ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไฟรักเพลิงแค้น

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • จินโจว
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • โซนิกซ์ทีม
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ชุดาภา จันทรเขต
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • กฤษฎา พรเวโรจน์,มทิรา ตันติประสุต

ไฟรักเพลิงแค้น ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

แพรหรือแพรไพรินฉลองเรียนจบชั้นมัธยมปีที่หกพร้อมเกรซและเมย์เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันตั้งแต่เด็ก สามสาวหยิบใบเกรดมาดูด้วยความปลื้มใจ โดยเฉพาะแพรที่สอบได้คะแนนเป็นอันดับต้นๆของชั้นปี เมย์เป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนไปเที่ยวทะเลฉลองเรียนจบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียนต่อ

แพรเป็นหญิงสาวเข้มแข็ง ไม่กลัวใคร ติดจะเย็นชาเพราะอดีตอันเลวร้ายที่เกิดกับครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน ชาติชายพ่อของเธอถูกเพื่อนรักหักหลังจนต้องฆ่าตัวตาย ส่วนกานดาแม่แท้ๆก็เสียใจจนคลั่งต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประสาท แต่ยังโชคดีที่กำธรอดีตลูกน้องคนสนิทของชาติชายรับเธอเป็นลูกบุญธรรม

กำธรเอ็นดูลูกบุญธรรมคนนี้มาก แพรเป็นเด็กรักดีและเฉลียวฉลาดจนเขาคิดว่าเธอคงมีอนาคตสดใส สาวน้อยเอานมอุ่นๆมาให้เขาในคืนวันจบการศึกษาและกราบขอบคุณสำหรับทุกเรื่องที่ทำเพื่อเธอมาตลอด

“แพรรู้ว่าคุณอาทำเพื่อแพร ถ้าไม่ได้คุณอา คงไม่มีโอกาสเรียน แพรคงต้องโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า...”

“แพร...อย่าคิดมากสิ สิ่งที่อาทำไปอาเต็มใจและมีความสุข อาไม่มีลูก แพรจึงเหมือนลูกของอา แล้วการที่แพรของอาเรียนดีก็ถือว่าแพรได้ตอบแทนอา ให้อาได้ชื่นใจในสิ่งที่ตั้งใจมอบให้แพร”

แพรน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ กำธรบอกให้เธอเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้แม่ในอนาคต แพรพยักหน้ารับ ตั้งใจว่าต้องทำให้แม่หายจากอาการทางจิตและกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขให้ได้ กำธรพาแพรไปเยี่ยมกานดาในเช้าวันต่อมาเพื่อลาไปเรียนต่อ แต่อาการก็เหมือนเดิม คือกานดาไม่รับรู้อะไรและมีท่าทางเหม่อลอย แพรคุกเข่าและคว้ามือแม่มาแนบแก้มตัวเอง...รักษาตัวให้หายนะคะ แพรเรียนจบจะกลับมาดูแลแม่ แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง

แพรมีกำหนดการไปเรียนต่อที่อังกฤษในอีกไม่

กี่สัปดาห์ต่อมา สาวน้อยเก็บกระเป๋าไปเที่ยวทะเลกับเกรซและเมย์ ฉลองเรียนจบก่อนแยกย้ายไปเรียนต่อ สามสาว มองบรรยากาศรีสอร์ตหรูริมทะเลด้วยความตื่นตาตื่นใจ พนักงานมาบอกว่ายศสรัลผู้บริหารรีสอร์ตจะมาต้อนรับเพราะเป็นแขกพิเศษ เมย์กับเกรซหน้าเสียเพราะไม่ได้เตรียมตัวมา ต่างจากแพรที่มีท่าทางเฉยๆ ไม่ยินดียินร้ายเพราะไม่ชอบเจอคนแปลกหน้าอยู่แล้ว

เกรซคิดอยู่ครู่จึงเสนอให้แพรเป็นตัวแทนพูดกับยศสรัล แต่แพรปฏิเสธและขอให้พาไปที่ห้องพักแทน ไม่อยากเจอผู้บริหารมาต้อนรับให้เอิกเกริก เมื่อยศสรัลทราบว่าแขกวีไอพีไม่อยากเจอหน้าเพราะคิดว่าผู้บริหารอย่างเขาเป็นคนแก่ก็ขำ และนึกสนุกขอดูตารางกิจกรรมเพื่อตามไปสมทบ

แพร เกรซและเมย์นั่งบนเรือยอชต์จนเริ่มหงุดหงิด เพราะรออยู่นานก็ไม่ออกเดินทางเสียทีทั้งที่เลยกำหนดการนานแล้ว ยศสรัลโผล่เข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน แนะนำตัวเองพร้อมรอยยิ้มกว้างและคำขอโทษที่มาช้าเพราะต้องพาแขกไปโรงพยาบาลกะทันหัน เมย์กับเกรซตื่นเต้นมากที่มีผู้บริหารหนุ่มหล่อหน้าตาดีมาดูแล ต่างจากแพรที่มองมาด้วยสายตาเย็นชาตามประสาคนไม่ชอบสังคม เกรซทึ่งมากที่ดูเหมือนยศสรัลจะรู้จักพวกเธอดี

“ที่จริงต้องรู้มากกว่านี้อีก แต่พอดีมีคนบอกว่าไม่อยากคุยกับคนแก่” ยศสรัลแซวขำๆ

สามสาวหน้าเจื่อน ทั้งอายทั้งเสียหน้าเพราะความเข้าใจผิด ยศสรัลไม่ถือสาและชวนคุยให้คลายความเครียด แพรเห็นเพื่อนกำลังเพลินเลยปลีกตัวไปชมวิว ยศสรัลหาโอกาสตามไปคุยด้วย แต่เหมือนแพรจะไม่สนใจและคอยเลี่ยงเขาตลอด ยศสรัลได้แต่มองตามนิ่งๆ เต็มไปด้วยความอยากรู้จักมากกว่าอยากตำหนิที่เธอมีท่าทางเย็นชา

ooooooo

ความสวยน่ารักของแพรทำให้ยศสรัลไม่อาจละสายตาจากเธอ บุคลิกแตกต่างจากตอนอยู่ต่อหน้าเขาทำให้นึกอยากรู้จักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เกรซกับเมย์ก็สังเกตเห็นว่ายศสรัลมีท่าทีสนใจแพร แต่เหมือนหญิงสาวต้นเรื่องจะไม่ยี่หระเพราะไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มเจ้าของรีสอร์ตจะมาไม้ไหน เลยเฉไฉว่าเพื่อนทั้งสองคิดไปเอง

“ก็คิดได้จากที่เห็นนี่แหละ พี่เขาทั้งหล่อ รวยและแสนดีดันไม่ชอบ แล้วแกชอบคนไม่ดีหรือไง” เกรซแกล้งถาม

“นี่...ฉันว่าแกสองคนหมกมุ่นแต่เรื่องพี่สรัล เปลี่ยนเรื่องดีกว่าไหม” แพรพยายามบ่ายเบี่ยง

“ทำไมล่ะ...คุยเรื่องพี่สรัลนี่แหละ ไหนบอกซิว่าชอบพี่เขาไหม” เมย์แหย่ แพรเมินหน้าหนีเขินๆและขอตัวไปเดินเล่นริมหาดคนเดียว เกรซกับเมย์ได้แต่มองตาม ยิ้มให้กันอย่างรู้กันว่าเพื่อนสาวอาจมีใจกับยศสรัล ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าแพรไม่ได้คิดถึงเรื่องเจ้าของรีสอร์ตหนุ่มหล่อ แต่ภาพความสงบริมทะเลกลับทำให้เธอคิดถึงพ่อกับแม่และตัวเองในวัยเด็กจับใจ

ยศสรัลแวะมาหาสามสาวที่บ้านพัก แต่ไม่เจอแพรเลยมองหา เกรซกับเมย์ยิ้มให้กันและบอกว่าแพรไปเดินเล่นริมหาดอีกด้าน ตามประสาสาวรักสันโดษที่มีโลกส่วนตัวสูง ยศสรัลนิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ เมย์เลยอธิบาย

“เขาขี้ระแวงคนแปลกหน้าค่ะ นี่เขาคุยกับพี่สรัลเยอะแล้วนะคะ”

“ถามคำตอบคำนี่เยอะแล้วหรือ” ยศสรัลย้อนถาม

“ถ้าเป็นคนอื่นเมินเป็นอากาศธาตุเลยค่ะ” เกรซ บอกยิ้มๆ

ยศสรัลพยักหน้ารับรู้ แอบโล่งใจเล็กน้อยเพราะคิดเอาเองว่าเธอคงไม่ชอบหน้าเขาเท่าไหร่ เมย์รีบออกตัวแทนเพื่อนว่าแพรมีลักษณะเป็นคนเก็บกดและเก็บตัวเพราะมีอดีตอันขมขื่น ยิ่งรู้ยศสรัลก็ยิ่งอยากรู้จักแพรให้มากขึ้นและอาสาไปตามแพรให้สองสาว...ใช้เวลาไม่นานเขาก็พบเธอนอนหลับตาที่ริมหาด แต่เมื่อเธอเห็นเขาก็ตั้งท่าจะลุก ยศสรัลไม่ยอมเสียโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับเธอจึงแกล้งพูดดักคอ

“มาเที่ยวทะเลต้องดูพระอาทิตย์ตกดิน สวยมากนะ หรือว่าแพรกลัวคนแปลกหน้า...ก็ตามใจนะ”

แพรตกหลุมพรางและรับคำท้าอยู่ดูพระอาทิตย์ตกดินกับเขา ยศสรัลหลอกล่อและชวนคุยอีกหลายประโยค

เกรซกับเมย์แอบตามสังเกตการณ์เพื่อนรักกับหนุ่มหล่อเจ้าของรีสอร์ต  แล้วก็ต้องอมยิ้มเพราะแพรมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากกว่าที่คิด สามสาวนั่งคุยกันถึงเรื่องยศสรัลอย่างจริงจัง แต่เหมือนแพรจะจงใจเฉไฉไม่บอกความรู้สึกที่มีต่อยศสรัล และใช้ไม้ตายปิดประตูล็อกห้อง...ไม่อยากบอกเพื่อนให้ถูกล้อว่ารู้สึกดีกับเขาเหมือนกัน

ooooooo

ความสัมพันธ์ของแพรกับยศสรัลพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หนุ่มหล่อเจ้าของรีสอร์ตหมั่นมาหาและเอาอก เอาใจอย่างที่ไม่เคยทำให้ใคร สาวน้อยก็ไม่นึกรังเกียจและสบายใจด้วยซ้ำที่มีเขาคอยดูแลไม่ห่าง เกรซกับเมย์ เฝ้ามองท่าทีของคนทั้งคู่ด้วยความปลื้มใจ ลุ้นสุดตัวเพราะอยากให้แพรเปิดหัวใจและมีชีวิตรักที่สดใสบ้าง

เกรซกับเมย์ตัดสินใจรุกหนัก ขอเบอร์ติดต่อยศสรัลให้แพรในวันสุดท้ายก่อนกลับ อ้างว่าจะได้ติดต่อกลับมาหากมีธุระ ยศสรัลสบตาแพรยิ้มๆแล้วยื่นนามบัตรให้สองสาวด้วยความยินดี เมย์ถือโอกาสบอกว่าแพรจะไปเรียนต่อที่อังกฤษในอีกไม่กี่อาทิตย์ ยศสรัลบอกว่าจะไปเรียนต่อเหมือนกันแต่เป็นที่อเมริกา พร้อมเสนอตัวเลี้ยงส่งสามสาวก่อนกลับกรุงเทพฯ แพรยิ้มรับเขินๆและเมื่อได้อยู่ลำพังกับเพื่อนรักก็ต่อว่าที่ทำเรื่องน่าอายขอเบอร์ผู้ชายก่อน เกรซยิ้มเจ้าเล่ห์

“เมื่อเช้าฉันสองคนนั่งคิดกัน แกไปเรียนเมืองนอกตั้งหลายปี ทำยังไงจะไม่ให้ขาดการติดต่อกับพี่สรัล”

“นี่...เราเป็นผู้หญิงนะ พวกแกไม่อาย แต่ฉันอาย ไปขอเบอร์ผู้ชายก่อน” แพรแขวะขำๆ

“แกไม่ต้องทำ เดี๋ยวฉันจัดการเอง รับรองคืนนี้แก ได้มีเพื่อนในเฟซบุ๊กชื่อยศสรัล โชตนุพงษ์แน่นอน”

ชื่อและนามสกุลจริงของยศสรัลทำให้แพรช็อกชั่วขณะ ชื่อของเขาทำให้ความทรงจำในอดีตหวนคืนอย่างช่วยไม่ได้ สมัยเธอยังเป็นเด็กหญิงแพรไพรินที่ชอบตามพ่อกับแม่ไปเล่นบ้านบัญชาเพื่อนรักของพ่อ ยศสรัลคือลูกชายคนรองของบัญชา และเขาคือเพื่อนเล่นวัยเด็ก...เพื่อนเล่นที่เป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเธอ

“สวัสดีค่ะเด็กๆ ครูชื่อแพรไพริน โชตนุพงษ์นะคะ”

“ได้ไงน้องแพร นั่นนามสกุลพี่นะ น้องแพรเอาไปใช้ไม่ได้ ต้องแต่งงานกับพี่ถึงจะใช้นามสกุลพี่ได้”

“งั้นน้องแพรแต่งงานกับพี่ชายก็ได้”

แพรดึงตัวเองจากอดีตและวิ่งไปจากตรงนั้น รู้สึกตกใจเหมือนมีอะไรมากดทับจนหายใจไม่ออก ภาพความทรงจำกลับมาใหม่ ตอนคัชพลพี่ชายคนโตของยศสรัลแกล้งผลักเธอล้มกับพื้น โดยมีธัญกรน้องชายคนเล็กของยศสรัลนั่งวาดรูปใกล้ๆ แพรจำได้ว่าเธอร้องไห้เพราะความเจ็บใจ แต่ยศสรัลก็ตามปลอบใจจนเธอยิ้มได้อีกครั้ง

ภาพในอดีตวิ่งวนในหัวเธอไม่หยุด แต่ที่สะเทือนใจสุดคือตอนชาติชายพ่อของเธอกับบัญชาพ่อของยศสรัลทะเลาะชกต่อยกัน ครั้งนั้นเธอยังเด็กและจำอะไรได้เลือนราง  แต่ภาพลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพ่อและอาการคลั่งเสียสติของแม่ทำให้เธอมือสั่นด้วยความคับแค้นใจ... ทำไมเธอถึงต้องวนเวียนมาเจอคนพวกนี้อีกครั้ง

เกรซกับเมย์ตกใจมากที่เห็นท่าทางแปลกๆของแพรเลยรีบตามไปดู เห็นเพื่อนนั่งกำหมัดแน่นที่ริมหาดเหมือนโกรธอะไรบางอย่าง แพรเครียดจัดและพึมพำเรื่อง ยศสรัลคนเดียว เกรซกับเมย์ใจไม่ดีและโอบปลอบด้วยความสงสาร แพรหันมากอดตอบเพื่อนและละล่ำละลักขอร้องขอให้พากลับบ้าน

เกรซพอจะรู้เรื่องในอดีตของเพื่อนมา พยักหน้าด้วยความเข้าใจและอาสาช่วยเก็บกระเป๋า ส่วนเมย์จับต้นชนปลายไม่ถูกและอยากรู้ว่าแพรเป็นอะไร เกรซตัดบทให้ช่วยกันเก็บของ ส่วนเรื่องแพรคงต้องรอให้เจ้าตัวเล่าเอง เมย์จำใจหุบปากด้วยสีหน้างุนงง แต่ไม่ได้นึกโกรธเคืองเพื่อนเพราะเชื่อว่าแพรคงมีเหตุจำเป็นบางอย่าง

กว่ายศสรัลจะรู้ว่าสามสาวออกจากรีสอร์ตไปแล้วก็ตอนรอที่ร้านอาหารจนผิดเวลา พนักงานต้อนรับเป็นคนบอกว่าแขกพิเศษทั้งสามออกไปตั้งแต่บ่าย ยศสรัลมึนงงมาก ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่มีใครบอกเขา รวมทั้งไม่เข้าใจสามสาว โดยเฉพาะแพร...หรือว่าเธอโกรธเคืองอะไรเขาอีก

ooooooo

เมื่อกำธรทราบเรื่องแพรไปเจอหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวบัญชาก็กังวลใจมาก โดยเฉพาะเมื่อเห็นท่าที เธอดูเหม่อลอยและเครียดจัดก็ยิ่งหนักใจ เขาตัดสินใจเลื่อนตั๋วเครื่องบินให้เธอไปเรียนเร็วขึ้น แพรน้ำตาไหลพราก พร่ำบอกกำธรว่าพยายามหักห้ามใจเต็มกำลังแล้ว แต่เหมือนความแค้นจะยังสุมแน่นในอก

“แพร...ฟังอานะ อดีตมันผ่านไปแล้ว สิ่งที่อยู่กับเรา คือปัจจุบันและอนาคต แพรต้องทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่แล้วเดินไปข้างหน้า แพรจะต้องเป็นคนใหม่...มีชีวิตใหม่”

แพรนิ่วหน้าไม่เข้าใจ กำธรยื่นซองสีน้ำตาลที่ถือ มาด้วยให้ เมื่อเปิดดูจึงเห็นเป็นเอกสารรับรองการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลของเธอใหม่เป็นนางสาววีรดา วาณิชโยธิน กำธรลูบหัวเธอเบาๆแล้วบอกให้เริ่มเป็นคนใหม่เสียทีไม่มีประโยชน์จะยึดติดกับเรื่องในอดีต แพรกอดพ่อบุญธรรมด้วยความตื้นตัน สัญญากับตัวเองจะเป็นคนใหม่ให้ได้

คืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง แพรหรือชื่อใหม่ว่าวีรดาหยิบรูปครอบครัวมาดูเป็นครั้งสุดท้าย ภาพความทรงจำเมื่อหลายสิบปีก่อนย้อนกลับมาในหัว ตอนชาติชายมาบอกว่าครอบครัวกำลังล้มละลาย เพราะบัญชาหักหลังและฮุบกิจการไว้คนเดียว เธอจำได้ว่าตามพ่อกับแม่ไปหา บัญชาอีกครั้งกลางดึกคืนนั้นเพื่อทวงส่วนแบ่งที่ควรเป็นของครอบครัวเธอ แต่เรื่องก็จบไม่สวยเพราะชาติชายกับบัญชาทะเลาะกันใหญ่โต

หลังจากนั้นไม่นานชาติชายก็ทนสภาพความ ล้มเหลวไม่ไหวและกระโดดตึกตายหนีความจริงโดยมี ลูกสาวคนเดียวและภรรยาเป็นพยานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กานดาถึงกับคลั่งเสียสติต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประสาท ส่วนแพรถูกนำตัวส่งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและได้กำธรมารับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมในเวลาต่อมา

แพรหรือวีรดาดึงตัวเองจากอดีต นั่งกำหมัดแน่นเพราะเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมายังเป็นฝันร้ายที่ไม่เคยจางหาย คำพูดของกำธรให้เริ่มต้นชีวิตใหม่วนเวียนในหัว เธอตัดสินใจแล้วว่าจะลองพยายามเป็นคนใหม่ดูสักครั้ง...

วันเวลาผ่านไปอีกหกปีต่อมา...กิจการท่าเรือของบัญชาเจริญรุ่งเรืองจนกลายเป็นท่าเรือที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด หนุ่มใหญ่ภูมิใจมากเพราะความก้าวหน้าของกิจการ ส่วนหนึ่งก็มาจากความทุ่มเทของคัชพลหรือใหญ่ ลูกชายคนโตซึ่งเขาหวังจะให้เป็นทายาทและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในอนาคต บัญชาเชิญนักข่าวและแขกเหรื่อในวงการธุรกิจมางานเลี้ยงขอบคุณสื่อที่ช่วยประชาสัมพันธ์กิจการและขึ้นเวทีประกาศเจตนารมณ์ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

“นอกจากงานเลี้ยงขอบคุณแขกทุกท่านแล้ว

ผมยังมีข่าวสำคัญจะบอกว่าคัชพลจะไม่ทำหน้าที่นี้แล้ว แต่ผมจะให้ยศสรัล...ลูกชายคนรองดำรงตำแหน่งนี้แทน ส่วนคัชพลจะถูกเลื่อนขึ้นไปเป็นรองประธานกรรมการฝ่ายบริหารครับ”

ทุกคนในงานปรบมือแสดงความยินดี บัญชายิ้มหน้าบานและให้สัมภาษณ์คู่กับคัชพล พร้อมกับเจนนางแบบสาวสวยคู่ควงคนล่าสุดของคัชพลที่มาร่วมแสดงความยินดี สินีภรรยาของบัญชาและแม่เลี้ยงของคัชพลยืนมองบรรยากาศในงานด้วยความชื่นชม โดยมีธัญกรหรือ เล็ก ลูกชายคนสุดท้องของบัญชายืนเซ็งอยู่ข้างๆ

“นี่ตาเล็ก ดูสิ...เราต้องเก่งให้เหมือนพี่ใหญ่เขานะ เห็นไหมวันนี้คุณพ่อมีความสุขมาก”

“แล้วผมต้องเจ้าชู้ให้เหมือนพี่ใหญ่หรือเปล่าครับ”

“แม่พูดเรื่องงาน...ไม่ได้พูดเรื่องผู้หญิงรายวันพวกนั้น”

ธัญกรมองบัญชาถ่ายภาพคู่กับคัชพลอย่างสนิทสนมแล้วประชด “ทำยังไงคุณพ่อก็ไม่มีวันมองว่าผมเก่งหรอกครับ ถ้าคุณแม่เล่นคุมผมทุกฝีก้าวแบบนี้ ผมก็เป็นได้แค่ลูกแหง่ในสายตาคุณพ่อ”

สินีค้อนลูกชายคนเล็กและเปลี่ยนไปเดินตามหาลูกชายคนกลางแทน ใช้เวลาไม่นานก็เจอยศสรัลยืนคุย งานกับผู้ช่วยตรงหน้างาน สินีเดินไปต่อว่าที่เขาไม่อยู่ในงาน พร้อมกับบัญชาและคัชพล

“นี่ก็อีกคน...นักข่าวมากันเต็ม ไม่รู้จักมานั่งให้เขาถ่ายรูป”

“อันนั้นผมขอให้เป็นหน้าที่พี่ใหญ่เถอะครับ...ผมไม่ถนัด”

“ไม่ถนัดก็ต้องไป แกไม่อยากได้หน้าแต่แม่อยากได้!”

ยศสรัลตั้งท่าจะค้านแต่สินีไม่ยอม บังคับให้กลับเข้าไปในงานเพื่อถ่ายภาพและสัมภาษณ์ร่วมกับพ่อและพี่ชายจนได้ เขาจำใจตามไปแต่ก็หาโอกาสปลีกตัวหนีไปตอนคัชพลทำตัวเด่นในงาน ด้วยการควงนางแบบหน้าไม่ซ้ำ ให้นักข่าวถ่ายภาพด้วยความภาคภูมิใจ สินีเจ็บใจมากและมองหาลูกชายคนกลางให้วุ่น แต่ยศสรัลก็หายตัวไปแล้ว

ธัญกรมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งคัชพลที่ทำตัวเป็นหนุ่มเนื้อหอมไฮโซที่ใครๆก็อยากควง ยศสรัลที่แอบหนีแม่ไปนอกงานเพราะไม่ชอบสังคม ชายหนุ่ม เบื่อหน่ายที่ต้องออกงานบรรยากาศน่าเบื่อแบบนี้เลยตัดสินใจจะออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสนิท ยศสรัล

ผ่านมาเห็นน้องชายกำลังจะขึ้นรถจึงพยายามรั้งไว้เพราะกลัวบัญชาไม่พอใจ

ธัญกรไม่ยี่หระ “พี่สรัล...ฮีโร่คนโปรดงานนี้คือ พี่ใหญ่ เบ๊รับใช้คือพี่สรัล ส่วนผม...อากาศธาตุของบ้าน ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีหน้าที่ ผมเบื่อจะต้องคอยออกงานสร้างภาพครอบครัวอบอุ่น...ไปนะครับ”

ธัญกรขึ้นรถจากไปแล้ว ยศสรัลมองตามอย่างระอาใจ...ไม่อยากให้น้องชายคิดอคติกับพ่อแบบนี้

ooooooo

ธัญกรตรงไปสถานที่เที่ยวชื่อดังแก้เซ็งที่ถูกพ่อเมินและไม่เห็นค่า แต่เพื่อนสนิทในกลุ่มดันก่อเรื่องวิวาทเพราะแย่งผู้หญิงคนอื่นจนเป็นเหตุให้ชกต่อยและกลายเป็นข่าวฉาวในเวลาไม่นาน เมื่อบัญชาทราบเรื่องก็เรียกลูกชายคนเล็กมาต่อว่าอย่างหนัก โดยมีคัชพล ยศสรัลและสินีนั่งฟังอยู่ด้วย

ธัญกรไม่แก้ตัวว่าไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง แต่กลับกวนประสาทพ่อด้วยการยอกย้อนจนบัญชาโกรธจัด

สินีเห็นท่าไม่ดีเลยพยายามห้ามไม่ให้ลูกชายคนเล็กยั่วอารมณ์พ่อ แต่เหมือนไม่ค่อยได้ผลเพราะธัญกรไม่สะทกสะท้านเลย

“ผมไม่สนอะไรทั้งนั้น...ผมอยากรู้ว่าคุณพ่อคิดยังไงกับผมกันแน่”

สินีหน้าซีด ขอร้องให้ลูกชายคนเล็กหยุดพูด บัญชาโบกมือให้ภรรยา “ไม่ต้องไปห้ามมัน ได้...ถ้าแกอยากรู้ ฉันจะบอกให้ว่าฉันเห็นแกเป็นเด็กที่ไม่โต ถ้าแกเป็นอย่างนี้ ฉันคงไม่ไว้ใจให้แกดูแลงานการเหมือนพี่ๆแกได้หรอก”

ธัญกรสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว “คุณพ่อไม่ต้องมาอ้างว่าผมนิสัยเป็นเด็กหรอกครับ เพราะยังไงคุณพ่อก็ไม่เคยไว้ใจผมอยู่แล้ว ปัญหามันอยู่ที่คุณพ่อไม่ใช่ผม”

“ไอ้เล็ก...ถ้าแกเถียงฉันอีกคำเดียว ฉันตบแกลงไปกองตรงนี้แน่!”

ธัญกรกำหมัดแน่นด้วยความอัดอั้นที่พูดอะไรไม่ได้ บัญชาเดือดจัดและสั่งไม่ให้ลูกชายคนเล็กมาร่วมงานกาล่าดินเนอร์ตอนเย็นวันต่อมา ธัญกรสะบัดหน้าอย่างหัวเสีย ยศสรัลรอจนพ่อแม่และพี่ชายคนโตออกไปจึงพยายามพูดกับน้องชายไม่ให้ยั่วโมโหพ่อมากไปกว่านี้ แต่ธัญกรยังเคืองและโต้กลับอย่างเกรี้ยวกราด

“พี่สรัลไม่เห็นหรือว่าคุณพ่อมองผมเป็นอะไร กาฝากมาเกาะกินหรือไง”

“เล็ก...ถ้านายอยากให้คุณพ่อเปลี่ยนความคิด นายต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ใช่การเถียงด้วยอารมณ์”

ธัญกรสูดลมหายใจยาวแล้วโพล่งกลับเคืองๆ “แล้วพี่จะให้ผมทำอะไร งานการก็ไม่ให้ทำ เป็นลูกชายเจ้าของบริษัทใหญ่แต่ไม่มีตำแหน่งอะไรเลย ถ้าพี่เป็นผมพี่จะทำยังไง”

ยศสรัลอึ้งไปเพราะคำพูดน้องชายเป็นเรื่องลำบากใจ จริงๆ ธัญกรเห็นพี่ชายไม่พูดอะไรเลยสะบัดหน้าออกไปด้วยความหงุดหงิด...เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานของ บัญชา สินีพยายามบอกให้สามีใจเย็นๆและให้โอกาสธัญกรบ้าง อย่างน้อยๆลูกชายคนเล็กก็ไม่เคยมีประสบการณ์ โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน

“เด็กเหรอ...โตจนใช้เงินวันละเป็นหมื่นนี่เรียกว่าเด็กหรือสินี ก็เพราะคุณเลี้ยงลูกแบบนี้ไง ไอ้เล็กถึงไม่ได้เรื่อง”

“แล้วทีตาใหญ่ ตาสรัลที่ได้เรื่องล่ะคะ ฉันไม่ได้เลี้ยงหรือไง”

“คุณเลี้ยง...แต่ตาใหญ่มันได้เลือดผม ส่วนตาสรัลผมก็ส่งไปโรงเรียนประจำตั้งแต่เด็ก มันถึงมีวินัยแล้วก็รับผิดชอบ ขืนให้อยู่กับคุณก็คงพังเหมือนไอ้เล็กนั่นแหละ”

สินีหน้าเจื่อน ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เธอจะโต้กลับแต่บัญชาตัดบทและไล่เธอออกจากห้อง สินีคับแค้นใจมากแต่จำต้องออกจากห้องตามคำสั่งเพราะไม่อยากมีปัญหา บัญชาไม่ยี่หระท่าทางกระฟัดกระเฟียดของภรรยาแม้แต่น้อย แต่กลับมีสีหน้าอ่อนลงเมื่อหยิบภาพถ่ายเก่าๆของกานดาสมัยยังสาวขึ้นมาดู...

ooooooo

แพรเปลี่ยนชื่อเป็นวีรดาและใช้ชื่อเล่นว่าวีด้าเป็น เวลากว่าหกปีที่เธอศึกษาต่อในอังกฤษ ชีวิตนักเรียนนอกของเธอเป็นไปด้วยดี โดยมีดนัยเป็นเพื่อนชายคนสนิทที่ดูแลเธออย่างดีตลอด เมื่อเรียนจบวีด้าจึงตัดสินใจกลับเมืองไทยพร้อมดนัย แต่ไม่ยอมบอกให้กำธรรู้ล่วงหน้าเพราะอยากให้พ่อบุญธรรมแปลกใจเล่น

กำธรดีใจที่ได้เจอวีด้า และยินดีต้อนรับดนัยอย่างดีเพราะชอบใจที่เขาดูแลลูกสาวบุญธรรมเป็นอย่างดีตลอด หนุ่มใหญ่ชักชวนให้มาทำงานด้วยกัน แต่ดนัยปฏิเสธและบอกว่าเพิ่งได้งานที่เดียวกับวีด้า กำธรแปลกใจที่ลูกสาวบุญธรรมจะไม่มาทำงานด้วย วีด้ายิ้มประจบบอกว่าขอหาประสบการณ์สักพักแล้วจะมาขอทำงานด้วยแน่นอน

ดนัยอมยิ้มที่เห็นความรักความผูกพันของวีด้ากับกำธร “วีด้าเขาไฟแรงครับคุณอา ตั้งแต่ตอนเรียนที่โน่นแล้ว ชอบแข่งขัน...ขยันเรียนจนผมตามแทบไม่ทัน เหนื่อยแทบตายครับ”

“แล้วนอกจากเรื่องเรียน มีกิจกรรมอะไรกันบ้างล่ะ เล่าให้อาฟังบ้าง”

“คุณอาอยากทราบจริงๆหรือครับ...วีด้าชอบกีฬาผาดโผนครับ อะไรที่อันตรายน่ะเขาชอบมาก”

 วีด้าได้ยินดนัยพูดถึงวีรกรรมของเธอก็โวยวายใหญ่ กำธรส่ายหน้าขำๆแต่ไม่วายเตือนวีด้าให้เลิกทำกิจกรรมพวกนั้น เป็นห่วงกลัวเธอจะเป็นอันตราย วีด้าได้แต่รับคำแบบขอไปทีเพราะไม่อยากขัดใจพ่อบุญธรรม

ฝ่ายยศสรัลเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยงานสายการตลาดหลังจากงานขอบคุณสื่อ มณฑิตาสาวไฮโซคนสวยที่บัญชากับสินีหมายตาให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของเขาตามไปแสดงความยินดีถึงห้องทำงานใหม่ ยศสรัลมีสีหน้าเหนื่อยหน่าย และต้องกระอักกระอ่วนใจกว่าเดิมเมื่อเธอชวนไปทานมื้อเย็นด้วยกัน

ยศสรัลยอมตามใจอย่างเสียไม่ได้ มณฑิตาแต่งตัวสวย เต็มยศเพื่อไปทานอาหารในภัตตาคารหรูหราใจกลางเมือง ซึ่งเธอเป็นคนจัดการทุกอย่าง ยศสรัลมองบรรยากาศ

รอบตัวด้วยสายตาเบื่อหน่ายแต่ต้องข่มความรู้สึกไว้เพื่อตัดปัญหา มณฑิตาไม่สังเกตเห็นท่าทางนั้นและเข้าใจเองว่าเขาชอบใจกับสิ่งที่เธอตั้งใจเตรียมให้

“รู้ไหมคะเวลามณทำอะไรให้สรัล มณมีความสุข มากทุกครั้งเลย แต่มีอย่างหนึ่งที่จะทำให้มณมีความสุข

มากขึ้นอีก...มณอยากรู้ว่าเราคบกันมาถึงวันนี้ สรัลรู้สึกอย่างไรกับมณบ้างคะ”

ยศสรัลไม่พูดอะไร ไม่อยากหักหาญความรู้สึกเพราะ ถ้าให้บอกตรงๆคือเขาไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลย มณฑิตาเคืองมากที่เขาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ จึงตัดสินใจผละออกมาเพื่อกลับบ้าน ยศสรัลถอนใจเครียดๆและตามไปรั้งไว้ อยากอธิบายให้เธอเข้าใจสถานการณ์น่าอึดอัดของเขาแต่เหมือนเธอจะไม่เข้าใจ

“มณรู้ว่าเราสองคนคบกันเพราะผู้ใหญ่ แต่สรัลก็รู้ว่าถึงวันนี้มณรักคุณแค่ไหน ทำไมคุณไม่เปิดใจให้มณบ้าง”

ยศสรัลอ้างว่ามีงานยุ่ง คงไม่มีเวลาทุ่มเทให้เรื่องอื่นตอนนี้ มณฑิตาสวนทันที “ไม่ต้องบ่ายเบี่ยงหรอกค่ะ มณรู้ว่าวันนี้สรัลไม่ได้รักมณ แต่มณไม่ยอมแพ้หรอก มณจะทำให้คุณรักมณให้ได้...และในอนาคต มณจะได้เป็นภรรยาคุณ”

มณฑิตาประกาศกร้าวและตัดสินใจกลับบ้าน หมดอารมณ์จะทานมื้อเย็นสุดโรแมนติก ยศสรัลอาสาไปส่งและรอเธอทำธุระส่วนตัวที่หน้าห้องน้ำ แต่กลับทำให้เขาเจอหญิงสาวใบหน้าคุ้นตาที่ทำให้นึกถึงสาวน้อยที่เขาเคยตกหลุมรักเมื่อหกปีก่อน วีด้าตกใจที่เห็นเขารีบหาทางวิ่งกลับไปที่โต๊ะและชวนดนัยกลับบ้าน ส่วนยศสรัลตั้งท่าจะตามแต่มณฑิตาออกมาจากห้องน้ำเสียก่อนเลยจำต้องหมุนตัวไปขึ้นรถแทน

ตอนที่ 2

วีด้าเริ่มแผนล้างแค้นครอบครัวบัญชาด้วยการลาออกจากงาน โดยไม่แม้แต่จะบอกให้ดนัยรับรู้ถึงเหตุผล หญิงสาวเครียดจัดและไประบายออกด้วยการเล่นกิจกรรม รุนแรง อันตรายและผาดโผนอย่างที่ชอบทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดนัยเป็นห่วงมากและพยายามติดต่อหาแต่วีด้าไม่ยอมรับสายและบอกว่าจะติดต่อกลับเอง

ด้านครอบครัวบัญชา...ไม่รู้ตัวว่ากำลังจะมีคนมาสร้างเรื่องวุ่นวาย แต่เกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัวแทนเพราะธัญกรไม่ได้อย่างใจบัญชา ลูกชายคนเล็กของบ้านเรียนจบแต่ไม่มีงานทำ และเลือกเที่ยวเตร่ประชดพ่อที่ไม่เคยเห็นค่าและให้ความสำคัญเทียบเท่ากับพี่น้องคนอื่น

บัญชาไม่สนใจฟังเหตุผลใดๆและเลือกใช้ไม้แข็งดัดนิสัยลูกชายคนเล็ก ธัญกรไม่พอใจมากและโต้กลับด้วยท่าทีกวนประสาทไม่แพ้กัน สินี ยศสรัลและคัชพลเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างเครียดๆ แต่ไม่รู้จะทำยังไงเพราะบัญชาไม่รับฟังใครและตั้งหน้าตั้งตาจับผิดธัญกรตลอดเวลา ยศสรัลพยายามไกล่เกลี่ยแต่เหมือนจะทำให้ธัญกรเคืองมากขึ้น

“ตกลงผมต้องอยู่ในโปรแกรมคำสั่งของทุกคนใช่ไหมครับ ต้องตื่น ต้องกิน ต้องอาบน้ำ”

บัญชาเหลืออดสวนกลับ “ใช่...แล้วแกก็ควรปฏิบัติตามคำสั่ง เลิกทำตัวลอยไปลอยมาแบบนี้สักที เมื่อไหร่แกมีสามัญสำนึกของตัวแกเองบ้าง ฉันชักจะหมดความอดทนกับแกแล้วนะ”

ธัญกรไม่ยอมแพ้โต้กลับว่าเป็นความผิดของพ่อที่ไม่ให้ทำงานที่บริษัท บัญชาโมโหและประกาศกร้าวจะตัดเงินเดือนเขา สินีหน้าซีดเผือด ถลันไปขวางระหว่างพ่อลูกและขอให้ใจเย็นๆแต่ไม่เป็นผล

“เธอหยุดไปเลยนะสินี โอ๋มันเข้าไป ตามใจมัน

จนเสียคน เธอน่ะตัวดีเลยที่ทำให้ไอ้เล็กเป็นแบบนี้”

“พ่อครับ...ให้เล็กไปทำงานกับผมไหมครับ ผมจะสอนงานให้น้องเอง” ยศสรัลช่วยพูด

“ก็ดีนะครับพ่อ แล้วถ้านายเล็กมีโครงการอะไรดีๆ จะเสนอ ผมจะผลักดันให้” คัชพลสนับสนุน

“ฉันเคยพูดไปแล้วว่ามันต้องไปหัดทำงานจากที่อื่นก่อนจนกว่าฉันจะไว้ใจ”

ธัญกรโกรธจัดและผลุนผลันออกจากห้อง สินีตั้งท่าจะแก้ตัวแทนลูกชายแต่บัญชาโบกมือตัดบทไม่ฟัง คัชพลกับยศสรัลมองหน้ากันด้วยความหนักใจ เป็นห่วงทั้งแม่กับน้องชาย...ไม่อยากให้ขัดใจพ่อจนเป็นเรื่องแบบนี้

ฝ่ายดนัยตามหาวีด้าจนเจอและถามหาสาเหตุที่ลาออก แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงเหตุผลง่ายๆว่าจะไปช่วยงานกำธร ดนัยไม่อยากเชื่อเพราะรู้จักวีด้าดีว่าคงมีอะไรมากกว่านั้น แต่เขาก็รู้ดีเช่นกันว่าคงง้างปากไม่ได้หากเธอไม่ยอม

วีด้าไม่สบายใจนักที่ต้องโกหกและปิดบังเพื่อนชายคนสนิท แต่ความแค้นที่สุมอกมาตลอดหลายปีทำให้ตัดใจและมุ่งมั่นแต่เรื่องล้างแค้น เธอศึกษาประวัติบริษัทของบัญชา พร้อมกับจัดแจงเปลี่ยนโฉมตัวเองให้เป็นหญิงสาวหน้าตาจืดชืด บุคลิกคงแก่เรียน รวมทั้งเปลี่ยนชื่อ ตัวเองใหม่เป็นนางสาวสุดธิดา ทิพย์ศรี เพื่อไปสมัครตำแหน่งเสมียนเล็กๆในบริษัท เพื่อสืบข้อมูลและความเคลื่อนไหวภายในได้อย่างแนบเนียนที่สุด

ooooooo

ภาสุรีหัวหน้างานประจำบริษัทของบัญชาก้มมองใบสมัครของสุดธิดา ทิพย์ศรีอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวพร้อมวุฒิปริญญาโทจากเมืองนอกจะมาสมัครงานตำแหน่งเล็กๆที่นี่ทำไม

“บ้าหรือเปล่าเนี่ย มาสมัครงานตำแหน่งนี้น่ะ คุณสมบัติเธอเป็นหัวหน้าคนอื่นได้เลยนะ”

วีด้ายิ้มบางๆพลางตอบเสียงซื่อ “ตอนนี้หางานยากค่ะ มีอะไรก็ทำไป ดีกว่าไม่มีงานทำ”

“แสดงว่าเธอต้องมีจุดอ่อนสินะถึงหางานตามวุฒิที่จบมาไม่ได้ เอาล่ะ...ฉันจะลองดู ทดลองงานสามเดือน เงินเดือนหมื่นห้า และนี่กฎระเบียบบริษัท เอาไปอ่านอย่างละเอียดและห้ามมาสายเด็ดขาด!”

วีด้ามองมานิ่งๆ ท่าทางเย่อหยิ่งทำให้ภาสุรีอดหมั่นไส้ไม่ได้ จนถึงกับเตือนให้ปรับปรุงท่าทางแบบนั้นถ้าอยากทำงานที่นี่นานๆ แต่วีด้าก็ไม่ยี่หระ ปรายตามองนิดหน่อยและเดินเชิดออกไปอย่างไม่สนใจอะไรอีก

ภาสุรีได้เห็นศักยภาพการทำงานของพนักงานสาวหน้าจืดคนใหม่ในอีกไม่กี่วันต่อมา ท่าทางแข็งขืนยังคงมีเหมือนเป็นบุคลิกเฉพาะตัว แต่เจ้าตัวดูจะไม่ใส่ใจนักว่าใครจะมองอย่างไร ก้มหน้าก้มตาทำงานจนภาสุรีด่าไม่ออก วีด้าแฝงตัวได้แนบเนียนมากและเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับกุ้งและแป๋มพนักงานสาวช่างเม้าท์เพื่อสืบข้อมูลของบัญชา

กุ้งและแป๋มไม่ค่อยชอบหน้าพนักงานสาวหน้าจืดคนใหม่นักในช่วงแรก แต่เมื่อเห็นความขยันขันแข็งและท่าทีเฉยเมยเหมือนไม่สนใจโลกภายนอกเลยคิดว่าคงไม่ใช่คู่แข่งบริหารเสน่ห์ โดยเฉพาะกับคัชพลรองประธานกรรมการบริหารของบริษัท หนุ่มหล่อเนื้อหอมที่ใครๆก็อยากมีโอกาสเป็นคู่รักหรือแม้แต่คู่ควงชั่วคราวสักครั้ง วีด้าแกล้งทำเป็นไม่สนใจท่าทางตื่นเต้นของกุ้งกับแป๋มแต่แอบเก็บข้อมูลของหนุ่มๆ

ทายาทของบัญชาเงียบๆแทน

ฝ่ายคัชพลไม่รู้ตัวว่ามีคนจับตาดูพฤติกรรม ยังทำตัวเจ้าชู้เหมือนเดิม โดยมีภาสุรีคอยจัดคิวและสับหลีกไม่ให้สาวๆที่เขาเบื่อโทร.มาก่อกวนใจ วีด้าจดจำข้อมูลทุกอย่างและตั้งหน้าหาข้อมูลกับกุ้งและแป๋ม เพราะรู้ดีว่าสาวๆที่คลั่งไคล้เจ้านายจะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีเสมอ แล้วก็ไม่ต้องผิดหวังเพราะสองสาวเต็มใจเล่าอย่างไม่ปิดบัง

แป๋มเป็นฝ่ายเริ่มเล่า อยากแสดงตัวเต็มที่ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของคัชพล “คุณคัชพลน่ะเจ้าชู้จะตาย ใครจะรู้ พวกเราคนใดคนหนึ่งอาจจะได้เป็นหนึ่งในแฟนเขา แค่นั้นก็สบายแล้ว โอ๊ย...ทั้งหล่อทั้งรวยครบเครื่อง”

เพื่อนร่วมงานคนอื่นได้ฟังก็อดแย้งไม่ได้ว่าคงไม่หมูเพราะคัชพลเป็นหนุ่มเนื้อหอมหวงความโสด

กุ้งพยักหน้าเสริม เพราะเห็นสาวๆอกหักกลางอากาศมาหลายงานแล้ว “ก็จริงนะ คุณใหญ่น่ะ...ระแวดระวังถอดแบบท่านประธานมาเลย ยิ่งเรื่องผู้หญิงนะ

พอใครคิดจะจริงจังฉันเห็นคุณใหญ่สลัดทิ้งทุกที”

วีด้าเก็บข้อมูลของคัชพลไปคิดแผนการดึงดูดความสนใจ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้เรื่องเพราะยังขาดข้อมูลอีกหลายอย่าง ไม่กี่วันหลังจากนั้นเธอก็มีโอกาสพบลูกชายคนกลางของบัญชา เพราะภาสุรีให้นำเอกสารไปให้เขาที่ฝ่ายการตลาด วีด้าอึ้งไปอึดใจเพราะไม่พร้อมเผชิญหน้ายศสรัล กุ้งกับแป๋มอาสาไปแทนเพราะอยากเสนอหน้าเต็มที่ แต่ภาสุรีดักคอทันควัน รู้ดีว่าสองสาวคงจะอยากไปเจอยศสรัลเพื่อยั่วเสน่ห์มากกว่า

“ฉันรู้ว่าพวกหล่อนจะไปส่งสายตาให้คุณยศสรัล วันๆไม่ต้องทำอะไรกันล่ะ กรี๊ดคุณใหญ่ที คุณยศสรัลที”

“ก็หล่อทั้งคู่นี่คะ เลยเลือกกรี๊ดไม่ถูก กุ้งรู้นะว่าคุณภาก็แอบกรี๊ดเหมือนกัน”

“นี่แม่กุ้ง...ฉันเพื่อนเล่นเธอหรือ แล้วหน้าเนี่ย...

โบกเข้าไป ที่นี่บริษัทเรือนะยะไม่ใช่บริษัทก่อสร้าง

แม่สุดธิดา...รีบไปส่งงานแล้วรีบกลับมา อย่าใจแตกเหมือนแม่พวกนี้ล่ะ”

วีด้าหน้าเจื่อน ไม่อยากเจอหน้าเพราะเสี่ยงที่ยศสรัลจะจำเธอได้ ภาพความทรงจำในอดีตที่รีสอร์ตริมทะเลทำให้เริ่มกังวล แต่เมื่อคิดถึงความแค้นของครอบครัวก็ตัดสินใจเดินหน้า ยศสรัลมัวสนใจเอกสารในมือจนไม่ทันเห็นพนักงานสาวหน้าจืดที่มาป้วนเปี้ยนในแผนกของเขา วีด้าลอบมองหน้าตาหล่อเหลาที่จดจำได้ดีเหมือนต้องมนต์สะกด แต่เมื่อตั้งสติได้จึงรีบผละไป ยศสรัลเห็นหลังไวๆแต่ไม่ติดใจมากเพราะไม่คิดว่าเป็นใครที่เคยรู้จัก

ooooooo

กุ้งกับแป๋มรออยู่แล้วตอนวีด้ากลับไปที่ห้องทำงาน ซักถามกันให้วุ่นว่าเห็นยศสรัลเป็นอย่างไรบ้าง วีด้าก้มหน้านิ่ง ไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร สองสาวช่างเม้าท์ก็คุยฟุ้งถึงเรื่องในอดีตที่เคยได้ใกล้ชิดกับเขา แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆและเป็นเพราะเรื่องงานก็เถอะ โดยเฉพาะกุ้งที่เป็นเอามาก

“คุณยศสรัลเป็นลูกชายคนกลาง มีน้ำใจมาก ออกจะรักสันโดษ นิสัยต่างกับพี่น้อง เรียกว่าคนละทางเลยล่ะ”

แป๋มพยักหน้าเห็นด้วยทุกอย่าง แต่อดบ่นเซ็งๆไม่ได้ว่ายศสรัลดีทุกอย่างแต่ติดที่มีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว

“แต่ฉันก็ได้ยินมาว่าเขาก็ไม่ได้เต็มใจหมั้น แต่ต้องยอมตามใจท่านประธาน” กุ้งไม่หมดหวัง

“ใครว่าเป็นเศรษฐีจะมีแต่ความสุขนะ ก็เห็นเอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้งทั้งนั้น” แป๋มเสริม

“นั่นแหละความสุขของตระกูลเขา แล้วคุณยศสรัลก็รับภาระไป” กุ้งเปรยปลงๆ

วีด้าหน้าเสีย ไม่คิดมาก่อนว่ายศสรัลจะมีคนรักแล้ว แต่สติก็ทำให้เธอควบคุมตัวเองได้และตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลบรรดาลูกชายของบัญชาต่อไป แป๋มไม่รู้เรื่องและเผลอเล่าเรื่องธัญกรลูกชายคนเล็กว่าเด็กเกินไป

กุ้งเบ้หน้าเซ็งๆ “อย่างกับคุณเล็กจะสนหล่อน

งั้นแหละ ฉันว่าเขาไม่เด็กแล้วนะ จบมหาวิทยาลัยแล้ว แต่พวกเราไม่ค่อยรู้ประวัติเขาหรอก เพราะยังไม่เข้ามาทำงานที่นี่ รู้แค่ว่าชอบเที่ยว ใจร้อน เอาแต่ใจไม่ค่อยลงรอยกับพ่อ”

วีด้าเก็บข้อมูลเต็มที่แล้วแกล้งถามต่อ “แล้วท่านประธานรักใครมากที่สุดในสามคนนี้”

“ก็ต้องคุณคัชพลสิ เลื่อนขั้นให้เป็นรองประธานฝ่ายบริหาร ตำแหน่งใหญ่กว่าคุณยศสรัลเสียอีก” กุ้งตอบ วีด้าตีหน้าซื่อไม่แสดงความตื่นเต้น แต่ในใจเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็วและคิดแผนเข้าหาคัชพล หญิงสาวหมกมุ่นกับเรื่องล้างแค้นจนลืมเรื่องอื่น เกรซแปลกใจที่เพื่อนสาวหายหน้าหายตาเลยตัดสินใจมาหาพร้อมของฝากจากต่างประเทศให้เพื่อนรักกับหนุ่มคนสนิท วีด้าหน้าเสียเมื่อได้ยินชื่อดนัย เกรซมองมาด้วยสายตาสงสัยและเริ่มต้นคาดคั้น

“ฉันโทร.ไปหาแกที่บริษัท เขาบอกว่าแกลาออกไปแล้ว ฉันเลยขอคุยกับดนัย เขาบอกว่าไม่เจอแกมาหลายวันแล้ว มีอะไรอยากเล่าให้ฉันฟังไหม”

วีด้าถอนหายใจยาวแล้วตัดสินใจบอกความจริงที่จะล้างแค้นบัญชาให้ครอบครัว เกรซตกใจร้องห้ามพัลวัน

“ถ้าเขารู้ว่าแกเป็นใครเขาจะปล่อยแกหรือ ได้ข่าวว่านายบัญชามีอิทธิพลมากนะ แล้วดนัยรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

“มีแกรู้เรื่องนี้คนเดียว ห้ามเล่าให้ใครฟัง แม้แต่คุณอาฉัน แล้วก็หยุดถามอะไรฉันได้แล้ว”

เกรซอ้าปากจะค้านอีกรอบแต่วีด้าตัดบท...ยังไงฉันก็ไม่เปลี่ยนใจแน่ คราวนี้มันต้องตายกันไปข้าง!

 และแล้วโอกาสทองก็มาถึงเมื่อภาสุรีต้องไปข้างนอกและใช้ให้พนักงานสาวหน้าจืดเฝ้าหน้าห้องคัชพลและทำหน้าที่รับโทรศัพท์สาวๆในสังกัดของเขาแทน วีด้าดีใจมากแต่ต้องแกล้งทำเป็นกลัวๆ กล้าๆให้สมบทบาทพนักงานใหม่ไม่เคยงาน ภาสุรีส่ายหน้าเซ็งๆบอกว่าไม่เห็นต้องคิดมาก แค่ท่องจำไว้ว่าไม่รู้ ไม่เห็นว่าเจ้านายหนุ่มไปไหนก็พอ

“ฉันน่ะไว้ใจเธอคนเดียวนะยายผีดิบ แข็งทื่อเป็นซอมบี้ขนาดนี้ฉันถึงไว้ใจเธอไงแม่สุดธิดา”

วีด้ารอจนทุกคนในสำนักงานไปทานข้าวกลางวัน แอบเข้าไปในห้องทำงานของคัชพลเพื่อหาข้อมูล แต่โชคไม่ดีเพราะยศสรัลมาหาพี่ชายที่ห้อง ไม่นานหลังจากนั้น วีด้าได้ยินเสียงเคาะประตูก็รีบไปซ่อนใต้โต๊ะ จังหวะเดียวกับที่คัชพลควงนางแบบสาวคู่ขาคนล่าสุดกลับ

เข้ามาพอดี สองพี่น้องแยกไปคุยเรื่องงานที่อื่น ทิ้งนางแบบสาวคนสวยให้นั่งคอยที่ห้องคัชพล วีด้าฉวยโอกาสตอนอีกฝ่ายแต่งหน้าและหาทางเล็ดลอดออกไปจนได้

วีด้าโล่งอกที่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่โชคยังเข้าข้างเธอเมื่อมาเจอสมุดนัดหมายและตารางงานของคัชพลที่โต๊ะภาสุรี หญิงสาวไม่รอช้าหยิบมือถือมาถ่ายภาพทีละหน้าอย่างใจเย็น เมื่อกลับไปเปิดดูที่บ้านก็ต้องตาวาว เพราะอีกไม่กี่วันจะถึงงานเลี้ยงวันเกิดของบัญชา วีด้า ยิ้มร้าย...หวังหมดใจว่างานเลี้ยงครั้งนี้จะต้องสนุกแน่

ooooooo

แต่กว่าจะถึงวันนั้นวีด้าก็ต้องรับศึกหนัก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบัญชาเป็นครั้งแรกในการประชุมใหญ่ของบริษัทเช้าวันถัดมา เพราะความหวังดีแท้ๆที่เธอรับหน้าที่แทนกุ้งกับแป๋มยกถ้วยกาแฟไปเสิร์ฟในห้องประชุม ทำให้เธอทำพลาดครั้งใหญ่ด้วยการทำถ้วย กาแฟตกแตกจนบัญชาโกรธจัด

ยศสรัลรู้สึกคุ้นหน้าพนักงานสาวคนใหม่อย่างประหลาด แต่ท่าทางเหมือนตื่นกลัวอะไรบางอย่างทำให้เขาอดตามไปดูด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ เขาพยายามขอดูอาการของเธอ แต่วีด้ากลับก้มหน้านิ่งไม่ยอมพูดและคอยเลี่ยงเขาตลอด ภาสุรีตามมาหลังจากยศสรัลแยกไปแล้ว และคาดโทษพนักงานสาวหน้าจืดเสียงเข้ม

“ถ้าหล่อนพลาดแบบนี้อีกครั้งเดียว ฉันไล่หล่อนออกแน่ เห็นเก่งทุกเรื่อง แต่ดันมาพลาดกับท่านประธาน!”

วีด้าตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเดิมในวันรุ่งขึ้น สร้างความแปลกใจให้แก่ภาสุรี แป๋มและกุ้งมาก ไม่คิดว่าแค่ถูกต่อว่าเรื่องวันก่อนจะทำให้สุดธิดาลาออกได้ ส่วนหญิงสาวต้นเรื่องตัวจริงกลับไม่สนว่าใครจะคิดว่าอะไร และมุ่งหน้าดำเนินการตามแผนที่วางไว้ทันที ด้วยการโทร.นัดเจอดนัยเพื่อขอความช่วยเหลือจากเขาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

“เรียกมาเลี้ยงกาแฟ แถมสั่งของโปรดไว้รอท่าแบบนี้ไม่ปรกติแล้วล่ะ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับคุณวีรดา”

“งั้นไม่อ้อมค้อมนะ คุณพ่อของดนัยได้รับเชิญไปงานวันเกิดนายบัญชาหรือเปล่า”

ดนัยพยักหน้ารับ บอกว่าทรงพลให้เขาไปงานแทนด้วย วีด้าขอไปด้วยทันทีแต่ไม่ยอมบอกเหตุผล

ดนัยนิ่งไปอึดใจแล้วตอบตกลง “ก็ได้...ผมรู้ว่าคาดคั้นไปก็เท่านั้น ถ้าวีด้าไม่อยากบอกและผมก็ต้องยอมตามคุณ ไม่มีทางปฏิเสธด้วย ผมไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังยุ่งเรื่องอะไร แต่ผมรู้ว่าสักวันคุณจะบอกผม”

วีด้ายิ้มประจบ ขอบใจเขาเบาๆที่เข้าใจ...วีด้าสัญญาค่ะว่าจะเล่าให้ดนัยฟังสักวัน

ในขณะที่วีด้าวางแผนล้างแค้น สมาชิกทุกคนในครอบครัวบัญชากำลังปรึกษาและหารือเรื่องงานเลี้ยงฉลองวันเกิดหัวหน้าครอบครัวกันอย่างเคร่งเครียด คัชพลทำตามที่พ่อต้องการทุกอย่าง โดยเฉพาะการส่งบัตรเชิญไปหาทรงพล ให้มาร่วมงานเพื่อหวังเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง ส่วนยศสรัลตามเก็บรายละเอียดงานในบริษัท ทุกอย่างทำท่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้ามณฑิตาจะไม่มาหาว่าที่คู่หมั้นหนุ่มถึงบ้านโดยไม่บอกล่วงหน้า

ยศสรัลเซ็งจัดแต่ต้องเก็บอาการเพื่อรักษาน้ำใจพ่อแม่ แต่ดูเหมือนมณฑิตาจะไม่รู้สึกอะไร ตั้งหน้าตั้งตาเอาอกเอาใจบัญชากับสินีจนเขาเริ่มเครียด เพราะเดาว่าเหตุการณ์หลังจากนี้คงไม่พ้นภาระต้องพาเธอออก

ไปข้างนอก และก็จริงดังคาด เมื่อมณฑิตาเอ่ยปากชวน เขาไปซื้อของข้างนอกตามประสาคู่รัก ยศสรัลถอนใจเหนื่อยหน่าย ขอไปเก็บของและเตรียมตัวที่ห้อง มณฑิตามองตามนิ่งๆแต่ไม่พูดอะไรเพราะไม่อยากทำให้เขาแข็งขืนมากไปกว่านี้

ฟากบัญชาไม่รู้เรื่องและอยากเอาใจว่าที่ลูกสะใภ้เลยหาเรื่องคุย “ลุงเห็นว่าบริษัทหนูมีชื่อเสียงเรื่องการจัดงาน ลุงเลยจะปรึกษาว่างานวันเกิดลุง จะเอาดาราหรือนักร้องดังๆมาเอ็นเตอร์เทนแขกดีไหม”

“อ๋อ...ได้เลยค่ะ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เป็นงานถนัดของมณอยู่แล้ว”

“พ่อเขาวางแผนให้หนูทำงานร่วมกับสรัลไงล่ะ... ดีไหม” สินีเห็นดีเห็นงาม

มณฑิตายิ้มกว้างกระหยิ่มใจ “มณขอบคุณคุณพ่อกับคุณแม่มากนะคะ”

เวลาเดียวกันที่สวนหลังบ้านบัญชา สามพี่น้องกำลังคุยกันอย่างออกรสเรื่องยศสรัลถูกจับคู่ ธัญกร ยุเต็มที่ให้พี่ชายคนกลางพูดกับพ่อแม่ตรงๆว่าไม่มีใจกับมณฑิตา คัชพลได้ยินก็สะดุ้งร้องห้าม

“เฮ้ยๆไม่ได้นะเว้ย ไม่งั้นคนที่ซวยจะเป็นพี่ แล้วมณเขาก็น่ารักดีออก”

“น่ารัก...งั้นพี่ใหญ่ก็จับคู่กับพี่มณแทนพี่สรัลไปเลยสิ”

“หยุดเลยไอ้เล็ก...ว่าแต่แกเหอะไอ้เล็ก ตัวแกเอง รอดหรือยังล่ะ วันๆเอาแต่เที่ยว”

ธัญกรเห็นท่าเรื่องจะวกเข้าตัวเลยเลี่ยงไปเสียก่อน คัชพลส่ายหน้าหน่ายๆแล้วหันไปคุยกับน้องชายคนกลางแทน ยศสรัลสารภาพตามตรงว่าเบื่อและอึดอัดกับสภาพแบบนี้มาก โดยเฉพาะเวลาที่มณฑิตาตามติดเขาทุกฝีก้าว

“มณเขาก็สวย เซ็กซี่ด้วยนะ นายน่าจะลองให้โอกาสเขาหน่อย” คัชพลปลอบขำๆ

“ผมอยากจะขอโอกาสมากกว่า ขอเป็นอิสระก่อนแต่งก็ยังดี”

“เออ...พี่เข้าใจ ตามสบาย เดี๋ยวถ้าเขาถาม พี่จะบอก ว่าพี่ไม่เห็นแกแล้วกัน”

คัชพลตบบ่าน้องชายเบาๆก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ยศสรัลนั่งเหม่อและแอบคิดถึงแพรอย่างช่วยไม่ได้

ooooooo

วีด้าเริ่มแผนการเข้าหาคัชพลด้วยการไปดักรอที่สปอร์ตคลับ โดยใช้ข้อมูลจากตารางนัดหมายที่แอบถ่ายมาเมื่อหลายวันก่อน หญิงสาวใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนแกล้งเดินชนเขาเพื่อโปรยเสน่ห์ คัชพลรู้ไม่ทัน ถึงกับตะลึงในความสวยน่ารักของหญิงสาวแปลกหน้าจนถึงกับจีบและหยอดคำหวานเต็มที่

แต่ท่าทางเจ้าชู้ของเสือผู้หญิงมืออาชีพของคัชพลไม่ทำให้วีด้าหวั่นไหว หญิงสาวคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าคนอย่างลูกชายคนโตของบัญชาคงไม่มีจุดอ่อนอะไรที่เข้าถึงง่ายไปกว่าเรื่องแพ้ความสวย เธอจึงเลือกท้าทายเขาด้วยการยั่วให้หลงเพื่อดึงดูดความสนใจ และคัชพลก็ตกหลุมพรางที่เธอขุดไว้อย่างไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

ฝ่ายคัชพลชะเง้อมองตามหญิงสาวหน้าสวยชื่อแปลกว่าวีด้าด้วยความสนใจ เขาก้มลงมองนามบัตรในมือด้วยสายตามุ่งมั่น จะต้องเอาชนะใจและได้ตัวเธอมาครองให้ได้ ส่วนวีด้าเดินนวยนาดออกจากสปอร์ตคลับด้วยความมั่นใจ ยิ้มบางๆเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นตอนปิดประตูรถ พร้อมกับชื่อคัชพลปรากฏบนหน้าจอ

“ผมจะโทร.มาบอกว่านี่เป็นเบอร์ผมนะครับ แล้วเมื่อไหร่คุณจะว่างให้ผมเลี้ยงขอโทษ เย็นนี้ดีไหมครับ”

“วีด้าไม่สะดวกค่ะ แต่เราต้องได้เจอกันอีกแน่ แค่นี้ก่อนนะคะ...สวัสดีค่ะ”

วีด้าวางสายแล้วเหยียดยิ้ม โทร.หาดนัยให้มารับตอนเย็นเพื่อไปงานเลี้ยงวันเกิดบัญชา ส่วนคัชพลมองมือถือพลางยิ้มชอบใจ หวังสุดใจจะได้เจอหญิงสาวคนสวยอีกครั้งเร็วๆนี้

ครอบครัวบัญชาต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเย็นวันเดียวกันอย่างแข็งขัน มณฑิตามาถึงงานพร้อมกับพ่อแม่ ยศสรัลยิ้มเซ็งๆแล้วไปต้อนรับตามหน้าที่ ว่าที่คู่หมั้นสาวปลื้มใจมาก เกาะแขนเขาเดินโชว์ตัวรอบงานด้วยความภาคภูมิใจ ธัญกรมองมาด้วยแววตาเห็นใจพี่ชายคนกลาง ตัดสินใจแอบตามไปถึงโต๊ะและแกล้งพูด

“พี่สรัล ผมไม่ไหวแล้ว ยืนรับแขกจนเมื่อย คุยแต่เรื่องธุรกิจ พี่รับช่วงต่อหน่อยสิ พี่ใหญ่คนเดียวเอาไม่อยู่”

“ได้สิ...ผมไปช่วยพี่ใหญ่ก่อนนะมณ ถ้าหิวก็หาอะไรทานก่อนได้เลยนะ”

มณฑิตาตั้งท่าจะตามไปด้วย แต่ยศสรัลห้ามไว้ ธัญกรรับลูกทันที อาสาอยู่เป็นเพื่อนเองเพราะอยากช่วยพี่ชาย มณฑิตายอมอย่างเสียไม่ได้ อยากจะกรีดร้อง ด้วยความไม่พอใจแต่ต้องเก็บอาการตามประสาสาวสังคมไฮโซ

ฝ่ายดนัยไม่ผิดหวังที่อดทนนั่งคอยเพื่อนสาวคนสนิทแต่งตัว วีด้าปรากฏตัวในชุดสวยพร้อมหน้าตาที่บรรจงแต่งแต้มมาอย่างดีจนใครๆต้องมองจนเหลียวหลัง ยศสรัลถึงกับตะลึงตาค้าง มองตามหญิงสาวหน้าคุ้นอย่างไม่วางตา สติที่มีเพียงน้อยนิดทำให้รำพึงชื่อแพร...

สาวน้อยที่เขาตกหลุมรักเมื่อหกปีก่อน วีด้าชะงักเล็กน้อยที่เห็นหน้าชายหนุ่มในอดีต แต่พยายามข่มอาการประหม่าและเดินเลี่ยงเข้างานด้วยมาดนางพญา

วีด้าปัดความรู้สึกประหลาดและกวาดตาหาบัญชา สามพี่น้องลูกชายเจ้าของงานต่างก็มองตามหญิงสาวที่เพิ่งมาถึงงานด้วยอากัปกิริยาที่ต่างกัน ยศสรัลกับธัญกรเหมือนต้องมนต์สะกดในความงาม ส่วนคัชพลตื่นเต้นที่ได้เจอหญิงสาวอีกครั้ง แต่จะปลีกตัวไปทักก็ยากเต็มทีเพราะติดแขกเหรื่อและลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทที่พากันมาพูดคุยและทักทาย

วีด้ามองบรรยากาศในงานด้วยแววตาเพ่งพินิจ คัชพลเห็นดนัยผละไปตักอาหารที่มุมหนึ่ง เลยจะเข้าไปหาวีด้า แต่โชคไม่ดีเพราะนางแบบคู่ควงคนล่าสุดเข้ามาขวางและลากเขาไปอีกทาง คัชพลจำต้องยอมอย่างเสียไม่ได้ เสียดายโอกาสทำคะแนนกับหญิงสาวเป้าหมาย วีด้าปรายตามองยิ้มๆ...สะใจที่ทำให้เขาคลั่ง

ไม่เกินชั่วโมงหลังจากนั้น บัญชาก็ก้าวขึ้นเวทีเพื่อ กล่าวเปิดงานและต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ โดยมีภรรยาและลูกชายทั้งสามยืนให้กำลังใจไม่ห่าง ประหนึ่งว่าเป็นครอบครัวอบอุ่นและอยู่ร่วมกันด้วยความรักและความเข้าใจ

“ผมอยากจะบอกว่ากว่าหกสิบปีที่ผมทำงานต่อสู้ขึ้นมาจากคนไม่มีอะไรเลยจนมามีวันนี้ได้ นอกเหนือจากแรงกายของตัวเองก็ยังมีแรงใจจากคุณสินี...ภรรยาที่อยู่เคียงข้างและร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผมมาตลอด”

บัญชาผายมือไปทางภรรยา ทุกคนในงานปรบมือ ให้ พร้อมกับสินีที่ค้อมศีรษะน้อยๆเพื่อขอบคุณ บัญชา ปั้นหน้ายิ้มอบอุ่นและเดินไปหาลูกชายทั้งสาม เอ่ยปากชมและแนะนำว่าเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้กิจการของครอบครัวเติบโต

“ผมยึดมั่นคุณธรรมและความดีในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์มาตลอด...”

วีด้ากำมือแน่น ยิ่งฟังถ้อยคำสวยหรูก็ยิ่งแค้นใจอดีตเพื่อนรักของพ่อ...ไม่ใช่เพราะความซื่อสัตย์และความรักเพื่อนหรอกหรือที่ทำให้พ่อของเธอถูกโกงจนหมดตัว แถมตบท้ายด้วยการฆ่าตัวตายในที่สุด!

ooooooo

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ภาพครอบครัวของบัญชายืนถ่ายรูปร่วมกันกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งงาน มีเพียงวีด้าที่มองมาด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชัง อยากจะถลันไปตบตีและอาละวาดทวงชีวิตพ่อนัก แต่สติกับความคิดเรื่องแผนการล้างแค้นทำให้ต้องข่มอารมณ์และเชิดหน้ามองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในขณะที่คัชพลพยายามปลีกตัวจากนางแบบคู่ขาแต่เหมือนไม่ค่อยได้ผล ยศสรัลแอบมองตามวีด้าตาปรอย หลงใหลในความสวยสง่าของเธอจนไม่อาจละสายตาได้ มณฑิตาเห็นว่าที่คู่หมั้นหนุ่มไม่สนใจเธอและคอยมองทางอื่นบ่อยๆ จึงมองตามและของขึ้นทันทีเพราะความหึงหวง แต่เหมือนยศสรัลจะไม่สะทกสะท้านเพราะไม่คิดว่าตัวเองทำผิด

วีด้าเห็นท่าทางคัชพลร้อนรนตามคาด จึงแกล้งหลอกดนัยให้ไปเอามือถือในรถโดยอ้างว่าลืมไว้ ดนัยเต็มใจไปเอาให้ คัชพลรีบสลัดนางแบบคู่ขาและตรงไปหาวีด้าด้วยท่าทีตื่นเต้นสุดๆ ส่วนยศสรัลเห็นพี่ชาย

รุกหนักก็แอบเคืองด้วยความหึง ฉวยโอกาสตอนมณฑิตาไปคุยกับเพื่อนตามติดด้วยความอยากรู้

คัชพลขยับเสื้อผ้าเล็กน้อยและตรงไปยังเป้าหมายคนสวย วีด้าเหยียดยิ้มเย็นแล้วแกล้งถือแก้วน้ำมาชน ตีหน้าซื่อสุดฤทธิ์ว่าเป็นเหตุบังเอิญที่ได้เจอเขาอีกครั้ง คัชพลมองหญิงสาวตาเยิ้ม

“ไม่คิดว่าผมจะเป็นฝ่ายผิด เพราะแอบเดินตามคุณบ้างหรือ คุณดูสวยกว่าเมื่อวันก่อนมากเลย”

“ขอบคุณค่ะ...คุณก็เสน่ห์แรงนะคะ เห็นสาวๆ

อยากจะเข้ามาทำความรู้จักกับคุณตั้งหลายคน”

คัชพลยิ้มกริ่ม ดีใจที่เธอให้ความสนใจเขาเหมือนกัน แต่ชายหนุ่มที่เธอควงมาด้วยก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้

“ดีใจที่คุณแอบมองผมเหมือนกัน ว่าแต่...คุณมีแฟนแล้วหรือครับ เห็นควงมาด้วย”

“ถ้าใช่...แล้วคุณจะหยุดไหมล่ะคะ”

คัชพลยิ้มถูกใจที่ถูกท้าทาย วีด้าสบตาเขานิ่งแล้วพูดเสียงอ่อนว่าดนัยเป็นเพื่อนไม่ใช่แฟน

คัชพลส่ายหน้าไม่อยากเชื่อ “ควงกันออกงานแบบนี้ แล้วบอกว่าเป็นเพื่อน แสดงว่าคุณเป็นคนมั่นใจมากเลยนะครับ...ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็มีสิทธิ์ควงคุณคืนนี้สิ”

“รู้สึกว่าคุณจะมั่นใจกว่าวีด้าเสียอีก ขอไม่ตอบวันนี้นะคะ วีด้าขอตัวก่อน”

วีด้าหยิบแก้วเครื่องดื่มใหม่แล้วเลี่ยงจากไป ทิ้งคัชพลให้มองตามยิ้มๆ ชอบใจที่เธอทำตัวน่าค้นหา แลดูมีค่าและเย้ายวนอย่างที่ไม่เคยเจอจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน ยศสรัลเห็นพี่ชายมีอาการเหมือนคนคลั่งรัก

เลยตัดสินใจเดินมาหาและถามถึงสาวสวยที่เพิ่งเดินจากไปว่าเป็นใครมาจากไหน หน้าตาสวยดีแต่เหมือนมีอะไรน่าสงสัย

“ไม่ใช่แค่สวยนะ คนนี้น่ะไม่ธรรมดา ต่างจากพวกนางแบบที่พี่เคยควงเลยล่ะ”

“พี่ใหญ่ดูสนใจเขามาก”

“สวย ลึกลับ น่าค้นหา นี่แหละผู้หญิงแบบที่พี่อยากรู้จัก และพี่ก็ต้องรู้จักอย่างลึกซึ้งให้ได้”

คัชพลยิ้มมาดมั่น ยศสรัลได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ไม่อยากเชื่อว่าพี่ชายจะหลงเสน่ห์เธอคนนั้นขนาดนี้

ooooooo

ภาพความสนิทสนมของวีด้ากับดนัยทำให้คัชพลนั่งไม่ติด จนถึงกับสั่งลูกน้องคนสนิทไปตามสืบเรื่องราวของชายหนุ่มศัตรูหัวใจ เมื่อทราบว่าดนัยเป็นลูกชายของทรงพลก็กระหยิ่มยิ้มแล้วตรงไปทัก

“สวัสดีครับคุณดนัย วันนี้คุณอาทรงพลไม่มาด้วยหรือครับ เห็นคุณพ่อถามหาอยู่”

ดนัยยิ้มรับตามมารยาท “คุณพ่อไม่ค่อยสบายน่ะครับ เลยให้ผมมาแทน”

คัชพลจงใจมองวีด้าและแกล้งถามหยั่งเชิงดนัยว่าหญิงสาวมีความสัมพันธ์อย่างไรถึงมาออกงานด้วยกัน

“วีด้าไม่ได้เป็นแฟนผมหรอกครับ แต่ผมก็รออยู่”

“งั้นผมขอให้คุณดนัยโชคดีนะครับ เชิญตามสบาย เดี๋ยวผมขอตัวไปดูแขกด้านโน้นก่อน”

วีด้าปลื้มใจที่ดนัยให้เกียรติและไม่ทึกทักว่าเธอเป็นคนรัก ส่วนคัชพลฉวยโอกาสตอนหญิงสาวอยู่

ตามลำพังรุกหนักจนวีด้าลอบยิ้มด้วยความสะใจที่เขาตกหลุมเสน่ห์เธออย่างง่ายดาย ต่างจากยศสรัลที่แอบมองตามเธอตลอดและตัดสินใจไปดักหน้าหยั่งเชิงว่าเคยพบกันมาก่อนหรือไม่ วีด้าอึ้งไปอึดใจแล้วบอกว่าเขาคงจำคนผิด

“คุณดูเหมือนไม่อยากคุยกับผม ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า”

“ทำไมฉันต้องไม่พอใจคุณ ในเมื่อเราไม่เคยเจอกัน”

“ก็ผมเห็นคุณยิ้มแย้มกับพี่ใหญ่ดีจนเหมือนจงใจเลยล่ะ แต่กับผมคุณเหมือนจะหลบหลีก ไม่คุยไม่มองหน้า”

“ฉันว่าคุณคงคิดมากไปแล้วล่ะค่ะ ฉันก็คุยกับทุกคนที่น่าคุย”

“งั้นแสดงว่าพี่ชายผมคงเป็นคนที่น่าคุยมาก ถึงขนาดยอมปล่อยมือจากผู้ชายอีกคน แล้วก็โปรยเสน่ห์พี่ชายผม”

ยศสรัลมองมาด้วยสายตาจับผิด วีด้าเริ่มร้อนตัว สะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด แต่โชคร้ายเจอมณฑิตามาหาเรื่องเสียงเขียว เพราะเข้าใจว่าหญิงสาวตรงหน้า หว่านเสน่ห์ว่าที่คู่หมั้นหนุ่ม

วีด้ายิ้มเยาะตอกกลับ “ถ้าคุณจะใช้สติสักนิด คุณจะเห็นว่าฉันไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหาเขา แต่ไม่ต้องห่วง นะคะ คุณยศสรัลไม่ใช่เป้าหมายของฉันหรอกค่ะ...จบนะคะ”

ยศสรัลผ่านมาเห็นก็เป็นกังวลและตรงไปถาม ว่าที่คู่หมั้นสาวทันที มณฑิตาปฏิเสธยิ้มๆ เก็บอาการหัวเสีย ไว้อย่างมิดชิดและบอกว่าแค่พูดคุยกันธรรมดา ไม่ได้ หาเรื่องใครเพราะยังไงเขาก็ต้องเป็นของเธออยู่แล้ว

งานเลี้ยงเลิกราไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น สมาชิกครอบครัวบัญชามายืนส่งแขกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ธัญกรเห็นพี่ชายคนโตส่งสายตาหยาดเยิ้มให้วีด้าเลยตัดสินใจถามด้วยความอยากรู้ คัชพลไม่ทันตอบก็ต้องผละไปก่อนเพราะถูกบัญชาเรียกไปส่งแขกอีกทาง สินีรีบเดินไปหาธัญกรบอกให้เขาตามไปด้วย จะได้ทำให้บัญชาพอใจ

ธัญกรเบ้หน้าปฏิเสธ “คุณแม่ถามคุณพ่อก่อนดีไหมครับว่าอยากให้ผมไปด้วยหรือเปล่า คุณพ่อให้ผมยืนเป็นไม้ประดับโต๊ะเท่านั้นล่ะ ตกลงงานผมจบแล้วใช่ไหมครับ...ผมไปนะ”

ฝั่งดนัยกับวีด้าตัดสินใจกลับเมื่อเห็นว่าดึกแล้ว บัญชาเห็นลูกชายคนเดียวของทรงพลก็เข้าไปทักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ฝากความคิดถึงและข้อเสนอครั้งก่อนไปให้ทรงพลพิจารณาอีกครั้ง ดนัยรับคำและแนะนำเพื่อนสาวคนสนิทให้รู้จัก วีด้าข่มอารมณ์เต็มที่ ยิ้มกว้างเสแสร้งว่ายินดีที่ได้รู้จักเสียเต็มประดา แต่ท่าทางฝืนๆนั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาคมกริบของบัญชาไปได้ แต่ไม่อยากคิดมากเพราะเชื่อว่าคงเป็นการพบปะเพื่อสังคมเท่านั้น...

คงไม่ต้องเจอกันอีกหรอกน่า!

ooooooo

ตอนที่ 3

วีด้าไม่ยี่หระท่าทางเหมือนไม่ชอบหน้าเธอ ของบัญชาเท่าไหร่นัก เพราะเชื่อมั่นว่าแผนการยั่วให้รัก หลอกให้หลงแล้วฆ่าให้ตายคามือของตัวเองต้องได้ผลกับคัชพลแน่ แล้วก็จริงดังคาด...ลูกชายคนโตของบัญชาตามจีบเธอไม่หยุด แม้กระทั่งตอนก่อนนอนก็ไม่วายโทร.มาตื๊อขอนัดทานข้าว มีความหวังมากมายจะชนะใจเธอ

วีด้ายิ้มกระหยิ่ม สะใจมากที่เป้าหมายหนุ่มตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย เช้าวันถัดมา...หญิงสาวอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะแผนร้ายเริ่มเป็นรูปร่าง หน้าที่การงานก็เป็นไปด้วยดี กำธรบินกลับจากสิงคโปร์เพื่อร่วมประชุมใหญ่ของบริษัทและแต่งตั้งวีด้าให้รับตำแหน่งประธานกรรมการแทนเขาอย่างเป็นทางการ

“ผมเชื่อว่าคุณวีรดามีศักยภาพพอจะบริหารงานได้ดีตามแนวทางของคนรุ่นใหม่ ขอให้ทุกท่านช่วยสนับสนุนเธอด้วยนะครับ และเธอก็คงอยากขึ้นมากล่าวอะไรสักเล็กน้อย”

“ดิฉันต้องขอขอบคุณคุณอาที่ไว้วางใจให้ดิฉันทำหน้าที่นี้ และขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ดิฉันจะตั้งใจทำงาน และสัญญาจะทำให้บริษัทขนส่งและท่าเทียบเรือน้ำลึกของเราก้าวสู่อันดับหนึ่งในเอเชียให้ได้ค่ะ”

ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนปรบมือให้ ยินดีและตื่นเต้นมากที่ลูกสาวบุญธรรมของกำธรมารับตำแหน่งสำคัญ วีด้าสลัดความเกร็งและเริ่มต้นทำงานทันที กำธรเฝ้ามองด้วยความภูมิใจ ปลื้มใจมากที่ลูกสาวบุญธรรมตัดสินใจออกจากงานเก่ามารับตำแหน่งแทนเขา วีด้ายิ้มประจบ ดีใจมากเช่นกันที่ได้แบ่งเบาภาระของผู้มีพระคุณ

“ก็วีด้ารับปากคุณอาแล้วก็ต้องทำตามสิคะ แต่ตำแหน่งที่คุณอาแต่งตั้งให้วีด้ามันสูงเกินไปนะคะ”

“มันถึงเวลาแล้วลูก ตอนนี้บริษัทเราที่ไปลงทุนในสิงคโปร์เป็นช่วงขยายงาน อาตั้งใจไว้แล้วว่าบริษัททางนี้จะให้วีด้าเป็นคนดูแล อาคงทำไม่ไหวเพราะอา อาจจะต้องอยู่ที่สิงคโปร์เป็นส่วนใหญ่ อาคิดไว้พักหนึ่งแล้ว และอาก็ดีใจนะที่หนูพร้อมจะมาช่วยงานอา”

วีด้าพยักหน้ารับรู้ เต็มใจช่วยงานอย่างไม่เกี่ยง งอน แต่เรื่องกวนใจที่สุดเห็นจะเป็นการที่พ่อบุญธรรมต้องบินกลับไปทำงานที่สิงคโปร์ต่อในบ่ายวันเดียวกัน กำธรส่ายหน้าขำๆ ลูบหัวลูกสาวพลางปลอบ

“ก็ชีวิตอามันมีแต่งานนี่ แต่ไม่ใช่อาไม่รักหนูนะ หนูถือเป็นลูกสาวของอา และอารักหนูเหมือนสายเลือดแท้ๆ แต่อามันเป็นคนบ้างาน หวังว่าหนูจะเข้าใจ”

“หนูเข้าใจค่ะ เพราะหนูว่าหนูก็ถอดนิสัยบ้างานจากคุณอามาแล้วล่ะค่ะ”

กำธรหัวเราะ เห็นจริงตามนั้นเพราะลูกสาวบ้างานมากจนบางทีแทบไม่มีเวลาพักผ่อน วีด้าส่งกำธรขึ้นรถไปสนามบินแล้วกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ห้อง โดยมีโอ๋เลขาสาวช่วยหยิบโน่นจับนี่ให้ด้วยความเต็มใจ หญิงสาวจมกับกองเอกสารหลายชั่วโมง จึงตัดสินใจไปผ่อนคลายสมองที่สปอร์ตคลับช่วงเย็นวันนั้น

ฝ่ายยศสรัลเคร่งเครียดกับงานตลอดวันและไปออกกำลังกายที่สปอร์ตคลับแห่งเดียวกับวีด้า แปลกใจไม่น้อยที่เธอปรากฏตัวให้เห็นบ่อยจนน่าสงสัย ธัญกรตามพี่ชายมาด้วย เมื่อเห็นวีด้าเลยปราดไปทักเขินๆ แพ้ความสวยจนพูดตะกุกตะกัก วีด้าจำลูกชายคนเล็กของบัญชาได้ ใจจริงไม่อยากคุยด้วยแต่เห็นสายตาไม่ชอบใจของยศสรัลเลยอดยั่วไม่ได้ แกล้งพูดจาเสียอ่อนเสียงหวานราวกับสนใจธัญกรเสียเต็มประดา

ธัญกรปลื้มมาก ดีใจที่หญิงสาวใส่ใจจำในราย ละเอียดที่เขานึกไม่ถึง วีด้ายิ้มน้อยๆ แกล้งถามถึงคัชพล ยศสรัลทนไม่ไหว ปรี่ไปคั่นกลางระหว่างน้องชายกับเธอแล้วแขวะเสียงเรียบ

“เสียใจด้วยนะ...พี่ใหญ่ไม่ได้มาวันนี้ อย่าดีใจไปเลยเล็ก พี่ว่าคุณวีด้า เขาไม่ได้จำได้แค่เล็กคนเดียวหรอก”

วีด้าจ้องหน้าเขาเขม็ง ไม่พอใจมากจนต้องสวนกลับ “แต่สำหรับบางคน...ฉันก็เลือกจะไม่จำ”

ยศสรัลจงใจแหย่เพื่อดูท่าทีของวีด้า “คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญมั้งครับที่คุณมาเป็นสมาชิกที่นี่”

สองหนุ่มสาวจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ยศสรัลลากน้องชายออกไปแล้วทิ้งวีด้าให้มองตามด้วยความคับแค้นใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะ คราวหน้าคุณไม่ได้มาแดกดันฉันฉอดๆแบบนี้แน่!

ooooooo

กว่าสองพี่น้องจะออกกำลังเสร็จก็อีกชั่วโมงถัดมา ยศสรัลตัดสินใจเตือนน้องชายให้ถอยห่างจากวีด้าเพราะเชื่อว่ามีเบื้องหลังน่าสงสัย ธัญกรทำหน้าเมื่อย ไม่เห็นด้วยเพราะท่าทางดูดีกับหน้าตาสะสวยไม่ชวนให้คิดว่าเธอจะเป็นคนไม่ดี ยศสรัลพยายามพูดอีกหลายครั้งจนธัญกรเริ่มเอะใจ

“พี่สรัลเป็นอะไรเนี่ย นี่อย่าบอกนะว่าพี่ก็ชอบคุณวีด้า”

ยศสรัลชะงักแล้วกลบเกลื่อน “หว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายแบบนี้น่ะหรือผู้หญิงที่พี่ชอบน่ะ เขาไม่มีนิสัยแบบนี้หรอก”

ฝ่ายวีด้ากลับบ้านด้วยความหัวเสีย นึกถึงเรื่องที่สปอร์ตคลับแล้วยิ่งเจ็บใจเพราะยศสรัลตามป่วนไม่หยุด หลังจากแยกกับสองพี่น้อง เขาก็ตามไปถากถางและแดกดันเธออีกหลายยก สิ่งที่เลวร้ายคือเขาพยายามบอกให้หันมายั่วเขาแทนเพราะคัชพลไม่ใช่คนที่เธอควรจะเล่นด้วย แต่ที่แย่สุดคือแทนที่จะโกรธแต่เธอกลับคิดถึงเขาอย่างช่วยไม่ได้

แม้จะถูกยศสรัลจับผิด วีด้าก็ไม่เปลี่ยนใจ ยังเดินหน้าหาข้อมูลและคิดวิธีการล้างแค้นครอบครัวบัญชาจนไม่มีเวลาให้เพื่อนฝูง โดยเฉพาะดนัยที่น้อยใจมากเพราะวีด้าดูห่างออกจากชีวิตเขาทุกที

เวลาเดียวกันที่บ้านบัญชา...ยศสรัลยืนเหม่อคิดถึงท่าทางของวีด้าวันนี้ ยิ่งคิดยิ่งสงสัย เพราะทุกอย่างแลดู บังเอิญเกินไป โดยเฉพาะความใกล้ชิดสนิทสนมที่เธอมีให้พี่ชายคนโตของเขา แต่คัชพลไม่เห็นด้วย คิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นพรหมลิขิตที่ได้เจอหญิงสาวสวยที่เหมาะสม กับคนอย่างเขา

“พี่เป็นฝ่ายถูกตามมาตลอด คราวนี้พี่คงต้องเป็นฝ่ายตามบ้าง”

คัชพลยิ้มกระหยิ่ม มั่นใจมากว่าเสน่ห์เสือผู้หญิงอย่างเขาต้องเอาชนะใจวีด้าได้ ต่างจากยศสรัลที่มองพี่ชายด้วยความหนักใจ สังหรณ์บางอย่างว่าหญิงสาวสวย

ที่เพิ่งเจอเมื่อเย็นคงไม่ได้เข้าหาพี่ชายเพราะพิศวาสแน่ๆ

วีด้าแต่งตัวสวยเป็นพิเศษเช้าวันถัดมา เพราะตั้งใจไปดักเจอคัชพลที่ร้านอาหารซึ่งเขานัดลูกค้ารายใหญ่ไว้ ลูกชายคนโตของบัญชาดีใจออกนอกหน้าได้เจอเธออีกครั้ง วีด้าลอบยิ้มร้ายแล้วแกล้งทำเป็นตกใจที่ได้เจอเขาโดยบังเอิญเหมือนเมื่อหลายวันก่อน

“ผมชอบความบังเอิญแบบนี้จัง...คุณวีด้ามาคนเดียวหรือครับ”

“วีด้านัดเพื่อนไว้ค่ะ วีด้าไม่กวนแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

คัชพลใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งเห็นเธอนั่งรอเพื่อนที่โต๊ะไม่ห่างกันนัก ยิ่งอยากจะบอกลาลูกค้าแล้วเชิญเธอมานั่งโต๊ะเดียวกันให้รู้แล้วรู้รอด วีด้าปรายตามองเหยียดๆ แสยะยิ้มร้ายแล้วจงใจเรียกบริกรมาเก็บเงินเมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ คัชพลเลยรีบตัดบทปิดการเจรจากับลูกค้าและตรงมาหาหญิงสาวทันที

“เพื่อนวีด้าติดงานด่วนกะทันหันค่ะ วีด้าเลยรอเก้อเลย”

“งั้นเชิญร่วมโต๊ะกับผมก่อนนะ ไหนๆเราก็เจอกันแล้ว...อย่าปฏิเสธผมเลยนะครับ”

วีด้าทำเป็นลังเลพอเป็นพิธีจึงยอมร่วมโต๊ะ คัชพล ดีใจมากและถือโอกาสถามเธอเรื่องกำธร วีด้ามองเขาด้วยความหวาดระแวง กลัวเขาแอบสืบประวัติจนเอะใจบางอย่าง แต่คัชพลก็ทำให้เธอผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก

“ผมดูจากนามบัตรที่คุณเคยให้ไว้ เห็นว่าคุณนามสกุลเดียวกับคุณกำธร”

“อ๋อ...ค่ะ คุณรู้จักคุณอาด้วยหรือคะ”

“ผมว่านักธุรกิจในเมืองไทยส่วนใหญ่น่าจะรู้จัก เพราะเป็นนักธุรกิจตัวอย่าง แต่ค่อนข้างเก็บตัวไม่ออกสังคม”

วีด้ายิ้มเมื่อคิดถึงพ่อบุญธรรม และบอกว่ากำธรเป็นคนบ้างานมาก คัชพลพยักหน้าขำๆบอกว่าเหมือนเธอเลย

“คุณไม่เคยรับนัดผม แล้วก็ติดงานตลอด หรือไม่...คุณก็อาจเป็นคนที่ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ”

“เท่าที่วีด้าเห็น...คุณมีผู้หญิงรอบตัวมากมาย และวีด้าก็ไม่ใช่ผู้หญิงแนวนั้น”

“ผมถึงมองคุณแตกต่างจากคนอื่น แต่ถ้าคุณจะใช้เวลาศึกษาผม คุณก็จะได้รู้จักผมจริงๆ”

วีด้าส่งสายตาพราวระยับให้ ราวกับเป็นสัญญาณให้เสือผู้หญิงตัวฉกาจรับรู้ว่าเธอพึงพอใจในตัวเขา คัชพล ตื่นเต้นและมีความสุขมากได้มีโอกาสใกล้ชิดเธออย่างที่หวังมานาน จนถึงกับเก็บไปเพ้อที่บ้านอย่างที่ไม่เคยมาก่อน สินีนิ่วหน้าเพราะไม่คิดว่าลูกชายคนโตจะกลับบ้านเร็ว คัชพลยิ้มเขินๆเหมือนคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงรัก

“ต้องให้เกียรติเขาหน่อยครับ เพราะคนนี้ผมค่อนข้างจริงจัง”

บัญชาไม่อยากจะเชื่อ เตือนให้ลูกชายดูดีๆเพราะกลัวถูกผู้หญิงหลอก สินีเนื้อเต้นขึ้นมาเพราะคิดว่าลูกชายคนโตไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายตีนมาเป็นคู่

ยศสรัลพยายามไกล่เกลี่ย แม้จะไม่อยากให้พี่ชายไปยุ่งกับวีด้า แต่ก็ไม่อยากให้พ่อกับแม่มองเธอไม่ดี คัชพลตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าวีด้าเป็นหญิงสาวที่เขากำลังสนใจ

“คุณพ่อคุณแม่จำคุณวีด้าได้ไหมครับ เคยมางานคุณพ่อไงครับ เขาเป็นลูกสาวคุณกำธรน่ะครับ”

“คุณกำธร...เจ้าของท่าเรือสินค้าหลายๆแห่งน่ะหรือ” บัญชาถาม

“จริงหรือลูก...แม่รู้ประวัติเขามาว่าภรรยากับลูกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุนี่” สินีตื่นเต้นมาก

“คุณวีด้าก็เลยกลายมาเป็นลูกบุญธรรมครับ”

“ผู้ชายคนนี้เก่งมาก พ่อยอมรับ สร้างตัวจากไม่มีอะไรเลยจนกิจการใหญ่โตขยายไปเมืองนอก”

คัชพลดีใจที่พ่อไม่รังเกียจวีด้า โฆษณาคุณสมบัติของหญิงสาวอีกชุดใหญ่ว่าเพิ่งได้ตำแหน่งประธานกรรมการแทนกำธร สินีอยากให้ลูกชายมาแนะนำให้รู้จัก ต่างจากยศสรัลที่คิดว่าทุกอย่างเร็วเกินไป

บัญชาไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหายถ้าคัชพลคิดจะลงหลักปักฐานเสียที “แกจะกลัวอะไรสรัล เขารวยไม่ต่างจากเราหรอก อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ตามสบายเลยใหญ่ ถ้าแกได้เขาเป็นคู่ มันคงจะเอื้อเรื่องธุรกิจเราในอนาคตด้วย”

ยศสรัลเป็นห่วงพี่ชายจะเสียท่า แต่ทุกคนในบ้านดูจะไม่สนใจนัก เพราะเชื่อว่าวีด้าเป็นผู้หญิงธรรมดา

ooooooo

การหายไปของวีด้าทำให้ดนัยเริ่มเป็นกังวล โดยเฉพาะท่าทีห่างเหินและอาการบ่ายเบี่ยงเหมือนไม่อยากเจอเขาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทรงพลเฝ้ามองลูกชายด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้คิดมากแต่ก็รู้ว่าความรักห้ามกันลำบาก ส่วนวีด้า...แม้จะรู้สึกผิดแต่ไม่ยอมเปลี่ยนใจ เดินหน้าตามแผนการล้างแค้นต่อไป

ในขณะที่ดนัยค่อยๆห่างจากชีวิตวีด้า คัชพลเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสือผู้หญิงคนดังรุกหนักและเดินหน้าจีบเต็มกำลังแบบเช้าถึงเย็นถึง ยศสรัลได้แต่มองดูเครียดๆ กลัวพี่ชายหลงผู้หญิงจนมองข้ามอะไรบางอย่าง เช่นเดียวกับบรรดาคู่ควงนางแบบของคัชพลที่ไม่พอใจเพราะเขาตีตัวออกห่าง บางรายถึงกับอาละวาดโวยวายและประกาศความเป็นเจ้าของจนทุกคนในบริษัทหัวหมุน คัชพลเหลืออดตอกกลับเสียงเข้ม

“ผมเบื่อที่สุดคือผู้หญิงชอบแสดงความเป็นเจ้าของ โดยที่ผมไม่ได้ให้ความสำคัญ”

เหล่านางแบบไม่ยอมแพ้ ตรงเข้าทุบตีเขาด้วยความโมโห คัชพลสะบัดตัวออกแล้วยื่นข้อเสนอ

“เอาอย่างนี้...จะเลิกกันแบบได้รถสปอร์ตคันที่ขับอยู่ หรือจะเลิกแบบคืนรถให้ผม...เลือกมา!”

ในที่สุดบรรดานางแบบก็ต้องล่าถอย ไม่อยากเสียผลประโยชน์ที่เคยได้อย่างไม่ขาดมือก่อนหน้านี้ คัชพล เลยถือโอกาสเดินหน้าจีบสาวคนใหม่อย่างเอาเป็น เอาตาย วีด้าก็ให้ความหวังเต็มที่ อย่างเช่นวันนี้ที่เธอชวนเขาไปยิงปืน

“นี่เป็นเดทที่แปลกแหวกแนวมาก ปกติผมเห็นผู้หญิงชอบช็อปปิ้ง แต่คุณกลับอยากมาสนามยิงปืน”

“แล้วทำไมวีด้าต้องเหมือนคนอื่นล่ะคะ”

ท่าทางยิ้มยั่วของวีด้าทำให้คัชพลหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ชายหนุ่มอาสาสอนยิงปืนแบบถึงเนื้อถึงตัวด้วยความกระหยิ่มใจ วีด้าแกล้งยิงไม่เป็นและยอมให้เขาใกล้ชิดช้าๆ อยากทำให้ตายใจจะได้เผด็จศึกเร็วขึ้น

ระหว่างที่คัชพลเพลิดเพลินกับการเดทกับวีด้า ยศสรัลต้องดูแลงานแทนทุกอย่างตามประสาน้องชายที่ดี แต่แผนงานของเขาก็ทำให้พนักงานระดับสูงหลายคนลำบากใจ โดยเฉพาะนโยบายอันใหม่ที่เขาสั่งอนุมัติ

“แต่คุณคัชพลเคยสั่งว่าไม่ต้องสนใจลูกค้ารายเล็ก ถ้าขอส่วนลดให้ตอบปฏิเสธไปได้เลย” ลูกน้องคนหนึ่งขัดขึ้น

“คุณคัชพลเขาเปลี่ยนใจหรือครับ” ลูกน้องอีกคนถามอย่างมีความหวัง

“ยังหรอกครับ แต่มีอะไรผมรับผิดชอบเอง” ยศสรัลตอบอย่างใจเย็น

“คุณสรัลคิดตรงกับพวกเราเลยนะครับ เพียงแต่เราไม่กล้าขัดคุณคัชพล”

เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานบัญชา...หนุ่มใหญ่เจ้าของห้องหัวเสียอย่างหนัก เพราะการฟอกเงินที่เคยทำได้ผลดีมาตลอดมียอดลดลง มือขวาคนสนิทพยายามอธิบายว่ามีเรื่องติดขัดนิดหน่อย แต่บัญชาไม่ยอมฟังเพราะเชื่อหากเขาลงมือเองทุกอย่างต้องดีกว่านี้

ฟากคัชพลกลับจากออกเดทกับวีด้าก็ต้องอารมณ์เสียเมื่อเห็นรายงานการประชุมที่น้องชายคนกลางเอามาให้ โดยเฉพาะเรื่องนโยบายใหม่จะลดราคาให้ลูกค้ารายย่อย ยศสรัลพยายามอธิบายเหตุผลแต่คัชพลไม่ฟัง

“ก็นั่นแหละ...ถ้าเราลดให้ อีกหน่อยพวกนี้มันก็จะยิ่งได้ใจ ถึงยังไงมันก็ต้องง้อเรา”

“ก็เพราะทุกคนต้องง้อน่ะสิครับ เรายิ่งต้องรักษามาตรฐานเอเจนซีไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะจากรายงานของทุกบริษัทที่ยื่นเรื่องเข้ามา เกินครึ่งเป็นบริษัทที่เติบโตแบบก้าวกระโดด แล้วเราจะมองข้ามเขาไปหรือครับ”

คัชพลตั้งท่าจะค้านตามประสาคนชอบเอาชนะ แต่บัญชาเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน สองพี่น้องเลยต้องสงบปากสงบคำ บัญชาวางแฟ้มรายงานการประชุมตรงหน้าคัชพลแล้วบอกว่าอ่านเรียบร้อยแล้ว เสือผู้หญิงประจำบ้านหน้าเจื่อน ทำท่าจะชี้แจงเหตุผล แต่บัญชาพูดแทรกขึ้นก่อนว่าเห็นด้วยทุกอย่าง

“พ่อเข้าใจ เราทำถูกแล้ว ต่อไปบริษัทพวกนี้แหละจะช่วยเราได้ในอนาคต”

คัชพลสวมรอยทันที “ใช่ครับ...อนาคตฐานลูกค้าเราต้องขยายแน่ครับ”

“ทำดีมาก สรัล...เป็นผู้ช่วยพี่ใหญ่ต้องศึกษาวิสัยทัศน์ของพี่เขาด้วย เรื่องธุรกิจพี่ใหญ่เขามองขาดกว่าเรา”

ยศสรัลไม่ถือสา เบาใจที่ทุกอย่างคลี่คลายในทางที่ควรจะเป็น ต่างจากคัชพลที่มองน้องชายคนกลางด้วยสีหน้าเจื่อนๆ รู้สึกผิดเล็กน้อยที่สวมรอยเอาหน้า แต่จำเป็นต้องทำเพราะไม่อยากถูกพ่อตำหนิ

ooooooo

ในขณะที่คัชพลทำคะแนนกับวีด้าจนสนิทสนมกันมากขึ้น ยศสรัลต้องถอนใจเหนื่อยหน่ายเพราะถูกมณฑิตาตามติดทุกฝีก้าว บัญชากับสินีไม่สนว่าลูกชายคนกลางจะรู้สึกเช่นไร คอยให้ท้ายว่าที่ลูกสะใภ้และแสดงออกนอกหน้าว่าอยากให้ยศสรัลลงเอยกับมณฑิตาเสียที

ด้านวีด้า...แสร้งทำเป็นมีใจและให้ความหวังคัชพล จนเสือผู้หญิงคนดังเริ่มตายใจว่าสามารถเอาชนะใจเธอได้ ยศสรัลตามดูความสัมพันธ์ของพี่ชายกับหญิงสาวคนใหม่ห่างๆด้วยความเป็นห่วง แต่ทำอะไรไม่ได้มากเพราะไม่แน่ใจว่าวีด้าต้องการอะไรกันแน่ ส่วนดนัยมีอาการซึมเศร้าเพราะวีด้าตีตัวออกห่างอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งวันเกิดของเธอที่เขาอยากเลี้ยงให้เหมือนครั้งก่อนๆก็ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา

แม้ปากจะบอกปัดดนัย แต่วีด้าก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ต้องทำร้ายความรักและหวังดีของเขา ความแค้นในอดีตเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้เธอเดินหน้าและเลือกดำเนินการตามแผนต่อไปอย่างใจเย็น และเธอก็ไม่ผิดหวังเมื่อคัชพลมาดักรอที่ลานจอดรถเพื่อพาเธอไปฉลองวันเกิดในร้านอาหารหรู

แต่โชคก็ไม่เข้าข้างวีด้า เพราะการไปทานข้าวตามคำเชิญของคัชพลทำให้ดนัยที่ไปทานอาหารในโรงแรมเดียวกันค้นพบความจริงว่าเธอกำลังคบหาดูใจกับเสือผู้หญิงตัวฉกาจแห่งแวดวงสังคมไฮโซ!

ฝ่ายยศสรัลทนรำคาญมณฑิตาไม่ไหว รวมทั้งอยากหาที่เงียบๆคิดเรื่องวีด้าที่เขาสงสัยว่าอาจเป็นคนเดียวกับแพร จึงตัดสินใจไปดูงานและพักผ่อนที่รีสอร์ตริมทะเล พุฒิคนงานหนุ่มประจำรีสอร์ตดูแลยศสรัลอย่างใกล้ชิด ดีใจมากที่เจ้านายหนุ่มมาดูงาน หลังจากหายหน้าหายตาไปจัดการงานที่กรุงเทพฯจนไม่ค่อยได้มาที่นี่เท่าไหร่นัก

แต่คนที่ไม่พอใจมากเมื่อทราบว่ายศสรัลไปดูงานต่างจังหวัดก็คือมณฑิตา หญิงสาวหอบหิ้วถุงของฝากมากมายจากเมืองนอกมากำนัลบัญชาและสินี แต่ต้องหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มที่ต้องการเจอตัวไม่อยู่แล้ว

“คราวหน้าถ้าคุณพ่อคุณแม่มณไปดูงานที่ฝรั่งเศส มณจะไปด้วย ไปนานๆเลย สรัลหนีมณ มณก็จะหนีบ้าง”

สินีหน้าเสีย ปลอบให้ใจเย็นๆ ไม่อยากให้ว่าที่ลูกสะใภ้โกรธ เช่นเดียวกับบัญชาที่พูดเอาใจ

“อ้าว...แล้วสรัลมันหนีไปไหนล่ะ เห็นมันไม่อยู่ผมก็นึกว่าไปเที่ยวกับหนูมณเสียอีก”

สินีบอกว่าลูกชายคนกลางไปดูงานที่รีสอร์ต บัญชานิ่วหน้า ไม่คิดว่ามีงานอะไรที่ยศสรัลต้องไปดูเอง

“นั่นสิคะคุณพ่อ เสาร์อาทิตย์ทีไรสรัลต้องหาเรื่องหลบหน้ามณตลอดเลย มณก็เบื่อจะตามแล้วนะคะ”

“ใจเย็นสิลูก...สรัลก็เป็นแบบนี้แหละ เดี๋ยววันหนึ่งแต่งงานกันไปก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดแล้วล่ะ” บัญชาปลอบ

ในขณะที่มณฑิตาหัวเสียอย่างหนัก ยศสรัลนอนฟังเสียงคลื่นด้วยความสบายใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ แต่เรื่องของวีด้ากับแพรก็ตามหลอกหลอนจนเขานั่งไม่ติด ต้องไปเดินเล่นเพื่อระบายความเครียดที่ริมทะเล พุฒินั่งมองเจ้านายหนุ่มด้วยความสงสัย เพราะไม่เคยเห็นเขาทำหน้าเคร่งเครียดแบบนี้มาก่อน

ooooooo

ยศสรัลกลับจากรีสอร์ตในวันรุ่งขึ้น แม้จะสบายใจขึ้นมากแต่ยังไม่คลายความสงสัยเรื่องวีด้า เมื่อได้เจอเธอที่สปอร์ตคลับในวันถัดมาก็รู้สึกหมั่นไส้มาก เพราะหญิงสาวจงใจแสดงออกว่ามีใจให้พี่ชายเขาเสียเหลือเกิน

คัชพลไม่เอะใจท่าทางอ่อนหวานผิดสังเกต ต่างจากยศสรัลที่เฝ้ามองด้วยความร้อนรุ่ม ความรู้สึกหึงและความสงสัยในตัวหญิงสาวทำให้แอบสะกดรอยดูพฤติกรรมของเธอตลอด จนกระทั่งไปได้ยินเธอพูดโทรศัพท์กับดนัย นัดแนะกันไปทานข้าวเย็น ยศสรัลโกรธมากเพราะสิ่งที่เธอทำไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงแพศยาที่ชอบจับปลาสองมือ!

ยศสรัลไม่รอช้า ฉวยโอกาสตอนหญิงสาววางสายและทำท่าจะเดินกลับไปหาคัชพล ปรี่ไปดักหน้าแล้วแขวะ

“คุณนี่มีพรสวรรค์นะ...มากับคนหนึ่ง แต่แอบมาคุยโทรศัพท์นัดอีกคน โปรยเสน่ห์ไปทั่วแบบนี้ไม่ดีนะครับ”

วีด้าหน้าเจื่อน ไม่คิดว่าเขาจะได้ยินเธอพูดกับดนัย แต่ทิฐิทำให้โพล่งออกไปว่าไม่รู้เรื่อง ยศสรัลเหยียดยิ้มแล้วบอกว่าได้ยินเต็มสองหูที่เธอนัดกับชายหนุ่มอีกคน ทั้งที่กำลังเดทกับพี่ชายเขา วีด้าไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“ขอบคุณที่เตือนค่ะ ว่าแต่คุณมาตามๆฉันเนี่ย อย่าหลงเสน่ห์ฉันอีกคนแล้วกัน เพราะฉันมีสองมือจับไม่ไหว”

วีด้าทำท่าจะผละออกไป ยศสรัลคว้าแขนเธอแล้วดึงเข้าหาตัวเพื่อจ้องตาหาความจริงในใจ แต่เหมือนหญิงสาวจะไม่สนใจ สะบัดตัวออกอย่างใจเย็น แถมแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขาอีกต่างหาก

แต่วีด้าก็กระหยิ่มใจได้ไม่นานเพราะยศสรัลคิดแผนตลบหลังชวนเธอไปทานข้าวเย็นพร้อมกับคัชพล หญิงสาวจอมวางแผนหน้าเสีย กลัวเขาแฉสิ่งที่เธอทำแต่ยศสรัลก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าตื๊อให้เธอไปทานข้าวด้วย คัชพลช่วยพูดด้วยเพราะอยากใกล้ชิดกับเธอเป็นทุนอยู่แล้ว วีด้าอึกอัก ยศสรัลยิ้มร้ายแล้วสำทับ

“พี่ใหญ่ลงทุนขอร้องแล้ว คุณวีด้าจะไม่ให้เกียรติหรือครับ”

วีด้ามองหน้าเขาอย่างโกรธจัด แต่แผนการที่วางไว้ทำให้จำใจปั้นหน้ายิ้มและตอบรับคำชวนของสองพี่น้อง คัชพลหน้าบานเพราะคิดว่าเธอหลงเขาอย่างหนัก ต่างจากยศสรัลที่หงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แม้แผนตลบหลังจะสำเร็จ แต่ต้องทนเห็นภาพจี๋จ๋าของพี่ชาย

กับหญิงสาวตัวต้นเรื่องก็แทบทนไม่ไหวเหมือนกัน

คัชพลเอาอกเอาใจวีด้าอย่างดีจนยศสรัลต้องเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ท่าทางเหมือนอึดอัดของหญิงสาวทำให้อดค่อนแคะไม่ได้ “ต่อไปคุณวีด้าคงรับนัดคนอื่นในวันหยุดอีกไม่ได้แล้วล่ะ”

วีด้าเคืองมาก โต้กลับด้วยการแสดงความหวานกับคัชพลจนยศสรัลแทบนั่งไม่ติดเพราะความหึงโดยไม่รู้ตัว แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่อยากให้พี่ชายสงสัย วีด้าพยายามอดทนอย่างสุดความสามารถ และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจขอกลับไปทำงานหลังจากนั้นไม่นานนัก ยศสรัลฉวยโอกาสตอนพี่ชายไปจ่ายเงินเดินไปแขวะ

“ทานข้าวสองรอบระวังท้องอืดนะครับ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องแบบนี้ฉันเจอบ่อย ฉันรับมือได้สบาย”

ท่าทางเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวของวีด้าทำให้ยศสรัลหมดความอดทนและตัดสินใจถามตรงๆว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้เข้ามาตีสนิทกับคัชพล วีด้าสบตาเขานิ่งแล้วยอกย้อนกวนๆ

“ผู้หญิงคนไหนไม่อยากสนิทกับพี่ชายคุณบ้างล่ะคะ”

“แล้วคุณก็เหมือนผู้หญิงพวกนั้น”

คำถามของยศสรัลทำให้วีด้าอึ้งไปอึดใจ แต่ไม่ทันตอบอะไร คัชพลก็เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน วีด้าฉวยโอกาสนี้ขอตัวกลับดื้อๆ ทิ้งสองพี่น้องให้มองตามด้วยความรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะยศสรัล หงุดหงิดมากที่ไม่สามารถล้วงความลับใดๆจากปากคู่เดทคนใหม่ของพี่ชายได้เลย

ooooooo

วีด้าตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปหาดนัยตามนัด คำพูดถากถางและท่าทีเหมือนรู้ทันของยศสรัลตามก่อกวนในหัวไม่เลิกจนเธอไม่มีแก่ใจจะทำอะไร แต่ดนัยกลับเข้าใจอีกทางว่าเธอคงเบื่อที่ต้องเจอเขาและอยากจะตัดความสัมพันธ์ เลยตัดสินใจเปิดอกคุยกันตรงๆเพื่อให้หมดเรื่องคาใจ

“ผมขอโทษนะ ผมรู้ว่าไม่ควรก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวคุณ แต่มันรบกวนจิตใจผมมาก คุณมีอะไรจะบอกผมไหม”

วีด้านิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร ดนัยเลยโพล่งออกไปด้วยความโมโหว่าเห็นเธอควงกับคัชพลเมื่อคืนวันเกิด วีด้าหน้าเสีย ไม่คิดว่าเขาจะเห็นสิ่งที่เธอทำ แต่ก็เลือกจะไม่อธิบายเหตุผลที่แท้จริง

ดนัยพยายามจ้องตาแต่วีด้าก็หลบตลอด “ผมรู้ว่าผมถามอะไรก็คงไม่ได้คำตอบจากคุณ ผมก็คงได้แต่ตีความไปเอง คงได้แต่หลอกตัวเองว่าคุณไปกับเขาเพราะเหตุผลเรื่องงาน”

“วีด้าขอโทษค่ะดนัย แต่วีด้าไม่รู้จะอธิบายยังไง”

ดนัยยิ้มบางๆแล้วยื่นของขวัญให้ “ไม่เป็นไรครับ...สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะครับวีด้า”

วีด้ามองมาที่เขาอย่างขอบคุณที่ให้เกียรติเธออย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดมา แต่ดนัยกลับรู้สึกตรงกันข้ามเพราะหญิงสาวทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนและไม่ยอมเปิดใจ ชายหนุ่มคิดมากและตัดสินใจไปดื่มคนเดียวที่ผับของโรงแรม เจอกับเกรซโดยบังเอิญเลยได้ระบายเรื่องวีด้าอย่างคนหมดหนทาง เกรซพอรู้เรื่องในอดีตของเพื่อนรักแต่ไม่อยากพูดเพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว เลยได้แต่ปลอบว่าวีด้าคงมีเหตุผลบางอย่าง ดนัยถอนหายใจหนักหน่วง

“ผมก็พยายามคิดให้เป็นแบบนั้น แต่ผมก็รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป และเราแทบไม่ได้เจอกัน”

เกรซหน้าเจื่อน เห็นใจเขาไม่น้อยที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แม้จะเข้าใจความคับแค้นใจของเพื่อนรัก แต่ก็อดสงสารดนัยไม่ได้ที่ถูกทำร้ายจิตใจโดยไม่ได้ทำอะไรผิด ท่าทางหมดอาลัยตายอยากของเขาทำให้เธอตัดสินใจชวนไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนๆของเธอ หวังลึกๆว่าเสียงหัวเราะจะช่วยทำให้เขาคลายความเศร้าลงบ้าง

แต่ถึงกระนั้นดนัยก็ไม่ได้มีอาการดีขึ้นมากนัก เกรซทนไม่ไหว ไปซักวีด้าให้รู้เรื่องว่ากำลังทำอะไรกับคัชพลกันแน่ วีด้าอ้ำๆอึ้งๆ ได้แต่บอกเพื่อนว่าไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ เพราะครอบครัวของบัญชาทำกับเธอ
ไว้เจ็บแสบ

เกรซไม่เห็นด้วยนักแต่รู้ว่าห้ามไม่ได้ เลยได้แต่เตือนสติเสียงอ่อน “วีด้า...แกจะทำอะไรก็คิดให้ดีนะว่ามันคุ้มไหม เพราะสิ่งที่แกทำอาจจะทำให้แกสูญเสียคนดีอย่างดนัยไป ฉันมาบอกแค่นี้ ฉันกลับไปทำงานก่อนนะ”

วีด้าเก็บคำพูดของเพื่อนรักไปคิด แต่สุดท้ายก็ไม่เปลี่ยนใจและเดินหน้าทำตามแผนที่วางไว้ ด้วยการขอใช้บริการโรงแรมในเครือของเขาเพื่อจัดกิจกรรมตอบแทนลูกค้า คัชพลรับปากด้วยความเต็มใจและมอบหมายให้ยศสรัลเป็นคนคิดราคาและออกแบบกิจกรรมตามที่หญิงสาวต้องการ แต่เหมือนทุกอย่างจะไม่ง่ายเพราะน้องชายคนกลางของเขาตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมของวีด้าเป็นเรื่องน่าสงสัย

“เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ แต่มาใช้บริการของเรา แล้วยังแนะนำลูกค้าให้ ส่วนลดก็ขอนิดเดียว จงใจอะไรขนาดนั้น”

คัชพลหน้าตึงที่น้องชายพูดเหมือนเขาโง่จนโดนผู้หญิงหลอก บัญชาเลยช่วยไกล่เกลี่ยว่าวีด้าคงอยากทำเพื่อเอาใจและหวังใกล้ชิดกับคัชพลเท่านั้น ยศสรัลจนด้วยเหตุผลเลยต้องทำตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้

ในขณะที่ยศสรัลครุ่นคิดหัวแทบแตก วีด้ากลับมีท่าทีสบายๆ ทั้งที่ต้องไปดูงานโรงแรมต่างจังหวัดกับคัชพลแบบสองต่อสอง เมื่อเกรซรู้เรื่องก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวเพื่อนสาวจะถูกกระทำมิดีมิร้าย วีด้าต้องปลอบไม่ให้คิดมากเพราะงานนี้เธอต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว

ฝ่ายยศสรัลกระอักกระอ่วนใจ ไม่อยากไปดูงานพร้อมกับคัชพลและวีด้า แต่บัญชาเห็นว่าควรไปด้วย เผื่อได้ช่วยกันดูแลและปรับปรุงกิจกรรมให้ตรงตามความต้องการของวีด้าที่สุด ยศสรัลเบ้หน้าย้อนถาม
เสียงเรียบ

“ผมว่าพี่ใหญ่คงอยากไปกับคุณวีด้าเป็นส่วนตัวมากกว่านะครับ”

“ส่วนตัวอะไรกัน แกไปด้วยน่ะดีแล้ว แต่เข้าจังหวะให้ถูกแล้วกัน ว่าตอนไหนเรื่องงาน ตอนไหนเรื่องส่วนตัว”

ฝ่ายวีด้าตามเก็บข้อมูลของคัชพลเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับธัญกรที่มีท่าทีเหมือนชอบและเต็มใจจะคุยกับเธอตลอด ส่วนยศสรัลลำบากใจมากกว่าเดิมเมื่อคัชพลอยากให้เขาเข้าประชุมสรุปแผนงานกับวีด้าในเช้าวันต่อมา แต่ไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยจำใจเข้า แต่ท่าทีกวนประสาทของวีด้าก็ทำให้เขาเหลืออดและโพล่งถามไปตรงๆ

“ผมยังมองไม่ออกว่าบริษัทของคุณจะได้อะไรจากงานนี้ ดูยังไงก็เหมือนเป็นงานที่จัดเพื่อทางเรามากกว่า”

“วีด้าแค่อยากตอบแทนลูกค้า ไม่ได้หวังผลอะไรมากไปกว่าคำขอบคุณ แต่ถ้าทางคุณยศสรัลเห็นว่าคุณเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ก็ดีไม่ใช่หรือคะ เพราะยังไงฉันก็ไม่ได้นำเข้าเรือยอร์ชมาขายแข่งกับคุณอยู่แล้ว”

คัชพลสนับสนุนเหตุผลวีด้าเต็มที่ ยศสรัลเลยยอมถอย แต่ยังไม่วางใจนักว่าหญิงสาวจะหวังดีจริงๆ

ooooooo

ตอนที่ 4

วีด้ากระหยิ่มยิ้มด้วยความสะใจที่แผนล่อเสือให้ตายใจสำเร็จอีกขั้น คัชพลไม่เอะใจหรือสงสัยอะไรแม้แต่น้อย เรื่องที่เธอขอร่วมงานพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ คงมีเพียงยศสรัลที่คาใจบางอย่าง โดยเฉพาะจุดประสงค์และเจตนาของคู่เดทคนใหม่ของพี่ชายว่าต้องการอะไรกันแน่ และเขาก็ไม่รอช้า บุกไปถามเธอทันทีที่มีโอกาส

“ตกลงที่คุณทำทุกวันนี้คุณมีแผนอะไร...ทั้งงานที่ให้ผมจัด คุณทำเพื่ออะไร นอกจากจะได้ใกล้ชิดพี่ใหญ่”

วีด้าหัวเราะเยาะแล้วยอกย้อน “ทำเพื่อให้ได้ใกล้ชิดคุณใหญ่ ก็แล้วแต่คุณจะคิดนะคะ”

“คุณทำอย่างนี้ทำไม ในเมื่อคุณเองก็มีแฟนอยู่แล้ว”

“นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน คุณไม่ควรจะมาก้าวก่าย”

“แต่เรื่องส่วนตัวของคุณ มีพี่ชายผมเข้าไปเกี่ยว”

“คุณยศสรัลคะ ถ้าสิ่งที่คุณต้องการจะพูดกับฉันเป็นเรื่องไร้สาระพรรค์นี้ ไม่ใช่เรื่องงาน ฉันขอไม่คุยนะคะ”

วีด้าทำท่าจะผละไป ยศสรัลคว้าข้อมือรั้งไว้ อยากเคลียร์ให้รู้เรื่อง แต่หญิงสาวขืนตัวผลักออกและสะบัดหน้าจากไปไม่เหลียวหลัง ทิ้งลูกชายคนกลางของบัญชาให้มองตามด้วยความหงุดหงิด...เชื่อมั่นว่าเธอต้องมีแผนร้ายแน่ๆ

หลังตกลงแผนงานเรียบร้อย วีด้า ยศสรัลและคัชพลจึงไปดูงานที่รีสอร์ตไม่กี่วันถัดมา ยศสรัลต้อนรับและแนะนำที่ทางในรีสอร์ตเป็นอย่างดีจนวีด้าอดทึ่งไม่ได้ แต่ที่ดึงความสนใจจากเธอมากกว่าคือท่าทางน่าสงสัยของคัชพลที่ต้องพบปะแขกพิเศษ วีด้าพยายามจับสังเกตแต่ติดยศสรัลที่คอยดูแลแทนพี่ชายตลอด ทำให้ไม่ค่อยสะดวก

ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อตัวของวีด้าทำให้ยศสรัลมองตามด้วยความสงสัย ยิ่งเมื่อคัชพลขอตัวไปทำงานกับแขกพิเศษและสั่งให้เขาพาเธอนั่งเรือชมวิวรอบเกาะแทนยิ่งทำให้เธอร้อนรนหนัก คู่เดทคนล่าสุดของพี่ชายมีอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดและพยายามขอรอให้คัชพลไปด้วยกัน แต่สุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวังเพราะคัชพลปฏิเสธและอ้างว่าแขกพิเศษมีธุระสำคัญ วีด้าขัดใจมากและพาลมาลงกับยศสรัล

“ฉันว่าเราควรรอคุณใหญ่แล้วไปพร้อมกัน”

“คุณวีด้ากลัวคนแปลกหน้าเหรอครับ”

“จะคนแปลกหน้าหรือคนหน้าแปลกอย่างคุณฉันก็ไม่กลัว...แต่ฉันไม่ไว้ใจ”

“ไม่ไว้ใจ...ก็คือกลัวนะครับ”

วีด้าข่มความโกรธและตามไปอย่างเสียไม่ได้ ยศสรัลมองตามยิ้มๆ ดีใจที่ยั่วประสาทเธอได้สำเร็จ

ยศสรัลกวนโมโหไม่เลิก แกล้งขับเรือช้าๆ จนวีด้าเริ่มหงุดหงิดและอาสาจะขับเอง ชายหนุ่มปล่อยให้ทำตามต้องการเพราะเชื่อว่าเธอคงขับไม่เป็น และก็จริงดังคาดเพราะหญิงสาวมีท่าทีเงอะๆ งะๆ จนอดขำไม่ได้ ยศสรัลพยายามขอกุญแจคืนแต่วีด้าไม่ให้เลยกลายเป็นยื้อยุดไปมา สุดท้ายสองหนุ่มสาวต้องมองหน้ากันเครียดๆ เพราะ กุญแจเจ้าปัญหาหล่นลงไปในน้ำทะเลตอนจังหวะที่เรือโคลง!

สองหนุ่มสาวช่างยั่วเลยต้องมานั่งหน้าหงิกกันคนละมุมบนเรือ ยศสรัลอดแขวะเธอไม่ได้ที่หาเรื่องเขาก่อน

“เพราะความอวดดีของคุณแท้ๆ เราถึงต้องตกอยู่ในสภาพนี้”

“อย่ามาโทษฉันนะ ก็คุณอยากแกล้งฉันก่อนทำไม”

ยศสรัลส่ายหน้าเซ็งๆ ขี้เกียจเถียงให้หงุดหงิดกว่าเดิม วีด้าเบ้หน้าเล็กน้อยแล้วถามว่าจะเอายังไงต่อไป

“จะทำยังไง...ก็ต้องให้พี่ใหญ่...พระเอกของคุณมาช่วยน่ะสิ จะได้เข้าแผนคุณด้วย...ไม่ดีหรือ”

“ทำไมต้องรอล่ะ คุณก็โทร.หาคุณใหญ่ให้รีบมาช่วยเราสิ”

ยศสรัลย้อนให้เธอโทร.เอง วีด้าบอกว่าลืมมือถือไว้บนห้อง ยศสรัลเลยล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อโชว์มือถือเปียกน้ำ

“โทรศัพท์ผมสำลักน้ำเพราะความอวดดีของคุณไง”

“โธ่เอ๊ย...แล้วจะทำยังไง เราต้องลอยกลางทะเลอีกนานแค่ไหน คุณนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆเลย”

ยศสรัลแกล้งไปประชิดตัวและเตือนให้ระวังคำพูด วีด้าผงะและหนีไปนั่งอีกมุม...กลัวเขาทำมิดีมิร้ายจริงๆ

ooooooo

เรือลอยเรื่อยๆ จนติดเกาะกลางทะเลแห่งหนึ่ง ยศสรัลปลุกเพื่อนร่วมทางที่ผล็อยหลับเมื่อครู่ใหญ่ให้ลงไปพักบนเกาะ วีด้าสะบัดหน้าไม่ยอมด้วยความหยิ่ง ยศสรัลเลยต้องปล่อยเลยตามเลยและเดินไปสำรวจอุปกรณ์ ข้าวของอาหารแห้งบนเรือเพื่อประทังชีวิตคืนนี้

วีด้าชะเง้อมองด้วยความระแวง แต่อาการปวดศีรษะเพราะเมาเรือทำให้ต้องฝืนใจลากสังขารลงมาหาเขาหลังจากนั้นไม่นานนัก ยศสรัลเฝ้าดูแลด้วยความเป็นห่วงและหุงหาอาหารกระป๋องให้กินอย่างดี แต่ถึงกระนั้น...วีด้าก็อดกวนประสาทเขาไม่ได้ด้วยการคว้าน้ำขวดที่เหลือเพียงน้อยนิดมาราดตัวเพื่ออาบน้ำ ยศสรัลโมโหแต่ไม่อยากเถียงให้บรรยากาศแย่ไปกว่านี้ เลยได้แต่ผละไปนั่งเงียบๆคนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์

เวลาเดียวกันที่รีสอร์ต...คัชพลเร่งให้คนงานออกเรือตามหาน้องชายคนกลางและคู่เดทคนสวย แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะไม่มีเรือและอุปกรณ์ค้นหาที่เพียงพอ คัชพลร้อนใจมากอยากออกไปตามเองให้รู้แล้วรู้รอด คนงานเลยเสนอให้ไปตามตำรวจน้ำ คัชพลจึงจำต้องถอดใจรอถึงเช้าเพราะไม่อยากให้เรื่องวุ่นวายไปกันใหญ่

ฝั่งวีด้าอาการไม่ค่อยดี ปวดหัวและครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ ยศสรัลต้องบังคับให้กินยาอยู่นานกว่าเธอจะยอม สองหนุ่มสาวคงจะนั่งเงียบกันคนละมุมทั้งคืน ถ้ายศสรัลไม่เป็นฝ่ายชวนคุยเรื่องที่คาใจมาตลอด

“ทำไมคุณถึงชอบพี่ใหญ่ คุณชอบเขาจริงๆหรือเปล่า”

วีด้าไม่ตอบแต่ย้อนถามเสียงเบา “ผิดหรือคะถ้าฉันจะชอบเขา”

“ตอนเจอหน้าคุณครั้งแรก ทำให้ผมคิดถึงใครบางคนที่ผมเคยรู้จัก”

วีด้าหน้าเจื่อนเบือนหน้าหนี ยศสรัลเริ่มมั่นใจบางอย่างและเซ้าซี้ถามว่าอยากรู้ไหมว่าเธอคือใคร

“ฉันไม่สนใจเรื่องของคุณหรอก”

“แต่ผมอยากบอก ผมคิดถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเคยพบเมื่อหกเจ็ดปีก่อน เธอเป็นผู้หญิงน่ารัก ครั้งแรกที่เห็นคุณ ผมคิดว่าเป็นเธอคนนั้น แต่พอผมได้รู้จักนิสัยใจคอคุณ...คุณคงไม่ใช่”

วีด้าพยายามข่มความไม่พอใจแล้วสวนกลับ “ฉันคงแย่มากในสายตาคุณ”

“ใช่...เพราะผมคิดว่าถ้าเป็นเขา...เขาคงไม่ทำตัวแบบคุณ”

วีด้าหมดความอดทนและสะบัดหน้าหนีไปนั่งอีกทาง พลางบ่นพึมพำเมื่อลับร่างเขาแล้ว

“อีตาบ้า...ปากจัดที่สุด เมื่อก่อนฉันก็มองนายผิดไปเหมือนกัน!”

วีด้าหลบไปนั่งคนเดียวและผล็อยหลับใต้ต้นไม้ ยศสรัลตัดสินใจอุ้มไปนอนบนที่ที่เตรียมไว้ แต่นอนได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะวีด้าละเมอหาแม่ กว่าเขาจะได้นอนอีกครั้งก็เกือบเช้าเพราะหญิงสาวจับมือไม่ปล่อย เรียกร้องความสงสารเป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก แต่เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็ร้องโวยวายหาว่าเขาฉวยโอกาสกับเธอ

“ถ้าผมฉวยโอกาส...คุณไม่รอดตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ให้ท่าผมขนาดนั้น คุณทั้งจับ ทั้งเบียด ทั้งกอด...”

“นี่นายกล่าวหาฉันเหรอ พูดให้มันดีๆนะ”

“ทำไม...ผมพูดความจริงแล้วอายเหรอ จะให้เล่ารายละเอียดไหมตอนคุณกระแซะเข้าหาผมน่ะ”

“นายมันบ้าไปแล้ว ต่อให้เหลือนายคนเดียวบนโลก ฉันก็ไม่มีวันเพี้ยนขนาดนั้นหรอก ปล่อยฉันนะ”

“คราวหน้าคงต้องอัดคลิปไว้เป็นหลักฐาน”

วีด้าคร้านจะเถียง ล้มตัวลงนอนหันหลังให้ ยศสรัลหัวเราะชอบใจที่ยั่วเธอได้สำเร็จอีกครั้ง...

ooooooo

ถึงจะทะเลาะกันเกือบตลอดเวลาแต่สุดท้ายสองหนุ่มสาวก็หันหน้ามาร่วมมือกันหุงหาอาหารและหาเชื้อเพลิงมาจุดกองไฟ ยศสรัลทึ่งในความอึดของเธอไม่น้อย ไม่คิดว่าหญิงสาวสวยจัดทันสมัยสุดๆ อย่างวีด้าจะทำเรื่องแบบนี้ได้

ด้านคัชพล...ออกเรือพร้อมคนงานแต่เช้าเพื่อตามหาน้องชายคนกลางและคู่เดทคนสวย แต่กว่าจะได้เจอกันก็ช่วงสายเพราะไม่รู้ว่าเรือไปติดที่เกาะไหน วีด้าตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด ถลาไปหาคัชพลจนยศสรัลอดหมั่นไส้ไม่ได้ คัชพลจัดแจงดูแลหญิงสาวอย่างดีก่อนจะปล่อยให้พักผ่อนตามลำพัง จากนั้นจึงตัดสินใจไปเคลียร์กับยศสรัลเพราะเอะใจเรื่องติดเกาะว่าอาจไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ

“ฉันรู้ว่าแกกับเขาไม่ค่อยลงรอยกัน แต่เหตุการณ์นี้...เป็นแผนนายหรือเปล่า”

“คุณวีด้าเขาแล่นเรือใบออกไปไกล ผมก็ออกไปดู ขากลับเรือน้ำมันหมด แล้วลอยไปติดเกาะก็แค่นั้น”

ยศสรัลยืนยันว่าไม่เคยคิดร้าย คัชพลมองหน้าน้องชายนิ่งๆ แล้วตัดสินใจไม่ถามอะไรอีก

“ไม่มีอะไรก็แล้วไป ฉันอยากให้แกวางตัวกับเขาดีๆ เพราะวันหนึ่งเขาอาจจะมาเป็นพี่สะใภ้แก”

คัชพลทิ้งท้ายก่อนจะจากไป ทิ้งยศสรัลให้มองตามด้วยความเซ็ง...ไม่คิดว่าพี่ชายจะติดใจเสน่ห์ของวีด้าขนาดนี้

แม้ยศสรัลจะยืนกรานว่าไม่คิดอะไร แต่คัชพลก็ไม่วางใจเรื่องวีด้าเสียทีเดียว เสือผู้หญิงคนดังตัดสินใจไปหาวีด้าเพื่อบอกความรู้สึกตัวเอง “ผมหึงที่เมื่อคืนคุณอยู่กับสรัลสองต่อสอง...ผมไม่เคยรู้สึกหึงผู้หญิงคนไหนเลย”

วีด้าลอบยิ้ม สะใจเหลือเกินที่ทำให้เขาคลั่งได้ แต่จำต้องตีหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร คัชพลหน้าเสีย กลัวเธอโกรธเลยรีบเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อน “ผมแค่อยากให้คุณวีด้ารับรู้ความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณ...พักผ่อนเถอะครับ”

คัชพลออกจากห้องไปแล้วพร้อมรอยยิ้มเขินๆ ต่างจากวีด้าที่มองตามด้วยความกระหยิ่มใจที่เสือผู้หญิงคนดังแห่งวงการไฮโซกำลังติดกับ แต่ที่ทำให้เธอข้องใจมากกว่าหลังจากนั้นคือท่าทีเย็นชาและหมางเมินของยศสรัล ทั้งที่เขาไม่พอใจเรื่องเธอพยายามเข้าหาคัชพลแท้ๆ แต่กลับเลือกนิ่งเฉยเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร

ฝ่ายยศสรัลต้องข่มอารมณ์หงุดหงิดเป็นอย่างมาก ต้องทนเห็นวีด้าทำท่าจี๋จ๋ากับคัชพล แต่คำพูดพี่ชายเมื่อสายยังวนเวียนในหัวว่าอยากให้เขาทำตัวดีๆกับว่าที่พี่สะใภ้ แต่ถึงกระนั้นภาพความใกล้ชิดของทั้งสองก็ทำให้แทบคลั่ง ทั้งโมโหหึงและเป็นห่วงพี่ชายจนวางตัวไม่ถูก

เวลาเดียวกันที่บ้านบัญชา...มณฑิตามารอยศสรัลด้วยสีหน้าสงบ ทั้งที่ในใจร้อนเป็นไฟที่ว่าที่คู่หมั้นหายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว สินีกับบัญชามองหน้ากันเครียดๆ เพราะมณฑิตาหงุดหงิดจนอดตัดพ้อว่าควรจะบอกเธอสักหน่อย จะได้ขอตามไปดูงานด้วย บัญชาถอนหายใจเบาๆ แล้วปลอบ

“พ่อเห็นว่าสรัลเขาไปเรื่องงาน หนูมณไปก็จะเบื่อเปล่าๆ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ มณแค่คิดว่าถ้ามณไปสรัลกับแม่นั่นอาจไม่ไปติดเกาะด้วยกัน”

“หนูกำลังคิดว่าสรัลจะไปชอบหนูวีด้าหรือ อย่าไปคิดแบบนั้น หนูวีด้าน่ะเขาควงกับตาใหญ่อยู่” สินีช่วยพูด

มณฑิตาอารมณ์เสียไม่เลิกตามประสาคนเอาแต่ใจ สินีหน้าเจื่อน เหนื่อยจะปลอบแต่ไม่รู้จะทำยังไง ส่วนบัญชาไม่สนใจและไปเตรียมตัวทำงาน แต่ต้องหัวเสียหนักเมื่อเจอลูกชายคนเล็กกำลังจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน ธัญกรข่มความโกรธที่ถูกพ่อค่อนแคะ แต่อดเหน็บกลับไม่ได้ว่าเมื่อไหร่พ่อจะเลิกแดกดันเขาเสียที

“ฉันจะพูดจนกว่าแกจะมีความคิดเป็นผู้เป็นคน แล้วเป็นให้ได้อย่างพี่แกสองคน”

“แล้วตกลงคุณพ่อเห็นผมเป็นลูกเหมือนพี่ใหญ่กับพี่สรัลหรือเปล่าครับ”

“ไอ้เล็ก...ถ้าแกอยากให้ฉันเห็นแกเป็นลูก ก็ทำตัวให้สมกับที่เกิดมาเป็นลูกฉัน เลิกทำให้ฉันอับอายซะที”

ธัญกรเจ็บใจจนน้ำตาคลอ แต่ไม่อยากเถียงให้เรื่องรุนแรงกว่านี้ เลยได้แต่ผละออกไป บัญชาได้แต่มองตามด้วยความระอาใจ คร้านจะบ่นจะเตือนแต่ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

ฟากคัชพลกับยศสรัลกลับจากรีสอร์ตไม่นานหลังจากนั้น แถมต้องรับศึกหนักจากมณฑิตาที่ตั้งท่าหาเรื่องทันทีที่สองหนุ่มมาถึงบ้าน คัชพลเอาตัวรอดและปลีกตัวไปดื้อๆ ทิ้งยศสรัลให้รับมือกับว่าที่คู่หมั้นสาวด้วยความหงุดหงิด โดยเฉพาะเมื่อต้องตอบคำถามเรื่องติดเกาะกับวีด้าว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด...ทำไมผมต้องแก้ตัว”

“ค้างคืนที่เกาะกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่คู่หมั้น สำหรับมณถือว่าเป็นความผิดอย่างมาก”

“สำหรับผมมันเป็นอุบัติเหตุ”

ท่าทีเย็นชาของยศสรัลทำให้มณฑิตาโกรธจัด เธอประกาศกร้าวจะขอตามไปด้วยหากต้องไปดูงานแบบนี้อีก แต่เขาไม่ยอม ปฏิเสธเสียงแข็งและขอตัวไปพักผ่อนทันที มณฑิตาได้แต่มองตามเซ็งๆ เคืองมากที่ยศสรัลทำตัวห่างเหินและปฏิบัติต่อเธอเหมือนไม่ได้กำลังคบหาดูใจกัน

ooooooo

ในขณะที่ยศสรัลเครียดหนักที่พี่ชายติดบ่วงเสน่หาคู่เดตคนล่าสุด วีด้าไม่มีท่าทางทุกข์ร้อนเพราะแผนที่วางไว้ใกล้สำเร็จเต็มที ต่างจากเกรซที่รับฟังทุกอย่างด้วยความกังวล ไม่อยากให้เพื่อนรักเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้

วีด้าไม่พอใจที่ถูกห้ามไม่ให้ยุ่งกับครอบครัว บัญชาอีก เธอยืนกรานหนักแน่นจะไม่ยอมหยุดแผนการนี้ จนกว่าบัญชาและทุกคนในครอบครัวเขาจะได้รับบทเรียนเหมือนที่ครอบครัวเธอเคยเจอ เกรซถอนใจหนักหน่วงแล้วถามว่าจะเอายังไงต่อ ไหนๆตอนนี้คัชพลก็ดูจะมีใจให้เพื่อนรักของเธอไม่น้อย

“ตอนนี้ฉันอยากสืบหาความจริง เพราะฉันเห็นนายคัชพลมีเรื่องลับๆปกปิดตลอด ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเรื่องอะไร และมีทางไหนที่ฉันจะเล่นงานพวกนั้นได้!”

เกรซเหนื่อยจะเตือน ได้แต่ปล่อยให้เพื่อนรักเตรียมตัวรับผลการกระทำของตัวเอง ส่วนวีด้าพยายามปลอบตัวเองว่าทำทุกอย่างเพื่อทวงความยุติธรรมให้ครอบครัว ทั้งที่ในใจไม่ได้รู้สึกดีเท่าที่ควร

บ่ายวันเดียวกัน...วีด้าได้รับโทรศัพท์จากธัญกรให้ไปทานข้าวด้วยกัน เธอจึงได้รู้ว่าบัญชามีอคติกับลูกชายคนเล็กไม่น้อย ความขัดแย้งภายในครอบครัวเป็นเชื้อเพลิงแห่งความแตกแยกที่ดีเสมอ หญิงสาวเชื่ออย่างนั้นและตั้งหน้าตั้งตาชวนเขาดื่มเพื่อล้วงความลับจนดึกดื่น สุดท้ายธัญกรก็เมาแอ๋จนเธอต้องหิ้วปีกและขับรถมาส่งบ้านด้วยความทุลักทุเล แถมต้องทนฟังเสียงบ่นของเขาที่ดูเหมือนจะเป็นปมที่อยู่ในใจมานาน

“ผมขับได้ ผมจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ผมจะต้องเก่ง เพราะผมเป็นลูกคุณบัญชาผู้ยิ่งใหญ่”

วีด้านิ่งไปอึดใจ พอจะเข้าใจความกดดันของเขาแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ธัญกรเมาไม่รู้เรื่องและหลุดปากระบายความรู้สึกที่มีต่อเธอ “คุณก็อีกคน...ผมแอบชอบคุณอยู่ แต่ทำไมคุณต้องเป็นแฟนพี่ใหญ่...คุณชอบเขาเหรอ”

คำถามของธัญกรทำให้วีด้าทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถจนจอดหน้าบ้านเขาไม่นานหลังจากนั้น แต่กว่าจะถึงก็ต้องทั้งดุและปลอบตลอดทาง เพราะความเมาแท้ๆ ทำให้ธัญกรพรั่งพรูทุกสิ่งอย่างในใจอย่างไม่ปิดบัง หญิงสาวรับฟังด้วยสีหน้าเงียบขรึม ถอนใจเหนื่อยหน่ายเป็นระยะๆ ไม่รู้จะรับมือกับคนเมาอย่างธัญกรอย่างไรดี

แต่คนที่รับมือยากกว่าคือคนที่รอธัญกรกลับบ้าน ยศสรัลนิ่วหน้าไม่ชอบใจเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนมาส่งน้องชายคนเล็ก วีด้าไม่สะทกสะท้านกับสายตาตำหนิ พยุงธัญกรเข้าไปนั่งอย่างเรียบร้อยและทำท่าจะผละจากไป ยศสรัลถลาไปขวาง อดแขวะด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้เมื่อเห็นเธอทำท่าเหมือนเขาไม่อยู่ในสายตา

“ได้พี่ใหญ่ไปคนหนึ่งยังไม่พอ ยังมาจับนายเล็กอีกคน คิดจะยกครัวเลยหรือไง”

“ไม่หรอกค่ะ...เพราะฉันคงยกเว้นคุณ ไม่ชอบคนรู้ทัน”

“อย่ามากวนใส่ผม...บอกความจริงมาว่าคุณทำแบบนี้ทำไม”

“เข้าใกล้ฉันมากๆ ระวังจะหลงเสน่ห์ฉันนะคะ”

ยศสรัลโมโหมาก พยายามซักว่าเธอไปเจอกับน้องชายเขาได้ยังไง วีด้าไม่ตอบและเลือกกวนประสาทแทนจนเขาแทบหมดความอดทน แต่เมื่อรู้ความจริงว่าเธอแค่ดื่มเป็นเพื่อนและมีน้ำใจขับรถมาส่งก็ทำให้รู้สึกผิดไม่น้อย วีด้ากัดฟันข่มอารมณ์และขอตัวกลับไปเอารถที่ผับ ยศสรัลอาสาไปส่งทันที แม้เธอจะปฏิเสธเขาก็ไม่สนและลากเธอไปด้วยจนได้ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่วายอยากรู้ว่าทำไมน้องชายเขาต้องชวนเธอมาดื่ม

“คุณก็ต้องไปถามน้องคุณสิคะ...ไม่ใช่มาถามฉัน”

“ผมถามคุณเพราะอยากรู้ว่าคุณไปยั่วอะไรนายเล็กหรือเปล่า”

“เรียกว่ายั่วเลยหรือคะ ฉันคิดว่าฉันแค่จิตใจดี รักเด็ก...แล้วคุณเล็กก็เป็นเด็กน่ารัก”

ยศสรัลเบรกรถอย่างแรงด้วยความโกรธจัด ไม่ชอบใจเลยที่เธอพูดเหมือนไม่รู้สึกผิดที่เข้ามาป่วนครอบครัวเขา แถมยังตั้งหน้าตั้งตาปั่นหัวด้วยสายตาท้าทายจนเขาเผลอเหยียบคันเร่งระบายอารมณ์ หญิงสาวสะดุ้งตกใจ เอามือจิกเบาะรถตลอดทางเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ ส่วนชายหนุ่มคนขับไม่พูดอะไรอีกเลยจนถึงที่หมาย

วีด้าจะลงทันทีที่รถจอดสนิท แต่ยศสรัลกลับกดล็อกรถ โน้มตัวเข้าหาและขู่เสียงเข้ม

“ผมแค่อยากจะบอกว่า...อย่ามายุ่งกับน้องชายผม...

จริงๆผมไม่อยากให้คุณยุ่งกับครอบครัวผมเลยด้วยซ้ำ”

วีด้าโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “คิดว่าฉันอยากยุ่งกับครอบครัวคุณก่อนหรือ”

คำพูดของวีด้าสะกิดใจบางอย่างจนต้องถามให้รู้เรื่อง แต่เธอกลับไม่พูดอะไรจนยศสรัลเริ่มหงุดหงิด กระชากตัวมาใกล้หวังเค้นความจริง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล แถมเธอยังสะบัดตัวออกและตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ชายหนุ่มเดือดจัดจะเอาคืนแต่เมื่อเห็นน้ำตาของหญิงสาวก็ใจอ่อนยวบ ยอมปลดล็อกให้ลงจากรถแต่โดยดี

วีด้าเจ็บใจมากที่พลั้งปากพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจมานานจนเกือบถูกจับได้ หญิงสาวคิดมากจนนอนไม่หลับ ไม่ต่างจากยศสรัลที่ครุ่นคิดเรื่องของเธอทั้งคืนเช่นกัน...ไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่จากครอบครัวเขา

ooooooo

ความสงสัยในตัววีด้าก่อกวนใจจนยศสรัลไม่เป็นอันทำอะไร จนเมื่อบัญชากับคัชพลสอบถามเรื่องงานเช้าวันต่อมาจึงรู้สึกตัว ปัดความกังวลนั้นทิ้งและเริ่มต้นสางงานอย่างจริงจัง โดยมีคัชพลคอยจับสังเกตอาการน้องชายคนกลางเงียบๆ แปลกใจเล็กน้อยเพราะไม่เคยเห็นยศสรัลมีท่าทางเหม่อลอยเหมือนมีเรื่องอะไรในใจเช่นนี้

วีด้ามีอาการไม่ต่างจากยศสรัล แต่เพราะความเครียดมากกว่า กลัวเขาจับได้ว่าเธอเป็นใครและมีจุดมุ่งหมายอย่างไรกับครอบครัวเขา หญิงสาวขจัดความรู้สึกนี้ทิ้งด้วยการคร่ำเคร่งกับงานทั้งวันจนกระทั่งได้รับโทรศัพท์ของธัญกรในช่วงเย็นเพื่อขอโทษเรื่องเมื่อคืนที่เขาเมาจนต้องให้เธอขับรถมาส่ง วีด้าเตือนไม่ให้เขาดื่มแบบนั้นอีกเพราะมันอันตราย ธัญกรดีใจที่เธอมีแก่ใจเป็นห่วงและชวนไปทานข้าว

“ไปด้วยกันนะ...ในฐานะเพื่อน ผมไม่อยากทานคนเดียว ไม่มีใครอยู่บ้านเลย”

“อย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาสิ สงสัยคุณจะมีเวลาว่างมากเกินไป น่าจะหาอะไรทำนะ”

“ไม่ใช่ผมไม่อยากทำ แต่คุณพ่อผมน่ะสิ...ผมมันไว้ใจไม่ได้ตรงไหน”

“คุณก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นสิว่าคุณทำได้”

“เอาแบบนี้...ฉันรับนัดคุณ เย็นนี้เจอกัน แล้วก็หัดเริ่มเป็นผู้นำเลยแล้วกัน ลองไปคิดดูนะว่าจะพาฉันไปร้านไหน ไปทานอะไร ฉันให้คุณตัดสินใจทั้งหมดเลย”

ธัญกรวางสายด้วยความดีใจที่หญิงสาวตอบรับไปทานข้าวเย็นด้วย เขาคิดอยู่นานและตัดสินใจพาเธอไปที่ร้านอาหารเล็กๆนอกเมืองเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เพราะเขารู้ดีว่าคัชพลต้องพาเธอไปทานแต่ร้านอาหารหรูๆ วีด้าพอใจมากและอารมณ์ดีพอจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาจนทั้งคู่ดูสนิทสนมกันมากขึ้น

“ถ้าพี่ใหญ่รู้ว่าผมชวนคุณออกมา ผมตายแน่ๆ”

“ก็เราเป็นเพื่อนกัน...ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ ธัญกรชื่นชมในตัวหญิงสาวตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากหน้าตาสวยสะดุดตาที่ทำให้ใครๆประทับใจตั้งแต่แรกเห็น นิสัยใจคอเธอก็ห้าวและเป็นกันเองจนใครก็ตามที่ได้อยู่ใกล้สบายใจ ไม่เว้นแม้แต่เขา แต่ที่ทำให้เขาหงุดหงิดก็เมื่อเธอชวนไปทำงานด้วย

“ถ้าคุณมาทำงานกับวีด้า คุณใหญ่น่าจะพอใจ รวมทั้งครอบครัวคุณด้วย แล้วก็เป็นการฝึกตัวเอง... สนใจไหม”

“แต่ผมต้องไปเป็นลูกน้องคุณ...ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณมากกว่า”

“ก็เพื่อนไง...เพื่อนร่วมงาน ไม่สนใจก็ไม่เป็นไรนะ”

ธัญกรรับปากทันที กลัวเธอโกรธมากกว่ากลัวเธอเปลี่ยนใจ วีด้าชอบใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด... เมื่อทุกคนในบ้านบัญชาทราบก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปกับธัญกร มีเพียงยศสรัลที่ค้านหัวชนฝา ไม่อยากให้น้องชายคนเล็กยุ่งกับวีด้าเพราะสงสัยเจตนาแฝงของเธอ แต่คัชพลกับบัญชาไม่สนคำพูดของยศสรัลและอนุญาตให้ธัญกรทำตามที่ขอเพราะเห็นว่าวีด้าน่าจะเป็นครูสอนงานที่ดี

ธัญกรดีใจจะได้ใกล้ชิดวีด้า ส่วนยศสรัลไม่ละความพยายาม ตามไปคาดคั้นน้องชายคนเล็กและขอไม่ให้ยุ่งกับวีด้า กลัวน้องชายจะพลาดท่ากลายเป็นเครื่องมือให้หญิงสาวแต่ธัญกรไม่ยอมโต้กลับ

“ผมกับเขาเป็นแค่เพื่อนกัน ผมชอบเขาในฐานะเพื่อน”

“พี่ไม่เชื่อ...คิดให้ดีนะเล็ก พี่ไม่อยากให้แกมีปัญหากับพี่ใหญ่ อย่าเอาตัวไปพัวพันกับคุณวีด้า”

“พี่ห่วงแทนพี่ใหญ่ หรือว่าพี่เองก็ชอบคุณวีด้า...ก็เลยหึงผม”

ธัญกรผลุนผลันแยกไปแล้ว ทิ้งยศสรัลให้มอง ตามด้วยความหนักใจ...หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องอะไรเลวร้าย

ooooooo

แต่ถึงจะรับปากสอนงานอย่างดี วีด้าก็ยุ่งกับงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าซึ่งเธอจัดที่รีสอร์ตของคัชพลจนต้องไหว้วานให้ผู้ช่วยสอนงานธัญกรแทน ส่วนตัวเองไปร่วมงานแถลงข่าวกับคัชพล โดยมีนักข่าวกลุ่มใหญ่รุมสัมภาษณ์ โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของหญิงสาวกับเสือผู้หญิงคนดังแห่งวงการไฮโซ

“คุณวีด้าคะ...ข่าวที่ว่าคุณวีด้ากับคุณคัชพลเปิดตัวคบหากันเป็นความจริงหรือเปล่าคะ”

“เรื่องแบบนี้ไม่ควรมาถามฝ่ายหญิงนะคะ ควรจะไปถามคุณคัชพลมากกว่า วีด้าขอตัวก่อนนะคะ”

ฟากคัชพลกำลังตอบคำถามนักข่าวอีกมุมหนึ่ง หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายอย่างที่ไม่เคยมาก่อนเมื่อรู้จากนักข่าวว่าวีด้าให้สัมภาษณ์ว่าเหมือนจะมีใจกับเขา สุดท้ายเมื่อทนถูกเซ้าซี้ไม่ไหวเลยยอมรับกลายๆ ว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่ หวังลึกๆว่าหญิงสาวต้นเรื่องจะเออออห่อหมกและเห็นความจริงใจที่เขาประกาศความสัมพันธ์ต่อหน้านักข่าว

“เราดูใจกันมาพักใหญ่แล้วครับ...แต่ยังมีเรื่องต้องศึกษากันอีกมาก”

“หวงชีวิตโสดหรือคะ หรือว่าคุณเองก็ไม่แน่ใจเหมือนสาวๆคนอื่นที่ผ่านมา”

“จริงๆครั้งนี้ผมมั่นใจนะครับ แต่คงต้องใช้เวลา... ให้เขามั่นใจในตัวผม”

“แสดงว่าข่าวที่คุณเจ้าชู้เป็นเรื่องจริง คุณวีด้าต่างจากคนอื่นยังไงคะ คุณถึงมั่นใจขนาดนั้น”

“เพราะเขาเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นผู้หญิงในแบบฉบับที่ผมตามหามานาน...แค่นี้ก่อนนะครับ ผมขอตัว”

ข่าวเรื่องคบหาดูใจของคัชพลกับวีด้าทำให้หลายคนหงุดหงิด โดยเฉพาะยศสรัลที่อ่านข่าวซุบซิบแล้วถึงกับส่ายหน้าเซ็งๆ เพราะพออ่านออกว่าหญิงสาวกำลังเล่นสงครามประสาท ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ส่วนดนัยช้ำหนักเพราะรู้เรื่องโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่เคยคิดเลยว่าหญิงสาวที่หลงรักมานานจะเปลี่ยนใจไปคบกับคนอื่น

แต่คนที่ร้อนรนและออกอาการมากที่สุดกลับเป็นลูกน้องคนใหม่ของวีด้า ธัญกรหัวเสียมากเมื่อได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของพี่ชายคนโต เมื่อได้เจอกับวีด้าก็อดบ่นอย่างเคืองๆไม่ได้

“ผมว่าพี่ใหญ่เขาให้สัมภาษณ์เกินไปหน่อย ไปบอกว่าคบหาดูใจกันอยู่ คุณไม่กลัวเสียหายหรือ”

“มันไม่แปลกอะไร วันนี้ไม่เป็นข่าว...พรุ่งนี้ก็ต้องเป็น”

“แต่ก็ไม่เห็นต้องประกาศให้คนรู้เลย”

“ไม่ชอบให้ฉันพูดถึงคุณใหญ่ แต่คุณมาบ่น

ซะเอง อีกอย่าง...เราเป็นเพื่อนกันนะ ทำไมต้องทำเหมือนหึงด้วย”

ธัญกรหน้าเจื่อน แต่ก็ยอมรับสภาพเพราะดูท่าหญิงสาวจะไม่แยแสกับกระแสสังคมเท่าไหร่นัก

วีด้าใช้เวลาของบ่ายวันเดียวกันสอนงานธัญกรเต็มที่จนแทบหมดแรงเมื่อกลับถึงบ้าน แต่ต้องหน้าเสียเมื่อเห็นว่ามีใครมาดักรอ ดนัยนั่งมองหน้าเธอนิ่งแล้วตัดสินใจถามว่าเกิดอะไรกันแน่ระหว่างเขากับเธอ

“แค่ข่าวว่าคุณกับคุณคัชพลสนิทสนมกัน ผมก็พยายามไม่สนใจ แต่นี่...ถึงขั้นประกาศคบหากัน แล้วที่สำคัญ คุณก็ไม่ได้ออกมาปฏิเสธข่าว มันหมายความว่ายังไงวีด้า...หรือว่าผมควรเป็นฝ่ายไปจากคุณ”

วีด้าอึ้งไปอึดใจแล้วบอกว่ามีความจำเป็นบางอย่าง ดนัยหมดความอดทนโพล่งออกไปชุดใหญ่

“ผมได้ยินอยู่ประโยคเดียวจากคุณ พูดกับผมตรงๆ ได้ไหมวีด้า ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา คุณโกรธอะไรผม หรือผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจ ผมทำอะไรผิด ทำไมคุณไม่บอกผมตรงๆ ที่ผมยังอยู่... เพราะคุณบอกว่าขอเวลา แต่นี่มันอะไรกัน คุณกำลังทำร้ายผมนะวีด้า...ผมกำลังเสียใจ”

“ดนัยคะ...วีด้าไม่อยากให้คุณต้องมาเสียเวลาอีกแล้ว ถ้าคุณจะมีใคร วีด้าจะไม่โทษคุณเลย”

ดนัยพูดไม่ออก พยายามรวบรวมสติแล้วย้อนถามว่านี่คือวิธีการบอกเลิกของเธอหรือไม่

“งั้นผมขอถามอีกคำเดียว...ว่าคุณเคยรักผมบ้างหรือเปล่าวีด้า...คุณเคยรักผมบ้างไหม”

วีด้าน้ำตาร่วง สะเทือนใจแต่ไม่มีคำอธิบายให้เหมือนเคย ดนัยถอนหายใจหนักหน่วงแล้วตัดใจพูด

“ผมคิดว่ามันคงเป็นแค่น้ำตาเพราะความสงสาร... ผมว่าผมเข้าใจแล้วล่ะ”

ดนัยออกไปแล้ว ทิ้งวีด้าให้นั่งหน้าเครียดคนเดียว เสียใจและรู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำให้เขาเจอเรื่องแบบนี้ แต่แผนการล้างแค้นครอบครัวบัญชายังต้องดำเนินต่อ และดูเหมือนเธอจะได้เปรียบเสียด้วย เพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น คัชพลก็โทร.มาหาและบอกว่าบัญชาต้องการพบ วีด้าปัดความเศร้าเรื่องดนัยและตอบรับอย่างยินดี เหยียดยิ้มร้ายหลังจากวางหูโทรศัพท์...ในที่สุดเราก็จะได้คุยกันแล้วสินะนายบัญชา!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:34 น.