ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รวิที่เดือนกำลังต้องการให้ช่วยเหลือ ถูกศิริพรเป่าหูเสียจนเขวเสียใจไม่ไปดูเดือนแสดงแล้วยังไปดื่มเหล้าจนเมากลับมา ขอไปนอนที่บ้าน ศิริพร บอกว่าไม่อยากกลับบ้าน

    แก้วดี๊ด๊าที่จะได้แทนที่เดือน แต่งหน้าจนเข้ม ถามป้อมว่าหน้าตนเข้มไปไหม ป้อมไม่ตอบแต่แอบด่าว่า

    “คนเราน่ะนะนังแก้ว หน้าตาต่อให้สวยเลอเลิศ เหนือใครๆเขาแค่ไหน แต่ถ้าใจมันไม่สวยมันก็จบแล้ว”

    แก้วไม่พอใจถามว่าด่าตนหรือ ป้อมลอยหน้าไปทางอื่นบอกว่าตนไม่ได้ว่าใคร ถ้าอยากรับก็รับไป พูดแล้วลุกเดินไปเลย แก้วจิกตามองโมโห แต่ไม่กล้าเอาเรื่อง

    เดือนทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือจนทรุดนั่งกับพื้นอย่างหมดหวัง แต่แล้วก็โชคดีเมื่อประทีปเดินมาจะเข้าห้องน้ำ เห็นที่ประตูมีกระดาษแปะไว้ว่า “ชำรุด” ก็แปลกใจที่เมื่อค่ำยังเห็นใช้ได้อยู่ ปวดฉี่มากเลยจะปล่อยตรงมุมแถวนั้น เดือนได้ยินเสียงคนข้างนอกก็ร้องขอความช่วยเหลือ ประทีปจึงเปิดประตูให้ ถามเดือนว่ามาติดอยู่ในนี้ได้ยังไง

    “เต้นไปหรือยังคะคุณประทีป เดือนยังไปทันอยู่ไหม” เดือนถามอย่างร้อนใจ พอประทีปบอกว่ายังทันให้รีบไปเลย เดือนก็วิ่งอ้าวไป ประทีปจะตามแต่มองไปเห็นมือถือแช่อยู่ในคอห่านส้วมอีกห้องหนึ่งจึงเก็บขึ้นมา

    ขณะที่แก้วกำลังดี๊ด๊าจะได้แทนที่เดือนอยู่นั่นเอง เดือนวิ่งมาถึงร้องเรียกป้อมกับลิ้นจี่ แก้วเห็นเดือนมาก็เซ็งจนบอกไม่ถูก ฝันสลายในพริบตา

    ประทีปที่เดินตามมา เร่งเดือนให้รีบเช็ดเหงื่อเติมหน้า สั่งทุกคนว่า

    “บอกต่อๆกันด้วยนะ พรุ่งนี้ฉันมีเรื่องจะคุยกับทุกคน”

    ooooooo

    การแสดงผ่านไปด้วยดี แม้แก้วจะเจ็บใจแต่ก็โชว์ได้สวยงามจนได้มาลัยไม่น้อยกว่าเดือน แต่ทั้งสองก็ยังได้น้อยกว่านภา

    ชูเกียรติกับพิมุกดูโชว์ตาเป็นประกายอยู่หน้าเวที ชูเกียรติชมว่าหางเครื่องคณะนี้ดูจะเด่นกว่านักร้องนำเสียอีก แล้วเขาก็เห็นเดือน ชี้ให้พิมุกดู แต่พิมุกมองเลยไปที่แก้ว พึมพำกับตัวเองว่า

    “ยังสอยนังเดือนไม่ได้ เอานังขาวนี่ก่อนก็ได้วะ”

    ป้อมยังติดใจสงสัย พอมาหลังเวทีก็ถามเดือนว่าหายไปไหนมา ให้ขำไปตามหาเสียทั่วก็ไม่เจอ

    “ฉันก็อยู่ในห้องน้ำนั่นแหละ เปิดออกมาไม่ได้ ดีที่คุณประทีปผ่านไปเปิดให้ออกมา” ขำยืนยันว่าตนหาเดือนเสียทั่วเว้นแต่ห้องน้ำที่เขียนปิดไว้ที่ประตูว่า “ชำรุด” นั่นแหละ “ก็แปลกนะ ตอนฉันเข้าไปไม่เห็นมีป้ายแปะไว้ หรือเขาจะมาแปะตอนฉันไปแล้วก็ไม่รู้”

    ประทีปเชื่อว่ามีคนเอาไปแปะไว้ตอนเดือนเข้าห้องน้ำแล้วนั่นแหละ แก้วทำเป็นเจ็บใจประกาศว่า อย่าให้รู้ว่าใครทำ ถ้าเจอจะตบให้! ทุกคนมองแก้วอย่างหมั่นไส้ไม่เชื่อ ขำบ่นว่าตนโทร.เข้ามือถือเดือนก็ไม่รับ เดือนบอกว่าหายไปไหนไม่รู้ ประทีปจึงเอามือถือเปียกน้ำในถุงพลาสติกให้ดูถามว่าอันนี้รึเปล่า แก้วทำตาโตพูดอย่างโกรธแค้นแทนเดือนอีกว่า

    “ต๊าย...ใครมันเอาโทรศัพท์เธอไปทิ้งส้วมเนี่ย เลวจริงๆเปียกหมดเลย”

    ทุกคนสงสัย แต่นภาที่นั่งฟังอยู่ตลอดเวลาก็ตีหน้าเรียบเฉยนิ่งเงียบ จนเมื่อจะแยกย้ายกันกลับ เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า

    “วงการนี้ ถ้าไม่แกร่งพอก็อยู่ยาก” แล้วถามแก้วว่า “แก้วรู้ได้ไงว่าคุณประทีปเก็บโทรศัพท์มาจากคอห่านในห้องน้ำ” ป้อมนึกได้บอกว่าคนเก็บเขายังไม่ได้พูดเลยว่าเก็บมาจากไหน เดือนไม่อยากให้มีเรื่องติงว่าคงไม่หรอกมั้ง นภาเลยเตือนว่า “อย่ามานางเอกเลย อยากอยู่รอดก็แกร่งหน่อย” พูดแล้วเดินผละไป

    “ระวังตัวให้มาก นังแก้วนะนังแก้ว หน้าหวานสันดานโจร” ป้อมด่า

    แล้วชูเกียรติก็เข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศ ถามเดือนว่าจำตนได้ไหม เดือนมองหน้า “คุณที่เป็น...แมวมอง”

    “ใช่ คราวที่แล้วก็รู้สึกจะเจอกันบังเอิญแบบนี้นะ ยังเก็บนามบัตรฉันอยู่ใช่ไหม อย่าลืมนะ สนใจก็ติดต่อมาแล้วกัน ฉันไปล่ะ”

    ป้อมกับขำตื่นเต้นที่ได้เจอแมวมอง แต่ป้อมก็ติงๆว่าท่าทางเขาน่ากลัวพิลึก ถามเดือนว่ารวิรู้หรือเปล่า ขำเลยนึกได้

    “เออ...ฉันก็สงสัยอยู่ วันนี้รวิพลาดได้ไง ปกติต้องมาคุม โห...พระเอกไม่มาช่วยนางเอกเลย ปล่อยให้อีตาประทีปแย่งคิวพระเอกไปซะนี่”

    “เขาคงเบื่อจะช่วยฉันแล้วมั้ง หาแต่เรื่องให้ ใครจะไปดีเท่า...”

    เดือนพูดไม่ทันจบ ป้อมเห็นสีหน้าเธอไม่ดีเลยตัดบทชวนกลับกันดีกว่า ป่านนี้แม่ช้อยเป็นห่วงแย่แล้ว

    ส่วนชูเกียรติกลับมาที่รถพิมุกขอโทษเพื่อนที่มาช้าเพราะไปเจอสาวพอดี พิมุกบอกว่าคิดจะพาไปอวดสักหน่อยว่าเด็กตนแจ่มแค่ไหน แต่ป่านนี้คงกลับไปแล้วล่ะ

    “ไม่เป็นไร ไอ้ที่เมื่อกี๊ฉันไปเจอมาก็...พอได้อยู่” พิมุกถามว่าทำไมไม่สอยมาเสียเลยล่ะ “แกไม่รู้ซะแล้ว...เร็วไปไก่จะตื่นเว้ย”

    พิมุกหัวเราะชอบใจ โอบไหล่พาชูเกียรติเดินไปขึ้นรถ

    ooooooo

    รวินอนที่บ้านศิริพรจนเช้า พอเขาตื่น ศิริพรก็จะไปต้มอะไรมาให้กิน รวิมองสำรวจไปรอบๆ พยายามทบทวนความจำ

    ศิริพรบอกว่าเมื่อคืนเขาเมามากกลับบ้านไม่ไหว แล้วก็...รวิตกใจนึกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ศิริพรเดาใจออกบอกว่าอย่าคิดมาก แต่ก็แกล้งพูดกำกวมก้ำกึ่ง แล้วสุดท้ายต่างก็หัวเราะขำอย่างรู้กันว่าอำเล่น

    “ขอบคุณมากนะ ที่ไม่ไล่ออกไปนอนตากน้ำค้างน่ะ” รวิตะโกนออกจากห้องน้ำขณะล้างหน้า

    แต่พอศิริพรออกมาส่งรวิที่หน้าบ้าน ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างมองยิ้มๆ บางคนแซวว่ามีแขกแต่เช้าเชียว ศิริพรบอกว่ารวิเพิ่งแวะมาตอนเช้านี่เอง ระหว่างนั้นรวิไปสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์แต่ไม่ติด เลยถูกชาวบ้านคนนั้นแซวต่ออย่างคนสนิทกันว่า

    “เมื่อเช้าหรือเมื่อคืน เครื่องมอเตอร์ไซค์เย็นจนสตาร์ตไม่ติดเนี่ย”

    ศิริพรได้แต่ก้มหน้ายิ้มๆ พอรวิสตาร์ตรถติดก็ขี่ออกไป เธอมองตามอย่างครุ่นคิด

    พอตกสาย ศิริพรไปหาช้อยถึงบ้าน ถามว่าได้ข่าวว่าลูกน้องพิมุกบุกมาถึงที่นี่ ช้อยบอกว่าเพราะคราวที่แล้วเลื่อนเขามา คราวนี้เลยตามมาถึงบ้าน ศิริพรแสดงความเป็นห่วงแนะว่า เรื่องนี้เดือนน่าจะช่วยได้

    “จะช่วยยังไงได้ล่ะ ฉันน่ะเป็นคนไม่อยากให้มันไปเต้นกินรำกิน ฉันจะไปเอาเงินจากมันได้ยังไง”

    “นั่นสินะ แต่เดือนเขาอาจจะพูดให้ได้นะแม่ช้อย ช่วงนี้เขาออกจะหวานใส่กัน พิมุกกับเดือนน่ะ”

    ช้อยเอะใจถามว่าที่เมื่อคืนเขาพูดกันว่ามีตีแย่งหางเครื่องกันที่งานวัดก็...ศิริพรตัดบทถามว่าใครตีกัน รวิกับพิมุกหรือ บอกช้อยว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่าเพราะ “ก็เห็นๆอยู่คืนนั้นเดือนกลับกับพิมุก แล้วรวิก็... กลับกับฉัน”

    ศิริพรหัวเราะอย่างมีเลศนัย แล้วเอาซองเงินที่เตรียมมาให้ช้อยบอกว่า

    “ช่างเถอะแม่ช้อย เอาเป็นว่า ฉันรู้ดีว่ารวิไม่ได้ ไปแย่งลูกสาวแม่ช้อยกับใคร แต่เรื่องพิมุกน่ะ แม่ช้อยคงต้องไปถามลูกสาวเอาเอง แล้วนี่เก็บไว้นะ มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน ฉันไม่คิดดอกไม่คิดอะไรทั้งนั้น”

    เดือนได้ยินเสียงแม่คุยกับใครที่หน้าบ้าน ถามว่าแม่คุยกับใครหรือ ศิริพรจึงรีบขอตัวกลับ พูดยิ้มๆ ว่าออกมานานเดี๋ยวรวิจะถามหา พอดีเดือนลงบันไดมาถามช้อยว่าใครมาแต่เช้า เห็นมือแม่มีซองเงิน เดือนมองออกไปยังทันเห็นหลังศิริพรไวๆ ถามว่า

    “ศิริพรเหรอแม่...มาทำไม แล้วมือแม่ถือซองอะไรน่ะ” เห็นช้อยอ้ำอึ้งเลยเอาไปดู“เงินนี่แม่...แม่รับเงินจากศิริพรเหรอ แล้ว...แม่เอาไปทำอะไร?”

    พอรู้จากช้อย เดือนถือซองเงินไปที่บ้านศิริพร เจอ รวิอยู่ที่นั่น เดือนยื่นซองเงินให้บอกว่า

    “ฝากคืนให้แฟนพี่ด้วย” รวิทำหน้างงถามว่าใครแฟนตน“ก็...ศิริพรไง ฝากให้ศิริพรด้วยแล้วกัน ขอบใจนะฉันไปล่ะ” พูดแล้วหันหลังจะกลับ รวิบอกว่าศิริพรไม่ใช่แฟนตน ย้อนถามประชดว่า แล้วที่รีบกลับเพราะจะรีบไปหาแฟนใช่ไหม เดือนหันขวับถามว่า“แล้วใครกันแฟนฉันน่ะ”

    รวิบอกว่าพิมุกไง เห็นเธอกลับกับเขาเมื่อคืน เลยถูกเดือนย้อนเอาว่าเขาก็กลับไปกับศิริพรเหมือนกัน แล้วสะบัดจะกลับ รวิรั้งแขนไว้ขอให้คุยกันก่อน เดือนประชดว่าจะคุยอะไร ใกล้เวลาที่ศิริพรจะมาส่งข้าวแล้ว

    รวิยืนยันว่าศิริพรไม่ใช่แฟนตน เดือนก็ยืนยันว่าพิมุกก็ไม่ใช่แฟนตน ต่างจึงมองกันด้วยความรู้สึกดีขึ้น รวิเลยชวนเดือนไปกินมื้อเที่ยงกันไหม เพราะเช้านี้ตนยังไม่ได้กินอะไรเลย

    ระหว่างเดินไปด้วยกันนั่นเอง ถูกชาวบ้านที่เดินสวนมาพูดเข้าหูว่า พระเอกยี่เกนั่นดีจริง เช้าคนสายคน แล้วถามรวิว่าค้างที่ไหนล่ะคืนนี้น่ะ รวิโบกมือไล่ชาวบ้านไปอย่างรู้ว่าเขาหยอกเล่น

    ศิริพรหิ้วอาหารมาให้รวิจริงๆ มาถึงเด็กที่วิกลิเกบอกว่ารวิไม่อยู่เพิ่งออกไปกับเดือนเมื่อกี๊นี้เอง แล้วรับถุงอาหารไปบอกว่าจะเอาไปใส่จานให้ ศิริพรยืนอึ้ง ในใจร้อนรุ่ม

    รวิกับเดือนเคลียร์เรื่องค้างคาใจกันแล้ว รวิบอกเดือนว่าคืนนี้มาให้ได้นะ ขากลับจะไปส่ง

    “แน่นอน...เจอกันคืนนี้” เดือนรับคำอย่างสดชื่นแจ่มใสแล้วแยกย้ายกันไปคนละทาง

    ooooooo

    วันนี้สมาชิกในวงดนตรีมากันพร้อมหน้าตามที่ประทีปสั่งไว้ตั้งแต่วันเกิดเรื่องที่เดือนถูกขังในห้องน้ำ โดยมีโรจน์มาจัดการปัญหา

    ลิ้นจี่ที่เขม่นเดือนอยู่แล้ว เมื่อแก้วสอพลอจึงร่วมมือกันจะเล่นงานเดือน

    จากการสอบถามข้อเท็จจริง ประทีปซักถามแก้วอย่างจับเท็จ ลิ้นจี่ที่หาเรื่องโจมตีเดือน หาว่าเดือนสร้างเรื่องได้ทุกวัน ประทีปอดไม่ได้แทรกขึ้นว่า

    “จะโทษเดือนซะทีเดียวก็ไม่ถูก ตอนฉันไปเจอประตูห้องน้ำมันถูกล็อกจากด้านนอก” ลิ้นจี่ถามว่าแล้วใครใช้ให้โง่ไปเข้าห้องน้ำเสียล่ะ ประทีปดักคอว่า “แล้วรู้ได้ยังไงว่าห้องน้ำที่ฉันไปเจอมันติดว่า ‘เสีย’ ล่ะ”

    ลิ้นจี่เลิ่กลั่กนึกไม่ทันเลยโบ้ยไปทางแก้วว่า “แก้วไง...นังแก้วมันก็ไปเข้าตรงนั้น มันกลับมาเล่า”

    “อ้าวพี่  ไหงโยนมาให้หนูล่ะ หนูเป็นผู้ถูกกระทำนะ หนูถูกใส่ร้าย” แก้วโวยทั้งที่เหงื่อแตกพลั่ก ป้อมถามว่าใครใส่ร้าย “ก็...เดือนหาว่าหนูเป็นคนเอาโทรศัพท์เขาไปทิ้งส้วม”

    เดือนบอกว่าตนไม่ได้พูดอะไรเลย แก้วเสียศูนย์เลยโบ้ยว่า “ก็ขำบอกว่าคนพูดกันให้แซ่ด”

    “ฮ่ะๆๆร้อนตัว ไม่มีใครเขาพูดอะไรเลย แกพูดออกมาเอง” ขำหัวเราะแก้วที่ร้อนรนจนตั้งตัวไม่ติด พอโรจน์ถามว่าแล้วแก้วทำหรือเปล่า แก้วบีบน้ำตาร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าหมั่นไส้ว่า

    “เอาเหอะ อยากคิดยังไงก็คิดกันไป คิดเลย คิดว่าหนูเป็นคนเอาโทรศัพท์ไปทิ้ง คิดเลยสิว่าหนูเป็นคนขังเดือนไว้ในห้องน้ำ คิดเข้าไปสิ ว่าหนูเป็นคนเอาป้ายไปแปะไม่ให้เข้าไป หนูคงทำเรื่องราวเหล่านั้นแล้วก็เอามาโพนทะนาบอกคนอื่นแบบนั้นหรอกนะ”

    โรจน์รำคาญโบกมือให้ทุกคนหยุด เดือนพูดอย่างเห็นใจแก้วว่า ที่แก้วพูดก็มีเหตุผล คงไม่มีใครบ้าเอาเรื่องที่ตัวเองทำมาโพนทะนาแบบนี้หรอก ป้อมหมั่นไส้เดือน โพล่งขึ้นว่า

    “แหม...มันเขี้ยว ไม่รู้จะตบใครดี อีนี่ก็ซื่อซะ! อีนั่นก็ฉลาดเป็นกรด”

    “พอๆๆจะใครทำก็แล้วแต่ พวกแกอย่าคิดว่าฉันโง่ ถ้าจะแกล้งกันไปหาวิธีอย่างอื่นที่ไม่ทำให้งานฉันเดือดร้อน” ป้อมถามว่าแล้วเขาจะไม่หาตัวคนทำผิดทำชั่วแบบนี้หรือ “ฉันบอกแล้วไง ใครจะฆ่ากันตายก็ช่าง อย่าให้งานฉันเดือดร้อนเป็นพอ” พูดแล้วทำท่าจะออกไป แต่นึกอะไรได้หันมาย้ำ “ที่เรียกมาจะย้ำแค่นี้แหละ แก้ว...เดี๋ยวก่อนกลับแวะหาฉันที่ห้องด้วย”

    เดือนไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจ กลัวว่าถ้ามีเรื่องบ่อยๆแบบนี้โรจน์ไม่พอใจตนคงอดขึ้นเป็นนักร้องแน่ ป้อมกับขำบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ต้องไปคิด แล้วชวนกลับ ป้อมถามเดือนว่าจะกลับบ้านเลยหรือจะไปไหน

    “ตอนนี้ว่างน่ะพี่ อีกทีเลยก็คืนนี้จะไปดูพี่รวิเล่นลิเก ไปด้วยกันไหม” ทั้งขำและป้อมต่างไม่คิดอะไร ป้อมถามหยอกว่าพวกตนคงไม่ไปเป็นก้างขวางคอเดือนนะ “ไม่หรอกพี่ ฉันกับพี่รวิไม่ได้เป็นอะไรกันนี่”

    พอดีแก้วเดินผ่านมา เดือนเลยชวนว่าคืนนี้จะไปดูรวิทีิ่วิกสนใจไหม แก้วฟังอย่างสนใจ

    ooooooo

    โรจน์นั่งคุยกับประทีปในห้องทำงานของเขา ปรารภว่า

    “ทีแรกฉันนึกว่าจะจัดนังเดือน แต่เห็นความแรงเมื่อคืนแล้ว ท่าทางจะคุยไม่ยาก” ประทีปถามว่าแล้วพิมุกไม่โกรธหรือ “ไอ้พิมุกน่ะเหรอ รอบนี้มีใบสั่งมาเลยแหละ บอกอยาก ‘ลอง’ ของก่อนส่งต่อให้คนอื่น ก็ดีเหมือนกัน เก็บนังเดือนไว้ก่อน ไว้ให้มันอยากเป็นนักร้องจัดๆ เวลาเรียกใช้งานพิเศษจะได้ว่าง่ายๆหน่อย ไม่เล่นตัวเยอะ”

    แก้วผลักประตูเข้ามาพอดี โรจน์เรียกให้มานั่งถามว่า

    “จำได้ไหม ที่ฉันเคยคุยกับเธอคราวก่อนเรื่องงานพิเศษน่ะ”

    เย็นนี้เอง แก้วก็ถูกส่งไปให้พิมุกที่ค่ายมวย พิมุกจับหน้าแก้วเงยมอง พูดอย่างพอใจว่า

    “หน้าตาก็ใช้ได้ รูปร่างก็ดี” พิมุกลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าแก้วอย่างใกล้ชิดถามว่า “ก่อนมานี่ โรจน์มันบอกอะไรมาบ้างล่ะ”

    “บอกว่า...ให้มาหาคุณพิมุก มีงานพิเศษให้ทำ เอ้อ...ถ้าคุณพิมุกพอใจก็อาจจะได้รางวัลพิเศษด้วย”

    “ฮ่ะๆๆ แล้วเธอรู้ไหมว่าจะทำยังไงให้ฉันพอใจ” แก้วกระซิบที่ข้างหูว่าไม่แน่ใจว่าเขาจะให้ตนลองไหม “อยากลองเลยตอนนี้ไหมล่ะ” ถามพลางพิมุกลูบไล้ไปตามแขนของแก้ว

    แก้วโน้มตัวไปหาพิมุกอย่างยั่วยวน...

    ooooooo

    กว่าจะถึงเย็นยังมีเวลา ป้อมขอตัวไปอาบน้ำก่อน ส่วนขำก็ได้รับโทรศัพท์มีงานต้องไปทำ เดือนบอกว่าถ้างั้นตนไปหารวิก่อนเลยดีกว่า

    เดือนไปถึงรวิยังไม่ทันได้แต่งตัว ชวนเดือนไปดูตนแต่งตัวไหม เดือนเดินตามไป ทำให้ศิริพรที่มาเห็นพอดีจิกตามองอย่างไม่พอใจ

    แก้วรับ “งานพิเศษ” เสร็จ ถามพิมุกว่าจะให้ตนกลับเลยหรือ เข้าคลอเคลียถามพิมุกว่า จะเรียกตนมาอีกหรือเปล่า

    “ก็ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะเป็นเด็กดีแค่ไหนน่ะสิ ถ้าไม่มีอะไรมาก คราวหน้ามาอีกก็ได้ แต่งตัวได้แล้ว” พิมุกลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าตัวเอง แก้วถามว่าจะรีบไปดูลิเกกับเดือนคืนนี้หรือ

    พิมุกหูผึ่ง ถามว่าโรงลิเกซ่อมเสร็จแล้วหรือ แก้วบอกว่าเสร็จแล้วและจะเล่นคืนนี้ด้วย เดือนยังชวนตนไปดูเลย พิมุกหยิบเงินปึกหนึ่งโยนให้แก้วบอกว่าตนมีธุระจะต้องรีบไป เอาค่าตอบแทนไปแล้วก็ไม่ต้องไปเที่ยวพูดกับใครล่ะว่ามานอนกับตน พูดแล้วก็รีบออกไปเลย แก้วมองตามเคืองๆที่พิมุกไม่แยแสตนเลย

    พิมุกพาลูกน้องลิ่วไปที่วิกลิเกทันที มองวิกที่สร้างเสร็จแล้วพึมพำแค้น

    “คราวก่อนด่าว่าลอบกัด คราวนี้เล่นมันซึ่งๆหน้าอย่างนี้แหละ ไปเว้ย...จัดการ!”

    แต่คราวนี้ รวิจัดกำลังป้องกันไว้แล้ว พอลิเกออกโรง บรรดาแม่ยกที่ห่างหายไปนานพากันมาส่งเสียงเชียร์รวิที่รำออกมากันสนั่น

    ไม่นานเด็กวิ่งมาบอกอะไรขำ ขำพยักหน้าแล้วออกไปทันที ป้อมกับเดือนมองหน้ากันงงๆว่าขำออกไปไหน

    แฟนลิเกเห็นพิมุกพาลูกน้องมาก็บอกกันว่า นักมวยมาแบบนี้มีหวังได้ตีกันแน่ ชวนกันกลับดีกว่า ไม่อยากโดนลูกหลง

    ขำเดินอ้าวออกมาเผชิญหน้ากับพิมุก ทักทายอย่างรู้ทันกันว่า ขนกันมาดูแบบนี้ก็ไม่บอก จะได้เตรียมที่ไว้ต้อนรับ ถูกพิมุกตวาดว่าอย่ามาขวาง

    “คุณพิมุกอุตส่าห์มาทั้งที รวิมันไม่ว่างมาต้อนรับ คิดซะว่าส่งเพื่อนมาดูแลแทนก็แล้วกันนะคร้าบ” ขำยียวน

    “ไป ฉันไม่ชอบยุ่งกับพวกแก พวกกะเทยบางเสร่” พิมุกด่ากะเทยร่างใหญ่ที่สะอึกออกมายืนข้างขำ แล้วตวาด “จะหลบไม่หลบ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวหลบไปเดี๋ยวนี้เลย”

    ต่างฝ่ายไม่ยอมถอย ลูกน้องพิมุกเลยลุยเข้าไปตะบันกับกะเทยร่างยักษ์ ซัดกันนัวเนียอยู่หน้าวิกลิเกนั่นเอง

    เดือนกำลังสงสัยว่าขำหายไปไหนนานผิดปกติ ก็มีคนดูวิ่งผ่านมาบอกว่ามีคนต่อยกันอยู่ตรงทางเข้าด้านข้าง ป้อมกับเดือนลุกพรวดขึ้นพร้อมกันทันที

    ooooooo

    วิ่งไปถึงที่เกิดเหตุ เดือนแกล้งตะโกนว่าตำรวจมา...ตำรวจมา พวกพิมุกชะงัก แต่พอไม่เห็นตำรวจก็ตะบันกันต่อ

    รวิอยู่บนเวที เห็นเหตุการณ์จึงค่อยๆ รำถอยไปข้างหลังและรีบลงไปพยายามเข้าห้ามปรามไม่ให้ตีกัน เดือนถามว่าเขาลงมาแบบนี้แล้วใครจะเล่น รวิมัวแต่คิดจะแก้ปัญหา ร้องบอกพิมุกว่า

    “พิมุก...มีอะไรไว้ให้เล่นเสร็จก่อนได้ไหม คนดูเขาไม่รู้อะไรด้วย”

    “ที่มานี่ก็เพราะต้องการแบบนี้แหละ” พิมุกเย้ย

    “เอางี้...พี่อยู่ทางนี้ บนเวทีเดือนเอง” เดือนบอกรวิแล้ววิ่งอ้อมไปขึ้นเวทีจากด้านหลัง เดือนออกไปหน้าเวทีที่ว่างเปล่า ในขณะที่ระนาดปี่กลองยังบรรเลงกันอยู่ เดือนคว้าไมค์ลิเกที่ห้อยอยู่ดึงลงจากขื่อประกาศทันที

    “ใจเย็นๆ นะคะ อย่าเพิ่งกลับ วันนี้เพื่อเป็นเกียรติแด่คนดูทุกท่าน ทางเรามีบทเพลงมาฝากเป็นของขวัญค่ะ” ประกาศแล้วเดือนหันไปพยักหน้ากับระนาดและกลองที่อยู่ด้านข้าง แล้วก็เริ่มร้องเพลงทันทีทั้งที่ดนตรียังไม่บรรเลง”

    “...สิ่งที่ฉันคิด สิ่งที่ฉันหวัง สิ่งที่ฉันเฝ้ารอ หรือสิ่งที่ฉันพอใจ จะต้องเป็นจริงได้ แต่ไฉน ใครๆ เห็นเป็นภาพลวงตา...”

    ระนาด กลอง ฉิ่งฉาบริ่มรับตามอย่างเข้าทำนอง เดือนยิ่งร้องอย่างมีชีวิตชีวา...

    “ดนตรี...นั้นคือชีวิต จังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป แสงสี ที่สวยสดใสน้อมนำจิตใจให้สดใสเสรี...”

    เดือนทั้งร้องทั้งเต้น จนคนดูที่ลุกขึ้นจะกลับพากันกลับมา บ้างฟังบ้างเต้นกันอย่างสนุกสนาน เสียงเพลงเรียกคนดูทยอยกันมามากกว่าเดิมเสียอีก

    ที่มุมตะลุมบอน พอตำรวจมา พิมุกก็พาลูกน้องกลับไป รวิจึงเดินมาที่หน้าเวที เดือนร้องเพลงจะจบพอดี ต่างสบตายิ้มให้กัน พอเพลงจบ ผู้ชมก็พากันปรบมือยาวนาน

    พอแสดงจบ รวิขอโทษและขอบใจขำที่ต้องเจ็บตัวเพราะตน ขำถามว่ารู้ได้ไงว่าวันนี้พิมุกจะมา

    “อย่างไอ้พิมุกน่ะ มันไม่ปล่อยให้ฉันได้หากินแบบสบายๆ หรอก เลยไปไหว้วานให้พี่ป้อมพาสมัครพรรคพวกมาช่วยกันกันไว้น่ะ แล้วมันก็มาจริงๆเสียด้วย”

    “แล้วจะยังไงล่ะ ต่อไปต้องมานั่งคอยระแวดระวังกันก็แย่นะ” ป้อมถาม

    “คงไม่ต้องระวังกันนานเท่าไหร่แล้วล่ะ” รวิบอก เดือนถามว่าทำไมหรือ “ฉันกำลังคิดอะไรบางอย่างน่ะ พักหลังคนดูลิเกก็น้อยลงแล้วด้วย” เดือนตกใจถามว่าจะยุบวิกหรือ! “ยังไม่รู้หรอกเดือน ไป...ค่ำแล้วกลับเถอะเดี๋ยวฉันขี่รถไปส่งนะ” เดือนเดินไปกับรวิ ขำเลยเข้าควงแขนป้อม ชวนเสียงอ่อนเสียงหวาน...

    “ไปกันพี่ป้อม...เดี๋ยวน้องไปส่งเอง”

    รวิกับเดือนมองขำเล่นมุกแล้วหัวเราะขำๆ

    ooooooo

    คืนนี้ เดือนฝันร้าย ฝันว่าตัวเองได้เป็นนักร้อง แต่ถูกศิริพรกีดกันดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นแค่หางเครื่อง ตกกระป๋อง ด่าเดือนว่าแย่งรวิไปจากตน ตะโกนก้องว่า “เอา...รวิ...ของฉัน คืน...มา”

    ในฝัน...เดือนโต้ว่าตนไม่ได้เป็นหางเครื่อง ตนคือ “เดือน งามพร้อม” นักร้องชื่อดังและไม่ได้แย่งรวิ ถูกศิริพรตวาดว่า “ตื่นซะทีเถอะนังเดือน แกมันแค่ลูกแม่ค้า จะไต่ยังไงก็ได้แค่นั้น” แล้วเดือนก็ถูกบรรดาแฟนเพลงของศิริพรรุมกันชี้หน้าตามศิริพร

    “ไม่ใช่...ฉันไม่ได้ฝัน...ไม่ใช่ฝัน...” เดือนแผดเสียงลั่น

    รุ่งขึ้น เดือนตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหัวมาก เอายามากินทั้งที่ท้องว่างเพื่อรีบไปหาโรจน์ตามที่นัดไว้สายวันนี้ ช้อยหนักใจแต่ไม่อยากพูดมาก ถามว่าแน่ใจหรือว่าเขาจะให้เป็นนักร้อง

    “ที่นี่ไม่ให้ก็ไปที่อื่น ยังไงฉันก็จะต้องทำให้ชีวิตแม่กับฉันดีกว่านี้” ช้อยบอกว่าถ้าต้องเสี่ยงก็ไม่อยากก็ดี “ฉันรู้ว่าแม่เป็นห่วง แม่เชื่อฉันนะ เดือนคนนี้ทำได้แน่นอน” เดือนกอดช้อยไว้อย่างให้กำลังใจ

    ooooooo

    เดือนไปหาโรจน์ที่ห้องทำงานประมาณเที่ยง โรจน์ฝากซองเงินให้เดือนเอาไปให้พิมุก เดือนถามว่าทำไมต้องเป็นตน ประทีปบอกว่าพิมุกระบุว่าต้องให้เดือนเอาไปให้

    เดือนลังเล ถูกโรจน์เตือนความจำว่า บอกแล้วว่าให้ว่าง่ายๆ แล้วเธอก็จะได้ในสิ่งที่เธอต้องการ พอเดือนทวงถามว่าเมื่อไหร่ ก็ถูกปราม ข่มขู่ จนประทีปบอกเดือนให้เอาเงินไปให้พิมุกก่อน เรื่องร้องเพลงไว้ค่อยคุยกัน

    เดือนฝืนใจถือซองออกไป เจอแก้วกำลังเข้ามาพอดี แก้วถามว่าโรจน์เรียกเธอเข้ามาเหมือนกันหรือ พอแก้วเดินเข้าไปในห้อง ประทีปรีบออกมาบอกเดือนว่า ตนเห็นใจเธอ เอาไว้โรจน์อารมณ์ดีตนจะหาโอกาสคุยให้ แต่อย่าเสียงแข็งใส่โรจน์อย่างนั้นเพราะนั่นไม่ใช่วิธีที่ถูก เดือนน้ำตาคลออย่างกดดัน บอกประทีปว่า

    “เดือนว่า...เดือนอาจจะลองไปสมัครที่วงอื่นนะคะคุณประทีป แดนเซอร์มันไม่ใช่สิ่งที่เดือนอยากทำมาตั้งแต่ต้นแล้ว”

    “ให้ฉันลองคุยดูก่อนละกัน เดือนก็อย่าเพิ่งใจร้อน แล้วเดี๋ยวไปเจอพิมุกก็ระวังตัวหน่อยนะ อย่าเผลอไปขึ้นเสียงใส่เขา เราไปคนเดียว มันอันตรายอยู่”

    เดือนรับคำแล้วเดินไป ประทีปมองตามอย่างเป็นห่วง และเมื่อกลับเข้าไปในห้องทำงาน เขาเสนอโรจน์ว่าถ้าจะให้เดือนลองขึ้นเวทีดูสักครั้งก็ไม่น่าเป็นอะไร ถูกโรจน์ด่าว่าจะบ้าหรือ พิมุกได้เอาตาย เพราะ “มันย้ำนักย้ำหนาเรื่องนี้ ทำตามที่มันบอกเป็นพอน่ะ บอกให้ส่งไปให้...ก็ส่ง”

    แก้วนั่งฟังอยู่ถามตาร้อนผ่าวว่าโรจน์ให้เดือนไปหาพิมุกหรือ ทำไมไม่ให้ตนไป โรจน์อ้างว่าวันนี้เธอต้องไปที่อื่น บอกประทีปให้พาแก้วออกไปที เสียเวลา แก้วกระฟัดกระเฟียดตามประทีปออกไป

    เดือนเอาซองเงินไปให้พิมุกที่ค่ายมวย พิมุกจะฉวยโอกาสเคลมเดือน แต่เดือนระวังตัว ถูกพิมุกขู่ว่า

    “เล่นตัวนักนะ เห็นฉันยอมเลยเอาใหญ่ ตกลงจำไม่ได้แล้วใช่ไหมว่าใครจะทำให้เธอเป็นนักร้องได้สมใจ” เดือนมองหน้าพิมุกนิ่ง แล้วหันหลังเดินออกไป พิมุกอารมณ์โมโหเสียหน้า ถามเตี้ยกับบ่างขี้ข้าที่รับใช้อย่างมอบกายถวายหัวว่า

    “เฮ้ย เอ็งสองคนรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง”

    ooooooo

    เดือนกลับออกมานั่งคิดเครียดเรื่องพิมุกอยู่ที่ร้านกาแฟ ศิริพรทำทีผ่านมาทักว่าทำไมมานั่งอยู่คนเดียว เดือนเลยจะลุกหนี ศิริพรชวนนั่งคุย เดือนบอกว่าตนมีนัดกับป้อมและรวิ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน

    เดือนเดินซึมๆไปถึงวิกลิเก รวิทักว่าซึมมาทุกวัน เลย ขำพูดแทรกเข้ามาว่าจะไม่ให้ซึมได้ไง ถูกใช้ให้ไปหาพิมุกแต่หัววัน

    ที่แท้ขำกับป้อมเห็นเดือนอยู่ในร้านกาแฟกับศิริพร เลยสะกดรอยตามเดือนมา รวิตกใจถามว่าเดือนนั่งกินกาแฟกับศิริพรหรือ เดือนบอกว่าแป๊บเดียวเองและก็คุยกันดีๆตามปกติ รวิไม่สนใจถามว่าเดือนไปหาพิมุกแต่เช้ามีอะไรหรือ

    “ก็คุณโรจน์ใช้ให้ไป เออ...แต่ฉันคุยมาแล้วนะเรื่องร้องเพลงน่ะ ฉันว่าถ้ายังไม่ให้ฉันร้อง ฉันจะไปสมัครวงอื่นดู หรือไม่ก็...” เดือนนึกได้เอานามบัตรของชูเกียรติออกมา “นี่ไง คุณชูเกียรติ”

    ป้อมกับขำเตือนเดือนว่าท่าทางชูเกียรติดูน่ากลัวไม่น่าจะเป็นคนดี รวิแนะเดือนว่า “ค่อยๆคิด ค่อยๆดูไปดีกว่า ระวังตัวเองไว้ด้วย อีกอย่างวันนี้เดือนเพิ่งคุยกับเขาไป ดูท่าทีสักพักว่าเขาจะเอายังไง”

    ป้อมถามรวิว่ากินข้าวเย็นแล้วจะไปดูงิ้วกับศิริพรจริงหรือ รวิบอกว่าเธอชวนตนเห็นว่าเป็นงานใหญ่ของศาลเจ้า ช่วงนี้งิ้วกับลิเกมันเงียบๆไป ใครเล่นก็ผลัดกันไปดูหน่อย แต่จะไปเองเดือนคงไม่พอใจเลยชวนกันไปทั้งหมด เดือนแอบยิ้มที่รวิยังแคร์ความรู้สึกของตน

    ที่แท้เป็นแผนการที่ศิริพรคบคิดกับพิมุกเพื่อตัวเองจะได้ฉกรวิจากเดือนและทำให้เดือนต้องตกเป็นของพิมุก ต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน

    เพราะพอเล่นงิ้วไปได้ไม่นาน ศิริพรก็เกิดอาการปวดท้องจนต้องให้ตัวสำรองแสดงแทน รวิเห็นเธอไม่สบายจึงไปดูที่หลังเวที ศิริพรทำทีป่วยหนักทั้งท้องร่วงและอาเจียน รวิจึงประคองศิริพรออกมาบอกขำกับป้อมว่า สงสัยคืนนี้ต้องฝากเดือนกลับไปด้วย ขำโวยว่าจะซ้อนสามไปได้ยังไง ป้อมถามศิริพรว่าไปกินอะไรมาถึงขนาดออกทั้งล่างทั้งบนแบบนี้

    “ก็...วันนี้ทั้งวันฉันไม่ได้กินอะไรเลยนะ นอกจาก... ที่ไปเจอเดือนแล้วนั่งกินกับเดือนน่ะ”

    “แต่ตอนนั้น เราเจอกันแป๊บเดียวเองนะ เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรเธองั้นเหรอ” เดือนร้อนตัว

    “เปล่านะเดือน ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย ถึงเธอจะโกรธจะเคืองฉันทั้งเรื่องที่ฉันไปหวังดีกับแม่เธอเกินไป ทั้งเรื่องรวิ แต่ฉันก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะแอบทำร้ายฉัน”

    ขำกับป้อมโมโหที่ศิริพรกล่าวร้ายเดือน รวิตัดบทว่าอย่ามีเรื่องกันเลย แยกๆกันไปแล้วค่อยคุยกันวันหลัง พลันศิริพรก็ทำเป็นปวดท้องหนักขึ้นมา ขำรู้แกว ตัดบทบอกป้อมว่า

    “ไปเถอะเจ๊ ปล่อยพวกเขาจัดการกันไป” ว่าแล้วกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์สตาร์ตทันที ป้อมรีบกระโดดซ้อน แล้วขำก็ขี่ออกไปเลย รวิบอกเดือนว่ายังไงตนก็ต้องไปส่งศิริพรเพราะอาการแย่มาก ศิริพรก็ทำเป็นเกรงใจบอกว่าตนดูแลตัวเองได้

    ขณะนั้นเอง พิมุกขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาอย่างรู้จังหวะ ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เดือนมองรวิที่ประคองศิริพรอยู่ถามว่า

    “รู้ใช่ไหมว่าคืนนี้มันจะจบลงยังไง” แล้วเดือนก็ขึ้นซ้อนท้ายรถพิมุกทันที รวิใจไม่ดีจะปล่อยศิริพรก็กลัวเธอล้ม  ได้แต่มองเดือนที่บอกพิมุกประชดรวิว่า “ไปกันเถอะค่ะ”

    รวิละล้าละลัง   ศิริพรก็ทำท่าจะหมดสติอยู่ในอ้อมแขนตน เลยได้แต่มองตามรถพิมุกที่พาเดือนไปอย่างร้อนใจ

    พิมุกพาเดือนไปถึงทางเปลี่ยวก็ทำเป็นรถเสียลงไปดูนั่นดูนี่ ครู่เดียวก็บอกเดือนว่าสงสัยไปต่อไม่ไหว เดือนระแวงถามว่าคืออะไร?

    “คงไปไหนไม่ได้แล้วน่ะสิ...นอกจาก...” พูดแล้วลุกขึ้นก้าวประชิดเดือน เดือนตกใจถามว่าจะทำอะไร พิมุกก้าวประกบเดือนยิ้มหื่นแทนคำตอบ!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 18:03 น.