ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ด้วยความเจ็บใจที่เห็นดนัยกับฉวีวรรณจูบกัน อุ๊บอิ๊บคิดจะโทร.บอกพ่อว่าฉวีวรรณกับดาหวันอยู่ที่นี่ แต่เงินในมือถือหมด ได้แต่ยืนเต้นเร่าๆอยู่คนเดียว ทันใด มีเสียงชาวชาลันอยู่ในเพิงเล็กๆข้างทาง ร้องโฆษณา “ชาลันเซเว่น สวัสดีจ้า เรามีบริการเติมเงินมือถือ ชำระค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ายกครู ค่าครองชีพ ค่าของคน...”

“พอๆๆ ฉันรู้แล้วว่าชำระได้ทุกค่า จะได้เรื่องรึเปล่าเนี่ย” อุ๊บอิ๊บเข้าไปใกล้อย่างขยาดๆ

ส่งเงินและเขียนเบอร์โทร.ให้ ปากก็บ่นว่ามีอย่างนี้ด้วยหรือ ชายคนขายยื่นเงินทอนให้

“งงๆ เดี๋ยวนี้เขาปั๊ดตะนาแล้ว อะ เติมเงินเสร็จแล้ว”

อุ๊บอิ๊บรับมารีบโทร.หาธานีทันที แล้วพึมพำอย่างเข่นเขี้ยว “ในเมื่อฉันไม่มีความสุข แกก็อย่าคิดว่าจะสมหวัง นังหวี นังงูพิษ...”

ระหว่างทางที่พาณิชย์ออกมากับเลาซาเพื่อทำธุระให้ธานี รถเกิดยางแตก พาณิชย์ให้เลาซาเปลี่ยนยาง ตัวเองคุยโทรศัพท์กับสาวๆ เลาซาไม่พอใจเกิดปากเสียงชกต่อยกัน พาณิชย์สู้เลาซาไม่ได้ ใช้วิธีขู่จะฟ้องธานี และยังปากเก่งว่าเลาซาอิจฉาที่ตนมีผู้หญิงห้อมล้อม ส่วนเขาไม่เคยมีเพราะสารรูปอย่างนี้ไม่มีผู้หญิงแล เลาซาเจ็บใจ หลบมายืนสงบสติอารมณ์

“ไอ้พาณิชย์หน้าโง่ ข้าเกิดมาเพื่อความยิ่งใหญ่มีอำนาจ ผู้หญิงที่ไหนข้าก็ไม่สนทั้งนั้น นอกจากผู้หญิงที่เป็นศัตรู...” เลาซาคิดถึงใบหน้าของวินยา แล้วสะบัดหน้า “ทำไมข้าต้องนึกถึงเจ้าด้วย เจ้าควรเป็นแค่ศัตรูที่ต้องสยบข้า ไม่ใช่คอยทำ ให้ข้าวุ่นวายใจ นี่ข้าเป็นอะไร ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย อ๊าก...ข้าเกลียดวินยา ข้าเกลียดวินยา...” เลาซาพยายามสลัดความคิดออกจากหัว...

เช้าวันใหม่ ขณะที่ล้อมวงกินข้าว ดนัยกับฉวีวรรณจามพร้อมกันหลายที จนโดนเพื่อนๆแซวว่าสองคนนี้ทำไมมาเป็นหวัดพร้อมกัน สองคนทำหน้าปูเลี่ยนๆ ฉวีวรรณอายเมื่อนึกถึงที่โดนดนัยจูบ จึงลุกขึ้นบอกว่าตนจะออกไปตามดาหวัน เพราะยังไม่กลับมาเลย ทุกคนพร้อมใจจะไปด้วย อุ๊บอิ๊บร้องห้ามไม่ให้ใครไปไหนทั้งนั้น ทุกคนแปลกใจ อุ๊บอิ๊บอึกอัก

พลันชาวชาลันคนหนึ่งวิ่งมารายงาน “นายน้อยแย่แล้ว ไอ้กาซูพาพวกมาเต็มเลย”

อุ๊บอิ๊บยิ้มกริ่ม คนอื่นๆตกใจ...สางโปกับชาวบ้านช่วยกันขวางไม่ให้ ธานี ศิริกับพวก และกาซูเข้าไปในหมู่บ้าน วินยากับทุกคนวิ่งมา กิมจิบ่น ไหนว่ามีวิชาพรางตัว แล้วพวกนี้มาได้อย่างไร อุ๊บอิ๊บวิ่งโร่ออกมา โผกอดธานี พร้อมกับตอบกิมจิเย้ยวินยา

“วิชาพรางตัวของเธอแน่จริงๆ แต่เสียใจด้วยนะที่ฉันมีโทรศัพท์มือถือ”

แจ๋เจ็บใจที่อุ๊บอิ๊บนี่เองเป็นหนอนบ่อนไส้ ศิริบอกให้ฉวีวรรณกลับบ้าน เธอไม่กลับ ธนวัติไม่พอใจเข้าไปฉุด ดนัยขวาง ธนวัติจะยิง วินยาเตะก้อนหินใส่มือธนวัติ ปืนกระเด็นหลุดมือธานีกับกาซู และลูกน้องจะเอาเรื่อง ดนัยรีบขอให้ปล่อยเพื่อนๆ และชาวชาลัน

“พวกเขาไม่เกี่ยว อย่าทำอะไรพวกเขา”

“เกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้เว้ย แต่ใครขวาง...เจ็บ”

ฉวีวรรณเห็นบรรยากาศคุกรุ่นแบบนี้ ไม่อยากให้พวกวินยามาเดือดร้อนด้วย จึงบอกพ่อว่าตนยอมกลับ แต่พ่อต้องไปที่ที่หนึ่งกับตนก่อน ศิริถามว่าที่ไหน

“ปางไม้เถื่อนของนายธานี”

ทั้งธานี ธนวัติ และกาซูตกใจ ธานีละล่ำละลัก “ไม้เถื่อนอะไรกัน อาไม่รู้เรื่อง...”

“หวีพูดจริง ถ้าพ่อไม่ไป หวีไม่กลับ และพ่อก็จะไม่ได้เห็นหน้าหวีอีกเลย”

ศิริใจหายยอมทำตามที่ลูกสาวขอ แต่ก็หันไปบอกธานีอย่างเกรงใจว่า ตนเชื่อใจว่าเขาไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างนั้น อย่าเข้าใจผิด

“ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่เห็นต้องกลัวนี่นา”ดนัยยิ้มอย่างเป็นต่อ

ธานีกับธนวัติเจ็บใจ พวกเขาแอบสั่งลูกน้องจัดการเปลี่ยนโรงไม้เถื่อนเป็นศูนย์ฝึกอาชีพชาวบ้าน...เมื่อฉวีวรรณพาศิริกับพวกมาถึง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจนดนัยกับฉวีวรรณตกใจ กาซูเอายาสมุนไพรที่ชาวบ้านกำลังช่วยกันบรรจุภัณฑ์ มาแจกให้

“ข้ามียาสมุนไพรประสานกล้ามเนื้อ เดี๋ยวจะแจกให้คุณหนูกับเพื่อนๆไปกินแก้หน้าแตกสักคนละชุดนะ”

ธานีหัวเราะชอบใจ ศิริทึ่งชมธานีว่าตนไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นคนดีแบบนี้ ธนวัติรีบโอ่ว่า พ่อกับเขาชอบปิดทองหลังพระ ไม่โอ้อวด แล้วหันไปแขวะดนัยว่า ไม่มีหลักฐานอย่ามาใส่ ความกัน ศิริพาลโกรธดนัยมากขึ้น สุภาพจะเอาตัวฉวีวรรณกลับ ดนัยไม่ยอม ดึงมือเธอวิ่งหนี แจ๋กับพวกช่วยกันขวางและพากันหนี กาซูจะใช้อาคม วินยาเห็นยิงหน้าไม้ใส่

“อย่าคิดว่าฉันจะยอมให้แกใช้วิธีสกปรกทำลายคนดี”

อุ๊บอิ๊บจะตามดนัยไปด้วย ธานีต้องรั้งไว้ ดนัยกับฉวีวรรณ พากันหนี ศิริร้องเรียกลูกให้กลับมาอย่างเสียใจ

ooooooo

ชลิตกับดาหวันเดินมาบนเนินสูง เห็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ตีนเขาก็ดีใจ แต่ก็เข็ดขยาดกลัวเป็นพวกเสือสมิงอีก ชลิตจึงไม่ให้ดาหวันส่งเสียงค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆ พลันได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องไห้กระจองอแง สลับกับเสียงออกคำสั่งของพาณิชย์กับเลาซา

“เสียงคุ้นๆนะพี่ชลิต” ดาหวันกระซิบ

ทั้งสองเอะใจย่องมาดูใกล้ๆเห็นกลางลานหมู่บ้าน เด็กๆถูกจับมานั่งรวมกันเป็นกลุ่ม มีพ่อแม่ยืนอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปเพราะสมุนของพาณิชย์ถือปืนกันอยู่ พาณิชย์ตวาดพ่อแม่เด็ก

“จะร้องไห้บีบน้ำตาทำไม ฉันจ่ายเงินซื้อลูกพวกแก ไม่ได้เอาไปฟรีๆโว้ย”

ดาหวันตาโตเมื่อรู้ว่าพวกพาณิชย์นอกจากค้าไม้เถื่อนแล้วยังค้ามนุษย์อีก แม่เด็กร้องไห้ขอลูกคืน เลาซาตวาดให้หุบปาก ถ้าใครแจ้งตำรวจ จะตายยกหมู่บ้าน...รถตู้แล่นเข้ามารับ ดาหวันถามชลิตว่าพวกนั้นจะพาเด็กไปไหน ชลิตเองก็ไม่รู้ จึงคิดจะตามรถคันนั้น โดยตามรอยล้อรถไป

ดนัยกับพวกหนีรอดมาได้ กลับมาชุมนุมกันที่บ้านวินยา หารือกันว่าพวกธานีเอาไม้ไปซ่อนไว้ไหน ฉวีวรรณกลัดกลุ้มจะทำอย่างไรให้พ่อตนเชื่อ

“ถึงไม่มีไม้  แต่ก็น่าจะมีหลักฐานอย่างอื่นนะ  คืนนี้ฉันจะกลับไปดู” ดนัยเสนอ

“ไม่ใช่นายคนเดียว เพราะฉันจะไปด้วย” ฉวีวรรณแย้ง

วินยาจะให้สางโปเอานักรบไปช่วย ดนัยรีบห้าม เขาไม่อยากให้ชาวชาลันเดือดร้อนไปด้วย เพราะพวกนั้นต้องกลับมาทำร้ายชาวบ้านแน่ วินยายอมจำนน ฉวีวรรณหมั่นไส้ดนัยที่เป็นห่วงวินยาออกนอกหน้า จึงมาออกอาการเหวี่ยงกับเพื่อนๆ จนเพื่อนๆแปลกใจสงสัย

“หวี แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าคนที่ออกนอกหน้าน่ะคือแก นี่แกเป็นอะไรเนี่ย อิจฉาหรือว่าหึง”

กิมจิกับบุญทิ้งเห็นด้วย แจ๋ลงความเห็นว่าหึงแน่

ฉวีวรรณรีบอ้างว่าตนหึงแทนดาหวัน กิมจิเถียงว่าสองคนเลิกกันแล้ว จะไปหึงแทนทำไม ฉวีวรรณจนมุม โมโหกลบเกลื่อนว่าจะมาคาดคั้นตนทำไม มีเรื่องอื่นสำคัญกว่าตั้งเยอะ ว่าแล้วก็เดินหนีไป เพื่อนๆมองตามงงๆ...

บริเวณปางไม้ของธานี มีเรือนแยกกันเป็นส่วนๆ มีทั้งบ้านพักของธานี สำนักงาน โกดัง และโรงเก็บไม้ แต่ละเรือนอยู่ห่างกันพอสมควร

ดนัย ฉวีวรรณ แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้ง ถือไฟฉายย่องเข้ามา เห็นคนงานกำลังลำเลียงไม้จากรถบรรทุกเข้าไปเก็บในโรงเก็บไม้ มีธนวัติกับธานีคอยสั่งการ กาซูยืนอยู่ไม่ห่าง...ด้านหมู่บ้านชาลัน สางโปนั่งเพ่งกระแสจิตมองพวกดนัยกับฉวีวรรณ วินยานั่งข้างๆรอฟังข่าว ไม่ทันไร ทองอินแวะมาเพื่อขอให้ช่วยตามหาดนัย วินยาแปลกใจรีบบอกว่าดนัยกับเพื่อนๆพักอยู่กับตน ทองอินดีใจแล้วก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าดนัยกับพวกกำลังทำเรื่องเสี่ยงอันตราย

ดนัยแบ่งหน้าที่กันทำงานให้แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งเข้าไปถ่ายรูปในโรงไม้ ส่วนเขากับฉวีวรรณจะไปค้นเอกสารในส่วนออฟฟิศ ฉวีวรรณหน้าตาตื่นเมื่อโดนดนัยดึงแยกไป

เผอิญอุ๊บอิ๊บซึ่งนอนมาสก์หน้าอยู่ในบ้านพัก เกิดร้อนและเบื่อหน่ายออกมาเดินหาพ่อกับพี่ชาย จึงเดินออกมาจากบ้านจะไปที่โรงไม้ เจอกับพวกแจ๋ ต่างฝ่ายต่างตกใจคิดว่าผีหลอก พอตั้งสติได้อุ๊บอิ๊บโวยวายที่พวกนี้เข้ามาทำไม บุญทิ้งรีบปิดปากแล้วลากอุ๊บอิ๊บกลับเข้าบ้านเข้ามาในห้องของเธอ

ให้แจ๋กับกิมจิไปทำหน้าที่กันสองคน บุญทิ้งเอ็ดให้อุ๊บอิ๊บเงียบ

“คุณอุ๊บอิ๊บใจเย็นสิครับ” บุญทิ้งปล่อยอุ๊บอิ๊บ

“ไม่เย็น ปล่อยนะ...อ๊าย อย่าเข้ามานะ แกจะทำอะไรฉัน อยากได้อะไรก็เอาไปสิ”

“ผมไม่อยากได้อะไรทั้งนั้นแหละครับ คุณอยู่เฉยๆ ก็แล้วกัน”

“หา...อยู่เฉยๆ เหรอ แกจะปล้ำฉันใช่ไหม อย่านะ ไอ้บ้า ไป๊ๆๆ” อุ๊บอิ๊บวิ่งหนีปาของใส่

อีกด้าน ชลิตกับดาหวันตามรอยรถมาถึงโกดัง ซึ่งพาณิชย์เอาเด็กมาขังไว้ ทั้งสองแอบเข้าไปจะช่วยเด็กๆ แต่เด็กๆ ถูกล่ามโซ่ติดกันเป็นพรวน ทั้งสองต้องหาวิธีปลดโซ่

ส่วนฉวีวรรณกับดนัยย่องมาถึงหน้าบ้านที่เป็นออฟฟิศ ฉวีวรรณโวยดนัย

“นายนี่มันเจ้ากี้เจ้าการจริงๆ เลย ฉันยังไม่ได้พูดซักคำว่าอยากมาด้วย”

“ก็ฉันต้องการผู้ช่วย”

“แล้วทำไมต้องเป็นฉัน ฉันไม่ได้อยากมากับนายสักหน่อย”

“แต่ฉันอยาก เพราะเธอคือคนที่รู้ใจฉันที่สุด” ดนัยจ้องฉวีวรรณอย่างจริงจัง “ถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมา ก็มีแต่เราสองคนเท่านั้นที่จะช่วยให้รอดกันไปได้ เหมือนที่ผ่านๆ มาไง”

“ฉันว่าวินยาน่าจะช่วยนายได้มากกว่าฉันนะ” ฉวีวรรณสะบัดพรืดเดินไป

ดนัยคว้ามือเธอดึงมาจ้องตา “แต่ฉันไม่รู้ใจวินยา...ฉันรู้ใจเธอ...เราผ่านเรื่องร้ายมาด้วยกันตั้งเยอะ ยอมรับเถอะหวี อย่าไล่ฉันไปให้คนอื่นอีกเลย”

ฉวีวรรณเคลิ้ม แต่รีบตัดใจผลักเขาออก “พูดอะไรเพ้อเจ้ออยู่ได้ ไปเร็วๆ เข้า”

ฉวีวรรณสีหน้าสับสนเดินนำดนัยไป ทั้งสองมาซ่อนตัวหลังพุ่มไม้มองดูรอบๆ คิดว่าพวกคนงานคงไปขนไม้  ไม่มีใครเฝ้าตรงนี้ แต่แล้วมีคนเดินมา ดนัยรีบดึงฉวีวรรณหลบ เขาคร่อมอยู่บนตัวเธอ ฉวีวรรณตกใจคิดว่าเขาจะปล้ำ ดิ้นขลุกขลัก ดนัยเอามือปิดปาก กดเธอไว้จนคนงานเดินผ่านไป ใจฉวีวรรณเต้นโครมครามเพราะจมูกดนัยแตะอยู่ที่แก้มตน เธอผลักเขาออก แต่ดนัยยื้อไว้ สบตาเธอไม่ไหวติง เขากอดเธอแน่นขึ้น

“อย่ามาทำบ้าๆ ปล่อยฉันนะ”

“บ้าที่ไหน นี่มันช่วงโปรโมชั่นสำหรับเธอคนเดียวเลยนะหวี”

“โปรโมชั่นอะไร พูดมาให้ดีนะ”

“ดีแน่ ก็ฉันอนุญาตให้เธอกอดฉัน หอมฉันได้ฟรีๆ ไม่คิดตังค์สักบาท”

“ทุเรศ ใครอยากจะกอดนาย หอมนาย หา...”

“ได้...ถ้าไม่ชอบกอด ชอบหอม งั้นเธอคงต้องชอบจูบแน่เลย” ดนัยก้มหน้าจะจูบ

ฉวีวรรณร้องกรี๊ด เอามือดันหน้าดนัยไว้ “อี๋ ฉันมาทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่มาเวิ่นเว้อกับผู้ชายชีกออย่างนาย”

“เวิ่นเว้ออะไร เขาเรียกว่ารักระหว่างรบ”

ฉวีวรรณผลักดนัยกระเด็น รีบลุกขึ้น “คนกะล่อน ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว”

ฉวีวรรณวิ่งหนี ดนัยวิ่งตามร้องให้รอด้วย...

ooooooo

อุ๊บอิ๊บนั่งกอดผ้าห่มอยู่บนเตียง มองบุญทิ้งอย่างระแวง พอเห็นเขาสัปหงกก็จะลุกหนี บุญทิ้งคว้าแขนเธอไว้ อุ๊บอิ๊บจึงโกหกว่าตนจะไปเข้าห้องน้ำ

บุญทิ้งตามไปด้วย อุ๊บอิ๊บโวยจะตามเข้าไปได้อย่างไร บุญทิ้งตอบว่า เขาไม่ไว้ใจเธอ เขาเดินตามเข้าไปด้วย แล้วยืนหันหลังให้

อุ๊บอิ๊บมองไปรอบห้องน้ำหาทางหนี แล้วคิดจะเปิดฝ้า จึงปีนโถส้วมขึ้นไป เกิดลื่นร้องออกมา บุญทิ้งหันมาทันทีคิดว่าเธอเป็นอะไร อุ๊บอิ๊บตกลงมาก้นติดในโถส้วม บุญทิ้งเข้ามาช่วยดึงอยู่นาน จนเธอหลุดออกมาได้ เขาหงายหลัง อุ๊บอิ๊บล้มทับ จูบปากบุญทิ้งเข้าเต็มเปา เธอตะลึงค่อยๆ ถอนปากออก สบตาบุญทิ้งอึ้งๆ อุ๊บอิ๊บนับหนึ่ง สอง สาม เพราะรู้ว่าเดี๋ยวบุญทิ้งต้องเป็นลมไปอีก แล้วเขาก็สลบไปจริงๆ

“เป็นลมไปเลย ฮิๆๆ จูบมรณะของฉันได้ผลเกินคาด ฮึ รู้อย่างนี้ฉันจูบนายไปแต่แรกแล้วจะได้ไม่ต้องเหนื่อยก้นติดชักโครกอยู่ตั้งนาน...หลับให้สบายนะ นายมหาไก่อ่อน” อุ๊บอิ๊บลุกออกไปทิ้งบุญทิ้งหลับพริ้มอยู่อย่างนั้น

ด้านดนัยกับฉวีวรรณ ลัดเลาะรอบออฟฟิศจนเจอหน้าต่าง จึงปีนเข้าไป แต่ในนั้นมืด ฉวีวรรณคลำทางไปเรื่อย สะดุดหน้าคะมำ ดนัยรับไว้ได้ทัน เขาเอ็ดเธอให้เดินระวังๆหน่อย

“ยังสาวยังแส้ ตาฟางซะแล้ว หัดกินวิตามินบีซะบ้างนะ”

“นี่ ฉันไม่ได้ขอคำแนะนำจากนายเลยนะ ไม่ต้อง

มายุ่งเลย” ฉวีวรรณสะบัดตัวออก

“มองไม่เห็นแล้วยังจะซ่าอีก มานี่...ฉันจะเป็นตาให้เธอเอง” ดนัยสบตาฉวีวรรณ เธออึ้งใจแทบละลาย เดินตามเขาหลบโต๊ะ เก้าอี้ไปอย่างคล่องแคล่ว

จนมาถึงหน้าห้องๆหนึ่ง ดนัยคาดว่าจะเป็นห้องทำงานของธานี ฉวีวรรณให้เขาปล่อยมือตนได้แล้ว ดนัยทำเป็นไม่ได้ยิน ฉวีวรรณพยายามดึงมือออก

“ทำไม เขินเหรอ” ดนัยแกล้งกวน

“อีตาบ้า กวนประสาทอยู่ได้”

“เงียบน่า เดี๋ยวพวกมันได้ยินหรอก”

ฉวีวรรณเดินไปบิดลูกบิดประตู แต่มันล็อก “มันติดล็อกเข้าไปไม่ได้แล้ว ทำไงดี”

ดนัยเอาขดลวดในกระเป๋าออกมา “ปัญหาไม่ได้มีไว้กลุ้ม แต่มีไว้แก้ ฉันจัดการเอง...”

“ฉันชักจะเชื่อแล้วว่า นายมีอาชีพเสริมเป็นโจรแน่ๆ” ฉวีวรรณอึ้งเมื่อเห็นดนัยไขประตู

“ฉันไม่เคยปล้นใคร มีแต่โดนคนบางคนปล้นไป แต่ไม่ยอมรับ”

ฉวีวรรณงงถามว่าใคร ดนัยตอบ “เธอไง อยากรู้ไหมว่าปล้นอะไร”

“ไม่อยากรู้ย่ะ” ฉวีวรรณหน้าร้อนผ่าว รีบเดินเข้าไปในห้อง ดนัยตามเข้าไปยิ้มๆ...

ooooooo

ในโกดังที่ชลิตกับดาหวันเข้าไปช่วยเด็กๆ พยายามปลอบไม่ให้เด็กๆร้องไห้ สมุนของธานีได้ยินเสียง จะเดินเข้าไปดู แต่แล้วโดนก้อนหินปาใส่หัว สมุนตกใจมองหาว่าใครปา ไม่ทันไรมีก้อนใหญ่ปาโครมมาอีก คราวนี้ถึงสลบ ดาเนาอยู่บนต้นไม้ หัวเราะอย่างพอใจ...

พาณิชย์กับสมุนดื่มกินกันจนเมา เลาซาเตือนว่าไม่ควรเมาก็ไม่เชื่อ เท่านั้นไม่พอ พาณิชย์ยังลากตัวสาวคนหนึ่งเข้าไปในกระท่อม หญิงสาวร้องไห้พยายามหนี ดาเนาแอบย่องมาพ่นยานอนหลับตามช่องของกระท่อม พาณิชย์หลับไปพร้อมหญิงสาว เลาซามาเจอดาเนาเข้ารีบตะโกนเรียกคนมาช่วยจับตัว แต่สมุนพาณิชย์พากันเมา เลาซาจึงไล่จับดาเนาคนเดียว ดาเนาพุ่งตัวเข้าไปในโกดังทางช่องลม ลงมาชนกับชลิตและดาหวันที่กำลังพาเด็กๆหาทางออก

“พวกเจ้านี่เอง...”

“หนูเป็นใคร เราเคยเจอกันเหรอ หรือว่า...” ชลิตนึกได้ว่าคือเด็กผีที่ทาหน้าดำ

ดาหวันจำได้รีบถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ดาเนาถามกลับแล้วเธอล่ะ เด็กๆตอบแทนว่า ชลิตกับดาเนามาช่วยพวกตน

“คนเมืองอย่างพวก...พี่เนี่ยนะ จะมาช่วยเพื่อนๆของข้า”

ไม่ทันที่ชลิตกับดาหวันจะตอบ เลาซาผลักประตูโกดังเข้ามา เห็นชลิตกับดาหวันก็โวยว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง ชลิตโต้กลับว่าเขาแส่เพราะทนเห็นคนชั่วรังแกเด็กไม่ได้

“แค่แกตัดไม้ทำลายป่าก็เลวพอแล้ว นี่ยังจะมาค้ามนุษย์อีก พวกแกตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดแน่” ดาหวันชี้หน้าด่า

เลาซาโกรธชักมีดออกมาจะเข้าแทง ชลิตขวาง ให้ ดาหวันพาเด็กๆหลบไป สมุนพาณิชย์วิ่งมาสมทบ ดาเนาโดดตัวลอยเข้าเตะสมุนคว่ำไป ชลิตต่อสู้กับเลาซาพลาดท่าจะตกจากนั่งร้าน ดาหวันตกใจเห็นเลาซาเหยียบมือชลิตหลุดร่วงลงมา แต่ดาเนาใช้พลังจิตช่วยให้เขาลอยกลับขึ้นไปเตะเลาซาตกมาแทน จุกแอ่ก

“ถึงเวลาชดใช้กรรมชั่วของแกแล้ว จัดไปไอ้น้อง”

ดาเนาพาเพื่อนๆเข้ารุมกระทืบเลาซากับสมุนและเอาโซ่มัดไว้ ชลิตลงมายืนที่พื้น ดาหวันวิ่งเข้ามากอดอย่างห่วงใย ชลิตบอกเธอว่าเขาไม่เป็นอะไร แต่เด็กนั่นไม่ธรรมดาแน่...ดาเนาพาเพื่อนวิ่งเฮออกไป ชลิตกับดาหวันวิ่งตาม

ooooooo

หน้าจอคอมฯ ดนัยกดดูแต่ละโฟลเดอร์จนมาโดนโฟลเดอร์หนึ่ง ไซเรนดังขึ้นพร้อมกับไฟสว่างไปทั่วห้อง กาซูได้ยินเสียงรีบบอกคนงานไปดู คนงานสองคนวิ่งเข้ามา ดนัยกับฉวีวรรณคว้าร่มและชะแลงมาป้องกันตัว ฟาดคนงานทั้งสองสลบ แล้วลากคนงานไปซ่อน

ด้านแจ๋กับกิมจิถูกธานีจับตัวไว้ได้ขณะถ่ายภาพ อุ๊บอิ๊บไม่รู้เรื่องค้าไม้กับค้ามนุษย์ของพ่อและพี่ ให้คนมาจับบุญทิ้งไปสมทบอีกคน เธอฟ้องธานีว่าบุญทิ้งเข้ามาปล้ำ แต่ตน

เอาตัวรอดมาได้ แจ๋กับกิมจิรีบเออออว่าใช่ พวกตนช่วยบุญทิ้งเข้ามาปล้ำอุ๊บอิ๊บ บุญทิ้งซึ่งธรรมะธัมโมอยู่แล้ว ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ผมพูดจริงๆนะครับ ถึงผมจะเป็นแค่เด็กวัดกระจอกๆแต่ผมก็ไม่เคยคิดทำอะไรสุภาพสตรีอย่างคุณอุ๊บอิ๊บให้เสื่อมเสียหรอกนะครับ”

“ฮ่าๆๆขำว่ะ ตาแกเป็นต้อกระจกหรือเปล่า ถึงได้เห็นผู้หญิงดัดจริตแถมกระแดะตัวแม่อย่างยัยอุ๊บอิ๊บเป็นสุภาพสตรีไปได้” ธนวัติหัวเราะก๊าก

“เจริญพร คุณนั่นแหละที่ไม่เข้าท่า เป็นพี่ชายก็ควรปกป้องดูแลน้องสาวไม่ใช่มาด่าทอเหยียบย่ำเสียเอง”

อุ๊บอิ๊บทึ่งที่บุญทิ้งเห็นคุณค่าของตน ธนวัติโมโหปรี่เข้าเอาด้ามปืนฟาดหน้าบุญทิ้ง อุ๊บอิ๊บตกใจเข้าไปดึงมือธนวัติไว้ บุญทิ้งเงยหน้ามาเลือดกบปากสบตาเธออึ้งๆ

ทั้งสองเริ่มมีใจให้กัน...

ดนัยกับฉวีวรรณเอาชุดคนงานมาสวมแล้วเดินออกมาข้างนอก ดนัยเตือนให้ฉวีวรรณเดินอกผายให้เหมือนผู้ชายหน่อย และให้กลับไปรวมตัวกับเพื่อนๆที่โรงไม้ ทั้งสองไม่รู้ว่าเพื่อนๆโดนจับหมดแล้ว ระหว่างที่เดินปะปนไปกับพวกคนงาน กาซูรับรู้ได้ บันดาลให้เกิดลมพัดกระโชกมา ทำให้หมวกฉวีวรรณหลุด ผมปลิวสยายออกมา

“เฮ้ย จับไอ้สองคนนี้ไว้เร็ว”

ดนัยตกใจคว้ามือฉวีวรรณวิ่ง เขาปกป้องเธอเต็มที่ ทั้งสองโดนไล่ยิง ดนัยให้ฉวีวรรณเอาปืนคนงานออกมาไว้ป้องกันตัว แต่เธอเงอะงะกลัวๆกล้าๆ

คนงานวิ่งมารายงานธานีกับธนวัติว่า กาซูกำลังจับลูกศิริกับดนัย ธนวัติทำหน้าเหี้ยม เขาจะออกไปฆ่าเอง แจ๋กับพวกตกใจ อุ๊บอิ๊บเองก็ตกใจ
สางโปซึ่งนั่งสมาธิอยู่สะดุ้งเฮือกขึ้น บอกวินยากับทองอินว่า พวกดนัยโดนจับได้แล้ว ทองอินลุกพรวดจะไปช่วย วินยาห้ามขอให้ใจเย็นก่อน ตนจะพาไปเองเพราะตนรู้ทางลัดดี ว่าแล้ววินยาก็วิ่งปรู๊ดออกไป ทองอินร้องเรียก

“วินยาเดี๋ยวก่อน เฮ้อ...ดูสิ บอกให้ฉันใจเย็นแต่ตัวเองกลับวิ่งลิ่วออกไปเลย ท่าทางวินยาจะเป็นห่วงดนัยมากเลยนะ” ทองอินหันไปเปรยกับสางโป...

ธานีกับธนวัติมาสมทบกับกาซู “ว่าไง จับตัวมันได้ไหม”

“มันหนีไม่พ้นหรอก ข้าสั่งการให้ทุกคนแยกย้ายกันล่าตัวมันแล้ว”

ธานีชักกังวล บอกธนวัติไปสั่งคนงานขนไม้ออกไปก่อน...ดนัยกับฉวีวรรณหนีเตลิดเข้าไปในป่า เจอเข้ากับอสูรกายของกาซูคำรามโฮก ฉวีวรรณตกใจยิงใส่ แต่กระสุนทำอะไรมันไม่ได้ แถมมันยังตบฉวีวรรณล้มกลิ้ง ดนัยคว้าหินก้อนใหญ่โดดเข้าทุบหัวมัน แล้วเข้าไปฉุดฉวีวรรณวิ่งหนีมาได้ระยะหนึ่งฉวีวรรณหมดแรง

“ฉันไม่ไหวแล้ว นายไปเหอะ”

“จะบ้าหรือไง ไปด้วยกัน” ดนัยอุ้มฉวีวรรณวิ่งไปต่อ แต่ไม่วายโดนอสูรกายตบกลิ้งไปทั้งสองคน

ทันใด วินยากระโดดลงมาพร้อมมีดอาคมปักเข้ากลางหลังอสูรกาย แล้วร้องบอกให้ดนัยพาฉวีวรรณหนีไป ดนัยจึงบอกว่าเขาต้องกลับไปช่วยเพื่อนๆก่อน ดนัยกับฉวีวรรณวิ่งกลับเข้าไปในปางไม้ ทั้งสองเจอะกับธนวัติเข้าพอดี ดนัยดึงฉวีวรรณให้หลบหลังเขา ธนวัติหัวเราะร่า

“ไอ้ดนัย ฉันจะส่งแกลงนรกเอง” ธนวัติเล็งปืนไปที่ดนัย

ทั้งสองโดดหลบไปหลังต้นไม้ ธนวัติโมโหไล่ยิง ดนัยบอกฉวีวรรณว่าเขาจะล่อธนวัติไปทางอื่นให้เธอไปช่วยเพื่อนๆ

วินยาเจอเข้ากับกาซู ทั้งสองต่อสู้กัน แต่ดูท่าวินยาจะทำอะไรกาซูไม่ได้ ดนัยโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้พร้อม ท่อนไม้ฟาดธนวัติล้มลง ทั้งสองตะลุมบอนกัน ฉวีวรรณวิ่งลัดเลาะมาจนเจอพวกแจ๋ถูกมัดรวมกันอยู่จะเข้าช่วย แต่ธานีกลับเข้ามาเสียก่อน จับตัวเธอไว้ได้

“หนูหวี อาพยายามกันหนูไม่ให้มายุ่งกับเรื่องนี้หลายหนแล้ว แต่หนูก็ยังรนมาหาที่” ธานียัวะ สั่งลูกน้องเอาตัวฉวีวรรณเข้าไปในโรงเก็บของ
ดนัยได้ยินเสียงร้องของฉวีวรรณ รีบฮึดสู้กับธนวัติ ชกจนสลบเพื่อไปช่วยเธอ วินยาสู้กาซูไม่ได้ พอดีเห็นควันลอยออกมาจากห้องเก็บของก็เป็นห่วงดนัยกับฉวีวรรณ จึงใช้เล่ห์เหลี่ยมหลบหนีกาซูออกมา...ฉวีวรรณถูกมัดไว้ในห้องเก็บของ ธานีหัวเราะร่า

“หนูหวีจำไว้เป็นอุทาหรณ์ไว้ใช้ในชาติหน้านะ สวยได้แต่อย่าแส่ ไม่งั้นซวยแน่ ฮ่าๆ”

“แกนั่นแหละที่ต้องตายเป็นเปรตไปใช้กรรมในนรก”

ธานียิ่งโกรธ คว้าถังน้ำมันจากลูกน้องมาเทราดไปรอบตัวฉวีวรรณ กาซูเดินเข้ามาพร้อมคนงานที่ประคองธนวัติ ซึ่งบาดเจ็บมาด้วย ธานีตกใจเมื่อเห็นสภาพลูกชาย ยิ่งรู้ว่าเป็นฝีมือดนัยยิ่งแค้น กาซูอาสาไปจัดการให้ แต่ธานีกลับบอกให้เขาดูแลเรื่องขนไม้ไป พลันอุ๊บอิ๊บวิ่งเข้ามาถามว่าไฟไหม้ที่ไหน ธานีรีบโกหกลูกสาว

“มีคนวางเพลิงน่ะสิ  แล้วแกทิ้งไอ้สามคนนั่นมาได้ยังไง”

“ก็พวกนั้นมันบอกว่าพี่ดนัยมาด้วย อุ๊บอิ๊บเป็นห่วงพี่ดนัย”

“ให้มันได้อย่างนี้สิลูกสาวฉัน บ้าผู้ชายจริงๆ ไปกับฉันเดี๋ยวนี้” ธานีลากอุ๊บอิ๊บกลับไป

แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งพยายามช่วยกันแก้มัดให้กันและกัน ฉวีวรรณร้องให้คนช่วยด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

ศิรินอนหลับอยู่ที่เต็นท์ สะดุ้งตื่นเหงื่อท่วมตัว ร้องเรียกฉวีวรรณ สุภาพวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามว่าเป็นอะไร ศิริรีบบอกว่าลูกตนอยู่ในอันตราย สุภาพปลอบว่าแค่ฝันร้าย ศิริแปลกใจที่ธานีกับลูกๆไปทำธุระอะไรที่ปางไม้ตั้งนมนาน

ฉวีวรรณเร่ิมสำลักควัน หมดแรงร้องให้คนช่วย ทันใด ดนัยถีบประตูโครมเข้ามา ในมือมีขวาน เขาโยนขวานทิ้งเข้ามาแก้มัดและอุ้มฉวีวรรณ ซึ่งกอดเขาร้องไห้โฮ ไม่ทันไร หลังคาหล่นลงมา ดนัยรีบหลบล้มกันไป แต่คานยังทับขาเขาอยู่ ฉวีวรรณตกใจรีบตบไฟให้ดับ

“ดนัย อดทนหน่อยนะ ฉันจะช่วยนาย” ฉวีวรรณพยายามยกคานขึ้น แต่แรงไม่พอ

ดนัยสีหน้าเจ็บปวด เขาบอกให้เธอพอเถอะ ทิ้งเขาไว้แล้วหนีไป

“ไม่ ฉันจะทิ้งนายไว้ได้ยังไง”

“ถ้าไม่ทิ้ง เราจะตายกันทั้งคู่ ไป...”

“ฉันจะช่วยนาย...” ฉวีวรรณยังยกท่อนไม้อย่างดื้อดึง

ดนัยผลักเธอออก “ก็บอกว่าไปไงเล่า ไปสิ มัวทำบ้าอะไรอยู่ อยากตายหรือไง”

ฉวีวรรณยิ่งขวัญเสีย ร้องไห้โฮออกมา “นายสิบ้า คิดเหรอฉันจะทิ้งนายได้ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น เราจะต้องไปด้วยกัน ฉันจะช่วยนายให้ได้ อดทนไว้นะ ฮือๆๆ”

ฉวีวรรณยังออกแรงยกท่อนไม้อย่างไม่ยอมแพ้...

วินยาวิ่งมาหน้าโรงเก็บของ เจอกับพวกแจ๋ซึ่งมาอีกทาง วินยาว่ิงเข้าไป แจ๋กับกิมจิช่วยรั้งไว้

“เข้าไปไม่ได้นะ ไม่เห็นเหรอว่าไฟลุกไปทั้งหลังแล้ว”

“แต่ฉวีวรรณกับดนัยอยู่ในนั้น ฉันได้ยินเสียงฉวีวรรณร้องให้ช่วย ฉันคิดว่าสองคนนั้นต้องอยู่ด้วยกันแน่ๆ”

แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งตกใจ วินยาสะบัดตัวออกจะวิ่งเข้าไป พอดีไฟรถทองอินแล่นมา ทองอินกับชาวชาลันลงมาช่วยกันดับไฟ วินยาแปลกใจที่ทองอินมาได้อย่างไร

“ผู้เฒ่าสางโปบอกฉันว่า ฉวีวรรณกับดนัยติดอยู่ในกองไฟ ให้ฉันรีบพาชาวบ้านมาช่วย”

ทั้งพวกแจ๋และวินยาช่วยกันคนละไม้คนละมือ...

ฉวีวรรณยังพยายามยกคานออกจากขาดนัย

“หวี อย่าพยายามเลย เธอยกไม่ไหวหรอก รีบไปเถอะ”

“ทีนายยังเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยฉันเลย ถ้าฉันช่วยนายไม่ได้ เราก็ตายด้วยกันนี่แหละ” ฉวีวรรณปาดน้ำตาแล้วพยายามยกต่อ

ดนัยเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้อย่างซาบซึ้งใจ ทั้งสองประสานสายตากัน เหมือนมีพลังประหลาด ฉวีวรรณเหมือนมีแรงสามารถยกคานไม้เลื่อนออกได้ ดนัยกัดฟันขยับขาออกอย่างเจ็บปวด ฉวีวรรณดีใจ

“ไม่น่าเชื่อเลย ดนัยไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“ไม่เป็นไร มีเธอ ฉันถึงรอด...เธอเป็นปาฏิหาริย์ของฉันนะหวี”

“ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ของนายคนเดียว แต่เป็นปาฏิหาริย์ของเรา เราต้องรอดไปด้วยกันใช่ไหม ดนัย” ฉวีวรรณยิ้มให้และประคองดนัยลุกขึ้นอย่างระวัง

ไฟโหมแรงขึ้น ฉวีวรรณประคองดนัยหลบไฟหาทางออก ด้านนอก ทุกคนช่วยกันสาดน้ำ วินยาภาวนาให้ทั้งสองปลอดภัย พลันฉวีวรรณประคองดนัยฝ่าควันไฟออกมา ทุกคนยิ้มอย่างดีใจโผเข้าช่วย ฉวีวรรณแทบยืนไม่อยู่ แต่มือเธอกับดนัยยังจับกันไม่ปล่อย วินยามองอึ้งๆ

“ดีนะที่วินยาเขาได้ยินเสียงเธอน่ะหวี ไม่งั้นกลายเป็นป้าหวีอบภูเขาไฟไปแล้ว”

ฉวีวรรณหันไปยิ้มให้วินยาอย่างจริงใจ วินยายิ้มตอบทั้งที่ใจเจ็บแปลบ

ooooooo

พาณิชย์ตื่นขึ้นมาอย่างมึนงง เห็นลูกน้องนอนบาดเจ็บ และอีกกลุ่มถูกมัดรวมอยู่กับเลาซา เขาแปลกใจว่าเด็กๆหายไปไหนหมด แถมรถหายไปคันหนึ่ง

ชลิตขับรถตู้พาเด็กๆกับดาเนา มาส่งยังหมู่บ้าน  เด็กๆ ร้องไห้วิ่งหาพ่อแม่กันจ้าละหวั่น หัวหน้าหมู่บ้านออกมาขอบอกขอบใจชลิตกับดาหวัน ชลิตบอกว่า เขาทำเพื่อความถูกต้อง

“แล้วหวันอยากให้ทุกคนจำความรู้สึกวันนี้ไว้นะคะ อย่าให้ใครเอาเงินมาแลกกับลูกหลานของเราอีก พวกเขาไม่ใช่สิ่งของที่จะตีราคาได้ เด็กๆทุกคนคือผลผลิตของความรักในครอบครัวไม่ใช่เหรอคะ อย่าให้เขาต้องรู้สึกเจ็บปวดเพราะถูกคนที่ตนเองรัก  ผลักไสเพียงเพราะเงินไม่กี่บาทเลยนะคะ”

ชาวบ้านพยักหน้ากันอย่างยอมรับ บางคนน้ำตาไหลอย่างละอายใจ กอดลูกๆตัวเองไว้แน่น หัวหน้าหมู่บ้านบอกลูกบ้านทุกคนว่าพวกเราจะไปแจ้งความ ชลิตเห็นดีด้วยและให้เอารถไปเป็นของกลาง

“แล้วพวกคุณๆล่ะจะไปไหนต่อ” หัวหน้าถาม

“เราคงต้องอยู่ในป่าอีกสักพัก ยังมีอะไรต้องทำอีกหลายอย่างครับ”

ชลิตกับดาหวันไหว้ลาทุกคน พอเดินออกมา ดาเนาตามทั้งสองคนมาด้วย ชลิตยิ้มปลื้มคุยกับดาหวันอย่างตลกๆ

“ในที่สุด สันติสุขก็กลับสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง พร้อมตัวอักษรญี่ปุ่นขึ้นสามตัว”

“อะไรของพี่ ตัวอักษรญี่ปุ่นที่ไหน”

“เอ้า เธอไม่เคยดูการ์ตูนยอดมนุษย์เหรอ ตอนจบทุกตัวมันจะขึ้นตัวหนังสือญี่ปุ่นสามตัว แปลว่า โปรดติดตามตอนต่อไปไง”

“ฮึย...โตจะตายแล้วยังจะดูการ์ตูนเป็นเด็กๆอีก”

ดาเนาเข้ามาถามว่าการ์ตูนอะไรเหรอ ทั้งสองคนหันมอง ดาหวันถามว่าไม่เคยดูการ์ตูนหรือ ดาเนาส่ายหน้าตอบว่าเคยดูแต่ดาวบนท้องฟ้า ดาหวันทรุดนั่งข้างๆดาเนา

“น่าอิจฉาจัง ได้ดูดาวเต็มฟ้าทุกคืนๆอย่างนี้ เด็กในเมืองอีกหลายคนเลยนะที่ไม่มีโอกาสแบบหนู”

“แล้วนี่มาส่งพวกพี่เหรอ ไม่ต้องก็ได้นะ กลับเข้าหมู่บ้านไปเถอะ” ชลิตถาม

“ดาเนาไม่ใช่คนหมู่บ้านนี้ ดาเนามาช่วยเพื่อนๆเฉยๆ”

“อ้าว...แล้วหนูอยู่ที่ไหนล่ะ พวกพี่จะได้ไปส่ง”

ดาเนาย่นจมูกให้ชลิต “คนอย่างดาเนาไปไหนมาไหนเองได้ คนอื่นไม่ต้องยุ่ง” ว่าแล้วก็โดดขึ้นต้นไม้

ดาหวันตะโกนถาม “ชื่อดาเนาเหรอ เราสองคนชื่อคล้ายๆกันเลยนะ ฉันชื่อดาหวัน แล้วนี่พี่ชลิต”

“ไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย” ดาเนากระโจนหนีหายไป ชลิตกับดาหวันร้องเรียกให้กลับมาก่อน แต่ดาเนาก็หายตัวไป...

ด้านธานี เห็นทองอินเป็นคนของป่าไม้ก็เกรงใจ ไม่กล้าทำอะไรรุนแรง แต่โยนความผิดว่าพวกดนัยวางเพลิงดนัยปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ทำ ฉวีวรรณชี้หน้าว่าธานีจะฆ่าตน แจ๋กับพวกเป็นพยาน อุ๊บอิ๊บเถียงแทนว่า พวกฉวีวรรณทำร้ายพวกตนเหมือนกัน ธนวัติเสริม

“ใช่ อยู่ๆก็มาบุกรุกที่คนอื่น พวกเราเลยคิดว่าพวกแกเป็นโจรน่ะสิ”

“แต่เด็กพวกนี้ไม่มีอาวุธ ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกคุณต้องไล่ล่ากันขนาดนี้”

“แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของคุณเลยนะ คุณป่าไม้เข้ามายุ่งทำไมไม่ทราบ” ธานีโต้

ทองอินว่าการที่ธานีทำไฟไหม้จนเกือบจะเผาป่าไปด้วย จะไม่ให้เขาเกี่ยวได้อย่างไร ดีที่ได้ชาวชาลันช่วย ไม่อย่างนั้น ธานีโดนข้อหาเผาป่าแน่นอน ธนวัติสวนว่าแน่ใจหรือว่ามาช่วย ไม่ใช่จ้องจะหาเรื่อง ทองอินย้อนถาม ถ้าที่นี่ไม่มีอะไรผิดกฎหมายจะต้องกลัวทำไม ธานีเห็นท่าไม่ดีทำโมโหกลบเกลื่อนให้เชิญค้นได้เลย ทองอินสบตาดนัย ดนัยหนักใจเกรงเหมือนครั้งก่อน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:23 น.