สมาชิก

ปัญญาชนก้นครัว

ตอนที่ 2

วเรศคุยกับพีรพลจนใกล้เที่ยง พีรพลจึงชวนทานข้าวด้วยกันค่อยกลับ วเรศจึงหอบเอกสารไปเก็บที่รถก่อน เขาทำเอกสารหล่นกระจายในรถ เลยต้องเข้าไปปิดประตูรถเก็บเอกสาร

เอมิกาเห็นรถของวเรศจอดอยู่ อยากรู้อยากเห็นเลยเดินเข้าไปเอาหน้าแนบมองเข้าไปในรถที่ติดฟิล์มปรอท ไม่เห็นใครในรถ เลยผละออกมาเอานิ้วเขียน “รถคันนี้เจ้าของไม่มีมารยาท” เขียนแล้วถอยมายืนอ่านยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

วเรศเห็นตั้งแต่เอมิกาชะโงกดูในรถแล้ว เขาเปิดประตูอีกด้านเดินมายืนข้างหลังเธอถามว่าเขียนอะไร

เอมิกาหันขวับมอง เธอตกใจแทบช็อกเมื่อจำได้ว่าเขาคือวเรศ กลัวแทบขาดใจว่าเขาจะจำได้ แต่โชคดีเขาจำไม่ได้ เพียงรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน แต่เจ้ากรรมนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก

อรวิลาสมาเห็นทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันอยู่ เธอวี้ดว้ายเข้ามาตบหน้าเอมิกาเพียะ! ตบแล้วทำแอ๊บแบ๊วว่าตนทำอะไรไปไม่รู้ตัวเลย ทำหน้าซื่อตาใสบอกว่า “อรขอโทษนะคะที่อรทำร้ายเพื่อนพี่ตั้ม”

พอวเรศบอกว่าคนนี้ไม่ใช่เพื่อนตนเท่านั้น  อรวิลาสก็แหวใส่ทันที “แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!”

เอมิกาบอกว่าตนชื่อชะเอมเป็นคนใช้ใหม่ แล้วรีบขอตัวไปทำงาน อรวิลาสหันไปหวานให้วเรศเชิญเขาไปที่ห้องรับแขกก่อน เดี๋ยวตนจะตามไป วเรศเดินแยกไป แต่คิดถามตัวเองในใจตลอดเวลาว่า “ชะเอม?? เคยเห็นหน้าที่ไหน???”

ส่วนเอมิกาก็ภาวนาใจคอไม่อยู่กับตัว ขออย่าให้เขาจำตนได้เลย แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าเขาคงจำไม่ได้ เพราะไม่ได้พูดอะไร เตือนใจตัวเองว่า “มีสตินะ เอมิกา...”

ooooooo

อรวิลาสเดินไปสั่งสมพิศกับบรรจงที่ห้องรับแขกให้เตรียมอาหารเพิ่มอีกหนึ่งที่ เพราะวเรศจะอยู่ทานด้วย สั่งเมนูพิเศษคือสตูลิ้นวัวให้เขาคนเดียว แล้วรีบออกไปบอกว่าต้องไปเติมหน้าหน่อย

สมพิศวุ่นวายกับอาหารอยู่ในครัว พอเห็นเอมิกาเดินมาก็เอ็ดตะโรว่ามาทำงานวันแรกก็หายไปไหนตั้งนาน สั่งให้ช่วยบรรจงยกกับข้าวออกไปและช่วยจัดโต๊ะด้วย เอมิการับคำสั่งรีบออกไปก่อนจะโดนด่ามากกว่านี้

เอมิกาไปจัดโต๊ะถูกบรรจงปรามาสว่าจะทำได้หรือ จัดโต๊ะแบบอาหารฝรั่งน่ะ เอมิกาไม่ตอบแต่ถามนากว่าจัดกี่ที พอรู้ว่า 5 ที่ก็ลงมือจัดเสร็จภายใน 5 นาที ทุกอย่างจัดวางอย่างถูกต้องตามแบบแผนเปี๊ยบ จนบรรจงกับนากทึ่ง เอมิกาออกไปยืนเล็งแล้วยกแจกันดอกไม้ไปวางไว้กลางโต๊ะ ทำให้ดูดีขึ้นในพริบตา

บรรจงหาเรื่องว่าให้มาจัดโต๊ะอย่าเจ๋อมากนัก เก่งมาจากไหนเชียว ทำให้เอมิกาสุดจะทน สวมวิญญาณแม่ค้าตลาดสด ร้องท้าให้ออกมาเลย ประกาศว่าขนาดจิ๊กโก๋แถวซอยบ้านยังกระซวกมาแล้ว ถ้าไม่ตบให้หน้าหันวันนี้ไม่ใช่อีชะเอม!!

แต่ไม่ทันเปิดฉากปะทะ อรวิลาสก็เดินมาแหวว่า ใครให้จัดโต๊ะที่นี่ สั่งให้ไปจัดที่โต๊ะใหญ่เดี๋ยวนี้ ทุกคนเลยต้องรีบช่วยกันเปลี่ยนสถานที่กันวุ่นวาย

เมื่อทุกคนเข้านั่งโต๊ะ เอมิกามีหน้าที่คอยรินน้ำให้ เธอรู้สึกว่า ถูกวเรศจับตามองตลอดเวลา จนเกิดประหม่า เข้าไปรินน้ำให้เลยมือสั่นทำน้ำกระฉอกเลอะ เธอรีบขอโทษและผละไปอย่างมีพิรุธ

เมื่อมารินน้ำให้อรวิลาส ถูกบรรจงแกล้งเดินเซมาชน ทำให้น้ำหกใส่หัวอรวิลาส ทุกคนตกใจแทบช็อก อรวิลาสโกรธแทบระเบิด แต่อดกลั้นไว้เพราะอยู่ต่อหน้าวเรศ ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนชื่นฤทัยก็ตำหนิสมพิศเรียบๆว่าเอาคนใหม่ออกมาได้ยังไง เพราะยังไม่ได้สอนงานเลย สมพิศขอโทษ แล้วสั่งเอมิกาให้เข้าไปในครัวเลย

ooooooo

เมื่อพากันมาที่ห้องครัว สมพิศปรามเอมิกาว่า ยังดีที่คุณตั้มอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นมีหวังตาย เอมิกาได้จังหวะถามว่าคุณตั้มที่ว่านี่เป็นใครหรือ สมพิศบอกว่าเป็นหลานของพีรพล เป็นคนที่อรวิลาสปลื้มมาก แต่พอถามว่าเขาเป็นแฟนกันหรือก็ถูกด่า

“เอ็งนี่มันก็สาระแนเหมือนกันนะ เรื่องของเจ้านายไม่ต้องยุ่ง อยู่ในนี้ไม่ต้องออกไป”

สมพิศสั่งเอมิกาให้ล้างจานชามที่วางซ้อนกันเต็มซิงค์แล้วเดินออกไป เธอเห็นจานชามแล้วถอนใจเฮือกใหญ่

ขณะเอมิกากำลังล้างจานอยู่นั้น วเรศมาเข้าห้องน้ำ เขายืนมองเธออย่างจับผิด พอหันมาเห็น เธอตกใจทำจานตกแตก เธอโทษว่าเพราะเขาทำให้ตกใจ มัวแต่โต้เถียงกันเอมิกาถูกเศษกระเบื้องบาดมือ ชายหนุ่มเห็นเลือดออกจึงดึงทิชชูส่งให้เช็ดเลือด เอมิกาเช็ดเลือดไปบ่นไป

“เจอคุณทีไร ซวยทุกที”

วเรศสะดุดหูนิ่วหน้าถาม “พูดอย่างกับว่าเราเคยเจอกันมาก่อน” ทำให้เอมิกายิ่งมีพิรุธ วเรศก็ยิ่งสงสัยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเคยเจอเธอที่ไหน แต่สมพิศเข้ามาพอดี โวยวายว่าทำจานราคาแพงแตกแบบนี้ โดนคุณผู้หญิงหักเงินเดือนแน่ๆ

“ผมทำแตกเองครับ ป้าช่วยเก็บให้หน่อยแล้วกัน ผมจะบอกคุณอาชื่นเอง”

เอมิกาอึ้ง ทึ่ง รู้สึกแปลกๆกับท่าทีและสายตาของวเรศ จนเมื่อเขาจะกลับ เอมิกาเดินไปที่รถขอบคุณเขาที่ช่วยตนไว้เมื่อกี้ ชายหนุ่มตอบอย่างเย็นชาว่า

“ผมไม่รับ ผมไม่ได้เต็มใจ ที่ผมช่วยเพราะเห็นว่าคุณทำตามที่ผมบอก ผมก็เลยให้โอกาสคุณเริ่มต้นชีวิตใหม่ คุณโคโยตี้”

ทีแรกเอมิกาก็งงๆว่าเขาเคยบอกอะไร แต่พอฟังจบเธอก็แทบมุดดินหนีเมื่อรู้ว่าเขาจำตนได้แล้วจริงๆ!

วเรศยิ้มที่มุมปากพูดอย่างเป็นต่อ “ทำตัวดีๆ ตั้งใจทำงาน ถ้าคุณทำให้คนบ้านนี้เดือดร้อน ผมจะบอกความจริงกับทุกคนว่าคุณเป็นใคร” พูดแล้วขึ้นรถขับออกไปเลย เอมิกายืนอึ้ง กลืนน้ำลายฝืดคอ กลัวว่างานเป็นคนใช้นี้จะไปไม่รอดอีก...

แล้วก็มีเรื่องที่ทำให้วเรศยิ่งสงสัยเอมิกา เมื่อเขาเห็นปองเทพมาด้อมๆมองๆที่หน้าบ้าน เอมิกาเห็นเข้าเธอเหลียวซ้ายแลขวา พอเห็นไม่มีใครก็วิ่งไปหาปองเทพที่อ้างว่ามาหาเพราะโทรศัพท์แล้วเธอไม่รับสาย เอมิกาไล่ให้รีบกลับไปเสีย

“หรือจะเป็นแฟนกัน...ท่าทางแปลกๆพิกล” วเรศซุ่มดูอย่างสงสัยจนปองเทพกลับไป เขาจึงออกจากที่ซุ่ม หลังจากนั้น เขานัดพบหมูในร้านกาแฟให้ช่วยสืบหาแก๊งโคโยตี้ในผับวันก่อนว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน หมูหล่ิวตาแซวว่า ไหนว่าไม่ถูกจริตกับผู้หญิงพวกนี้ “ฉันมีเหตุผลส่วนตัว แกไม่ต้องถามว่าอะไร ทำตามที่ฉันบอกก็พอ” วเรศทำเสียงเข้มปราม

ส่วนเอมิกาถูกอรวิลาสเรียกไปทำโทษ ฐานทำให้ตนอับอายต่อหน้าวเรศ ด้วยการเอาน้ำเย็นในเหยือกน้ำแข็งราดหัวจนเอมิกาขนลุกซู่ แต่จำต้องกล้ำกลืนรับสภาพ

ถูกข่มเหงกดดันหลายเรื่อง เอมิกาแอบโทรศัพท์ไปเล่าให้นงลักษณ์ที่กำลังฝึกงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในกองถ่ายละคร เล่าอย่างอัดอั้นว่า ตนมาอยู่ที่นี่เจอนางร้ายตัวจริง ซ้ำยังเจอผู้ชายที่ตนตกจากเวทีไปนั่งตัก และเขาก็คือคนเดียวกับที่ช่วยตนไว้คืนนั้นด้วย

“เฮ้ย...แล้วเขาจำแกได้ป่าว?!”

“จะเหลือเหรอ...ฉันต้องพยายามไม่เผชิญหน้ากับเขา สายตาที่เขามองฉันมันน่ากลัวมาก คิดแล้วยังเสียวสันหลังไม่หาย” เพื่อนเตือนให้ระวังตัวด้วย “อือ...เออนี่ ฉันมีอีกเรื่องอยากให้แกช่วย ฉันอยากให้แกช่วยบอกป่องว่าไม่ต้องมาหาฉัน มีเรื่องฉันจะโทร.หาเอง”

เอมิกาวางสายด้วยสีหน้าเครียดจัด เพราะต้องเผชิญศึกหลายด้านเหลือเกิน...

ooooooo

เอมิกาถูกบรรจงคอยจับผิดทั้งหมั่นไส้ที่เอมิกาไม่ยอมลงให้ และเขม่นที่จุ่นกิ๊กของตนทำกรุ้มกริ่มกับเธอ จึงหาโอกาสค่อนแคะบ่นด่ากีดกันไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง แต่เอมิกายังโชคดีที่มีนากคอยดูแลปกป้อง ถ้าพวกนั้นทำปากกล้าระรานเธอ นากก็กำราบได้เพราะเป็นเจ้าหนี้ของทุกคน

เอมิกาทึ่งที่นากเป็นเจ้าหนี้ของสมพิศ บรรจง และจุ่นทั้งที่เป็นคนใช้เหมือนกัน นากหัวเราะเสียงดังคุยโวว่าคนจะรวยช่วยไม่ได้ แล้วกระซิบบอกว่า “พี่มีเงินเก็บเป็นแสน”

“เป็นแค่คนใช้เนี่ยนะ”

“เพราะเป็นคนใช้นี่แหละ ทำให้พี่เก็บเงินได้ น้องชะเอมคิดดู บ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ วันไหนพวกคุณๆเขาอยากโละเสื้อผ้าเก่า เราก็ได้มาฟรีๆ แถมบางครั้งเวลาพวกคุณเขาไปเที่ยว เราก็ได้ไปด้วย”

“เออ...จริง...เป็นคนใช้นี่มันก็ดีเหมือนกัน” เอมิกาคล้อยตาม อดถามไม่ได้ว่าแล้วไม่อายหรือ “จะต้องอายทำไมน้องชะเอม เราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย นี่เป็นอาชีพสุจริต และที่สำคัญถ้าไม่มีพวกเรา คุณๆทั้งหลายจะอยู่ได้ยังไง ใครจะซักผ้าหุงหาอาหารให้ จริงไหม พี่อ่ะนะ ไม่คิดจะไปทำอะไรอย่างอื่นแล้ว กะจะเป็นคนใช้ไป

จนตายเลย”

คุยกับนากแล้วทำให้เอมิกาได้ข้อมูลเจาะลึกถึงหัวใจของคนใช้ เธอรีบเอาแท็บเล็ตออกมาพิมพ์ข้อความ

“คนบางคนรักในอาชีพตัวเอง ถึงแม้จะเป็นอาชีพที่คนอื่นมองว่าต่ำต้อย แสดงว่าการเป็น “คนใช้” มันต้องมีดีอะไร...” พิมพ์แล้วบอกกับตัวเองว่า “ฉันต้องหาให้เจอให้ได้”

ooooooo

นากสาวทอมบอยขี้หลี หาทางแต๊ะอั๋งเอมิกา แต่เธอเอาตัวรอดได้ ทั้งด้วยความระวังตัวและด้วยมาดห้าวๆที่บางทีทำเป็นละเมอบ้าง ตกใจบ้าง เผลอบ้าง ฉวยโอกาสทุบ ถอง ถีบ ต่อยเอาหลายที พอนากโดนหนักๆ ไปหลายทีเลยชักขยาด นอกจากไม่กล้าแต๊ะอั๋งแล้วยังรักษา ระยะห่างพ้นรัศมีมือเท้าเธอเพื่อความปลอดภัยด้วย

เช้านี้ สมพิศใช้ให้นากกับเอมิกาเอาอาหารเช้าไปให้คุณท่าน เอมิกาถามงงๆว่ายังมีคุณท่านไหนอีกหรือ จนเมื่อยกอาหารตามนากไปที่บ้านนุศาเจริญ จึงเห็นกิจจานั่งอยู่หัวโต๊ะ และศรีโพยมนั่งถัดมา นากกระซิบบอกว่า

“นี่คือฯพณฯท่านกิจจา เป็นอดีตนักการเมืองและคุณหญิงศรีโพยม คุณพ่อคุณแม่ของคุณชื่น คุณอรทัยและคุณแป๊ะ”

เพราะกิจจาหูตึง เวลาพูดคุยจึงเสียงดังแต่สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แบบ “ไปไหนมา สามวาสองศอก” ถามอย่างตอบอย่าง บอกอย่างฟังเป็นอีกอย่าง แต่จะหูไวมากเวลาถูกนินทา

ส่วนคุณหญิงศรีโพยมก็เป็นอัลไซเมอร์ จำได้แต่เรื่องเก่าๆ เรื่องใหม่ๆฟังหูซ้ายทะลุหูขวา คุณหญิงจ้องเอมิกาเขม็ง ถามว่าเป็นใคร นากบอกว่าเป็นคนใช้ใหม่ชื่อชะเอม คุณหญิงพยักหน้าหงึกๆแต่กินข้าวไม่ทันหมดคำก็ถามอีกว่า

“แม่นี่เป็นใคร มายืนมองฉันทานข้าวทำไม?”

“ชื่อชะเอมค่ะ เป็นคนใช้คนใหม่” เอมิการีบบอก แล้วแอบถอนใจ...

ooooooo

เสร็จจากดูแลคุณท่านที่โต๊ะอาหารเช้าแล้ว สมพิศใช้ให้เอมิกาไปกวาดหยากไย่กับตน เธอขอพักสักอึดใจได้ไหมก็ถูกด่าว่าขี้เกียจตัวเป็นขนเดี๋ยวโดนหักเงินเดือน เลยต้องลุกไป

ปีนบันไดกวาดหยากไย่ยืนไม่มั่นคงทำท่าจะล้ม ก็พอดีวเรศผ่านเข้ามารับไว้ทัน เธอเสียหลักกอดเขาไว้แน่น วเรศมองเธออย่างจับผิด เขาจับแขนเธอไว้ แล้วพริบตานั้นก็ปลดแขนเธอออก เอมิกาตกลงไปดังพลั่ก ยักแย่ยักยันจะลุกบ่นอุบอิบ

“ปล่อยมาได้”

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ...ผับที่เราเจอกันถูก
สั่งปิด เจ้าของโดนข้อหาค้าประเวณี” พูดแล้วจ้องจับผิดเต็มที่ เอมิกาบอกว่าตนไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนั้น ตนไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเข้าใจ แล้วจะผละไป วเรศคว้าแขนเธอไว้

“พี่ตั้ม” เสียงอรวิลาสมาขัดจังหวะทำให้วเรศรีบปล่อยมือ อรวิลาสถลาเข้าไปควงแขนพาเขาเข้าไปในบ้าน เจอชื่นฤทัยพอดี เธอบอกวเรศว่าหนังสือฮาโหลจะมาถ่ายภาพพร้อมสัมภาษณ์ครอบครัวตนพรุ่งนี้ วานเขาช่วยจัดปาร์ตี้น้ำชาเล็กๆต้อนรับให้ด้วย

วเรศรับปากทันทีแต่ขอผู้ช่วยหนึ่งคน คนนั้นคือ เอมิกานั่นเอง! เมื่อชื่นฤทัยอนุญาต เขาไปเรียกเอมิกาให้ไปซื้อของด้วยกันอย่างสะใจที่จะได้จับผิดเธออีก

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงเอมิกา ปองเทพไปสมัครเป็นคนใช้ที่บ้านชื่นฤทัย แต่เจอแป๊ะเสียก่อน พอรู้ว่าเขามาสมัครเป็นคนใช้ก็รับไว้ที่บ้านตัวเองเลย ปองเทพผิดหวังมากเพราะตั้งใจจะไปอยู่กับเอมิกา แต่ก็ตกกระไดพลอยโจนต้องทำไปก่อน

แค่วันแรกที่มาทำงานที่บ้านแป๊ะ ปองเทพก็แทบหัวใจวายตายกลัวถูกแป๊ะแต๊ะอั๋ง

ปองเทพถูกใช้งานจนเหนื่อยนอนพักเลยหลับไปกับพื้น ถูกชายใหญ่หมาตัวเขื่องมาเลียหน้าจนตื่น ตกใจจะลุกหนีก็ถูกมันงับขากางเกงไว้ ดึงกันไปดึงกันมาจนกางเกงหลุดคาปากหมา พอลุกขึ้นได้ปองเทพก็วิ่งโทงๆไปสุดแรงเกิด

เจ้ากรรม! ไปเจออรวิลาสถือเชือกจูงหมาเดินตามหาชายใหญ่เข้าอย่างจัง เธอตกใจร้องกรี๊ด ด่าลั่น

“ไอ้โรคจิต! ไอ้วิตถาร! ไอ้บ้า!! นายเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง ฉันจะแจ้งตำรวจ”

ปองเทพรีบบอกว่าตนเป็นคนใช้บ้านคุณแป๊ะ

อรวิลาสก็โวยวายว่าจะฟ้องน้าแป๊ะว่าเขาทำอนาจารในบ้าน

ระหว่างที่ทั้งสองโต้เถียงกันนั้น ชายใหญ่ก็วิ่งมาคาบปลายเชือกวิ่งวนจนพันทั้งสองเข้าด้วยกัน อรวิลาสจะไปฟ้องน้าแป๊ะของเธอ แต่พอก้าวขาก็เสียหลัก ทั้งตัวเธอและปองเทพที่ขาถูกเชือกพันไว้ด้วยกันเซแซดๆ ตกสระไปทั้งคู่

ชายใหญ่ยืนเห่าโฮ่งๆ หัวเราะแบบหมาๆ กระดิกหางชอบอกชอบใจอยู่ที่ขอบสระ...

ปองเทพมาทำงานวันแรกไม่เพียงแต่เจอเจ้านายที่ท่าทางพิลึกพิลั่น แม้แต่หมาก็ยังพิลึกกึกกือด้วย...

ooooooo

เอมิกาถูกวเรศลองภูมิ พาไปห้างสรรพสินค้าถามว่าเคยทำงานอะไรมาบ้าง เอมิกาคุยโวว่าต้น ตระกูลตนเป็นคนใช้ในวังมาก่อน จนมารุ่นตนก็ยังยึดอาชีพเป็นคนใช้และคิดว่าจะเป็นคนใช้ไปจนตาย

วเรศดักคอว่าแบบนี้เธอต้องทำงานได้หลายอย่าง เอมิกาคุยฟุ้งร่ายยาวจนวเรศต้องขอให้พอ บอกว่าพรุ่งนี้จะมีงานที่บ้านจะให้เธอทำ “อูกราแตง” เป็นอาหารทานในงาน แล้วชวนเข้าห้างไปซื้อของกัน

“เวรแล้วเอมิกา!” เธอบ่นตัวเองที่โม้จนได้เรื่อง คิดไม่ออกว่าต้องซื้ออะไรไปบ้าง เลยพยายามกันให้วเรศไปนั่งรอ ตนจะหาซื้อเอง วเรศเหมือนรู้ทันไม่ยอมไป เธอจึงออกอุบายขอเข้าห้องน้ำ แอบไปกดมือถือเปิดหาในกูเกิ้ลจนเจอ เธอดีใจมากรีบจดของที่ต้องซื้อยิกๆ พอออกจากห้องน้ำก็พาวเรศเดินหาซื้อของอย่างมืออาชีพจนวเรศงง เสร็จแล้วให้เขาไปจ่ายเงิน

ไม่เพียงเท่านั้น เอมิกายังไปหาซื้อชา วเรศบอกว่าตนอยากได้ชาที่มีกลิ่นหอม เธอบอกว่า “โรส ปูซองไงคะ” วเรศงงเป็นครั้งที่สอง เอมิกาเสนอว่าถ้าเขาคิดว่ากลิ่นมันหอมหวานเกินไปจะเอา เลปซาง ซูซอง ชาจากเมืองจีนก็ได้

“เธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง” วเรศงง

เอมิกาพลั้งปากบอกว่าตอนไปซัมเมอร์ที่อังกฤษแล้วเข้าคอร์สเรื่องชา แต่พอนึกได้ก็หยุดกึก วเรศถามว่าใครเคยไปซัมเมอร์ที่อังกฤษ เธอทำเฉไฉบอกว่าลูกเจ้านายเก่า เขาสอนตนเรื่องชาเรื่องปาร์ตี้ เพื่อให้ตนจัดงานให้เวลามีเพื่อนมาที่บ้าน

เอมิกาลื่นไหลไปได้ราวกับน้ำกลิ้งบนใบบอนจนวเรศจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ได้แต่งงแล้วงงอีก

และแล้วเอมิกาก็ตกใจแทบช็อก เมื่อเจอปองเทพมาอยู่ในบ้าน พอรู้ว่าเขามาเป็นคนใช้บ้านแป๊ะเพราะเป็นห่วงเธอ เอมิกากำหนดกฎเหล็กทันทีว่า เราต้องทำเป็นไม่รู้จักกัน เจอหน้ากันห้ามทักกัน ปองเทพจำต้องรับเงื่อนไขหน้าจ๋อยๆ

เมื่อขนของเข้าห้องครัว นากมากระแซะถามว่าจะทำอะไร เอมิกาบอกว่าจะทำอูกราแตงเป็นอาหารฝรั่งเศส นากถามว่าจะให้ช่วยอะไรไหม บรรจงเหล่อยู่กระแทกเสียงอย่างหมั่นไส้ว่า “กระแดะ ทำอาหารฝรั่ง...ขี้อวด!” เลย กระแนะกระแหนกระทบกระแทกกันอย่างไม่ยอมให้กัน

“นังชะเอม...ไอ้นาก นังจง ไอ้จุ่น คุณชื่นเรียกประชุมด่วน” สมพิศเข้ามาสั่ง วิวาทะเลยสงบลงโดยปริยาย

เมื่อพากันไปนั่งพับเพียบสงบเสงี่ยมที่ห้องรับแขก ชื่นฤทัยนั่งสั่งการบนโซฟาว่า

“วันพรุ่งนี้จะมีหนังสือมาสัมภาษณ์ฉัน ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานให้เต็มที่ อย่าให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด เข้าใจไหม”

ทุกคนรับคำคลานถอยออกมา พอกลับมาถึงเรือนคนใช้ เอมิกาก็รีบโทร.หานงลักษณ์ ป้องปากกระซิบใส่โทรศัพท์

“นง...ฉันมีเรื่องอยากให้แกช่วยด่วน!!”

จากนั้นเธอนัดพบปองเทพที่มุมลับตา บอกว่านงลักษณ์จะให้คนส่งอูกราแตงมาให้ในอีกสิบนาทีข้างหน้า ให้ปองเทพรีบไปรอรับที่หลังบ้าน รับแล้วให้รีบเอามาให้ตนที่ห้องครัวอย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด

ระหว่างนั้น วเรศมาดูการจัดโต๊ะถามพวกคนใช้ว่า “ชะเอมไปไหน ทำไมไม่ออกมา” แล้วเดินไปตามหาเห็นเอมิกากำลังซุบซิบๆกับปองเทพพอดี พอเธอเดินกลับมาเขาปรี่เข้าไปถาม “แฟนเธอหรือ?”

“แฟน!ใครแฟนฉัน?” เอมิกาทำไขสือ เมื่อวเรศบอกว่าผู้ชายเมื่อกี้ เธอร้องเสียงสูงว่า “อ๋อ...นายป่อง เขาไม่ใช่แฟนฉัน เขาเป็นคนใช้บ้านคุณแป๊ะเพิ่งมาทำงานเมื่อวาน”

วเรศจับเท็จว่าเพิ่งมาทำงานแต่จับมือกันถึงสองครั้งแล้ว วันก่อนเห็นมาหากันที่หน้าบ้าน ทำเอาเอมิกาอึ้งไปนิดหนึ่ง แต่ปรับสีหน้าได้ฉับพลัน ทำเป็นยิ้มระรื่นบอกว่านั่นเป็นพี่ชายตน สองคนนี้คงคล้ายกันมากเขาเลยตาฝาดดูเป็นคนเดียวกัน พูดแล้วตัดบทขอเข้าไปในครัว

วเรศเจ็บใจที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันสักที เดินตามเข้าไปในครัวจะดูเธอทำอูกราแตงให้เห็นกับตา เธอปฏิเสธวุ่นวาย เขาจับพิรุธถามว่า ทำไม หรือเธอทำไม่เป็น

“คุณจะดูถูกฉันมากไปแล้วนะคะคุณตั้ม ที่ฉันไม่ ให้คุณเข้าไปเพราะทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย แล้วอีกอย่างในครัวก็เหม็นมาก คุณคงไม่อยากตัวเหม็นออกไปรับแขกหรอก ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” พูดแล้วปิดประตูปังเลย

“นี่!!” วเรศฉุนกึก กำลังจะเอาเรื่อง ก็พอดี

โทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขากดรับ “ครับอาชื่น ผมจะออกไปเดี๋ยวนี้ครับ”

เอมิกาแอบฟังอยู่ พอเสียงข้างนอกเงียบไป เธอ แง้มประตูโผล่ดู เห็นหลังวเรศอยู่ไวๆ เธอถอนใจอย่างโล่งอก

ปองเทพรีบไปเปิดประตูหลังรับอูกราแตงที่มีคนเอามาส่ง หิ้วกลับมาเจออรวิลาสมองอย่างจับผิด ปองเทพรีบเอาตัวบังไว้ อรวิลาสถามว่าเอาอะไรซ่อนไว้ข้างหลัง ปองเทพอึกอักบอกว่าเป็นของใช้ส่วนตัว เธอสั่งเปิดให้ดูเดี๋ยวนี้

“อยากรู้จริงๆเหรอครับ บอกให้ก็ได้ แหม...แค่นี้ก็ต้องทำหน้าดุอย่างกับมะ...เอ๊ย...เอ้อ...ของในถุงนี้คือ กกน.กางเกงใน คุณอรอยากดูไหม ผมจะเอาออกมาให้ดู มีหลายแบบเลยนะครับ ทั้งแบบจีสตริง สปอร์ต...”

“อ๊าย!!! ไม่ต้อง!! จะไปไหนก็ไปเลยไป๊!”

ปองเทพรีบหันหลังเดินออกไปทันที แอบเป่าลมออกมาเบาๆ เหมือนรอดตายมาหวุดหวิด

เอาของให้เอมิกาแล้วปองเทพจะช่วยยกออกไปให้ เอมิกาไล่เขาให้รีบกลับไป พลันแป๊ะก็เดินเข้ามาถาม

“ทำอะไรกัน!!”

แป๊ะมองปองเทพหวงๆ หางตาใส่เอมิกาอย่างไม่พอใจ ปองเทพบอกว่าตนมาช่วยชะเอม ถูกแป๊ะกระแทกเสียงถามว่า

“มือเท้าก็มี...จะต้องช่วยอะไร แล้วอีกอย่างมันไม่ใช่หน้าที่ของเธอ กลับบ้านไปได้แล้วป่อง” พูดแล้วเห็นปองเทพยังลังเล แป๊ะบิดสะโพกเข้าไปกรายมือตบก้นปองเทพเพียะ สะบัดหน้าใส่เอมิกาค้อนตาแทบกลับก่อนเดินออกไป

“เป็นอะไรของเขา” เอมิกาพึมพำ มองตามแป๊ะไปอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

ที่สวน บริเวณตั้งโต๊ะรับทีมงานที่จะมาสัมภาษณ์ ชื่นฤทัยวุ่นอยู่กับการเทสต์ไมค์บนเวที วเรศได้รับโทร-ศัพท์แจ้งว่า ทีมงานหนังสือมาถึงแล้ว เขารีบออกไปรับ

ส่วนอรวิลาส กระเง้ากระงอดฟ้องแม่ว่าวเรศไม่สนใจตนเลย ทั้งที่อุตส่าห์ตื่นมาแต่งหน้าตั้งแต่ตีห้า

“ลูกห้ามหมดความอดทนเด็ดขาด ตาตั้มเป็นผู้ชายที่เหมาะสมกับลูกมากที่สุด ทั้งฐานะ ชาติตระกูล และการศึกษา ลูกต้องพยายามทำให้ตาตั้มหันมาชอบลูกให้ได้”



อรวิลาสบ่นว่าตนงัดมารยาร้อยเล่มเกวียนมาใช้แล้ว เขาก็ยังแข็งเหมือนหินไม่มีอะไรตอบสนองเลยแม้แต่นิด

“แม่จะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ขอให้ผ่านงานนี้

ไปก่อน” ชื่นฤทัยตัดบทแล้วหันไปเทสต์ไมค์ต่อ ปล่อยให้อรวิลาสหน้าหงิกหน้างอถอนใจเฮือกๆอยู่ตรงนั้น

อรทัยเอาคุกกี้มาให้เผื่อเอาไว้รับแขก สั่งยายแจ่มกับยายปีเอาคุกกี้ไปวางที่โต๊ะ สองยายยักแย่ยักยันทำตามคำสั่ง ชื่นฤทัยมองแล้วพูดอย่างสมเพชว่าน่าจะปลดเกษียณสองยายนี่ได้แล้ว อรทัยทำหน้าขึงขังว่าไม่ได้ ขืนเปลี่ยนเอาสาวๆเข้ามาเดี๋ยวหมาแถวนี้จะเข้าไปหยอก พูดแล้วเหล่ไปทางอเนกที่ยืนอยู่แถวนั้น

วเรศไปรับทีมงานเข้ามาแล้ว เอมิกาถือถาด

อูกราแตงมาวางอย่างภาคภูมิใจ ทุกคนมองอึ้งโดยเฉพาะวเรศมองอย่างไม่เชื่อว่าหน้าตาอูกราแดงสวยงามดูดีขนาดนี้ไม่น่าจะใช่ฝีมือเธอ แต่ชื่นฤทัยเห็นแล้วชมเปาะ เชิญทีมงานมาทานกันเลย

วเรศหาเรื่องจับเท็จเอมิกาจนได้ เขาถามทีมงานว่าอยากรู้ไหมว่าอูกราแตงเขาทำกันอย่างไร แล้วให้เอมิกาแนะนำวิธีทำ เอมิกาอยากจะกลั้นใจตายเสียตรงนั้นที่ถูกวเรศเล่นงานอีกจนได้ เลยทำเป็นปวดท้องกะทันหัน ชื่นฤทัยจึงเชิญทีมงานทานกันเลย แต่วเรศมองตามเอมิกาไปอย่างไม่เชื่อ

หนูอ้อยยังไม่มาที่งาน เพราะวางแผนใช้จุ่นให้ทำอะไรบางอย่าง จุ่นไม่กล้าทำก็ถูกขู่ว่าจะฟ้องบรรจงที่จุ่นไปก้อร่อก้อติกกับแม่ค้าส้มตำปากซอย จุ่นเลยจำต้องทำตามแผนของหนูอ้อย

ชื่นฤทัยกับอรวิลาสให้สัมภาษณ์ทีมงานบนเวที ส่วนแป๊ะกับอรทัยและอเนกนั่งจิบชาที่โต๊ะมองพี่สาวกับหลานสาวอย่างหมั่นไส้ แป๊ะค้อนไปบนเวทีพูดกลางโต๊ะว่า

“พี่ชื่นเขาไม่ได้เลิฟอะไรพวกเรามากนักหรอก เขาแค่ให้เรามาเป็นพร็อพประกอบฉาก ทำให้เขาดูดีขึ้นมาเท่านั้นเอง”

ส่วนอรทัยก็คร่ำครวญน้อยเนื้อตํ่าใจว่าตนดูไม่ดีเท่าพี่สาวทั้งอ้วนทั้งดูแก่ หันไปอ้อนอเนกกลัวผัวไม่รัก แต่พออเนกป้อยอก็หาว่าพูดเอาใจผลักผัวจนตกเก้าอี้แล้วคว้าไวน์ไปดื่มอั้กๆ อเนกมองอย่างสยอง นึกเห็นลางร้ายที่จะตามทันที

จริงอย่างที่อเนกกลัว เพราะเมื่อชื่นฤทัยให้สัม– ภาษณ์เสร็จก็ขอโชว์เพลง อรทัยตะโกนไปว่า “เสียงยังกับควายคลอดลูก” แล้วก็แผดเสียงร้องแข่งกับบนเวที อเนกรีบเข้าไปดึงตัวอรทัยออกมา แต่ถูกเธอสะบัดเสียล้มกลิ้ง

พอดีจุ่นเดินเข้ามา บรรจงถามอย่างจับผิดว่าไปไหนมา จุ่นเกือบบอกว่าไปเอารังมดแดงแต่รู้ตัวเปลี่ยนเป็นว่าไปเอารังนกมา จุ่นถือรังมดแดงมิบๆเม้มๆเข้ามากลัวจนเหงื่อแตกพลั่ก พอส่งรังมดแดงให้หนูอ้อยแล้วก็รีบหลบออกไป

“พี่อรยื่นมือมาสิคะ หนูอ้อยมีอะไรจะให้พี่อรค่ะ” หนูอ้อยยิ้มน่ารักเข้าไปหาอรวิลาส พอพี่สาวแบมือมา หนูอ้อยก็เอารังมดแดงใส่ในมือ มดแดงไต่ออกมายั้วเยี้ย อรวิลาสกรี๊ดลั่นโยนรังมดไปตกใส่หัวแป๊ะพอดี แป๊ะตาเหลือกแต๋วแตกกระโดดขึ้นไปบนเก้าอี้ สะบัดหัวอย่างแรง รังมดแดงกระเด็นไปที่สมพิศ สมพิศรับโดยอัตโนมัติแล้วโยนใส่นาก นากโยนต่อไปทางบรรจง สุดท้ายไปตกที่จุ่น

“เว้ยยย!!” จุ่นปัดรังมดแดงไปทางทีมงาน

มดแดงรังเดียว ทำให้วุ่นกันไปทั้งงาน ที่โดนมดกัดก็เกากันคันคะเยอ อรทัยเมาฟุบหลับไปแล้ว ส่วนชื่นฤทัย ก็ไม่รับรู้อะไรเลย ตั้งหน้าตั้งตาแผดเสียงร้องเพลงจนท่อนสุดท้ายเสียงแหลมปรี๊ด คลื่นเสียงทำเอาแก้วชาล้มกลิ้งแตกเพล้งๆๆ!! ทุกคนชะงักกับสภาพงานที่เหมือนเพิ่งผ่านการจลาจลมา!

ooooooo

เอมิกาทำอุบายว่าปวดท้องเอาตัวรอดมาได้ก็รีบเข้าห้องครัว เห็นถุงร้านที่เอาอูกราแตงมาวางอยู่บนโต๊ะ เธอตกใจรีบคว้าไปขยำจะทิ้ง แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อวเรศตามมาอีกจนได้ เขาทำทีถามว่าหายดีแล้วหรือ เอมิการีบเอาถุงซ่อนไว้ข้างหลัง เขาถามว่าซ่อนอะไรไว้

“ขยะ...” เธอตอบเสียงปร่า วเรศไม่เชื่อจะขอดูให้ได้ เมื่อเธอไม่ให้ดู เขาพุ่งเข้าไปคว้าถุง ตัวต่อตัวหน้าต่อหน้าเลยแนบชิดติดกัน ต่างชะงักกับสัมผัสนั้น มองหน้ากันตะลึง

“แกจะทำอะไรเอม!!” ปองเทพพรวดเข้ามากระชากไหล่วเรศจะต่อย เอมิการ้องห้าม ทำให้ปองเทพปล่อยมือ ส่วนวเรศมองหน้าทั้งสองอย่างจับผิด ถามว่าไหนว่าเพิ่งรู้จักกันที่นี่ เอมิกายืนยันว่าเพิ่งรู้จักกันจริงๆ

ขณะทั้งสามกำลังตึงเครียดกันนั่นเอง เสียงอรวิลาสก็แปร๊ดเข้ามา “อ๊ายยยย!!!!” ทุกคนหันขวับตกใจ แต่ก็ปิดฉากการเผชิญหน้ากันของทั้งสามลงทันที

เมื่อเอมิการับรู้ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นข้างนอก เธอเห็นชื่นฤทัยเครียดจึงชงชาไปให้ดื่มคลายเครียด ถูก

ชื่นฤทัยตวาดไล่ เธอจึงวางชาหอมฉุยไว้ใกล้ๆนั้นแล้วถอยออกไป กลิ่นชาโชยหอมจนชื่นฤทัยอดใจไม่ได้ลองจิบดู ปรากฏว่าทำให้คลายเครียดได้จริงๆ เลยดื่มจนหมดแล้วเดินไปขอบใจเอมิกา บอกเสียงอ่อนโยนว่า

“ชะเอม ขอบใจนะ ฉันรู้สึกดีขึ้นจริงๆ เอาชามาเพิ่มให้ฉันด้วยนะ”

ooooooo

เพราะจัดหาคู่ให้วเรศหลายครั้งแล้วไม่สำเร็จ วิยะดาบอกลูกชายว่าต่อไปนี้จะไม่ทำแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้เขาไปคว้าผู้หญิงที่ไหนก็ได้มาเป็นสะใภ้ มีข้อแม้ว่าต้องเป็นผู้หญิงที่มีหัวนอนปลายเท้า ชาติตระกูลต้องคู่ควรกัน เพราะอนาคต  ถ้าเขาลงเล่นการเมืองจะได้ดูเป็นคู่ครองที่เหมาะสมที่สุด

พอแม่ออกไป วเรศถามตัวเองว่าจะหาผู้หญิงแบบนี้ได้หรือเปล่า???

ขณะเดียวกัน หลังงานสัมภาษณ์ล้มเหลวไม่เป็นท่าแล้ว ชื่นฤทัยก็มาเคี่ยวเข็นพีรพลต้องช่วยอรวิลาสเรื่องวเรศ เขาออกตัวว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครบังคับวเรศได้หรอก อรวิลาสหว่านล้อมว่า

“ถ้าคุณอาช่วยได้สำเร็จ ไม่แน่นะคะ อรอาจจะยอมรับคุณอาในฐานะพ่อมากขึ้นก็ได้”

ชื่นฤทัยนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงบอกลูกผัวอย่างมั่นใจว่า “ฉันมีวิธี!”

หลังจากนั้น พีรพลโทรศัพท์เรียกวเรศให้มาพบเพราะมีธุระด่วน เมื่อเขามาถึง พีรพลพูดออกตัวว่าที่จริง

ก็ไม่ด่วนเท่าไร แล้วเล่าว่า อรวิลาสเรียนจบมาเกือบปีแล้ว ระหว่างที่รอไปเรียนเมืองนอกอยากให้เขาช่วยหาโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษให้ เพราะภาษาน้องยังไม่ดี

ให้พีรพลเกริ่นนำก่อน แล้วชื่นฤทัยก็พูดต่อรำพึงรำพันถึงงานที่รัดตัวโดยเฉพาะพีรพลที่ต้องทุ่มเทเวลาทำงานเป็นที่ปรึกษาให้เขาอยู่ พูดเสียจนวเรศรู้สึกผิดจึงรับปากจะช่วยแบ่งเบางานนี้ของอา เพราะแค่พาน้องไปหาที่เรียนไม่น่ามีอะไรมาก

“ขอบใจมากนะ” พีรพลเสียงแผ่ว เพราะรู้ดีว่าเรื่องไม่จบง่ายอย่างที่วเรศคิดแน่

ooooooo

วันนี้ เอมิกาถูกสมพิศใช้ให้ไปตลาดซื้อของให้ชื่นฤทัยและอรวิลาส โดยจดรายการยาวเหยียด แยกเป็นสองใบ คือใบของ “ชื่นฤทัย” และของ “อรวิลาส” แต่สมพิศให้เงินไปพันเดียว พอเอมิกาทักท้วงว่าคงไม่ พอก็บอกให้ออกไปก่อน

พอเอมิกาหิ้วตะกร้าออกไป สมพิศก็เอาเงินที่เม้มไว้ออกมาสูดดมกลิ่นเงินอย่างชื่นอกชื่นใจ

ครู่เดียว วเรศก็มาหาเอมิกา สมพิศบอกว่าไปตลาดอยากรู้อะไรถามตนได้ วเรศถามว่าเอมิกามาทำงานที่นี่ได้ยังไง เมื่อสมพิศบอกว่ามาจากสำนักจัดหางาน วเรศขอเบอร์โทรศัพท์อ้างว่าอยากได้คนรับใช้สักคน สมพิศรีบเข้าไปหาแต่ไม่เจอ จึงโทร.ถามเอมิกา

เอมิกาตกใจที่วเรศอยากได้เบอร์สุวิทย์ บอกรอเดี๋ยวเพราะเบอร์อยู่ในเครื่องเดี๋ยวโทร.กลับ วางสายแล้วเธอรีบโทร.หานงลักษณ์ที่กำลังฝึกเป็นผู้ช่วยผู้กำกับอยู่ในกองถ่ายละคร

ต่างอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วนงลักษณ์ก็คิดแผนออก ครู่เดียวสมพิศก็เอาเบอร์ของสุวิทย์ให้วเรศ

นงลักษณ์วางแผนใช้กองถ่ายละครสร้างฉากเป็นออฟฟิศของสุวิทย์ วานชัยพรมาสวมบทสุวิทย์ เมื่อวเรศโทร.มา ชัยพรดัดสำเนียงเป็นจีนพูดไทยไม่ชัด รับสายโดยมีนงลักษณ์นั่งลุ้นและบอกบทอยู่ข้างๆ

“ฮาโหล...ใช่ อั๊วสุวิทย์ ลื้อเป็นใคร...อ๋อเจ้านายอาชะเอม อาชะเอมไหนอั๊วจำไม่ล่ายมีคนงานตั้งหลายคน”

วเรศจะมาหาที่ออฟฟิศ ชัยพรไม่อยากให้มาบอกว่าตนไม่อยู่ แต่นงลักษณ์บอกว่าเมื่อเขาอยากมาก็ให้มา ให้ชัยพรโทร.ไปบอกวเรศ ตนจะโทร.เรียกเอมิกาให้รีบมาหาตนด่วนจี๋เลย

ชัยพรเอาบัตรประชาชนจากเอมิกาไปปลอมแปลงเปลี่ยนชื่อจากเอมิกา ไกรกำแหง เป็นชะเอม จำเนียร–เจรจา อย่างแนบเนียน ส่วนนงลักษณ์ก็จัดเคลียร์พื้นที่และจ้างตัวประกอบให้แสดงต่อเป็นพนักงานในออฟฟิศ

“ไอ้นงเพื่อนเลิฟ สมกับเป็นว่าที่ผู้กำกับ จัดการทุก อย่างได้ในพริบตา สุดยอด!!” เอมิกาตบบ่าเพื่อนอย่างพอใจ

“แกไม่ต้องยอฉันมาก รีบกลับไปก่อนที่คุณตั้ม จะมา” นงลักษณ์เร่ง แต่พอมองไปนอกออฟฟิศก็ตกใจ ตาค้าง เพราะวเรศมาถึงแล้ว ทั้งสองรีบหลบเข้าไปในห้องน้ำ แต่ยังแง้มประตูแอบดู นงลักษณ์บอกว่า “หล่อนี่หว่าไอ้เอม”

ชัยพรทำตาหยีๆเดินออกมาพร้อมบัตรประชาชนของนางสาวชะเอม จำเนียรเจรจา ยื่นให้วเรศดูบอกว่าเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ เคยเลี้ยงช้างมาก่อนแต่ไม่รอดเพราะหวิดโดนช้างเหยียบเลยเปลี่ยนมาหางานทำเป็นคนใช้ในกรุงเทพฯ

“แล้วก่อนหน้านี้ ทำไมเขาถึงไปเป็นโคโยตี้”

ชัยพรในคราบสุวิทย์เล่าว่า เพราะตอนนั้นอียังไม่มีงาน เลยทำโคโยตี้รองานไปก่อน แล้วชมให้ฟังว่า

“อาชะเอมอีเป็นคนขยันนา ถึงจะดูปํ้าๆเป๋อๆแต่ก็มีความพยายาม อดทน ไม่เรื่องมาก ไม่เห็นแก่เงิน อั๊วรับรองได้ ถ้าไม่เป็นอย่างที่อั๊วพูด ขอให้ฟ้าผ่ากลางกระบาลอั๊วเลย”

เฮียสุวิทย์มีหลักฐานและรับรองถึงขนาดนี้ วเรศจึงคืนบัตรประชาชนให้ พูดออกตัวว่าตนก็ไม่อะไรกับชะเอมนักหรอก แค่ตรวจสอบเพื่อความแน่ใจเท่านั้น แล้วจะลากลับ ลุกขึ้นขอบคุณเฮีย แต่ฉุกคิดได้บอกเฮียว่า

“เออ...ห้องน้ำอยู่ไหนครับ”

เฮียสุวิทย์บอกว่าอยู่ข้างหลัง พลันก็สะดุ้งเฮือกลุกยืนพรวดอุทาน “ฉิบหาย!!” แต่แก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว เพราะวเรศเดินไปถึงหน้าห้องน้ำพอดี!!

ooooooo

ปัญญาชนก้นครัว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด