ตอนที่ 3
เอมิกากับนงลักษณ์มองหน้ากันตาเหลือกไม่รู้จะทำอย่างไร ก็พอดีมีเสียงบิดลูกบิดประตูจากข้างนอกแล้วได้ยินเสียงบ่นว่าทำไมล็อก ชัยพรตามมาบอกว่าห้องน้ำเสีย ช่างกำลังซ่อม
นึกว่าวเรศจะเปลี่ยนใจ แต่เขากลับบอกว่ารอได้!
นงลักษณ์บอกเอมิกาให้รีบปีนหน้าต่างหนีออกไป ทั้งๆที่กลัว แต่เอมิกากลัวถูกวเรศจับได้มากกว่าเลยแข็งใจปีนแต่ก้าวพลาดตกลงมาเหยียบชักโครกพอดี เสียงน้ำชักโครกดังออกมา ชัยพรเลยโมเมว่าอาจจะซ่อมเสร็จแล้ว พลันก็ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังออกมา วเรศเชื่อว่าต้องมีคนอยู่ในนั้นแน่ จะเข้าไปดู
ชัยพรไม่ทันห้าม ก็พอดีนงลักษณ์เปิดประตูออกมาบอกว่า “ห้องน้ำซ่อมเสร็จแล้วฮะ”
“รีบเข้าไปเลยครับคุณวเรศ เชิญตามสบาย” ชัยพรผสมโรง เห็นนงลักษณ์แอบทำมือโอเคก็โล่งใจ
แต่เมื่อวเรศเข้าห้องน้ำเสร็จออกมาล้างมือ ดั้น...เจอตะกร้าซื้อของที่เอมิกาวางไว้ที่อ่างล้างมือ หยิบกระดาษในนั้นขึ้นดู เขาอึ้ง เมื่อเห็นเป็นรายการซื้อของสองใบ ใบหนึ่งเขียน “ชื่นฤทัย” อีกใบเขียน “อรวิลาส” !!
ooooooo
เอมิกากลับบ้านอย่างว้าวุ่นใจมากที่ตะกร้าหาย แล้วจู่ๆตะกร้านั้นก็ยื่นมาตรงหน้า ทำเอาเธอทั้งตกใจ ดีใจระคนกัน มองไปเห็นวเรศเป็นคนยื่นตะกร้าให้ เธอถามว่า หาตั้งนานไปอยู่ที่เขาได้อย่างไร
“เธอลืมไว้ที่บริษัทจัดหางาน” เขาบอกหน้านิ่งๆ เอมิกาทำไขสือถามว่าเขารู้ได้อย่างไร อย่าบอกนะว่าเขาไปที่บริษัทมา พอเขาบอกว่าใช่ เธอทำหน้าซื่อถามอีกว่าไปทำอะไร “ฉันจะไปทำอะไรไม่สำคัญ แต่เธอไปที่นั่นทำไม ไปเวลางานเสียด้วย นอกจากจะมีพิรุธแล้ว ยังทำผิดโทษฐานอู้งานอีกต่างหาก”
แต่เอมิกาก็เอาตัวรอดได้ อ้างว่าตนผ่านไปแถวนั้นเลยแวะไปหาสุวิทย์ ถูกซักอีกว่าไปหาทำไม!?
ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร เลยโทษว่าเพราะเขาคอยจับผิดจนตนไม่แน่ใจว่าจะโดนไล่ออกเมื่อไร เลยไปบอกเฮียว่าถ้ามีงานใหม่เมื่อไรให้รีบบอก หยุดมองหน้าเขาเน้นว่า “ถ้าดีกว่า ปลอดภัยกว่าฉันพร้อมไปทันที ดีกว่าอยู่ที่นี่แบบไม่มีความสุข”
พูดแล้วเห็นวเรศนิ่งไป เลยหาทางหลบบอกว่าจะเอาตะกร้าไปให้ป้าพิศ แล้วรีบเดินไปเลย
วเรศยังมองตามไปอย่างสงสัย แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่า หรือว่าตนจะทำให้เธอมีปัญหาจริงๆ
เมื่อโทร.ไปเล่าให้นงลักษณ์ฟัง เพื่อนตั้งข้อสังเกตว่า วเรศอาจจะคิดอะไรกับเธอก็ได้เพราะดูอะไรๆมันพิเศษกว่าปกติ แต่เอมิกาเชื่อว่าเขาต้องการจับผิดตน ไม่ใว้ใจตนมากกว่า ทั้งยังบอกนงลักษณ์อย่างมั่นใจว่า
“ถ้าเขาจะคิดอะไรสักอย่างกับฉัน...มันคงไม่ใช่ทางที่ดี และเพื่อความปลอดภัย ฉันก็ควรจะอยู่ห่างจากเขาให้มากที่สุด และฉันจะไม่ยอมให้เขามาทำให้ภารกิจพิชิตทุนไปนิวยอร์กของฉันต้องพังทลายเป็นอันขาด!”
ooooooo
หนูอ้อยกับอรวิลาสนั้นเหมือนขมิ้นกับปูน แม้ต่อหน้าแขกหรือผู้ใหญ่จะทำเหมือนรักกันมาก แต่พอลับหลังก็คอยจ้องจิกกัดกันทุกที
หนูอ้อยมีคลิปลับที่เป็นไม้ตายไว้เล่นงานอรวิลาส คือแอบถ่ายรูปที่อรวิลาสเป็นตะคริวในสระน้ำแล้วปองเทพอุ้มขึ้นมาผายปอดแบบเม้าท์ทูเม้าท์ไว้ เธอขู่อรวิลาสว่าถ้าขัดใจตนเมื่อไร รูปนี้ได้ลงเฟซบุ๊กแน่
เพราะมีคลิปลับอยู่ในมือ หนูอ้อยย่ามใจ เข้าไปในห้องอรวิลาสรื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับทั้งทองและเพชรมาใส่เพียบ เมื่ออรวิลาสจะมาแต่งตัวไปดูโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษกับวเรศเจอเข้า เธอโกรธจัดด่าว่าไม่มีมารยาท ถูกหนูอ้อยท้าทายว่า
“ถ้าพี่อรด่าหนูอ้อยอีกคำเดียว หนูอ้อยคงไม่ต้องบอกว่าพี่อรจะเจอกับอะไร!”
“อยากทำอะไรก็เชิญ” อรวิลาสฮึดฮัดออกไป แล้วให้คนไปตามปองเทพที่กำลังคุยกับเอมิกาอยู่ให้มาหา สั่งให้เขาไปขโมยโทรศัพท์มือถือของหนูอ้อยเพราะถ่ายรูปเขากำลังใช้ปากผายปอดให้ตนวันนั้นไว้ ปองเทพเกี่ยงว่าทำไมเธอไม่ทำเอง เธอโทษว่าเพราะเขาเป็นต้นเหตุของเรื่อง เขาต้องรับผิดชอบ และถ้าเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นมา เขาจะได้เป็นคนเดียวที่ซวย
ปองเทพคิดไม่ตก ถูกอรวิลาสบอกให้ทำตามตนสั่ง “เพราะถ้านังอ้อยเอารูปอุบาทว์ๆนี้ลงเฟซบุ๊กเมื่อไร ฉันเน่าแน่ หวังว่าพอฉันกลับมา ทุกอย่างจะเรียบร้อย” พูดแล้วสะบัดพรืดออกไป
“คิดว่าพูดแค่นี้แล้วเราจะทำตามเหรอ ไม่มีทาง!” ปองเทพเบ้หน้าใส่ แต่พอนึกได้ว่าถ้าเกิดหนูอ้อยเอารูปลงเฟซบุ๊กจริง เอมิกาก็ต้องเห็น เป็นเรื่องแน่!
วเรศรออรวิลาสขึ้นไปแต่งตัวนานผิดปกติ ชื่นฤทัยขึ้นไปตาม เห็นเสื้อผ้าถูกรื้อค้นออกมาหมดตู้วางเกลื่อนไปหมด ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอปดแม่ว่าไม่รู้จะใส่ชุดไหนเลยรื้อออกมาหมด
ชื่นฤทัยเลือกชุดที่ดูเซ็กซี่หวานๆให้ เธอติงว่าดูมันเว่อร์ไป ถูกแม่จับมาอบรมว่า
“จำไว้นะน้องอรว่าอะไรที่แม่เลือก หมายความว่านั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด และหลานตั้มก็เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่แม่เลือกให้ลูกเช่นกัน” พูดแล้วยื่นชุดให้อรวิลาส เธอรีบรับชุดเอาไปใส่ทันที
ooooooo
เอมิกาสงสัยมากว่าอรวิลาสให้คนมาเรียกปองเทพไปทำไม เดินคิดเพลินจนลืมดูทาง ชนพีรพลที่ถือถ้วยกาแฟมาอย่างจัง กาแฟหกรดเสื้อเขาเป็นคราบ เธอตกใจมากรีบเช็ดให้
วเรศรออรวิลาสขึ้นไปแต่งตัวนานจนเบื่อจึงเดินออกมา เห็นข้างหลังเอมิกาเหมือนกำลังซุกไซ้ในอกพีรพล เขาเลือดขึ้นหน้า ก้าวพรวดๆเข้าไปถามว่า “กำลังทำอะไรกันครับ”
“ชะเอมเขาเดินชน กาแฟเลยหกใส่เสื้ออา” พีรพลชี้แจง วเรศเห็นคราบกาแฟที่เสื้อจริงๆเลยโล่งอก เอมิการีบขอตัวจะไปชงกาแฟให้ใหม่ พีรพลจึงชวนวเรศเข้าไปคุยงานกันข้างใน
“วันนี้ผมคุยกับคุณอาไม่ได้แล้ว ขอโทษด้วยนะครับ ผมต้องพาน้องอรไปดูโรงเรียนสอนภาษา”
พีรพลนึกดีใจ เอ่ยปากฝากดูแลน้องด้วยเพราะน้องไม่รู้จะพึ่งใคร ก็มีแต่เขาคนเดียวที่ไว้ใจได้ที่สุด
“ผมเห็นอรเหมือนน้องสาวคนหนึ่งอยู่แล้ว คุณอาไม่ต้องห่วง” วเรศพูดซื่อๆโดยไม่คิดอะไร แต่พีรพลชะงัก เขาลองหยั่งเชิงว่า ดีที่วเรศยังไม่มีแฟน ไม่อย่างนั้นแฟนคงได้เข้าใจผิดน้องอรแน่ “ถึงมีแฟนแล้ว แฟนผมเขาก็คงเข้าใจเพราะผมกับอรไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้หรอกครับ”
วเรศพูดชัดขนาดนี้ ทำเอาพีรพลหน้าเสียถามว่าทำไม ก็ได้รับคำชี้แจงที่ทำให้พีรพลหน้าจ๋อยว่า
“น้องอรไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่ผมชอบ ถ้าใช่ ผมคงจะสนใจมานานแล้ว ที่จริงผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมชอบผู้หญิงแบบไหน เพราะยังไม่เคยมีใครมาทำให้ผมรู้สึกสนใจมากๆ พ่อกับแม่ก็พยายามจับคู่ให้ผมแต่ผมปฏิเสธตลอด จนตอนนี้ท่านก็เลิกสนใจไปแล้ว”
“เหรอ??? งั้นแสดงว่าเราไม่ชอบโดนจับคู่”
“ถ้าจะให้ดีที่สุด ผมว่าเราอย่าบังคับให้ใครมารักกับใครเลยดีกว่า ความรักมันต้องเกิดจากคนสองคน และผมก็ตั้งใจไว้แล้วว่า ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมเลือกเอง”
ฟังวเรศจบ พีรพลถึงกับยกมือปาดเหงื่อ พอดีชื่นฤทัยพาอรวิลาสแต่งสวยเซ็กซี่เดินมาส่งให้วเรศ ฝากให้เขาช่วยดูแลน้อง พาไปทานข้าวและช็อปปิ้งด้วย วเรศรับคำแล้วพากันเดินออกไป ชื่นฤทัยมองอย่างปลื้มใจแล้วเดินเข้าบ้าน
เอมิกาเอากาแฟมาให้พีรพลพอดี เขาให้เธอตามวเรศกับอรวิลาสไป ถ้าอรวิลาสไม่ยอมให้ไปด้วยก็ให้อ้างว่านี่เป็นคำสั่งของคุณชื่น
จริงอย่างที่พีรพลคาด อรวิลาสบอกเอมิกาว่าไม่ต้องไปตนดูแลตัวเองได้ แต่พอเธออ้างว่าเป็นคำสั่งของชื่นฤทัย อรวิลาสก็พูดไม่ออก วเรศเร่งให้รีบไปกันเพราะเดี๋ยวตนมีธุระต้องไปทำอีก อรวิลาสจึงกระแทกกระทั้นขึ้นรถไป
ooooooo
วเรศพาไปดูโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษหลายแห่ง แต่ไม่ถูกใจอรวิลาสสักแห่ง เอมิกาเริ่มเซ็งกับการเดินตามต้อยๆ จนอรวิลาสเสนอว่าใกล้เที่ยงแล้วไปหาอะไรทานกันดีกว่า วเรศถามว่าจะทานอะไรดี อรวิลาสทำท่าคิด แอ๊บแบ๊วให้ดูน่ารัก
เอมิกาหันมองไปรอบๆ เซ็งๆ พลันก็ใจหายวาบเมื่อเห็นแว่นเพื่อนร่วมสถาบันที่เรียนเอกวารสาร เดินต้วมเตี้ยมมาทางนี้พอดี เธอตกใจหันไปคว้าแขนวเรศไม่รู้ตัวชวนรีบไปกันเถอะ พลางลากเขาไป จนวเรศถามว่าหนีใครหรือ เธอจึงรู้ว่าจับแขนเขาอยู่ รีบปล่อยทำเฉไฉถามว่า “คุณอรล่ะคะ”
อรวิลาสตามมาตัดพ้อวเรศว่าทำไมต้องหนีตน เอมิการีบแก้ให้ว่าไม่ได้หนี คุณตั้มกำลังตามหาเธออยู่ต่างหาก แล้วชวนรีบไปหาอะไรทานกันเดี๋ยวเที่ยงคนจะแน่น แล้วเดินนำเข้าไปเลย วเรศทั้งงงทั้งทึ่งที่เอมิกาแก้ตัวได้เนียนจนไม่น่าเชื่อ
เมื่อเข้าร้านอาหาร อรวิลาสไล่เอมิกาไปนั่งโต๊ะอื่นจะสั่งอะไรก็ตามใจ แต่วเรศบอกให้นั่งทานด้วยกัน
ที่นี่แหละ พลางมองเก้าอี้ข้างๆ เอมิกาจึงนั่งคู่กับเขา แต่อรวิลาสนั่งฝั่งตรงข้าม
เจ้ากรรม!! แว่นตามเข้าร้านมาจนได้ เอมิการีบเอาเมนูบังหน้าทำเป็นอ่าน แต่แอบมองแว่นว่าจะไปนั่งโต๊ะไหน เอียงคอมองไปหลบไป จนไหล่ไปอิงแอบไหล่วเรศไม่รู้ตัว อรวิลาสเงยหน้าจากเมนูเห็นเข้า ถามเสียงเขียว
“ชะเอม!!พี่ตั้ม!! ทำอะไรกัน”
เอมิการีบผละออก แก้ตัวว่าตนกำลังถามคุณตั้มว่าอะไรอร่อย วเรศผสมโรงถามว่าแล้วเธออยากทานอะไรล่ะ แต่เพราะเอมิกาคอยมองแว่นว่าจะไปนั่งที่ไหนเลยไม่ได้ยิน จนวเรศถามเสียงดัง “ว่าไงชะเอม อยากทานอะไร?”
“เออ...เอา...Fettuccine with mushroom cream sauce ค่ะ” เอมิกาบอกลนๆ เร็วๆ
วเรศผงะไปนิดหนึ่ง เห็นในเมนูมีแต่ภาษาอังกฤษแต่เอมิกาก็สั่งได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วนอรวิลาสหน้าเสียเพราะตัวเองอ่านเมนูไม่ออก พอวเรศถามว่าจะสั่งอะไรก็ทำฉอเลาะว่า “อรเอาแบบพี่ตั้มแล้วกันค่ะ ง่ายดี”
เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะแว่นเกิดมานั่งโต๊ะถัดไปและหันหน้ามาทางเอมิกาด้วย ทำเอาเธอนั่งไม่ติด พริบตา นั้น แว่นลุกขึ้นเดินตรงมาทางโต๊ะยกมือทัก “เฮ้ย!!...” เอมิกาตกใจมุดลงใต้โต๊ะทันที
ที่แท้แว่นเดินไปทักเพื่อนที่อยู่ข้างหลังเธอ อรวิลาสถามว่าเธอมุดลงไปใต้โต๊ะทำไม เธอปดหน้าตายว่าทำของตก วเรศมองอย่างไม่เชื่อ แต่เอมิกาไม่สนใจเพราะมัวกลัวแว่นจะเห็น นึกในใจว่า “ถ้าแว่นเห็นเราเมื่อไหร่ จบเห่!”
เอมิกาค่อยๆโผล่มาข้างหลังวเรศใช้เขาบัง
ตัวเองไว้ ส่วนอรวิลาสมัวแต่เอาจานอาหารของวเรศมาวางคู่กับของตน แล้วถ่ายรูปมุมโน้นมุมนี้บอกว่าจะเอาไปลงเฟซบุ๊ก เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
วเรศตกใจเมื่อเห็นเอมิกามาอยู่ข้างหลังตน ถามว่าทำอะไร เธอบอกว่าทีแรกนึกว่ากระเป๋าสตางค์หล่นใต้โต๊ะแต่ไม่มี สงสัยจะตกระหว่างทาง ขอไปหาก่อน แล้วเดินเลี่ยงๆ หลบๆ ออกไป หมายหนีให้พ้นจากสายตาแว่น
“พี่ตั้มไม่ต้องสนใจมันหรอก ทานกันเถอะค่ะ” อรวิลาสชวนแล้วลงมือทานกัน
เอมิกาเดินออกไปนึกว่าหนีพ้นแว่นแล้ว แต่ที่ไหนได้ แว่นเดินตามมาสะกิดไหล่ทักอย่างยินดีว่า เห็นเธอในร้านอาหาร มากับใคร แฟนใหม่หรือ เอมิการีบบอกว่าไม่ใช่ เขาเป็นเพื่อน
“งั้นก็แล้วไป” แว่นมือไวคว้ามือเธอหมับอ้อนตาหวาน “แว่นอยากให้เอมรู้นะว่าถึงเอมจะเป็นแฟนกับป่อง แต่แว่นก็ยังรอเอมเสมอ...ซารังเฮโย...” แว่น
เอามือทำรูปหัวใจ ทั้งยังส่งจูบให้ก่อนเดินไป ทำเอาเอมิกายิ้มแหย แต่ก็โล่งใจ
ooooooo
ฝ่ายปองเทพคิดหาทางจะขโมยโทรศัพท์ของหนูอ้อยตามคำสั่งของอรวิลาส เดินตามหาหนูอ้อยจนเจอกำลังเล่นเป็นคุณนายกับคนใช้อยู่กับจุ่น โดยให้จุ่นเป็นคุณนายและตัวเองเป็นคนใช้
ปองเทพหาทางแทรกเข้าไปแทนจุ่น แล้วทำเป็นคุณนายอยากดื่มกาแฟใช้หนูอ้อยไปชงมาให้ เมื่อหนูอ้อยเอากาแฟมาให้จึงแกล้งทำกาแฟหกรดมือถือแล้วจะเอาไปเช็ดให้ หนูอ้อยรู้ทันเอานิ้วจิ้มตาทั้งสองข้างจนปองเทพร้องจ๊ากลุกเดินหนี แต่เพราะเจ็บตามองไม่เห็นเลยเดินชนต้นไม้อีกโครมใหญ่!!
อรวิลาสกลับมาคุยอวดชื่นฤทัยว่า วันนี้พี่ตั้มพาตนไปช็อปปิ้งแล้วยังพาไปทานข้าวด้วย ชื่นฤทัยลุ้นอยากฟังทีเด็ดกว่านั้น ถามว่า แล้วต่อจากนั้นล่ะ...แล้วก็ต้องผิดหวัง เมื่ออรวิลาสบอกว่าจากนั้นก็กลับบ้าน ชื่นฤทัยบ่นลูกสาวว่าโอกาสอยู่ในมือแท้ๆกลับไม่ฉวย ต้องให้แม่จัดการให้ทุกเรื่องเลยรึไง แล้วพาลโทษว่าเพราะพีรพลให้ชะเอมไปด้วย ไม่อย่างนั้นตั้มก็คงพาลูกไปดูหนังต่อแล้ว
ขณะนั้นเอง หนูอ้อยเดินเข้ามาบอกอรวิลาสว่าตนอยากดื่มน้ำส้มไปเอาให้หน่อย อรวิลาสบอกหนูอ้อยอย่างอ่อนหวานว่า “รอพี่อรเดี๋ยวนะ” ชื่นฤทัยถามหนูอ้อยงงๆว่า “ดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่?” หนูอ้อยยิ้มมีเลศนัย แต่ไม่ตอบ
ชื่นฤทัยยังติดใจเรื่องวเรศ เมื่ออยู่กันตามลำพังกับพีรพล เธอคาดคั้นถามว่าเขาจงใจกีดกันลูกตนกับหลานเขาใช่ไหม พีรพลขอว่าเรื่องนี้ปล่อยให้เด็กตัดสินใจกันเองเถิด ชื่นฤทัยโกรธมากถามว่าพูดแบบนี้แสดงว่าไม่อยากให้ลูกตนลงเอยกับหลานเขาใช่ไหม ลูกตนไม่ดีตรงไหน
“ไม่ใช่ไม่ดี...น้องอรแกก็น่ารัก แต่...”
“ไม่มีคำว่าแต่!! หลานตั้มเป็นผู้ชายคนเดียวที่จะได้เป็นลูกเขยฉัน และคุณต้องหาทางทำยังไงก็ได้ ให้ต่อไปนี้หลานตั้มต้องมาบ้านเราทุกวัน”
พีรพลได้แต่ถอนใจอย่างกลัดกลุ้มในความมุ่งมั่นของชื่นฤทัยกับความรู้สึกที่แท้จริงของวเรศ
ooooooo
เอมิกาละเหี่ยใจกับความวุ่นวายในบ้านนี้เหลือเกิน แต่ก็ยังพยายามปลุกใจตัวเอง เตือนใจตัวเองว่า
“การปลอมตัวนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิด ห้ามท้อนะเอมิกา อย่าลืมว่าเธอเข้ามาที่นี่เพราะอะไร เรียนรู้ชีวิต! เรียนรู้ชีวิต!!”
แล้วเธอก็ตกใจเมื่อหันไปเห็นวเรศเดินตามเข้ามาในเรือนคนใช้ ถามว่าตามมาทำไม เขาไม่ตอบแต่ย้อนถามหน้าตาเอาเรื่องว่า “ไอ้อ้วนใส่แว่นที่คุยกับเธอเป็นใคร แล้วทำไมเธอต้องหนีเขาด้วย หรือว่าเขาเป็นเจ้าหนี้เธอ”
เอมิกาบ่นว่าพ่อยังไม่เคยซักถามอะไรตนแบบนี้เลย วเรศไม่สนใจ คาดคั้นให้บอกมาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร พอเธอบอกว่าเป็นเพื่อน เขาเยาะหยันว่า
“ฉันไม่สนใจว่าในอดีตเธอเคยทำอะไรมาบ้าง ซึ่งมันอาจจะมากกว่าโคโยตี้” เอมิกาเลือดขึ้นหน้าถามว่าเขายังคิดว่าตนเป็นผู้หญิงแบบนั้นหรือ “ก็พฤติกรรมของเธอที่ฉันเห็นมันชวนให้ฉันคิดแบบนั้น ในบ้านเธอก็มีคนใช้อาแป๊ะ ข้างนอกเธอก็มีไอ้อ้วน ความต้องการของเธอมันดูจะเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเธอคิดจะจับอาพีเพื่อหวังจะสบายไปตลอดชาติละก้อ...ฉันบอกตรงนี้เลยว่า เธอคิดผิด! อย่าทำอะไรที่มันเป็นการเสี่ยงกับตัวเอง ฉันไม่อยากทำลายอนาคตของเธอ”
ทั้งคู่ไม่รู้ว่า ที่มุมหนึ่งนั้น บรรจงแอบดูอยู่ บรรจงเหยียดยิ้มกับแผนร้ายที่ฉุกคิดได้
ooooooo
อรวิลาสไม่พอใจมากที่ปองเทพขโมยโทรศัพท์ของหนูอ้อยไม่สำเร็จ บอกเขาว่าตนทนกับการจิกหัวใช้ของหนูอ้อยไม่ไหวแล้ว วางแผนกันว่า หนูอ้อยเป็นคนติดโทรศัพท์มากจะติดตัวตลอดเวลา ยกเว้นเวลาอาบน้ำ จึงวางแผนกันจะไปขโมย
เมื่อได้เวลาหนูอ้อยอาบน้ำ จึงย่องเข้าไปในห้องนอน ปรากฏว่าไม่มีคาดว่าคงเอาเข้าห้องน้ำด้วย อรวิลาสวางแผนทำทีจะช่วยขัดหลังให้ หนูอ้อยจึงให้เข้าไปในห้องน้ำ
ระหว่างที่อรวิลาสขัดหลังให้หนูอ้อยนั่นเอง ปอง– เทพก็ย่องเข้าไปหยิบโทรศัพท์ อารามรีบร้อนเลยหกล้มเกิดเสียงดัง หนูอ้อยถามว่าเสียงอะไร อรวิลาสบอกว่าไม่มี บอกให้อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวขัดหลังให้ไม่สะอาด
พอปองเทพขโมยโทรศัพท์ไปได้แล้ว อรวิลาสก็เลิกขัดหลังให้หนูอ้อยลุกเดินออกไปเลย หนูอ้อยได้แต่มองงงๆ
เมื่อได้โทรศัพท์แล้ว อรวิลาสบอกว่าต้องทำลายซิมเพื่อความชัวร์ว่ารูปจะไม่หลุดออกไป ปองเทพถามว่าแน่ใจหรือว่าหนูอ้อยไม่ได้เอารูปลงคอมฯแล้ว
“เด็กนั่นคิดอะไรชั้นเดียว ไม่คิดอะไรซับซ้อนหรอก” พูดแล้วเดินจ้ำออกไปเลย
“ผู้หญิงแบบนี้ ใครได้เป็นเมียคงซวยไปตลอดชาติ...เฮ้อ...” ปองเทพพึมพำทำหน้าแหยงๆ
หนูอ้อยอาบน้ำเสร็จหามือถือไม่เจอ คิดได้ทันทีว่าต้องเป็นฝีมืออรวิลาสแน่ๆ คิดแล้วเดินอ้าวไปที่โต๊ะอาหารเพราะเป็นเวลาอาหารพอดี พอเจอหน้าอรวิลาสก็ทวง “พี่อร! เอามือถือหนูอ้อยคืนมา”
อรวิลาสทำหน้าตายว่าไม่รู้เรื่อง เลยโต้เถียงกันลั่น ชื่นฤทัยปรามหนูอ้อยว่าจะมาปรักปรำพี่ลอยๆ อย่างนี้ไม่ได้ ถามว่ามีหลักฐานหรือเปล่า
“ไม่มี!! แต่หนูอ้อยรู้ว่าพี่อรเป็นคนเอาไป เพราะในมือถือหนูอ้อยมีรูปที่พี่อรจูบปากกับพี่ป่อง!!”
ทุกคนที่นั่นช็อก อรวิลาสลุกพรวดไปประจันหน้าหนูอ้อยด่าว่าพูดมั่วเรื่องตนกับคนใช้บ้านน้าแป๊ะ อย่ามาสร้างเรื่องเลยไม่มีใครเชื่อหรอก หนูอ้อยพรวดเข้าผลักอรวิลาสอย่างแรงแล้วมุดแอบไปใต้โต๊ะ อรวิลาสจะมุดไปลากออกมาหัวเลยชนโต๊ะดังโป๊ก แต่ก็ตะครุบตัวหนูอ้อยไว้ได้
เกิดความชุลมุนจนเอมิกาต้องเข้าไปขวาง นาก สมพิศช่วยกันล็อกแขนอรวิลาส ส่วนพีรพลเข้าไปอุ้มหนูอ้อยไว้ หนูอ้อยดิ้นสุดแรงเลยถูกพีรพลตบก้นเพียะ! หนูอ้อยร้องไห้ลั่น พีรพลรู้สึกตัวรีบขอโทษ แต่อรวิลาสสะใจนัก!
หนูอ้อยเข้าห้องนอนขังตัวเองไม่ยอมกินข้าว เอมิกาเข้าไปหว่านล้อมก็ถูกไล่ตะเพิดไม่ยอมกินจะได้ตายๆไปเลย
เอมิกาถามว่าทำไมแช่งตัวเองแบบนั้นกับแค่มือถือเครื่องเดียว และมือถือก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตด้วย
“แต่มันเป็นชีวิตของหนูอ้อย ถ้าไม่มีมือถือ หนูอ้อยจะแชตกับเพื่อนได้ไง”
“หนูอ้อยมีคุณพ่อคุณแม่ หนูอ้อยก็คุยกับท่านสิคะ”
“พ่อกับแม่ไม่มีเวลาให้หนูอ้อย ไม่เคยสนใจหนูอ้อย หนูอ้อยเกลียดพ่อเกลียดแม่”
เอมิกาเตือนว่าอย่าพูดอย่างนี้มันเป็นบาป ชาติหน้าระวังจะเกิดเป็นเปรต หนูอ้อยถามว่าเปรตเป็นยังไง พอฟังเอมิกาอธิบายก็ตกใจรีบขอโทษ ต่อไปจะไม่ว่าพ่อแม่อย่างนี้อีกแล้ว ถามว่าจะทันไหม
“ทันค่ะ...หนูอ้อยสำนึกผิด เพราะฉะนั้นก็ไม่เกิดเป็นเปรต ตอนนี้ทานข้าวได้แล้วนะคะ พี่จะอยู่เป็นเพื่อน”
หนูอ้อยพยักหน้ายอมทานข้าวแต่โดยดี เอมิกานั่งยิ้มอย่างสบายใจ
เมื่อกลับไปที่เรือนคนใช้ นากหลับไปแล้ว เอมิกาเอาแท็บเล็ตออกมาบันทึกเสียง...
“หนูอ้อย เด็ก 6 ขวบกว่าที่เอาแต่ใจและขาดความอบอุ่น ติดมือถือเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อขาดการดูแลเอาใจใส่จากพ่อและแม่ ก็เลยชดเชยความรักที่ขาดไปด้วยวัตถุสิ่งของ...”
ooooooo
รุ่งขึ้น บรรจงไปฟ้องอรวิลาสแต่เช้า เธอถามว่าไหนวเรศบอกว่าจะกลับแล้วย้อนกลับมาอีกทำไม บรรจงยุแหย่ว่าเขาคงกลัวเธอเห็นเลยต้องหลบๆซ่อนๆ แล้วใส่ไฟเอมิกาว่า
“นังชะเอมมันร้ายลึก จงล่ะกลั๊วกลัวว่าคุณตั้มจะโดนมันสอย เพราะขนาดพี่จุ่นของจงมันยังอ่อยตั้งแต่วันแรกที่มันเข้ามาทำงาน แล้วผู้ชายดีๆอย่างคุณตั้มมีเหรอคะที่มันจะไม่แล”
เป่าหูจนอรวิลาสกังวล แล้วบรรจงก็เสนอว่าแบบนี้เราต้องตัดไฟแต่ต้นลม เราต้องร่วมมือกันทำให้ชะเอมถูกไล่ออกไปจากที่นี่ อรวิลาสยิ้มให้บรรจงอย่างเห็นด้วย
ส่วนเอมิกาก็ซักไซ้ปองเทพเรื่องไปขโมยโทรศัพท์มือถือของหนูอ้อย ปองเทพอ้างว่าอรวิลาสสั่งให้ทำ เธอถามว่าแล้วทำไมไม่บอกก่อน ตำหนิว่าทำแบบนี้ไม่ดีเลย ปองเทพสัญญาเสียงอ่อยว่าต่อไปจะไม่ทำ และจะบอกเธอทุกเรื่องที่ทำ
“ชะเอม” บรรจงมาขัดจังหวะ “มาทำลับๆ ล่อๆ แอบคุยอะไรกัน คุณชื่นเรียกให้แกเข้าไปพบเดี๋ยวนี้”
เอมิกากับปองเทพมองหน้ากันเชิงปรึกษา ปองเทพพยักหน้าเธอจึงเดินไป
ชื่นฤทัยสั่งเอมิกาให้ไปเป็นคนใช้ส่วนตัวของอรวิลาส อ้างว่าทำงานเข้าตาลูกสาวตนมาก เอมิกาใจคอไม่ดี ยิ่งเมื่อเห็นสายตาจิกจ้องของอรวิลาสยิ่งใจเสีย แล้วอรวิลาสก็ประเดิมด้วยการให้เธอตามตนไปช็อปปิ้ง
เมื่อเอมิกาไปเล่าให้เพื่อนคนใช้ฟัง ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะสมพิศถึงกับบอกว่า แบบนี้ไม่ตายก็เหมือนตายทั้งเป็น เพราะอรวิลาสเป็นคนเอาแต่ใจตัวแม่เลยทีเดียว คนใช้อยู่ได้ไม่เกินสามวันก็ลาออก อีกคนก็แทบเป็นบ้าเพราะเธอเหวี่ยงได้ทุกเรื่อง มองหน้าเอมิกาแล้วพึมพำ “แต่มันก็น่าแปลกนะ ที่อยู่ดีๆ คุณอรเรียกแกให้ไปรับใช้”
ทำให้เอมิกายิ่งรู้สึกแย่มากๆ
ooooooo
เมื่อตามอรวิลาสออกไปที่ห้างสรรพสินค้า
เอมิกาเห็นชุดสวยก็แวะเข้าไปดู ติดราคา 1,500 บาท อรวิลาสถามว่ามีปัญญาซื้อหรือ
เอมิกาเผลอบอกว่ามี พอนึกได้ก็รีบแก้ว่าไม่มีแต่เห็นมันสวยดี อรวิลาสชมว่าตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย แล้วสั่งซื้อเอง จากนั้นก็เดินซื้ออีกหลายชิ้นจนเอมิกาถามว่าจะซื้อไปขายหรือ
“ใส่เองย่ะ ฉันไม่ชอบใส่เสื้อผ้าซ้ำ คุณแม่บอกว่าเราต้องดูดีเสมอ แม้กระทั่งตอนนอน”
พอจ่ายเงินเสร็จก็ให้เอมิกาถือถุงทั้งหมด จากนั้นเดินหาซื้อของต่อ เอมิกาเดินดูของเพลินเลยเดินแซงหน้าไป ถูกเรียกมาด่าว่าเป็นคนใช้มาเดินนำหน้าเจ้านายได้ไง เธอเลยต้องถอยมาเดินตามหลังรักษาระยะห่างเหมือนคนใช้อื่นที่คอยถือของเดินตามเจ้านายในห้างอย่างเจียมตัว...
อรวิลาสเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ทั้งร้านเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ เธอซื้อของจนเอมิกาทั้งหอบทั้งหิ้วจนแทบไม่เห็นทางเดิน เมื่ออรวิลาสจะซื้อเสื้อคอลเลกชั่นใหม่ เธอถามว่ายังจะซื้ออีกหรือตนถือไม่ไหวแล้ว
“อยู่กับฉันห้ามมีคำว่า “ไม่” ต้องมีแต่คำว่า “ได้” เข้าใจ๋!” ว่าแล้วเดินรี่เข้าร้านไปเลย
ออกจากร้านมีถุงเพิ่มขึ้นอีก เทินขึ้นไปจนเอมิกาไม่เห็นทางต้องค่อยๆเดิน พริบตานั้นมีเด็กเล่นสเกตบอร์ดมาตามทาง เอมิกาหลบไม่ทันถูกชนของหล่นกระจาย เด็กลื่นไถลไปทางอรวิลาสที่เดินอยู่ข้างหน้า เอมิกาตกใจตะโกนบอก แต่ช้าไปแล้ว อรวิลาสถูกชนหมุนคว้างไปชนกระจกเต็มแรงหน้าแนบกระจกอยู่อย่างนั้น
“คุณอร...” เอมิการีบไปพลิกตัวอรวิลาสกลับมาเห็นเลือดกำเดาไหลโกรก เธอนึกในใจ “ตายแน่กู!!”
กลับถึงบ้าน อรวิลาสบอกชื่นฤทัยว่าต้องไล่
เอมิกาออก แต่ชื่นฤทัยบอกว่าคนใช้ราคาถูกแบบนี้หาไม่ง่าย ถ้าจมูกที่ลูกทำมาเสียก็ไปทำใหม่แล้วกัน ส่วน
เอมิกาแม่ก็จะลงโทษหักเงินเดือนครึ่งหนึ่ง
“ขอบคุณมากค่ะ” เอมิการีบยกมือไหว้ โล่งใจที่แค่โดนหักเงินเดือน
พอบรรจงรู้ว่าเอมิกาแค่ถูกหักเงินเดือนก็หงุดหงิดมาก ผิดกับนาก จุ่น แม้กระทั่งสมพิศ ที่ถือว่าเอมิกายังโชคดี นากเสนอว่าถ้าเงินไม่พอใช้ตนช่วยได้ เอมิกาขอบคุณแต่ไม่ต้อง เพราะตนไม่ได้ใช้อะไรสักเท่าไหร่
คืนนี้ เอมิกาเอาแท็บเล็ตเข้าไปนั่งพิมพ์บันทึกในห้องส้วม...
“คุณอรวิลาส สวย เริ่ด เชิดหยิ่ง นิสัยเสีย คนคนนี้ยังหาความดีไม่เจอ และไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่” พิมพ์แล้วหยุดคิด “ทำไมคนที่มีพร้อมทุกอย่างอย่างคุณอรถึงดูเป็นคนไม่มีความสุข เรียนก็ไม่จบ งานการก็ไม่ทำ ไม่มีความคิด ไม่มีความฝันเป็นของตัวเอง ทำตามที่แม่สั่งทุกอย่าง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ฉันยังไม่เคยเห็นคุณอรวิลาสยิ้มเลย...จริงสินะ...ไม่เคยเห็นจริงๆ แต่จะว่าไปคนบ้านนี้ก็ไม่เห็นจะมีใครมีความสุขสักคน ทั้งเจ้านายทั้งคนใช้...หรือว่า...จะมี??”
ooooooo
เอมิกาฉุกคิดอะไรได้ รุ่งขึ้นเธอไปที่บ้านอรทัย เจอยายแจ่ม ยายจัน และยายปีบ สามยายคนใช้บ้านอรทัย เธอทำทีเอาส้มมาให้ บอกว่าคุณชื่นฤทัยให้มาเยอะเลยแบ่งมาให้พวกยายๆกินกัน
ปรากฏว่าถูกสามยายมองอย่างไม่ใว้ใจ ไม่รับส้ม ซ้ำยังปิดประตูใส่หน้าด้วย แต่เอมิกาก็ไม่ยอมถอย ยืนเคาะประตูเรียกอยู่อย่างนั้น
ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น อรทัยกำลังนอนคว่ำหน้าให้อเนกนวด ครู่หนึ่งก็สั่งให้ไปคั้นน้ำส้มมาให้กิน อเนกเดินเซ็งออกไปบ่นอุบอิบ “โธ่...อีอ้วน...กระแดะอยากกินน้ำส้มนางเอก”
อเนกเดินมาเห็นเอมิกากำลังเคาะประตูเรียกพวกยายๆอยู่ ก็เลียปากแผล็บย่องเข้าไปจ๊ะเอ๋ เอมิกาตกใจสะบัดมือตบหน้าเพียะ แล้วรีบขอโทษ อเนกถือว่าผู้หญิงตบแปลว่าให้ท่า เลยคว้ามือเธอไว้
เป็นจังหวะที่วเรศได้รับโทรศัพท์จากผู้ว่าอุทยานกับอัมพรว่าจะมาคุยเรื่องงานตอนเที่ยง เขาจึงมาเอาเอกสารที่พีรพล ขากลับเห็นอเนกกำลังจับมือถือแขนเอมิกาพอดี เขาส่ายหน้าเดินผ่านไปอย่างไม่อยากมอง
เอมิกาผละจากอเนกเดินมาเจอวเรศเข้าพอดี เธอยกมือไหว้ทัก “สวัสดีค่ะคุณตั้ม แหม...มาเช้าจังเลยนะคะวันนี้”
“ฉันมาเช้าแล้วทำไม? หรือว่ากลัวฉันจะเห็นอะไรเข้า”
ถูกประชดประชันแต่เช้า เธอเลยแขวะกลับไปบ้างว่าคนเป็นเลขาเขาพูดให้ฟังงงๆกันอย่างนี้ทุกคนหรือ
ฝ่ายหนึ่งกำลังหงุดหงิด อีกฝ่ายอยากยั่ว จึงปะทะคารมเล่นลิ้นกันไปมา แต่วเรศสู้ปากคอเอมิกาไม่ได้ เขาตัดบทว่า
“ชะเอม หยุดต่อปากต่อคำกับฉันสักที ฉันเคยเตือนเธอแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอย่าทำอะไรที่มันเสี่ยงกับตัวเอง”
ขณะเอมิกายังงงๆนั่นเอง บรรจงที่ไปวางแผนใหม่กับอรวิลาสหลังจากแผนแรกไม่สำเร็จออกมาเห็นเข้า ชี้ให้อรวิลาสดูยุว่า “คุณอรดูนังชะเอมสิเจ้าคะ แอบมาดักพบคุณตั้มอยู่นี่เอง”
อรวิลาสของขึ้น เดินตรงไปถามวเรศว่ามานาน
แล้วหรือ เอมิกาฉวยโอกาสนั้นจะเดินเลี่ยงไป ถูกอรวิลาสสั่ง
“ชะเอม! ฉันมีงานให้ทำ บรรจงจะเป็นคนบอกเธอต้องทำอะไรบ้าง”
เมื่อเอมิกาเดินตามบรรจงไปที่ห้องนอนของอรวิลาส เธอมองอึ้งกับห้องที่รกรุงรัง ข้าวของเกะกะไปหมด ถามว่านี่มันห้องนอนหรือห้องเก็บของกันแน่
“แกไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นใดๆ จัดการเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อย หลังจากนั้นแกต้องไปอาบน้ำให้คุณชายใหญ่ แล้วต่อด้วยล้างรถให้คุณอร แกต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายในบ่ายโมง!” เอมิกาตกใจถามว่าใครจะทำได้ทัน “ไม่รู้ ไม่สน แกต้องทำตามคำสั่งของคุณอรอย่างเคร่งครัด” พูดแล้วสะบัดพรืดไป
เอมิกามองสภาพห้องแล้วถอนใจเฮือกใหญ่...เฮ้อ...
ooooooo
อุทยานกับอัมพรมาที่คอนโดฯของเอมิกา ป้านวลที่เป็นคนดูแลห้องให้ตกใจเพราะไม่นึกว่าทั้งสองจะมา อุทยานบอกว่ามาธุระ เย็นๆก็กลับแล้ว อัมพรถามว่าแล้วเอมิกาหายไปไหน ป้านวลตอบอย่างมีพิรุธว่าออกไปกับเพื่อน
อัมพรถามว่าเพื่อนคนไหน ป้านวลตอบไม่ออก อัมพรจึงโทร.เข้ามือถือเอมิกาเอง
เวรกรรม! เอมิกาทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่เรือนคนใช้ นากเลยรับสายแทน พอเห็นที่หน้าจอว่า “แม่” นากดี๊ด๊ารีบฝากเนื้อฝากตัว แนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนเอมิกานอนห้องเดียวกันด้วย อัมพรเอะใจถามว่าแล้วตอนนี้ลูกสาวตนอยู่ไหน
“คุณแม่รอสักครู่นะฮะ”
อัมพรหน้าไม่ดีบอกอุทยานว่าเพื่อนเอมรับโทรศัพท์แต่ดูแปลกๆยังไงไม่รู้
นากรีบเอาโทรศัพท์ไปให้เอมิกาบอกว่าคุณแม่โทร.มาและตนก็แนะนำตัวเองกับท่านเรียบร้อยแล้วด้วย เอมิกาหน้าเสีย รับโทรศัพท์เดินไปทางห้องน้ำ นากตามไปอย่างอยากรู้อยากเห็น ถูกเธอปิดประตูปังจนสะดุ้งหยุดกึก
อัมพรถามเอมิกาทันทีว่าเพื่อนคนนั้นเป็นใคร ผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำไมถึงนอนห้องเดียวกัน ให้เล่ามาอย่างละเอียดเลย
“แม่ใจเย็นก่อน เพื่อนเอมเป็นผู้หญิง เขากำลังจะไปแคสติ้งบททอม ก็เลยต้องพูดจาห้าวๆแมนๆ” อัมพรย้ำว่าอย่าโกหกแม่นะ “เอมไม่โกหกแม่หรอก สาบานเลยก็ได้เอ้า”
อุทยานพูดแทรกขึ้นว่าแม่เขากลัวลูกจะมีแฟนเป็นทอม เอมิการับรองว่าตนชอบผู้ชาย ผู้ชายเท่านั้นที่ตนต้องการ อัมพรจึงค่อยเบาใจ บอกว่า 11.30 น. ให้มาทานข้าวกับพ่อกับแม่เพราะเย็นนี้ก็จะกลับเชียงใหม่แล้วกำชับเข้ม “ห้ามเลต!”
อุทยานฟังอยู่เดาออกว่าอัมพรกำลังจะจัดหาคู่ให้ลูกอีกแล้ว อัมพรยอมรับ อ้างว่าเพราะขืนปล่อยให้ลูกหาเองมีหวังได้คนเพี้ยนๆมาเป็นลูกเขยแน่ อุทยานฟังแล้วได้แต่ถอนใจ
ooooooo
เอมิกาอยากจะบ้าตาย ไหนจะต้องเร่งงานให้เสร็จทันเวลา ไหนแม่จะยื่นคำขาดให้ไปกินข้าวกันอีก หันไปขอแรงนากให้ช่วยทำห้องให้ แล้วแว่บออกไปโทร.หานงลักษณ์ขอแรงมาช่วยอีกคน โดยให้ปองเทพหาทางพานงลักษณ์เข้ามาในบ้านอย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด
ปองเทพรีบไปรับนงลักษณ์ที่มารออยู่ตรงประตู พอเปิดประตู บรรจงก็มาทักว่าเห็นใครยืนอยู่ตรงประตู ปองเทพแทบช็อก เลยทำหลีใส่ จนบรรจงเคลิ้ม แล้วให้นงลักษณ์แอบเข้าไป
เอมิกาให้นงลักษณ์ใส่เสื้อผ้าของเธอ ฝากนากให้ดูแลเพื่อนตนด้วย ตนจะไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลสักสองชั่วโมงแล้วจะรีบกลับ ไม่ลืมเอาหน้ากากอนามัยให้นงลักษณ์ใส่ คนจะได้จำไม่ได้ ตัวเธอก็ใส่ชุดช่าง ใส่หน้ากากอนามัยเดินไปกับปองเทพ เจอสมพิศกลางทาง เอมิกาแกล้งพูดเสียงดังๆว่า
“ถ้าแอร์มีปัญหา โทร.เรียกผมนะครับ”
สมพิศมองอย่างสงสัยแต่ไม่ติดใจ พอหลบออกไปได้ เอมิกาถอนใจเฮือกใหญ่กับความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามา
ooooooo
อุทยาน อัมพร และวเรศ นั่งคุยงานกันที่ร้านอาหารตามที่นัดเอมิกาไว้ จนใกล้เวลา อัมพรโทร.เช็ก
เอมิกาบอกว่าใกล้ถึงแล้ว วเรศได้ยิน อัมพรจึงบอกว่านัดลูกสาวมาทานข้าวด้วย คงไม่รังเกียจ วเรศตอบอย่างสุภาพว่า “ไม่รังเกียจครับ” แล้วคุยงานกับอุทยานต่อ
เอมิกามาถึงหน้าร้าน พอเดินเข้าไปก็ผงะเมื่อเห็นวเรศนั่งคุยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ เธอตัดสินใจหันหลังเดินออกไป อัมพรแปลกใจ ขอตัวแล้วรีบลุกตามไปถามเอมิกาว่าทำไมไม่เข้าไปที่โต๊ะ เดินออกมาทำไม เอมิกาปดว่าขอเข้าห้องน้ำก่อน อัมพรบอกว่าห้องน้ำอยู่ข้างใน เธอถามแม่ว่าแล้วคนนั้นเป็นใครหรือ
“เขาเป็นเลขารัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ตอนนี้เขามีโปรเจกต์ที่ต้องทำงานร่วมกับคุณพ่อ ไป เข้าไปข้างในได้แล้ว” เอมิกาเลยจำต้องเดินตามแม่ไปที่โต๊ะ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
โชคดีที่วเรศไปเข้าห้องน้ำ เลยได้หายใจอีกเฮือก ...ถามตัวเองว้าวุ่นใจว่า...จะทำยังไงดี??
ooooooo
ที่บ้านชื่นฤทัย อรวิลาสนอนอ่านหนังสืออยู่ริมสระ เปรยๆกับบรรจงที่เสนอหน้าอยู่ข้างๆว่า “ไม่รู้ป่านนี้ยัยชะเอมเป็นยังไงแล้ว” บรรจงพูดอย่างสะใจว่าชะเอมไม่มีทางทำงานเสร็จตามเวลาที่เธอสั่งแน่ ยุว่าต้องใช้งานให้หนัก ทำจนไม่ได้พัก พอทนไม่ได้ก็ลาออกเองแหละ
นาก นงลักษณ์ และปองเทพ จัดเก็บปัดกวาดในห้องนอนเสร็จแล้ว พากันออกมาที่โรงรถ นากบอกว่าเหลือล้างรถอย่างเดียวเท่านั้น นงลักษณ์ชมนากว่าสุดยอดสมกับเป็นมืออาชีพเลย แล้วบอกปองเทพให้ไปเฝ้าต้นทาง ตัวเองกับนากจะช่วยกันล้างรถ
ปองเทพไปยืนได้อึดใจเดียว แป๊ะก็มาเจอถามว่ามายืนอยู่แถวนี้ทำไม หรือมาหาคนใช้สาวๆ ปองเทพอึกอักๆพอนึกได้ก็พูดปะเหลาะว่า “มาหาเก็บดอกไม้เอาไปปักแจกันไปประดับบ้านคุณแป๊ะ”
“แหม...โรแมนติกจริงนะพ่อคุณ...” แป๊ะเชยคางปองเทพมองตาเยิ้ม “ตรงนี้ไม่ค่อยมีดอกไม้หรอก ต้องทางโน้น...มา...ฉันจะพาไป” ว่าแล้วก็ควงแขนไปเลย
ooooooo
เอมิกาตื่นเต้นจนเหงื่อแตกเต็มหน้า อุทยานถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่าในนี้ร้อนมาก ร้อนจนรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ เหลือบเห็นวเรศกำลังเดินมา ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยรีบก้มหน้า นึกได้เอาหน้ากากอนามัยมาสวมเอาแว่นดำมาใส่
อัมพรถามว่าเป็นอะไร เธอทำเสียงไม่สบายบอกว่าแพ้อากาศและตอนนี้อาการแพ้ก็ลามเข้าตาแล้ว ว่าแล้วก็ทั้งจามทั้งขยี้ตาวุ่นวายไปหมด
พอวเรศเดินมานั่ง อัมพรแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน เอมิกาแกล้งไอแล้วขอโทษบอกว่าตนแพ้อากาศ วเรศแนะนำว่าเมื่อก่อนตนก็เคยเป็น แต่พอออกกำลังกายประจำก็หาย อัมพรได้ทีฝากว่าว่างๆให้พาน้องไปเล่นกีฬาด้วย
เมื่อพนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ อัมพรเรียกให้ทานกันเลย เอมิกาเข้าตาจนจะถอดหน้ากากอนามัยก็กลัววเรศจำได้เลยทำทีขอเข้าห้องน้ำ แล้วโทร.มาบอกอัมพรว่าต้องรีบไปทำรายงานต่อ เพราะอาจารย์จะขอดูเดี๋ยวนี้แล้ว
แต่จะหาทางออกจากร้านอาหารไปได้ยังไงเป็นเรื่องต้องคิดหนัก สุดท้ายเปลี่ยนมาใส่ชุดช่างแล้วเดินออกมา
เจ้ากรรม! วเรศมองมาพอดี เธอหลบหมอบกับพื้นแล้วคลานไป พนักงานเสิร์ฟถือถาดเดินมาไม่เห็นสะดุดโครม ถาดจะร่วง ดีที่เอมิการับไว้ทัน เธอรีบส่งให้พนักงานแล้วลุกเดินจ้ำอ้าวออกไป
วเรศเห็นจนได้ เขาขอตัวกับอุทยานและอัมพรลุกตามไปจนถึงลานจอดรถก็จำได้ว่าเป็นชะเอม แต่แปลกใจว่าทำไมจึงแต่งชุดช่างและมาที่นี่ทำไม
พอถูกจับได้คาหนังคาเขา เอมิกาก็อ้อนว่า ตนมารับจ้างล้างจานที่นี่ เพราะลำพังรายได้จากคนใช้ไม่พอ เธอต้องเลี้ยงพ่อที่เป็นอัมพาต แม่ที่ตาบอด และน้องที่กำลังเรียนหนังสือ ซ้ำยังต้องซ่อมบ้านที่ถูกน้ำท่วมด้วย
วเรศฟังแล้วเห็นใจบอกว่าตนจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ส่วนเรื่องบ้านของเธอนั้น อาทิตย์หน้าตนพอมีเวลาอยากไปดูสภาพบ้านเธอให้เห็นกับตาตัวเอง พูดแล้วเดินกลับเข้าไปในร้านอาหาร ทิ้งเอมิกาให้ยืนพึมพำอย่างกลัดกลุ้ม...
“อะไรมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้เนี่ย!! เฮ้อ... หรือว่าเป็นเพราะเราแช่งพ่อแม่ตัวเองเมื่อกี้” เธอรีบยกมือพนม “คุณพระคุณเจ้า หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจ มันจำเป็นจริงๆค่ะ เฮ้อ...”
ที่บ้านชื่นฤทัย ทันทีที่แป๊ะควงปองเทพออกไป บรรจงกับอรวิลาสก็มาถึงพอดี
นงลักษณ์กับนากทำงานเสร็จแล้ว เธอรีบโทร.ตามเอมิกาเพราะเกือบบ่ายโมงแล้ว เอมิกาบอกว่าใกล้จะถึงพอดี พอวางสายจากเอมิกา ก็เจออรวิลาสกับบรรจงมายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว ทั้งสองเห็นนากยืนอยู่ข้างรถที่เช็ดจนเอี่ยมอ่อง บรรจงถามอย่างระแวงว่าทำไมมาอยู่กับชะเอม นากบอกว่ามาให้กำลังใจเท่านั้น นงลักษณ์ยืนหันหลังให้ อรวิลาสร้องเรียก “ชะเอม...”
นงลักษณ์ใจหายวาบยืนแข็งทื่อจนอรวิลาสสั่งให้หันหน้ามา นากตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรเลยแกล้งร้องลั่นว่าปวดท้องมาก พอทั้งสองหันมองนงลักษณ์ก็หลบแว้บไปอย่างรวดเร็ว
พอนงลักษณ์หลบไปแล้ว นากก็หายปวดท้องทันที บรรจงกับอรวิลาสมองหน้ากันอย่างแปลกใจ พากันตามไป นากพยายามขัดขวางถ่วงเวลา แต่พอถูกอรวิลาสตวาดนากก็จ๋อยกลืนน้ำลายเอื๊อก
นงลักษณ์รีบกลับไปที่เรือนคนใช้ เข้าห้องล็อกประตูโทร.เร่งเอมิกาให้มาเร็วๆ พวกตนกำลังจะตายอยู่แล้ว ทันใดนั้นเอมิการ้องเรียกนงลักษณ์เบาๆ ที่หน้าต่าง นงลักษณ์ดีใจเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์
นากแข็งใจยืนขวางไม่ยอมให้อรวิลาสกับบรรจงเข้าไปในห้อง บรรจงบอกให้อรวิลาสหลบไปตนจัดการเอง ว่าแล้วตรงเข้าจี้เอวนาก นากบ้าจี้หัวเราะก๊ากๆ ร้องบอกให้บรรจงหยุด...หยุด บรรจงยิ่งจี้พลางร้องบอกให้
อรวิลาสรีบเข้าไปเลย
ไม่ทันที่อรวิลาสจะผลักประตู เอมิกาก็เปิดประตูออกมา รีบขอโทษอรวิลาสที่ตนกลับมาก่อน เพราะน้ำยาล้างรถกระเด็นเข้าปากเลยต้องรีบกลับมาบ้วนปาก ถามเย้ยในทีว่ามีอะไรจะให้ทำอีกไหม ตนยังไม่หมดแรงเลย
อรวิลาสหันมองหน้าบรรจงเหวอๆ ต่างพูดไม่ออก
เมื่อทั้งสองกลับไปแล้ว เอมิกาขอบคุณนากมากที่ช่วยเหลือตน นากเตือนว่า
“พี่ว่าเรื่องไม่จบง่ายๆแน่ ท่าทางนังจงมันจะเป่าหูคุณอรให้แกล้งน้องชะเอม ไงน้องชะเอมก็ระวังตัวเอาไว้ให้ดี”
“จ้ะ” เอมิการับคำ ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจกับเรื่องที่จะตามมาอีก
ooooooo
เมื่อกลับไปถึงห้องนอนอรวิลาส บรรจงบอกว่าตนไม่เชื่อว่างานทุกอย่างจะเสร็จเพราะชะเอมคนเดียว น่าเสียดายที่เราไม่มีหลักฐาน ส่วนอรวิลาสกลัวว่าถ้าวเรศรู้พฤติกรรมของตนจะต้องมองตนเป็นนางร้ายแน่ๆ บอกบรรจงว่าตนไม่เอาอีกแล้ว
“ไม่ได้นะเจ้าคะ!!” บรรจงลุกพรวด ห้ามเธอเลิกเด็ดขาด แล้วดัดทำเสียงชื่นฤทัยตำหนิว่า ลูกทำให้ผิดหวังที่ทำให้วเรศเลือกชะเอม ด่าแถมท้ายว่า “ลูกมันห่วย! ไม่ได้เรื่อง!! อย่ามาเรียกฉันว่าแม่อีก” ทำให้อรวิลาสกลัว พูดเสียงอ่อยว่า
“ถ้างั้น แกก็รีบคิดมาว่าเราจะทำยังไงกันต่อไป”
ปองเทพรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฝ้าต้นทางจนเกิดเรื่อง เอมิกาบอกว่าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้มีเรื่องหนักใจกว่าคือ เพิ่งรู้เมื่อกลางวันนี้เองว่าวเรศมาทำงานกับพ่อตน และที่หนักกว่านั้นคือ ตนโกหกวเรศว่ายากจนมากจนเขา อยากมาดูบ้าน ตอนนี้ยังไงไม่รู้เลยว่าจะแก้ปัญหายังไงดี
พอดีสมพิศเดินมาตามชะเอมให้รีบไปช่วยทำงานในครัว เพราะคุณๆ จะมาทานข้าวด้วยกัน ปองเทพเลยรีบหลบไป
ระหว่างทานข้าวร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ อรวิลาสเสนอว่าตนอยากจัดงานฉลองวันเกิด 20 ปีในอีกไม่กี่วันนี้ จะจัดกันเองภายในครอบครัว อาจเชิญเพื่อนสนิทอีกสักสี่ห้าคน ชื่นฤทัยเสนอทันทีว่าให้เชิญวเรศมาด้วย ถามว่าแล้วลูกจะจัดแบบไหน สมพิศเคยเป็นคนจัดมาเกือบสิบปี ถามว่าจะจัดแบบไหนบอกมาได้เลย
“งานนี้อรอยากให้ชะเอมจัดค่ะ” พูดแล้วมองจิกไปทางเอมิกาอย่างสะใจ!
ooooooo










