สมาชิก

ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน

ตอนที่ 4

เมื่อจัสมิน เอ็มม่า และมัดหมี่เดินออกมาจากห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน จัสมินรู้สึกมีคนตามจึงหันมอง เห็นซีนอนเดินปรี่เข้ามา เธอข่มความกลัวถามเสียงแข็งว่าตามพวกตนทำไม ส่วนเอ็มม่าเข้าขวางพร้อมปกป้องเจ้าหญิง ซีนอนข่มขู่อย่าขัดขืนถ้าไม่อยากเจ็บตัว มัดหมี่หวาดกลัวร้องลั่น

“อ๊าย...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่า...”

ซีนอนตวาดให้เงียบและจะคว้าตัว มัดหมี่วิ่งไปหลบหลังจัสมิน เอ็มม่าตะโกนร้องให้คนช่วย นาธานได้ยินวิ่งมาสั่งซีนอนถอยไป พร้อมๆกับจ้อยเข็นรถใส่ของที่ซื้อมาพุ่งเข้าใส่

“อ๊าก...ยอดมนุษย์มาช่วยแล้ว”

ซีนอนจับรถไว้ได้ ยื้อไปมากับจ้อย ด้วยความโมโหจึงถีบรถแต่รถกลับล้มทับขาตัวเอง จ้อยวิ่งมารวมกลุ่มจัสมิน นาธานตั้งการ์ดปกป้องเจ้าหญิง ซีนอนย่างสามขุมเข้าหา ทั้งสองต่อสู้กัน ซีนอนบีบคอนาธาน จัสมินกระโดดถีบหลังซีนอน ระหว่างนั้นอรินโทร.เข้ามา มัดหมี่กดรับร้องบอกให้มาช่วยโดยเร็ว ไม่ทันไรอรินก็วิ่งเข้ามา ซีนอนชักมีดพุ่งไปล็อกตัวจัสมินเอาไว้

“ปล่อย...ปล่อยเดี๋ยวนี้” อรินชักปืนขู่ แต่ซีนอนตะคอกให้ทิ้งปืน

อรินจดๆจ้องๆ แต่ด้วยความเป็นห่วงจัสมินจึงยอมวางปืนพูดหว่านล้อมอยากรู้ว่าซีนอนต้องการอะไรหรือเมายา ซีนอนไม่สนใจดึงตัวจัสมินถอยออกมา จ้อยหาจังหวะขว้างก้อนหินใส่ขาซีนอน จัสมินฉวยโอกาสเบี่ยงตัวออก ซีนอนตามจะตะครุบตัวแต่อรินพุ่งเข้าล็อกตัวเกิดการต่อสู้กัน

ซีนอนจะแทงอริน จัสมินหยิบปืนมาเล็งตะโกนกร้าวให้ทิ้งมีด ซีนอนไม่กลัวคิดว่าเธอไม่กล้ายิง แสยะยิ้มจะจ้วงแทงอริน พลันเสียงปืนดังเปรี้ยงโดนมือซีนอนอย่างแม่นยำ

มัดหมี่กรีดร้อง เอ็มม่ากับจ้อยเอามือปิดหูตกใจ ซีนอนกุมมือวิ่งหนี อรินทึ่งกับความแม่นยำของจัสมิน จะตามไปจับตัวซีนอน แต่มัดหมี่ร้องไห้กางแขนร้องเรียกอรินให้กลับมา

“อา...อย่าไป มาหามัดหมี่”

จัสมินหันมากอดปลอบมัดหมี่ อรินลังเล สุดท้ายยอมกลับมาหาหลาน ปลอบว่าไม่ต้องกลัว จัสมินยื่นปืนคืนให้อริน เขามองหน้าเธอที่ดูไม่มีท่าทีเกรงกลัวเหมือนเป็นเรื่องธรรมดามาก...

กลับมาถึงบ้าน ทุกคนยังตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อรินนั่งเช็ดปืนและลอบมองจัสมิน เอ็มม่าขอบคุณอรินที่มาช่วยพวกตน นาธานหมั่นไส้บอกพวกเราช่วยกันทุกคน มัดหมี่กับจ้อยชื่นชมครูมะลิเก่งที่สุด อรินฉวยโอกาสจับผิด

“ครูมะลิ มะระอะไรเนี่ย ยิงปืนแม่นแหงอยู่แล้ว เป็นพวกแก๊งนี่”

“เราชื่อมะลิไม่ใช่มะระ มะระเป็นผักชนิดหนึ่งมีรสขม เรารู้...แล้วอีกอย่าง เคยบอกคุณแล้ว เราไม่ใช่พวกแก๊ง เลิกอคตากับเราสักที”

“อคติไม่ใช่อคตา...ภาษาไทยไม่แข็งแรงแล้วยังอยากจะพูด”

“นั่นแหละ อคติ อย่ามองเราในแง่ไม่ดีนักเลย”

อรินไม่เชื่อหาว่าเคยก่อเรื่องกับใครเอาไว้ ถึงโดนตามเอาคืน จัสมินบอกไม่เคยก่อเรื่องกับใครและก็อยากรู้ว่าพวกไหนที่มาทำร้าย อรินถามว่าใครสอนยิงปืน ไหนว่าเล่นเป็นแต่เปียโน

จัสมินอมยิ้มนึกถึงคราวที่ซ้อมยิงปืนและองค์อิสราธิบดียืนส่องกล้องดูเป้า พอเห็นว่าไม่ค่อยเข้าจุด

สำคัญ ก็ทรงสอนว่ามืออย่าเกร็ง ปล่อยสบายๆ ตั้งสติ ให้มั่น จัสมินปฏิบัติตาม กระสุนเข้าเป้าทุกนัด อิสราธิบดีชมและย้ำว่า ที่สอนให้ยิงปืนไม่ใช่เพื่อไปทำร้ายใครแต่เอาไว้ป้องกันตัว

เสียงอรินถามย้ำว่าใครสอนทำให้จัสมินต้องตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้

“คนที่สอนเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุด เท่ที่สุดในโลก”

“มาแนวเคลิ้มแบบนี้เนี่ย แฟนชัวร์ แฟนใช่ไหมที่สอนยิงปืนให้”

“ไม่ใช่นะ ครูมะลิไม่เคยมีแฟน” นาธานชิงตอบ

อรินเชื่อว่าเป็นกิ๊กที่สอน จัสมินไม่เข้าใจความหมาย อรินหาว่าทำไก๋ไม่รู้จักกิ๊ก เธอหงุดหงิดตัดบทว่าจะแฟนหรือกิ๊กอะไร ตนก็ไม่จำเป็นต้องตอบเขา เอ็มม่าตอบแทน

“คนที่สอนยิงปืนเป็นชาวซามาร์ที่ยิงปืนเก่งมากค่ะ บอกชื่อไปคุณก็ไม่รู้จัก เขาเก่งทุกอย่างและน่านับถือ เป็นที่สุด”

จัสมินพยักหน้าปลาบปลื้ม อรินยิ่งหมั่นไส้ จ้อยชื่นชมครูมะลิเก่งจริงๆ โจรวิ่งหนีหางจุกก้นเลย

“แน่สิ โจรกระจอกก็ต้องกลัวหัวหน้าแก๊งตัวแม่อยู่แล้ว”

จัสมินมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ อรินสบตาไม่ลดละ

“หรือว่าไม่ใช่ ถามจริงๆเถอะ พวกเธอเป็นใครมาจากไหนกันแน่”

“เคยบอกแล้วไง เราเป็นนักท่องเที่ยวมาจากประเทศซามาร์ ถ้าจะคิดเป็นอย่างอื่นก็เชิญ เบื่อที่จะห้ามคุณคิด”

มัดหมี่เข้ามาจูงมือจัสมินชวนไปสอนเปียโน อรินล้อครูมะระจะไปไหนยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย พอดีมือถือเขาดังขึ้น เห็นหน้าจอเป็นศลิษาทำหน้าดุจึงกดรับ จัสมินได้ยินเขาเอ่ยชื่อรู้สึกหมั่นไส้แกล้งเล่นเปียโนเสียงดังกระหึ่ม

ศลิษาได้ยินถามอรินว่าใครเล่น เขาบอกว่าครูมะลิที่เคยเล่าให้ฟัง เธอชื่นชมเล่นเก่งไม่เบา อรินว่าคงเล่นเป็นแค่สองสามเพลง เสียงเปียโนดังกลบการสนทนา เขาจึงเดินมาส่งสัญญาณให้เบาลงแต่จัสมินกลับบอกว่า

“อยากคุยกับแฟน เชิญที่อื่นค่ะ เรากำลังเล่นเปียโนให้มัดหมี่ฟัง”

มัดหมี่หัวเราะคิกคักชอบใจรู้ว่าครูแกล้ง อรินเดินห่างออกมาบอกศลิษาว่าตนยุ่งอยู่ ศลิษาขอให้เปิดเฟสไทม์อยากเห็นหน้าครูมะลิ อรินตัดบทขอวางสายอ้างสัญญาณไม่ค่อยดี ทำให้เธอยิ่งสงสัย จัสมินกับมัดหมี่ร้องเพลงประกอบการเล่นเปียโนเสียงดังอย่างสนุกสนาน

ศลิษารู้สึกว่าอรินมีพิรุธ ก็พอดีนักเปียโนที่เล่นในโรงแรมที่เธอทำงานเกิดป่วยกะทันหันขอลากลับบ้าน เธอหงุดหงิดเพราะวันนี้มีงานสำคัญ ต้องโทร.หานักเปียโนที่อื่นมาแทน

มัดหมี่กับจ้อยปรบมือชมจัสมินว่าเล่นเปียโนเก่งที่สุดในโลก เอ็มม่ากับนาธานบอกมัดหมี่โชคดีที่ได้ครูมะลิสอน จัสมินบอกหนูน้อยให้ตั้งใจเรียนแล้วจะเก่งเอง

“อาก็เล่นเปียโนเก่งค่ะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาสอนมัดหมี่เล้ย มัวแต่ไปวิ่งจับโจร”

อรินกระแอมก่อนท้วงว่าคนเก่งจริงเขาไม่โชว์ จ้อยขอให้อรินเล่นให้ฟัง ชัยชนะเสริมว่าอรินทั้งเล่นและร้องเก่งมาก สิงห์ชัยยืนยันว่าจริง แล้วคะยั้นคะยอให้เล่นโชว์ อรินกลับเล่นตัว

“ไม่ดีกว่า ไม่อยากจะอวดเหมือนคนบางคน”

“ราคาคุยรึเปล่า แน่จริงก็ต้องกล้าร้องกล้าเล่น” จัสมินได้ทีท้า

สิงห์ชัยนึกสนุกให้เล่นประชันกันเลยว่าใครเจ๋งกว่าใคร มัดหมี่เชียร์จัสมิน ส่วนจ้อยเชียร์อริน แต่อรินยังอิดออด จัสมินสบประมาทเล็กๆว่าเขาคงกลัวแพ้ สิงห์ชัยฮึดแทน

“โอ้โห...เป็นผมๆไม่ยอมนะเนี่ย ถ้าพูดแบบนี้เอาปืนยิงที่หัวใจกันเลยดีกว่าน้องมะลิคนสวย จริงไหมอริน”

“เดี๋ยวจะหาว่าไม่แน่จริง งั้นก็ต้องจัดให้หน่อย” อรินเดินกวนๆเข้ามา จัสมินลุกให้นั่ง แต่อรินนั่งครึ่งเดียวท้าให้เธอนั่งเล่นดวลกันไปเลย

ทุกคนปรบมือเฮ จัสมินลงนั่งเชิญให้อรินเป็นคนเลือกเพลง เขาจึงเลือกเพลงไทยสนุกๆเพลงหนึ่ง ทั้งสองทั้งเล่นและร้องรับส่งกันอย่างคล่องแคล่ว คนอื่นเต้นตามจังหวะอย่างสนุกแม้แต่นาธาน ชัยชนะแอบมองเอ็มม่าอย่างเอ็นดู แต่เธอกลับมองอรินแล้วยิ้มเขิน

หลังจากสนุกสนานกันเต็มอิ่ม สิงห์ชัย ชัยชนะ เอ็มม่า นาธานและจ้อยก็เดินกลับบ้านเช่า จ้อยบ่นเสียดายยังสนุกอยู่เลย น่าจะอยู่ต่อ นาธานท้วงว่าไม่เห็นสนุกตรงไหน เอ็มม่าตำหนิพี่ชายเบื่ออะไรนักหนา เมื่อครู่สนุกออกจะตาย นาธานว่ากลับบ้านนอนดีกว่า เล่นเอาสิงห์ชัยงุนงง

“พี่ชายคุณเป็นไบโพล่าหรือเปล่า อารมณ์ขึ้นลงผิดปกติ เมื่อกี้ยังเฮกันอยู่ดีๆ”

เอ็มม่าเองก็งง ชัยชนะถามทำไมครูมะลิถึงร้องเพลงไทยเก่ง ทั้งที่มาจากซามาร์ เธอบอกว่าคุณแม่ของมะลิเป็นคนไทย พวกเราชอบร้องเพลงไทยกันบ่อยๆ ชัยชนะล้อมิน่าเธอถึงเต้นพลิ้ว เอ็มม่าเขินที่โดนแอบมอง ชัยชนะถามเขินหรือ เธอกลับนึกไปถึงอริน

“ไม่เขินใครทั้งนั้น แค่แปลกใจว่าคุณอรินท่าทางบู๊ๆห้าวๆแบบนั้น ทำไมร้องเพลงเพราะจัง แถมเล่นเปียโนก็เก่ง”

“อิจฉานายอรินจริงจริ๊ง สาวไหนได้ยินเสียงเป็นหลงเสน่ห์กันทุกราย นี่อย่าบอกนะว่าคุณก็...” เอ็มม่าบอกแค่ไม่คิดว่าอรินจะโรแมนติกเป็น สิงห์ชัยล้อ “ยังไม่ทันพูดอะไร ทำไมต้องหน้าแดงด้วย”

เอ็มม่าเอามือปิดแก้มปฏิเสธไม่ได้หน้าแดง แล้วเดินลิ่วเข้าบ้าน สิงห์ชัยกับจ้อยหัวเราะ ชัยชนะมองตามอย่างห่วงๆ

จัสมินจัดเก็บหนังสือเพลงเข้าที่ อรินตัดสินใจเอ่ยปากขอโทษที่พูดแรงกับเธอวันก่อน จัสมินบอกเป็นใครก็ต้องโกรธถ้ามาว่าแฟนตัวเอง อรินชะงักถามเธอมีแฟนแล้วหรือ เธอบอกจะมีหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับเขา อรินกล่าวขอบใจอีกเรื่องที่ช่วยเขาจากโจร เธอยิ้มรับ อรินพยายามซ่อนความรู้สึกที่มีต่อเธอ

ooooooo

ในค่ายจีโบที่อยู่กลางป่าซามาร์ ราชิดฝึกซ้อมต่อสู้กับลูกน้อง ซีนอนโทร.เข้ามารายงานเรื่องจัสมินว่าเกือบจะเอาตัวมาได้ แต่มีคนมาช่วยเป็นคนมีฝีมือมาก ไม่รู้ว่าใคร ราชิดให้ฆ่าทุกคนที่ขวางทาง

ที่โรงแรมในไทย กงสุลเข้ามารายงานอัมราภาชินีว่ายังไม่ได้รับรายงานว่าเจ้าหญิงจัสมินอยู่ที่ไหน เธอเป็นกังวลมาก สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ตามหาให้มากขึ้น ศรีวิจันทร์พยายามปลอบว่าเจ้าหญิงต้องปลอดภัย อัมราภาชินีก็หวังเช่นนั้น ถ้าลูกเป็นอะไรไปตนคงไม่ให้อภัยตัวเอง

ส่วนทางซามาร์ องคมนตรีกับมาลาตีกำลังวุ่นวายที่องค์อิสราธิบดีหายตัวไปทั้งที่ไม่มีหมายกำหนดการว่าไปไหน ระหว่างนี้อิสราธิบดีก็โทร.เข้ามาบอกองคมนตรีว่าไม่ต้องเป็นห่วง และไม่ต้องส่งใครออกตามหา... พระองค์สวมหมวกกันน็อกขี่บิ๊กไบค์เข้าป่าอย่างมีความสุข

และแล้วศลิษาก็หาคนมาเล่นเปียโนไม่ได้ จำต้องโทร.มาขอร้องอรินให้ครูมะลิไปเล่นให้ที่โรงแรม อรินมาบอกจัสมินแต่เธอไม่ยอมไปบอกให้เขาไปเล่นเอง อรินอ้างว่าตนเป็นตำรวจไปทำงานแบบนั้นมันไม่เหมาะ และงานนี้เธอก็ไม่ได้เล่นฟรีมีค่าจ้างค่ารถ

“เราไม่รู้จักกับแฟนคุณ เคยพูดกันครั้งเดียวทางโทรศัพท์ แถมน้ำเสียงเธอดูไม่พอใจเท่าไหร่ด้วย ต้อง ขอโทษเราไม่สะดวก”

“เดี๋ยวสิ ษาเขาเป็นคนพูดเยอะแบบนี้อยู่แล้ว แต่จริงๆก็ไม่มีอะไร แล้วที่จะไปเนี่ยก็ไม่ได้ไปช่วยฟรีๆนะ เขามีค่าเล่นค่ารถให้”

จัสมินอยากรู้ว่าเท่าไหร่ อรินไม่ได้ถามแต่รวบรัดว่าเธอต้องไปถึงที่โรงแรมหกโมงเย็นจะให้ชัยชนะเป็นคนพาไป เธอรีบขัดว่ายังไม่ได้รับปาก แต่อรินตัดบทขอบใจเธอแล้วออกไปทำงานเลย

ooooooo

ในป่าซามาร์เขียวชอุ่มเห็นภูผาสีเงินตระหง่าน อิสราธิบดีขี่บิ๊กไบค์เข้ามาเจอพวกโรยันเดินหาของป่าสามคน

ชาวโรยันเป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยตามขอบชายแดน อิสราธิบดีกล่าวกับพวกเขาว่า

“ที่นี่เป็นเขตประเทศซามาร์ อย่าลักลอบเข้ามาแบบนี้ กลับออกไปฝั่งโน้น”

พวกโรยันไม่พอใจขู่อย่าแส่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อิสราธิบดีบอกไม่ได้อยากมีเรื่อง พวกโรยันตรงเข้าใส่ ทันใดมีมีดเล่มเล็กพุ่งมาปักแขนพวกโรยันคนหนึ่ง ตามด้วยราชิดกระโดดออกมาเตะพวกมันล้มลง อิสราธิบดีร่วมกับราชิดต่อสู้พวกโรยัน

พลันเห็นโรยันคนหนึ่งเป่าลูกดอกใส่ราชิด พระองค์ร้องเตือนให้ระวังพร้อมพุ่งไปรวบตัวราชิดหลบพ้นจากลูกดอกที่พุ่งไปปักต้นไม้ ราชิดแค้นใจซัดมีดเล็กใส่พวกโรยัน พวกมันบาดเจ็บพากันวิ่งหนีเข้าป่าไป

อิสราธิบดีถามราชิดบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขาตอบว่าไม่แล้วมองหน้าอย่างรู้สึกคุ้นตา...ราชิดตั้งเต็นท์อยู่ไม่ห่าง ต้มกาแฟเสิร์ฟอย่างมีไมตรีโดยไม่รู้ว่าพระองค์เป็นใครแล้วเล่าว่า

“พวกมันอยู่ฝั่งโน้น ลักลอบเข้ามายิงสัตว์หาของป่าฝั่งนี้ ยิ่งไล่ก็ยิ่งเข้ามาเพิ่ม”

“ขอบใจที่ดูแลป่าบริเวณนี้ ถ้าช่วยกัน พวกไหนก็ไม่กล้าเข้าในดินแดนของซามาร์แน่”

“ดินแดนของซามาร์...พูดผิดแล้ว ที่นี่เป็นแผ่นดินของจีโบต่างหาก” ราชิดหัวเราะในคอ

อิสราธิบดีมองราชิดนิ่งรู้สึกบางอย่าง ราชิดเอ่ยถามทำไมเข้ามาที่นี่ ปกติไม่มีใครเข้ามาถึง ท่านทรงตอบว่า ตนชอบเดินป่าหาความสงบ แปลกใจเหมือนกันไม่คิดว่าจะเจอใครในป่าลึกเช่นนี้ ชอบเดินป่าเช่นกันหรือ ราชิดยืดอกบอกตนอยู่ที่นี่มานานแล้ว อิสราธิบดีขมวดคิ้ว ราชิดขอบคุณที่ช่วยชีวิต ถ้ามีโอกาสจะชดใช้ชีวิตคืน

“ไว้วันหน้าคงได้เจอกันอีก...”

ราชิดถามว่าเราเคยเจอกันมาก่อนไหม อิสราธิบดีไม่ตอบแต่หัวเราะเบาๆแล้วเดินจากไป ราชิดครุ่นคิดสักพักก่อนจะโยนถ้วยกาแฟทิ้งวิ่งตาม พระองค์ได้หายไปแล้ว ราชิดรีบเอามือถือออกมากดถึงลูกน้องให้หารูปองค์อิสราธิบดีส่งมาให้เดี๋ยวนี้

ooooooo

คืนนั้น ศลิษาเกาะแขนอรินออดอ้อน ขอบคุณที่หาคนมาเล่นเปียโนที่โรงแรมให้ได้ ถ้างานนี้พลาดตนโดนหัวหน้าเล่นงานแน่ แล้วถามว่าป้ามะลิของเขาฝีมือดีจริงหรือ และไม่ใช่พวกมนุษย์ป้าที่เรื่องเยอะใช่ไหม

“ไม่หรอก ครูมะลิง่ายมาก...” อรินลากเสียงแกมประชดเล็กๆ

ศลิษาหวั่นใจเพราะจากที่ประฝีปากกันทางโทรศัพท์วันก่อน ดูเอาเรื่องพอตัว...

รถสิงห์ชัยและรถชัยชนะแล่นมาจอดหน้าโรงแรม นาธาน เอ็มม่า มัดหมี่ และจ้อยลงจากรถในชุดสวยหล่อ สิงห์ชัยลงจากรถมาเปิดประตูให้จัสมิน นาธานชิงเอื้อมมือมารับ เธอลงมาในชุดสวยสง่า ก้าวย่างเข้ามาในโรงแรมเป็นที่สะดุดตาของทุกคน

ศลิษากำลังกระวนกระวายที่มะลิยังไม่มา อรินบอกยังไม่ถึงเวลานัด เธอบ่นว่าน่าจะมาก่อนเวลาเพื่อซักซ้อม ไม่ทันไรประตูเปิดออกพร้อมเสียงฮือฮาของแขกในงาน ศลิษาเองยังตะลึง พอชัยชนะเข้ามาทักทายแล้วแนะนำว่านี่คือมะลิ เธอถึงกับอึ้งผิดคาด
จัสมินเข้าประจำที่ ศลิษาก็ต่อว่าอริน ไหนบอก

ครูมะลิเป็นป้าแก่เชยๆ เขาแย้งไม่ได้บอก เธอเข้าใจไปเอง ศลิษาโวยแล้วเขาอยู่บ้านกับมะลิมานานเท่าไหร่ ปกปิดตนมาตลอด

“ผมไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ เลยไม่ได้บอก อย่าคิดมากน่า ฟังเพลงดีกว่า” อรินตัดบท

พอจัสมินเล่นเปียโน สะกดทุกคนในงาน สิงห์ชัยตาเยิ้มพึมพำว่าที่สุดของหัวใจ เอ็มม่าได้ยินบอกน้ำเน่าเรียกพี่ ค้อนขวับหันมาเจอสายตาชัยชนะที่จ้องมองตนอยู่ ก็บ่นมองอะไรอยู่ได้ เผอิญเหวยกังอยู่ในโรงแรมนี้ได้ยินเสียงเปียโนจึงเดินมาฟังอย่างสนใจ แต่พอเห็นหน้าจัสมินก็ตาวาวไม่คาดคิด อรินเห็นเงาเหวยกังในกระจกรีบหันมองแต่ไม่เห็นตัว ก็คิดว่าตัวเองตาฝาด

เหวยกังเดินมาหยุดยืนหน้าโรงแรม ยิ้มอย่างเหี้ยมโหดมีแผนการร้าย...จัสมินบรรเลงเปียโนจบลง

อรินกระทุ้งศอกใส่สิงห์ชัยให้รู้สึกตัว ช่างภาพเข้ามาถ่ายรูปจัสมินกันใหญ่จนศลิษารู้สึกขัดหูขัดตา

อรินเห็นจัสมินทักทายพูดคุยกับแขกต่างประเทศไร้ความประหม่าก็แปลกใจ พอเธอเดินมาใกล้ มัดหมี่รีบชมว่าครูพูดอังกฤษเก่งมากให้สอนตนบ้าง จ้อยและสิงห์ชัยขอเรียนด้วย เธอรับคำจะสอนให้ ศลิษามองอย่างหมั่นไส้แกล้งเข้ามายื่นซองค่าจ้างให้อย่างเหยียดๆ จัสมินตอบกลับด้วยท่าทีเหย่อหยิ่ง

“เรามาช่วยเฉยๆ ไม่หวังจะเอาเงิน”

ศลิษาบอกทางโรงแรมมีค่าจ้างให้ไม่ใช้ใครฟรีๆ เอาไปจ่ายค่าเช่าชุดก็ยังดี เอ็มม่าบอกว่าชุดพวกตน ชัยชนะเป็นคนซื้อให้ไม่ได้เช่า อรินจับมือจัสมินแล้วดึงซองจากศลิษามายัดใส่ เธอจะดึงออกแต่เขาจับแน่นย้ำทำงานก็ต้องได้เงิน ไม่รับไม่ได้ จัสมินมองมือที่ถูกจับอย่างเคืองๆ

ทุกคนมาจะขึ้นรถ อรินให้จัสมินมานั่งรถตน

สิงห์ชัยโวยขามามาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกัน อรินอ้างจะไปนั่งเบียดทำไม ให้มานั่งกับมัดหมี่ เอ็มม่าจึงตามมาด้วย นาธานฮึดฮัดที่ต้องนั่งไปกับสิงห์ชัย...เหวยกังแอบมองอย่างหมายมาด สั่งลูกน้องขับรถตามรถอรินทันที

ooooooo

รถอรินและรถสิงห์ชัยแยกจอดหน้าบ้านคนละฝั่ง อาเฉียวถามเหวยกังจะให้ตนตามคันไหน เหวยกังนึกได้ว่าตอนที่สลับกระเป๋าเห็นนาธานเป็นคนถือกระเป๋านั้น จึงให้ตามนาธาน

คืนนั้น จัสมินอยู่ในชุดนอนจะลงมาหาน้ำดื่ม เธอออกมาเจออรินที่กำลังจะเคาะประตู ก็ตกใจสงสัยว่าเขามีอะไร อรินกลับถามทำไมยังไม่นอน พอรู้ว่าเธอจะลงไปดื่มน้ำก็จะลงไปเป็นเพื่อน เธอมองเขางงๆแปลกใจในท่าทีของเขา ลงมาถึงเขาก็เดินไปนั่งเล่นเปียโน
เบาๆ พอเห็นเธอจะกลับขึ้นข้างบนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ขอบใจนะที่ไปเล่นเปียโนให้ที่โรงแรม”

“ยินดีค่ะ แค่นี้ใช่ไหมที่จะบอก”

“ไม่ใช่...เอ๊ย! ใช่...ไปนอนเถอะ” อรินอดวางฟอร์มไม่ได้ แต่แล้วก็พูดขึ้นลอยๆว่า “เธอใส่ชุดนั้นก็สวยดีนะ”

“ขอบใจที่ชม แต่ทุกทีไม่เคยเห็นพูดดี ทำดีกับเรา”

“แล้วไม่ชอบรึไง เผื่อเธอเปลี่ยนใจอยากบอกความจริงกับฉันบ้าง”

จัสมินขมวดคิ้วถามว่าความจริงอะไร เขาว่าทุกเรื่องที่เธอปิดบัง เธอหัวเราะบอกเรื่องของตนเป็นเรื่องส่วนตัวเขาไม่จำเป็นต้องรู้ อรินสวนว่าจำเป็น ตนจะได้เข้าใจและไว้ใจเธอได้มากขึ้น

หญิงสาวตอกกลับ บอกไปเขาก็ไม่เชื่อเพราะคิดเองเออเองเสียขนาดนั้น อยากคิดอย่างไรก็ตามสบาย ว่าแล้วก็เดินไป อรินมองตามอย่างหมั่นไส้ช่างแสบไม่เบา แต่ในใจรู้สึกหวั่นไหว

ที่บ้านเช่า เหวยกังย่องเข้ามาในห้องที่ชัยชนะนอนกับจ้อย ค้นหากระเป๋าของตนอย่างเบาๆ พอไม่เจอย้ายไปอีกห้อง ชัยชนะลืมตาขึ้นมองผ่านความมืด เหวยกังเข้ามาในห้องสิงห์ชัย เปิดตู้เสื้อผ้าฉายไฟค้นหา

ทันใดไฟห้องสว่างขึ้น เสียงชัยชนะบอกให้หยุด! อย่าขยับ...สิงห์ชัยโวยวายว่าใครเปิดไฟเข้าตา นาธานลืมตาขึ้นเห็นเหวยกังก็ตกใจลุกพรวดจากเตียง ชัยชนะบอกสิงห์ชัยว่าขโมยขึ้นบ้าน ให้ลุกมาช่วยจับ เหวยกังฉวยโอกาสกระแทกตู้เสื้อผ้าจนล้มใส่ชัยชนะ แล้วพุ่งเข้าชกสิงห์ชัยและบีบคอ

นาธานเข้าช่วยก็ถูกชกท้องจุกแอด เหวยกังเงื้อมีดจะแทงคอนาธาน ชัยชนะยิงเปรี้ยงใส่มือมีดกระเด็น เหวยกังกุมมือโดดหนีออกหน้าต่างไปได้

รุ่งเช้า อรินรู้เรื่องมาช่วยตรวจดู ไม่มีของมีค่าหายสักชิ้น สิงห์ชัยเอาแต่บ่นว่ากล้ามาล้วงคองูเห่า ชัยชนะวิเคราะห์ว่าไม่ใช่พวกลักเล็กขโมยน้อย เพราะฝีมือการต่อสู้เก่งกาจ อรินแปลกใจว่ามันต้องการอะไร...จัสมิน

ส่งมัดหมี่ขึ้นรถโรงเรียนหน้าบ้านแล้วเดินเข้ามา อรินเอ่ยขึ้น

“เธอคิดว่าคนร้ายจะอยากได้อะไร”

“จะไปรู้เหรอ”

“ครูมะลิไม่รู้แล้วใครจะรู้”

“พูดแบบนี้หมายความว่าไง”

“ว่าไงก็ได้ แล้วแต่จะคิด”

“บ้าไปแล้ว” จัสมินไม่พอใจเดินหนี นาธานกับเอ็มม่าตามออกไป

สิงห์ชัยดักคอ ผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงไม่ได้รัก อรินไม่สนใจ ชัยชนะถามเขาคิดว่ามะลิเป็นพวกเดียวกับคนร้ายหรือ อรินส่ายหน้าไม่รู้แต่เชื่อว่าต้องเกี่ยวข้องกัน...

วันนี้จัสมินจะพาจ้อยไปหาพ่อที่พ้นโทษออกมา ชัยชนะอาสาไปส่งเพราะอยากใกล้ชิดกับเอ็มม่า โดยอ้างว่าต้องผ่านแถวนั้นอยู่แล้ว เอ็มม่าคิดว่าคงไม่อยากให้พวกตนคลาดสายตามากกว่า อรินเดินเข้ามาบอกว่าแค่จ้อยจะไปหาพ่อไม่เห็นต้องไปกันหมด จัสมินจึงบอกว่าพวกตนจะไปเยี่ยมครูน้อย นาธานไม่สบอารมณ์พูดขึ้นลอยๆ

“จะไปไหนหรือไม่ไป ก็เป็นเรื่องของพวกเรา คนอื่นไม่น่ายุ่ง”

อรินสวนว่าพอดีชอบยุ่งทุกเรื่อง แล้วหันไปฝากชัยชนะดูแลทุกคนด้วย จัสมินประชดว่าดี จะได้ไม่เสียค่าแท็กซี่...รถชัยชนะแล่นออกไป เหวยกังโผล่ออกมาจากที่แอบซุ่มด้วยแววตากร้าว

ooooooo

รถชัยชนะจอดส่งทุกคนลงที่ปากซอย ซีนอนซึ่งยังเฝ้าจับตาดูจัสมินโผล่ออกมามอง ชัยชนะจะเดินไปส่งแต่เอ็มม่าออกปากไล่ไหนว่าจะไปธุระ เขายิ้มแหยๆ อยากรู้จะกลับกี่โมงจะมารับ จัสมินบอกว่าคงเย็นๆ เพื่อให้จ้อยได้อยู่กับพ่อนานๆ จ้อยยิ้มแฉ่งดีใจ

พอพวกจัสมินเดินเข้าซอย ซีนอนจะสะกดรอยตามก็เห็นรถอีกคันแล่นมาจอดจึงชะงักเห็นเหวยกังสวมแว่นดำลงจากรถเดินตามพวกจัสมินไป

มาถึงบ้านจ้อย จัสมินกล่าวกับจ้อย หวังว่าพ่อจ้อยออกจากสถานบำบัดแล้วจะเลิกเสพยาได้เสียที จ้อยก็หวังเช่นนั้น และตนก็คิดถึงพ่อมาก จัสมินจะไปรออยู่บ้านครูน้อย จ้อยวิ่งเข้าบ้านไป จัสมิน เอ็มม่า และนาธานเดินต่อมาบ้านครูน้อย พลันได้ยินเสียงปาข้าวของลอยออกมา ไม่ทันไรครูน้อยวิ่งเตลิดร้องให้คนช่วย พวกทวงหนี้ขู่คำรามให้จ่ายเงิน

จัสมินเข้าไปขวางและสั่งให้หยุด ครูน้อยละล่ำละลักเล่าว่าพวกนี้ไม่ฟังอะไรเลย จะใช้กำลังอย่างเดียว พวกทวงหนี้ตวาดให้ถอยไปอย่าแส่เรื่องชาวบ้าน จัสมินให้พูดกันดีๆ อย่าทำรุนแรง พวกมันไม่ฟังเสียงกรูเข้าฉุดกระชากครูน้อย

จัสมินกระโดดถีบพวกมันกระเด็น เอ็มม่าตะโกนเรียกตำรวจๆ พวกทวงหนี้มองไปเห็นตำรวจวิ่งมาจึงขู่ คราวหน้ายังไม่ได้เงิน บ้านพังแน่...แล้วพากันวิ่งหนีไป ตำรวจมาถึง เอ็มม่าชี้มือให้ตามพวกทวงหนี้ไป

ครูน้อยทรุดนั่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก จัสมินสอบถามเรื่องราว ครูน้อยยอมรับว่าไม่มีเด็กมาเรียนรำจึงไม่มีรายได้ เงินที่กู้ยืมมาเช่าชุดรำไทยและซ่อมโรงเรียนจึงไม่มีจ่ายคืน จัสมินถามยอดเงินที่กู้มาเท่าไหร่ ครูน้อยอึกอักๆ

“สะ...สอง...”

นาธานต่อให้ว่าสองหมื่น ครูน้อยส่ายหน้าบอกสองแสน ทั้งสามแทบช็อกช่างมากมาย จัสมินตัดสินใจจะขายนาฬิกาข้อมือตัวเองเพื่อเอาเงินมาช่วยครูน้อย นาธานกับเอ็มม่าค้านให้เอาของพวกตนขายแทน แต่จัสมินไม่อยากให้ทั้งสองเดือดร้อน ยื่นนาฬิกาของตนให้พ่อค้า พ่อค้าตรวจเช็กแล้วอึ้งมองหน้าจัสมิน

จัสมินนำเงินมาให้ครูน้อย ครูไม่ยอมรับเกรงเป็นเงินร้อน จัสมินจึงโกหกว่าตนถูกลอตเตอรี่ตอนอยู่ที่ซามาร์เลยซื้อนาฬิการาคาแพงได้ ครูน้อยซาบซึ้ง

“อ้อ...อาจเป็นของนอกถึงได้ราคาดีขนาดนี้ ครูเชื่อใจพวกเธอนะและสัญญาจะรีบหาเงินมาใช้คืนให้เร็วที่สุด ขอบใจมาก”

ไม่ทันที่ครูน้อยจะเก็บเงิน พวกทวงหนี้ก็โผล่มารวบเงินไปอย่างรวดเร็ว จัสมินจึงบอกได้เงินแล้วก็อย่ามารบกวนครูอีก พวกมันยิ้มยียวนกลับออกไป... แต่แล้วก็โดนอรินรวบตัวทั้งแก๊งที่กลางซอย ข้อหามีเจ้าทุกข์แจ้งความว่าพวกเขาทวงหนี้ด้วยการทำร้ายร่างกาย ทำลายข้าวของ ตอนนี้มีกฎหมายห้ามหนี้นอกระบบ พอค้นตัวก็เจอเงินสองแสนจึงคิดว่ามีการค้ายา

“ไม่ได้ขาย เงิน...เงินครูน้อยบ้านรำไทยใช้หนี้มา”

อรินยิ่งงงว่าครูน้อยมีเงินมากขนาดนี้ได้อย่างไร ...อรินตามมาซักถามครูน้อย พอรู้ความก็ไม่เชื่อว่า

จัสมินจะมีนาฬิการาคาแพงขายได้ ครูน้อยแก้ตัวแทนว่า

“ถ้าพวกนั้นเป็นคนไม่ดีแบบผู้กองว่า เขาจะมาช่วยครูทำไม”

อรินเถียงไม่ออกได้แต่เข่นเขี้ยว “มะลิตัวแสบ มีเรื่องให้สงสัยเพิ่มอีกแล้ว”

บนทางเดินกลับบ้าน อริน จัสมิน เอ็มม่า และนาธานเดินคุยกันมา สองพี่น้องนึกเสียดายเงิน น่าจะเอามาใช้ไปเที่ยว จัสมินถามการช่วยเหลือคนลำบากเดือดร้อนกับเอาเงินไปเที่ยวอย่างไหนสำคัญกว่ากัน

สองพี่น้องจ๋อยสนิท จัสมินบอกว่าจะอยู่ที่นี่อีกไม่นาน

ทั้งสามมาถึงบ้านอริน ซีนอนตามมายิ้มกริ่มที่รู้ที่อยู่จัสมินแล้ว เหวยกังโผล่มาอีกทางมองซีนอนอย่างสงสัย

ooooooo

เย็นวันนั้น จัสมินกำลังรดน้ำต้นไม้ อริน ออกมายืนมองเงียบๆ เธอไม่ทันเห็นหันมาฉีดน้ำไปโดน เขาโวยวายว่าเธอแกล้ง จัสมินรีบขอโทษแต่เขากลับพลั้งปาก

“เธอนี่แสบมาก ฉันมองไม่ออกจริงๆ นับวันก็ยิ่ง...”

“ยิ่งอะไร”

“ยิ่งสงสัย”

จัสมินแปลกใจทำไมต้องสงสัย อรินพูดถึงเรื่องนาฬิกาที่เธอขาย เอาเงินให้ครูน้อย

ไม่ทันที่อรินจะซักถาม ศลิษาโผล่มาเซอร์ไพรส์ชวนไปข้างนอก เหล่มองจัสมิน เหน็บเย็นแล้วยังไม่กลับบ้านอีก ได้รับคำตอบว่ากลับไม่ได้ ไม่มีบ้านให้กลับ ศลิษาข้องใจแล้วนอนที่ไหน จัสมินแกล้งตอบซื่อๆว่านอนที่นี่ นอนห้องข้างบน อรินเห็นแฟนสาวจะกรี๊ดก็รีบบอกว่าตนให้มานอนที่นี่เอง เธอมาจากซามาร์ มาเที่ยวเมืองไทยกับเพื่อน

“อ้าว ไม่ใช่คนไทยเหรอคะ มิน่าพูดจาแปลกๆ เป็นนักท่องเที่ยวกับเพื่อน แล้วเพื่อนหายไปไหนหมด” อรินชี้ว่าอยู่บ้านตรงข้าม ศลิษาโวยทำไมไม่ไปอยู่ด้วยกัน

“เขาต้องช่วยดูแลมัดหมี่” อรินบอกถึงความจำเป็นศลิษาไม่ชอบใจเดินตามจัสมินเข้าไปในบ้าน เธอกำลังเริ่มสอนเปียโนมัดหมี่ ก็เอ่ยถามแฟนไม่มาด้วยหรือ จัสมินไม่สนใจ เธอจึงขึ้นเสียงถามไม่ได้ยินหรือ

“ได้ยิน แต่ไม่อยากตอบ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว”

“เรื่องเธอ ฉันไม่อยากรู้นักหรอกนะ แต่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านแฟนฉัน อยู่กันทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ฉันก็ต้องอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร”

“ไม่ถึงทั้งวันทั้งคืนนี่ กลางวันเขาก็ออกไปทำงาน แค่กลางคืนเท่านั้นเองที่อยู่ด้วยกัน”

“ตอบแบบนี้รู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นอะไรกับอริน”

“เมื่อกี้คุณก็บอกแล้ว เป็นอัลไซเมอร์หรือเปล่า พูดเองลืมเอง”

ศลิษาโกรธ เห็นอรินมองอยู่จึงเดินไปเกาะแขนแสดงความเป็นเจ้าของเขา ชวนออกไปหาอะไรอร่อยๆทาน จัสมินชำเลืองมอง รู้สึกหงุดหงิดในใจอย่างบอกไม่ถูก

คืนนั้น อรินกับศลิษาอยู่กันที่โรงแรม เธอสวมกอดเขาอ้อนว่าตนผิดเองที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ ต่อไปเราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้บ่อยๆ อรินไม่ให้โทษตัวเอง ตนต่างหากที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ หญิงสาวจึงขอมาเริ่มต้นกันใหม่ และสัญญาจะดูแลเขามากขึ้นกว่าเดิม เขาก็ต้องมีเวลาให้ตนมากขึ้นด้วย เธอโน้มคออรินมาหอมแก้ม เขายิ้มสบตาซึ้งๆ

รุ่งเช้า อรินกลับมาบ้านสภาพเสื้อผ้ายับๆ จัสมินลงมาเจอ เคืองที่เขาหายไปกับศลิษาทั้งคืน จึงเลี่ยงเข้าครัว อรินขอโทษแทนศลิษาแต่ก็ติงว่าไม่ควรไปต่อล้อต่อเถียง จัสมินหันขวับมาตอบโต้

“เราก็ไม่อยากยุ่งกับแฟนคุณ ถ้าเขาไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเรา”

“เขามีสิทธิ์ที่จะรู้ ใครจะเข้ามาอยู่บ้านนี้ มาเป็นลูกจ้างอะไรแบบนี้”

“มาคราวหน้าต้องให้กราบแฟนคุณด้วยไหมคะ”

“เธอนี่จะแสบไปถึงไหน เมื่อเย็นยังคุยกันไม่จบ เธอเอานาฬิกาของใครมา ที่ไปขายแล้วเอาเงินให้ครูน้อย”

จัสมินสะบัดเสียง จะของใครก็ช่างไม่จำเป็นต้องบอก แต่อรินเห็นว่าเงินไม่ใช่น้อยจึงถามทำอะไรผิดกฎหมายหรือเปล่า หญิงสาวโกรธที่เขาไม่เคยมองในแง่ดีเลย

“จะให้ฉันมองดีได้ไง เธอไม่ยอมบอกอะไรสักอย่าง อ้างโน่นอ้างนี่ คนจริงใจต่อกันเขาไม่ปิดบังแบบนี้หรอก”

“เราจริงใจกับทุกคนเสมอ แต่บางเรื่องก็บอกไม่ได้จริงๆ ขอให้เข้าใจเรา”

“ยังไงก็ไม่เข้าใจ เธอนี่ความลับเยอะมาก เยอะที่สุดในชีวิตฉันที่เคยเจอ ถูกแล้วที่ไม่ไว้ใจเธอ เพราะเธอคือ...”

อรินสะกดกลั้นความโมโหไว้ จัสมินสบตาถามคืออะไร เขาโพล่งออกมา

“คือ...พวกคนไม่ดีน่ะสิ สังหรณ์ใจไม่ผิดเป็นทั้งสายให้ขโมยขึ้นบ้าน มีของมีค่าราคาเป็นแสนแถมบอกที่มาไม่ได้ จะให้คิดว่าเธอเป็นใครนอกจาก...”

“นอกจากอะไร บอกมาเลย” จัสมินทั้งโกรธและน้อยใจ

“นอกจาก...เป็นนางโจร เอาโจรมาอยู่ในบ้านชัดๆ ฉันคิดผิดมาก”

จัสมินไม่คิดว่าอรินจะพูดแรงขนาดนี้ เสียงสั่นน้ำตาร่วง ในเมื่อคิดว่าตนเป็นโจรไว้ใจไม่ได้ ตนก็จะไป อรินหน้าเจื่อนรู้สึกตัวว่าพูดแรงเกินไป

ooooooo

ท่านกงสุลนำนาฬิกาข้อมือมาวางให้อัมราภาชินี พระองค์จำได้ว่าเป็นของจัสมิน กงสุลรายงานว่ากล้องวงจรปิดที่ร้านเสีย แต่ทางเราเอารูปนาธาน เอ็มม่า และเจ้าหญิงให้เจ้าของร้านดู ก็ยอมรับว่าใช่ ศรีวิจันทร์โล่งอกแต่อัมราภาชินีข้องใจทำไมต้องขาย เงินที่ติดตัวมาน่าจะมากพอ

“ท่านทำงานได้ดีมาก สืบต่อไปให้รู้ให้ได้ว่าเจ้าหญิงอยู่ที่ไหน”

ด้านจัสมินโกรธคำพูดของอรินมาก มาบอกนาธานกับเอ็มม่าว่าจะไปจากที่นี่ ทั้งสองรวมเงินที่มีติดตัวได้ประมาณสามพันกว่าบาท เอ็มม่าสงสัยมีเรื่องอะไรถึงคิดจะไป เจ้าหญิงส่ายหน้า

“ไม่มี เราเพียงแต่อยากไปให้ไกลๆจากนายตำรวจปากไม่ดี นิสัยแย่คนนี้ให้เร็วที่สุด”

เอ็มม่าหวั่นใจว่าเงินเพียงเท่านี้จะไปไหนรอด นาธานดีใจรีบบอกว่านาฬิกาของตนยังมี แต่จัสมินให้เก็บไว้ยามจำเป็นจริงๆ ตนเชื่อว่าพวกเราต้องไปรอด แบบนี้ถึงจะเรียกว่าผจญภัย

นาธานยิ้มแหยๆ “ผจญน่ะอยาก แต่ไม่อยากเจอภัยเลยกระหม่อม”

เอ็มม่าตบไหล่พี่ชายแกล้งประชดว่าเป็นองครักษ์ใจสู้สุดๆ จัสมินยิ้มด้วยสายตามุ่งมั่น...บ่ายวันนั้นอรินรับมัดหมี่กลับจากโรงเรียน หนูน้อยวิ่งขึ้นไปหาจัสมินแต่ทุกอย่างเงียบ ภายในบ้านปิดหน้าต่างเรียบร้อย ก็รีบมาบอกอริน เขาคิดว่าคงไปอยู่บ้านตรงข้าม แต่พออรินเดินออกมาหน้าบ้าน ชัยชนะเดินมาบอกว่าเอ็มม่ากับนาธานหายไป เสื้อผ้าข้าวของก็หายไปด้วย

“คงกลัวฉันจับได้ถึงคิดหนี แยกย้ายกันตาม อาจยังไปไม่ไกล” อรินสังหรณ์ใจ

ในขณะที่จัสมิน เอ็มม่า และนาธานเดินมาถึงป้ายรถเมล์ ท่ามกลางอากาศร้อน นาธานจะไปซื้อน้ำมาให้ทาน เอ็มม่าขอตามไปซื้อขนมด้วย ไม่ทันไรมีคนมาสะกิดไหล่จัสมิน เธอคิดว่าทั้งสองกลับมา แต่พอหันมาเจอหน้าอรินก็ตกใจคว้ากระเป๋าจะลุกหนี เขาจับแขนเธอไว้ถามจะไปจริงๆหรือ เสียงนาธานตอบแทนว่าพวกเราจะไปจริงๆ

อรินยั่วเยาะหยันว่าทำผิดแล้วคิดหนี กลัวตนจับได้ มัดหมี่วิ่งตามมาเกาะแขนจัสมิน ต่อว่าอรินอย่าทำอะไรครูของตน แล้วหันมาขอร้องจัสมินอย่าทิ้งตนไป หนูน้อยเบะจะร้องไห้เมื่อจัสมินบอกว่าจำเป็นต้องไป อรินแกล้งท้า

“ถ้ามั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่พวกโจร ทำไมต้องหนี”

“เราไม่ได้หนี แค่อึดอัดที่จะต้องอยู่กับคนอย่างคุณ”

“ทำไม คนอย่างฉันมันเป็นยังไง”

“ห่วยมาก มากที่สุดในชีวิต ตั้งแต่ฉันเจอมา”

“ถ้าเธอหนี เธอจะกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาฉันไปตลอดชีวิต แน่จริงก็ต้องพิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่” อรินรู้ว่า จัสมินโดนสบประมาทไม่ได้

“ฉันรู้ว่าเธอไม่กล้าอยู่ใช่ไหมล่ะ คนเราถ้าไม่ทำผิดแล้วจะหนีทำไม อย่านะไม่ต้องหาข้ออ้าง ไม่เชื่อ”

จัสมินฮึดหยิ่งในศักดิ์ศรี “ได้ งั้นเราจะอยู่เพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ใช่ผู้ร้ายอย่างที่คุณคิด”

นาธานกับเอ็มม่าอ้าปากค้าง งงกับการเปลี่ยนใจกะทันหัน ต่างจากมัดหมี่ที่ดีใจร้องเย้ๆ

กลับเข้ามาในบ้าน จัสมินสอนมัดหมี่ไล่เสียงตัวโน้ตเปียโน สิงห์ชัยเดินป้วนเปี้ยนมองนิ้วจัสมินที่สัมผัสคีย์ แล้วชมว่าช่างไพเราะจับใจ มัดหมี่ขมวดคิ้วถามเพราะตรงไหน แค่ไล่เสียงยังไม่ได้เล่นเพลง เขาหัวเราะแหะๆ

จัสมินบอกมัดหมี่ว่าวันนี้พอแค่นี้ หนูน้อยย้ำว่าเธอต้องสอนนานๆอย่าหนีไปไหนอีก เธอยิ้มนิดๆก่อนจะชวนกันไปหาขนมกิน
พอทั้งสองเดินออกไป สิงห์ชัยก็รีบเข้ามาเก็บรอยนิ้วมือของจัสมินบนคีย์อย่างยิ้มกริ่ม

ooooooo

บ่ายวันต่อมาที่สำนักงานตำรวจ อรินมองหน้าจอคอมที่ชัยชนะกำลังเข้าเว็บหาข้อมูลประเทศซามาร์ แต่เหมือนเกตเวย์ล่ม สงสัยทางซามาร์มีระบบป้องกันการเข้าค้นหาข้อมูลจากคนนอกประเทศ ทำอย่างกับเป็นประเทศปิด...พอฤดีถือผลตรวจลายนิ้วมือเข้ามา

“ไม่มีประวัติอาชญากร เช็กไปที่ฝ่ายอาชญากรข้ามชาติแล้วด้วย ลายมือไม่ตรงกันเลย”

อรินครุ่นคิดจะหาข้อมูลจากไหนดี พอฤดีแนะนำว่าตนจะไปขอความร่วมมือจากสถานทูตซามาร์ ชัยชนะทึ่งที่เธอช่างลุย แต่อรินคิดว่าน่าจะหาข้อมูลกันเองก่อน ถ้ามากคนจะมากความ แต่ก็ขอให้เธอช่วยสืบ พอฤดีรับคำ สิงห์ชัยหาว่าอรินคิดมากไปเอง พวกครูมะลิคงเป็นแค่นักท่องเที่ยวธรรมดา เพียงแต่สวยมาก อรินตอกกลับว่าสวยมากนี่แหละ อาจจะสารพัดพิษ

ค่ำวันนั้นเหวยกังเฝ้ามองเข้ามาในบ้านอริน เห็นจัสมินกับมัดหมี่เดินไปมาที่ชั้นล่าง...จัสมินหยั่งเชิงถามมัดหมี่ว่าอรินไม่กลับบ้านบ่อยหรือ หนูน้อยบอกว่าเมื่อก่อนบ่อย แต่พอตนมาอยู่ด้วยก็ไม่ไปค้างที่อื่น ไม่อยากให้ตนอยู่คนเดียว

จัสมินแอบยิ้ม เดินปิดหน้าต่างก่อนจะพากันขึ้นชั้นบน เหวยกังเห็นเช่นนั้นก็ย่องเข้าบ้าน พอจะงัดประตูก็มีมือมาจับไหล่ เขาสะดุ้งปัดออกหันมาเตรียมสู้ เป็นซีนอนถามว่าเขาเป็นใคร ตามพวกนี้ทำไม เหวยกังไม่ตอบบอกให้ซีนอนถอยไป

“แกมากกว่าที่ต้องไป อย่ามายุ่งกับพวกนี้อีก”

เหวยกังโกรธเกิดการต่อสู้กันขึ้น ทั้งสองสู้กันแต่ก็ช่วยกันรับสิ่งของที่กระแทกจะหล่นหรือล้มเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง ไม่วายที่พลาดทำกระถางตกแตก จัสมินสะดุ้งตื่นจะลงไปดู มัดหมี่งัวเงียดึงเธอไว้และบอกว่าเสียงแมวกัดกัน เธอจึงหมดสงสัยล้มตัวลงนอนต่อ

ไม่ทันไรอรินกลับมา แสงไฟรถทำให้เหวยกังและซีนอนรีบซ่อนตัวในพุ่มไม้ อรินจอดรถเดินจะเข้าบ้าน มองสำรวจไปที่โต๊ะเก้าอี้สนาม เห็นว่าเรียบร้อยดี แต่มีเศษดินเล็กน้อยเกลื่อนที่พื้น ก็มองผ่านไม่ติดใจ ไขกุญแจเข้าบ้านไป ทันใดก็มีมือเอื้อมมากวาดเศษดินหายวับไป

วันต่อมาที่วังซามาร์ มาลาตีรายงานต่ออิสราธิบดีว่าใกล้จะพบตัวจัสมินแล้ว พระองค์ดีใจสั่งการให้ประสานงานใกล้ชิด ถ้าองค์ราชินีต้องการความช่วยเหลืออะไรก็รีบจัดส่งไปให้ด่วนที่สุด มาลาตีรับคำและรายงานว่า องค์อัมราภาชินีกำชับดูแลทุกหน่วยที่สืบหาเจ้าหญิงด้วยองค์เองอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย พระราชาถอนใจ

“นี่แหละคนเป็นแม่ ต้องมาลำบากเพราะความเอาแต่ใจของลูก”

“องค์หญิงยังทรงพระเยาว์ อาจคิดอะไรไม่รอบคอบ โปรดประทานอภัยเพคะ”

องค์อิสราธิบดีกล่าวศิษย์รักกลับมาเมื่อไหร่อบรมให้หนักเป็นสองเท่า มาลาตีรับคำยิ้มๆ

ooooooo

ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด