ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หม่อมพริ้มสั่งบ่าวขนเสื้อผ้า หนังสือ และข้าวของส่วนตัวของหญิงโสภามากองรวมกันหน้าตำหนักแล้วจุดไฟเผาทิ้ง แต่หญิงจิ๋มกับหญิงจ้อยไม่ยินยอมให้เผารูปถ่ายจึงโวยวายและยื้อยุดจากบ่าวจนโดนหม่อมพริ้มขึ้นเสียงดุพร้อมดึงรูปจากมือหญิงจิ๋มโยนเข้ากองไฟ

    “หม่อมแม่เผาของพี่หญิงทำไมคะ”

    “ลูกไม่มีพี่สาวเลวๆอย่างมัน”

    “พี่หญิงไปกับอีสา อีสาต่างหากที่ผิด อีสาต่างหากที่เลว หม่อมแม่โกรธอีสาสิคะ มาโกรธพี่หญิงทำไม”

    หม่อมพริ้มจ้องหน้าลูกสาวทั้งสองคน พูดเสียงเข้ม

    “สิริพรรณราย ศรีลักษณา ฟังแม่...แล้วจำเอาไว้ คนเราจะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเองทำเองทั้งนั้น ถ้าเราไม่ไหลลงต่ำ ใครก็ชักนำเราไปไม่ได้” หม่อมพริ้มน้ำตาคลอ คุณหญิงทั้งสองได้แต่นิ่งเงียบ “นับแต่นี้ไป อย่าให้มีใครเอ่ย ชื่อนังคนไร้ยางอายคนนั้นให้แม่ได้ยินอีก ส่วนอีหญิงชั่วชายโฉดสองคนนั่น แม่ไม่ปล่อยให้มันลอยนวลแน่ ต้องหาตัวมันให้เจอให้ได้”

    หม่อมพริ้มพูดจริงทำจริง ส่งชิดไปแจ้งตำรวจก่อนจะพากันไปที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของสมศักดิ์ แต่สมศักดิ์ตาไวเห็นทุกคนเสียก่อนจึงขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าอย่างทันท่วงที

    ตำรวจต้องการเชิญตัวสมศักดิ์ไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ แต่ต้องผิดหวังกลับไปเมื่อหัวหน้าโกหกว่าสมศักดิ์ลาออกไปแล้ว

    สมศักดิ์ได้ยินทุกอย่าง ยืนตัวลีบเหงื่อตกอยู่หลังตู้เอกสาร ค่อยๆก้าวออกมาอย่างโล่งอก

    “ใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้วขอบคุณหัวหน้ามากนะครับที่กรุณาผม ไม่งั้นผมแย่แน่ๆ”

    “ผมเคยหนุ่มมาก่อน ก็เข้าใจ แต่ที่คุณไปพาลูกสาวเขาหนีมานี่มันไม่ถูกนะคุณสมศักดิ์ อายุแค่สิบหก แถมยังเป็นถึงราชนิกูล พ่อแม่เขาก็ต้องอกแตกเป็นธรรมดา”

    “ก็อย่างที่ผมกราบเรียนหัวหน้าไปไงครับ ถ้าผมไม่ทำ คุณหญิงเธอจะผูกคอตาย นี่ผมก็ตั้งใจจะพาเธอกลับไปขอขมา แล้วทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามประเพณีภายในวันสองวันนี้แหละครับ”

    “เอาๆ รีบจัดการเข้าก็แล้วกัน ที่ผมช่วยคุณนี่มันก็มีความผิดอยู่ แต่ก็เห็นใจว่ารักกันหรอกนะ”

    สมศักดิ์รับคำเสียงแผ่ว สีหน้าไม่สู้ดี...

    สายวันเดียวกัน สาเอาเสื้อผ้ามาซักที่ท่าน้ำโดยมีคุณหญิงโสภาตามมานั่งเหม่ออยู่ข้างๆ

    “ป่านนี้ที่วังจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้นะสา”

    “หม่อมท่านคงโกรธ  คงแช่งชักหักกระดูกสาป่นปี้ไปแล้ว” พูดแล้วเห็นคุณหญิงโสภาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็รีบปลอบ “ไม่เอาค่ะคุณหญิง อย่าร้องไห้ อีกประเดี๋ยว พอคุณหญิงมีคุณตัวน้อยๆอุ้มกลับไปกราบท่าน   ขี้คร้านหม่อมจะหายโกรธไปเอง”

    “อย่าไปพูดเรื่องนั้นเลยจ้ะ”

    “ทำไมล่ะคะ มีผัวแล้วก็ต้องมีลูก เป็นเรื่องธรรมดา หรือว่าคุณหญิงไม่อยากมี”

    “หญิงไม่อยากพูดเรื่องนี้” คุณหญิงเบือนหน้าแล้วลุกหนี สาเห็นท่าไม่ดีรีบลุกตามไปคาดคั้น

    “มีอะไรหรือเปล่าคะคุณหญิง คุณหญิงสีหน้าไม่ดีตั้งแต่เช้าแล้ว สาว่าจะถามก็เกรงใจ คุณหญิงกับคุณสมศักดิ์มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”

    คุณหญิงโสภาเมินหน้าไม่ตอบ พอโดนสาคาดคั้นหนักเข้าก็เสียงแข็งว่าตนไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ สาเลยเงียบลงอย่างขัดใจ  หันกลับไปซักผ้า  เสร็จแล้วพากันกลับบ้าน   แต่ระหว่างทางเจอสมศักดิ์เดินแกมวิ่งเข้ามาเรียก  สองสาวแปลกใจ ถามเขาว่าทำไมกลับเร็วนัก มีอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าตาตื่นอย่างนั้น

    สมศักดิ์ไม่ตอบแต่เร่งทั้งคู่ให้กลับไปคุยกันที่บ้าน...ทันทีที่อยู่ในบ้าน สมศักดิ์บอกอย่างร้อนรนว่า

    “หม่อมพริ้มให้คนพาตำรวจไปจับผม ดีว่าหัวหน้าผมท่านช่วยไว้ ผมเลยหนีออกมาได้”

    “หม่อมแม่ให้ตำรวจจับคุณ! เรื่องอะไรคะ”

    “ข้อหาพรากผู้เยาว์ครับ”

    สองสาวอึ้ง มองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง ครู่ต่อมาเมื่อดวงใจกับวินิจรู้เรื่องก็พากันขำขันอย่างไม่ทุกข์ร้อน

    “ตายๆๆ  คุณสมศักดิ์จะมีเมียกับเขาซักคนก็เกือบจะเข้าคุกเข้าตะราง”

    “สมัยที่ท่านชายได้สา สาก็อายุเท่าคุณหญิง ไม่เห็นจะมีใครว่าอะไร”

    “นี่มันสมัยใหม่แล้วคุณสา มันไม่เหมือนสมัยก่อน... น่าเสียดาย”

    สาค้อนวินิจที่พูดจาทำท่ากรุ้มกริ่ม...สมศักดิ์ยังหงุดหงิดไม่หายถึงกับบ่นพึม

    “คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหม่อมพริ้มจะกล้าเอาเรื่องนี้ไปบอกตำรวจ นี่ผมคงกลับไปทำงานที่เดิมอีกไม่ได้”

    “แหงล่ะ ขืนกลับไปแกโดนรวบเข้ากรงแน่”

    “ผมคงต้องกบดานอยู่เฉยๆสักพัก”

    “ว้าย...พ่อสมศักดิ์ พ่อมหาจำเริญ พ่อจะกบดานอยู่บ้านเฉยๆ แล้วจะเอาที่ไหนมากินมาใช้กันล่ะจ๊ะ สามปาก สามท้องเนี่ย อย่าบอกนะว่าจะมาให้ฉันกับคุณวินิจเลี้ยง”

    “พูดอะไรแม่ดวงใจ คุณหญิงโสภาพรรณวดีเธอคงไม่สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้นหรอกน่า”

    คุณหญิงโสภาหน้าชา ด้วยความเป็นคนถือตัวจึงสั่งสาให้ไปหยิบกระเป๋าสตางค์ของตนมาที

    “ไม่ต้องครับ เอาเงินของผมดีกว่า” สมศักดิ์ควักกระเป๋านับเงินวุ่นวาย รวมแล้วได้ไม่ถึงยี่สิบบาท คุณหญิงโสภาเข้าไปแตะแขน ห้ามเสียงอ่อน

    “เงินใครก็เหมือนกันแหละค่ะ จะแบ่งเขาแบ่งเราไปทำไม ไปเถอะสา”

    สาลุกไปทั้งที่ไม่เต็มใจ หยิบกระเป๋าสตางค์ออกจากตู้อย่างกระแทกกระทั้น คุณหญิงโสภาเข้ามาเห็น ไม่ค่อยชอบใจนัก ดึงเงินสองร้อยจากสาส่งให้กับสมศักดิ์ที่เดินตามมา

    “นี่คือเงินทั้งหมดที่หญิงมี คุณสมศักดิ์เอาเก็บไว้เถอะค่ะ เผื่อต้องใช้อะไร”

    สมศักดิ์รับเงินมาทั้งหมด สาเห็นแล้วหงุดหงิด สะบัดหน้าเดินปึงปังออกจากห้อง สมศักดิ์มองตามก่อนจะหันมาพูดอ่อนหวานกับคุณหญิง

    “คุณสาคงเกลียดผม ดูๆไปก็เหมือนผมเอาเปรียบคุณหญิง”

    “อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ หญิงเป็นภรรยาคุณสมศักดิ์ ก็เหมือนคนคนเดียวกันจะเรียกว่าเอาเปรียบได้ยังไง”

    สมศักดิ์สุดปลื้มดึงเธอมาโอบกอดพลางหยอดคำหวาน “แบบนี้นี่เองที่เขาว่าเมียดีเป็นศรีแก่ตัว” จากนั้นเริ่มคลอเคลียเล้าโลม คุณหญิงโสภาหน้าเสีย ดันตัวออกบอกว่าน่าเกลียด “ผัวรักเมียน่าเกลียดตรงไหน”

    “กลางวันแสกๆแท้ๆ ไม่ค่ะ”

    สมศักดิ์ชะงักมือ คุณหญิงโสภารีบหนีไปยืนมุมห้อง หน้าตาเหมือนรังเกียจและหวาดกลัว อีกฝ่ายเลยหมดอารมณ์ เดินหน้าบึ้งออกมาหน้าบ้าน สากำลังตากผ้าหันขวับมาเท้าสะเอวถามเขาว่า คิดจะกบดานนานแค่ไหน

    “ไปถามหม่อมของคุณดูสิ ว่าท่านจะรังควานผมไปอีกนานแค่ไหน”

    “ถ้าท่านตามล่าคุณอยู่ซักปี เรามิอดตายกันหมดหรือไง”

    “ไม่รู้!”

    “ไม่รู้ได้ยังไง”

    “ผมไม่รู้จริงๆ ผมไม่คิดว่าหม่อมจะกล้าแจ้งความ ผมไม่คิดว่าผมจะตกงาน ผมไม่คิดว่าคนที่รักกันช่วยเหลือกันมาตลอดอย่างคุณสาจะมายืนด่าผมฉอดๆแบบนี้”

    “ฉันช่วยคุณพาคุณหญิงหนีมาเพราะคุณสัญญาว่าจะรักจะดูแลคุณหญิงอย่างดี คุณว่าเราจะมีชีวิตใหม่ด้วยกัน ไหนล่ะ บ้านอาศัยเขาอยู่ ข้าวปลาอาศัยเขากินนี่น่ะเหรอชีวิตใหม่ที่คุณจะให้กับคุณหญิง”

    สมศักดิ์โกรธจัด สาเชิดหน้ามองตอบอย่างท้าทาย สมศักดิ์อยากจะกระชากสามาจูบเป็นการระบายอารมณ์ แต่ก็ไม่กล้า ได้แต่ผลุนผลันออกจากบ้านไป

    ooooooo

    ทางด้านหม่อมพริ้มที่วังรวีวารถึงกับนั่งไม่ติดด้วยความเจ็บใจเมื่อชิดกลับมารายงานว่าไม่เจอสมศักดิ์

    “แล้วคนที่สำนักงานทรัพย์สินฯ เขารู้ไหมว่าบ้านเดิมไอ้ผู้ชายมันอยู่ที่ไหน”

    “เขาว่านายสมศักดิ์ทะเลาะกับพ่อ คือคุณหลวงประเสริฐ แล้วเลยโดนไล่ออกจากบ้านมาหลายปีดีดักแล้วขอรับ  จากนั้นก็เร่ร่อนไปเรื่อย  ไม่มีบ้านช่องเป็นหลักแหล่งอยู่ที่ไหน”

    “เวรกรรม...” หม่อมพริ้มทอดเสียง สีหน้าไม่สู้ดี เพราะมั่นใจว่าชีวิตลูกสาวต้องลำบากแน่ ขณะที่เจิมก็รำพึงเบาๆด้วยความสงสารคุณหญิงโสภาว่าป่านนี้จะซัดเซพเนจรไปอยู่ที่ไหน

    แต่แล้วหม่อมพริ้มหักใจด้วยแรงทิฐิ สั่งเฉียบขาด

    “ไอ้ชิด เอ็งออกไปตามหาอีสาให้ทั่วพระนครทุกวัน ให้ขับรถออกไปตระเวนดูตามถนน ยิ่งที่ไหนมีร้องมีรำเอ็งต้องไปดูให้ทั่ว สัญชาติอย่างอีสามันอยู่เฉยไม่ได้หรอก เดี๋ยวมันต้องแล่นออกมา”

    หวนอดเป็นห่วงสาไม่ได้ ถามขึ้นอย่างเกรงๆ “หม่อม เจ้าขา ถ้าพี่ชิดเจอนังสาจะให้ทำยังไงเจ้าคะ”

    “เอาตัวมันมา” พูดไปแล้วหยุดคิด เปลี่ยนใจฉับพลัน “ไม่! อย่าให้กลับมาเหยียบที่นี่ให้เป็นเสนียดกับรวีวาร ถ้าเอ็งเจอมันก็ให้ตำรวจลากคอมันเข้าคุกไป”

    หวนกับเจิมฟังหม่อมพริ้มพูดอย่างเจ็บแค้นแล้วใจหาย โดยเฉพาะหวนที่เป็นห่วงสาซึ่งกำลังท้องไส้ไม่ใช่ตัวคนเดียว...

    สมศักดิ์อารมณ์เสียออกจากบ้านไปนานสองนาน กลับเข้ามาอีกทีก็เย็นโข สาซึ่งวนเวียนรออยู่ถึงกับพุ่งเข้าใส่พร้อมกระชากเสียงถามเขาว่าหายไปไหนมาทั้งวัน

    “ก็ไปมันเรื่อยเปื่อย”

    “คุณควรจะอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณหญิง”

    “คุณหญิงเขาไม่ต้องการผมหรอก”

    สาชะงักไปนิด รู้สึกได้ว่าคงมีปัญหาบางอย่างระหว่างผัวเมียเลยอ่อนลง “ยังไงคุณก็เป็นสามีคุณหญิง คุณมีหน้าที่ดูแลเธอให้มีความสุข”

    “แต่ผมก็ต้องหาเงินด้วย แล้วเงินมันก็ไม่ได้หาง่ายๆ คนเกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างพวกวังรวีวาร พูดไปก็ไม่เข้าใจ”

    “ทำไมจะไม่เข้าใจ  ตั้งแต่ออกจากวังมา  คำน้อยคุณหญิงเธอไม่เคยปริปากบ่น แต่คุณ...คุณก็ควรจะรู้ว่าไอ้บ้านสับปะรังเคหลังนี้มันไม่คู่ควรกับคุณหญิงเลยแม้แต่นิดเดียว”

    “ผมรู้ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะพาคุณหญิงมาลำบาก แต่ในเมื่อสถานการณ์มันกลายเป็นแบบนี้คุณสาก็ต้องช่วยผม”

    สาไม่เข้าใจว่าจะช่วยยังไง  สมศักดิ์จึงขยายความให้ฟังว่าตนคิดดูแล้วมีทางเดียวคือสาต้องกลับไปที่วังรวีวาร!

    เมื่อไม่มีทางเลือก สาออกจากบ้านเช้าตรู่วันถัดมา ตั้งใจไปดักเจอหวนที่ตลาด แต่กว่าจะได้พูดคุยกันตามลำพังก็ต้องหาทางแยกหวนออกจากจวนอยู่พักหนึ่ง

    สาลากหวนไปมุมลับตาและขอร้องไม่ให้เอะอะ ถามว่าที่วังเป็นยังไงบ้าง

    “ไม่ต้องมาถาม เอ็งพาคุณหญิงหนีไปอยู่ที่ไหน เอ็งทำไม่ถูก  เอ็งรู้ไหมว่าหม่อมท่านเสียใจมากขนาดไหน เอ็งทำแบบนี้เท่ากับเนรคุณท่าน”

    “ก็คุณหญิงกับคุณสมศักดิ์เขารักกัน ถ้าหม่อมไม่บังคับคุณหญิงแต่งงานเธอคงไม่ต้องหนีไป ที่ฉันทำไปก็เพราะรัก แล้วก็สงสารคุณหญิงเธอจริงๆนะพี่หวน ใครจะไปรู้ว่าคุณหญิงเธอจะ...”

    สาหยุดพูดซะดื้อๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ...แล้วก็ได้ผลเสียด้วย หวนอยากรู้จนลืมความโกรธ ซักไซ้สาเป็นการใหญ่ ก่อนจะกลับมาเล่าให้เจิมฟังว่าคุณหญิงโสภาลำบากมาก

    “อพิโธ่เอ๋ย...คุณหญิงโสภาเหมือนนางหงส์ไปลงปลัก นี่เป็นเพราะหลงเชื่ออีสาทีเดียวถึงต้องไปตกระกำลำบากอย่างนั้น”

    “สามันว่านายสมศักดิ์อยากจะพาคุณหญิงมา กราบขอขมาหม่อม ป้าว่าหม่อมท่านจะยอมยกโทษให้ไหมจ๊ะ”

    เจิมนิ่งคิดไม่แน่ใจ แต่หลังจากใคร่ครวญครู่ใหญ่ก็ตัดสินใจพาหวนไปพบหม่อมพริ้ม เล่าเรื่องราวที่เจอสาในตลาด ปรากฏว่าท่านโกรธมาก เกรี้ยวกราดใส่หวนว่าทำไมไม่ให้ตำรวจจับอีสา หรือว่าเดี๋ยวนี้กล้าขัดคำสั่งของตน

    “นังหวนมันไม่กล้าขัดหม่อมหรอกเจ้าค่ะ แต่มันสงสารอีสา อีสามันท้องแก่แล้วนะเจ้าคะหม่อม ในท้องมันก็ไม่ใช่อื่นไกล เป็นโอรสธิดาของท่านชายสายเลือดของรวีวาร จะให้ไปเกิดในคุกในตะรางได้หรือเจ้าคะ”

    “นี่เอ็งจะห้ามไม่ให้ข้าทำอะไรมันอย่างนั้นหรือนังเจิม”

    “คนเนรคุณอย่างอีสาฟ้าดินลงโทษ ไปไหนมันก็ไม่มีความสุขความเจริญหรอกเจ้าค่ะ ตอนนี้มันก็ลำบากอยู่ มันถึงได้บากหน้ามาหานังหวน”

    “ตอนนี้นายสมศักดิ์โดนตำรวจไล่จับ ต้องออกจากงาน บ้านช่องก็ต้องอาศัยเขาอยู่ เงินทองก็ร่อยหรอ”

    “แล้วยังไง”

    “ทั้งอีสา ทั้ง...คนที่มันพาไปก็พากันลำบาก นายสมศักดิ์เลยอยากจะพามากราบขอขมาหม่อมค่ะ”

    สิ้นคำของหวน หม่อมพริ้มโกรธขึ้ง ลุกพรวดแผดเสียง

    “กล้าดียังไง! มันสองคนช่วยกันเหยียบหน้าข้าแล้วคิดว่าอยากจะกลับมาก็กลับมาได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือ”

    “หม่อมเจ้าขา แต่ว่าคุณหญิง...”

    “หุบปาก อีเจิม ไม่ต้องสาระแน ชาตินี้ข้าไม่มีวันให้อภัยไอ้สมศักดิ์ อย่าคิดจะมานับญาติเป็นเขยขวัญ ถ้าข้าไม่เห็นหน้ามันก็แล้วไป ถ้าข้าเห็นมันเมื่อไหร่มันได้เข้าไปนอนคุกแน่ ส่วนอีผู้หญิงหน้าด้านกับอีบ่าวเนรคุณสองคนนั่น เอ็งไปบอกมัน ถ้ามันอับจนหนทางไปไหนไม่รอดก็ให้มันคลานกลับมา ข้าจะนึกเสียว่าเหมือนเลี้ยงหมาเอาบุญ!”

    หวนไม่กล้าพูดอะไรอีก รับคำสั่งแต่โดยดี แล้วออกไปเจอสาที่ตลาดอีกครั้งโดยไม่รู้ว่าหม่อมพริ้มให้ชิดสะกดรอยตาม...

    หลังฟังเรื่องราวจากหวนแล้ว สารีบกลับมาบอกสมศักดิ์กับคุณหญิงโสภาก่อนจะเสนอแนะว่าคุณหญิงต้องกลับไปที่วังคนเดียว เพราะหม่อมท่านไม่ยอมยกโทษให้สมศักดิ์ ถ้าหากเข้าไปกราบขอขมาท่าน ท่านจะเอาตำรวจจับทันที

    “งั้นเราก็ไม่ไป”

    “แต่คุณหญิงครับ ตอนนี้เรากำลังลำบาก”

    “แต่หญิงเป็นภรรยาคุณสมศักดิ์ ลำบากก็ต้องลำบากด้วยกัน จะให้ทิ้งไปได้ยังไง หรือคุณสมศักดิ์อยากให้หญิงไป”

    “เปล่า ไม่ใช่ครับ ผมแค่คิดว่าหม่อมท่านเป็นคนแข็ง ถ้าคุณหญิงกลับเข้าไปก่อนแล้วพยายามเอาอกเอาใจ สักวันท่านอาจจะใจอ่อนยอมรับเราก็ได้”

    “หม่อมท่านไม่ใจอ่อนง่ายๆหรอกค่ะ มันอาจจะนานเป็นปีหรือหลายๆปี ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณหญิงกับคุณสมศักดิ์จะทำยังไง”

    คำถามของสาเล่นเอาสมศักดิ์อึ้งพูดไม่ออก คุณหญิงโสภาเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง

    “หญิงจะไม่ทิ้งคุณสมศักดิ์กลับไปอยู่สุขสบายคนเดียว ถ้าวังรวีวารไม่ยอมรับเรากลับไป หญิงก็จะไม่กลับ ต่อไปชีวิตเราจะต้องลำบากยากแค้นยังไง หญิงจะไม่บ่น จะไม่ว่าอะไรทั้งนั้น แต่ถ้าคุณสมศักดิ์ไม่ต้องการหญิงแล้ว หญิงกับสาจะพากันไปตายดาบหน้า จะไม่อยู่ให้เป็นภาระของใคร”

    “งั้นคุณหญิงก็ไม่ต้องไปไหน เราจะอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าวันข้างหน้ามันจะเป็นยังไง”

    สมศักดิ์โอบกอดคุณหญิงโสภา สายืนมองสองหนุ่มสาวด้วยความสะท้อนใจ ไม่รู้อนาคตข้างหน้าของตัวเองและเขาทั้งสองจะเป็นยังไง

    แต่ที่แน่ๆ เวลานี้หม่อมพริ้มนั่งรถคันหรูเข้ามาในซอยบ้านวินิจ หลังจากชิดแอบตามสาตั้งแต่ตลาดมาจนเกือบถึงบ้านแล้วรีบกลับไปรายงานหม่อมพริ้ม

    ชิดจอดรถยนต์หน้าซอยเล็กแคบ หม่อมพริ้มก้าวลงมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ดวงใจอยู่แถวนี้พอดี จ้องมองหญิงสูงวัยแต่งตัวงามสง่า คาดว่าต้องเป็นผู้ลากมากดี แต่แล้วนึกเอะใจ ขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อย โดยมีชาวบ้าน อื่นๆเพ่งเล็งให้ความสนใจอยู่เหมือนกัน

    หม่อมพริ้มมองดูสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ผู้ชายนุ่งโสร่งตัวเดียวเปลือยท่อนบนเดินไปเดินมา ผัวเมียเมาทะเลาะกันเอะอะ จึงตัดสินใจไม่เดินเข้าไปเอง แต่บอกกับชิดว่า

    “เอ็งเข้าไปหาให้เจอว่าบ้านหลังไหนที่พวกนั้นไปหลบอยู่ เจอแล้วรีบกลับมาบอกข้า ข้าจะให้ตำรวจเข้าไปจับไอ้ผู้ชาย”

    “แล้วอีสาล่ะขอรับ”

    “ลากคอมันออกมาหาข้า ทั้งมัน...ทั้งนังโสภา”

    ดวงใจได้ยินทุกคำ รีบวิ่งเข้าบ้านก่อนที่ชิดจะไปถึง บอกพวกสมศักดิ์ที่อยู่กันพร้อมหน้าว่าหม่อมแม่ของหญิงโสภามาที่นี่ ตอนนี้รออยู่ปากทาง สั่งให้คนเข้ามาหาบ้านของเรา คงใกล้จะถึงแล้ว

    ทุกคนรับฟังด้วยความตกใจ แล้วก็ได้ยินเสียงชิดร้องเรียกสาแว่วมา สมศักดิ์จะออกไปจัดการด้วยตัวเองแต่คุณหญิงโสภาไม่ยอม กลัวสมศักดิ์ถูกจับตัวไป

    “ผมจะลองติดสินบนนายชิด”

    “ไม่สำเร็จหรอกค่ะ ท่านมาแล้ว” สาพูดหน้าตาตื่นหลังจากชะโงกมองผ่านหน้าต่างไปเห็นหม่อมพริ้มยืนอยู่ข้างหลังนายชิด

    “เรียกพวกมันออกมา” หม่อมพริ้มสั่งเฉียบ ชิดจึงตะโกนเรียกสากับคุณหญิงโสภา

    “คุณหญิงหม่อมท่านรู้แล้วนะครับว่าอยู่กันที่นี่ ออกมาเถอะครับ...นังสา เอ็งอย่าหนีอีกต่อไปเลย ออกมาหาท่าน มาให้ท่านลงโทษซะ โทษหนักจะได้เป็นเบา”

    ไม่มีเสียงตอบกลับมา หม่อมพริ้มบอกชิดให้นับหนึ่งถึงสาม ถ้ามันยังไม่ออกมาตนจะไปเรียกตำรวจเดี๋ยวนี้

    “นังสา ถ้าเอ็งไม่ออกมา หม่อมท่านจะไปเรียกตำรวจมาจับนะเว้ย เอ็งจะออกมาไหม หนึ่ง สอง...”

    ประตูเปิดผัวะ! ชิดดีใจ แต่กลายเป็นดวงใจกับวินิจโผล่ออกมา

    “มาร้องโหวกเหวกโวยวายอะไรหน้าบ้านผม” วินิจทำทีโมโห ชิดกลัวจึงถอยไปยืนข้างหลังหม่อมพริ้ม

    “เป็นเจ้าของบ้านใช่ไหม เข้าไปบอกพวกมันให้ออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้”

    “พวกไหน” วินิจทำไก๋

    “คุณก็รู้ว่าฉันหมายถึงพวกไหน”

    “ถ้าหมายถึงสมศักดิ์กับภรรยาล่ะก็...เสียใจครับหม่อม เขาไม่อยู่กันแล้ว”

    “ไม่จริง เมื่อเช้าฉันยังเห็นนังสามันเข้ามาที่นี่” ชิดยืนยัน...แต่ดวงใจเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่อยู่แล้วจริงๆ หม่อมพริ้มไม่เชื่อ สั่งชิดให้เข้าไปดู แต่พอชิดขยับวินิจก็กางแขนกั้นทันที

    “ไม่ได้ ถ้าเข้ามาฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก”

    “ผัวฉันเขาทำงานโรงพิมพ์นะยะ เขารู้กฎหมาย กล้าดีก็เอาสิ”

    ชิดชะงักลังเล หม่อมพริ้มมองไปที่ตัวบ้าน เห็นหน้าต่างแย้มเผยออยู่เล็กน้อย...สมศักดิ์ สา และหญิงโสภาที่แอบดูอยู่หายใจไม่ทั่วท้อง หญิงโสภากลัวมากจับมือสาบีบแน่น สาก็กลัวเหมือนกันแต่ทำใจแข็งบอกว่าหม่อมท่านไม่เข้ามาหรอก

    หม่อมพริ้มเชิดหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานเฉียบขาด ต้องการส่งไปให้ถึงคนในบ้าน

    “นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้าย ขอให้ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้ชายหรือเลือกแม่”

    คุณหญิงโสภาสะท้านทั้งตัว ใจหนึ่งอยากจะออกไป แต่อีกใจก็ห่วงสมศักดิ์

    “ถ้าเลือกแม่...ก็ออกมา”

    เสียงหม่อมพริ้มรุกเร่งมา คุณหญิงโสภามองหน้าสาที่ซีดแล้วซีดอีกด้วยความกลัว

    “ถ้าคุณหญิงออกไป ชาตินี้คงไม่ได้เจอคุณสมศักดิ์อีกแน่ๆ”

    คำพูดของสาทำให้คุณหญิงโสภายิ่งสับสน ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี...เมื่อไม่มีเสียงตอบรับหรือการเคลื่อนไหวใดๆ หม่อมพริ้มยิ่งน้อยใจ พูดเกรี้ยวกราด

    “แต่ถ้าไม่ออกมา ก็ถือว่าเราขาดกัน!”

    หม่อมพริ้มยืนรออยู่แค่เสี้ยวนาที เห็นว่าไม่มีใครออกมาจึงหันหลังเดินกลับออกไป...คุณหญิงโสภาใจเสียขาสั่นถึงกับทรุดลงร้องไห้ปานจะขาดใจ สากับสมศักดิ์ต้องเข้าประคองและปลอบโยน

    ขณะเดียวกัน หัวอกคนเป็นแม่ก็เจ็บปวดแสนสาหัส กลับถึงวังในสภาพหัวใจแตกสลาย ตอบคำถามเจิมที่อยากรู้เรื่องราวอย่างเจ็บแค้นใจ

    “เจ้าของบ้านบอกว่าพวกมันย้ายออกไปแล้ว แต่ข้ารู้ว่ามันยังอยู่ในนั้น...มันอยู่ในนั้น แต่มันไม่ยอมออกมาหาข้า มันเห็นผู้ชายดีกว่าแม่บังเกิดหัวของมัน!”

    “ข้าวสารเป็นข้าวสุกไปแล้ว ยังไงเขาก็ผัวเมียกัน”

    หม่อมพริ้มโกรธและเสียใจจนน้ำตาทะลัก ประกาศกร้าว “ข้าไม่ยอมรับ ลูกสาวข้า ข้าเลี้ยงมา ข้าไม่ยอมให้มันเอาไปพล่าไปยำ ข้าจะเอามันเข้าคุกให้ได้”

    “หม่อมเจ้าขา...ผัวติดคุกแล้วเมียจะอยู่ยังไง ต้องเป็นแม่ม่ายตั้งแต่ยังสาว แล้วไหนจะอีสากับลูกในท้องอีก ใครจะเลี้ยงดู”

    หม่อมพริ้มร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น ไม่มีทางออก

    “บ่าวรู้ดีเจ้าค่ะ ว่าหม่อมรู้สึกยังไง แต่หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อเราเองนะเจ้าคะ ปล่อยเขาไปเถอะเจ้าค่ะ”

    “ปล่อยพวกมันไป แล้วข้าล่ะเจิม ข้าได้อะไร”

    “หม่อมแม่ขา...” เสียงชายรวีดังมาก่อนตัว พอโผล่เข้ามาเห็นหม่อมพริ้มก็โผเข้ากอดซบพลางถามว่าหม่อมแม่หายไปไหนมาทั้งวัน ชายคิดถึง...เท่านั้นเองหม่อมพริ้มใจอ่อนยวบ ดึงเด็กชายมากอดแน่น

    “จะดีจะร้ายมันก็ยังทิ้งคุณชายเอาไว้ให้หม่อม หม่อมยังมีคุณชายอีกทั้งคนนะเจ้าคะ”

    เจิมหว่านล้อมเสียงอ่อน หม่อมพริ้มนิ่งเงียบแต่น้ำตายังไหลพรากด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

    ooooooo

    คืนนั้น สานอนไม่หลับกระสับกระส่ายกลัดกลุ้มใจ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนเย็นที่หารือกับสมศักดิ์และคุณหญิงโสภา...

    สาต้องการหนีไปจากบ้านหลังนี้โดยเร็วเพราะแน่ใจว่าหม่อมพริ้มไม่มีทางรามือง่ายๆ สมศักดิ์จึงเสนอให้ไปอยู่กับญาติข้างแม่ของตนที่อยุธยา แต่คุณหญิงโสภาห่วงสาที่กำลังท้องแก่จะเดินทางไม่ไหว

    “ไม่ต้องห่วงสาหรอกค่ะคุณหญิง สาแข็งแรง ว่าแต่คุณเถอะ จะไปทำมาหากินอะไรที่อยุธยา อย่าบอกนะ ว่าคุณจะไปทำนา”

    สมศักดิ์เครียดไม่มีทางออก คุณหญิงโสภาทั้งรักและเห็นใจ เอ่ยปากอย่างอ่อนโยน

    “เราหาบ้านเล็กๆ ที่ไหนสักแห่งในพระนครไม่ได้หรือคะ”

    “บ้านเช่าก็ต้องมีค่าเช่าบ้าน ตอนนี้ผมยังไม่มีงานทำเลยนะครับคุณหญิง”

    คุณหญิงโสภาเดินไปหยิบสร้อยเพชรเส้นหนึ่งจากถุงเครื่องประดับส่งให้สมศักดิ์ สาอยากจะค้านแต่คุณหญิงส่ายหน้าห้าม ก็เลยพูดไม่ออก รอจนกระทั่งมีโอกาสอยู่ด้วยกันสองคนค่อยต่อว่า

    “สร้อยเพชรนั่นหม่อมท่านให้คุณหญิงมา มันของส่วนตัวของคุณหญิง เอาไปให้เขาทำไม”

    “เขาเป็นสามีของหญิง”

    “ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ เขามีหน้าที่ต้องดูแลคุณหญิง ไม่ใช่คุณหญิงไปดูแลเขา”

    “แต่เราไม่มีบ้านอยู่ สาก็รู้ว่าเราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ สาจ๋า...สาไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะจ๊ะ อีกไม่นานลูกของสาก็จะเกิดมาแล้ว หญิงอยากให้ลูกของสา น้องของหญิงอยู่ในบ้านที่ดีกว่านี้...บ้านของเรา”

    “โถ...แม่คุณ ทูนหัวของสา”

    นึกมาถึงตรงนี้...สาถึงกับน้ำตาคลอ ออกมานั่งที่ระเบียง รำพึงรำพันโทษตัวเองที่พาคุณหญิงมาลำบากพลันได้ยินเสียงกระแอมดังข้างหลัง สาสะดุ้งหันไปเห็นสมศักดิ์ในชุดนอนเดินออกมาจากเงามืด

    “ดึกแล้ว ทำไมไม่นอน”

    “ฉันต้องถามคุณมากกว่า ดึกมากแล้วออกมาทำไม ทำไมไม่อยู่กับคุณหญิง คุณกับคุณหญิงมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”

    “คุณหญิงของคุณเขาบอกคุณว่ายังไงล่ะ”

    “ฉันถามหลายครั้งแล้วเธอไม่ยอมบอก”

    “เธอก็ไม่บอกผมเหมือนกัน ผมก็เลยไม่รู้จะตอบคุณว่ายังไง...บางทีผมก็แอบคิดว่าถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่ทำอย่างนี้”

    “อะไรนะ! นี่คุณพูดอะไร คุณไม่รักคุณหญิงแล้วหรือคุณสมศักดิ์”

    “รักเหรอ ผมว่าผมยังรักคุณหญิงอยู่นะ แต่บังเอิญว่าความรักของผมกับความรักของคุณหญิงโสภามันมีความหมายไม่เหมือนกัน”

    “ฉันไม่เข้าใจ”

    “คุณต้องเข้าใจสิคุณสา เพราะคุณก็เป็นเหมือนกันกับผม เป็นคนที่มีเลือด มีเนื้อ มีความต้องการแต่คุณหญิงเธอเป็นอีกอย่าง ผมไม่ใช่ศิลปินที่หลงรักรูปปฎิมา ผมเป็นผู้ชายธรรมดาที่อยากจะกอดจะจูบอยากจะเชยชมผู้หญิงที่ผมรัก”

    “ไม่ว่าจะรักแบบไหน คุณหญิงเธอก็รักคุณมาก เธอเสียสละเพื่อคุณทุกอย่าง คุณอย่าลืมสิ”

    “ผมไม่ลืมหรอกครับว่าคุณหญิงโสภาเธอรักผมมากแค่ไหน เพราะถ้าลืมผมคงเผลอใจจูบคุณไปเสียนานแล้ว”

    สาผงะถอยห่างแล้วหันหลังกลับเดินเข้าบ้าน แต่สมศักดิ์ยังก้าวตามมาคว้าแขนเธอไว้ ก่อนจะเกิดทุ่มเถียงกันเบาๆ แล้วฝ่ายชายทำท่าจะกอดจูบสา ถ้าคุณหญิงโสภาไม่เปิดประตูห้องออกมาเห็นเสียก่อน

    สมศักดิ์กับสาชะงักหน้าเจื่อน คุณหญิงโสภามองทั้งคู่แต่ไม่ทันพูดอะไร สาร้องโอ๊ยขึ้นมาพลางเอามือกุมท้อง คุณหญิงลืมทุกอย่างรีบประคองสาทันที

    “ตายจริง ทำไมอยู่ดีๆ ปวดท้องล่ะ หรือว่าจะคลอด”

    เกิดเหตุโกลาหลขึ้นทันทีเมื่อสาปวดท้องจะคลอดลูก วินิจกับดวงใจออกมารวมตัวก่อนที่วินิจจะเร่งออกไปหารถมารับสา ส่วนดวงใจที่ยังงัวเงียก็ตั้งหน้าบ่นอย่างหงุดหงิด

    “อดทนหน่อยนะแม่สา...เด็กอาไร้ แค่เจ็ดเดือนกว่าก็จะออกมาซะแล้ว เอ๊ะ หรือว่าจะแท้ง”

    “หยุดพูดเถอะค่ะ สาใจเสียหมดแล้ว” คุณหญิงโสภาติงขึ้นมา ดวงใจไม่พอใจเถียงว่าที่พูดก็แค่ห่วง สากำลังใจคอไม่ดีและปวดท้องมากจึงขอร้องทั้งคู่อย่าทะเลาะกัน

    วินิจกลับมารวดเร็วทันใจพร้อมรถสามล้อเครื่อง สาจึงได้ไปโรงพยาบาลโดยมีสมศักดิ์ไปด้วย แต่ไม่ยอมให้คุณหญิงโสภาไปเพราะถ้ามีคนเห็นเธอแล้วจำได้ พวกเราจะลำบากกันหมด

    คุณหญิงโสภากลับเข้าห้องด้วยใจที่เป็นห่วงสา เธอนำล็อกเกตรูปท่านพ่อออกมาแล้วพนมมือภาวนา

    “ท่านพ่อขา...ช่วยปกปักรักษาสากับลูกในท้องด้วยนะคะ ขอให้ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก อย่าให้เป็นอะไรเลย”

    เวลาเดียวกันนั้นที่วังรวีวาร หม่อมพริ้มนอนไม่หลับ นั่งหน้าเศร้าอยู่ริมหน้าต่าง แหงนมองดวงจันทร์ที่ส่องสว่างแล้วหวนนึกถึงอดีตเมื่อครั้งหญิงโสภายังแบเบาะ แม่นมไกวเปลและร้องทำนองเสาะกล่อมนอน

    “เห่เอ๋ยวันเพ็ง พระจันทร์ก็เปล่งปลั่งลอย สวยแฉล้มแช่มช้อย เคลื่อนคล้อยลอยลม...”

    หญิงโศภีกับหญิงศุภลักษณ์พี่สาวทั้งสองนอนเล่นอยู่ข้างตักหม่อมพริ้มพากันสงสัยและตั้งคำถามถามหม่อมแม่ว่าทำไมน้องชื่อโสภา

    “ก็น้องผิวขาวสวยกว่าใครเลยนี่ลูก”

    “โสภาแปลว่าผิวขาวหรือคะ”

    “โสภาพรรณวดีแปลว่านางผู้มีผิวอันงามจ้ะ”

    หม่อมพริ้มหยุดคิด...น้ำตาเอ่อซึมจนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับ แต่พลันต้องชะงักงัน มองตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ปักคำว่า MOM แซมด้วยดอกไม้สวยงามบนผ้าเช็ดหน้าซึ่งหญิงโสภาทำให้

    สองมือของหม่อมพริ้มกำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นแน่น แววตาไหวระริกก่อนที่น้ำตาจะไหลรินออกมา

    “อีสา! มึงเกิดมาล้างผลาญรวีวารแท้ๆ คนชั่วอย่างมึงขอให้ฟ้าดินลงโทษ อยู่ที่ไหนก็ขอให้อย่าได้มีความสุขเลย”

    คำสาปแช่งของหม่อมพริ้มเหมือนจะบังเกิดผล! สากำลังเจ็บปวดทรมานอยู่ภายในห้องคลอด ร่ำร้องครวญครางไปมา ดวงตาพร่าเลือนแทบมองไม่เห็นหมอกับพยาบาล ได้ยินแต่เสียงพูดกันเซ็งแซ่ว่าเด็กออกมาแล้ว

    “เด็กมีปัญหา ปอดยังไม่ทำงาน ช่วยหายใจด่วน”

    เสียงหมอสั่งการ สาแตกตื่นตกใจ ดวงตาหรี่ลงมองไม่เห็นใคร และเสียงหมอก็เริ่มจางไปจนจับความไม่ได้ สองมือของสาไขว่คว้า ร้องเรียกหาลูก ภาวนาให้ลูกอย่าเป็นอะไร ก่อนที่ตัวเองจะหมดสตินิ่งไปในที่สุด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก
    27 ก.ย. 2563

    23:30 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 00:08 น.