ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แพรวายังคงหลับตาซุกหน้ากับอกหรั่งอยู่บนดาดฟ้าของอาคาร M.S. พึมพำเบาๆว่าถ้าวันนี้เธอไม่มีเขาไม่รู้ชีวิตจะเป็นอย่างไร หรั่งให้คำมั่นว่าเธอจะมีเขา วันนี้เดี๋ยวนี้และตลอดไป

“ฉันไม่อยาก มั่นใจอะไรอีกแล้ว ฉันอยากหลับตาอยู่อย่างนี้ไม่อยากตื่นมาพบกับความเป็นจริงที่เลวร้ายอีกเลย แม้แต่นิดเดียว” แพรวาเบียดตัวเข้าไปในวงแขนของหรั่งแน่นขึ้นอีกราวกับต้องการที่พักพิง เขาตอบรับท่าทีของเธออย่างทะนุถนอมสุดชีวิต...

เสร็จจากคอนเสิร์ต มีการเลี้ยงอาหารค่ำให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ เท่ห์ เช็ง เจ๊โอ๋กับน้องๆทั้งสามคนของโบ้กำลังเอร็ดอร่อยกับการกิน โบ้แอบเอาดอกไม้ช่อใหญ่จะมาแสดงความยินดีกับก้อย แต่ยังสรรหาคำพูดโดนๆไม่ได้ ตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ไม่ทันจะเอ่ยปากอะไร หัวหน้าวงร็อกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

โบ้ลุกพรวด รีบเอาช่อดอกไม้ซ่อนไว้ด้านหลัง หัวหน้าวงร็อกชมก้อยไม่หยุดปากว่าเล่นกีตาร์ได้เก่งมากและอยากจะให้เธอไป ทัวร์คอนเสิร์ตกับพวกตนหนึ่งปี ต้องให้เขาขออนุญาตจากใคร คนที่ชื่อหรั่งหรือเปล่า ก้อยอ้ำๆอึ้งๆตัดสินใจไม่ถูก โบ้ตอบคำถามแทนที่ว่าเธออนุญาตได้ด้วยตัวเอง

“เยี่ยมเลย ถ้าอย่างนั้นพี่วางคิวทัวร์คอนเสิร์ตเรียบร้อยแล้วจะนัดซ้อมกันอีกทีนะ”

จังหวะ นั้น เท่ห์กับเช็งวิ่งเอาซองใส่เงินค่าตัวมาให้ ก้อย และจะขอมีเอี่ยวด้วยครึ่งหนึ่งเป็นค่านายหน้า เจ๊โอ๋พรวดเข้ามาคว้าซองใส่เงินไปจากมือเท่ห์ อาสาจะถือเงินไว้ให้เอง หัวหน้าวงร็อกชวนโบ้ เช็งและเท่ห์ไปเป็นเด็กยกเครื่องให้กับวงดนตรี มีค่าแรงให้ด้วย เท่ห์คุยอวดว่าตัวเองทำได้มากกว่านั้น แล้ววาดลวดลายหางเครื่องให้เขาดู หัวหน้าวงดนตรีได้แต่ยิ้มๆ แล้วขยับจะไปแต่นึกอะไรขึ้นมาได้ หันมากระเซ้าโบ้

“แล้วจะถือดอกไม้ไว้อย่างนั้นทำไม อยากให้ก้อยก็ให้เลยสิ เดี๋ยวก็เหี่ยวเสียก่อนหรอก”...

ใน ขณะที่ก้อยได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก หรั่งและแพรวายังคงยืนกอดกันอยู่ ณ จุดเดิม จนเห็นสมควรแก่เวลาเขาจึงชวนเธอกลับบ้าน แพรวาอดเป็นกังวลไม่ได้ ต่อจากนี้ไปเราจะมองหน้ากันอย่างไร

“แล้วแต่ใจของคุณครับ แต่สำหรับผมแล้ว ผมมองคุณแบบเดียวกันนี้มาเกือบยี่สิบปีแล้วครับ”

แพรวาผละจากอ้อมกอดหรั่ง มองสบตาเขาอย่างลึกซึ้ง “ฉันมัวแต่มองอะไรอยู่นะ ตั้งเกือบยี่สิบปี”...

ทาง ฝ่ายตะวันฉายไม่รอช้ารายงานให้แสงเทพทราบถึงแผนการกำจัดเผ่าลาภว่า ส่งคนที่เขาไว้ใจได้เข้าไปเป็น  รปภ.แทนคนเก่าของอาคาร M.S. เรียบร้อยแล้ว อาศัยเส้นสายจากเพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่ในบริษัทรักษาความปลอดภัยจัดการให้ ทั้งสองคนมัวแต่หัวเราะชอบใจที่แผนการขั้นแรกผ่านไปด้วยดี ไม่ทันสังเกตเห็นบารมีหลบมุมแอบฟังด้วยความสนใจ

ooooooo

ในเวลา ไล่เลี่ยกัน หรั่งขับรถพาแพรวาออกจากใต้ถุนอาคาร M.S. รปภ.หน้าตาไม่คุ้นวิ่งมาเปิดประตูรั้วให้แล้วโน้มตัวมาถามเขาว่าคืนนี้จะพา ท่านประธานมาดูดาวหรือเปล่า

“เหมือนเดิม...เพิ่งมาอยู่ใหม่หรือ”

“ผมมาแทนพี่เขาสองวันครับ”

หรั่งพยักหน้ารับรู้ แล้วเคลื่อนรถออกไปโดยไม่เอะใจว่ากำลังจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น...

ตะวัน ฉายยังคงอธิบายแผนสังหารเผ่าลาภให้ แสงเทพฟังอยู่ที่มุมส่วนตัวภายในบ้านของฝ่ายหลังว่า รปภ.ที่เขาส่งไปคนนี้ จะคอยสังเกตการณ์ความเป็นไป วันไหนบ้างที่หรั่งจะพาเผ่าลาภขึ้นไปดูดาวบนดาดฟ้าอาคาร M.S. ส่วนหน้าที่หลังจากนั้นจะอยู่ที่คนของแสงเทพ

“ไม่ต้องห่วงหรอกหลานชาย เรื่องพวกนี้ไอ้ปื๊ด เก่งอยู่แล้ว มันจะเล็ดลอดเข้าไปถึงภายในอาคาร จากนั้น ไอ้ปื๊ดจะตรงไปที่ลิฟต์โดยสารส่วนตัวของไอ้ตงเพื่อติดตั้ง อุปกรณ์สำคัญ ทันทีที่ลิฟต์เคลื่อนตัวไปถึงชั้นดาดฟ้า ก็จะเป็นเวลาที่ระเบิดทำงานพอดี”

“ใครเป็นคนกดระเบิดครับ”

แสง เทพว่าไม่มีใครทำหน้าที่นี้ เพราะทุกอย่างทำงานโดยอัตโนมัติ เริ่มนับถอยหลังเมื่อมีคนกดเรียกลิฟต์และจะระเบิดเมื่อลิฟต์ถึงชั้นดาดฟ้า ระเบิดลูกแรกจะทำให้สลิงขาด ลิฟต์ตกลงมากระแทกพื้น ระเบิดลูกที่ สองจึงทำงานเพื่อผลาญทุกอย่างให้เป็นจุณ ชนิดไม่เหลือซากสำหรับกองพิสูจน์หลักฐานแม้แต่น้อย

“คุณอาจะลงมือเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ สี่ทุ่ม นั่นคือเวลาที่ไอ้หรั่งพาไอ้ตงมาที่ตึก...ทีนี้แหละ ไอ้ตง...ตายแน่”

“ตาย บนดาดฟ้าขณะขึ้นไปดูดาว กลายเป็นดาวประดับฟ้า” ตะวันฉายพูดจบ หัวเราะร่วนอย่างมีความสุขเช่นเดียวกับแสงเทพ บารมีซึ่งแอบฟังอยู่โดยตลอดถึงกับหน้าเครียด

ooooooo

หรั่งลุกขึ้น แต่งตัวแต่เช้า เตรียมเดินทางไป จ.กาญจนบุรีกับแพรวา เขาหวนนึกถึงเหตุการณ์บนดาดฟ้าเมื่อคืน คิดถึงหญิงในฝันที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง และยังจำคำพูดที่บอกเธอให้หลับตาให้สบายนานเท่าไหร่ก็ได้เท่าที่ใจปรารถนา เมื่อใดที่ลืมตาขึ้นมา เขาจะอยู่ตรงหน้าเธอเสมอ

“ฉันถือเป็นคำสัญญานะ”

“มัน คือคำสาบานครับ” หรั่งหลับตาลงราวกับจะให้ภาพนั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำ แต่แล้วต้องชะงักเมื่อภาพ รปภ.คนใหม่ที่เจอกันเมื่อคืนผุดขึ้นมาแทนที่ เขาเริ่มเอะใจว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล...

ในเวลาเดียวกัน รำไพเข้ามาช่วยแพรวาเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าและบอกให้ค้างที่บ้านพักรับรองใน เหมือง ชาติชายเตรียมปัดกวาดเช็ดถูไว้ให้แล้ว เธออิดออดไม่อยากไป รำไพขอให้คิดเสียว่าไปทำหน้าที่แทนคุณพ่อ เผื่ออะไรๆ ทางโน้นจะได้ดีขึ้น เห็นชาติชายว่าพวกชาวบ้านในพื้นที่เริ่มจะเอนเอียงมาอยู่ข้างเดียวกับเรา แล้ว

“ต้องไปเพราะเหตุผลทางธุรกิจนี่เอง”

“มันก็ไม่ใช่เพราะธุรกิจ ทั้งหมดหรอกลูก เป็นเรื่องน้ำใจด้วย คู่บ่าวสาวที่เขาแต่งงานกัน เขาก็อยากให้คนมาร่วมงานเขาเยอะๆเป็นหน้าตาเป็นเกียรติสำหรับเขานะลูก เอาของขวัญไปให้เขาแทนคุณป๋าหน่อยนะ”

แพรวาไม่อยากทิ้งพ่อไปไหนไกลๆ รำไพติงแค่คืนเดียวเท่านั้นเอง ท่านจะให้ส้มเด็กรับใช้ไปกับลูกด้วย ส่วนหรั่งก็ให้นอนเรือนเล็ก อีกสักพัก เขาคงจะมารับ เร่งให้ลูกจัดกระเป๋าเร็วๆแล้วขอตัวไปบอกส้มให้เก็บเสื้อผ้าจะได้ไม่เสีย เวลา ทันทีที่รำไพออกจากห้อง หรั่งโทร.มาบอกแพรวาว่าคงจะไปกาญจนบุรีด้วยไม่ได้ บังเอิญมีธุระสำคัญ ต้องขอโทษเธอด้วย แพรวาตัดพ้อ ผ่านมายังไม่กี่ชั่วโมง เขาคิดจะผิดคำสาบานแล้วหรือ

“มันจำเป็นจริงๆครับ น้าหยามจะขับรถให้คุณแทนผม และขอให้คุณจำไว้ด้วยว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ผมไม่มีวันผิดคำสาบาน”

“ให้ฉันลืมเรื่องทั้งหมดที่นายพูดเมื่อคืนนี้ ดูจะง่ายกว่าให้จำคำแก้ตัววันนี้ของนาย”

“แล้ว คุณจะรู้เองคุณแพรวาว่าทำไมผมต้องตัดสินใจอย่างนี้” หรั่งวางสายทันที แหงนดูภาพของหญิงในฝันบนเพดานได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจการกระทำครั้งนี้ของ ตนเอง...

ทางด้านบารมีหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.เข้าเบอร์บ้านเผ่าลาภ หวังจะเตือนให้พี่ชายรู้ตัวว่ากำลังถูกปองร้าย ขณะกำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่นั้น แสงเทพเดินเข้ามาจากด้านหลัง

“คุณบารมี โทร.ไปไหนน่ะ ไม่เห็นพูดอะไรสักคำเลย”

บารมี รีบวางสาย อ้างว่าปลายทางไม่ว่าง แสงเทพ อยากให้เขาช่วยขับรถพาไปล่าสัตว์ บารมีรับคำด้วยความกระอักกระอ่วนใจและไม่สบายใจอย่างยิ่ง

ooooooo

ในเวลาต่อมาหรั่งแวะหาผู้ใหญ่เงาะที่ชุมชนจานเดี่ยว สอบถามว่ายังเป็นยามอยู่หรือเปล่า เขาอยากขอความรู้เกี่ยวกับบริษัทรักษาความปลอดภัย ผู้ใหญ่เงาะชี้ให้ดูเสื้อเครื่องแบบยามที่ตัวเองใส่อยู่แทนคำตอบ

“ฉันเห็นผู้ใหญ่กินเหล้าทุกวัน เอาเวลาที่ไหนไปเป็นยาม”

“เดี๋ยวนี้ไม่กินแล้วโว้ย เหล้ายาปลาปิ้งเลิกขาดหมด ชุมชนเราไม่มีใครเมาอีกต่อไปแล้ว ไอ้ที่เมื่อก่อนต้องกินเหล้ามันมีเหตุผล ไม่ใช่กินแบบโง่ๆ กินเรื่อยเปื่อย ข้ากินเพื่อให้เมาหลับ พวกยามกะกลางคืนน่ะอาภัพ ตอนดึกคนอื่นเขาหลับกัน เราก็ต้องซัดเอ็ม ทั้งกระทิง ทั้งลิโพ เอาเข้าไปให้มันตาสว่าง พอถึงเช้าตามันค้างก็ต้องซัดเหล้าทำทางให้มันหลับ จะได้ตื่นมามีแรงอีกทีตอนดึก เข้าใจหรือยัง”

“เข้าใจนิดหน่อย”

“ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้หรอก บริษัทยาม บริษัทรักษาความปลอดภัย มันผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ยิ่งมีเยอะยิ่งรับคนแยะ ใครตกงานมาจากไหน สมัครเป็นยามได้ทันที ไม่ต้องมีเอกสารหลักฐาน ไม่ต้องเช็กประวัติ นิสัยดีเลวอย่างไรไม่สน พูดไทยไม่ได้ไม่เป็นไร จับใส่ชุดอย่างนี้ปุ๊บเป็นยามปั๊บ ทันทีเลย โอ๊ย พวกนี้ไปร่วมมือกับโจรปล้นเจ้าของบ้านเขาก็เยอะ” สิ้นเสียงผู้ใหญ่เงาะ โบ้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาบอกหรั่งว่ามีอะไรจะให้ ก่อนจะเอารูปถ่ายก้อยตอนแสดงคอนเสิร์ตให้ดู หรั่งชมว่าน่ารักมาก แล้วถามว่าเธอได้ของขวัญที่ฝากน้าเบิ้มไปให้หรือยัง

“ได้แล้ว แต่ยังไม่ยอมแกะ ก้อยอยากจะแกะต่อหน้ามึง เธออยากให้มึงเป็นคนบอกว่าในกล่องนั้นมีอะไร”

หรั่งพยักหน้ารับรู้ แล้วส่งรูปทั้งหมดคืน โบ้ไม่รับคืน รูปพวกนี้อัดมาให้เขาโดยเฉพาะ หรั่งยัดรูปใส่มือโบ้

“โบ้ มึงก็รู้กูไม่เคยเก็บรูปใครได้อีก และกูก็รู้ว่ามึงจะดูแลก้อยได้ดีกว่ากู หรือมึงจะเถียง” หรั่งพูดจบยื่นมือให้โบ้จับ สองหนุ่มเพื่อนรักจับมือกันด้วยมิตรภาพที่ดี...

ฝ่ายบารมีร้อนใจมากต้องหาทางเตือนเผ่าลาภให้ได้ ตัดสินใจเขียนจดหมาย แล้วแอบเอามาให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าบ้านแสงเทพ สั่งให้เอาจดหมายฉบับนี้ส่งให้ถึงมือแพรวาที่บริษัท M.S. JEWELRY

“แผนที่อยู่ในนั้นแล้ว ลื้อไปที่นั่น เอาจดหมายนี่ไปให้เธอ ชื่อเธออยู่ที่หน้าซอง ส่งให้ถึงมือเธอนะ เอ้า...เอาเงินไปให้หมดนี่แหละ แล้วไม่ต้องกลับมาหาอั๊วอีก”

มอเตอร์ไซค์รับจ้างพยักหน้ารับคำ แล้วเร่งเครื่องออกไปสวนกับรถสปอร์ตหรูของตะวันฉายที่แล่นสวนเข้ามา บารมีเปิดประตูรั้วให้เข้าไปจอดรถในบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับแสงเทพเดินออกมาจากตัวบ้าน มีนายปื๊ดตามมาติดๆพร้อมอาวุธครบมือทั้งปืนสั้นปืนสารพัดชนิด

“โอ้โฮ...คุณอา ขนไปขนาดนี้เชียวหรือ” ตะวันฉายร้องเอะอะ

“นานๆไปที ต้องเอาไปให้ครบ กลับออกมาอย่างน้อยต้องได้เก้งได้กวางติดมาสักตัวสองตัว หลานชายไม่ต้องกลัว วันนี้เราจะยิงกันเป็นครั้งสุดท้ายแบบสั่งลา รับรองว่าไม่ให้รู้ถึงหูคุณพ่อแน่ๆ” แสงเทพหัวเราะชอบใจบารมีอดสงสัยไม่ได้ ป่าแถวไหนยังมีเก้งมีกวางให้ยิง นายปื๊ดตอบเสียงดังฟังชัดว่าป่าสงวน

ooooooo

ที่เหมือง M.S.ขณะชาติชายกำลังทำความสะอาดเรือนรับรองอยู่กับผ่อง แก้มเอามือถือของตัวเองเข้ามาให้ บอกว่าแม่ของเธอขอคุยด้วย ทันทีที่ชาติชายรับสาย ดวงใจแจ้งว่าแสงเทพกำลังวางแผนการใหญ่อะไรสักอย่างหนึ่งอยู่ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี แต่เขาไม่ยอมบอกรายละเอียด เธอเองก็ไม่กล้าซัก เกรงจะผิดสังเกต

“ไม่เป็นไรครับ ผมจะลองหาข่าวจากทางอื่นดูด้วย”

“ช่วงนี้ฉันอาจจะเดินทางออกนอกประเทศนานหน่อย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกขุดคุ้ย อาจจะไม่มีโอกาสช่วยเหลืออะไรคุณชาติชายได้มากนัก”

“เข้าใจครับ...ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ก็บอกเลยนะครับ”

“ฉันอยากมีโอกาสได้อยู่กับลูกสาวบ้างน่ะค่ะ ช่วงสั้นๆช่วงหนึ่งก่อนไปเมืองนอกก็ยังดี”

ชาติชายอาสาจะพูดเรื่องนี้กับแก้มให้เอง...

ในเวลาต่อมา มอเตอร์ไซค์รับจ้างนำจดหมาย จากบารมีมาที่บริษัท M.S. JEWELRY แต่แพรวาไม่อยู่ รปภ.ซึ่งเฝ้าอยู่หน้าบริษัทรับเรื่องไว้แทน แล้วโทร.แจ้งให้หรั่งรับทราบ เขาสั่งให้เอาจดหมายมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของเขา ค่ำๆจะเอาไปฝากที่บ้านของแพรวาให้เอง...

ขณะที่จดหมายแจ้งข่าวสำคัญจากบารมีไม่ถึงมือผู้รับ แพรวาเข้ามาลาพ่อกับแม่เพื่อเดินทางไปกาญจนบุรี รำไพกำชับลูกทำให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ เป็นลูกสาวคนเดียวของเผ่าลาภ และไม่ต้องห่วงทางนี้ แพรวากอดแม่เสร็จก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆพ่อที่อยู่บนรถเข็น

“น้องแพรไปนะคะ พรุ่งนี้จะรีบกลับแต่เช้าเลย แล้วจะซื้อขนมมาฝากด้วย คุณป๋าอย่าเพิ่งกินอะไรอิ่มเสียก่อนล่ะรอน้องแพรด้วยนะ สัญญาแล้วต้องรอจริงๆนะคุณป๋า”

แพรวาหอมแก้มพ่อแล้วลุกออกไป เผ่าลาภค่อยๆยกมือขึ้นมา รำไพดีใจมาก ร้องเรียกลูกไว้ แพรวาหันมาเห็นพ่อโบกมือให้ ยิ้มกว้างอย่างสุขใจ...

ในที่สุดชาติชายก็เกลี้ยกล่อมแก้มกลับกรุงเทพฯไปพบกับแม่ของเธอสำเร็จ ถึงกับลงทุนขับรถมาส่งด้วยตัวเอง แต่เด็กสาวกลับคิดว่าที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะต้องการไล่เธอไปให้พ้นๆหน้า

“อยากให้เรานึกถึงแม่ต่างหาก แม่เขาเป็นห่วงเรามากแค่ไหนเราก็รู้ แต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ ไม่ยอมรับ ความจริง” ชาติชายดักคอ แก้มสวนทันที เขาเองก็รู้ว่ากันทิมาเป็นห่วง แต่ชอบเก๊กไม่ยอมรับความจริงเหมือนกัน เขาด่าว่าทะลึ่ง แล้วยกมือจะเขกหัว แก้มเอี้ยวตัวหลบทัน

“เย็นนี้กินข้าวกับแม่แก้มได้ไหม แม่จะได้รู้จักอากู๋มากขึ้น”

“รู้จักมากขึ้นแล้วไง”

“แม่จะได้สบายใจและก็ไว้ใจเมื่อรู้ว่าแก้มอยู่กับอากู๋” แก้มอธิบายสีหน้ายิ้มแย้ม...

ทางด้านหรั่งพยายามโทร.กล่อมพ่อค้าพลอยหลายรายเพื่อจะขายพลอยดิบและจิวเวลรี่ในสต๊อกตั้งแต่บ่ายยันเย็น แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ ตัดสินใจเก็บเอกสารและข้าวของบนโต๊ะตัวเอง มัวแต่เป็นกังวลเรื่องขายพลอยจึงลืมจดหมายด่วนที่จ่าหน้าซองถึงแพรวาเสียสนิท ครู่ต่อมา หรั่งขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากที่จอดรถใต้ถุนบริษัท พอถึงประตูรั้วหยุดแจ้ง รปภ.ว่าคืนนี้คุณเผ่าลาภจะขึ้นดาดฟ้าเหมือนเดิม คอยเปิดประตูให้ด้วย

“เดี๋ยวผมจะบอกยามกะกลางคืนให้ครับ”

ooooooo

ขณะที่ตะวันฉายกับแสงเทพกำลังล่าสัตว์กลางป่าสงวนอย่างสนุกสนาน โดยมีบารมีนั่งสีหน้าเป็นกังวลอยู่ไม่ห่าง หรั่งมารับเผ่าลาภที่บ้านเตรียมเดินทางไปดูดาวบนดาดฟ้าของอาคาร M.S. รำไพตามมาส่งถึงรถ

“ขอบใจมากๆเลยนะนายหรั่ง ขอบใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”

หรั่งได้แต่ยิ้มรับ ก่อนจะขับรถออกไป...

แม้เผ่าลาภจะไม่ได้มาร่วมงานด้วยตัวเอง แต่การส่งแพรวามาแทนที่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ใหญ่เต้รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เขาประกาศเชิญเธอขึ้นมากล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวบนเวทีแทนผู้เป็นพ่อ แขกเหรื่อในงานต่างตบมือดังสนั่น แพรวาหนีไม่ออก เดินตรงไปยังเวทีผ่านหน้าเด็กกลุ่มหนึ่งที่กำลังเล่นซนอยู่ใกล้ๆกับพวงลูกโป่งสวรรค์ที่ผูกอยู่กับโต๊ะหนึ่ง  พวกเด็กคว้ากลักไม้ขีดไฟขึ้นมาเป็นจังหวะเดียวกับแพรวาขึ้นไปยืนบนเวที

“ดิฉันเชื่อว่าถ้าคุณป๋าของดิฉันมีโอกาสมายืนอยู่ท่ามกลางพ่อแม่พี่น้องอย่างที่ดิฉันยืนอยู่ตอนนี้ สิ่งแรกที่ท่านจะทำก็คือ ขอกราบขอบพระคุณผู้ใหญ่เต้ และพ่อแม่พี่น้องบ้านหินขาวทุกคนที่กรุณาให้การสนับสนุนกิจกรรมเหมือง M.S. มาโดยตลอด คุณป๋าของดิฉันมั่นใจเสมอว่า  ด้วยพลังที่พร้อมเพรียงของพวกเราทั้งหลายนั้นจะเป็นแรงผลักดันให้ M.S.ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและจะเป็นแหล่งงานถาวรของพี่น้องบ้านหินขาวสืบไปตราบนานแสนนาน ไม่ว่าวันนั้นเราจะยังมีท่านอยู่หรือไม่ก็ตาม”

แพรวากล่าวมาถึงตรงนี้ มีลูกโป่งสวรรค์พวงใหญ่ค่อยๆลอยผ่านเหนือเวทีขึ้นไปบนท้องฟ้า ตรงปลายเชือกเห็นเปลวไฟค่อยๆลามขึ้นไปยังลูกโป่งเหล่านั้น...

ระหว่างที่ไฟลามไปใกล้ลูกโป่งทุกขณะ ที่อาคาร M.S. หรั่งเข็นรถเข็นพาเผ่าลาภเข้าไปในลิฟต์ ทันทีที่กดปุ่มลิฟต์ไปยังชั้นเป้าหมาย ตัวจุดระเบิดอัตโนมัติเริ่มทำงาน ตัวเลขบนระเบิดเดินถอยหลังจนถึงเลขศูนย์ เกิดระเบิดดังกึกก้อง ชิ้นส่วนของลิฟต์ปลิวกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เกือบจะในเวลาเดียวกัน ไฟลามติดลูกโป่งที่อยู่ในงานแต่งงานลูกชายผู้ใหญ่เต้จนเกิดระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แขกเหรื่อรวมทั้งแพรวาต่างสะดุ้งตกใจ

ooooooo

เจ้าหน้าที่ อบต.บ่อพลอย รีบมาที่บ้านรับรองในเหมือง M.S. เพื่อแจ้งข่าวร้ายของเผ่าลาภให้นายสยามกับส้มรับรู้ นายสยามทั้งตกใจและแปลกใจ ข่าวดังขนาดนี้ไม่เห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าว เจ้าหน้าที่ อบต.ว่ามีลงอยู่หนึ่งฉบับ แต่แค่พาดหัวข่าวไม่มีรูป เขาเพิ่งอ่านเมื่อครู่นี้เอง ส้มถามนายสยามเสียงสั่นว่าจะทำอย่างไรกันดี

“ฉันก็ไม่รู้ว่ะ งงจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว”

“คุณแพรวารู้เข้าจะว่าอย่างไร”

นายสยามไม่ยอม ให้คุณหนูรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ส้มถึงกับบ่นอุบจะปิดได้นานแค่ไหน เจ้าหน้าที่ อบต.รีบบอกให้เธอไปเก็บหนังสือพิมพ์ฉบับที่ลงข่าวเผ่าลาภโดยด่วน แต่สายเกินไป แพรวาตื่นขึ้นมาเห็นเสียก่อน ถึงกับหน้าซีดเผือด เป็นลมล้มพับทันที ทั้งนายสยาม ส้มและเจ้าหน้าที่ อบต.ต่างวิ่งมาปฐมพยาบาลกันให้วุ่น...

ที่อาคาร M.S. ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน ตำรวจกันคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุ โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้ามาตรวจสถานที่ด้วยตัวเอง สักพัก รถแท็กซี่ที่บารมีนั่ง แล่นเข้ามาในซอยไม่ห่างจากที่เกิดเหตุนัก คนขับรถแท็กซี่คุยให้ฟังว่าเสียงระเบิดดังตูมตามไปถึงอู่รถเถ้าแก่ของเขาที่ตั้งอยู่ซอยถัดไป

“เมื่อคืนผมมาส่งรถตอนเกือบห้าทุ่ม กำลังเงียบสนิทเลยลูกพี่ อยู่ๆดังตูมขึ้นมา แหม ผมเหยียบเบรกแทบไม่ทัน ก็มันไม่รู้ว่าอะไรนี่ลูกพี่ ใจหนึ่งก็นึกว่าพวกเจ้าพ่อเขานัดมายิงกันหรือเปล่า มารู้อีกทีตอนเช้าว่าลิฟต์ระเบิด ค่อยสบายใจหน่อย แต่พูดก็พูดเถอะนะลูกพี่ อยู่เฉยๆลิฟต์มันจะระเบิดขึ้นมาได้อย่างไร ผมว่าต้องมีคนวางระเบิดแหงๆ ลูกพี่ว่าไหม เขาว่ามีคนตายด้วยนะ แต่ปิดข่าวไว้...โอ๊ยปิดอย่างไรก็ไม่มิดหรอก เรื่องแบบนี้”

จังหวะที่รถแท็กซี่แล่นผ่านหน้าอาคารที่เกิดเหตุ บารมีเห็นความวุ่นวายของผู้คนและตำรวจในบริเวณนั้นจึงสั่งให้คนขับรถแท็กซี่จอดเลยไปอีกหน่อย ระหว่างนั้น รถของแพรวาแล่นเข้ามาจอดหน้าทางเข้าตัวอาคาร รปภ.ของบริษัทก้มลงมาพูดอะไรบางอย่างกับนายสยามซึ่งมีแพรวานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่เบาะหลัง บารมีมองอย่างสนใจแต่ไม่ยอมลง สั่งให้คนขับแท็กซี่ออกรถ

“ตกลงจะไปที่ไหนครับ ตั้งแต่นั่งมานี่พี่ยังไม่ได้บอกผมเลย มิเตอร์เดินไปเยอะแล้วนะครับลูกพี่” คนขับรถแท็กซี่ยังเห็นผู้โดยสารนั่งนิ่ง หันไปมองพบว่าเขาตาแดงๆ ร้องทักว่าทำไมทำหน้าเหมือนร้องไห้แบบนั้น

ooooooo

ส่วนอาคารอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท M.S.JEWELRY ไม่ได้รับความเสียหาย ตำรวจไม่ได้ปิดอาคารด้านนี้ พนักงานทั้งหมดจึงมารวมตัวกันที่ห้องประชุมของบริษัท แพรวาเดินเข้ามาในสภาพตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักท่ามกลาง พนักงานที่พากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

จากนั้นไม่นานนัก กันทิมาพาตำรวจชั้นผู้ใหญ่นายหนึ่งเข้ามาหาแพรวา “น้องแพรจ๋า นี่ พ.ต.อ.ยุทธ ท่านคุ้นเคยกับคุณป๋าน้องแพรมานาน ท่านจะเข้ามาดูแลรับผิดชอบคดีนี้ด้วยตัวเอง”

“เราจะเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ หลานไม่ต้องกังวลนะ”

“ขอบคุณค่ะ แต่น้องแพรแค่อยากรู้ว่าทำไมเขาต้องทำกับคุณป๋าอย่างนี้ด้วยเท่านั้นเอง”

พ.ต.อ.ยุทธตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าคนร้ายตั้งใจทำให้เป็นเหมือนอุบัติเหตุ ดังนั้นทางเราจึงต้องทำเฉยๆเหมือนเชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ อาจจะช่วยให้การสืบหาผู้ร้ายรายนี้ง่ายขึ้น และขอให้แพรวาใจเย็นๆก่อน

“ใครอยากทำอะไรก็เชิญค่ะ คุณอาไม่ต้องมาบอกไม่ต้องมาขอน้องแพรหรอก ถ้ามีใครทำให้คุณป้าฟื้นขึ้นมาได้เมื่อไหร่ ค่อยมาบอกน้องแพรดีกว่า” แพรวาคร่ำครวญน้ำตานองหน้า

“อาเข้าใจว่ามันเป็นการสูญเสียที่ใหญ่หลวงขนาดไหน อาเพียงแต่อยากให้หลานมั่นใจว่าหลานจะไม่เสียคุณป๋าไปฟรีๆแน่” พ.ต.อ.ยุทธให้คำมั่นเสร็จ หันไปพูดคุยกับนายสยามที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กันทิมาสงสารแพรวาจับใจเข้ามาโอบกอด พยายามปลอบให้คลายความเศร้า แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เธอท้อแท้ไปหมด คิดจะทิ้งทุกอย่างแล้วพาแม่ไปให้ไกลจากที่นี่ ไปอยู่ลำพังตามประสาแม่ลูก
“จะได้ไม่ต้องสูญเสียคนที่น้องแพรรักให้อีกต่อไป ฝากคุณกันช่วยส่งข่าวนายหรั่งให้พวกเพื่อนๆเขาที ให้น้าหยามจัดการให้ก็ได้ บอกเขาว่า
น้องแพรจะจัดงานศพให้เขาพร้อมกันกับคุณป๋านี่แหละ”

“แต่นายหรั่งไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ...ท่านยุทธคะ ตกลงเราพบใครอยู่ในลิฟต์นั่นบ้างคะ”

พ.ต.อ.ยุทธทราบว่ามีเพียงเผ่าลาภเท่านั้น แพรวาแปลกใจ หรั่งหายไปไหน ปกติเขาจะเป็นคนพาพ่อของเธอมาดูดาวที่นี่ พ.ต.อ.ยุทธสอบถามจาก รปภ.แล้วได้ความว่าหรั่งรีบร้อนออกไปก่อนที่ลิฟต์จะระเบิด...

ในเวลาเดียวกัน ขณะแสงเทพกำลังบ่นกับตะวันฉายว่าเหตุใดการตายของเผ่าลาภถึงไม่เป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ นายปี๊ดเข้ามารายงานว่าหรั่งรอดตายอย่างหวุดหวิดเพราะไม่ได้เข้าไปในลิฟต์กับเผ่าลาภ

“ถ้าอย่างนั้นก็จัดการให้มันเป็นแพะเสียเลย ท่าจะไม่เลว” แสงเทพหัวเราะชอบใจ พลอยทำให้ตะวันฉายยิ้มตามไปด้วย ทั้งสามคนมัวแต่สุมหัวกันวางแผนโยนบาปให้หรั่ง โดยไม่ล่วงรู้ว่าชาติชายมาจอดรถซุ่มดูความเคลื่อนไหวไม่ห่างจากบ้านของแสงเทพนัก พลางนึกถึงคำพูดของดวงใจที่คุยกับเขาเมื่อเย็นวานนี้

“เขากำลังพยายามทำอะไรบางอย่างกับครอบครัวของคุณ เพื่อเป็นการล้างแค้น”

“คุณแน่ใจหรือครับ”

“ดิฉันไม่มีหลักฐานหรอกค่ะ และก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเกี่ยวกับความแค้นเคืองของเขาด้วย แต่มีความรู้สึกว่าเขาคงจะทำอย่างนั้น”

ความคิดของชาติชายหยุดลงเมื่อมีรถคันหนึ่งแล่นออกจากบ้านของแสงเทพ เขาค่อยๆขับรถตามไปห่างๆพอไม่ให้เป็นที่สงสัย แต่ไม่อาจรอดสายตาเหยี่ยวของนายปื๊ดซึ่งขับรถให้แสงเทพไปได้ เขาทำทีเลี้ยวเข้าซอยแห่งหนึ่ง ชาติชายเลี้ยวรถตามไปจนสุดซอยพบว่าเป็นซอยตัน รถของแสงเทพหายไป เขารีบลงมากวาดตามองหา

รถเป้าหมายแล่นออกมาจากซอยแยกใกล้ๆพุ่งตรงมาหยุดห่างจากร่างของชาติชายแค่คืบ นายปื๊ดชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ ขณะที่แสงเทพยื่นหน้าออกมาจากกระจกหลังรถ

“ถ้าไม่อยากตายก่อนถึงวัยอันควร อย่าขับรถใกล้อั๊วนัก” แสงเทพขู่จบ ส่งสัญญาณให้นายปื๊ดถอยรถออกไป ชาติชายได้แต่กัดฟันกรอดๆ เตะดินแถวนั้นระบายอารมณ์

ooooooo

งานศพของเผ่าลาภถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆที่วัดแห่งหนึ่งชานเมือง รำไพเอาแต่นั่งจ้องโลงศพของผู้เป็นสามีไม่พูดไม่จากับใคร แพรวานั่งน้ำตาซึมอยู่ไม่ห่าง โดยมีกันทิมารับหน้าที่ดูแลแขกเหรื่อที่มาในงาน

สักพัก นายสยามขับรถเข้าจอดหน้าศาลาตั้งศพ แล้ววิ่งลงมาเปิดประตูรถให้กัมปนาทในสภาพมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่แขน หน้าตาอิดโรยลงจากรถ มีพยาบาลคนหนึ่งช่วยประคอง กันทิมาเข้ามาต้อนรับพาไปข้างใน

“นั่งตรงนี้ค่ะ อยากได้อะไรบอกได้เลยนะคะคุณฮุย”

“อยากได้ตัวคนทำร้ายเฮียตง มันเป็นใคร...ใครทำกับเฮียตงอย่างนี้” พูดได้แค่นั้น กัมปนาทปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น ลินจงขยับเข้ามาช่วยปลอบ ระหว่างนั้น อรทัย เดินกร่างเข้ามาหยุดมองไปรอบๆศาลาสวดศพ ก่อนจะตรงไปนั่งข้างๆรำไพ ต่อว่าว่าทำไมมาจัดงานศพไกลนัก อีกทั้งงานยังเงียบเชียบไร้ผู้คน รำไพนิ่งไม่ตอบ

“ถามจริงๆเถอะ ใส่อะไรลงไปในโลงน่ะ เห็นตำรวจเขาว่ามันระเบิดเสียเละจนหาซากแทบไม่เจอนี่นา”

รำไพเศร้าเกินจะพูดอะไรได้ ลินจงจึงตอบคำถามแทนว่าใส่เสื้อผ้า เครื่องใช้และรูปภาพของเฮีย อรทัยยังปากเสียไม่เลิกบอกว่าถ้าลำบากนักก็ไม่น่าต้องจัดงานศพให้เสียเวล่ำเวลา ลินจงไม่พอใจเสียงแข็งใส่ทันที

“ทำอย่างนั้นได้อย่างไรเจ๊...เฮียตงไม่ใช่คนไม่มีสกุลรุนชาตินี่ ชื่อแซ่เฮียก็มี เป็นหน้าของลูกหลานของน้องๆอย่างพวกเรา ต้องแสดงความอาลัยรัก ความเคารพตามธรรมเนียมที่ทำๆกันมา”

“ตามใจ” อรทัยพูดจบ หันไปถามแพรวาว่าจะเอาอย่างไรกับบริษัทและกิจการของตระกูล ถ้าทำไม่ไหวก็น่าจะขายให้รู้แล้วรู้รอด ตนเคยเตือนแล้วก็ไม่เชื่อ เห็นหรือไม่ว่าผู้ช่วยรูปหล่อที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าของเธอไว้ใจไม่ได้ ไม่รู้หายหัวไปอยู่ที่ไหน ขโมยอะไรไปบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ แพรวาพยายามข่มอารมณ์สุดๆ

“อาโกคะ...อาโกจะไม่ไหว้คุณป๋าสักหน่อยหรือคะ มาตั้งนานแล้ว”

อรทัยหันไปไหว้โลงศพเผ่าลาภอย่างเสียไม่ได้ จังหวะนั้น กันทิมาเข้ามาแจ้งแพรวาว่าเกิดเรื่องร้อนใจขึ้นอีกแล้ว พลอยและจิวเวลรี่ในสต๊อกของบริษัทหายไปหมด ลินจงตกใจ หายไปได้อย่างไร

“พนักงานของเราบอกว่า คนที่เข้าไปเช็กสต๊อกคนสุดท้ายคือนายหรั่ง”

“นั่นไง ฉันว่าแล้วไม่มีผิดเลย ไอ้นี่มันผู้ร้ายชัดๆ เราต้องตามจับตัวมันมาให้ได้นะน้องแพร” อรทัยได้ทีเหยียบซ้ำ ขณะที่แพรวาสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที...

คนที่ถูกอรทัยใส่ความกำลังนำพลอยดิบมาเร่ขายให้กับพ่อค้าพลอยที่ตลาดพลอยใน จ.จันทบุรี พวกนั้นพากันส่ายหน้าไม่รับซื้อ อ้างไม่อยากเสี่ยง เกรงเจ้าของตัวจริงจะมาตามทวงคืน หรั่งพยายามถามหาเถ้าแก่เส็งคู่ค้าเก่าแก่ของบริษัท M.S. ก็ไม่มีใครเจอ รู้เพียงว่าเขาออกจากวงการนี้ไปนานแล้ว

“ถ้าเปลี่ยนใจเรื่องซื้อพลอยก็บอกนะ ผมจะอยู่แถวนี้อีกสักสองวัน” หรั่งว่าแล้วลุกออกไป

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน กันทิมารับอาสามาสอบถามข่าวของหรั่งจากพรรคพวกของเขาที่อยู่ในชุมชนจานเดี่ยวให้ เจ๊โอ๋ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ตั้งแต่หรั่งย้ายไปอยู่บ้านเจ้านายก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลย หน้าก็แทบจะไม่ได้

เห็น ถ้าอยากจะรู้อะไรเธอคงต้องไปสอบถามจากเพื่อนๆ ของหรั่งเอาเองซึ่งตอนนี้ไปซ้อมดนตรีเตรียมออกทัวร์คอนเสิร์ต

ครู่ต่อมา นายสยามขับรถพากันทิมามายังห้องซ้อมดนตรีตามที่เจ๊โอ๋บอก หลังจากเท่ห์ โบ้ เช็งและก้อยได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับหรั่งจากปากของกันทิมา ต่างไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นคนแบบนั้นโดยเฉพาะก้อย

“พี่ก็ไม่อยากเชื่อ เราจึงต้องตามหาตัวเขาให้เจอไงล่ะ”

ทั้งก้อย เท่ห์ โบ้และเช็งต่างส่ายหน้าไม่รู้ไม่เห็นว่าหรั่งไปไหน แต่รับปาก ถ้าเขามาหาจะรีบส่งข่าวไปบอกกันทิมาทันที ก้อยรบกวนเธอช่วยกราบศพเผ่าลาภแทนด้วย ท่านมีบุญคุณกับตนมาก อย่างน้อยไวโอลินที่ท่านให้ตนวันนั้นก็ทำให้ตนมีงานทำในวันนี้ กันทิมาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะขอตัวกลับ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน แพรวาทนคิดถึงพ่อไม่ไหว แอบไปนั่งหลบมุมร้องไห้อยู่ในหลืบใกล้กับโลงศพของท่านจึงไม่ทันเห็นว่าแม่ไม่ค่อยสบาย อยู่ในงานศพต่อไปไม่ไหว ชาติชายที่เพิ่งมาถึงต้องประคองขึ้นรถตู้ออกไปกับส้มเด็กรับใช้ จากนั้นเขาจึงเข้ามาที่หลืบ นั่งลงข้างๆ หลานสาวซึ่งโผซบอกอย่างต้องการหาที่พึ่งพิง

“คนเก่งของอาต้องไม่หลบหน้าผู้คนอย่างนี้สิ แม่เราล้มไปคนหนึ่งแล้วนะ”

แพรวาตกใจ ขยับจะลุกไปหาแม่ แต่ชาติชายรั้งตัวไว้ บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาให้รถไปส่งที่โรงพยาบาลแล้ว ไปนอนให้น้ำเกลือ ให้หมอตรวจความดันตรวจหัวใจเสียหน่อย เดี๋ยวเกิดปุบปับเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน

“แม่รักคุณป๋ามาก ตั้งแต่เกิดเรื่องแม่ก็ซึมไปเลยไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรกับใคร”

ชาติชายพยายามพูดให้กำลังใจหลานสาวให้มีแรงฮึดสู้ อย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตาเหมือนที่คุณป๋าของเธอไม่เคยยอมพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด แพรวารู้ตัวดีว่าไม่มีทางทำได้อย่างคุณป๋า อย่างน้อยท่านก็คงไม่เคยไว้ใจคนผิดเหมือนที่เธอทำ ชาติชายเดาได้ไม่ยากว่าหลานสาวหมายถึงหรั่งผู้ช่วยคนเก่งของเธอ...

ขณะที่แพรวาปักใจเชื่อว่าหรั่งทรยศและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อตัวเอง นายปื๊ดเข้ามารายงานแสงเทพว่า พรรคพวกของเราส่งข่าวมาว่าเจอหรั่งขนพลอยในสต๊อกของ M.S. ทั้งหมดไปวิ่งขายทั่วตลาดเมืองจันทบุรี เขาเกรงว่าหากตำรวจจับตัวไอ้หมอนั่นได้ก่อน อาจจะให้การพาดพิงมาถึงพวกเราได้

“ส่งมือดีที่สุดไปเก็บมันให้ไว ก่อนตำรวจมา” แสงเทพสั่งการสีหน้าเหี้ยมเกรียม...

ฝ่ายดวงใจตัดสินใจจะเดินทางไปเมืองนอกในคืนนี้เลย จึงโทร.ตามชาติชายให้มาพบที่บ้าน แจ้งความคืบหน้าคดีเผ่าลาภให้ฟังว่าผู้ใหญ่แถว จ.จันทบุรีเริ่มขยับกันแล้วและกำลังเช็กกันอยู่ว่ามือสังหารเผ่าลาภมาจากซุ้มไหนและใครเป็นคนจ้างวาน ชาติชายมั่นใจว่าต้องเป็นแสงเทพ และเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบมาถึงเธอกับลูก

“ถึงอย่างนั้นดิฉันก็ไม่อยู่รอดูหรอกค่ะ” สิ้นเสียงดวงใจ แก้มในชุดเดินทางพร้อมกระเป๋าสัมภาระตามเข้ามาสมทบ ชาติชายเห็นเข้าก็แปลกใจถึงกับอุทานว่าอ้าว

“แก้มตกลงจะไปกับดิฉันค่ะ เป็นโอกาสดีที่ดิฉันจะได้ทำหน้าที่ที่ดิฉันละเลยมานานแสนนาน”

“แก้มอยากเป็นนักเรียนนอกอย่างตอง” แก้มว่าแล้วหันไปกอดแม่โชว์ให้ชาติชายดู

“อากู๋ดีใจด้วยมากๆ เรียนไม่ถึงด็อกเตอร์ยังไม่ต้องกลับมาล่ะ...คุณดวงใจ ผมกลับก่อนนะครับ” ชาติชายขยับจะไป แก้มร้องเรียกไว้ ขออนุญาตกอดเขาหนึ่งทีก่อนจะลาจาก เขาเหลือบมองดวงใจซึ่งพยักหน้าให้เป็นเชิงอนุญาต แล้วลุกออกไปจากห้อง ทันทีที่ชาติชายกางแขนทั้งสองข้างออก แก้มโผเข้าหาอ้อมแขนของเขา ชมว่าเขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่นที่สุดในโลก ชาติชายกระเซ้าว่าอย่างเธอจะรู้จักผู้ชายสักกี่คนกัน

“ไม่เกินห้า แต่แก้มรู้จักผู้หญิงดีและรู้ด้วยว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นห่วงอากู๋มากๆ และนี่คือคำแนะนำจากเด็กครับ อากู๋ควรจะบอกเธอว่าอากู๋ยังรักเธออยู่ เชื่อแก้มสิ ผู้หญิงอยากได้ยินคำนี้”

“รู้ได้อย่างไร”

“ก็แก้มเป็นผู้หญิงนี่คะ” เด็กสาวยิ้มหน้าทะเล้น พลอยทำให้ชาติชายยิ้มตามไปด้วย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นมีรายการวิเคราะห์ข่าวทางทีวีรายการหนึ่งซึ่งผู้ดำเนินรายการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีธุรกิจผิดกฎหมายที่พุ่งเป้าเล่นงาน แสงเทพ เทวฤทธิ์โดย เฉพาะ และยังโจมตีรีสอร์ตหรูที่เขาสร้างขึ้นกลางป่าสงวนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองจนถูกกลุ่มอนุรักษ์ทั้งหลายลุกขึ้นมาต่อต้าน

“จากข่าวนี้เองมีผลทำให้นายแสงเทพถูกปลดออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคไทยไท หนำซ้ำชาวบ้านหินขาวและบ่อพลอยยังรวมตัวกันขับไล่นายแสงเทพไม่ให้มาลงทุนทำเหมืองแถวที่ดินทำกินของพวกเขา เรียกว่านายแสงเทพแทบเสียมวยไปเหมือนกัน แต่ล่าสุดดูเหมือนว่านายแสงเทพจะไม่แยแสกับกระแสชาวบ้านเหล่านี้เสียแล้ว ไม่สนแม้จะวิ่งเต้นขอสัมปทานจากภาครัฐด้วยซ้ำ”

ผู้ดำเนินรายการยังรายงานอีกว่า ที่แสงเทพเป็นเช่นนี้เพราะการตายของเผ่าลาภ หัวเรือใหญ่ของบริษัท M.S. อาจส่งผลให้บริษัทต้องปิดตัวลงอย่างรวดเร็วและผู้ที่จะเข้ามาเทกโอเวอร์กิจการนี้ก็คงไม่พ้นแสงเทพนั่นเอง แล้วแดกดันว่าการตายของเผ่าลาภช่างได้เวลาเหมาะเจาะจริงๆ

“เราลองมาฟังความเห็นของคุณ สุริยะ พัวพงศ์ไพศาล ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยไท ท่านเป็นผู้ที่ชักจูงคุณแสงเทพเข้าสู่แวดวงการเมืองและก็เป็นผู้สั่งปลดคุณแสงเทพออกจากตำแหน่งด้วยตัวเอง หลายๆคนยังซุบซิบกันอยู่ว่า นายแสงเทพและตะวันฉายลูกชายของคุณสุริยะนั้นสนิทกันยังกับอะไรดี ไม่รู้ว่าจะมีเบื้องหน้า เบื้องหลังอะไรกันไหม” สิ้นเสียงผู้ดำเนินรายการ หน้าจอทีวีขึ้นเป็นภาพข่าวการให้สัมภาษณ์ของสุริยะ

“...เอาสั้นๆ ก็แล้วกัน คุณแสงเทพเป็นคนเก่ง แต่ถ้าจะมาทำงานให้บ้านเมืองก็ต้องเคลียร์ตัวเองจากคดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ให้ใสสะอาดเสียก่อน ส่วนตอนนี้เขาจะทำธุรกิจอะไรบ้าง ผมไม่ทราบ ซึ่งถ้าเป็นธุรกิจสุจริตไม่ผิดกฎหมายก็ไม่มีใครห้ามอยู่แล้ว ทำได้ปกติ แต่ที่สำคัญก็คือ ตะวันฉายลูกชายผมไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจใดๆ ของคุณแสงเทพแม้แต่น้อย สื่อมวลชนกรุณาอย่าเอาไปโยงกัน เข้าใจนะ” สุริยะพูดจบเดินหนีนักข่าวไปเลย...

ในระหว่างที่สุริยะพยายามปกป้องลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสุดฤทธิ์ หรั่งยังคงตามหาเถ้าแก่เส็งไปทั่วตลาดพลอยเมืองจันทบุรี แต่บังเอิญโชคไม่ดี เข้าไปถามในร้านรับซื้อพลอยซึ่งเป็นพรรคพวกของแสงเทพ เจ้าของร้านทำทีหยิบโทรศัพท์จะโทร.ถามเรื่องเถ้าแก่เส็งให้ แต่ความจริงแล้วเขาโทร.ชี้เป้าให้กับมือสังหาร

ทันทีที่หรั่งขับมอเตอร์ไซค์ออกจากร้านนั้น มีรถกระบะของคนร้ายไล่ตามไปติดๆ เขาพยายามเร่งเครื่องหนี จนกระทั่งถึงทางเบี่ยง หรั่งตัดสินใจหักรถเข้าพงหญ้าข้างทาง รถเกิดเสียหลักล้มลง รถของคนร้ายปราดเข้ามาจอดเทียบ มือปืนห้าคนโดดลงจากท้ายรถ สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง

ก่อนที่หรั่งจะเสียท่าให้กับคนร้าย มีรถไถนาคันใหญ่เร่งเครื่องมาขวางทางไว้ พวกคนร้ายเห็นท่าไม่ดี พากันล่าถอยกลับไป หรั่งรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด คนขับรถไถโดดลงมาช่วยพยุงเขาลุกขึ้น พอเห็นหน้าคนช่วยชีวิตชัดๆ หรั่งต้องแปลกใจประหลาดใจว่าชายคนนั้นคืออดีตผู้จัดการธนาคารรัตนทรัพย์นั่นเอง

ooooooo

พอแสงเทพได้รับรายงานจากมือปืนว่าแผนสังหารหรั่งล้มเหลวไม่เป็นท่า รีบโทร.หาตะวันฉายซึ่งยังนอนหลับอยู่ข้างๆแองจี้ที่สลบไสลเพราะฤทธิ์ยาเสพติด

“ฮัลโหล คุณอา มีอะไรหรือครับ ร้อนใจแต่เช้าเลยหรือครับคุณอา”

“ไม่ได้เพิ่งร้อนนะหลาน อาร้อนใจมาหลายวันแล้ว พักนี้โดนไล่บี้จากหลายด้าน เด็กที่ส่งไปเก็บไอ้หรั่งก็ทำไม่สำเร็จ ไม่รู้มันจะโผล่มาปูดเรื่องราวอะไรเมื่อไหร่ อาก็เลยคิดว่า ถ้าเราเทกโอเวอร์ M.S ของมันได้เร็วเท่าไหร่ ข่าวคราวต่างๆก็น่าจะเงียบลงเร็วเท่านั้น”

ตะวันฉายกำลังตามเรื่องให้อยู่ ขอให้แสงเทพใจเย็นๆก่อน สายของเขาที่อยู่ในบริษัทนั้นรายงานว่าสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทกำลังย่ำแย่ แสงเทพขอให้เร่งมือขึ้นอีกหน่อย และยังมีเรื่องต้องรบกวนตะวันฉายอีกหนึ่งเรื่อง คือทางฝ่ายกฎหมายของเขาแนะนำว่ายังไม่ควรเปิดตัวเรื่องเข้าไปเทกโอเวอร์ บริษัท M.S. เพราะนักข่าวกำลังตามไล่บี้เขาอยู่ ดังนั้นช่วงแรกนี้ อาจต้องอาศัยชื่อและเครดิตของตะวันฉายไปก่อน

“เงินของอา ชื่อเป็นของผม โอเคครับ”

“แล้วก็บอกพ่อของหลานด้วยนะ เพลาๆการให้สัมภาษณ์ที่มันพาดพิงถึงอาหน่อย อย่าลืมว่าแผนการทั้งหมดน่ะ เรามีส่วนร่วมกันครึ่งๆนะหลานชาย อาไม่ยอมซวยคนเดียวหรอกจำไว้ อ้อ...ดูแลแองจี้หลานอาให้ดีด้วย อย่าทำให้เธอต้องเสียใจ ไม่งั้นล่ะน่าดู” แสงเทพขู่ทีเล่นทีจริงโดยไม่รู้ว่าหลานสาวตัวเองติดยางอมแงม...

ในระหว่างที่แสงเทพหวังจะใช้ตะวันฉายเป็นนอร์มินีในการเทกโอเวอร์บริษัท M.S. หรั่งอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้านายเก่าของตัวเองมาทำอะไรอยู่ที่จันทบุรี ได้ความว่าตั้งแต่หรั่งก้าวออกจากธนาคาร เขาก็กลายเป็นคนขี้เบื่อ อยากจะหาอะไรที่ท้าทายเหมือนที่หรั่งทำบ้าง ชายหนุ่มปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ทำไร่อย่างเขาสักหน่อย

“แต่นายมีความมุ่งมั่นที่ฉันแอบยึดเอาเป็นเยี่ยงอย่าง นั่นแหละคือที่มาของสวนผลไม้ 150 ไร่ของฉันวันนี้”

“กำไรดีไหมครับ”

“อาจจะน้อยกว่าพลอยทั้งหมดที่นายถือมา บวกกับรางวัลนำจับนายว่ะ นายหรั่ง นาคำ”

หรั่งขมวดคิ้ว ด้วยความสงสัย โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าตำรวจยกกำลังมาล้อมบ้านของอดีตผู้จัดการเอาไว้...

ในเวลาต่อมา ขณะแพรวากำลังนั่งกินข้าวอยู่กับลินจงภายในบ้านของเธอเอง กันทิมาเข้ามาแจ้งว่าทางตำรวจเจอตัวหรั่งที่ตลาดพลอยเมืองจันทบุรี ทั้งพลอยและจิวเวลรี่ทั้งหมดของเรา เขาเอาไปขายเกลี้ยงแล้ว

“เฮ้อ ความโลภนี่ไม่เข้าใครออกใคร...แล้วตำรวจจับตัวนายหรั่งหรือยัง” ลินจงพูดจบถอนใจอย่างปลงๆ

“ยังค่ะ เจ้าหน้าที่ยังสะกดรอยตามอยู่ เผื่อจะสาวไปถึงตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด”

แพรวาทนฟังต่อไปไม่ไหว ขอตัวไปดูแม่ที่โรงพยาบาล แล้วค่อยไปเจอกันที่วัด ลินจงสั่งส้มให้ไปตามนายสยามมาขับรถให้ แต่เธอขอขับเอง แล้วลุกออกไปเลย...

ระหว่างทางไปโรงพยาบาล แพรวาหวนคิดถึงคืนวันเก่าๆที่เคยมีกับหรั่ง ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่เธอคิดว่าเขาเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เรื่อยมาจนกระทั่งวันที่เธอทะเลาะกับตะวันฉาย แล้วหนีลงจากรถมานั่งร้องไห้อยู่ข้างถนนมืดๆเปลี่ยวๆตามลำพัง ถ้าคืนวันนั้นไม่เจอหรั่ง เธอก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

แพรวายังหวนคิดถึงภาพความสุขสนุกสนานตอนที่หรั่งพาเธอมาเต้นรำบนดวงจันทร์ริมแม่น้ำ ทุกความประทับใจยังตราตรึงไม่หาย แต่ยิ่งคิดกลับยิ่งเจ็บใจที่เขาทรยศต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของเธอ วางแผนฆ่าได้แม้กระทั่งคุณป๋าซึ่งดีกับเขาทุกอย่าง

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน บารมีอยากจะเข้าไปกราบศพเผ่าลาภแต่ไม่กล้า แม้บนศาลาสวดศพจะไร้ผู้คนก็ตามเขาได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ ลุงแก่ๆ คนหนึ่งสวมหน้ากากอนามัยและหมวกปีกกว้างจะเข้ามากวาดศาลา ร้องทักบารมีว่าจะมาไหว้ศพหรือ ยังหัววันอยู่เลย เจ้าภาพก็ยังไม่มา แต่ถ้าจะไหว้ตอนนี้ตนจะไปหาธูปมาให้

บารมีส่ายหน้า เป็นจังหวะเดียวกับมีรถตู้ของบริษัท M.S. แล่นมาจอดหน้าศาลา กันทิมาและลินจงลงจากรถพร้อมกับดอกไม้ ธูปเทียนหอบใหญ่ บารมีรีบชิ่งหนีก่อนจะมีใครเห็น สักพักพนักงานของบริษัทที่มาช่วยงานศพก็มาถึง กันทิมายื่นกระดาษให้พวกนั้นปึกหนึ่งพร้อมกับสั่งให้ปิดประกาศเหล่านี้ให้ทั่วบริษัท

“แล้วก็โทร.แจ้งพนักงานระดับหัวหน้าฝ่ายและรองทุกคนให้เข้าทำงานตามปกติหลังงานศพคุณเผ่าลาภ”

“บริษัทเรายังไม่ปิดกิจการใช่ไหมคะ” พนักงานถามเสียงอ่อย พอรู้ว่าตอนนี้ยังไม่มีแผนจะทำอย่างนั้นต่างพากันสบายใจ ก่อนจะแยกย้ายกันออกไป กันทิมาทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ใกล้ๆ หยิบยาดมขึ้นดมแก้วิงเวียน ชาติชายเดินเข้ามาทางด้านหลัง ร้องทักว่าเธอน่าจะพักผ่อนเสียบ้าง แล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ

“หลังจากวันนั้น ที่คุณไปหาผมที่เหมือง เรายังไม่ได้คุยกันอีกเลย...เฮียหั่งมาไหว้ศพหรือยัง”

กันทิมาส่ายหน้าแทนคำตอบ ชาติชายร้อนตัวรีบอธิบายว่าแก้มเป็นเพื่อนของตอง เป็นเด็กมีปัญหาคนหนึ่งที่เขาช่วยเหลือไว้ ตอนนี้เธอไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว กันทิมาอยากรู้ว่าเขามาบอกเรื่องนี้กับเธอทำไม

“เผื่อคุณอยากจะรู้เรื่องราวของผมบ้าง กัน...ผมอยากเริ่มต้นใหม่”

“...ยังไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ” กันทิมาพูดจบลุกหนีไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ชาติชายนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น...

แพรวามาถึงงานศพด้วยสีหน้าหม่นหมอง เข้าไปนั่งหน้าโลงศพแล้วจุดธูป อธิษฐานในใจถึงคุณป๋าของตัวเองเป็นเชิงตัดพ้อต่อว่า เห็นหรือยังว่าหรั่งคนเก่งคนดีที่ท่านชื่นชมเป็นอย่างไร ที่แท้ก็เป็นแค่ผู้ชายลวงโลกหลอกลวงสารพัด เธออุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจ ยกให้เป็นฮีโร่แต่เขากลับทรยศหักหลัง เธออยากให้คุณป๋ามาเห็นกับตา อย่างน้อยก็จะได้บอกเธอได้ว่าควรจะทำอย่างไรกับวีรบุรุษจอมปลอมคนนี้ แพรวาอธิษฐานเสร็จ ปักธูปลงในกระถางแล้วกลับไปนั่งประจำที่ประธานในพิธี สักพักลินจงเข้ามานั่งข้างๆ ถามว่าซ้อใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง

“แม่ขอไปอยู่เชียงราย ทนดูงานศพคุณป๋าไม่ได้ หมอก็เห็นว่าดีต่อสุขภาพของแม่”

“อาโกมีข่าวดีสองเรื่องจะมาบอก อยู่ๆ ก็มีคนจากบริษัทประกันมาหาอาโก เขาบอกว่าเขาสามารถเคลมค่าเสียหายจากบริษัทจินดาเซอร์วิสได้ ที่อบยาให้เราไม่เรียบร้อย”

“เรามีประกันด้วยหรือ”

ลินจงเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน คงเป็นเผ่าลาภที่ทำประกันเอาไว้ นี่ยังงงๆ ว่าบริษัทประกันตามตัวเธอเจอได้อย่างไร ส่วนข่าวดีเรื่องที่สองก็คือ สายของตำรวจรายงานว่าหรั่งอยู่กรุงเทพฯแล้ว และตอนนี้กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่...

เป็นจริงอย่างที่สายของตำรวจส่งข่าวมา ไม่นานนัก หรั่งมาถึงศาลาสวดศพเผ่าลาภ เดินดุ่มๆ เข้าไปกราบหน้าโลงศพโดยไม่พูดจากับใคร แพรวาแค้นจัดปรี่เข้าไปถามเขาว่าหายไปไหนมา

“ผมขอโทษ...ที่กลับมาหาคุณช้าไป...” ยังไม่ทันขาดคำ แพรวาตบหรั่งฉาดใหญ่จนหน้าหัน ตำรวจนอกเครื่องแบบที่วางกำลังอยู่โดยรอบกรูเข้าไปจับหรั่งใส่กุญแจมือ ตั้งข้อหาลักทรัพย์และวางแผนฆ่าโดยเจตนา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย
29 พ.ย. 2563

08:50 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17:23 น.