ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สาตัดสินใจโทร.หาชายรวีที่กระทรวงในตอนเย็นใกล้เวลาเลิกงาน ขอร้องให้เขามาพบที่บ้านเพราะมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย

    ชายรวีรับปากแล้วขับรถออกไปตามเส้นทางที่สา

    บอกมา โดยไม่รู้ว่าอนุกรแอบได้ยินเขาคุยโทรศัพท์แล้วนำความไปบอกหม่อมพริ้มกับหญิงจ้อยถึงตำหนักขาว

    “นัดหมายให้ไปหากันถึงที่บ้าน ท่าทางจะไม่ค่อยดีนะคะหม่อมแม่”

    “บ้านช่องเขาอยู่ถึงไหนกัน”

    “ผม ไม่ทราบครับหม่อม พอดีพี่หญิงฝากฝังให้ผมคอยจับตาดูชายรวีกับคุณอุษา ผมเลยรีบมารายงานเสียก่อน อีกอย่างผมไม่กล้าตามไปด้วย คุณชายเห็นเข้าคงจะโกรธผมแย่”

    “เพราะเธอคนเดียวอนุกร เป็นคนชักนำชายรวีไปรู้จักกับแม่นั่น”

    “โธ่ พี่หญิงครับ ใครจะไปคิดว่าคุณชายจะไปติดใจไก่แก่แม่ปลาช่อนเข้าให้”

    หม่อม พริ้มมองหน้าหญิงจ้อย เปรยอย่างกังวล “แค่ชายไปติดใจไก่แก่แม่ปลาช่อนก็แย่พอแล้ว แต่ถ้าเขาเป็นคนเดียวกับที่แม่รู้จัก มันจะเลวร้ายกว่านี้มากนัก”

    “หม่อมหมายถึงใครเหรอครับ”

    หม่อม พริ้มไม่ตอบ กลับขอร้องอนุกรว่า “ฉันวานหน่อยเถอะ ฉันอยากจะเห็นหน้าแม่อุษาวดีคนนั้น อยากจะรู้ว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ฉันรู้จักหรือเปล่า จะช่วยฉันหน่อยได้ไหม”

    อนุกร รับคำแล้วตั้งใจฟังสิ่งที่หม่อมพริ้มไหว้วาน... เวลาเดียวกัน สาต้อนรับชายรวีด้วยน้ำชารสกลมกล่อมหอมหวานซึ่งเป็นรสโปรดของชายหนุ่ม

    “คุณอุษาบอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยกับผม ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรครับ”

    “เรื่องโสภิตน่ะค่ะ ฉันอยากรู้ว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมโสภิตถึงได้เสียอกเสียใจขนาดนั้น คุณชายเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ”

    ขณะ สานั่งคุยกับชายรวี ลมัยกับตุ่นอยู่ในครัว ทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่าท่าทางสาชอบผู้ชายคนนี้มาก เอาอกเอาใจมากกว่าประธานเสียอีก ตุ่นเปรยว่าประธานก็แปลก ไม่มีท่าทีหึงหวงสาเหมือนเมื่อก่อน ลมัยซึ่งพอจะเดารูปการณ์ออกบอกว่าเขาคงมีที่หมายใหม่ แต่ไม่เอ่ยชื่อว่าเป็นโสภิตพิไลนั่นเอง

    หลังฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจาก ชายรวีแล้ว สาเสียใจน้ำตาคลอ กล่าวโทษตัวเองเป็นคนผิดทำให้โสภิตพิไลต้องอับอายขายหน้า ทั้งที่เธอเกิดมาดีทุกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นหลานตน คงไม่มีใครเหยียดหยามเธออย่างนี้

    “แต่คุณอุษาก็มีบุญคุณเลี้ยงดูโสภิตพิไลมาอย่างดี ทั้งที่คุณเป็นแค่ป้าบุญธรรมไม่จำเป็นต้องทำก็ได้”

    “ฉันก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกค่ะ”

    “คุณรักโสภิตพิไลมาก ผมรู้ และผมเชื่อว่าเธอก็ต้องรู้”

    สา น้ำตาริน ชายรวีสงสารหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้ สารับมาด้วยความตื้นตัน ชื่นชมเขาเป็นคนดีเหลือเกิน งามทั้งน้ำคำและน้ำใจ แม่คนไหนมีลูกแบบเขาคงภูมิใจและสุขใจที่สุด...

    เมื่อชายรวีกลับถึงตำหนัก ในค่ำนั้น เขาไม่รู้เลยว่าหม่อมแม่กับพี่สาวรู้เห็นเป็นใจให้อนุกรพานักสืบไปถ่ายรูปสา ที่ไนต์คลับ เนื่องจากหม่อมพริ้มอยากรู้ว่าอุษากับอีสาใช่คนเดียวกันหรือเปล่า

    ooooooo
    หลังจากอนุกรกับนักสืบบันทึกภาพสาตอนร้องเพลงสำเร็จเสร็จสิ้นภารกิจไปแล้ว ที่ไนต์คลับเกิดเรื่องราวชุลมุนขึ้นเมื่อโสภิตพิไลมาปรากฏตัวในมาดสาวสุด เปรี้ยว แต่งตัวและหน้าตาจัดจ้านจนโดนชายหนุ่มนักเที่ยวรุมแย่งตัว ก่อนจะกลายเป็นศึกชิงนาง

    เมื่อสาเข้ามาเห็น เธอรับไม่ได้กับมาดใหม่ของโสภิตพิไล ตำหนิไปหลายคำก่อนจะไล่ให้กลับบ้าน แต่เด็กสาวไม่สนใจฟัง แถมยังยอกย้อนรุนแรงจนสาสะอึก

    “ไม่ดีหรือคะ ที่หนูทำตัวเหมือนคุณป้า หนูตัดสินใจแล้วค่ะ ในเมื่อใครๆก็รู้ว่าหนูเป็นหลานคุณป้า มันก็ป่วยการที่หนูจะมานั่งปั้นหน้าเป็นลูกผู้ดี หนูจะมาทำงานที่นี่ค่ะ มาทำงานกับคุณป้า”

    “ไม่ได้ ที่นี่มันไม่เหมาะกับหนู”

    “แล้วที่ไหนล่ะคะ ที่เหมาะกับหนู”

    “โสภิต! หนูกับป้าไม่เหมือนกันนะ ป้าผ่านเรื่องร้ายๆมามาก มากจนมันด้านชา จนป้าไม่สนว่าใครจะนินทาว่าร้ายยังไง แต่หนูยังเด็ก ยังใสบริสุทธิ์ หนูไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับที่นี่ หนูยังมีทางเลือก”

    “ไม่มีหรอกค่ะ หนูไม่มีทางเลือก ตั้งแต่วันที่คุณแม่ตาย  แล้วหนูต้องกลายมาเป็นหลานสาวของคุณป้า”

    สาสะเทือนใจจนพูดไม่ออก ประธานยืนฟังอยู่หน้าประตูเดินเข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์

    “จะ เถียงกันทำไม ไหนๆโสภิตก็มาแล้ว คุณจะเสือกไสไล่ส่งแกไปทำไม ถ้าคุณอยากจะรู้จักกับโลกใบใหม่ มากับผม แล้วเราจะได้รู้กันว่าคุณชอบมันหรือเปล่า”

    ประธานคว้ามือโสภิตพิไลออกไป เต้นรำกลางฟลอร์ เด็กสาวกำลังไม่พอใจสาก็เลยประชดด้วยการแนบชิดประธานเกินเหตุ สาเห็นแล้วหัวเสียจะถลาเข้าไปกระชากแต่โดนเพ็ญศรีคว้าแขนไว้เสียก่อน

    “ใจเย็นๆ แล้วฟังฉันก่อน โสภิตพิไลเป็นเด็กดื้อ คุณยิ่งห้ามมันเหมือนยิ่งยุ ยิ่งไม่ให้แกทำ แกก็ยิ่งจะทำประชดคุณ เรื่องเต้นรำมันเรื่องเล็ก มันมีเรื่องอื่นที่น่าเป็นห่วงกว่า”

    “เรื่องอะไร เพ็ญ”

    “หลังๆคุณมัวแต่หายใจเข้าออกเป็นคุณชายรวี คุณเลยไม่ได้สนใจพี่ประธาน คุณคงไม่ได้สังเกตสินะว่าเขาไม่หึงหวงคุณแล้ว”

    “ประธานมีคนใหม่งั้นเหรอ ใครกัน”

    “คุณว่าเดือนที่ผ่านมานี่คุณประธานสนใจผู้หญิงคนไหนบ้างล่ะ”

    “ก็ไม่มีนี่ เขาก็ยังติดฉันแจ วันๆก็พูดถึงแต่...โสภิต! นี่เธอคิดว่าประธานเขาสนใจโสภิตงั้นเหรอ”

    “จริงๆฉันก็ไม่อยากพูด ทั้งคุณทั้งพี่ประธานก็มีบุญคุณกับฉันทั้งคู่ แต่มันก็อดไม่ได้ ถึงจะหากินกับเรื่องโลกีย์มาทั้งชีวิตนะคุณสา แต่จะให้ฉันทนดูป้ากับหลานคบผู้ชายคนเดียวกัน ฉันทนไม่ไหวจริงๆ”

    สาโกรธจัด ในหัวอึงอลด้วยความคิดของตัวเองดังก้องว่ามันไม่ใช่ป้ากับหลาน แต่มันคือแม่กับลูก...

    โสภิตพิไลเต้นรำอยู่ในอ้อมกอดของประธาน สาตาวาวราวกับแม่เสือ เดินเข้าไปกระชากตัวออกมาพร้อมกับตวาดสั่งให้กลับบ้าน ประธานทำท่าจะตามแต่เพ็ญศรีเข้ามาขวางไว้

    “ป้าหลานเขาจะคุยกัน พี่อย่ายุ่งดีกว่าน่ะ”

    ประธานขัดใจแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเพ็ญศรียืนยันไม่ยอมถอย...สากับโสภิตพิไลขับเคี่ยวกันไปจนถึงบ้าน เด็กสาวหน้าบึ้งตึงวิ่งขึ้นชั้นบนโดยมีสาไล่กวดคว้าตัวเอาไว้

    “หยุดนะโสภิต มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน”

    “คุณป้าจะพูดอะไรอีกคะ นอกจากห้ามๆๆๆ”

    “ที่ป้าห้ามก็เพราะเป็นห่วงหนู หนูยังเด็ก หนูไม่รู้หรอกว่าหนูกำลังเล่นกับไฟ”

    “คุณประธานน่ะหรือคะไฟ...คุณป้าหึงคุณประธานใช่ไหม”

    “ไม่ใช่นะโสภิต หนูเข้าใจผิด”

    “คุณป้ากลัวคุณประธานมาชอบหนู คุณป้าหึงหวง ก็เลยไม่อยากให้หนูไปที่คลับ ไม่อยากให้หนูพบกับเขา คุณป้าหวงคุณประธาน ทำไมไม่พูดออกมาตรงๆล่ะคะ ทำไมต้องอ้างว่าเป็นห่วงหนูด้วย หนูไม่เข้าใจ”

    “หนูคิดว่าป้าเห็นประธานสำคัญกว่าหนูหรือไงโสภิต”

    โสภิตพิไลไม่ตอบ สะบัดหนีเข้าห้องนอนแล้วปิดประตูใส่หน้า ทิ้งสายืนน้ำตาซึมด้วยความอัดอั้นเสียใจ

    ooooooo

    ตกเย็นเลิกงาน อนุกรมาพบหม่อมพริ้มกับหญิงจ้อย นำรูปถ่ายที่ได้จากนักสืบมาให้ทั้งคู่ดู ปรากฏว่าเพียงเห็นแค่เสี้ยวหน้าของสา หม่อมพริ้มถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที

    รูปเหล่านั้นแอบถ่ายขณะสากำลังร้องเพลง แม้เสื้อผ้าทรงผมจะเปลี่ยนไป แต่รอยยิ้มและอากัปกิริยาเหมือนสาคนเดิมตอนร่ายรำไม่มีผิดเพี้ยน หม่อมพริ้มคิดถึงวันที่สารำรจนาเสี่ยงพวงมาลัย ชะม้ายชายตายั่วยวนท่านชาย

    หญิงจ้อยเห็นหม่อมพริ้มนิ่งเงียบไปนานจึงกระแซะเข้ามาถาม

    “หม่อมแม่คะ ใช่ไหมคะ”

    หม่อมพริ้มพยักหน้าอย่างมั่นใจ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน รูปเหล่านั้นก็ถูกส่งต่อถึงมือเจิม เจิมคลี่รูปดูด้วยมือที่สั่นระริก สาอยู่ในชุดเสื้อผ้าล่อแหลม ท่าทางเย้ายวน... ยิ่งดู เจิมก็ยิ่งนึกเกลียดชัง

    “นี่หรือเจ้าคะหม่อม นังคนที่ชื่ออุษาวดี”

    “ดูกี่ทีกี่ทีมันก็อีสานั่นแหละ ข้าจำได้”

    เจิมวางรูปลงกับพื้นอย่างรังเกียจ จวนนั่งอยู่ข้างกันรีบหยิบไปดู หวนที่นั่งถัดไปชะเง้อมอง

    “ไหนว่ามันร่ำรวยเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี แต่งตัวอย่างกับอีพวกช้อกการี”

    “สมัยนี้อีพวกช้อกการีมันรวยกว่าคนดีๆอย่างเราเสียอีก พี่เจิมเอ๊ย ญี่ปุ่นไป ฝรั่งมา แค่มีที่นาก็เอาออกมาขาย นอนรับทรัพย์กันสบายอุรา” พูดแล้วจวนวางรูปลง หวนหยิบเอามาคลี่ดูก่อนจะรำพึงด้วยความเสียใจ

    “สาเอ๊ย ใครจะนึกว่าจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้”

    “คนเรา ถ้าหักห้ามกิเลสในใจไม่ได้ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ วิ่งพล่านทะยานอยากไปตามแต่กิเลสตัณหาจะบัญชา คนอย่างอีสามันก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ตัวนึง” หม่อมพริ้มกรีดเสียงอย่างชิงชัง จวนฟังแล้วหวั่นใจ พูดโพล่งออกไป

    “สัตว์มันยังรู้จักไม่ยุ่งเกี่ยวกับสายเลือดเดียวกัน แต่อีสา...มันกับคุณชาย”

    “มันรู้อยู่ว่าชายรวีเป็นใคร ต่อให้เลว มันก็คงไม่เลวขนาดยุ่งกับลูกตัวเองหรอกจวนเอ๊ย”

    “อีสารู้ แต่คุณชายเธอไม่รู้นี่คะหม่อม ว่าอีสาเป็นแม่ ถ้าหากวันนึงเธอเกิดเผลอไผล”

    “อีจวน อีปากเสีย” เจิมด่าลั่น

    “จวนมันพูดถูกแล้วล่ะเจิม ข้ามัวแต่กลัวอีสามันบอกชายรวีว่ามันเป็นแม่ ถ้ามันบอก ชายรวีก็จะเสียใจ แต่ถ้ามันไม่บอก ชายรวีไม่รู้ว่ามันเป็นแม่ คิดแล้วก็น่ากลัว เห็นทีข้าจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้ว”

    “จัดการเสียเถอะเจ้าค่ะหม่อม จัดการให้มันหายไปจากชีวิตของคุณชายได้ยิ่งดี อีตัวกาลกิณี โผล่มาคราวนี้ จะทำให้ใครเดือดร้อนอีกก็ไม่รู้” เจิมเสียงขุ่น สีหน้าหวั่นหวาด เหมือนเห็นเค้าลางของความยุ่งยากวุ่นวาย

    ooooooo

    สาเรียกประธานมาพบที่บ้านพูดคุยเรื่องโสภิต-พิไล เธอไม่ชอบให้เขามายุ่งกับหลานสาว แต่ประธานกลับยอกย้อนอย่างไม่ยี่หระว่า

    “ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกน่ะ”

    “โสภิตเป็นเด็ก แกไม่เดียงสา เลยหลงเล่ห์กลจิ้งจอกเฒ่าอย่างเธอ”

    “โอ้โห พูดซะเสียหายหมด พูดอย่างกับผมจะมาหลอกต้มตุ๋นโสภิตงั้นแหละ”

    “ก็จริงไหมล่ะ”

    “ถ้าหากไม่จริงล่ะ ถ้าหากผมบอกว่า...ผมชอบโสภิตพิไลจริงๆ”

    “อะไรนะ”

    “ผมชอบโสภิตพิไลจริงๆ นี่แหละคือเรื่องที่ผมอยากบอกคุณเหมือนกัน”

    สาโกรธจัดสั่นไปทั้งตัว โสภิตพิไลเดินลงมาจากชั้นบนได้ยินเสียงสาดังลั่นออกมาจากห้องนั่งเล่น

    “เลว! บัดซบ! คุณพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง ทั้งๆที่คุณกับฉัน...”

    “ใช่ ผมเคยนอนกับคุณ แต่มันก็เป็นแค่ความสนุกร่วมกันเท่านั้นนี่ คุณเป็นคนบอกเองว่าไม่เคยคิดจะแต่งงานกับผม”

    “แต่ไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมให้คุณไปยุ่งกับโสภิต”

    “เรื่องนี้มันเป็นเรื่องระหว่างผมกับโสภิต คุณให้เธอตัดสินใจเองได้ไหม”

    “เรื่องนี้โสภิตไม่มีสิทธิ์ ฉันบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้”

    โสภิตพิไลเกิดทิฐิรุนแรง เดินหน้าตึงเข้ามาถามเสียงแข็ง “ทำไมล่ะคะคุณป้า ทำไมหนูถึงไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะคบใครหรือไม่คบใคร”

    “หนูจะเลือกคบใครหรือไม่คบใครก็ได้ทั้งนั้น ป้าไม่ว่า ยกเว้นไว้คนเดียวคือประธาน”

    “เหตุผลคืออะไรคะ”

    “เพราะหนูเป็นหลานของป้า หนูจะยุ่งเกี่ยวมีผู้ชายคนเดียวกับป้าไม่ได้”

    “ถ้าอย่างนั้นคุณป้าคงต้องจาระไนให้หนูฟังแล้วล่ะค่ะ ว่าคุณป้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนไหนไว้บ้าง ไม่อย่างนั้นหนูคงคบกับใครไม่ได้เลยทั้งเมือง”

    สาสุดทน ตบปากโสภิตพิไลอย่างลืมตัว พอได้สติก็รู้สึกผิด แต่โสภิตพิไลไม่อยู่ให้เว้าวอน วานประธานช่วยพาเธอออกไปจากที่นี่ สาเลยได้แต่ยืนร้องไห้ มองมือตัวเองด้วยความเสียใจ

    ผ่านไปสักพัก สาเรียกหาแต่เหล้า ดื่มหนักจนพร่ำเพ้อ แถมฟาดงวงฟาดงาใส่ตุ่นจนเธอต้องหลบเข้ามาอยู่ในครัว อีกครู่ลมัยหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็กมาถามตุ่นว่าคุณสาเป็นยังไงบ้าง ตุ่นตอบอย่างหนักใจว่าเรียกหาแต่เหล้า ตนบอกว่าโซดาหมดก็เอาของขว้างออกมาจนหลบแทบไม่ทัน

    “เฮ้อ เอาเหล้าดับทุกข์มันจะดับได้ยังไง เอ็งก็คอยดูๆไว้หน่อยแล้วกัน เวลาคุณสากินเหล้าทีไร แกเมาจนหมดรูปทุกที”

    “แล้วนี่ป้าจะไปไหน”

    “ไปบวชหลานที่อุทัยไง ลาคุณสาเธอเอาไว้ตั้งนานแล้ว อยู่บ้านก็ช่วยดูแลด้วยล่ะ อย่าเอาแต่นอน”

    ตุ่นรับคำ พลันได้ยินเสียงรถ ลมัยไม่คุ้นกับเสียงนี้ ให้ตุ่นออกไปดูว่าใครมา...

    ไม่นานจากนั้น ลมัยเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น บอกสาว่ามีแขกมาหา สาโวยวายว่าตนไม่รับแขก แต่พอได้ยินลมัยพูดต่อไปว่าแขกมาจากบ้านรวีวาร ก็หูตาพองก๋านึกถึงคุณชายรวี รีบวิ่งเร็วจี๋ออกไปต้อนรับด้วยความดีใจ

    แต่ฉับพลันทันใด สาหยุดนิ่งแทบลืมหายใจ ขาสองข้างเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้น เมื่อเห็นในห้องโถงมีร่างของหญิงกลางคนท่าทางสง่าคนหนึ่งยืนหันหลัง แม้เห็นแค่ด้านหลัง สาก็ไม่มีวันลืม

    หญิงคนนั้นค่อยๆหันหน้ามา สารู้สึกชาวาบไปทั้งตัว อุทานออกมาเสียงแผ่ว

    “หม่อม...”

    “ข้าเอง อีสา” หม่อมพริ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ สาเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น หมอบนิ่งเหมือนเมื่อครั้งเป็นข้าทาสที่วังรวีวารไม่ผิดเพี้ยน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก
    27 ก.ย. 2563

    23:30 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 23:45 น.