สมาชิก

ปัญญาชนก้นครัว

ตอนที่ 4

เมื่ออรวิลาสมอบหมายให้เอมิการับผิดชอบจัดงานเลี้ยงตามแผนที่คุยกับบรรจงไว้ สมพิศน้อยใจมากที่นับแต่อรวิลาสอายุได้ 10 ขวบ ตนก็เป็นคนจัดงานเลี้ยงวันเกิดตลอดมา แต่ปีนี้กลับให้เอมิกาจัดแทน บรรจงสังเกตอยู่ ตามไปยุสมพิศว่า

“ฉันว่านังนั่นมันต้องกำลังคิดอยากขึ้นมาแทนป้าแน่ๆ ป้าสังเกตสิ ตั้งแต่มันเข้ามาทำงานที่นี่ มันชอบทำตัวเด่น แล้วอยู่ดีๆ มันก็ได้เป็นคนใช้ส่วนตัวของคุณอร คุณชื่นเองก็ดูจะชื่นชมมัน อีกไม่นานตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้านของป้าจะต้องตกเป็นของนังชะเอมแน่นอน แล้วเมื่อนั้น ป้าก็จะถูกเฉดหัวออกจากที่นี่”

บรรจงยุให้รำตำให้รั่วจนสมพิศน้อยใจ ตกใจ ไม่พอใจ บอกว่าถ้าตนถูกเฉดหัวออกไปจากที่นี่จริงๆก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไรอีกแล้ว

“เฮ้อ...ฉันล่ะเห็นใจป้าจริงจริ๊ง ฉันว่านะ...ถ้าป้าไม่ อยากซวยตอนแก่ ป้าต้อง “พลิก” วิกฤติให้เป็นโอกาส”

เหตุนี้เอง เมื่อเอมิกามาขอความช่วยเหลือให้สมพิศช่วยตนจัดงานด้วย เพราะตนไม่รู้ว่าอรวิลาสชอบอะไรไม่ชอบอะไร จึงถูกสมพิศปฏิเสธอย่างไม่แยแส พูดใส่หน้าว่า “คุณอรสั่งเอ็ง เอ็งก็ทำไปสิ”

เอมิกาคิดไม่ตก ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดสมพิศถึงไม่พอใจขนาดนั้น นากบอกว่า สมพิศคงไม่พอใจที่

อรวิลาสให้เธอจัดงานแทน เพราะทุกปีแกต้องเป็นคนจัด แต่อย่าไปถือสาแกเลย เพราะสมพิศเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว อย่าคิดมาก

งานนี้ทำเอาเอมิกานอนไม่หลับ คิดหาทางแก้ปัญหา สุดท้ายก็คิดถึงตัวช่วยสุดท้ายคือ นงลักษณ์ตามเคย

ooooooo

โทร.ไปหาตัวช่วย ก็ได้รับความช่วยเหลือไม่ผิดหวัง นงลักษณ์ให้แม่ครัวของตนที่เคยทำงานในภัตตาคารมาก่อน รับรองว่าฝีมือยอดเยี่ยม โดยตนจะไป กับแม่ครัว รับผิดชอบอาหารในงานทั้งหมด ขอแต่เอมิกาต้องดูแลให้ดี อย่าให้คนในบ้านมาเห็นก็แล้วกัน

นงลักษณ์กับแม่ครัวถูกนำตัวเข้าไปทำอาหารในครัว โดยมีปองเทพเป็นคนคอยดูต้นทางตามเคย คราวนี้ เขาไม่กังวลนัก เพราะทุกคนกำลังง่วนกับการจัดสถานที่  ไม่มีใครสนใจในครัว นอกจากบรรจงที่คอยดูความล้มเหลวของเอมิกาอย่างสะใจ

เมื่อจวนได้เวลา อรวิลาสสั่งบรรจงให้ไปดูอาหารว่าเสร็จหรือยัง พอบรรจงเดินไปถึงหน้าห้องครัว ถูกปองเทพสกัดไว้ พยายามอ่อยถ่วงเวลา แต่คราวนี้บรรจงไม่เคลิ้ม ขอเข้าไปดูในครัวก่อนค่อยมาจี๋จ๋ากัน

โชคดีนงลักษณ์กับแม่ครัวทำอาหารเสร็จเรียบร้อยและ กลับไปแล้ว เมื่อบรรจงเข้าไปในครัวจึงเห็นอาหารวางเรียงราย หน้าตาสวยงามน่าอร่อยทุกจาน บรรจงงงมาก ไม่อยากเชื่อว่า เอมิกาจะทำอาหารได้รวดเร็วและสวยงามขนาดนี้

วเรศมางานพร้อมของขวัญที่เป็นผ้าพันคอสีดำ อรวิลาสไม่ชอบนัก แต่เมื่อชื่นฤทัยแสดงความชื่นชม ยุให้ลูกพันคอให้ดูแล้วชมว่าสวยมาก อรวิลาสจึงฝืนยิ้มเออออไปกับแม่ด้วย

เมื่อได้เวลา เอมิกาถืออาหารเดินเข้ามาในงานตามด้วยปองเทพ และบรรจงที่เดินหน้าง้ำตามมา อรวิลาส อึ้งเมื่อเห็นอาหารสวยงามน่าทาน สมพิศนึกในใจว่า “ทำไมมันทำได้” ส่วนชื่นฤทัยชมว่าอาหารดูดีมาก พอชิมก็ชมว่าอร่อยมากๆ ทั้งยังหันไปหยอกสมพิศว่า “ท่าทางป้าพิศจะเจอคู่แข่งแล้วนะ”

“ฉันไม่กล้าเป็นคู่แข่งหรอกค่ะคุณชื่น เพราะป้าพิศ เป็นครูฉัน ถ้าไม่ได้ป้าพิศช่วยสอนทำอาหาร ฉันก็คงทำออกมาไม่ได้ ที่อาหารอร่อยก็ต้องยกความดีให้ป้าพิศด้วยค่ะ” เอมิกาผายมือไปทางสมพิศ

“ใช่ค่ะ...ชะเอมหัวไวมาก สอนทีเดียวก็ทำได้เลย” สมพิศรับมุกหน้าบานเป็นจานเชิง

วเรศมองเอมิกาด้วยแววตาอ่อนโยน รู้สึกดี จนอรวิลาสไม่พอใจที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ขอตัวไปห้องน้ำแอบส่งสัญญาณให้บรรจงตามไป ซึ่งไม่พ้นสายตาของวเรศที่นั่งมองอยู่อย่างสงสัย

พากันไปที่มุมลับตาแล้ว อรวิลาสก็ต่อว่าบรรจงว่าเห็นไหมงานนี้เอมิกาได้หน้าไปเต็มๆ บรรจงอ้างว่าเรื่องนี้อยู่เหนือการควบคุมของตน แต่ไม่ต้องกลัวเรายังมีแผน 2 เริ่มกันเลยดีไหม อรวิลาสพยักหน้าแล้วหยิบบีบีมากดทันที

ครู่เดียว เพื่อนๆของอรวิลาสอีกเกือบ 10 คนก็มาถึง เธอสั่งเอมิกาให้ไปทำอาหารเพิ่ม เอมิกาตกใจมากบอกว่าอาหารในครัวหมดแล้ว ตนไม่รู้ว่าจะมีแขกเพิ่มมากขนาดนี้เลยไม่ได้เตรียมอะไรเผื่อไว้

เพื่อนๆอรวิลาสโวยวายเจี๊ยวจ๊าวว่า หมายความว่าไม่มีอะไรให้พวกตนทานหรือ ชื่นฤทัยกลัวเสียหน้ารีบบอกว่ามีให้รอเดี๋ยว แล้วเรียกอรวิลาสและเอมิกาให้ตามตนออกไป ท่ามกลางสายตาของปองเทพและวเรศที่มองตามไปอย่างเป็นห่วง

ooooooo

ชื่นฤทัยตำหนิเอมิกาว่าไม่ควรพูดออกไปแบบนั้น คนอย่างชื่นฤทัยไม่เคยมีคำว่าขาด เมื่อไม่มีก็โทร.สั่งเอาง่ายจะตาย แต่อรวิลาสไม่เห็นด้วยที่จะเอาอาหารดิลิเวอรี่มาเลี้ยงเพื่อน บอกว่าทำแบบนี้เสียศักดิ์ศรีคุณแม่หมด

“เออจริง...ถ้างั้นเธอก็ไปตลาด หาซื้อของมาเพิ่ม” ชื่นฤทัยเสนอ

“กว่าจะไปตลาด กว่าจะกลับ กว่าจะทำเสร็จ เพื่อนอรโมโหหิวตาย” อรวิลาสกระฟัดกระเฟียด หันไปสั่งเอมิกา “ฉันไม่รู้ว่าเธอจะทำยังไง แต่ภายในยี่สิบนาทีนี้ เธอต้องเอาอาหารออกมาเสิร์ฟให้เพื่อนฉัน” ยิ้มรายให้อีกทีแล้วสะบัดไป

เอมิกายืนอึ้ง มืดแปดด้านไม่รู้จะทำอย่างไร วเรศที่แอบมาได้ยินมองเธอด้วยความสงสาร เพราะรู้แก่ใจดีว่าอรวิลาสจงใจแกล้งเธอ

ปองเทพแอบมาหาเอมิกา ถามว่าจะทำอย่างไร ปลอบให้ใจเย็นๆค่อยๆคิด ทุกปัญหาต้องมีทางออก

ไม่ทันได้คิดว่าจะทำอย่างไร แป๊ะก็ตามมาจิกปองเทพกลับไป สั่งให้กลับบ้านและอย่าให้เห็นมาที่นี่อีก ปองเทพเลยจำต้องกลับไป ทั้งที่เป็นห่วงและสงสารเอมิกาใจแทบขาด

ขณะเอมิกายืนเซ็งอยู่ในครัว วเรศเข้ามาไม่พูดพล่ามทำเพลง ตรงไปที่ตู้เย็นเห็นผลไม้อะไรก็หยิบออกมาวางบนโต๊ะ หยิบขวดน้ำสลัดออกมาวางตรงหน้าเอมิกาที่มองเขางงๆว่าจะมาไม้ไหนกับตนอีก

“เร็วเข้า เราไม่มีเวลาแล้ว” วเรศเร่ง เอมิกาบอกว่าจะให้ตนทำอะไร ก็บอกว่า “จัดการผลไม้พวกนี้ให้เป็นอาหารยังไงล่ะ”

เอมิกาเข้าใจทันที เห็นเขาหยิบแอปเปิ้ลมาปอกเปลือกอย่างชำนาญ เธอมองทึ่งและรีบทำตาม แม้จะเก้กังก็ยังพอไหว

วเรศจัดการกับผลไม้ทุกอย่างที่หยิบออกมาอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว เอาสับปะรดมาคว้านเนื้อออกทำเป็นชาม จากนั้นหั่นแอปเปิ้ล คว้านแตงโมเป็นลูกกลมๆใส่ลงไปในชามสับปะรด ปอกสตรอเบอร์รี่ใส่ลงในแก้วแชมเปญ เขาทำอย่างมืออาชีพจนเอมิกามองตาค้าง

ชื่นฤทัยเอะใจที่วเรศหายไป บอกอรวิลาสให้ไปดูว่าเขาหายไปไหน เธอรีบลุกไปอย่างระแวง

ที่ห้องครัว วเรศจัดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว บอกเอมิกาที่มองอึ้งอยู่ให้เอาวิปครีมมาราดลงบนสตรอเบอร์รี่ เธอรีบไปเอามา แต่บีบไม่ออก เลยออกแรงบีบเต็มที่ วิปครีมกระเด็นใส่หน้าวเรศเต็มๆ เธอตกใจรีบวางวิปครีมเข้าไปขอโทษและช่วยปาดวิปครีมบนหน้าเขาออก เหลืออยู่ที่เหนือริมฝีปากเล็กน้อยดูเหมือนหนวด เธออดขำไม่ได้หัวเราะคิกๆออกมา

วเรศฉุน ปาดวิปครีมที่เหนือริมฝีปากตัวเองป้ายจมูกเธอบ้าง เลยไล่ป้ายและปัดป้องกันนัวเนีย อรวิลาสมาเห็นพอดี เธอตวาดถามอย่างไม่พอใจ “ทำอะไรกัน!!!” พอทั้งคู่ผละจากกันเธอเข้าแทรกกลางถาม “ทำไมพี่ตั้มมาอยู่กับชะเอมคะ”

“อรมาก็ดีแล้ว ช่วยกันยกอาหารออกไปที” วเรศจัดแจงยกถาดอาหารส่งให้ อรวิลาสคิดไม่ทันรับถาดไปงงๆ พอวเรศกับเอมิกาเดินนำไปเธอก็เดินตาม กลายเป็นลูกมือของทั้งสองไปโดยปริยาย

ooooooo

ยกอาหารออกไปวางบนโต๊ะแล้ว วเรศสร้างบรรยากาศให้พวกสาวๆได้ตื่นเต้น เขาพูดด้วยมาดเท่สุดหล่อว่า

“เห็นว่ามีแต่สาวๆ ก็เลยทำเป็นเมนูผลไม้เพื่อสุขภาพ” พลางยกสตรอเบอร์รี่ที่มีวิปครีมขึ้นมา “สำหรับคนใจกล้า ถ้าไม่แคร์กับความอ้วน ผมขอแนะนำ สตรอเบอร์รี่ราดด้วยวิปครีมโรยน้ำตาล ที่ผมตั้งใจทำขึ้นมาเป็นพิเศษ”

พวกสาวๆกรี๊ดกร๊าดความเท่ หล่อ น่ารักของวเรศ เอมิกาเองถึงกับอึ้งไปด้วย ไม่เคยคิดว่าเขาจะมีมุมน่ารักแบบนี้ ส่วนพวกสาวๆและไม่สาว รวมทั้งแป๊ะ

และหนูอ้อย ต่างเข้าไปรุมกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

อรวิลาสกับบรรจงยืนเครียด มองหน้ากันอย่างผิดคาด ระหว่างชุลมุนรุมกันกินนั้น อเนกย่องมาข้างหลังเอมิกา ยัดกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มือเธอแล้วรีบเดินหนีไป เอมิกาตกใจ พอคลี่กระดาษออกอ่านยิ่งตกใจ...

“เที่ยงคืน เจอกันในสวนนะจ๊ะ จุ๊บ...จุ๊บ...”

เอมิกาหันมองอเนก ยังเห็นเขาหันมาส่งจูบให้ ก็ยิ่งสยอง

เมื่อเจอวเรศในตอนบ่าย เอมิกาเข้าไปขอบคุณเขาที่ช่วยตน พูดจากความรู้สึกจริงๆว่า นึกว่าเขาไม่ชอบตนเสียอีก วเรศบอกว่าตนไม่ได้ไม่ชอบ เธอตีขลุมถามว่า “แปลว่าคุณชอบฉัน?”

“ไม่ใช่!” วเรศรีบแก้ “ฉันไม่ได้ไม่ชอบเธอก็ไม่ได้หมายความว่าฉันชอบเธอ ฉันแค่ไม่ไว้ใจเธอ แต่ฉันเป็นคน ที่แยกแยะ แล้วก็เป็นคนที่ไม่ชอบเห็นใครโดนเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะฉะนั้น การที่ฉันช่วยเธอวันนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า ฉันไว้ใจเธอแล้ว...เข้าใจไหม”

วเรศพูดยาวเสียจนเอมิกาอึ้ง พูดด้วยน้ำเสียงที่ลด ความรู้สึกลงว่า “ฉันจะพยายามเข้าใจ แต่ฉันอยากให้คุณรู้ว่า ฉันไม่ได้เป็นคนไม่ดี ไงก็...ขอบคุณอีกครั้ง” เธอยิ้มจริงใจแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน วเรศมองอึ้งแล้วยิ้มออกมาไม่รู้ตัว...

อรวิลาสผิดหวัง ผิดคาดกับแผนแกล้งเอมิกาที่ยิ่ง แกล้งก็เหมือนยิ่งทำให้เธอเด่นดัง บอกบรรจงว่าไม่เอาอีกแล้วบรรจงเป่าหูยุยงเอาเป็นเอาตายว่า

“เลิกไม่ได้นะเจ้าคะ คุณอรก็เห็นว่าวันนี้คุณตั้มช่วยนังนั่น แสดงว่าคุณตั้มกำลังรู้สึกดีกับมัน และถ้าคุณตั้มเลือกนังชะเอมที่เป็นคนใช้ แทนที่จะเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างคุณอร ใครรู้เข้าคุณอรอายตายเลยนะคะ”

อรวิลาสคิดตาม พึมพำ “จริงด้วย...” บรรจงได้ช่องรีบเสนอแผนใหม่

“เพราะฉะนั้น คุณอรห้ามท้อเด็ดขาด ยังไงตอนนี้เราหยุดไปก่อน ให้นังชะเอมมันชะล่าใจ พอมันเผลอเราก็คอยเด็ดหัวมัน!”

อรวิลาสพยักหน้าให้บรรจงอย่างเห็นด้วย

ooooooo

กลับถึงเรือนคนใช้คืนนี้ เอมิการีบโทรศัพท์คุยกับนงลักษณ์ทันที เล่าเรื่องท่ีวเรศช่วยตนวันนี้ให้เพื่อนรัก ฟัง นงลักษณ์เอะใจอะไรบางอย่างแต่รอให้ชัวร์ก่อนค่อยพูด แล้วขอนอนเลยเพราะพรุ่งนี้ต้องออกกอง

แต่เช้ามืด แต่พอวางสายจากเอมิกาแล้ว เธอพึมกับตัวเองว่า

“อีตาคุณเลขานี่ชักจะไม่น่าไว้วางใจซะแล้ว”

ส่วนเอมิกา เอาแท็บเล็ตเข้าห้องน้ำแอบบันทึกข้อความ...

“การตัดสินใครสักคน เราไม่ควรจะตัดสินเขาจาก “ภายนอก” ถ้าเราไม่รู้จัก “ภายใน” ของเขามากพอ บางคนที่ต่อหน้าเหมือนจะเป็นคนดี แต่พอลับหลังก็พร้อมที่จะซ้ำเติม...บางคนที่เหมือนจะคอยจับผิดเรา แต่ลึกๆแล้วก็มีน้ำใจกับเรา บางคนที่เรานึกว่าเขาเกลียดเรา แต่เขากลับเป็นคนแรกที่ช่วยเรา...”

พิมพ์บันทึกไปก็อดนึกถึงตอนที่วเรศช่วยทำอาหารเมื่อกลางวันไม่ได้ เธอยิ้มออกมากับความรู้สึกดีๆ ก่อนปิดแท็บเล็ต...

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วหอบของกลับห้องนอน ทำอะไรบางอย่างหล่นที่หน้าห้องบรรจงไม่รู้ตัว ครู่เดียว บรรจงงอนตุปัดตุป่องเดินหนีจุ่นที่มาตามง้อ พอจะเข้าห้อง เห็นกระดาษอะไรตกอยู่หน้าห้อง หยิบคลี่อ่าน “เจอกันในสวน...”

บรรจงนิ่งคิด พลันก็เดาว่าอาจเป็นปองเทพยิ้มดีใจกับตัวเองว่า “อย่างน้อยในเรื่องซวยๆ ก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่ เข้าไปในสวนดีกว่าเรา” แล้วกรีดกรายไปอย่างกระหยิ่มอิ่มใจ

ฝ่ายอเนก ผงกหัวดูอรทัยที่นอนอยู่ข้างๆ เห็นว่าหลับแล้วก็ลุกย่องไป แต่พออเนกลุกจากเตียง อรทัยก็ลืมตามองอย่างรู้ทัน กำมือแน่น

อเนกเข้าไปในสวนก็ย่องกริบเข้าข้างหลังบรรจงกอดหมับอย่างเมามัน บรรจงสยิวด่าเขินๆ “คนบ้า...” แต่พออเนกยื่นหน้าทำปากจู๋จะจูบ พอเห็นหน้ากันจังๆ ต่างผงะเหมือนถูกผีหลอก ความสยิวกลายเป็นสยองทันที

แล้วก็สยองยิ่งกว่า เมื่ออรทัยพุ่งเข้าตบบรรจงซ้ายขวาเพียะๆๆๆ รัวยิบ ด่าว่าแย่งผัวตน อเนกฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนี อรทัยไล่ตามไปติดๆ ส่วนบรรจงถึงกับเข่าอ่อนทรุดกับพื้นอย่างหมดสภาพ...

รุ่งขึ้น ขณะกินอาหารเช้า ทุกคนทักบรรจงที่หน้ายังเป็นผื่นแดง ต่างพากันซักถาม ฟังบรรจงเล่าแล้วเอมิกาถอนใจโล่งอกเชื่อว่ากระดาษแผ่นนั้นต้องตกอยู่หน้าห้องบรรจงแน่ๆ ถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอกลับห้องนอนเอาแท็บเล็ตที่ซ่อนใต้เตียงออกมาเตรียมบันทึกข้อความ แต่ปรากฏว่าหน้าจอดับ เธอตกใจกลัวข้อมูลจะหาย จึงรีบเอาแท็บเล็ตไปให้ปองเทพดู

ที่แท้แค่ปลั๊กหลวม เธอดีใจมากรีบเอากลับ เจอวเรศที่เอารายงานการประชุมโปรเจกต์พืชสวนโลกเมืองหนาวมาให้พีรพลและจะกลับพอดี เธอรีบเอาแท็บเล็ตซ่อนข้างหลัง

วเรศทำหน้าขึงขังถามว่าเอาอะไรซ่อนไว้ เธอไม่ยอมบอกจนเขาแย่งไป พอเห็นเป็นแท็บเล็ต เขาถามว่าเธอมีแท็บเล็ตได้ยังไง จนมุมเข้าแบบนี้ เธอปดว่ายืมปองเทพมาเล่นเกม วเรศไม่เชื่อเอาแท็บเล็ตไปถามปองเทพ เขาเลยต้องโกหกตามที่เอมิกาแอบทำปากบอกบทว่า เป็นของตนจริงๆ คุณแป๊ะเป็นคนซื้อให้

ยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งยุ่งเป็นวัวพันหลัก เพราะวเรศไม่เชื่อ บอกว่าจะไปถามคุณแป๊ะดู ถ้าจับได้ว่าโกหกรับรอง

เรื่องใหญ่แน่

เอมิกากับปองเทพเครียดหนัก มีทางเดียวคือต้องทำให้คุณแป๊ะซื้อแท็บเล็ตให้จริงๆ ก่อนที่วเรศจะไปถาม

ในที่สุดปองเทพวางแผน ทำสปาเก็ตตี้ให้คุณแป๊ะกิน คุณแป๊ะติว่าเค็มไปหน่อย ถามว่าชอบทำอาหารหรือ

“ผมอยากจะทำอาหารเพื่อเป็นการตอบแทน

คุณแป๊ะบ้าง” ปองเทพปากหวาน คุณแป๊ะเคลิ้มบอกว่าจะส่งไปเรียนทำอาหาร ปองเทพก็ติงว่าเกรงใจ ตนเปิดอินเตอร์เน็ตดูคลิปสอนทำอาหารเองก็ได้แต่น่าเสียดายที่ไม่มีคอมพิวเตอร์

ปองเทพหลอกล่อไปมาจนลงเอยที่แท็บเล็ต คุณแป๊ะหยิบจากกระเป๋าส่งให้ทันทีบอกว่าเพิ่งซื้อมา

แต่ก่อนให้ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน พูดแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำเอาปองเทพหนาวเยือกยกมือจับก้นตัวเองอย่างระแวง แต่ที่แท้คุณแป๊ะแค่ให้เต้นเพลงเกาหลีให้ดูเท่านั้น

เขาดีใจมากรีบไปบอกเอมิกาคืนนั้นเลย เพราะถ้าวเรศไปถามก็จะได้รับคำตอบว่าคุณแป๊ะซื้อแท็บเล็ตให้จริงๆ เตือนเอมิกาอย่างหนักใจว่า เรื่องมันชักจะ

ไปกันใหญ่แล้ว เมื่อไรเธอจะเลิกเป็นคนใช้เสียที

“จนกว่าเราจะเก็บข้อมูลครบ งานนี้เราต้องชนะและเอาทุนมาให้ได้” เอมิกาตอบอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

เพราะจะไปงานเทศกาลดินเนอร์คืนวันศุกร์นี้ ชื่นฤทัยจึงไปขอให้ ดร.เพี้ยนฝึกแอคติ้งกับการออกเสียงให้ตนกับลูกสาว ซึ่ง ดร.ก็ยินดีแต่ขอพาลูกศิษย์ไปช่วยอีกคน

เรื่องแท็บเล็ต ก็ลงเอยด้วยดี เมื่อวเรศไปถามแป๊ะก็ได้รับคำยืนยันว่าเป็นคนซื้อให้ปองเทพจริง เพราะปองเทพเป็นเด็กดีตั้งใจทำงานไว้ใจได้ วเรศจึงลากลับด้วยความเชื่อสนิทใจ

แต่แล้วก็มีเรื่องให้ต้องสงสัยอีก เมื่อมาเจอเอมิกากำลังถูบ้านและมีโทรเข้ามือถือ พอเธอเห็นชื่อหน้าจอ “ดร.เพี้ยน” ก็ตกใจ กดตัดสายทิ้งทันที เขาถามว่าทำไมไม่รับสาย เธอบอกว่าเบอร์ไม่คุ้น แล้วรีบขอตัวไปทำงาน พอแยกออกมาก็รีบโทร.กลับ ถูกอาจารย์ถามว่า ทำไมตัดสายตนทิ้ง

“เอมไม่ได้ตัดสายทิ้งนะคะ มันไม่มีสัญญาณพอดี” อาจารย์ไม่ติดใจ ถามว่าแล้วตอนนี้อยู่ไหน “อยู่บ้านค่ะด็อกเตอร์ ด็อกเตอร์มีอะไรให้เอมรับใช้คะ”

“มีแน่ ฉันอยากให้เธอมาช่วยสอนแอคติ้ง” เอมิกาตกใจบอกว่าตนไม่ว่าง ถูกถามว่าทำอะไรทำไมถึงไม่ว่าง “เอมก็กำลังทำโปรเจกต์ของด็อกเตอร์อยู่ไงล่ะคะ” อาจารย์ถามว่าเธอทำอะไร “บอกไม่ได้ค่ะ แต่รับรองว่าด็อกเตอร์จะเซอร์ไพรส์”

เอมิกาตอบอย่างมั่นใจ แล้วก็ใจหายวาบเมื่อเห็นวเรศแอบอยู่แว้บๆ แต่เขาไม่เห็นว่าเธอมองมา เอมิกาว้าวุ่นใจไม่รู้จะทำยังไงดี อาจารย์บ่นว่าทำเป็นมีลับลมคมในก็ไม่มีเสียงตอบ จนอาจารย์สงสัยว่ายังอยู่หรือเปล่า

จู่ๆเอมิกาก็ร้องไห้เสียงดังจนอาจารย์ตกใจถามว่าร้องทำไม เป็นอะไร ก็ได้ยินแต่เสียงร้องไห้คร่ำครวญ...

“ไม่จริงใช่ไหมคะหมอ...โฮๆๆๆ ไม่จริง...

ไม่จริง...” แล้วปิดเครื่องเลย อาจารย์ผงะพยายามติดต่อกลับมาอีกแต่ติดต่อไม่ได้แล้ว เลยได้แต่งงว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่คนที่เข้าถึงตัวและถามได้คือวเรศ เขาเดินมาหาถามอย่างเป็นห่วงว่า “ชะเอม...เกิดอะไรขึ้น”

เจ้าหล่อนยิ่งร้องไห้บอกว่า พ่อเข้าโรงพยาบาล ตนเป็นห่วงพ่อไม่รู้ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

แล้วร้องไห้เป็นวักเป็นเวร

“พ่อเธอเข้าโรงพยาบาลที่ไหน” วเรศถาม เธอจำได้ว่าชัยพรเคยบอกเขาว่าตนเป็นคนสุรินทร์จึงบอกไป

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะพาเธอไปเยี่ยมพ่อเธอเอง ฉันจะไปขออนุญาตคุณอาชื่นให้”

ตายละวา! กลายเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โต เธอพยายามบอกว่าไม่ต้อง วเรศก็ไม่ยอม เลยได้แต่ภาวนาขอให้ชื่นฤทัยไม่อนุญาต แต่คุณชื่นกลับอนุญาตอย่างง่ายดาย บอกว่าเพราะเธอทำงานดีช่วยงานสังคมตนไว้หลายครั้ง เพียงแต่ไปแล้วรีบกลับก็แล้วกัน ทั้งยังใจดีให้เงินช่วยค่ารักษาพยาบาลด้วย บอกว่าถ้าขาดเหลือยังไงก็ให้บอก

เห็นความมีน้ำใจของวเรศกับชื่นฤทัยแล้ว เอมิการู้สึกตัวเองผิดมากที่กุเรื่องนี้ขึ้นมา วเรศมาเร่งให้รีบไป เธอจึงจำต้องเดินตามเขาออกไป แต่พอออกมาพ้นหน้าชื่นฤทัยแล้ว ก็พยายามบ่ายเบี่ยงขอไปเองอีก จนวเรศขู่ว่าถ้าขืนเธอปฏิเสธอีกตนจะถือว่าเธอโกหก

“งั้นขอฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” เอมิกาหาทางหลบไปตั้งหลัก พอเข้าห้องน้ำก็รีบโทร.ปรึกษานงลักษณ์ถามว่าจะทำอย่างไรดี สุรินทร์ก็ไม่เคยไป พ่อก็ไม่ได้ป่วย บ่นตัวเองว่าปากพาซวยจริงๆ

“ใจเย็นๆก่อน เอางี้...ฉันมีวิธี” นงลักษณ์ปลอบใจ เธอเป็นตัวช่วยที่ไม่เคยทำให้เพื่อนผิดหวังเลยจริงๆ!

ครู่หนึ่ง เอมิกาหิ้วกระเป๋าเดินทางออกมา บอกวเรศอีกครั้งว่าให้เขาไปส่งที่โรงพยาบาลก็พอที่เหลือตนจัดการเองได้ แล้วเร่งให้รีบไปกัน ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่รู้ว่างานนี้จะรอดหรือเปล่า

บรรจงแอบได้ยิน คิดริษยาเอมิกาขึ้นมา ยิ้มร้ายเมื่อคิดแผนอะไรขึ้นมาได้อีก รีบไปหาอรวิลาสทันที

ooooooo

แต่อรวิลาสไม่อยู่ เพราะไปที่บ้านคุณแป๊ะ แต่เธอไม่กล้าเข้า เพราะเห็นปองเทพในชุดบอยแบนด์เกาหลีกำลังเต้นให้พวกเก้งกวางเพื่อนๆของคุณแป๊ะดูอยู่อย่างเมามันทั้งคนเต้นและคลั่งไคล้ทั้งคนดู

จนเมื่อปองเทพเต้นจบออกมา เธอมองเขาขำๆ ฝากเขาบอกน้าแป๊ะด้วยว่าตนสนใจเสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่ของน้าแป๊ะ ให้คนเอาชุดไปให้ตนดูที่บ้านด้วย

งานนี้ปองเทพอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ยิ่งเมื่อถูกอรวิลาสเยาะเย้ยว่า เห็นทำแอ๊บแมนอยู่ได้ตั้งนาน ที่แท้ก็แบบเดียวกับน้าแป๊ะนี่เอง ไม่ว่าเขาจะชี้แจงอย่างไรอรวิลาสก็ไม่เชื่อ ซ้ำยังหัวเราะคิกคักขำไม่เลิกอีกด้วย

ooooooo

พอวเรศขับรถมาถึงโรงพยาบาล เอมิกาบอกเขาให้กลับไปได้แล้ว ตัวเองรีบลงจากรถเดินอ้าวเข้าโรงพยาบาลไปเลย วเรศยิ่งสงสัย อยากไปเห็นกับตาให้รู้ไปเลยว่าเอมิกาไม่ได้โกหก

เอมิกาไปนั่งที่ม้านั่งในโรงพยาบาล ชะเง้อดูว่าวเรศ

กลับไปหรือยัง พลันก็ได้ยินเสียงป้าคนหนึ่งร้องเสียงดัง อย่างตกใจ ว่าค่ายามากมายขนาดนี้ตนจะมีปัญญาที่ไหนมาจ่าย อ้อนวอนให้ช่วยหน่อยถ้าลุงเป็นอะไรไปตนจะอยู่ได้ยังไง เอมิกาฟังแล้วถอนใจ คว้ากระเป๋าจะลุกไป เหลือบเห็นวเรศเดินผ่านประตูด้านหลังมาจากลานจอดรถ เธอรีบหลบเอากระเป๋าบังหน้าบ่น

“ยังไม่ไปอีกเหรอเนี่ย!!”

เมื่อเห็นวเรศก่อน เธอจึงตามดูว่าเขาจะทำอะไร ปรากฏว่าเขาไปที่แผนกต้อนรับของโรงพยาบาล บอกชื่อนามสกุลตามบัตรประจำตัวประชาชนของเอมิกาแก่เจ้าหน้าที่ บอกเจ้าหน้าที่ว่าตนจำชื่อคนไข้ไม่ได้ ถามว่ามีคนไข้นามสกุลนี้ไหม

เจ้าหน้าที่รับไปดูแล้วบอกว่าไม่มีนามสกุลนี้ วเรศยังพยายามให้ข้อมูลว่าคนไข้เป็นอัมพาตด้วย เอมิกาตกใจมากที่เขามาถามหาพ่อที่ตนโกหกว่าเป็นอัมพาต เหงื่อแตกพลั่ก ไม่รู้จะเอาตัวรอดยังไงดี ฉุกคิดได้ ตัดสินใจเดินออกไปเผชิญหน้า ถามว่า “คุณตั้ม คุณตามฉันเข้ามาทำไม”

วเรศตกใจบอกว่าตนมาเช็กดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือเปล่าเท่านั้น แล้วบอกเหมือนจับโกหกว่า เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีคนนามสกุลเดียวกับเธอมารักษาตัวที่นี่ ถามจับผิดว่า “ตกลง...พ่อเธอป่วยจริงหรือเปล่า?”

“ฉันกับพ่อคนละนามสกุลกัน ฉันใช้นามสกุลแม่ ต่อให้คุณหาให้ตายก็หาไม่เจอหรอก” แต่พอเขาบอกให้พาไปหาพ่อเธอด้วยกัน ก็ถูกปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ไม่ได้ หมดเวลาเยี่ยมแล้ว” แต่เพื่อให้แนบเนียน เอมิกาทำใจกล้าบอกว่าถ้าเขาไม่เชื่อเดี๋ยวตนจะพาแม่มาหาเขาเอง

ครู่เดียวเธอก็พาป้าคนนั้นมาหาเขา วเรศถามว่าอาการของลุงดีขึ้นหรือยัง ป้าทำท่าจะร้องไห้คร่ำครวญว่า หมอบอกว่าอาการช้ำใน แข้งขาไหลปลาร้าหักยับ วเรศงง ถามว่าคุณลุงเป็นอัมพาตไม่ใช่หรือ ตกลงเป็นอะไรกันแน่

ป้าหันถามเอมิกาว่า “ตกลงพ่อเอ็งเป็นอะไรนะนังหนู”

“ก็...เป็นอัมพาต ตับไตข้างในก็ไม่ค่อยจะทำงาน” ทำทีถามว่า “แม่กำลังช็อกเลยฟังหมอพูดไม่ค่อยรู้เรื่องใช่ไหมจ๊ะ” ป้าแกโมเมเออออไปตามน้ำงงๆ

ยิ่งพูดมากก็เหมือนจะยิ่งถูกจับโกหกได้มากขึ้น เอมิการวบรัดตัดบทว่าช่วงนี้แม่ไม่ค่อยได้กินยาอาการอัลไซเมอร์เลยกำเริบจำอะไรไม่ค่อยได้ แล้วขอตัวพาแม่ไปกินยา วเรศงงแล้วงงอีก จนเธอประคองป้าคนนั้นไป เขาก็มองตามไปงงๆ

พอพาป้าออกมาพ้นสายตาวเรศแล้ว เอมิกาขอบคุณที่ป้าช่วยตน เอาเงินให้จำนวนหนึ่งบอกว่าเอาไปเป็นค่ายาของลุง

“ขอบใจมากนะลูก หนูเหมือนแม่พระมาโปรดป้าแท้ๆ”

พอแยกจากป้า เอมิกาเห็นวเรศยังเดินตามมาดูอีก เธอถอนใจเซ็งสุดๆที่เขากัดไม่ปล่อย ตามจิกไม่เลิกสักที

ooooooo

จนเย็น เมื่อพากันกลับ เขาถามอย่างติดใจสงสัยว่าไหนเธอเคยบอกว่าแม่ตาบอด เอมิกาบอกว่าแม่ตนตาบอดตาใสดูเผินๆจะไม่รู้ว่าตาบอด ตัดบทอย่างรำคาญเต็มทีว่าให้เขากลับไปเลยเพราะตนจะไปดูน้องๆที่บ้าน พอเขาจะไปส่งเธออ้างว่าบ้านเธอรถเข้าไม่ถึงต้องเดินไกลมาก เขาบอกว่าไม่มีปัญหาเพราะตนชอบเดินอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะหลบเลี่ยงอย่างไรก็หนีไม่พ้น เลยขอโทรศัพท์หาน้องก่อน ที่แท้แอบไปโทร.ปรึกษานงลักษณ์บอกว่าตอนนี้คิดมุกไม่ออกแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูกตื๊อของวเรศ

“อย่าเพิ่งสติแตก มันต้องมีทางออกสิ” นงลักษณ์พูดอย่างมั่นใจ

ดังนั้น เมื่อเอมิกากลับมาอีกทีเธอบอกเขาว่าน้องไม่อยู่บ้าน ป้ามารับไปอยู่ด้วยช่วงที่พ่อเข้าโรงพยาบาล เขาเสนอไปหาที่บ้านป้าอีก เอมิกาชักฉุน เสียงเข้มว่า

“ป้าฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ ป้าฉันอยู่เชียงใหม่ เพราะฉะนั้นเรากลับกันได้แล้วค่ะ” ว่าแล้วเดินนำไปเลย ถอนใจอย่างโล่งอกว่าคราวนี้ได้รอดตัวเสียที

ที่ไหนได้ วเรศยังเดินตามมาอีกจนได้!

นั่งรถกันมาเงียบๆ จู่ๆวเรศก็ท้องร้องจ๊อกๆ ทีแรกต่างก็ยังทำเฉย แต่พอร้องครั้งที่ 2 ที่ 3 เขาบอกว่าท้องตนร้องเพราะนี่ก็เย็นแล้ว เธอบอกเขาว่าหาอะไรทานกันก่อนก็ได้ วเรศให้เธอแนะนำร้านอาหารเพราะเขาไม่คุ้นกับแถวนี้ เธอเกี่ยงว่าเพิ่งมาเหมือนกัน พลันก็เห็นร้านอาหารริมทาง

“ร้านโน้นเลยค่ะ ฉันมาทานประจำ รับรองแซ่บอย่าบอกใคร”

ชายหนุ่มหาที่จอดรถทันที ลงเดินไปที่แผงขายอาหารอีสาน เด็กเอาเมนูเก่าๆ เบลอะๆมาให้ดู เขาสั่งอย่างชำนาญ

“ปิ้งกบ ตำบักถั่ว ยำไข่มดแดง คั่วหนู อ่อมหอยจุ๊บ ส้มตำปลาร้า ซุปหน่อไม้ ข้าวเหนียว”

เอมิกามองเขาอึ้งถามตัวเองว่าจะกินได้ไหมเนี่ย แต่พออาหารมา เขาลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเธอแปลกใจเปรยว่า

“ไม่นึกว่าคุณจะทานของพวกนี้เป็น”

“ฉันต้องตามคุณลุงไปต่างจังหวัดบ่อย บางทีต้องไปค้างกับพวกชาวบ้าน เขาก็ทำอาหารแบบนี้เลี้ยง...

แล้วทำไมเธอไม่กิน” เอมิกายิ้มแหยๆ เขาพูดพลางกินต่อ “ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก” ว่าแล้วก็มีแก่ใจตักคั่วหนูใส่จานให้

เอมิกาตักกินบอกว่าคั่วหมูร้านนี้อร่อยดีนะ เขาบอกว่า “ไม่ใช่คั่วหมูแต่เป็นคั่วหนู” เอมิกาผงะพะอืดพะอม

รีบขอตัวไปห้องน้ำ เมื่อเธอกลับมาเขาเปรยๆว่าน่าแปลกเธอเป็นคนท้องถิ่นแต่ทำไมเหมือนทานอะไรไม่เป็นเลย

“ฉันก็เข้ามาอยู่กรุงเทพฯนานแล้ว ไม่ค่อยได้ทานของพวกนี้ รีบไปเถอะคุณ ฉันไม่อยากกลับมืดมาก แค่นี้ก็เหนื่อยแย่แล้ว” พูดแล้วรีบลุกไปที่รถ

มีปัญหาอีกจนได้ เมื่อรถสตาร์ตไม่ติด วเรศลงไปถามหาช่างแถวนั้น

ooooooo

อรวิลาสกระวนกระวายใจที่ไม่เห็นวเรศตั้งแต่เช้าจนเย็น บรรจงเป่าหูทันทีว่าคงไม่กลับง่ายหรอกเห็นหิ้วกระเป๋าไปส่งเอมิกาถึงบ้านนอก พูดแล้วเห็นอรวิลาสไม่พอใจเลยยุส่งว่า

“ลองลงล็อกแบบนี้ นังเอมมันต้องออเซาะขออยู่ค้างกับคุณตั้มแหงๆเลยเจ้าค่ะ” อรวิลาสตวาดว่าแล้วทำไมเพิ่งมาบอก “ก็คุณอรอยู่ให้บอกที่ไหนล่ะคะ จงงี้คันปากยิบๆป่านนี้ไม่รู้คุณตั้มโดนมันปู้ยี่ปู้ยำถึงไหนแล้ว”

อรวิลาสเดินอ้าวไปหาปองเทพทันที สั่งให้โทร.หาเอมิกา ปองเทพโทร.แล้วบอกว่าติดต่อไม่ได้ สงสัยแบตหมด อรวิลาสยิ่งร้อนใจ ด่าปองเทพว่าเป็นเพื่อนภาษาอะไรไม่รู้ว่าเอมิกาไปไหน ตนกลัวจะมาฉกพี่

ปองเทพพูดให้สบายใจว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เพราะเอมิกามีแฟนแล้วหล่อกว่าคุณตั้มอีก และทั้งสองก็รักกันมากด้วย

“หล่อกว่าแล้วไง เพราะยังไงพี่ตั้มก็รวยกว่า ต้องน่าสนใจกว่าแฟนของยัยนั่นอยู่แล้ว ฉันไม่ไว้ใจเพื่อนนาย ต่อจากนี้ไปนายต้องเป็นหูเป็นตาให้ฉัน ถ้าเห็นความผิดปกติของเพื่อนนายกับพี่ตั้มเมื่อไหร่ นายต้องรายงานฉันทันทีเข้าใจไหม”

พออรวิลาสสะบัดไป ปองเทพก็บ่นอย่างคิดไม่ตกว่า “เอมนะเอม ทำไมถึงกล้าไปกับผู้ชายอื่นโดยไม่บอกเรา...”

ooooooo

เมื่อตามช่างมาดูรถ ช่างบอกว่าต้องพรุ่งนี้จึงจะเสร็จ เอมิกาบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะกลับก่อน ขืนไม่กลับวันนี้คุณชื่นดุตายแน่ ว่าแล้วคว้ากระเป๋าเดินตัวปลิวไป คิดว่าคราวนี้สลัดพ้นจากเขาได้แน่แล้ว

ที่ไหนได้! วเรศตามมาบอกว่าทิ้งรถไว้พรุ่งนี้จะให้คนมารับ แล้วจัดแจงโทร.บอกพีรพลว่ากำลังจะกลับแล้ว เอมิกาถอนใจห่อเหี่ยว อยากบ้าตาย

ระหว่างนั่งรถทัวร์กลับด้วยกัน มีเรื่องให้ได้ใกล้ชิด หน้ากับหน้าเฉียดฉิวกันไปมา กระทั่งตัวกับตัวก็สีกันหลายครั้ง ความใกล้ชิดทำให้อดหวั่นไหวไม่ได้ แต่ต่างก็สงวนท่าทีวางมาดเข้มใส่กัน

นั่งรถมาไม่นาน เอมิกาก็หลับ จนมาถึงปั๊มน้ำมันรถจอดให้ผู้โดยสารลงไปยืดเส้นยืดสายหาอะไรรองท้องกัน วเรศปลุกเอมิกาสั่งให้ลงไปกับตน แล้วเขาก็ซื้อข้าวแกงมาวางตรงหน้าเธอ บอกให้กินเสียเพราะเมื่อเย็นกินไปนิดเดียวเอง

เอมิกาง่วงมาก สัปหงกจนหน้าจิ้มลงในจานข้าว ข้าวสวยติดหน้าติดผมเต็มไปหมด วเรศช่วยเอาออกยิ้มๆ เธอโมโหโทษว่าเพราะเขาคนเดียวเลยเป็นแบบนี้ ลุกเดินปึงปังไปล้างในห้องน้ำ วเรศขำๆแกมเอ็นดูกับกิริยางอนๆของเธอ

เมื่อกลับมาขึ้นรถ ไม่นานเอมิกาก็หลับอีก หลับลึกจนเอนหัวมาพิงไหล่เขา วเรศขยับให้เธออิงไหล่หลับให้สบาย เธอหลับยาวจนมาถึงกรุงเทพฯ เขาปลุกจึงลุกขึ้นคว้ากระเป๋าได้ก็ยกมือไหว้ลาเลย วเรศเห็นโทรศัพท์เธอหล่นที่เบาะ ตามไปจะเอาให้ก็เรียกไม่ทัน เลยเก็บไว้ให้
ooooooo

กลับมาถึงบ้าน เอมิการีบเข้ารายงานตัวกับชื่นฤทัยที่นั่งอยู่กับอรวิลาส ชื่นฤทัยบอกว่ากลับมาเหนื่อยๆให้ไปพักเสีย เอมิกาขอบคุณพลางลุกไป อรวิลาสจิกตามองตามไปอย่างระแวงสงสัย

ส่วนปองเทพ พอเอมิกากลับมาก็แอบไปหา พอรู้เรื่องก็ถามว่าทำไมต้องโกหกวเรศเรื่องพ่อไม่สบายด้วย ตนถูกอรวิลาสมาซักถามจนเกือบตอบไม่ถูก ถามว่าแล้ววเรศทำอะไรเธอรึเปล่า ทำไมถึงกลับเอาป่านนี้ เกิดอะไรขึ้น

ปองเทพถามชุดใหญ่จนเอมิกาบอกว่าหยุดได้แล้วตนตอบไม่ทัน แล้วชวนไปหาที่คุยที่ปลอดภัยกว่า พากันไปคุยกันในสวน เอมิกาจึงเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง ปองเทพทึ่งที่เธอตีบทแตกจนวเรศเชื่อสนิทใจขนาดนั้น ต่อไปก็คงไม่สงสัยอะไรเธออีก

“แต่เราโกหกเขาไว้หลายเรื่อง เรากลัวจะหลุดเองน่ะสิ”

“ก็จริงนะ เอมต้องจดเอาไว้นะว่าโกหกเขาไปเรื่องอะไรบ้าง...เออนี่เอม เมื่อคืนคุณอรสั่งให้เราจับตาดูเอมกับคุณตั้ม เขากลัวว่าเอมจะชอบคุณตั้ม เราน่ะคันปากยิกๆเกือบจะบอกออกไปแล้วว่าเรากับเอมเป็นอะไรกัน”

เอมิกาฟังแล้วพูดไม่ออก

คุยกันเสร็จ ปองเทพย่องกลับ ถูกอรวิลาสมาดักถามว่าเมื่อกี้คุยอะไรกัน ปองเทพจำต้องเล่าตามจริง อรวิลาสพอใจมากชมว่าทำดีแล้ว ต่อไปมีอะไรก็รีบมารายงานตนด้วย

พออรวิลาสผละไป ปองเทพถามตัวเองงงๆว่า

“นี่เรากลายเป็นคนของคุณอรตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...เฮ้อ...” เขาถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

คืนนี้เอมิกาเอาแท็บเล็ตแอบเข้าไปบันทึกข้อความในห้องน้ำตามเคย เธอพาดหัวว่า “คุณตั้ม” แล้วบรรยาย...

“คุณตั้ม...ผู้ชายปากร้าย ขี้สงสัย อยากรู้อะไรต้องรู้ให้ได้ แต่อีกด้านหนึ่ง เขาก็เป็นสุภาพบุรุษ ไม่ถือตัว...หล่อ ดูดี ยิ้มสวย น่ารัก ตาหวาน...”

พิมพ์ไปก็นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ประสบพบเห็นกันมาตลอดคืน แต่พอรู้สึกตัวก็เตือนตัวเองว่า

“ห้ามวอกแวกเด็ดขาดนะเอมิกา เรามาหาข้อมูลคนใช้นะ ไปยุ่งกับอีตาเลขาทำไม...หรือว่า เอามาเป็นพระเอกของเราซะเลย” เตือนตัวเองแล้วก็ข่มใจไม่ให้วอกแวกถึงเขา

ส่วนวเรศ กลับถึงบ้านแล้วเอาโทรศัพท์มือถือของเอมิกาขึ้นมาดู นึกถึงเจ้าของในอิริยาบถต่างๆ แล้วก็เผลอยิ้มออกมา...

ooooooo

เพียงวันรุ่งขึ้นก็เกิดปัญหาเป็นเรื่องราวใหญ่โต เมื่ออเนกยังไม่หายหื่น แอบมากอดเอมิกาจากข้างหลัง ขณะเธอกำลังตากผ้า

เอมิกาตกใจผลักเขากระเด็นออกไป อเนกยังหน้ามืด ชวนไปหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่า

“ฉันว่าคุณกำลังเข้าใจผิด ฉันไม่เคยคิดอะไรกับคุณเลยนะ” เอมิกาฉุนขาด อเนกตะแบงว่าเธอไม่คิดแต่ตนคิดแล้วพุ่งเข้าจับแขนเธอไว้ เกิดยื้อยุดโต้เถียงกัน เมื่ออเนกลวนลามเธอจึงต่อสู้ป้องกันตัว

พริบตานั้น อรทัยมาตวาดเรียกอเนก พอหันไปเห็นอรทัย อเนกก็โทษว่าเอมิกาให้ท่าตน พอตนปฏิเสธก็จะปล้ำ เอมิกาโต้ว่าไม่จริง เขาต่างหากที่พยายามจะทำอะไรตน

อรทัยตวาดเอมิกาให้หุบปาก ด่าว่าไม่มีปัญญาหาผัวรึไง ถึงจะมาแย่งผัวตน แล้วพุ่งเข้าไปจะตบ แต่มือถูกยึดไว้กลางอากาศ พอหันมองจึงเห็นว่าวเรศนั่นเอง

“มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมต้องลงไม้ลงมือกันด้วย” วเรศถามอรทัย เห็นเอมิกามองอย่างขอความเห็นใจ

เรื่องไปถึงชื่นฤทัยให้จัดการ โดยอรทัยฟ้องว่าเอมิกามาอ่อยอเนก เอมิกาบอกว่าไม่จริง อเนกโต้ว่าไม่จริงยังไง วันก่อนยังไปหาตนเลย

“ฉันไม่ได้ไปหาคุณ ฉันไปหาพวกคุณยายต่างหาก” วเรศถามว่าเธอไปหาคนบ้านนั้นทำไม “ฉันเอาส้มที่คุณชื่นให้ไปแบ่งให้คุณยาย ฉันเห็นพวกคุณยายไม่ค่อยมีอะไรทาน ทั้งๆที่ทำงานหนัก”

“นี่เธอหาว่าฉันใช้แรงงานคนแก่เหรอ! พี่ชื่นต้องไล่มันออกนะคะ มันพูดจาสามหาวกับน้อง” อรทัยโวยวาย

“อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลยครับ ผมว่าเราเรียกคุณยายมาถามดีกว่าว่า สิ่งที่ชะเอมพูดเป็นความจริงหรือเปล่า” วเรศเสนอ ชื่นฤทัยเห็นด้วย สั่งอรทัยให้ตามคนของเธอมา

สามยายมากันพร้อมหน้า ยายแจ่มพูดความจริงว่า “แม่หนูคนนี้เอาส้มมาให้พวกเราจริงๆค่ะ”

อเนกถูกจับโกหกได้เลยก้มหน้างุด ชื่นฤทัยสรุปว่า “จบเรื่องแล้วนะอรทัย”

อรทัยมองเอมิกาตาเขียวปั้ด สั่งคนของตนให้กลับบ้าน เอมิกามองตามถอนใจเฮือกอย่างอ่อนใจ...

เอมิกาเดินออกมาขอบคุณวเรศที่ช่วยตนไว้ไม่ให้โดนตบ เขาเตือนเธออย่าไปบ้านนั้นอีก เพราะอเนกคงไม่ยอมจบง่ายๆ เตือนเธอให้ระวังตัวด้วย เพราะตนไม่สามารถที่จะช่วยเธอได้ตลอดเวลา แล้วเอาโทรศัพท์คืนให้บอกว่าเธอทำตกบนรถทัวร์

“ขอบคุณนะคะ ฉันนึกว่าฉันทำหายไปแล้วเสียอีก” เอมิกามองเขาด้วยความรู้สึกดีๆที่เพิ่มมากขึ้นทุกที

ooooooo

ก่อนถึงคืนดินเนอร์ คืนนี้ชื่นฤทัยบอกพีรพลว่าให้เขาบอกวเรศให้ร้องเพลงคู่กับอรวิลาสในคืนดินเนอร์ พีรพลเชื่อว่าวเรศไม่ตกลงแน่เพราะเขาเป็นคนไม่ชอบแสดงออก ยิ่งเรื่องร้องเพลง เขาไม่ชอบเลย

“ตกลงจะไม่ช่วยฉันใช่ไหม ได้...งั้นฉันจะโทร.บอกตั้มเอง ตั้มไม่มีทางปฏิเสธฉัน คุณคอยดู!” ชื่นฤทัยไม่พอใจ

แล้วเธอก็โทร.ไปหาวเรศขอให้เขาร้องเพลงคู่กับอรวิลาส อ้างว่าตนบอกกับคุณหญิงไฉไลเอาไว้แล้ว ถามว่าเขาเข้าใจใช่ไหมว่าถ้าผิดคำพูดจะเสียมารยาทมาก

“เข้าใจครับ” วเรศตอบเซ็งๆ ชื่นฤทัยสรุปทันทีว่า แสดงว่าเขาตกลงแล้ว นัดพรุ่งนี้ซ้อมเพลงที่บ้านตนเลย วเรศตกใจ เหวอ ไม่ทันพูดอะไรปลายสายก็วางไปแล้ว เธอหันพูดกับพีรพลเยาะๆว่า “หลานตั้มตกลง ฉันบอกคุณแล้วเห็นไหม”

พีรพลได้แต่นิ่งอึ้งอย่างไม่เข้าใจว่าทำไม??

ooooooo

เช้าวันถัดมา สมพิศที่ญาติดีกับเอมิกาแล้วตั้งแต่ที่เอมิกายกความดีเรื่องสอนตนทำอาหารจนได้ หน้าไปพะเรอเกวียน ให้เอมิกาไปจ่ายกับข้าวที่ตลาด กำชับให้รีบไปรีบมา

พอเอมิกาออกมาที่ริมถนน เจอปองเทพนั่งรออยู่ในรถแท็กซี่แล้ว เร่งให้เธอรีบขึ้นรถ แล้วสั่งคนขับให้ไปมหาวิทยาลัย

ไปถึงมหาวิทยาลัย ดร.เพี้ยนเอาไอแพดของเอมิกาอ่านเรื่องที่เธอบันทึกไว้ โดยมีปองเทพนั่งอยู่ข้างๆ อาจารย์ถามว่าเธอจะเขียนเรื่องคนใช้จริงหรือ เธอยืนยันว่าใช่ อาจารย์ถามอีกว่าแน่ใจหรือว่าเอาแน่?

“แน่ใจอย่างที่ไม่เคยแน่ใจอะไรมาก่อนในชีวิตนี้เลยค่ะ”

อาจารย์ถามว่าได้ข้อมูลจากไหน เธอปดว่าจากคนใช้ตามบ้านต่างๆ

“ถ้าเธออยากทำเรื่องนี้จริงก็ตามใจ แต่ฉันขอย้ำอีกครั้งว่าเธอต้องลงให้ลึกถึงจิตวิญญาณของพวกเขาจริงๆ”

“ทราบแล้วค่ะ รับรองด็อกเตอร์จะไม่ผิดหวังเมื่อได้เห็นผลงานของเอม”

อาจารย์บอกว่าแล้วจะคอยดู มองนาฬิกาแล้วบอกว่ามีนัดที่สุขุมวิทต้องไปแล้วเดี๋ยวรถติด เอมิกาบอกว่าไปทางเดียวกันเลย ตนกับปองเทพขอติดรถไปด้วย อาจารย์ยินดีแต่เอะใจถามว่าเธอไปทำอะไรที่สุขุมวิท

เอมิกากับปองเทพตั้งหลักไม่ทัน มองหน้ากันแล้วตอบพร้อมกันว่าไปหาญาติ แล้วแก้พร้อมกันอีกว่าไปหาเพื่อน

เอมิการีบพูดแก้ว่า “ป่องไปหาญาติ ส่วนเอมไปหาเพื่อนค่ะ แหะๆๆ”

เมื่อมาถึงหน้าปากซอยเข้าบ้าน เอมิกาขอลงตรงนั้น ยกมือไหว้ขอบคุณก่อนลงจากรถ อาจารย์ขอให้โชคดี บอกเอมิกาว่า “ว่าจะชมตั้งนานแล้ว กระเป๋าถือของเธอสวยแปลกตาดีนะ”

เอมิกามองตะกร้าจ่ายกับข้าวในมือ ตอบเก้อๆ “อ้อ...ค่ะ...” พออาจารย์ขับรถออกไปแล้ว เอมิกาหันบอกปองเทพ

“ป่องเข้าบ้านไปเลยนะ เราจะไปจ่ายตลาดก่อน แล้วจะรีบตามเข้าไป” พูดแล้วแยกกันไปคนละทาง

ดร.เพี้ยนขับรถหาบ้าน “ชื่นฤทัย” ไปในซอย ปองเทพนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาถึงหน้าบ้านจ่ายเงินแล้วเข้าไป อาจารย์ก็เจอบ้านพอดี โทร.บอกชื่นฤทัยว่ามาถึงแล้ว

ครู่ใหญ่เอมิกาก็กลับมาถึง ไม่นานบรรจงก็เข้ามากระชากเสียงบอกว่าคุณชื่นสั่งให้เอาน้ำไปให้แขกที่ห้องคาราโอเกะ

ในห้องคาราโอเกะ ดร.เพี้ยนกำลังสอนการร้องเพลงให้ชื่นฤทัย อรวิลาส และวเรศว่าข้อสำคัญประการหนึ่งคือการออกรูปปากให้ชัดเจน แล้วทำให้ดูเป็นตัวอย่าง...อา อี อู เอ โอ ฯลฯ จากนั้นให้ฝึกออกเสียงจากท้องด้วยการหัวเราะ ฮ่าๆๆๆ

เอมิกาประคองถาดน้ำมาถึงหน้าห้องคาราโอเกะ เธอยกมือจะผลักประตูเข้าไป...

ooooooo

ปัญญาชนก้นครัว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด