลย” อินทรเข้ามาดึงพี่ชายไว้

“ยังไงฉันก็ต้องรู้ความจริงจากปากรุ้งให้ได้” ทูนอินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง

คมกับเดชจะเข้ามาจัดการ แต่อิทธิร้องห้ามบอกว่า อยากให้โอกาสทูนอินทร์ได้รํ่าลาแฟนเก่า

“รุ้ง บอกผมมา เมื่อกี้ที่พูดไป คุณถูกบังคับหรือคุณตั้งใจจะพูดอย่างนั้นจริงๆ”

รุ้งระวีอึดอัดใจ ขอคุยกับทูนอินทร์เป็นการส่วนตัว แต่อิทธิไม่ยอม รุ้งระวีครุ่นคิดแล้วเปลี่ยนแผนเจรจา เธอสวมบทนางร้ายเรยาหันมามองทูนอินทร์อย่างหยันๆ

“ก็ได้ ไม่มีใครบังคับฉันหรอกค่ะ ที่ฉันพูดฉัน

หมายความอย่างนั้นจริงๆ ฉันเต็มใจที่จะแต่งงานกับคุณอิทธิ”

“แล้วที่เราสัญญากันไว้”

“ลืมมันไปให้หมดเถอะค่ะทูน มันเป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆของเราเท่านั้นเอง ทุกอย่างมันต้องจบแล้วค่ะ เพราะฉันมาลองคิดดูแล้ว คุณให้ความฝันฉันไม่ได้ ถ้าฉันอยู่ค่ายเพลงของคุณ ฉันก็คงเป็นแค่นักร้องเพื่อชีวิตที่มียอดขายไม่เกินสองพันแผ่น ฉันไม่มีวันเป็นรุ้งระวี ศรีแอลเอ ที่มียอดขายเป็นล้าน เป็นขวัญใจแฟนเพลงทั้งบ้านทั้งเมืองอย่างที่คุณอิทธิสร้างให้ฉันแบบนี้หรอก”

“รุ้ง นี่คุณกำลังเล่นละครหลอกผมรึเปล่า คุณไม่ใช่คนแบบนี้”

“คุณไม่เข้าใจผู้หญิงอย่างฉันเลยนะคะทูน ใช่ค่ะ ฉันเล่นละครตบตา แต่เป็นตอนที่ฉันอยู่กับคุณต่างหาก หลังจากที่ฉันสำรวจแล้วว่าค่ายเพลงของคุณเป็นแค่ค่ายอินดี้ที่มีวงเงินหมุนเวียนไม่ถึงสิบล้านด้วยซํ้า ฉันก็รู้แล้วว่าคุณไม่มีทางพาฉันสู่ความเป็นดาวระดับประเทศได้ คนอย่างคุณสามารถพาฉันขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ๆได้ไหม จะมีได้ก็แค่งานวัดหรือไม่ก็ร้านต้มแซบของคุณเท่านั้น คุณจะให้คนมีความงามมีความสามารถขนาดฉันต้องไปลงเอยอยู่ในร้านเหล้ากระจอกๆแบบนั้นเหรอ ไม่มีวันหรอก”

“โธ่...นังชั่ว” ทูนอินทร์ถลาเข้ามาบีบคอรุ้งระวีเขย่าอย่างแรง และจังหวะหนึ่งหน้าทั้งสองแนบใกล้กัน

เจ๊จี่หอยกับมะปรางร้องกรี๊ด ขณะที่คมกับเดชเข้ากระชากร่างทูนอินทร์ออกมาอัด อินทรเข้ามาช่วยพี่ชายจึงพลอยโดนลูกหลงไปด้วย

“อย่าทำอะไรเขานะ” รุ้งระวีตวาด

อิทธิสั่งให้คมกับเดชลากสองพี่น้องออกไป มะปรางกับเจ๊จี่หอยตามไปดูแล

ร่างของทูนอินทร์และอินทรถูกเหวี่ยงมากองที่พื้น อิทธิเดินโอบเอวรุ้งระวีเข้ามาเย้ย อินทรรีบประคองทูนอินทร์ลุกขึ้นชวนกลับบ้าน แต่รุ้งระวีเรียกไว้แล้วยื่นกล่องแหวนให้

“โถ...ใครอยากจะไปได้แหวนทองเกลี้ยงๆแบบนี้ ในเมื่อวงนี้ไม่ตํ่ากว่าสิบห้ากะรัต” รุ้งระวีชูแหวนที่นิ้วให้ดู

อิทธิหัวเราะร่าชอบใจดึงรุ้งระวีมากอดไว้

ทูนอินทร์มองรุ้งระวีอย่างจงชัง  แล้วเดินจากไปพร้อมกับอินทรด้วยอาการบอบชํ้า

เจ๊จี่หอยกับมะปรางจะไปด้วย แต่รุ้งระวีสั่งห้าม ให้เลิกคบหากับสองพี่น้องอินสรวง เจ๊ไม่พอใจดึงมะปรางเดินหนี อิทธิพยักหน้าให้คมกับเดชออกไป แล้วเอ่ยกับรุ้งระวี

“รุ้ง...สะใจผมเหลือเกินที่พูดกับไอ้ทูนไปเมื่อกี้แต่... แปลก รักมันมากไม่ใช่เหรอ ทำไมตัดสัมพันธ์เร็วนัก”

“เคยรักค่ะ แต่พอเห็นสภาพกลวงๆของเขาแล้วรักไม่ลง” รุ้งระวีฉีกยิ้มหวานแต่แววตาร้ายกาจ

ooooooo

ต้มยำลำซิ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด