สมาชิก

ต้มยำลำซิ่ง

ตอนที่ 14

รถของทูนอินทร์แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านอินสรวง คำรณที่ซุ่มอยู่เห็นชายหนุ่มลงมาจากรถเดินหายเข้าไปข้างใน แต่ไม่มีอะไรผิดสังเกต

“อ้าว เจ๊หอย ยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ทูนอินทร์ทักเสียงกร้าว เมื่อเห็นเจ๊จี่หอย มะปราง และอินทรนั่งรออยู่ ส่วนแสงหล้ากับส้มป่อยรู้งานรีบหลบไปสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ

“ยังกลับไม่ได้ค่ะ รอให้คุณเคลียร์เรื่องนี้ก่อน” เจ๊จี่หอยหยิบบราของรุ้งระวีขึ้นมาชู

ส้มป่อยและแสงหล้าหน้าเสีย แต่ทูนอินทร์กลับส่งยิ้มถามว่า จะให้เคลียร์อะไร

“มันตกอยู่ที่กระท่อมคุณ บรานี่ยี่ห้อและไซส์เดียวกับที่รุ้งใส่ค่ะ หอยยืนยันว่าเป็นของรุ้งแน่นอน คุณลักพาตัวรุ้งมาซ่อนไว้ที่นี่ใช่ไหม ยอมรับมาดีๆ ดีกว่า”

“ครับ ผมยอมรับว่าผมพาผู้หญิงมานอนด้วยที่กระท่อม แต่เสียใจครับ เป็นผู้หญิงบาร์ในเมือง ไม่ใช่คุณรุ้งของเจ๊” ทูนอินทร์ส่งยิ้มลามก

“คุณจะบอกว่าบรานี่ไม่ใช่ของรุ้งงั้นเหรอ ทำไมทั้งไซส์ทั้งยี่ห้อเป็นของรุ้งล่ะ”

“ผมก็เลือกซื้อให้น้องเขาใส่เองแหละ เอาเหมือนยายลูกครึ่งมากที่สุด เพื่อที่ผมจะได้ปู้ยี่ปู้ยำ” ทูนอินทร์ทำท่าทางประกอบ

อินทรเริ่มเอะใจร้องห้ามพี่ชาย “พี่ครับ พอเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว”

“อ้าว...ฉันกำลังอธิบายให้เจ๊หอยรู้ไง ว่าฉันหิ้วผู้หญิงมาแล้วเลียนแบบยายลูกครึ่งยังไงบ้าง หายสงสัยยังครับเจ๊”

“สงสัยว่าปู้ยี่ปู้...เอ๊ย ไม่สงสัยอะไรแล้ว ไปปรางกลับ” เจ๊จี่หอยฉุดมะปรางเดินออกไป

อินทรมองหน้าทูนอินทร์เหมือนอยากรู้อะไร แล้วรีบตามไปส่งเจ๊จี่หอยกับมะปราง ทูนอินทร์หันมามอง ส้มป่อยและแสงหล้าตาขวาง เอ่ยถามว่า คงไม่ได้หลุดปากบอกอะไรออกไป

“ไม่ค่ะ นาย รูดซิบปากเงียบ” ส้มป่อยรีบการันตี

“ดี...คืนนี้เตรียมอาหารให้หน่อย ฉันจะไปกินกับยายลูกครึ่งสองต่อสอง”

“ค่ะ” แสงหล้ารับคำ พลางดึงส้มป่อยหลบออกไป

ทูนอินทร์มองออกไปหน้าบ้าน เห็นอินทรยืนคุยอยู่กับเจ๊จี่หอยและมะปรางอยู่ที่รถ เพราะสองสาวยังข้องใจว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ ทำไมเทพบุตรอย่างทูนอินทร์ถึงกลับกลายเป็นซาตานไปได้

อินทรรับปากว่า จะช่วยสืบความจริงให้ สองสาววางใจชวนกันขึ้นรถ รถแล่นออกไป คำรณยกกล้องส่องดูอีกครั้งก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ

ooooooo

ฟ้าใสนอนออดอ้อนเสี่ยดำรงอยู่บนเตียงเรื่องเปิดอัลบั้มใหม่ เพราะเพลงฮิตของเธอขาดช่วงมานานแล้ว เสี่ยแย้งว่าไม่อยากเสี่ยงตอนนี้ เพราะเพลงชุดที่แล้วของฟ้าใส ไม่ค่อยติดตลาด

“แหม...เด็กใหม่หน้าตาดีเกิดขึ้นทุกวัน ฟ้ากลัวถูกแย่งตำแหน่งน่ะ”

“เด็กใหม่ที่ว่าคือใครเหรอ”

“ก็อย่างนังรุ้งนั่นไง มันออกเพลงต้มยำลำเพลิน ออกมาก็ฮิตอีกแล้ว ฮิตติดกันสามเพลงแล้วนะคะ

มันต้องมาแย่งตำแหน่งจากฟ้าแน่ๆ เลย”

“ใจเย็นๆ ของใหม่คนก็เห่อชั่วครู่ชั่วยาม ยังไงรุ้งระวีก็แย่งความเป็นราชินีลูกทุ่งไปจากฟ้าไม่ได้หรอก”

“แล้วตกลงป๋าจะให้ฟ้าออกชุดใหม่ไหมคะ”

“รอไปก่อน เดี๋ยวนี้ทำเพลงใหม่ใจร้อนไม่ได้ มันต้องครบเครื่องทั้งคนแต่งเพลง โปรดิวซ์ ทั้งแนวเพลง เนื้อร้องสารพัด”

“ถ้ามัวแต่รออยู่อย่างนี้ นังรุ้งมันก็กลายเป็นขวัญใจลูกทุ่งคนใหม่แทนฟ้าพอดี” ฟ้าใสทำฮึดฮัดลุกจากเตียง เดินหนีเข้าห้องน้ำ

ครั้นอยู่ตามลำพัง ฟ้าใสก็ตัดสินใจโทร.นัดอิทธิให้มาพบเธอที่คอนโดฯกลางดึก อ้างว่ามีเรื่องจะปรึกษา

ค่ำวันเดียวกัน รุ้งระวีหลับอยู่ในห้อง เธอได้ยินเสียงเพลงเบาๆดังแว่ว จึงลืมตาขึ้นมองหาที่มา ก็เห็นแสงไฟวูบวาบอยู่นอกกระท่อม แล้วทูนอินทร์ก็เปิดประตูเข้ามาสั่งให้ออกไปดูข้างนอก

รุ้งระวีก้าวออกจากกระท่อม แล้วต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นริมลำธารมีโต๊ะอาหารอย่างดี และมีไอแพดรุ่นใหม่กำลังบรรเลงเพลงต้มยำลำซิ่ง

“เกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมา มาจัดดินเนอร์ให้ฉันเสียหรูแบบนี้”

“อยากให้เธอได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศคลาสสิกไง เชิญ” ทูนอินทร์เลื่อนเก้าอี้ให้รุ้งระวี แล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม

“ทำไมต้องให้ฉันดื่มด่ำกับบรรยากาศคลาสสิก

อะไรของนาย”

“ได้ยินเพลงไหม”

“เพลง ต้มยำลำเพลิน ไง”

“ไม่ใช่...มันคือต้มยำลำซิ่งของฉัน” ทูนอินทร์ทุบโต๊ะเปรี้ยง

รุ้งระวีอึ้งไปเพราะเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน

“ฉันแต่งเพลงนี้ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามแบบนี้แหละ ตอนกลางวันฉันจะแต่งที่เพิงแสงจันทร์ พอตกกลางคืนก็จะแวะมาฟังเสียงธารน้ำไหลที่นี่ จนได้เป็นเพลงนี้ขึ้นมา”

“นั่นเนื้อร้องเหรอ”  รุ้งระวีดูจอภาพ เป็นเนื้อร้องมีท่อนชายและหญิง

“ใช่ ดูซะ เนื้อร้อง ต้มยำลำซิ่ง เทียบกับเพลงของเธอว่ามันเหมือนกันแค่ไหน”

รุ้งระวีหน้าสลด เพราะอิทธิขโมยมาอย่างหน้าด้านๆ

ส่วนอิทธิ เขามาพบฟ้าใสตามนัด สาวเจ้าในชุดกรุยกรายโชว์เนินอกสุดเซ็กซี่ เดินออกมาเปิดประตูให้ พลางเชื้อเชิญให้อิทธิที่ยืนตะลึงเข้ามาในห้อง

“เอ...มีอะไรครับ เรียกผมมาทำไมดึกดื่นป่านนี้”

“ฉันอยากปรึกษาน่ะค่ะ ถ้าฉันอยากเข้าสังกัด อิทธิซาวด์ของคุณ คุณจะรังเกียจไหม” ฟ้าใสยิ้มยั่วยวนอิทธิถึงกับอึ้ง

ooooooo

ด้านรุ้งระวี เมื่อได้อ่านเนื้อเพลงที่เป็นส่วนของตนในเพลงต้มยำลำซิ่งแล้วก็ถึงกับน้ำตาซึม

“ว่ายังไง ยอมสารภาพได้รึยัง ว่าเธอกับเจ้าอิทธิร่วมมือกันหลอกฉัน ขโมยผลงานของฉันไป”

“คุณเขียนเพลงนี้ให้ฉันเหรอ” รุ้งระวีเงยหน้าสบตาชายหนุ่ม

“ใช่...หวังว่าเธอจะได้ร้องกับฉัน เราจะเปิดค่ายเพลงด้วยเพลงต้มยำลำซิ่งเพลงนี้ เพลงที่เราจะร้องคู่กัน แล้วเธอก็ทำลายทุกอย่างด้วยการขโมยมันไปเป็นเพลงของตัวเอง จิตใจเธอมันทำด้วยอะไร รู้ไหม กว่าที่ฉันจะเขียนเพลงนี้ออกมาได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพลงแต่ละเพลงที่แต่งออกมา ฉันต้องไปให้ครูเพลงตรวจทานทั้งเนื้อร้องทั้งทำนอง เพลงทุกเพลงมีครูทั้งนั้น เธอขโมยไปก็เท่ากับเธอกำลังลบหลู่ครูเพลงไปด้วย”

รุ้งน้ำตาไหลเป็นทางพูดไม่ออก

“จะบอกให้นะ เมื่อก่อนเธออาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน เป็นจุดหมายปลายทางในชีวิตฉัน แต่ตอนนี้ไม่มีเธอที่ยืนอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว” ทูนอินทร์เสียงเครือ

“ฉันไม่มีตัวตนสำหรับคุณแล้วหรือ คุณคิดว่าฉันเป็นคนเลวแบบเดียวกับฟ้าใสงั้นเหรอ”

“ใช่...ฉันถึงลักพาตัวเธอมาซักฟอกที่นี่ไง”

“ไม่หรอก คุณลักพาตัวฉันมา เพราะคุณรู้ว่าฉันไม่ใช่คนแบบฟ้าใสต่างหาก”

“เธอพูดอะไรของเธอ”

“ถ้าคุณแน่ใจว่าฉันขโมยเพลงของคุณเหมือนฟ้าใส คุณจะไม่สนใจฉันอีกเลย คุณจะปล่อยฉันไปเหมือนครั้งที่คุณทำกับฟ้าใส”

“อ้อ คิดว่าที่ฉันลักตัวเธอมา เพราะฉันยังมีใจให้เธองั้นซี อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ตอนนี้แม้แต่หน้าเธอฉันก็ไม่อยากมอง” ทูนอินทร์เบือนหน้าไปทางอื่น

“ไม่จริงหรอก ฉันยังอยู่ในใจคุณเสมอ” รุ้งระวีลุกขึ้นเดินมากอดหลังทูนอินทร์พลางซบหน้าลง

ทูนอินทร์สะดุ้งรู้สึกสับสน เพราะสิ่งที่รุ้งระวีพูดเป็นความจริง แต่จำต้องฝืนทำเข้มตวาดใส่

“หยุดได้แล้วบทอ้อนของเธอน่ะ ฉันไม่หลงคารมเธอหรอก” ทูนอินทร์รีบผละออกแล้วเดินหนีไปที่ลำธาร

รุ้งระวีถอนใจ พลางรีบตามไป “ฉันพูดจากใจจริง ไม่ได้แสแสร้งอะไรทั้งนั้น ฉันเข้าใจความเจ็บปวดของคุณดี คุณเสียของรักไปถึงสองอย่างทั้งเพลงทั้งฉัน”

“พูดไม่รู้ฟัง บอกแล้วว่าฉันหมดรักเธอไปนานแล้ว”

“รับคำขอโทษฉันเถอะนะคะ ที่ฉันหลงเชื่อนายอิทธิอย่างโง่เง่าที่สุด ฉันทำร้ายคุณ กล่าวหาว่าคุณหลอกฉัน ทั้งๆที่คุณทุ่มเททุกอย่างเพื่อฉัน โกรธฉันเถอะค่ะ โกรธให้สมกับความเขลาของฉัน แต่ขออย่างเดียว อย่าบอกว่าคุณไม่รักฉัน” รุ้งระวีกอดหลังทูนอินทร์สะอื้นเบาๆ

“แค่อ่านเนื้อร้องต้มยำลำซิ่งที่คุณแต่งให้ฉันร้องฉันก็รู้แล้วว่าคุณรักฉันมากแค่ไหน”

“เคยรักต่างหาก”

“งั้นยกโทษให้ฉันและรักฉันเหมือนเดิมได้ไหม” รุ้งระวีจับไหล่ของทูนอินทร์ให้หันมามองเธอ

ทูนอินทร์ใจอ่อนลง เมื่อเห็นน้ำตาคนรัก

“รู้ไหม ตลอดเวลาที่เราห่างกัน ไม่มีวันไหนชั่วโมงไหนที่ฉันไม่คิดถึงคุณ”

“โกหก”

“เรื่องจริง”

“พิสูจน์” ขาดคำ รุ้งระวีก็จูบประทับริมฝีปากกับทูนอินทร์อย่างนิ่งนานและดูดดื่ม

รุ้งระวีถอนริมฝีปากจากทูนอินทร์พร้อมตั้งคำถาม “เชื่อรึยังว่ารัก”

“รุ้ง”

“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว” รุ้งระวียิ้มทั้งน้ำตาแล้วจูบทูนอินทร์อีกครั้ง

ทูนอินทร์รวบร่างของเธอมากอดไว้แนบแน่น

ooooooo

ด้านอิทธิยังงงงัน

“ให้ผมตั้งตัวหน่อย มันเรื่องอะไร อยู่ดีๆก็อยากย้ายค่ายมาอยู่กับผม”

“เสี่ยเขาไม่เห็นค่าของฉันแล้วค่ะ เขาไม่ให้ฉันออกเพลงใหม่ กลัวขายไม่ออก”

“เธอก็เลยจะลาออก มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ อีกอย่างผมไปดึงศิลปินอันดับหนึ่งของค่ายเสี่ยดำรงมา มันจะหมางใจกันเปล่าๆ”

“คุณอิท ถ้าฉันเป็นคนตัดสินใจเองล่ะคะ ฉันจะลาออกจากเสี่ยดำรง แล้วเว้นวรรคไปสักพัก จากนั้นถึงเข้าสังกัดคุณ อย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นการแย่งตัวกันหรอก”

“เฮ้อ ไม่ดีกว่า ผมไม่อยากเสี่ยง ดึกแล้วผมกลับละ แค่มาหาคุณที่พักดึกๆดื่นๆแบบนี้มันก็เป็นข่าวได้แล้วนะ” อิทธิลุกจะออกจากห้อง แต่นึกขึ้นได้รีบหันมาบอก “อีกอย่างตอนนี้รุ้งหนีไปยังตามตัวไม่เจอ ผมปวดหัวพอแล้ว อย่าให้ผมต้องปวดหัวเรื่องอื่นอีกเลย”

“คุณอิทคะ เดี๋ยวซี” ฟ้าใสเดินมาขวางอิทธิ แล้วสลัดเสื้อคลุมบางเบาออกจากเรือนร่าง

อิทธิตะลึงงันกับภาพตรงหน้า ฟ้าใสเดินมาสวมกอดอิทธิพลางกระซิบบอก

“นังรุ้งน่ะปล่อยให้หนีไปเถอะค่ะ เพราะฉันยินดีเป็นตัวแทนของมัน” ฟ้าใสซุกไซร้ที่ซอกคอ อิทธิเคลิ้มตามค่อยๆลูบไล้แผ่นหลังฟ้าใสเบาๆ แล้วช้อนตัวเธอขึ้นมาพาเข้าห้องนอน

เวลาเดียวกันนั้น อินทรกำลังถามหาทูนอินทร์อยู่กับแสงหล้าและส้มป่อย เพราะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมทุกคนดูแปลกๆไป

“แปลกยังไงเหรอคะ” ส้มป่อยตีหน้าซื่อ

“ก็ที่เอาเรากับป้าแสงมาอยู่ที่บ้านนี่ไง บอกมาซิทั้งจนสองคนมาทำอะไรที่นี่ ทั้งๆที่งานที่ร้านต้มแซบก็วุ่นจนต้องจ้างคนเพิ่ม”

แสงหล้าอึกอักหาข้ออ้างไม่ทัน ส้มป่อยจึงตอบแทน

“คืออย่างนี้ค่ะนายทร ช่วงนี้นายทูนพาผู้หญิงมาค้างด้วยไม่ซ้ำหน้า หนูกับป้าแสงต้องคอยต้อนรับค่ะ ทั้งเสื้อผ้า อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค อุ๊ย ยาไม่เกี่ยว”

“มาค้างที่กระท่อมน่ะเหรอ งั้นแสดงว่าคืนนี้ก็ต้องอยู่ที่กระท่อม”

“แม่นแล้วค่ะ” ส้มป่อยหลุดปาก

“แล้วทำไมตอนแรกบอกว่าไม่รู้ว่าพี่ทูนอยู่ไหน ฉันจะไปดูที่กระท่อมเดี๋ยวนี้” อินทรจะไป

ส้มป่อยกับแสงหล้ารีบดึงตัวไว้ แล้วช่วยกันโกหกว่า ทูนอินทร์เข้าเมือง กว่าจะกลับก็คงดึก อินทรชะงักมองทั้งคู่อย่างจับผิด

ooooooo

จ๊ะจ๋าแบกชุดหรูเดินตัวเอียงมาเคาะประตูห้องฟ้าใส แต่ไม่มีใครตอบรับจึงใช้กุญแจสำรองไขเข้ามาในห้อง เธอเห็นเสื้อคลุมของฟ้าใสกองอยู่ที่พื้นจึงเก็บไปแขวนที่มุมห้อง พลันได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมาจากห้องนอน

ด้วยความสงสัย สาวเจ้าจึงค่อยๆเดินเข้าไปแอบดู แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นภาพคือฟ้าใสนอนซบอกอิทธิอยู่บนเตียง ท่าทางสุขสมกันทั้งคู่

“ตกลงจะรับฟ้าเข้าสังกัดคุณได้รึยังคะ” ฟ้าใสเงยหน้าสบตาอิทธิ

“ถ้าคุณทำตามแผนที่บอก ผมยอมรับว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนมาก” อิทธิส่งยิ้มเจ้าเล่ห์

จ๊ะจ๋าหน้าเสียรีบหลบออกมาตั้งหลักที่ชั้นล่าง ไม่นานนักเธอก็เห็นอิทธิสวมแว่นดำเดินลงมาแล้วตรงไปที่รถอย่างรวดเร็ว

อิทธิมาถึงที่รถ คำรณก็โทร.มารายงาน

“ยังไม่ได้หลักฐานอะไร นอกจากไอ้ทูนมันเข้าออกจากบ้านมันวันละหลายครั้ง แต่ที่ร้านอาหารก็ไม่ได้ไป ผมคิดว่ามันอาจซ่อนตัวคุณรุ้งอยู่ในไร่มันก็ได้นะครับ”

“งั้นต้องบุกแล้วว่ะ แกรออยู่ที่นั่น ฉันจะไปสมทบแต่เช้าเลย” อิทธิกดวางสายแล้วรีบขึ้นรถ

ส่วนจ๊ะจ๋า เธอยืนทำใจอยู่พักใหญ่ ก่อนขึ้นไปเคาะประตูเรียกฟ้าใสอีกครั้ง แล้วแสร้งตีหน้าซื่อเหมือนไม่รู้เห็นอะไร แต่ฟ้าใสจับได้ว่าจ๊ะจ๋าแอบเข้ามาและเห็นตอนเธออยู่กับอิทธิจึงฟาดฝ่ามือเข้าเต็มหน้า

จ๊ะจ๋ากรีดร้องเซล้มลงไป “พี่ฟ้า อย่าทำโทษจ๋าเลยค่ะ จ๋าไม่ได้ตั้งใจ”

“แต่ก็ตั้งใจตอแหลใส่ฉัน บอกมา แกเห็นอะไรบ้าง” ฟ้าใสจิกผมจ๊ะจ๋าจนหน้าแหงน

“เห็น...เห็นคุณอิทธิอยู่บนเตียงกับพี่ฟ้า”

“อีเลว” ฟ้าใสกระชากจ๊ะจ๋าขึ้นมา แล้วตบอีก สองฉาด “เห็นอะไร ได้ยินอะไรอีก”

“ไม่ได้ยินค่ะ ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น จ๋าตกใจเลยรีบออกจากห้องไป”

“จริงนะ แกรู้ใช่ไหม ว่าแกต้องทำเป็นหูหนวกตาบอด ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”

“รู้ค่ะ” จ๊ะจ๋าสะอื้น

“ลุกขึ้นมา” ฟ้าใสกระชากร่างจ๊ะจ๋าลุกขึ้นแล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นยิ้มหยัน “เรื่องของฉันกับคุณอิท เป็นเรื่องลับของเราสองคน แกต้องเก็บความลับไว้กับตัวให้ดีที่สุด”

“ค่ะ”

“พรุ่่งนี้ไปบริษัท แต่งหน้าเยอะๆ ซ่อนรอยฟกช้ำให้แนบเนียนอย่าให้ใครสงสัย แล้วถ้ามีใครถามขึ้นมา ก็บอกว่าแกล้มฟาดไปเอง ไปกลับไปได้แล้ว ไป๊” ฟ้าใสผลักจ๊ะจ๋าเซไป

จ๊ะจ๋าเดินไปหยิบกระเป๋าแล้วออกจากห้องไปทั้งที่ยังสะอื้น ครั้นออกมาพ้นห้องฟ้าใสแล้ว จ๊ะจ๋าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาอินทรเพื่อขอความช่วยเหลือ

“คุณทร ช่วยด้วยค่ะ ฉันอยากพบคุณ ฉันทนไม่ไหวแล้ว พี่ฟ้าตบตีฉันอีกแล้ว”

“เอาอย่างนี้ ผมจะเข้ากรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ คุณไปหามะปรางให้มะปรางพาคุณไปบ้านพี่เมธ ผมจะตามไปที่นั่น” อินทรรีบบอก แล้วหันไปบอกส้มป่อยกับแสงหล้าว่า เขาจะต้องเข้ากรุงเทพฯ คืนนี้

ส้มป่อยกับแสงหล้าโล่งใจที่รอดตัวไปได้อีกคราว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทูนอินทร์และรุ้งนอนซบอยู่ด้วยกันในกระท่อม ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วขยับตัวออกมาเพื่อให้คนรักได้นอนต่อ

เขาเดินออกไปริมลำธารด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้นด้วยความสุข เพราะได้ความรักและคนรักของเขาคืนมา แล้วทูนอินทร์ก็กลับไปที่บ้านเพื่อนำอาหารเช้ามาให้รุ้งระวี แสงหล้ากับส้มป่อยเห็นเจ้านายเดินฮัมเพลงเข้ามาก็ส่งยิ้มให้กัน แล้วแสงหล้าก็เอ่ยถาม

“คุณทูนคะ ตกลงคุณกับรุ้งว่ายังไงกันแล้ว”

“ไม่ว่าอะไรหรอกป้า แต่ป้าแม่นจังนะที่ว่ารุ้งเขารักผมน่ะ ขอบใจนะครับ เลิฟยู คั่กคั่ก” ทูนอินทร์หอมแก้มแสงหล้าหนึ่งฟอด

แสงหล้าสะดุ้งเฮือกอมยิ้มอายม้วน

สักพักใหญ่ ทูนอินทร์ก็กลับมาที่กระท่อมพร้อมถาดอาหารเช้า เขาหันไปมองรุ้งระวีที่เดินออกมาจากห้อง แล้วทั้งคู่ก็พูดพร้อมกัน

“หอมจัง”

“ฉันหอมอาหารเช้า คุณหอมอะไรคะ”

“หอมรุ้งน่ะซี วันนี้คุณสวยกว่าทุกวันเลย” ทูนอินทร์เข้ากอดรุ้งระวีสูดดมที่ไรผม

“ขอบคุณค่ะ ขอให้พูดแบบนี้ทุกวันนะคะ”

“ได้ครับ จะพูดทุกวัน วันละสามเวลาก่อนอาหาร”

“งั้นก็พูดแล้ว ทานเลยดีกว่า หอมหมูทอดจังค่ะ”

ทั้งสองลงนั่งทานอาหาร ทูนอินทร์คุยว่า ป้าแสงหล้าตั้งใจทำหมูทอดมาให้รุ้งระวีเป็นพิเศษ รุ้งระวีขอให้คนรักพาเธอกลับบ้านอินสรวงเพราะอยากเห็นหน้าป้าแสงเต็มที

“แกร้องเพลงคุณได้ทุกเพลงเลย ได้ยินแกร้องในครัวบ่อยๆสงสัยจะเป็นนักร้องเก่า ร้องเพลงเพราะมาก” ทูนอินทร์คุยต่อ

รุ้งระวีฟังแล้วอดคิดถึงแม่ไม่ได้ ทูนอินทร์ไม่อยากเห็นคนรักเศร้าจึงรีบเปลี่ยนเรื่องอ้อนให้รุ้งระวีกลับมาเริ่มต้นใหม่

“ไม่ค่ะ เราไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ เพราะเท่าที่ผ่านมา ความรักของเรางดงามอยู่แล้ว” รุ้งระวีส่งยิ้มหวาน ชวนทูนอินทร์ดื่มฉลอง

สายวันเดียวกัน อินทรกับมะปรางเข้ามาดูจ๊ะจ๋า ที่แก้มระบมไปทั้งสองข้างด้วยความเห็นใจ

“ทำไมคุณยังทนยายมารร้ายนี่อยู่ได้ ให้มันตบตีเอาแบบนี้” อินทรข้องใจ

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”

“ก็ลาออกซีจ๋า ไปทนรับใช้มันอยู่ทำไม” มะปรางตอบแทน

อินทรเห็นด้วยซักต่อว่า ทำไมฟ้าใสถึงต้องทำร้ายจ๊ะจ๋าขนาดนี้ด้วย

“ฉันไม่กล้าพูด พี่ฟ้าขู่ไว้”

“บอกมาเถอะจ๋า แกต้องกล้าที่จะต่อกรกับนางมารร้ายแล้วนะ ไม่งั้นแกก็หลุดจากอำนาจมันไม่ได้ แล้วเมื่อไหร่ความฝันของแกจะเป็นจริง ความฝันที่แกจะออกมาเป็นศิลปินค่ายคุณทรไง” มะปรางหลอกล่อ

จ๊ะจ๋าพยักหน้า แล้วรวบรวมความกล้า เล่าเหตุการณ์ที่เธอเห็นเมื่อคืนให้อินทรกับมะปรางฟัง

เวลาเดียวกันนั้น อิทธิพาคำรณ เดช และคมมาที่บ้านอินสรวงเพื่อหาตัวรุ้งระวี แสงหล้าเห็นคำรณก็รีบหาที่หลบแล้วเร่งให้ส้มป่อยโทร.บอกทูนอินทร์ แต่ส้มป่อยลืมหยิบมือถือมา

“งั้นใช้ของป้าก่อนละกัน” แสงหล้าหยิบมือถือแล้วกดโทร.หาทูนอินทร์

ส่วนที่หน้าบ้าน ป้าแป๋วโดนคำรณจับตัวไว้ นางตะโกนเรียกให้ส้มป่อยกับแสงออกมาช่วย

“เดี๋ยวตบปาก บอกให้เงียบไง เอ๊ะ เมื่อกี้แกเรียกใครนะ” คำรณนึกได้

“ก็เรียกยายแสงกับนังส้มน่ะซี”

“บอกมาก่อน ยายแสงที่ว่าเป็นใครมาจากไหน” คำรณหยิบมีดออกมาขู่

ป้าแป๋วตาปริบๆ มองมีดอย่างสยอง ขณะที่คำรณสอบถามป้าแป๋วเรื่องคนงานชื่อแสง แสงหล้าก็พยายามโทร.หาทูนอินทร์ แต่เขาไม่รับสายเพราะลืมมือถือไว้ในกระท่อม แสงหล้าร้อนใจไม่รู้จะช่วยชายหนุ่มได้อย่างไร

อิทธิ คม และเดชค้นจนทั่วบ้าน แต่ไม่พบรุ้งระวีจึงออกมาตะคอกถามป้าแป๋วว่า ทูนอินทร์ไปไหนป้าแป๋วกลัวจับใจโพล่งออกไป

“อยู่ที่กระท่อมริมลำธาร ไปตามถนนเข้าไร่นี่แหละ แป๊บเดียวก็ถึง”

“พวกเราไป” อิทธิสั่ง

“เดี๋ยวครับนาย ในบ้านไม่มีใครเลยเหรอครับ” คำรณข้องใจแล้วหันไปตวาดป้าแป๋ว “ไหนแกบอกว่ายายแสงอยู่ในบ้านไง”

“เมื่อกี้มันอยู่นี่หว่า ไม่รู้โว้ย มันคงตามนายทูน

ไปที่กระท่อมนั่นแหละ” ป้าแป๋วตัวสั่น

“เฮ้ย อย่าเสียเวลารีบไปเถอะ” อิทธิตัดบท

ทั้งหมดขึ้นรถออกไป คำรณหันกลับมามองในบ้านอีกครั้งอย่างระแวดระวัง

แสงหล้าที่หลบอยู่กับส้มป่อยแอบมองอยู่อย่างระทึก ทั้งสองรอจนแน่ใจว่าพวกอิทธิไปหมดแล้วจึงออกมาช่วยป้าแป๋ว

“อ้าว พวกแกอยู่เหรอ ข้าเรียกปากแทบฉีก ทำไมไม่ออกมาช่วยกัน” ป้าแป๋วต่อว่า

“ไม่กล้าค่ะป้า ออกมาก็ตายหมู่” ส้มป่อยเสียงอ่อย

“เอายังไงดีล่ะพี่แป๋ว” แสงหล้าห่วงทูนอินทร์กับรุ้งระวี

“โทร.เรียกนายที่ร้านมาเร็ว พวกมันกำลังไปทำร้ายคุณทูนที่กระท่อม” ป้าแป๋วสั่งการ

ooooooo

ทูนอินทร์กับรุ้งระวียังนั่งทานอาหารอยู่ที่ริมลำธาร เสียงรถแว่วมา ทูนอินทร์ออกไปมองที่หน้าต่างเห็นรถอิทธิแล่นมาแต่ไกลก็รีบพารุ้งระวีหนี

“เดี๋ยวค่ะ ทำไมเราต้องหนีด้วย” รุ้งระวีไม่เข้าใจ

“ผมให้คุณเจอมันไม่ได้หรอก มันต้องบังคับคุณให้กลับไปกับมันแน่ๆ”

“แล้วถ้าฉันยืนยันไม่กลับ”

“ตำรวจไงครับที่จะทำให้คุณกลับ อย่าลืมว่าผมลักพาตัวคุณมา”

“จริงซี งั้นไปเถอะค่ะ” รุ้งระวีเร่ง

ทั้งสองวิ่งลัดเลาะออกไปทางลำธาร จนกระทั่งมาถึงเพิงของตายาย ทูนอินทร์เห็นรุ้งระวีเหนื่อยมากจึงให้เธอนั่งพักรอเขาอยู่ที่นี่ เพราะจะกลับไปทวงความยุติธรรมคืน

“พวกมันหลายคนนะคะ อย่าไปเลย”

“ไม่ต้องห่วง พระเอกไม่ตายตอนจบหรอกครับ” ทูนอินทร์ยิ้มเท่แล้วย้อนกลับไปทางเดิม

ไม่นานนักพวกอิทธิก็มาถึงกระท่อม ทั้งหมดแยกย้ายกันตามหารุ้งระวีแต่ไม่พบ

“มันต้องพารุ้งระวีมาซ่อนที่นี่แน่ๆมีเสื้อผ้าผู้หญิงอยู่ด้วย” อิทธิมั่นใจ

แล้วทูนอินทร์ก็กลับมาถึง เขาทักทายอิทธิ “ว่าไงไอ้หัวขโมย”

พวกอิทธิหันขวับมาพร้อมอาวุธในมือ

“อ้อ แสดงตัวแล้วเหรอวะ แกนั่นแหละไอ้ขโมย แกลักพาตัวรุ้งมาซ่อนไว้ที่นี่ใช่ไหม”

“รุ้งไหน ไม่รู้จักว่ะ”

“อย่ามากวน เห็นอยู่ชัดๆว่าแกอยู่กับผู้หญิง”

“ใช่...ผู้หญิงของฉันมาค้างชั่วคืน ตอนนี้กลับไปแล้ว พกเงินไปเต็มกระเป๋า”

“อย่ามาสร้างเรื่อง ส่งตัวรุ้งคืนมาแล้วฉันจะไม่เอาเรื่องแกถึงตำรวจ”

“ค้นดูซี หาเจอก็เอาไปเลย”

“ค้นดูให้ทั่วอีกที ในป่าที่มันเดินออกมาด้วย” อิทธิสั่ง

คมกับเดชแยกไปค้นที่ชายป่าริมลำธาร เหลือคำรณที่ยังยืนคุมเชิงอยู่กับอิทธิ ทูนอินทร์เดินกลับไปหยิบปืนพกในลิ้นชักคอนโซลหน้ามาใส่ไว้ในเสื้อแจ็กเกตแล้วเดินกลับมา

“แกพารุ้งหนีมาแบบนี้ แกรู้ไหมฉันเสียหายเรื่องคอนเสิร์ตไปกี่ล้าน”

“อืม เห็นใจ เห็นใจแต่มันก็คงจะเทียบไม่ได้กับมูลค่าของเพลงต้มยำลำซิ่งของฉัน ที่แกขโมยไปเป็นเพลงต้มยำลำเพลินของแก มูลค่ามันหลายล้านเชียวนะ”

“พูดอะไรของแกวะ ใครขโมยเพลงแก ต้มยำลำซิ่ง ที่ไหนไม่เคยได้ยิน”

“เอาละ งั้นช่วยตอบที ถ้าคำตอบเป็นที่พอใจฉันจะสมนาคุณให้แกอย่างงาม ไอ้เพลงต้มยำลำเพลินของแกเนี่ย ตกลงมันเป็นเป็นเพลงของใครกันแน่ ใครแต่งแล้วสังกัดไหนมิทราบ ช่วยตอบให้หายข้องใจหน่อยเถอะ”

“คนแต่งไม่เปิดเผยนาม มันอาจจะชื่อไอ้กระบือก็ได้ไง พอใจไหม”

“แสดงว่านายกระบือคนนี้แต่งเพลงได้เพราะมาก ฉันถามคำถามแกอีกข้อ แกเข้าไปขโมยเพลงของ

ฉันมาได้ยังไง”

“ไอ้บ้า ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ได้ขโมยเพลงของแก”

“แต่ฉันแน่ใจว่าแกขโมย เพราะมีคนเห็นสมุนแกแอบเข้าไปในห้องทำงานของฉันวันที่แกแกล้งทำเป็นมีเรื่องมีราวกับฉันที่หน้าร้าน” ทูนอินทร์เสียงเข้ม

อิทธิสบตาคำรณหน้าเจื่อนไปนิด ขณะที่ทูนอินทร์มองมาที่ทั้งคู่อย่างต้องการคำตอบ

ooooooo

คมและเดชเดินสำรวจมาใกล้เพิงที่รุ้งระวีซ่อนตัวอยู่ ทั้งสองเข้ามาค้นหาข้างในและเกือบจะได้พบกับรุ้งระวี แต่บังเอิญได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน เพราะทูนอินทร์ตัดสินใจยิงไปที่ขาของคำรณแล้วเอาปืนจ่อเข้าที่คอ บังคับให้คำรณสารภาพความจริง

คมและเดชรีบวิ่งกลับมาดูเหตุการณ์ รุ้งระวีถอนใจโล่งอก แต่ยังกังวลว่าใครยิงใคร

ส่วนคำรณเมื่อเห็นทูนอินทร์เอาจริงก็ยอมสารภาพ “พูดแล้ว พูดแล้ว เออ กูเข้าไปในห้องทำงานเอ็งจริงๆ กูเข้าไปขโมยเพลงทั้งหมดของเอ็งออกมาทั้งในลิ้นชัก ทั้งในคอมฯ”

“ดีมาก แล้วงานนี้รุ้งรู้เห็นการขโมยด้วยรึเปล่า”

“ไอ้คำ ไม่ต้องพูดนะโว้ย” อิทธิร้องห้าม

ทูนอินทร์ยิงเฉียดข้ามหัวอิทธิ อิทธิร้องลั่นรีบฟุบลงกับพื้น

“คุณรุ้งไม่รู้เห็นอะไรทั้งนั้น” คำรณรีบบอก

“เอาล่ะ ถามอีกข้อ พวกแกหลอกรุ้งเรื่องแม่ใช่ไหม ที่ว่าตายไปแล้ว”

“ใช่”

“เอาล่ะ ทุกอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว แผนพวกแกนี่มันชั่วเกินมนุษย์จริงๆ” ทูนอินทร์ขยับจะปล่อยคำรณ แต่คมกับเดชวิ่งเข้ามาจ่อปืนเข้าที่ทูนอินทร์

“ยิงมันเลย ยิงมัน” อิทธิสั่ง

“ถ้ายิง พวกแกก็โดนเหมือนกัน” เสียงเมธดังอยู่เบื้องหลัง

ทั้งหมดหันไปมอง เห็นเมธ บักหนาน และบักคูน เดินถือปืนขู่มาทางกลุ่มอิทธิ

ทูนอินทร์ผลักร่างคำรณเซไป คมกับเดชลดปืนลง บักหนาน บักคูนเข้าปลดอาวุธทั้งสอง

“ยอมรับว่ะ ว่าวิธีการยุแยงให้ฉันกับรุ้งเข้าใจผิดของแกมันแยบยลมาก แต่วิธีเล่นลับหลังอย่างนี้บ้านฉันเขาเรียกว่า ไม่แมน ไม่ลูกผู้ชาย สรุปคือหน้าตัวเมีย นั่นเอง” ทูนอินทร์เข้ามาพูดใส่หน้าอิทธิ

“แต่แกก็โง่ เชื่อที่ฉันหลอกแกจนได้”

“ฉันยอมโง่ว่ะ เพราะฉันโง่เพื่อคนที่ฉันรัก แมนกว่าแกเยอะ และนี่เป็นการทวงคืนค่าโง่ที่ฉันเสียไป” ทูนอินทร์ฟาดด้ามปืนเข้าเต็มหน้าอิทธิ

“โอ้ย” อิทธิเซไปเลือดกบปาก

“นี่เป็นการทวงครั้งแรกเท่านั้น ยังจะมีครั้งต่อไปและต่อไป”

“กลับไปได้แล้ว” เมธสั่ง

บักหนานกับบักคูนดันทั้งสี่กลับไปที่รถ

รถของอิทธิแล่นออกไป เมธหันมาถามหารุ้งระวีกับทูนอินทร์

“พี่เมธทราบเรื่องแล้ว” ทูนอินทร์แปลกใจ

“เจ้าหนาน เจ้าคูน สารภาพหมดแล้ว”

ทูนอินทร์มองไปที่สองคู่หู ทั้งสองพูดพร้อมกันว่า จำเป็นต้องบอก

“นั่นไง เดินมาแล้ว” ทูนอินทร์มองไปที่ลำธารเห็นรุ้งระวีเดินตรงมา

“รุ้ง พี่ขอโทษ นายทูนมันทำเกินกว่าเหตุจริงๆที่ลักพาตัวรุ้งมาแบบนี้” เมธรีบเข้าไปหา

“รุ้งยินดีค่ะ เพราะการลักพาตัวครั้งนี้ ทำให้รุ้งพ้นข้อกล่าวหาทั้งหมดใช่ไหมคะคุณทูน”

“ผู้ร้ายสารภาพแล้วครับ” ทูนอินทร์กับรุ้งระวียิ้มให้กัน

เมธยิ้มตาม บักหนาน และบักคูนบอกกับเจ้านาย

“โฮ่ย โล่งอกครับนาย เราก้าวข้ามมาแล้วครับ”

“ก้าวข้ามอะไร”

“ข้ามลูกกรงคุกไงครับ”

ทั้งหมดหัวเราะครืน

ooooooo

อิทธิกับคำรณนั่งพักอยู่ในห้องทำแผลของโรงพยาบาล มีคมและเดชคอยดูแล

“แค้นโว้ย จ้างคนมาสอยมันดีกว่า” อิทธิสั่งลูกน้อง

คำรณอาสาจัดการเอง และจะเอาให้ถึงตาย อิทธิ ถอนใจไม่รู้จะเอาไงต่อ เพราะยังหารุ้งระวีไม่เจอ คมเสนอว่า ควรกลับไปตั้งหลักที่กรุงเทพฯ

“เสียเที่ยวว่ะคราวนี้”

“ไม่เสียเที่ยวหรอกครับนาย เพราะผมคิดว่า ผมจะตามรอยนังแสงหล้ามาเจอแล้ว มันป้วนเปี้ยนอยู่แถวบ้านนายทูนจริงๆนะครับ ผมจะลองเฝ้าดูอยู่”

“ดี ได้ข่าวยังไงบอกด้วยนังแม่มันนี่แหละ จะทำให้รุ้งยอมตามฉันทุกอย่าง” อิทธิเสียงกร้าว

เย็นวันเดียวกัน ส้มป่อยเดินออกมาจากห้องนอนรุ้งระวี เด็กหญิงเห็นเมธ ทูนอินทร์ และแสงหล้ารออยู่นอกห้องด้วยความเป็นห่วง

“เป็นยังไง” ทูนอินทร์เอ่ยถาม

“พี่รุ้งอาบน้ำเรียบร้อยค่ะ ท่าทางจะเหนื่อยจัดเลยทานยานอนหลับ หลับสนิทไปเลย”

“นายไปทรมานทรกรรมอะไรเขาไว้วะ ถึงได้เพลียขนาดนี้”

“ทรมานอะไรล่ะพี่ ผมปรับความเข้าใจกับเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

“แต่ก่อนหน้านั้น ให้อดอาหารตั้งครึ่งวัน” ส้มป่อยรีบฟ้อง

“นายทูน คราวนี้นายทำเกินกว่าเหตุจริงๆนะ งานนี้นายต้องขอโทษรุ้งเขาเป็นเรื่องเป็นราว ขอโทษรวมไปถึงเจ๊หอยกับมะปรางด้วย”

“ครับ” ทูนอินทร์รับคำแล้วเดินตามเมธออกไป

ส้มป่อยหัวเราะคิกคัก แล้วเดินแยกไปอีกทาง แสงหล้าขยับจะตามส้มป่อยไป แต่ก็เปลี่ยนใจแอบเข้าไปหารุ้งระวีในห้อง นางมองลูกสาวที่หลับสนิทอยู่บนเตียงอย่างแสนรัก แล้วตัดสินใจเข้าไปนั่งข้างเตียงพลางร้องเพลงกล่อมลูกเบาๆ

“โอม...เอย...อีนางลูกแม่นี่เอย คนดีของแม่นี่เอย เอ เอ่ เอ้ มือไกวเปล แม่นี้จิเห่เพลงกล่อม”

รุ้งระวีขยับร่าง แสงหล้าหยุดร้อง รุ้งระวีขยับร่างมาที่อกแสงหล้าแล้วกอดนางไว้

แสงหล้ายิ้มชื่นใจร้องเพลงต่อ “...ว่าขวัญเอยขวัญมา อย่าร้องไห้งอแง ผีบ้านผีเรือนปกปักดูแลลูกแม่หลับให้สบาย” แสงหล้าหยุดสะอื้นเบาๆแล้วอย่างที่ไม่คาด รุ้งระวีลืมตาขึ้น เธอมองแม่ด้วยสายตามัวๆแล้วค่อยๆ ชัดขึ้น

“แม่” รุ้งระวีเรียก

แสงหล้าตะลึงทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นรุ้งระวี

มองหน้า ครั้นเธอหลับตาลงอีกครั้งเพราะฤทธิ์ยา

นางค่อยถอนใจโล่งอก จัดให้ลูกนอนอย่างสบาย แล้วจูบที่หน้าผากก่อนจะออกจากห้องไป

เวลาเดียวกัน อินทรกับมะปรางพาจ๊ะจ๋ามาหาเจ๊จี่หอยเพื่อเล่าเรื่องที่เธอไปพบมาให้ฟัง

“อกแตก หา...นังฟ้าต่ำมันขึ้นเตียงกับคุณอิทเหรอ” เจ๊จี่หอยตาโตหันมาบอกมะปรางว่า แบบนี้ต้องประจาน แต่จ๊ะจ๋าร้องห้ามเพราะกลัวจะโดนฟ้าใสเล่นงาน

อินทรนึกขึ้นได้บอกกับสามสาวว่า จะเอาเรื่องฟ้าใสย้ายค่ายไปต่อรองกับเสี่ยดำรงเพื่อแลกกับอิสรภาพของจ๊ะจ๋า

เจ๊จี่หอยเห็นด้วย นางแนะนำว่า ไม่ควรเข้าหาเสี่ยดำรงโดยตรง แต่ควรผ่านทางเฉลา

“ยายเจ๊นี่เกลียดนังฟ้าต่ำอย่างกะกิ้งกือไส้เดือน อาจจะช่วยหาทางให้เราได้

“จริงด้วยค่ะ เข้าทางเจ๊เหลา แกเป็นคนยุติธรรมพอสมควร”จ๊ะจ๋ารีบเสริม

ทุกคนยิ้มมีความหวัง แล้วเมธก็โทร.มาบอกเจ๊จี่หอยว่า เจอรุ้งระวีแล้วอยู่ที่ไร่อินสรวง เจ๊ดีใจมากรีบบอกข่าวดีกับทุกคน

เมธกดเลิกสาย พลางเดินเข้าหาทูนอินทร์ที่กำลังเถียงอยู่กับส้มป่อยเรื่องไม่โทร.เตือนว่า พวกอิทธิบุกมาที่บ้าน แต่ส้มป่อยยืนยันว่าเธอโทร.แล้ว แถมยังท้าทาย

“นายลองเช็กดูนะคะ สองโมงเช้า ส้มโทร.แน่ๆ ฮึ ไปลอยหน้าในครัวก็ได้ ชมพู่ผสมญาญ่าสวยไม่ได้ครึ่งของส้มหรอก” ส้มป่อยเดินเชิดออกไป

เมธมองตามอย่างระอาแล้วหันมาคุยกับทูนอินทร์

“ฉันบอกเจ๊หอยเรื่องรุ้งแล้ว แกจะมาหารุ้งพรุ่งนี้แล้วจะเอายังไงต่อ จะให้รุ้งอยู่ที่นี่ต่อไปงั้นเหรอ”

“ผมไม่ให้รุ้งกลับไปหาเจ้าอิทธิหรอกครับ รุ้งเองก็ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ที่นี่กับผม”

“อย่าลืมว่าเขายังมีสัญญากับนายอิทธิอยู่นะ

ถ้าไม่กลับไปเคลียร์ เรื่องมันจะวุ่นวายตามมาทีหลัง”

“ผมจะเคลียร์กับเจ้าอิทธิเอง แต่ตอนนี้ผมอยากให้รุ้งอยู่ที่นี่ไปก่อน”

“ตามใจนาย”

“เดี๋ยว ผมขอพิสูจน์ยายส้มเสียหน่อยว่าโกหกรึเปล่า”ทูนอินทร์หยิบมือถือมากดดู แล้วต้องตะลึงเพราะ เบอร์ที่โทร.เข้ามาเมื่อเช้าเป็นเบอร์ของแม่แสงหล้า

ooooooo

ต้มยำลำซิ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด