นิยายไทยรัฐ

ข่าว

เหมือนคนละฟากฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คุณหญิงละอองคิดใช้แผนยึดที่ดินที่เชียงรายคืนจากชัชรัณเพื่อบีบเรื่องแต่งงาน กฤตนัยรู้ดีถึงความรักระหว่างโยทกากับชัชรัณ ไม่เห็นด้วยเพราะสงสารพวกชาวบ้านและไม่อยากให้กิ่งกาญจน์ช้ำใจ

“ถึงชัชจะยอม แต่ผมไม่ยอม เลิกใช้กิ่งเป็นสะพานสร้างอำนาจเถอะครับ ยังไงเราก็ไม่มีวันชนะลุงเถกิง”

“เด็กวัดอย่างแกที่รอดจากกุ๊ยข้างถนนมายืนในสังคมได้ก็เพราะฉัน เสื้อผ้าที่แกใส่ รถที่แกขับ มันคือเงินของฉัน ฉันเลี้ยงแกไว้ใช้งานไม่ต่างจากหมาในบ้าน อย่าสะเออะมาสอนว่าคนอย่างฉันควรหรือไม่ควรทำอะไร สำนึกด้วยว่าหมาอย่างแกมีคนเกรงใจเพราะปลอกคอที่ฉันสวมให้!”

“ผมไม่เคยลืมว่าคุณแม่ให้โอกาสผมมีวันนี้ แต่ผมก็ไม่อยากอกตัญญูที่ยอมเห็นคุณแม่ทำเรื่องไร้ศีลธรรม!”

“แล้วถ้ายัยกิ่งมันอยากแต่งเองล่ะ แกยังจะขวางอยู่ไหม”

กฤตนัยถึงกับอึ้ง รู้ดีว่ากิ่งกาญจน์รักและผูกพันกับชัชรัณมานาน แต่ไม่ทันโต้ คุณหญิงละอองก็ตัดบท ไล่ให้เขาไปจัดการธุระเรื่องซื้อที่ดินทางภาคใต้ เพราะไม่อยากให้เขาอยู่ขวางแผนขั้นต่อมาของเธอกำจัดกฤตนัยไปได้ คุณหญิงละอองก็มาไล่เบี้ยกับกิ่งกาญจน์ให้ยอมแต่งงานกับชัชรัณ

“กิ่งจะไม่แต่งงานกับชัชค่ะ”

“แกมันโง่หรือเปล่า แกรักมันแล้วจะทิ้งโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าของมัน”

“โง่ค่ะ...ที่อยากได้แต่พอจะได้แล้วไม่เอา เพราะกิ่งไม่อยากโง่กว่าที่อยากได้ของที่ไม่ใช่ของเรา เพราะสุดท้ายเราจะเสียมันไป ไม่ว่าคนหรือสมบัติ”

“ก้าวหน้าถึงขั้นรู้จักเสียดสีแม่ที่มีบุญคุณกับแกงั้นเหรอ”

“ถ้ากิ่งต้องกตัญญูด้วยการฝืนใจทำเรื่องผิดๆ กิ่งขออกตัญญูดีกว่าค่ะ”

“แกคิดว่าแกเลือกได้งั้นเหรอ ทั้งแก ทั้งไอ้กฤต...คิดว่าฉันจะยอมให้แกเป็นคนเลือกเหรอ แกจะต้องแต่งงานกับไอ้ชัช จะต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง ไม่อย่างนั้น...

ฉันจะเรียกคืนที่ฉันเคยให้ ทำให้พวกแกต้องเสียทุกอย่างที่แกมีตอนนี้ รวมถึงชัชรัณ...แกมีหน้าที่เป็นเด็กดี ทำตามที่ฉันสั่งเข้าใจไหม!”

ไม่ใช่แค่กฤตนัยกับกิ่งกาญจน์ต้องรับศึกหนักจากบุพการี โยทกาก็ต้องเจอข้อเสนอชวนลำบากใจจากเถกิง จะให้เธอไปเรียนต่อ เพื่อแยกเธอจากชัชรัณที่จะรับตำแหน่งบริหารต่อจากเขาในไม่ช้า

โยทการู้ดีว่าเถกิงหวังดี อยากช่วยแก้สถานการณ์ แต่เธอก็ผิดสัญญากับชัชรัณจะอยู่ข้างเขาไม่ได้ ชัชรัณที่แอบฟังอยู่นานทนไม่ไหว ต้องปรากฏตัวและประกาศกร้าว

“โยทกาจะต้องอยู่ที่นี่ ส่วนเรื่องตำแหน่งบริหารวริศ ผมไม่เคยต้องการ”

“มันคือสิ่งที่พ่อสร้างให้แก”

“ผมมีหิรัญญิการ์ที่ผมสร้างด้วยมือของผม”

“แต่หิรัญญิการ์ก็เป็นแค่หนึ่งในสินค้าของวริศ มันเทียบกันไม่ได้เลย”

“สักวันหิรัญญิการ์จะต้องยืนได้ด้วยตัวเอง มันคือความภูมิใจที่ผมจะทำให้มันเป็นที่รู้จักไม่น้อยไปกว่าวริศเลย”

ooooooo

ชัชรัณยืนกรานเสียงแข็งไม่ยอมให้ใครพรากโยทกา...แม้แต่พ่อแท้ๆ แต่ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อจู่ๆนิพนธ์ก็โทร.แจ้งข่าวร้ายว่าคุณหญิงละอองคิดขายที่ดินที่เชียงราย!

คุณหญิงละอองยื่นข้อเสนอให้ชัชรัณไม่รับตำแหน่งบริหารวริศต่อจากเถกิงแลกกับที่ดินที่เชียงราย ก่อนจะปั่นหัวว่าทุกอย่างเป็นแผนของเถกิงที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

ชัชรัณมีอคติกับพ่อเป็นทุน เชื่อสนิทใจและเสนอตัวจะซื้อที่ดินไว้เอง แต่ก็ต้องเจอกับเงื่อนไขสุดหิน เพราะคุณหญิงละอองต้องการเงินสดสองร้อยล้านบาทภายในสามวัน!

โยทการ้อนใจมากและตัดสินใจไปพบคุณหญิงละอองตามลำพังเพื่อขอให้เปลี่ยนใจ

“ถ้าไม่ใช่เพราะความอวดดีของเธอ ฉันก็คงไม่ต้องทำแบบนี้ ดูสภาพเธอสิ...มีอะไรช่วยชัชรัณได้บ้าง เงิน อำนาจ บารมีที่จะสนับสนุนชัชรัณมีไหม ต้องทนเห็นชาวบ้านพวกนั้นเร่ร่อน เริ่มต้นจากศูนย์ทั้งที่พวกมันกำลังเริ่มดีขึ้นหลังจากที่ยากจนมานาน...ก็เจ็บปวดดีนะ นั่งมองคนอื่นเข้ามาย่ำยีสิ่งที่ตัวเองสร้างมาแค่เพราะเลือกผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอเป็นคู่ชีวิต วันที่ชัชรัณล่มจม เขาคงภูมิใจที่เลือกเธอ...”

ชัชรัณจนด้วยหนทางเพราะไม่สามารถดึงเงินจากหิรัญญิการ์มาได้ เลยต้องบากหน้าไปขอร้องผ่อง

“ชัชจะไม่ต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาไร้สาระพวกนี้เลย ถ้าชัชไม่ดื้อกับยายตั้งแต่แรก...แต่งงานกับหนูกิ่งซะ”

“ผมดูแลชาวบ้านที่นั่นเพื่อคุณแม่นะครับ”

“ชัชถึงต้องรักษามันไว้ด้วยตัวของชัชเอง ถ้าชัชตกลงยายจะโทร.คุยกับคุณละอองให้”

ชัชรัณผิดหวังมาก โพล่งออกไปอย่างเจ็บปวด “ผมเคยคิดว่าคุณยายรักคุณแม่กับผมมาก ถึงได้บังคับให้ทำทุกอย่างที่คุณยายคิดว่าดี แต่ความจริงคุณยายทำเพราะคุณยายรักตัวเองจนไม่เคยนึกถึงใจคนอื่น ไม่ว่าแม่หรือผม”

“ยายทำเพื่อชัช”

“ถ้าทำเพื่อผม ผมต้องเป็นคนตัดสินใจ...ขอบคุณนะครับ ผมซาบซึ้งมาก...จนเกินจะรับไหวจริงๆ”

เถกิงรับรู้ทุกอย่างและคิดช่วยลูกชายคนเดียวเรื่องเงินซื้อที่ดิน แต่ชัชรัณกลับเข้าใจเจตนาเขาผิด

“แล้วต้องแลกกับอะไร ผมต้องไปทำงานที่วริศ ต้องแยกจากโยทกา ผมไม่คิดเลยว่าพ่อจะกล้าเอาสิ่งที่ผมทำเพื่อแม่มาต่อรองกับผมด้วยวิธีการสกปรกแบบนี้!”

“แกพูดเรื่องอะไร พ่อไม่เข้าใจ”

“พ่อไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง คงลืมไปด้วยซ้ำว่าผมกับแม่คือครอบครัวของพ่อ พ่อเอาตัวรอดหนีออกไปหาความสุขข้างนอก ปล่อยให้แม่ต้องติดคุกอยู่ในบ้านหลังนี้ ผมต้องเห็นแม่ทนฟังเรื่องเลวร้ายของพ่อไม่เว้นแต่ละวัน เรื่องผู้หญิงนอกบ้านที่ไม่เคยซ้ำหน้าที่คุณยายกับน้าศรีกรอกหูแม่ทุกวัน แต่แม่ไม่เคยเชื่อ แม่บอกผมว่าพ่อรักพวกเรา บอกให้ผมรอ...รอให้พ่อกลับมายืนยันว่าที่คุณยายพูดทั้งหมดมันเป็นเรื่องโกหก แต่พ่อไม่เคยกลับมา!”

“ชัช...พ่อกลับมาที่นี่เพื่อลูกนะ”

“ผมไม่ต้องการพ่อ! คนที่ผมต้องการคือโยทกาคนเดียวเท่านั้น”

“พ่อทำทุกอย่างเพื่อแก”

“ไม่ต้อง! ผมไม่อยากให้พ่อทำอะไรเพื่อผมอีกแล้ว ผมเกลียดที่นี่ ผมเกลียดพ่อ!”

ooooooo

โยทกาพาชัชรัณไปพักและส่งเขาเข้านอนเพราะไม่อยากให้คิดมาก เรื่องราววุ่นวายบีบให้เธอต้องตัดสินใจ และเพื่อชาวบ้านที่เชียงรายและอนาคตของชัชรัณ โยทกาจึงยื่นใบลาออกในเช้าวันต่อมา

นอกจากลาออกจากหิรัญญิการ์เพื่อตัดปัญหา โยทกายังขอความช่วยเหลือจากภุชงค์เรื่องเงินซื้อที่ดิน เจ้าของโรงแรมหนุ่มเต็มใจมาก รับปากช่วยเต็มที่โดยไม่ยอมบอกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์มาจากเถกิง

ชัชรัณหัวเสียมาก กระหน่ำโทร.หาโยทกาเพื่อถามให้รู้เรื่อง และทันทีที่รู้ว่าเธออยู่กับภุชงค์ก็โมโหหึง กระโจนขึ้นรถจะไปตามเธอกลับ กิ่งกาญจน์เห็นเขาอารมณ์ไม่ดีเลยจะตามไปด้วย แล้วก็เกิดเรื่องจนได้เมื่อรถของชัชรัณเกิดอุบัติเหตุกลางทาง ชัชรัณรอดอย่างหวุดหวิด ส่วนกิ่งกาญจน์ถูกรถชนซ้ำเจ็บหนัก เป็นตายเท่ากัน!

ผ่องกับคุณหญิงละอองกระหยิ่มใจได้ไม่นานที่บีบให้ชัชรัณแต่งงานกับกิ่งกาญจน์สำเร็จ ข่าวร้ายจากโรงพยาบาลทำให้ฝันใหญ่โตจะเชิญแขกนับพันมาร่วมงานสูญสลาย ต้องรุดไปโรงพยาบาลแทน

โยทกาก็รีบพุ่งมาที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน

โล่งใจมากที่เห็นว่าชัชรัณไม่เป็นอะไรมาก ก่อนจะแทบช็อกเมื่อรู้จากเขาว่ากิ่งกาญจน์บาดเจ็บสาหัสกว่า ต้องผ่าตัดเลือดคั่งในสมอง

เถกิงมาถึงเป็นคนต่อมาเพราะภุชงค์โทร.บอก ชัชรัณเย็นชาใส่พ่อมากเพราะยังเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายเป็นต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง กุสุมาเป็นรายต่อมาที่มาถึงและเครียดมากเพราะเป็นห่วงกิ่งกาญจน์

โยทกาพยายามจะอธิบายเรื่องทั้งหมด แต่ชัชรัณก็ไม่ฟัง ปลีกตัวไปนั่งรอดูอาการกิ่งกาญจน์เงียบๆคนเดียว จนกระทั่งคุณหญิงละอองกับผ่องมาถึง เรื่องวุ่นวายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง...

ชัชรัณถูกคุณหญิงละอองทุบตีอย่างหนักที่ขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ โยทกาพยายามห้ามเลยถูกตบแทน

“ชายโฉดหญิงชั่ว! ยัยกิ่งมันโง่ที่จงรักภักดี ห่วงเธอจนไม่ห่วงตัวเอง เธอเคยสำนึกไหมว่าทำอะไรกับผู้หญิงที่รักเธอด้วยชีวิต เธอตอบแทนผู้หญิงที่ยอมตายแทนเธอแบบนี้เหรอชัชรัณ!”

โยทกาหน้าเสีย แต่ไม่ทันแก้ตัว คุณหญิงละอองก็โพล่งออกไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“ส่วนนังผู้หญิงหน้าด้าน ถ้าไม่ใช่เพราะแกเข้ามาแทรก ยัยกิ่งก็คงไม่ต้องเจ็บปวดเพราะถูกผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธอแย่งตาชัช อย่านึกว่าฉันไม่รู้ว่าที่รถคว่ำคราวนี้ เพราะตาชัชรีบขับรถไปตามเธอกลับจากผู้ชายอีกคน!”

ผ่องตะลึง หันไปคาดคั้นความจริงจากหลานชาย ซึ่งชัชรัณก็ยอมรับแต่โดยดี

คุณหญิงละอองได้ทีพูดจากดดัน “ขอโทษแล้วมันจะช่วยให้ลูกฉันหายเจ็บไหม เธอทำให้ยัยกิ่งเป็นตายเท่ากันในห้องนั้น ไหนคุณเคยบอกว่าหลานชายคุณดีพร้อมทุกอย่าง ได้รับการอบรมให้สมกับเป็นสุภาพบุรุษ แต่ที่ฉันเห็นวันนี้คือการกระทำไร้จิตสำนึก ไร้ความผิดชอบชั่วดีจนลูกสาวฉันต้องเจ็บปางตายแบบนี้!”

คุณหญิงละอองระเบิดอารมณ์แบบไม่ไว้หน้าใคร ชัชรัณรู้สึกผิดมาก ขยับไปยืนข้างผ่องอย่างปกป้อง

“วริศรักษ์ที่ป่าวประกาศว่าตัวเองมีเกียรตินักหนาจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง ตอบฉันมาสิ ตอบมา!”

“คุณป้าครับ...เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่เกี่ยวข้องกับคนอื่นเลย ความผิดทั้งหมดผมขอรับมันไว้คนเดียว”

“เจ็บแทนลูกสาวฉันได้ไหม...แก้ไขอะไรได้หรือเปล่า...ทำไมต้องเป็นยัยกิ่งที่เจ็บ คนที่ต้องนอนปางตายในห้องนั้นควรจะเป็นเธอ ถ้าลูกสาวฉันเป็นอะไรไป ชีวิตเธอทั้งชีวิตก็ชดเชยให้ไม่ได้! เอาลูกฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ เอาคืนมา!”

ooooooo

อาการสติแตกที่แสร้งทำของคุณหญิงละอองทำให้ทุกคนประสาทเสีย จนกระทั่งหมอแจ้งผลว่ากิ่งกาญจน์ผ่าตัดเรียบร้อยและน่าจะพ้นขีดอันตรายในไม่ช้า จึงได้เบาใจกันบ้าง

แต่กระนั้นสภาพของเธอก็ทำให้หลายคนสะเทือนใจ โดยเฉพาะกฤตนัยที่ได้แต่โทร.ถามอาการจากกุสุมา แต่ยังบินมาเยี่ยมไม่ได้เพราะเครื่องบินติดพายุที่ทางใต้

โยทกาก็เป็นอีกคนที่เสียใจอย่างหนัก เข้าใจว่าตัวเองเป็นสาเหตุเรื่องทุกอย่างจนต้องปลีกตัวออกมาเงียบๆ โดยมีกรรณิการ์ตามมาปลอบ ก่อนที่สองแม่ลูกจะต้องหน้าตึง เมื่อเพ็ญศรีตามมาแดกดัน

“ผิดหวังมากสินะที่หนูกิ่งยังไม่ตาย”

“ลูกฉันไม่เคยคิดชั่วๆแบบที่คุณพูด”

“จะให้ฉันคิดดีกับลูกแก ฉันทำไม่ได้หรอกวิ่งไล่ตามจนคุณชัชแข็งข้อกับคุณท่าน ทิ้งผู้หญิงดีๆอย่างคุณกิ่ง หรือจะบอกว่าที่คุณชัชทำถึงขนาดนี้...แกไม่ได้ทอดสะพานให้!”

คำพูดแทงใจดำทำให้โยทกาจุกพูดไม่ออก เพ็ญศรีเลยได้โอกาสกระแทกซ้ำ

“ตอบฉันมาสิว่าแกไม่เคยอ่อยคุณชัชเลยสักครั้ง ปฏิเสธมาสิ! เถียงไม่ออกล่ะสิ เพราะความเลวของเธอมันเป็นความจริง หน้าด้าน! สืบทอดความไร้ยางอายของแม่มาได้เต็มตัว”

“หุบปาก! เธอไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ไปให้พ้น!”

“ฉันเป็นน้าของคุณชัช ฉันมีสิทธิ์จะกันพวกผู้หญิงหิวโหยไร้ศีลธรรมให้พ้นจากหลานชายของฉัน”

“งั้นเธอก็ควรจะกันตัวเธอจากคุณเถกิงด้วยนะ แก่ปานนี้ยังหิวโหย ไม่ได้กินก็แว้งกัดทุกคนเหมือนหมาบ้า!”

ถึงคราวเพ็ญศรีปรี๊ดแตก และกรรณิการ์ก็ไม่รอช้าจะกระทืบซ้ำ “ฉันไม่ได้อยากพูดเรื่องนี้ มันทุเรศปาก แต่คนอย่างเธอมันพวกแพ้แล้วพาล วางไม่ได้ ปลงไม่เป็น เห็นแต่ความผิดคนอื่น แต่ความเลวตัวเองกลับตามืดบอด”

“พวกแกกับฉันมันคนละชั้นกัน”

“เธออยู่บ้านวริศรักษ์ก็ไม่ต่างจากเด็กรับใช้ของคุณท่าน นับญาติกับคุณชัชน่ะ เขาเคยนับถือเธอบ้างหรือเปล่า...น้าแท้ๆก็ไม่ใช่ เลือดปลายแถวอย่างเธอมันก็ไม่ต่างจากผู้หญิงบ้านๆอย่างฉันหรอกนะ”

“คนอย่างแกมันผยองได้ก็เพราะพี่เถกิงเขาเลือก”

“แต่เขาไม่เลือกเธอ ไม่ใช่เพราะฉันดีกว่า แต่เพราะเธอเป็นแบบนี้ไงเขาถึงไม่เลือก!”

เพ็ญศรีโกรธมาก เงื้อมือจะตบโยทกา แต่ก็ช้ากว่ากรรณิการ์ที่ฟาดมือไปก่อนเต็มแรง

“ถ้าเธอแตะลูกฉัน ฉันฆ่าเธอแน่!”

“ถ้าฉันไม่มีความสุข พวกแกก็อย่าหวัง ฉันนี่ล่ะจะทำลายชีวิตพวกแกด้วยมือฉันเอง”

“ฉันเชื่อว่าคนคิดดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แต่คนคิดชั่ว...แค่คิดก็ตกนรกแล้ว”

ooooooo

กุสุมาก็สติแตกไม่แพ้คนอื่น ยิ่งเห็นสภาพกิ่งกาญจน์ไม่ยอมฟื้นยิ่งสะเทือนใจ ฟูมฟายจนพูดกับกฤตนัยไม่รู้เรื่อง ภุชงค์อ่อนใจมาก ต้องดึงมือถือไปพูดแทน ก่อนจะปลอบให้ทั้งสองใจเย็น เพราะกิ่งกาญจน์อยู่ในความดูแลของหมอและคงพ้นขีดอันตรายในไม่ช้า

ภุชงค์พากุสุมากลับไปพัก ส่วนชัชรัณไม่ยอมกลับ อาสาจะรอจนกว่ากิ่งกาญจน์จะฟื้น ผ่องกับคุณหญิงละอองมองหน้ากันนิ่งๆ ก่อนจะแอบยิ้มให้กันด้วยความสมใจ เพราะเชื่อแน่ว่าเหตุการณ์นี้ต้องทำให้ชัชรัณยอมแต่งงานเพื่อรับผิดชอบกิ่งกาญจน์แน่ และความปรารถนาของพวกเธอก็จะเป็นจริง

มาลัยเฝ้ามองดูชัชรัณด้วยความสงสาร ไม่ชอบใจเลยที่ผ่องพูดกดดันให้เขารู้สึกผิดตลอดเวลา

“ดูสีหน้าคุณหนูก็เห็นว่าคุณหนูรู้สึกผิดกับเรื่องคุณกิ่งมากแล้ว คุณท่านน่าจะให้กำลังใจคุณหนูมากกว่า”

“เด็กดื้อก็ต้องโดนเฆี่ยนแบบนี้ ยิ่งตอกย้ำเท่าไหร่ ชัชรัณก็ต้องยอมจำนนรับผิดชอบชีวิตหนูกิ่งตลอดไป”

“ใจร้ายไปไหมคะ”

“ฉันร้ายได้มากกว่านี้ ถ้ามันจะคุมตาชัชให้เดินทางที่ถูกที่ควรได้”

“คุณท่านเคยทำวิธีนี้กับคุณสินี แล้วผลที่ได้มัน...”

“มันไม่ใช่ความผิดของฉัน ไอ้เถกิงต่างหากที่ทำให้สินีต้องตาย!”

เถกิงก็พยายามช่วยลูกชายคนเดียวเต็มที่ แต่คุณหญิงละอองก็ไม่อ่อนข้อให้ ยืนยันจะให้มีงานแต่งงานระหว่างชัชรัณกับกิ่งกาญจน์ รวมไปถึงสินสอดที่เป็นเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เขามี

“คุณก็เห็นว่าที่ผ่านมาฉันปั่นแม่ยายคุณได้มากขนาดไหน แลกได้ไหมล่ะ...เพื่อความสุขของลูกชายชั่วชีวิต”

“แล้วความสุขของกิ่งกาญจน์ล่ะ”

“ฉันจะจูงจมูกมันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

“คุณไม่สงสารเด็กที่คุณเลี้ยงมาบ้างเหรอ”

“ต่อให้เป็นลูกแท้ๆ ถ้าฉันสั่ง...มันก็ต้องทำ!”

เถกิงตะลึงกับความเลือดเย็นของคุณหญิงละอองมาก แต่คงไม่เท่าชัชรัณที่ได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ...

ไม่คิดมาก่อนว่ากิ่งกาญจน์จะตกที่นั่งลำบากขนาดนี้ มีแม่เลี้ยงใจร้ายที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง!

กุสุมาร้องไห้ไม่หยุด เป็นห่วงและสงสารกิ่งกาญจน์ต้องบาดเจ็บสาหัส ภุชงค์พาไปพักและพยายามปลอบให้ทำใจ ก่อนจะนั่งคุยเป็นเพื่อนจนได้รู้ว่าเธอรักและผูกพันกับกิ่งกาญจน์มาตั้งแต่เด็ก

“เมื่อก่อน...เวลามีใครมาแกล้งฉัน พี่กิ่งก็จะไปฟ้องครู ฟ้องผู้ปกครองจนไม่มีใครกล้าแกล้งฉันอีก ฉันสอบชิงทุนไปเรียนต่อก็เพราะพี่กิ่งเชียร์ ช่วยลุ้น ช่วยจัดการทุกอย่าง ฉันคงไม่มีวันนี้ถ้าไม่มีพี่กิ่งคอยช่วย ขนาดฉันโดนแฟนนอกใจ พี่กิ่งยังบินไปหาฉันที่โน่น ไปอยู่ปลอบใจตั้งหลายวัน”

“มิน่า...คุณถึงรักคุณกิ่งมาก”

“ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่พี่น้อง ชีวิตเราจะเจอคนที่หวังดี รักและห่วงใยเราได้ขนาดนี้สักกี่คน...”

ooooooo

ความเข้าอกเข้าใจทำให้ภุชงค์กับกุสุมาผูกพันกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ทำท่าจะไปด้วยดี ต่างจากเรื่องราวของโยทกากับชัชรัณที่ทำท่าจะถึงทางตันในไม่ช้า กรรณิการ์เป็นห่วงลูกสาวมาก พยายามโทร.หาแต่โยทกาก็ไม่รับ เถกิงต้องปลอบให้ใจเย็น เชื่อว่าลูกเลี้ยงสาวเป็นคนเข้มแข็ง ต้องผ่านทุกอย่างไปได้

“ฉันพยายามพาโยหนีอดีตที่ผิดพลาดของฉัน ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อให้โยมีชีวิตที่ดีกว่าฉัน ฉันไม่อยากให้ลูกต้องถูกตราหน้าแบบฉัน เป็นมือที่สาม เป็นผู้หญิงไร้ยางอาย แต่ฉันก็ทำไม่ได้ ฉันไม่ควรเห็นแก่ตัวเลย ถ้าฉันไม่แต่งงานกับคุณ โยกับคุณชัชคงไม่ต้องเจอกัน ลูกคงไม่ต้องเสียใจขนาดนี้ ฉันผิดเองที่ปกป้องลูกไม่ได้...”

เซมกับเจนจันทร์ก็เป็นห่วงโยทกาเหมือนกัน เพียรต่อสายหาแต่โยทกาก็ไม่รับสาย สองพี่น้องเกือบจะถอดใจแล้ว ถ้าจะไม่ได้ยินเสียงมือถือดังจากหน้าห้อง

โยทกานั่นเองที่นั่งน้ำตาซึม สองพี่น้องต้องลากเข้าห้องและบังคับให้กินข้าว แต่ฝืนกินไม่กี่คำ โยทกาก็น้ำตาร่วง ความกดดันที่เก็บกดมานานระเบิดออก ฟูมฟายและพร่ำโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้กิ่งกาญจน์บาดเจ็บ

“พี่รู้ว่าคุณกิ่งเป็นคนดี แกคงรู้สึกผิด แต่ร้องไห้จนตาบอด มันก็ไม่ช่วยอะไรนะเว้ย”

“คุณกิ่งไม่ได้เป็นแค่คนที่ดี แต่เขาเป็นน้าของฉัน เป็นญาติ เป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ฉันก็ยังทำร้ายเขา ฉันมันเห็นแก่ตัว ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เขาคงไม่เจ็บขนาดนี้ ฉันมันเลวว่ะแก...ฉันเลวจริงๆ”

เจนจันทร์พยายามปลอบว่ามันคืออุบัติเหตุ แต่โยทกาก็สติแตกเสียแล้ว

“ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน อุบัติเหตุมันก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน คุณชัชก็คงแต่งงานกับคุณกิ่ง จะไม่มีใครเจ็บตัว ไม่มีใครต้องทุกข์ ฉันน่าจะเป็นคนที่เจ็บ...ไม่สิ ฉันน่าจะตายๆไปซะ ทุกคนจะได้ไม่ต้องเสียใจแบบนี้”

เซมเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจกระชากโยทกาลุกจากโต๊ะ พร้อมยื่นมีดให้ ท้าให้ฆ่าตัวตาย

“ทิ้งแม่แกไปเลย ทิ้งพวกฉันไปด้วย ทิ้งความภูมิใจทุกอย่างที่แกสร้างมาด้วยความคิดโง่ๆ เอาเลย! แกรู้สึกผิดกับน้าของแกที่แกเพิ่งเจอไม่กี่เดือน แต่แกไม่รู้สึกผิดกับแม่กับเพื่อนที่รักแกมาเป็นสิบๆปีก็เอาเลยไอ้โย...ทำเลย!”

คำพูดของเพื่อนรักทำให้โยทกาได้สติ ทิ้งมีดในมือ โผไปกอดเพื่อนทั้งสองเพื่อขอกำลังใจ...

ภุชงค์คุยกับเถกิงในคืนเดียวกัน จะคืนเงินค่าที่ดินที่เชียงรายเพราะคงไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว กุสุมาตื่นมาได้ยินก็อดแปลกใจไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าเขาจะช่วยเถกิง... พ่อของชัชรัณที่เป็นศัตรูหัวใจเพื่ออะไร

“เพราะความรักของพ่อต่างหาก...คุณเถกิงคล้ายๆ กับผม เวลาที่ทำผิดไปแล้วพยายามจะแก้ตัว แต่ทำเท่าไหร่มันก็ไม่ได้รับการอภัยสักที ผมชอบความรู้สึกนี้นะ การให้...ในชีวิตเราจะมีคนหนึ่ง คนที่เรารู้สึกปรารถนาดีกับเขา เราอยากเห็นเขายิ้มมากกว่าทุกข์ เราทำให้เขาได้ทุกอย่างไม่ว่าคนที่ได้รับนั้นจะรู้หรือไม่ก็ตาม”

“เหมือนที่คุณทำเพื่อคุณโย”

“ก็ทำนองนั้น...น่าอิจฉาชัชรัณ เขาได้ความรักที่ดีจากคนที่รักเขา...”

ooooooo

อุบัติเหตุที่เกิดกับกิ่งกาญจน์ทำให้ทุกคนต้องคิดหนัก กุสุมาอดน้อยใจไม่ได้ที่เห็นภุชงค์ทำทุกอย่างเพื่อโยทกา ส่วนชัชรัณก็เครียดจัดเรื่องคุณหญิงละอองใช้กิ่งกาญจน์เป็นเครื่องมือล้างแค้นเถกิง ส่วนโยทกาก็ต้องตั้งสติ ทำตัวให้เข้มแข็งและเผชิญหน้ากับความจริงเสียที

ภุชงค์มารับกุสุมาไปเยี่ยมกิ่งกาญจน์แต่เช้า ชัชรัณเลยขอตัวไปจัดการธุระสำคัญ ทิ้งให้สองหนุ่มสาวเฝ้าอาการของกิ่งกาญจน์เงียบๆ โดยมีกฤตนัยคอยส่งข้อความถึงวิทยากรสาวตลอด

“พวกแอบรักนี่น่าสงสาร ได้แค่รัก...แสดงตัวก็ไม่ได้”

“นั่นสิเนอะ...ถ้าคุณเป็นพี่กฤต คุณจะบอกพี่กิ่งไหมว่ารัก”

“ถ้าผมเป็นคุณกฤตคงไม่บอก...ถ้าเขาไม่รักตอบก็คงมองหน้ากันไม่ติด ไม่ได้รักตอบแต่ยังไปวนเวียนแอบดูแลเขาได้ มันก็ยังดีกว่าไม่เจอเหมือนตายจากกัน... จริงไหม”

กุสุมาสะท้อนใจมาก สิ่งที่เขาพูดแทงใจดำอย่างแรง แต่ไม่ทันซักมากกว่านี้ กิ่งกาญจน์ก็ได้สติ สองหนุ่มสาวดีใจมาก รีบตามหมอมาดูอาการ ก่อนจะได้รู้ข่าวร้ายว่ากิ่งกาญจน์อาจเป็นอัมพาต!

ชัชรัณยังไม่รู้เรื่องกิ่งกาญจน์ มุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อคาดคั้นความจริงจากพ่อเรื่องข้อต่อรองของคุณหญิงละออง เถกิงลำบากใจมาก แต่ก็ตัดสินใจพูดความจริงกับลูกชายคนเดียวว่าชาญวิทย์สามีของคุณหญิงละออง เพื่อนสนิทและผู้ร่วมก่อตั้งวริศบริหารงานมีปัญหาเลยตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดให้เขา

เถกิงยอมให้คุณหญิงละอองเข้าใจผิดมาตลอด ทั้งที่มีหลักฐานทุกอย่างเพราะเคยสัญญากับชาญวิทย์จะไม่บอกเรื่องนี้ให้เธอรู้ ไม่อยากให้เธอผิดหวัง...ชัชรัณหัวเสียมาก โวยลั่นอย่างเหลืออด

“ชีวิตผมมันต้องวุ่นวายเพราะพ่อกับยาย พ่อกับป้าละออง นี่ยังมีพ่อกับลุงชาญอีก ปมที่ผมไม่ได้ทำแต่มันพันตัวผมยุ่งเหยิงจนผมไม่มีปัญญาจะสางแล้ว”

ชัชรัณโกรธมาก เถกิงอยากจะอธิบายแต่เขาก็ไม่เปิดโอกาส

“พ่อบอกว่าจะพยายาม! แล้วเมื่อไหร่พ่อจะทำมันให้จบๆ พ่อจะเลี่ยงไปถึงไหน ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง พ่อกลัวอะไรนักหนา ผมเหนื่อยกับความกลัวของพ่อเต็มทีแล้ว ผมเคยคิดว่าแม่จากไปเพราะสู้กับปัญหาไม่ไหว แม่อ่อนแอ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่! ที่แม่ต้องตายก็เพราะความขี้ขลาดของพ่อ ครอบครัวมันไม่มีค่าพอที่พ่อจะรักษามันไว้ใช่ไหม”

“ไม่ใช่...ชัชคือครอบครัวที่สำคัญที่สุดของพ่อ”

“ผมไม่อยากฟังคำพูดสวยหรูของพ่อ แต่ผมรอที่จะเห็นความรับผิดชอบของพ่ออยู่”

สองพ่อลูกสบตาวัดใจ ก่อนที่ชัชรัณจะเป็นฝ่ายผละไปก่อนเพราะได้ยินเสียงโวยวายของคุณหญิงละออง แล้วเมื่อทุกคนในบ้านวริศรักษ์ รวมทั้งโยทกามารวมตัว คุณหญิงละอองก็กราดด่า

“ลูกสาวฉันต้องกลายเป็นคนพิการเพราะความประมาทของหลานชายคุณ อนาคตของลูกสาวฉันต้องพังยับขนาดนี้ คุณยังจะให้ฉันใจเย็นได้เหรอ! ฉันอยากจะเห็นนักว่าหลานชายของวริศรักษ์จะยืดอกรับผิดชอบชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่รักเธอมาตลอดชีวิตต้องพิการด้วยน้ำมือเธอแบบไหน จะเอาเงินแก้ปัญหา หรือลอยตัวเหนือปัญหา ทอดทิ้งให้เขาต้องมีอนาคตอย่างโดดเดี่ยว ส่วนเธอก็ไปมีความสุขอย่างเห็นแก่ตัว หรือว่า...”

พูดไม่ทันจบ ชัชรัณก็ขัดขึ้น “ผมจะรับผิดชอบชีวิตกิ่งกาญจน์”

“นั่นหมายถึงเธอต้องแต่งงานกับกิ่งกาญจน์”

“ต่อให้กิ่งต้องพิการตลอดชีวิต ผมก็จะรับผิดชอบเขา”

ooooooo

คำมั่นของชัชรัณทำให้คุณหญิงละอองและผ่องพอใจ รีบตามกันไปโรงพยาบาลเพื่อแจ้งข่าวดีกับกิ่งกาญจน์

“กิ่งไม่อยากให้ทุกคนโทษว่าเป็นความผิดของใคร เพราะมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ”

“ไม่ได้จ้ะ เพราะครั้งนี้มันมากกว่าเจ็บตัว มันคือชีวิตทั้งชีวิตของหนูกิ่งที่ตาชัชต้องรับผิดชอบ ทันทีที่หนูกิ่งออกจากโรงพยาบาล ยายก็จะจัดงานวันนั้นเลย จะได้พาหนูกิ่งเข้าบ้านวริศรักษ์อย่างเป็นทางการ”

ผ่องประกาศกร้าว กิ่งกาญจน์ตะลึงมาก ตั้งท่าจะถามชัชรัณ แต่เขาก็ไม่พูดอะไรเหมือนจะยอมรับ เพ็ญศรีเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความสะใจ และเมื่อกลับถึงบ้านก็ไม่รอช้าจะเยาะเย้ยโยทกา กรรณิการ์อดไม่ได้ สวนแทน

“เวลาจะสอนคนอื่น หัดตักน้ำใส่กะโหลกดูเงาตัวเองด้วยนะว่าดีพอจะสอนคนอื่นไหม”

“หึ...พล่านมากเหรอที่เห็นลูกสาวเจ็บ”

“ลูกสาวฉันดีกว่าคุณนะ เขาเจ็บยังมีคนเห็นใจ คุณล่ะ...เจ็บเคยมีใครเห็นใจไหม”

เพ็ญศรีปรี๊ดมาก ตั้งท่าจะโต้แต่ก็ถูกกรรณิการ์ขู่จนต้องหงอ

“ฉันไม่ใช่ผู้ดี แต่ถ้าจะหยาบใส่กันบ่อยๆ ฉันนี่ล่ะจะเฉดหัวคุณออกจากบ้านนี้เอง”

กรรณิการ์กำจัดเพ็ญศรีไปได้ จึงหันไปหาโยทกาที่เงียบจนน่าเป็นห่วง

“ออกไปจากบ้านนี้ไหม อยู่ไปก็จะยิ่งทุกข์ อีกไม่นานกิ่งกาญจน์ก็ต้องย้ายเข้ามา ถึงวันนั้นโยจะเจ็บมากนะลูก”

“ถ้าโยออกไปตอนนี้เขาอาจจะคิดว่าประชดถ้าไปตอนนี้จะทำให้คุณชัช คุณกิ่งยิ่งคิดมาก โยต้องอยู่เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าโยไม่เป็นไรและยอมรับทุกอย่างได้”

“แล้วโยไหวเหรอลูก”

“ยายบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาค่ะแม่ พรุ่งนี้มันก็จะผ่านไป...”

โยทกาผละจากแม่ไปเยี่ยมกิ่งกาญจน์ด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเยี่ยม สะเทือนใจมากที่เห็นชัชรัณนั่งเฝ้าอีกฝ่ายไม่ห่าง ทำใจไม่ได้จะเข้าไปแทรกกลางและมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น

เรื่องแต่งงานทำให้หลายคนกระอักกระอ่วนใจ มาลัยก็เป็นคนหนึ่ง และอดไม่ได้จะเตือนสติผ่องให้คิดถึงความสุขของชัชรัณ แต่ผ่องกลับคิดเข้าข้างตัวเองว่าทำถูกแล้วเพื่อความสุขของหลานชายคนเดียว

“มาลัยทำงานกับคุณท่านมาเกือบสามสิบปี เห็นคนที่มาลัยเคารพรักมีความสุข มาลัยก็ต้องยินดี ถ้าคนที่เรารักมีความสุข เราสุขแสดงว่าเรารักเขามากกว่า แต่ถ้าเราสุขทั้งที่คนที่เรารักเป็นทุกข์ แสดงว่าเรารักตัวเองมากกว่า”

“หล่อนจะบอกว่าฉันรักตัวเองมากกว่าตาชัชงั้นเหรอ”

“มาลัยไม่ได้พูดแบบนั้นเลย แต่ถ้าคุณท่านรู้สึกแบบนั้นแสดงว่าคุณท่านรู้ตัว”

“ออกไปได้แล้ว ฉันไม่อยากเห็นหน้าหล่อน!”

มาลัยผละไปแล้ว ผ่องได้แต่ฮึดฮัดคนเดียวและพร่ำบอกตัวเองว่าไม่ผิด แต่กระนั้นก็อดไม่ได้ต้องเปิดลิ้นชักหยิบหนังสือของยายละมุดมาดู...ความจริงบางอย่างกระแทกใจอย่างแรงแต่ก็พยายามปฏิเสธเพราะทิฐิล้วนๆ...

ooooooo

โยทกาต้องต่อสู้กับหัวใจตัวเองอย่างหนัก ไม่ใจอ่อนยอมให้ชัชรัณเข้ามามีอิทธิพลอีกครั้ง ภุชงค์เห็นเธอตั้งแต่ที่โรงพยาบาล เลยเปลี่ยนความตั้งใจจะไปกินข้าวกับกุสุมา แวบมาปลอบใจเธอแทน

กุสุมาอดมองตามด้วยความน้อยใจไม่ได้ โดยไม่รู้เลยว่าภุชงค์เลิกคิดกับโยทกาแบบชู้สาวมานานแล้ว แต่อยากปลอบประโลมให้เธอคลายความทุกข์ใจในฐานะเพื่อนมากกว่า

“ผมต้องการเป็นเพื่อนกับคุณโยจริงๆ เป็นเพื่อนมันยาวนาน เราจะไม่มีวันเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน ผมอยากมีคุณโยอยู่ในชีวิต เป็นเพื่อน เป็นคนหวังดีต่อกันตลอดไป ขอให้คุณไว้ใจผม...ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เพื่อนยิ้มได้”

โยทการ้องไห้กับภุชงค์พักใหญ่ จึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับชัชรัณในคืนเดียวกัน เขาพยายามอธิบายเรื่องแต่งงานแต่เธอก็ไม่ฟัง เพราะมีความจริงเรื่องกิ่งกาญจน์ที่เขาต้องรับรู้มากกว่า

“คุณกิ่งเป็นน้า เป็นญาติกับฉันจริงๆ แค่เขาเป็นคนดีที่ช่วยเหลือฉันมาตลอด...ฉันก็รู้สึกผิดมากแล้วนี่เขายังเป็นครอบครัว ถ้าเหตุผลพวกนี้ยังไม่มากพอที่ฉันควรจะหยุดเรื่องของเรา ฉันยังเป็นผู้หญิงที่คุณควรจะรักอยู่อีกเหรอ”

“คุณทำเพื่อกิ่ง ทำเพื่อแม่ ทำเพื่อใครต่อใครแล้วผมล่ะโย ผมล่ะ...”

“แล้วคุณทำอะไรได้ ฉันทำอะไรได้...เราทำอะไรได้งั้นเหรอ คุณก็รู้ว่าตอนนี้เราไม่มีทางให้เลือกอีกแล้ว สำหรับฉันครอบครัวสำคัญกว่าความรัก ฉันเคยเห็นแก่ตัวทำทุกอย่างตามความรู้สึกของตัวเอง ยิ่งคิดฉันยิ่งเกลียดสิ่งที่ฉันทำ วันนี้ฉันไม่อยากแก้ตัว แต่ฉันอยากแก้ไขทุกอย่างให้มันถูกต้อง”

“เห็นแก่ตัว...คุณหนีความรู้สึกผิด เลือกให้ตัวเองสบายใจด้วยการผิดสัญญา คุณบอกจะอยู่กับผม ไม่ไปไหน”

“ไม่มีใครที่ได้ทุกอย่างที่อยากได้หรอกค่ะ”

พูดจบก็จะผละไป แต่ก็ถูกชัชรัณกอดจากด้านหลัง “แต่ผมรักคุณ อยากอยู่กับคุณคนเดียว อยากมีครอบครัวของเรา อดทนได้ไหมโยทกา...มันจะต้องมีทางออก ผมขอร้อง...อดทนได้ไหม”

โยทกาเจ็บจนน้ำตาร่วง แต่ก็ยังแข็งใจบอก “ฉันทำไม่ได้ ปล่อยฉัน...ปล่อยฉัน!”

“ผมไม่ปล่อย ผมไม่ยอมปล่อยคุณไปจากผมผมรักคุณ ได้ยินไหมโยทกา ผมรักคุณ!”

“แต่ฉันอยู่กับคุณไม่ได้ คุณได้ยินไหม ได้ยินไหม! ปล่อยฉันไป...ปล่อย!”

เสียงตะโกนของโยทกาทำให้ทุกคนในบ้านวริศรักษ์ต้องออกมาดู กรรณิการ์ดึงตัวลูกสาวออกไป พลางปรายตาไปทางผ่องที่เป็นตัวแปรสำคัญทำให้ความรักของเขาเป็นไปไม่ได้ โยทกาถูกพาตัวออกไปหลังจากนั้น ชัชรัณตั้งท่าจะตามแต่ก็ถูกกรรณิการ์ขู่จะไม่ให้เจอโยทกาอีกเลยตลอดชีวิต

“พอใจแล้วใช่ไหม...ทุกคนมีความสุขมากใช่ไหมที่พังชีวิตผมได้!”

ผ่องสะดุ้ง แต่ไม่ทันพูดอะไร เพ็ญศรีก็โพล่งออกมาเสียก่อน ชัชรัณไม่แม้แต่ฟังจนจบ เอ็ดกลับ

“ผมฟังเสียงของน้ามาชั่วชีวิต เสียงน่ารังเกียจที่พ่นด่าคนอื่นแต่ไม่เคยมองตัวเองว่ามันน่าขยะแขยงแค่ไหน”

ผ่องเพิ่งได้สติ ดุหลานเสียงเข้ม “ชัช...แค่ผู้หญิงคนเดียว ทำให้แกบ้าขนาดนี้เลยเหรอ”

“แล้วนี่คือสิ่งที่ผมควรได้รับใช่ไหม...คุณยายเกลียดพ่อ กรอกหูแม่ทุกวันว่าพ่อมีเมียน้อย รู้ไหมว่าแม่เจ็บปวดแค่ไหน ตั้งแต่ผมเกิด ผมเห็นแม่ร้องไห้ทุกวัน แม่เจ็บกับทุกคำที่คุณยายด่าพ่อ ตำหนิแม่”

“แต่มันเป็นเรื่องจริง”

“ใช่! มันจริงที่มีแค่แม่คนเดียวที่ซื่อสัตย์กับพ่อ แม่เชื่อเสมอว่าพ่อรักแม่ ไม่มีวันทรยศแม่”

“มันทำให้แม่ของชัชตาย”

“แล้วแม่ระแวงพ่อจนต้องขับรถออกไปตายเพราะใคร!”

ผ่องถึงกับอึ้ง ไม่ทันได้เถียง ชัชรัณก็ดักคอและตัดบท

“คุณยายไม่ใช่เหรอที่บอกว่าพ่ออยู่กับเมียน้อย น้าศรีที่ท้าให้แม่ไปดูความจริง แต่แม่จะไม่ตายถ้าพ่อไม่ได้ทรยศแม่! ทุกคนทำให้แม่ต้องตาย ทุกคนเป็นฆาตกร ผมเกลียด...เกลียด!”

ooooooo

ชัชรัณไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้นอกจากมาลัย ผ่องกับเถกิงเครียดมาก ไม่เคยคิดว่าเรื่องทุกอย่างจะผลักให้ชัชรัณต้องกดดันและเจ็บปวดขนาดนี้ แต่โยทการู้ดีและโทษตัวเองที่ทำให้เรื่องยิ่งแย่

“โยผิดเอง...โยไม่ควรไปยุ่งกับเขาตั้งแต่แรกถ้าโยไม่เริ่ม แม่คงไม่ต้องเดือดร้อนแบบนี้ โยอยากให้มันจบ แต่มันก็ไม่จบสักที โยไม่รู้แล้วว่าต้องทำยังไง เมื่อไหร่มันจะจบ เมื่อไหร่มันจะจบสักที!”

กรรณิการ์สงสารลูกสาวจับใจ “โย...ใจเย็นนะลูก มันจะต้องมีทางนะ”

“แม่...โยทำให้คุณกิ่งต้องเจ็บ ทำให้คุณชัชเสียใจ โยทำลายความรักของเขา โยทำร้ายทุกคน”

เสียงร้องไห้ของโยทกาทำให้เถกิงที่แอบฟังจากด้านนอกสะเทือนใจมาก โดยไม่รู้เลยว่าชัชรัณก็เจ็บหนักไม่ต่างกัน ชกกำแพงห้องทำร้ายตัวเองจนมาลัยที่มาดูแลใจไม่ดี

“อย่าค่ะคุณหนู อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้”

“ผมรักโยทกา...อยากสร้างครอบครัวกับเขา อยากมีความสุขกับคนที่ผมรัก แต่ทำไมผมเลือกชีวิตผมไม่ได้เลย”

น้ำเสียงคร่ำครวญของหลานชายคนเดียวทำให้ผ่องเจ็บหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เพ็ญศรีมองมาด้วยความสงสัย ผ่องเงียบจนผิดสังเกต เดาไม่ถูกเลยจริงๆว่าอีกฝ่ายจะจัดการเช่นไรเรื่องชัชรัณกับโยทกา...

ค่ำคืนของบ้านวริศรักษ์ผ่านพ้นอย่างยากลำบาก ชัชรัณยังทำใจไม่ได้และพยายามจะปรับความเข้าใจกับโยทกา แต่เธอก็ไม่เปิดโอกาสให้ เถกิงสงสารและเห็นใจลูกชาย แต่ก็อยากให้เขาจัดการเรื่องคุณหญิงละอองก่อน

เพราะมันคือคำขอร้องครั้งสุดท้ายของสินีให้ดูแลวริศ ชัชรัณเลยยอมทำตามที่เถกิงขอ รับตำแหน่งผู้บริหารต่อจากเขา แต่กระนั้นก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้คุณหญิงละอองที่ประกาศต่อหน้าคณะกรรมการอย่างย่ามใจ

“มันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วค่ะ ต่อให้ใครพยายามจะเปลี่ยนก็ทำไม่ได้”

“ที่คุณป้าพูดถูกต้องทุกอย่างครับ มันก็เหมือนบริษัทนี้ที่คุณพ่อของผมสร้างมันขึ้นมา ผมที่เป็นทายาทก็ต้องเข้ามาดูแลรักษาตามสิทธิ์ที่ถูกต้องของผม ไม่ให้คนนอกแย่งเอาไปได้ง่ายๆ”

“ป้าดีใจนะที่ชัชดูแข็งขันกับการเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ แม่ยายอย่างป้าก็เบาใจว่ากิจการจะทำกำไรได้มหาศาล”

“ผมทำเพราะมันเป็นสมบัติของวริศรักษ์ ถ้าคุณป้าจะมีผลพลอยได้ก็แค่สมน้ำสมเนื้อ...ไม่กำไรหรอกครับ”

“กำไรสิ เพราะครอบครัวรสิกาญจน์จะมีชัชรัณ วริศรักษ์ รับผิดชอบดูแลตลอดชีวิตในฐานะลูกเขยที่แสนดี”

เถกิงหนักใจมากกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของคุณหญิงละออง ไม่ต่างจากกรรณิการ์ที่ต้องรับศึกหนักกับทิฐิของผ่อง ที่แม้กิ่งกาญจน์จะประกาศยอมรับเรื่องเป็นลูกบุญธรรมของคุณหญิงละออง และเป็นพี่สาวคนละแม่กับเธอ แต่ผ่องก็ไม่เปลี่ยนใจเรื่องแต่งงานเพราะอยากเอาชนะ

แต่ที่เถกิงกับกรรณิการ์เพิ่งรู้จากมาลัยหลังจากนั้น ทำให้สองสามีภรรยาตะลึงมาก เพราะผ่องไม่ได้ทำเพื่อหลานชายคนเดียวอย่างที่อ้างมาตลอด แต่ดึงดันเรื่องแต่งงานเพราะมีผลประโยชน์ คุณหญิงละอองจะทำให้วริศรักษ์กลับมาเป็นของเธออีกครั้ง หากทำให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้น...

ooooooo

แม้จะมีเรื่องหนักใจแต่ชัชรัณก็ไม่ลืมมาเยี่ยมกิ่งกาญจน์เสมอ และเมื่อกุสุมาแวะมาเยี่ยมในวันเดียวกัน เขาจึงขอตัวไปซื้อกาแฟ คลาดกับโยทกาที่มาเยี่ยมกิ่งกาญจน์เพียงแค่อึดใจ

โยทกาแอบได้ยินกุสุมากับกิ่งกาญจน์คุยเรื่องแต่งงานก็สะเทือนใจมาก เกือบจะผละไปแล้ว ถ้ากุสุมาจะไม่เห็นเธอเสียก่อนและเชิญเข้ามาในห้อง กิ่งกาญจน์เห็นท่าทางหลานสาวก็เดาได้ว่าคงกลุ้มใจเรื่องอาการของเธอ

“มันไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น มันคืออุบัติเหตุที่เราควบคุมไม่ได้ ต่อให้คุณ...เอ่อ...โยอยู่กับน้าตอนนั้น ก็ห้ามให้มอเตอร์ไซค์คันนั้นตัดหน้าไม่ได้หรอก...จริงไหม”

“ถึงตอนนี้...น้ากิ่งก็ยังดีกับโยเสมอ”

“ถึงจะไม่ใช่โย น้าก็จะพูดแบบนี้ เพราะมันคือความจริง”

โยทกายิ้ม ซึ้งใจมากกับความเข้าอกเข้าใจของน้าสาว แต่เพียงไม่นานก็ต้องหน้าเสีย เมื่อเหลือบไปเห็นภาพหน้าจอมือถือของชัชรัณที่ทิ้งไว้...เป็นรูปของเธอ

ชัชรัณกลับจากซื้อกาแฟพอดี โยทกาเลยขอตัวกลับ เขาอยากตามแต่ก็ถูกผ่องโทร.ตามตัวกลับบ้านเสียก่อนเพราะมีเรื่องเพ็ญศรีให้สะสาง ศิริพรผู้ดูแลที่เช่าชุมชนมีสุขถูกตามตัวมาด้วย พร้อมหลักฐานมัดตัวเพ็ญศรีแน่นหนาว่าเป็นคนขึ้นค่าเช่าโดยพลการ โดยแลกกับการไม่เอาเรื่อง

เพ็ญศรีร้อนรนมาก ถลาไปกอดขาผ่องขอให้ให้อภัย แต่ก็ถูกผ่องเฉดหัวออกจากบ้านวริศรักษ์อย่างไม่ไยดี...

จบเรื่องเพ็ญศรีที่จากไปพร้อมความอาฆาตแค้น ผ่องก็ต้องเครียดอีกรอบ เมื่อเถกิงเข้ามาขอจัดการเรื่องสินสอดงานแต่งของชัชรัณกับกิ่งกาญจน์ด้วยตัวเอง เพราะรู้ดีว่าคุณหญิงละอองต้องจัดหนักแน่

แล้วก็จริงดังคาด กิ่งกาญจน์ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อแม่บุญธรรมบอกจำนวนสินสอดที่จะเรียกร้องจากเถกิง

“กิ่งไม่อยากให้ชัชแต่งงานเพราะความรับผิดชอบ แม่ให้คุณลุงชดใช้เท่าที่แม่สูญเสีย คุณลุงไม่ยอมแน่”

“มันใช้วริศที่สามีฉันสร้าง ต่อยอดความเจริญชั่วลูกชั่วหลานของมัน ทุกบาทที่วริศให้ผลกำไร มันควรจะต้องเป็นของฉัน นี่ฉันกำลังช่วยให้ผู้หญิงห่วยๆอย่างแกได้สมหวัง และฉันก็ให้โอกาสแกตอบแทนบุญคุณของฉันที่ท่วมหัวของแกด้วยการแต่งงานแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”

กิ่งกาญจน์จะค้านแต่ก็ถูกแม่บุญธรรมตัดบท

“อย่าอวดเก่งอีกเลย สภาพง่อยเปลี้ยเสียขาของแกจะดูแลตัวเองได้ยังไง ฉันเลี้ยงแกให้เติบโต แต่จะไม่เป็นขี้ข้าดูแลแกทั้งชีวิตที่เหลือของฉันแน่!”

ooooooo

สถานการณ์ทุกอย่างย่ำแย่ลงทุกที เช่นเดียวกับความรู้สึกของชัชรัณที่ไม่เคยลืมโยทกาได้ และคืนนี้เขาก็ตัดสินใจจะเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่อง โยทกาตกใจมากที่เห็นเขาในห้อง แต่เขาก็ยืนยันว่ารู้สถานะตัวเองดี

“ผมจะไม่มีวันลืมผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก แต่ผมจะไม่ฝืน ถ้ามันจะทำให้คุณไม่มีความสุข”

โยทกาสะเทือนใจมาก แล้วก็ถึงกับอึ้งเมื่อเขาถอดสร้อยล็อกเกตมาสวมให้

“ล็อกเกตของแม่เป็นสิ่งที่ผมรักที่สุด เป็นของเพียงสิ่งเดียวที่ย้ำเตือนว่าแม่รักผมมากแค่ไหน วันนี้ผมอยากให้คุณสวมมันไว้ คนที่ผมรักทั้งสองคนจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนกับใคร แต่หัวใจผมจะอยู่กับคุณคนเดียว”

ชัชรัณน้ำตาร่วง สะเทือนใจถึงขีดสุด โยทกาใจอ่อนยวบ เช็ดน้ำตาให้เขาพลางปลอบเสียงอ่อน

“ขอให้คุณทำสิ่งที่สมควร ช่วยทำให้ฉันเชื่อที...ว่าฉันรักคนไม่ผิด”

กิ่งกาญจน์ก็พยายามหาคนช่วยไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือของแม่บุญธรรม และกฤตนัยก็เป็นคนแรกที่เธอคิดถึง เขารู้ดีและเตรียมตัวบินกลับหลังหมดพายุอยู่แล้ว ถ้าจะไม่ถูกคนแปลกหน้าดักซ้อมกลางทาง!

ไม่มีใครรู้เรื่องกฤตนัยถูกดักทำร้าย ยกเว้นคุณหญิงละอองที่วางแผนไว้หมดทุกอย่าง และเดินหน้าเรียกค่าสินสอดจากเถกิง ซึ่งก็เป็นไปตามคาด คือใบทะเบียนสมรสให้กิ่งกาญจน์ และสิทธิ์ในทรัพย์สินของวริศตามสถานะภรรยาโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายของชัชรัณ

เถกิงรับฟังด้วยสีหน้าสงบ ก่อนจะให้ทนายยื่นเอกสารบางอย่างให้คุณหญิงละออง

“นี่เป็นเอกสารการขายหุ้นของชาญวิทย์ให้ผม ครั้งแรกสิบเปอร์เซ็นต์ ครั้งที่สองสิบเปอร์เซ็นต์ ครั้งที่สามสามสิบเปอร์เซ็นต์ โดยมีข้อแม้ให้เงินปันผลในจำนวนหุ้น ยังคงจ่ายให้กับครอบครัวรสิกาญจน์จนกว่าเขาจะเสียชีวิต”

ทุกคนในบ้านวริศรักษ์ในฐานะพยานตะลึงมาก แต่คงไม่เท่าคุณหญิงละอองที่แหวลั่น

“โกหก! ไม่มีเหตุผลอะไรที่สามีฉันจะต้องขายหุ้นให้คุณ ในเมื่อเขาสร้างบริษัทนี้ขึ้นมา”

“เอกสารทางบัญชีในช่วงเวลาที่ชาญวิทย์บริหารบริษัทก่อนที่ผมจะเข้ารับช่วงบริหารต่อ ชาญวิทย์บริหารบริษัทขาดทุนและมีปัญหาหลายอย่าง เขาถึงตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดให้กับผม”

“เอกสารพวกนี้ต้องเป็นของปลอม ตอนมีชีวิตอยู่... สามีฉันไม่เคยพูดเรื่องนี้เลยสักครั้ง”

“คุณตรวจสอบทุกอย่างได้ เอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

“คิดจะลักไก่กับฉันใช่ไหม ถ้ามันเป็นความจริงเขาจะต้องบอกฉัน”

“เพราะชาญวิทย์มันกลัวคุณผิดหวัง ที่จริงมันขอให้ผมเก็บเรื่องนี้ไว้ แต่ผมไม่อยากให้ครอบครัวของผมต้องเดือดร้อนเพราะความเข้าใจผิดอีก ที่วริศยังปันผลให้กับรสิกาญจน์เพราะผมเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของผมกับสามีคุณ เรื่องการดูแลหนูกิ่ง ลุงสัญญาว่าทางวริศรักษ์ จะดูแลหนูกิ่งเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องการแต่งงาน...”

เถกิงกำลังจะบอกเลิกเพื่อความสุขของชัชรัณแต่ผ่องก็ขัดขึ้น ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามเดิม...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง
17 ก.ย. 2564

13:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 16:25 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์