ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เย็นวันเดียวกันที่บ้านสวน สุขเล่าเรื่องราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสงครามให้แป้นฟังอย่างออกรส

    “หนังสือพิมพ์เขาว่าพวกไอ้กันมันทิ้งระเบิดถล่มเมืองญี่ปุ่นซะราบ ญี่ปุ่นมันเลยต้องยอมยกธงขาวแต่โดยดี”

    “นี่โชคดีนะที่คุณสาแกยังไม่ได้ไปญี่ปุ่น ไม่งั้นล่ะก็...ไม่อยากจะคิด...เอ้า แล้วยังไงอีกล่ะตาสุข เล่าต่อซิ”

    “ถึงญี่ปุ่นจะยอมแพ้สงคราม แต่บ้านเมืองก็เสียหายยับเยิน ในข่าวเขาว่าจะต้องจ่ายค่าอะไรนะ...หนี้สงครามหรืออะไรเนี่ย ให้พวกฝรั่งบานเบอะ คงลำบากไม่น้อยล่ะ”

    “อ้าว...แล้วคุณสาแกจะพลอยเดือดร้อนไปด้วยไหมนี่”

    “หนังสือพิมพ์เขาไม่ได้ลงเรื่องคุณสานี่ ฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไง”

    เสียงฝีเท้าปังๆดังมาจากนอกชาน สองผัวเมียหันไปเห็นโสภิตพิไลวิ่งขึ้นมา แป้นร้องเรียกหมายให้หยุด แต่เด็กหญิงไม่สนใจ วิ่งตื๋อเข้าห้องไป

    “อ้าว เป็นอะไร ทำท่าเหมือนวิ่งหนีใครมา”

    สุขบ่นอย่างแปลกใจ แล้วลุกขึ้นพร้อมแป้นจะตามไปดูโสภิตพิไล พอดีเหลือบเห็นจรินทร์เดินขึ้นเรือนมาอีกคน

    “พ่อจ๋า แม่จ๋า...”

    “อะไรไอ้ริน มีอะไร”

    “คุณสามาจ้ะแม่”

    สุขกับแป้นชะงัก เข้าใจทันทีว่าโสภิตพิไลวิ่งหนีอะไร

    สาในชุดไว้ทุกข์เดินขึ้นมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า สองผัวเมียรับหน้า แป้นถามเธอว่านึกยังไงถึงมาเอาเย็นย่ำป่านนี้ มีอะไรหรือเปล่า

    “ฉันมาบอกข่าวค่ะพี่สุข พี่แป้น...ฉันกับโสภิตไม่ต้องไปญี่ปุ่นแล้วค่ะ คุณเซกิเขา...เขาตายแล้ว”

    สาเอ่ยเสียงเรียบแต่หน้าเศร้า แป้นกับสุขฟังแล้วใจหาย มองสาอย่างเวทนา

    “เวรกรรม แล้วนี่คุณสาจะทำยังไงต่อไปคะ ถ้ายังไงมาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่ก็ได้นะ จะได้มาอยู่กับโสภิตไง”

    “เรื่องกินเรื่องอยู่น่ะไม่ต้องเกรงใจนะ แค่ปากเดียวท้องเดียว ไม่กระไรหรอก”

    สาซาบซึ้งในน้ำใจของสองผัวเมีย “เรื่องกินอยู่น่ะ ฉันไม่ลำบากหรอกจ้ะพี่แป้น พี่สุข คุณเซกิเขาทิ้งเงินทองเอาไว้ให้ฉันมาก...มากเลยล่ะ ฉันเองก็ไม่มีใครที่ไหน มาอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะมาช่วยเลี้ยงโสภิต เผื่อแกจะรักฉันขึ้นมาบ้าง”

    สาครุ่นคิด เริ่มมีความหวังในชีวิต บอกกับทั้งคู่ว่าพรุ่งนี้ตนจะไปขนเงินมาไว้ที่นี่ก่อน แล้วค่อยคิดทีหลังว่าจะทำมาหากินอะไรดี

    “ไปขนเงิน ถึงกับต้องไปขนเลยเหรอคุณสา” แป้นสงสัย แต่สานิ่งเงียบไม่ยอมขยายความอะไรอีก

    ooooooo

    สายวันรุ่งขึ้น สาย้อนกลับไปที่บ้านเซกิพร้อมรถบรรทุกรับจ้าง คนขับขนหีบในบ้านออกมาใส่กระบะด้านหลัง โดยมีคนงานอีกคนช่วยเหลือและนั่งเฝ้า ซึ่งหีบทุกใบใส่กุญแจใหม่หมด

    สาเดินมาสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนกลับไปนั่งทางด้านหน้าคู่กับคนขับรถ

    คนขับชำเลืองมองสา นึกสงสัยอยู่ในใจว่าในหีบมีอะไร จึงพยายามเลียบๆเคียงๆ ชวนคุยเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ตัวเองอยากรู้

    “ไปท่าเรือตรงสี่พระยาใช่ไหม”

    “ใช่ ฉันว่าเรือให้เขารออยู่ที่นั่น”

    “ขนลงเรือไป แล้วจะขนขึ้นฝั่งยังไง หีบออกหนัก ตั้งหลายใบ”

    “ถึงที่นั่นฉันมีคนช่วย ไม่ต้องห่วงหรอก”

    “ในหีบนี่ใส่อะไรเนี่ย หนักอย่างกับหิน”

    สามองหน้าคนขับรถ เริ่มไม่น่าไว้ใจ ตอบตัดบทด้วยท่าทีรำคาญ

    “หนังสือหนังหา กระเบื้องถ้วยกะลาแตก ขับไปเถอะน่ะ อย่าถามมากเลย ฉันรีบ”

    คนขับรถปรายตามองไปด้านหลัง แอบสบตาคนงานเหมือนมีแผนการบางอย่างในใจ

    ooooooo

    บนถนนอีกด้าน ท่อไอเสียรถคันหนึ่งพ่นควันออกมาดำปี๋ ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์กระตุกอยู่หลายครั้งก่อนจะนิ่งสงบลง เจ้าของเลยส่งเสียงโวยวายอย่างหงุดหงิดเต็มที

    “ให้มันได้อย่างนี้สิวะ”

    ชายหนุ่มหน้าตาคมสันในชุดเสื้อผ้าค่อนข้างเก่าแต่เก๋ไก๋ เปิดประตูรถก้าวลงมาบ่นอุบ

    “วอนนักนะไอ้โกร่ง เอาไว้ฉันรวยเมื่อไหร่ ฉันขายแกให้เจ็กแน่”

    ในรถมีสาวน้อยสาวใหญ่หน้าตาเซ็กซี่อัดอยู่สี่นาง สาวๆบ่นกันงึมงำเพราะเจอแบบนี้เป็นประจำ สาวนางหนึ่งโผล่หน้าออกมาถาม

    “รถไม่วิ่ง ทำไงดีล่ะพี่ประธาน”

    “ก็เข็นสิคะแม่คุณ ถามได้...ไป ไปเข็น”

    ประธานขึ้นรถประจำที่คนขับ สาวๆหน้างอพากันลงมาช่วยเข็นรถตัวโก่ง เครื่องยนต์สะอึกถี่ๆ แล้วติดชึ่ง พร้อมควันสีดำก้อนใหญ่พุ่งออกมาใส่หน้าสาวทุกนาง

    “อ๊าย...พี่ประธาน หน้าฉันพังหมดแล้ว”

    เมื่อรถแล่นได้ตามปกติ ประธานโผล่หน้าออกมาเร่งสาวๆให้ขึ้นรถ ถ้าใครขึ้นไม่ทัน ไอ้โกร่งของตนไม่รอแน่ สาวๆร้องวี้ดว้ายกันอีกครั้ง รีบวิ่งตามมาขึ้นรถอย่างทุลักทุเล

    ooooooo

    ในรถรับจ้าง สานั่งหันหน้าหันหลังสีหน้าไม่สบายใจ พูดกับคนขับว่าสี่พระยาไม่ได้ไปทางนี้ แต่หมอนั่นเอาแต่นิ่งไม่ตอบ เธอเลยตวาดแว้ดเข้าให้

    “ได้ยินฉันพูดไหม สี่พระยาไม่ได้ไปทางนี้ แกจะพาฉันไปไหน”

    คนขับรถเลี้ยวเข้าถนนในซอยอย่างทันทีทันใด สาตกใจเอะอะโวยวาย

    “นี่ จอดเดี๋ยวนี้ แกจะทำอะไร”

    คนขับจอดพรืดเข้าไปในโกดังร้าง แล้วควักมีดพกจากข้างเอวออกมาขู่ฟ่อ

    “เงียบๆ อย่าเอะอะ แล้วจะไม่เป็นไร”

    ด้านหลังรถ กุญแจหีบใบหนึ่งโดนงัดออกด้วยฝีมือคนงานที่นั่งเฝ้ามาตลอด พอเห็นข้างในมีทองแท่งเหลืองอร่ามก็ตาลุกวาวด้วยความโลภ

    ส่วนคนขับรถที่ใช้มีดขู่สาอยู่ด้านหน้าเหลียวมองไปข้างหลัง ตะโกนถามลูกน้อง

    “อะไรอยู่ในหีบวะ ไอ้มี”

    นายมีชะงัก มองดูทองในหีบแววตาชั่วร้าย เสียงคนขับรถตะโกนรุกเร่งมาอีก

    “กูถามว่าอะไรอยู่ในหีบ เครื่องเงิน เครื่องแก้ว หรือว่าอะไร”

    “ยิ่งกว่านั้นอีกพี่...พี่มาดูเองดีกว่า” นายมียิ้มเจ้าเล่ห์

    คนขับรถเอาผ้าขาวม้ามัดมือสา ขู่จะฆ่าให้ตายถ้าเธอเอะอะหรือคิดหนี จากนั้นมันลงจากรถเดินไปด้านหลัง สาฉวยโอกาสนี้พยายามหาทางดิ้นรนให้หลุด

    “เอ็งเจอสมบัติพระศุลีหรือยังไงวะไอ้มี ไหนดูสิ”

    นายมีพยักพเยิดไปที่หีบ แล้วใช้จังหวะที่คนขับรถจะเปิดหีบแย่งมีดจากมือมาจ้วงแทงเข้าที่ลำตัวจนมิดด้ามก่อนถีบซ้ำร่างร่วงจากรถลงมากองกับพื้น

    สาหันมาเห็นคนตายจมกองเลือด ตกใจและหวาดกลัวจนเกิดแรงฮึด ดึงผ้าขาวม้าที่มัดมือตนไว้หลุดแล้วส่งเสียงขอความช่วยเหลือลั่นไปหมด

    “ช่วยด้วยจ้ะ ช่วยด้วย...”

    นายมีหันขวับไปจ้อง ก่อนกระโจนลงจากรถวิ่งมากระชากสาอย่างไม่ปรานี

    “หุบปากนะมึง”

    สาสั่นกลัว กระถดหนีไปลงทางฝั่งคนขับ แต่ยังครองสติได้ คว้ากุญแจรถที่เสียบคาไว้ติดมือมาด้วย

    “ช่วยด้วย ช่วยด้วย” สาวิ่งไปร้องไป โดยที่นายมีถือมีดวิ่งตามไม่ลดละ

    ในที่สุดสาก็จนมุมในซอยค่อนข้างเปลี่ยว เธอกรีดร้องให้คนที่เดินผ่านไปมาช่วยเหลือ

    “ช่วยด้วยจ้ะ ช่วยด้วย ไอ้คนนั้นมันเป็นโจร มันจะปล้นฉัน”

    ชาวบ้านหยุดมอง แต่พอได้ยินเสียงผู้ชายร้องห้ามก็ชะงัก

    “เรื่องของผัวเมียอย่ายุ่งนะเว้ย อีตัวดี มึงอย่าหนีนะ...โอ๊ย!”

    นายมีแหกปากอย่างเจ็บปวด เพราะสาฉวยของใกล้มือขว้างใส่หัวแตกเลือดไหลโกรกแล้ววิ่งหนีต่อไป

    ooooooo

    ประธานขับรถคันเก่าปุเลงๆ ไปบนท้องถนนได้สักพัก ได้ยินเสียงเครื่องยนต์สะอึกครึ่ดๆ  ขึ้นมาอีก  สี่สาวในรถเอือมระอาพากันตะโกนโดยพร้อมเพรียง

    “มันเอาอีกแล้ว...พี่ประธาน”

    “เฮ้ย! ไอ้โกร่งๆๆ อย่าๆๆ” รถกระตุกถี่ๆ แต่ยังไม่ดับ ประธานโวยวายใส่สี่สาว “เอ้า อยู่เฉยทำไมเล่า ลงไปเข็นเร็ว เดี๋ยวก็ไปทำงานไม่ทันหรอก”

    สี่สาวกรูกันลงไปที่ท้ายรถ ออกแรงเข็นอย่างชำนาญเพราะเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อย จังหวะนี้เองสาวิ่งหนีออกจากซอยคดเคี้ยว ทะลุออกมาที่ถนนอีกด้าน เหลียวหลังไปเห็นนายมีกุมหัววิ่งตามมาห่างๆ สาหาทางรอด เห็นรถยนต์กำลังพ่นควันโขมง เสียงเครื่องดังกระหึ่ม

    “ติดแล้ว” สี่สาวประสานเสียงด้วยความดีใจ

    “ติดก็รีบขึ้นมา...เร็ว!”

    ประธานเร่งยิกๆ เพราะกลัวจะไปทำงานไม่ทัน

    สี่สาวกรูขึ้นรถ สาเห็นดังนั้นก็ฉวยโอกาสช่วงชุลมุนตีเนียนวิ่งขึ้นรถไปด้วย นายมีกุมหัวที่แตกเลือดไหลวิ่งตาม

    มาถึงปากซอยแต่ไม่เห็นสา เห็นแต่รถเก่าๆ คันหนึ่งวิ่งปุเลงๆออกไป

    ประธานขับรถออกไปได้ครู่เดียว ได้ยินเสียงสาวๆ ด้านหลังร้องวี้ดว้ายราวกับมีเหตุร้าย

    “อะไรกัน คนขับรถอยู่ ร้องกรี๊ดกร๊าดทำไม”

    “มีคนพี่ มีคน”

    “เออ ก็มีคนเต็มรถอยู่เนี่ย แล้วจะร้องทำไม”

    “ไม่ใช่พี่ มีคน มีใครก็ไม่รู้อยู่บนรถเรา”

    ประธานหันขวับมามองแล้วร้องเฮ้ย! รถจอดดังเอี๊ยด รีบลงมาถามหญิงสาวแปลกหน้าว่าคุณเป็นใคร?

    “ฉันโดนโจรปล้น มันไล่ฆ่าฉัน ฉันเลยหนีมันขึ้นมาหลบในรถคุณ” สาพนมมือไหว้ขอร้อง ประธานมองรอบรถไม่เห็นมีใคร ถามว่าไหนล่ะโจร

    “มันคงไปแล้ว”

    “งั้นก็เชิญลงไปได้ครับ ผมจะไปทำงาน”

    สาลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยปากเว้าวอน “คุณไปส่งฉันหน่อยสิ”

    “อะไรนะ”

    “ฉันต้องกลับไปที่เดิม ไปเอาของ พวกคุณไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย”

    ประธานแค่นหัวเราะ ท่าทางปฏิเสธแน่ๆ สาหัวไวควักเงินออกจากกระเป๋าปึกใหญ่มาแกว่งตรงหน้าเขา

    “ฉันจ้าง...เอ้า”

    ประธานตาโตเท่าไข่ห่าน เอื้อมมือไปจะคว้าเงินทั้งปึก แต่สารีบดึงกลับ พูดเสียงดังฟังชัดว่าทำงานก่อน จ่ายทีหลัง...

    ooooooo

    เพราะเงินแท้ๆ ทำให้ประธานยอมพาสาไปที่โกดังร้าง เขาและเธอซุ่มมองนายมีลากศพคนขับรถไปทิ้งที่ด้านหลัง

    “มันฆ่าพวกเดียวกันเอง แล้วก็จะมาฆ่าฉันต่อ” สากระซิบบอก

    “แล้วคุณจะกลับมาทำไม เป็นบ้าเหรอ”

    “ฉันต้องเอาของฉันคืน เห็นหีบไหม หีบนั่นน่ะของฉัน คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม ไปขับรถออกมาให้ฉันที”

    สาชูกุญแจรถ ประธานนิ่งไปอย่างชั่งใจ เธอรู้ทัน ลั่นวาจาเพิ่มเงินค่าจ้างเป็นสองเท่า เท่านั้นเองชายหนุ่มก็ไม่บิดพลิ้ว

    เขาและเธอเล็ดลอดไปถึงตัวรถ นายมีจัดการกับศพเสร็จแล้วกลับมาเจอพอดี

    “เฮ้ย หยุดนะ”

    ทันใดนั้น สี่สาวปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังนายมี เรียกพี่จ๊ะพี่จ๋าเสียงหวาน มันหันไปตามเสียงถึงชะงักตาค้าง จ้องนางโชว์ทั้งสี่ที่โพสท่าถลกกระโปรง แหวกอกเสื้อยั่วสวาทเท่าที่สังขารจะอำนวย

    “พวกแกเป็นใคร เข้ามาได้ยังไงวะ”

    ประธานอ้อมมาทางหลังนายมีอย่างรวดเร็ว ทักเสียงใส “เซอร์ไพรส์!”

    พอนายมีหันขวับมา ประธานก็ต่อยตูมเข้าปลายคางจนร่วงไปกองที่พื้น แล้วรีบเข้าไปนั่งในรถตำแหน่งคนขับ สาขึ้นนั่งข้างๆ ส่งกุญแจให้

    “ขับไปเลยคุณ...เร็ว”

    ประธานสตาร์ตรถบรรทุก สี่สาวร้องวี้ดว้ายให้รอด้วย กระโดดขึ้นมานั่งเบียดสาเต็มหน้ารถ พอพ้นออกจากซอยมา ประธานเห็นรถของตนที่จอดแอบเอาไว้ก็นึกได้

    “เฮ้ย! จริงสิ รถผม...ผมขับรถให้คุณ แล้วรถผมล่ะ”

    “ทิ้งไว้นี่แหละน่ะ จะพังมิพังแหล่อยู่แล้ว ไม่มีใครขโมยหรอก...ไป รีบไปส่งฉันที่ท่าสี่พระยาหน่อย ฉันนัดเรือไว้ ป่านนี้เขารอแย่แล้ว”

    “ใสเจีย เสียใจ” พูดจบประธานหักเลี้ยววูบ...สาตกใจ นึกว่าเจอคนร้ายเข้าอีกแล้ว

    “นี่คุณจะไปไหน ฉันบอกให้ไปส่งฉันที่ท่าน้ำไง จะเอาไหม เงินน่ะ”

    “เอา แต่ตอนนี้ยังไปไม่ได้ สายมากแล้ว พวกผมต้องไปทำงาน ขืนไปสายผมโดนเฮียไล่ออกแน่”

    “แน่เสียยิ่งกว่าแช่แป้ง” สี่สาวประสานเสียง

    สามองชายหนุ่ม แล้วมองสี่สาวที่แทบจะขี่กันอยู่รอบตัวด้วยสีหน้าสงสัย ถามว่าเฮียไหน พวกคุณทำงานอะไรกัน?

    ooooooo

    แสงไฟที่หน้าเวทีเล็กๆสว่างพรึ่บ แต่ม่านยังไม่เปิด เวทีนั้นอยู่ในห้องแคบๆโทรมๆแต่พอดูได้ เพราะอาศัยความมืดสลัวพรางไว้ ที่นั่งข้างล่างมีลูกค้าพอสมควร ทุกคนดื่มกินและมีหญิงสาวพาร์ตเนอร์แอบอิงแนบชิด

    เสียงดนตรีอินโทรดังขึ้น ม่านเปิดออก ประธานใส่แจ็กเกตกำมะหยี่ มีหมวกและไม้เท้าในมืออย่างโก้เก๋ออกมาทักทายลูกค้าด้วยลีลาพราวเสน่ห์

    “สวัสดีครับ ท่านไม่สุภาพบุรุษและไม่สุภาพสตรี Hello, sirs. Good evening no ladies and no gentlemen ขอยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่สตาร์ คาบาเรต์คลับ และขอเชิญพบกับเหล่าดวงดาราของเรา”

    สี่สาวนางโชว์ในชุดวาบหวิว แต่งหน้าจัดจ้าน เสื้อรัดติ้ว ยัดนมแหลมเปี๊ยบเยื้องย่างออกมานัวเนียประธานที่กลางเวที เรียกเสียงฮือฮาจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี...

    ที่หลืบข้างเวที สายืนตัวลีบมองออกไปอย่างร้อนใจแต่ก็อยากรู้อยากเห็นว่าอาชีพของประธานคืออะไร อีกสักครู่เห็นเขาแนะนำนางโชว์ทีละนางด้วยลีลาเซ็กซี่ปนทะลึ่ง

    “มูน...วีนัส ประกายพฤกษ์ ส่วนนี่แม่ดาวมฤตยู...ในค่ำคืนนี้ผมขอเชิญทุกท่านขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกับหมู่ดวงดาราของเรา ส่วนผม...นายประธานเจ้าเก่า รับหน้าที่ให้ความบันเทิงกับท่านด้วยบทเพลงไพเราะ และการแสดงสนุกๆจากสตาร์คาบาเรต์ ครับผม”

    เสียงดนตรีอินโทรเพลงดังขึ้น ประธานร้องและเต้นอย่างคล่องแคล่ว ท่าเต้นสวยปนตลกเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า ขณะที่สี่สาววาดลีลาอยู่รอบๆ ประธานเย้าหยอกพวกเธออย่างถึงเนื้อถึงตัว

    สาตื่นตา ไม่เคยเห็นใครเต้นท่าทะลึ่งแบบนี้ แต่ก็ชอบใจจนยิ้มขำ แววตาเป็นประกายวิบวับ ส่วนคนดู ก็สนุกสนาน  ปรบมือตามจังหวะเพลง  พลางส่งเสียงหัวเราะเป็นระยะ

    ที่มุมหนึ่ง เพ็ญศรีแคชเชียร์ กับเฮียใช้ชายกลางคนเจ้าของคลับท่าทางนักเลง ยืนมองการแสดงของประธานอย่างชื่นชม

    “ไอ้ประธานมันแน่จริงๆนะเพ็ญ มันเอาคนดูอยู่หมัดทุกคืน”

    “แหงสิเฮีย นี่ถ้าไม่ได้พี่ประธานนะ อีดาวอุกาบาต ทั้งหลายของเฮียน่ะไม่มีใครมาดูหรอก”

    ประธานร้องเพลง “กินกาแฟ” ร้องไปออกลีลาไปพร้อมสี่สาวที่ส่ายหน้าอกเด้งไปมาอย่างไม่บันยะบันยัง

    “เอ้า กินกาแฟต้องทำอะไรครับ กินกาแฟต้องทำอะไรสาวๆ”

    “ส่ายนม”

    สี่สาวส่ายไม่ยั้ง คนดูกระทืบเท้า เป่าปากเฮฮา เพ็ญศรีหัวเราะร่วนอย่างกลั้นไม่อยู่

    “ดูๆ อีดาวๆของเฮียแต่ละคนนมยานจนจะฟาดหน้าตัวเองอยู่แล้ว”

    เฮียใช้อมยิ้ม แล้วเหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าตาดี โผล่มาข้างหลืบ

    “เฮ้ยเพ็ญ...นั่นใคร”

    “ไหนเฮีย...ฉันไม่ยักเคยเห็น ไม่ใช่ดาราดวงใหม่ของเฮียเรอะ”

    “สวยขนาดนี้ เฮียยกให้เป็นดาราดาวรุ่งประจำใจเลย”

    สาหัวเราะชอบใจท่าเต้นทุกคนบนเวที แต่พอหัน มาประสานสายตากับเฮียใช้และเพ็ญศรีก็ตกใจหลบวูบ พึมพำกับตัวเองว่าตายละ ทำยังไงดี?

    ประธานร้องและเต้นจบท่อนแรก หันมายิ้มให้สา จึงเห็นว่าเธอชี้มือไปทางเฮียใช้กับเพ็ญศรีที่เดินอาดๆมาทางนี้ ประธานเห็นเข้าก็ตกใจ หลุดปากออกมาอย่างลืมตัว

    “ฉิบหายล่ะ” พูดไปแล้วนึกได้ รีบเล่นมุกตลกกลบเกลื่อน “เจ้าหนี้มาครับ สงสัยมาทวงค่ากาแฟ ผมขอหลบก่อน”

    ดนตรีเปลี่ยนเพลงกะทันหันจนสี่สาวมึนงง แต่ก็เข้ามาเกาะกันเป็นแผงแล้วยกแข้งยกขาเต้นตามเสียงเพลง ส่วนประธานฉวยโอกาสหลบเข้าหลังเวทีอย่างรวดเร็ว

    ooooooo

    ในห้องเล็กๆหลังเวที นอกจากกระจกแต่งตัว ราวแขวนเสื้อผ้าแล้วยังมีวิกผม ขนนก พู่ที่ทำจากเชือกฟาง และอุปกรณ์ราคาถูกประกอบการโชว์นานาชนิด

    สายืนใจคอไม่ดีอยู่ในห้องนี้ เฮียใช้กับเพ็ญศรีเดินเข้ามา เพ็ญศรีรู้ว่าเฮียคิดอะไร แกล้งดุหญิงสาวแปลกหน้าเพื่อช่วยเหลือ
    “เธอเป็นใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไปๆ”

    “เฮ่ย...ไปไล่เขาทำไมวะเพ็ญ” ว่าแล้วเฮียเข้าหาสา ยิ้มหยาดเยิ้มเอ่ยวาจา “หนูชื่ออะไรจ๊ะ มาทำอะไรที่นี่”

    เฮียไม่พูดเปล่า ทำท่าจะจับแก้มสาแต่พลาดอย่างน่าเสียดาย เพราะประธานโผล่เข้ามาดึงเธอหลบทันท่วงที

    “เขามากับผมครับเฮีย เมียผมเอง”

    “เมีย?!!” เพ็ญศรีกับสาประสานเสียงตกใจ เฮียใช้มองหน้าประธานอย่างไม่เชื่อ

    “หวงก้างนี่หว่าประธาน...ไม่รู้ล่ะ ถึงจะเป็นเมียมึง เสือกไม่เก็บเอาไว้ที่บ้าน เอามาที่นี่ก็ถือว่าเป็นของกู”

    เฮียใช้กระชากมือสา แต่เธอสะบัดหลุดแล้วตบเปรี้ยงเข้าที่หน้าเขาอย่างรวดเร็ว ประธานกับเพ็ญศรีตะลึง คาดไม่ถึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า

    “ซวยแล้ว” ประธานอุทานแตกตื่น

    “อีนี่ มึงวอนแล้ว” เฮียใช้โกรธจัด เข้าไปลากตัวสา ประธานกับเพ็ญศรีช่วยขวาง ขณะที่สาก็ร่ำร้องขอความช่วยเหลือลั่นไปหมด

    “เฮีย...ใจเย็นๆก่อนเฮีย

    “อย่าเสือก อีเพ็ญ”

    เฮียใช้หันไปตบเพ็ญศรีล้มคว่ำ ประธานเห็นสถาน– การณ์คับขัน ตัดสินใจต่อยเฮียที่ปลายคางจนล้มคว่ำ แล้วดึงสาให้รีบหนี

    ทั้งสองพากันวิ่งหนี เฮียใช้ตั้งหลักได้ลุกขึ้นยืนควักปืนออกมาจะยิง...ประธานกับสาตะลึง คิดว่าไม่รอดแน่ ทันใดนั้นเพ็ญศรีเอาฉาบทองเหลืองอันใหญ่ฟาดกลางกบาลเฮียใช้สุดแรง เฮียมึนแล้วฟุบลงนิ่งไป

    “ขอบใจนะเพ็ญ”

    “เผ่นกันก่อนเถอะพี่ ถ้าเฮียตื่นมา แกเอาเราตายแน่”

    “แล้วเธอล่ะ” สาถามอย่างห่วงใย

    “ฉันก็เผ่นเหมือนกัน ไม่อยู่หรอก ไปล่ะ” เพ็ญศรีวิ่งกลับไปด้านหน้า ประธานลากสาออกไปด้านหลังที่เป็นซอยมืดๆ วิ่งไปขึ้นรถบรรทุกที่จอดแอบไว้ แต่ยังไม่ทันออกตัว เฮียใช้วิ่งตามออกมาพร้อมปืนในมือ

    ประธานตัดสินใจในนาทีนั้น หักพวงมาลัยให้รถพุ่งเข้าเฉียดเฮียใช้จนเสียหลักล้มลง ก่อนจะกระทืบคันเร่งหนีไป เฮียใช้กลิ้งอยู่กับพื้นกระหน่ำยิงตามหลังสี่ห้านัด มองตามรถที่แล่นหายไปในความมืดอย่างเจ็บใจ

    พ้นจากความตายมาแล้ว ประธานถามสาว่าบ้านอยู่ไหน สาบอกว่าตนอาศัยเขาอยู่แถวคลองมหาสวัสดิ์

    “แล้วจะขนสมบัติบ้าพวกนี้ไปยังไง”

    “ฉันเหมาเรือไว้ ให้เขารอที่ท่าน้ำสี่พระยา ป่านนี้เขาคงไม่รอแล้ว เพราะคุณนั่นแหละ”

    “โอ้โห แล้วที่ผมโดนปืนไล่ยิงอยู่เนี่ยเพราะใครไม่ทราบ”

    “เอาน่ะ ช่วยฉัน ฉันจะให้ค่าจ้าง”

    “แค่นั้นเองเหรอ” เขาทำตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม มือข้างหนึ่งไต่ไปที่ตักสา เลยโดนเธอตีมือไปหนึ่งที แต่ในใจสาก็แอบหวิวเหมือนกัน

    “ขับรถไปดีๆ ดูสิ รถเอียงกระเท่เร่แล้ว”

    รถเอียงมากขึ้น ประธานเอะใจ “ไม่สวยละ สงสัยตะกี๊เฮียจะยิงโดนยาง”

    “อะไรนะ!”

    ประธานพยายามประคองพวงมาลัยและแตะเบรก แล้วยิ่งแตกตื่นตกใจ สงสัยว่าเฮียใช้จะยิงโดนเบรกด้วย จังหวะนั้นรถมาถึงทางเลี้ยวพอดี เบรกใช้งานไม่ได้เลยวิ่งลงข้างทางที่เป็นทุ่งหญ้ารกร้าง ก่อนจะจอดเอียงกระเท่เร่ติดแหง็กในปลักโคลน

    ooooooo

    ค่ำคืนเดียวกัน สุขกับแป้นรอการมาของสาด้วยความกระวนกระวาย สองผัวเมียบ่นกันไปมาโดยไม่รู้ว่าโสภิตพิไลแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง

    “คุณสาแกยังไงของแกนะ ว่าเรือเขาไว้ก็ไม่ไปตามนัด ว่าจะกลับมานอนบ้านนี้ก็ไม่กลับ”

    “หรือคุณสาแกจะเปลี่ยนใจ”

    “อะไร้...เมื่อวานเพิ่งพูดเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาอยู่กับโสภิต”

    “เมื่อวานมันก็เมื่อวาน วันนี้แกอาจจะอยากอยู่กับคนอื่นแล้วก็ได้นี่”

    สุขพูดอย่างไม่ค่อยศรัทธาในตัวสานัก แป้นหมั่นไส้เลยค้อนขวับ ส่วนโสภิตพิไลที่แอบฟังได้ยิน

    ทุกคำ หน้าจ๋อยด้วยความน้อยใจที่สาผิดคำพูด...

    เวลานั้น สาถือไฟฉายอยู่กระบะหลังรถที่ติดหล่มในบ่อโคลน กำลังตรวจสอบหีบทุกใบว่าเรียบร้อยดีไหม ประธานปีนตามขึ้นมา เป็นจังหวะที่สาเห็นหีบใบหนึ่งซึ่งถูกนายมีงัดกุญแจหลุดเอาไว้ เธอเลยชะงักไม่กล้าเปิด หันมาถามเขาว่า

    “อ้าว ทำไมคุณไม่ไปตามช่าง”

    “ดึกป่านนี้แล้วจะไปหาช่างที่ไหน ไปหาที่นอนกันก่อนเถอะคุณ ทิ้งรถไว้นี่แหละ อยู่กลางทุ่งอย่างนี้ไม่มีใครมาขโมยของคุณหรอก”

    “ไม่...ฉันจะนอนเฝ้าที่นี่แหละ”

    “คุณนี่งกไม่เข้าท่า ผมชักสงสัยในหีบนี่ใส่อะไร ทำไมถึงได้หวงนักหวงหนา”

    “ก็พวกของเก่า ไม่มีอะไร”

    สาทำหน้าตาย ลงนั่งทับฝาหีบ ประธานมองสงสัย รู้ทันแบบคนเจนโลกมามากกว่าหลายเท่า แต่แกล้งทำเป็นเชื่อพยักหน้ารับ พอสาเผลอตัวก็พุ่งเข้ากอดปล้ำ เธอร้องวี้ดว้ายด้วยความตกใจ ถามเขาว่าจะทำอะไร

    ประธานไม่ตอบ กอดปล้ำจนสาตกมาจากหีบ แล้วจะเปิดฝาแต่สาพุ่งเข้ามาขัดขวาง

    “อย่านะ อย่า”

    สองคนยื้อยุดกันไปมา ทั้งผลักทั้งกอดเพื่อดึงอีกฝ่ายให้พ้นจากหีบ ปากก็ทุ่มเถียงกันไปไม่หยุดหย่อน พลิกไปพลิกมาอยู่บนพื้นกระบะท้ายรถ

    “ในหีบมีอะไร ทำไมดูไม่ได้”

    “ก็ฉันไม่ให้ดู”

    “ผมจะดู”

    “ไม่ได้!”

    ประธานอยู่ด้านบนหาจังหวะเพื่อเข้าถึงหีบใบนั้น สาไม่รู้จะหยุดเขายังไง เลยเอาสองแขนล็อกคอเขาไว้ อีกฝ่ายถึงชะงัก รู้สึกเหมือนตัวเองโดนกอด ขณะที่สาใจเต้นรัว ใบหน้าคมเข้มของเขาอยู่ห่างจากเธอนิดเดียว ในสถานการณ์ประหลาดนั้น ทั้งสองกลับเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา

    “อย่านะคุณ ฉันขอ...” สาเสียงแผ่ว

    “ใครขอ ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”

    “สาค่ะ ฉันชื่อสา”

    “ผมชื่อประธาน ยินดีที่ได้รู้จัก”

    พูดขาดคำ ประธานระดมจูบเธออย่างห้ามใจไม่อยู่ สาพร้อมอยู่แล้ว โอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี

    ooooooo

    10 ปีต่อมา...

    เช้านี้ทุกคนดูตื่นเต้นวุ่นวายกันเหลือเกิน...หม่อมพริ้มในวัยหกสิบต้นๆ เข้ามาตรวจตราในห้องนอนที่ตกแต่งใหม่สำหรับชายรวี โดยมีหวนกับพุดช่วยกันดึงผ้าปูที่นอนจนตึงเปรี๊ยะ

    หม่อมพริ้มแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เอาแจกันดอกไม้วางที่โต๊ะมุมห้อง แล้วมองไปรอบๆด้วยสีหน้าชื่นชอบ พอใจ

    “ใช้ได้หรือยังคะหม่อม”

    “ดีมาก ชายรวีเดินทางมาเหนื่อยๆจะได้นอนพักให้สบาย”

    ขณะเดียวกันในครัวก็วุ่นวาย เจิมกับจวนซึ่งผมเริ่มหงอกขาวทั้งคู่กำลังทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดง ตรงหน้ามีเขียงและหมูสามชั้นดิบชิ้นหนึ่งอยู่บนใบตอง เจิมถือมีดสับหมูแน่น จวนพยายามแย่ง

    “วางมีดลงเดี๋ยวนี้พี่เจิม อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

    “เอ็งจะทำไม...หน็อย จะลองดีกับข้ารึนังจวน”

    “จะว่าลองก็ลองวะ ยังไงวันนี้ฉันต้องเป็นคนทำหมูหวาน”

    สองคนแย่งกันทำหมูหวาน ต่างคนต่างไม่ยอม จวนคว้าหมูไปได้ พร้อมลั่นวาจาว่าคราวนี้ต้องข้ามศพตนไปก่อน

    “มึงอย่าท้า เอาหมูมา ไม่งั้นกูจะสับมึงแทนหมู”

    เจิมเงื้อง่า หวนกับพุดถือไม้กวาดกับถังน้ำกลับมาจากตำหนัก เห็นสองคนกระย่องกระแย่งสู้กัน รีบเข้าไปห้าม

    “หยุดๆ หยุดก่อนป้าเจิม น้าจวนหยุด นี่มันเรื่องอะไรกัน”

    “ข้าจะทำหมูหวานให้คุณชาย อีจวนมันมาขวาง”

    “ก็คุณชายเธอชอบหมูหวานฝีมือฉัน พี่จะมาแย่งทำได้ยังไง”

    “คุณชายเธอชอบหมูหวานของข้า”

    “เอ็งดูป้าเอ็งสินังหวน หลงจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร”

    หวนยิ้มขำ ยืนยันกับป้าเจิมว่าคุณชายชอบหมูหวานที่น้าจวนทำ

    “แล้วของข้าล่ะ”

    “ไม่มี ป้าเคยทำหมูหวานที่ไหน ที่คุณชายเธอโปรดฝีมือป้าน่ะมันขนมจีนน้ำพริกต่างหาก”

    “อ๋อเหรอ งั้นก็แล้วไป” เจิมจำนน ยื่นมีดสับหมูคืนให้จวนแล้วเดินกระย่องกระแย่งออกไป คนอื่นๆมองตาม กึ่งขำกึ่งอ่อนใจ

    “ปีนี้ป้าเจิมแกหลงมากขึ้นกว่าปีที่แล้วเยอะนะหวน”

    “หลงขนาดไหนแกก็ยังอุตส่าห์จำได้ว่าคุณชายรวีชอบหมูหวาน”

    “ก็แกรักของแกเหลือเกิน คุณชายกลับมาบ้านคราวนี้พี่เจิมดีใจเสียยิ่งกว่าหม่อมท่านอีก”

    ฟังจวนพูดมาแล้ว หวนกับพุดพากันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

    ooooooo

    หน้าตำหนักขาว หม่อมพริ้มยืนชะเง้อชะแง้อย่างตื่นเต้น สักครู่หวนประคองเจิมเข้ามา

    “เจิม...มารอคุณชายหรือเอ็ง”

    “เจ้าค่ะหม่อม จะรออยู่ในบ้านมันไม่ทันใจ คิดถึงเหลือเกิน อยากจะเห็นเธอไวๆ”

    “ข้าก็เหมือนกัน ชายรวีไปเรียนที่ฝรั่งเศสตั้งสิบปี ได้เห็นแต่รูปถ่ายที่นานๆส่งมาให้ ไม่รู้ว่าตัวจริงจะเป็นยังไงบ้าง”

    “โน่นแน่ะ รถมาแล้วค่ะหม่อม”

    ทั้งหมดกรูกันออกไป รถคันเก่าเลี้ยวเข้ามาจอด ชิดลงมาเปิดประตูด้านหลัง หม่อมราชวงศ์รวีช่วงโชติในวัยเต็มหนุ่มก้าวลงมาจากรถ มองไปที่หม่อมแม่แววตาอ่อนโยน ก่อนเดินเข้าไปทรุดตัวลงก้มกราบแทบเท้าท่าน หม่อมพริ้มย่อตัวลงกอดลูกชาย ยิ้มปลาบปลื้มและตื้นตันจนน้ำตาคลอ

    “กราบหม่อมแม่ครับ ผมคิดถึงหม่อมแม่เหลือเกิน”

    “แม่ก็คิดถึงลูก แม่ดีใจที่ชายกลับมา”

    แม่ลูกกอดกันกลม บ่าวยืนมองยิ้มอย่างมีความสุข จวนกับพุดตามออกมาเห็นคุณชายสูงสง่าหน้าตาดีก็พากันตื่นเต้น ร้องเรียกคุณชายเป็นเสียงเดียว คุณชายรวีหันไปมอง ยิ้มทักทีละคน

    “น้าจวน น้าเจิม พี่หวน พี่พุด ทุกคนสบายดีนะ ผมกลับมาคราวนี้มีของมาฝากทุกคนด้วยจ้ะ”

    ทุกคนยิ้มปลื้ม ค่อยๆเดินตามสองแม่ลูกเข้ามาในตำหนัก เฝ้ามองคุณชายรวีอย่างชื่นชมยินดี

    “แม่บอกพี่ๆของลูกแล้วให้มารับประทานอาหารด้วยกันเย็นนี้ โศภีกับศุภลักษณ์ประเดี๋ยวก็คงมา หญิงจ้อยเลิกงานสี่โมงก็กลับบ้าน ส่วนหญิงจิ๋มกับคุณปวุติสามีเขาว่าจะมาตอนค่ำเลย”

    “ทุกอย่างที่บ้านของเรายังเหมือนเดิม เหมือนวันที่ผมจะเดินทางไปฝรั่งเศสไม่เปลี่ยนแปลงเลย”

    “แม่แก่แล้ว ไม่มีปัญญาจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ได้แค่ดูแลรักษาไม่ให้มันผุพัง”

    “ดีแล้วครับ โลกข้างนอกมันวุ่นวายเหลือเกิน ทั้งการเมือง ทั้งอะไรหลายหลายอย่าง ผมดีใจที่อย่างน้อย บ้านเราก็ยังงดงาม สงบร่มเย็นเหมือนเดิม”

    พุดเอาน้ำสีชาอ่อนเข้ามา หม่อมพริ้มบอกว่าน้ำข้าวตัง แม่จำได้ว่าชายชอบ ดื่มเสียก่อนแล้วค่อยไปกราบท่านพ่อ...

    ครู่ต่อมา หม่อมพริ้มพาชายรวีไปกราบที่หน้าโกศของท่านพ่อ ก่อนถามไถ่ว่าเรียนจบกลับมาตัดสินใจหรือยังว่าจะทำงานอะไร ราชการหรือเอกชน

    “ผมปรึกษากับท่านลุงสืบสายแล้วครับ คงจะไปทำงานที่กระทรวงยุติธรรม”

    “แม่ดีใจที่ชายจะเอาความรู้ไปรับใช้บ้านเมือง ท่านพ่อทรงทราบก็คงดีพระทัยเหมือนกัน”

    หลังจากแม่ลูกใช้เวลาอยู่ด้วยกันพอสมควรแล้ว คุณชายรวีนำของฝากไปแจกจ่ายบ่าวทุกคน แต่ละคนตื่นเต้นถูกใจของฝากจากแดนไกล ชื่นชมและอวดกันไปมาอย่างเป็นปลื้ม

    “คุณชายเธอช่างคิด ซื้อของฝากได้ถูกใจทุกคน”

    “น่าชื่นใจแทนหม่อมท่านนะ คุณชายโตขึ้นมาทั้งดีทั้งงาม มีลูกอย่างนี้คนเป็นแม่ดีใจตายเลย”

    พอจวนเปิดประเด็นเรื่องแม่คุณชายรวี ทั้งห้องก็เงียบกริบกันทันที จวนตีปากตัวเองว่าไม่น่าพูด เจิมเห็นทุกคนอึ้งก็ส่ายหน้าบอกว่า

    “เรื่องมันผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว เอ็งจะพูดถึงมันก็พูดเถอะ ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะช็อกตาย”

    “ก็รู้นะว่ามันชั่ว แต่บางทีก็อดคิดถึงมันไม่ได้ ตั้งแต่ญี่ปุ่นแพ้สงครามไปก็ไม่ได้ข่าวมันอีกเลย ไม่รู้มันไปอยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดียังไง”

    “สัตว์โลกมันก็เป็นไปตามกรรม หวนเอ๊ย...ถ้าทำดีก็ได้ไปอยู่ที่ดีๆ ถ้าทำชั่วก็คงไม่พ้นไปอยู่ที่ชั่วๆ สุดแต่การกระทำของมัน”

    ooooooo

    เจิมพูดถูกเผง! สาใช้เงินทองของเซกิที่ทิ้งไว้ให้เปิดกิจการสถานบันเทิงมัวเมาลูกค้านักท่องราตรี โดยมีประธานเป็นหัวเรือใหญ่ แล้วยังเป็นคู่นอนอย่างไม่เปิดเผย ทั้งคู่ได้เสียกันมานานแต่ไม่ได้แต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว แต่ใครๆในไนท์คลับก็รับรู้

    ลูกค้ามีทั้งนายทหารชั้นสูง นักธุรกิจ และหนุ่มสังคมแต่งตัวหรูหรา ส่วนประธานยังคงทำงานถนัดทั้งร้องเพลงและเป็นโฆษกประจำคลับด้วยลีลาสนุกสนานปนทะลึ่งเหมือนเดิม

    “สวัสดีครับท่านสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีทุกท่าน ผม... ประธาน เทวา ในนามของผู้จัดการอุษาวดีไนท์คลับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ค่ำคืนแสนสำราญที่อุษาวดีครับ และเนื่องจากวันนี้เป็นวันที่อุษาวดีไนท์คลับของเราเปิดบริการให้ความสุขกับทุกท่านมาครบ 10 ปีเต็ม เราจึงมีของขวัญสมนาคุณทุกท่าน”

    สิ้นเสียงประธาน ดนตรีบรรเลงเป็นสัญญาณให้บริกรช่วยกันเข็นเค้กยักษ์ออกมา สร้างความฮือฮาแก่บรรดาลูกค้า เพราะบนเค้กสีขาวแต่งด้วยลวดลายและดอกกุหลาบสีชมพู สาวสวยในชุดบิกีนีสีกลมกลืนกับเค้กนั่งระทวยอยู่ข้างๆ มีสายสะพายพาดกลางลำตัวเขียนว่า “ฉลองครบรอบ 10 ปี อุษาวดี”

    “ในคืนนี้จะมีการจับสลากผู้โชคดีที่จะได้เค้ก

    วันเกิดของเราไปลิ้มลองนะครับ และยัง...ยังไม่หมดครับ เราจะบอกว่าคืนนี้เป็นคืนพิเศษไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ได้พบกับเธอผู้นี้”

    ดนตรีบรรเลงอลังการ ไฟในห้องหรี่ลงเกือบดับ ทั้งห้องเงียบด้วยความตื่นเต้น...เปิดตัวสาในชุดราตรีหรูระยับสีแดงสด ทัดดอกกุหลาบแดง กระโปรงแหวกเห็นถึงโคนขาแสนเย้ายวน

    “คุณอุษาวดี อิสระ เจ้าของไนต์คลับอุษาวดีครับผม”

    สายิ้มระรื่น กล่าวต้อนรับแขกด้วยท่าทีสาวสังคมเจนโลกสวยสง่าและมีเสน่ห์

    “สวัสดีค่ะแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉันขอขอบคุณทุกท่าน และขอแทนคำขอบคุณด้วยเสียงเพลงเพลงนี้ค่ะ”

    สาร้องเพลง “รักจับใจ” ด้วยลีลาเย้ายวน โดยมีนางโชว์ในชุดวาบหวิวออกมาเต้นประกอบอยู่ห่างๆ

    หลังจากเลิกงานในคืนนี้ เพ็ญศรีรายงานสาว่าได้กำไรอย่างแน่นอน ประธานเดินตามมาอีกคน คุยโวว่ามือชั้นนี้แล้วมีหรือจะทำอะไรขาดทุน

    “มาก็ดีแล้ว ฉันเหนื่อยจัง อยากดื่มซักหน่อย”

    ประธานไม่รอช้า รินเหล้ามาส่งให้สาแล้วเข้านัวเนียบีบนวดบริเวณหัวไหล่ ถามเสียงแผ่วว่าอยากดื่มอย่างเดียว ไม่อยากอย่างอื่นหรือ เพ็ญศรีรู้แกวส่งเสียงกระแอมก่อนเอ่ยปากขอตัวออกไป ปล่อยให้ทั้งคู่มีความสุข แต่ดูเหมือนสาจะไม่ค่อยเต็มใจ เพราะพรุ่งนี้เธอมีธุระต้องตื่นแต่เช้า

    ooooooo

    นอกจากสาจะเปิดไนต์คลับแล้วเธอยังซื้อบ้านหลังใหญ่หรูหรา มีคนรับใช้ถึงสองคน ลมัยเป็นแม่ครัวและแม่บ้าน ส่วนตุ่นซักรีดเสื้อผ้าและรับใช้ทั่วไป

    เมื่อคืนประธานมานอนค้างกับสาที่บ้าน ลมัยกับตุ่นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมเช้านี้สายังไม่ตื่น ทั้งที่เมื่อวานเธอสั่งลมัยให้เตรียมอาหารเช้าตอนเจ็ดโมง

    แปดโมงแล้ว สารู้สึกตัวลุกพรวดพราดจนประธานพลอยตกใจตื่นไปด้วย ถามว่าเป็นอะไรทำไมรีบร้อนนัก

    “ยังจะมาถาม ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าวันนี้ฉันมีธุระฉันต้องไปงานโรงเรียนของโสภิตตอนแปดโมงเช้า”

    สาคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ได้ปิดประตู ประธานลุกขึ้นนั่ง ตะโกนคุยทั้งที่ยังงัวเงีย

    “นี่มันแปดโมงกว่าแล้ว คุณไปไม่ทันหรอก กว่าจะยีผม กรีดตา ทาปาก”

    “ไม่ต้องมาพูดดีเลย พอฉันออกไปแล้วคุณเก็บข้าวของส่วนตัวของคุณออกจากห้องนี้ให้หมดนะ อ้อแล้วที่ห้องข้างล่างด้วย ดูเหมือนคุณจะชอบทิ้งของเอาไว้”

    “เดี๋ยวๆ นี่มันอะไรกัน อยู่ๆมาไล่เก็บข้าวเก็บของ”

    “วันนี้คุณหนูโสภิตเรียนจบแล้ว เธอจะออกจากโรงเรียนประจำมาอยู่ที่บ้าน ฉันไม่อยากให้เธอรู้ว่าฉันพาคุณมานอนค้าง”

    “ก็แค่หลาน ไม่ใช่หลานในไส้ด้วยซ้ำ ทำไมคุณจะต้องเกรงใจยัยเด็กนั่นมากกว่าผม”

    “ฉันรีบ สายแล้ว ไม่มีเวลาอธิบาย”

    สารีบไปแต่งตัว ประธานลุกยืนหน้าบึ้งไม่พอใจบ่นอุบว่าตนเป็นผัวนะ เด็กนั่นมันสำคัญกว่าตนได้ยังไง?

    ooooooo

    ภายในห้องประชุมโรงเรียนฝรั่ง เด็กนักเรียนมัธยมปลายนั่งเต็มห้องฟังซิสเตอร์ประกาศรางวัลผลการเรียนดีเด่น ซึ่งได้แก่นางสาวโสภิตพิไล วรประเสริฐ

    เด็กสาวหน้าตาสวยหมดจดเดินตัวตรงออกไปรับประกาศนียบัตรอย่างเรียบร้อย และยืนให้ถ่ายรูปอย่าง

    สง่างาม แต่ผู้ปกครองของเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะมา

    งานเลิก นักเรียนทุกคนกรูกันออกมาจับกลุ่มคุยเจี๊ยวจ๊าว กรรณิการ์ จิตราภรณ์ และโสภิตพิไลยืนถ่ายรูปร่วมกัน กรรณิการ์เป็นเด็กสาวท่าทางเปิดเผยแจ่มใสเอ่ยกับเพื่อนๆว่า

    “คิดไปแล้วก็ใจหายนะ วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เราสามสหายจะได้อยู่ด้วยกัน”

    “นั่นสิกรรณ อยู่คอนแวนต์เห็นหน้ากันทุกวัน พอเรียนจบไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกนะหญิงจิ”

    หม่อมราชวงศ์จิตราภรณ์ท่าทางไว้ตัว ตอบอย่างอวดๆ “โสภิตกับกรรณก็มาหาเราที่วังสิ...นะคะหม่อมแม่ หญิงชวนเพื่อนๆไปที่วังได้ใช่ไหมคะ”

    หม่อมแม่ของจิตราภรณ์ยิ้มมุมปากแค่นิดเดียว ตอบอย่างไว้ตัว “ก็เฉพาะเพื่อนบางคนเท่านั้นจ้ะหญิงก็ทราบ ท่านพ่อค่อนข้างจะถือสาเรื่อง...” เธอหยุดพูดไปเสียเฉยๆ เพราะเหลือบเห็นใครบางคน รีบตัดบทว่า “ถ่ายรูปเสร็จแล้วน้าคงต้องขอตัวก่อนนะ หญิงจิเรากลับกันเถอะจ้ะ เขามาโน่นแล้ว กรรณิการ์ไปกับน้าก็ได้นะคะ เดี๋ยวน้าจะให้คนไปส่งที่บ้าน”

    หม่อมแม่ดึงมือกรรณิการ์และหญิงจิเดินออกไป พร้อมๆกับที่สากระหืดกระหอบเข้ามาหาโสภิตพิไล

    “โอ๊ย...ป้าขอโทษนะคะ ป้าตื่นสายไปหน่อย”

    โสภิตพิไลนิ่งงัน เธอรู้แล้วว่าสาเหตุที่ทุกคนรีบไปเพราะอะไร แต่สาไม่รู้เรื่อง ยังบ่นไม่หยุดหย่อน

    “ออกมาสายแล้ว แล้วที่หน้าโรงเรียนก็ดันมีรถเจ้ากรรมมาจอดเสียขวางทางอีก ป้าเลย...”

    “ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า” เด็กสาวตัดบทเสียงเรียบ

    “ซิสเตอร์บอกว่าหนูได้รางวัลเรียนดี ป้าดีใจด้วยนะจ๊ะ”

    “ขอบคุณค่ะ”

    สาเริ่มอึ้ง รู้สึกได้ถึงความสุภาพแต่ห่างเหินเย็นชาของเด็กสาว

    “ถ้าไม่มีอะไรแล้วเรากลับบ้านกันเถอะนะ กระเป๋าหนูอยู่ที่ไหนจะได้ไปขนขึ้นรถ”

    “อยู่ทางนี้ค่ะ”

    โสภิตพิไลเดินนำสาออกไปจากหน้าห้องประชุม ใบหน้าสดใสที่เคยเชิดอย่างภาคภูมิกลายเป็นก้มต่ำเมื่อเธอเดินผ่านบรรดาแม่ของเพื่อน รู้สึกได้ว่าทุกคนมองสาอย่างรังเกียจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 22:18 น.