ตอนที่ 13
ทูนอินทร์วิ่งออกมาหน้าร้าน บักหนาน และบักคูนเข้ามายึดร่างชายหนุ่มไว้ แสงหล้าตามมาแอบฟัง ได้ยินเสียงโวยวายว่าจะไปแจ้งความ ให้ตำรวจจับรุ้งระวีที่ร่วมมือกับอิทธิขโมยเพลง
“เราไม่มีหลักฐานนะทูน อีกอย่างเพลงของเราก็ยังไม่ได้จดลิขสิทธิ์” เมธเข้ามาขวางหน้าทูนอินทร์นิ่งงันเอ่ยถามทั้งน้ำตา “เราถูกมันปล้นอีกแล้วเหรอครับพี่”
“ไม่เป็นไรนะทูน เรื่องนี้พี่ไม่ปล่อยไว้แน่ พรุ่งนี้เราปรึกษาทนาย”
“แต่มันก็ไม่น่าเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง มันคือทรัพย์สินทางปัญญาของเรานะครับ” ทูนอินทร์สะอื้น
ทุกคนสลด เมธดึงทูนมากอดปลอบบอกว่า ทุกอย่างต้องแก้ไขได้
“หมด ชีวิตผมหมดแล้ว” ทูนอินทร์คร่ำครวญ
แสงหล้าสะเทือนใจไปกับทูนอินทร์ แต่ไม่กล้าบอกความจริง
ด้านรุ้งระวี เธอไม่สบายใจนัก เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แถมยังติดต่อทูนอินทร์ไม่ได้เลย เธอขอให้มะปรางกับเจ๊จี่หอยช่วยโทร.ติดต่อพวกทูนอินทร์ หวังจะได้ข้อมูลบ้าง แต่ต้องผิดหวัง เพราะสองสาวเดินหน้าเศร้าเข้ามาฟ้อง
“ไม่มีใครรับสายเลย เหมือนจงใจไม่รับสายกันทั้งทีม”
“ต้องมีเรื่องแล้วล่ะ ถึงเป็นแบบนี้ ก็อย่างที่เล่าน่ะค่ะ พอคุณทูนถามเรื่องมิวสิกเพลงใหม่ของรุ้ง ก็อาละวาดขึ้นมาทันที ด่ารุ้งว่า เลว ชั่ว นี่ถ้ายังไม่รู้เรื่องอีก รุ้งจะบุกไปที่ไร่อินสรวง เดี๋ยวนี้แหละ”
“ไม่ได้นะรุ้ง ตอนนี้ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น รุ้งต้อง
เตรียมตัวออกคอนเสิร์ตวันศุกร์นี้แล้ว ลืมเรื่องคุณทูนไปก่อนดีกว่า พอจบคอนเสิร์ตแล้วค่อยว่ากัน”
รุ้งระวีถอนใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
เวลาต่อมา เมธตามทนายมาปรึกษาเรื่องคดี ที่จะยื่นฟ้องรุ้งระวีกับอิทธิ ทนายเห็นหลักฐานแล้วก็ทำท่าหนักใจ เพราะโอกาสชนะมีน้อยเต็มที เขาชี้แจงว่า เพลงของทูนอินทร์ยังไม่ได้จดลิขสิทธิ์ แถมยังไม่มีหลักฐานมาช่วยยืนยันว่า รุ้งระวีขโมยเพลงไปจริง
“แต่วันนั้นที่ผมกับเขาทะเลาะกัน เราอยู่ในห้องทำงานนี่แหละ มีช่วงหนึ่งที่เขาทำท่าหมดสติ ผมเลยออกไปเอาผ้าเย็นมาให้ น่าจะเป็นช่วงนั้นที่เขาขโมยเพลงผม”
ทนายครุ่นคิด แล้วเอ่ยกับทูนอินทร์ว่า จะรีบจัดการเรื่องลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดให้ แต่เรื่องฟ้องร้องต้องดูกันอีกที เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ
“หลักฐานมันเห็นอยู่ชัดๆ ว่ามันเป็นเพลงของผม มันขโมยไปหน้าด้านๆ ทุกคนในร้านนี้ก็รู้อยู่ว่า มันเป็นเพลงที่ผมแต่งขึ้น”
“ใช่ครับ ตอนนี้คุณมีแต่พยานบุคคล ซึ่งเป็นคนของคุณทั้งหมด สู้ในชั้นศาลไม่ได้หรอกครับ อย่าลืมนะว่าเพลงคุณไม่มีลิขสิทธิ์ เมื่อคราวฟ้าใสนั่นก็หนหนึ่ง ที่พวกคุณเอาเรื่องเธอไม่ได้ ผมจะจัดการทุกอย่างให้ดีที่สุดก็แล้วกันนะครับ” ทนายเก็บรวบรวมเอกสารแล้วเดินออกไป
เมธเข้ามาตบไหล่บอกให้ทูนอินทร์ทำใจ และถามย้ำว่า แน่ใจหรือว่ารุ้งเป็นคนขโมยเพลงไป
อินทรตอบแทนพี่ชายว่า เขาไม่แน่ใจ เพราะรุ้งระวีไม่มีนิสัยแบบนั้น
“นายรู้จักผู้หญิงพอแล้วเหรอนายทร นิสัยผู้หญิงแบบยายฟ้าใสหรือยายรุ้งคือนังงูพิษ ไม่มีวันที่เราจะดูออก ทำหวาน ทำใสซื่อ ที่แท้มีแผนชั่วกันทั้งนั้น ไม่รู้ละ งานนี้ถ้าใช้กฎหมายเล่นงานมันไม่ได้ ฉันจะใช้กฎหมู่ของฉันเอง” ทูนอินทร์หันไปมองหน้าทีวีที่ยังเปิดมิวสิกของรุ้งระวี
“ยายรุ้งระวี งานนี้เธอไม่รอดแน่” ทูนอินทร์แสยะยิ้มอย่างน่ากลัว
ooooooo
ทูนอินทร์หลบหน้าผู้คนไปอยู่ที่เพิงแสงจันทร์ และทุ่มเทเวลาให้กับการติดตามข่าวรุ้งระวีว่า ในแต่ ละวันเธอไปทำอะไรที่ไหนบ้าง เพื่อหาโอกาสแก้แค้น
แสงหล้ากับส้มป่อยตามมาแอบดูทูนอินทร์อยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง แล้วเด็กหญิงก็หันมาถาม
“ป้า...ป้าเชื่อเหรอว่าพี่รุ้งขโมยเพลงนายทูนไป”
“ไม่เชื่อหรอก คนรักกันเขาไม่ทำกันอย่างนั้นหรอก เชื่อป้าเถอะลูก รุ้งน่ะเขาเป็นคนดี” แสงหล้ายิ้มอย่างมั่นใจ
“เฮ้อ ค่อยฟีล แฮปปี้หน่อย หนูพยายามจะเกลียดพี่รุ้งนะ แต่ทำยังไงก็เกลียดไม่ลง” ส้มป่อยโล่งใจชวนแสงหล้ากลับเข้าบ้าน จึงไม่ทันเห็นแววตาวาวโรจน์ของทูนอินทร์ เพราะเขารู้แล้วว่า จะตามไปจัดการกับรุ้งระวีได้ที่ไหน
คืนต่อมา รุ้งระวีมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่นครนายก ทูนอินทร์ชวนบักหนานและบักคูนปลอมตัวเป็นคนงานลอบเข้าไปดักรอรุ้งระวีอยู่บริเวณลานจอดรถ
ส่วนรุ้งระวี เธอนั่งแต่งหน้าทำผมอยู่กับเจ๊จี่หอย และได้ยินพวกเจ๊จวงว่าแดกอยู่เป็นระยะๆจนเธอทนไม่ไหวต้องเดินหนีไปทำใจ
เวลาเดียวกัน บักหนานกับบักคูนก็เริ่มข้องใจกับพฤติกรรมของเจ้านายที่ปีนบันไดขึ้นไปเอาผ้าบังกล้องวงจรปิดไว้ จึงเอ่ยถาม
“นาย ทำอะไรน่ะครับ ให้เราแต่งตัวแบบนี้ทำไม ไหนว่าจะพาเรามาดูคอนเสิร์ตคุณรุ้งไงครับ”
“ใช่ทำแบบนี้ เหมือนเรามาก่อวินาศกรรมนะครับ”
“ไม่ผิดหรอก ปิดกล้องแล้ว ต่อไปนี้ทางสะดวก นายสองคนรออยู่ที่รถ ฉันจะไปก่อวินาศกรรม” ทูนอินทร์เดินตรงไปยังบันไดหนีไฟทิ้งให้บักหนานกับบักคูนยืนงง
ด้านรุ้งระวี เธอออกมานั่งสงบสติอารมณ์ที่มุมทางเดิน อิทธิผ่านมาเห็นก็เข้าคุยด้วย รุ้งระวีเอ่ยถามชายหนุ่มว่าเมื่อไหร่เธอจะได้ออกคอนเสิร์ตโดยไม่มีพวกจุ๊บแจงเสียทีเพราะเบื่อมาก
“แล้วจะจัดให้ คอนเสิร์ตรุ้งคนเดียวเดี่ยวๆเพราะตอนนี้ใครๆก็อยากมาดูรุ้งทั้งนั้น นี่ ข่าวดีต้มยำลำเพลินขึ้นอันดับห้าของมิวสิกบ็อกซ์แล้วนะ ทำไม ไม่ดีใจหรือ” อิทธิแปลกใจที่รุ้งระวียังนิ่งเฉย
รุ้งระวีหันมามองอิทธิซักว่า เมื่อไหร่จะยอมบอกว่า ใครเป็นคนแต่งเพลงต้มยำลำเพลิน อิทธิโกหกว่าเป็นนักแต่งเพลงมือหนึ่งของเสี่ยดำรงที่แอบมาแต่งเพลงให้จึงเปิดเผยไม่ได้เพราะผิดสัญญา
รุ้งระวีไม่วางใจจะซักต่อ แต่เจ๊จี่หอยออกมาตามให้กลับไปแต่งตัว
“อย่าคิดมากนะรุ้ง แล้วออกไปโชว์ให้เต็มที่ ผมว่าวันนี้ พรุ่งนี้เพลงของเราติดอันดับหนึ่งแน่ๆ” อิทธิสรุปแล้วรีบชิ่งออกไป
รุ้งระวีถอนใจบอกกับเจ๊จี่หอยว่า จบงานแล้วจะไปหาทูนอินทร์ที่สระบุรี เจ๊ยอมตามใจ แต่ขอให้ขออนุญาตอิทธิก่อน นักร้องสาวทำหน้าเซ็ง เดินกลับเข้าห้องแต่งตัว
ทูนอินทร์ที่แอบดูอยู่ในมุมมืด หลังกองสัมภาระ ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
ooooooo
รุ้งระวีเข้ามาบ่นกับมะปรางว่า เบื่อมากไม่อยากเล่นคอนเสิร์ต อยากจะหนีไปให้ไกลๆ
เจ๊จวงได้ยินก็รีบไล่ส่ง “สาธุ ขอให้มันจริงเถอะ ขอให้มันหนีไปไกลๆเลย ไปอยู่ดอยไหนก็ได้ เลิกๆร้องไปเสียที นักร้องคนอื่นเขาจะได้แจ้งเกิดบ้าง”
“ค่ะ ไอ้ที่แย่งเราไป เราจะได้กลับคืนมาเสียทีนะคะ” จุ๊บแจงรีบเสริม แล้วพลันชะงัก เพราะทีมงานเข้ามาเตือนว่าจะถึงคิวแล้ว
“รู้แล้วรู้แล้ว ไม่ต้องเตือนมากหรอก ออกคอนเสิร์ตมาจนหัวจะหงอกแล้ว ไป แจง” เจ๊จวงดึงจุ๊บแจงลุกออกไปยืนข้างเวที
มะปรางกับเจ๊จี่หอยช่วยกันตรวจตราความงามให้รุ้งระวีแล้วพากันออกไปเตรียมพร้อม เพราะรุ้งระวีจะขึ้นแสดงต่อจากจุ๊บแจง
ทูนอินทร์ที่หลบอยู่ตวัดมีดพกขึ้นมาเตรียมเชือด เพราะได้ยินรุ้งระวีบอกกับสองพี่เลี้ยงว่า ลืมต่างหูแล้วเดินกลับมาหยิบ ทูนอินทร์สบโอกาสเข้าประชิดตัว เขาใช้มีดพกจี้บังคับให้รุ้งระวีลงบันไดหนีไฟอย่างทุลักทุเล เพราะทั้งชุดที่อลังการและส้นสูง
ทูนอินทร์กลัวมีคนมาเห็นจึงสั่งให้รุ้งระวีถอดชุดออก
“ถ้าอยากให้เร็วก็ต้องช่วยถอด” รุ้งระวีดึงเสื้อตัวนอกออกอย่างลำบาก
ทูนอินทร์ตัดสินใจกระชากชุดหลุดไปทันที รุ้งระวีร้องว้ายรีบปิดเนินอก เพราะชุดที่เหลือกลายเป็นชุดเกาะอก
ทูนอินทร์ตะลึงแล้วรีบเบือนหน้าไปทางอื่นพลางร้องถาม “โป๊รึเปล่า ถ้าโป๊ก็เอาผ้าปิดซะ”
“ไม่โป๊ อยากมองก็มองไปเถอะ” รุ้งระวีเท้าสะเอวใส่
ทูนอินทร์ทำเข้มกลบเกลื่อน แล้วดึงรุ้งระวีลงบันไดไปด้วยกัน
บักหนานกับบักคูนที่รออยู่เห็นทูนอินทร์พารุ้งระวีมาด้วยก็ตกใจ ส่วนรุ้งระวีก็ร้องถามสองคู่หูว่ามันเรื่องอะไรกัน ทำไมทูนอินทร์ต้องทำแบบนี้
บักหนานกับบักคูนส่ายหน้า ทูนอินทร์ตวาดให้ทุกคนขึ้นรถ
“จะพาฉันไปไหน”
“ไม่ต้องถามขึ้นรถไป” ทูนอินทร์ดันร่างรุ้งระวีขึ้นรถ
บักหนานและบักคูนเข้าประจำที่ รถแล่นออกไป รุ้งระวีหันมามองทูนอินทร์อย่างไม่เข้าใจ
ooooooo
บนเวทีคอนเสิร์ต การแสดงของจุ๊บแจง ขวัญข้าว และอาชาจบลง ทั้งสามประกาศเปิดตัวรุ้งระวี ศรีแอลเอ ในบทเพลงต้มยำลำเพลิน แต่รุ้งระวีกลับหายตัวไป ทีมงานออกตามหากันจ้าละหวั่น จวงยิ้มชอบใจบอกกับขวัญข้าวและอาชาที่ลงมาช่วยตามหารุ้งระวีว่า แม่นักร้องสาวตัวดีหนีไปแล้ว
“หา...หนี” อาชากับขวัญข้าวร้องพร้อมกัน
“เออ ได้ยินมันบ่นเมื่อกี้ มันไม่อยากร้อง มันอยากหนีไปไกลๆ คงคิดถึงผัวนั่นแหละ”
“ข่าวดี ขอให้ไปอย่ากลับมาเลยนะ”
“ข่าวประเสริฐแท้ๆเลย จรรโลงมาก” อาชา ขวัญข้าว และเจ๊จวงปะทะฝ่ามือกันพลางหัวเราะร่า
ส่วนรุ้งระวี เธอเห็นทุกคนนั่งเงียบมาตลอดทางจึงเอ่ยถาม
“จะพาฉันไปไหน ไปที่ไร่อินสรวงเหรอ”
“ไม่ใช่ในฐานะแขกผู้มีเกียรติหรอกนะ แต่ในฐานะผู้ต้องหาขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ฉันจะพาเธอไปสอบปากคำ”
“ขโมยทรัพย์สินอะไร พูดให้รู้เรื่อง”
ทูนอินทร์ยังไม่ทันตอบ มือถือของรุ้งระวีก็ดังขึ้น เธอจะรับสาย แต่ทูนอินทร์ยึดไว้แล้วปิดเครื่อง
อิทธิที่กำลังต่อสายถึงรุ้งระวีหน้าเสียหันมาบอกเจ๊จี่หอยและทีมงานที่กำลังช่วยกันตามหารุ้งระวีว่า สายถูกตัด
“อยากตาย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย หรือว่ารุ้งจะหนีงาน เห็นบ่นๆว่างานนี้ไม่อยากขึ้นคอนเสิร์ต”
“เป็นบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย ตามหาให้ทั่วตึกเลย” อิทธิสั่ง ทุกคนแยกย้ายกันไป
“แล้วบนเวทีทำยังไงคะ”
“ถ่วงเวลาไปก่อน เจ๊หอย แน่ใจนะว่าไม่มีใครลักพาตัวรุ้งไป”
“อุ๊ย...ไม่มีหรอกค่ะ ใครจะกล้าลักพาตัวรุ้งในงานคอนเสิร์ต”
อิทธินิ่งคิดมั่นใจว่า ต้องเป็นฝีมือทูนอินทร์แน่ เขาแค้นจนแทบคลั่ง แล้วเจ๊จวงก็วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่า จะเกิดจลาจลที่หน้าเวที
ทั้งหมดวิ่งออกไปดู เห็นอาชา ขวัญข้าว และจุ๊บแจงกำลังร้องเพลงด้วยกัน แต่คนดูไม่ฟัง ตะโกนพร้อมกันว่าจะดูรุ้งระวีแล้วเริ่มปาของใส่ทั้งสาม อาชากรี๊ดลั่นออกวิ่งนำขวัญข้าวกับจุ๊บแจงกลับเข้าหลังเวที
อิทธิหน้าเครียดประกาศเลิกคอนเสิร์ต โดยอ้างว่า รุ้งระวีป่วยหนักออกมาเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้
ขณะที่รุ้งระวีกำลังต่อรองกับทูนอินทร์ เพราะสงสารแฟนเพลงที่เสียเงินซื้อตั๋วเข้าไปดูคอนเสิร์ต
“สมน้ำหน้าไอ้อิทธิมันแล้ว ฉันกะจะเล่นมันให้เจ๊งแบบนี้แหละ อีกอย่างฉันสงสารแฟนเพลง ที่ต้องมาทนดูเธอร้องเพลงที่เธอขโมยคนอื่นเขามา” ทูนอินทร์โต้กลับ
“นี่แหละที่ต้องเคลียร์ เพลงอะไรที่ฉันขโมยมา แล้วขโมยมาจากใคร”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง เพลงต้มยำลำเพลินที่เธอร้องจนฮิตติดอันดับน่ะ เธอคิดว่ามันเป็นของใคร”
“ฉันไม่รู้ คุณอิทธิบอกว่าคนแต่งไม่เปิดเผยชื่อเป็นคนสังกัดเสี่ยดำรง”
“มันว่าอะไรก็เชื่อ เป็นนางเอกที่หูเบามากเลยนะเธอ บอกให้ก็ได้ มันคือเพลงของฉันทั้งเนื้อร้องและทำนอง เธอขโมยมันไปอย่างหน้าด้านๆ”
“คุณทูน ฉันไม่รู้เรื่องด้วยจริงๆนะ”
“อย่ามาโกหก แล้วไม่ต้องโยนความผิดไปให้ไอ้อิทธิมันด้วย เพราะเธอนั่นแหละคือคนขโมย” ทูนอินทร์กระชากตัวรุ้งระวีเข้ามา
“นี่...ปล่อยฉันนะ อย่ามากล่าวหากันชุ่ยๆแบบนี้ ปล่อยฉัน” รุ้งระวีพยายามดิ้นรนพร้อมตะโกนสั่งให้บัก–หนานหยุดรถ
“ไอ้หนานอย่าหยุดนะโว้ย ไม่งั้นจะบีบคอนังนี่ให้ตายคามือเลย” ทูนอินทร์ขู่กลับ
“นึกว่ากลัวเหรอ พี่หนานหยุดรถ” รุ้งสู้สุดชีวิต ทั้งตบหน้าทั้งผลักทูนอินทร์
บักหนานและบักคูนมองหน้ากัน แล้วจู่ๆรุ้งระวีก็ร้องกรี๊ดลั่น บักหนานตกใจรีบเบรกรถ
รุ้งระวีรีบเปิดประตูลงมาเตรียมจะหนี แต่ทูนอินทร์เข้ามาขวาง เขาชกเข้าที่ท้องของเธอ จากนั้นก็เอาผ้าชุบยาสลบมาโปะ
นักร้องสาวสิ้นฤทธิ์ซบหน้ากับไหล่ของทูนอินทร์ ชายหนุ่มกระชับร่างเธอไว้แน่นแล้วอุ้มขึ้นรถ
บักหนานกับบักคูนตะลึงร้องถามว่า ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ
“ไม่ต้องห่วงน่า พากลับไปบ้านเรา เรื่องทั้งหมดฉันรับผิดชอบเอง”
สองคู่หูจำต้องปฏิบัติตาม รถแล่นออกไป ทูนอินทร์ยิ้มเหี้ยมมองหน้ารุ้งระวีที่หมดสติ
เวลาเดียวกัน อิทธิส่งจี่หอยออกมาแถลงข่าวว่า รุ้งระวี อาหารเป็นพิษไม่สามารถแสดงคอนเสิร์ตได้ ในตอนแรกนักข่าวยอมเชื่อตามนั้น แต่พอเจ๊จี่หอยเดินออกไปแล้ว กลุ่มของเจ๊จวงก็เข้ามาเม้าท์ให้นักข่าวฟังว่า รุ้งระวีตั้งท้องเพราะมั่วกับผู้ชายไม่เลือกหน้า ตอนนี้หนีไปทำแท้ง
ooooooo
ทูนอินทร์สั่งให้บักหนานกับบักคูนไปรับตัวส้มป่อยกับแสงหล้ามาจากร้านต้มแซบ ทั้งสองตกใจมากเมื่อเห็นรุ้งระวีนอนหมดสติอยู่บนรถ ทูนอินทร์กำชับทั้งคู่ว่าเรื่องนี้เป็นความลับ
“ทำไมต้องเป็นความลับด้วยล่ะคะ” ส้มป่อยไม่เข้าใจ
“ไม่ต้องถามมาก ป้ากับส้มย้ายไปอยู่ที่ไร่เลยจะได้ดูแลแม่นี่เรื่องเสื้อผ้าอาหาร แล้วห้ามบอกใครเรื่องแม่นี่เด็ดขาด”
“คุณจะทำอะไรคุณรุ้งคะ”
“ป้าทำตามที่ผมบอก ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น เอ้า ขึ้นรถได้แล้ว” ทูนอินทร์ขึ้นรถไปนั่งด้านหน้า
บักหนานและบักคูนบุ้ยใบ้ให้ส้มป่อยและแสงขึ้นนั่งข้างรุ้ง รถแล่นออกไป
แสงหล้ามองหน้ารุ้งอย่างปีติเป็นครั้งแรกที่ใกล้ชิดลูกสาวแบบนี้ นางอดใจไม่ไหวดึงรุ้งระวีมานอนพิงไหล่ตัวเองแล้วกอดไว้ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ทูนอินทร์เหลือบมามองแสงหล้าอย่างสงสัย
ไม่นานนัก ทั้งหมดก็มาถึงกระท่อม บักหนานกับบักคูนเดินนำเข้าไปก่อน ตามด้วยทูนอินทร์ เขาอุ้มรุ้งระวีมาวางที่โซฟายาว แสงหล้าและส้มป่อยรั้งท้าย แล้วแสงหล้าก็กระซิบถาม
“พี่หนาน ตกลงคุณทูนลักพาตัวคุณรุ้งมาเหรอ คุณรุ้งหลับไม่ได้สติเลย”
“อย่าพูดไปนะป้า ตอนนี้ขาฉันข้างหนึ่งเข้าไปอยู่ในตะรางแล้ว”
“แล้วคุณทูนจะทำอะไรคุณรุ้ง”
“บอกว่าจะซักฟอกความจริงเรื่องที่คุณรุ้งขโมยเพลง”
แสงหล้าพยักหน้าเข้าใจ ทูนอินทร์เดินมาสั่งแสงหล้าให้ช่วยดูแลเรื่องเสื้อผ้าและอาหารการกินให้
รุ้งระวีด้วย นางรีบรับคำ
ทูนอินทร์พอใจเดินกลับไปที่รถ บักหนานกับ
บักคูนขยับจะตาม แต่เปลี่ยนใจหันมาย้ำกับแสงหล้า และส้มป่อยว่า ฝากดูแลรุ้งระวีด้วย เพราะถ้าผิดพลาดก็เข้าคุกกันทั้งหมด
ส้มป่อยยิ้มระรื่นบอกว่าไม่กลัวสักนิด เพราะดีใจที่ได้ดูแลรุ้งระวีอย่างใกล้ชิด
“ดีแล้วส้ม อยู่ดูแลพี่เขานะ เพราะป้าคงนอนที่บ้าน ข้าวของเสื้อผ้าอาหารป้าจะเตรียมไว้ให้” แสงหล้ามองรุ้งระวีที่หลับพริ้มอย่างเอ็นดู
ooooooo
เช้าวันใหม่ รุ้งระวีในชุดนอนบางเบาค่อยๆลืมตาขึ้น เธอมองไปรอบๆห้องก็พอรู้ว่าคือกระท่อมของทูนอินทร์ จึงลุกขึ้นเดินไปที่ประตูจะเปิดออกแต่ประตูล็อก สาวเจ้าเปลี่ยนใจเดินมาที่หน้าต่างแต่ก็ติดเหล็กดัด เธอตัดสินใจตะโกนเรียกให้คนช่วย แต่ไม่มีเสียงใครตอบรับกลับมาเลย
“บ้าเอ๊ย เอาฉันมาขังไว้ที่นี่ทำบ้าอะไร นายทูนเปิดประตูนะ ฉันจะออกไป ถ้าไม่เปิดฉันจะกรี๊ดให้ลั่นเลย” รุ้งระวีทุบประตูพร้อมๆกับกรี๊ดดังลั่น
รถของทูนอินทร์แล่นมาจอดหน้ากระท่อม เขาได้ยินเสียงรุ้งระวีกรีดร้องก็ชอบใจ เพราะรู้ว่าร้องอย่างไรก็ไม่มีใครได้ยิน
ส่วนรุ้งระวีเมื่อกรีดร้องจนคอระบมก็นึกขึ้นได้ว่า กระท่อมอยู่ในป่าลึก จึงคิดหาวิธีใหม่ ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออก ทูนอินทร์ยกถาดอาหารเข้ามาหน้าตาเหี้ยม รุ้งระวีวิ่งสวนออกไป แต่ทูนอินทร์กระโดดเข้าขวางแล้วดึงประตูปิดเสียก่อน
รุ้งระวีเสียหลักเซไปปะทะกับร่างของทูนอินทร์ เขายิ้มยั่วเอามือรวบเอวเธอไว้พลางขู่
“ฉันจะจัดการถอดเธอทีละชิ้น ทีละชิ้น เหมือนปอกหัวหอม เอาให้ล่อนจ้อนทั้งเนื้อทั้งตัวเลย”
“จะแก้ผ้าฉันเหรอ” รุ้งระวีกระชับเสื้อคลุม
“เปล่า...ฉันหมายถึงจะซักฟอกความจริงจากเธอ นี่ไม่ต้องนึกไปเรื่องแก้ผ้าแก้ผ่อน เพราะฉันหมดความพิศวาสในตัวเธอไปนานแล้ว เอ้า มากินของเช้าเสีย”
“ไม่กิน ฉันจะไปจากที่นี่”
“ไม่กินก็ตามใจ งั้นฉันกินเอง” ทูนเอาถาดอาหารมาวางที่โต๊ะ แล้วเริ่มกินขนมปังปิ้งกับเนยและแยมอย่างเอร็ดอร่อย
รุ้งระวีมองแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น เพราะเอา เข้าจริงก็เริ่มหิว เธอเปลี่ยนเรื่องถามชายหนุ่มว่าเป็นคนเปลี่ยนชุดให้เธอหรือ ทูนอินทร์พยักหน้ารับ
“ก็เห็นฉันเปลือยแล้วสิ”
“ไม่เห็น เพราะฉันให้ป้าแสงกับยายส้มมาจัดการให้เธอ”
“ใครป้าแสง”
“ไม่ต้องถาม” ทูนอินทร์ยังตักอาหารกินไม่หยุด
รุ้งระวีกลัวอาหารหมดร้องเตือนว่า ให้เหลือขนมปังกับเนยไว้ให้เธอบ้าง แต่ทูนอินทร์กลับกวาดทุกอย่างเข้าปากรวมทั้งกาแฟแก้วสุดท้ายด้วย
“ฉันช่วยเก็บไว้ในท้อง พอย่อยเสร็จแล้ว ฉันจะเก็บกากไว้ให้เธอ” ทูนอินทร์ยิ้มยั่ว
“ไอ้บ้า ทุเรศ” รุ้งระวีปาหมอนใส่ทูนอินทร์
ทูนอินทร์หัวเราะลุกออกจากห้องไป รุ้งระวีตามมาถึงประตู ก็เห็นว่าถูกล็อกไว้แน่นหนาเสียแล้ว
“ปล่อยฉันไปนะไหนว่าจะสอบสวนเรื่องทั้งหมดไง ฉันอธิบายให้นายฟังได้นะ นายทูนปล่อยฉันไปเถอะนะคะ คุณทูนเรามาปรับความเข้าใจกันดีกว่านะ อย่าขังฉันแบบนี้เลย คุณทูนขา...” รุ้งระวีอ้อนวอนแต่ทูนอินทร์ไม่ใจอ่อน เขารีบขึ้นรถ แล้วขับออกไปอย่างเร็ว
รุ้งระวีพิงประตูอย่างหมดหวัง ส้มป่อยที่แอบดูเหตุการณ์พึมพำกับตัวเอง
“อุ๊ย...เหมือนในละครเลย พระเอกจับนางเอกมาขังไว้ให้อดข้าวอดน้ำ”
ooooooo
อิทธิโยนหนังสือพิมพ์สองสามฉบับลงตรงหน้าพวกเจ๊จวง และลูกน้องที่ยืนเรียงแถวกันอยู่ในห้องประชุม เพราะอยากรู้ว่าใครเป็นคนให้ข่าว เรื่องรุ้งระวีหนีไปทำแท้ง เพราะมั่วกับผู้ชายไม่เลือกหน้า
กลุ่มของเจ๊จวงรีบตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ฝีมือพวกตนแน่ เพราะทุกคนเป็นคนดี มีจิตใจสูงส่ง
อิทธิมองลูกน้องอย่างเอือมระอา ประกาศออกว่า ถ้าตั้งบริษัทใหม่เมื่อไหร่จะไล่พวกเจ๊จวงออกเป็นอย่างแรก แล้วเดินนำลูกน้องออกไป
พวกเจ๊จวงทำหน้าสลด แต่พอพวกอิทธิเดินพ้นไปแล้วก็หัวเราะร่าด้วยความสะใจกับผลงาน
อิทธิกลับเข้ามาในห้องทำงาน เขาเอ่ยถามลูกน้องว่า จะเอาไงดีเรื่องรุ้งระวี คมกับเดชบอกอย่างมั่นใจว่า รุ้งระวีต้องไปหาทูนอินทร์แน่ อิทธิพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหันมาถามคำรณ
“แกว่ายังไงไอ้คำ”
“ต้องบุกไปให้ถึงที่ครับนาย ผมจะสืบด้วยว่านังแสงมันป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นรึเปล่า”
“งั้นแกไปเฝ้าดูที่บ้านมันก่อน ได้ความยังไงรายงานฉันทันที” อิทธิสั่งการ
คำรณรับคำแล้วเดินออกไป
สายวันเดียวกัน เจ๊จี่หอยกับมะปรางก็ตามมาสอบถาม บักหนาน บักคูน อินทร และเมธเรื่องรุ้งระวีหายตัวไป เพราะสงสัยว่าจะถูกทูนอินทร์ลักพาตัวมา อินทรกับเมธช่วยกันยืนยันว่า รุ้งระวีไม่ได้มาที่นี่ แต่
บักหนานกับบักคูนเลี่ยงที่จะตอบคำถาม และท่าทางมีพิรุธ จนมะปรางและอินทรเริ่มสงสัย
ส่วนรุ้งระวีที่ยังไม่ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้าก็เริ่มหิว แสงหล้ารู้ใจลูกรีบให้ส้มป่อยนำข้าวเหนียวไก่ย่างกับน้ำจิ้มแจ่วมาให้ทาน
“อืมม ไก่ย่างอร่อยจริงๆน้ำแจ่วก็เด็ด ไปเรียกป้ามาหน่อย พี่จะขอบคุณ” รุ้งระวีสั่ง
ส้มป่อยรับคำแล้ววิ่งไปบอกแสงหล้าที่แอบดูอยู่ไกลๆ ชวนให้ไปหารุ้งระวี แต่แสงหล้าไม่ยอมนางอ้างว่า กลัวทูนอินทร์จับได้แล้วชวนส้มป่อยกลับ
เวลาเดียวกัน อินทรกับมะปรางก็ตามมาคาดคั้นบักหนานกับบักคูนที่หลังร้าน เพราะสงสัยว่าทั้งสองปิดบังความลับอะไรอยู่ สองคู่หูมองหน้ากันเกือบจะหลุดปากบอกความจริง แต่ได้ยินเสียงทูนอินทร์เอะอะอยู่กับเจ๊หอยที่หน้าร้าน จึงวิ่งออกมาดู
“เจ๊ไปเอามาจากไหน ลักพาตัวยายลูกครึ่งน่ะเหรอ ผมจะไปลักพาตัวมาทำไม” ทูนอินทร์ตีหน้าตาย เมื่อถูกเจ๊กล่าวหาว่าลักพาตัวรุ้งระวี
“ไม่รู้เหรอคะ คุณอาจจะแค้นยายรุ้งจนลักพาตัวไปเก็บไว้ที่เซฟเฮาส์สักแห่งก็ได้”
“เจ๊ดูละครน้ำเน่ามากเกินไปแล้วละครับ ถ้าผมจะลักพาตัวยายลูกครึ่ง โน่น ผมเอาไปปล่อยเกาะร้างโน่น ไม่เอามาเข้าบ้านผมให้เสื่อมเสียเกียรติหรอก”
“คุณทูน นี่คุณเกลียดโกรธอะไรยายรุ้งนักหนานะ”
“เจ๊ยังไม่รู้ความจริงใช่ไหมว่า ยายรุ้งกับเจ้าอิทธิขโมยเพลงของผมไปร้อง”
“อกแตก เพลงอะไรคะ”
“เพลงต้มยำลำเพลินน่ะ ที่จริงแล้วคือเพลงต้มยำลำซิ่งของทูน” เมธเข้ามาชี้แจง
เจ๊จี่หอยตะลึงหันมามองหน้ามะปราง มะปรางตัดพ้ออินทรที่ไม่บอกกันบ้างเลย
“บอกใครไม่ได้หรอกครับ เพราะเรากำลังจะยื่นเรื่องฟ้องศาลอยู่”
“ไงล่ะ สมควรจะให้ผมเกลียดยายนี่เข้าไส้ไหม ที่มาทำแสนดีกับผมก็เพราะจะขโมยเพลงของผมนั่นแหละ ยายฟ้าใสว่าร้ายแล้วยายลูกครึ่งนี่ร้ายกว่า”
“คุณทูนคะ หอยขอเอาชื่อเสียงและคุณค่าของตัวเองเป็นประกัน เรื่องนี้รุ้งไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยเลยจริงๆ นะคะ”
“ปรางยืนยันด้วยคนค่ะ พี่รุ้งเคยถามคุณอิทธิว่าเป็นเพลงของใคร พี่รุ้งไม่รู้จริงๆค่ะ”
ทุกคนมองหน้ากัน ทูนอินทร์หน้าเจื่อนไป
ooooooo
ทูนอินทร์กลับมาที่กระท่อม รุ้งระวีเล่นละครหลอกว่า โรคกระเพาะกำเริบ เพราะยังไม่ทานอะไร ทูนอินทร์เกือบหลงกล แต่บังเอิญได้กลิ่นไก่ย่างกับน้ำจิ้ม แจ่วเสียก่อน
“ยายขี้โกงกลิ่นไก่ย่างกับกลิ่นน้ำแจ่วหึ่ง เธอต้องซ่อนของกินไว้แน่ๆอยู่ที่ไหน” ทูนอินทร์สูดดมฟุดฟิด เมื่อเดินไปในห้องน้ำก็พบถุงอาหารซ่อนอยู่
“นี่ไง ใครเอามาให้” ทูนอินทร์จ้องหน้ารุ้งระวีนิ่ง
“สมุนฉันเยอะ ไม่ต้องรู้หรอก” รุ้งระวีทำเชิดใส่
“ไม่ต้องบอกฉันก็พอรู้ เสแสร้งเก่งนักนะ ทำสำออยเนียนมาก ฉันเกือบเชื่อแล้ว”
“ช่วยไม่ได้ ฉันต้องทำเพื่อความอยู่รอด”
“อ้อ...ก็เลยใช้วิชามาร หลอกขโมยเพลงของฉันไปอย่างหน้าไม่อาย”
“นี่คุณ อย่าเหมารวมซีมันไม่เกี่ยวกัน บอกแล้วเรื่องเพลงของคุณฉันไม่รู้เห็นด้วย”
“เข้าใจเนียนนะ เธอบอกเจ๊หอยกับมะปรางแบบนี้ด้วยใช่ไหม ทำเป็นไม่รู้ว่าใครเป็นคนแต่ง จนสองคนนั่นเชื่อว่าเธอใสซื่อบริสุทธิ์จริงๆ”
“คุณนี่มันพาลแท้ๆเลยนะ ไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย โกรธที่ถูกขโมยเพลงไปแต่กลับมาพาลใส่ฉัน เอ้า อยากเชื่อก็ตามใจว่าฉันขโมยฉันไม่แก้ตัวอะไรแล้ว”
“เพราะแก้ตัวไม่ขึ้นไง ยายขี้โกง”
“เพราะนายไม่ฟังเหตุผลต่างหาก นายงี่เง่า”
ทูนอินทร์ฮึดฮัดเพราะความโกรธคว้าถุงไก่ย่างเดินออกไป แล้วกดล็อกประตูไว้
รุ้งระวีวิ่งมาทุบประตูอย่างแรงพลางรำพึงรำพันว่า เสียแรงที่เธอเคยรักเคยไว้ใจ ทูนอินทร์นิ่งอึ้งไปแล้วรีบผละไปทันที
ขณะที่ทูนอินทร์กลับมาจัดการกับรุ้งระวี อินทรก็พาเจ๊จี่หอยกับมะปรางไปฟังเดโมเพลงต้มยำลำซิ่งของทูนอินทร์ในห้องทำงาน
เจ๊จี่หอยแทบลมจับ เพราะเป็นเพลงเดียวกันจริงๆ นางรีบยืนยันฟันธงว่า รุ้งระวีไม่เกี่ยวข้องกับการขโมยเพลงแน่นอน อินทรว่า เขาเองก็เชื่อเช่นนั้น เพราะรุ้งระวีไม่ใช่ผู้หญิงแบบฟ้าใส แต่ไม่รู้จะบอกอย่างไรให้ทูนอินทร์เชื่อ
“แล้วจะเอายังไงเรื่องรุ้ง จะตามหาตัวได้ที่ไหน” เจ๊จี่หอยเครียด
“ผมจะลองสืบดูครับ แต่ผมชักทะแม่งๆว่าพี่รุ้งคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ และอาจจะมีการลักพาตัวเกิดขึ้นจริงๆก็ได้” อินทรมั่นใจ
ด้านทูนอินทร์ เขากลับมาที่บ้านอินสรวงเพื่อลงโทษส้มป่อยที่ขัดคำสั่ง ส้มป่อยทำเป็นฟูมฟายเสียอกเสียใจที่โดนทูนอินทร์ตี แล้วโทษว่า แสงหล้าเป็นคนยุยงให้เธอเอาอาหารไปให้รุ้งระวีทาน
“ทำไมป้า ทำไมไปยุยงยายส้ม” ทูนอินทร์หันมาที่แสงหล้า
“เออ...ก็คุณรุ้งเขาน่าสงสารนี่คะ คุณให้เขาอดอาหารตั้งครึ่งค่อนวัน ป้าก็เลยเอาอาหารไปให้”
“ไม่ต้องยุ่งเลยนะป้า ผมจับแม่นั่นมาเพื่อให้ยอมรับสารภาพว่าขโมยเพลงผมไป ถ้าไม่ยอมรับผมจะทรมานเสียให้เข็ด แล้วอดข้าวแค่มื้อเดียว ไม่ถึงกับตายหรอก”
“คุณทูนคะ คุณรุ้งไม่ได้ขโมยเพลงคุณหรอกค่ะ
“ป้ารู้ได้ยังไง”
“รู้ค่ะ คนดีอย่างคุณรุ้งไม่เคยโกงใคร อีกอย่างคุณรุ้งไม่ทำกับคนที่เขารักแบบนี้แน่นอน”แสงหล้าพูดจี้ใจดำ
ทูนสะเทือนใจวูบขึ้นมาสั่งห้ามแสงหล้าพูดคำนี้อีก“ยายนั่นไม่ได้รักผม”
“รุ้งรักคุณค่ะ”
“ป้าเป็นแค่แฟนคลับจะไปรู้อะไร ต่อไปนี้ห้ามไปช่วยเหลืออะไรยายลูกครึ่งอีก ไม่งั้นผมไล่ป้าออกจริงๆ” ทูนอินทร์เดินหนีออกไปนั่งคิดหนักอยู่หน้าบ้าน
สักพักชายหนุ่มก็ตัดสินใจเข้าไปหยิบอาหารแห้งในครัวมาใส่ถุงเพื่อจะนำไปให้รุ้งระวี
ooooooo
ทูนอินทร์กลับมาที่กระท่อมพร้อมกับถุงอาหารแห้ง รุ้งระวีแสร้งทำเศร้าบอกกับชายหนุ่มว่าห้องน้ำเสีย แล้วหลอกให้เขาเข้าไปดู จากนั้นก็ใช้ส้อมจี้บังคับให้ทูนอินทร์ส่งกุญแจให้ แล้วจับทูนอินทร์ขังไว้ก่อนหนีออกไปโดยใช้เส้นทางเลียบลำธาร เพราะคิดว่าทูนอินทร์ต้องใช้รถออกตามหาแน่
ส่วนทูนอินทร์ที่ถูกขัง เขานำกุญแจสำรองที่ซ่อนไว้มาไขประตู แล้วออกติดตามรุ้งระวี ไม่นานนักก็พบเธอนั่งหมดแรงอยู่ข้างลำธาร
ด้านอินทรเขาพามะปรางมาที่กระท่อม ทั้งสองพบถุงใส่เศษอาหารและบราของผู้หญิงตกอยู่ มะปรางหยิบขึ้นมาดู แล้วรีบยืนยันว่าเป็นของรุ้งระวีเพราะเธอจำได้
“พี่ทูนนะพี่ทูน ก่อเรื่องอีกแล้ว ออกไปดูรอบๆ ดีกว่าครับ”อินทรจูงมือมะปรางออกไปด้วยกัน
ด้านรุ้งระวีที่ยังนั่งพักเหนื่อย เธอพึมพำกับตัวเอง“คงไม่ตามมาแล้วมั้ง เฮ้อ หิวน้ำจัง น่าจะหยิบขวดน้ำติดมาด้วย”
“หยิบเผื่อมาให้แล้ว”ทูนอินทร์ยื่นขวดน้ำให้
“ว้าย นายมาได้ไง” รุ้งระวีลุกพรวด
“ขับรถมา ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อย รถจอดอยู่ถนนซอยด้านโน้นน่ะ”
“อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ ไม่งั้นร้องลั่นป่าเลย”
“ป่านี้มันที่ดินฉัน ลึกเข้าไปอีกหลายไร่ ร้องไปก็มีแต่ลิงกับชะนีเท่านั้นที่ได้ยิน”
“ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่เอาเรื่องนายหรอก”
“เธอเอาเรื่องฉันไม่ได้อยู่แล้ว ฉันนี่แหละที่จะต้องเอาเรื่องเธอ ที่เธอคิดหนีแบบนี้ ฉันจะทรมานเธอให้หนักกว่าเดิมอีก คราวนี้จะให้อดข้าวอดน้ำสามวันสามคืน น้ำท่าไม่ต้องอาบ ถ่ายทุกข์ก็ไม่ต้องถ่ายให้อั้นเอาไว้จนกลิ่นระเหยออกมาทางผิวหนัง ดีไหม”
“ฉันไม่นึกเลยนะว่านายจะวิปริตถึงขนาดนี้ เขาเรียกพวกวิปริตซาดิสต์”
“ฮ่าฮ่า ใช่แล้ว” ทูนอินทร์ทำหน้าหื่นเดินเข้ามาใกล้รุ้งระวี
รุ้งระวีถอยกรูดไปปะทะกับต้นไม้ ทูนอินทร์ตวัดแขนเข้ากับต้นไม้ล็อกเธอไว้
“ฉันนี่แหละวิปริตตัวพ่อ กลับไปนี่ฉันจะให้เธอเล่นหนังเป็นนางเอกหนังเอวีแบบญี่ปุ่น ชื่อว่า คลิปรุ้งระวีอิไต ฉันจะจับเธอแก้ผ้ามัดไว้ แล้วชักรอกให้ลอยอยู่กลางอากาศให้ร้อง อิไต อิไต อิไต ได้อารมณ์ชะมัด”
“งั้นระงับอารมณ์สักหน่อยเถอะนะ” รุ้งระวียกเข่ากระแทกท้องน้อยทูนอินทร์
ทูนอินทร์ตาเหลือกร้องลั่น รุ้งระวีผลักชายหนุ่มเซไป แล้วตัดสินใจวิ่งข้ามลำธาร
“รุ้ง อย่าไป หินมันลื่น อูย...เจ็บ” ทูนอินทร์ร้องห้าม แต่ไม่ทันเพราะรุ้งระวีเหยียบก้อนหินพลาดตกน้ำไปเสียแล้ว
ทูนอินทร์รีบตามลงไปช่วยแล้วดึงเธอมาที่ริมตลิ่ง เสียงอินทรดังมาไกลๆ
“พี่ทูนครับ พี่ทูน”
รุ้งระวีจะตะโกนตอบ แต่ทูนอินทร์ตะปบปากของเธอไว้แน่น สั่งว่าห้ามส่งเสียงแล้วพาไปหลบอยู่มุมขอนไม้ริมตลิ่ง เมื่ออินทรและมะปรางเดินผ่านมาไม่เห็น จึงชวนกันกลับ
“อย่าร้องนะ” ทูนอินทร์ปล่อยมือจากรุ้งระวี
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
“ไม่ได้อยากแตะหรอก แต่เห็นกำลังจมน้ำเลยเข้ามาช่วย ไม่อยากให้มาจมน้ำตายในไร่ของฉัน ขึ้นมาก่อน” ทูนอินทร์ดึงรุ้งระวีขึ้นฝั่ง แต่สาวเจ้าเกิดเซ เขาจึงต้องเข้าประคอง
ทั้งสองมองหน้ากันครู่หนึ่ง แล้วรุ้งระวีก็รีบผละออกมาพร้อมกับตัดพ้อ
“ไม่ปล่อยให้ฉันตายไปเลยล่ะ จะได้หายแค้น”
“มันเร็วไป ต้องทรมานเธอก่อนให้สมกับที่เธอทำกับฉันแสบสัน ถามจริงๆเถอะ ไปปรึกษายายฟ้าใสมารึเปล่าถึงได้แอบขโมยเพลงฉัน ลีลาเดียวกับยายฟ้าใสทุกเม็ดเลย”
“ทุกเม็ดยังไง”
“ยายฟ้าใสคงบอกเธอว่า ฉันเก็บโน้ตเพลงกับเนื้อเพลงไว้ในห้องทำงาน นอกจากที่เก็บไว้ในคอมฯมันหายไปทั้งหมด”
รุ้งระวีครุ่นคิด แล้วเอ่ยถามทูนอินทร์ “คุณรู้ไหมว่าหายไปวันไหน”
“ไม่ต้องมาแกล้งถาม ก็วันที่เธอทะเลาะกับฉัน เธอแกล้งเป็นลมในห้องทำงาน แล้วจังหวะที่ฉันออกไปหยิบผ้าเย็นมาให้ นั้นแหละเธอแอบขโมยเพลงฉันไปใช่ไหม”
“ฉันนึกออกแล้ว นายคำกับนายเดช สองคนนั่นต้องเป็นคนขโมยเพลงของคุณแน่ๆ”
“ก็ใช่ เธอเอาโน้ตเพลงทั้งหมดส่งให้พวกมันไง”
“นี่...ฟังก่อน ตอนที่คุณชกต่อยกับนายอิทธิอยู่หน้าร้านจังหวะที่กำลังชุลมุนกันอยู่ ฉันสังเกตเห็น” รุ้งระวีเล่าเหตุการณ์ตอนที่เธอเห็นคำรณกับเดชแอบเลี่ยงออกไป ขณะที่ทุกคนชุลมุนกันอยู่หน้าร้าน
ทูนอินทร์นิ่งไปกับข้อมูลใหม่ของรุ้งระวี นักร้องสาวรีบยืนยัน
“ฉันสงสัยตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าทำไมนายคำกับนายเดชแยกตัวไป ทั้งๆที่น่าจะอยู่ช่วยนายตัวเอง”
“เจ้าสองตัวแอบเข้าไปในห้องทำงานงั้นเหรอ”
“ถูกต้อง แสดงว่านายอิทธิวางแผนมาอย่างดี ให้คุณกับฉันมาเจอกันอย่างนั้นสิ วันนั้นอยู่ดีๆยายแจงอยากมากินร้านต้มแซบของคุณไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันก็ต้องจำใจมาด้วย แล้วถึงได้เกิดเรื่องทะเลาะกับคุณ แผนนายอิทธิแยบยลมาก”
“ไม่ต้องเลย ไม่ต้องมาโยนความผิดให้คนอื่น เธอนั่นแหละขโมย”
“นี่คุณ ฉันสงสัยแล้วล่ะว่า ฉันกำลังพูดกับคนหรือควาย”
“ว่าฉันเป็นควายเหรอ”
“ใช่...พูดอะไรก็ไม่ฟังสักอย่าง คิดอยู่อย่างเดียวว่าฉันเป็นขโมย ทรยศคุณ หักหลังคุณ งั้นฉันขอสงสัยบ้างก็แล้วกัน ไอ้เพลงต้มยำลำซิ่งแสนรักแสนหวงของคุณเนี่ย มันมีจริงรึเปล่า แล้วเพราะอย่างที่คุณมาอวดอ้างสรรพคุณไว้ไหม”
“อ้อ หาว่าฉันสร้างเรื่องขึ้นมางั้นสิ ได้ งั้นกลับกระท่อมกันเลย คืนนี้ฉันจะเอาทั้งเนื้อเพลง โน้ตเพลงมาให้เธอดู ไป”
ขาดเสียงทูนอินทร์ก็กระชากร่างรุ้งระวีเดินเลียบลำธารไป
ooooooo










