สมาชิก

เงาพราย

ตอนที่ 7

ศักยะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะสบายใจที่พรายช่วยเผาบ้านปู่กำจัดหลักฐานให้แล้ว เขาเข้ามาหอมแก้มปลุกพิมพ์พัสตราที่นอนอยู่บนเตียง ชวนให้ไปรับพิไลที่สนามบินด้วยกัน แต่พิมพ์พัสตราปฏิเสธ เพราะยังงอนไม่หาย เธอหันหลังให้ศักยะอย่างไม่สนใจพร้อมหลับตานอนต่อ ศักยะเร่ิมหงุดหงิดที่พิมพ์พัสตรากล้าแข็งข้อกับตน

ศักยะมารับพิไลเพียงลำพังแล้วพาไปพักที่โรงแรมหรู เพราะไม่อยากให้มีปัญหากับพิมพ์พัสตรา

“แม่ลูกสะใภ้ของฉันนี่ดีจริงๆแม่ผัวมาจากต่างประเทศทั้งที นอกจากจะไม่มาให้เห็นหน้าแล้ว ยังไม่ยอมให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีก”พิไลเริ่มบ่น

“แม่รู้ไหมว่าห้องนี้คืนละเท่าไหร่ ผมไม่ได้ให้แม่อยู่โรงแรมกระจอกๆนะครับ แล้วที่ผมไม่ให้แม่ไปพักที่บ้าน ก็เพราะผมไม่ชอบลุงแม้น พิมไม่เกี่ยวอะไรด้วยหรอกครับ”ศักยะรีบแก้ตัว

“ย่ะ ปกป้องกันเข้าไปเถอะ นี่ตั้น เมื่อไหร่แกถึงจะเลิกหาเรื่องลุงเขาซะทีนะ”

“เก็บคำถามนี้ไปถามเขาดีกว่าแม่ เมื่อไหร่จะเลิกหาเรื่องผมซะที”

“ก็เพราะแกเป็นแบบนี้ ลุงเขาถึงอึดอัดพอลงจากเครื่องปุ๊บก็รีบหลบไปหาลูกสาวเขาทันทีเลย”

“เขาทำถูกแล้วล่ะแม่ ไม่งั้นผมคงอึดอัดตายเหมือนกัน นี่คงไถเงินแม่ไปเพียบสิ ป่านนี้คงไปทำเศรษฐีแจกเงินอวดลูกอวดญาติแล้วล่ะ”ศักยะยิ้มหยันสีหน้าดูถูก

ooooooo

แม้นฤกษ์มาหาเรนที่บ้าน เขาไม่พอใจที่เห็นรัชต์อยู่ในบ้านด้วย ตาเลิศแนะนำว่า รัชต์เป็นเจ้านายของเรน แต่ธุรกิจประสบปัญหาจึงต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ตนเลยให้ยืมบ้านเปิดเป็นบริษัท แม้นฤกษ์ทำหน้าเซ็งแกล้งบ่นดังๆ

“ฉลาดดีนี่ ตกอับแล้วมาเกาะผู้หญิงกิน ทุเรศ”

“บ้านพ่อเสียงมันก้อง ระวังจะสะท้อนเข้าหูแกเองล่ะ”ตาเลิศแขวะ

“บ้านมันโล่งไม่มีเฟอร์นิเจอร์ เสียงก็ก้องยังเงี้ยแหละเดี๋ยวผมหาซื้อมาให้”แม้นฤกษ์ยังไม่รู้ตัว

ตาเลิศได้แต่ถอนใจนึกสงสารหลานที่มีพ่อแบบนี้ แม้นฤกษ์เปลี่ยนเรื่องชวนเรนออกไปทานอาหารกลางวันด้วยกันเพราะอยากให้ลูกสาวรู้จักพิไลเอาไว้ เรนจำใจออกมากับพ่อ

แม้นฤกษ์พาลูกมาทานอาหารราคาแพงที่โรงแรมหรู และแน่นอนว่าคนที่เป็นเจ้ามือก็คือพิไล เรนนึกเกรงใจเพราะรู้จักนิสัยพ่อตัวเองดี แต่แม้นฤกษ์ยังคุยฟุ้งว่าจะเปิดบริษัทใหม่ให้เรนพิไลได้แต่ยิ้มบางๆไม่อยากขัดคอสามีสักพัก

บริกรก็เข้ามาตามแม้นฤกษ์บอกว่า มีพนักงานเอาโทรศัพท์มือถือมาให้เลือก

“ขอบใจมากกินกันไปก่อนนะเดี๋ยวมา”แม้นฤกษ์ลุกเดินตามบริกรออกไป

เรนได้โอกาสเลยรีบพูดกับพิไล “ขอโทษนะคะคุณน้า พ่อบอกว่าที่ร้านอาหารคุณน้า กำไรดีมากตอนนี้มีสาขา 5-6 แห่งแล้ว เรนก็ไม่อยากขัดคอพ่อ แต่เรนรู้นิสัยพ่อดี

เขาพูดเกินจริงไปหน่อยใช่ไหมคะ”

“สาขาเดียวก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้วหนู ลูกค้าก็พอมี แต่ไม่ถึงขนาดจะทำกำไรให้มีทุนขยายสาขาได้หรอกจ้ะ” พิไลตอบตามจริง

“หนูนึกแล้วไม่มีผิด ถ้าพ่อสร้างปัญหาอะไรให้คุณน้าต้องเดือดร้อน หนูขอโทษแทนพ่อด้วยนะคะ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ ถึงเราจะมีปัญหากันบ้าง แต่ข้อดีของพ่อหนูก็มีมากกว่าข้อเสีย น้าไม่โกรธพ่อของหนูหรอกจ้ะ” พิไลนึกเอ็นดูเรน

“ขอบคุณมากค่ะ” เรนยิ้มรับรู้สึกได้ว่าพิไล รักพ่อตนจริง

ooooooo

รัชต์ยืนรอเรนด้วยความเป็นห่วง เพราะค่ำแล้วแต่เรนยังไม่กลับมา เขาหันมาเปรยกับตาเลิศที่นั่งดูทีวีอยู่ใกล้ๆว่า ท่าทางเรนดูแปลกๆเมื่อเจอพ่อ

“จริงๆเจ้าเรนรักพ่อเขามากรักมากกว่าแม่ด้วยซ้ำไป แต่พ่อเป็นคนขี้โม้ ใช้เงินเกินตัว สร้างแต่หนี้สินจนต้องหนีหนี้ไปเมืองนอก จู่ๆก็โผล่กลับมา เจ้าเรนก็คงกลัวว่าพ่อจะไปสร้างเรื่องอะไรไว้อีกนั่นแหละ” ตาเลิศบอก

“ผมไม่เคยระแคะระคายเรื่องนี้เลย”

“เรนไม่ค่อยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังหรอกคุณรัชต์ จะมีก็แต่ตั้นเท่านั้นแหละ เขาหัวอกเดียวกันก็เลยคุยกันเข้าใจ ตาพูดแล้วก็เสียดาย ตั้นไม่น่าเป็นคนแบบนี้ไปได้เลย” ตาเลิศถอนใจเมื่อพูดถึงศักยะ

รัชต์หน้าขรึมลง เพราะตนกับศักยะก็แทบมองหน้ากันไม่ติด

ด้านศักยะหลังจัดการเรื่องที่พักให้พิไลเรียบร้อยแล้วก็กลับมาง้อพิมพ์พัสตราขอร้องให้เธอยอมไปพบพิไลด้วยกัน แต่พิมพ์พัสตราไม่ยอม เธอต่อว่าศักยะที่ไม่มีเวลาให้เธอเหมือนก่อน และเผลอเปรียบเทียบศักยะกับรัชต์ ศักยะไม่พอใจตวาดใส่ พิมพ์พัสตราส่งค้อน ศักยะรู้ตัวรีบเก็บอาการเข้ามาอ้อน จนพิมพ์พัสตราใจอ่อน

“ก็ได้ค่ะ แต่วันนี้ทั้งวัน พี่ตั้นต้องอยู่เป็นเพื่อนพิม แล้วพิมจะยอมไปเจอคุณแม่พี่” พิมพ์พัสตราต่อรอง

“ได้เลยจ้ะ” ศักยะรับปาก เสียงโทรศัพท์มือถือของศักยะดังขึ้น เขากดรับสายพร้อมกับชักสีหน้าเพราะผู้บริหารที่บริษัทโทร.มาตาม พิมพ์พัสตราได้ฟังก็สะบัดหน้าเดินหนีออกไปทันที ศักยะมองตามอ่อนใจ

ศักยะออกมาที่บริษัท ผู้บริหารสองสามคนยืนหน้าจ๋อยรายงานว่า ที่ต้องโทร.ตามเพราะมีเรื่องด่วนให้พิจารณาทั้งงบการเงิน ทั้งรายละเอียดโครงการแต่ละแห่ง เพราะถ้าศักยะไม่เห็นด้วยพวกเขาก็ไม่กล้าตัดสินใจ

“เมื่อก่อนใครเป็นคนอ่านเอกสารพวกนี้” ศักยะเหลือบมองแฟ้มตรงหน้า

“ถ้าไม่ใช่คุณรัชต์ก็เป็นคุณหญิงเป็นคนพิจารณาครับ”

“งั้นพวกคุณออกไปก่อนไปผมต้องการสมาธิ”ศักยะสั่ง

ผู้บริหารทยอยออกจากห้องไป ศักยะเปิดแฟ้มอ่านหน้าเจื่อนๆ เพราะไม่รู้เรื่องเลย เขาตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากเรนชวนให้มาทำงานด้วยกัน แต่เรนปฏิเสธพร้อมกับตอกกลับ

“เรนไม่ไว้ใจพี่ตั้นค่ะ คนที่หักหลังได้กระทั่งเพื่อนรัก ที่เคยช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ยังมีความจริงใจให้คนอื่นอีกเหรอคะ ยิ่งคนที่เพิ่งรู้จักอย่างเรนด้วยแล้ว คงแค่หลอกใช้งานไปวันๆ ขอโทษนะคะที่เรนต้องผิดคำพูด แต่เรนทนทำงานให้คนอย่างคุณไม่ได้จริงๆขอตัวนะคะ” เรนเดินหนีไปขึ้นรถ

ศักยะมองตามด้วยความเจ็บใจ เพราะนอกจากจะโดนปฏิเสธแล้วยังโดนด่าซ้ำอีก

ศักยะเดินหัวเสียเข้ามาในบ้าน พบพรายสิงร่างสาวใช้ออกมาหัวเราะเยาะ ศักยะตวาดลั่นสั่งพรายไปดลใจเรนให้ยอมกลับมาทำงานกับเขา

“ผู้หญิงคนนั้นมีจิตใจแน่วแน่ เราทำเหมือนที่ทำกับคนอื่นไม่ได้หรอกศักยะ ท่านก็มีเงินทองมากมาย จะจ้างคนมาช่วยท่านซักกี่คนก็ได้ ทำไมต้องไปยึดติดกับผู้หญิงคนนี้ด้วย”

“ถ้าคนอื่นมันรู้ว่าฉันทำงานไม่เป็น มันได้ดูถูกฉันตายพอดี สุดท้ายคงโดนโกง แต่เรนไม่เหมือนกัน เรนไม่ทรยศรัชต์ ก็ต้องไม่ทรยศฉันเหมือนกัน”

“แต่นางจงรักภักดีกับรัชต์มาก ถ้าท่านจะเอานางมา ก็มีทางเดียว กำจัดรัชต์ซะ ท่านทำได้ไหมล่ะ” ขาดคำสาวใช้ก็ร่วงผล็อยหมดสติกองกับพื้น

ศักยะขบกรามแน่น สายตาเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที

ooooooo

รัชต์ออกมาคุยงานกับลูกค้าข้างนอก เขาแวะซื้อผลไม้ไปฝากตาเลิศก่อนเข้าบ้าน พรายที่ตามมาส่งเสียงขู่ฟ่อๆที่ข้างหู รัชต์ตกใจหันมามองหาแต่ไม่พบอะไร ก็คิดว่าตนหูฝาดจึงรีบเดินไปขึ้นรถขับออกไป ในขณะที่เรนกับตาเลิศก็กำลังนั่งรอรัชต์ทานข้าวอยู่ จู่ๆไฟก็ดับมืดลงทั้งบ้าน เรนตกใจลุกขึ้นไปหยิบไฟฉาย แต่ต้องร้องลั่นเพราะเห็นวิญญาณจอนยืนอยู่ที่นอกหน้าต่าง จ้องเขม็งมาทางเธอกับคุณตาด้วย ดวงตากังวล ตาเลิศตั้งสติได้เอ่ยถามจอนว่าลำบากอะไรให้บอกมาจะได้ทำบุญกรวดน้ำไปให้

“ระวังตัวคุณเลิศ หนีไปให้พ้น คุณตั้นเป็นต้นเหตุความเลวร้ายทั้งหมด ผมเตือนให้ทำลายของขลังในบ้านก็ไม่ยอมทำ คุณพาหลานสาวไปไกลๆ ไอ้พรายตัวนี้มันร้ายกาจ ไม่มีใครเอาชนะมันได้ นอกจากคุณหลวง”

“ฉันไม่ได้ยุ่งเรื่องนี้แล้ว เขายังจะตามจองล้างจองผลาญฉันอีกเหรอ”

“พรายมันจะฆ่าทุกคน มันตั้งใจจะฆ่าทุกคนมาตั้งแต่ต้น ไม่เว้นแม้แต่คนไม่เกี่ยวข้องอย่างเพื่อนคุณตั้น”

“ลุงจอนหมายถึงคุณรัชต์เหรอคะ”

“มีทางเดียวไปให้ไกลที่สุด ไปให้พ้นอำนาจของมัน” ทันใดนั้น ไฟในบ้านก็สว่างขึ้น จอนหายวับไป

เรนนึกกลัวไม่หายหันมาถามตาเลิศว่าพรายคืออะไร ตาเลิศหน้าเครียดเพราะถึงเวลาต้องพูดความจริงให้เรนฟังแล้ว

เมื่อเรนได้รู้ความจริง เธอรีบโทรหารัชต์เร่งให้เขากลับบ้าน ห้ามแวะที่ไหนอีก รัชต์ผิดสังเกตถามเรนว่าเกิดอะไรขึ้น เรนขยับจะเล่าเรื่องพรายให้ฟัง แต่ทั้งคู่กลับได้ยินเสียงพรายเอ่ยว่า

“แกไม่มีทางกลับถึงบ้านหรอก” พรายหัวเราะอย่างอำมหิต สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไปทันที

เรนตกใจพยายามจะโทร.หารัชต์แต่ไม่มีสัญญาณ ส่วนรัชต์เองก็รู้สึกว่าตนบังคับรถไม่ได้ แต่รถยังคงวิ่งต่อไปโดยไม่มีคนบังคับ เขาตกใจมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ตนเผชิญกับสิ่งเหนือธรรมชาติแบบนี้

ตาเลิศรีบเข้าห้องพระประณมมือสำรวมจิตใจขอให้ชัดช่วยรัชต์ด้วย เพราะไม่อยากเพิ่มบาปให้ศักยะไปมากกว่านี้

“วาโยกสิณ ใช้วาโยกสิณที่เลิศชำนาญ แผ่เมตตาโดยไม่มีจิตอาฆาตแค้น อำนาจแห่งเมตตาธรรมจะชนะทุกสิ่งได้” เสียงชัดกระซิบข้างหู

ตาเลิศรีบนั่งขัดสมาธิ หันไปทางหน้าต่างจิตกำหนดรับรู้ด้วยการเพ่งลมที่พัดเข้ามา รอบๆตัวตาเลิศค่อยๆมีแสงสว่างเปล่งขึ้นเรื่อยๆ

เป็นเวลาเดียวกับที่รัชต์พยายามดิ้นรนเอาตัวรอดเขาทั้งถีบ ทั้งเหยียบเบรก แต่ก็ไม่มีผลแม้แต่น้อยรถจะพุ่งเข้าชนต้นมะขามใหญ่ที่จอนผูกคอตาย รัชต์ช็อกสุดขีด แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีแสงสว่างจ้าเปล่งขึ้นรอบตัวรัชต์ เข็มขัดนิรภัยหลุดออก พร้อมกับประตูรถที่เปิดออกมา ตัวของรัชต์กระเด็นออกนอกรถเหมือนมีมือขนาดยักษ์เหวี่ยงออกไปสู่พงหญ้ารกริมทาง ร่างของรัชต์กระแทกพื้นสลบแน่นิ่งไป ในขณะที่ตัวรถพุ่งเข้าอัดกับต้นมะขามใหญ่อย่างแรง เสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงพรายคำรามก้อง

“มึงหยุดกูไม่ได้ทุกครั้งหรอกไอ้เลิศ กูให้มึงตาย พวกมึงก็ต้องตาย”

วิญญาณจอนที่เห็นเหตุการณ์มาตลอดนึกห่วงความปลอดภัยของทุกคน

ooooooo

เช้าวันใหม่ พิมพ์พัสตรารู้ข่าวรัชต์ประสบอุบัติเหตุจากเพื่อนๆก็รีบไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ศักยะตามไปกันท่าเพราะไม่ไว้ใจ เช่นเดียวกับแม้นฤกษ์ที่ลากพิไลมาโรงพยาบาลด้วยกัน เพราะอยากพบหน้าเรนก่อนไปเที่ยวเชียงใหม่่ทั้งหมดก็ยืนประจันหน้ากันอยู่ในห้องพักของรัชต์

ศักยะยืนตะลึงนึกไม่ถึงว่า แม้นฤกษ์คนที่ตนเกลียดจะกลายเป็นพ่อของเรนคนที่ตนไว้ใจ ในขณะที่เรนเองก็ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องจะบังเอิญขนาดนี้ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว พิไลกับแม้นฤกษ์จึงชวนศักยะ พิมพ์พัสตราและเรนลงไปทานอาหารด้วยกัน ปล่อยให้ตาเลิศอยู่เฝ้ารัชต์ในห้อง

บรรยากาศในร้านอาหารดูตึงเครียด พิมพ์พัสตราเหยียดปากเซ็งๆหยิบไอโฟนขึ้นมาเล่นอย่างไม่สนใจใคร พิไลชักเหลืออดหันมาถามศักยะ

“ตั้นตกลงเมียแก เขาไม่คิดจะคุยอะไรกับแม่เลยใช่ไหม”

ศักยะหน้าเจื่อนไปไม่รู้จะตอบแม่ยังไงขณะที่พิมพ์พัสตราปั้นยิ้มสวนว่าเธอกับพิไลคงคุยกันไม่ถูกคอแน่ เธอก็เลยเลือกที่จะเงียบจะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึก

“ถ้าลำบากมากนัก ก็ไม่ต้องคุย” พิไลส่งค้อน

ศักยะแก้ความอึดอัดระหว่างแม่กับเมียด้วยการชวนทานอาหารเรนแอบถอนใจด้วยความอึดอัด แม้นฤกษ์หันมาเห็นก็รีบเอาใจ

“พ่อสั่งอาหารไม่ถูกปากรึเปล่า สั่งใหม่ได้นะ วันนี้พ่อเลี้ยงเอง”

“เลี้ยงให้เต็มที่เลยครับบัตรเสริมผมรูดได้ไม่อั้นอยู่แล้ว” ศักยะประชด

เรนชำเลืองมองหน้าศักยะแล้วลุกขึ้น ชวนพ่อไป

ทานอาหารที่ร้านอื่น แต่แม้นฤกษ์จะเอาเรื่องศักยะให้ได้

“ถ้าพ่อไม่ไป งั้นเรนไปเองเรนไม่อยากกินเงินที่คุณตั้นอุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก เรนกลัวจะเป็นบาปติดตัวไปด้วย” เรนจ้องศักยะแล้วยกมือไหว้พิไลก่อนเดินออกไป

ศักยะเคือง ส่วนพิมพ์พัสตราเหยียดปากใส่เรนอย่างไม่แคร์ แม้นฤกษ์กลัวลูกโกรธรีบตามไป

“ฉันคิดถึงแก อุตส่าห์ถ่อมาหาแกถึงเมืองไทย แกจะทำให้ฉันสบายใจแค่ไม่กี่นาทีไม่ได้เลยรึไง” พิไลสะบัดหน้าเดินตามแม้นฤกษ์ไปอีกคน

“ครอบครัวพี่ตั้นนี่ครึกครื้นนะคะ ยิ่งรวมกับครอบครัวเรนด้วยแล้วยิ่งสนุกใหญ่” พิมพ์พัสตรายิ้มเยาะ

ศักยะเหล่มองภรรยาแบบไม่พอใจ ก่อนจะมองตามแม้นฤกษ์ไปด้วยสายตาเกลียดชัง

ส่วนตาเลิศที่อยู่ในห้องกับรัชต์เหมือนจะรับรู้ความรู้สึกของหลานสาวได้จึงเปรยว่า ป่านนี้เรนคงอึดอัดแย่แล้ว รัชต์อมยิ้มบอกว่า เหลือเชื่อจริงๆที่พ่อของเรนกลายเป็นพ่อเลี้ยงศักยะ

“ตาถึงได้บอกว่าเป็นเวรเป็นกรรมไงล่ะ แต่วันนี้ตาชื่นชมคุณรัชต์มากเลยนะ มีสติเอาชนะความโกรธได้ไม่ไล่ตะเพิดตั้นกับพิมออกไปจากห้อง”

“ก็แขวะไปนิดหน่อยล่ะครับ พิมเขาติดสบาย จมไม่ลงอยู่แล้ว ถึงต่อให้เขาเลือกผม พ่อแม่เขาก็ขัดขวางอยู่ดีส่วนตั้น ไม่ใช่เขาก็ต้องเป็นคนอื่นมาซื้อกิจการผมไปอยู่ดี ตั้นเขาไม่ได้ทำให้กิจการผมเจ๊งซะหน่อย ดวงผมซวยเอง” รัชต์พูดเหมือนทำใจได้แล้ว

“แล้วถ้าตาจะบอกว่าเรื่องที่เกิดกับคุณรัชต์มันไม่ใช่ดวงซวย แต่เป็นเพราะการดลบันดาลของอำนาจเหนือธรรมชาติล่ะ คุณรัชต์จะเชื่อไหม” ตาเลิศหน้าเครียด

“เหมือนที่ผมรถชนเมื่อวาน ผมรู้สึกได้นะครับคุณตา ว่ามีพลังลึกลับเหนือธรรมชาติต้องการทำร้ายผม” รัชต์น้ำตารื้น ด้วยความกลัวจับใจ

สักพักเรนก็กลับเข้ามาในห้อง เธอทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาพลางบ่นว่า เครียดจนกินอะไรไม่ลง แล้วพยาบาลก็ถือถาดใส่เข็มฉีดยาเข้ามาบอกว่าขอเช็ดตัวให้รัชต์ตาเลิศจึงชวนเรนลงไปหาอะไรกิน

สองตาหลานเดินออกจากห้องไป รัชต์หันไปมองพยาบาลที่กำลังเตรียมยาจะฉีดยาให้ตนก็แปลกใจ ร้องถามว่าหมอสั่งฉีดยาเพิ่มหรือ แต่พยาบาลไม่ตอบ เธอหันกลับมาตาแข็งค้างดูน่ากลัว แล้วกำเข็มฉีดยาเปล่าๆขึ้น โดยไม่มียาอยู่ข้างใน รัชต์เห็นท่าทางก็รู้ว่ามีเรื่องแน่ จึงเบี่ยงตัวหลบ เข็มฉีดยาปักใส่หมอนชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด

ooooooo

ตาเลิศเดินคุยกับเรนมาที่หน้าลิฟต์ แกบ่นเสียดายที่เล่าความจริงให้รัชต์ฟังช้าไปเรนนึกเห็นใจถามคุณตาว่าถ้ากำจัดผีร้ายตัวนั้นได้ ศักยะจะกลับมาเหมือนเดิมไหม

“ตาก็ไม่แน่ใจนะ ว่าผีพรายทำให้ตั้นเป็นแบบนี้หรือว่าแท้ที่จริงแล้วมันเป็นธาตุแท้ของตัวตั้นเองกันแน่ ไม่มีพี่ชัดซักคน ตาก็ไม่รู้จะหาวิธีปราบมันได้ยังไง”

ตาเลิศหนักใจ เริ่มเห็นความผิดปกติเพราะชั้นที่ตาเลิศกับเรนยืนอยู่ไม่มีใครเลย ชายชรานึกห่วงรัชต์ที่อยู่คนเดียวจึงชวนเรนกลับไปดู เป็นเวลาเดียวกับที่พยาบาลที่ถูกพรายสิงตรงเข้าเล่นงานรัชต์หวังเอาชีวิต รัชต์หนีตายไปที่บันไดหนีไฟ แต่พรายตามบีบคอรัชต์เอาไว้

“มึงคิดเหรอว่าจะหนีกูพ้น คราวนี้มึงไม่โชคดีอีกแล้ว ดวงวิญญาณของมึงต้องมาเป็นทาสกู เพื่อลดทอนความเจ็บปวดที่กูได้รับ” พยาบาลที่ถูกสิงบีบคอแล้วยกตัวรัชต์ขึ้นจนสองเท้าลอยพ้นพื้น

รัชต์ดิ้นอยู่กลางอากาศ เริ่มอากาศหายใจขัดมากขึ้นทุกที ทันใดนั้นเอง เรนก็พุ่งเข้ากระแทกพยาบาลจากทางด้านข้างเข้าเต็มๆจนมือที่บีบคอรัชต์อยู่หลุดออกรัชต์ล้มลงไอโขลกอยู่กับพื้น พยาบาลเหวี่ยงแขนไปกระแทกเรนจนกระเด็นล้มไปกับพื้นบันได

“มาพร้อมกันก็ดีแล้ว วิญญาณพวกมึงต้องเป็นทาสกูทั้งคู่ โดยเฉพาะมึง เลือดเนื้อเชื้อไขคนสุดท้ายของไอ้ลพ มึงต้องตาย” พยาบาลเดินเข้าไปหาเรน แต่ไม่ทันถึงตัวตาเลิศก็เข้ามาสวมสร้อยพระลงบนคอของพยาบาล พรายที่สิงอยู่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างพยาบาลทรุดลงกับพื้นหมดสติไป

เรนและรัชต์รอดตายอย่างหวุดหวิดได้อีกครั้ง รัชต์รีบประคองตัวลุกขึ้นมาหาเรนด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ตาเลิศมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาวิตกกังวลอย่างหนัก

เมื่อหายตกใจแล้ว รัชต์ก็หันมาถามตาเลิศว่าเขาไปทำอะไรให้ศักยะแค้นหนักหนาถึงได้ส่งผีร้ายมารังควานไม่เลิก เรนถอนใจเสริมว่าไม่ใช่แค่รัชต์แต่เป็นเธอกับคุณตาด้วย

“ตากับเรนก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรผิดใจกับตั้นนี่นา เอ้อ แต่ตาก็ได้ยินมันพูดถึงพี่ลพด้วย ไม่รู้ว่าพี่ลพไปเกี่ยวข้องอะไร” ตาเลิศสงสัยไม่แพ้กัน รัชต์กับเรนมองหน้ากันคิดหาคำตอบ แล้วเรนก็เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่า ปู่ของศักยะไปเอาผีพรายมาจากไหน

ตาเลิศคิดทบทวนแล้วบอกเล่าเรื่องราวในอดีต

“พี่ลพเคยเล่าให้ฟังว่า เสด็จในกรมฯท่านไปราชการที่ภาคใต้ ตอนนั้นมีข่าวปิศาจออกทำร้ายผู้คน เสด็จท่านเลยทำพิธีปราบ ขังไอ้โหงพรายไว้ในผอบแก้วแล้วประทานให้พี่ชัด เพื่อคุ้มกันภัย เพราะมีวิชาแก่กล้าพอจะคุมได้ไม่เป็นภัย แต่มีสัญญาข้อหนึ่งคือ ห้ามขอสิ่งใดจากมัน เกินกว่าวาสนาที่มี มิฉะนั้นมันจะย้อนกลับมาทำลายตัวเอง”

จากนั้นเป็นต้นมา ชัดปู่ของศักยะก็มีพรายคอยช่วยเหลือมาตลอด ทำให้ปลอดภัยจากศัตรูที่คิดทำร้าย แต่ยิ่งช่วยชัดพรายก็ยิ่งแก่กล้าเหมือนกับมีดที่ยิ่งลับยิ่งคม ชัดเกรงว่าผอบแก้วจะขังมันไว้ไม่อยู่ จึงใช้กะโหลกผีตายโหงสะกดมันซ้ำอีกที ลพบังเอิญรู้เรื่องเข้าจึงแนะนำให้ชัดเอาไปถ่วงน้ำเพื่อยุติปัญหา แต่ชัดยังเสียดาย

“ยังไงพ่อชัดก็อย่าลืมรับสั่งของเสด็จก็แล้วกัน” ลพย้ำ

“ไม่ลืมดอกพ่อลพ ฉันจะไม่ขออะไรจากไอ้โหงพรายเกินกว่าวาสนาของฉัน หรือไม่ฉันก็จะไม่ขออะไรจากมันอีกเลย มันจะได้ไม่หลุดออกมาทำร้ายใครได้อีก”

เมื่อได้รู้ที่มาของพรายแล้ว เรนก็เข้ามาถามรัชต์ว่าจะเอาไง เพราะไม่อยากเห็นเขามีอันตราย แต่รัชต์ยืนยันจะสู้ต่อ “เรื่องพี่ตั้นกับพิมสมคบกันหักหลังผม ผมผิดหวังจนใจสลาย แต่ที่ผมไม่โวยวายเอาเรื่องเพราะเขาสองคนคือคนที่ผมรัก เมื่อเขารักกัน ผมก็ควรจะดีใจด้วยไม่ใช่เหรอเรน ผมจะไปบีบคอพิมให้กลับมารักผม มันก็เป็นไปไม่ได้”

รัชต์หลบสายตาเรนเพื่อกดความรู้สึกเอาไว้ แต่เรนเป็นฝ่ายน้ำตาท่วมแทน เพราะรับรู้ความรักของคนคู่นี้มาตลอดหลายปี เธอยื่นมือมาบีบแขนรัชต์เบาๆ ให้กำลังใจ

“แต่ความจริงมันไม่ใช่แค่นั้น เพื่อผู้หญิงคนเดียว ตั้นถึงกับทำลายครอบครัวผมจนย่อยยับ แม่ผมทนอยู่เมืองไทยไม่ได้ ผมไม่มีบ้านจะซุกหัวนอน ตั้นทำเกินไปยังงี้มันไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว ผมจะไม่มีวันหนีไปไหนเด็ดขาด แต่เรนไม่ต้องกลัวนะ ถึงผมจะโกรธจะเกลียดมันจนไม่อยากเห็นหน้า ยังไงผมก็ไม่ทำอะไรสิ้นคิดหรอกผมจะแก้แค้นไอ้ตั้น ด้วยการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าผมก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยความสามารถของตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยอำนาจภูตผีปิศาจที่ไหนมาช่วย”

“เรนดีใจที่สุดเลยที่นายคิดแบบนี้” เรนยิ้มได้

“กว่าผมจะคิดได้ก็ใช้เวลาตั้งสติอยู่นานเหมือนกันล่ะ เรนหวังว่าชาตินี้ผมคงจะได้ไม่เจอกับมันอีกผมกลัวว่าจะระงับอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่” รัชต์เดินเลี่ยงนำออกไปก่อน

“เรนก็ภาวนาค่ะนาย อย่าให้เรากับเขาได้เจอกันอีกเลย” เรนพึมพำสีหน้าเจ็บช้ำระคนผิดหวัง

เวลาเดียวกันนั้น ศักยะกำลังโวยวายอยู่คนเดียวในสนาม เพราะโมโหที่พรายฆ่ารัชต์ไม่สำเร็จ พิมพ์พัสตราผ่านมาเห็นศักยะพูดคนเดียวก็ตกใจและเริ่มกังวลกลัวสามีจะเป็นบ้า

ooooooo

รัชต์ลุกขึ้นสู้อีกครั้งหวังเอาชนะศักยะด้วยความสามารถ เขาเรียกเรนมาช่วยงานภาพกราฟิกการตกแต่งโรงแรมที่หน้าคอมพิวเตอร์ เพราะพรุ่งนี้ต้องนำไปให้ลูกค้าดู และถ้าได้งานชิ้นนี้บริษัทก็จะตั้งหลักได้ เรนยิ้มให้กำลังใจบอกกับรัชต์ว่า ลูกน้องที่ไปทำงานกับศักยะ อยากกลับมาช่วยงาน เพราะโทร.มาบ่นกับเธอว่า รู้สึกอึดอัดที่ต้องทำงานกับศักยะ

“ถ้าได้คนเก่าๆมาทำงานให้ก็เพอร์เฟกต์เลย ข่าวดีที่สุดเลย” รัชต์จับไหล่เรน บีบเบาๆพลางจ้องตาเธอนิ่ง ความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กันเริ่มมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง

สายวันต่อมา รัชต์กับเรนนำงานมาเสนอให้ผู้จัดการโรงแรมดู ผู้จัดการชอบใจมากเตรียมจะเซ็นสัญญาแต่ท่านประธานโทร.มายกเลิกบอกว่า มีบริษัทเสนอราคาถูกกว่า และเจ้าของบริษัทนั้นก็คือศักยะนั่นเอง รัชต์กับเรนเดินจ๋อยออกมาที่รถ และได้พบกับศักยะที่จงใจมาเย้ย เพราะต้องการบีบให้เรนไปทำงานด้วย รัชต์สุดทนพุ่งเข้าชกศักยะและจะตามไปซ้ำแต่เรนห้ามเอาไว้

“ไอ้รัชต์ มึงระวังตัวเอาไว้เถอะ” ศักยะแค้น

“แกจะส่งผีที่ไหนมาฆ่าฉันก็ส่งมาเลย ฉันไม่กลัวหรอก”

ศักยะชะงักนึกแปลกใจแต่ยังปากดีท้าทายรัชต์ว่า คงได้เจอกันอีกหลายงาน รัชต์หันกลับมาจะชกศักยะอีก เรน เอาตัวขวาง “อย่าค่ะนาย ไหนนายบอกว่าจะเอาชนะเขาด้วยการพิสูจน์ตัวเอง ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถไงคะ”

รัชต์ขบกรามแน่น แต่ก็เริ่มมีสติสะกดอารมณ์อยู่ เขาจ้องหน้าศักยะเขม็งก่อนเดินจากไป

“พี่ตั้นเคยได้ยินที่เขาว่าหมองูตายเพราะงูไหมคะ พี่ตั้นต้องหยุดก่อนตัวเองจะเดือดร้อน” เรนเตือนแล้วจะตามรัชต์ไป แต่ศักยะพูดแขวะว่า ที่เรนไม่ยอมมาทำงานกับตนเพราะแอบหลงรักรัชต์

“เธอยังไม่ได้ขอบคุณฉันเลยนะ ที่ช่วยแย่งพิมมาให้ ขอให้แผนการขยับเป็นเมียเจ้านายสำเร็จเร็วๆนะ ฉันเอาใจช่วย” ศักยะส่งยิ้มกวนๆ

เรนตบหน้าศักยะให้ฉาดใหญ่ แววตาสั่นระริก ผิดหวังและเสียใจมากที่ศักยะพูดจาแบบนี้กับตน เธอรีบเดินหนี ศักยะยิ้มๆทำไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่พอเรนลับตาไปก็จ๋อย

ooooooo

ตาเลิศมาทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้พรายและขออโหสิกรรมกับมัน แต่พรายกลับทำให้ตาเลิศนิมิตเห็นวิญญาณชายหญิงหลายคนที่ตายด้วยน้ำมือของมันนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด กลิ้งเกลือกอยู่กับพื้นดิน ตาเลิศตกใจสุดๆ มองสภาพรอบตัวที่โหดร้ายทารุณราวกับนรกด้วยความพรั่นพรึง

พรายแปลงร่างเป็นผู้ชายร่างกายกำยำ นุ่งโจงกระเบนสีแดงสด ในปากเต็มไปด้วยเขี้ยวแบบผีดิบและเลือดสดๆ เต็มปาก เดินช้าๆเข้ามาตะคอกใส่ตาเลิศ

“ข้าไม่ต้องการส่วนบุญของเอ็งไอ้เลิศ แล้วก็ไม่ต้องมาขออโหสิ ข้าไม่มีวันให้อภัยเอ็ง ไอ้อีที่ข้าฆ่ากับมือและเอาวิญญาณพวกมันมากักขังทรมานไว้ที่นี่ ซักวัน เอ็งกับหลานเอ็งก็ต้องโดนแบบเดียวกัน”

“แกทำไปทำไม แกรู้ไหมว่าสิ่งที่แกทำมันบาปกรรมขนาดไหน”

“ข้าไม่สน ข้ารู้อย่างเดียวว่าข้าทรมาน ทรมานเหลือเกิน ถึงข้าจะมีอำนาจบันดาลทุกอย่างได้ดังใจ แต่วิญญาณของข้าก็เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตกนรก หนทางเดียวที่จะแบ่งเบาความเจ็บปวดได้ก็คือ นำความเจ็บปวดของข้าไปให้พวกมัน”

“มิน่า แกถึงฆ่าคนไม่ยอมหยุด แล้วฉันล่ะฉันกับเจ้าเรนไปทำอะไรให้แก แกถึงตามจองล้างจองผลาญพวกฉันไม่เลิก”

“เอ็งได้รู้แน่ไอ้เลิศ ซักวันเอ็งจะเข้าใจทุกอย่าง เพราะเอ็งคือคนสุดท้าย...คนสุดท้าย” พรายหัวเราะอย่างสาแก่ใจ

ตาเลิศสะดุ้งตื่นจากนิมิตที่พรายสร้างให้เห็นด้วยความงุนงง สงสัยว่า คนสุดท้ายหมายถึงอะไรกันแน่

ooooooo

ศักยะโวยลั่นเมื่อรู้ว่าแม้นฤกษ์ผลาญเงินไปถึงหกล้านบาท ในเวลาเพียงไม่กี่วัน พิไลร้องไห้ฟูมฟายขอยืมเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับนิวซีแลนด์จากศักยะ และรับปากว่าจะทยอยโอนเงินกลับมาใช้ลูก

“สำหรับแม่ เงินแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่ไอ้บ้านั่นมันไม่มีสิทธิ์มาถลุงเงินที่ผมหามาขนาดนี้ ความจริงแม้แต่สตางค์แดงเดียวมันก็ไม่ควรจะได้แตะด้วยซ้ำไป” ศักยะแค้น

“แม่ขอโทษ แม่สัญญาว่าจะไม่ให้ลุงเขามาวุ่นวายกับตั้นอีก ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆลูก”


“ดีครับ เพราะถ้ามันยังไม่หยุด ผมไม่รับรองว่าแม่จะมีโอกาสได้เห็นหน้ามันอีกรึเปล่า” ศักยะเสียงกร้าวแววตาโหดเหี้ยม จนพิไลนึกกลัวเพราะไม่เคยเห็นลูกชายเป็นแบบนี้มาก่อน

เช้าวันต่อมา ศักยะเข้ามาอ้อนเอาใจพิมพ์พัสตราหวังให้เธอหายงอน แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ สาวใช้ก็มาเคาะประตูเรียกบอกว่า มีตำรวจมาขอพบศักยะ เพราะต้องการสอบปากคำเพิ่มในคดีเข็มทอง ศักยะหน้าเสียจำใจตามตำรวจไปที่โรงพัก

หมวดชัยเจ้าของคดี นำหลักฐานชิ้นใหม่มาให้ศักยะดู เพราะก่อนตายเข็มทองได้โทร.หาเพื่อนและฝากข้อความเอาไว้ “ผมถอดเทปออกมาแล้ว จะอ่านให้คุณฟังก่อนแล้วกัน คุณเข็มทองฝากข้อความเอาไว้ว่า ตุ๊ก เย็นนี้ฉันคงไปไม่ทันแล้วล่ะ คนที่จะมาดูบ้านยังไม่มาเลย ฉันเครียดจริงๆนะแก ฉันว่าพี่ตั้นต้องเกี่ยวข้องกับการตายของพี่ไวแน่ๆ เวลาเขามองฉัน เหมือนเขาจะฆ่าฉันเลย ฉันอยากกลับห้องเร็วๆ ไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้เลยว่ะ” หมวดชัยเงยหน้ามองศักยะ

ศักยะผงะรีบเก็บอาการปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แล้วออกมาปรับทุกข์กับพิมพ์พัสตราที่นั่งรอในร้านกาแฟ  เพราะตำรวจสงสัยว่า เขาฆ่าเข็มทอง พิมพ์พัสตราโวยวายด้วยกลัวเสียชื่อ เธอสั่งให้ศักยะรีบทำให้เรื่องเงียบโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นจะหลบไปอยู่ต่างประเทศ

“คุณเป็นเมียผม เราเหมือนคนเดียวกัน หนีไม่พ้นหรอก เดี๋ยวตำรวจก็ต้องเรียกคุณไปสอบปากคำ”

“คิดเหรอว่าพิมจะยอมไป” พิมพ์พัสตราลุกหนีไปหน้าตาเฉย

ศักยะมองตามด้วยความน้อยใจ ที่พิมพ์พัสตราไม่มีน้ำใจให้ตนเลยสักนิด และสิ่งเดียวที่ศักยะนึกถึงในตอนนี้ก็คือพราย เขามาพบมันที่ต้นมะขามใหญ่และบอกความประสงค์

“ฉันต้องการให้หลักฐานทั้งหมดหายไป แล้วก็ไม่มีการรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีก แกไปจัดการให้ฉันด้วย”

“งานนี้ไม่ง่าย ข้าต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนที่สมกัน แต่ข้าจะบอกกับท่านอีกที ขอเพียงท่านรับปากกับข้าก่อน” พรายบอกเงื่อนไข

ศักยะตอบตกลงทันที พรายหัวเราะเย็นยะเยือกเอ่ยว่า “งั้นท่านก็จะได้ตามประสงค์”

ooooooo

ในคืนนั้น พรายจำแลงเป็นชายแก่เข้าจัดการกับหมวดชัยที่ขับรถมาเพียงลำพัง แล้วสิงร่างหมวดชัยกลับไปเอาหลักฐานที่โรงพัก จากนั้นก็ทำให้รถระเบิดด้วยอุบัติเหตุแก๊สรั่ว หลักฐานทั้งหมดหายไปในเปลวเพลิง

ศักยะพอใจกับผลงานของพรายมาก เขาเอ่ยถามมันว่าต้องการชีวิตใครเป็นค่าตอบแทน

“เปิดประตูห้องออกไปสิ คนที่ข้าต้องการ อยู่หน้าห้องนี้แล้ว” พรายสั่ง

“เด็กรับใช้ในบ้านนี้เหรอ โอเคแต่แกอย่าให้สาว

มาถึงตัวฉันเหมือนคราวเข็มทองอีกล่ะ” ศักยะลุกเดินไปเปิดประตูห้อง แต่คนที่พบกลับเป็นน้องออม เด็กชายน่ารักวัยสี่ขวบลูกของสาวใช้ ศักยะถึงกับหน้าเสีย เมื่อเจอแววตาไร้เดียงสาคู่นั้น เขารีบเดินหนีออกมาพลางต่อรองสัญญากับพรายใหม่ แต่พิมพ์พัสตราเดินมาพอดี เธอเอ่ยถามศักยะว่า คุยกับใครเพราะเห็นเขาเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ

ศักยะไม่ตอบคำถามแต่กลับพาลหาเรื่องเพราะกำลังหงุดหงิด

“ตั้งแต่แต่งงานกันมา นับวันได้เลยที่พิมมีความสุข หมดเรื่องแม่พี่ ก็มาเรื่องคดี แล้วนี่พี่ยังทำตัวเหมือนคนเพี้ยนพูดคนเดียวอีก พี่เป็นอะไรกันแน่” พิมพ์พัสตราน้ำตารื้นเสียงแข็งใส่

“หยุดตะโกนใส่หน้าผมซะทีได้ไหม วันๆ ดีแต่บ่นโน่นบ่นนี่ รู้ไหมว่าผมต้องเจออะไรบ้าง แทนที่จะให้กำลังใจกัน ก็เอาแต่จับผิดไร้สาระอยู่ได้ ว่างมากนักก็ออกไปช็อปปิ้งเลยไป จะได้หายฟุ้งซ่าน  ผมอยากอยู่คนเดียว” ศักยะตะคอกกลับ

พิมพ์พัสตราโกรธจัด สะบัดหน้าเดินฉับๆออกไป ศักยะมองตามด้วยความเครียดหนัก

ooooooo

เงาพราย

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด