ตอนที่ 6
รัชต์เดินดูรอบๆบ้าน ภาพวันเวลาแห่งความสุขพลันแวบเข้ามา แต่ต้องตัดใจเพราะอีกไม่นานบ้านก็จะเป็นของคนอื่นแล้ว เมื่อเข็มทองเดินเข้ามาบอกว่า พิมพ์พัสตรามารอพบอยู่ในบ้าน เขารีบเข้าไปหาคนรัก แต่ต้องอึ้งเมื่อสาวเจ้ายื่นแหวนคืน
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา พิมยอมรับนะคะว่าพี่รัชต์ดีกับพิมมาก แต่พิมต้องการเวลา แล้วพี่รัชต์ก็ไม่เคยมีเวลาให้พิมเลย”
“แล้วทำไมเมื่อก่อนพิมไม่เคยบอกพี่แบบนี้ล่ะ พิมมีแต่ให้กำลังใจพี่ แล้วก็บอกว่าเข้าใจพี่ทุกครั้ง”
“อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นพิมยังเด็กมั้งคะ แต่ตอนนี้ พิมรู้ใจตัวเองแล้วล่ะค่ะว่าพิมต้องการอะไรกันแน่”
“ถ้าพิมตัดสินใจดีแล้ว พี่ก็คงไม่ยื้อพิมให้ต้องอึดอัดใจหรอก ขอให้พิมโชคดีนะ”
“พี่รัชต์น่ารักยังงี้เสมอเลยนะคะ พูดง่ายกว่าที่พิมคิดไว้เยอะเลย งั้นพิมกลับก่อนนะคะ” พิมพ์พัสตราลุกเดินหนีเพราะลึกๆก็รู้สึกผิด
รัชต์น้ำตาคลอเบ้ามองแหวนบนโต๊ะ เพราะพิมพ์พัส–ตราเหมือนฟางเส้นสุดท้ายในชีวิต
ooooooo
ศักยะเดินฮัมเพลงเบาๆเข้ามาในออฟฟิศ เรนถามว่าศักยะพาใครไปดินเนอร์ในโรงแรมหรู ศักยะตกใจที่เรนรู้เรื่อง แต่พอตั้งหลักได้ ก็ยักไหล่สวนว่าของแบบนี้บังคับใจกันไม่ได้
“บังคับใจไม่ได้ แต่ก็น่าจะมีความละอายแก่ใจกันบ้าง เรนนึกว่าพี่ตั้นคิดได้แล้วซะอีก พี่ตั้นทำกับนายแบบนี้ได้ยังไง ลืมไปแล้วเหรอคะว่านายเป็นเพื่อนพี่ เคยช่วยเหลือพี่ นายกำลังอยู่ในช่วงลำบาก พี่ตั้นกลับตอบแทนนายแบบนี้น่ะเหรอ” เรนใส่เป็นชุด
“หยุดทวงบุญคุณแทนรัชต์ได้แล้วนะเรน ถึงรัชต์จะให้เงินผม แต่ผมก็หางานให้เขา มันก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย จะมาถือว่าเป็นบุญเป็นคุณชดใช้ไม่จบไม่สิ้นไม่ได้ หรอกนะ แล้วการที่คุณพิมเขามีใจให้ผม มันก็ไม่ใช่เรื่องทรยศหักหลังเหมือนกัน เรื่องความรักมันบังคับจิตใจกันไม่ได้หรอก ของแบบนี้ใครดีใครได้”
เรนจ้องหน้าศักยะนิ่ง ทั้งเสียใจและผิดหวัง “เรนผิดเอง ที่ไม่ได้บอกนายตั้งแต่แรก เพราะคิดว่าพี่ตั้นจะคิดได้ แต่ตอนนี้ นายควรที่จะได้รู้ความจริงซะที” เรนขยับจะเดินหนี
“ไปเลย ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าน้ำหน้าอย่างไอ้รัชต์ ตอนนี้มันจะทำอะไรได้”
“เรนก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ใช่พี่ตั้นคนที่เรนเคยรักเคยรู้จักหรือเปล่า” เรนน้ำตาเอ่อสะบัดหน้าเดินหนี
ขณะที่ศักยะรู้สึกใจหาย
เรนมาหารัชต์ที่บ้าน เข็มทองที่มาช่วยดูแลบ้านให้ระหว่างที่เจ้าของใหม่ยังไม่ย้ายมารีบออกมาฟ้องว่า รัชต์เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมทานอะไรเลย เรนนึกห่วงรีบขึ้นไปดูก็พบรัชต์นอนหมดสติอยู่ที่พื้น เธอรีบพารัชต์ไปโรงพยาบาล แต่รัชต์ร่างกายอ่อนเพลียมาก หมอจึงให้พักอยู่ที่โรงพยาบาลก่อน
เรนสงสารเจ้านายจับใจ ทันใดนั้น รัชต์ที่หลับอยู่ก็ละเมอเรียกหาพิมพ์พัสตรา เรนนึกเจ็บใจ
ooooooo
พิมพ์พัสตรากลับจากดินเนอร์กับศักยะ ชายหนุ่มเอ่ยถามเธอว่า เมื่อไหร่จะได้เข้าไปกราบพ่อกับแม่ของเธอสักที พิมพ์พัสตราใส่จริตต่อรองให้ศักยะเปิดตัวบริษัทเอสวายอย่างเป็นทางการก่อน พ่อกับแม่จะได้เป็นปลื้ม
“ผมจะรีบจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด เพื่อคุณพิมนะครับ” ศักยะจับมือพิมพ์พัสตรา
พิมพ์พัสตรายิ้มหวานให้แล้วหอมแก้มเป็นรางวัล แล้วเดินลงจากรถ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเรนยืนรออยู่ เรนเข้าไปต่อว่าพิมพ์พัสตรากับศักยะที่หักหลังรัชต์ ศักยะรีบปกป้องพิมพ์พัสตราขอรับผิดคนเดียว เรนขอร้องให้พิมพ์พัสตราไปเป็นกำลังใจให้รัชต์ที่กำลังป่วยบ้าง แต่กลับโดนพิมพ์พัสตราสวนว่า เธอโกรธแทนรัชต์หรือพูดเพื่อตัวเองกันแน่เพราะดูออกว่าเรนชอบศักยะ
เรนอึ้งไม่คิดว่าพิมพ์พัสตราจะย้อนกลับแบบนี้ในขณะที่ศักยะก็ปฏิเสธ
“ไม่ผิดหรอกค่ะพี่ตั้น เรนเขาแอบชอบพี่ตั้นมานานแล้ว พิมดูออก เสียใจด้วยนะเรน พี่ตั้นเขาเลือกฉัน ก็ต้องโทษตัวเธอนั่นแหละที่ขี้ขลาดเอง” พิมพ์พัสตราเดินเชิดออกไป
เรนหน้าชาพูดอะไรไม่ออกหันมามองศักยะ แทนที่เขาจะช่วยปกป้องเธอกลับหนีปัญหาด้วยการขึ้นรถขับหนีไป เรนมองตามศักยะด้วยสายตาที่ทั้งผิดหวังเสียใจและโกรธระคนกัน
ศักยะกลับมานั่งเครียดคุยอยู่กับพรายอยู่ในห้องพัก เพราะไม่อยากเสียเพื่อนดีๆอย่างเรนไป
“ลืมมันไปเสียเถอะศักยะ ท่านกำลังจะมีสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเพียงแค่อดีตเท่านั้น” พรายยุยง
“เป็นงั้นจริงก็ดี ฉันก็อยากให้อดีตนี่มันจบไปเร็วๆแบบนี้มันอึดอัดยังไงบอกไม่ถูก” ศักยะหลุดปากบอกออกไป แล้วลุกเดินเข้าห้องนอน
“ท่านต้องการจบเรื่องผู้หญิงคนนั้นจริงๆเหรอ ท่านจะได้ตามประสงค์” พรายยิ้มร้ายๆในปากเต็มไปด้วยเลือด สีแดงฉาน
ooooooo
วันต่อมาเรนมาเคลียร์งานที่ออฟฟิศและได้พบกับศักยะ ทั้งสองมองหน้ากันด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนที่เรนจะเดินเลี่ยงไป ศักยะถอนใจมองตาม เรน หยุดเดินหันกลับมามองศักยะ ใบหน้าของเธอซีดเผือดเหมือนศพคนตาย ศักยะตกใจฉุกคิดได้ว่าเมื่อคืนหลุด ปากพูดอะไรกับพรายออกไป เขารีบวิ่งตามเรนไปชั้นบน
เรนตัวแข็งแววตาเลื่อนลอยเดินออกมาจากห้องหนึ่งและกำลังจะโดดระเบียงลงไป ศักยะวิ่งเข้ามาดึงตัวเธอไว้พร้อมกับร้องห้ามพรายไม่ให้ทำร้ายเรน เงาสีดำพุ่งออกจากร่างเรน เรนหมดสติอยู่ในอ้อมกอดศักยะ
“ข้าทำตามประสงค์ของท่าน ท่านบอกกับข้าเองไม่ใช่รึ ว่าท่านต้องการให้จบเรื่องนางคนนี้” พรายต่อว่า
“ฉันหมายถึงให้เรนหายโกรธฉัน แล้วก็กลับมาดีกับฉันเหมือนเดิม ไม่ใช่ให้แกฆ่าเรน”
“ไม่มีทาง ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางกลับมาดีกับท่าน เขารังเกียจในสิ่งที่ท่านทำ และถ้าเขารู้ความจริงเรื่องข้า เขาจะยิ่งไม่มีวันให้อภัยท่าน เชื่อข้าเถิด วิธีนี้เป็นวิธีเดียว ที่ท่านจะไม่ต้องอึดอัดใจเวลาเจอกับผู้หญิงคนนี้อีก”
“ไม่ได้ ฉันไม่ยอมให้เรนต้องตายเพราะฉันเป็นต้นเหตุเด็ดขาด”
“ถ้างั้นท่านต้องเอาชีวิตอื่นมาแลกเหมือนที่ท่านเคยใช้ไวแลกชีวิตของรัชต์” พรายยื่นเงื่อนไข
ศักยะตอบตกลงทันที
เรนขอให้ตาเลิศมาอยู่เป็นเพื่อนรัชต์ที่โรงพยาบาล เพราะกลัวจะคิดมาก รัชต์เกรงใจ
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ตาอยู่คนเดียวก็เหงาๆไม่มีอะไร ทำอยู่แล้ว นี่คุณรัชต์จะรำคาญตารึเปล่า” ตาเลิศรีบบอก
“อ๋อ ไม่หรอกครับ ผมกำลังเซ็งๆอยู่เหมือนกัน มีคุณตาอยู่เป็นเพื่อนคุยก็ดีครับ จะได้ไม่เหงาด้วยกันทั้งคู่” รัชต์ยิ้มให้
“ตารู้เรื่องทั้งหมดแล้วนะ ตาเสียใจด้วยกับทุกๆ เรื่องนะคุณรัชต์ มันเกิดขึ้นไม่ให้ทันตั้งตัวเลย”
“ครับ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนเหมือนกับผมฝันไปเลย ถ้านี่เป็นฝันร้าย ก็คงเป็นฝันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผมเลยครับคุณตา” รัชต์สีหน้าแววตาหดหู่
ooooooo
เรนเริ่มรู้สึกตัว พนักงานคนหนึ่งเข้ามาดูอาการพลางเล่าว่า เธอหมดสติไปศักยะจึงพามาพักในห้อง เรนแปลกใจ เพราะจำอะไรไม่ได้เลย เธอถามหาศักยะ
“ออกไปตั้งนานแล้วล่ะค่ะ ถามว่าไปไหนก็ไม่ยอมตอบ แต่พี่ตั้นแกหน้าตาดุๆน่ากลัวมากเลยนะคะ ไม่รู้ไปโกรธใครมา” พนักงานชักขยาด
ในค่ำวันนั้น ศักยะหลอกพาหญิงขายบริการมาให้พรายที่ซอยเปลี่ยวชานเมือง พรายตรงเข้าจัดการกับเหยื่อทันที ศักยะร้องเตือน “ทำลายหลักฐานให้ดี อย่าให้ฉันซวยล่ะ”
“ท่านไม่ต้องห่วงไปหรอก เราจะทำเหมือนที่แล้วๆมา เราจะสิงร่างนังคนนี้แล้วให้มันฆ่าตัวตายต่อหน้าคนมากๆ จะได้ไม่มีใครสงสัยท่าน” พรายยิ้มร้ายแล้วเข้าสิงร่างหญิงสาวเดินจากไป ศักยะรีบถอยรถหนี
เรนมาเยี่ยมรัชต์ที่โรงพยาบาลและจะรับคุณตากลับบ้านด้วย แต่เธอต้องอึ้งเมื่อเห็นพนักงานนับสิบเข้ามาขอลาออกกับรัชต์เพื่อไปทำงานกับบริษัทเอสวายเรียลเอสเตท
“นายอย่าโกรธเลยนะครับ พวกเราแต่ละคนก็มีภาระกันทั้งนั้น พอมีข้อเสนอที่ดี ที่มั่นคงกว่า พวกเราก็จำเป็นต้องไปครับ” ตัวแทนพนักงานยกมือไหว้ขอโทษรัชต์
เรนโมโหตรงเข้าต่อว่าพวกพนักงาน ตาเลิศจึงปรามหลานสาว ส่วนรัชต์ไม่โกรธพนักงานแถมรับปากว่าจะรีบจัดการเรื่องเงินเดือนเดือนสุดท้ายให้กับทุกคน พนักงานดีใจรีบยกมือไหว้ลารัชต์แล้วพากันเดินออกไป รัชต์ฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาตกใน ตาเลิศเข้ามาให้กำลังใจ ทำให้เรนน้ำตาคลอเพราะสงสาร
รัชต์นำแหวนหมั้นที่พิมพ์พัสตราเอามาคืนให้เรนไปขาย เพื่อนำเงินมาจ่ายเงินเดือนให้พนักงานตามสัญญา เรนมองรัชต์ด้วยความสงสารจับใจ เอ่ยว่าถ้ามีอะไรอยากขายอีกก็บอก เธอจะจัดการให้เอง เพราะไม่อยากให้รัชต์ตกเป็นขี้ปากคนอื่น
“ขอบใจมากนะ ถึงผมจะตกต่ำแค่ไหน แต่ยังมีเพื่อนอย่างเรน อย่างตั้นอยู่ ชีวิตผมมันก็ยังไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมด” รัชต์ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง
เรนได้ยินชื่อศักยะก็แค้น แต่ไม่กล้าบอกเรื่องพิมพ์พัสตรากับศักยะ เพราะกลัวว่ารัชต์จะสะเทือนใจมากไปกว่านี้ เธอรีบนำแหวนไปขายแล้วนำเงินมาให้รัชต์ไปจ่ายพนักงานที่บริษัท
ศักยะเดินเข้ามาหารัชต์บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย รัชต์เดินนำศักยะเข้าไปในห้อง แล้วหันมาสั่งเรนให้ชงกาแฟไปให้ด้วย
เรนเลี่ยงไปชงกาแฟ เข็มทองตามมาคุยด้วย เธอยืนยันว่าจะอยู่ช่วยงานรัชต์ต่อ เพราะรัชต์มีบุญคุณกับไวมาก เรนยิ้มชื่นชมความมีน้ำใจของเข็มทอง เข็มทองเปรยต่อว่า บ้านหลังนี้น่ากลัวเธอไม่อยากอยู่นานนัก
เรนอมยิ้มขอตัวเอากาแฟไปให้รัชต์ เป็นเวลาเดียวกับที่ศักยะบอกรัชต์ว่าเขาคือเจ้าของบริษัทเอสวายเรียลเอสเตท เรนยืนอึ้งตกใจไม่ต่างไปจากรัชต์ ศักยะเรียกเรนเข้ามาฟังความจริง เขาบอกทั้งคู่ว่านำผลกำไรจากการเล่นหุ้นมาซื้อหุ้นบริษัทของพ่อรัชต์ไว้
รัชต์เจ็บช้ำเพราะคิดไม่ถึง ศักยะยิ้มเย้ยเอ่ยว่า “ก็เพราะเป็นบริษัทฉันเองไง ฉันถึงช่วยเหลือเพื่อนยอมเจรจาขอซื้อกิจการบริษัทพ่อแก ทั้งที่มันกำลังแย่ ฉันช่วยปลดหนี้ให้ครอบครัวแกจนหมดแท้ๆ แกควรจะขอบใจฉันมากกว่านะไอ้รัชต์ ที่ฉันมาบอกก็เพราะเห็นว่าแกกำลังลำบาก เลยอยากจะชวนไปทำงานด้วยกัน ว่าไงล่ะ ฉันให้แกเดือนละแสน ค่าน้ำมันรถตะหาก รับรองว่าไม่มีใครจ่ายให้แกขนาดนี้แน่ แกไม่ต้องเกรงใจเลยนะรัชต์ ฉันไม่อึดอัดใจหรอกที่ต้องมีแกเป็นลูกน้อง”
“พอได้แล้วนะพี่ตั้น พี่ตั้นทำกับนายยังงี้ก็ไม่ต่างกับเหยียบซ้ำ เรนไม่คิดเลยว่าพี่ตั้นจะเป็นคนทุเรศแบบนี้ไปได้” เรนทนไม่ไหว
“อย่ามาอวดดีหน่อยเลยเรน นาทีนี้ใครมีงานทำก็ถือว่าโชคดีแล้ว จะมาเล่นตัวอะไรอีก แล้วที่บริษัทนี้มันอยู่ได้ก็เพราะผมหางานให้ตลอด ไม่มีผมซักคนบริษัทนี้จะอยู่ไปได้ซักกี่น้ำ”
“บริษัทนี้ตั้งมาก่อนที่พี่ตั้นจะมาเป็นเซลส์ที่นี่ซะอีก ก็ให้มันรู้ไปว่ามันจะไปไม่รอด ถ้าไม่มีพี่ตั้น”
“เรน พอเถอะ” รัชต์หันมาปราม แล้วตั้งสติเดินเข้าไปแสดงความยินดีกับศักยะ “ยินดีด้วยนะตั้น ธุรกิจมันไม่แน่นอน แกรุ่งขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้ฉันก็ยินดีด้วย ส่วนเรื่องงาน ฉันเองก็มีบริษัทนี้เหลืออยู่ คงประคองตัวไปได้ไม่รบกวนแกหรอก แต่ยังไงก็ขอบใจแกมากนะสำหรับน้ำใจ”
“ไม่เป็นไร ถ้าแกจะดันทุรังทำต่อ ฉันอนุญาตให้แกใช้ที่นี่เป็นออฟฟิศได้สองเดือนโดยไม่เอาค่าเช่า ขอให้โชคดีนะเพื่อน” ศักยะยื่นมือให้ รัชต์จะยื่นมือไปจับมือกับศักยะเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับความเป็นเพื่อน
“ไปเถอะค่ะนาย ป่านนี้คุณตารอทานข้าว หิวแย่แล้ว” เรนรีบดึงมือรัชต์เดินออกไปจากห้อง
ศักยะมองตามรู้สึกเหมือนเสียครอบครัวที่อบอุ่นของตัวเองไป
ooooooo
เรนพารัชต์กลับมาบ้าน เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ตาเลิศฟัง ตาเลิศเห็นใจจึงชวนรัชต์มาอยู่ด้วยกันและแบ่งพื้นที่ในบ้านให้ทำเป็นออฟฟิศไปพลางๆก่อน ทำให้รัชต์ซาบซึ้งใจ และขอให้เรนมีหุ้นคนละครึ่งในบริษัท เพื่อเป็นการตอบแทน ตาเลิศยอมตกลง
รัชต์ขอตัวไปเดินดูรอบๆบ้านเพื่อหามุมเหมาะๆทำออฟฟิศ เรนมองตามแล้วหันมาเปรยกับคุณตาว่าต้องมีบริษัทคู่แข่งเป็นแบ็กอัพให้ศักยะเล่นงานรัชต์แน่ๆ ตาเลิศมีสีหน้าขรึมลง เพราะรู้ดีว่าคนที่ช่วยศักยะเป็นใคร
เมื่อพรายบันดาลให้ศักยะได้ในทุกสิ่งที่ต้องการแล้ว มันก็กลับมาทวงสัญญา แต่ครั้งนี้มันต้องการให้ศักยะพาเหยื่อไปบ้านของชัดแล้วมันจะมารับวิญญาณของนางไปเอง ศักยะร้อนตัว กลัวมีคนเห็น แต่พรายยืนยันว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
“ก็ได้ๆ ไว้หลังงานแต่งของฉันกับคุณพิมแล้วฉันจะจัดการให้” ศักยะรับปาก
“ได้ หลังงานแต่งของท่าน วันเสาร์แรมสิบห้าค่ำ ท่านจงพานางที่ท่านเลือกไปให้เรา” พรายแสยะยิ้ม
วันต่อมา รัชต์ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านเรน โดยมีตาเลิศออกมาต้อนรับและอาสาช่วยขนของเพราะรัชต์จะย้ายมาอยู่ด้วย แต่พอรัชต์เปิดท้ายรถคุณตาก็ตกใจเพราะมีของน้อยมาก รัชต์อมยิ้มอธิบายว่า
“คนเดียวจะใช้อะไรนักหนาครับคุณตา พอผมลองคัดๆดู ก็เลยรู้ว่าผมมีของที่จำเป็นต้องใช้จริงๆอยู่ไม่กี่อย่างเอง ที่เหลือมันเป็นของฟุ่มเฟือยทั้งนั้น”
“คุณรัชต์คิดได้ยังงี้ก็ดีแล้วล่ะครับ ตอนนี้คุณก็เหมือนคนที่หกล้มแล้วพยายามจะลุก อะไรที่มันเกินจำเป็น มันก็ถ่วงให้คุณลุกขึ้นได้ช้า ถ้าตัดมันออกไปได้มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้คุณลุกได้เร็วขึ้นเท่านั้น”
“ครับคุณตา ผมจะจำไว้ครับ” รัชต์ยิ้มรับ แล้วขนของเข้าไปเก็บในห้องพัก ก็พบเรนกำลังแต่งห้องให้อยู่ ทั้งสองพูดให้กำลังใจกันและกัน ความรู้สึกดีๆเริ่มก่อตัวขึ้น
หนึ่งเดือนผ่านไป ข่าวงานวิวาห์ระหว่างศักยะกับพิมพ์พัสตราดังไปทั่วเมือง ผู้คนในแวดวงไฮโซไปร่วมงานกันอย่างคับคั่ง งานนี้ศักยะมอบนาฬิกาฝังเพชรราคาแปดสิบล้านบาท เป็นของขวัญแต่งงาน
ooooooo
เข็มทองที่ยังคงเฝ้าของรัชต์เห็นข่าวงานวิวาห์ของศักยะกับพิมพ์พัสตราในหนังสือพิมพ์ก็ยิ่งแค้นหันมาบ่นกับเรนที่มาอยู่เป็นเพื่อน “ทุเรศที่สุด ผู้หญิงหลายใจ”
“ช่างเขาเถอะเข็ม อย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย ต่อไปก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้วล่ะแล้วนี่เมื่อไหร่เจ้าของบ้านใหม่เขาจะย้ายมาอยู่ล่ะ เข็มจะได้ไปช่วยพี่เก็บของที่ออฟฟิศซะที” เรนเปลี่ยนเรื่อง
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ นี่ก็แปลกนะคะ ซื้อบ้านตั้งนานแล้วไม่ยอมย้ายเข้ามาอยู่ ปล่อยให้หนูมานั่งเฝ้าอยู่ได้ทุกวัน” เข็มทองบ่นต่อ เสียงรถหลายคันกำลังเลี้ยวเข้ามาในบ้าน
“สงสัยเจ้าของใหม่จะมาแล้วมั้ง” เรนชวนเข็มทองออกไปดู แล้วสองสาวก็ยืนตะลึงเมื่อเห็นศักยะกับพิมพ์พัสตราลงมาจากรถแล้วศักยะก็บอกกับทั้งคู่ว่าเขาคือเจ้าของบ้านคนใหม่
“นี่พี่ตั้นเป็นคนซื้อบ้านนายไปเองเหรอ” เรนไม่อยากเชื่อ
“ใช่ ผมชอบบ้านหลังนี้มาตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะบ้านหลังเล็กๆของไอ้รัชต์ มันเหมาะใช้เป็นห้องเก็บของที่สุด” ศักยะจงใจตอกย้ำ
“ขึ้นไปดูห้องน้ำบนก่อนเถอะค่ะ พิมอยากทุบทำใหม่” พิมพ์พัสตราเข้ามาควงแขนพาศักยะออกไป
เรนพยายามสงบสติอารมณ์ แต่เข็มทองมองตามด้วยความเกลียดชังเต็มเปี่ยม
ooooooo
เรนหน้าหงิกกลับมาบอกเล่าเหตุการณ์ให้ตาเลิศฟัง ตาเลิศถอนใจคิดไม่ถึงว่าศักยะจะถลำลึกไปได้ถึงขนาดนี้ แล้วชายชราก็นึกขึ้นได้ถามถึงรัชต์ว่ารู้เรื่องหรือยัง เรนฉุกคิดรีบเก็บหนังสือพิมพ์ไม่อยากให้รัชต์เห็นข่าว แต่ช้าเกินไปเพราะรัชต์กลับมาจากข้างนอกพอดี และเขาก็รู้เรื่องหมดแล้ว
“มันก็เสียความรู้สึกนะ แต่ทำไงได้ล่ะ สองคนนี่แต่งกันปุบปับมากเลยนะ แสดงว่าต้องแอบคบกันหลังผมมาได้ซักระยะแล้วล่ะ” รัชต์มองหน้าเรนคล้ายจะถามว่า เธอรู้มานานแล้วใช่ไหม
“นายอย่าไปใส่ใจคนพวกนั้นเลยค่ะ เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ” เรนรีบหลบตา
“ผมแข็งแรงแล้วล่ะเรน ตอนนี้มันหมดเวลาฟูมฟายแล้ว ผมหางานชิ้นแรกให้บริษัทเราได้แล้วนะ” รัชต์หยิบงานมาเปิดโชว์
เรนรีบเข้าไปฟังรัชต์อธิบายงานทันที ตาเลิศมองรัชต์แล้วยิ้มอย่างชื่นชมที่เข้มแข็งไม่ย่อท้อ
ขณะที่พิมพ์พัสตราออกมานั่งคุมคนรับใช้จัดห้องนั่งเล่นใหม่ตามที่ตนต้องการ เธอเหลือบไปเห็นเข็มทองกำลังจะกลับก็แกล้งใช้ให้ไปหาน้ำมาให้ดื่ม แต่เข็มทองไม่ทำให้ อ้างว่าเธอไม่ใช่คนใช้ของพิมพ์พัสตรา ศักยะเดินมาได้ยินพอดี จึงเข้าต่อว่าเข็มทอง “เธออย่ามาทำตัวกระด้างกระเดื่องหน่อยเลย เมื่อก่อนเวลาคุณพิมสั่ง ฉันเห็นกระดิกหางมารับใช้แทบไม่ทัน”
“เหมือนกับที่พี่ตั้นเคยกระดิกหางรับใช้คุณรัชต์ใช่ไหมคะ” เข็มทองสวน
“พูดจาระวังปากหน่อยนะ แกออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลย” ศักยะโกรธ
“เข็มก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก อย่านึกว่าเข็มจะลืมเรื่องพี่ไวนะ แมสเสจของพี่ไวเข็มยังเก็บไว้ ถ้ามีหลักฐานว่าคุณเกี่ยวข้องกับการตายของพี่ไว เข็มจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
เข็มทองขู่เสร็จก็สะบัดหน้าจากไปศักยะตาวาวเดินเลี่ยงไปหน้าประตูระเบียง พลางพึมพำ“พราย ฉันเลือกคนให้แกได้แล้ว”
ด้านแม้นฤกษ์ เมื่อรู้ข่าวศักยะจะแต่งงานกับพิมพ์พัสตราจากเพื่อนๆก็เข้ามาพูดใส่ไฟกับพิไล เพราะหวังจะตามพิไลกลับเมืองไทยเพื่อผลาญเงินลูกเลี้ยงที่กำลังร่ำรวย พิไลหลงกลโทร.มาตัดพ้อศักยะที่แต่งงาน แต่ไม่ยอมบอกเธอสักคำ ศักยะรู้สึกผิดรีบรับปากจะส่งตั๋วเครื่องบินชั้น เฟิร์สคลาสไปให้แม่ พิไลขอให้แม้นฤกษ์ด้วยศักยะได้ยินชื่อพ่อเลี้ยงก็ของขึ้นเสียงดังใส่ พิมพ์พัสตราได้ยินเสียงเอะอะจึงเดินเข้ามาถามว่าศักยะคุยกับใคร
พิไลได้ยินเสียงลูกสะใภ้ก็จะขอคุยด้วยแต่พิมพ์พัสตราอ้างว่าจัดบ้านค้างอยู่ แล้วเดินหนี
“ดีเหลือเกินนะเมียแก แม่ผัวโทร.มาทั้งทียังไม่ยอมคุยด้วย ก็ได้ งั้นฉันจะไปดูหน้าให้ถึงบ้านเลย”พิไลกระแทกหู โทรศัพท์เสียงดังลั่น ศักยะได้แต่ถอนใจ
ooooooo
เข็มทองขอร้องให้ตาเลิศมาอยู่เป็นเพื่อน เพราะต้องเข้ามาเก็บของที่บ้านชัด ตาเลิศเห็นท่าทาง
หวาดกลัวของเข็มทองก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วศักยะก็เข้ามาถามหากุญแจบ้านกับเข็มทองอ้างว่า วันเสาร์นี้จะมีคนมาดูบ้าน จึงจะให้เข็มทองมา
ช่วยเปิดบ้านให้ เข็มทองรีบปฏิเสธพร้อมคืนกุญแจทั้งหมดให้
“เธออย่าเรื่องมากน่ะเข็มทอง ฉันอุตส่าห์ให้รัชต์ใช้ที่นี่ฟรีๆตั้งสองเดือน วานแค่เปิดบ้านแค่นี้ไม่ได้รึไง รึว่าจะต้องให้ฉันใช้รัชต์กับเรนมาช่วยทำให้”ศักยะขู่
เข็มทองไม่อยากให้รัชต์กับเรนลำบากจึงจำใจรับปาก ศักยะยิ้มพอใจเพราะเป็นไปตามแผน
“ว่าไงตั้น พักหลังนี่ไม่ได้เจอกันเลยนะ”ตาเลิศเข้ามาทักแล้วชวนศักยะไปคุยกันในห้องพระ เพื่อเตือนให้ศักยะเลิกยุ่งกับพรายเพราะมันทำลายศักยะกับคนอื่นๆมามากแล้ว
“ชีวิตผมน่ะเหรอครับถูกทำลาย ผมว่าชีวิตผมดีกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ คุณตาเข้าข้างรัชต์มันมากกว่า เห็นว่าให้ยืมบ้านเปิดเป็นบริษัทเลยไม่ใช่เหรอครับ”ศักยะยิ้มเยาะ
“ก็เพราะว่าตั้นไปทำลายเพื่อนจนหมดเนื้อหมดตัว ตาสงสารถึงต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือรัชต์ ถ้าตาเดาไม่ผิด ตั้นชอบแฟนของรัชต์ ก็เลยขอให้เจ้าพรายเนรมิตความร่ำรวยให้ตั้น เพื่อจะได้ทัดเทียมกับรัชต์ใช่ไหม ไม่น่าเชื่อว่าตั้นจะทนเห็นชีวิตเพื่อนรักล่มจมได้ต่อหน้าต่อตา เพื่อให้ได้แค่ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นของตัวเอง ตั้นกำลังเล่นกับอสูรร้าย มันอันตรายมากรู้ไหม”
“ในเมื่อคุณตารู้ว่าเป็นอันตรายก็อย่ามายุ่งเรื่องนี้เลยครับ ถ้าไม่มีใครขวางทางผม ผมรับรองว่าทุกคนจะปลอดภัย” ศักยะเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจตาเลิศอีก
ตาเลิศมองตาม ได้แต่ถอนใจส่ายหน้า หมดปัญญาจะช่วยเหลือศักยะแล้ว
ooooooo
พิมพ์พัสตราจัดปาร์ตี้ริมสระน้ำที่บ้านรัชต์และลากศักยะออกมาร่วมงานด้วย แต่เธอเห็นว่าเสื้อผ้าของเขายังไม่เข้าคอนเซ็ปต์ของงาน จึงไล่ให้ไปเปลี่ยน ศักยะยอมตามใจเดินกลับเข้าบ้านเพื่อเปลี่ยนชุด แต่เมื่อมาถึงหน้าบันได เขาก็เห็นร่างพ่อรัชต์นอนตายคาบันไดหัวทิ่มลงมา เบิกตามองอยู่ ศักยะตกใจสุดขีดพลัดตกบันไดศีรษะกระแทกเข้ากับกำแพงเลือดอาบ สภาพไม่ต่างจากพ่อรัชต์ตอนถูกพรายผลักตกบันไดแม้แต่น้อย
ศักยะถูกพาตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากหมอตรวจอาการและทำแผลเสร็จแล้ว ก็ให้กลับมาพักที่บ้าน พิมพ์พัสตราเข้ามาดูแล้วสั่งให้ศักยะนอนพักเพราะเธอจะไปปาร์ตี้ที่เขาใหญ่ต่อ ศักยะไม่พอใจต่อว่าพิมพ์พัสตรา ทำให้พิมพ์พัสตรางอนสะบัดหน้าเดินออกจากห้อง ศักยะเมื่ออยู่คนเดียวก็นึกกลัวเรียกหาพราย
“เราอยู่รอบๆท่านเสมอศักยะ”
“แกอยู่กับฉันแล้วทำไมไม่ช่วยฉันล่ะ ปล่อยให้ผีพ่อไอ้รัชต์มาหลอกฉันได้ยังไง”
“ข้าไม่ได้ฆ่าพ่อมัน ข้าแค่ทำให้มันเป็นอัมพาต แต่มันตายของมันเองในบ้านหลังนี้ วิญญาณของมันเลยไม่อยู่ในการควบคุมของข้า แต่ท่านไม่ต้องกลัว ข้าสัญญา ว่าจะไม่ให้มันมารังควาญท่านได้อีก”
“ดี แกต้องอยู่กับฉันตลอดเวลาเข้าใจมั้ย ห้ามไปไหนเด็ดขาดถ้าฉันไม่ได้สั่ง”
“ได้สิ ข้าจะเป็นเงาตามตัวของท่าน ท่านกับข้า จะเป็นหนึ่งเดียวกัน” พรายรับคำ
ศักยะยิ้มได้แต่ไม่รู้ตัวเลยว่า ตกหลุมพรางของพรายเข้าแล้ว
ooooooo
เช้าวันเสาร์ตาเลิศเข้ามาบอกกับเรนว่า จะออกไปอยู่เป็นเพื่อนเข็มทองที่บ้านชัด เพราะจะมีคนมาดูบ้าน เรนอาสาไปส่งให้เอง แต่คุณตาไม่ยอม แกเดินออกมารอรถแท็กซี่เจ้าประจำที่นัดกันไว้ พรายร้ายได้โอกาสสิงร่างคนขับมอเตอร์ไซค์พุ่งชนคุณตาเพื่อขัดขวางไม่ให้ไปอยู่เป็นเพื่อนเข็มทอง
ทุกอย่างเป็นไปตามแผน คุณตาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ไม่สามารถไปหาเข็มทองได้ แต่ท่านก็โทร.เตือนให้เข็มทองระวังตัวและห้อยพระที่ให้ไว้ติดตัวไปด้วย เข็มทองรีบรับปาก
ศักยะเตรียมจะออกไปจัดการกับเข็มทองที่บ้านคุณปู่ แต่เห็นพิมพ์พัสตรานั่งหน้าบึ้งอ่านหนังสืออยู่ในห้องโถงก็เข้ามาง้อและมอบบัตรเสริมใบใหม่ให้แทนคำขอโทษ พิมพ์พัสตรายิ้มได้รีบคว้าบัตรออกไปช็อปปิ้งทันที ศักยะมองตาม
พิมพ์พัสตราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเห็นว่าใกล้เวลาแล้วจึงรีบออกไป
ด้านเข็มทองที่รออยู่จนเย็นไม่เห็นมีใครมาดูบ้านก็เตรียมจะกลับ แต่ศักยะมาถึงพอดี เขาสั่งให้เข็มทองไปเปิดห้องเก็บของเพราะจะเข้าไปเอาของในนั้น เข็มทองมองศักยะอย่างระแวงแล้วยื่นพวงกุญแจให้
“คุณไปเปิดเองละกัน”
“เธอนั่นแหละไป เธอเป็นคนเก็บข้าวของให้รัชต์ไม่ใช่เหรอ ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเธอเอาของของฉันไปไว้ไหนบ้าง เร็วๆน่ะ ฉันรีบ เธอเองก็อยากกลับบ้านเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” ศักยะเร่ง
เข็มทองเห็นว่าหยิบของเสร็จจะได้กลับบ้าน ก็รีบเดินนำศักยะไปห้องเก็บของทันที ศักยะมองตามด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม และเมื่อเข็มทองไขกุญแจเปิดประตูห้องเก็บของออกแล้ว เธอก็เอ่ยถามศักยะว่า จะเอาอะไร
ศักยะไม่ตอบแต่ใช้ท่อนไม้ในมือฟาดเข้าที่หัวเข็มทองจากทางด้านหลัง ร่างเข็มทองนอนแน่นิ่ง ศักยะโยนไม้ทิ้งร้องเรียกพรายให้มาจัดการต่อ
พรายยื่นมือยาวที่เต็มไปด้วยขนรกรุงรังไปที่ศพของเข็มทอง แต่ทันใดนั้น ก็มีแสงสว่างพุ่งขึ้นรอบตัวของเข็มทอง พรายหดมือร้องด้วยความปวดแสบปวดร้อน สั่งให้ศักยะเอาสร้อยที่คอเข็มทองออก
ศักยะเข้าไปพลิกตัวเข็มทอง เพื่อจะดึงเอาสร้อยออก จึงเห็นเข็มทองหน้าแตก เพราะกระแทกเข้ากับกล่องเหล็กที่ศีรษะมีเลือดไหลเป็นทางยาวก็ตกใจ คิดไม่ถึงว่าจะพลั้งมือฆ่าคนตาย
“บ้าเอ๊ย กะจะตีให้สลบ ไม่น่าหนักมือเลย แล้วฉันจะทำยังไงล่ะทีเนี้ย” ศักยะกลัวความผิด
“ก็แค่เอาไปทิ้ง ไม่เห็นจะยาก เชื่อข้าเถอะ เอามันไปทิ้งซะ ใครถาม บอกไม่รู้ไม่เห็นก็สิ้นเรื่อง” พรายแนะนำ ศักยะหวาดกลัวไม่คิดว่าเรื่องจะยุ่งยาก
ในระหว่างที่ศักยะนำถุงดำใส่ศพของเข็มทองมาใส่ท้ายรถ ลูกฟุตบอลลอยมาตกลงกลางท้ายรถพอดิบพอดี ศักยะตกใจโดดตัวลอย เด็กวัยรุ่นสองคนเข้ามาเกาะรั้วขอโทษและขอให้ศักยะช่วยเก็บบอลให้ที ศักยะเหงื่อแตกเต็มหน้ารีบเดินไปหยิบลูกบอลโยนออกไป แล้วรีบขึ้นรถขับออกไปจากบ้าน
ooooooo
ตาเลิศโทร.หาเข็มทองตั้งเย็นจนถึงค่ำ แต่ติดต่อไม่ได้จึงเข้ามาปรึกษากับรัชต์ รัชต์โทร.ขอความ ช่วยเหลือจากลูกน้องเก่าของพ่อและเช้าวันถัดมา รัชต์ก็ได้รับข่าวร้าย ว่ามีคนพบศพเข็มทองอยู่ใส่ถุงดำถูกนำไปทิ้งไว้แถวปทุมธานี และจะมีตำรวจมารับตัว คุณตาไปสอบปากคำ เพราะมือถือของเข็มทอง มีเบอร์คุณตาโทร.เข้าเป็นเบอร์สุดท้าย
ตาเลิศตามตำรวจมาที่โรงพัก แกให้การตามความจริงทุกอย่าง ตำรวจไม่สงสัยอะไรอีกจึงปล่อยตัวกลับไป แล้วเรียกศักยะมาสอบปากคำต่อ เพราะสงสัยว่าคนที่จะมาดูบ้านเป็นใคร แถมยังมีคนเห็นว่าศักยะแวะไปที่บ้านในตอนเย็นอีกด้วย
ศักยะกลัวความผิดร้องขอให้พรายช่วยตนด้วย
“ท่านกลัวเกินไปแล้วศักยะ ไม่มีพยานหลักฐานสาวถึงตัวท่าน แล้วท่านจะติดคุกได้ยังไง”
“แกไม่รู้อะไร เดี๋ยวนี้วิทยาการมันก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว เกิดมีรอยนิ้วมือฉันติดอยู่ที่ห้องเก็บของ ฉันไม่ต้องติดคุกหัวโตเหรอ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำลายหลักฐานทิ้งซะซิ รับรองไม่มีใครทำอะไรท่านได้แน่”
“แต่หลักฐานที่แกจะทำลายทิ้ง มันบ้านปู่ฉันนะ” ศักยะลังเล
“บ้านเก่าๆท่านจะสนใจไปทำไม ทำลายตัวบ้านแต่ที่ดินก็ยังอยู่ ท่านปลูกใหม่ให้สวยกว่าเดิมซักสิบเท่าก็ยังได้” พรายหลอกล่อ
“เออๆ แกจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่าให้สาวมาถึงตัวฉันได้ก็แล้วกัน” ศักยะยอมตกลง เพราะกลัวความผิด
“พี่ตั้นคุยกับใครคะ เสียงดังไปถึงข้างนอกเลย” พิมพ์พัสตราเข้ามาถาม
ศักยะหน้าเสียโกหกว่าคุยงานกับลูกน้องอยู่ พิมพ์พัสตราพยักหน้าเข้าใจ เปรยต่อเรื่องศักยะถูกเรียกตัวไปสอบปากคำ “แปลกดีนะคะ นังเข็มทองตายก็ต้องมาสอบปากคำเราด้วย พี่ตั้นจะไปฆ่ามันทำไม”
ศักยะหน้าเจื่อน พิมพ์พัสตราไม่ทันมองรีบเปลี่ยนเรื่องชวนศักยะไปทานข้าวที่บ้านพ่อแม่ของเธอ แต่ศักยะปฏิเสธ
อ้างว่าไม่สบาย พิมพ์พัสตราไม่พอใจต่อว่าศักยะ แล้วเดินงอนออกไป ศักยะมองตามเริ่ดคิดหนักเพราะความเอาแต่ใจของพิมพ์พัสตราเริ่มบดบังความสวยน่ารักของเธอมากขึ้นทุกที
กลางดึกคืนนั้น พรายทำให้เกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านไม้หลังหนึ่ง แล้วลามมาถึงบ้านของชัด ท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำตัวบ้าน เสียงพรายหัวเราะดังกึกก้อง
“สะใจกูเหลือเกินไอ้ชัด บ้านมึงไฟไหม้วอดวาย หลานชายมึงกลายเป็นฆาตกร ทั้งมึงทั้งไอ้ลพ อย่าหวังว่าจะตายตาหลับเลย พวกมึงต้องชดใช้สิ่งที่ทำไว้กับกู โครตเหง้าลูกหลานพวกมึงจะต้องวิบัติ กูขอจองเวร”
พรายจ้องมองรูปของชัดที่ถูกไฟลุกลาม เห็นแววตาโกรธแค้นของชัดภายใต้เปลวไฟที่ลุกโชน
ooooooo










