ตอนที่ 8
จัสมินดีใจได้เจอเพื่อนบ้านที่มาเที่ยวเมืองไทยเหมือนกัน ราชิดบอกเป็นนัยๆว่ามาทำงานสำคัญมาก แล้วแนะนำตัวเองก่อนจะถามชื่อเธอ จัสมินบอกว่าตนชื่อมะลิ แล้วยื่นมือให้เขาจับตามธรรมเนียม อริน มองอย่างขวางหูขวางตา
ที่มุมหนึ่งในห้าง อัมราภาชินียืนแอบมองยิ้มเศร้าๆ ด้วยอยู่ใกล้ลูกสาวเพียงแค่เอื้อมแต่เข้าไปกอดไปคุยไม่ได้ ศรีวิจันทร์ชะเง้ออยู่ข้างๆเห็นว่าเจ้าหญิงดูซูบไป น่าจะเชิญองค์กลับซามาร์เลย องค์ราชินีห้ามไว้ก่อนตนจะหาวิธีชวนลูกกลับเอง
จัสมินนั่งคุยกับราชิดโดยมีนาธานและเอ็มม่านั่งอยู่ด้วย ชัยชนะและสิงห์ชัยยืนมองห่างออกไป ส่วนอรินหน้าเครียดยืนเฝ้ามัดหมี่เล่นเครื่องเล่นหยอดเหรียญอยู่... นาธานรู้สึกว่าชื่อราชิดคล้ายกลุ่มหัวหน้าก่อการร้ายจีโบ จัสมินหัวเราะนิดๆกระซิบ “โธ่นาธาน คนชื่อราชิดมีออกเยอะ ไปว่าเขาเหมือนหัวหน้าโจรได้ไง”
ราชิดกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “ที่จริงจีโบก็เป็นแค่ชนกลุ่มน้อยที่ต้องการดินแดนของตัวเองคืน ไม่เห็นก่อการร้ายตรงไหน ทางการซามาร์เองต่างหากที่จับตัวโมซันไปก่อน”
นาธานส่ายหน้าพูดน้ำเสียงเข้ม “ที่จับเพราะโมซันฆ่าคนบริสุทธิ์มากมาย ก่อวินาศกรรมหลายครั้ง สมควรได้รับโทษแล้ว”
“แต่ที่ทำไปก็เพราะปกป้องพวกพ้อง จีโบถูกมองว่าเป็นผู้ก่อการร้ายเพราะไม่มีสื่อในมือเหมือนประเทศใหญ่ๆ ที่คอยแก้ต่างให้รึเปล่า เลยถูกมองว่าเป็นฝ่ายผิดตลอด”
จัสมินแย้งว่า การฆ่าคนที่ไม่รู้เรื่องด้วยมันเป็นความผิดชัดเจน จะอ้างว่าช่วยพวกพ้องแล้วมาเรียกให้ปล่อยตัวไม่ใช่สิ่งถูกต้อง ราชิดแววตากร้าวขึ้นโต้ ถ้าซามาร์ไม่ต้องการสงครามก็ควรทำตามคำเรียกร้องของจีโบ ความผิดของคนบางครั้งควรมองข้ามไปบ้างเพื่อสันติภาพ หญิงสาวมองเขาอย่างพิจารณา ราชิดรู้สึกตัวว่าแรงไปรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มพูดกลบเกลื่อน
“ผมมองจากสายตาคนนอก ไม่มีอคติบดบังเหมือนคนในเท่านั้นเอง”
กลุ่มอรินเดินเข้ามา มัดหมี่เกาะแขนจัสมินบอกตนจะไปเรียนพิเศษก่อนให้รอกลับบ้านพร้อมกัน เธอพยักหน้ารับ ชัยชนะจะไปนวดหน้ารอถามมีใครสนใจบ้าง อรินส่ายหน้ารัว สิงห์ชัยรีบถามราคาอยากทำแต่กลัวแพง ชัยชนะจึงบอกว่าฟรี ตนซื้อคอร์สไว้แบ่งให้ได้
เอ็มม่ามองอย่างสนใจ เขารีบชวนเพราะอยากให้เธอไปด้วยอยู่แล้ว เอ็มม่าลังเลสบตาเจ้าหญิง จัสมิน พยักหน้าบอกว่าอนุญาตให้ไปเสริมความงามได้
“ขอบทัย เอ๊ย...ขอบใจครูมะลิ...รีบไปกันเลยผู้กอง” เอ็มม่ายิ้มร่า
จัสมินหันมากล่าวลาราชิด ขอตัวไปเดินเที่ยว เขาได้ที “ขอไปด้วยคนนะครับ หวังว่าชาวซามาร์จะได้ช่วยแนะนำเปิดหูเปิดตาให้ชาวศิขรินบ้าง”
หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้ อรินกับนาธานมองแบบไม่สบอารมณ์...ด้านอัมราภาชินีและศรีวิจันทร์ซึ่งแต่งกายแบบที่ใครๆจำไม่ได้ คอยเดินตามเจ้าหญิงห่างๆพร้อมทั้งเหล่าองครักษ์ที่คุมเชิงอยู่ตามมุมต่างๆ อัมราภาชินีกำชับศรีวิจันทร์ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ให้ใครสงสัย
ชายหนุ่มทั้งสามพยายามเลือกเสื้อผ้าให้จัสมิน เธอได้แต่ยิ้มๆ แล้วสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นองค์อัมราภาชินีในกระจก จึงรีบชะเง้อมอง อรินถามว่าเห็นอะไรเกรงจะเป็นเหวยกัง
“ไม่ใช่ คงตาฝาด”
“อย่าบอกนะว่าเห็นหนุ่มซามาร์...เสน่ห์แรงเหลือเกิน” อรินประชด
“มีที่ไหนกัน คุณก็พูดไปได้” จัสมินค้อนทำหน้าดุใส่
ราชิดเห็นความผิดปกติจึงขอตัวสักครู่เดินออกไปด้วยสายตามุ่งมั่น...จัสมินเดินดูร้านค้าไปเรื่อยจนเห็นกระเป๋าใบหนึ่งก็ตื่นเต้น “ว้าว!ยี่ห้อนี้ออกวินเทอร์คอลเลกชั่นแล้วเหรอ ไวจัง”
“คราวที่แล้วก็เพิ่งซื้อ ออกมาอีกแล้วเหรอ” นาธานพลอยตื่นเต้นไปด้วย
อรินเห็นราคาแล้วร้องว่าแพง จัสมินอธิบายว่ามีภาษีนำเข้าจึงแพง ถ้าบินไปซื้อเองจะถูกกว่า อรินมองเธออย่างจับสังเกต พอมองออกไปนอกร้านรู้สึกเหมือนมีคนตาม อัมราภาชินีกับศรีวิจันทร์รีบหลบเข้าร้านเสื้อ เปลี่ยนชุดใหม่เดินออกมาอย่างไม่มีใครจำได้ ศรีวิจันทร์แอบขำ
“เขาถึงบอกไง แค่เปลี่ยนการแต่งตัวก็เหมือนคนละคน” อัมราภาชินีกล่าว
ศรีวิจันทร์ถามจะทำอย่างไรต่อ พระองค์ให้ตาม เธอรับคำเพคะแล้วนึกได้ร้องว้าย...ที่ใช้คำราชาศัพท์ องค์อัมราภาชินีส่ายหน้าขำๆนางข้าหลวงคนสนิทของตัวเอง
ส่วนราชิดรู้ว่ามีเหล่าองครักษ์ติดตามจัสมิน จึงหาทางเข้าไปดูหน้าใกล้ๆ จากนั้นก็ทำทีชวนทั้งสามคนเข้าร้านน้ำชาระดับหรู “ขออนุญาตเลี้ยงนะครับ สั่งได้ตามสบาย ขอบคุณเพื่อนบ้านเก่าแก่ที่ช่วยดูแลชาวศิขรินอย่างผม”
นาธานรับเมนูมาเปิดแล้วสั่งอย่างคุ้นเคย เอาชาอัสสัมและขอชาอิงลิชเบรกฟาสท์ให้จัสมิน อรินมอง
อย่างหมั่นไส้กระแอมเรียกความสนใจก่อนจะสั่งชาไข่มุกหวานๆ พนักงานก้มหัวบอกร้านเราไม่มีขาย เขานิ่วหน้าสั่งใหม่เอาโอเลี้ยงยกล้อ หรือชาเย็นก็ได้
“ต้องขอโทษนะคะ ไม่มีค่ะ”
จัสมินทำหน้าดุใส่ ชี้ให้สั่งในเมนู จะชามินท์ ชาเอิร์ลเกรย์ทานกับสโคนหรือชาผลไม้ก็ได้ นาธานแอบขำ อรินไม่สันทัดยักไหล่ “เลือกให้แล้วกันสั่งไม่เป็น เคยกินแต่กาแฟตาแป๊ะ ที่นี่อะไรไม่รู้เยอะไปหมด”
หญิงสาวค้อนใส่แล้วหันมาสั่งกับพนักงาน...
อัมราภาชินีนั่งอยู่ด้านหลังจัสมิน มีเพียงฉากเล็กๆกั้น ศรีวิจันทร์ชะโงกมองแล้วทูลว่า “อุ๊ย...คุณคนนั้นเองที่แท้เป็นชาวศิขริน มิน่าถึงได้มีผ้าชาตูสเพคะ”
“ดูท่าทางแล้วน่าจะมาจากสกุลชั้นสูงของศิขริน” อัมราภาชินีอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสลูกสาวเหลือเกิน ศรีวิจันทร์กระซิบให้อดทนไว้ ฟังพวกเขาคุยกันต่อไป
ราชิดเอ่ยถามกำหนดกลับซามาร์ จัสมินบอกคงอีกไม่นาน อรินแย้งจะรีบกลับทำไม พ่อแม่ก็ไม่ได้ตาม หญิงสาวจึงบอกว่าพวกท่านคงเป็นห่วง ถึงเวลาที่ตนควรกลับ นาธานเห็นด้วย
“นานอะไรยังไม่เดือนเลย อยู่ด้วยกันอีกสักพักสิ คิดถึงก็โทร.หายังไม่ค่อยได้เที่ยวไหนเลย พ่อแม่น่ะ แก่เอ๊ย...เป็นผู้ใหญ่แล้ว ดูแลตัวเองได้ ให้อยู่บ้านไปดีแล้ว” อรินท้วง
อัมราภาชินีปรายตามองอรินอย่างไม่พอใจ...เสร็จจากดื่มน้ำชา จัสมินมาเลือกซื้อหนังสือ อรินได้รับโทรศัพท์ให้ไปทำงานด่วน จึงกำชับจัสมินเดินเล่นรอมัดหมี่ไปก่อน เดี๋ยวตนจะกลับมารับ บอกนาธานฝากดูแลด้วย เขาสวน “ไม่ต้องบอกหรอก จะไปไหนก็ไปเถอะ”
อรินออกไปแล้ว จัสมินไล่หาหนังสือตามชั้น เห็นเล่มที่อยู่สูงน่าสนใจ ก็เอื้อมจะหยิบ ราชิดเข้ามาหยิบส่งให้ แล้วชมว่าเล่มนี้ดีมาก ตนอ่านแล้วเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สเปน คนเขียนเป็นชาวบาสก์ เขียนกรณีความต้องการแยกตัวของแคว้นคาตาลันกับบาสก์จากสเปน
“เราเคยรู้มาบ้าง แต่ไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียด”
“ประวัติศาสตร์เรื่องการขอแยกดินแดนมีเกือบทั่วโลก ทั้งที่คาราคาซังอย่างแถบสเปน แล้วก็พวกที่ได้เอกราชแล้วอย่างลิทัวเนีย จอร์เจีย ยูเครน...” ราชิดชะงักเห็นจัสมินจ้องมองจึงถามมีอะไรทำไมมองแบบนั้น
“เราแค่สงสัย คุณดูมีความรู้ราวกับศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่ลักษณะท่าทางคุณ ดูเหมือนพวกนักรบหรือทหารมากกว่า”
ราชิดอึ้งในความตาแหลมของเจ้าหญิง เสกลบเกลื่อนว่าอ่านมากก็รู้มาก แล้วชักชวนไปสนใจเล่มอื่นๆ นาธานบ่นว่าอ่านประวัติศาสตร์แล้วเวียนหัว ราชิดพลั้งปาก “ประวัติศาสตร์คือรากฐานความเป็นมา เช่นเดียวกับจีโบและซามาร์ สักวันอาจจะมีหนังสือที่เขียนถึงเอกราชของจีโบก็ได้”
จัสมินแปลกใจดูเขาสนใจจีโบมาก นาธานเสริมว่ากลุ่มก่อการร้ายอย่างนั้น อีกไม่นานคงล่มสลาย ถึงจะเคยปกครองตัวเองมาก่อน แต่ตอนที่ซามาร์เข้าไปรวมรัฐ จีโบก็ไม่เหลือผู้นำแล้ว ราชิดเสียงเข้ม “แต่ซามาร์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแย่งการปกครองมาจากจีโบจริง”
“ซามาร์ปกครองทุกอย่างเท่าเทียม เรามีหลายรัฐในปกครองไม่ต่างกับศิขริน ปัญหาของชนกลุ่มน้อยก็ถือว่าเป็นหนึ่งในปัญหาประชากร เราเชื่อว่าภายใต้การปกครองขององค์พระเจ้าอิสราธิบดี ทุกอย่างน่าจะสงบได้ในเร็ววัน” จัสมินสาธยาย
ราชิดถามถึงที่จีโบเรียกร้องให้ปล่อยตัวโมซัน เธอมีความเห็นอย่างไร นาธานตอบแทนว่า หากปล่อยจะทำให้จีโบเหิมเกริม องค์ราชาไม่ยอมเสี่ยงแลกแผ่นดินกับอะไรทั้งนั้น ราชิดแสยะยิ้มตากร้าว “ไม่มีใครรู้ สักวัน พระองค์อาจจะยอมแลกแผ่นดินที่รักเพื่อใครสักคนก็ได้”
จัสมินมองอย่างสงสัย พอดีสิงห์ชัยเดินเข้ามาบอกว่าอรินติดงานให้พวกเรากลับกันก่อน ตอนมัดหมี่เลิกเรียน ราชิดขอตัวแยกกลับ จัสมินมองไล่หลังอย่างอยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่
ซีนอนเห็นราชิดออกมาก็เข้าไปถามทำไมไม่จัดการรวบตัวเจ้าหญิง เขาให้มองไปรอบๆว่ามีองครักษ์เต็มไปหมดและยังมีตำรวจไทยที่คอยประกบ บอกไม่ต้องห่วงตนคิดจะใช้วิธีเกลี้ยกล่อมให้เจ้าหญิงมาอยู่ข้างจีโบ
แล้วเรียกร้องเอาดินแดนคืนเพื่อไม่มีการเสียเลือดเนื้อ ซีนอนรับทราบจะส่งข่าวไปบอกพรรคพวก ราชิดย้ำให้ตามเรื่องโมซัน เขารายงานว่า ยังสบายดีอยู่ในคุกซามาร์ มีทหารคุ้มกันแน่นหนาทำให้การชิงตัวเป็นไปได้ยาก ราชิดเครียดเป็นห่วงน้อง
ooooooo
เช้าวันใหม่ อรินนึกครึ้มลงมือผัดข้าวด้วยตัวเอง จัสมินมองหน้าตาข้าวผัดไม่ค่อยน่ากิน เขาคะยั้นคะยอให้ชิม พอชิมแล้วรู้สึกเค็มเกิน ผู้กองหนุ่มโทษน้ำปลาเปลี่ยนยี่ห้อ หญิงสาวขำบอกคราวหลังให้ตนเป็นคนทำดีแล้ว เขาจึงกล่าวอย่างจริงใจว่าต่อไปศลิษาให้ทำอะไรไม่ต้องทำ
“ถึงไม่ใช่หน้าที่แต่เราเคยบอกคุณแล้วว่าจะช่วย เรารักษาคำพูด”
“เอาน่า ต่อไปนี้ไม่ถือว่าเธอเป็นลูกจ้าง แค่เป็นครูช่วยดูแลมัดหมี่พอ เรื่องอื่นเราช่วยกัน”
จัสมินรู้สึกดีใจที่เขาปกป้องตนจากศลิษา อรินเห็นสร้อยคอที่เธอห้อยก็ยิ้มถามชอบไหม หญิงสาวพยักหน้าขอบคุณเขาอีกครั้ง ต่างคนต่างอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด...
บ่ายวันนั้น อรินชวนจัสมินและมัดหมี่ขี่จักรยานเล่น โดยให้จัสมินซ้อนท้ายเขาและมัดหมี่ขี่คันเล็กตาม อรินแกล้งปั่นเร็วหนีมัดหมี่จนจัสมินต้องกอดเอวเขากลัวจะตก ทั้งสามหัวเราะอย่างสนุกสนาน
สิงห์ชัยเห็นแล้วแปลกใจว่าสองคนนี้ไปญาติดีกันตอนไหน เอ็มม่ามองด้วยสายตาอิจฉานิดๆ ส่วนนาธานสีหน้าหม่นไม่สบอารมณ์ จนทั้งสามขี่จักรยานกลับมา มัดหมี่เหนื่อยหอบ อรินยีหัวหลานสาวอย่างเอ็นดู บอกให้ขี่เล่นอยู่ที่บ้านแล้วถีบรถออกไปอีก จัสมินร้องถามจะพาตนไปไหน เขาไม่ตอบบอกเดี๋ยวก็รู้ หญิงสาวจำต้องกอดเอวเขาแน่นท่ามกลางสายตาคนอื่นๆ
มาถึงลานกว้าง อรินเดินจูงรถคุยกับจัสมิน เธอตำหนิว่าเขาชอบแกล้งหลาน เขากลับสนุกได้หนีตัวป่วนมาอยู่กันสองคนบ้าง หญิงสาวค้อนกลบเกลื่อนความเขิน ทุกอย่างอยู่ในสายตาองครักษ์ที่ตามคอยบันทึกภาพส่งรายงานองค์ราชินีอยู่ห่างๆ
จัสมินเห็นโฆษณาสวนสนุกก็หยุดมองอย่างสนใจ อรินถามเคยไปไหมว่างๆจะพาไป สีหน้าเธอตื่นเต้นดีใจ
“เราไม่ได้ไปสวนสนุกนานมากแล้ว จำได้ว่าตอนเด็กๆ พ่อพาเราไปนั่งม้าหมุนตัวใหญ่ ใหญ่ขนาดที่ต้องอุ้มเราไว้”
อรินเย้าว่าที่นี่ก็มี ตนอุ้มได้ หญิงสาวชะงักตวัดสายตามองถามหมายความว่าอย่างไร เขาแก้ตัวว่าอุ้ม มัดหมี่ หรือจะให้อุ้มใคร จัสมินค้อนเชิดใส่ทำทีบอกว่าถ้าจะไปตนไปเป็นเพื่อนได้ อรินสัพยอกอยากไปบอกกันตรงๆก็ได้อย่ามาทำฟอร์ม
ระหว่างนั้นอรินรู้สึกมีแสงสะท้อนเข้าตา ทำให้เขาเงยหน้ามองไปบนตึกสูงตามสัญชาตญาณตำรวจ แล้วบอกให้เธอรอตรงนี้ก่อนจะวิ่งไป องค์รักษ์ที่เฝ้าดูรีบพูดผ่านหูฟังบอกพรรคพวกให้หลบออกจากบนนั้น
อรินวิ่งขึ้นมาถึงดาดฟ้าตึก ไม่พบใคร เขาสำรวจ พื้นที่เห็นถ้วยกาแฟกระดาษวางหลบอยู่ขอบตึก สัมผัสดูรู้สึกว่ายังอุ่นๆ แสดงว่าที่เขาคาดคิดไม่ผิด จึงรีบกลับลงมาหาจัสมินบอกเธอว่ามีคนตาม ไม่รู้พวกไหน ดูแล้วมืออาชีพมาก อาจไม่ใช่เหวยกังเพราะไม่น่าจะโผล่ออกมาช่วงนี้ อาจเป็นพวกที่แอบมาติดกล้องในบ้าน หญิงสาวพึมพำไม่สบายใจ
“เรายืนยันว่าก่อนหน้านี้ชีวิตเราปกติดี แต่ก็ไม่เข้าใจทั้งเรื่องกล้องวงจรปิด ทั้งบังเอิญสลับกระเป๋ากับเหวยกัง ทำไมทุกอย่างมันดูวุ่นวายไปหมด”
“อย่าคิดมากเลย อืม...เปลี่ยนเรื่องดีกว่า ไหนเธอลองเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังหน่อยสิ”
“เราเป็นลูกคนเดียว องค์...พ่อเราทำหน้าที่ดูแลคนมากมาย ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อคนเหล่านั้น” อรินเข้าใจว่าเป็นกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน จัสมินจึงเออออ “ใช่ ประมาณนั้นแหละ...”
“ไม่นึกเลยว่าที่ซามาร์จะมีกำนันด้วย แล้ว...แม่ทำอะไรล่ะ”
“แม่เป็นแม่บ้าน แล้วก็ไปประชุมตามที่ต่างๆ คอยต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมบ้าน”
“สมาคมแม่บ้านสินะ เป็นเหมือนกันทั่วโลกจริงๆ”
จัสมินปล่อยให้เขาคิดไป แล้วถามถึงครอบครัวเขาบ้างเป็นอย่างไร อรินทอดสายตาออกไปเล่าว่าพ่อแม่ตนตายหมด มีพี่คนเดียวก็ย้ายไปประจำญี่ปุ่น จึงฝากตัวยุ่งไว้ เมื่อไหร่เขากลับมารับมัดหมี่ไป ตนก็เหลือตัวคนเดียวตามเดิม...จัสมินแตะหลังมือให้กำลังใจ ชายหนุ่มสบตารวบมือเธอมากุมมองด้วยแววตาซาบซึ้งถามอย่างจริงใจ
“มะลิ เรื่องกล้องวงจรปิด เธอไม่รู้จริงๆเหรอว่าใคร” จัสมินทำหน้าโกรธ “อย่าเพิ่งโมโหสิ แค่เป็นห่วง แล้วที่พูดเพราะอยากให้ระวังตัวไว้มากๆ อย่าไว้ใจใคร แล้วก็จำเอาไว้ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ฉันจะอยู่ข้างเธอ”
“ถึงจะมีบางเรื่อง...ที่เราปิดบังคุณน่ะเหรอ” จัสมินหยั่งเชิง
“ไม่เป็นไร ถ้าวันไหนเธอไว้ใจฉันมากพอ ฉันเชื่อว่าเธอจะบอกเอง” อรินดึงเธอมากอด
จัสมินเผลอปล่อยใจกอดตอบ พอรู้สึกตัวผละออกสีหน้าหม่นลง “มันไม่เหมาะ คุณมีคุณศลิษาอยู่แล้ว ไม่ควรมากอดเรา”
อรินรู้สึกผิดกำมือแน่นอย่างหักห้ามใจก่อนจะกล่าวขอโทษ มองเธอด้วยสายตาเสียใจ
ฟ้าใกล้ค่ำ เอ็มม่าเดินงุ่นง่านชะเง้อมองที่ทั้งสองยังไม่กลับ นาธานเองก็กังวลแต่ไม่แสดงออกเพราะชัยชนะนั่งอยู่ บอกให้เอ็มม่าหยุดเดินเสียทีตนเวียนหัว ชัยชนะรู้ว่าเธอเป็นห่วงก็บอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วงถ้าอยู่กับอริน เธอยิ่งฮึดฮัดจนเขาต้องถามใหม่ “หงุดหงิดเรื่องอะไรกันแน่”
เอ็มม่าชะงักพยายามควบคุมอารมณ์ นาธาน มองน้องสาวอย่างรู้แก่ใจว่าชอบผู้กองอริน...พักใหญ่อริน กับจัสมินกลับมาด้วยท่าทีสนิทสนมกันมากขึ้น จัสมินเห็นนาธานยืนรอก็ยื่นโบรชัวร์สวนสนุกให้ถามน่าไปไหมอยู่ไม่ไกลด้วย นาธานรับมาพับใส่กระเป๋าแล้วกล่าวเสียงเข้ม
“ขอคุยด้วยหน่อยครับ”
อรินข้องใจจะคุยอะไรกัน นาธานเสียงเขียวอย่ายุ่ง อรินของขึ้นทันที “มีอะไรถึงยุ่งไม่ได้ เรื่องของมะลิก็เหมือนเรื่องของฉัน”
สองหนุ่มจ้องตากันกร้าวไม่มีใครยอมใคร นาธานย้ำแค่บางเรื่อง ไม่ใช่ทุกเรื่อง ตนมีธุระสำคัญ จัสมินจึงพยักหน้าเชิงขอร้องอริน เขายอมถอยกลับเข้าบ้าน...
จัสมินหันมาถามองครักษ์ที่โตมาด้วยกันว่ามีอะไรจะคุย เขาจ้องตาเธอกล่าวเน้นว่าเรื่องผู้กองอริน หญิงสาวรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไรจึงบอกให้มั่นใจได้เลยว่าไม่ต้องกังวล ไม่มีอะไรทั้งนั้น
“จะไม่ให้กระหม่อมกังวลได้ยังไง ผู้ชายคนนั้นถึงจะเป็นคนดีแต่...”
จัสมินเชิดหน้าหลังตรงด้วยท่าทางสง่า น้ำเสียงเบาลงแต่หนักแน่น “ไม่ต้องพูดต่อแล้ว เราไม่เคยลืมว่า ตัวเองเป็นใคร มีหน้าที่อะไร...ที่นี่เหมือนความฝัน ได้หัวเราะได้ใช้ชีวิตตามใจชอบเป็นอิสระ แต่ฝันก็คือฝัน อีกไม่นานเราก็ต้องกลับสู่ความจริง” แววตาเธอสุขปนเศร้าสบตาเขาราววิงวอน “แต่ตอนนี้ให้เราได้ทำสิ่งที่อยากทำได้ไหมนาธาน”
แม้จะเข้าใจความรู้สึกขององค์หญิงผู้เป็นที่รัก แต่นาธานก็อดเจ็บปวดใจลึกๆไม่ได้
ooooooo
เมื่อราชิดตีสนิทกับจัสมินได้เองก็หมดความสนใจที่จะใช้ศลิษาเป็นเครื่องมืออีก หญิงสาวรับรู้ถึงความเย็นชาของเขาก็แปลกใจเกิดอะไรขึ้นผิดหวังกลับมาหาคนรักอย่างอรินตามเดิม
บ่ายวันนั้น สองอาหลานซ้อมศิลปะการต่อสู้ โดยอรินถือเป้าให้มัดหมี่เตะต่อย จัสมินอยู่ห่างออกมา มองทั้งสองอย่างขำๆ อรินเห็นเข้ามาดึงเธอให้ไปเป็นคู่ซ้อมมัดหมี่แทน เธอเข้าไปกระซิบบางอย่างกับ มัดหมี่ก่อนจะหันมามองเขายิ้มๆ อรินนึกรู้ถอยตัวตั้งรับ หนูน้อยพุ่งเข้าเตะต่อยเขา จัสมินยุให้ขี่คอ และตัวเธอก็ช่วยรุมต่อยอรินอย่างสนุกสนาน
อรินรวบตัวมัดหมี่จี้เอว มัดหมี่ดิ้นดันเขาไปชนจัสมิน ทั้งสองหันมาสบตากันนิ่งใจเต้นตึกตัก พลันเสียงศลิษาเรียกอรินดังขึ้น ทั้งสองสะดุ้งถอยห่างจากกัน มัดหมี่วิ่งมาหลบหลังจัสมินด้วยความกลัว อรินรีบถามเธอมาได้อย่างไร สายตาศลิษามองอย่างจับผิดก่อนจะบอกว่า
“เห็นรั้วไม่ได้ล็อกเลยเดินเข้ามา ขอโทษที่มาขัด จังหวะกำลังสนุกกันนะคะ”
จัสมินหลบตาอย่างรู้สึกผิด...อรินกับศลิษาเข้ามาในห้องนอน หญิงสาวสวมกอดเขาทางด้านหลังออดอ้อนขอย้ายมาอยู่ที่นี่เลยไม่ใช่ไปๆมาๆ ตนไม่เรียกร้องให้รีบจัดงานแต่ง จะรอนานแค่ไหนก็ไม่ว่า ขอแค่ได้อยู่กับเขาก็พอ อรินอึดอัดใจอย่างมาก อ้างว่ามันไม่เหมาะเธอ จะเสียชื่อ
“ษาไม่แคร์ชื่อเสียง ษายอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียคุณไป”
ศลิษาบีบน้ำตาให้น่าสงสาร อรินขยับตัวห่างออกตัดสินใจจะคุยเรื่องของเขากับเธออย่างจริงจัง ศลิษาหวั่นใจว่าเขาจะสารภาพว่าหมดรักตน...
ในขณะที่จัสมิน เอ็มม่า นาธาน มัดหมี่ ชัยชนะและสิงห์ชัยนั่งกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ศลิษาเดินลงมาดวงตาแดงช้ำ จากการร้องไห้ ปรี่เข้าจับมือจัสมินสะอึกสะอื้นตัดพ้อ
“มะลิ ฉันขอได้ไหม เธอเลิกยุ่งกับรินเถอะ ถือว่าเห็นแก่ฉัน” อรินตามลงมาปรามว่าพูดอะไรแบบนั้น ศลิษาไม่หยุดกุมมือขอร้อง “ฉันคบกับรินมาสิบปี ใครๆก็รู้ แต่พอเธอเข้ามาเขาก็เปลี่ยนไป ทำไมล่ะมะลิ เธอกับรินรักกันมากจนต้องทำร้ายฉันเลยเหรอ”
“พอเถอะ หยุดนะษา” อรินพยายามดึงแฟนสาวออกจากจัสมิน
“หรือไม่จริง คุณพูดสิคะว่าไม่ได้ชอบมะลิ” ศลิษาพยายามพูดให้จัสมินอับอายต่อหน้าทุกๆคน เมื่ออริน อึกอักๆ เธอยิ่งรุกหันไปต่อว่านาธาน “คุณก็ด้วย เป็นแฟนกันทำไมไม่ดูแล ทำไมต้องให้มะลิมาแย่งคนของฉัน”
นาธานหน้าเจื่อนไม่รู้จะเถียงอะไร ศลิษาสะอื้นรำพันอีกว่า ตนมีอรินเพียงคนเดียว มาแย่งเขาไปไม่เห็นใจผู้หญิงด้วยกันบ้างหรือ รู้ไหมว่าตนเสียใจแค่ไหน ความใกล้ชิดทำให้ลืมผิดชอบชั่วดีเลยหรืออย่างไร...นาธานได้สติเสียงกร้าว “หยุดพูดได้แล้ว เธอกำลังดูหมิ่นครูมะลิ”
“ฉันแค่พูดที่ฉันรู้สึก ขอร้องล่ะมะลิอย่าเอารินไปจากฉัน ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา” จัสมินเบือนหน้าหนี
เจ็บปวดน้ำตาคลอ สบสายตาขอโทษของอรินที่มองมา เธอรีบปาดน้ำตาที่จะไหล ศลิษายังไม่หยุดคาดคั้น “รับ ปากได้ไหมมะลิ หรือต้องให้ฉันตายลงไปต่อหน้าเธอ ถึงจะพอใจ”
จัสมิน กล้ำกลืนความเศร้ายืดตัวอย่างทระนง “วางใจเถอะ เรื่องที่คุณคิดจะไม่เกิดขึ้นแน่ เราไม่คิดแย่งคนของใครอย่างที่คุณกล่าวหา เราเป็นแค่ครูที่มาอาศัย อีกไม่นานก็จะไป ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด” พูดจบก็เดินเลี่ยงออกไป
อรินขยับจะตาม ศลิษาโผกอดทางด้านหลังร่ำไห้สะอึกสะอื้น พร่ำว่าตนรักเขาคนเดียว ทำให้ผู้กองหนุ่มรู้สึกผิดอย่างมากที่ทำร้ายจิตใจผู้หญิงถึงสองคน เอ็มม่ามองการกระทำของศลิษาอย่างหมั่นไส้ แต่พอมองตามหลังจัสมินไปกลับแอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจนิดๆ
ศลิษายังสะอึกสะอื้น อรินนั่งปลอบ เธอแอบยิ้มสมใจกอดเขารำพัน เป็นเพราะตนรักเขามาก อย่าทำให้ตนเสียใจแบบนี้อีก มะลิยืนยันแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา ตนจะถือว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด อีกสามวันตนจะย้ายเข้ามาอยู่กับเขา คงไม่มากไปใช่ไหม อรินขมขื่นใจ รู้สึกผิดจนไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้
สิงห์ชัยกับชัยชนะคุยกันว่า เพื่อนเราคงไม่พ้นต้องจัดงานแต่งงาน เพราะสาวเจ้ายื่นไม้ตายมากระซวกแบบนี้ สิงห์ชัยยิ้มโอ่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงครูมะลิ ตนจะปลอบใจเธอเอง ไม่แน่อาจได้จัดงานแต่งพร้อมกัน
นาธานตวาดกร้าว “หยุดพูดจาสามหาวดูหมิ่นองค์...ครูมะลิได้แล้ว”
สิงห์ชัยสะดุ้ง “ดุจริงวุ้ย แค่แซวเล่นๆไม่มีอารมณ์ขันเลยเหรอ เอาฮาน่ะรู้จักไหม”
“แต่ฉันไม่คิดว่าผู้กองอรินจะแต่งงานกับคนอย่างคุณศลิษา ผู้หญิงแบบนั้นไม่เหมาะสมจะเป็นแฟนเลยด้วยซ้ำ” เอ็มม่าโพล่งขึ้น
สิงห์ชัยหันมาถามแล้วใครเหมาะสม เอ็มม่านิ่ง ชัยชนะเชื่อว่า ใครก็ช่างไม่สำคัญเท่ากับว่า ใครที่อรินรักต่างหาก ตนไม่คิดว่าคนอย่างอรินจะยอมแต่งงานง่ายๆ ถ้าเขาไม่อยากแต่ง ถึงใครบังคับอย่างไรก็ไม่มีทาง...เอ็มม่ากับนาธานเครียดหนักขึ้น
ooooooo
สองพี่น้องคุยกันลำพัง เอ็มม่ายอมรับว่ายังไม่อยากกลับซามาร์ นาธานรู้ว่าน้องสาวมีใจให้อริน จึงเตือนสติว่าเรามีหน้าที่ ตนเป็นองครักษ์ เธอเป็นนางข้าหลวง และพวกเราก็อยู่ที่นี่นานเกินพอแล้ว เอ็มม่ายอมรับว่าห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้
จัสมินนั่งน้ำตาไหลพรากอยู่ในห้องนอน มัดหมี่ไม่รู้ว่าครูเป็นอะไรเข้ากอดปลอบแบบไร้เดียงสา...อรินเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาขอคุยกับจัสมิน แต่เธอปัดว่าไม่มีอะไรต้องคุย
“ต้องคุย ขอเวลาแค่แป๊บเดียวก็ได้” อรินเว้าวอน
จัสมินยอมเดินออกมาหน้าห้อง พอปิดประตู อรินก็รวบมือเธอมากุมไว้ ขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น หญิงสาวขอร้องอย่าทำให้ตนรู้สึกผิดไปมากกว่านี้ เขารีบบอกว่าเธอไม่ผิด ตนเองที่ผิด น้ำตาเธอไหลอาบแก้ม เขาเอื้อมมือจะเช็ด เธอเบี่ยงหน้าหนี เขากำมือปล่อยตกลงข้างตัวอย่างเจ็บปวด
จัสมินกลับเข้าห้องปิดประตูยืนพิงปล่อยน้ำตารินไหลอย่างสุดกลั้น มัดหมี่เห็นแล้วเบะปากร้องไห้ตาม...อรินเอาหน้าผากแนบประตูหลับตาข่มความเจ็บปวดเสียใจ
จัสมินตัดสินใจถอดสร้อยคอที่อรินซื้อให้ออกวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง ออกมาคุยกับเอ็มม่าและนาธานว่าตนพร้อมจะกลับซามาร์ เอ็มม่าใจหายไม่อยากจากอริน แต่อ้างว่าทำไมรีบกลับยังไม่ได้เที่ยวไหนกันเลย นาธาน นึกได้หยิบโบรชัวร์สวนสนุกออกมาบอกน้องสาวและเจ้าหญิงว่า
“ที่นี่ไง ก่อนไปหม่อมพาเสด็จไปเที่ยวสวนสนุกให้สบายพระทัยก่อนดีกว่า”
เอ็มม่าถามไปแค่สามคนหรือ นาธานตอบว่าใช่จะต้องให้มีคนอื่นอีกทำไม แล้วชี้ชวนให้จัสมินเห็นดีด้วยเพราะพวกเราอาจไม่มีโอกาสกลับมาที่นี่อีก เธอครุ่นคิดตัดสินใจ
และแล้วรุ่งเช้า ขณะที่จัสมินมัดผมผูกโบให้มัดหมี่ ชมหนูน้อยว่าสวยแล้วเตือนอย่าดื้ออย่าซน เชื่อฟังคุณอา ให้ดี มัดหมี่แปลกใจครูพูดเหมือนจะไปไหน เธอกลบเกลื่อนไม่มีอะไร พอดีรถโรงเรียนมารับ จัสมินกอดและหอมแก้มหนูน้อยเป็นการสั่งลา ยืนโบกมือส่งจนรถแล่นไปลับตา กลับเข้าบ้านด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
อรินเดินลงมาบอกเธอว่าวันนี้จะกลับบ้านเร็ว เธอจึงบอกว่าดีจะได้มาดูแลมัดหมี่ อรินเข้ามาชิดใกล้ถามอย่างห่วงใยว่าเธอดีขึ้นหรือยัง
“เราไม่ได้เป็นอะไร” จัสมินมองอรินราวจะเก็บภาพเขาไว้เป็นครั้งสุดท้าย “ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยดูแลเรามาตลอด ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่าง”
“พูดแปลกๆ ขอบคงขอบคุณอะไร...ไม่ต้องขอบคุณหรอก เดี๋ยวฉันไปก่อน กลับมาแล้วค่อยคุยกันนะอ้อ แล้ววันนี้ข้าวเย็นไม่ต้องทำ จะพาไปกินข้างนอกกัน”
อรินหอบงานออกไป
จัสมินน้ำตาร่วงเผาะ พยายามหักใจ...สายวันนั้นเธอหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าปิดล็อกบ้าน เดินออกมาสมทบกับนาธานและเอ็มม่าซึ่งสะพายเป้คนละใบยืนรออยู่ จัสมิน หันกลับไปมองบ้านอรินอย่างอาลัยอาวรณ์ เอ็มม่ามีท่าทีหงุดหงิดไม่อยากไป
ข้างกำแพง ซีนอนเฝ้ามองอย่างหมายมั่นจะเอาตัวเจ้าหญิงไปให้ได้ เมื่อเห็นทั้งสามคนเดินออกจากซอย เหวยกังวิ่งมาอีกทาง ชนเข้ากับซีนอน ทั้งสองมองกันตาขวาง ซีนอนไม่ให้สอดมือมายุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เธอเป็นเป้าหมายของตน
เหวยกังไม่ยอมบอกเธอเป็นคนที่ตนต้องการ เมื่อตกลงกันไม่ได้ทั้งสองกระโจนเข้าห้ำหั่นกันจนลืมมองว่า จัสมินกับพวกได้โบกแท็กซี่ขึ้นไปแล้ว ฝ่ายองครักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ ส่งข่าวพรรคพวกว่า
“ภูผากำลังเคลื่อนย้าย ไม่ทราบที่หมาย ติดตามอย่างใกล้ชิด”
ooooooo
ออกมาถนนนอกเมือง ทั้งสามนั่งรอที่ป้ายรถเพื่อเข้าไปสวนสนุก นาธานเห็นน้องสาวและเจ้าหญิงซึมเศร้าก็พยายามชวนคุยให้ครึกครื้น เปิดคลิปเครื่องเล่นให้ดูกันว่ามีอะไรน่าเล่นบ้าง แต่สองสาวก็ยังทำหน้าเซ็ง
“เซ็งกันหมดแบบนี้เที่ยวไม่สนุกหรอก จะเปลี่ยนใจกลับกันไหม เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน”
เอ็มม่าตาวาวมองเจ้าหญิงว่าอย่างไร แต่เธอกลับยืนกราน “ไม่กลับ เราพูดคำไหนคำนั้น”
“สมควรแล้วท่าน อยู่ไปก็มีแต่อันตรายไม่ปลอดภัยต่อองค์เป็นอย่างยิ่ง เชื่อหม่อมเถอะ ไม่มีพวกเราเขาก็อยู่ได้”
เอ็มม่าผิดหวังหาเรื่องท้วงว่าเราออกมาไม่ได้ลาใครสักคน จัสมินพูดด้วยทิฐิ “ไม่จำเป็น อาจดูเสียมารยาท บอกหรือไม่บอกก็มีค่าเท่ากัน ไว้ถึงซามาร์จะทำจดหมายขอบคุณส่งกลับมา”
“หม่อมเห็นด้วย เขาก็ไม่เคยแคร์เราอยู่แล้ว เราจะแคร์เขาทำไม” นาธานสนับสนุน พอเห็นว่ารถยังไม่มาก็เสนอให้ไปแท็กซี่แทนจะได้ถึงเร็ว
แต่จัสมินไม่อยากให้สิ้นเปลือง เก็บเงินไว้ไม่รู้ต้องจ่ายอะไรอีก นาธานเห็นว่าไม่ต้องประหยัดแล้ว เรามีเงินพอเที่ยวสวนสนุก จากนั้นก็กลับไปที่สถานกงสุล ถึงที่นั่นก็จบกันเสียทีการผจญภัยแสนลำบากและแสนเซ็ง จัสมินฟังนิ่งๆถอนใจเบาๆ แววตาหม่นหมองอาลัย...
นาธานมองด้วยความรู้สึกเจ็บปวดน้อยใจ จนกระทั่งรถมาถึงก็ดีใจที่กำลังจะได้ไปจริงเสียที เหล่าองครักษ์ที่แอบตามก็ตามขึ้นประตูหลัง พร้อมรายงานผ่านสายหูฟังว่า...ภูผาขึ้นรถแล้ว
ในขณะที่อรินสอบปากคำลูกน้องแก๊งห้ามังกรที่จับมาได้ เอารูปเหวยกังให้ดูถามเสียงดุดันว่าใช่คนที่ไปผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าไหม แต่ผู้ต้องหากวนประสาท อรินยิ่งหงุดหงิดจากเรื่องศลิษาก็อารมณ์เสียแทบจะซ้อม ชัยชนะต้องมาห้ามและขอสอบสวนเอง อรินเดินออกมาสงบสติอารมณ์
ชัยชนะใช้หลักการหลอกล่อแกมขู่ให้ผู้ต้องหายอมสารภาพเพื่อลดโทษประหาร
พอฤดีเอากาแฟเย็นมาให้อรินย้อมใจให้เย็นลง สิงห์ชัยปลอบอย่าเครียด อรินบอกไม่ได้เครียดแต่โมโห สิงห์ชัยเหน็บ “เห็นหงุดหงิดตั้งแต่เช้าแล้ว สงสัยอารมณ์บ่จอยจากเรื่องสาวๆ”
อรินมองตาขวางกำหมัดหักนิ้วไปมา สิงห์ชัยรีบไปหลบหลังพอฤดีโผล่หน้าทำตาปริบๆ อรินไล่จะไปไหนก็ไป เขาจึงชวนพอฤดีไปหาอะไรกิน อยู่แถวนี้ไม่ปลอดภัย อรินนั่งหงุดหงิดในหัวเต็มไปด้วยเรื่องของจัสมิน
พลันเสียงศลิษาดังขึ้น เขาเงยหน้ามองเห็นเธอยืนตรงหน้า เธอถามใจลอยคิดถึงใคร ยืนอยู่ตั้งนานแล้ว เขาจึงถามแก้เก้อว่ามาทำไม
“มาทานข้าวเที่ยงด้วย ไปกันยังคะ อุตส่าห์ฝ่ารถติดมาหาเลยนะ”
“ถ้าอุตส่าห์ก็อย่าลำบากเลย ผมเคยบอกแล้วไม่อยากให้มาที่ทำงาน คุณก็ไม่เคยเชื่อ”
ศลิษาเปลี่ยนท่าทีออดอ้อนบอกเมื่อคืนนอนไม่หลับ อยากมาขอโทษ ผู้กองหนุ่มถอนใจตำหนิเธอชอบทำอะไรตามใจชอบ ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกคนอื่น หญิงสาวกระเง้ากระงอดก็มาขอโทษอยู่นี่ เขาถามหลายปีที่คบกัน เคยนับคำขอโทษบ้างไหม เธอตีหน้าเศร้า
“สัญญานะต่อไปจะปรับปรุงตัวเอง จะเชื่อคุณ อยากให้ทำยังไงแล้วคุณสบายใจบอกมา จะทำให้ทุกอย่าง”
อรินจึงบอกให้เธอกลับไปก่อน ตนต้องทำงาน ศลิษาทำหน้าเศร้าจะกลับไปรอที่บ้าน...ชัยชนะเดินมา อรินรีบถามว่าผู้ต้องหาบอกอะไรบ้าง “ก็พูดมาหลายอย่าง แต่เรื่องเหวยกังมันเองก็ไม่แน่ใจแต่ก็อาจเป็นไปได้ เพราะมีไม่กี่คนหรอกที่จะได้เข้าประชุมกับพวกหัวหน้าทั้งห้าคน”
หัวหน้าเข้ามาบอกอรินว่าเรื่องนี้ตนดำเนินต่อเอง ให้เขาเอาแฟ้มงานไปคืนกองพิสูจน์หลักฐาน อรินนึกได้ว่าลืมไว้ที่บ้านจึงจะรีบกลับไปเอา ชัยชนะเห็นเพื่อนเครียดๆอาสาขับรถให้
ooooooo
พอมาถึงบ้าน อรินและชัยชนะแปลกใจที่บ้านปิดเงียบทั้งสองหลัง สำรวจดูก็พบว่าเสื้อผ้า ข้าวของของเอ็มม่าและนาธานหายไป ส่วนของจัสมินหายไปบางส่วน แต่มีสร้อยคอวางทิ้งไว้บนโต๊ะ อรินฉุกคิดถึงคำพูดของเธอเมื่อเช้าแล้วใจหายรู้ว่าเธอจากไปแล้วจริงๆ
ชัยชนะโทร.ขอให้พอฤดีช่วยมาเอาเอกสารที่บ้านไปคืนกองพิสูจน์หลักฐาน แล้วตอนเย็นให้ช่วยรับมัดหมี่กลับจากโรงเรียนและอยู่เป็นเพื่อนแกจนกว่า
อรินจะกลับ หญิงสาวอึกอักเลี้ยงเด็กไม่เป็น แต่พอเจอคำหวานของชัยชนะว่านึกถึงใครไม่ออกนอกจากเธอก็แอบดีใจรับคำ
พอฤดีหันมาชวนสิงห์ชัยไปเป็นเพื่อนรับเด็ก เขารีบถามสวยไหม อายุต่ำกว่ายี่สิบหรือเปล่า เกรงจะติดคุก พอเธอบอกว่าอายุหกขวบ เขาก็เดาออกทันทีว่าใครรีบปฏิเสธบอกติดงาน
ในสวนสนุกมีเครื่องเล่นตื่นตาตื่นใจทำให้จัสมิน และเอ็มม่าคลายความเศร้าลงได้บ้าง นาธานชี้ชวนให้เล่นเครื่องนั้นเครื่องนี้ สองสาวกลับเลือกเครื่องเล่นที่หวาดเสียว เขาส่ายหน้าไม่ขอเล่น จัสมินสบประมาทว่าราชองครักษ์แห่งซามาร์กลัวเครื่องเล่นในสวนสนุก เขาอ้างไม่ได้กลัวแค่ห่วงความปลอดภัยพระองค์
สองสาวไม่รอช้าเข้าไปจับแขนคนละข้างลากไปขึ้นเครื่องเล่นจนได้ นาธานหลับตาร้องตะโกนด้วยความกลัว สองสาวกรี๊ดสนุกลืมความเศร้าไปชั่วขณะ
คลิปความสนุกสนานของจัสมินปรากฏสู่สายตาอัมราภาชินี พระองค์แปลกใจทำไมผู้กองไม่มาด้วย
ศรีวิจันทร์ก็แปลกใจเช่นกัน พระองค์ทรงยิ้มบอกข้าหลวงคนสนิทว่า
“นี่คือเหตุผลที่เราปล่อยให้ลูกอยู่ที่นี่ เพราะถ้ากลับซามาร์จะไม่มีชีวิตวัยรุ่นที่สนุกสนานแบบนี้อีกแล้ว... ตอนนี้ให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างที่เขาอยากเป็นเถอะ ถึงแม้จะช่วงสั้นๆแต่ก็จะเป็นความทรงจำที่ดี ต่อไปชีวิตจะมีแต่หน้าที่และความรับผิดชอบ”
ศรีวิจันทร์มองความร่าเริงสนุกสนานของเจ้าหญิงแล้วเห็นด้วย เมื่อเธอต้องขึ้นเป็นองค์รัชทายาท เวลาส่วนพระองค์แทบจะไม่มีอีก พระราชินีรู้ว่าลูกจะต้องมีแต่ความรับผิดชอบต่อประชาชนและประเทศซามาร์เท่านั้น ศรีวิจันทร์ทำท่าหวาดเสียวไปกับการเล่นเครื่องเล่นของเจ้าหญิง องค์ราชินีมองปราม เธอรู้สึกตัวรีบสำรวม กิริยา แต่แล้วพระองค์ก็แอบยิ้มนึกสนุกไปด้วย
ในขณะที่อรินนึกออกว่าพวกจัสมินจะไปที่ไหน ก็ให้ชัยชนะขับรถพาไปทันที ด้วยความที่สวนสนุกกว้างใหญ่ ทำให้ทั้งสองต้องแยกกันค้นหา ชัยชนะแย็บถามถ้าเจอแล้วเธอไม่ยอมกลับ อรินสวนว่าต้องกลับ แล้วหงุดหงิดใจทำไมเธอถึงไปไหนไม่บอกสักคำ
“ที่จริงถ้าหาไม่เจอก็ปล่อยเขาไปเลยดีไหม คุณจะได้ไม่ต้องมีปัญหากับคุณศลิษา”
“ไม่ได้ ต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ไม่งั้นผมไม่เคลียร์...” อรินชี้ให้ขึ้นไปบนหอคอยเพื่อมองจากที่สูง แล้ววางแผนกันว่าใครจะไปหาทางไหน
ชัยชนะเสนอขอให้ รปภ.ช่วย อรินเกรงจะเป็นเรื่องใหญ่ ช่วยกันหาเองก่อนจะดีกว่า...ระหว่างที่สองหนุ่มตามค้นหาจัสมิน เอ็มม่าและนาธาน พวกเขากำลังเล่นสนุกอยู่
ในลูกบอลยักษ์ กลิ้งผ่านอรินและชัยชนะไป ต่างฝ่ายต่างไม่เห็นกัน
นาธานเดินเซไปมาเวียนหัวแทบอาเจียน จัสมินกับเอ็มม่าหัวเราะชี้ให้ไปเล่นอีกหลายอย่าง เขาเห็นสองสาวลืมความเศร้าได้จึงฝืนใจลุกขึ้นไปเล่นต่อ
ทั้งสามเล่นรถบั๊มพ์ สองสาวแกล้งไล่ชนนาธานคนเดียวอย่างสนุกสนาน อรินกับชัยชนะเดินมาเจอกันแถวที่ทั้งสามเล่น แต่ไม่ได้สังเกตเห็นเพราะทั้งสามสวมหมวกกันน็อก
เสร็จจากเล่นรถบั๊มพ์ จัสมินกับเอ็มม่าเห็นเครื่องเล่นที่ต้องไต่เชือกขึ้นไปบนฐานสูง เพื่อจะทิ้งตัวลงมาตามสลิง
สู่พื้นดิน นาธานเหงื่อแตกหน้าซีดด้วยกลัวความสูง สองสาวไต่เชือกขึ้นไปจนสูงสุด พอโรยตัวไปตามสลิงก็กรีดร้องลั่น อรินกับชัยชนะเดินมากำลังจะเงยมอง ก็พอดีมีเด็กวัยรุ่นเดินมาชน ไอศกรีมหกเลอะเสื้ออริน พวกจัสมินโรยตัวผ่านไปอย่างเฉียดฉิว
ชัยชนะพาอรินไปล้างตัวในห้องน้ำ...องครักษ์ถ่ายคลิปเจ้าหญิงอัพโหลดส่งให้องค์ราชินี พระองค์มองคลิปที่ส่งมาเห็นชายคนหนึ่งเดินตามเจ้าหญิงก็เอะใจรีบหยุดภาพแล้วสอบถามท่านกงสุล เขาดูแล้วทูลว่าเป็นคนของเราเองคอยสับเปลี่ยนการถ่ายคลิป พระองค์โล่งใจ
และแล้วอรินก็เหลือบไปเห็นจัสมิน เอ็มม่าและนาธานเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวชนิดหนึ่ง เขาจ้องมองเธอด้วยความโกรธ เอ็มม่าหันมาเห็นดีใจรีบสะกิดบอกจัสมิน เธอกับอรินสบตากันอึ้งๆ...พอเครื่องเล่นหยุด สองสาวกระโดดลงจากที่นั่ง เอ็มม่ายิ้มหวานเข้ามาหาอรินถามเขามารับพวกตนหรือ เขารับว่าใช่ นาธานสะกิดเอ็มม่าจะดีใจทำไมพวกเรากำลังหนีอยู่
“พี่ไม่ต้องยุ่ง” เอ็มม่าไม่สนอะไรอีกแล้ว แต่พอเห็นอรินเดินไปกุมมือจัสมินก็หน้าเสีย
“จับตัวได้สักที” อรินทำหน้าดุ จัสมินพยายามดึงมือออก ลึกๆดีใจระคนน้อยใจ
นาธานเสียงเข้มสั่งให้ปล่อยมือ จัสมินบิดมือหลุดออกจากการกุม ยืดตัวตรงวางท่าสูงศักดิ์แต่แววตายังขมขื่น เอ็มม่ามองด้วยสายตาอิจฉาเล็กๆ
ooooooo
สุดท้ายจัสมินก็ยอมคุยกับอริน ถามเขารู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่นี่ เขาบอกจำได้ว่าเธออยากมาและต่อว่าที่ออกจากบ้านไม่บอกกล่าว ตนเป็นห่วงกลัวเหวยกังจะจับตัวไปอีกแต่เธอกลับเถียงว่ามีนาธานและเอ็มม่าคงไม่ปล่อยให้ตนเป็นอะไร เขาติงสองคนนั้นรับมือเหวยกังไม่ไหวแน่
อรินจับแขนทั้งสองข้างของจัสมินถามทำไมต้องหนี ตนเป็นห่วงรู้ไหม ตอนเห็นข้าวของเธอหายไปตนใจหายแค่ไหน เธอไม่อยากรู้ยืนยันไม่มีเหตุผลต้องหนี เขาจึงขอให้เธอกลับบ้าน
“บ้านของเราคือซามาร์ ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่เราไม่จำเป็นสำหรับที่นี่แล้ว คงถึงเวลาที่เราต้องกลับบ้านเสียที”
“ฉันไม่ให้เธอกลับ มะลิ...ที่ผ่านมาเธอไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอกับมัดหมี่กับฉัน มองตาแล้วตอบมาสิ เธอสำคัญสำหรับบ้านเรานะ” แววตาจัสมินขมขื่นแต่แววตาเขาเต็มไปด้วยความรัก
“คนสำคัญของคุณควรเป็นคุณศลิษา ไม่ใช่เรา... เลิกยุ่งกับเราเถอะ” จัสมินถอยออกห่าง
เอ็มม่าชะเง้อมอง ชัยชนะมองท่าทีเธออย่างสงสัย เอ่ยถามตกลงจะกลับจริงหรือ ทำไมไม่บอกกันบ้าง นาธานตอบแทนว่าไม่มีโอกาสจะบอกแต่พวกเรากลับแน่ ไม่เกินพรุ่งนี้ เอ็มม่าโพล่งขึ้นว่าไม่แน่...ผู้กองมาตามแบบนี้สถานการณ์อาจเปลี่ยน นาธานทำหน้าดุใส่
เอ็มม่าเสียงอ่อยลง “มะลิอาจเปลี่ยนใจก็ได้ เรายังไม่ได้ไปเที่ยวอีกตั้งหลายที่ พี่อย่าลืมสิว่าถ้ากลับซามาร์แล้วเราคงไม่ได้มาที่นี่อีกแน่ๆ”
ชัยชนะเห็นด้วยแต่นาธานเน้นย้ำหนักแน่นว่า ถ้ามะลิตัดสินใจกลับก็ไม่มีใครขวางได้...
ทุกคนมานั่งถกเถียงกันริมน้ำ อรินอ้างว่ามะลิต้องเป็นพยานสำคัญคดีเหวยกังเพื่อเอามันเข้าคุกให้ได้ และพวกเธอไม่อยากรู้หรือว่าแก๊งไหนที่เอากล้องมาติดที่บ้าน เอ็มม่าสนับสนุนคำพูดของอริน นาธานส่ายหน้า ไม่ต้องการสนใจเรื่องอะไรอีก พวกเราจะไปสถานกงสุล ถึงที่นั่นแล้วก็ไม่มีใครทำอะไรเราได้ อรินบอกไม่ปลอดภัย นาธานยิ้มเยาะช่างไม่รู้สถานะที่แท้จริงของพวกตน
“แล้วคุณรับรองความปลอดภัยให้พวกเราได้แค่ไหน อย่าประเมินตัวเองสูงไปเลยผู้กอง ถ้าเรากลับซามาร์ ไม่ว่าใครหรือฝ่ายไหนก็ไม่มีทางทำอะไรได้”
อรินวิงวอนจัสมิน “เธอไม่คาใจมั่งเหรอ ไม่อยากรู้ว่าใครเป็นคนที่ทำเรื่องบ้าๆพวกนั้น”
“ไม่มีประโยชน์ที่ต้องรู้ ส่วนเรื่องเหวยกัง หลักฐานที่เรามีก็ให้ไปหมดแล้ว”
ชัยชนะอ้างว่ากะทันหันเกินไปตนอยากเลี้ยงส่ง สายตาเขามองไปยังเอ็มม่าตาปรอย จัสมินยืนกรานว่าจะไปสถานกงสุล อรินพยายามรั้ง “มัดหมี่ล่ะ นึกถึงบ้างไหม มัดหมี่รักเธอแค่ไหนเธอก็เห็น กลับมาไม่เจอมีหวังอาละวาดบ้านพัง จะร้องไห้ไปอีกกี่เดือนก็ไม่รู้”
จัสมินจึงฝากเขาลามัดหมี่ให้ที อรินเว้าวอนไม่ห่วงอะไรทางนี้เลยหรือ หญิงสาวตอบหนักแน่นว่าไม่มี...
ในขณะเดียวกัน ศลิษาหงุดหงิดกลับบ้าน บ่นกับแม่ว่าอรินเปลี่ยนไปไม่สนใจตนเหมือนก่อนตั้งแต่มีครูสอนเปียโนเข้ามาอยู่ในบ้าน แม่ตกใจบอกลูกให้เอาอก
เอาใจเขาเข้าไว้อย่าปล่อยให้หลุดมือไป เพราะถ้าเขาไม่ใช่ของตาย เราจะตายของแท้...ศลิษาจึงจำต้องโทร.ง้ออริน
ooooooo










