ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันทอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บ่ายวันหนึ่ง รสาโทร.หาห้าวที่ระยองเพื่อจะขอคุยกับพิมพรรณ ปรากฏว่าสิ่งที่ได้ยินจากห้าวทำให้เธอตกใจแทบช็อก

“พิมไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว พิมย้ายออกไปได้สักพักแล้ว”

“อะไรนะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพี่ห้าวไม่บอกรสสักคำ”

“พี่เห็นรสยุ่งๆ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเดินแฟชั่น ก็เลยไม่อยากเอาเรื่องไม่สบายใจไปรบกวน ตั้งใจว่าถ้ารสมี เวลาว่างมา...รสก็รู้เอง”

“รสขอโทษจริงๆ ช่วงนี้ยุ่งมาก รสไม่ได้กลับไประยองเลยไม่รู้เรื่อง พี่ห้าวเล่ามาให้หมดเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ห้าวลำบากใจแต่ก็ขัดรสาไม่ได้ เล่าไปตามจริงว่าวาริชจะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกับพิมพรรณหลังจากไปจดทะเบียนสมรสกันมาแล้ว แต่ลุงพร้อมไม่ยอม และเกิดมีปากเสียงกันใหญ่โต ที่สุดลุงก็ยื่นคำขาดให้พิมพรรณเลือกว่าระหว่างพ่อกับสามีจะอยู่กับใคร ปรากฏว่าพิมพรรณเลือกวาริช ลุงจึงไล่ออกไปอยู่ด้วยกัน ไม่ให้กลับมาเหยียบที่นี่อีก แล้วตนก็ชกหน้าวาริชไปด้วยเพราะทนไม่ได้กับความก้าวร้าวของมัน

วางสายจากห้าวแล้ว รสาเศร้าใจและโทษตัวเองที่ไม่มีเวลาให้พิมพรรณ เรื่องราวถึงลงเอยแบบนี้ แต่ชีวินไม่คิดเช่นนั้น เขาปลอบรสาว่า ที่พิมพรรณเป็นแบบนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ ถึงเธออยู่ระยอง ก็ช่วยอะไรไม่ได้

“ไม่จริง รสอาจจะช่วยเป็นที่ปรึกษาหรือพูดเตือนสติพิมได้บ้าง ถ้ารสอยู่พิมอาจจะไม่เตลิดไปแบบนี้  ไม่อยากจะเชื่อเลย...วาริชมันทำลายชีวิตพิมได้มากถึงขนาดนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลย”

“รส...บ่ายนี้เดี๋ยววินดูงานแทนให้เอง ถ้ารสอยากกลับระยอง เก็บของแล้วไปเลยก็ได้นะ ไม่ต้องห่วงงานที่นี่”

“ขอบใจมากวิน...ขอบใจมาก” รสาน้ำตาเอ่อ ชีวินเห็นแล้วสงสาร ค่อยๆดึงเธอเข้ามากอดปลอบใจ

ปรางทิพย์เดินเข้ามาเห็นพอดี เธอตกใจอุทานเบาๆแล้วหันหลังขวับทำตัวไม่ถูก รสากับชีวินผละออกจากกัน แล้วชีวินก็แยกไปดูงานที่สวนต่อ รสากับปรางทิพย์ จึงอยู่กันตามลำพัง

สองคนพูดคุยกันด้วยไมตรี โดยเฉพาะปรางทิพย์ดูจะปลื้มรสามาก เอ่ยชมไม่ขาดปาก ทั้งเรื่องความสวยและความเก่ง ขณะที่รสาก็เอ็นดูปรางทิพย์ไม่น้อย ถ้อยคำและท่าทางของเธอแสดงถึงความจริงใจใสซื่อเป็นธรรมชาติ

คุยกันไม่นาน รสาขอตัวไปเก็บของเตรียม

กลับระยอง แต่ไม่ทันจะออกเดินทางก็เกิดเรื่องคาดไม่ถึง พักตร์วิมลตั้งใจมารอภคพงษ์แล้วเจอปรางทิพย์เข้า

อย่างจัง เธอหึงหวงหน้ามืดตามัวผลักปรางทิพย์ล้มแขนถลอกเลือดซิบ รสาทนดูไม่ได้วิ่งเข้ามาห้าม เลยโดนเล่นงานด้วยอีกคน

พักตร์วิมลอาละวาดด่าทอลืมภาพนางเอกแสนดีไปเสียสนิท พอโดนรสาศอกกลับเข้าให้บ้างก็สติหลุดทำร้ายรสาจนหัวแตก และก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่เพราะรสากับปรางทิพย์รวมพลังต่อต้านและต่อสู้ เปลี่ยนกับปุยนุ่นวิ่งเข้ามาห้าม ตามด้วยสายใจที่รั้งท้ายมาด้วยความตกอกตกใจ

สายใจตำหนิพักตร์วิมลอย่างไม่ไว้หน้า ส่วนพักตร์วิมลก็ยอกย้อนก้าวร้าวสายใจอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนสะบัดหน้ากลับไปด้วยความแค้นที่มีต่อทุกคน โดยเฉพาะรสากับปรางทิพย์

จากนั้น สายใจพารสากับปรางทิพย์ไปทำแผล ปรางทิพย์ห่วงใยรสามากและกล่าวโทษตัวเองเป็น

ต้นเหตุทำให้รสาเดือดร้อน

“ไม่หรอกค่ะ พี่เต็มใจเข้าไปช่วยเอง อย่าคิดมากนะคะ...พี่ต้องไปก่อนแล้ว ป้าใจคะ สวัสดีค่ะ”

สายใจรับไหว้ มองตามรสาออกไปด้วยสายตาชื่นชม เช่นเดียวกับปรางทิพย์ที่ยิ้มปลื้มมาก เมื่อ

ภคพงษ์กลับมา เธอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง และเอ่ยชมรสาด้วยความจริงใจ

“พี่รสาเป็นคนน่ารักมากเลยนะคะ พี่เขาต้องรีบไปต่างจังหวัด แต่ก็ยังเข้ามาช่วยปรางด้วยความจริงใจ ช่วยแล้วก็ไป แบบนี้เรียกว่าสวยทั้งจิตใจสวยทั้งใบหน้า ไม่เหมือนบางคน”

“เรื่องแพต...เดี๋ยวพี่จัดการเอง พี่สัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เจ็บมั้ย”

“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่คงน้อยกว่าพี่รสา จริงๆแล้วมันอาจจะเป็นความผิดของปรางก็ได้นะคะ ที่แวะมาหาพี่ภัคโดยไม่บอกล่วงหน้า พอดีวันนี้ที่โรงเรียนเขางด แต่ปรางไม่รู้ก็เลยมาเก้อ คนรถก็กลับไปแล้ว ปรางไม่อยากรอรถ เซ็งๆก็เลยตั้งใจว่าจะมานั่งเล่นที่บ้านพี่ภัคก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน ไม่คิดว่าจะเจอพี่เขา”

“นี่กำลังคิดว่าพี่นัดแพตมา แล้วก็เลยเกิดรถไฟชนกันใช่ไหม”

“ปรางถามพี่ภัคตรงๆนะคะ พี่ภัคเห็นปรางเป็นของเล่นแค่ขำๆ เบื่อแล้วก็ทิ้งหรือเปล่าคะ” เธอเอาคำพูดของพักตร์วิมลมาถามเขาอย่างแสนซื่อ

ภคพงษ์ชะงักเล็กน้อย นึกถึงความใจร้ายใจดำของรัชนี แล้วตอบออกไปอย่างหนักแน่น

“ไม่ใช่ ความรู้สึกที่พี่มีต่อปรางมันมากกว่านั้น ปรางไม่ใช่ของเล่น แต่ปรางคือตัวจริงของพี่ เป็นผู้หญิงที่พี่รักและคิดจะจริงจังด้วยมากที่สุด”

ปรางทิพย์ยิ้มกว้างดีใจ ภคพงษ์เห็นแล้วยิ้มพอใจ แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความสะใจลึกๆ

ขณะเดียวกันนั้นที่โรงเรียนสอนภาษา รัชนีตั้งใจมารอรับลูกสาว แต่เมื่อเห็นป้ายหน้าห้องเรียนบอกว่าวันนี้งด เธอร้อนใจรีบโทร.เข้ามือถือลูกสาวทันที

ปรางทิพย์กำลังจะกินข้าวเย็นกับภคพงษ์ เธอตกใจไม่อยากรับสาย แต่ถ้าไม่รับต้องเป็นเรื่องแน่...

เมื่อได้ยินว่าลูกสาวอยู่บ้านภคพงษ์ รัชนีหน้าซีดใจสั่น สั่งเฉียบให้กลับบ้านเดี๋ยวนี้

“แต่ปรางกำลังจะทานข้าวกับพี่ภัคนะคะ ปรางขอทานข้าวก่อนแล้วค่อยกลับได้ไหมคะ”

“ไม่ได้ รีบออกมาจากบ้านนั้นให้เร็วที่สุด ถ้าปรางไม่ยอมกลับ แม่จะไปรับเอง”

“แล้วคุณแม่จะให้ปรางกลับยังไงคะ”

ภคพงษ์ฟังอยู่ตลอด ฉวยโอกาสตอบพร้อมๆกับรัชนีที่บอกว่าจะส่งรถไปรับ

“พี่ไปส่งเอง”

ปรางทิพย์ลังเลนิดหน่อยก่อนบอกแม่ว่า ไม่ต้องส่งรถมา พี่ภัคจะไปส่งเธอที่บ้าน รัชนีอ้าปากจะห้ามแต่ปรางทิพย์ชิงตัดบทเสียก่อนว่า

“แค่นี้ก่อนนะคะคุณแม่ ปรางจะรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ตามที่คุณแม่ต้องการ”

ลูกสาววางสายไปแล้ว รัชนีหน้าเครียดจัด แค้นใจภคพงษ์ที่ไม่ยอมจบจริงๆ

ooooooo

เมื่อภคพงษ์ไปส่งปรางทิพย์ถึงหน้าบ้าน รัชนีซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้วแทบจะกระชากแขนลูกสาวเข้าบ้าน ถ้าไม่เห็นว่าที่แขนลูกมีรอยแผลเล็กๆ

“ไปทำอะไรมา”

“หกล้มค่ะ” ปรางทิพย์ตอบโดยไม่สบสายตาแม่

“แน่ใจ?” รัชนีคาดคั้น

“คุณควรจะไว้ใจลูกสาวของคุณนะครับ” ภคพงษ์แทรกขึ้นมา...รัชนีหันขวับไปตวาดด้วยความไม่พอใจ

“ฉันคุยกับลูกสาวฉัน กรุณาอย่ามายุ่ง”

ภคพงษ์ผงะเล็กน้อย ปรางทิพย์หน้าเสีย มองเขาด้วยความสงสาร ยิ่งรัชนีออกปากไล่ภคพงษ์กลับ เธอยิ่งเห็นใจ ถามแม่ว่าทำไมต้องพูดไม่ดีกับเขาด้วย

“เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่างปรางไม่รู้เรื่องอะไร อย่ายุ่งดีกว่า”

ปรางทิพย์น้ำตาคลอ เสียใจและน้อยใจที่โดนแม่ดุต่อหน้าภคพงษ์ ต่อต้านออกมาอย่างลืมตัว

“ถ้าคุณแม่ไม่อยากให้ปรางยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ เรื่องของปราง ผู้ใหญ่อย่างคุณแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเหมือนกัน”

“ปรางทิพย์!! มาขึ้นเสียงกับแม่แบบนี้ได้ยังไง ขอโทษเดี๋ยวนี้”

“คุณแม่ยังตะคอกใส่พี่ภัคได้ ถ้าอยากให้ปรางขอโทษ คุณแม่ก็ต้องขอโทษพี่ภัคก่อน”

ปรางทิพย์กับรัชนีมองตากันไม่มีใครยอมใคร ภคพงษ์สะใจเป็นบ้าที่เห็นแม่ลูกทะเลาะกัน รัชนีเหลือบมองเขา ใจเต้นโครมคราม พยายามระงับสติอารมณ์ เพราะรู้ว่ากำลังโดนเขาปั่นหัว

“โอเค...แม่ขอโทษ ขอโทษทั้งสองคน แม่คงจะเป็นห่วงปรางมากเกินไป แม่ขอโทษนะลูก” รัชนียิ้มแย้มกับลูกสาว รักษาภาพความเป็นคนดีไว้อย่างสุดชีวิต “แม่ว่าปรางไปอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวดีกว่านะลูก เดี๋ยวคุณพ่อก็จะกลับมาแล้ว เราจะได้ทานข้าวพร้อมกัน”

“ค่ะคุณแม่...ขอบคุณพี่ภัคมากนะคะที่มาส่ง สวัสดีค่ะ”

ภคพงษ์รับไหว้และส่งยิ้มให้ ปรางทิพย์ยิ้มรับค่อยๆถอนสายตา จำใจเดินเข้าบ้านไป รัชนีเห็นแววตาของลูกสาวแล้วใจหายวาบ รู้ทันทีว่าลูกตกหลุมรัก

ภคพงษ์ไปเรียบร้อย

“รู้ซึ้งแล้วใช่ไหมว่าการโดนคนที่เรารักเกลียด...มันเป็นยังไง” ภคพงษ์ทิ้งคำพูดสะใจนี้ไว้แล้วเดินออกไปทันที

รัชนีโกรธจนทนไม่ไหว ก้าวตามไปเรียกเขาอย่างฉุนเฉียว “หยุดก่อน ภคพงษ์ ฉันบอกให้หยุดคุยกันก่อน”

ภคพงษ์หยุดตามคำสั่ง หันกลับมากวนประสาทรัชนีต่อ

“ผมดีใจมากเลยนะครับ ที่วันนี้คุณอยากคุยกับผม หลังจากที่ทิ้งผมไปยี่สิบกว่าปี โดยไม่เคยคิดอยากจะคุย”

“ฉันรู้ว่าเธอเกลียดฉันมาก”

“รู้ก็ดี” เขาสวนทันควัน รัชนีถึงกับหน้าชา

“แต่ฉันขอย้ำว่าปรางทิพย์ไม่เกี่ยว”

“เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว...ปรางทิพย์คือคนที่คุณรัก ถ้าผมต้องทำร้ายจิตใจคุณ ผมก็ต้องเริ่มต้นจากการทำร้ายจิตใจคนที่คุณรัก ยิ่งปรางทิพย์เจ็บเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น และยิ่งคุณเจ็บมากเท่าไหร่ ผมยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น และอย่าคิดนะว่าการพรากปรางทิพย์ไปจากผมจะทำให้เรื่องจบ แค่ฝรั่งเศสผมไปหาเมื่อไหร่ก็ได้ คนรักกัน ยิ่งอยู่ไกลกันก็ยิ่งคิดถึงกัน ถ้าคุณตาไม่บอดก็คงจะดูออกว่าปรางทิพย์รักผมมากแค่ไหน”

“เธอใจร้ายมาก ที่ทำแบบนี้กับ...น้องสาวของตัวเอง”

“แต่มันยังเทียบไม่ติดกับสิ่งที่คุณทำกับลูกชาย

ของตัวเอง ถ้าคุณยังไม่ยอมถอดหน้ากากแม่ที่แสนดีอันจอมปลอม คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาด่าคนอื่น เพราะคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดก็คือตัวคุณเอง”

รัชนีจุกและเจ็บแทบกระอัก ยิ่งเห็นสายตาเย็นชาของภคพงษ์ ก็ยิ่งสะดุ้งวาบ...มันช่างเหมือนแววตาของเธอในวันที่ทอดทิ้งเขามาอย่างไม่ไยดี

ooooooo

ภคพงษ์กลับบ้านตัวเองอย่างสาแก่ใจ สายใจซึ่งรู้เรื่องรัชนีโทร.ตามปรางทิพย์ กำลังนั่งรออยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจ

“คุณหนู...คุณผู้หญิงเป็นยังไงบ้าง โกรธหรือเปล่าคะ”

“โกรธสิ ไม่ได้โกรธธรรมดา แต่โกรธมาก ถ้าฆ่าผมได้ คงฆ่าไปแล้ว”

“แล้วคุณหนูจะทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่คะ”

“จนกว่าเขาจะยอมรับความจริง ที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตเหมือนนางฟ้า เป็นคนดีที่ทุกคนชื่นชม มีแต่คนรักในภาพจอมปลอมที่เขาสร้างขึ้นมา เขาเหยียบพ่อกับผมไว้กับอดีตที่เขาไม่อยากจดจำ แม่แบบนี้ไม่สมควรจะได้รับความชื่นชมจากใครทั้งนั้น เขาต้องยอมบอกความจริง...ความจริงที่เขาปกปิดและหลอกลวงทุกคนมาตลอดแม้แต่สามีและลูกสาวของตัวเอง...หมดเวลาความสุขของเขาแล้ว”

“แล้วเวลาความสุขของคุณหนูล่ะคะ มันต้องหมดไปด้วยหรือเปล่า ตั้งแต่คุณผู้หญิงกลับมา ป้าไม่เห็นคุณหนูจะมีความสุขเลยนะคะ”

“เวลานี้...ขอแก้แค้นจนสะใจก่อน ส่วนเรื่องความสุข มันยังรอได้”

ภคพงษ์ตอบอย่างมั่นใจ สายใจไม่เห็นด้วยเลียบๆ เคียงๆเตือนสติ

“มันก็ไม่แน่นะคะ ความสุขบางอย่างก็อาจจะไม่รอ กว่าคุณหนูจะรู้ตัวมันอาจจะสายเกินไป” สายใจหมายถึงรสา ภคพงษ์หยุดคิด ในใจเขาคิดถึงรสาเช่นกัน...

เวลาเดียวกันนั้น รสาถึงระยองแล้ว เธอมองสภาพห้องพิมพรรณที่โล่งว่างด้วยใจโหวงๆ ทั้งคิดถึงและสงสารกับชะตาชีวิตที่พลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ ห้าวยืนอยู่ข้างหลัง บอกรสาว่ามือถือของพิมติดต่อไม่ได้ ถ้ารสาอยากคุยคงต้องไปหาที่บ้านเช่าของวาริช

“ได้จ้ะ พรุ่งนี้พิมจะไปหาแต่เช้า”

“แต่ก่อนไป...รสลองคุยกับลุงแกหน่อยดีไหม เผื่อแกจะเย็นลง แล้วใจอ่อนลงบ้าง”

รสาเห็นด้วย เช้าวันรุ่งขึ้นจึงเข้ามาคุยกับอาทั้งสอง โดยมีห้าวเกาะติดสถานการณ์อยู่ตลอด

“ไม่...อาไม่มีวันยอม ถ้าอายอม มันก็จะยิ่งได้ใจ นี่ขนาดไม่ยอมมันยังไม่เห็นหัวพ่อหัวแม่ คิดจะทำอะไรก็ทำ ไม่ปรึกษาสักคำ” พร้อมประกาศเสียงแข็ง

“แต่ที่ลูกไม่ปรึกษาอาจจะเป็นเพราะเราไม่เปิดโอกาสให้ลูกก็ได้นะพี่” วิมลติงขึ้นมา

“ทำไมข้าจะไม่เปิด มันต่างหากที่ปิดตัวเอง แยกตัวเองออกไปจากครอบครัว เพราะเชื่อไอ้ผัวมัน เจอมันหยอดคำหวาน เจอมันเอาใจเข้าหน่อยก็เชื่อมันไปหมด พ่อ แม่ พี่ เพื่อน พูดอะไรก็ไม่ฟัง”

รสามองอาพร้อมด้วยความเข้าใจ บอกว่าเธอจะลองคุยกับพิม ถ้าพิมยอมเลิกกับวาริช อาจะยอมให้พิมกลับมาอยู่บ้านหรือเปล่า

“ให้มันเลิกให้ได้ซะก่อนเหอะ เรื่องจะกลับมา ประตูที่นี่เปิดรับมันเสมอ ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่ให้อภัยลูกตัวเอง แต่มันต้องใจแข็ง ต้องลุกขึ้นสู้ ไม่ใช่สู้เพื่อคนอื่น แต่สู้เพื่อตัวเอง ถ้ามันไม่ยอมสู้ มันก็ต้องถูกเขาเอาเปรียบไปตลอดชีวิต”

รสาฟังแล้วก็สะท้อนใจ ลุกออกไปนอกบ้าน โดยไม่รู้ว่าห้าวยังตามติด เธอแอบบ่นกับตัวเองอย่างหนักใจ

“สู้กับใครมันก็สู้ได้ แต่สู้กับตัวเองนี่ ทำไมมันถึงยากนักนะ” พูดจบหันหลังกลับ เกือบชนห้าวที่ยืนสังเกตอยู่ตลอด “พี่ห้าว ตกใจหมดเลย มายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่ให้สุ้มให้เสียง”

“ก็มาตั้งแต่รสพูดคนเดียวนั่นแหละ”

“จริงเหรอ” รสาถามหน้าจ๋อย ห้าวยิ่งจับผิด ดึงรสาลงนั่งแล้วซักถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรพูดมา อย่าหลอกกัน

“เปล่าจ้ะเปล่า ไม่มีอะไร รสไม่ได้หลอกพี่ห้าว”

“หลอกสิ หลอกเต็มๆ เราวิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ นึกเหรอว่าจะหลอกกันได้...ใคร? ใครทำให้รสไม่สบายใจบอกมา ไอ้หน้าแหย หรือไอ้ไฮโซหน้าขาว”

รสาพยายามปกปิดเรื่องส่วนตัว แต่ดูเหมือนห้าวจะรู้ทันจึงยังถามซอกแซก เพราะไม่ต้องการให้คนที่ตนรักเจ็บปวดเพราะผู้ชายเลวๆเหมือนอย่างพิมพรรณอีกคน

“พี่ห้าว...รสกับพิมไม่เหมือนกันนะจ๊ะ พี่ห้าวก็รู้ว่ารสน่ะ เข้มแข็งจะตาย”

“หัวใจนะ ไม่ใช่กล้ามแขน มันจะแข็งซักแค่ไหนเชียว...ถ้าพี่เจ็บแทนรสได้ พี่จะไม่ยุ่งเลย เพราะฉะนั้นพี่ถึงไม่อยากให้ใครมาทำให้รสต้องเจ็บ ไม่อยากทนเห็นรสเจ็บต่อหน้าต่อตาโดยที่พี่เจ็บแทนไม่ได้ มันโคตรทรมาน...ไม่ว่าจะไอ้โฮโซหน้าขาว ไอ้หน้าแหย หรือไอ้หน้าไหนก็อย่าไว้ใจ ที่สำคัญ อย่าให้พี่รู้ว่ามันทำให้รสเจ็บ พี่เอามันตายแน่”

คำพูดจริงจังของห้าวกระแทกใจรสาอย่างแรง แต่เธอไม่อยากเศร้าให้เขาเห็น หลีกเลี่ยงด้วยการขอตัวไปหาพิมพรรณ...           

พิมพรรณกำลังทุกข์หนักเพราะตัวเองท้อง เธอไม่รู้จะปรึกษาใคร แม้แต่วาริชก็ยังไม่ได้บอกให้รู้ เมื่อรสามาพบและสอบถามความเป็นอยู่ว่าสุขสบายดีไหม เธอน้ำตาร่วงเผาะ แค่นี้รสาก็รู้แล้วว่าคำตอบคืออะไร

“พิมอยู่ที่นี่ไม่มีความสุขใช่ไหม ไม่มีความสุขก็กลับบ้านเรานะ รสคุยกับอาพร้อมแล้ว อายกโทษให้พิม ถ้าพิมเลิกกับวาริชเมื่อไหร่ก็กลับบ้านได้”

“พิมกลับไปไม่ได้แล้วรส...พิมกลับไปไม่ได้”

“ทำไมจะกลับไม่ได้ หรือว่ามันขู่จะทำร้ายพิม พิมถึงไม่กล้า”

“ไม่ใช่...”

“แล้วเป็นเพราะอะไร ทำไมพิมถึงเลิกกับมันไม่ได้”

พิมพรรณลังเลครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจบอกว่าตัวเองท้อง รสาหน้าเสีย กอดพิมพรรณที่สะอื้นไห้ด้วยความสงสาร

“รส...ถ้าพิมเลิกกับวาริช ลูกก็จะไม่มีพ่อ ที่สำคัญพ่อคงไม่ยอมให้พิมเก็บลูกไว้ รสก็รู้ว่าพ่อเป็นยังไง พ่อไม่มีวันยอมรับลูกในท้องพิมแน่ๆ ถ้าพิมเลิกกับวาริช แล้วกลับไปบ้าน พิมอาจจะไม่เหลือใครเลย ทั้งสามี ทั้งลูก พิมจะไม่เหลือใครเลยจริงๆ ไม่เหลือใครเลย...”

ฟังเหตุผลของพิมพรรณแล้ว รสาถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหว...เมื่อรสากลับมาเล่าให้วิมลกับห้าวฟัง พวกเขาสงสารและเห็นใจพิมพรรณ

“พิมพูดถูก ถ้าพ่อรู้ ไม่มีทางให้เก็บลูกเอาไว้แน่ๆ โธ่พิม...ทำกรรมอะไรไว้นะลูก อยู่ๆชีวิตมันถึงได้พลิกผันไปแบบนี้ เพราะผู้ชายคนเดียวแท้ๆ เพราะผู้ชายคนเดียว” วิมลพูดทั้งน้ำตา รสาเข้ามากอดปลอบ ห้าวเห็นแล้วยิ่งฮึดฮัดโกรธแค้นวาริช

“อาวิมลคิดว่า...เราควรจะบอกอาพร้อมเรื่องพิมท้องหรือเปล่า” รสาหารือ

“อย่าบอกเลย ตอนนี้อาการก็แย่มากแล้ว ถ้ารู้อีกเรื่อง อากลัวว่าจะช็อกอีกรอบ เอาไว้ให้เรื่องมันซาๆอีกสักหน่อย เผื่อให้พิมคลอดลูกให้เรียบร้อย วันนั้นพาหลานมากราบ พ่ออาจจะใจอ่อนลงมาบ้าง ระหว่างนี้อาจะแอบไปเยี่ยมพิมบ่อยๆ คนกำลังท้องกำลังไส้ต้องการกำลังใจ ไม่รู้ว่าผัวมันจะดูแลเป็นยังไงบ้าง”

“รสก็จะหาเวลากลับมาบ่อยๆนะจ๊ะ กลับมาให้มากกว่าที่ผ่านมา รสจะพยายามชดเชยให้กับพิมมากที่สุด เท่าที่รสจะทำได้”

รสาพูดเศร้าๆ ห้าวมองหน้า จับความรู้สึกได้ว่า รสาน่าจะมีอะไรในใจ กระทั่งค่ำลงห้าวทำทีมาเลียบๆ เคียงๆถามรสาว่าเหนื่อยไหม เจอแต่เรื่องหนักๆ

“รสน่ะไหว สงสารก็แต่พิม”

“แน่ใจนะว่าไหว”

“แน่ใจสิ ทำไมพี่ห้าวถามแปลกๆ”

“ก็...เรื่องไอ้ไฮโซหน้าหล่อ ตกลงตอนนี้รสกับมันเป็นอะไร...ยังไงกัน”

“ก็อย่างที่บอก เราสองคนก็เป็นแค่เจ้านายลูกน้อง รสก็เป็นแค่มัณฑนากรที่เข้าไปตกแต่งบ้านให้เขา มันก็แค่นั้น”

“ถ้าแค่นั้นก็ดี เวลาที่รสเห็นข่าวนี้จะได้ไม่เสียใจ”

“ข่าวอะไร”

ห้าวไม่ตอบแต่ยื่นหนังสือพิมพ์บันเทิงมาตรงหน้า รสาเห็นพาดหัวข่าวตัวเป้ง “นางแบบใหม่ใจถึง ย่องเข้าบ้านไฮโซหน้าหยก” มีภาพประกอบภคพงษ์ขับรถออกจากบ้านพร้อมปรางทิพย์

รสานิ่งๆ ไม่ได้ตกใจ เพราะรู้อยู่แล้ว แต่แค่เอือมหนักๆกับความรู้สึกที่เห็นภาพเห็นข่าวมาตอกย้ำ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด
23 มิ.ย 2564

11:45 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 13:57 น.