ตอนที่ 7
ท่าทีสงสัยและคำพูดแปลกๆของกุสุมาทำให้โยทกาใจไม่ดี พยายามทำตัวห่างชัชรัณและปลีกตัวไปคุยกับภุชงค์ กิ่งกาญจน์ไม่คิดมากเพราะทั้งสองต้องทำงานด้วยกัน แต่ชัชรัณไม่คิดเช่นนั้น หึงหวงและคิดว่าทั้งสองกำลังหว่านเสน่ห์ใส่กัน ยิ่งกุสุมาบอกว่าภุชงค์นัดกินมื้อเย็นกับโยทกา ยิ่งของขึ้น
กฤตนัยมองคนนั้นทีคนนี้ทีงงๆ พอเดาได้ว่ากุสุมามีแผนบางอย่าง แต่ที่พูดไม่ออกคือคำพูดของกิ่งกาญจน์ ที่นอกจากจะไม่ระแวงโยทกากับชัชรัณ ยังสนับสนุนให้เขาจีบโยทกาอีกต่างหาก
กิ่งกาญจน์ถูกผ่องเรียกไปบ้านวริศรักษ์เย็น วันเดียวกัน ชัชรัณเลยต้องขับรถให้แบบไม่เต็มใจนัก เพราะโยทกาไม่กลับด้วย แต่มีนัดกินมื้อเย็นกับภุชงค์ กุสุมายืนมองการจัดเตรียมสถานที่ของภุชงค์ด้วยความพอใจ แต่กระนั้นก็อดกระแนะกระแหนตามประสาคนยังไม่มีความรักไม่ได้ ภุชงค์ไม่ถือสาแต่แกล้งแซว
“คุณไม่เคยมีแฟนใช่ไหม”
“ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคย”
“ตอบแบบนี้อาจแปลว่าก็ไม่ใช่ว่าจะเคย...จากที่คุณพูดถึงดอกไม้ ผมเดาว่าคุณโสด...โสดมานานแล้วด้วย”
“แค่พูดถึงดอกไม้เนี่ยนะ”
“พูดถึงดอกไม้แบบปลงๆ คุณไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไปจริงๆ”
“เดี๋ยว...คุณกำลังบอกว่าฉันไม่ปกติใช่ไหม”
“ใช่...อย่าเพิ่งเดือด ผมไม่ได้ว่าคุณแปลก ผมกำลังบอกว่าคุณพิเศษที่ไม่มีโหมดเพ้อฝันเรื่องรัก”
“ฉันไม่ได้ปลงนะ แต่ฉันเข้าใจต่างหาก”
“ฟังดูดีแบบนี้ต่อคานรอได้เลย”
ระหว่างที่กุสุมากับภุชงค์ต่อปากต่อคำ โยทกาก็นั่งแท็กซี่มาถึงหน้าโรงแรมบลูมูน โดยไม่รู้เลยว่าเวนย์แอบตามมา เมื่อสบโอกาสก็จัดการโปะยาสลบและลากตัวเธอไปทางบันไดหนีไฟ!
สาเหตุที่ผ่องเรียกตัวกิ่งกาญจน์มาบ้านวริศรักษ์ก็เพื่อให้ช่วยงานบุญเนื่องในวันครบรอบวันเกิดของสินี ซึ่งปกติเธอกับชัชรัณจะทำบุญร่วมกันแค่สองคน กิ่งกาญจน์อาสาด้วยความเต็มใจ ชัชรัณไม่ชอบใจนักแต่ก็ขัดยายไม่ได้
และปีนี้ก็พิเศษกว่าทุกปี เมื่อผ่องอยากจัดงานใหญ่เพื่อระลึกถึงสินี โดยมีกิ่งกาญจน์เป็นแม่งาน ชัชรัณอยากค้านใจจะขาด แต่ไม่ทันได้ทำ ก็ต้องรีบออกจากบ้านไปโรงแรมบลูมูนเมื่อรู้ว่าโยทกาหายตัวไป!
ooooooo
เซมกับเจนจันทร์แวะมาโรงแรมบลูมูนเพื่อรอโยทกา แต่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติเพราะติดต่อโยทกาไม่ได้ เมื่อภุชงค์ทราบเรื่องก็พยายามตามหา แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา นอกจากมือถือของโยทกาที่ถูกทิ้งไว้!
นิพนธ์รีบเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาดู เห็นแค่ภาพโยทกาถูกลากตัวไปทางสระว่ายน้ำแต่มอง
ไม่เห็นว่าใครคือคนร้าย ชัชรัณโกรธมาก ยิ่งรู้ว่าไม่มีภาพ จากบันไดหนีไฟเพราะกล้องเสีย ยิ่งร้อนรนด้วยความเป็นห่วงโยทกา
เวนย์ย่ามใจมาก มั่นใจว่าไม่มีใครตามเจอ เมื่อเห็นว่าบันไดหนีไฟปลอดคนเลยคิดจะถ่ายรูปโป๊ของโยทกา โชคดีที่แม่บ้านกับพนักงานโรงแรมผ่านมาเห็นเลยช่วยเธอไว้ทันเวลา
ชัชรัณรีบไปหาและไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้โยทกา โดยเฉพาะภุชงค์ที่เขาตอกใส่หน้าไม่ยั้งให้รับผิดชอบกับเรื่องครั้งนี้ ภุชงค์เถียงไม่ออก เพราะครั้งนี้เขาพลาดจริงๆที่ดูแลระบบภายในโรงแรมบกพร่อง
โยทกามึนหัวมากแต่ก็ไม่มีอาการน่าเป็นห่วง เธอจำหน้าคนร้ายไม่ได้ แค่รู้สึกคุ้นๆ ชัชรัณที่พาเธอมาส่งคอนโดเซมกับเจนจันทร์ยืนยันให้แจ้งความ แต่เธอก็ยืนกรานปฏิเสธ
“คุณต้องแจ้งความ โดนขนาดนี้เราต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!”
“หน้าคนร้ายฉันก็ไม่เห็น กล้องวงจรปิดก็ไม่ชัด พนักงานที่ช่วยฉันก็จำหน้ามันไม่ได้ คุณจะเอาเรื่องกับใคร!”
“กับทางโรงแรมไง เขาจะต้องรับผิดชอบ เขาจะต้องหาตัวคนร้ายให้ได้ ชดเชยกับเรื่องเลวร้ายที่คุณได้รับ!”
“ฉันตัดสินใจไปแล้ว เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีก”
“ถ้าไม่แจ้งความแล้วจะหาตัวคนร้ายได้ยังไง”
ชัชรัณมองมาอย่างคาดคั้น โยทกาเลยต้องอ้างแบบขอไปที
“ฉันไม่อยากให้แม่เป็นห่วง!”
“ถ้าให้คนร้ายลอยนวล มันจะกลับมาเล่นงานคุณเมื่อไหร่ก็ได้ คุณห่วงตัวเองบ้างไหม!”
“ฉันคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกน่ะ ฉันไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่!”
สองหนุ่มสาวเถียงกันหน้าดำหน้าแดง เซมกับเจนจันทร์ได้แค่มองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่เสียงมือถือของโยทกาจะดังขึ้น ภุชงค์นั่นเองที่โทร.มาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง โยทการับไปพูดตามมารยาทว่าเธอดีขึ้นแล้ว แต่ชัชรัณที่กำลังหัวเสียคิดว่าเธอไม่ยอมแจ้งความเพราะภุชงค์
“คุณห่วงนายภุชงค์ขนาดนี้เลยเหรอ”
“ถ้าบลูมูนมีปัญหามันจะกระทบถึงบริษัทเรา”
“ผมไม่แคร์! ความปลอดภัยของคุณสำคัญกว่า”
“ก็ฉันยังไม่เดือดร้อน แล้วคุณจะเดือดร้อนทำไม!”
พูดจบก็ปึงปังเข้าห้องตัดบท ชัชรัณทำท่าจะตามไป เซมกับเจนจันทร์ต้องห้ามไว้ และขอเวลาให้โยทกาได้ใคร่ครวญทุกอย่าง ชัชรัณถึงยอมรามือ แต่ก็ไม่วายกำชับให้โทร.หาเขาทุกเวลาหากต้องการความช่วยเหลือ
ooooooo
โยทกาตัดสินใจค้างคอนโดเซมกับเจนจันทร์เพราะไม่อยากตอบคำถามแม่ แต่กรรณิการ์ก็อดห่วงไม่ได้ เพ็ญศรีผ่านมาได้ยินสองแม่ลูกคุยกันก็แกล้งพูดกระทบกระเทียบ
“บ้านวริศรักษ์ไม่เคยมีใครมีความประพฤติเสื่อมเสีย โดยเฉพาะผู้หญิงสาวๆ”
กิ่งกาญจน์ที่เดินมาชมสวนเห็นท่าไม่ดี พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์
“กิ่งว่ามันไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกค่ะ คุณน้าอย่ากังวลไปก่อนเลยนะคะ”
แต่มีหรือเพ็ญศรีจะยอมจบ แขวะไม่เลิก “ผู้หญิงสมัยนี้มันไวไฟ หาดีอย่างหนูกิ่งยาก แต่อย่างว่า...มันอยู่ที่ต้นแบบ ลูกยังไงก็ต้องเหมือนแม่ เห็นด้วยไหมคะคุณกรรณิการ์”
“ถ้าคุณศรีคิดแบบนั้น ฉันก็อยากจะเห็นต้นแบบของคุณศรีนะคะ”
กรรณิการ์ไม่ยอมให้ใครดูถูกลูกสาว ตอกกลับไม่ไว้หน้า เพ็ญศรีโกรธมากและคงมีเรื่องกันแล้ว ถ้ากิ่งกาญจน์จะไม่จับแยก และชัชรัณกลับถึงบ้านพอดี
ชัชรัณรู้สึกผิดมากที่เห็นกิ่งกาญจน์ยังรอ แถมไม่ซักไซ้เรื่องเขาหายตัวกะทันหันอีกต่างหาก แต่กระนั้นเขาก็เลือกไม่บอกความจริงว่าเขารีบไปเพราะเรื่องโยทกา แต่อ้างว่าเป็นธุระด่วนของเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่อังกฤษ...
โยทกาพยายามคิดหัวแทบแตก แต่ก็จำไม่ได้ว่าใครคือคนร้ายโปะยาสลบ เซมกับเจนจันทร์แนะให้แจ้งความ เพราะดูท่าคนร้ายจะไม่ได้สุ่มเลือกเหยื่อ แต่จงใจเลือกเธอเป็นเป้าหมาย
การคาดการณ์ของสองพี่น้องไม่เกินจริงเลย โยทกาได้รับภาพถ่ายตัวเองถูกปลดกระดุมจากคนร้ายที่ยังคงเป็นปริศนา โดยไม่รู้เลยว่าคนร้ายคนนั้นก็คือเวนย์ และครั้งนี้นอกจากโยทกาแล้ว เวนย์ก็มีเป้าหมายใหม่คือชัชรัณ คู่กรณีหนุ่มที่เคยมีเรื่องชกต่อยกับเขาในงานแสดงสินค้าที่ออสเตรีย
ภุชงค์วุ่นวายกับเรื่องโยทกาเกือบทั้งคืน คำพูดตำหนิรุนแรงของชัชรัณทำให้เขาเครียดจัด ต้องเรียกตัวผู้จัดการโรงแรมมาสั่งงานและคาดโทษ หากยังไม่สามารถแก้ไขกล้องวงจรปิดทั่วโรงแรมให้ได้ภายในพรุ่งนี้เช้า
กุสุมาเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความสนใจ เรื่องชัชรัณกับโยทกานั้นไม่ต้องสงสัย ส่วนอาการคล้ายคนอกหักของภุชงค์ทำให้เธอเห็นใจไม่น้อย แต่ยังตีหน้านิ่ง แกล้งแหย่ให้เขาอารมณ์ดี
ภุชงค์ยื่นมือไปรับของว่างที่กุสุมาเอามาฝาก ซึ้งในความห่วงใยและก็อยากรู้ความเห็นเธอ
“คุณว่าผมยังมีหวังไหม”
“ยังต้องถามฉันอีกเหรอ”
“บางที...คุณต้องรู้จักปลอบใจตามมารยาทบ้างนะ”
“ความหวังลมๆแล้งๆ มันทำร้ายคนเสมอนะ...”
ooooooo
ผ่องเห็นอาการของชัชรัณก็รู้ว่าไม่เต็มใจเรื่องงานของสินี เลยคิดแผนร้ายจะกดดันและปั่นหัวเหมือนเคย มาลัยรู้ทันและอยากจะห้าม แต่ผ่องก็ไม่ฟัง รั้นจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างของวริศรักษ์มาเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว
“ฉันเคยอยู่ที่นั่น ที่นี่มันเคยเป็นของฉัน”
“ทุกวันนี้มันก็ยังเป็นของคุณท่านอยู่นะคะ”
“วริศรักษ์ของฉัน...มันแปดเปื้อนตั้งแต่วันที่ไอ้สวะนั่นมันหลอกสินี มันใช้วิธีสกปรกยึดวริศรักษ์ไปเป็นของมัน ทุกวันที่ฉันตื่นขึ้นมา ศักดิ์ศรีของฉันมันด้อยค่าลงทุกครั้งที่เห็นเศษสวะกับกาฝากลอยหน้าอยู่ในบ้านของฉัน ทุกวันนี้ฉันมีชีวิตเพื่อรอเห็นวริศรักษ์กลับมามีเกียรติเหมือนเดิมอีกครั้ง ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของฉันคืนมา!”
มาลัยกลัวใจเจ้านายสาวใหญ่มาก แต่ไม่ทันซัก ชัชรัณก็ออกมาหายายเสียก่อน ผ่องเลยรีบปรับสีหน้าจากเคียดแค้นเป็นหญิงชราใจดีทันที
“คิดถึงเมื่อก่อนตอนชัชเล็กๆ ทุกเช้า...แม่ของชัชกับชัชจะมาปลุกยายที่ห้อง”
“คุณแม่อยากให้คุณยายได้ออกกำลังน่ะครับผมก็ชอบนะครับเดินเล่นในสวนด้วยกัน”
“หลังจากแม่ของหลานไม่อยู่ ทุกเช้าของยายก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป ชัชคือสิ่งเดียวที่ทำให้ยายยังอยากมีชีวิตอยู่ ได้เห็นชัชเป็นอย่างที่ยายตั้งใจเมื่อไหร่ วันนั้นยายคงตายตาหลับ”
ชัชรัณอึดอัดใจมาก รู้ดีว่ายายจะพูดอะไร และก็จริงดังคาด ผ่องพยายามกล่อมให้เขาคบหาดูใจกับ
กิ่งกาญจน์อย่างจริงจัง ก่อนจะโชว์แหวนแต่งงานที่สวมติดนิ้วมาตลอด
“ยายใส่ติดนิ้วมาสี่สิบปี จนบางครั้งยายก็ลืมไปว่าสวมมันไว้ ถ้าวันหนึ่งมันหายไปยายคงเสียดาย”
“มันราคาสูงเหรอครับ”
“ราคาของมันไม่สำคัญเท่ากับความทรงจำของยายกับตาที่อยู่ในนี้ บางครั้งเวลาที่มันใกล้ตา อาจจะไกลใจ แต่ถ้าวันไหนที่มันไกลตา...เราก็อาจจะต้องเสียใจ...ยายไม่อยากให้ชัชเสียใจนะลูก”
“คุณยายครับ...ผมวางกิ่งไว้เป็นเพื่อนมายี่สิบปี มันยากจะเปลี่ยน”
“ยายแค่อยากให้ชัชพิจารณาหนูกิ่งบ้าง...แดดเริ่มออกแล้ว ชัชพายายเข้าไปในตึกหน่อยนะ...”
โยทกาไปทำงานแต่เช้า เจอกิ่งกาญจน์ที่มาถามความคืบหน้าเรื่องงานของโรงแรมบลูมูน
“คุณภุชงค์โอเคกับรายชื่อแขกทั้งหมดที่จะเชิญมาในงานแถลงข่าวการรีแบรนด์โรงแรมบลูมูน โยเห็นแล้วยังทึ่งเลย รายชื่อในคอนแทกต์ของคุณกิ่งคงสร้างกระแสให้งานได้ไม่น้อย”
“ฝ่ายพีอาร์เป็นทั้งด่านหน้าหรือกองหนุนที่แข็งแรงได้ก็เพราะคอนเน็กชั่นนี่ล่ะค่ะ”
“สวยสมบูรณ์แบบทั้งชาติกำเนิดและความสามารถ คุณกิ่งกับคุณชัชเหมาะกันมากนะคะ”
ชื่อของชัชรัณทำให้กิ่งกาญจน์ยิ้มหวาน ก่อนจะพูดถ่อมตัว “คนเราไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกคนหรอกค่ะ วันนี้รวย พรุ่งนี้อาจจะจนก็ได้ แต่กิ่งเชื่อว่าความสามารถในการทำงานทำให้เราไม่อดตายแน่นอน!”
ooooooo
ชัชรัณขัดคำสั่งผ่องไม่ได้เลยต้องดำเนินการเรื่องงานของสินี และเขาก็เลือกมูลนิธิเพื่อนไทยของอาภา เพื่อนเก่าของสินีที่เมื่อครั้งมีชีวิต เธอช่วยเหลือมาตลอดเป็นไฮไลต์ ด้วยการจัดงานประมูลภาพการกุศล
กิ่งกาญจน์เป็นหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักข่าวและผู้คนมากมายในหลายวงการ ชัชรัณเลยไว้ใจให้เธอเป็นแม่งาน โยทการับคำสั่งมาอีกทีให้ช่วยประสานงานเรื่องจัดงานและสถานที่
ซึ่งเธอก็ตอบรับด้วยความเต็มใจ คงมีลิลลี่ลิ่วล้อของเพ็ญศรีที่โวยวายตามประสาพวกชอบเกี่ยงงาน
โยทกาหมกมุ่นกับงาน ทั้งงานโรงแรมบลูมูนและงานการกุศลของสินี โดยไม่รู้เลยว่ากุสุมาแอบนำภาพที่แอบถ่ายเมื่อคืน ตอนชัชรัณประคองเธอออกจากโรงแรมมาคุยกับกฤตนัย
“ป้องเชื่อว่าสองคนนี้ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานหรือว่าพี่น้องแน่นอนค่ะพี่กฤต”
“ป้องคงไม่ได้ส่งภาพนี้...”
“ป้องรู้ว่าพี่กิ่งรักคุณชัชมาก...ถ้าพี่กิ่งกับคุณชัชจะหมั้นกันจริงๆ ป้องไม่อยากให้พี่กิ่งเสียใจ”
กุสุมาไม่ได้คิดจะส่งภาพนั้นให้กิ่งกาญจน์ดู แต่อยากหาทางอื่นมากกว่าเตือนเพื่อนสาวรุ่นพี่ กฤตนัยเห็นดีด้วย เพราะแม้เขาจะไม่อยากให้กิ่งกาญจน์แต่งงาน แต่ก็ไม่อยากทำร้ายใจเธอเช่นกัน
อาภาประทับใจการจัดการของชัชรัณกับกิ่งกาญจน์มากเลยพาไปเลี้ยงขอบคุณ โยทกาปฏิเสธจะไปด้วย ได้แต่มองตามเศร้าๆ ต่างจากปุ้มลูกน้องในทีมที่มองตามชัชรัณกับกิ่งกาญจน์ด้วยความปลื้มใจ ก่อนจะเล่าให้โยทกาฟังเรื่องนงนิจ อดีตเลขาและคนรักของชัชรัณที่ต้องเลิกราอย่างกะทันหันโดยที่ไม่มีใครรู้เหตุผล!
ภาพข่าวสังคมเมื่อหลายปีก่อนที่ปุ้มเอามาให้ดู มีภาพนงนิจควงคู่ออกงานกับชัชรัณอย่างเปิดเผย สีหน้าของชายหนุ่มดูผ่อนคลายและมีความสุข โยทกาอ่านเนื้อหาข่าวด้วยความสนใจ ก่อนจะรีบเก็บแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆกฤตนัยก็โผล่มาพร้อมกิ่งกาญจน์ เพื่อขอให้เธอไปดูสถานที่จัดงานของสินีด้วยกัน
สถานที่จัดงานเป็นโรงแรมในเครือบลูมูน เมื่อภุชงค์รู้เรื่องก็แอบสั่งให้คนของโรงแรมตอบรับ โดยไม่คิด ค่าเช่าสถานที่และเสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ กิ่งกาญจน์ดีใจมาก ยิ่งเห็นโยทกาตั้งใจและทุ่มเทกับทุกรายละเอียด ยิ่งประทับใจ กฤตนัยเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้จะพูดเหมือนเตือนสติโยทกา
“กิ่งเขาดูสดใสขึ้นนะครับ กิ่งชมคุณให้ผมฟังบ่อยๆ กิ่งมีเพื่อนไม่มากแต่เขาให้ใจกับคนที่เขามอบมิตรภาพให้เต็มร้อยทุกคน เขานับคุณเป็นเพื่อนที่ไว้ใจ...ความไว้ใจมันสำคัญนะครับ โดยเฉพาะคนที่เรานับว่าเป็นเพื่อน...”
นอกจากโยทกาแล้ว กิ่งกาญจน์ก็อยากให้เถกิงมีส่วนร่วมในงานครั้งนี้ แต่ชัชรัณก็ค้านหัวชนฝา
“ผมไม่อยากให้คนอื่นเข้ามายุ่งกับงานของแม่”
“ชัช...กิ่งเชื่อนะว่าคุณลุงก็คิดถึงคุณน้าสินีถ้าท่านรู้...ท่านต้องอยากช่วย”
“แต่ผมไม่ต้องการ!”
กิ่งกาญจน์หน้าเสีย ชัชรัณเลยได้สติว่าใส่อารมณ์เกินไป
“ผมขอโทษ...แต่ผมไม่อยากได้รับความช่วยเหลือจากเขา กิ่งเข้าใจผมใช่ไหม”
“กิ่งเข้าใจค่ะ กิ่งจะพยายามทำให้ดีที่สุดนะคะ”
“ผมขอให้กิ่งช่วยเพราะผมเชื่อว่ากิ่งทำได้”
“ถ้าชัชเชื่อ...กิ่งจะไม่ทำให้ชัชผิดหวัง”
ooooooo
งานกุศลของสินีเป็นงานประมูลภาพวาดคนดังเพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อนไทยของอาภา กิ่งกาญจน์เลยคิดจะนำภาพวาดของสินีออกแสดงด้วย ผ่องอนุญาตแต่ไม่ให้ขายเพราะอยากเก็บผลงานของลูกสาวไว้
เพ็ญศรีน้อมรับคำสั่งเหมือนเคย ก่อนจะออกไปมีเรื่องกับเด็กในบ้านที่หยิบนิตยสารที่มีรูปเถกิงกับกรรณิการ์ขึ้นปกมาชื่นชม นิตยสารของกรรณิการ์ถูกฉีกทิ้งอย่างไม่มีชิ้นดี แต่กระนั้นเพ็ญศรีก็ยังอารมณ์ค้างและไประบายกับศิริพรสาวใหญ่ที่รับหน้าที่ดูแลเรื่องค่าเช่าในชุมชนมีสุขของผ่อง
เพราะเพ็ญศรีประกาศจะขึ้นค่าเช่า ศิริพรเลยต้องมาบีบเอากับชาวบ้านในชุมชน ยายละมุดไม่ยอมเหมือนเคย และหวิดจะมีเรื่องตบตี ถ้าโยทกาจะไม่โผล่มาห้ามไว้
เพ็ญศรีมาถึงชุมชนมีสุขเวลาเดียวกัน สั่งให้จับชาวบ้านที่แข็งขืนเข้าคุก โยทกาปรี่ไปขวางและประกาศกร้าวจะทำทุกทางเพื่อปกป้องทุกคนในชุมชนและยายละมุดหากไม่ได้รับความเป็นธรรม
สภาพของยายละมุดทำให้เพ็ญศรีนึกรังเกียจ และไม่รอช้าจะเหยียดหยามตามประสาพวกชอบดูถูก
“นี่ยายของเธอสินะ รากเหง้ามันเสื่อมแบบนี้ถึงได้เน่ากันตั้งแต่แม่ยันลูก”
“อ๋อ...คนนี้สินะที่เป็นคุณน้าผู้ดีหางแถวของคุณชัช แหม่...ราศีตัวอิจฉาจับทีเดียว”
“ฉันไม่ใช่ตัวอิจฉา!”
“ยายหมายถึงใครเหรอคะตัวอิจฉา” โยทกาแกล้งถาม
“ก็ผู้หญิงที่มันหวังจับพ่อคุณชัช แต่เขาไม่เอา ยอมเป็นขี้ข้าเพื่อเป็นผู้ดีปลายแถวคนนี้ไม่ใช่เหรอ”
เพ็ญศรีปรี๊ดแตก จะเอาเรื่องยายละมุด โยทการีบขวาง เลยเกือบโดนลูกหลงแทน
“ถ้าแตะหลานกู มึงได้เลือดแน่ แก่อย่างกูไม่มีอะไรจะเสียเว้ย!”
ยายละมุดประกาศกร้าวเอาจริง ศิริพรรู้ฤทธิ์แม่ค้าขนมจีนดี ไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็ถูกเพ็ญศรีบังคับ
“หุบปาก! ที่นี่เป็นที่ของคุณผ่อง วริศรักษ์ เจ้าของที่จะทำอะไรก็ได้ ใครมีปัญหา ฉันจะไล่ออกให้หมด!”
เหล่าชาวบ้านเงียบกริบ กลัวถูกไล่ที่ โยทกาพยายามทักท้วง แต่ก็ถูกเพ็ญศรีบอกปัดอย่างไม่ไยดี
“ช่วยไม่ได้...คนที่ฉันนับว่าเป็นศัตรู มันไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขแน่!”
ระหว่างที่โยทการับมือเพ็ญศรี กิ่งกาญจน์ทุ่มเทกับงานของสินีจนกฤตนัยกับชัชรัณอดทึ่งไม่ได้
“งานนี้แกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเลยเหรอ”
“ครับ...ผมอยากจะทำครั้งนี้เพื่อแม่”
“ทำไมไม่ให้คุณลุงช่วย ถ้าชัชเอ่ยปาก...”
“ผมแค่อยากสานต่อสิ่งที่แม่ทำ ไม่ได้อยากพีอาร์วริศรักษ์หรือแม้แต่ตัวเอง ผมถึงต้องอาศัยคอนเน็กชั่นของกิ่ง”
กิ่งกาญจน์ปลื้มมากที่ได้ทำเพื่อชัชรัณ กฤตนัยได้แต่มองมาอย่างอ่อนใจ รู้ดีว่าน้องสาวนอกไส้เต็มใจแค่ไหน ต่างจากชัชรัณ ที่แม้จะไม่ได้คิดหลอกใช้ แต่ก็ดูเหมือนจะยอมรับเธอในแบบเพื่อนแสนดีที่พึ่งพาได้มากกว่า
ooooooo
เพ็ญศรีรู้ว่ากรรณิการ์จะไปร่วมงานกุศลของสินีพร้อมเถกิง เลยคิดจะฉีกหน้ากลางงานด้วยการยืมมืออรัญญากับสิทธิ คู่กรณีเก่าที่เคยจ้างมาในงานแต่ง แต่สิทธิกลัวคำขู่ของเถกิงเลยบอกให้เมียปฏิเสธ อรัญญาเลยหาทางไปคุยกับคุณหญิงละออง ซึ่งไม่รีรอจะร่วมมือเพราะอยากเล่นงานเถกิง
ข่าวดีจากอรัญญาทำให้เพ็ญศรียินดีมาก แม้จะไม่ได้เป็นตามแผนที่คิดตอนแรก แต่ได้คุณหญิงละอองรับรองก็เบาใจ เชื่อแน่ว่าอีกฝ่ายยอมร่วมมือเพราะอยากเอาหน้ากับผ่อง
“อีกไม่นานเราก็จะดองกันแล้วนี่นะ แต่ถ้าเป็นข่าวขึ้นมา ทางคุณผ่องจะโอเคเหรอคะ”
“กำจัดปลิงไปได้ วริศรักษ์ก็จะสูงขึ้น ศรีเชื่อว่าถ้าคุณท่านรู้ก็ต้องรู้สึกขอบคุณคุณละอองแน่นอนค่ะ”
“กำจัดปลิงแลกกับการเป็นข่าวฉาว...ก็คุ้มดีนะคะ แล้วพบกันวันงานนะคะ...”
วันงานของสินีใกล้เข้ามาทุกที ทีมงานเตรียมงานแข็งขัน โดยเฉพาะกิ่งกาญจน์กับโยทกา ประคบประหงมภาพวาดของสินีอย่างดีเพราะรู้ดีว่าผ่องกับชัชรัณหวงแหนแค่ไหน
ชัชรัณมาตรวจงานทุกวัน พยายามหาทางคุยกับโยทกา แต่เธอก็เลี่ยงตลอด จนเขาต้องตามไปดักพบ
“ผมว่าคุณจงใจหลบหน้าผมนะ”
“อย่าตีความเข้าข้างตัวเองค่ะบอส...ฉันมีงานต้องทำ จะต้องหลบเพื่อ...”
“เพื่อไม่ต้องตอบคำถามไง คุณแจ้งความหรือยัง”
“ไม่ว่าคุณจะถามอีกกี่ครั้ง ฉันก็จะตอบว่าฉันไม่แจ้ง”
“ห่วงชื่อเสียงคนพวกนั้นมาก แต่ไม่ห่วงตัวเองเลยใช่ไหม”
น้ำเสียงแดกดันของเขาทำให้โยทกาประชดด้วยการตอบรับ
“คุณไม่ได้ห่วงฉันหรอก คุณแค่อยากเล่นงานคุณภุชงค์ เลยใช้ฉันเป็นเครื่องมือ”
“ต้องทำแค่ไหนถึงจะเข้าใจว่าผมห่วงคุณจริงๆ”
“ไม่ต้องมาห่วงฉัน ฉันไม่ต้องการ!”
แหวจบก็จะผละหนี แต่ก็ถูกชัชรัณดึงตัวไว้ จะพาไปแจ้งความ ภุชงค์มาทันเห็นเหตุยื้อยุดเลยช่วยขวางไว้
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง คุณนัดให้มาที่นี่เหรอ” ชัชรัณโวย
“ถ้าผมจะมาตรวจดูธุรกิจของตัวเอง มันจะแปลกตรงไหนล่ะครับ”
“ที่นี่เป็นโรงแรมของคุณเหรอคะ” โยทกาก็เซอร์ไพรส์ที่เจอภุชงค์
“โรงแรมในเครือครับ...ผมยินดีนะครับที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานการกุศลครั้งนี้”
“แต่ผมไม่ยินดี เราจะแคนเซิลการจัดงานกับโรงแรมนี้!”
ooooooo
ชัชรัณหึงจัดและพาลจะยกเลิกทุกอย่าง กิ่งกาญจน์พยายามทักท้วงแต่เขาก็ไม่ฟัง แถมโยงเรื่องโยทกาถูกทำร้ายในโรงแรมบลูมูนเมื่อวันก่อนมาเป็นข้ออ้าง โยทกาเลยต้องยอมนำภาพถ่ายเกือบโป๊ของเธอให้ดู
“มันส่งภาพนี้มาแต่ฉันยังไม่รู้ว่ามันเป็นใคร”
ภาพเกือบโป๊ของโยทกายิ่งทำให้ชัชรัณยิ่งโมโห “โรงแรมเป็นธุรกิจของการให้บริการ คนของผมถูกทำร้าย ถ้าผู้บริหารจะกลัวเสียชื่อเสียงด้วยการปิดข่าว ไม่รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น ผมจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ผ่านแน่นอน!”
ภุชงค์จะอธิบาย แต่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ก็มาขอสอบปากคำโยทกาก่อน โยทกาเต็มใจให้ความร่วมมือกับตำรวจ เช่นเดียวกับภุชงค์ แต่ชัชรัณก็ไม่เปลี่ยนใจเรื่องสถานที่ จนโยทกาต้องพูดตรงๆ
“การแจ้งเปลี่ยนสถานที่ไม่ยากหรอกค่ะ แต่การหาที่ใหม่และจัดงานให้เสร็จตามสเกลที่คุณตั้งไว้มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่สำคัญงานนี้ต้องจัดวันพรุ่งนี้เท่านั้น...เพื่อคุณแม่ของคุณ คุณจะยอมเลื่อนจริงๆเหรอคะ”
ชัชรัณจนด้วยเหตุผล ยอมใช้สถานที่ของภุชงค์แบบไม่เต็มใจนัก โยทกากับกิ่งกาญจน์โล่งใจมาก ก่อนจะแยกย้ายกันไปดูความเรียบร้อยของการเตรียมงานเป็นครั้งสุดท้าย เพราะพรุ่งนี้จะถึงวันจริงแล้ว
คุณหญิงละอองลงมาจากเชียงรายในวันเดียวกันเพื่อร่วมงานของสินีในวันรุ่งขึ้น เลยถือโอกาสเยี่ยมผ่องตามประสาคนคุ้นเคยและคนที่จะดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และการมาถึงครั้งนี้ คุณหญิงละอองก็มีจุดประสงค์แฝงจะยุแยงผ่องเรื่องเถกิง เพื่อกรุยทางให้กฤตนัยได้ตำแหน่งในบริษัทตามที่หวัง
“ดิฉันเห็นใจคุณนะคะ...บ้านที่เป็นของเราตั้งแต่เกิด จู่ๆก็มีลูกคนสวนมายึดไป จากเจ้าบ้านกลายเป็นผู้อาศัย คุณคงเจ็บปวดไม่น้อย ดิฉันห่วงว่าคุณผ่องจะคิดมากเรื่องนี้ อย่าไปใส่ใจเลยนะคะ ถึงตอนนี้จะมีผู้หญิงไร้สกุลมากินตำแหน่งคุณผู้หญิงของวริศรักษ์ ก็อย่าคิดมากนะคะ ดิฉันเป็นห่วงสุขภาพ”
“ดิฉันไม่คิดมากหรอกค่ะ มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยที่ฉุดให้วริศรักษ์ตกต่ำไม่ได้ ถึงจะขัดหูขัดตาบ้าง แต่ในบ้านนี้ฉันก็ยังมีอำนาจจะจัดการอะไรได้หลายๆอย่าง ถ้าเราไม่มีอำนาจในที่ที่เป็นของเรา ฉันคงจะเจ็บปวดมากกว่านี้”
คำพูดของผ่องแทงใจดำอย่างแรง แต่คุณหญิงละอองก็โต้อย่างไม่ยอมแพ้
“แต่ความหลงอาจจะมีอำนาจมากกว่า คุณเถกิงก็ดูจะหลงแม่กรรณิการ์มากนะคะ...หลงขนาดที่ว่าถ้าแม่คนนี้กระเด็นออกจากบ้าน คุณเถกิงก็คงจะตามไป คุณผ่องเห็นด้วยกับดิฉันไหมคะ...”
ขณะที่ผ่องคุยกับคุณหญิงละออง เพ็ญศรีก็ตามราวีกรรณิการ์ถึงในครัว แดกดันเรื่องกำพืดเหมือนเคย ก่อนจะพาลพาโลถึงโยทกาที่ทำท่าเหมือนจะเข้าหาชัชรัณอีกคน
ยุจบก็สะบัดหน้าจากไป กรรณิการ์เป็นห่วงลูก รีบตามไปคาดคั้น
“ร้อนมากเหรอที่ฉันรู้ทันพวกเธอ...โยทกา กรรณิการ์ แม่ลูกคู่ดอก...ไม้อย่างพวกเธอชอบส่งกลิ่น บานรับพวกแมลงทุกชนิดอยู่แล้วนี่ เลือดของเธอในตัวโยทกามันคงแรงจริงๆ”
“หุบปาก! คุณไม่รู้จักลูกฉัน ไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าลูกฉันจะเป็นไปตามความคิดเลวๆของคุณ”
“งั้นที่ลูกเธอย้ายเข้ามาบ้านนี้หน้าด้านๆ มันทำเพื่ออะไร ทุกอย่างมันชัด”
“โยเข้ามาเพราะเป็นห่วงฉันตามประสาลูกที่ดี เพราะเขารู้ว่ามีพวกขี้แพ้ชวนตีอย่างคุณจ้องทำร้ายฉันตลอด”
“ห่วงเธอ...แล้วกระเสือกกระสนเข้าไปทำงานที่เดียวกับคุณชัช มันช่วยอะไรเธอได้ล่ะ...ตอบมาสิ...ตอบฉันมา!”
กรรณิการ์ถึงกับอึ้งไป เพราะก็ไม่รู้เหตุผลเรื่องนี้ เพ็ญศรียิ้มเยาะ ตอกเสียงเข้ม
“รู้จักลูกสาวดีไม่ใช่เหรอ ทำไมแค่นี้ถึงตอบไม่ได้ล่ะ แต่ฉันตอบเธอได้นะ เพราะว่าฉันเห็นกับตาเวลาที่ลูกสาวเธอใช้งานบังหน้าเข้าหาคุณชัช จะพูดว่าเข้าหาก็คงไม่ถูกต้อง พูดว่าแทบจะประเคนตัวให้คุณชัชเลยจะตรงกว่า”
“ฉันไม่เชื่อว่าโยจะทำแบบนั้น”
“ฉันอยากให้เธอเห็นเวลาที่ลูกเธอคิดว่าไม่มีใครสังเกต มันชัดเจนมากว่าลูกเธอมันร่านขนาดไหน!”
ooooooo
กรรณิการ์ร้อนใจเรื่องลูก ต้องโทร.ไปขอให้ทวนคำสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อน โยทกาแปลกใจไม่น้อย แต่ก็ยอมทวนคำสัญญาว่าจะทำตัวให้ดี ให้แม่ภูมิใจและไม่ยอมให้ใครดูถูกเด็ดขาด!
แต่ถึงโยทกาจะรับปากแข็งขัน กรรณิการ์ก็ไม่สบายใจ อยากไปงานของสินีให้เห็นกับตาว่าลูกสาวคนเดียวไม่ได้ทำตัวเหลวไหลหาทางเข้าหาชัชรัณอย่างที่เพ็ญศรีกล่าวหาจริงๆ
โยทกาไม่ได้คิดถึงอาการแปลกๆของแม่อีกเลย มัวสะเทือนใจต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างชัชรัณกับกิ่งกาญจน์ตลอดการเตรียมงาน พลันบทสนทนาเมื่อวันก่อนกับยายละมุดก็ผุดในหัว
“คุณกิ่งดีกับแม่กับโยมาก เขาไม่ควรต้องเสียใจ”
“โยต้องถามตัวเองว่าโยอยากรักแบบไหน รักแบบครอบครอง หรือแค่ได้เห็นคนที่รักมีความสุขก็พอ”
“โยเคยรู้สึกแบบนั้นกับแม่ แต่ตอนแม่แต่งงานโยไม่รู้สึกสูญเสีย”
“เพราะโยอยากครอบครองเขาไงลูก”
“มันเจ็บที่อยากอยู่ใกล้ อยากทำอะไรเพื่อเขาแต่เราไม่มีสิทธิ์ โยไม่อยากทำผิด ทำไมมันเจ็บปวด
จังเลยยาย” “อกหักดีกว่ารักไม่เป็น...อย่างน้อยโยก็ได้รู้จักความรัก...เสียใจที่ได้รัก ดีกว่าเสียดายที่ไม่เคยรู้จักมันนะลูก”
โยทกาดึงตัวเองจากอดีต พยายามทำใจไม่ให้คิดมาก ภุชงค์เห็นเธอมีท่าทางเหนื่อยเลยเอานมร้อน มาให้ ก่อนจะแกล้งเย้าเมื่อมือเขาโดนมือเธอโดยไม่ตั้งใจ โยทการู้ดีว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่ก็ทำได้แค่แบ่งรับแบ่งสู้เหมือนเคย
“เป็นเพื่อนวันนี้ อาจจะเป็นคนรักวันพรุ่งนี้ได้ใช่ไหมครับ”
โยทกาอยากจะปฏิเสธตรงๆ แต่เห็นชัชรัณโผล่มาจากด้านหลังของภุชงค์เลยเปลี่ยนใจแกล้งพูด
“คนเราเปลี่ยนได้ทุกวันนะคะ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกค่ะ”
“อย่างนี้ผมถือว่าคุณโยอนุญาตให้ผมลุ้นนะครับ”
ชัชรัณหงุดหงิดมาก หวิดจะมีเรื่องกับภุชงค์แล้ว ถ้ากฤตนัยกับกิ่งกาญจน์จะไม่โผล่มา ทั้งหมดเลยต้องแยกกัน โดยที่ชัชรัณกลับกับโยทกา ส่วนกิ่งกาญจน์กลับกับกฤตนัย
ภุชงค์มองตามด้วยความเสียดาย กุสุมาที่ถูกเรียกตัวจากห้องกลางดึกมาปรับทุกข์ต้องปลอบให้กำลังใจและจะต้องเคลียร์ทุกอย่างก่อนกิ่งกาญจน์จะรู้ความจริงทั้งหมดให้ได้
แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะกิ่งกาญจน์แอบรู้เรื่องโยทกาถูกทำร้ายและสงสัยว่าเพราะอะไรชัชรัณถึงไม่บอกเธอตรงๆ กฤตนัยพยายามแก้ตัวแทนเพื่อนรัก ยังไม่พร้อมให้เธอรู้ความจริงตอนนี้ แต่คุณหญิงละอองก็ทำเสียเรื่อง
“สันดานผู้ชาย ถ้ามันไม่มีนอกมีใน มันก็ต้องพูดความจริงได้คล่องปาก...จริงไหม”
“ชัชกับคุณโยเหรอคะ...เป็นไปไม่ได้ สองคนนั้นไม่เคยพูดดีๆใส่กันเลย”
“มองโลกแง่ดีกับคนดีมันก็ดูฉลาดคบ แต่ถ้ามองแง่ดีกับพวกงูพิษ เราอาจจะเป็นคนโง่ที่โดนสวมเขา”
“ผมไม่อยากให้เราระแวงไปก่อน เพราะมันอาจจะไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เราคิด” กฤตนัยแย้ง
“แม่ไม่ได้อยากให้กิ่งระแวงนะลูก แต่แม่อยากให้กิ่งระวัง ถ้ากิ่งรักชัช กิ่งควรจะใกล้ชิดกับชัชให้มากกว่านี้”
กิ่งกาญจน์เข้าบ้านแล้ว ทิ้งกฤตนัยให้คุยกับคุณหญิงละอองตามลำพัง
“ทำไมต้องดึงโยทกาเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องนี้ด้วยครับ”
“แกรู้ว่าที่ฉันพูดมันเป็นเรื่องจริง เรื่องชัชรัณกับโยทกา...แกอยากเห็นยัยกิ่งร้องไห้เหมือนตอนที่นงนิจแย่งตาชัชไปอีกหรือไง ในเมื่อผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ยังถือหางไอ้เถกิง ยัยกิ่งก็ต้องแต่งงานกับตาชัชเท่านั้น”
“ผมไม่อยากให้ใช้กิ่งเป็นเครื่องมือ”
“ทำไมแกถึงไม่อยากให้ยัยกิ่งแต่งงานกับชัชรัณ”
“ผมแค่ไม่อยากให้คุณแม่ดึงใครต่อใครเข้ามาจนมันกลายเป็นเรื่องใหญ่”
“ถึงแกกับกิ่งจะไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือดกันจริงๆ แต่สำหรับกิ่งแกคือพี่ชาย ถ้าแกรักน้อง แกต้องกันนังโยทกาออกไป แกไม่เห็นลายเด็กนั่นเหรอ แม่ไวยังไง ลูกก็ไวอย่างนั้น”
ooooooo
บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด โยทกาลำบากใจมากต้องนั่งรถมากับเขา ชัชรัณก็สัมผัสมันได้ แต่ก็เลือกจะเปิดฉากคุยกับเธอทันทีที่ถึงบ้านวริศรักษ์
“คุณหนีผมทำไม”
“เพราะฉันไม่อยากอยู่ใกล้คุณ”
“เดี๋ยววิ่งเข้าหา เดี๋ยวถอยออก คุณกำลังคิดจะทำอะไร เล่นเกมปั่นหัวผู้ชายด้วยวิธีเรียกร้องความสนใจ”
“คนที่เรียกร้องไม่ใช่ฉัน คุณต่างหากที่คิดว่าตัวเองเป็นเซ็นเตอร์ สั่งให้คนนั้นคนนี้ต้องทำตาม”
“เพราะผมเห็นว่ามันควรต้องทำ ไม่ว่าจะเรื่องแจ้งความหรือห้ามคบกับไอ้ภุชงค์”
“ฉันจะทำหรือไม่ทำ จะคบใครมันก็เรื่องของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์บังคับเรื่องส่วนตัวของฉัน”
“ผมมีสิทธิ์!”
“ถึงพ่อคุณกับแม่ฉันจะแต่งงานกันแต่เราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ อย่าอินค่ะ...พี่ชาย”
ชัชรัณถอนใจเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเอ่ยเสียงกร้าว “ไม่ใช่สิทธิ์ของพี่ชาย แต่เป็นสิทธิ์ของผู้ชายที่คุณบอกว่าคุณเปิดโอกาสให้ตัวเอง...คนที่คุณบอกว่าอยากเจอก็จะไปเจอ อยากอยู่ใกล้ก็จะไปหา”
โยทกาถึงกับอึ้งไป ชัชรัณเลยถือโอกาสถามย้ำ “คำพูดวันนั้นของคุณ มันบอกชัดเจนว่าผมมีสิทธิ์เพราะผมเป็นคนสำคัญของคุณ หรือคุณจะบอกว่าวันนั้นคุณโกหก คุณไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ”
คำถามของเขาทำให้โยทกาไปไม่ถูก ก่อนจะตัดสินใจตอบแบบขอไปที
“วันนั้น...ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันไม่ได้สำคัญอีกแล้ว คุณกำลังจะมีเจ้าของ ถ้ามีทางที่ดีกว่าแล้วฉันจะยอมโง่กินน้ำใต้ศอกทำไมล่ะคะ ในเมื่อฉันเลือกได้...”
“อย่างนายภุชงค์หรือว่าพี่กฤต”
“คนไหนก็ได้ที่พร้อมจะเป็นคนสำคัญของฉันคนเดียว...แต่ไม่ใช่คุณ!”
ในที่สุดเช้าวันสำคัญก็มาถึง ทุกคนในบ้านยกเว้นชัชรัณกับโยทกาตื่นมาทำบุญตอนเช้าให้สินี กรรณิการ์ลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่วายถูกเพ็ญศรีค่อนแคะ เถกิงเลยตัดปัญหาไปถวายเพลที่วัดแทน
ชัชรัณยังไม่ถอดใจเรื่องโยทกา ลากตัวเธอขึ้นรถไปทำงานด้วยกันจนได้ ท่ามกลางความตกใจของใครหลายคน โดยเฉพาะกรรณิการ์กับมาลัยที่สังหรณ์ว่าทั้งสองน่าจะมีความรู้สึกบางอย่างต่อกัน
โยทกาไม่ทันแก้ตัวหรือสังเกตปฏิกิริยาคนในบ้านวริศรักษ์ ต้องรับมือกับอารมณ์ฉุนเฉียวและเอาแต่ใจของชัชรัณ โชคดีที่ภุชงค์โผล่มาขัดจังหวะ เธอเลยถือโอกาสติดรถเขาไปทำงาน
ภุชงค์พาเธอไปกินมื้อเช้า ชัชรัณก็ตามมาป่วนและต่อว่าเธอแบบไม่ไว้หน้า
“อย่าทำให้ฉันต้องรู้สึกว่าเธอก็ไม่แตกต่างจากผู้หญิงหิวเงินพวกนั้น”
“ผมว่าคุณควรจะสุภาพกว่านี้” ภุชงค์อดแทรกไม่ได้
“ผมกับโยทกาอยู่บ้านเดียวกัน เราสนิทกันมากกว่าที่คุณเห็น”
โยทกาเห็นท่าไม่ดี ชัชรัณไม่ยอมเลิกราแน่ เลยตัดสินใจโพล่งออกไป
“คุณภุชงค์ไม่ต้องไปไหนหรอกค่ะ เพราะคุณกำลังจะเป็นคนสนิทของฉัน โอกาสที่ขอ...ฉันให้คุณเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ภุชงค์ดีใจมาก และเมื่อโยทกาขอตัวไปทำงาน ก็อดหันมาเย้ยชัชรัณไม่ได้
“ถ้าเป็นฟุตบอล...ผมเรียกสถานการณ์นี้ว่ายิงเข้าประตูตัวเอง ผมฝากเนื้อฝากตัวกับคุณด้วยในฐานะ...ว่าที่น้องเขย ผมคงต้องไปเคลียร์งานก่อนนะครับ กลางวันนี้มีนัดทานข้าวกับ...แฟน!”
กุสุมายินดีด้วยเมื่อรู้เรื่องจากภุชงค์ว่าโยทกายอมตกลงเป็นแฟนด้วย แต่กระนั้นก็ไม่วางใจ กลัวชัชรัณจะไม่ยอมหยุด แล้วก็จริงดังคาด ชัชรัณอดทนรอถึงใกล้เวลางาน หาทางเข้าประชิดโยทกา
“คุณคิดจะคบกับภุชงค์เพื่อหนีผมใช่ไหม”
“ฉันต้องการความก้าวหน้า ต้องพิสูจน์ฝีมือก็ไม่แน่ว่าจะได้โตหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นสะใภ้บลูมูน...ชัวร์กว่าเยอะ”
“มันไม่ง่ายแบบนั้นแน่โยทกา”
“ฉันเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ”
“แล้วกับเรื่องของผม ทำไมถึงยอม”
“เดินเข้าซอยทั้งที่รู้ว่ามันตัน มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำ...จริงไหมคะ...”
ooooooo










