ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันทอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภคพงษ์ให้ความสำคัญกับรสามาก เขาตั้งใจออกแบบเครื่องประดับให้เธอใส่ และให้เธอเดินชุดฟินาเล่ซึ่งเป็นชุดสุดท้ายปิดงาน เมื่อรสาทราบข้อมูลนี้จากเจ้าหน้าที่ในวันมาดูสถานที่จริงก็แอบปลื้ม แต่ชีวินที่มาเป็นเพื่อนช่วยดึงสติเธอกลับมาด้วยการพูดขึ้นลอยๆว่า ภคพงษ์ถนัดตบหัวแล้วลูบหลัง...

ทางด้านรัชนีที่ยังไงก็ไม่อยากให้ปรางทิพย์เดินแฟชั่นครั้งนี้ เธอพยายามโน้มน้าวลูกสาวให้เปลี่ยนใจ โดยหยิบยกเรื่องพักตร์วิมลมาพูดเป่าหู

“แม่ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นแฟนหรือว่าอยากเป็น แต่ที่แน่ๆเขาไม่อยากให้ปรางไปยุ่งกับผู้ชายของเขา”

“แต่ปรางก็ไม่ได้คิดแบบนั้นกับพี่ภัคนะคะ”

“ปรางไม่คิด แต่คนอื่นเขาคิดนะลูก แม่บอกแล้วว่าให้ระวังตัว ทางที่ดีอยู่ห่างๆภคพงษ์ไว้เป็นดีที่สุด”

“แล้วเราต้องไปแคร์ความคิดของคนอื่นด้วยเหรอคะ”

“ต้องแคร์สิลูก เราไม่ได้อยู่คนเดียวในสังคม ถ้าเราไม่แคร์สักวันเราจะตกเป็นเหยื่อ เป็นขี้ปากให้คนอื่นเขานินทา เพราะอย่างนี้แม่ถึงไม่อยากให้หนูไปเดินแฟชั่นอะไรนั่น ถ้ามันมีข่าวไม่ดีออกมา มันไม่คุ้มกันเลยนะ”

“แต่คุณแม่ก็รู้ว่าการได้ทำงานนี้มันจะทำให้ปรางได้เรียนรู้อะไรตั้งมากมาย ปรางจะไม่ปฏิเสธเพียงเพราะกลัวคนนินทาหรอกค่ะ ส่วนเรื่องผู้หญิงของพี่ภัค...ปรางว่าคุณแม่ไม่ต้องกลัวนะคะ ปรางมั่นใจว่าพี่ภัคจัดการได้”

“ตกลง...ไม่ว่ายังไงปรางก็จะไม่ฟัง จะต้องเดินแฟชั่นให้ได้?”

“ใช่ค่ะ ปรางไม่สนใจใคร ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น อย่างเดียวที่ปรางเฝ้ารอคือการได้ทดลองทำงานในวงการแฟชั่น ยังไม่ได้เป็นดีไซเนอร์ ได้ลองเป็นนางแบบก็ยังดี ปรางตื่นเต้นมากๆเลยค่ะคุณแม่ อยากให้ถึงวันงานเร็วๆ”

ปรางทิพย์ไม่สนใจเรื่องที่รัชนีพยายามเป่าหูแม้แต่น้อย เธอวาดฝันถึงวันงานด้วยแววตาเป็นประกาย รัชนีเห็นแล้วยิ่งกลุ้มใจ

ooooooo

แล้ววันนั้นก็มาถึง เผด็จตรวจตราความพร้อมในทุกส่วน ทั้งหน้าและหลังเวทีทุกอย่างลงตัวหมด รวมถึงห้องวีไอพีที่ภคพงษ์สั่งให้จัดไว้สำหรับรสา และห้องส่วนตัวสำหรับปรางทิพย์ ในขณะที่พักตร์วิมลได้แต่งหน้าทำผมในห้องธรรมดารวมกับนางแบบอื่นๆ

คัพเค้กติดสอยห้อยตามมาดูแลรสาด้วย หล่อนตื่นเต้นกับความอลังการชุดราตรีสวยหรูของรสา ชีวินที่ตามมาทีหลังพร้อมขนมนมเนยเห็นเข้าถึงกับตะลึงไปเหมือนกัน

อีกห้องที่ปรางทิพย์อยู่กับรัชนีและช่างแต่งหน้าทำผม ดอกไม้พร้อมการ์ดจากภคพงษ์ถูกส่งเข้ามา แต่ยังไม่ทันถึงมือปรางทิพย์ รัชนีก็หยิบฉวยมันไปเสียก่อน เพราะเธอไม่ต้องการให้ลูกสาวหลงใหลได้ปลื้มมากไปกว่านี้ แต่พอภคพงษ์ปรากฏตัวพร้อมชุดเครื่องเพชรที่ปรางทิพย์ต้องใส่เดินโชว์ อารามตื่นเต้นดีใจปรางทิพย์ลุกพรวดจากเก้าอี้ทั้งชุดราตรีเหมือนจะพุ่งเข้าใส่ รัชนีต้องยั้งอารมณ์ของ
ลูกด้วยการเอ่ยปากเตือน

“ปราง...ลุกเบาๆลูก เดี๋ยวชุดของพี่เขายับหมด”

ปรางทิพย์หน้าเจื่อนไปนิด หันมาขอโทษเจ้าหน้าที่ก่อนหันกลับไปทักทายภคพงษ์ที่อมยิ้มอยู่ในที สายตาเหลือบมองรัชนีอย่างรู้ทัน เมื่อเขาสวัสดีเธอ เธอจึงทักตอบและขอบคุณที่จัดห้องพิเศษไว้ให้ปรางทิพย์

“ไม่เป็นไรครับ สำหรับน้องปราง...แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

รัชนีสะอึก รู้ว่าโดนแกล้งให้โกรธ แต่ปรางทิพย์ไม่รู้อะไร ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ เมื่อในห้องเหลือกันแค่สามคน ภคพงษ์ยิ่งจงใจยั่วรัชนี ชมน้องปรางสวยมาก สวยจนพี่เกือบจำไม่ได้ พูดเท่านั้นไม่พอ เขาทำท่าจะสวมใส่เครื่องประดับชุดพิเศษให้เธอด้วย แต่รัชนีลุกพรวดมาขัดเสียก่อน

“ดิฉันใส่ให้เองค่ะ คุณภคพงษ์คงจะงานยุ่ง เชิญไปเตรียมงานต่อเถอะค่ะ ทางนี้ดิฉันจัดการเอง”

ภคพงษ์มองหน้ารัชนีอย่างรู้ทัน และรู้สึกสนุกในเกมนี้มาก รัชนียิ้มเนียนๆเหมือนไม่ได้คิดอะไร

“พี่ออกไปรอดูที่หน้าเวทีนะครับ”

“ค่ะ ปรางจะทำให้เต็มที่ และทำอย่างดีที่สุดค่ะ”

“ขอบคุณครับ” เขายิ้มรับแล้วปรายตาไปทางรัชนีเล็กน้อยก่อนเดินออกไปด้วยความสะใจ

ooooooo

ชีวินคะยั้นคะยอให้รสากินขนมที่เขาซื้อมาทั้งที่รสาแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว รสากลัวปากเลอะหรือไม่ก็กินลิปสติกเข้าไปด้วย เดือดร้อนช่างต้องมาแต่งให้ใหม่ คัพเค้กเลยสาธิตวิธีการกินให้อ้าปากกว้างๆ ซึ่งน่าเกลียดมาก รสากับชีวินถึงกับหัวเราะก๊ากอย่างกลั้นไม่อยู่

ภคพงษ์เข้ามาเห็นพอดี เขาชักสีหน้าเล็กน้อยเพราะหึงหวงรสา ก่อนพูดอย่างสุภาพกับคัพเค้กและชีวินว่า เชิญพวกคุณออกไปสักครู่ เขามีธุระต้องคุยกับรสา

เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้อง ภคพงษ์ชมรสาแต่งตัวแบบนี้ดูดีไปอีกแบบ แต่จะยิ่งดูดีมากขึ้นอีกถ้ามีเครื่องเพชรชุดนี้...ภคพงษ์บรรจงใส่สร้อย ต่างหู และแหวนให้รสา ความใกล้ชิดทำให้รสาเขินอาย ยืนตัวเกร็งใจเต้นโครมคราม

“สวยมากเลยค่ะ”

“คุณเป็นแรงบันดาลใจให้ผมออกแบบเครื่องเพชรชุดนี้ ปกติผมจะได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งรอบตัว จากการเดินทาง จากหนังสือ จากเพลง แต่คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผม ถ้าคุณคิดว่ามันสวย ก็เป็นเพราะคุณ”

รสาอึ้งไป หัวใจพองฟู...แล้วก็ใช้สติน้อยนิดดึงตัวเองกลับมา

“ฉันรู้มาว่าคุณให้ฉันเดินเป็นคนสุดท้าย ทำไมไม่ให้คนที่เขาเป็นมืออาชีพกว่าฉันเป็นคนปิดงาน ถ้าเกิดฉันทำอะไรพลาดขึ้นมางานคุณจะเสียหาย”

“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือ ต่อให้คุณทำผิดพลาดจนงานทั้งงานพังผมก็ไม่โกรธ ขอแค่อย่างเดียว ถ้าผมทำผิดขึ้นมาบ้าง ขอให้คุณอภัยให้ผม...เท่านั้นก็พอ”

ภคพงษ์พูดแฝงไว้ด้วยความกังวลใจลึกๆ เหมือนอยากจะบอกอะไรบางอย่าง รสาฟังแล้วก็ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

เมื่อภคพงษ์กลับออกไปแล้ว ชีวินและคัพเค้กกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง คัพเค้กตื่นตาตื่นใจกับเครื่อง ประดับ เอามือถือออกมาถ่ายรูปเป็นระวิง แต่ชีวินกลับมุ่งอยากรู้ว่าภคพงษ์พูดอะไร ทำไมพวกตนถึงอยู่ด้วยไม่ได้ พอรสาตอบอ้อมแอ้มว่าพูดเรื่องงาน ชีวินโพล่งขึ้นอย่างไม่เชื่อ


“เรื่องงาน...ตอนนี้เนี่ยนะ”

“รสหมายถึง...เขาพูดถึงเรื่องงานออกแบบเครื่องเพชรชุดนี้น่ะ”

ชีวินไม่ทันพูดอะไรต่อ เจ้าหน้าที่เปิดประตูเข้ามาเชิญรสาไปเตรียมตัวด้านนอก โชว์กำลังจะเริ่ม รสาเลยชิ่งไปได้อย่างเนียนๆ

บรรยากาศหน้าเวทีคึกคัก เสียงเพลงไพเราะผสมผสานกับแสงไฟวูบวาบน่าตื่นเต้น เผด็จต้อนรับสุวิทย์ไปที่เก้าอี้ด้านหน้า ก่อนจะเดินไปทางพิทยาที่เพิ่งมาถึง

สุวิทย์มองทางโน้นทางนี้อย่างพอใจกับรูปแบบงาน เมื่อรัชนีเดินมานั่งข้างๆ เขาถามถึงลูกสาวทันที

“ลูกเป็นไงบ้าง ตื่นเต้นหรือเปล่า”

“ไม่นะคะ ฉันยังตื่นเต้นมากกว่าซะอีก”

“ดีแล้ว จะได้ไม่ตื่นเต้นจนทำให้งานเขาเสียหาย ผมว่างานนี้จัดได้ลงตัวดี ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป แขกมากันเยอะ ทั้งคนในแวดวงแล้วก็นักข่าวทั้งสายเศรษฐกิจ และบันเทิง เด็กหนุ่มคนนี้เป็นที่สนใจของคนในสังคมมากจริงๆ นี่ถ้าพ่อเขายังอยู่ต้องภูมิใจในตัวเขามากแน่ๆ”

สุวิทย์พูดด้วยความเข้าใจในหัวอกคนเป็นพ่อ แต่รัชนีสะอึก แอบจุก

“พูดถึงก็มาพอดี”

รัชนีหันมองไปตามสายตาของสุวิทย์ เห็นภคพงษ์เดินมานั่งฝั่งตรงข้าม เขาหันมายิ้มและก้มศีรษะให้สุวิทย์เป็นการทักทาย สุวิทย์ยิ้มรับ แต่รัชนียังคงวางเฉย สีหน้าเรียบนิ่ง

อีกมุมหนึ่งของคนดู พิทยานั่งอยู่ในโซนวีไอพี คัพเค้กและชีวินเดินเข้ามานั่งข้างๆ พิทยาเอียงตัวไปเม้าท์ทันที

“ยัยรสเป็นยังไงบ้าง สวยป่ะ”

“มากอ่ะ สวยแบบไม่เกรงใจนางแบบอาชีพกันเลยทีเดียว” คัพเค้กพูดไปเอ็กติ้งไปอย่างออกรส

“เริ่ดดดดด...ค่อยยังชั่ว ฉันนึกว่าจะมาขายขี้หน้าประชาชีที่นี่ซะแล้ว นี่ถ้ารู้ว่าจะสวยขนาดนี้ ฉันสั่งทำป้ายไฟมาให้ไอ้วินถือแล้ว” พิทยากำลังจะหัวเราะ แต่ต้องชะงักเมื่อมองเลยไปที่ชีวิน “ไอ้วินมันเป็นอะไรของมัน มาทำหน้าวัยทองใส่ฉันทำไม ฮึ”

“เรื่องเดิมๆ” คัพเค้กพยักพเยิดไปทางภคพงษ์ พิทยาเลยถึงบางอ้อ ถอนใจเบาๆด้วยความสงสาร

“ดูจากคู่แข่งแล้วก็น่าจะเครียดอยู่”

ชีวินนั่งหน้าเคร่งขรึม มองไปที่ภคพงษ์ด้วยความไม่พอใจ คัพเค้กสังเกตเห็นหน้าเวทีมีการเคลื่อนไหว รีบสะกิดบอกพิทยาว่าเริ่มแล้ว พิทยาตื่นเต้นเป็นการใหญ่ ถามระรัวว่าใครเดินเป็นคนแรก ใช่รสาหรือเปล่า?

ooooooo

 

ปรางทิพย์ปรากฏโฉมบนเวทีอย่างงามสง่าน่ารัก เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้ไม่น้อย โดยเฉพาะนักข่าวและคนที่เคยเห็นเธอในข่าวกับภคพงษ์มาก่อน อยากรู้นักว่าสาวน้อยคนนี้เป็นใครมาจากไหน แต่ที่แน่ๆเธอต้องสำคัญสำหรับงานนี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ขึ้นเดินเป็นคนแรก

ภคพงษ์ใช้มือถือถ่ายรูปปรางทิพย์ และคอยชำเลืองมองรัชนีอย่างสะใจ...ทุกเสียงล้วนชื่นชมในความน่ารักสดใสของปรางทิพย์ ยกเว้นพักตร์วิมลที่ยืนจ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

“นังเด็กนี่มันได้เดินเปิดงานได้ยังไง” บ่นเสร็จกัดฟันกรอดด้วยความริษยา คิดว่าตัวเองต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ครู่เดียวเธอตัดสินใจเยื้องย่างขึ้นเวทีทั้งที่ยังไม่ถึงคิว เจ้าหน้าที่จะห้ามก็ไม่ทัน

พักตร์วิมลใช้ความเป็นดาราสวยเซ็กซี่ของตัวเองเดินประชันปรางทิพย์บนเวที ต้องยอมรับว่าเธอโดดเด่นมาก โพสท่าอย่างจัดเจน กะฆ่าปรางทิพย์ให้ตายคาเวที และมันก็ได้ผล ผู้คนฮือฮา นักข่าวรัวชัตเตอร์แทบไม่ทัน ปรางทิพย์เลิ่กลั่กหันซ้ายหันขวา แล้วหันหลังเดินลงเวทีไปแบบเหวอๆ พักตร์วิมลชำเลืองมองสะใจ เดินต่อไปอย่างมาดมั่น

สุวิทย์มองด้วยความแปลกใจ รัชนีสงสารลูกสาว พลางจ้องมองพักตร์วิมลอย่างไม่พอใจ

“ร้ายจริงๆ”

“ผู้หญิงคนนี้ใคร เป็นดาราหรือเปล่า”

“ใช่ค่ะ เป็นทั้งดารา เป็นทั้งคู่ควงของภคพงษ์”

สุวิทย์พยักหน้าเข้าใจทันที ทั้งสองคนมองพักตร์-วิมลที่เดินบนเวที และก็มองปฏิกิริยาของภคพงษ์ไปด้วย แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้สนใจ ก้มหน้าก้มตาอยู่กับมือถือ

พักตร์วิมลเดินครบรอบ หันมาโพสท่าเซ็กซี่และส่งจูบโปรยให้คนทั้งงาน เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนคลับได้พอสมควร จากนั้นเธอเดินยิ้มกริ่มลงจากเวทีอย่างผู้ชนะ โดยที่ปรางทิพย์ยืนหน้าจ๋อยอยู่ข้างเวที แล้วยิ่งจ๋อยหนักขึ้นไปอีกเมื่อพักตร์วิมลเข้ามาเยาะเย้ย

“คราวหน้าถ้าได้มาเดินอีก บอกฉันได้นะ ฉันจะสอนให้ว่าทำยังไงคนดูเขาถึงจะสนใจ ไม่ใช่เดินหน้าตาตื่นๆ ขาสั่นๆแบบวันนี้ ที่นี่มันโลกของมืออาชีพ ไม่ใช่เวทีงานประจำปีของเด็กอนุบาลหมีน้อย”

ปรางทิพย์สูญเสียความมั่นใจจนพูดไม่ออก ได้แต่มองพักตร์วิมลที่เดินเชิดจากไปอย่างนางพญา

บนเวที นางแบบคนอื่นทยอยขึ้นมาเดินอย่างมืออาชีพ รวดเร็ว กระชับ และน่าสนใจ ภคพงษ์นั่งดูนิ่งๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ไม่มีอะไรพิเศษเหมือนตอนปรางทิพย์ นานๆทีก็ปรายตามาทางรัชนีที่ดูก็รู้ว่าเธอพยายามไม่สนใจ ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน เผด็จแอบมองภคพงษ์ด้วยความเป็นห่วง

ฝ่ายพิทยาเริ่มหงุดหงิด บ่นว่าตนนั่งดูจนคอจะเคล็ด มองไปมองมารสายังไม่เห็นออกมาสักที หรือว่าหนีกลับบ้านไปแล้ว

“ไม่มีทาง พี่รสไม่ป๊อดขนาดนั้นหรอก ที่ยังไม่ออกมาเพราะพี่รสได้เดินเป็นคนสุดท้ายในชุดฟินาเล่”

“อะไรนะ ยัยรสได้เดินปิดรันเวย์เหรอ โอ้วววว...มายก๊อด มันเริ่ดมาก” พิทยากรีดเสียงตื่นเต้น ยิ่งพอชีวินบอกว่ารสาออกมาแล้ว พิทยาถึงกับนั่งตัวตรง จ้องเขม็งไปบนเวที

รสาในชุดสวยหรูงามสง่า เจิดจรัสด้วยเครื่องเพชรดีไซน์เก๋ไก๋แปลกตา ตรึงคนดูทั้งงานได้อย่างรวดเร็ว เธอเดินอย่างมาดมั่นบนรันเวย์ด้วยความมั่นใจ ภคพงษ์พอใจอย่างมาก เผด็จแอบเห็น เปรยยิ้มๆ

“คุณรสาสวยมากๆเลยนะครับคุณภัค แถมยังเดินคล่องยังกะนางแบบมืออาชีพอีกต่างหาก”

ภคพงษ์ยิ้มเห็นด้วย หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปรสา รัชนีแอบมองมา นิ่วหน้าอย่างแปลกใจ ฝ่ายชีวินยิ้มปลื้มอย่างแรง คัพเค้กเก็บอาการไม่อยู่ ชื่นชมรสาสวยมาก สวยขนาดนี้น่าจะลาออกไปเป็นนางแบบ

“อ้าว...นังคัพเค้ก ปากอัปมงคล” พิทยาด่าเบาๆ คัพเค้กไม่สน แสดงท่าทีตื่นเต้นชี้ชวนเจ้านายให้ดูภคพงษ์ถ่ายรูปรสา “ถ่ายแล้วไง ตื่นเต้นทำไมยะ”

“อ้าว...ก็ในงานวันนี้คุณภคพงษ์เอามือถือมาถ่ายรูปนางแบบอยู่แค่สองคนนะพี่ ฉันแอบดูอยู่ คนนึงก็ปรางทิพย์ อีกคนก็พี่รสนี่แหละ”

“อือ...แกนี่สาระแนได้โล่จริงๆ” พิทยาประชด ประชัน แต่นางหาได้สนใจ ยังคงดี๊ด๊าต่อไปอย่างเป็นปลื้มแทนรสา แต่สำหรับชีวิน เขานั่งขรึมแอบหึงหวงและห่วงรสาอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นท่าทีภคพงษ์สนใจรสาขนาดนั้น ก็ยิ่งใจแป้ว

ข้างเวที ปรางทิพย์ยืนมองรสาด้วยสายตาชื่นชม ตรงข้ามกับพักตร์วิมลที่ยืนอีกมุม เธอเบ้หน้าด้วยความหมั่นไส้ บ่นออกมาดังๆท่ามกลางนางแบบคนอื่นๆและทีมงานอีกหลายคน

“นังกรรมกรมันได้ใส่ชุดฟินาเล่ได้ไง ใครเป็นคนจัดคิว ทุเรศ ไร้รสนิยม ถ้ารู้ว่างานนี้มีแต่นางแบบกะโหลกกะลา อย่าหวังเลยว่าฉันจะมา”

นางแบบที่ยืนอยู่แถวนั้นหันขวับไปมองตาขวาง พักตร์วิมลไม่แคร์ ตวาดว่ามองอะไร ไม่เคยเห็นซุปตาร์ อารมณ์เหวี่ยงหรือไง บรรดานางแบบไม่พูดอะไรสักคำ ส่ายหน้าแล้วเดินหนี สวนกับทีมงานคนหนึ่งที่เข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ เธอเรียกให้นางแบบขึ้นบนเวทีอย่างพร้อมเพรียงอีกครั้งเพื่อปิดงาน

นางแบบทยอยขึ้นเวที แต่พักตร์วิมลอิดออดก่อนจะดอดไปถามทีมงานที่ถือช่อดอกไม้ว่าเตรียมมาให้ใคร

“คุณภคพงษ์ เถลิงยศค่ะ”

คำตอบนั้นทำเอาพักตร์วิมลตาวาววับ อาสาเอาให้เขาเอง

“ไม่ได้ค่ะ ตามคิววางไว้ว่าต้องเป็นคุณปรางทิพย์ นางแบบกิตติมศักดิ์ค่ะ”

“แล้วฉันไม่กิตติมศักดิ์ตรงไหน ไม่รู้ล่ะ ฉันจะต้องเป็นคนมอบ ถ้าไม่ให้มอบ ฉันก็ไม่ขึ้นเวที” พักตร์วิมลสะบัดบ๊อบใส่ ทำทีจะเดินหนีไม่ขึ้นเวที แต่แล้วเสียงเรียกทำให้เธอหยุดชะงัก หันกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่า พูดอย่างมั่นใจว่า “รู้แล้วใช่ไหม คนอย่างฉัน อยากได้อะไรก็ต้องได้ ส่งดอกไม้มา”

“ไม่ใช่ค่ะ คือจะบอกว่า...ถ้าคุณแพตไม่ขึ้นเวทีแล้ว ก็ขอเครื่องเพชรคืนด้วยค่ะ”

พักตร์วิมลหน้าแตกยับเยิน แต่ยังออกฤทธิ์ไม่ยอมคืนเครื่องเพชร เจ้าหน้าที่สองสามคนเลยต้องกรูกันเข้ามามะรุมมะตุ้ม วุ่นวายโกลาหลกันอยู่พักหนึ่ง

ถึงเวลา ภคพงษ์ขึ้นเวที เขาส่งยิ้มให้รสาก่อนเดินเลยไปหาปรางทิพย์ที่ถือช่อดอกไม้รออยู่ สองคนดูสนิทสนมยิ้มหวานให้กันราวกับคู่รัก รสาเห็นแล้วหน้าเสียไปนิด ขณะที่รัชนีตัวชา ไม่อยากเห็นอะไรอย่างนี้เลย

ภคพงษ์ปรายตามองรัชนีแล้วยิ้มให้ด้วยความสะใจ รัชนียิ่งแน่ใจว่านี่คือแผนของเขา ซึ่งเธอไม่ต้องการให้ปรางทิพย์ถูกใช้เป็นเครื่องมือ

เมื่อลงจากเวที รสาแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เสียใจอย่างบอกไม่ถูกกับท่าทีของภคพงษ์ที่มีต่อปรางทิพย์ เธอตั้งใจเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว และคืนเครื่องเพชรให้ทีมงานเพื่อจะไปให้พ้นจากที่นี่ แต่ทีมงานรับคืนเครื่องเพชรทุกชิ้น ยกเว้นแหวนที่ภคพงษ์ยกให้เธอ

รสาไม่พูดอะไร รับกล่องแหวนนั้นมา แล้วถามเจ้าหน้าที่ว่าภคพงษ์อยู่ที่ไหน...เธอตั้งใจนำแหวนไปคืนด้วยตัวเอง แต่พอเดินไปถึงห้องนั้นก็ต้องชะงักยืนอึ้งก้าวขาไม่ออก

ในห้อง ภคพงษ์อยู่กับปรางทิพย์ ถ้อยคำที่พวกเขาพูดคุยกันกระแทกใจรสาอย่างแรง

“น้องปรางหายตื่นเต้นหรือยัง”

“หายแล้วค่ะ แต่กลุ้มใจแทน”

“กลุ้มใจเรื่องอะไร”

“ปรางกลัวว่าจะทำให้งานของพี่ภัคเสียหาย ปรางไม่ได้เป็นนางแบบมืออาชีพ กลัวว่าจะเดินเหมือนเด็กอนุบาลหมีน้อย ทำให้งานของพี่ภัคไม่น่าเชื่อถือ”

“อนุบาลหมีน้อย? มีคนมาพูดแบบนี้ใช่ไหม ถึงได้คิดมาก”

ปรางทิพย์นิ่งเงียบไม่กล้าบอกตรงๆว่าเป็นใคร กลัวจะกลายเป็นคนขี้ฟ้อง

“อย่าไปฟังคำพูดของคนอื่น น้องปรางทำออกมาได้ดีมากๆ ไม่ทำให้งานพี่เสียหายแม้แต่นิดเดียว และเพื่อเป็นการขอบคุณ...พี่ให้” ภคพงษ์หยิบสร้อยคอทองคำขาวพร้อมจี้เก๋ไก๋ออกมา “พี่ออกแบบให้เป็นพิเศษเลยนะครับ สำหรับน้องปรางคนเดียว มีชิ้นเดียวในโลกนะ”

ปรางทิพย์ยิ้มตื่นเต้นดีใจ...แต่รสาตัวชา ขยับขาไม่ออก ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีใครรู้เห็น...เมื่อภคพงษ์ ใส่สร้อยคอให้ปรางทิพย์ รสานึกถึงตอนที่เขาใส่ให้เธอ ตอนนั้นหัวใจเธอเต้นโครมคราม แต่บัดนี้ใจที่เคยพองฟูอย่างมีความสุข เปลี่ยนเป็นแฟบแบนด้วยความเศร้า ภาพที่เห็นเบื้องหน้าตอกย้ำให้เห็นว่าเธอคิดไปเอง และเธอไม่ได้เป็นคนพิเศษหรือคนสำคัญสำหรับภค
พงษ์แม้แต่นิดเดียว

“น่ารักมาก” เสียงภคพงษ์ชื่นชมหลังจากใส่สร้อยให้ปรางทิพย์แล้ว

รสาหูอื้อตาลาย สะท้านไปทั้งตัว ความผิดหวังถาโถมเข้ามาจนเธอแทบทรุด ค่อยๆดึงสติกลับมาและดึงตัวเองออกจากตรงนั้นทั้งน้ำตาที่ปริ่มเต็มที

รสากลับไปที่ห้องแต่งตัวพร้อมกล่องแหวน เธอปิดประตูร้องไห้ หวนนึกถึงช่วงเวลาที่ภคพงษ์ทำดีให้เธอต่างๆนานา สุดท้ายคิดถึงคำพูดยูโฮะที่โวยวายใส่พักตร์วิมล ก่อนจะเลิกราไปจากภคพงษ์ด้วยความคับแค้นใจ

“ตอนนี้ฉันหลุดออกมาจากการรอคอยที่สิ้นหวังแล้ว เหลือแต่หล่อนที่ยังมีความหวังลมๆแล้งๆไปวันๆ ผู้ชายอย่างภคพงษ์ เถลิงยศ ไม่เคยคิดจะรักใคร และไม่คิดจะจริงจังกับใคร ผู้หญิงก็เป็นเหมือนนาฬิกา เสื้อผ้า แว่นตา ที่เขาเลือกมาใส่ในแต่ละวัน ถ้าเบื่อก็วางทิ้ง อยากใส่เมื่อไหร่ก็หยิบมาใส่”

รสาสะท้อนใจ...และสะท้อนภาพของตัวเองในวันนี้...ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะกลายเป็นหนึ่งในเสื้อผ้าและนาฬิกาของภคพงษ์

“พลาดแล้วรสา...เธอพลาดแล้ว” เธอพูดกับตัวเองเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลเป็นทาง เริ่มรู้ตัวว่าเธอตกหลุมรักภคพงษ์เข้าแล้ว...

ชีวินเร้นกายเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่รสาไม่รู้ตัว กระทั่งได้ยินเขาชวนกลับบ้าน รสารีบกล้ำกลืนน้ำตา... ไม่ต้องการให้เขาเห็น

ด้านนอกหน้างาน ปรางทิพย์เดินแย้มยิ้มเข้าไปหาพ่อแม่ที่ยืนรออยู่ รัชนีจับสังเกตก่อนจะถามด้วยความระแวง

“ปรางทำอะไรอยู่ลูก ทำไมนานจัง ไหนบอกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จตั้งนานแล้ว”

“ปรางคุยกับพี่ภัคนิดหน่อยน่ะค่ะ”

“ก็ดีแล้วลูก พ่อกับแม่จะได้มีเวลาคุยกับเพื่อน พ่อก็เพิ่งจะคุยเสร็จเมื่อกี๊นี้เอง งั้นเราก็กลับกันเลยดีมั้ย พ่อให้ที่บ้านจัดอาหารไว้ฉลองให้ลูกสาวคนสวยของพ่อ วันนี้ปรางสวยมากๆเลยลูก สวยจนพ่อแทบจะจำไม่ได้”

“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ”

ปรางทิพย์กับสุวิทย์คุยกันสนุกสนาน ในขณะที่รัชนีอารมณ์ขุ่นมัวไม่ชอบให้ลูกสาวคุยกับภคพงษ์ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นสร้อยที่คอปรางทิพย์

“สร้อยอะไรน่ะลูก”

“อ๋อ...สร้อยของพี่ภัคค่ะ พี่ภัคเขาสั่งทำพิเศษให้ มีเส้นเดียวในโลกนะคะคุณแม่ พี่ภัคบอกว่าให้เป็นการขอบคุณที่ปรางมาเดินแบบให้วันนี้ค่ะ”

ปรางทิพย์ตอบด้วยความตื่นเต้นมีความสุข...รัชนีอึ้งงัน ตรงข้ามกับสุวิทย์ที่ยิ้มอย่างเปิดเผย

“น่ารักดีนะ เหมาะกับปราง คุณภัคนี่เขาก็ช่างคิดเนอะ นึกว่าจะทำเป็นแต่เครื่องประดับสำหรับผู้ใหญ่ ทำให้เด็กวัยรุ่นใส่ก็ได้ด้วย ใช้ได้ๆ”

สุวิทย์ชื่นชมภคพงษ์อย่างเห็นได้ชัดว่าปลื้มมาก ปรางทิพย์ยิ้มรับ มีเพียงรัชนีที่หน้าเครียดไม่ปลื้มอยู่คนเดียว ครั้นกลับถึงบ้านในคืนนั้น รัชนีเครียดไม่หาย ครุ่นคิดหาทางตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อดึงปรางทิพย์ออกจากภคพงษ์ให้ได้ ก่อนที่เรื่องจะบานปลายเลวร้ายมากไปกว่านี้

ขณะเดียวกันนั้น ภคพงษ์อยู่ที่บ้าน เขาสะใจกับเหตุการณ์ในวันนี้ แต่สายใจทักท้วงเพราะมองออกว่าเขาเหนื่อยต่างหากที่ต้องสู้รบปรบมือกับแม่

“ใครว่าเหนื่อย แค่นี้เอง มันเพิ่งจะเริ่ม ผมไม่เหนื่อย แถมยังสนุกมาก”

“สนุกที่ได้ทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนนึงน่ะเหรอครับ” เผด็จส่งเสียงเข้ามา...ภคพงษ์หันขวับไปทันที

“มันไม่ถึงเศษเสี้ยวที่ผู้หญิงคนนั้นทำไว้กับผม”

“แล้วผู้หญิงอีกคนนึงล่ะครับ”

ภคพงษ์ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ในขณะที่สายใจถอนใจ เฮือกใหญ่ นึกถึงรสาว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง?

เวลานั้น รสานอนสะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจอยู่ในห้อง ก่นด่าตัวเองอย่างคับแค้นใจ “โง่!! ยัยรสา เธอมันโง่เอง...เธอมันโง่”

ชีวินยังปักหลักอยู่หน้าบ้าน แหงนมองหน้าต่างห้องนอนรสา ตาไม่กะพริบ เห็นไฟยังเปิดอยู่ก็ถอนใจอย่างเป็นห่วง พอตัดสินใจจะโทร.หา...ไฟในห้องพลันดับลง

“กู๊ดไนต์...ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะรส” ชีวินพูดพึมพำ มองหน้าต่างสั่งลาอีกทีก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปท่ามกลางความมืด

ooooooo

ก่อนที่เรื่องจะบานปลายเลวร้ายมากกว่านี้ รัชนีตัดสินใจส่งปรางทิพย์ไปเรียนที่ฝรั่งเศส โดยอ้างเหตุผลต่างๆนานาเพื่อให้ลูกปฏิเสธไม่ได้ พร้อมกันนี้ก็จัดแจงลงเรียนภาษาฝรั่งเศสให้ไว้เสร็จสรรพ ซึ่งเป็นคอร์สเร่งด่วนก่อนเดินทาง

ปรางทิพย์ไม่อยากไปแต่ไม่กล้าขัดใจแม่ แต่เรื่องหนึ่งที่เธอยอมไม่ได้ก็คือ แม่จะเอาสร้อยที่ภคพงษ์ให้เธอไปคืน

“ทำไมคะคุณแม่ ทำไมคุณแม่ต้องเอาไปคืนพี่ภัคด้วย”

“เพราะแม่ไม่อยากให้เขาเห็นปรางเป็นเหมือน ผู้หญิงคนอื่น ของที่เขาให้มาอาจจะให้ด้วยความไม่บริสุทธิ์ ใจ เรารับมาเท่ากับรับความไม่หวังดีของเขามาด้วย”

“ได้ค่ะ ปรางคืนให้พี่ภัคก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าปรางต้องไปคืนด้วยตัวเอง”

รัชนีชะงัก...อคติที่เธอสร้างขึ้นมาทำให้ลูกเริ่มมีอาการต่อต้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

วันเดียวกันนี้ รสาเร่งงานที่เรือนเล็กซึ่งเหลือเก็บรายละเอียดอีกไม่มาก คาดว่าอย่างช้าไม่น่าจะเกินอาทิตย์หน้าคงปิดได้ แล้วเธอจะได้ไปจากที่นี่เสียที

หลังจากเดินดูงานภายนอกอยู่พักใหญ่ๆ รสากลับเข้ามาที่โต๊ะด้านใน พบว่าห้าวส่งข้อความเข้ามือถือ ขอโทษที่ไม่ได้ไปดูเธอเดินแฟชั่น รสาจึงโทร.กลับไปคุยด้วย ก่อนถามถึงพิมพรรณว่าเป็นอย่างไรบ้าง ห้าวตอบเลี่ยงไปเลี่ยงมา แล้วสรุปให้รสากลับมาดูเอง รสาแปลกใจแต่ก็ ไม่ถามต่อ บอกห้าวว่า ตนจะรีบเคลียร์งานแล้วกลับไปเร็วๆนี้

รสาไม่ได้เอาแหวนไปคืนภคพงษ์ด้วยตัวเอง หากแต่ฝากผ่านเผด็จเอาไว้เมื่อเช้า ครั้นภคพงษ์ได้คืนมาก็ทำท่าจะไปคุยกับเธอเอง แต่พอดีปรางทิพย์โผล่มาเสียก่อน เผด็จจึงเลี่ยงออกไปหาสายใจ แล้วซุบซิบกันสองคนว่าลูกสาวของรัชนีมาที่นี่

ปรางทิพย์นำสร้อยมาคืนเขาตามที่บอกกับรัชนีไว้ ภคพงษ์แอบสะใจ แต่แกล้งถามเนียนๆว่า

“คุณแม่บอกหรือเปล่าว่าทำไมให้เอามาคืนพี่”

“คือ...คุณแม่เกรงใจน่ะค่ะ เห็นว่ามันเป็นของมี ราคา ก็เลยไม่ให้ปรางรับไว้ พี่ภัคอย่าโกรธคุณแม่เลยนะคะ”

“เฉพาะเรื่องนี้...ได้ครับ พี่จะไม่โกรธ”

“ขอบคุณพี่ภัคนะคะที่เข้าใจ นอกจากเรื่องนี้มีอีกเรื่องที่ปรางอยากจะบอกค่ะ คุณแม่จะส่งปรางไปเรียนที่ฝรั่งเศสค่ะ คุณแม่ให้เพื่อนหาที่เรียน ที่ฝึกงานไว้ให้แล้ว”

ภคพงษ์อึ้งไปนิดอย่างรู้ทันความคิดของรัชนี “แล้วน้องปรางจะไปเมื่อไหร่”

“น่าจะอีกสักสามเดือนค่ะ คุณแม่ให้เรียนภาษาที่สมาคมฝรั่งเศสไปก่อนแล้วค่อยไปเรียนต่อที่โน่น”

“สมาคมฝรั่งเศส...อยู่ใกล้แค่นี้เอง เอาไว้ระหว่างที่น้องปรางไปเรียนภาษาพี่จะขออนุญาตแวะไปหา พาไปทานข้าว จะได้หรือเปล่าครับ”

“ได้สิคะ ดีเลยค่ะ ปรางกำลังหาเพื่อนอยู่พอดี”

“พี่รับปากว่าจะไปทานข้าวเป็นเพื่อนให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันนี้น้องปรางรีบกลับหรือเปล่า ให้พี่พาเดินเล่นรอบๆบ้านก่อนนะครับ”

ปรางทิพย์ตอบรับด้วยรอยยิ้ม...ขณะที่ภคพงษ์พาเธอเดินชมรอบบ้านใหญ่ ชีวินจัดสวนอยู่เรือนเล็กเห็นโดยบังเอิญแล้วมาเล่าให้รสาฟัง รสาปวดใจแต่พยายามเก็บซ่อนอาการ พูดแต่เรื่องงานว่า ทั้งตัวเองและชีวินควรจะรีบปิดจ๊อบที่นี่เสียที...

เดินเล่นกันอยู่สักพัก ภคพงษ์พาปรางทิพย์ไปแนะนำกับสายใจ แวบแรกที่เห็นหน้าเธอ สายใจเกือบหลุดปากว่าเธอเหมือนคุณผู้หญิง ดีที่ยั้งทันและเปลี่ยนเป็นพูดว่า “เหมือน...คุณแม่มาก”

“ป้าสายใจรู้จักคุณแม่ปรางด้วยเหรอคะ”

“ก็เคยเห็นจากในรูปน่ะค่ะ”

“นี่ขนาดคุณแม่เป็นคนไม่ชอบออกสื่อนะคะเนี่ย ป้าสายใจยังรู้จัก แสดงว่าคุณป้าต้องเป็นคนที่ติดตามข่าวสารครบทุกสื่อเลยนะคะเนี่ย สมกับที่พี่ภัคชมให้ฟัง”

“คุณภัคเอาป้าไปขายอะไรอีกล่ะคะ”

“พี่ภัคบอกว่า...โตมาได้เพราะมีป้าสายใจเป็นคนเลี้ยงดู สอนทุกอย่าง สอนมากกว่าแม่แท้ๆอีกนะคะ”

สายใจแอบหน้าเสียก่อนจะยิ้มรับถ่อมตัว ส่วนภคพงษ์ได้โอกาสตอกย้ำอีกทันที

“ถ้าน้องปรางมีโอกาสต้องเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่ฟังด้วยนะครับ เผื่อจะทำให้คุณแม่รู้จักพี่มากขึ้น ฝากบอกด้วยว่า...พี่รักป้าสายใจมากกว่าแม่แท้ๆของตัวเอง”

“ได้เลยค่ะ ปรางจะเล่าให้คุณแม่ตามนี้ ทุกคำพูดเลยค่ะ”

ปรางทิพย์ยิ้มรับด้วยความไร้เดียงสา ภคพงษ์แอบสะใจอยู่ในที...สายใจไม่สบายใจ มองอย่างรู้ทันว่าเขาหลอกใช้ปรางทิพย์เป็นเครื่องมือสื่อสารไปหารัชนี

ขณะที่ปรางทิพย์นั่งรถออกจากบ้าน เป็นเวลาที่รสากลับออกไปพร้อมชีวิน ปรางทิพย์เห็นรสาไกลๆแต่ก็จำได้ว่าเป็นนางแบบคนเมื่อคืนที่เดินชุดฟินาเล่ จึงสงสัยว่าเธอมาทำอะไรที่นี่

ภคพงษ์รู้จากเปลี่ยนว่า รสากลับไปแล้ว เขาตั้งใจจะตามเอาแหวนไปคืนเธอ ก็พอดีพักตร์วิมลพรวดพราดเข้ามาแล้วตั้งหน้าตั้งตาตัดพ้อต่อว่าเขาเป็นการใหญ่

“แพตไม่เข้าใจ ภัคเป็นอะไร ทำไมถึงได้เย็นชากับแพตแบบนี้”

“ผมเคยบอกคุณแล้ว ว่าผมไม่ชอบคนพูดจาไม่รู้เรื่อง”

“แค่แพตไปเหวี่ยงใส่นังกรรมกร...นังอินทีเรีย นิดเดียว ทำไมภัคต้องโกรธแพตขนาดนี้ด้วย จะต้องไปแคร์มันทำไม แล้วที่ภัคให้มันเดินแฟชั่นเป็นคนสุดท้าย เด่นที่สุดน่ะ คิดอะไรอยู่ รู้หรือเปล่าว่ามันมีแฟนแล้ว แฟนมันประกาศต่อหน้าแพต แถมยังบอกด้วยว่ารักกันมาก ปกติภัคไม่เคยไปยุ่งกับคนที่มีแฟนแล้ว ทำไมครั้งนี้ถึงได้ลดตัวลงไปขนาดนี้ ไหนจะยายเด็กอนุบาลหมีน้อย นั่นอีก ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญมันมากขนาดนั้น แต่กับแพต ...เพอร์เฟกต์ทุกอย่าง ทำไมถึงได้ผลักไสไล่ส่งต่างๆนานา”

พักตร์วิมลไม่โอดครวญธรรมดา แต่ยังบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสารด้วย

“แพตแค่รักคุณมากจนไม่อยากเสียคุณไป แพตทำผิดตรงไหนคะ แพตผิดตรงไหน”

ภคพงษ์หน่ายใจ บอกให้เธอหยุดร้อง มาสคาร่าเลอะหมดแล้ว พักตร์วิมลตกใจและมัววุ่นวายกับความสวยงามของตัวเอง โดยไม่ทันสังเกตว่าภคพงษ์หนีหายไปแล้ว

ภคพงษ์มุ่งหน้าไปบ้านป้าอาภรณ์เพื่อปรับความเข้าใจกับรสา แต่ดันเจอชีวินอยู่กับรสา และท่าทางทั้งคู่กำลังสนุกสนานกันมาก โดยมีป้าของรสาร่วมวงอยู่ด้วย

ooooooo

อาภรณ์ต้อนชีวินหลบไปด้านในเพื่อเปิดโอกาสให้รสากับภคพงษ์คุยกันตามลำพัง

“ผมเอามาให้” ภคพงษ์ยื่นกล่องแหวนให้รสา แต่เธอตอบชัดถ้อยชัดคำว่าไม่รับ “อาเผด็จบอกว่าค่าตัวคุณก็ไม่รับ ถือว่านี่เป็นของขวัญตอบแทนน้ำใจจากผมก็แล้วกัน”

“ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณ ฉันทำเพื่อคุณเผด็จและป้าสายใจ และฉันไม่ต้องการอะไรตอบแทนทั้งนั้น”

“โกรธอะไรอีก ผมทำอะไรผิดโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า”

“พอเถอะ! เลิกล้อเล่นกับความรู้สึกของฉันได้แล้ว...วันดีคุณก็ดึงฉันขึ้นไปจนสูงสุดฟ้า วันร้ายก็กระชากลงมาติดดิน คุณเห็นฉันเป็นอะไร...พอได้แล้ว ฉันเหนื่อย” รสาเสียงเครียด น้ำตาเริ่มคลอๆ

ภคพงษ์อึ้งเล็กน้อยก่อนยืนยันว่าเขาไม่เคยคิดจะล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ

“คุณไม่คิด แต่คุณทำ...คุณทำได้เลยโดยที่คุณไม่ต้องคิด เพราะมันคือคุณไงล่ะ เพราะคุณคือภคพงษ์ เถลิงยศ ผู้ไม่เคยสนใจความรู้สึกของใครทั้งนั้น”

“แต่ผมสนใจความรู้สึกของคุณนะรสา ถ้าผมไม่สน ผมคงไม่มา”

“พอเถอะ อย่าดึงฉันให้ลอยขึ้นไปอีกเลย ยิ่งคุณดึงฉันขึ้นไปสูงเท่าไหร่ ตอนที่ฉันตกลงมามันยิ่งเจ็บมากเท่านั้น รอบตัวคุณมีผู้หญิงมากมายมาให้คุณหาความสนุก เว้นฉันไว้สักคน ฉันจะได้รีบทำงานของคุณให้เสร็จ...แล้วเราจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก”

รสาปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างแล้วเดินหนีเขาทันที ผ่านมาที่ชีวินซึ่งนั่งอยู่กับป้าอาภรณ์ รสาบอกชีวินว่า พรุ่งนี้เจอกันที่ไซต์งาน พูดจบก็เดินขึ้นข้างบนไปเลย เมื่อภคพงษ์ตามเข้ามาจึงโดนชีวินสกัดและตัดบทว่า รสาไม่อยากคุยกับเขา เขาควรจะกลับไปได้แล้ว

ภคพงษ์หันรีหันขวางก่อนตัดสินใจฝากกล่องแหวนไว้กับชีวินให้ช่วยคืนรสาด้วย แต่ชีวินยึกยักบอกว่า รสาไม่อยากรับ

“แต่ผมตั้งใจให้ ถึงเขาไม่อยากรับ ผมก็ไม่เอากลับคืน”

ชีวินของขึ้นที่ภคพงษ์พูดไม่รู้ฟัง อาภรณ์เห็นท่าไม่ดีรีบแทรกเข้ามาเตือนสองหนุ่มใจเย็นๆ เดี๋ยวป้ารับไว้ก่อน ส่วนรสาจะรับหรือไม่ก็อีกเรื่อง

“ขอบคุณคุณป้ามากครับ ฝากบอกรสาว่า ถ้าเขาไม่ต้องการก็ทิ้งมันไป แต่ผมไม่รับคืน”

เมื่อภคพงษ์กลับออกไปแล้ว อาภรณ์เปิดกล่องเห็นแหวนเพชรน้ำงามถึงกับตาพองตื่นเต้น พูดกับชีวินว่า ถ้ารสาไม่เอา ป้าก็ไม่ทิ้ง เอาไปขายแล้วเอาเงินไปทำบุญดีกว่า...

ทางด้านปรางทิพย์ที่เพิ่งกลับถึงบ้าน รัชนีไม่พอใจถามเสียงแข็งว่า แค่เอาของไปคืนทำไมหายไปตั้งนาน

“พอดีพี่ภัคพาเดินเล่นรอบๆบ้านน่ะค่ะ ก็เลยกลับมาช้าไปหน่อย ปรางต้องขอโทษคุณแม่ด้วยนะคะ ที่ไม่ได้โทร.บอกก่อน”

“แล้วทำไมไม่โทร.” รัชนีขึ้นเสียง...เห็นลูกสาวอึ้งก็รู้สึกตัว ปรับอารมณ์ถามเสียงอ่อนลง “แม่ถามเพราะเป็นห่วง ปรางก็รู้ว่าภคพงษ์เป็นคนยังไง”

“ใช่ค่ะ ปรางรู้ว่าพี่ภัคเป็นคนดี และให้เกียรติปราง ปรางถึงกล้าไปหาเขาที่บ้าน ถ้าพี่ภัคไม่น่าไว้ใจ ปรางคงไม่กล้าทำแบบนี้”

“ปรางรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังแก้ตัวแทนภคพงษ์ ปรางไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน”

“แล้วคุณแม่รู้ตัวหรือเปล่าคะว่ากำลังจับผิดปรางกับพี่ภัค คุณแม่ก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน

ปรางขอตัวนะคะ พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้า”

รัชนีสะอึกที่โดนลูกยอกย้อน แววตาเธอหวาดหวั่นมากขึ้นทุกที ในที่สุดเธอตัดสินใจโทร.หาภคพงษ์ในคืนนั้นเลย

“สนุกมากพอแล้วนะ หวังว่าคงจะจบแค่นี้ โตๆกันแล้ว เลิกเล่นเป็นเด็กๆสักที” น้ำเสียงรัชนีเครียดจัดจน ภคพงษ์จับได้...ตอบกลับอย่างกวนๆ

“ผมไม่เคยเล่น ที่ทำทุกอย่าง...ผมเอาจริง”

“แต่เธอก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นจริง เธอกับปรางทิพย์มันเป็นไม่ได้ ที่เธอทำทุกอย่างเพื่อต้องการจะแกล้งฉัน”

“แกล้ง? ทำไมผมจะต้องแกล้งคุณ คุณมองผมในแง่ร้ายเกินไปแล้วครับคุณรัชนี คุณออกจะเป็นนางฟ้าในสายตาคนอื่น คนดีอย่างคุณ...ผมจะกล้าคิดร้ายได้ยังไง”

“ไม่จริง! ฉันรู้นะ ที่เธอพยายามจะหว่านเสน่ห์ใส่ปรางทิพย์ เพราะต้องการจะแกล้งฉัน ทำให้ฉันไม่สบายใจ และมันก็สำเร็จ มันคงจะสะใจเธอพอแล้ว หยุดสักที

เลิกยุ่งกับปรางทิพย์ได้แล้ว เขายังเด็ก เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยทั้งนั้น”

“ก็ทำให้เขารู้สิ ไม่เห็นยาก บอกความจริงเขาไปว่าคุณกับผมเป็นอะไรกัน แค่คุณบอก ทุกอย่างก็จบ กล้าบอกหรือเปล่า”

รัชนีอึ้งพูดไม่ออก ภคพงษ์สัมผัสได้ถึงความเงียบความไม่กล้า ยิ่งแค้นใจ

“ถ้าคุณไม่กล้า...และอยากจะเก็บผมไว้เป็นลูกลับๆในอดีตที่ไม่อยากจดจำ คุณก็ก้มหน้ารับกรรมไปแล้วกัน เพราะผมจะไม่หยุดแค่นี้แน่”

ภคพงษ์วางสายด้วยความแค้น...รัชนีกระสับกระส่ายทุกข์ใจ หาทางออกไม่เจอ!

ooooooo

วันต่อมา ภคพงษ์เดินเกมรุกเข้าไปพัวพันกับปรางทิพย์ด้วยการนัดเธอกินข้าวกลางวันตอนพักเรียนภาษาฝรั่งเศส แต่ไม่นึกว่าชีวินกับรสาก็มากินร้านเดียวกันนี้ สองฝ่ายเห็นกันแต่ไม่ทักทาย ชีวินรู้ใจรสาว่าไม่อยากเห็นภาพบาดตาจึงให้พนักงานเอาอาหารที่สั่งมาแล้วใส่กล่องกลับไปกินที่ไซต์งาน

ภคพงษ์น้อยใจที่รสาหนีออกไปอย่างนั้น ปรางทิพย์เองก็เห็นรสาและจำได้ว่าเธอคือนางแบบที่เดินด้วยกัน จึงถือโอกาสนี้ถามภคพงษ์ว่าพี่คนนั้นเป็นใคร

“น้องปรางหมายถึงคนไหน” ภคพงษ์ทำไก๋

“ไม่ต้องมาทำเป็นถาม ก็คนที่พี่ภัคมองอยู่น่ะค่ะ อ้อ แล้วปรางเคยเห็นพี่เขาที่บ้านพี่ภัคด้วยนะคะ พี่เขามาทำอะไรที่บ้านคะ”

“เขาเป็นมัณฑนากร มาดูแลการซ่อมแซมเรือนหลังเล็กให้พี่”

“แค่นั้นเหรอคะ”

“แค่นั้น”

“ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคุณภคพงษ์จะไม่สนใจผู้หญิงสวยๆอย่างนี้ แต่ถ้าพี่ภัคชอบเขา ก็คงจะต้องอกหัก เพราะพี่คนสวยเขามีแฟนแล้ว...ดูเขาเหมาะสมกันดีนะคะ”

ภคพงษ์ไม่พูดอะไรอีก ปรายตามองทั้งคู่ที่เดินจับมือกันออกไปด้วยความหึงหวง...เมื่อเดินพ้นมานอกร้านแล้ว รสาดึงมือกลับอย่างสุภาพ ขอบใจชีวินที่พยายามช่วย

“รส...ถ้าทำงานไม่ไหว วินดูต่อให้ได้นะ รสเอาอาหารกลับไปกินกับคัพเค้กที่ออฟฟิศก็ได้ พักสักวัน”

“ไม่หรอก แค่นี้เล็กน้อย เรารีบไปกินแล้วก็รีบลุยงานต่อดีกว่า อีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว” รสาพยายามตัดใจจากภคพงษ์ให้ได้...

ปรางทิพย์เห็นภคพงษ์เงียบไป ถามเขาว่าคิดอะไรอยู่ ภคพงษ์สลัดความคิดเรื่องรสาออกไปก่อน ดึงสติกลับมาอยู่กับแผนร้ายที่ต้องการเอาคืนรัชนี

“อ๋อ คิดเป็นห่วงเด็กน้อยแถวนี้ กลัวว่าถ้าคุณแม่ทราบว่ามาทานข้าวกับพี่ อาจจะโดนดุ”

“แหม...ปรางไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ เดือนหน้าก็จะสิบเก้าแล้ว”

“คุณแม่ดุบ้างหรือเปล่าที่ไปไหนมาไหนกับพี่แบบนี้”

“ถ้าไม่ทราบก็คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

“แสดงว่าถ้าทราบ...ก็จะโดนดุใช่มั้ย”

ปรางทิพย์อึกอักแล้วตัดสินใจพูดตรงๆ “คุณแม่เป็นอะไรก็ไม่ทราบค่ะ หมู่นี้ดูไม่ค่อยจะยอมฟังเหตุผลของปรางเลย แล้วก็...อคติกับพี่ภัคมากด้วย อาจจะเป็นเพราะพี่ภัคเจ้าชู้มากมั้งคะ”

“เคยครับ...เคยเจ้าชู้ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว”

“ถ้าเป็นความจริง สักวันคุณแม่ก็คงจะเข้าใจ บางทีปรางก็รู้สึกว่าตัวเองยังเหมือนเด็กๆ คุณแม่ยังคอยคุมตลอดเวลา ไม่ได้คิด ไม่ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง”

“แต่มันก็น่าจะดีกว่าเป็นลูกที่แม่ไม่สนใจ”

“แต่ถ้ามันมากไปก็อึดอัดนะคะ บางทีปรางก็อยากจะเป็นเหมือนพี่มัณฑนากรคนสวยคนเมื่อกี๊ พี่เขายังดูเด็กอยู่เลย อายุน่าจะมากกว่าปรางไม่เท่าไหร่ แต่เขาดูเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจ จะไปไหนมาไหนกับแฟนก็ได้ ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ”

คำพูดของปรางทิพย์แทงใจดำของภคพงษ์อย่างแรงจนทนไม่ได้ ต้องเบรกออกมาว่า บางทีพวกเขาอาจจะเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ใช่แฟน...ปรางทิพย์ได้ยินไม่ถนัด เขาเลยตัดบทให้เธอรีบกินจะได้รีบกลับไปเรียน

ooooooo

หลังจากวันนั้น ภคพงษ์แวะเวียนมาหาปรางทิพย์ทุกวัน เขาทำตัวแสนดีจนสาวน้อยเก็บไปเพ้ออย่างมีความสุข...ฝ่ายรสาก็มุ่งมั่นเรื่องงานเต็มที่ ตั้งใจให้เสร็จตามกำหนดเพื่อที่ตัวเองจะได้ไปพ้นๆจากภคพงษ์เสียที

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 14:58 น.