ตอนที่ 9
นับดาวเอายากลับมาถึงบ้าน ไม่เจอปราบ ถามป้ายวงจึงรู้ว่าเอมี่มาและชวนกันออกไปหาเธอได้สักครู่ใหญ่แล้ว นับดาวเชื่อว่าเอมี่ต้องมีแผนอะไรแน่นอน ก็พอดีเอมี่โทร.เข้ามือถือเธอ ทำสงครามประสาทว่า
“เสียดาย อุตส่าห์มาหาแต่ไม่เจอเพื่อน ฉันกลัวหลงทางน่ะก็เลยชวนคุณปราบมาด้วย ตอนนี้ฉันอยู่กับคุณปราบที่ปั๊มน้ำมันก่อนทางแยก กำลังจะไปซื้อน้ำให้เขากิน ว่าจะใส่ยาปลุกนิ้งหน่องลงไปด้วย”
นับดาวตกใจไม่ทันพูดอะไร เอมี่ก็ตัดสายไปแล้ว เธอรีบโทร.เข้ามือถือของปราบ มันเรียกอยู่ข้างๆเธอนั่นเอง นับดาวหยิบโทรศัพท์ของปราบที่ลืมทิ้งไว้ขึ้นดู บ่น “เฮ้อ...ตาบ๊องเอ๊ย...”
ด้วยความเป็นห่วงปราบ นับดาวขับรถตะบึงไปตามที่เอมี่บอก ตาก็มองหารถเอมี่ไปตลอดทาง
ที่ปั๊มน้ำมัน เอมี่ลงไปซื้อน้ำมาให้ปราบ พอขึ้นนั่งในรถก็อ่อยเขาต่างๆนานา แต่ปราบอารมณ์ลึก ปลุกไม่ขึ้น เร่งว่าเธอนัดนับดาวไว้ในเมืองไม่ใช่หรือ รีบไปเถอะเดี๋ยวนับดาวจะรอนาน
ระหว่างนั้น ปราบดื่มน้ำที่เอมี่ซื้อมาให้ เอมี่เหล่มองอย่างสมใจ พลางออกรถ แต่ต้องเบรกกึก เมื่อรถของนับดาวปราดเข้ามาขวาง แล้วเธอก็เปิดประตูรถลงมา เอมี่หัวเราะร่วนแซวว่ามาเร็วกว่าที่คิด
นับดาวไม่สนใจ มองไปที่ขวดน้ำในมือปราบเห็นพร่องไปเยอะก็ตกใจ รีบบีบปากปราบเอานิ้วล้วงคอหมายให้เขาอ้วกออกมา ปราบสะบัดหน้าหลบถามดุๆว่า “ทำอะไรน่ะ”
เอมี่ชวนไปหาข้าวกินกันในเมืองดีกว่า บอกนับดาวให้ขับรถนำไป ตนกับปราบจะตามไป นับดาวไม่ยอม จะให้ปราบไปนั่งที่รถตน ปราบเองก็บอกนับดาวว่าเอมี่เป็นแขกของเรา ตนไปนั่งเป็นเพื่อนดีกว่า
นับดาวไม่ฟังเสียง ลากปราบไปยัดใส่รถตัวเอง แล้วหันบอกเอมี่ว่า “ขับตามมาก็แล้วกันนะจ๊ะ” เอมี่บอกให้ขับช้าๆเดี๋ยวตนตามไม่ทัน
แต่พอออกรถไปจริงๆนับดาวก็เหยียบตะบึง ถึงทางเลี้ยวก็ไม่ชะลอหักเลี้ยวเหวี่ยงจนปราบหัวทิ่มหัวตำ ร้องบอกว่า
“เฮ้ยๆๆๆ ช้าๆก็ได้คุณดาว จะรีบไปไหน”
“คุณอยู่เฉยๆ กินน้ำเข้าไปเยอะๆ มันจะได้เจือจางฤทธิ์ยา ถ้าเกิดยาออกฤทธิ์ตอนนี้ล่ะก็ ฉันซวยแน่ๆ บอกให้กินน้ำเข้าไปเยอะๆไง”นับดาวดุ ปราบยกขวดดื่มอั้กๆๆ รวดเดียวเกือบหมด
นับดาวเอะใจถามว่าเขาดื่มน้ำขวดไหน พอปราบบอกว่าขวดที่เอมี่ซื้อให้ นับดาวก็ตาเหลือกอุทาน...
“เวรกรรมแล้วไง!”
ส่วนเอมี่ก็ยิ้มสะใจที่ทำให้นับดาวหัวปั่นได้ นึกเปรียบเทียบว่า ตอนตนอ่อยชนะชัยไม่เห็นจะเดือดร้อนถึงขนาดนี้ บอกตัวเองว่าแค่นี้ก็รู้ในสิ่งที่อยากรู้แล้ว
ooooooo
นับดาวมองปราบที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างระแวงระวัง พอเห็นเขาออกอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อยก็เหมาเอาว่ายาออกฤทธิ์แล้ว เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเลยรีบเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูด ไล่ปราบให้เข้าไปจัดการอะไรกับตัวเองให้เรียบร้อยก่อนค่อยออกมา ตนจะรออยู่ในรถ
ปราบงงว่าเธอเลี้ยวเข้ามาทำไม เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า เลยลากเธอเข้าไปด้วย
หลานป้ายวงทำงานที่โรงแรมม่านรูดนี้ เห็นปราบกับนับดาวเข้าม่านรูดก็โทร.บอกป้ายวง ป้ายวงตกใจอุทานลั่น ไม่รู้ว่าน้อยหน่ามายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไร ถูกน้อยหน่าซักจนต้องบอกว่าหลานโทร.มาบอกว่าปราบกับนับดาวเข้าม่านรูด
น้อยหน่าโกรธมาก ชวนปกป้องขับรถออกตามล่าทันที
เมื่อปราบลากนับดาวเข้าไปในห้องม่านรูดแล้ว
นับดาวเล่าเรื่องที่เอมี่บอกว่าเอายาใส่น้ำให้เขาดื่มตนเลย กลัว ปราบขำแต่หัวเราะไม่ออก บอกว่าเธอถูกเอมี่อำแล้ว นับดาวพูดเสียงอ่อยว่า อยู่ในรถเห็นเขาทำท่าแปลกๆ เหมือนร้อนอกร้อนใจยังไงไม่รู้ ซ้ำยังชำเลืองมองมาที่ขาอ่อนตนด้วย
ปราบชี้แจงว่า ตนร้อนเพราะเธอไม่เปิดแอร์ และที่มองก็คือมองแอร์ ไม่ได้มองขาอ่อนเธอ
คุยจนเป็นที่เข้าใจกันแล้วก็พากันเดินออกจากห้องม่านรูด เจอน้อยหน่ากับปกป้องมาถึงพอดี น้อยหน่าปราดเข้าหานับดาวถามว่าทำอะไรพ่อตน ปกป้องก็พุ่งเข้าหาปราบถามว่าทำอะไรนับดาว
“เปล่าค่ะ ไม่มีใครทำอะไรใครทั้งนั้นหรอกค่ะ” นับดาวบอก น้อยหน่าไม่เชื่อ จ้องหน้าพ่อกับนับดาวแล้ว ร้องไห้โฮๆ นับดาวพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ
ooooooo
คืนนี้ นับดาวจึงเข้าไปทำความเข้าใจกับน้อยหน่าที่ห้องนอน น้อยหน่าขอโทษที่ตนเข้าใจผิด นับดาวไม่ถือโทษ แต่ติงๆว่าท่าทางเธอจะหวงพ่อเอามากๆ
“หน่าเชื่อว่าวันหนึ่งแม่หน่าจะกลับมาอยู่กับพ่อ” นับดาวทำตาโตถามว่าคนกับผีจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง ทำเอาน้อยหน่าอึ้งมองหน้านับดาวถามว่า “แม่หน่าตายแล้วเหรอคะ ใครบอกพี่เหรอคะ แล้วทำไมพวกเขาไม่เคยบอกหน่า แม่หน่าเป็นอะไรตายคะ”
นับดาวเหวอไปเลย ถามว่าตลอดเวลาที่ปราบเลี้ยงเธอมาคนเดียวไม่ใช่เพราะแม่เธอตายหรอกหรือ
“เปล่าค่ะ ตอนเด็กๆ พ่อกับปู่ป้องบอกหน่าว่าแม่ไปเที่ยวแล้วเครื่องบินตก หายสาบสูญ พอหน่าโตขึ้นหน่อย ป้ายวงแอบมาเล่าให้หน่าฟังว่า แม่คลอดหน่าเสร็จก็ทิ้งพ่อไป แล้วก็ไม่มีใครเจอแม่อีกเลย หน่าเพิ่งรู้จากพี่ดาวนี่แหละว่าแม่ตายแล้ว”
นับดาวรีบปฏิเสธว่าตนมั่วไปเองเพราะเห็นใครๆก็ไม่อยากพูดเรื่องแม่ เธอเลยทึกทักว่าแม่เธอคงตายไปแล้ว บรรยากาศเลยผ่อนคลายลง น้อยหน่าบอกว่าตนกับตะวัน-วาดก็พยายามลองตามหาแม่แต่ไม่สำเร็จ พลางก็เอาอัลบั้มรูปแม่กับพ่อให้ดู
“แม่เธอนี่สวยมากเลยเนอะ” นับดาวชม บอกน้อยหน่าว่า “พี่ว่าแม่เธอคงมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้ต้องจากที่นี่ ไปจากผู้ชายดีๆ อย่างพ่อเธอ และไปจากลูกสาวที่น่ารักอย่างเธอ”
“หน่าก็อยากรู้ว่าทำไม...” น้อยหน่าพึมพำเศร้า จนนับดาวลูบผมเธอด้วยความสงสาร
เป็นเรื่องค้างคาใจที่นับดาวต้องหาความจริงให้ได้ วันนี้ไปเจอปราบที่คอกเจ้าเฉาก๊วย คุยเรื่องเฉาก๊วยกันพอได้บรรยากาศแล้ว จู่ๆนับดาวก็ถามว่า
“คุณยังรักแม่ของน้อยหน่าอยู่รึเปล่า” ปราบเงียบไปจนนับดาวถามว่า “ว่ายังไง” เขาจึงตอบสั้นๆว่ารัก นับดาวฝืนยิ้มถามต่อ “คุณเป็นผู้ชายที่น่ารักดี...งั้นถามอีกหน่อย ทำไมเขาถึงจากไปล่ะ”
“ผมก็อยากรู้เหมือนกัน”
เป็นคำตอบที่นับดาวนึก “อ้าว...” ในใจ แล้วอึ้งไปเลย...
ooooooo
เมื่อทั้งสองนั่งรถเอทีวีกลับมาถึงบ้าน พอลงจากรถเปิดประตูบ้าน นับดาวก็แปลกใจที่เห็นชนะชัยกับชัชฎามารออยู่แล้ว เธอรีบยกเท้ายันปราบที่เดินตามมาจนเซออกไปแล้วรีบปิดประตู ทำหน้าซื่อเข้าไปทักสองแม่ลูกว่าจะมาทำไมไม่บอกก่อนตนจะได้ไปรับ
ระหว่างนั้น มีเสียงปราบทุบประตูปังๆ ร้องถามว่าเรื่องอะไรไม่ให้ตนเข้าบ้าน ชัชฎาตกใจถามว่าใครหรือ นับดาวยิ้มหวานบอกว่า “คนบ้าน่ะค่ะ” พอดีเสียง ปราบเงียบไป เธอเลยโล่งใจ หาทางพาสองแม่ลูกออกไปข้างนอก ชวนไปทานข้าวในเมืองกัน ชัชฎาเกิดอยากนั่งพักก่อน ถามว่าแล้วเจ้าของไร่ไม่อยู่หรือ
นับดาวเฉไฉถามว่าหมายถึงปราบใช่ไหม ชัชฎาบอกว่าใช่ คนที่เธอบอกว่าเป็นเกย์นั่นแหละ ชนะชัย เลยแอบกระซิบว่า แม่เป็นห่วงว่าปราบจะไม่ใช่เกย์จริง เลยมาดูให้เห็นกับตา
เจ้ากรรม! ปราบโผล่มาทางหลังบ้าน นับดาวตาไวรีบวิ่งไปผลักเขาออกนอกบ้าน แล้วตามไปขอร้องเขาว่า ตนมีเรื่องคอขาดบาดตายขอให้เขาช่วยแสดงตัวเป็นเกย์ให้หน่อย ปราบทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก เป็นตายยังไงก็ไม่ยอม กระทั่งเธอขู่ว่าถ้าเขาไม่ยอมช่วยตนจะฆ่าตัวตาย ปราบพูดอย่างไม่แยแสว่า
“เชิญตามสบาย ผู้หญิงโรคจิตอย่างคุณ ฆ่าตัวตายไปเกิดใหม่น่ะถูกต้องแล้ว ผมจะอุทิศส่วนกุศลไปให้ ขอให้คุณได้เกิดใหม่เป็นคนปกติธรรมดาๆ ไม่ใช่ผู้หญิง จอมปลอมที่วันๆเอาแต่สร้างภาพโกหกตอหลดตอแหลไปตลอดชีวิตแบบนี้ คุณรู้ตัวไหมว่าชีวิตคุณมันน่าสมเพชแค่ไหน”
ถูกด่าจนขนาดนี้นับดาวก็ยังอดทนเพื่อหว่านล้อมเขาให้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เสนอจะจ้างปราบก็ไม่เอา เลยลำเลิกว่าที่ผ่านมาตนช่วยเขาไว้เยอะ มันไม่มีความหมายอะไรเลยหรือ ปราบโต้ว่าเธอก็ทำแสบกับตนไว้เยอะเหมือนกัน อาจจะเยอะกว่าด้วยซ้ำ
นับดาวใช้มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน เมื่อขู่ก็แล้วขอร้องก็แล้ว คราวนี้เลยบีบน้ำตาทำตาแดงๆ เขาก็ยังใจแข็งบีบน้ำมาหยดหนึ่ง เขาเริ่มชะงัก เห็นได้ผลเลยร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาไหลพรากๆ คราวนี้ปราบใจอ่อนเสนอว่า
“เอางี้ ผมจะหลบหน้าพวกเขาก็แล้วกัน คุณอยากโกหกอะไรเกี่ยวกับผมก็โกหกไป ผมไม่อยู่ให้เขามาคาดคั้นผมหรอก แบบนี้โอเคไหม”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณคุณมากนะ”นับดาวหยุดร้องไห้ได้ราวกับปลิดทิ้ง เขย่งขึ้นจะจุ๊บเขา แต่พอปราบจะให้จุ๊บจริงๆ เธอกลับเขินไม่กล้า พูดแค่ขอบคุณแล้วรีบกลับเข้าไปในบ้าน ปราบเองก็อดเขินไม่ได้เหมือนกัน
ooooooo
กลับเข้าไปคุยกับชัชฎาและชนะชัยอีกครั้ง นับ-ดาวถูกชัชฎาซักไซ้ว่า ถ้าปราบไม่ได้เป็นเกย์จริง เธอมาอยู่กับเขาที่นี่ก็เหมือนเหยียบเรือสองแคม นับดาวยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับชนะชัยยังเหมือนเดิม ตนไม่ได้ชอบปราบ และเพื่อให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เธอปั้นเรื่องอีกว่า ปราบเป็นเกย์และแฟนเขาคือปกป้อง รับรองเองว่าทุกอย่างที่พูดเป็นความจริง
ชัชฎายังไม่เชื่อสนิทใจจนกว่าจะได้พิสูจน์ด้วยตาตนเองก่อน ถามนับดาวว่ามีเหตุผลอะไรถึงไม่ให้ตนได้พบกับปราบ
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันค่ะ เพื่อให้คุณแม่สบายใจ เอาเป็นว่า...ตอนนี้เชิญคุณแม่กับคุณจ๊อบกลับไปก่อน ดาวต้องไปช่วยคุณปราบดูแลเฉาก๊วย แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวเรากินมื้อเย็นด้วยกัน ดาวจะหาวิธีพิสูจน์ว่าคำพูดของดาวเป็นความจริงเองค่ะ”
ชัชฎาเห็นนับดาวไร้พิรุธจึงตกลง แต่พอสองแม่ลูกไปแล้ว เธอก็ถามตัวเองอย่างเครียดจัดว่า...
“แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ยยยยย...”
ooooooo
คิดเครียดจนหัวแทบแตก แล้วนับดาวก็คิดออกโทรศัพท์ไปหาอลิสา วางแผนให้อลิสากล่อมปกป้องให้มาปรากฏตัวในภาพลักษณ์ของเกย์ เมื่ออลิสาลังเล หนักใจ เธอพูดกดดันว่า
“ถ้าน้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ พอคุณชัชฎากับคุณจ๊อบรู้ว่าคุณปราบไม่ใช่เกย์ ก็คงเชื่อตามข่าวลือว่าดาวมามั่วกับคุณปราบที่นี่ แล้วคุณจ๊อบก็คงเลิกกับดาว เกมโอเว่อร์กันไป” พูดจบก็วางสาย เป่าปากอย่างหนักใจ
ฝ่ายอลิสาที่ทำท่าลังเล พอถูกหลานกดดันก็ทำเฉยไม่ได้ โทรศัพท์ถึงปกป้อง นัดพบกันที่ล็อบบี้โรงแรม
หลังจากอลิสาเจรจาขอความช่วยเหลือจากปกป้องตามที่นับดาวเสนอแล้ว ปกป้องปฏิเสธว่าจะให้ตนเล่นเป็นเกย์ให้คนอื่นดูนั้นตนทำไม่ได้ ตนโกหกใครๆแบบนั้นไม่ได้
อลิสาโอดครวญว่า ถ้าแฟนนับดาวรู้ว่าปราบไม่ได้เป็นเกย์ เขาคงเลิกคบกับนับดาวแน่ๆ ปกป้องโพล่งไปว่าถึงขนาดนั้นก็อย่าไปคบเลย อลิสาบอกว่าไม่ได้เพราะนับดาวมีความจำเป็นต้องแต่งงานกับเขา แล้วทำท่าจะเล่าให้ฟัง ปกป้องตัดบทว่าถ้าเป็นเรื่องภายในก็อย่าเล่าเลย แต่ตนขอยืนยันคำเดิมว่า “ช่วยไม่ได้”
อลิสาทุ่มสุดตัว ออดอ้อนว่า “ถ้าคุณช่วยฉัน...ฉันจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ” พูดพลางหยิบกุญแจห้องโรงแรมวางไว้
ปกป้องตำหนิว่าเธอดูถูกตัวเองมากเลยรู้ไหม แล้วยังดูถูกตนด้วย อลิสายอมรับทุกข้อตำหนิ ปกป้องถามอย่างสนใจว่า
“มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอครับ คุณถึงต้องทำอย่างนี้”
“ฉันรักนับดาวค่ะ”
ปกป้องหยิบกุญแจห้องโรงแรมขึ้นมา อลิสาดีใจถามว่า ตกลงจะช่วยตนแล้วใช่ไหม เขาเอากุญแจคืนให้ พูดอ่อนโยนว่า
“คุณเอาคืนไปเถอะครับ ผมไม่ใช่ผู้ชายฉวยโอกาส...ผมจะช่วยคุณ...ผมไม่ต้องการสิ่งตอบแทนอะไรแบบนั้นหรอก แค่ให้คุณเลิกกลุ้ม ยิ้มออกมาได้ ผมก็พอใจแล้ว”
อลิสายิ้มออกมาเต็มหน้าด้วยความดีใจ
ooooooo
คืนนี้ ในร้านอาหารที่มีคาราโอเกะ นับดาวชนะชัย และชัชฎามานั่งกันอยู่นานแล้ว นานจนชัชฎาเริ่มหงุดหงิด บอกว่าถ้าปราบไม่มาเราก็กลับกันเถอะ
ทันใดนั้น ปกป้องในชุดที่มองตาเดียวก็รู้ว่าเป็นเกย์ ก็เดินบิดเข้ามา บีบเสียงร้องทักนับดาว ชัชฎามองตาค้างถามว่านี่หรือนายปราบ ปกป้องลอยหน้าจีบปากจีบคอบอกว่า ตนเป็นเพื่อนชายของนายปราบ
นับดาวแนะนำว่า นี่คืออาเป๊บปี้ที่ชนะชัยเคยเจอมาแล้ว ชนะชัยมองอย่างสำรวจบอกว่าวันก่อนที่เจอกันปกป้องไม่ได้เป็นแบบนี้
“อยู่ในไร่แต่งจัดแบบนี้ก็โดนฝูงพฤษภกาสรไล่กระทืบจมพสุธาสิครับ” ปกป้องทำดีดดิ้นจนน่าหมั่นไส้
ปกป้องใช้ความกระแดะของเกย์ทำให้บรรยากาศคลายเครียดไปทันตาเห็น ยิ่งเมื่อเปิดเพลงแล้วเขาออกไปแดนซ์อย่างเมามันแบบเกย์ ๆ ก็ทำให้บรรยากาศครึกครื้นจนนับดาว ชนะชัย และชัชฎาปรบมืออย่างสนุกสนานไปด้วย ปกป้องชวนชัชฎาออกไปเต้นด้วย แรกๆ ชัชฎาก็ทำกระมิดกระเมี้ยน แต่ในที่สุดก็ลุกไปเต้นแบบหลุดโลกไปด้วย
บรรยากาศกลายเป็นสนุกสนาน เป็นกันเอง สนุกกันจนเต็มอิ่มแล้วจึงชวนกันกลับ ชัชฎาบอกนับดาวอย่างหมดข้อสงสัยว่า
“เรื่องหุ้น ฉันยังให้โอกาสเธออยู่นะ แต่อย่าให้นานมากล่ะ เกรงใจคนอื่นที่เขาอยากได้”
“คุณดาวครับ ยังไงอย่าอยู่ที่นี่นานเลยนะครับ ผมคิดถึงแล้วก็เป็นห่วง”
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ แต่คำพูดของจ๊อบก็ทำให้ดาวรู้สึกอบอุ่น และมีกำลังใจมากเลยค่ะ”
ส่งสองแม่ลูกขึ้นรถไปแล้ว นับดาวหันไปไหว้ขอบคุณปกป้อง เขาโบ้ยให้ไปขอบคุณอลิสาแทน นับดาวหน้าหมองไปด้วยความรู้สึกผิด จนปกป้องเดาออกว่าเธอคิดอะไร เขาบอกเธอว่า
“ไม่มีอะไรอย่างที่คุณคิดหรอก ผมช่วยเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ น้าคุณรักคุณมากนะ” พูดแล้วก็เดินแยกกลับไปในคราบเกย์แต่มาดแมน
ooooooo
อลิสามาแอบดูอยู่ พอปกป้องเดินออกมาก็รีบไปหา ชมว่าแมนมากเลยที่ช่วยผู้หญิงที่กำลังเดือดร้อน บอกว่าคืนนี้เขาได้ใจตนไปเต็มๆเลย ปกป้องโมเมว่าประโยคบอกรักของเธอเร้าใจมากเลย อลิสารีบแก้ว่า ตนแค่บอกว่ารู้สึกดีกับเขาเท่านั้นไม่ใช่บอกรัก
ปราบเองก็ไปแอบดูโดยไปซุ่มนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง แต่ดูแล้วกลับมาก็นอนไม่หลับ ภาพปกป้องติดตารบกวนความรู้สึกตลอดเวลา จนบ่นตัวเองว่าไม่น่าไปแอบดูเลย
รุ่งขึ้น จู่ๆปราบก็ถามนับดาวที่ไปนั่งเล่นอยู่ว่า อยากกลับกรุงเทพฯไหม นับดาวมองอย่างระแวง ถามว่า ถ้าตนกลับ เขาก็หาว่าผิดสัญญาจะได้ไม่ขายที่ใช่ไหม
ปราบบอกว่ามันจะเป็นการดีสำหรับเราทั้งสองฝ่าย เพราะถ้าเธอกลับไปกรุงเทพฯสักพัก ตนก็จะได้อยู่กับความสงบสุข ไม่ต้องคอยเล่นละครที่เดี๋ยวก็ต้องเป็นญาติกับคนโรคจิต เดี๋ยวก็ต้องเป็นเกย์ เธอเองก็จะได้สบายใจว่าไม่มีใครมาจับโกหก
นับดาวถามเรื่องสัญญา เขาว่าว่า “ก็ถือว่าเป็นช่วงอุ๊บอิ๊บไปก็แล้วกัน โอเคไหม”
เมื่อซักถามกันจนแน่ใจว่าปราบไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนเงื่อนอะไรแล้ว นับดาวตกลง ขอเวลาสักพักแล้วจะรีบกลับมาอยู่ให้ครบสัญญา ยืนยันว่า “ยังไงฉันก็ยังต้องการที่ของพ่อฉันอยู่”
“ตามสบายครับ” ปราบพูดเรียบๆ แต่ก็อดรู้สึกโหวงๆเหวงๆไม่ได้
ooooooo
ก่อนนับดาวกลับ ปราบเอารูปใส่ซองให้เธอ บอกว่านี่คือวีซ่ากลับเข้าวงการของเธอ นับดาวมองงงๆดึงรูปออกมาดูแล้วอึ้ง เขาชี้แจงว่าเป็นรูปที่เขาถ่ายไว้ได้โดยบังเอิญ
นับดาวขอบคุณแล้วขึ้นรถขับออกไป ส่วนปราบก็เดินไปพาเฉาก๊วยเข้าคอก อดไม่ได้ที่จะหันมองนับดาวจนรถลับตาไป
เกือบสองเดือนที่ไปอยู่ไร่ปรีดา พอกลับกรุงเทพฯนับดาวก็รู้สึกอึดอัดกับมลพิษและสภาพรถติดตลอดทาง
คืนนี้เอง นับดาวก็แต่งตัวเตรียมไปงานวันเกิดคุณหญิงกับอลิสา น้าสาวย้ำว่า แต่งตัวให้เนี้ยบๆเลย เพราะงานนี้สื่อต้องมากันมากมายแน่ รับรองต้องถ่ายรูปกันพึ่บพั่บกับการกลับมาอีกครั้งของนับดาว ว้าวแซบ เซเลบสาวสุดแซบของวงการ
แล้วก็จริงดังคาด เพียงนับดาวปรากฏตัวในงานเท่านั้น บรรดาสื่อก็กรูกันเข้ามาถ่ายรูปและสัมภาษณ์ นับดาวเดินไปหาคุณหญิงที่ยืนคุยกับแขกก่อน คุณหญิงแสดงความยินดี ถามว่ากลับเข้าวงการตั้งแต่เมื่อไหร่
“งานนี้งานแรกเลยค่ะ เพื่อคุณหญิงของดาว” นับดาวยิ้มหวาน มอบของขวัญให้คุณหญิงแล้วสวมกอดกัน
สื่อรุมถ่ายรูปอย่างตื่นเต้น ขณะนั้นเอง เอมี่ก็กรีดกรายเข้ามา สื่อแหวกกันออกเป็นทางให้เอมี่เดินเข้าไปหานับดาว
ทั้งสองทักทายกันราวกับรักกันปานจะกลืน แต่แอบจิกๆกัดๆพูดข่มกันตลอดเวลา พอได้จังหวะอลิสาเอารูปที่ปราบให้นับดาวออกมาให้สื่อดู
เป็นรูปที่ปราบถ่ายนับดาวแต่มีเอมี่ติดอยู่ด้วย เป็นการซ้อมเดิน นางแบบจึงแต่งตัวสบายๆตามแบบของตัวเอง และที่กระเป๋าหลังของเอมี่ มีสนับมือแพลมออกมา แม้จะดูไม่ชัดนัก แต่ก็ดูออกว่ามันคือสนับมือ
เอมี่ดูแล้วบอกว่าเป็นรูปตกแต่งในคอมพ์ชัดๆ อลิสาเลยเอาฟิล์มให้เซียนไอทีคนหนึ่งดู เขาบอกว่าเป็นของจริง สื่อเลยฮือกันถามเอมี่ว่า สนับมือนั่นของเอมี่ใช่ไหม
เอมี่เล่นลิ้นทำเป็นหัวหมอ ถามว่าที่สนับมือมีชื่อตนติดอยู่ด้วยหรือ เยาะเย้ยว่าถ้ายังไม่มีก็เอากลับไปแก้ไขใหม่เสีย พูดแล้วรีบเดินเลี่ยงไปก่อนที่จะถูกซักถามอะไรมากกว่านั้น
ส่วนนับดาวยืนยิ้มให้สื่อถ่ายรูปอย่างผู้ชนะ
ooooooo
กลับถึงบ้าน อลิสาบอกหลานสาวว่างานวันนี้เราชนะเอมี่ขาดลอยเลย แบบนี้นับดาวก็ไม่จำเป็นต้องกลับไปที่ไร่ปรีดาอีกแล้ว ตนจะไปบอกพี่ฟู่ให้รับงานให้เยอะๆ มีคนอยากให้เล่นละครด้วย
นับดาวบอกว่าตนต้องกลับไป เพราะอีกนิดเดียวตนก็จะหาวิธีให้ปราบขายที่ได้แล้ว อลิสาฟังแล้วมองนับดาวอย่างสงสัยอะไรบางอย่าง แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า คงเป็นไปไม่ได้หรอก...
ส่วนที่ไร่ปรีดา พอไม่มีนับดาว ทั้งน้อยหน่าและป้ายวงก็บ่นเหงาหูเพราะไม่ได้ยินเสียงนับดาวทะเลาะกับปราบเหมือนทุกวัน
ปราบเองแม้จะทำเป็นไม่มีอะไร แต่ก็แอบไปนั่งดูดาวคนเดียวในที่ที่เคยนั่งดูกับนับดาว
แม้จะได้กลับมาเป็นนับดาว ว้าวแซบ ในวงการอีกครั้ง และได้ใกล้ชิดกับชนะชัยที่ดูแลเอาใจเธออย่างดี แต่นับดาวก็ไม่มีความสุขเพราะใจวอกแวกคิดถึงแต่บรรยากาศกับใครบางคนที่ไร่ปรีดา
กลับถึงบ้านคืนนี้ นับดาวดีใจมากเมื่อได้รับโทรศัพท์จากน้อยหน่า ที่โทร.มาบอกว่า ตอนนี้ปิดเทอมอยากมาเที่ยวกรุงเทพฯ นับดาวบอกว่ามาพักที่บ้านตนก็ได้ รีบอาสาจะไปรับที่ไร่เพื่อจะได้ปลอดภัย
อลิสาสังเกตนับดาวอยู่ เห็นไปดินเนอร์กับชนะชัยกลับมาก็ไม่สดชื่น แต่พอได้รับโทรศัพท์จากน้อยหน่าก็สดชื่นขึ้นมาทันที นึกภาวนาในใจว่า “อย่านะยัยดาว... อย่าให้หัวใจวอกแวกนะ”
ooooooo
หลังจากโทร.มาคุยกับนับดาวแล้ว น้อยหน่าไปขออนุญาตปราบ เธอแปลกใจมากที่พ่ออนุญาตง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ รีบย้ำกับพ่อว่ารับปากแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจ บอกพ่อก่อนวิ่งกลับเข้าห้องว่า หน่ารักพ่อมากที่สุดเลย
รุ่งขึ้น กว่านับดาวจะออกจากบ้านไปรับน้อยหน่าได้ ก็โอ้เอ้ทำโน่นทำนี่อยู่จนอลิสาเตือนว่าเร็วหน่อยจะได้ไม่ต้องกลับค่ำเกินไป
เมื่อไปถึงไร่ แทนที่จะรีบไปรับน้อยหน่า นับดาวยังจะแวะไปดูเจ้าเฉาก๊วยก่อนอีก จนอลิสาดุว่า
“เฉาก๊วยน่ะ ดูวันหลังก็ได้ รีบไปหาน้อยหน่าก่อนเถอะ” ว่าแล้วก็ดึงหลานสาวรีบไปที่บ้าน
น้อยหน่าเตรียมกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอน้อยหน่าลงมาอลิสาก็เร่งไปกันเลยไหม
“เดี๋ยวสิคะ ดาวยังล้าๆอยู่เลย ขับรถมาตั้งไกล” แต่พออลิสาอาสาจะขับกลับให้ เธอก็รีบบอก “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่พักกินกาแฟสักแก้วเท่านั้น”
“เอาสิครับ เดี๋ยวผมชงให้ น้าอะซ่าเอาด้วยไหมครับ” ปราบกระตือรือร้น
“เอ่อ...ขอบคุณค่ะ...แค่กาแฟนะจ๊ะดาวจ๋า” อลิสาฝืนยิ้มย้ำกับนับดาวอย่างกลัวใจหลานสาวคนนี้จริงๆ
ooooooo










