ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เผ่าลาภบ่นให้รำไพฟังขณะ ฝ่ายหลังกำลังนวดไหล่คลายเครียดให้ ว่าแสงเทพกลับมาแล้ว และขยับเข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ รำไพจำที่เขาเคยบอกได้ว่ารับมือกับเรื่องนี้ได้ไม่ยาก

“งั้นเอาเรื่องที่ผมไม่รู้จะรับมืออย่างไรบ้างไหม”

รำไพพยักหน้า รอฟังอย่างตั้งใจ เผ่าลาภเล่าว่าหลังจากหาหมอ เขาแวะไปที่คอนโดฯที่พักของบารมี ได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งนั่งจมอยู่กับกองทุกข์เพราะน้องชายของเขาเป็นต้นเหตุ รำไพดักคอว่า เขายังมีน้องชายอีกคนหนึ่งที่จมกองทุกข์อยู่ที่เหมืองไม่แพ้กัน แล้วถามว่ากันทิมากับบารมีมีปัญหากันหรือ เผ่าลาภพยักหน้า

“คงเป็นเรื่องเงินๆทองๆ เด็กที่โรงงานบอกว่าเห็นอาหั่งเข้าบ่อน ผมเลยคิดจะช่วยอาหั่งด้วยการชวนกันทิมามาทำงานกับเรา เห็นเธอวาดรูปสวยดี แต่เธอคงต้องถามอาหั่งก่อนนั่นแหละ” เผ่าลาภสรุป...

กันทิมาทำอย่างที่เผ่าลาภคาดไว้ไม่มีผิด ด้วยความเกลียดชังและริษยาพี่ชายเป็นทุนเดิม บารมีจึงไม่ยอมให้เธอไปทำงานให้บริษัทกินเงินเดือนกงสีเด็ดขาด กันทิมาแค่อยากมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวเพราะเงินออมในบัญชีของเธอใกล้หมดแล้ว บารมีขู่ฟ่อถ้าขืนเธอไปทำงานก็ไม่ต้องกลับมาหาเขาอีก

“อ้อ...หรือว่าที่อยากทำงานก็เพราะว่าอยากจะไปเหมืองใช่ไหม อยากไปเจอหน้าอาเหลียงละสิ...ผัวอยู่นี่ทั้งคน ยังมีใจคิดถึงแฟนเก่าอีกหรือ อยากจะสำส่อนนักหรือไง” บารมีพาลอาละวาดคว้าของใกล้มือปาทิ้ง...

หรั่งถึงกับถอนใจหนักใจเมื่อเห็นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและรักษาพยาบาลของก้อยที่ทางเจ้าหน้าที่การเงินของโรงพยาบาลคิดคร่าวๆ ให้เป็นเงินร่วมสองแสนสองหมื่นบาท นี่ขนาดอาจารย์หมอเมตตาไม่คิดค่าตัว

“ผมต้องจ่ายเมื่อไหร่ครับ”

“จ่ายตอนออกจากโรงพยาบาลก็ได้ค่ะ อาจารย์หมอขอไว้” เจ้าหน้าที่การเงินมองหรั่งอย่างเห็นใจ...

ในเวลาต่อมา ขณะหรั่งกำลังป้อนมื้อเย็นให้ก้อยซึ่งคอยซักโน่นถามนี่เรื่องที่ทำงานของเขาไม่หยุดปาก เท่ห์ โบ้และเช็งแวะมาเยี่ยม โบ้คุยอวดว่าวันนี้พวกตนแต่งหล่อมาเต็มที่เพื่อมารอก้อยเปิดตา หรั่งกระเซ้าว่าแต่งมาผิดวันแล้วหมอยังไม่ให้เปิดตาตอนนี้ แล้วถามเพื่อนซี้ทั้งสามคนว่าพรุ่งนี้ว่างไหม มีงานให้ทำ แต่งานนี้ไม่ได้เงิน

“พวกมึงห้ามปฏิเสธ แล้วก็พรุ่งนี้หาชุดที่ดีที่สุด มาใส่ด้วย”

“ชุดที่ดีที่สุดกูใส่วันนี้แล้วว่ะ ยังหล่อไม่พอเหรอวะ” เท่ห์ เช็งและโบ้โวยวายแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน

ooooooo

หรั่งมาหาแพรวาที่บ้านของเธอแต่เช้าเพื่อนำรายการสิ่งที่เธอต้องทำในวันนี้มาให้ดู แต่เธอกลับแผลงฤทธิ์ใส่อาศัยตอนที่พ่อกับแม่ของเธอไม่อยู่ต้องเดินทางไปเหมืองที่กาญจนบุรี สั่งให้ส้มเด็กรับใช้ทำหน้าตาตื่น วิ่งไปใช้โทรศัพท์ที่อยู่ในห้องโถง โทร. ขึ้นมาหาเธอที่ห้องนอนแล้วให้พูดตามบทที่เธอบอกและให้ทำเสียงตื่นเต้นไปด้วย

“คุณหมอหรือคะ คุณแพรวาไม่สบายมากเลยค่ะ ตัวร้อนมากค่ะ สงสัยไปทำงานไม่ได้แล้วค่ะ คุณหมอช่วยมาดูหน่อยนะคะ”  ส้มพูดตามได้ทุกคำไม่มีตกหล่น หรั่งมองอยู่นานจึงถามเธอว่าคุณแพรวาเป็นอะไร

“ไม่สบายค่ะ ตัวร้อนจี๋เลย ต้องให้หมอมาดูหน่อย”

หรั่งรู้ทันว่าเป็นแค่เรื่องตบตา ตอนเจอรำไพเมื่อครู่ไม่เห็นบอกว่าแพรวาไม่สบายทั้งที่เป็นคนไปปลุกเธอ...

ด้านแพรวานอนหัวเราะชอบใจอยู่ในห้องเพราะคิดว่ากำจัดหรั่งสำเร็จ มีเสียงส้มเคาะประตูห้องเรียกเธอดังขึ้น แพรวาตะโกนถามว่าหรั่งไปแล้วใช่ไหม เงียบไม่มีเสียงตอบ เธอชักสงสัย เดินมาเปิดประตูดู ต้องตกใจที่เห็นหรั่งยืนจังก้าอยู่กับส้ม รีบปิดแทบไม่ทัน แล้วเอาหลังพิงประตูไว้ เสียงหรั่งตะโกนขึ้นว่า

“ผมเอาสิ่งที่คุณต้องทำวันนี้มาให้คุณดู ฝากไว้ที่น้องส้มนะครับ ผมจะขอไปทำธุระสักครึ่งวัน คุณจะได้ไม่ต้องเจอหน้าผม แล้วตอนบ่ายผมจะเข้าไปที่บริษัท ถ้าคุณหมอมาคุณก็บอกเขาไปว่าหายดีแล้ว เขาคงไม่ว่าอะไร แต่ถ้าคุณเกิดเป็นไข้ขึ้นมาจริงๆ ตอนบ่ายผมจะซื้อยามาฝาก” หรั่งพูดจบส่งแฟ้มงานให้ส้ม แล้วผละจากไป ขณะที่แพรวายืนหน้าแตกหมอไม่รับเย็บอยู่ในห้อง...

ธุระที่หรั่งขออนุญาตไปทำไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัว เขาอยากจะไปสืบราคาค่าเช่าพื้นที่ตามห้างฯหร ซึ่งมีบูต

ของ M.S.JEWELRY ตั้งอยู่ ครั้นจะให้เดินดุ่มๆ เข้าไปถาม คงไม่มีใครให้คำตอบ จึงวางแผนให้เท่ห์ โบ้และเช็งปลอมตัวเป็นนักธุรกิจต่างชาติมาจากเกาะโบราโบร่าเข้าไปสืบราคาดู เนื่องจากชาวโบราโบร่าทั้งสามคน พูดไทยไม่ได้ พูดภาษาอังกฤษก็ไม่แข็งแรง หรั่งจึงต้องทำหน้าที่ล่ามและผู้ประสานให้

แม้พนักงานขายพื้นที่ให้เช่าของห้างสรรพสินค้าหรูหราเหล่านั้น จะทำท่าดูหมิ่นดูแคลน แต่ก็ยอมให้เอกสารแสดงแผนผังที่ตั้งและราคาค่าเช่าพื้นที่ทั้งหมดให้หรั่งดู เท่ห์ โบ้และเช็งในคราบนักธุรกิจต่างชาติเห็นราคาแล้วพากันตกใจ รีบกลับออกไปแทบไม่ทัน...

เท่ห์ยังบ่นไม่เลิกว่าทำไมพื้นที่แค่นิดเดียวค่าเช่าถึงได้แพงระยับอย่างนั้น หรั่งอธิบายว่าค่าเช่าที่เราเห็นอาจจะแพงสำหรับพวกเรา แต่ยังถูกกว่าราคาที่ฝ่ายขายเบิกไปจากบริษัท ทุกคนพากันตกใจอีกครั้ง

“แปลว่ามันยักยอกเงินบริษัท อืม...มันเก่ง” เท่ห์สรุปปิดท้าย หรั่งไม่รอช้ารีบนำข้อมูลที่ได้กลับออฟฟิศ

ooooooo

ทันทีที่แพรวาเข้ามาในห้องทำงานของอรทัย หรั่งซึ่งรอท่าอยู่แล้วนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินของบริษัทมาให้ดู แล้วสรุปให้เธอเข้าใจอย่างง่ายที่สุดว่า เงินค่าเช่าพื้นที่ที่เบิกไป มากกว่าเงินที่ใช้จ่ายจริง แสดงว่ามีคนยักยอกเงินส่วนต่างตรงนี้ไป แพรวาอยากรู้ว่าหรั่งจะให้ทำอย่างไรต่อไป

“คุณควรเอาหลักฐานทั้งหมดนี้ไปบอกคุณอรทัย เพื่อคุณอรทัยจะได้จัดการแก้ปัญหาได้”

แพรวาอ่านรายละเอียดที่หรั่งสรุปให้ครู่หนึ่ง แล้วหอบแฟ้มที่เกี่ยวข้องตรงไปยังห้องประชุมเล็กซึ่งอรทัยกำลังดูรายละเอียดแผนงานโฆษณาตัวใหม่ที่ออกทางวิทยุอยู่กับบรรดาครีเอทีฟ หนึ่งในพวกนั้นชวนแพรวามาถ่ายโฆษณาตัวใหม่ให้กับแมกกาซีนส่งเสริมการขายของบริษัท เธอตั้งตัวไม่ทันได้แต่อึกๆอักๆ

ครีเอทีฟคนนั้นเข้ามากระซิบใกล้ๆ “เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีก็ได้ค่ะ พี่กำลังจะย้ายไปทำบริษัทใหม่พอดี บริษัทของคุณตะวันฉายค่ะ คุณแพรวาคงไม่ปฏิเสธนะคะ”

แพรวาเลิกคิ้วด้วยความฉงนแต่ไม่ได้พูดอะไร รอจนทุกคนออกไปหมดจึงยื่นเอกสารในมือให้อรทัยดู เธอไม่ใส่ใจอีกเช่นเคย อ้างว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ตัวเลขพวกนี้น่าจะผิดพลาดทางเอกสารมากกว่าซึ่งเกิดขึ้นได้ หรือถ้าหากคุณสุชาติหัวหน้าฝ่ายขายในประเทศจะยักยอกเงินจริง ก็ไม่สะเทือนอะไรกับบริษัท

“น้องแพรลองคิดดูนะ ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายน่ะสำคัญมาก ฉะนั้นถ้าหัวหน้าฝ่ายขายมือดีของเราหลุดไปอยู่ที่อื่น เราจะเสียหายไหม ถ้าเรามัวแต่สนใจเรื่องหยุมหยิมอย่างนี้ เราจะทำงานใหญ่ไม่ได้ เรากำลังจะลุยตลาดโลกนะน้องแพร จะโกอินเตอร์กันแล้ว เบี้ยบ้ายรายทางพวกนี้ช่างมันเถอะ ปล่อยๆมันไป” อรทัยพูดจบลุกออกไป แพรวาถูกกล่อมจนคล้อยตาม เดินมาหาหรั่งซึ่งรอฟังข่าวอยู่

“ทุกอย่างที่นายคิดน่ะ มันผิดหมดเลย เอ้า...เอาคืนไป” แพรวายัดแฟ้มใส่มือหรั่งที่มองอย่างงงๆ...

ขณะที่ความพยายามจะอุดรอยรั่วภายในบริษัทของหรั่งทำท่าจะเป็นหมัน ที่บ้าน อบต.ในกาญจนบุรีซึ่งกำลังมีงานทำบุญ เผ่าลาภถึงกับหน้าเครียดเมื่อ อบต.สามคนที่เข้าข้างเขา พากันเร่งรัดให้เขาอัดเงินลงมาเร็วๆ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหา เพราะฝั่งตรงข้ามเริ่มไปดึงเอาชาวบ้านมาเป็นพวก ยุให้พวกนั้นต่อต้านบริษัทของเผ่าลาภ และอาจถึงขั้นนำชาวบ้านมาปิดโปสเตอร์ประท้วง

“ซึ่งก็ต้องมาทำประชาพิจารณ์ศึกษาผลกระทบ คราวนี้แหละจะเป็นปัญหา ถ้าผลออกมาชาวบ้านบอกว่าโครงการของคุณก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน รัฐมนตรีคนไหนก็ไม่กล้าออกประทานบัตรให้คุณหรอกครับ ถ้าคุณรีบตอนนี้ยังพอไหว พวกนายแสงเทพยังตั้งหลักกันไม่ทัน ผมจะช่วยประสานกับตัวแทนชาวบ้านให้ด้วย”

“ความจริงอยู่พรรคเดียวกันแท้ๆ ไม่น่าจะต้องมาทำธุรกิจแข่งกันเลยนะครับ”

จังหวะนั้น รำไพเดินนำคนงานของเหมืองพลอยเข้ามาหาเผ่าลาภ แจ้งว่าเกิดเรื่องยุ่งๆ ขึ้นที่เหมือง คนของเราตีกับชาวบ้านด้านหลังเขา เผ่าลาภตกใจ สั่งให้ไปตามตำรวจมาไกล่เกลี่ย...

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เผ่าลาภเป็นห่วง คู่กรณีทั้งสองฝ่ายสามารถไกล่เกลี่ยยอมความกันได้ เผ่าลาภเรียกคนของตนที่ไปก่อเรื่องมาพบที่สำนักงาน เพื่อฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชาติชายในฐานะหัวหน้ารายงานว่าพวกชาวบ้านเป็นฝ่ายเริ่มก่อน พยายามตีรวนพวกตนมาตั้งสามสี่วันแล้ว พอมาวันนี้ ตอนเรากำลังถ่ายรูปของเราอยู่ดีๆ พวกนั้นตรงเข้ามาเล่นงานทันที

“ผมเตือนแล้วว่าอย่ามีเรื่อง อาอี้ก็ไม่ฟังไม่สนใจวิ่งนำหน้าออกไปลุยกับมันเลย” กฤษฎาซัดทอดชาติชาย

“มันอาจเป็นพวกเทพทอแสงก็ได้นะเฮีย นายแสงเทพเขาเลี้ยงนักเลงไว้เยอะด้วย” กัมปนาทตั้งข้อสังเกต ทนงศักดิ์กลับมองว่าอาจเกิดจากเรื่องชู้สาวก็ได้ แล้วหันไปถามชาติชายว่าไปมีอะไรกับใครมาหรือเปล่า คนที่ตกเป็นจำเลยจ้องหน้าเขาเขม็ง เผ่าลาภเกรงเรื่องจะไปกันใหญ่ รีบตัดบท

“เอาละ ไม่ว่ามันจะเป็นใคร อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ต้องระวังตัวกันหน่อย ไม่จำเป็นก็อย่าทำอะไรห่ามๆนะอาเหลียง มันไม่คุ้มกัน...ทนงศักดิ์ จากนี้ไป ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วย เข้มงวดให้มากขึ้น”

ooooooo

รำไพมาหากัมปนาทที่โรงเจียระไน เลียบๆ เคียงๆ ถามว่างานล้นมือไหม เธอเห็นกันทิมาอยู่ว่างๆ จะให้มาช่วยงานด้านออกแบบ เขาไม่ได้มีงานรัดตัวขนาดนั้น แต่ที่ต้องมาที่เหมืองนี่ก็เพราะช่วงนี้งานเร่ง อีกอย่างหนึ่งเขามีธนูคอยช่วยงานอยู่แล้ว แล้วร้องเรียกชายหนุ่มให้เข้ามาหา แนะนำให้รู้จักกับรำไพพี่สะใภ้ใหญ่ของกัมปนาท

“ธนูเขาคล่องตัวไปหมด ถ้าไม่ได้ธนู ผมคงแย่เหมือนกัน...แต่ถ้าจะช่วยพี่กันทิมา ผมก็ยินดีนะ เพียงแต่ว่าพี่รำไพคิดหรือว่าเธอจะอยากมาอยู่ที่นี่ มันต้องมาอยู่ใกล้ๆเฮียเหลียงอีกนะ”

สะใภ้ใหญ่ของตระกูลมหาโชคตั้งศิริพยักหน้าเข้าใจ...

ขณะเผ่าลาภกำลังดูแปลนสำหรับจะสร้างรีสอร์ตและสนามกอล์ฟ กฤษฎาเข้ามาขอร้องให้ส่งเขากลับไป ทำงานที่ออฟฟิศใหญ่ในกรุงเทพฯ หรือไม่ก็ให้อยู่กับพ่อของเขาซึ่งคุมโรงงานเจียระไน เขาไม่อยากอยู่ที่เหมืองกับคนบ้าๆอย่างชาติชาย เผ่าลาภได้แต่ฟังนิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ...

ค่ำวันเดียวกัน ขณะหรั่งนั่งรอเผ่าลาภอยู่ในห้องโถงที่บ้านของฝ่ายหลัง แพรวาในชุดราตรีสั้นโชว์แผ่นหลังซึ่งรออรจิรามารับไปงานเลี้ยง เดินเข้ามาทักทายและขอความเห็นจากเขาว่าชุดของเธอโป๊ไปไหม ถ้าผู้ชายที่ชอบงอนกับแฟนอยู่บ่อยๆ พอเห็นแฟนแต่งตัวอย่างนี้จะหึงไหม หรั่งเริ่มเข้าใจประเด็นที่เธอถาม

“การแต่งตัวไม่น่าเป็นสาเหตุของการหึงหวงหรือการงอนมากกว่าพฤติกรรมครับ”

สิ้นเสียงหรั่ง อรจิรามาถึงพอดี แต่ไม่ได้มาคนเดียวพ่วงตะวันฉายมาเซอร์ไพรส์คนขี้งอนด้วย  แพรวาดีใจที่เจอเขา ลืมความขุ่นข้องหมองใจเสียสนิท ตะวันฉายเห็นหรั่งนั่งอยู่แถวนั้นด้วยไม่วายแขวะ

“อ้าว ผู้ช่วยอยู่ด้วยหรือ หวังว่าชุดของน้องแพรชุดนี้ ผู้ช่วยคงไม่มีส่วนเลือกหรอกนะ”

แพรวาเลือกเองคนอื่นไม่เกี่ยว ถามว่าถูกใจตะวันฉายหรือเปล่า เขาชอบมากใส่บ่อยๆ ยิ่งดี เธอตัดพ้อไม่ต้องมาทำปากหวาน แอบไปเปิดบริษัทโฆษณาไม่เห็นบอกกันสักคำ ตะวันฉายเกริ่นให้ฟังแล้ว แต่เธอลืมเองต่างหาก ทั้งสามคนพากันเดินไปคุยไปออกจากบ้าน ทิ้งให้หรั่งรอเผ่าลาภที่กำลังจะมาถึงเพียงลำพัง...

หลังจากอ่านรายงานที่หรั่งนำมาให้ เผ่าลาภถามเขาอีกครั้งว่า นี่เป็นตัวเลขที่แท้จริงแน่หรือ ชายหนุ่มยืนยันว่าใช่ ตัวเลขทั้งหมดมาจากเอกสารท่ีฝ่ายขายทำส่งให้คุณอรทัย มันเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ผู้บริหารระดับสูงมักจะมองข้าม ถ้าไม่ลงมาล้วงลูกจริงๆ ก็ยากที่จะพบช่องโหว่เล็กๆตรงนี้

“ไม่ว่ามันจะเล็กสักแค่ไหน ถ้ามันเป็นรูโหว่มันก็ส่งผลกระทบต่อบริษัทได้ทั้งนั้น เรื่องแบบนี้ฉันปล่อยเอาไว้ไม่ได้แน่ๆ”

ooooooo

เผ่าลาภเรียกผู้บริหารระดับสูงรวมทั้งอรทัยและสุชาติ มาพบที่ห้องทำงานของเขาทันทีที่ถึงออฟฟิศในเช้าวันถัดมา ใช้เวลาไม่นานนักในการตัดสินความผิดของสุชาติ เพราะมีเอกสารเป็นหลักฐานมายืนยัน

“ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว นอกจากจะบอกว่าฉันเสียใจและทุกๆ คนในห้องนี้ก็เสียใจ แต่เราคงร่วมงานกันต่อไปไม่ได้แล้วแหละ” เผ่าลาภประกาศกลางที่ประชุม...

ครู่ต่อมา เผ่าลาภเดินไปหาหรั่งที่โต๊ะทำงาน ขอบใจเขามากสำหรับเรื่องหัวหน้าฝ่ายขายคนนั้น ถ้าไม่ได้ เขา บริษัทคงจะต้องถูกตอดเล็กตอดน้อยอย่างนี้ไปอีกนาน รวมๆ แล้วเป็นเงินจำนวนมากทีเดียว หรั่งเสนอให้เผ่าลาภ หาตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้แพรวาได้แล้ว เพื่อว่าในเรื่องบางเรื่องเธอจะได้มีอำนาจตัดสินใจได้ทันท่วงทีกว่านี้ เขาจะลองพิจารณาดู แล้วยื่นซองใส่เงินปึกใหญ่ซองหนึ่งให้หรั่งซึ่งทำหน้างงๆ

“เงินเดือนล่วงหน้าสี่เดือนที่นายเคยขอไงล่ะ พอใช้ไหม”

หรั่งไม่ตอบ ได้แต่ก้มกราบเผ่าลาภหัวแทบจะโขกโต๊ะ

ooooooo

วันต่อมา กัมปนาทมาร่วมพิธีไหว้เจ้าที่บ้านเผ่าลาภและถือโอกาสปรึกษาเรื่องงานไปในตัว เนื่องจากตอนนี้ยอดขายอัญมณีของเราดูนิ่งๆไป เขาคิดว่าเราน่าจะมีแคมเปญใหม่ๆ ออกมาสร้างกระแสบ้าง แม้อรทัยจะเพิ่งประชุมทีมโฆษณาไปไม่นาน แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรให้โดดเด่นกว่าคนอื่น อัญมณีของเราจะค่อยๆ ตกขอบไปเรื่อยๆ

“แล้วลื้อคิดจะทำอะไรล่ะ”

“Jewelry on the beach” กัมปนาทยิ้มอย่างภูมิใจ เผ่าลาภเห็นด้วยกับแคมเปญนี้ให้เขาส่งรายละเอียดเข้ามา แล้วตนจะเอาเข้าที่ประชุมเอง โดยมิล่วงรู้เลยว่านี่เป็นความคิดของธนู เลขาฯส่วนตัวของกัมปนาท...

ขณะที่กัมปนาทกับธนูมุ่งหน้าไปยังชายหาดพัทยาเพื่อเยี่ยมชมโรงแรมที่จะจัดแคมเปญใหม่ ก้อยรู้สึกเกรงใจหรั่งที่ต้องมานั่งหลับอยู่ข้างเตียง คอยเฝ้าเธอที่โรงพยาบาล เสนอให้พาเธอกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน เธอไม่มีอาการข้างเคียงอะไรแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องลำบากมาคอยเฝ้า

“ไม่ได้ลำบากอะไรเลย นอนเล่นสบายใจต่างหาก ไม่เชื่อถามพี่พยาบาลดูก็ได้”

พยาบาลที่ยืนดูชาร์ตคนไข้อยู่ใกล้ๆ บอกว่าอยู่ที่นี่ก็ดีแล้วจะไปๆมาๆให้เสียเวลาทำไม พรุ่งนี้ก้อยก็ต้องผ่าตัดตาอีกข้างหนึ่งแล้ว ก้อยยกมือควานหาหรั่ง แล้วดึงเข้ามากระซิบเบาๆ ถ้าพรุ่งนี้เธอต้องผ่าตัดอีกก็แปลว่าเขาต้องจ่ายเงินที่เหลือใช่ไหม หรั่งไม่ตอบ หันไปขออนุญาตพยาบาลพาน้องออกไปที่สวนหย่อม เธอไม่มีอะไรขัดข้อง เชิญพาไปได้เลย...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน แสงเทพมาแผนเหนือเมฆรู้ดีว่าจะตามติดสุริยะเป็นเงาตามตัวไม่ได้ จึงเข้าทางลูกชายของเขาแทนที่ ทั้งคู่นัดไปซ้อมยิงปืนด้วยกันที่สนามซ้อม แสงเทพเห็นหน่วยก้านของตะวันฉายแล้วแนะนำว่า

“ไม่น่าหมกตัวอยู่แต่ในกรุงเทพฯนะ ต้องออกไปเปิดหูเปิดตารอบนอกบ่อยๆ คบหาคนแบบเดียวกันไว้เยอะๆ ให้เป็นเครือข่ายของเรา คนพวกนี้แหละจะเป็นผู้ต้อนเหยื่อมาให้เราล่อเป้าได้ง่ายขึ้น เข้าใจไหม”

ตะวันฉายยิ้มรับ จะลองทำตามคำแนะนำของแสงเทพ แล้วถามว่าจะให้เริ่มที่ไหนดี...

ด้านกัมปนาทเห็นโรงแรมที่จะจัดแคมเปญใหม่ตามคำแนะนำของธนูแล้วพอใจมาก แม้โรงแรมจะไม่ใหญ่โตแต่มีมุมเก๋ๆให้เลือกมากมาย อีกทั้งรสสุคนธ์ ผู้จัดการสาวใหญ่ของโรงแรมก็คุยกันถูกคอ เธอออกตัวว่าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเพชรพลอยเท่าใดนัก แต่เชื่อฝีมือธนูว่าไม่เคยแนะนำอะไรที่ไม่ดีมาให้ ธนูได้แต่ยิ้มรับคำชม

“ตั้งแต่ธนูเลิกขายประกัน ไม่มีตัวแทนคนไหนเอาใจใส่ดูแลพี่ได้ดีเท่าธนูเลยนะ” รสสุคนธ์ไม่วายหยอด คำหวาน “งั้นวันนี้พักผ่อนให้สบาย ใช้บริการโรงแรมให้เต็มที่ ส่วนโปรเจกต์ Jewelry on beach ถ้ามีรายละเอียดชัดเจนเมื่อไหร่ ค่อยคุยกันอีกทีนะคะ อ้อ...ถ้าสนใจบรรยากาศ คลาสสิก เครื่องดื่มดีๆ ดนตรีเพราะๆคืนนี้พี่ขอเป็นเจ้ามือจ้ะ” รสสุคนธ์ยิ้มให้ ก่อนจะขอตัวไปดูแลลูกค้า

ooooooo

หรั่งถือโอกาสเอาข้าวกลางวันมากินกับก้อยที่สวนหย่อมด้วยเลย จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เธอขอร้องถ้าหายดีเมื่อไหร่จะให้เขาพาไปหาคุณเผ่าลาภ อยากจะขอบคุณที่เมตตาให้หรั่งเบิกเงินเดือนล่วงหน้า และที่สำคัญเผื่อท่านมีงานอะไรให้ทำ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของเขา

“เอาไว้ให้หรั่งทำงานไม่ไหวก่อน ก้อยค่อยช่วยก็แล้วกัน ตอนนี้อย่าเพิ่งกังวล กินข้าวดีกว่าอร่อยๆ ทั้งนั้น เลย ทำใจให้สดชื่นพรุ่งนี้จะได้ผ่าตาอีกข้างหนึ่งแล้วนะ” หรั่งว่าแล้วตักกับข้าวใส่จานให้ก้อย แต่ต้องชะงักเมื่อเธอ ถามว่ามีเงินพอจะผ่าอีกข้างแล้วหรือ ถ้ายังไม่มีขอหมอเลื่อนไปก่อนดีไหม

จังหวะนั้น นายสยามเดินเข้ามาต่อว่าหรั่งว่าหาตัว ยากมาก โทร.หามือแทบหงิกแต่ไม่ติด เขาไม่ได้เติมเงินมือถือนานแล้วก็เลยใช้งานไม่ได้ นายสยามกำชับว่า     ทีหลังต้องคอยบอกเอาไว้ด้วยว่าวันหยุดอยู่ที่ไหนบ้าง เผื่อมีอะไรจะได้ตามตัวถูก แล้วยื่นซองใส่เงินปึกหนากว่าซองเก่าให้หรั่ง

“คุณเผ่าลาภฝากให้ฉันเอามาให้นาย ท่านถามฉันว่ารู้ไหมว่านายเอาเงินไปทำอะไร ฉันก็บอกท่านไปเท่าที่ฉันพอจะรู้ ท่านไม่ได้ถามฉันว่าเท่าไหร่ ท่านโทร.เช็กเองจากหมอประจำตัวของท่านแล้วก็ใส่ซองนั่นมา ท่านไม่ได้บอกว่านายต้องคืนท่านเมื่อไหร่ เหมือนจะให้เอามาใช้ฟรีๆ ยังไงก็ไม่รู้”

“คืนนี้ท่านไม่ได้ออกไปไหนใช่ไหม น้าหยาม” หรั่งมองซองเงินในมือด้วยความซาบซึ้งใจ...

ฝ่ายกันทิมากลุ้มใจมากที่วันหนึ่งๆ บารมีทำอยู่สองอย่างไม่เข้าบ่อนก็ดื่มเหล้า คืนนี้เขาเมาไม่ได้สตินอนขวางอยู่หน้าลิฟต์ของคอนโดฯที่พัก แถมอ้วกเลอะไปหมด รปภ.ของคอนโดฯต้องหามมาส่ง กันทิมาพยายามถอดเสื้อบารมีออก เพื่อจะเช็ดตัวให้แต่เขาดิ้นไปดิ้นมา พลันภาพ ในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ

ตอนนั้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว กันทิมาประคองร่างชาติชายซึ่งอยู่ในสภาพเมามายไม่ได้สติกลับหอพัก เขาพยายามจะเดินเข้าห้องเองแต่ไม่ไหว เธอต้องช่วยพยุงไปนอนที่โซฟา จากนั้นเขาก็หมดสติ บารมีเข้ามาบอกให้ทิ้งชาติชายวางไว้อย่างนั้น เดี๋ยวตนจะลากเขาเข้าห้องนอนเอง

เสียงเอ็ดตะโรของบารมีทำให้กันทิมาตื่นจากภวังค์ เขาตะโกนโหวกเหวกทั้งๆ ที่ยังหลับตาว่าอย่าไปบอกใครว่าเขาเมา เพราะเขาไม่มีวันเมา แล้วแน่นิ่งไปอีก กันทิมามองสามีอย่างระอาใจ...

หลังจากหรั่งกันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับค่าผ่าตัดตาอีกข้างของก้อยแล้ว เงินส่วนที่เหลือเขาขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าความมืดและสายฝนที่ตกกระหน่ำเอาไปคืนเผ่าลาภถึงบ้าน บอกว่าเงินที่ท่านให้มากเกินไปเขารับไว้ไม่ได้

“ขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับความเมตตา ผมมี สตางค์เมื่อไหร่จะรีบใช้คืนท่านทันทีครับ สวัสดีครับ”...

ขณะที่เผ่าลาภยืนอึ้งกับการกระทำของหรั่ง ให้ บังเอิญเหลือเกินที่ตะวันฉายมาเที่ยวผับแห่งเดียวกับที่กัมปนาท ธนูและรสสุคนธ์ ด้วยความเป็นคนหน้าตาดีทำให้สาวใจแตกพากันอ่อยเหยื่ออย่างไม่มียางอายเอาเบอร์มือถือยัดใส่กระเป๋าของตะวันฉายหน้าตาเฉย แต่เขาไม่สนใจ หันไปบอกกับคนที่พามาเที่ยวว่าผู้หญิงแบบนี้เขาเจอบ่อย ขอเร้าใจแบบมีคลาสมีไหม

“งั้นต้องผ่านเอเย่นต์ครับ...โน่นแน่ะ เจ๊ขาใหญ่ กำลังแดนซ์กระจายอยู่โน้น” คนพาเที่ยวชี้ไปที่รสสุคนธ์ซึ่งกำลังเต้นรำอย่างเมามันอยู่กับกัมปนาทบนฟลอร์...

พอเมาได้ที่ รสสุคนธ์โดดขึ้นเวทีคว้าไมโครโฟนประกาศเชิญชวนกัมปนาทขึ้นมาร้องคาราโอเกะ เขาร้องได้ไม่กี่ประโยคก็ถูกหนุ่มใหญ่ขี้เมาคนหนึ่งตะโกนด่าหยาบๆ คายๆ หาว่าเขาเป็นตุ๊ด แล้วพุ่งขึ้นไปกระชากไมโครโฟนจากมือ จับหัวกดกัมปนาทมาใกล้ๆ บริเวณเป้ากางเกงของตัวเอง ธนูทนดูไม่ไหวเข้าไปลากหนุ่มขี้เมาปากปีจอออกมา กลับถูกเขาคว้าขวดเบียร์แถวนั้นฟาดหัวถึงกับทรุด ก่อนจะถีบซ้ำจนตกเวที

บรรดานักเที่ยวแตกฮือ หนุ่มขี้เมาไม่หนำใจตาม เข้าไปจะกระทืบธนูซ้ำ พรรคพวกของหนุ่มขี้เมาอีกสองคนตามมาร่วมวงด้วย ขณะที่ตะวันฉายยืนดูเหตุการณ์ด้วยความมันส์ รสสุคนธ์คว้าของใกล้มือฟาดหัวหนุ่มขี้เมาหนึ่งที แต่ไม่สะเทือนกลับถูกเขาหันมาตบฉาดใหญ่ ตะวันฉายสบช่องชักปืนยิงขึ้นเพดาน 3 นัดซ้อน ทุกคนในผับวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น ส่วนกัมปนาทปรี่เข้าไปประคองร่างเลือดโชกของธนูไว้ หนุ่มขี้เมายังไม่ยอมรามือลากรสสุคนธ์จะออกไปยำต่อนอกผับ ตะวันฉายขวางไว้ พร้อมกับยกปืนจ่อหน้า

“ในนี้เหลืออีก 4 นัด มึงจะเหมาหมดไหม”

หนุ่มขี้เมาหายเมาเป็นปลิดทิ้ง ส่ายหน้าดิก ก่อนจะเหวี่ยงรสสุคนธ์ลงพื้น แล้ววิ่งหนีแต่ไม่พ้นถูกชายฉกรรจ์สองคนรวบตัวไว้ รุมยำจนเละ รสสุคนธ์ขอบใจตะวันฉายมาก ขอเลี้ยงเครื่องดื่มเป็นการตอบแทน

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็ก ผมกำลังหาลู่ทางทำธุรกิจแถวนี้อยู่ ผมชื่อตะวันฉายครับ”

“พี่ชื่อรสสุคนธ์ พี่ถนัดธุรกิจทุกประเภทจ้ะ” ทั้งสองคนต่างยิ้มให้กัน...

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้กัมปนาทรู้สึกดีกับธนูเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เพราะชายหนุ่มช่วยปกป้องศักดิ์ศรีให้ จากนี้ไปขอให้ธนูเรียกเขาว่า “ฮิวอี้” และคืนนี้ธนูต้องนอนห้องเดียวกับเขาเพื่อที่เขาจะได้คอยทำแผลและเช็ดเลือดให้ จากนั้นกัมปนาทค่อยๆปลดกระดุมเสื้อที่เปื้อนเลือดของธนูออก ทั้งสองสบตาอย่างรู้กัน

ooooooo

การผ่าตัดตาอีกข้างหนึ่งของก้อยผ่านไปด้วยดี ไม่มีการติดเชื้อไม่มีโรคแทรกซ้อน แต่อย่างที่อาจารย์หมอเคยบอกหรั่งไว้ ประสาทตาของก้อยที่เสียไปแล้ว ไม่สามารถเยียวยารักษาได้ การผ่าตัดแค่ช่วยไม่ให้ทรุดไปกว่านี้ ถึงอย่างไรเธอก็จะอยู่ในสภาพที่มองไม่เห็นเช่นเดิม คำพูดของอาจารย์หมอยังคงก้องอยู่ในหูหรั่ง

“สิ่งสำคัญที่คุณจะต้องดูแลก้อยต่อไปก็คือสภาพจิตใจ หมอเชื่อว่าถ้าไม่ท้อเสียอย่าง ก้อยจะต้องดำรงชีวิตอยู่ในสังคมนี้ต่อไปได้แน่ พยายามอย่าให้เธอรู้สึกว่าตัวเธอเป็นคนพิการ”...

แม้หรั่งจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าก้อยไม่มีทางมองเห็น แต่พอถึงตอนเปิดผ้าปิดตา เขายังทำเหมือนมีความหวังเตรียมช่อดอกไม้ไว้ให้ และคอยกุมมือเธอไว้ตลอด เท่ห์ โบ้และเช็งต่างยืนห้อมล้อมคอยเป็นกำลังใจให้ หมอ ค่อยๆเปิดผ้าปิดตาออก ก้อยลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้ม ทำให้ทุกคนพลอยยิ้มไปด้วย แต่แล้วรอยยิ้มนั้นกลับหุบลง มีน้ำตาเพียงหยดเดียวไหลออกมาจากสองตาที่บอดสนิทของเธอ...

งานเลี้ยงต้อนรับก้อยกลับบ้านยังคงจัดขึ้นที่บ้านเช่าของหรั่ง ทั้งผู้ใหญ่เงาะ น้าเบิ้มกับสามเพื่อนซี้รวมทั้งหรั่งด้วย ต่างส่งเสียงเฮฮาร่าเริงทำตัวปกติ แต่สายตาของทุกคนมองก้อยด้วยความเป็นห่วง เห็นเธอนั่งนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ต่างโล่งใจ แต่อยู่ๆ ก้อยยื่นมือควานหาอะไรบางอย่างไปทั่ว โบ้เดาใจเธอออกร้องบอกลั่น

“ดอกไม้...ดอกไม้แน่ๆ ใครมีดอกไม้บ้าง ก้อยอยากร้อยดอกไม้”

“เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล นั่งๆ นอนๆ ให้สบายใจก่อนไม่ดีกว่าหรือ ก้อยเอ๊ย” น้าเบิ้มทักท้วง

“มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ก้อยรู้สึกเหมือนกับว่าตาก้อยมองเห็น” คำพูดของก้อยทำให้ทุกคนอึ้ง นิ่งกันไปหมด ยิ่งเงียบเธอยิ่งเครียด ในที่สุดก็ปล่อยโฮอย่างหมดความอดกลั้น หรั่งโอบไหล่เธอไว้พลางกระซิบข้างหู

“ไปทะเลกันนะก้อย หรั่งจะพาก้อยไปเที่ยวทะเล ฉลองที่หมอเปิดตาให้ก้อย เราจะไปดูพระอาทิตย์ตกน้ำ ด้วยกัน ก้อยจะได้เห็นกับตาตัวเองว่ามันสวยงามแค่ไหน” หรั่งพูดราวกับว่าก้อยสายตาเป็นปกติ “ก้อยจำไว้นะ ตราบใดที่เราไม่ท้อ เราจะไม่มีวันหมดโอกาส ไม่มีวัน”...

ฝ่ายเผ่าลาภตัดสินใจทำตามคำแนะนำของหรั่ง โดยแจ้งแพรวาว่าจะบรรจุเธอเป็นพนักงานของบริษัทเต็มตัว และจะหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้รับผิดชอบ เธอจะได้โตเป็นผู้ใหญ่เสียที แพรวาถึงกับพูดอะไรไม่ออก...

ทางด้านแสงเทพยื่นข้อเสนอให้ตะวันฉายมาร่วมทำธุรกิจใต้ดินด้วยกัน โดยจะให้เขาหาสถานที่ไว้เป็นจุดพักสินค้า และเป็นตัวกลางคอยส่งสินค้าให้ มีค่าตอบแทน 20% ของมูลค่าสินค้าที่ส่ง

“งานไม่ยาก ทุกอย่างน่าจะราบรื่นดี ถ้าอาจะระวังไม่ให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคุณพ่อ”

“แต่อาว่าถึงพ่อของหลานชายรู้ เขาก็คงทำเป็นไม่เห็นมากกว่า ตกลงจะทำกับอาไหม”

เรื่องสกปรกแบบนี้เข้าทางตะวันฉายอยู่แล้ว

ooooooo

ระหว่างที่ตะวันฉายตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจมืดอย่างเต็มตัว หรั่ง เท่ห์ โบกับเช็งและก้อยขับรถมาถึงชายทะเล หรั่งจูงมือก้อยเดินลงไปที่หาดทราย โดยที่เท่ห์ โบ้และเช็งวิ่งแข่งกันลงทะเลไปเรียบร้อย ก้อยมีสีหน้าสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสียงลมพัดเสียงคลื่นซัดฝั่ง ทำให้เธอตื่นเต้นมาก เพราะเกิดมาเพิ่งเคยมาทะเลครั้งแรก

“อย่ายืนตื่นเต้นอยู่กับที่สิก้อย จะให้สนุกนะเราต้องวิ่งลงทะเลเลยรู้หรือเปล่า”

“ก้อยจะวิ่งได้ยังไงล่ะหรั่ง”

“ได้สิ ก้อยไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย ไปเร็วก้อย...ข้างหน้าไม่มีอะไรขวางเราเลย ตรงไปเหยียบน้ำทะเลให้สมใจเลยก้อย” หรั่งค่อยๆดันก้อยไปข้างหน้า เธอก้าวขาช้าก่อนจะเร็วขึ้นทีละนิดๆ ในที่สุดเธอวิ่งไปถึงทะเลโดยมีหรั่งคอยวิ่งตามตลอด ส่งเสียงเป็นกำลังใจให้ ก้อยเล่นน้ำกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนานและมีความสุข...

หลังจากเล่นน้ำกันจนหมดเรี่ยวแรง หรั่งกับก้อย เท่ห์กับโบ้และเช็งมานอนเหยียดยาวอยู่บนชายหาด ดูพระอาทิตย์กำลังจะตกทะเล หรั่งบรรยายภาพตรงหน้าให้ก้อยฟังว่าท้องฟ้าเป็นสีแดงไปหมด เหมือนสีแก้มของเธอเวลาเขินอาย อีกไม่นานพอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทุกอย่างบนโลกนี้ก็จะมืดสนิท

“ก้อยนึกออกว่าความมืดมิดเป็นอย่างไร” คำพูดของก้อยทำให้เพื่อนๆหันมองด้วยความเป็นห่วง “ก้อยไม่เสียใจแล้วล่ะที่ก้อยมองไม่เห็น เพราะก้อยได้ดวงตาของหรั่งและของพวกเราทุกคนมาแทนแล้ว รวมแล้วเท่ากับก้อยมีตั้งแปดตาแน่ะ...ก้อยอยากดูพระจันทร์ที่นี่จัง จะสวยกว่าที่บ้านเราไหมหรั่ง”

“ก็คงสวยไม่แพ้กัน แต่ก้อยรู้ไหม ถ้าเราดูดีๆมันจะมีสองดวง” หรั่งนึกไปถึงอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน ครั้งนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งห้อยล็อกเกตรูปไวโอลินสีเงินที่คอ หลอกเพื่อนๆในกลุ่ม ถ้าใครอยากเห็นพระจันทร์สองดวง ให้เอาทอฟฟี่มาให้ตนคนละสองเม็ด เพื่อนๆอยากดูจึงยอมทำตาม เด็กชายคนนั้นพาไปดูเงาสะท้อนของพระจันทร์ในน้ำ แล้วเหมาว่ามีสอง ดวง เด็กคนอื่นๆด่าเขาลั่นว่าขี้โกง แล้ววิ่งไล่แย่งทอฟฟี่คืน...

ในขณะเดียวกัน ตะวันฉายพอใจมากเมื่อเห็นทำเลที่ตั้งปั๊มน้ำมันของบารมี ปั้นเรื่องว่ามีนายทุนที่สนิทกันคนหนึ่งสนใจกิจการเจ๊งๆอย่างนี้ แล้วขอให้บารมียกปั๊มน้ำมันแห่งนี้ให้เขาแทนการใช้หนี้ บารมีไม่ขัดข้อง

“อีกเรื่องหนึ่งนะน้า นายทุนเขายังขาดพนักงานคุมคนงานส่งของนิดหน่อย น้าสนใจจะร่วมงานกันไหม”

“ฮ่าๆๆๆ โชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่อีก ที่น้าได้รู้จักกับหลานอย่างตะวันฉาย” บารมีหัวเราะร่วน...

บารมีเก็บความดีใจไว้คนเดียวไม่ไหว พอกลับถึงคอนโดฯ ที่พักตะโกนเรียกกันทิมามาร่วมดีใจด้วย พร้อมกับเอาเงินที่ได้จากตะวันฉายมาโปรยทั่วห้อง เธอแปลกใจ ไปได้เงินมาจากไหนมากมาย เขาไม่ยอมบอก ขอให้รู้แค่ว่าไม่ได้ไปปล้นใครมา ต่อไปนี้เธออยากได้อะไรเขาจะหามาให้ทุกอย่างแล้วดึงกันทิมามากอด ขอร้องอย่าไปทำงานที่ไหน เขามีงานที่มั่นคงพอจะเลี้ยงดูให้เธอสุขสบายไปทั้งชีวิตแล้ว...

ขณะที่บารมีคิดว่าเทพีแห่งโชคเข้าข้างตัวเอง เผ่าลาภปรึกษากับรำไพว่าถ้าการประชุมบริษัทในวันจันทร์นี้ เขาจะแต่งตั้งแพรวาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปของ M.S.JEWELRY จะมีปัญหาอะไรไหม รำไพเกรงว่าน้องๆ ของเผ่าลาภต้องคิดว่าเขาตั้งใจปูทางให้ลูกสาวตัวเองขึ้นมาเป็นใหญ่แทนที่เขา

“ก็จริงนี่ ผมไม่เถียง”

รำไพแนะนำว่าเพื่อหลีกเลี่ยงความแตกแยกในหมู่พี่น้องและเพื่อความเที่ยงธรรม เผ่าลาภควรจะให้ตำแหน่งกฤษฎาด้วย อย่างน้อยเขาก็เป็นหลานชายคนโตของตระกูล อาจทำให้อรทัยพอใจขึ้นมาบ้าง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สุชาติมาอ้อนวอนขอร้องอรทัยถึงที่บ้านให้โอกาสเขาอีกครั้ง อ้างว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะมีภาระต้องเลี้ยงดูคนในครอบครัวหลายคน ถ้าเธอยอมช่วยเหลือ เขาจะขอเป็นทาสเธอไปตลอดชีวิต อรทัยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพราะยังโกรธไม่หายที่หลง ไว้วางใจเขา

ooooooo

ณ ห้องประชุมใหญ่ของบริษัท M.S.Group. เผ่าลาภกำชับให้ผู้บริหารระดับสูงทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลอย่าให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในบริษัทเป็นอันขาด แม้จะเป็นการทุจริตเพียงเล็กน้อยแต่อาจจะบ่มเพาะจนนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์มหาศาลได้ แล้วปรายตามองไปที่อรทัยเป็นเชิงตำหนิ กฤษฎายกมือขอพูด

“ที่มันมีการทุจริตเกิดขึ้นเพราะเรามีคนนอกเข้ามาปะปนในบริษัทหรือเปล่า”

เผ่าลาภรู้ดีว่าหลานชายหมายถึงหรั่ง รีบยกมือห้าม “พอแล้วนายต้น...ในฐานะที่นายเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูล แทนที่นายจะมานั่งเขม่นคนอื่นๆเขา นายควรจะเข้ามามีหน้าที่รับผิดชอบให้เป็นเรื่องราวได้แล้ว ฉันขอตั้งให้นายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโรงเจียระไน ประจำอยู่ที่เหมือง ขึ้นตรงกับทนงศักดิ์พ่อของนาย รับผิดชอบคุมพลอยในสต็อกทั้งหมดและอื่นๆที่ฉันเห็นสมควร...อีกคนหนึ่งคือแพรวา ฉันจะให้แพรวามีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยของอรทัย ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบกำหนดโดยเธอเองนะอาฮุ้ง”

อรทัยดูจะไม่พอใจขึ้นมาทันที “แต่ฉันไม่คิดว่าฉันต้องมีผู้ช่วยนะเฮีย มันทำงานไม่คล่องตัว ไหนจะต้องทำงานของตัวเองไหนจะต้องคอยหางานให้หลานทำ โอ๊ยตอนฝึกงานก็ยุ่งทีหนึ่งแล้ว ซ้ำซ้อนกันเปล่าๆ”

เผ่าลาภแนะให้อรทัยทำด้านนโยบายเป็นหลัก ส่วนงานด้านประชาสัมพันธ์ซึ่งพักหลังมานี่ดูอ่อนไปมากก็ให้หลานไปทำ และอย่าลืมว่าการทุจริตที่เราเพิ่งจับได้ก็เพราะความเผอเรอของเธอเหมือนกัน อรทัยตีรวนเสนอให้เอากฤษฎามาทำหน้าที่ผู้ช่วยของเธอ แล้วส่งแพรวาไปอยู่ที่เหมืองแทน

“ก็เจ้าต้นมันเป็นผู้ชายแพรวาเป็นผู้หญิง ถ้าเธอคิดว่าผู้หญิงควรไปทำงานเหมือง ฉันจะให้ทนงศักดิ์มาทำแทนเธอ  แล้วส่งเธอไปคุมเหมืองบ้างเอาไหม...เราอย่ามาทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างนี้เลยอาฮุ้ง ฉันขอยืนยันคำสั่งเดิม...ใครมีอะไรอีกไหม” เผ่าลาภกวาดไปรอบๆอย่างรอคำตอบ อรทัยอยากได้ผู้ช่วยให้ลูกชายหนึ่งคน อ้างว่าแกไปอยู่ไกลหูไกลตาเป็นห่วงความปลอดภัย แต่ไม่ได้บอกว่าผู้ช่วยที่เธอวางตัวไว้แล้วคือ สุชาติหัวหน้าฝ่ายขายภายในประเทศที่ยักยอกเงินบริษัทนั่นเอง...

ที่ห้องทำงานใหม่ของผู้ช่วยผู้จัดการบริษัท ขณะที่แพรวากำลังบอกกับหรั่งว่าพ่อของเธอย้ายโต๊ะทำงานของเขามาตั้งที่หน้าห้องนี้ด้วย เผ่าลาภเข้ามาพร้อมกับนายสยาม เห็นลูกยังไม่ได้รับมอบหมายงานอะไรจากอรทัย รีบตัดหน้าชวนเธอไปทำธุระด้วยกันก่อน แล้วสั่งให้หรั่งช่วยขับรถให้

“นายสยามอยู่รออรทัยที่นี่ บอกเธอว่าฉันขอยืมตัวผู้ช่วยของเธอหน่อย เย็นๆจะเอามาส่ง”...

ระหว่างเดินทาง แพรวาต่อว่าพ่อน่าจะบอกกันก่อนว่าเอาของฝากไปให้สุริยะที่บ้าน เผ่าลาภไม่รู้ว่าลูกมีอะไรกับเขา แต่ถ้าลำบากใจจะเข้าไปด้วยกันจะนั่งรอในรถก็ได้ แพรวาตัดพ้อเดี๋ยวนี้พ่อดูมีลับลมคมในชอบกล เขายืนยันว่ายังเหมือนเดิมไม่มีลับลมคมในอะไร มีแต่ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวและเฝ้าดู ด.ญ.แพรวา เจริญเติบโต

“หนูไม่ใช่เด็กหญิงแล้วนะคะคุณป๋า”

“ถูกต้อง หนูโตขึ้นมากแล้ว ห้องทำงานของหนูก็ใหญ่โตขึ้นด้วย แต่ถ้าไม่มีหนูอยู่ในห้องนั้น หรือหนูจะอยู่แบบเอาแต่นั่งพูดคุยโทรศัพท์กับเพื่อนฝูงไปวันๆ ห้อง นั้นมันก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย...แต่นี้ต่อไปตื่นแต่เช้าอาบน้ำให้เร็วแล้วไม่ต้องแกล้งป่วยอีกนะจ๊ะ นางสาวแพรวา” เผาลาภพูดจบหันไปทางหรั่งซึ่งกำลังขับรถ

“นายหรั่ง ฉันต้องขอบใจนายมากและอยากให้นายทำหน้าที่เหมือนเดิม ติดตามลูกแพรทุกฝีก้าว ช่วยประคับประคองช่วยเธอตัดสินใจในสิ่งที่เธอไม่ชำนาญ ฉันไม่มีตำแหน่งให้นายแต่นายจะขึ้นตรงต่อฉันมีอะไรก็ให้รายงานฉันทันที...อ้อ มีโทรศัพท์มือถือกับโน้ตบุ๊กวางอยู่ที่เบาะข้างหน้า นายเอาไปใช้ซะ ฉันให้เป็นอุปกรณ์ประจำตำแหน่งของนายจะได้ตามตัวง่ายๆ เอาบิลมาเบิกเงินกับนายสยาม...ไอ้บัตรเติมเงินน่ะเลิกใช้ได้แล้วนะ”

หรั่งรับคำ เป็นจังหวะที่รถแล่นมาถึงประตูรั้วบ้านของสุริยะพอดี...

หลังจากเผ่าลาภลงจากรถ หรั่งเลื่อนรถไปจอดในโรงรถ ก่อนจะเอนตัวนั่งในท่าสบายๆ ส่วนแพรวาหยิบมือถือขึ้นส่ง SMS ไปฟ้องอรจิราว่าอยู่หน้าบ้านตะวันฉายแต่เขาอยู่ไหนไม่รู้โทร.ติดต่อก็ไม่ได้ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปเล่นงานหรั่งหาว่าเป็นคนฟ้องพ่อเรื่องที่เธอแกล้งป่วย เขาแก้ข้อกล่าวหาว่าไม่จำเป็นต้องฟ้อง คนอย่างพ่อของเธอฉลาดพอที่จะดูอะไรๆออกเองได้ แล้วถามว่าทะเลาะกับแฟนอีกหรือ แพรวาค้อนขวับแทนคำตอบ...

พระสังกัจจายน์ซึ่งทำจากกระเบื้องหลังคาโบสถ์ของวัดดังแห่งหนึ่งที่เผ่าลาภนำมาฝากสุริยะ ดูด้อยค่าลงไปถนัดใจเมื่อคนรับนำมาตั้งไว้เคียงคู่กับ ฮก ลก ซิ่วทำจากหยกขาวขนาดใหญ่โตของแสงเทพ สุริยะแสร้งถามว่าเผ่าลาภมีอะไรลำบากใจหรือเปล่าถึงต้องมาที่นี่ด้วยตัวเอง เขาอยากให้สุริยะช่วยเร่งเรื่องประทานบัตรซึ่งล่าช้ามาก และที่สำคัญบริษัทเทพทอแสง คู่แข่งของเขากำลังไล่บี้ที่ดินผืนนี้อยู่เช่นกัน

“อ๋อ...ของคุณแสงเทพ ผมลำบากใจจริงๆ ว่ากันตามตรงเลยนะครับ ผมว่าต้องแล้วแต่ทางผู้ใหญ่แล้วล่ะ

แหมอยู่พรรคเดียวกันเสียด้วย แต่ยังไงๆคุณเผ่าลาภก็คนเก่าคนแก่ ต่อสายตรงกันได้อย่างนี้ไม่น่าพลาดนา”

“ผมก็คิดอย่างนั้นแหละ กลัวแต่ว่าเด็กๆจะมีเรื่องกันเสียก่อน ไม่กี่วันมานี่ก็เพิ่งจะยกพวกชกต่อยกัน”

สุริยะรับปากจะตามเรื่องให้ แล้วเสนอว่าวันไหนว่างๆ จะนัดเผ่าลาภนัดมากินข้าวกับแสงเทพเพื่อกระชับมิตรกัน เผื่อจะมีทางลงได้สวยกว่านี้ แขกผู้มาเยือนรับปากอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจนัก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.