ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันทอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในระหว่างการทานอาหารมื้อนั้นสร้างความอึดอัดให้รสาอย่างมากจน แทบกลืนไม่ลง ต่างจากภคพงษ์ที่ดูเจริญอาหารแถมยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะเมื่อมีการประ คารมกันไปมาอีกยก

ขณะที่รสาอึดอัดขัดใจอยู่ที่บ้านเถลิงยศ ชีวินทำงานที่ออฟฟิศอย่างไม่เป็นสุข เอาแต่ชะเง้อคอยว่าเมื่อไหร่ รสาจะกลับมาเสียที ผ่านไปพักใหญ่เห็นพิทยากลับมาคนเดียวจึงสอบถามว่ารสาอยู่ไหน ทำไมไม่มาด้วย หรือ ว่ามีปัญหาอะไร?

พิทยาเพิ่งมาถึงและทั้งร้อนทั้งเหนื่อยจากการเดิน ทางที่รถติดมากก็เลยแหวใส่ชีวินว่าตนพารสาไปทำงานไม่ได้ไปรบจะห่วงอะไรกัน นักหนา แล้วที่รสายังไม่กลับมาเพราะต้องอยู่คุยกับคุณภคพงษ์ แต่ตนต้องมาก่อนเพราะมีนัดลูกค้าต่อ พอดีเลิกประชุมไวก็เลยได้กลับมาก่อน

ชีวิน ฟังแล้วยิ่งกระวนกระวายที่รสาต้องอยู่กับภคพงษ์สองต่อสอง พอคัพเค้กเปรยขึ้นว่าเสร็จแน่ๆ หล่อ ขนาดนั้นใครจะห้ามใจได้ ชีวินก็ยิ่งนั่งไม่ติด กลัวรสาจะหวั่นไหวกับนายไฮโซหล่อรวย

หลังอาหาร กลางวัน ภคพงษ์พารสานั่งรถกอล์ฟไปที่เรือนเล็กซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณกว้างขวางของบ้าน เถลิง–ยศ สภาพเรือนเล็กค่อนข้างทรุดโทรมแต่ยังคงความสวยงามไว้ให้เห็น เขาเดินนำเธอเข้าไปภายในพร้อมอธิบายว่าต้องการซ่อมแซมและตกแต่งใหม่ทั้งหมด

“เพื่ออะไรคะ” รสาถามเรียบๆ แต่แล้วต้องชักสีหน้ากับคำตอบห้วนๆของเขา

“เหตุผลส่วนตัว”

“ดิฉัน ก็ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่จุดประสงค์ในการซ่อมแซมบ้านมีผลต่อการออกแบบ บ้าน สำหรับพักอาศัย บ้านสำหรับรับรองแขก และบ้านสำหรับจัดเลี้ยงมันไม่เหมือนกัน ถ้าคุณไม่บอกดิฉันก็ออกแบบให้ตรงความต้องการไม่ได้”

รสาทำท่าจะเดินกลับไปที่รถ ภคพงษ์โพล่งออกมาอย่างจำยอม

“ผม ต้องการทำให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง บ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างมาสิบกว่าปี ไม่มีคนอยู่ ผมต้องการ ทำให้บ้านหลังนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิม...ทำได้หรือเปล่า”

“ดิฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ แต่จะได้หรือไม่ได้ ถูกใจคุณหรือเปล่า คุณคงต้องตัดสินเอง ดิฉันขอเข้าไปสำรวจในบ้านนะคะ”

“เชิญ”

รสา เดินนำเข้าไปทันที ภคพงษ์มองตามแววตายังไม่อยากเชื่อฝีมือเท่าใดนัก รสาใช้ไอแพดถ่ายรูปมุมต่างๆของบ้านเก็บไว้ โดยมีเจ้าของบ้านเดินตามไม่ห่างสร้างความอึดอัดให้เธอไม่น้อยทีเดียว กระทั่งเดินมาหยุดในห้องนอนเห็นรูปถ่ายเด็กวางหัวเตียง เธอหยิบมาดูพร้อมกับยิ้มนิดๆในความน่ารัก แต่พอได้ยินเขาบอกว่ารูปเขาเอง เธอหุบยิ้มรีบวางรูปไว้ที่เดิม แล้วเฉไฉถ่ายรูปสำรวจมุมโน้นมุมนี้ไปเรื่อย

“ห้องนี้เป็นห้องนอนเก่าของผม ถ้าซ่อมแซมแล้วอาจจะทำเป็นห้องนอนสำหรับแขก”

“ค่ะ” รสาหยิบสมุดโน้ตออกมาจดข้อมูล แล้วสำรวจ ประตูหน้าต่างดูความแข็งแรง จากนั้นเช็กระบบไฟและระบบน้ำซึ่งบางจุดยังใช้ได้ เช็กไปบันทึกไปอย่างตั้งใจ โดยที่ภคพงษ์เดินตามและเฝ้ามองการทำงานของเธอด้วยความพอใจ

เมื่อเดินมา ถึงห้องโถงที่มีเครื่องเรือนบางชิ้นยังดีอยู่ รสาบอกเขาว่าตนอาจจะนำกลับมาใช้วางคละกับเครื่องเรือนใหม่ที่มีการออกแบบ ใกล้เคียงกัน

“ไม่มีปัญหา คุณอยากจะใช้อะไรหรือจะไม่ใช้อะไรก็ตามสบาย มีเพียงอย่างเดียวที่ห้ามเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด”

“อะไรคะ”

เขาเดินไปเปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นเปียโนหลังงาม “แกรนด์เปียโนหลังนี้ต้องอยู่ที่ห้องโถงนี้เท่านั้น ห้ามย้ายเด็ดขาด”

รสาแอบแปลกใจ แต่ก็ต้องรับคำแล้วจดลงสมุดเอาไว้กันลืม

“คุณจะส่งแบบให้ผมดูได้เมื่อไหร่”

“อีกสองอาทิตย์ค่ะ”

“ช้าเกินไป ผมต้องการเห็นแบบภายในสองวัน”

“สองวันดิฉันทำไม่ทันหรอกค่ะ สองอาทิตย์นี่ก็รีบสุดๆแล้ว ปกติต้องใช้เวลาเป็นเดือน”

“แต่งานนี้ไม่ปกติ เพราะเป็นงานพิเศษ ผมให้เวลาคุณสองวันต้องมีแบบมาให้ผมดู คุณจะรับปากตอนนี้ หรือจะให้ผมโทร.ถามคุณพิทยา”

เขาถามอย่างท้าทาย รสาเม้มปากเถียงไม่ออก เพราะรู้ว่าถ้าถามพิทยาก็ต้องสองวันอยู่แล้ว

“ได้ค่ะ ดิฉันจะส่งแบบให้คุณดูภายในสองวัน”

“กรุณาอย่าทำงานชุ่ยๆ เพื่อทำให้ผมต้องปฏิเสธงานคุณ”

“ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่าที่บริษัทมีนักออกแบบที่มีความสามารถอีกมาก ถ้าคุณไม่ไว้ใจดิฉัน สามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา”

รสา พูดจบก็หันหลังให้ภคพงษ์อย่างไม่เกรงกลัว แล้วก้าวฉับๆออกจากห้องโถงสู่ระเบียงไม้อย่างไม่ทันระวังทำให้เหยียบลงบน แผ่นไม้ผุจนพังทะลุขาติดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ภคพงษ์จะเข้ามาช่วยแล้วอุ้มพา เธอไปส่งให้ป้าสายใจช่วยทำแผล ทั้งที่เธอไม่เต็มใจให้อุ้มเพราะไม่ได้เป็นอะไรมาก

ฝากฝังเธอไว้กับป้า สายใจแล้ว ภคพงษ์รีบกลับเข้าบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปส่งรสาตามที่บอกเอาไว้ แต่พอเขากลับออกมาปรากฏว่ารสากลับไปแล้ว โดยฝากป้าสายใจบอกเขาว่าเธอเกรงใจ

“ตั้งใจจะขัดคำสั่งมากกว่า ขาเจ็บแล้วยังจะทำจองหอง” ภคพงษ์พูดด้วยความไม่พอใจแล้วก็เดินกลับไป

ปุย นุ่นกับเปลี่ยนรอจนเจ้านายเดินลับตาก่อนจะหันมาซักป้าสายใจว่า ตกลงคุณภัคโกรธหรือเป็นห่วง คุณรสากันแน่ สายใจไม่ตอบแต่ในใจแอบคิดว่าอาจจะเป็นอย่างหลัง

ooooooo

พิทยาโวยวาย ทันทีที่รสากลับมาบอกว่าภคพงษ์ ต้องการให้ส่งแบบบ้านภายในสองวัน รสากับชีวินนึกดีใจว่าเจ้านายของตนอาจไม่รับงานนี้ แต่ที่ไหนได้ พิทยากลับบังคับรสาต้องทำให้ได้ตามใจลูกค้า

“ก็คุณภัคเป็นลูกค้าคนสำคัญ และคุณเผด็จก็อยากให้เราได้งานนี้ เขาชอบที่รสกล้าพูดตรงๆกับคุณภัค ปกติไม่มีใครกล้า ต่อหน้าก็ทำเออออ แต่พอทำไม่ได้เขาก็ต้องเป็นคนกลางมาไกล่เกลี่ย แต่พอเธอกล้าพูด เขาก็เลยชอบ”

“มีแต่คนยอม...ถึงได้เอาแต่ใจ” รสาบ่น

“เอาแต่ใจนิดๆ หน่อยๆ แต่จ่ายเงินครบก็ยังดีกว่าเอาแต่ใจแถมเงินก็ไม่จ่าย...คัพเค้ก เตรียมตุนเสบียงไว้ ให้ยัยรสด้วย รสอยากกินอะไรก็บอกไป เดี๋ยวให้ไอ้วินไปเอาเสื้อผ้าของใช้จากที่บ้านมาให้ กินนอนที่นี่แหละ สองวัน เดี๋ยวก็เสร็จ สู้เพื่อพี่และบริษัทของเรานะรส”

รสาปฏิเสธไม่ออก เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นมากของพิทยา จากนั้นเธอก็โทร.บอกป้าอาภรณ์ให้จัดเสื้อผ้าข้าว ของให้ทีเดี๋ยวจะส่งชีวินไปเอามาให้

เมื่อชีวินออกไปแล้ว รสาเตรียมลงมือทำงาน แต่พิมพรรณโทร.มาขัดจังหวะเสียก่อน เธอถามรสาว่า เสาร์อาทิตย์นี้จะกลับระยองหรือเปล่า

“ไม่ได้กลับไป มีงานเข้า”

“เสียดายจัง พิมว่าจะชวนรสไปเที่ยวสักหน่อย ช่วงนี้เบื๊อเบื่อ เพื่อนคนอื่นๆแต่งงานกันไปหมดแล้ว

คนสุดท้ายในกลุ่มก็กำลังจะแต่ง ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเที่ยวกับพิมเลย”

“ก็รสไง...รสยังโสด เป็นเพื่อนพิม”

“แต่ รสอยู่ไกล ที่กรุงเทพฯก็มีผู้ชายให้เลือกตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวรสก็มีแฟน พิมสิอยู่แต่ในห้องสมุดหันไป ทางไหนก็เจอแต่หนังสือ สักวันก็คงจะต้องแต่งงานกับหนังสือนี่แหละ”

“เอาน่า...ใจเย็นๆ เดี๋ยวพิมก็เจอเองแหละ”

“รส...แค่นี้ก่อนนะ พอดีมีแขกมา เดี๋ยวค่อยโทร.คุยกันใหม่ สวัสดีจ้ะ”

พิม พรรณรีบวางสายแล้วเดินไปเปิดประตูรับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ยืนชะเง้ออยู่หน้า ห้อง ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เขาชะงักไปนิดกับความน่ารักสดใสของหญิงสาว ที่ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ผมมาจากบริษัทติดตั้งคอมพิวเตอร์ที่ทางโรงเรียนติดต่อให้มาวางระบบฐานข้อมูลในห้องสมุดน่ะครับ...คุณพิมพรรณใช่ไหมครับ”

“ค่ะ เรียกพิมเฉยๆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ผมชื่อวาริช ไม่มีชื่อเล่นเป็นทางการ มีตามใจคนเรียก คุณพิมอยากจะเรียกว่าวาหรือริชก็ได้ครับ ตาม สะดวก”

“งั้นพิมขอเรียกว่าวาริชแล้วกันนะคะ แค่สองคำไม่ได้ลำบากอะไร”

“ได้ครับ แต่ผมขอเรียกว่าพิมนะครับ...น่ารักดี”

เจอ ลูกหยอดของหนุ่มหล่อหน้าเข้มเข้าไป พิมพรรณถึงกับเขินอาย ท่าทางจะปิ๊งเขาเข้าให้แล้ว ครั้นอีกสักพักห้าวมารับเธอกลับบ้านสังเกตเห็นเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็แปลกใจ ว่าวันนี้เป็นอะไร ปกติมารับทีไรหน้าหงิกหน้างอ บ่นเหนื่อยบ่นเบื่อเป็นยายแก่ พิมพรรณจึงรีบเก็บอาการกลัวโดนห้าวจับได้ เปลี่ยนไปคุยเรื่องรสาแทนทันที

ooooooo

ค่ำแล้ว ชีวินกลับมาพร้อมกระเป๋าสัมภาระของรสาแล้วทำท่าจะอยู่เป็นเพื่อน แต่พอดีคัพเค้กหอบของกินมากมายเข้ามา ชีวินเลยต้องกินแห้วถอยกลับไปตามระเบียบ

ส่วนที่บ้านเถลิงยศ คืนเดียวกันนี้ภคพงษ์เข้ามาที่เรือนเล็กอีกครั้ง เขามองสภาพบ้านที่ถูกทิ้งร้างแล้ว หวนนึกถึงอดีตในวัยเด็กที่ตัวเองเคยอาศัยเรือนหลังนี้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์แสนเศร้าสะเทือนใจที่เขาไม่อาจลืมได้เลย

วัน นั้น...แม่หอบกระเป๋าออกจากที่นี่ไปโดยไม่ฟังคำขอร้องอ้อนวอนของพ่อ แม้แต่เสียงร่ำร้องร่ำไห้ของ ลูกชายที่ห้ามแม่ไม่ให้ไปก็ไม่มีผลอะไรต่อแม่เลยสักนิด

ความเสียใจและไม่ เข้าใจในการกระทำของแม่ทำให้ภคพงษ์ฝังใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่าง มาก...ฝังใจจนกลายเป็นความชิงชัง แทบไม่อยากจะคิดถึงมันอีกเลย

ooooooo

รสา มุ่งมั่นทำงานทั้งกลางวันกลางคืนแทบไม่ได้ พักผ่อน แต่เมื่อผ่านไปสองวันงานเสร็จเรียบร้อยก็รู้สึกโล่งใจหายห่วง ส่วนพิทยานั้นไม่ต้องพูดถึง กระดี๊- กระด๊าดีใจและเอ่ยชมรสาไม่ขาดปาก

เมื่อ งานพร้อมคนพร้อม รสากับพิทยาก็เตรียมตัวเดินทางไปพบภคพงษ์ที่บ้าน ชีวินเห็นรสาแต่งตัวสวยทะมัด– ทะแมงก็แอบหวงทักท้วงขึ้นว่า แต่งตัวดูดีไปหรือเปล่า?

รสาขมวดคิ้วแปลกใจ...พิทยาหันขวับมาตอกหน้าชีวินด้วยความปากไว

“มัน ใช่เวลาจะมาหึงหวงไหมเนี่ย ไร้สาระจริงๆ ไปทำงานได้แล้ว รสจัดของ พี่จะไปรอที่รถ” พูดเสร็จ พิทยาก็เดินเด้งออกไป รสารีบจัดของว่องไวแล้วหันมาบอกลาชีวิน

“ไปก่อนนะวิน”

“โชคดีนะรส ขอให้ลูกค้าชอบงาน แต่ไม่ชอบรสนะ”

รสาหัวเราะน้อยๆ ก่อนเดินแกมวิ่งตามพิทยาออกไป ชีวินมองตามหน้าเศร้า แอบหวั่นใจลึกๆ

เมื่อพากันไปถึงบ้านเถลิงยศ รสาอดบ่นกับพิทยาไม่ได้ว่า “เขา” จะสายอีกไหมเนี่ย...พูดไม่ทันขาดคำ เผด็จเข้ามาแจ้งว่าคุณภัคมาแล้ว

สองฝ่ายทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่พิทยาจะสาธยายอย่างเป็นปลื้มลูกน้องสาวว่า

“งานเรียบร้อยครับ รสเค้าทำแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยนะครับ”

ภคพงษ์ปรายตามาทางรสาแต่ไม่พูดอะไร ฝ่ายรสาก็มองกลับด้วยท่าทีนิ่งเฉย ต่างคนต่างไม่พูด จนเผด็จต้องพูดขึ้น

“ผมว่าเราเริ่มดูแบบกันเลยดีไหมครับ”

พิทยา รีบสนับสนุนให้รสาลุยได้เลย...รสาโชว์ภาพบ้านสามมิติบนจอไอแพดแสดงให้เห็น ถึงโครงสร้างและแบบบ้านเก่ากับแบบบ้านใหม่เปรียบเทียบกัน พร้อมให้คำอธิบายอย่างฉาดฉาน

“จากที่ดิฉันได้ถามคุณภคพงษ์ถึงเหตุผลในการ ตกแต่งบ้านหลังนี้ เพราะต้องการจะทำให้บ้านกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ดิฉันจึงคงลักษณะบ้านแบบเดิมไว้ให้มากที่สุด เน้นไปที่การซ่อมแซม ทำนุบำรุง และจัดพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม เริ่มจากห้องโถงกลางบ้านที่มีแกรนด์เปียโนวางอยู่ ดิฉันจะเปลี่ยนสีห้องให้ดูอบอุ่นและสบายตาขึ้น เพิ่มหน้าต่างและกระจก และติดม่านโปร่งเพื่อให้มองเห็นวิวจากสวนด้านนอก”

เผด็จตั้งใจฟังด้วย ความสนใจ ต่างจากภคพงษ์ที่ฟังด้วยสีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ รสา ปรายตามองเขาแล้วก็เซ็ง อธิบายไปอย่างเบื่อๆ

“ส่วนทางเดินที่เป็นไม้เดิมผุเกือบหมด ดิฉันจะเปลี่ยนเป็นวัสดุเลียนแบบไม้ อาจจะไม่สวยเท่าไม้แต่ทนทานและราคาถูกกว่า”

พิทยาเห็นด้วยกับไอเดียของรสา แต่พอหันมาดูหน้าภคพงษ์แล้วก็หวั่นใจ เขาเหมือนไม่สนใจฟังแถมยังมีหาว

บ้างบางครั้งจนพิทยาแอบหน้าเสีย แต่ก็ต้องยิ้มให้กำลังใจรสาที่ยังคงพรีเซนต์งานต่อไป และท้ายสุดของการพรีเซนต์ รสาวางไอแพดที่โชว์ภาพบางส่วนของบ้านที่ออกแบบใหม่ไว้บนโต๊ะ

“นี่เป็นภาพจำลองของบ้านหลังจากตกแต่งเสร็จแล้วค่ะ”

เผด็จหยิบมาให้ภคพงษ์ดู แต่เขาแค่ชำเลืองมองแล้วบอกว่า

“ก็พอใช้ได้...แต่ดูเหมือนคนออกแบบไม่แยกแยะเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว”

“คุณหมายความว่ายังไงคะ” น้ำเสียงรสาบ่งบอกว่าไม่พอใจ จนพิทยาต้องสะกิดเตือนให้ใจเย็น

“เพราะคุณไม่อยากทำงานกับผม คุณเลยพูดเหมือนโดนบังคับให้พูด”

“คุณก็ฟังเหมือนโดนบังคับให้ฟัง”

“ก็เพราะคนพูดยังไม่ตั้งใจพูด แล้วทำไมผมจะต้องตั้งใจฟัง”

“ถ้าคุณคิดว่าการไม่แยกแยะของดิฉันจะเป็นปัญหา ดิฉันพร้อมจะพิจารณาตัวเอง และขอไม่รับงานนี้ และถ้าคุณสามารถแยกแยะเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัวได้ กรุณาพิจารณาจากงานของดิฉัน และตัดสินว่าจะจ้างดิฉันทำงานต่อไปหรือเปล่า ดิฉันขอออกไปรอข้างนอกนะคะ...ขอโทษค่ะ”

รสาลุกขึ้นเดินออกไปเลย ภคพงษ์มองตามพลางคิดในใจว่ายโส ส่วนพิทยาหน้าซีดหน้าเสีย เอ่ยขึ้นด้วยความเกรงใจ

“คุณภคพงษ์ลองพิจารณางานดูก่อนนะครับ ส่วนเรื่องคนเดี๋ยวพิทไปจัดการเอง”

พิทยาลุกตามรสาออกไปแล้ว เผด็จหยิบไอแพดส่งให้เจ้านายของตนดูอีกที พร้อมกันนี้ก็เพ่งมองอย่างลุ้นๆ

รสาละเหี่ยใจกับลูกค้ารายนี้เสียจริง เธอเดินบ่นออกมาหน้าบ้านว่าทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนสองวัน ยังไม่เหนื่อยเท่ากับมาคุยกับคนแบบนี้แค่ไม่กี่นาที พิทยาตามออกมาได้ยินรู้สึกเห็นใจลูกน้องของตนเหมือนกัน พอรสาหันมาเห็นก็ยกมือไหว้ขอโทษพิทยาที่เมื่อครู่ตนพูดออกไปแบบนั้น แต่มันเหลือทนจริงๆ

“เฮ้อ...จริงๆก็โกรธนะ แต่มันเป็นความโกรธบนความเข้าใจ ถ้าพี่เป็นคนพรีเซนต์เห็นลูกค้านั่งฟังไปหาวไป บางทีพี่อาจจะปรี๊ดยิ่งกว่ารสก็ได้...รสทำดีที่สุดแล้ว งานที่ออกแบบมาทั้งสวยทั้งได้ประโยชน์ใช้สอย และที่สำคัญช่วยเขาประหยัดไปตั้งเยอะ ก็อย่างที่รสว่า...ให้คุณภัคพิจารณาที่งานก็แล้วกัน ถ้าได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้...เราก็แค่หางานใหม่”

ฟังพิทยาแล้วรสาแอบหวั่นใจ บอกไม่ถูกว่าอยากจะให้นายไฮโซนั่นชอบหรือไม่ชอบงานของตัวเอง ทั้งที่ไม่อยากได้งานนี้แต่เธอก็แอบลุ้นอยู่ในใจไม่ได้
หลังจากภคพงษ์ใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาภาพแบบบ้านที่รสาทำไว้ในไอแพดทั้งหมดก็ตัดสินใจได้ เผด็จจึงรีบออกมาบอกรสากับพิทยาที่หน้าบ้าน

“ผมต้องแสดงความเสียใจด้วยนะครับ ที่คุณภัคชอบงานคุณรสามาก บอกให้คุณรสาทำตามแบบที่เสนอมาโดยไม่มีการแก้ไขเลยครับ”

พิทยาเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ย้อนถามเผด็จทันที

“จริงเหรอครับ”

“ครับ...เสียใจด้วยนะครับคุณรสา ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่สบายใจที่ต้องทำงานกับคุณภัค แต่คุณคงจะหนีไปไม่ได้แล้วล่ะครับ”

รสาอึ้งไปอย่างงุนงง ยิ้มเจื่อนๆให้เผด็จ ต่างจากพิทยาที่ยิ้มแฉ่งดีใจ จะรีบกลับไปร่างสัญญาและทำใบเสนอราคามาให้ พอได้ยินเผด็จบอกว่าหลังจากสัญญาเรียบร้อยตนจะจ่ายเงินก้อนแรกให้เลย พิทยาก็ยิ่งเริงร่า ลั้นลาพารสากลับไปเปิดแชมเปญฉลองที่ออฟฟิศ ท่ามกลางความยินดีของพนักงานอีกหลายคน
ขณะที่พิทยารินแชมเปญแจกลูกน้องอย่างมีความสุขสนุกสนาน รสากลับยืนนิ่งขรึมเหมือนวิตกกังวล ชีวินแอบสังเกตก่อนเข้ามาถามเธอว่า ไม่ดีใจเหรอ?

“มันก็ดีใจ แต่มันดีใจแบบไม่สุดยังไงไม่รู้”

“คิดมาก...วินว่าการที่คุณภคพงษ์ยอมรับแบบของรสโดยไม่แก้แม้แต่นิดเดียว แสดงว่าเขายอมรับฝีมือรสในระดับหนึ่ง วินว่ามันน่าจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น”
“แต่เราคิดว่าไม่น่าจะง่าย” รสายังคงกังวลกับสิ่งที่ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าคืออะไร?

ooooooo

และแล้วในวันรุ่งขึ้นที่รสาเริ่มงานวันแรกที่เรือนเล็กของภคพงษ์อย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ไม่นึกว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน เมื่อพักตร์วิมลโผล่เข้ามา หลังรู้จาก ปุยนุ่นปากไวว่าภคพงษ์กำลังซ่อมแซมเรือนหลังเล็ก

พักตร์วิมลกวาดสายตาไปรอบบ้านด้วยความชื่นชอบ แล้วแสดงอำนาจราวกับตัวเองเป็นเจ้าของบ้านด้วยการกระชากเสียงถามรสาที่ก้มหน้าก้มตาทำงานว่าเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง

รสาสะดุ้งนิดๆ เงยหน้าขึ้นเห็นพักตร์วิมลยืนจิกตาใส่ คิดทบทวนครู่เดียวก็จำได้ว่าเธอคือผู้หญิงที่กินข้าวกับภคพงษ์ตอนที่เจอกันครั้งแรก

“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร ไม่ได้ยินหรือไง” พักตร์วิมลขึ้นเสียงใส่...รสาตั้งหลักระงับอารมณ์เซ็ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าตนเป็นมัณฑนากร “หน้าอย่างเธอเนี่ยนะ มัณฑนากร”

“หน้าอย่างฉันนี่ล่ะค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อสอบถามไปที่บริษัทฉันได้ ฉันไปทำงานก่อนนะคะ”

“เดี๋ยว!! ในเมื่อเธอเป็นมัณฑนากร ฉันขอดูแบบบ้านหลังนี้หน่อย หน้าตาเหมือนเพิ่งจบ ออกแบบมั่วหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ฉันคงให้คุณดูไม่ได้”

“นี่เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ”

“ฉันไม่ได้ขัด ฉันแค่ไม่ทำตาม ฉันจะให้คุณดูได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของบ้านเท่านั้น”

พักตร์วิมลโกรธจี๊ด เชิดหน้าถามเธอว่า รู้ไหมว่าตนเป็นใคร รสาตอบทันควันว่าไม่ทราบ...แค่นั้นเองดาราดังก็ตาโตเท่าไข่ห่าน พูดจาเหยียดหยันคนอื่น ยกตัวเองลอยเลิศแทบยืนไม่ติดพื้น

“มองหน้าฉันให้ดี แล้วใช้สมองที่อาจจะมีไม่มากนักทบทวนดูอีกทีสิว่าฉันเป็นใคร”

รสาสีหน้าเบื่อหน่าย เอ่ยขึ้นอย่างไม่สนใจว่าตนมีเรื่องสำคัญมากกว่านี้ที่ต้องทำ พักตร์วิมลไม่พอใจแผดเสียงดังลั่น

“ฉันชื่อพักตร์วิมล เป็นแฟนของภคพงษ์”

ที่หน้าห้อง ภคพงษ์เดินมาได้ยินพอดี เขาหยุดชะงักไม่เข้าไป พร้อมกับยกมือห้ามเปลี่ยนกับปุยนุ่นที่วิ่งตามมาเกาะติดสถานการณ์ด้วยความตื่นเต้น

“ภคพงษ์เป็นเจ้าของบ้านนี้ ฉันเป็นแฟนเขาก็เท่ากับเป็นเจ้าของบ้านเหมือนกัน เอาแบบบ้านมาให้ฉัน ดูเดี๋ยวนี้” พักตร์วิมลวางมาดกรีดกรายเข้ามายื่นมือรอ แต่รสายังนิ่งเฉยไม่ยอมให้

“ถึงคุณจะเป็นแฟนเจ้าของบ้าน ฉันก็ให้คุณดูไม่ได้ เพราะบริษัทของเราทำสัญญากับคุณภคพงษ์ ไม่ใช่คุณภค–พงษ์และแฟน เพราะฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องทำตามความ ต้องการของคุณ”

พักตร์วิมลอ้าปากค้างพูดไม่ออก ภคพงษ์ยังฟังอยู่เงียบๆ ถึงกับอมยิ้มกับความฉลาดของรสา

“ที่ฉันทำแบบนี้เพราะต้องการรักษาผลประโยชน์ให้แฟนคุณ เพราะถ้าฉันยอมให้ผู้หญิงทุกคนที่อ้างว่าเป็น แฟนคุณภคพงษ์ดูแบบหรือแก้แบบ มันคงจะวุ่นวายมาก”

ภคพงษ์ยิ้มพอใจกับเหตุผลของรสา เปลี่ยนกับปุยนุ่นต่างมองเจ้านายของตนด้วยความแปลกใจ พลันทั้งคู่ก็สะดุ้งโหยงกับเสียงกรี๊ดแปดหลอดของพักตร์วิมล

“นี่หล่อนหาว่าฉันแอบอ้างเป็นแฟนภัคหรือไงฮึ”

“ฉันแค่พูดตามความเป็นจริง ถ้าคุณอยากจะดูแบบจริงๆ ก็กรุณาไปขอดูจากแฟนคุณ เพราะเขาเองก็มีอีกหนึ่งชุด แต่ถ้ามาขอจากฉัน...ฉันคงให้ไม่ได้ ขอตัวก่อนนะคะ ฉันเสียเวลามากแล้ว”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ เธอไม่มีสิทธิ์หันหลังให้ฉัน”

รสาส่ายหน้าไม่สนใจ เดินไปทำงานต่อ แต่พักตร์วิมลยังราวีไม่เลิก จะเอาแบบบ้านให้ได้ถึงขนาดกระชากไอแพดจากมือรสา โชคดีรสาระวังตัวอยู่แล้วจึงไม่ปล่อยไปง่ายๆ

“นี่คุณจะทำอะไร”

“เอามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้นะ เอามาสิ”

ทันใดนั้น เสียงภคพงษ์ดังขึ้นจนสองสาวชะงักกึก “พอได้แล้ว ผมไม่ชอบความวุ่นวาย”

พักตร์วิมลหน้าเสีย แต่พริบตาเดียวก็รีบปรับอารมณ์แสดงละครอย่างมืออาชีพ “ภัคคะ...คุณกำลังเข้าใจผิดนะคะ แพตไม่ได้สร้างความวุ่นวาย แต่แพตทำไปด้วยความหวังดี แพตอยากจะช่วยคุณนะคะ คือว่าแพตพอจะมีความรู้เรื่องการออกแบบอยู่บ้าง อาจจะไม่ได้เรียนมาโดยตรง แต่ตอนเรียนการแสดงก็ต้องเรียนการออกแบบฉากละครด้วย แพตก็เลยคิดว่า...ถ้าได้ดูแบบบ้านอาจจะช่วยคุณได้ ที่จริงถ้ามัณฑนากรของคุณให้แพตดูแบบดีๆ เรื่องมันก็ไม่วุ่นวายแบบนี้”

“เป็นความผิดของฉันเหรอเนี่ย” รสาถามกึ่งบ่น

“เธออาจจะไม่อยากยอมรับ แต่ใช่จ้ะ เธอผิด”

รสาไม่พอใจ หันมาทางภคพงษ์ที่ยืนเฉยไม่พูดอะไร พร้อมกับเลิกคิ้วนิดๆเหมือนอยากรู้ว่าเธอจะทำยังไง รสาเห็นแล้วยิ่งแค้น พูดโพล่งกับพักตร์วิมลว่า

“ได้ค่ะ ในเมื่อคุณโยนความผิดมาให้ฉัน และเจ้าของบ้านก็เหมือนจะเห็นด้วย งั้นก็เอาไปเลย ถ้าอยากจะแก้ไขอะไรก็เชิญ เพราะคุณเองก็มีความรู้การออกแบบฉากละครซะด้วย คงไม่จำเป็นต้องจ้างฉัน”

พักตร์วิมลรับไอแพดมาด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ในขณะที่ภคพงษ์มองหน้ารสาอย่างไม่ชอบใจนัก

“ตอนนี้คุณมีมัณฑนากรใหม่แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันขอถอนตัว” รสาประกาศชัด แววตาแข็งกร้าวเอาจริง

เปลี่ยนกับปุยนุ่นเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่หน้าห้อง ได้ยินว่ารสาจะถอนตัวก็มองกันเลิ่กลั่ก แต่สำหรับพักตร์วิมลนั้นยินดีและเต็มใจอย่างยิ่ง

“ถอนตัวก็ดี คนหัวแข็งอย่างเธอทำงานด้วยก็เหนื่อยเปล่า ว่านิดว่าหน่อยก็ไม่ได้ เพิ่งจบแล้วยังจะมาอวดเก่ง ฉันกับภัคไม่ง้อ”

รสาสะท้านในใจเล็กๆ อารมณ์พุ่งจี๊ดแต่พยายามระงับไว้ คุมเสียงไม่ให้สั่นเพราะความโกรธ “หมดธุระแล้ว ...ดิฉันกลับล่ะ”

“เดี๋ยว! ยังไปไม่ได้” ภคพงษ์ออกคำสั่งแล้วหันมาดึงไอแพดจากมือพักตร์วิมลคืนให้รสา “ทำงานของคุณให้จบ ผมถึงจะยอมให้คุณไป”

พักตร์วิมลขัดใจจะกรี๊ด แต่ต้องชะงักกับน้ำเสียงเด็ดขาดของเขา “แพต...ต่อไปนี้ถ้าผมไม่อนุญาต ห้ามคุณมาที่นี่”

หญิงสาวหน้าเสียและเสียหน้าอย่างแรง จ้องรสาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ภคพงษ์ไม่รีรอเรียกเปลี่ยนเข้ามาพาพักตร์วิมลไปที่เรือนใหญ่

“ไม่ต้องค่ะ แพตไปเองได้” เธอสวนทันควันแล้วหันขวับมาทางรสา ย่างสามขุมเข้าหาพูดเบาๆได้ยินแค่สองคน “ฉันไม่ยอมจบแค่นี้แน่”

รสาไม่หวั่นไหวแต่เพลียใจมากกว่า...ครั้นเหลือกันแค่สองคนในห้องนี้ ภคพงษ์ทำให้รสาขุ่นมัวขึ้นมาอีก เขาตำหนิเธอทำตัวเหมือนเด็ก เอะอะไม่พอใจก็ขอถอนตัว ขอลาออก ทำตัวไม่สมกับเป็นมืออาชีพ

“ถ้าคุณคิดว่าดิฉันไม่เป็นมืออาชีพ คุณไม่จำเป็นต้องจ้างดิฉันก็ได้นะคะ”

“นิสัยชอบท้าทายข่มขู่แบบนี้...ก็เลิกได้แล้ว เพราะไม่ว่าคุณจะท้าทายยังไง ผมก็ไม่เลิกจ้างคุณ”

ชายหนุ่มทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นแล้วเดินจากไปทันที รสาหน้าตูมตึงมองตามด้วยความหงุดหงิด...ขณะเดียวกันที่เรือนใหญ่ เผด็จฟังเปลี่ยนกับปุยนุ่นเล่าเหตุการณ์ด้วยความประหลาดใจว่าทำไมพักตร์วิมลถึงยอมแพ้กลับมา เปลี่ยนบอกว่าน่าจะเป็นเพราะเธอเกรงใจคุณภัค ท่าทางเขาจริงจังมากๆ

“ถึงว่า...ตอนคุณพักตร์วิมลเดินออกมาหน้างี้คว่ำเป็นกะละมังบุบเลยค่ะ”

“นี่นังปุย ไม่ต้องมาแจ๋นออกความเห็น ที่เรื่องมันบานปลายแบบนี้ก็เพราะหล่อน ถ้าไม่ปากมากพูดจาไม่มีหูรูด เรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้” สายใจดุจนปุยนุ่นหน้าจ๋อย รีบขอโทษว่าตนผิดไปแล้ว “ไม่ต้องเลย สำนึกได้แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ปากมากอีกตามเคย”

“แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราเห็นว่าคุณรสารับมือกับเรื่องแบบนี้ได้ ฉันเองก็จะได้สบายใจ เพราะกว่าจะจบงานนี้เห็นทีจะต้องเจออีกเยอะ” เผด็จทำนายอย่างมั่นใจ สายใจพยักพเยิดอย่างเห็นด้วย...

ภายในห้องนั่งเล่น พักตร์วิมลยืนหน้าบึ้งตึงแต่พอเห็นภคพงษ์เดินเข้ามา เธอรีบปรับสีหน้านางเอกจะออดอ้อน แต่เขาไม่เปิดโอกาส พูดสวนขึ้นมาเสียก่อน

“แพต...ผมเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้คุณต้องไปช็อปปิ้งคนเดียว ขอโทษด้วย”

พักตร์วิมลตกใจเรียกชื่อเขาระรัวแต่ก็ไร้ผล เขาเดินลิ่วขึ้นข้างบนไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้เธอยืนปากสั่นด้วยความโกรธ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไร เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ หรือว่าจะเป็นเพราะนังติสท์แตกคนนั้น!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 06:58 น.