ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แพรวาต้องแปลกใจเมื่อมาถึงห้องทำงานแล้วพบดอกไม้ช่อใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ หยิบการ์ดที่แนบกับช่อดอกไม้ขึ้นมาอ่าน พอเห็นว่าตะวันฉายเป็นคนส่งมาให้ เธอจับโยนทั้งหมดลงถังขยะอย่างไม่แยแส มีเสียงเจ้าของช่อดอกไม้ดังขึ้นจากด้านหลัง

“แน่ใจนะว่าอ่านการ์ดของพี่ครบทุกคำแล้ว”

“คิดว่าไม่จำเป็น” เสียงห้วนของแพรวาบ่งบอกชัดเจนว่าไม่เหลือเยื่อใยกับผู้ชายตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว

ตะวัน ฉายพยายามง้อขอคืนดี แพรวายืนกรานว่าเราสองคนเลิกกันแล้ว เขามาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่ให้รีบบอกมาก่อนที่เธอจะไม่มีอารมณ์ฟัง ตะวันฉายไม่อ้อมค้อม ขอซื้อบริษัท M.S.Group และบริษัทในเครือจากเธอ แต่ซื้อในนามของบริษัทเทพทอแสง

“อ้อ...เลิกส่งปลาสลิดเพื่อไปทำธุรกิจกับนายแสงเทพนี่เอง” แพรวาแดกดัน

“พี่แค่เป็นตัวกลาง ติดต่อให้”

“ขายเมื่อไหร่จะบอก...เชิญ...ดิฉันขอทำงานค่ะ” แพรวาไล่ทางอ้อม ตะวันฉายรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย...

ทันที ที่รู้ข่าวว่าหรั่งถูกจับ ก้อย โบ้ เท่ห์และเช็งพากันมาเยี่ยมที่ห้องขัง ก้อยพยายามจะซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรั่งกลับเฉไฉไม่พูดถึง ย้อนถามทุกคนว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง โบ้คุยว่าพวกเรามีงานประจำทำกันแล้ว

“ก้อย ได้เล่นดนตรีออกทัวร์คอนเสิร์ต พี่โบ้ได้ร้องเพลงด้วย บางทีก็เล่นกีตาร์กับก้อย” ก้อยช่วยเล่าอีกแรงหนึ่ง ส่วนเท่ห์กับเช็ง บางวันก็ได้เป็นคอรัสบางวันก็ได้ เป็นหางเครื่อง แต่ที่แน่นอนที่สุดคือได้งานเป็นเด็กขนเครื่องดนตรี ก้อยอดเป็นห่วงหรั่งไม่ได้ ถามว่าแพรวามาเยี่ยมบ้างหรือเปล่า เขาตอบเสียงเศร้าว่าไม่ได้มา

“หรั่งจำไว้นะ ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ตามก้อยรู้ว่าหรั่งเป็นคนดีเสมอ” ก้อยพูดจบเอากล่องของขวัญที่หรั่งฝากน้าเบิ้มไว้ยื่นให้

“นี่อะไรหรือหรั่ง ก้อยอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ในนี้ หรั่งแกะให้ดูหน่อยสิ”

หรั่งแกะห่อของ ขวัญออก หยิบสร้อยคอห้อยล็อกเกตรูปไวโอลินสีเงินขึ้นมาแล้วบอกว่าสร้อยเส้นนี้ติดตัว เขามาตั้งแต่เกิด เขาตั้งใจไว้นานแล้วว่าวันหนึ่งจะให้ก้อย และวันนั้นจะเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุด

“ซึ่งก็คือวันนี้ไง วันที่ก้อยมีงานที่ดี มีคนที่ดีอย่างพี่โบ้อยู่ใกล้ๆ...มา หรั่งจะสวมให้นะ”

“วัน ที่ก้อยจะมีความสุขที่สุดคือวันที่หรั่งพ้นจากข้อกล่าวหาต่างหาก หรั่งเก็บมันไว้ก่อนนะ ออกมาเมื่อไหร่ แล้วค่อยสวมให้ก้อย...ก้อยจะรอ” ก้อยคว้าสร้อยคอมา จากมือหรั่งแล้วสวมให้เขาแทนที่ จ่าเวรเข้ามาแจ้งว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว อีกสักครู่เจ้าหน้าที่จะต้องย้ายตัวผู้ต้องหา ก้อยอยากรู้ว่าจะย้ายไปไหน

“เพื่อผลทางรูปคดี เรายังบอกไม่ได้”

ก้อยอาสาจะไปบอกแพรวาให้เองว่าหรั่งไม่ได้เป็นคนทำเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ เขาปฏิเสธว่าไม่ต้อง ปล่อยให้เป็นไปตามกรรมจะดีกว่า...

ในขณะเดียวกัน รำไพโทร.ติดต่อหมออังกูรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

“หมอ อังกูรคะ ดิฉันต้องขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อผ่านทางเลขาฯคุณหมอ แต่ดิฉันมีเรื่องสำคัญที่รอไม่ได้จริงๆค่ะ...ค่ะ ใครๆก็บอกว่าต้องคุณหมออังกูรเท่านั้น ที่แม่นยำเรื่องนี้มากที่สุด”

ooooooo

เลิก งานแล้ว แต่แพรวายังไม่ยอมกลับ นั่งเหม่อลอยออกไปนอกห้องทำงานด้วยสีหน้าหม่นหมอง ยิ่งหวนคิดถึงคืนนั้นที่อยู่ในอ้อมกอดของหรั่ง และเขาสัญญาว่าถ้าเธอหลับตา เขาจะเป็นทุกอย่างที่เธออยากให้เป็น

“นายจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง”

“จะ อยู่เคียงข้างคุณตลอดไป จะเป็นกำลังใจให้คุณตราบจนสิ้นลมหายใจ” เสียงกระซิบของหรั่งยังคงดังก้องอยู่ในหู ยิ่งคิดแพรวายิ่งสะเทือนใจ...

ระหว่าง นั่งรถมากับนายสยาม แพรวาหลับตาเอนตัวพิงกระจกสีหน้าอมทุกข์หวังว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างจะเป็นแค่ความฝัน นายสยามมองเจ้านายสาวทางกระจกส่องหลังด้วยความเห็นใจและสงสาร ไม่นานนัก รถที่แพรวานั่ง มาหยุดที่บ้านกลางทุ่งซึ่งเผ่าลาภยกให้หรั่ง เธอถามทั้งที่ยังหลับตาว่าถึงบ้านแล้วหรือ นายสยามไม่ตอบ ได้แต่ลงมาเปิดประตูรถให้ หญิงสาวก้าวลงจากรถมองไปรอบๆอย่างไม่คุ้นตา

“น้าหยามพาน้องแพรมาที่ไหนเนี้ย”

“ผม อยากให้คุณหนูแพรวาได้เห็นอะไรบางอย่าง... เชิญทางนี้ครับ” นายสยามเดินนำแพรวาเข้าไปในบ้าน เธอถึงกับชะงักเมื่อเห็นข้าวของเครื่องใช้ของเผ่าลาภถูกจัดวางไว้อย่างเป็น ระเบียบ จากนั้น เดินไปหยุดหน้ารถเข็นซึ่งบนที่นั่งมีกล้องดูดาววางอยู่กับหนังสือเกี่ยวกับ ดวงดาวและรูปถ่ายหน้าศพของเผ่าลาภ

“ข้าวของของคุณป๋ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

แพรวาเหลือบเห็นโน้ตบุ๊กวางอยู่บนโต๊ะ เอื้อมไปกดปุ่ม play พลันมีเสียงเผ่าลาภเรียกเธอดังขึ้น หญิงสาวถึงกับสะดุ้ง หันไปมองนายสยามกลับพบแต่ความว่างเปล่า เสียงของเผ่าลาภยังคงดังต่อเนื่อง

“แพร วาลูกรัก ป๋าใช้เวลาเกือบหกสิบปีกว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ได้ มันช่างเป็นเวลาที่นานแสนนานเหลือเกิน ป๋าจึงพยายามที่จะให้น้องแพรใช้เวลาน้อยที่สุดที่จะไปให้ถึงวันที่น้องแพร ประสบความสำเร็จ ป๋ารู้ว่าหนูเหนื่อยแต่จำไว้นะลูก คนทุจริตเท่านั้นที่ได้อะไรง่ายๆโดยไม่ต้องออกแรงและเขาก็จะพบจุดจบได้ง่าย เช่นกัน”

“แล้วคนสุจริตอย่างคุณป๋า ทำไมถึงพบจุดจบง่ายๆแบบพวกนั้นด้วยล่ะ” แพรวาพึมพำ

“ขณะ ที่น้องแพรฟังเสียงป๋าอยู่นี้ ป๋าก็คงจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆน้องแพรอีกต่อไปแล้ว ป๋าอยากเห็นเหลือเกินว่าเวลาที่น้องแพรไม่มีป๋า น้องแพรจะแข็งแกร่งได้สักเพียงไหน”

แพรวาชักมีอารมณ์ ตอบโต้กับโน้ตบุ๊กโดยไม่รู้สึกตัว “ถ้าอยากเห็น คุณป๋าก็มาดูเองสิคะ ฟื้นขึ้นมาดูสิอย่าหนีน้องแพรไปอย่างนี้สิคะ”

“อยากให้ป๋าฟื้นขึ้นมาจริงๆหรือ...สัญญานะว่าถ้าป๋าฟื้นแล้วน้องแพรจะไม่งอแง”

“สัญญา ค่ะ” แพรวารับปากเสร็จ นึกเอะใจทำไมเสียงเผ่าลาภถึงโต้ตอบกับเธอราวกับคุยกันจริงๆไม่ใช่อัดเสียง ไว้ล่วงหน้า เธอกดปุ่มเร่งเสียงบนคีย์บอร์ด มีสัญลักษณ์ปรากฏที่หน้าจอโน้ตบุ๊กว่าปิดเสียงอยู่แพรวางุนงงไปหมด พอเงยหน้าขึ้นมองอีกที ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเผ่าลาภยืนยิ้มมาให้

“มาหาป๋าสิลูก...ป๋าจริงๆไม่ใช่ผี ไม่ใช่วิญญาณ”

แพรวายืนตะลึงขาแข็งไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก รำไพตามมายืนข้างๆ เผ่าลาภ บอกให้ลูกมาหาคุณป๋าก่อน จะได้อธิบายทุกอย่างให้ฟัง แพรวาเอื้อมมือไปสัมผัสท่านแบบกลัวๆกล้าๆ รู้สึกได้ว่ายังมีเลือดเนื้อไม่ใช่ผีสางที่ไหน จึงโผกอดท่านไว้แน่น

“คุณป๋ายังไม่ตาย คุณป๋าของน้องแพรยังอยู่ น้องแพรไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ” แพรวาดีใจน้ำตาไหล...

ขณะ ที่สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลมอย่างมีความสุขอยู่ในบ้านกลางทุ่ง อีกมุมหนึ่งตรงสนามหญ้า นายสยามโทร.แจ้งใครบางคนให้ทราบว่าทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหา

ooooooo

หลังจากกอดคุณป๋าจนหายคิดถึงแล้ว แพรวาคาดคั้นให้บอกรายละเอียดทุกอย่างว่าทำไมต้องหลอกลวงลูกตัวเองด้วย หรือว่าคนอื่นรู้เรื่องการตายปลอมๆนี้กันหมด ยกเว้นเธอคนเดียว

“ไม่มีใครรู้หรอกลูก นอกจากแม่ คุณป๋าแล้วก็นายสยาม” รำไพแก้ต่างแทนเผ่าลาภ

“มัน เริ่มต้นจากเส้นเลือดในสมองของป๋าแตก แต่บังเอิญเป็นเส้นเล็ก ป๋าก็เลยหายได้เร็ว หายตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลอีก ความจริงป๋าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกหนู ตอนแรกเพียงแค่ต้องการอยากจะพักและก็อยากจะให้น้องแพรได้ลองบริหารงานเองดู บ้าง”

“จงใจทำให้ลูกลำบากนี่นา” แพรวาตัดพ้อสีหน้ายิ้มแย้ม

“แต่สิ่ง ที่ป๋าได้กลับมา มันมีค่ามากกว่านั้น ป๋าได้รู้ว่าลูกสาวคนนี้รักป๋ามากแค่ไหน สัญญาอะไรกับป๋าไว้ห้ามลืมนะลูก” เผ่าลาภว่าแล้วหอมหน้าผากลูกสาวอย่างอ่อนโยน แพรวาขอคำมั่นสัญญาว่าจากนี้ไปท่านจะไม่ทำแบบนี้อีก เธอจะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีท่าน

“อยู่ได้สิ ถึงเวลานั้นจริงๆ น้องแพรต้องอยู่ให้ได้ อย่างน้อยก็ยังมีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ไม่มีวันจะไปจากหนู เขาพร้อมที่จะตายแทนหนูได้ด้วยซ้ำ” เผ่าลาภหมายถึงหรั่ง แต่แพรวากลับทำเหมือนไม่รู้ว่าเขาพูดถึงใคร...

ครู่ต่อมา รำไพพาแพรวาขึ้นไปยังโถงหน้าบันได บอกว่าเตรียมห้องพักให้เธอไว้บนนี้แล้ว มีเสื้อผ้าข้าวของของเธออยู่ในนั้นพร้อม แล้วขอตัวลงไปจัดยาให้เผ่าลาภ หญิงสาวค่อยๆเดินตรงไปยังห้องที่แม่ว่า แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นรูปถ่ายของเธอวางเรียงรายอยู่บนชั้นไม้ติดผนัง นอกจากนั้นยังมีตุ๊กตาหมี ก้อนหินและการ์ดเก่าๆที่มีร่องรอยไฟไหม้วางอยู่ด้วย สิ่งเหล่านั้นถูกจัดวางไว้อย่างดีราวกับเป็นของมีค่าในพิพิธภัณฑ์

พลัน แพรวาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนบางอย่างในกระจกเงาบานใหญ่ จึงแหงนหน้าขึ้นมอง มีรูปถ่ายของเธอทุกอิริยาบถติดอยู่เต็มไปหมด หลายรูปมีร่องรอยถูกไฟไหม้เช่นกัน เธอมองสำรวจไปทั่วห้อง สายตาสะดุดกับซองจดหมายซึ่งจ่าหน้าถึงตัวเธอเอง ข้างๆมีโน๊ตเขียนด้วยลายมือว่า

“คืนนี้ อย่าให้ป๋าไปดูดาวเป็นอันขาด...ได้โปรดเถอะ”

บนชั้นไม้นั้นยังมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่ แพรวา หยิบขึ้นมาเปิดดู หน้าแรกมีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า

“เดือนมีนาคม ปี 2535 จุดเริ่มต้นแห่งเทพนิยายของ นายหรั่ง”

หญิงสาวอ่านสมุดบันทึกด้วยความสนใจ ทุกบรรทัดเขียนถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเธอไว้ ตั้งแต่ในวัยเด็กเรื่อยมาจนกระทั่งหรั่งได้เจอเธอตัวเป็นๆครั้งแรกเมื่อตอน ที่เธอซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเขาไปหาตะวันฉาย

“ฟ้าดินเป็นใจ ให้เรานอนตายตาหลับ เธอซ้อนมอเตอร์ไซค์เรา เกาะเอวเราไว้ด้วย ตอนสุดท้ายเราได้มอบดอกไม้ให้เธอ แม้มันจะเป็นดอกไม้ของเขาคนนั้นก็ตามที...โอกาสดีๆของเราคงจะมาถึงแล้ว”

หน้าถัดมามีข้อความบันทึกเหตุการณ์ตอนที่หรั่งพาแพรวาไปที่ริมแม่น้ำ และได้เต้นรำบนดวงจันทร์ด้วยกัน หญิงสาวตระหนักแล้วว่าผู้ชายคนนี้รักเธอมากขนาดไหน จังหวะนั้น มีเสียงเผ่าลาภดังขึ้นจากด้านหลัง

“เขาติดตามน้องแพรมาตั้งแต่วัยเด็ก มันเป็นความทรงจำของเด็กชายที่มีต่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชนิดที่ยากจะลืมเลือน”

“น้องแพรไม่เคยรู้มาก่อนเลย”

“นายหรั่งเขาคงไม่อยากให้หนูรู้ เขาเพียงแค่อยากเห็นหนูมีความสุขไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”

แพรวาไม่นึกไม่ฝันจะมีผู้ชายแบบนี้อยู่บนโลกด้วย เผ่าลาภมั่นใจว่าเพราะความรักถึงทำให้หรั่งเป็นแบบนี้ เธออดสะเทือนใจไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ทุ่มเทให้ทั้งชีวิต แต่เธอกลับตอบแทนเขาตรงกันข้าม พรุ่งนี้เธอจะไปบอกตำรวจให้ปล่อยหรั่งด้วยตัวเอง เผ่าลาภเกรงจะไม่ทันเสียแล้ว มีแสงไฟหน้ารถสะท้อนขึ้นมาบนชายคา แพรวาออกไปดูที่ระเบียงบ้าน เห็นรถกระบะคันหนึ่งแล่นมาจอด หรั่งก้าวลงจากรถแหงนหน้ามองมาที่เธอ

“นายมาที่นี่ได้อย่างไรนายหรั่ง”

“ผมเคยบอกแล้วไงครับว่าจะไม่ปล่อยให้คุณต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ข้างๆคุณจะมีผมตราบจนถึงวันสิ้นลมหายใจ”

แพรวาไม่สามารถนิ่งเฉยต่อไปได้อีก รีบวิ่งลงมาหาหรั่งที่ยืนอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน “ทหารเอกของฉัน ฉันอนุญาตให้นายกอดฉันได้ ถ้าใจนายต้องการ” ยังไม่ทันขาดคำ ทั้งคู่โผกอดกันแนบแน่น รำไพก้าวออกมายืนข้างเผ่าลาภที่มองมายังหนุ่มสาวเบื้องล่างด้วยสีหน้าเป็นกังวล แล้วหันมาถามเธอว่าหมออังกูรว่าอย่างไรบ้าง

“เขาให้น้ำหนักทางการแพทย์เพียง 25% เท่านั้น แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่เราค่ะ”

“คุณเห็นแล้วใช่ไหมว่าลูกมีความสุขแค่ไหน เรื่องอื่นก็ปล่อยๆไปก่อนเถอะ”

รำไพเถียงว่าเผ่าลาภต่างหากที่ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องนี้ เขาได้แต่นิ่ง ไม่โต้ตอบอะไร

ooooooo

หรั่งยังคงกอดแพรวาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบ แน่น จนกระทั่งเห็นควรแก่เวลาขยับจะปล่อยเจ้าหญิงของตนออกจากวงแขน แต่เธอไม่ยอม แถมขู่ว่าถ้าไม่กอดเธอไว้ จะมีความผิดฐานขัดคำสั่ง

“จะตบหน้าผมอีกไหมครับ”

แพรวาขยับออกจากวงแขนชายคนรัก ถามว่าทำไมต้องลงทุนขนาดนี้ด้วย เขาพูดทีเล่นทีจริงว่าหน้าของเขาหนา ตบแค่นี้ไม่เจ็บ เธอไม่ได้หมายถึงหน้า แต่หมายถึงทุกอย่างที่เขาทำมาตลอดชีวิต รวมทั้งที่ยอมตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคุณป๋าของเธอครั้งนี้ด้วย

“เมื่อถึงตอนจบ ผมจะกลับเป็นผู้บริสุทธิ์เอง”

“เป็นไปได้อย่างไร ลองบอกมาสิ” แพรวามองหรั่งสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม ครู่ต่อมา เขาพาเธอเข้าไปหาคุณป๋าของเธอเพื่อให้ตอบข้อสงสัย เผ่าลาภยกให้เป็นเรื่องของบุญทำกรรมแต่งที่อยู่ๆก็มีจดหมายลึกลับส่งมาเตือนได้ทันเวลา จดหมายฉบับนั้นเขียนชัดเจนไม่ให้เขาไปดูดาวในคืนเกิดเหตุ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้

“แล้วทำไมนายหรั่งต้องหายตัวไปด้วย”

“นั่นเป็นแผนเดิมของป๋า...ป๋าให้นายหรั่งเอาพลอยและจิวเวลรี่ในสต๊อกของเราทั้งหมดไปขายให้คนเก่าแก่แถวเมืองจันทบุรีและเจรจากับบริษัทประกันภัย นายหรั่งเจรจาเป็นผลสำเร็จทั้งสองเรื่องเลย ผู้เฒ่าที่เมืองจันทบุรีรับซื้อของของเรา”

“แต่นายหรั่งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด” รำไพเสริม

“โชคยังดีที่ผมได้เจอเจ้านายเก่า เขาเป็นญาติกับเถ้าแก่เส็ง”

“เถ้าแก่เส็งตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มอิทธิพลมานาน เพราะความซื่อตรงของเขาซึ่งเป็นการขวางทางผู้มีผลประโยชน์ทุกกลุ่ม สองสามปีหลังนี้เถ้าแก่เส็งจึงต้องอยู่ในการอารักขาเป็นอย่างดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ” สิ้นเสียงเผ่าลาภ พลันภาพในอดีตเมื่อคราวที่ไปเมืองจันทบุรี ผุดขึ้นมาในความทรงจำของหรั่ง

วันนั้นที่เจ้านายเก่าของเขาช่วยชีวิตเขาไว้จากเหล่ามือสังหารและพามาซ่อนตัวที่บ้านพัก มีรถตำรวจมากมายพุ่งตรงมายังบ้านหลังนั้นอย่างเงียบเชียบ จากนั้นไม่นาน นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดพาเถ้าแก่เส็งซึ่งถูกรายล้อมด้วยตำรวจหลายสิบนายเข้ามาในบ้าน ทั้งหรั่งและเถ้าแก่เส็งจึงได้พบปะพูดคุยกันเป็นครั้งแรก

“อั๊วคุ้นเคยกับคนแซ่ตั้งมานานแสนนาน พวกเรามีบุญคุณต่อกันมาโดยตลอด ดังคำสั่งเสียของบรรพบุรุษของสองตระกูล ที่ให้ลูกหลานเรานั้นพึ่งพาอาศัยกันและกัน เพราะฉะนั้น ไม่มีความลับอะไรในตระกูลนี้ที่อั๊วไม่รู้เช่นเดียวกันที่ไม่มีอะไรที่อั๊วจะทำไม่ได้เพื่อคนแซ่ตั้ง”

“ผมจะเรียนคุณเผ่าลาภให้ครบทุกคำพูดของเถ้าแก่ครับ” หรั่งค้อมหัวอย่างนอบน้อม

ooooooo

เผ่าลาภยังคงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้แพรวาฟังอย่างต่อเนื่องว่า บริษัทประกันพบร่องรอยทุจริตในบริษัทจินดาเซอร์วิสจึงเร่งตามสืบเรื่องนี้อยู่ พร้อมทั้งยินยอมชดเชยค่าเสียหายของเรือส่งข้าวของเราทั้งหมด แพรวาอดสงสัยไม่ได้ ทำไมถึงไม่แจ้งความให้ตำรวจจัดการ ในเมื่อ พ.ต.อ.ยุทธก็สนิทสนมกับคุณป๋า

“เราวางแผนร่วมกัน ผู้การยุทธกับป๋า นายหรั่งถึงออกมาจากห้องขังได้”

แพรวาบ่นใส่หน้าหรั่งว่าเข้าไปในนั้นทำไมก็ไม่รู้ เขาจำเป็นต้องเข้าห้องขังเพื่อให้แสงเทพกับพวกตายใจ บริษัทเทพทอแสงต้องการใช้พื้นที่เหมือง M.S. เป็นฐานผลิตสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท งานนี้มีกลุ่มทุนต่างชาติหนุนหลังอยู่หลายรายเพราะมีข้อมูลลับว่าพื้นที่บริเวณรอบภูเขาลูกนั้นเต็มไปด้วยทองคำ

“ใครอยากจะได้ทองคำก็ช่างเขา ก็ให้เขาขุดไปจะได้จบๆ”

“มันไม่จบแค่นั้นน่ะสิครับคุณแพรวา นอกจากเอาทรัพยากรของชาติเราไปแล้ว นายแสงเทพยังมีเรื่องความแค้นส่วนตัวกับตระกูลของคุณตั้งแต่หนหลังอีกด้วย คนแถวเมืองจันทบุรีรู้รายละเอียดเรื่องนี้ดี”

“มันเป็นเรื่องเก่าตั้งแต่เฮียย้ง ลุงของหนูยังมีชีวิตอยู่ ดั้งเดิมพวกเรารักใคร่กันดี ทั้งป๋าทั้งเฮียย้งและก็นายแสงเทพเป็นเพื่อนฝูงก๊วนเดียวกัน เรามักจะนัดกันเข้าป่าล่าสัตว์อยู่เสมอๆ”

“น้องแพรเคยเห็นรูปในห้องทำงานคุณป๋า”

เผ่าลาภเล่าเพิ่มเติมว่าเฮียย้งหรือเผด็จศึกรักเพื่อนฝูงมากเสียจนเตี่ยและอาม่าคิดว่าเขาไม่รักใคร่ไยดีพ่อแม่และญาติพี่น้อง สุดท้ายก็โดนอากงไล่ออกจากตระกูล เฮียย้งจึงไปเข้าหุ้นกับนายแสงเทพทำกิจการค้าพลอย ที่เมืองจันทบุรี เพราะความชาญฉลาดและสายตาที่กว้างไกลของเขา ทำให้กิจการค้าพลอยที่นั่นประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ดูเหมือนจะยังไม่เป็นที่พอใจของแสงเทพซึ่งต้องการผลกำไรแบบไม่ต้องลงทุน

“เมื่อพลอยที่เมืองจันทบุรีหมด เฮียย้งเป็นผู้เสาะหาแหล่งแร่ใหม่ด้วยตัวเองจนได้ที่ดินผืนใหญ่ผืนหนึ่งที่อำเภอบ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ซึ่งก็คือเหมือง M.S.ของเรา เฮียย้งต้องการจะทำเหมืองพลอย แต่แสงเทพตั้งใจจะใช้ที่ผืนนี้เป็นแหล่งค้าของเถื่อนและยาเสพติด ในที่สุดทั้งสองคนก็แตกคอกัน เฮียย้งชิงตัดหน้าแสงเทพซื้อที่ผืนนี้มาได้ก่อน แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่เฮียย้งกำลังจะนำหลักฐานการค้ายาเสพติดของแสงเทพไปส่งมอบให้ตำรวจ รถของเขาก็วิ่งตกเขาไปเฉยๆ รถระเบิดไฟลุกท่วม ทั้งคันทำให้เราไม่สามารถค้นหาร่องรอยหลักฐานใดๆ ได้เลย”

หรั่งเสริมว่าคนที่เมืองจันทบุรีรู้กันดีว่าเป็นฝีมือของแสงเทพ แต่หลักฐานไม่เพียงพอให้ตำรวจเข้าจับกุมคงต้องรอให้ได้หลักฐานแบบคาหนังคาเขาเสียก่อน แพรวางงจะทำได้อย่างไร

“คนในตระกูลมหาโชคตั้งศิริ คนสุดท้ายที่มันต้องการฆ่าก็คือคุณ”

แพรวาถึงกับหน้าเสีย เผ่าลาภอธิบายแผนการให้ฟังว่า ในเมื่อแสงเทพต้องการจะซื้อกิจการของเรา ก็ให้แพรวาโทร.ไปบอกเลยว่าเราจะขายให้ แต่มีเงื่อนไขว่าเขาต้องเข้ามาพบเราก่อน

“และเมื่อถึงวันนั้น วันที่มันเดินเข้ามาตกหลุมเรา มันก็จะสารภาพทุกอย่างกับวิญญาณของป๋าเอง”

“แล้วถ้าเขาไม่มาล่ะคะ”

เผ่าลาภมั่นใจคนอย่างแสงเทพต้องมาแน่นอน...

ขณะที่เผ่าลาภ แพรวา หรั่งและรำไพกำลังวางแผนย้อนเกล็ดคู่อริเก่าแก่อยู่ที่บ้านกลางทุ่ง แสงเทพฝันร้ายเห็นวิญญาณเผ่าลาภตามมาทวงชีวิตคืน เขาหยิบปืนขึ้นมาสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง แต่ไม่อาจระคายเคืองร่างของเผ่าลาภที่ย่างสามขุมเข้ามาหาได้ ร่างนั้นร่อนกระดาษที่มีข้อความเขียนด้วยหมึกสีแดงว่า “มึง...ตาย”

แสงเทพพยายามปัดให้พ้นตัว แต่กระดาษเหล่านั้นยิ่งปลิวเข้าหาไม่หยุด เขาสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมควานไปหยิบแก้วเครื่องดื่มมากระดกแก้กระหาย พอหันเอาแก้วไปวางอีกทีเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนข้อความแบบเดียวกับในความฝันวางอยู่ ถึงกับหน้าเสียรีบคว้ามือถือโทร.หาตะวันฉายแต่ติดต่อไม่ได้ เขาจึงโทร.หาแองจี้แทน

“ฮัลโหล นี่อาเองนะแองจี้ อาอยากพบตะวันฉาย ตอนนี้เขาอยู่กับหนูหรือเปล่า”

“อยู่...ไม่อยู่...เอาแน่ไม่ได้หรอกค่าอา...เพราะงานเขายุ่งมาก...ยุ่งกับหนูเสร็จไปยุ่งกับงาน ยุ่งกับงานเสร็จก็มายุ่งกับหนู...มันสุดๆเลยค่ะอา” แองจี้เสียงอ้อแอ้คล้ายคนเมา แสงเทพถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรไปทำไมถึงพูดไม่ค่อยรู้เรื่องเมายาหรือเปล่า เธอเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ต้องให้เขามาดูด้วยตัวเอง...

ครู่ต่อมา แพรวาตามหรั่งขึ้นมาดูรูปตัวเองที่ติดอยู่บนแผ่นไม้ที่ถูกชักขึ้นไปไว้บนเพดานอีกครั้ง ก่อนจะถามว่าเคยมีใครเห็นของพวกนี้บ้างไหม เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ เธอกระเซ้าว่าอายหรือ หรั่งไม่เคยอายในสิ่งที่ตัวเองเป็น เพียงแต่ขี้เกียจอธิบายความรู้สึกในใจของเขาให้ใครฟัง แพรวาต่อว่าว่าแล้วคนอื่นจะรู้ได้อย่างไร

“ผมรู้คนเดียวก็พอแล้วครับ”

“แล้วนายเคยรู้บ้างไหมว่าคนคนนั้นจะรู้สึกอย่างไร” แพรวาว่าแล้วชี้ขึ้นไปที่รูปตัวเองบนเพดานห้อง

ooooooo

แพรวาพยายามโทร.ติดต่อตะวันฉายทันทีที่ถึงออฟฟิศ แต่ติดต่อไม่ได้ จึงฝากข้อความเอาไว้

“ตกลงว่าเราจะขายกิจการ M.S. ทั้งหมด แต่คุณต้องทำตามข้อแม้ของเรา เพียงข้อเดียวเท่านั้น เราขอพบคนที่จะเข้ามาบริหารกิจการต่อจากเราและขอพบเป็นการส่วนตัว เพราะเราอยากรู้ว่าเขาจะดูแลกิจการของเราได้ดีแค่ไหน กรุณาบอกลูกค้าของคุณให้ไปตามวันและเวลาที่เรานัดด้วย จากแพรวา”...

ด้านตะวันฉายฟังเสียงฝากข้อความของแพรวาแล้ว ยิ้มพอใจ ก่อนจะลบมันทิ้งไม่ให้เหลือหลักฐาน...

ในเวลาเดียวกัน บนศาลาสวดศพของเผ่าลาภ ขณะที่บารมีกำลังนั่งอยู่หน้าโลงศพด้วยสีหน้าหม่นหมอง ลุงแก่ๆคนเดิมซึ่งสวมหน้ากากอนามัย และสวมหมวกปีกกว้างเข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาดอยู่ใกล้ๆ เขาจึงหันไปถามว่ารู้ไหมทำไมญาติยังไม่เอาคนตายไปฝังอีก

“เห็นว่ารอญาติพี่น้องพร้อมหน้าแล้วก็รอให้เมียหายป่วยก่อนหรือไงนี่แหละ...เป็นอะไรกับคนตายหรือ”

“เป็นน้อง...เป็นน้องเลวๆคนหนึ่งที่ทำให้พี่ชายต้องเข้าไปอยู่ในนั้น”

“อยู่ในนั้นสงบจะตาย ไม่รู้อะไร” ลุงแก่พึมพำ บารมีอยากให้พี่ชายลุกขึ้นมาอีกสักครั้ง แค่สองสามนาทีก็ยังดีจะได้มารับฟังคำขอโทษจากตนเอง หรือจะลุกมาด่าก็ได้ เขาจะได้รู้ว่าน้องเลวๆคนนี้รู้จักผิดชอบชั่วดีแล้ว และสำนึกตัวได้แล้ว เผื่อเขาจะอโหสิกรรมให้บ้าง ลุงแก่ๆ แนะให้ลองอธิษฐานดู

“ถ้าจิตเรามุ่งมั่นแน่วแน่ และตั้งอยู่บนความเป็นกุศลจิตแล้ว ปาฏิหาริย์ย่อมมีโอกาสเกิด”

บารมีทำตามคำแนะนำของลุงแก่ๆ หลับตานิ่งทำจิตใจให้สงบ ลุงแก่คนนั้นดึงหน้ากากอนามัยที่ปิดอยู่ออกเผยให้เห็นว่าเป็นเผ่าลาภนั่นเอง บารมีบ่นทั้งที่ยังหลับตาว่าไม่เห็นมีปาฏิหาริย์เลย

“มีแต่คุณไม่รู้” เผ่าลาภพูดจบหันหลังจะไปเป็นจังหวะเดียวกับบารมีเหลียวมองตามพลางร้องเรียกให้เขาหยุดก่อน เผ่าลาภชะงักฝีเท้า รีบดึงหน้ากากอนามัยขึ้นมาปิดไว้อย่างเดิม

“ฉันฝากลุงทำบุญหน่อยสิ สตางค์วางไว้ตรงนี้นะ คุยกับลุงแล้วสบายใจดี” บารมีเดินมาตบไหล่พี่ชายตัวเองในคราบลุงแก่ๆ แล้วผละจากไป เผ่าลาภมองตาม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดวิทยุทรานซิสเตอร์ที่อยู่ใกล้ตัว

มีเสียงผู้ประกาศข่าวรายงานข่าวด่วนว่า บริษัทเก่าแก่อย่างจินดาเซอร์วิสซึ่งให้บริการอบและรมยาให้กับเรือบรรทุกข้าวสารมานานกว่าสี่สิบปี ตกเป็นจำเลยสังคมว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังกับกลุ่มอิทธิพล ถึงขนาดเป็นเอเย่นต์ส่งยาบ้าข้ามทวีป โดยซุกไปกับเรือสินค้า

“ทางด้านโฆษกพรรคฝ่ายค้านได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่าจะเดินหน้าขุดคุ้ยกรณีที่มีเสียงร้องเรียนพาดพิงไปถึงนายสุริยะ ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยไท แกนนำรัฐบาลว่า ให้การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายโดยมีลูกชายเป็นตัวแทนเข้าไปรับผลประโยชน์จากธุรกิจเหล่านั้น ซึ่งรวมทั้งบริษัทจินดาเซอร์วิสที่กำลังตกเป็นข่าวอยู่ด้วย”

ooooooo

ขณะที่สุริยะถูกโจมตีอย่างหนักเรื่องความ โปร่งใส ตะวันฉายกำลังดูโปสเตอร์ที่มีรูป เผด็จศึก เผ่าลาภ และแสงเทพ โดยมีฉากหลังเป็นภาพกราฟฟิกของรถตกเขาและลิฟต์ระเบิด พร้อมกับมีตัวหนังสือสีแดงฉานเขียนว่า

“ขอเชิญร่วมสังสรรค์วันครบรอบรถตกเขา ฉลอง ความสำเร็จในการลอบวางระเบิดลิฟต์ของเรา...อย่าลืมเอาเงินติดตัวมา แล้วคุณจะรู้ว่า คราวหน้าเป็นคิวของใครกันแน่”

แสงเทพมั่นใจว่านี่ต้องเป็นฝีมือของเผ่าลาภซึ่งยังไม่ตาย เพราะไม่มีใครรู้เบื้องลึกของเขากับคนในตระกูลมหาโชคตั้งศิรินอกจากตัวเผ่าลาภเอง ตะวันฉายทักท้วง แม้จะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เขาก็ไม่ควรจะเล่นตามเกมของศัตรู แสงเทพจะแสดงให้เผ่าลาภเห็นว่าคนอย่างเขาไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นผีหรือคน ยืนกรานจะไปตามนัดพร้อมด้วยเงินสดอย่างที่พวกนั้นต้องการ และวันนั้นคนแซ่ตั้งจะไม่เหลือผู้สืบสกุลอีกต่อไป

“อามีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่หลานตะวันจะต้องช่วยอา ช่วงนี้อาถูกพวกนักข่าวขุดคุ้ยโจมตีหนัก หลานชายต้องกระทุ้งคุณพ่อหน่อยนะจะทำเป็นเฉยไม่ได้ อย่าลืมว่าเราสองคนได้หรือเสียเท่าๆกัน ถ้าอาวอดวายหลานก็จะไม่มีอะไรเหลือเหมือนกัน อ้อ...ดูแลแองจี้ของอาให้ดีด้วย ถ้าหลานทิ้งเธอก็เท่ากับหลานเหยียบย่ำหัวใจอานั่นแปลว่าเราคงต้องตัดขาดกัน แล้วเวลาที่อาตัดขาดใคร อาไม่เคยทิ้งอะไรไว้ให้แม้แต่น้อยนิด” แสงเทพขู่...

ดึกแล้ว ทุกอย่างภายในบ้านกลางทุ่งเงียบสงัด แต่แพรวานอนไม่หลับ เดินลงมาหาหรั่งซึ่งนั่งอยู่โคนต้นไม้ข้างบ้าน เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอมีเรื่องกังวลใจ อยากให้ระบายออกมาบ้างเผื่อจะช่วยให้ดีขึ้น แพรวากลุ้มใจ ทั้งเรื่องที่จะต้องไปพบกับแสงเทพและเรื่องที่ถูกคุณป๋าบังคับให้ขึ้นกุมบังเหียน M.S. Group ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการ อยากจะตายปลอมๆแบบคุณป๋าแล้วให้หรั่งขึ้นมาทำหน้าที่นี้แทน

“เป็นไปไม่ได้ครับ คุณจะต้องเดินหน้าต่อไป ทิ้งทุกๆปัญหาให้เป็นภาระของผมเอง”

“แล้วนายจะไม่เดินไปกับฉันด้วยหรือ”

หรั่งจะขออยู่ข้างหลังแพรวา เหมือนดั่งรากและลำต้นที่จะคอยผลักดันยอดไม้ของมันให้สูงขึ้นไปในอากาศ เธออยากรู้ว่าแค่นั้นหรือคือสิ่งที่ทหารเอกอย่างเขาต้องการ หรั่งมีความต้องการมากกว่านั้น แต่มันอยู่ในฝันซึ่งเล่าให้ฟังไม่ได้เพราะเป็นสมบัติส่วนตัวของแต่ละคน ทุกคนต้องฝันเอาเอง แพรวาอ้างว่าทำไม่เป็น เขาสอนว่าอย่างแรกเธอต้องทำคือหลับตาเสียก่อน แล้วเอื้อมมือไปปลดผ้าคลุมไหล่ของเธอไปพันไว้รอบดวงตา

“ทำตัวตามสบายแล้วปล่อยให้ความปรารถนาพาเราไปในโลกที่เราต้องการ” หรั่งหลับตาตามแล้วฝันไปด้วยกันกับแพรวา

ooooooo

ก่อนที่แพรวาจะเดินทางพบแสงเทพตามนัด เผ่าลาภติวเข้มแผนการให้ฟังอีกครั้งหนึ่งว่าเธอต้องนัดแสงเทพมาที่เหมืองของเรา จุดนัดพบคือบริเวณท้ายเหมือง ผู้การยุทธจะส่งกำลังตำรวจตามเธอไปห่างๆ

“ข้อมูลทั้งหมดที่นายหรั่งได้มา อยู่ในมือผู้กำกับยุทธหมดแล้ว สิ่งที่น้องแพรต้องทำก็คือ แสดงตัวให้นายแสงเทพรู้ว่าเรารู้เท่าทันมันและเรามีหลักฐานครบ พูดยั่วยุปูมหลังของมันให้มันโกรธ ป๋าเชื่อว่าทุกอย่างจะออกมาจากปากของมันเอง”

“แล้วถ้าเขายิงน้องแพรทันทีโดยไม่ฟังอะไรเลยล่ะคะ”

“กำลังของผู้การยุทธที่ซุ่มอยู่รอบๆจะจู่โจมมันก่อน รวมทั้งป๋ากับนายหรั่งก็จะออกมาเผชิญหน้ากับมันก่อนมันจะถึงตัวน้องแพร...จำไว้แต่เพียงว่า หนูต้องไม่เข้าใกล้ตัวมัน เว้นระยะห่างจากมันตามที่ป๋าบอกและอย่าละสายตาไปจากมันเด็ดขาด ที่เหลือเป็นหน้าที่ของป๋าเอง ป๋ารู้ว่ามันไม่ยากเกินความสามารถของหนูหรอก”...

เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ แสงเทพไม่ได้ไปท้ายเหมืองตามนัด เพราะตะวันฉายหลอกให้เขาไปรอบริเวณหน้าผาหิน ซึ่งเป็นคนละจุดกับที่แพรวา

รออยู่ แล้วส่งสมุนของตนไปพบกับเธอที่ท้ายเหมืองแทนที่เพื่อเป็นตัวล่อ นายปื้ดอดแปลกใจไม่ได้ ทำไมถึงนัดพวกเรามาที่นี่ แทนที่จะให้ไปพบที่เหมือง M.S. พูดยังไม่ทันขาดคำ มีเสียงระเบิดดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่แสงเทพกับปื้ดยืนอยู่

“ไอ้เผ่าลาภ มึงใช่ไหม มึงยังไม่ตายใช่ไหม กูรู้ ...มึงคิดว่ามึงจะหนังเหนียวได้นานแค่ไหน ออกมาสิโว้ย ออกมาสู้กันซึ่งๆหน้า มุดหัวอยู่ทำไม อยากได้เงินก็ออกมา” แสงเทพตะโกนกร้าว แล้วชักปืนยิงกราดไปรอบๆอย่างมีอารมณ์ นายปื้ดยิงใส่หน้าผาหินตามอย่างเจ้านายจนกระสุนของทั้งคู่หมด

ทันใดนั้น มีรถแทรกเตอร์หลายคันพุ่งมาจากทุกทิศทุกทาง นายปื้ดเห็นท่าไม่ดี บอกให้เจ้านายรีบกลับขึ้นรถ แต่ยังไม่ทันจะขยับ ห่ากระสุนสาดเข้ามาสกัดทั้งคู่ไว้ พร้อมๆกับรถแทรกเตอร์ตีวงโอบล้อมไว้โดยรอบ ขณะกำลังวุ่นๆกันอยู่นั้น มีมือมืดในชุดดำสวมแว่นกันแดด และหมวกมาฉกกระเป๋าใส่เงินไปจากรถของแสงเทพ

“นาย มันเอากระเป๋าเงินของเราไปแล้ว” นายปื้ดร้องเอะอะ แสงเทพสั่งให้เขาไปเอาเงินกลับมา

นายปื้ดกำลังจะขยับ กระสุนชุดใหญ่สาดใส่อีกครั้ง ตรึงให้เขาหยุดอยู่ที่เดิม ชายฉกรรจ์ล่ำบึ้กในชุดดำหลายสิบคนโผล่ขึ้นมายืนบนรถแทรกเตอร์พร้อมกับปืนเอ็ม 16 ในมือ แสงเทพมองสมุนคู่ใจ เหมือนรู้ในชะตากรรมของตัวเอง แต่พยายามทำใจดีสู้เสือ

“พวกแกเป็นใครกันแน่ น้องชายไอ้ย้งที่ฉันรู้จัก มันใจเสาะจะตายไม่กล้าได้กล้าเสียอย่างนี้หรอก ถึงจะหิวเงินยังไงก็เถอะ” สิ้นเสียงแสงเทพ ชายในชุดดำสวมแว่นกันแดดและหมวก ในมือมีกระเป๋าใส่เงินของแสงเทพก้าวออกมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์ ก่อนจะถอดหมวกกับแว่นออก เผยให้เห็นว่า คือตะวันฉาย แสงเทพแทบช็อก

“หลานตะวัน หลายชายเองหรือ ทำไมทำกับอาอย่างนี้ล่ะ”

“อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไม...ฮ่าๆๆๆบอกให้โง่เหรอ” ตะวันฉายพูดจบ ดีดนิ้วให้สัญญาณชายฉกรรจ์ในชุดดำสาดกระสุนใส่แสงเทพกับนายปื้ดไม่ยั้ง

“เราสองคนได้เสียไม่เท่ากันหรอกครับคุณอา” ตะวันฉายมองภาพตรงหน้าอย่างสะใจ เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังขึ้นเป็นเสียงสุดท้าย ก่อนทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบ...

ขณะที่แสงเทพตายอย่างอนาถ แพรวายังคงยืนรอเขาอยู่ที่ท้ายเหมือง M.S. โดยไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้วยเป็นสมุนของตะวันฉาย สักพักชายคนนั้นยื่นมือถือให้ บอกว่ามีคนจะพูดสายด้วย เธอรับมาแนบหูแบบงงๆ

“น้องแพรหรือจ๊ะ...ขอโทษทีนะที่พี่ผิดนัด พอดีนายทุนของพี่เขามีปัญหานิดหน่อย เพิ่งจะเคลียร์กันได้เงินสดทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่พี่แล้ว มันจะส่งถึงมือน้องแพรทันทีที่กรรมสิทธิ์เหมือง และกิจการในเครือ M.S. ทั้งหมดเป็นของพี่แต่เพียงผู้เดียว”

ooooooo

บารมีทนบาปในใจที่มีส่วนรู้เห็นการตายของพี่ชายตัวเองไม่ได้ จึงไปหาตะวันฉายที่เซฟเฮาส์เพื่อจะขอแยกตัวออกมา กลับพบแต่แองจี้นอนทุรนทุรายด้วยความอยากยาอยู่ที่นั่น พยายามร้องขอยาเสพติด แต่เขาไม่มีให้ เธอต้องการยาเสพติดมากจะให้แลกกับอะไรก็ยอมทุกอย่าง

“เสียใจ ฉันไม่อยากได้อะไรของเธอ”

แองจี้เสนอจะบอกความลับเรื่องที่ตะวันฉายหักหลังอาแสงเทพของเธอเพื่อแลกกับยาเสพติด บารมีสนใจขึ้นมาทันที สั่งให้เล่ามาให้หมด หญิงสาวคุยโม้ว่าเป็นคนเล่าเรื่องเก่าๆของแสงเทพให้ตะวันฉายฟังเอง ทั้งเรื่องค้ายา ค้าของเถื่อน ดักยิงรถเพื่อนเก่าจนตกเขาตาย แล้วเขายังให้เธอหารูปเก่าๆของอาเธอมาให้ เพื่อจะได้เขียนข้อความข่มขู่ลงไปในรูปแล้วส่งไปให้อาของเธอซึ่งกลัวแทบแย่เพราะนึกว่าวิญญาณเพื่อนเก่าจะมาล้างแค้น

“ทีนี้ตะวันฉายก็หลอกให้อาแสงวางแผนฆ่าเผ่าลาภโดยที่ตัวเองไม่มีความผิดแม้แต่น้อย โคตรเลวเลย ฮ่าๆๆๆ ยังมีอีกเยอะ อยากฟังไหม แต่ต้องเอายามาก่อน”

บารมีแกล้งหลอกว่าถ้าอยากได้ยาเสพติดต้องเล่าความลับของตะวันฉายมาให้หมดก่อน แองจี้ขัดไม่ยอมเล่าแถมขู่จะฟ้องตะวันฉายอีกต่างหาก เขาหมดความอดทนกระชากคอเธอขึ้นมาบังคับให้เล่าทุกอย่าง

“พอเขาจัดการกับอาฉันเสร็จ เขาก็จะซื้อบริษัท M.S. มาเป็นของตัวเองด้วยเงินของอาฉัน เขาจะมีกิจการเหมืองบังหน้า ส่วนเบื้องหลังก็จะลักลอบทุกอย่างหนักกว่าที่อาแสงเคยทำ ใครขวางหน้าเขาจะฆ่าให้หมดแล้วตัวเขาเองก็จะไปเล่นการเมืองตามแบบพ่อของเขา...ฮ่าๆๆๆ ไหนยาล่ะ”

บารมีไม่มียาเสพติดจะให้ มีแต่ยาแก้ปวดหัว แล้วจับแองจี้เหวี่ยงกระเด็น ก่อนจะออกจากห้อง

ooooooo

ข่าวการตายของแสงเทพทำให้เผ่าลาภโล่งใจเป็นอย่างมาก ในที่สุด M.S.Group จะได้หมดปัญหาเสียที รำไพแย้งทันทีว่าไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเขาจะกลับเข้าไปในบริษัทได้อย่างไร

“ใครบอกคุณว่าผมจะกลับไปที่นั่น ผมรอเวลาที่จะเป็นคนที่ตายแล้วมานานแสนนาน นับจากนี้ไปเราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันให้ไกลผู้ไกลคนโดยที่ผมไม่ต้องคอยกังวลเรื่องงานเหมือนที่ผ่านมาไง ปล่อยให้ธุรกิจ M.S. เป็นหน้าที่ของน้องแพรไปเถอะน่า”

“คุณคิดว่าแกจะยอมหรือคะ”...

เป็นอย่างที่รำไพคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน พอแพรวา รู้เรื่องนี้ ปฏิเสธทันควันว่าจะไม่ยอมเป็นหัวเรือใหญ่

ของบริษัท M.S.เด็ดขาด เพราะยังมีทั้งอาเจ็กฮุยและอาเจ็กเหลียงเป็นทางเลือก เผ่าลาภไม่เห็นทั้งคู่จะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ตรงไหน คนหนึ่งก็อ่อนไหวง่าย ไม่เด็ดเดี่ยว ส่วนอีกคนก็เจ้าอารมณ์ มุทะลุ มีเพียงแพรวาเท่านั้นที่คู่ควร แล้วกล่อมลูกสาวจนในที่สุดก็ยอมทำตามความต้องการของเขา แพรวาอยากรู้ว่าคุณป๋าจะเอาหรั่งไปไว้ไหน เผ่าลาภจะให้เขาคอยประคองเธออยู่ข้างหลัง แต่เธอกลับอยากจะให้เขามาอยู่ข้างหน้ามากกว่า

“วันหนึ่งเขาจะขึ้นมาอยู่เสมอหนูเองอย่าห่วงเลย ไหนลองบอกป๋ามาตามตรงสิว่าหนูคิดยังไงกับนายหรั่ง”

แพรวาสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด ยังไม่ยอมให้คำตอบใดๆทั้งสิ้น...

ข่าวฮอตประเด็นร้อนที่ไม่แพ้ข่าวการเสียชีวิตของแสงเทพก็คือข่าวการประกาศจะลงสนามเลือกตั้งของตะวันฉายที่ถูกบรรดานักข่าวจากทุกสถานีโทรทัศน์รุมสัมภาษณ์ เขาพูดจาได้ไพเราะน่าฟังราวกับนักการเมืองผู้เจนเวที มีทั้งลูกล่อลูกชน แถมเก๊กหน้าหล่ออีกต่างหาก มีนักข่าวคนหนึ่งตะโกนถามเรื่องเทกโอเวอร์บริษัท M.S.

“คือผมเห็นว่าบริษัท M.S. กำลังจะล้มละลายผมก็อดเป็นห่วงพี่น้องคนงานไม่ได้ กลัวว่าพวกเขาจะถูกลอยแพน่ะครับ ก็เลยจะขอซื้อกิจการต่อจากเขาเท่านั้นเองครับ”

กัมปนาทดูข่าวนี้อยู่ที่บ้านของเผ่าลาภพร้อมกับลินจงและกันทิมารู้สึกหมั่นไส้มาก นึกอยากด่าพี่สาว

ตัวเองที่ไม่รู้ทำท่าไหนถึงได้เห็นดีเห็นงามไปอยู่ข้างเดียวกับไอ้เลวคนนี้ ลินจงตั้งข้อสังเกตว่าอรทัยคงจะได้แบ่งเปอร์เซ็นต์จากตะวันฉายหลายล้านบาท ถึงได้ยังอยู่เมืองไทยไม่ยอมตามลูกตามผัวไปเมืองนอก

“นี่ก็โทร.ตื๊อเช้าตื๊อเย็นเลยนะ จะให้ขาย M.S. ให้ได้เลย” กัมปนาทบ่นอุบ...

ทางฝ่ายแพรวาเล่าแผนการที่เผ่าลาภวางไว้ให้หรั่งฟังว่าหลังจากพิธีฝังศพอย่างเรียบง่ายและรวดเร็วของคุณป๋าเสร็จสิ้น แม่และคุณป๋าของเธอจะหายไปอยู่กันเพียงลำพังสองคนในที่ที่ไม่มีใครล่วงรู้ ทิ้งเธอไว้กับธุรกิจที่สับสนวุ่นวาย แพรวารู้สึกอิจฉาคุณป๋า ไม่รู้เมื่อไหร่เธอจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตตามลำพังกับคนรักอย่างนี้บ้าง

“เมื่อคุณพา M.S. กลับมาอยู่ที่เดิมที่คุณพ่อคุณเคยทำเอาไว้”

แพรวาเกรงว่าเมื่อถึงตอนนั้นแล้ว จะไม่เหลือใคร และถ้าไม่เหลือใครจริงๆหรั่งจะช่วยเธอไหม เพราะนับตั้งแต่เขาเข้ามาในชีวิต เธอก็ไม่มีผู้ชายคนไหนเข้ามาใกล้อีกเลย ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่เธอใกล้ชิดด้วย มารับมาส่งเธอทุกวัน หัวเราะร่าเริงด้วยกัน โทร.หากันเวลาไม่อยู่ ได้เต้นรำริมทะเลด้วยกัน แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่เคยบอกรักเธอสักนิด ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่พอใจจะให้ทั้งหมดที่เธอกล่าวมานั้นเป็นแค่หน้าที่ของผู้ช่วยเอ็มดี

“คุณอยู่สูงกว่าผมมาก”

“นายเริ่มต้นด้วยคำพูดของคนที่กำลังจะบอกเลิกกันนะ”แพรวาจ้องหน้าหรั่งนิ่ง เขาค่อยๆยื่นมือไปแตะมือเธออย่างอ่อนโยน แล้วใช้อีกมือหนึ่งลูบไล้ไรผมของเธอเบาๆ

“รอผมได้ไหมล่ะครับ  ต้องมีสักวันที่ผมจะขึ้นไปอยู่สูงได้เท่าๆคุณ วันนั้นหัวใจของผมจะพูดทุกอย่างกับคุณ”

แพรวาอยากรู้ว่าต้องรอนานแค่ไหนจะได้รู้ว่ารอได้หรือเปล่า หรั่งว่าอย่างน้อยก็ให้พ้นจากข้อหาฆ่าเผ่าลาภก่อนก็ยังดี แพรวาสัญญาต่อให้นานแค่ไหนก็จะรอ...

ด้านสุริยะไม่กล้าเตือนลูกชายตัวเองต่อหน้าคนอื่น ได้พูดเป็นนัยๆให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจมืดให้หมด ทำอะไรไว้ที่ไหนอย่านึกว่าไม่มีใครรู้ ส่วนเรื่องอะไรที่ยังค้างๆคาๆอยู่ ก็ให้รีบไปจัดการให้จบโดยเร็ว ตะวันฉายพอจะเข้าใจความนัยของท่าน รีบปฏิบัติตามทันที

ooooooo

ไม่นานนัก ตะวันฉายมาหาแพรวาที่บ้าน พยายามใช้ไม้อ่อนขอให้เธอขายกิจการ M.S. ให้ อย่าดันทุรังทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดอีกต่อไป แล้วเขาจะแบ่งหุ้นบางส่วนให้ แพรวายืนกรานไม่ยอมขายท่าเดียว จนตะวันฉายเริ่มเคือง คว้ามือเธอขึ้นมาบีบไว้แน่น ขู่ว่าถ้าไม่ยอมขายกิจการให้ อาจจะใช้กำลังรุนแรงกว่านี้

“คุณกำลังแสดงกิริยาหยาบคายในบ้านของฉันนะ” แพรวาจ้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

“พี่ไม่อยากให้เรื่องมันจบอย่างรุนแรง พี่พยายามจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่ถ้าน้องแพรไม่ให้ความร่วมมือ โศกนาฏกรรมมันก็พร้อมจะเกิดขึ้นได้เสมอ จำเอาไว้” ตะวันฉายปล่อยมือแพรวาแล้วผละจากไป...

ที่ห้องควบคุมตัวลับแห่งหนึ่งของตำรวจ พรุ่งนี้ก็จะถึงวันที่หรั่งได้รับอิสรภาพเต็มร้อยเพราะทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว แต่เขายังไม่ค่อยสบายใจนักที่เรื่องจบง่ายเกินไป พ.ต.อ.ยุทธถึงกับบ่นอุบ

“อย่าให้ยากกว่านี้เลย แค่นี้ก็เหนื่อยกันจะแย่อยู่แล้ว ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ควรจะได้พักผ่อน ควรจะมีชีวิตที่สงบสุขเสียที โดยเฉพาะนาย ถึงเวลาที่นายควรจะได้รับรางวัลชีวิตกับเขาบ้างแล้ว”

หรั่งไม่เคยต้องการรางวัลอะไรทั้งนั้น พ.ต.อ.ยุทธหาว่าเขาเป็นพระเอกมากเกินไป แค่เห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุขดูมันจะน้อยเกินไป คนดีๆอย่างเขาควรจะได้มากกว่านั้นโดยเฉพาะในเรื่องความรัก

ooooooo
วันรุ่งขึ้น ที่กองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.ยุทธตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเปิดตัวพยานปากสำคัญในคดีระเบิดลิฟต์ ซึ่งพยานที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหน คือผู้ใหญ่เงาะนั่นเอง

ขณะที่นักข่าวรุมสัมภาษณ์ผู้ใหญ่เงาะ อีกมุมหนึ่งหน้าประตูทางเข้า นายสยามขับรถพาเผ่าลาภมารับหรั่งด้วยตัวเอง เนื่องจากมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับแพรวาจะคุยด้วย ยิ่งได้รู้ว่าทั้งคู่รักกันยิ่งทำให้เผ่าลาภลำบากใจที่จะเอ่ยปาก จนหรั่งเองรู้สึกได้ รีบออกตัวว่าถ้าเผ่าลาภต้องการให้เขาไปจากแพรวา เขาก็จะไปทันที

“ฉันไม่ได้ต้องการอย่างนั้น ฉันยินดียกลูกสาวฉันให้นายด้วยซ้ำ ถ้าหากว่านายจะไม่ใช่นาย” เผ่าลาภหยุดสูดลมหายใจเข้าราวกับจะรวบรวมพลัง แล้วเล่าถึงเฮียย้งหรือเผด็จศึกพี่ชายของตัวเองให้ฟังว่า สาเหตุที่เขาถูกไล่ออกจากตระกูลก็เพราะแอบไปมีเมียที่ไม่ใช่คนจีน แต่เป็นแหม่มชาวโปรตุกีสผมสีน้ำตาลทองแดงแบบสีผมดั่งเดิมของหรั่ง ในวันที่เมียแหม่มกำลังอุ้มท้องแก่ใกล้คลอด เผ่าลาภเป็นคนพาสองผัวเมียไปหลบอยู่ที่บ้านกลางทุ่งหลังนั้น และในที่สุดเมียของเฮียย้งก็คลอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้ชายหัวแดงเหมือนแม่ไม่มีผิด

“ในวันที่เฮียย้งมีปัญหากับแสงเทพ เขารู้ตัวดีว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย เฮียย้งได้ฝากบุตรชายไว้กับช่างไม้แก่ๆคนหนึ่งที่มาตั้งแคมป์ก่อสร้างอยู่ใกล้ๆ ช่างไม้ใจดีคนนั้นชื่อนายนุ้ย นาคำ หลังจากอุบัติเหตุรถตกเขา ฉันได้พยายามตามหาลูกชายของเฮียย้งมาโดยตลอด ตามดูทุกแคมป์ก่อสร้างแต่ก็หาไม่เจอ มีเพียงครั้งเดียวที่เฉียดกันมากที่สุดก็คือที่บ้านพักริมทะเล ฉันได้เห็นแพรวากำลังเล่นสนุกอยู่กับเด็กลูกครึ่งคนหนึ่ง แต่เมื่อมั่นใจว่าต้องใช่เด็กคนนั้นแน่ๆ แคมป์ก่อสร้างก็ย้ายหายไปเสียแล้ว” เผ่าลาภหน้าเครียด ขณะที่หรั่งถึงกับน้ำตาคลอ

“ แคมป์ย้ายไปอยู่ที่ชุมพร สักสองเดือนหลังจากนั้นลุงนุ้ยก็ตาย...ทำไมคุณเพิ่งมาบอกผม”

“ฉันไม่ได้อยากให้นายเป็นนายเลย ถึงแม้ว่าฉันจะดีใจที่ได้หลานชายกลับมาอยู่ใกล้ ดีใจที่รู้ว่าหลานชายของฉันเก่งแค่ไหน แต่ขณะเดียวกัน ฉันก็กำลังจะทำให้ทั้งลูกสาวและหลานชายอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เฮียย้งชอบเล่นไวโอลินมาก ในวันเกิดของเขาปีหนึ่ง เมียแหม่มได้สั่งทำล็อกเกตทองคำขาวเป็นรูปไวโอลินให้เป็นของขวัญกับเฮียย้ง ล็อกเกตอันนั้นเฮียย้งได้ผูกไว้ที่คอลูกชายในวันที่ต้องแยกจากกัน”

หรั่งถามทั้งน้ำตาว่าแม่ของเขาชื่ออะไร ได้ความว่าชื่อลูน่า เผ่าลาภจำเป็นต้องบอกเรื่องนี้กับเขาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป และหวังว่าหรั่งคงจะไม่ทิ้งน้องสาวไปเฉยๆ...

เรื่องที่หรั่งกับแพรวาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทำให้หรั่งแทบคลั่ง หนีเตลิดออกจากบ้านกลางทุ่งทั้งน้ำตานองหน้า สักพัก เขาหยุดหอบเหนื่อยที่ริมถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง แล้วหงายหลังลงไปนอนกับพื้น ตะโกนลั่นราวกับต้องการให้ฟ้าดินรับรู้ถึงความทุกข์ทรมานของตนเองในครั้งนี้

“ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย ทำไม...”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แม็กกี้" สวมวิญญาณนางร้าย วางแผนฆ่าพ่อผัวป่วยติดเตียง ใน "หนี้เกียรติยศ"

"แม็กกี้" สวมวิญญาณนางร้าย วางแผนฆ่าพ่อผัวป่วยติดเตียง ใน "หนี้เกียรติยศ"
1 ธ.ค 2563

23:41 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 06:37 น.