ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สมรชะเง้อชะแง้รอการกลับมาของวิภาอยู่หน้าบ้าน และทันทีที่เห็นนายของตนเดินหน้าบึ้งเข้ามาโดยมีวิทย์ก้าวตามหลัง สมรก็แทบจะถลาไปหาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ถามวิภาว่าเป็นยังไงบ้าง จับแมวขโมยได้หรือไม่

    วิทย์ชักสีหน้าใส่สมร แต่หล่อนแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ซะอย่างงั้น!

    “ยัง! ยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา” วิภาตอบด้วยสีหน้าเจ็บใจ

    “ความจริงที่คุณพี่กล่าวหาเขา ก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไร”

    “ใครว่าไม่มี โน่น! ไปถามคนในซอยดูสิ เขานินทากันให้แซ่...ว่าเมียเธอมีไอ้ยุ่นขับรถมาส่งทุกคืน พร่ำพลอดกันราวกับคู่รักก็ไม่ปาน”

    “เชื่ออะไรกับปากชาวบ้าน”

    “ถ้าไม่เชื่อ คุณหนูก็คอยดูเองด้วยตาซักวันสิคะ เรื่องแบบนี้ไม่มีมูลฝอยหมามันไม่ขะ...เอ๊ย ถ่ายหรอกค่ะ”

    วิทย์นิ่งไป พยายามห้ามตัวเองไม่ให้หวั่นไหวกับคำพูดของใครต่อใครที่มองสาในแง่ร้าย...

    หลังเลิกงานในเย็นนั้น สาจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับเซกิอย่างเลี่ยงไม่ได้ เซกิแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเรื่องที่เธอมีสามีแล้วแต่ยังมาหลอกเขา

    “เปล่านะคะคุณเซกิ ฉันไม่ได้หลอกคุณนะคะ เรื่องคุณวิทย์น่ะฉันพยายามจะบอกคุณแล้ว แต่คุณไม่ยอมฟังเอง” สาแก้ตัวลนลาน เซกิจับไหล่เธอ จ้องตาและกล่าวจริงจัง

    “คุณรักสามีของคุณหรือเปล่า อุษาซัง”

    สาอึกๆอักๆไม่ตอบ เซกิจ้องตาเธออย่างค้นหา

    “คุณไม่รักเขา เพราะถ้าคุณรักเขา คุณคงไม่ยอมผม”

    “ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่อย่างนั้น”

    “หรือคุณหลอกผม”

    “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่”

    “งั้นเลิกกับเขาซะ ผมไม่ชอบเป็นชู้กับใคร”

    สาขยับจะโต้แย้ง เซกิหันไปที่ลิ้นชักหยิบธนบัตรปึกใหญ่ออกมาวางตรงหน้าปัง! สาถึงกับอึ้งไป

    ooooooo

    หลังจากนั้นไม่นาน สามาปรึกษาแป้นถึงบ้านด้วยเรื่องที่เซกิต้องการ แป้นได้ฟังถึงกับตกอกตกใจร้องลั่นอย่างคาดไม่ถึง

    “ต๊ายตาย ไอ้ยุ่นนี่มันคิดว่ามีเงินก็จะมาซื้อลูกซื้อเมียคนอื่นได้หรือไง”

    “แต่ถ้าไม่มีเขา ฉันก็คงไม่มีปัญญาเลี้ยงโสภิตหรอกนะพี่แป้น ทั้งขนมนมเนย เสื้อผ้า ที่มีมาให้โสภิตทุกวันนี้ก็เงินเขาทั้งนั้น คุณวิทย์เธอเคยมายื่นโยนอะไรที่ไหน”

    สากระฟัดกระเฟียด แป้นจึงเตือนสติ

    “คุณจะไปโกรธคุณวิทย์แกก็ไม่ถูก แกไม่รู้นี่คะว่า แม่หนูโสภิตเป็นลูกคุณ แล้วไอ้เรื่องเงินเรื่องทอง ตอนนี้ มันก็ฝืดเคืองกันทั้งนั้น พวกเราไม่ได้พิมพ์แบงก์ได้เองเหมือนพวกมันนี่คะ”

    สายังฮึดฮัด ลึกๆรู้ดีว่าสิ่งที่วิทย์ให้เธอไม่ได้นั้น นอกจากเรื่องเงินยังมีเรื่องอื่นแต่บอกแป้นไม่ได้

    “เลิกกับนายยุ่นนั่นเสียเถอะค่ะคุณสา คุณก็มีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้ว คุณวิทย์เธอก็ดีแสนดี”

    “ค่า...ดีแสนดี ดีอย่างกับพรหมลูกฟัก วันๆเอาแต่นั่งนิ่งไม่รู้สึกรู้สมอะไร” สาประชดลมประชดแล้งไป แป้นมองหน้าสาอย่างไม่เข้าใจ

    ค่ำวันเดียวกัน วิทย์ไม่มีสมาธิแต่งเพลงเพราะมัวแต่นึกถึงคำพูดเย้ยหยันของวิภากับสมรเมื่อบ่ายที่ยังก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา ทั้งคู่ตราหน้าสาว่านอกใจวิทย์ เรื่องแบบนี้ถ้าไม่มีมูลหมาไม่ขี้แน่

    วิทย์เครียดจัด ขยำกระดาษเขียนเพลงปาทิ้ง พลันได้ยินเสียงประตูเปิด เขาลุกพรวดไปรับหน้าภรรยา แต่เธอไม่พูดไม่จา เดินเลี่ยงไปถอดเครื่องประดับแล้วคว้าผ้านุ่งมาเปลี่ยนเตรียมอาบน้ำ

    “คุณอุษา เรื่องวันนี้...”

    “ฉันเหนื่อย ขออาบน้ำก่อนนะคะ”

    สาตัดบทแล้วเดินออกไปเลย วิทย์หน้าเศร้าแต่ยังนั่งรอเพื่อจะคุยกับเธอให้ได้ สากลับเข้ามาแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเห็นวิทย์ยังปักหลักรอ คิดในใจว่ายังไงก็ไปกันไม่รอดอยู่แล้ว จบๆกันไปเลยก็ดี

    คิดดังนั้นแล้วจึงเดินมานั่งเผชิญหน้า บอกกับเขาว่า “ฉันพร้อมแล้วค่ะ”

    วิทย์มองหน้าสา แววตาอ่อนโยน แสนรัก

    “เรื่องวันนี้ที่ผมไปที่ทำงานคุณ ผมยอมรับว่าผมระแวง มีคนพูดกันมากเหลือเกินเรื่องคุณกับนายเซกิ ผมก็อดสงสัยไม่ได้”

    “แล้วคุณจะเอายังไงล่ะคะ” สาสะบัดเสียงใส่  ค่อน ข้างมั่นใจว่าวิทย์คงจะบอกเลิก แต่กลายเป็นผิดคาดอย่างแรงเมื่อได้ยินเขาเอ่ยคำว่าขอโทษ

    “ฮะ! อะไรนะคะ”

    “ผมขอโทษ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก คุณจะยกโทษให้ผมได้ไหม”

    สาอึ้งกิมกี่ ไปไม่เป็น วิทย์กุมมือเธออย่างทะนุถนอม

    “ต่อจากนี้ไป ผมจะไม่เชื่อใคร ผมจะเชื่อคุณคนเดียว เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะครับคุณอุษา ผมรักคุณ ผมไม่อยากเสียคุณไป ผมคงอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

    วิทย์พูดจริงจัง สาเจอไม้นี้ถึงกับอึ้งพูดไม่ออก แต่ทว่าเมื่อสานำความไปบอกเซกิ รายนั้นกลับแสดงความไม่พอใจ ตบโต๊ะดังปัง!

    “ผมให้คุณไปเลิกกับเขา อุษาซัง คุณต้องไปเลิกกับเขา”

    “คุณวิทย์ดีกับฉันมาก เขารักฉันมาก ฉันทำร้ายเขาไม่ได้หรอกค่ะ”

    “แล้วผมล่ะ”

    สาอึกอัก พูดไม่เต็มปากว่าเราคงต้องเลิกคบกัน

    “ถ้าเราเลิกคบกัน คุณก็ทำงานที่นี่ต่อไปไม่ได้ แล้วคุณจะไปทำอะไร” เซกิพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ความหมายข่มขวัญเธอชัดๆ “สามีของคุณเลี้ยงคุณไม่ได้ ให้ความสุขกับคุณก็ไม่ได้ คุณจะทิ้งผมกลับไปหาเขาอย่างนั้นหรือ อุษาซัง”

    สาคอหอยตีบตัน ไม่มีคำตอบ เซกิเดินมาจับไหล่เธอดึงตัวขึ้นมากอด สาโอนอ่อนยอมโดยดี...เพียงเท่านี้รอยยิ้มของผู้ชนะก็ผุดพราย!

    ooooooo

    ที่แผงก๋วยเตี๋ยวเล็กๆในตลาดสดย่านชุมชนแออัด บุญยงซึ่งผันตัวเองมาเป็นพ่อค้ากำลังลวกก๋วยเตี๋ยวอย่างขะมักเขม้น มีลูกค้านั่งรออยู่สองคน บุญยงตัวคนเดียว ทั้งทำทั้งเสิร์ฟมือเป็นระวิง ปากก็คุยกับวิทย์ไปด้วย

    “ทำใจเถอะวะวิทย์ ถ้ามันยังรบกันอยู่อย่างนี้ ใครจะจ้างเราไปสีไวโอลิน”

    “แปลว่าพี่จะทิ้งอาชีพนักดนตรีแล้วหรือครับ”

    “อั๊วไม่มีทางเลือกนี่หว่า ปากเดียวท้องเดียวยังพอว่า แต่นี่อั๊วมีแม่ต้องเลี้ยง อั๊วจะนั่งกินอุดมคติเหมือนลื้อไม่ได้”

    “ผมก็ไม่ได้กินอุดมคติหรอกครับพี่ แต่ผมทำอะไรไม่เป็นจริงๆ นอกจากเล่นดนตรี”

    “ลูกเศรษฐีตกยากมันลำบากจริงเว้ย สู้เกิดมาจนเลยไม่ได้” บุญยงทิ้งท้ายแล้วรีบไปเก็บเงินจากลูกค้า “ทั้งหมด สามบาทครับ ขอบคุณครับ วันหน้าเชิญใหม่ เชื่อผู้นำชาติพ้นภ้ย กินก๋วยเตี๋ยวไทยสร้างชาติครับ เชิญครับ”

    ลูกค้าในร้านกลับออกไป ก็มีรายใหม่เดินเข้ามา... วิทย์เฝ้ามองดูบุญยงทำงานวุ่นวายอย่างใช้ความคิด

    ooooooo

    ภายในห้องโถงของตำหนักขาว คุณพริ้ง หวน และจวนกำลังช่วยกันยกถาดใส่กล้วยตากเข้ามาให้หม่อมพริ้มเรียงเก็บใส่ขวดโหลแก้ว จวนทำงานไปบ่นไปว่าเมื่อก่อน คนโบราณสอนให้กินข้าวจะได้ไม่เป็นตานขโมย แต่สมัยนี้กลับสอนให้คนหันมากินก๋วยเตี๋ยว

    “ท่านผู้นำท่านว่าก๋วยเตี๋ยวใช้ผลผลิตจากชาวสวน ถ้าเราซื้อของมาทำก๋วยเตี๋ยวกิน จะช่วยให้ชาวสวนมีรายได้ เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น” หม่อมพริ้มอธิบาย

    จวนไม่เห็นด้วย กินก๋วยเตี๋ยวไม่อยู่ท้อง สักพักก็ต้องกินอีก ขืนกินบ่อยๆเศรษฐกิจของเธอจะแย่ หวนช่วยบ่นอีกแรงว่าข้าวของแพง ของกินของใช้ขัดสนไปเสียทุกอย่าง ต่อไปจะลำบากกว่านี้หรือเปล่าก็ไม่รู้

    “ยากลำบากก็จะไปกลัวอะไร นังหวน ขอแค่ไม่ งอมืองอเท้า” หม่อมพริ้มว่าแล้วหันไปทางคุณพริ้ง “อิฉันให้บ่าวช่วยกันปลูกผักปลูกผลไม้เอาไว้กินเอง เหลือกินก็ตากแห้ง แช่อิ่มเก็บเอาไว้บ้าง เอาไปขายบ้าง”

    คุณพริ้งอดขำไม่ได้ กระเซ้าว่าเดี๋ยวนี้น้องสาวตัวเองผันตัวไปเป็นแม่ค้าเสียแล้ว หม่อมพริ้มว่าอย่าดูถูกไป ตนทำกำไรจากการขายผลผลิตพวกเหล่านี้ได้เดือนละหลายบาท คุณพริ้งทักว่าน้องสาวยังมีเงินก้อนใหญ่อยู่อีกก้อนหนึ่งที่เสด็จพระองค์หญิงทรงประทานให้ไม่ใช่หรือ

    “เงินก้อนนั้น เสด็จป้าประทานเป็นทุนการศึกษาของชายรวีค่ะ อิฉันตั้งใจเอาไว้ว่าจะเก็บไว้ส่งเสียให้ชายรวีเรียนสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะลำบากยากเย็นยังไง อิฉันจะไม่ขอแตะต้องแม้แต่สตางค์แดงเดียว”

    เหลือบซ้ายมองขวาเห็นแต่คนสนิททั้งนั้น คุณพริ้งจึงเปรยขึ้นเบาๆ “ท่านชายตัดสินพระทัยถูกต้องแล้ว ที่ให้เธอเป็นแม่ชายรวี ก็ถือว่าเป็นบุญของเด็ก หาไม่ ชายรวีคงเอาดีไม่ได้ คงต้องเหลวไหลตามอีสาไปเป็นแน่”

    ooooooo

    ระหว่างที่เซกิเดินควงสามาขึ้นรถที่จอมจอดรออยู่หน้าบริษัทของตัวเองเพื่อจะไปหาอะไรกินกันต่อ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นวิทย์ยืนรออยู่

    “ผมเพิ่งเสร็จธุระพอดี  เลยแวะมารับภรรยาของผมกลับบ้าน” วิทย์จงใจเน้นคำว่า “ภรรยาของผม”

    สาเดาใจวิทย์ไม่ออกว่าจะมาไม้ไหน  ขณะที่เซกิยิ้ม มองเขาอย่างรู้ทัน...

    แม้จะไม่พอใจนัก สาจำต้องกลับไปกับวิทย์ แต่ไม่วายต่อว่าไหนเขาว่าเชื่อใจเธอ  แล้วนี่หมายความว่าอย่างไร  วิทย์เชื่อใจเธอแต่ไม่เชื่อใจเซกิ  เธอหันขวับมองเขาตาเขียว  เขารีบอธิบายว่าไม่ชอบใจที่เซกิไปรับไปส่งเธอทุกวัน สาเสียงแข็งใส่

    “แล้วยังไงคะ คุณวิทย์เลยจะมารับมาส่งฉันแทนหรือไง คุณไม่มีงานมีการทำหรือคะ”

    ทันใดนั้น  รถหรูของเซกิแล่นมาจอดเทียบ  เจ้าของรถหมุนกระจกลงมาบอกสาว่าคืนพรุ่งนี้เธอจะต้องไปงานเลี้ยงกับเขา วิทย์ทักท้วงว่าจำเป็นต้องไปด้วยหรือ

    “มันเป็นงานเลี้ยงของลูกค้า  ภรรยาของคุณเป็นลูกจ้างของผม...อ้อ  งานคงเลิกดึก  แต่คุณไม่ต้องห่วง  ผมจะไปส่งคุณอุษาเอง” เซกิยิ้มให้อย่างผู้ชนะ แล้วสั่งให้จอมออกรถ วิทย์มองตามไม่พอใจ หันไปขอร้องสาไม่ไปไม่ได้หรือ เธอแหวใส่ ถ้าไม่ไปแล้วโดนไล่ออกจากงาน เขาจะมีปัญญาหาเลี้ยงเธอไหม วิทย์ถึงกับอึ้ง รู้ตัวดีว่าตกเป็นรองเซกิ...

    ไม่นานนัก สากับวิทย์กลับถึงบ้าน วิภาเห็นน้องชายเดินคอตกตามหลังสาซึ่งเดินหน้าบึ้งเข้ามา  หันไปพูดกับสมรเสียงดังว่า น้องชายของเธอคิดว่าเมียตัวเองเป็นหงส์ ถึงได้หลงด้วยลายย้อม  สาชะงักมองเธอไม่พอใจ

    วิภาไม่สนใจลอยหน้าแดกดันว่า “ที่ไหนได้ สมรเอ๊ย พอลับตา มันก็แอบลงไปคลุกขี้โคลน”

    “อุ๊ย อีแบบนี้มันไม่ใช่หงส์หรอกค่ะคุณขา มันคงจะเป็นห่า...น”

    สาทนไม่ไหวจะเข้าไปเล่นงาน วิทย์คว้ามือไว้ ขอร้องว่าอย่ามีเรื่องกันเลย  เธอไม่สนสะบัดมือเขาออกถลาเข้าไปตบสมร  แล้วถีบซ้ำเซเป็นนกปีกหักพุ่งชนวิภาเต็มแรง ทั้งนายทั้งบ่าวล้มลงไปกองกับพื้น วิภาโกรธควันแทบออกหู  ทั้งคบชู้ทั้งกำเริบเสิบสานหาเรื่องเจ้าของบ้านแบบนี้ เลี้ยงไว้ไม่ได้อีกแล้ว ไล่ตะเพิดสาไปให้พ้น

    “ใครเลี้ยงใครกันแน่ หลายเดือนมานี่ ข้าวที่กิน ของที่ใช้ เงินฉันทั้งนั้น” สาว่าอย่างเหลืออด

    วิทย์จับมือเมียรักไว้  ขอร้องให้ค่อยพูดค่อยจากัน เธอเบื่อเต็มทีแล้วพูดไปก็เท่านั้น  พรุ่งนี้จะไปหาที่อยู่ใหม่ แล้วเดินสะบัดออกไป  วิภาห้ามน้องชายตามไปง้อเด็ดขาด แต่เขาไม่ฟัง  เธอขัดใจมากแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร  สมรสอพลอทันทีว่าวิทย์ดูดาย ปล่อยให้เมียตัวเองรังแกคนในบ้าน

    “วิทย์หลงมันจนตาบอด เขางอกบนหัวแล้วยังไม่รู้สึก”

    “เชอะ แล้วทำเป็นอวดเก่ง จะไปอยู่ที่อื่น น้ำหน้าอย่างนั้นจะมีปัญญาไปไหน”

    “คนเรา อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ทำเป็นคับอกคับใจอยู่บ้านผัวไม่ได้ คงอยากจะไปอยู่กับชู้ใจจะขาดแล้วน่ะสิ”

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น  ขณะสากำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเงา วิทย์เข้ามาบอกว่าจะออกไปหาดูบ้านเช่า เธออดสงสารเขาไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่มีงานทำแล้วจะเอาที่ไหนไปเช่าบ้าน

    “ผมจะไปทำงาน  ผมจะหาเลี้ยงคุณให้ได้  คุณจะได้ไม่ต้องไปทำงานกับนายเซกิ” วิทย์พูดพลางใส่ถุงเท้าไปด้วย ปรากฏว่าถุงเท้าขาด นิ้วโป้งทะลุออกมา

    “ถุงเท้าขาดนี่คะ”

    “ไม่เป็นไรหรอกครับ  ตอนทำงานผมคงไม่ต้องถอดรองเท้า” วิทย์ยิ้มสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน  ลุกไปหยิบหมวกเก่าๆ มาสวม คว้าไวโอลินคู่ใจขึ้นมาถือไว้  สาทั้งสงสารทั้งสมเพช แล้วนึกขึ้นได้

    “คุณวิทย์คะ คุณไปทำงานที่ไหน”

    ชายหนุ่มไม่ตอบ เดินออกจากห้องพร้อมกับไวโอลิน สามองตาม รู้สึกผิด...

    งานที่วิทย์ไปทำไม่ได้เกี่ยวกับไวโอลินแม้แต่น้อย เขาไปช่วยบุญยงขายก๋วยเตี๋ยว  ทำทุกอย่างตั้งแต่เก็บโต๊ะทำความสะอาดและล้างถ้วยล้างชาม  แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความสดชื่น  วิทย์รู้ดีว่าค่าแรงขายก๋วยเตี๋ยวไม่มากพอจะจ่ายค่าเช่าบ้านได้  ขอให้บุญยงช่วยหางานอื่นให้ทำอีก

    “ผมอยากหาเงินให้ได้มากๆ อีกหน่อยผมออกมาเช่าบ้านอยู่เองแล้ว คงต้องใช้เงินอีกมาก”

    “คุณอุษารู้ไหมว่าลื้อต้องทำขนาดนี้”

    “ผมทำได้ทุกอย่างครับพี่ ขอให้เธอมีความสุขเท่านั้นก็พอ” วิทย์สีหน้ามุ่งมั่น

    ooooooo

    ค่ำวันเดียวกัน สามาที่สโมสรทหารญี่ปุ่นกับเซกิ อย่างไม่ค่อยสบายใจนัก เป็นกังวลเรื่องวิทย์ เซกิเอาอก เอาใจทุกอย่างเพื่อให้เธอลืมเรื่องทุกข์ใจ จัดระบำญี่ปุ่นที่ เธอชื่นชอบมาแสดงบนเวที สารีบเข้าไปสวมชุดกิโมโนออกมาร่ายรำตามสาวญี่ปุ่น แม้จะไม่ค่อยคล่องแต่ก็น่ารัก พอเพลงจบ เซกิชูถ้วยสาเกขึ้น ส่งเสียงร่าเริง

    “เก่งมาก อุษาซัง เก่งมาก” เขาขึ้นไปบนเวที โอบเอวสาไว้แล้วชวนทุกคนดื่มฉลอง “ผมขอให้ทุกท่านดื่มให้กับอุษาซัง...คัมปาย...วันนี้ผมมีความสุขมาก ผมขอฉลองด้วยการเลี้ยงเหล้าทุกคน”

    ทุกคนในสโมสรส่งเสียงเฮลั่น เป่าปากกันอย่างสนุกสนาน เซกิส่งสาเกให้สาดื่มจากถ้วยเดียวกัน...

    ขณะสาดื่มกินกับเซกิอย่างมีความสุข วิทย์นั่งรอเมียรักอยู่ที่โต๊ะกินข้าว โดยมีห่อก๋วยเตี๋ยวสองห่อวางอยู่ ตรงหน้า นาฬิกาบอกเวลาสองทุ่ม เขาหยิบน้ำเปล่ามาริน ใส่แก้ว ลงมือกินก๋วยเตี๋ยวเพียงลำพัง...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน สุขกับแป้นนอนคุยถึงเรื่องสา อยู่ในมุ้ง ทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกันว่าสาคงจะเลือกเซกิ แล้วเลิกกับวิทย์ แป้นเสียดายที่สาจะต้องกลายเป็นผู้หญิงสามผัว สุขหัวเราะขำ

    “สามอะไร ถ้านับคุณสมศักดิ์ด้วยก็เป็นสี่” สุขเห็นแป้นทำหน้างอ แกล้งกระเซ้า “เอาน่า หญิงสามผัว ไม่ดี คุณสาแกก็มีคนที่สี่แก้เคล็ดแล้วไงล่ะ คงไม่เป็นไร หรอกมั้ง ย้ายแป้น”...

    หลังจากมีความสุขด้วยกัน สาลุกขึ้นแต่งตัวจะกลับบ้าน เซกิขอให้เธอค้างที่นี่ สาปฏิเสธว่าถึงอย่างไรก็ต้องกลับ ชายหนุ่มถอนใจ ก่อนจะลุกไปหยิบกล่องใส่แหวนเพชรจากในตู้เซฟ

    “อุษาซัง ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย บอกเลิกกับเขาซะ จากนั้นเราจะแต่งงานกัน” เซกิว่าแล้วจับมือสามาสวมแหวนให้ “แต่ถ้าไม่ แหวนวงนี้จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณจะได้จากผม”

    สามองแหวนเพชรเม็ดใหญ่บนนิ้ว เป็นครั้งแรก ในชีวิตที่เธอได้สวมแหวนหมั้น ทั้งดีใจทั้งลำบากใจปนกัน

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา ขณะสาจะเปิดประตูเข้าไปใน บ้านสามี นึกขึ้นได้ รีบถอดแหวนหมั้นเก็บใส่กระเป๋าอย่างลวกๆ แล้วตรงไปยังห้องนอน เห็นปิดไฟมืด เธอกลัววิทย์จะตื่น ค่อยๆย่องจะเอากระเป๋าไปวางบนโต๊ะ เครื่องแป้ง ยังไม่ทันวางดีๆ เสียงวิทย์ก็ดังขึ้น

    “คุณอุษา ทำไมไม่เปิดไฟล่ะครับ”

    สาสะดุ้งเฮือก กระเป๋าร่วงลงพื้นเป็นจังหวะเดียวกับไฟในห้องสว่างขึ้น เธออ้างว่าดึกแล้ว กลัวเขาจะตื่น

    “กลายเป็นผมทำคุณตกใจ ดูสิ ของตกหมดเลย”

    สามองที่พื้นเห็นกระเป๋าถือเปิดอ้า ข้าวของกระจาย เกลื่อน ถึงกับใจหายรีบนั่งลงเก็บ วิทย์จะช่วย เธอยิ่งลนลานโกยข้าวของใส่กระเป๋าจนหมด แต่สีหน้ายังตื่นๆ ตามอง ล่อกแล่กหาแหวนเพชร

    “มีอะไรหรือเปล่าครับ คุณอุษา คุณทำท่าเหมือนของหาย”

    “ไม่มีค่ะ ครบแล้ว ฉันจะไปอาบน้ำล่ะ คุณวิทย์ นอนเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว” สาพูดจบคว้าผ้านุ่ง ปิดไฟ แล้ว เดินออกจากห้อง วิทย์กำลังจะบอกเรื่องบ้านเช่าที่แวะไปดู เมื่อตอนบ่ายถึงกับอ้าปากค้าง แปลกใจกับท่าทีร้อนรนของเธอ ตัดสินใจหยิบไฟฉายมาส่องใต้เตียง มีแสงสะท้อน วูบวาบมาจากมุมหนึ่งของห้อง เขาเอื้อมมือไปหยิบมา ดูใกล้ๆ แหวนเพชรเม็ดใหญ่ส่องประกายระยิบระยับ...

    สาในชุดนอนกลับมาที่ห้อง แปลกใจที่เห็นไฟเปิดสว่าง วิทย์นั่งนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง มีแหวนเพชรอยู่ในมือ

    “ของคุณใช่ไหมครับ” แววตาของวิทย์ฉายแววร้าวราน สารับคำใจเต้นรัว ใจหนึ่งก็กลัว อีกใจหนึ่งคิดว่าหมดเรื่องหมดราวไปเสียทีก็ดีเหมือนกัน คิดได้ดังนั้น เตรียมใจรับสภาพ วิทย์ตั้งใจจะถามเรื่องเซกิ แต่พอเห็นหน้าสวยหยาดเยิ้มของสาแล้วเปลี่ยนใจ ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น เอาแหวนเพชรยัดใส่มือเธอ

    “ถามเถอะค่ะ” สาคะยั้นคะยอ วิทย์ไม่อยากถาม จัดแจงจะลุกหนี เธอดึงมือไว้ “งั้นฉันพูดเอง คุณก็รู้จักฉันดี ฉันไม่ใช่คนดีอะไร ถึงจะพยายามจะดีเท่าไหร่ มันก็ไม่สำเร็จสักที”

    “หยุดพูดเถอะ คุณอุษา ผมไม่อยากฟัง” วิทย์รีบเปลี่ยนเรื่องพูด “คุณไม่อยากรู้หรือ วันนี้ผมไปทำอะไรมา ผมไปทำงานแล้วก็แวะไปดูบ้านเช่า มันไม่ค่อยดีนัก แต่ผมว่าซ่อมอีกนิดหน่อยก็น่าจะพออยู่ได้...”

    “คุณวิทย์คะ ฟังฉันก่อน...”

    วิทย์ลุกหนี สาตามไปขวางไว้ “ฟังฉันนะคะ คุณวิทย์เป็นคนละเอียด ฉันมันคนหยาบ คุณวิทย์มีความสุขที่ได้รักฉัน ได้อยู่ใกล้ๆฉัน ได้นั่งมองฉันเหมือนฉันเป็นรูปเขียน แต่ฉันไม่ใช่รูปเขียน ฉันไม่อยากให้คุณนั่งมอง ฉันต้องการมากกว่านั้น” สาเห็นวิทย์คว้าไวโอลินจะออกจากห้อง ตะโกนขึ้นอย่างอัดอั้น

    “เรื่องที่ใครๆเขาพูดกัน มันเป็นความจริงทุกอย่างค่ะ ฉันกับคุณเซกิเป็นชู้กัน ฉันเพิ่งไปนอนกับเขามา แหวนนั่นเป็นแหวนที่เขาขอฉันแต่งงานค่ะ”

    โลกเหมือนถล่มลงตรงหน้า วิทย์ยืนนิ่ง ตัวชาพูดอะไรไม่ออก สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังและเจ็บปวดสาเดินเข้าไปหา เรียกเขาด้วยน้ำเสียงปลอบโยน วิทย์ผลักเธอออกห่างราวกับเป็นของสกปรก ก่อนจะเดินจากไป โดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว...

    เซกิถูกเชิญตัวไปพบท่านนายพลโทโมกิกลางดึก ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าท่านนายพลนั่งดื่มสาเกจนเมามายแทบครองสติไม่อยู่ เขารีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง ถามว่ามีเรื่องอะไร ทำไมถึงต้องเรียกเขามาดึกๆดื่นๆ

    “เราเป็นเพื่อนกัน ผมต้องเตือนคุณ กลับไปญี่ปุ่น” ท่านนายพลโทโมกิเสียงอ้อแอ้

    “อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น”

    “สงครามจะไม่เหมือนเดิม เราจะลำบาก คนไทยหักหลัง ท่านนายพลนากามูระใจดีเกินไป เชื่อผม ทิ้งเมืองไทยกลับไป...” พูดได้แค่นั้น ท่านนายพลโทโมกิก็หลับฟุบคาโต๊ะ เซกิสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...

    ทางฝ่ายสานอนไม่หลับ ลุกไปชะโงกดูวิทย์ เห็นนั่งนิ่งอยู่ที่นอกชาน ตัดสินใจออกไปตาม

    “ไปนอนข้างในเถอะค่ะ อากาศเย็น น้ำค้างแรง เดี๋ยวจะไม่สบาย”

    วิทย์ยังคงนั่งนิ่งจนน่ากลัว สาเรียกให้เขาเข้าบ้านอีกครั้ง คราวนี้เขาหันหลังให้ ยกไวโอลินขึ้นมาสีหลับตาไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เธอจำต้องกลับเข้าห้อง ปล่อยให้เขานั่งสีไวโอลินเพียงลำพัง

    ooooooo

    สาตื่นขึ้นในตอนเช้า รีบเดินมาดูที่นอกชานวิทย์หายไป กลับเข้ามาดูในบ้านไม่เห็นไวโอลิน รองเท้าของเขาก็หายไปด้วย เธอกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก รีบไปถามหาเขาที่บ้านวิภา ซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกัน

    “วิทย์เขานอนอยู่กับหล่อนไม่ใช่หรือ แล้วจะมาถามหาอะไรที่นี่” วิภาเชิดใส่

    “เมื่อคืนคุณวิทย์ไม่ได้นอนในบ้านค่ะ คุณวิทย์กับฉันทะเลาะกันค่ะ เขาไม่ยอมเข้าบ้าน นั่งตากน้ำค้างอยู่ที่นอกชานทั้งคืน ฉันตื่นมาตอนเช้า เขาก็หายไปแล้ว”

    “ตายจริง นี่หล่อนทำอะไรน้องฉัน แม่อุษา เขาถึงได้เตลิดไปอย่างนั้น หล่อนกับวิทย์ทะเลาะอะไรกัน หล่อนว่าอะไรเขา เขาถึงได้หนีไป”

    “ฉันบอกเลิกกับเขาค่ะ เขาโกรธฉันมาก ไม่พูดกับฉันเลย ฉันก็เลยนึกว่าเขาจะหนีหน้าฉันมาอยู่กับ

    คุณพี่ ถ้าเขาไม่มาที่นี่ เขาจะไปไหนล่ะคะ” สาใจคอไม่ดีที่ อยู่ๆวิทย์ก็หายตัวไป...

    คนที่สาตามหากำลังนั่งอยู่เพียงลำพังในบ้านเช่าเก่าๆโทรมๆ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่บุญยงพามาดูบ้านหลังนี้เมื่อวาน เขาทักวิทย์ว่าจะอยู่ที่นี่จริงหรือ

    “พี่อยู่ได้ผมก็อยู่ได้” วิทย์ตอบอย่างมั่นใจ

    “ลื้อกับอั๊วไม่เหมือนกันเว้ย อั๊วมันชินแล้ว ส่วน

    ลื้อมันโคตรเหง้าเหล่าผู้ดี จะทนไหวเหรอ คนแถวนี้เขาไม่เหมือนแถวบ้านลื้อนะ” ขาดคำเสียงโครมเหมือน

    อะไรกระแทกข้างฝาบ้าน วิทย์กับบุญยงสะดุ้งโหยงเสียง

    ผัวเมียข้างบ้านทะเลาะกันเรื่องผัวไปมีเมียน้อยดังแทรกเข้ามา บุญยงอดขำไม่ได้

    “นั่นตัวอย่าง ด่ากันทั้งวันแต่ไม่เลิกกันสักที”บุญยงว่าแล้วพาวิทย์ออกมาหน้าบ้าน มีเสียงทะเลาะเบาะแว้งดังมาจากบ้านอีกหลังหนึ่ง เห็นเมียปาจานสังกะสีใส่ผัวที่ป้องกันตัวเองด้วยกะละมัง เมียชี้หน้าผัว

    “สู้เหรอ เดี๋ยวนี้สู้เหรอ”

    “เออสิวะ มา...แน่จริงก็เข้ามา” ผัวท้าแหยงๆ บุญยงพูดไปขำไปว่าผัวเมียคู่นี้ตีกันไปตีกันมา ได้ลูกมาห้าคน ไม่รู้ว่าตีกันประสาอะไร

    “คนรักกัน ต่อให้ทะเลาะกันขนาดไหนก็รักกันอยู่ดี”

    “เหมือนลื้อกับคุณอุษางั้นสิ” บุญยงกระเซ้า วิทย์รับคำ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขารักสาไม่มีเปลี่ยนแปลง...

    ในเวลาเดียวกัน สาเล่าเรื่องเมื่อคืนให้เซกิฟังพลางบ่นไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี เขาบอกให้เธอเก็บเสื้อผ้าแล้วย้ายมาอยู่กับเขา สาไม่ได้หมายถึงเรื่องของเราสองคน แต่หมายถึงเรื่องวิทย์ ไม่รู้ว่าหายไปไหน

    “เขาแพ้แล้ว คนแพ้ก็ต้องอยู่ในที่ของคนแพ้”

    “ที่ไหนล่ะคะ”

    “ไม่มี” เซกิตอบอย่างเลือดเย็น...

    แดดคล้อยมากแล้ว วิทย์ยังคงนั่งกอดไวโอลินอยู่ที่เดิมในบ้านเช่าหลังนั้น ความสุขระหว่างตัวเองกับสาหลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำของเขา เสียงหวอเตือนภัยดังสนั่น เสียงเครื่องบิน เสียงปืนดังขึ้นไม่ขาดสายภายในชุมชนเสื่อมโทรม ปืนที่ยิงกราดลงมาทำให้เกิดไฟไหม้ ผู้คนหนีตายกันอลหม่าน ผัวเมียที่ทะเลาะกันเมื่อวาน กลายเป็นรักใคร่ห่วงใยกัน ประคับประคองลูกห้าคนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

    วิทย์ยังคงตกอยู่ในภวังค์ ระเบิดถูกทิ้งลงมาใกล้บ้านเช่ามาก หน้าต่างบ้านแตกกระจาย บ้านทั้งหลังพังครืนฝังเขาเอาไว้ มีเพียงไวโอลินคู่ใจที่อยู่รอดปลอดภัยราวกับปาฏิหาริย์

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก
    27 ก.ย. 2563

    23:30 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 00:49 น.