ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บารมีไม่รอช้าเดินตามแผนการที่ตะวันฉายวางไว้ให้ ชวนกันทิมาแวะไปหาลินจงที่โรงสีข้าว อ้างว่าคิดได้แล้ว และอยากจะช่วยพี่ๆน้องๆทำงานบ้าง แต่เรื่องค้าขายข้าวเขาไม่ถนัด อยากไปช่วยงานที่ M.S.JEWELRY มากกว่า ขอร้องลินจงช่วยพูดกับเผ่าลาภให้ที เพราะถ้าให้เขาพูดเอง พี่ใหญ่คงไม่ยอมฟัง

“เฮียก็พิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นสิว่าเฮียมีความตั้งใจจริง”

“ก็อั๊วยังไม่ได้ทำงาน อั๊วจะพิสูจน์อย่างไร...น่าอาจูช่วยหน่อยนะ บอกเขาว่าขอโอกาสให้อั๊ว ไม่เห็นแก่อั๊วก็เห็นแก่เมียอั๊วก็ยังดี” บารมีทำท่าน่าสงสารให้น้องสาวเห็นใจ...

ขณะที่แผนชั่วขั้นแรกของบารมีดูท่าจะราบรื่น นายสยามขับรถพาหรั่งกับโบ้ไปดูบ้านแถบชานเมืองที่เผ่าลาภยกให้ มันเป็นบ้านหลังใหญ่มีพื้นที่กว้างขวาง ปลูกหลบมุมอยู่ในกลุ่มแมกไม้ใบหนา สภาพของบ้านเหมือนไม่มีใครอยู่อาศัยมานานแล้ว แต่ก็ยังดีกว่าบ้านหลังเก่าในชุมชนจานเดี่ยวที่หรั่งกับเพื่อนๆเคยอยู่ โบ้ถึงกับร้องลั่นเมื่อเห็นความใหญ่โตของมัน กระเซ้าว่าเผ่าลาภมีบ้านใหญ่ขนาดนี้แอบมีเมียน้อยหรือเปล่า

“ไม่มี บ้านหลังนี้ซื้อเก็บไว้ตั้งแต่สมัยเฮียย้ง พี่ชายคุณเผ่าลาภ ไม่มีใครอยู่นานแล้ว เข้าไปดูข้างในกัน” นายสยามว่าแล้วเดินนำสองหนุ่มเข้าไปในตัวบ้าน พร้อมกับพาชมสถานที่และแจกแจงให้ฟังว่ามีห้องนอนใหญ่ 4 ห้อง ห้องนอนเล็กๆอีก 3 ห้อง ส่วนห้องน้ำข้างบนมี 2 ห้อง ข้างล่างมี 3 ห้อง

“ไง...พอใจไหมหรั่ง อ้อ...คุณเผ่าลาภฝากของมาให้น้องก้อยด้วยนะ อยู่ในรถแน่ะ”...

เสร็จจากการสำรวจทั่วบริเวณบ้านหลังใหม่แล้ว นายสยามขับรถพาหรั่งกับโบ้มาส่งที่ชุมชนจานเดี่ยว ก้อยชอบใจมากเมื่อได้สัมผัสไวโอลินที่เผ่าลาภฝากมาให้ ยิ่งได้รู้ว่าเป็นของพี่ชายของเขา เธอยิ่งเป็นปลื้มที่เขาดีกับตนเองเหลือเกิน ส่วนโบ้เที่ยวคุยอวดถึงบ้านหลังใหม่ให้เท่ห์ เช็งและน้าเบิ้มฟัง ทุกคนต่างหาว่าโม้ หรั่งจึงต้องเปิดรูปถ่ายของบ้านที่เก็บไว้ในไอแพดให้ดู แล้วถามเท่ห์กับเช็งว่าจะไปอยู่ด้วยกันหรือเปล่า

“กูว่ากูจะขอลองแบบชั่วคราวก่อนได้ไหม แบบเช้าไปเย็นกลับ” เท่ห์ต่อรอง

หรั่งแล้วแต่เพื่อน ส่วนตัวเองจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่เมื่อไหร่คงต้องให้ก้อยเป็นคนตัดสินใจ...

ระหว่างที่หรั่งกับเพื่อนๆดูจะพึงพอใจกับบ้านหลังใหม่ที่ได้มา ชาติชายแวะมาที่บริษัทใหญ่เพื่อนำรายงานผลการดำเนินงานที่เหมืองมาให้เผ่าลาภด้วยตัวเอง ท่านประธานดูจะไม่ค่อยชอบใจนักที่งานเดินหน้าช้าเกินกว่ากำหนด ชาติชายอ้างว่าช่วงนี้หาคนงานค่อนข้างยาก ส่วนใหญ่จะรวมตัวกันเรียกร้องค่าแรงงานสูงกว่าเดิมมาก เขาไม่ให้เพราะเห็นว่าจำนวนเงินสูงกว่าความสามารถ

“เขาต้องการประกันความเสี่ยงที่ทำงานกับลื้อหรือเปล่า เพราะไม่รู้วันไหนลื้อจะยกพวกไปไล่ยิงกับใคร”

“ไม่ว่าเฮียจะฟังใครมา ผมขอยืนยันตรงนี้เลยว่าผมไม่เคยระรานใคร แต่ตอนนี้เหมืองของเรากำลังถูกรุกรานและแทรกแซงจากเทพทอแสงทุกวิถีทาง ถ้าเฮียไม่เด็ดขาด เราอาจจะไม่ได้ที่ดินผืนที่เฮียต้องการผืนนั้น”

เผ่าลาภสั่งให้อนุมัติค่าแรงงานเพิ่มตามที่คนงานต้องการเพื่อให้งานสนามกอล์ฟและพิพิธภัณฑ์แล้วเสร็จให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องอื่นๆปล่อยเป็นหน้าที่เขาจัดการเอง ชาติชายไม่เข้าใจ ที่ดินผืนนั้นมีอะไรมากกว่าพลอยดิบหรือ เขาถึงอยากได้หนักหนา เผ่าลาภไม่ตอบได้แต่นั่งนิ่ง

ooooooo

ไม่ได้มีเผ่าลาภเท่านั้นที่รู้ว่าใต้ที่ดินพิพาทมีสายแร่ทองคำและแร่ควอตซ์ แสงเทพเองก็รู้เช่นกันแม้จะไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แน่นอน เพราะเขาเองก็แอบสำรวจเอาไว้นานแล้ว สุริยะถึงกับบ่นอุบว่าตัวเองพลาดเรื่องนี้ไปได้อย่างไร ที่แท้เผ่าลาภพยายามกันแสงเทพออกไปจากที่ผืนนั้นก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง

“ตอนนี้คุณก็เลยจะขอให้ผมช่วยกันเผ่าลาภออกไปก่อน” สุริยะอ่านใจแสงเทพออก

“ถูกต้อง ธุรกิจมันก็อย่างนี้แหละครับ คุณก็ดูแล้วกันว่าใครให้ผลประโยชน์กับพรรคได้มากกว่ากัน พ่อค้าไทยน่าไว้ใจกว่าพ่อค้าจีนนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์แบบวิน วิน พวกเราถนัดนักแหละ”

สุริยะรับปากจะนำเรื่องนี้เสนอต่อหัวหน้าพรรคให้ทราบแบบลับๆ แสงเทพหัวเราะชอบใจ ก่อนจะแจ้งว่าได้จองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีใต้ค่ำวันนี้เผื่อเขาด้วยสองที่นั่ง เพื่อที่เราสองคนจะได้คุยเรื่องนี้กันต่อแบบเงียบๆ พร้อมกับชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าแถวๆเมืองปูซาน....

ฝ่ายชาติชายอดเป็นกังวลไม่ได้ที่มากรุงเทพฯ ครั้งก่อนแล้วพบว่าแก้มเพื่อนทอมของตองกับแม่ของเธอมีสายสัมพันธ์กับคนชั่วๆอย่างแสงเทพ เกรงว่าหลานสาวจะตกเป็นเครื่องมือให้กับสองแม่ลูก เขาจึงมาดักรอเธอหน้าโรงเรียนเพื่อขอคุยด้วยตามลำพัง ตองพาน้าชายไปนั่งคุยที่ร้านไอศกรีมใกล้ๆ ชาติชายร้อนใจซักถามหลานสาวว่าคิดจะคบแก้มเป็นแฟน รู้จักหัวนอนปลายเท้าเธอดีแล้วหรือ เป็นลูกเต้าเหล่าใครรู้บ้างหรือเปล่า

ตองสวนทันทีว่าไม่ได้คิดจะแต่งงานกับแก้ม ทำไมต้องสืบประวัติกันด้วย แล้วต่อว่าเขาว่าซักไซ้ยิ่งกว่าพ่อกับแม่ของเธอเสียอีก ชาติชายโต้ว่าอาจเป็นเพราะตนรู้อะไรๆมากกว่าพ่อแม่ของเธอ

“ถ้าอย่างนั้นอากู๋มาถามตองอีกทำไม”

“กู๋อยากรู้ว่าตองกำลังโดนหลอกหรือเปล่า เพื่อนตองกำลังเอาเปรียบตองหรือเปล่า ปิดบังอะไรที่เลวร้ายไว้โดยที่เราไม่รู้หรือเปล่า”

“ทำไมอากู๋ว่าเพื่อนตองอย่างนี้ล่ะ อากู๋เคยมีเพื่อนไหม เพื่อนดีๆน่ะ เพื่อนตายน่ะเคยมีไหม ตองว่าอากู๋ต้องไม่เคยมีแน่ๆ เพราะอากู๋เป็นแบบนี้นี่เองถึงไม่มีใครคบ” ตองต่อว่าจบ เดินออกจากร้านไปอย่างขุ่นเคือง คว้ามือแก้มที่ยืนรออยู่หน้าร้านพากันวิ่งหายไปในฝูงชน ชาติชายได้แต่นั่งทอดถอนใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งกลางกรุง อรจิรากำลังอ่านข่าวของแพรวาในคอลัมน์ซุบซิบ จากหนังสือพิมพ์ให้เจ้าตัวที่นั่งอยู่ข้างๆฟังว่า

“สาวไฮโซฯออกทีวี ตอนแรกตอบติดๆขัดๆ แค่พักโฆษณากลับมาอีกที ตอบได้อย่างน้ำไหลไฟดับเล่นเอาพิธีกรถึงกับอึ้ง นี่แหละลูกล่อลูกชนของคนรุ่นใหม่ ไม่รู้ว่ามียาดีอะไรใกล้ๆตัวหรือเปล่าหนอ”

แพรวายอมรับว่ามียาดีจริงๆ ยาที่ว่าก็คือหรั่งนั่นเองที่ช่วยให้เธอผ่านพ้นการสัมภาษณ์มาได้ด้วยดี

“แล้วนัดเลี้ยงฉลองใหญ่กันหรือยังล่ะ”

“ฉลองอะไร เกือบจะได้ช่วยนายหรั่งดับไฟล่ะสิไม่ว่า รู้ไหมฉันไม่เคยเห็นไฟไหม้ใกล้ๆเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต น่ากลัวมาก ยิ่งเห็นหน้าชาวบ้านในนั้นด้วยยิ่งน่าสงสารใหญ่เลย กลับบ้านฉันต้องสวดมนต์ไหว้พระขออย่าให้เกิดมาเป็นคนยากคนจนอย่างนั้นเลย”

“ตกลงเรื่องโรงเรียนที่เราดูมาให้ก็เป็นอันว่าไม่เรียนต่อแล้ว จะอยู่ทำงาน”

แพรวาอยากจะทำอะไรให้คุณป๋าบ้าง ขนาดหรั่งซึ่งเป็นคนอื่นแท้ๆ ยังอุตส่าห์มาช่วยงานอย่างเต็มใจ เธอเป็นลูกกลับไม่ใส่ใจ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น อรจิรากระเซ้าว่าวันนี้นั่งฟังแพรวาพูดถึงแต่หรั่ง แล้วเอาตะวันฉายไปไว้ไหน มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า แพรวาส่ายหน้า

“ฉันไม่ได้เจอเขาตั้งแต่วันที่เธอไปแล้วล่ะ อะไรก็ไม่รู้นึกจะโผล่ก็โผล่มาทำเซอร์ไพรส์แล้วก็เงียบไปเลยติดต่อก็ไม่ได้ ฉันก็เลยเลิกตามเขาเลย เขาจะได้รู้บ้างว่าเวลาที่ไม่มีฉัน เขาจะเป็นอย่างไร”แพรวางอนไม่เลิก...

คนที่แพรวาบ่นถึงไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรเมื่อเวลาที่ไม่มีเธออยู่ใกล้ๆ เพราะมัวแต่ไปนั่งจีบแองจี้หลานสาวแสนสวยของแสงเทพอยู่ริมสระว่ายน้ำในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาประกอบกับมีปากเป็นเอกอยู่แล้วทำให้ตะวันฉายจีบเธอติดได้ไม่ยาก...

ระหว่างที่ตะวันฉายกำลังสานสัมพันธ์อยู่กับแองจี้ แสงเทพนำรถตู้มารับสุริยะที่บ้านเพื่อเดินทางไปสนามบิน สุริยะบ่นเสียดายที่หัวหน้าพรรคไม่ได้เดินทางไปด้วยแต่นับว่ายังเป็นโชคดีของแสงเทพที่ท่านให้เขาเป็นคนตัดสินใจทุกเรื่องให้จบที่ปูซานได้เลย แสงเทพดีใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

“แต่คุณอาจจะเหงากว่าผมหน่อยนะเพราะทริปนี้ผมมีคนรู้ใจไปด้วย” สุริยะว่าพลางหันไปมองโฉมฉายที่ตามมาสมทบกับทั้งคู่ซึ่งยืนคุยกันอยู่ที่รถตู้ แสงเทพยิ้มอย่างมีเลศนัย พร้อมกับเปิดประตูรถตู้ให้ดวงใจลงมา

“ผมก็มีคนรู้ใจของผมไปด้วยเหมือนกันนะครับ นี่คุณดวงใจครับ”

“โถ นึกว่าใคร ล็อบบี้ยิสต์ตัวแม่นี่เอง” สุริยะทักทายอย่างเป็นกันเอง...

ด้านเผ่าลาภกลับถึงบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อรู้ข่าวว่าสุริยะไปดูงานที่เกาหลีใต้กับแสงเทพ บ่นให้รำไพที่มารอต้อนรับฟังว่าไม่น่าประมาท ปล่อยให้ศัตรูฉกตัวสุริยะไปเจรจากันอย่างลับๆ นอกประเทศแบบนี้

“คุณคิดว่าคุณสุริยะกำลังจะย้ายไปถือหางข้างโน้นหรือคะ” รำไพพลอยไม่สบายใจไปด้วย จังหวะนั้นแพรวายกแก้วใส่น้ำเย็นมาให้พ่ออย่างเอาใจ ก่อนจะถามว่าหรั่งกับพวกไปดูบ้านหลังใหม่หรือยัง เผ่าลาภเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องถามนายสยามดูเอง

“เรียบร้อยแล้วครับ แต่จะย้ายเมื่อไหร่ นายหรั่งยังไม่ได้บอกครับ” นายสยามรายงาน...

หรั่ง ก้อย โบ้ และครอบครับของโบ้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ในค่ำวันเดียวกัน แต่กลับต้องเจออุปสรรค เพราะไฟฟ้าเกิดช็อต ทำให้ไฟดับทั้งบ้านต้องจุดเทียนไขแทน หรั่งเดินนำก้อยจะพาขึ้นไปที่ห้องนอน แต่กลับสะดุดบันไดหัวเกือบทิ่ม หันมาเตือนเธอให้ก้าวระวังๆ

“หรั่งไม่ต้องห่วง ไฟดับหรือไม่ดับ มันก็เหมือนกันสำหรับก้อย”

ooooooo

ลินจงมาหาเผ่าลาภที่บ้านแต่เช้าเพื่อช่วยพูดเรื่องที่บารมีจะขอมาทำงานที่ M.S.JEWELRY เขาอดตำหนิไม่ได้ทำไมบารมีไม่มาของานทำด้วยตัวเอง

“ก็คงกระดากนั่นแหละเฮีย แต่เท่าที่ดู เขาก็กลับ เนื้อกลับตัวดีขึ้นเยอะแล้วนะ เฮียหาตำแหน่งอะไรให้เขาหน่อยเถอะ เขาอุตส่าห์มาเอ่ยปากอยากทำงานกับฉันอย่างนี้แล้ว” ลินจงช่วยเชียร์บารมีเต็มที่

“ไปไหนไม่รอดล่ะสิ ถึงได้กลับมาหาอั๊ว” เผ่าลาภบ่นอย่างมีอารมณ์

“เฮีย...อารมณ์เสียมันก็เสียกับตัวเองเปล่าๆ ยังไงก็ช่วยหางานให้เขาสักตำแหน่งเถอะ เอาตำแหน่งอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้เสียหายน่ะ”

“ตำแหน่งที่เสียหายน้อยที่สุด...เซลส์ละมั้ง” เผ่าลาภเสียงเข้ม...

บารมีถึงกับโวยลั่นเมื่อรู้ว่าเผ่าลาภจะให้ทำงานเป็นเซลส์ ไม่วายยังแดกดันว่าถ้าอย่างนั้นน่าจะส่งเขาไปเป็นยามเฝ้าที่จอดรถเสียเลยจะได้สิ้นเรื่อง เผ่าลาภให้เขาเสนอมาว่าอยากจะได้ตำแหน่งอะไรแล้วโยนชาร์ตแสดงสายงานภายในบริษัทให้ดู บารมีชี้ไปที่ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายภายในประเทศ

“ลื้อจะเอาตำแหน่งนี้เลยหรือ แล้วคนที่เขาทำอยู่ตำแหน่งนี้ล่ะ ลื้อจะให้เขาไปอยู่ไหน”

“ก็เป็นเซลส์ไง” บารมีกวนประสาทไม่เลิก เผ่าลาภยอมไม่ได้เด็ดขาดถ้าจะรับเขาทำงานแล้วต้องไล่ใครออกหรือลดตำแหน่งของใครที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เช่นนั้นคนอื่นจะมองตนเองไปในทางไม่ดี และถ้าบารมียังงอแงเรื่องมาก เลือกงานอย่างนั้นอย่างนี้อยู่อีกก็อย่าทำดีกว่า แม้แต่ตำแหน่งเซลส์ เขาก็ไม่ให้ทำ

“ถ้าอย่างนั้น มีตำแหน่งไหนบ้างที่อั๊วทำได้โดยเฮียไม่ต้องไล่ใครออกไปล่ะ”

“ยาม” เผ่าลาภเสียงดังฟังชัด บารมีฉุนขาดลุกออกไปทันที ยังไม่ทันจะเดินออกจากตัวอาคารของบริษัทเจอหรั่งที่เพิ่งมาถึงพอดี ทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร บารมีเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน ถามอย่างยียวนว่ามองอะไร แล้วเดินกระแทกไหล่หรั่งออกไป ชายผู้อ่อนวัยกว่าได้แต่มองตามอย่างเจ็บแค้นใจ...

ครู่ต่อมา หรั่งมาขอพบเผ่าลาภเพื่อจะเรียนถามว่าตำแหน่งเลขาฯเอ็ม.ดี.ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ต้องทำอะไรบ้าง เผ่าลาภยังนึกไม่ออก แต่ตอนนี้ให้เขาไปช่วยแพรวาเหมือนเดิมก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที...

ทันทีที่แพรวาเจอหน้าหรั่ง ตำหนิว่ามารับตำแหน่งใหม่วันแรกก็มาสายเสียแล้ว เขาต้องขอโทษด้วยบังเอิญเมื่อคืนไฟช็อต เช้านี้ต้องซ่อมสายไฟที่บ้านก็เลยทำให้มาทำงานสาย แพรวาอยากรู้ว่าบ้านใหม่เป็นอย่างไรบ้าง ก้อยชอบหรือเปล่า หรั่งยังไม่ทันจะว่าอะไร อรทัยถือโบรชัวร์เข้ามาในห้องเสียก่อน

“แพรวา ไปตามงานมหกรรมอัญมณีโลก โปรเจกต์ของอาฮุยให้อาโกที อาฮุยเขาไปดีลกับบริษัทเวดดิ้ง เพื่อให้มาเป็นพาร์ตเนอร์กับเรา เผื่อว่าอนาคตเราอาจจะทำบาร์เตอร์ผูกกันยาวๆได้ เพราะเขาก็อยากจะใช้เครื่องประดับของเราไปบริการลูกค้าเหมือนกัน อาฮุยเขาจะไปรอเจอเราที่โน่นเลยนะ”

“แล้วน้องแพรต้องทำอะไรบ้างคะ”

อรทัยให้แพรวาแค่ไปนั่งทำหน้าสวยๆให้ทางนั้นเห็น อย่างอื่นปล่อยให้กัมปนาทหรืออาฮุยคุยเอง ถ้าเกิดมีอะไรไม่แน่ใจก็ให้กลับมาปรึกษาเธอก่อน อรทัยยื่นโบรชัวร์ให้หลานสาวแล้วกลับออกไป แพรวาถือโอกาสชวนหรั่งไปงานนี้เป็นเพื่อน...

ทางด้านบารมีรีบโทร.ไปรายงานตะวันฉายที่กำลังอยู่บนเตียงนอนกับแองจี้ว่าแผนการล้มเหลวไม่เป็นท่า เผ่าลาภจะให้เขาไปทำหน้าที่เซลส์ ทั้งๆที่เขาตั้งใจจะขอเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขาย เผื่อจะได้ยักย้ายถ่ายเทสินค้าหรือเปลี่ยนออเดอร์เปลี่ยนสต๊อกได้ แต่เผ่าลาภไม่ยอมให้เป็น ตะวันฉายแนะให้ไปทำงานที่เหมืองพลอย เขาไม่อยากไปทำที่นั่น เพราะชาติชายดูแลอยู่ เราสองคนไม่ค่อยกินเส้นกันนัก

“ก็ยิ่งดีสิครับ คนถูกกันจะไปโกงมันทำไม ผมว่างานเหมืองนี่แหละเหมาะกับน้าบารมีมาก โอเค ผมจะรีบกลับกรุงเทพฯให้เร็วที่สุด แล้วค่อยคุยกันนะครับ” ตะวันฉายวางสาย แองจี้ซึ่งกำลังแต่งตัวอยู่ หันมาทักท้วงทันที ไหนว่าจะอยู่ต่ออีกคืนหนึ่ง ตะวันฉายเห็นเธอจะรีบไปแล้วเขาจะอยู่กับใคร แองจี้ไล่ให้ไปหาเอาใหม่แถวสระว่ายน้ำ ตะวันฉายปากหวานตามนิสัยว่าอยู่กับใครก็ไม่เหมือนอยู่กับเธอ

“งั้นก็ตามฉันให้ทัน หาฉันให้เจอแล้วกันนะ” แองจี้เข้ามาจูบตะวันฉายแล้วออกจากห้อง เขามองตามครู่หนึ่งก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.สั่งดอกไม้ส่งไปให้แพรวาที่ออฟฟิศ

ooooooo

เนื่องจากผู้จัดการเว้ดดิ้ง เซ็นเตอร์ชื่นชอบแพรวาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่อรทัยส่งเธอมาช่วยกัมปนาทครั้งนี้ จึงทำให้การเจรจาธุรกิจของทั้งสองบริษัทเป็นไปด้วยดี ผู้จัดการตกลงใจจะเซ็นสัญญาร่วมเป็นคู่ค้ากับทาง M.S. JEWELRY และถือโอกาสชักชวนแพรวามาเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ให้กับทางร้านด้วย...

ในขณะที่แพรวาและกัมปนาทได้คู่ค้ารายใหม่มาร่วมงาน ตะวันฉายกำลังเช็กเอ้าต์ออกจากโรงแรมที่พัก รสสุคนธ์ตามเข้ามารายงานว่าสินค้าลอตใหม่จะผ่านด่านเข้ามาคืนนี้ ตรงเวลาและครบตามจำนวนที่สั่ง

“ถ้าอย่างนั้นของฝากของพี่รสก็ครบตรงเวลาเช่นกัน” ตะวันฉายว่าแล้วส่งกระเป๋าถือแบรนด์เนมสุดหรูให้รสสุคนธ์เสมือนเป็นของฝากจากต่างประเทศ ทว่าภายในนั้นบรรจุเงินสดอัดไว้แน่น “ถึงบ้านค่อยนับนะครับ...อ้อ...มีอีกเรื่องหนึ่ง ผมอยากได้โปรเจกต์ Jewelry on the beach ของบริษัท M.S. มาทำเอง พี่รสจัดการให้หน่อย”

“แล้วจะไม่ผิดใจกับหนูแพรวาหรือคะ”

“เรื่องนั้นผมจัดการเองได้ รับรองเอาอยู่” ตะวันฉายยิ้มเจ้าเล่ห์...

ระหว่างนั่งรถกลับออฟฟิศ   แพรวาแนะให้หรั่งเปลี่ยนชื่อ ให้ยาวกว่าและเพราะกว่าชื่อเก่า เวลาที่เธอแนะนำให้ใครต่อใครรู้จักเขาจะได้ฟังแล้วภูมิฐาน และที่สำคัญเธอจะได้ไม่ต้องอายคนอื่น

“ต้องชื่ออย่าง สุริยะหรือตะวันฉาย อย่างนี้ใช่ไหมครับถึงจะภูมิฐาน ถึงจะไม่อาย แล้วผมต้องเปลี่ยนนามสกุลด้วยหรือเปล่าครับ” หรั่งประชดประชัน  แพรวาไม่ได้อยากให้เขาเปลี่ยนนามสกุล เพราะนามสกุลของเธอเองก็ไม่ได้ไพเราะแถมยังยาวเป็นวา เขาเชื่อว่าอีกไม่นานเธอก็จะได้เปลี่ยนนามสกุล

“เดี๋ยวนี้ผู้หญิงแต่งงานแล้วไม่ยอมเปลี่ยนนามสกุลมีเยอะแยะไป ผู้ชายมาใช้นามสกุลผู้หญิงยังมีเลย”

“ผู้หญิงกับผู้ชายมักจะมองอะไรต่างกัน”

“ผู้หญิงละเอียดอ่อนกว่า อย่างเวลาผู้หญิงงอนผู้ชาย มักจะไม่รู้เรื่องไม่รู้จักง้อ มารู้ตัวอีกทีก็เลิกกันเสียแล้ว”

“แปลว่าเขารักไม่จริงมากกว่าครับ” คำพูดของหรั่งทำให้แพรวานึกถึงตะวันฉายขึ้นมาทันที...

ด้านเผ่าลาภพยายามโทร.ติดต่อจะขอเข้าพบสุริยะเพราะรู้ว่ากลับจากเกาหลีใต้แล้ว แต่ทางนั้นอ้างว่าเดินทางเหนื่อยต้องการพักผ่อน เขาถึงกับถอนใจ เหนื่อยใจ นายสยามสังเกตเห็นอาการของเจ้านาย ถามว่าคุณสุริยะกลับมาแล้วหรือ ได้ความว่าเพิ่งมาถึง ระยะหลังมานี่เผ่าลาภจะเข้าพบเขาแต่ละทียากเย็นเหลือเกิน

“ทำไมไม่ให้คุณหนูแพรวาช่วยล่ะครับ” นายสยามแนะนำ

ooooooo

แพรวาถึงกับยิ้มหน้าบานเมื่อเห็นดอกไม้ช่อใหญ่พร้อมการ์ดจากตะวันฉายวางอยู่บนโต๊ะทำงานบนการ์ดเขียนข้อความไว้ว่า “หลังจากใช้เวลาชั่วครู่ พี่ก็พบแล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่พี่ควรจะมอบช่อดอกไม้ให้นอกจากน้องแพร ขอโทษที่หายหน้าไป แต่ก็ไม่เคยไปไหนได้ไกล เพราะหัวใจพี่ถอดฝากไว้ที่นี่ ถ้าเป็น ไปได้เราน่าจะได้เดินกินลมชมพระจันทร์กันในเร็ววันนี้นะจ๊ะน้องแพร”

“เขารักฉันจริง เขาง้อฉัน” แพรวาพูดจบ ชูการ์ด และช่อดอกไม้ให้หรั่งดู จังหวะนั้น เผ่าลาภเข้ามาขอให้ลูกสาวไปบ้านของสุริยะด้วยกันเย็นนี้ แล้วถามว่ามีอะไรรังเกียจรังงอนกับตะวันฉายอีกหรือเปล่า

“หายหมดแล้วค่ะ เดี๋ยวน้องแพรโทร.ไปบอกพี่ตะวันก่อนนะคะ”...

ครู่ต่อมาแพรวากับเผ่าลาภมาถึงบ้านของสุริยะ ตะวันฉายออกมาต้อนรับทันทีที่สองพ่อลูกลงจากรถแพรวาขอบคุณเขามากสำหรับดอกไม้และการ์ดหวานๆ แล้วหยิบดอกไม้ช่อสวยจากในรถให้เขาเป็นการตอบแทน เผ่าลาภขอตัวเข้าไปพบสุริยะ ก่อนจะก้มลงไปบอกหรั่งซึ่งเป็นสารถีให้ช่วยโทร.ไปบอกคุณรำไพทีว่าวันนี้เขาคงกลับค่ำ ตะวันฉายรอจนเผ่าลาภคล้อยหลัง ก้มดูในรถถึงกับยิ้มหยันที่เห็นหรั่งนั่งอยู่

“อ๋อ คนขับรถคนนี้นี่เอง น้องช่วยเลื่อนรถไปจอดทางโน้นนะ ระหว่างรอก็เช็ดรถล้างรถไปพลางๆ ก็ได้ แต่อย่าใช้น้ำเปลืองนักล่ะ” ตะวันฉายแขวะจบ โอบไหล่แพรวาเข้าไปในตัวบ้าน หรั่งมองตามอย่างไม่สบอารมณ์...

ตะวันฉายพาแพรวามาที่ห้องนั่งเล่นซึ่งติดกับสนามหน้าบ้าน ใช้ความกะล่อนแก้ตัวว่าที่หายหน้าไปเพราะมัวแต่ยุ่งกับการทำบริษัทโฆษณา บางทีวันหนึ่งข้างหน้า เขาอาจจะขอรับงานจากบริษัทของเธอบ้าง แพรวาแกล้งอำว่าถ้ามารับงานไปจากเธอจะกดราคาให้ต่ำๆ

“โธ่...อย่าแกล้งพี่นักเลยจ้ะ ขอให้พี่ได้เรียนรู้งานจาก M.S. เถอะนะ พี่จะได้เติบโตและยังมีโอกาสใกล้ชิดน้องแพรมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย...นะ...แล้วพี่จะขอเข้าไปคุยอย่างเป็นทางการอีกทีนะจ๊ะ” ตะวันฉายหอมแก้ม แพรวาอย่างเอาใจ หรั่งยืนพูดโทรศัพท์อยู่ที่สนามหันมาเห็นพอดี เดินเลี่ยงไปทางอื่นไม่อยากเห็นภาพบาดตา...

ขณะที่ตะวันฉายปรับความเข้าใจกับแพรวาได้อย่างราบรื่น เผ่าลาภกลับมีปัญหากับสุริยะ เพราะถูกต่อว่าเรื่องที่ไปแจกเงินให้ชาวชุมชนจานเดี่ยวซึ่งโดนไฟไหม้จนเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ สุริยะอ้างว่า การกระทำครั้งนี้ของเผ่าลาภทำให้พรรคเสียชื่อ เพราะเขาเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค ผู้คนจะพากันคิดว่าเขาแจกเงินซื้อเสียงล่วงหน้า บ้างก็หาว่าเขาเลี้ยงคนไว้ปลุกระดม เผ่าลาภถึงกลับหน้าเสีย

จังหวะนั้น หรั่งถือโทรศัพท์มือถือเข้ามาหาเผ่าลาภ แจ้งว่ารำไพจะขอพูดด้วย เขาหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว

“มีอะไร  เดี๋ยวค่อยกลับไปคุยที่บ้านได้ไหม... โอเคนะ” เผ่าลาภพูดจบส่งมือถือคืนให้หรั่งซึ่งผละจากไปแล้วหันไปถามสุริยะเรื่องขอประทานบัตรที่ดินรอบภูเขา ฝ่ายถูกถามชักสีหน้าทันที

“คุณก็รู้ว่ามันรีบร้อนไม่ได้ ยิ่งตอนนี้คุณไปทำเรื่องไว้อีก ถ้าเกิดคุณได้ที่ผืนนี้ไป นักข่าวเขาไม่เขียนแซวใหญ่หรือว่ายกที่ให้คนกันเอง เฮอะ...แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นายทุนหัวหน้าสลัมนั่นไง โอ้โฮ แล้วทีนี้พรรคจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เคยคิดบ้างหรือเปล่า...ขอโทษนะที่วันนี้ต้องพูดแรงๆ กับคุณ มันเก็บอัดอั้นไว้ในใจนานแล้ว ถ้าผมไม่พูดเสียวันนี้ วันหน้ามันอาจจะต้องพูดกันด้วยถ้อยคำที่แรงกว่านี้เยอะ”

เผ่าลาภถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออก หรั่งซึ่งยืนมองอยู่ไกลๆ พลอยเครียดไปด้วย

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงบ้าน แพรวาหอบช่อดอกไม้ ที่ได้จากตะวันฉายเดินขึ้นห้องอย่างร่าเริง ผิดกับเผ่าลาภที่ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาด้วยสีหน้าท้อแท้และผิดหวังสักพัก หรั่งตามเข้ามา เขามองแปลกใจทำไมยังไม่กลับบ้านอีก หรั่งรอให้แน่ใจก่อนว่าเจ้านายจะไม่เรียกใช้อะไรอีกเผ่าลาภอยากมีเพื่อนคุยอยู่พอดีจึงชวนเขาให้นั่งด้วยกันก่อน

รำไพเดินถือน้ำเย็นเข้ามาให้ เผ่าลาภถามว่าเมื่อ ตอนเย็นโทร.ไปหาเขามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เธอแค่จะบอก ว่าพรุ่งนี้หมอนัดให้ไปพบตอนสิบโมงเช้าเขาพยักหน้า รับรู้แล้วบอกให้เมียรักไปนอนได้เลย เขายังไม่อยากนอน ทันทีที่เธอคล้อยหลัง เผ่าลาภหันไปปรับทุกข์กับหรั่งว่าเวลาที่คนเราตกอับ ทำไมอะไรๆถึงดูแย่ไปหมด

“คนที่เราเคยคิดว่าเขาจะช่วยเราได้กลับพึ่งพา ไม่ได้ คนที่เคยคิดว่าจะไปด้วยกันได้ดีก็เปลี่ยนไป ตำหนิเราซ้ำอีกต่างหาก สุขภาพที่เคยคิดว่าแข็งแรงก็กลายเป็นย่ำแย่”

หรั่งพูดให้กำลังใจจนเผ่าลาภรู้สึกดีขึ้น ความ เครียดคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงกับออกปากว่ามีอะไรบางอย่างทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับหรั่ง นับตั้งแต่วันแรกที่เราสองคนเจอกัน แม้เกมชีวิตของเขาอาจจะจบลงด้วยความล้มเหลว แต่เขามั่นใจว่าการเข้ามาของหรั่งคือการต่อเวลาให้เขา หรั่งนิ่งไปอึดใจก่อนจะสารภาพ

“เราไม่ได้เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกหรอกนะครับ สิบเจ็ดปีที่แล้ว มีเด็กชายคนหนึ่ง เติบโตอยู่ในกองคาราวาน ก่อสร้าง แคมป์ของพวกเขาตั้งอยู่ข้างบ้านริมทะเลของเศรษฐีคนหนึ่ง เขามีชื่อว่า เผ่าลาภ”

จากนั้นเหตุการณ์เมื่อ 17 ปีก่อนก็พรั่งพรูออก จากปากหรั่ง ตอนนั้นเขากำลังเล่นอยู่กับเด็กหญิงแพรวาที่หน้าบ้านหลังนั้น เผ่าลาภออกมาตามลูกสาวให้เข้าบ้านได้แล้ว แพรวาออดอ้อนขอเล่นต่อไปอีกสักพักเขาให้เวลาลูกอีกสิบนาทีเท่านั้น แล้วถามเธอว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร แพรวาไม่รู้จักชื่อเด็กชายที่เล่นด้วย ได้แต่บอกพ่อว่าเล่นอยู่กับลูกครึ่ง หรั่งเห็นแพรวามัวแต่คุยคว้าตุ๊กตาหมีที่มีลูกเกาะอยู่บนหลังไปจากมือเธอซึ่งวิ่งไล่เอาคืน

“เย็นวันนั้น นานเกินกว่าสิบห้านาที เจ้าของบ้าน ผู้ใจดีก็ออกมาอุ้มลูกสาวเข้าบ้านไป พร้อมกับเอาขนม มาส่งให้เด็กชายคนนั้น เป็นขนมที่เขากินเข้าไปตั้งสิบวัน มันก็ยังไม่หมด”

“นายนั่นเองหรือ” เผ่าลาภมองหรั่งอย่างพิจารณา

“ครับ...ลุงช่างไม้ในแคมป์ก่อสร้างนั่นเก็บผม มาเลี้ยง ผมก็เลยมีนามสกุลว่านาคำ มีบ้านเกิดอยู่ศรีสะเกษ อยู่ตรงไหนผมยังไม่เคยไปเลย”

“นายเก่งมากที่มาจนถึงตรงนี้ได้...ขอบใจนายมากนะที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง” เผ่าลาภพูดจบ หยิบกล่องคุกกี้ของรำไพที่วางอยู่ใกล้มือให้เขา “ฉันให้...ไม่ต้องเก็บไว้จนถึงสิบวันหรอกนะ”

หรั่งขอร้องเผ่าลาภอย่าเพิ่งเล่าเรื่องนี้ให้แพรวาฟัง เพราะเธอคงจำไม่ได้และที่สำคัญเขาอาย...

ในเวลาต่อมา เผ่าลาภล้มตัวลงนอนข้างๆรำไพ พลางบอกว่าเขาเจอเด็กลูกครึ่งคนนั้นแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเด็กนั่นจะอยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง รำไพมองสามีอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน...

ทางด้านหรั่งหยิบตุ๊กตาลูกหมีที่แยกมาจากตุ๊กตาแม่หมีของแพรวาเมื่อ 17 ปีก่อนขึ้นมาดู แล้ววางรวมไว้กับข้าวของที่เกี่ยวข้องกับแพรวาในกล่องไม้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะเก็บไว้บนหลังตู้เสื้อผ้าในห้องนอน

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน กัมปนาทกำลังเมาได้ที่ กอดคอธนู โยกตัวไปมาอยู่แถวเคาน์เตอร์บาร์ในผับหรูอย่างมี ความสุขแต่ไม่วายต่อว่าว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะยอมเต้นรำเป็นเรื่องเป็นราวกับตนเองสักที ธนูอ้างว่าเต้นไม่เป็น

“เธอไม่พยายามต่างหาก เรื่องอื่นๆยากกว่าเต้นรำตั้งเยอะ เธอยังทำเพื่อฉันได้เลย”

ธนูกำลังพยายามอยู่ จังหวะนั้น รสสุคนธ์ตามเข้ามาสมทบ บอกให้กัมปนาทฟังสิ่งที่เธอจะพูดให้ดี เพราะเกี่ยวกับโปรเจกต์ของเขาโดยตรง เนื่องจากกลุ่มธุรกิจ ท่องเที่ยว โรงแรมและห้างสรรพสินค้าเห็นพ้องต้องกันว่างานใหญ่ขนาดนี้ไม่ควรให้บริษัท M.S. ผูกขาดแต่ผู้เดียว จึงเรียกร้องให้เป็นมหกรรมที่จัดโดยภาครัฐจะเหมาะสมกว่า พวกนั้นจึงขอถอนตัวจากโปรเจกต์นี้ กัมปนาทถึงกับร้องอ้าว แล้วที่เขาติดต่อกับต่างชาติและลงทุนไปหลายส่วนแล้วจะให้ทำอย่างไร รสสุคนธ์แจ้งว่าหน่วยงานของรัฐจะเข้ามาสานต่องานนี้เอง โดยผ่านทางสมาคมแห่งหนึ่ง

กัมปนาทปรี๊ดแตกโวยลั่นว่าทำแบบนี้เท่ากับหักหลังกันชัดๆ งานนี้ตนเองปั้นมากับมือ จะมาชุบมือเปิบได้อย่างไร ตนไม่ยอมเด็ดขาด แล้วกรีดร้องสุดเสียงก่อนจะลงไปดิ้นกับพื้น

“ธนูพาเจ้านายของเธอกลับไปก่อนเถอะ ฟื้นเมื่อไหร่ช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจด้วยนะ” รสสุคนธ์ว่าแล้วเดินเลี่ยงออกไป ธนูพยายามประคองกัมปนาทให้ลุกขึ้นแต่เขาดิ้นหนี พนักงานร่างบึ้กในร้านเข้ามาช่วยเหลือ ธนูบอกให้เขาพากัมปนาทไปรอข้างหน้าผับ อีกสักครู่ตนจะไปถอยรถมารับ แล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำชาย หยิบผ้าขนหนูชุบน้ำ ก่อนจะวิ่งกลับออกมา อารามรีบร้อนชนเข้ากับสาวใหญ่หุ่นดีคนหนึ่ง พอรู้ว่าเธอเป็นครูสอนเต้นรำ ธนูสนใจขึ้นมาทันที ต่างแลกนามบัตรกัน แล้วแยกย้ายกันไปตามทางของตัว...

ด้านรสสุคนธ์รีบไปหาดวงใจซึ่งรออยู่บริเวณลานจอดรถลับตาคนของผับแห่งนั้น มอบเอกสารที่มีรายชื่อของผู้ให้การสนับสนุนโปรเจกต์ของกัมปนาทให้

“ทีนี้ก็เหลือแต่รถคอนเน็กชั่นของพี่ดวงใจ จับมาชนกันได้ งานนี้ก็ดังระเบิด”

ดวงใจชวนรสสุคนธ์เข้าไปดื่มฉลองความสำเร็จด้วยกัน เธอปฏิเสธว่าไม่ว่างต้องกลับไปนับเงินที่บ้านแล้วผละจากไป ดวงใจขยับจะไปเช่นกันแต่เหลือบเห็นแก้มจูงมือตองเดินไปที่ทางเข้าผับ

การ์ดเฝ้าประตูไม่ยอมให้ทั้งคู่เข้าเพราะอายุไม่ถึงเกณฑ์ แก้มอาศัยลูกมั่วจะพาตองเข้าไปให้ได้ จนเกือบจะมีเรื่องกัน โชคดีที่ดวงใจมาขวางไว้ ทันทีที่แก้มเห็นแม่ตัวเอง รีบพากันวิ่งหนี ดวงใจวิ่งตามจนทัน ขอร้องให้ลูกอยู่คุยกันก่อน แก้มไม่อยากคุยด้วยเพราะยังน้อยใจไม่หายที่แม่ทิ้งเธอกับพ่อไป คว้ามือตองวิ่งหนี

ooooooo

หรั่งพาก้อยเดินสำรวจรอบบ้านแต่เช้า ขณะที่เท่ห์ โบ้ และเช็งขึ้นไปซ่อมหลังคาบ้าน ส่วนเจ๊โอ๋พาน้องๆ ทั้งสามคนของโบ้ไปส่งโรงเรียน น้าเบิ้มเข้ามาถามว่ามีใครหิวบ้างไหม ทุกคนส่งเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันว่าหิว หรั่งเห็นมีข้าวเหนียวเหลือจากเมื่อวานแต่ไม่มีกับข้าว เท่ห์อาสาจะไปตลาดให้แต่คงจะช้าเพราะอยู่ไกลมาก

“ขอแบ่งจากเพื่อนบ้านก่อนได้ไหม” ก้อยแนะ

เช็งตะโกนลงมาจากหลังคาว่าแถวนี้ไม่มีบ้านของคนอื่นนอกจากบ้านหลังนี้ของเราเท่านั้น...

ด้านตะวันฉายแวะไปหาแสงเทพที่บ้านต้องแปลกใจที่เห็นส่วนหัวของบรรดาสัตว์สตัฟฟ์น้อยใหญ่ติดอยู่เต็มผนังห้องโถง แสงเทพคุยว่าสิงสาราสัตว์เหล่านี้แม้จะดุร้ายแค่ไหนไม่เคยพ้นเงื้อมมือเขาแม้แต่ตัวเดียว แต่มีอยู่หนึ่งตัวท่าทางไม่ดุร้ายสักเท่าไหร่ แต่กลับรอดเงื้อมมือเขาไปได้ ตะวันฉายเดาได้ไม่ยากว่าเขาหมายถึงอะไร

“ตัวที่ชื่อ M.S. ใช่ไหมครับ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของอาหมดแล้วนี่ครับ คนของผมก็เริ่มเข้าไปเจาะวงในแล้ว โปรเจกต์ใหญ่ของมัน ผมก็ดึงเอามาแล้ว ผมว่าไม่นานก็ล้มครับ”

แสงเทพไม่คิดเช่นนั้น หลังตรวจสอบแล้วพบว่าแหล่งเงินที่เป็นขุมกำลังของ M.S. Group. คือโรงสีข้าว ดังนั้นถ้าจะล้มพวกมันก็ต้องล้มธุรกิจข้าวของมันก่อน แต่ถ้าตะวันฉายส่งคนเข้าไปเป็นไส้ศึกได้จริง ก็ให้แอบเอารายละเอียดงบดุลของที่นั่นออกมาให้ตนเองดูเพื่อความแน่นอน ตะวันฉายอาสาจะลงมือด้วยตัวเอง...

เช้านี้แพรวามีนัดมาเซ็นสัญญากับทางเวดดิ้ง เซ็นเตอร์ แต่กัมปนาทเกิดป่วยกะทันหันมาไม่ได้ เธอจึงขอเลื่อนนัดเป็นคราวหน้า รอให้กัมปนาทหายป่วยเสียก่อน ผู้จัดการร้านยินดีไม่มีปัญหา แต่ไหนๆแพรวาก็มาที่ร้านทั้งทีแล้ว จึงชวนให้มาถ่ายแบบชุดแต่งงาน ขณะที่เธอรีๆรอๆจะเอาอย่างไรดี ตะวันฉายเดินเข้ามาในร้านพอดี

ผู้จัดการร้านจึงชักชวนให้เขาถ่ายรูปคู่กับแพรวาเผื่อติดโชว์หน้าร้าน แล้วเรียกช่างภาพมาจัดฉากให้ หรั่งได้แต่มองคู่รักโอบกอดกันอย่างเจ็บแปลบหัวใจ...

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ตะวันฉายสั่งให้หรั่งเอารถกลับออฟฟิศไปก่อน ส่วนเขากับแพรวาจะไปหาของอร่อยๆกินกันแล้วจะพาเธอไปส่งเอง หรั่งมองตามหญิงในฝันขึ้นรถไปกับศัตรูหัวใจจนลับสายตา แล้วขยับจะไปที่รถ แต่ต้องชะงักเมื่อผู้จัดการร้านเวดดิ้ง เซ็นเตอร์เดินหน้าเครียดเข้ามาหา

“คุณหรั่ง ผมมีเรื่องสำคัญต้องฝากกลับไปยังบริษัท M.S. ของคุณ เกี่ยวกับธุรกิจระหว่างเรา”...

ทางฝ่ายบารมีเดินตามแผนสำรองที่วางไว้กับตะวัน-ฉาย โดยแวะไปขอให้อรทัยช่วยฝากตนเองไปทำงานที่เหมือง เธอพอจะมองออกว่าน้องชายอยากไปทำงานที่นั่นเพราะคิดจะไปตักตวงผลประโยชน์เหมือนที่เธอกับสามีแอบทำ จึงเตือนว่าอย่ามูมมามให้ใครผิดสังเกตเด็ดขาด เธอจะให้ทนงศักดิ์คอยจับตาดูเขา...

ระหว่างจะออกจากบริษัท บารมีสวนกับหรั่งที่เพิ่งกลับเข้ามาซึ่งหยุดจ้องหน้าเขาเขม็ง บารมีไม่พอใจตะคอกถามว่ามองทำไม เมื่อไหร่จะเลิกมองตนเองเสียที หรั่งจะมองจนกว่าจะจับตัวคนที่เผาบ้านของเขาได้

“ฝันไปเถอะไอ้น้อง” บารมียิ้มเย้ย ก่อนจะผละจากไป...

อรทัยถึงกับร้องเอะอะเมื่อรู้ข่าวร้ายจากหรั่งว่าทางเวดดิ้ง เซ็นเตอร์ขอยกเลิกทุกข้อตกลงที่คุยไว้กับทางเรา เพราะเราไม่ได้เป็นผู้จัดงานมหกรรมอัญมณีครั้งนี้แล้ว สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับจะเป็นผู้จัดงานนี้อย่างเป็นทางการ โดยการสนับสนุนของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

“ตัดหน้ากันเห็นๆ กัมปนาทว่าอย่างไรบ้าง”

หรั่งรายงานว่าวันนี้กัมปนาทไม่ได้ไปด้วย เขาให้เลขาฯหน้าห้องอรทัยโทร.ตามแล้ว แต่กัมปนาทไม่รับสาย ได้แต่ฝากข้อความเสียงไว้ว่าขอลาไปสิงคโปร์ไม่มีกำหนด

“ตาย...ตายกันพอดี ฉันจะเป็นคนบอกพ่อของยายแพรเอง นายออกไปได้แล้ว”...

ชาติชายหน้าเครียดไม่แพ้อรทัยเช่นกัน เมื่อได้ยินทนงศักดิ์คุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของเหมืองว่าบารมีจะมาเป็นพนักงานใหม่ของที่นี่และให้ขึ้นกับทนงศักดิ์โดยตรง ส่วนจะรับผิดชอบงานด้านไหนเขาจะแจ้งมาอีกที

ooooooo

เนื่องจากบ้านหลังใหม่อยู่กลางทุ่ง ไม่มีเพื่อนบ้าน ใกล้เคียงทำให้ทุกคนไม่มีอะไรทำ น้าเบิ้มดูจะเหงากว่าใครเพื่อน ได้แต่นั่งเล่นหมากฮอสอยู่คนเดียว ขณะที่เท่ห์ เช็ง และโบ้ช่วยกันใช้หนังสติ๊กยิงขึ้นไปบนต้นมะม่วงที่มีลูกอยู่เพียงผลเดียวเพื่อฆ่าเวลา ส่วนเจ๊โอ๋เตรียมตัวจะไปตลาด แล้วจะเลยไปรับลูกๆที่โรงเรียน

หรั่งขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาพร้อมกับถุงใส่อาหารหลากหลายชนิด ร้องทักเจ๊โอ๋ว่าจะออกไปข้างนอกใช่ไหมให้รอเขาสักครู่ จะได้ติดรถออกไปด้วยกัน แล้วหิ้วข้าวของเข้าไปเก็บในบ้าน ชวนก้อยให้กินขนมจีนน้ำยาเจ้าอร่อยที่เขาซื้อมาฝาก ก่อนจะไปหยิบจานกับขนมจีนมาวางไว้ให้ ก้อยแปลกใจทำไมวันนี้หรั่งเลิกงานเร็ว

“ยังไม่เลิกหรอก แต่พอดีมีเวลาว่างก็เลยเอาข้าวเอาน้ำมาส่งให้ไง”

ก้อยเห็นว่าอยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำ บอกให้หรั่งซื้อดอกไม้มาให้ร้อยพวงมาลัย แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ ทำไปก็เท่านั้น คงไม่มีใครมารับไปขายอยู่ดี

“หรั่งจะซื้อดอกไม้มาให้ก้อย แล้วพอก้อยร้อยเสร็จ หรั่งจะเอาไปส่งให้เอง...ก้อยฟังนะ อยู่ที่นี่ก้อยอยากได้อะไรบอกหรั่ง อยากทำอะไร ทำได้ทุกอย่างเพราะที่นี่คือบ้านของเรา” หรั่งย้ำทีละคำอย่างภูมิใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่สวนอาหารร่มรื่นแห่งหนึ่งย่านบางบ่อ แพรวานั่งฟังตะวันฉายปั้นน้ำเป็นตัวเรื่องที่ตัวเองกำลังเดินหน้าเปิดบริษัทสิ่งพิมพ์และส่งออก โดยจะส่งปลาสลิดเป็นสินค้าตัวแรกไปยังประเทศแถบยุโรป และขอให้แพรวาช่วยจ้างบริษัทของเขาทำหนังสือโปรโมตบริษัทของเธอ เขาก็จะได้เครดิตไปใช้หางานสิ่งพิมพ์ต่อไปได้ไม่ยาก และยิ่งไปกว่านั้น เขาจะได้เรียนรู้งานจากบริษัทของเธอไปในตัว

“จะได้เห็นตัวอย่างการเติบโตของ M.S. Group. แล้วเอามาพัฒนาธุรกิจส่งออกปลาสลิดของพี่ได้เช่นกัน”

“ฟังดูเหมือนพี่ตะวันกำลังจะสมัครงานกับน้องแพรเลยนะ”

“หรือน้องแพรคิดว่าพี่ควรจะสมัครงานกับใครก็บอกได้เลยนะจ๊ะ”

แพรวารับปากจะพูดเรื่องนี้กับพ่อของเธอให้ จังหวะนั้น บริกรยกอาหารมาเสิร์ฟ ตะวันฉายสั่งปลาสลิดสิบกิโลกรัมใส่ถุงเอากลับไปฝากเผ่าลาภ...

กว่าตะวันฉายจะพาแพรวามาส่งที่ออฟฟิศก็เลยเวลาเลิกงานไปนานแล้ว เห็นหรั่งยังเดินเตร่รออยู่ แกล้งใช้ให้เอาปลาสลิดท้ายรถของเขาไปใส่รถแพรวา แล้วย้ำกับแฟนสาวว่าอย่าลืมเรื่องที่คุยกันไว้ ก่อนจะขับรถจากไป หรั่งตำหนิแพรวาว่าออกไปตั้งแต่สิบโมงเช้า ทำไมเพิ่งกลับมาป่านนี้ เท่ากับวันนี้เธอไม่ได้งานอะไรสักอย่าง แพรวาอ้างว่างานของเว้ดดิ้ง เซ็นเตอร์เมื่อเช้าเป็นฝีมือเธอ

“แสดงว่าคุณยังไม่ได้อัพเดทเรื่องงานมหกรรมอัญมณี”

“เดี๋ยวเจ็กฮุยก็มาบอกฉันเองแหละ” แพรวาพูดจบ สั่งให้หรั่งพากลับบ้าน...

ในขณะที่แพรวายังไม่รู้ว่าข้อตกลงที่ทำไว้กับ เวดดิ้ง เซ็นเตอร์เป็นอันล้มเลิก ที่บ้านของหรั่งเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อบ๊าสน้องชายของโบ้เป็นไข้ตัวร้อน ร้องไห้งอแง ยาแก้ไข้ก็ไม่มีให้กิน ครั้นจะพาไปหาหมอ เท่ห์ไม่ได้เอามอเตอร์ไซค์มาด้วย ก้อยพยายามเช็ดตัวเพื่อลดไข้ให้แต่ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก จะโทร.บอกให้หรั่งซื้อยามาให้ก็ไม่มีโทรศัพท์ ทุกคนต่างมีสีหน้าวิตกกังวล

“เอาไงดีแม่ ฉันกลัวมันจะชักน่ะ” โบ้มองน้องของตัวเองอย่างใจคอไม่ดี

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น