ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แม้ช้อยจะไม่เห็นด้วยที่เดือนจะไปเป็นนักร้องและแดนเซอร์ แต่ก็คอยดูแลตักเตือนด้วยความห่วงใย วันนี้ก็ถามเดือนว่าไหว้พระบ้างหรือเปล่าช่วงนี้ดูสีหน้าไม่ดีเลย

    “เห็นแม่ไหว้บ่อย ยังไงก็ขอพรเผื่อฉันด้วยแล้วกัน”

    “อ้าวเอ็งนี่มันยังไง ขอพรเอาไว้ให้ท่านคุ้มครองเราให้ห่างจากคนไม่ดี สิ่งไม่ดี พระท่านจะได้ช่วยให้เราแคล้วคลาด”

    คำ เตือนของช้อย ทำให้เดือนนึกถึงรวิ ที่ช่วยตนให้พ้นจากความกักขฬะของพิมุกแล้วเธอเชื่อว่าพระคงส่งเขามาช่วยตน ช้อยยังเตือนลูกด้วยความเป็นห่วงว่า

    “ข้าน่ะมันความรู้น้อย สอนอะไรเอ็งก็ไม่ได้ ที่ทำได้ในฐานะแม่คนหนึ่งก็แค่ความห่วงใย ข้าไม่อยากให้เอ็งต้องเอาตัว เอาชีวิตไปเสี่ยงกับความฝัน ไม่รู้ว่ามันจะคุ้มกันไหม”

    ฟังแม่แล้วเดือนพูดไม่ออก เพราะเพียงวันแรกเธอก็ต้องเผชิญกับเรื่องราวที่น่ากลัวถึงสองครั้งแล้ว ได้แต่มองหน้าแม่ด้วยความซึ้งใจ

    ooooooo

    พิ มุกแค้นรวิที่มาขัดจังหวะตนเรื่องเดือน ดึกคืนนี้จึงส่งลูกน้องไปพังโรงลิเก รวิฟันธงโดยมิพักต้องคิดว่าต้องเป็นฝีมือของพิมุกแน่นอน เขาพาลูกน้องในคณะ 5–6 คนบุกไปที่ค่ายมวยแต่เช้า

    “ไอ้พิมุก ไอ้หมาลอบกัด!” รวิบุกเข้าไปตะโกนอย่างโกรธแค้น แต่กลับถูกพิมุกเยาะเย้ยเหยียดหยันว่าเป็นลิเกกระจั๊ว แค่วิกลิเกเน่าๆก็ไปสร้างใหม่สิ!

    คนเคยประหมัดกันมาก่อน เมื่อพูดไม่เข้าหูกันไม่กี่คำก็พุ่งเข้าตะลุมบอนกัน คนของทั้งสองฝ่ายซัดกันนัวเนีย แต่ไม่ว่าจะดุเดือดเลือดพล่านกันอย่างไร พอตำรวจสองนายขี่มอเตอร์ไซค์มา ทุกอย่างก็หยุดทันที ตำรวจคนหนึ่งถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ อีกคนเดินเลี่ยงไปเซ็นชื่อที่ตู้แดง กลับมาถามว่า “รึว่าต้องเชิญไปโรงพักทั้งหมด”

    ทั้งพิมุกและรวิต่างบอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีใครไปรื้อโรงลิเก ไม่มีใครบุกมาที่นี่ ตำรวจพูดอย่างรู้กันว่า

    “ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไปโรงพักให้เสียเวลา” ว่าแล้วก็พากันขี่มอเตอร์ไซค์ไป

    รวิกับพิมุกต่างพากันนั่งหอบแฮ่ก รวิเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ต่างคนต่างอยู่สิวะ ทำไมต้องเที่ยวระรานชาวบ้าน”

    “ฝันไปเถอะไอ้รวิ ตราบใดที่แกยังยุ่งเกี่ยวกับน้องเดือน ฉันไม่มีทางปล่อยแกให้อยู่ดีแน่”

    “ยิ่งแกทำตัวเลวเป็นอันธพาลแบบนี้ เดือนคงมาสนใจแกหรอก”

    “ก็คอยดูไปเองละกันไอ้ลิเกหน้าโง่ ไสหัวพวกแกออกไปจากค่ายมวยฉันได้แล้ว ฉันยังขี้เกียจหาทั่งศพพวกลิเกกะเทยควายอย่างพวกแก”

    แล้ว พิมุกก็ไปที่ตลาดสด เห็นเดือนกำลังก้มหน้าก้มตาท่องเนื้อเพลงอยู่ก็จะเข้าไปหา แต่ถูกแก้วแกล้งเซถลาเข้าไป พิมุกเลยช้อนร่างไว้ แก้วชม้ายมองบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษทีเพราะมีคนผลักตนล้ม กิมส่ายหน้าอย่างระอากับลูกสาวจอมซ่า แต่พิมุกชอบใจมองแก้วตาเป็นมัน ชมว่าขาวดี ว่างๆแวะไปคุยกันที่ค่ายมวยหน่อย เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน

    พอเห็นพิมุกมองแก้วตาเป็นมัน กิมก็บอกให้แก้วขอบคุณที่พิมุกชวน บอกพิมุกว่าถ้าแก้วไม่ไปตนจะพาไปส่งเอง

    พิมุกยิ้มพอใจ ปรายตามาทางเดือนแว่บหนึ่งก่อนหันหลังเดินกลับออกไป เดือนเห็นพิมุกไปแล้ว จึงลุกขึ้นบอกป้าจันทร์ว่า

    “ป้าจันทร์จ๋า หนูฝากแผงเดี๋ยวนึงนะจ๊ะ เดี๋ยวมา”

    ooooooo

    รวิกลับไปนั่งซึมดูโรงลิเกที่พังราบ ศิริพรเดินมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ รวิพูดสั้นๆ แค่ว่า “พิมุก”

    ศิริ พรถามว่ารวิไปหาเรื่องกับเขาหรือเรื่องเดือน รวิบอกว่าไม่เกี่ยวกับเดือน คาดว่าเขาคงหมั่นไส้ตนมานานแล้วด้วย รวมๆ กันหลายเรื่องเลยลอบกัดเสียทีเดียวเลย แล้วศิริพรก็ยิ่งไม่สบายใจเมื่อรู้ว่าหน้ารวิที่บอบช้ำเพราะต่อยกับพิมุกมา เพราะเป็นที่รู้กันว่าพิมุกนั้นเป็นยังไง

    เดือนเดินอ้าวมาด้วยความ เป็นห่วง แต่พอมาเห็นศิริพรกำลังดูรอยช้ำที่หน้าให้รวิอย่างใกล้ชิดก็ชะงัก ศิริพรได้ทีพูดกันท่าเดือนว่า ให้มาดูฝีมือพิมุกแฟนคลับของเธอเสีย พิมุกคงเข้าใจผิดคิดว่าเธอกับ...รวิรีบขัดขึ้นว่าไม่ใช่อย่างนั้น บอกศิริพรว่าอย่าพูดแบบนั้น เดี๋ยวเดือนเก็บไปคิดมากอีก

    ศิริพรบอก ให้เดือนอยู่คุยกับรวิก่อน ตนจะไปหายามาทาแผลมาให้รวิ พอศิริพรลุกไป รวิก็พูดให้เดือนสบายใจว่าเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับเดือนหรอก เดือนพูดอย่างน้อยใจว่า

    “นั่นสิ พี่รวิกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน”

    รวิ มองหน้าเดือนนิ่ง ต่างสบตาอย่างรู้ใจกัน เดือนบอกรวิว่าตนสังหรณ์ใจอยู่แล้ว ว่ารวิจะมีเรื่องกับพิมุกแล้วมันก็เป็นจริง บอกรวิว่าอีกสักครู่ศิริพรก็คงมาแล้วลุกไป รวิถามว่าเท้าเป็นไงมั่ง

    “จะหายแล้วล่ะ เจ็บที่อื่นมากกว่า” เดือนพูดเหน็บแล้วเดินไปอย่างเจ็บปวดใจ

    ที่ ตลาดสด แก้วกับกิมนั่งมองหน้ายิ้มให้กัน แก้วบอกว่ารู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ กิมถามว่าแก้วรู้จักกับพิมุกมาตั้งนานแต่ทำไมเพิ่งจะมาระริกระรี้เอาตอนนี้

    “ก็...เขาไประริกระรี้กะนังเดือนก่อนนี่ ฉันจะแย่ง!”

    กิมยุให้แก้วแข่งกับเดือน แก้วถามว่าแล้วพิมุกจะชอบตนหรือ เห็นคลั่งเดือนออกอย่างนั้น

    “ฉัน ไม่ได้ให้เขามาชอบแก แกต้องหัดฉลาดใช้ความขาวความสวยแกให้เป็นประโยชน์ ใครให้แกไปเปลืองตัวอย่างนังเดือนกันล่ะ คุณพิมุกน่ะเส้นสายเขาเยอะ”

    แก้วนึกถึงตอนที่ตัวเองแกล้งเซหาพิมุกจนเขาโอบประคองไว้ นึกถึงสายตาพิมุกเวลานั้นแล้วถามแม่ว่า

    “แล้ว ถ้า...ถ้าฉันอยากรู้จักมากกว่าจะใช้แค่เส้นสายเขาล่ะแม่” กิมทำเป็นหูตึงให้แก้วพูดใหม่อีกที แก้วตัดบทว่า “ช่างเหอะแม่...ฉันก็พูดคนเดียวของฉันไปเรื่อยแหละ” แก้วพูดอย่างนั้นแต่จิกตาร้ายที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

    ooooooo

    ป้อม กับขำนั่งกินส้มตำกันอยู่ในร้าน เดือนเดินหน้าเศร้าเข้ามาร่วมวงด้วย ทั้งสองถามว่าเป็นอะไรหน้าซึมเชียว ป้อมถามว่าทำไมไม่ชวนรวิมากินด้วยล่ะ

    “ราย นั้นน่ะ เขามีคนส่งข้าวส่งน้ำอยู่แล้วทุกวัน ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก...พี่รู้ไหม ทำไมหนูถึงต้องเป็นนักร้องให้ได้ ถ้าหนูเป็นนักร้อง ใครๆ ก็ว่าหนู ดูถูกหนูไม่ได้ พี่รวิน่ะเขามีโรงลิเกเป็นของตัวเอง ศิริพรก็เป็นถึงนางเอกงิ้ว แต่หนูไม่มีอะไรสู้เขาได้เลย วันๆเป็นได้แค่แม่ค้านั่งขายปลาอยู่ที่ตลาด”

    ขำติงว่าเดือนคิดมากไปหรือเปล่า เพราะเห็นรวิเขาก็ออกจะเป็นห่วงเป็นใย ใครเห็นก็รู้ว่าเขาชอบเดือน

    “นั่นสิเดือน บางทีรักกันดูที่การปฏิบัติต่อกันก็น่าจะพอนะ ไม่ต้องพูดไม่ต้องตกลงกันว่าเป็นแฟน แต่ใครมองเธอสองคนก็ดูออกว่ารักกัน” ป้อมยืนยันอีกคน

    “พี่รวิทำกับหนูก็ไม่ต่างกับทำกับศิริพร หนูมองเขาสองคนหนูก็รู้ว่าเขาสองคนรักกัน ศิริพรน่ะช่วยเหลือพี่รวิทุกอย่าง แต่หนูน่ะหาแต่เรื่องมาให้”

    ขำถามว่าจะน้อยใจไปทำไม อย่าคิดมากเลยเดือนเพิ่งจะผ่านเรื่องตกใจมา ป้อมเห็นด้วย ชวนกินกันดีกว่าแล้วจัดแจงตักอาหารให้ เดือนก็ได้แต่นั่งเขี่ยอาหารซึมๆ แต่กินไม่ลง

    ooooooo

    ศิริพรไปเจอพิมุกที่โรงพยาบาล บังเอิญรู้ว่าตนเลือดกรุ๊ปโอเนกกาทีฟเหมือนกัน ซึ่งตำบลนี้มีเพียงสองคนเท่านั้น ศิริพรจึงขู่พิมุกเพื่อไม่ให้มีเรื่องกับรวิว่า

    “ชอบบู๊ไม่ใช่เหรอ เราน่ะทำดีๆกะฉันไว้หน่อยนะ เผื่อต้องการเลือดฉุกเฉิน ฉันอาจจะมีเมตตาบริจาคให้บ้าง” ซึ่งก็มีผลทำให้พิมุกไม่กล้ากับศิริพรนัก

    แม้ว่าเดือนจะเป็นแค่หางเครื่องแต่ความสาว สวย ใส ทำให้แต่ละคืนที่ขึ้นเวทีได้พวงมาลัยแบงก์หลายใบ ได้พวงมาลัยแบงก์มาเท่าไรเดือนก็เอามาให้ช้อยหมด บอกแม่ว่าแค่เป็นหางเครื่องยังได้ขนาดนี้ ถ้าได้เป็นนักร้องจะได้ขนาดไหน

    แก้วเห็นเดือนเริ่มโด่งดังก็อิจฉาคิดหาทางแข่งโดยมีกิมคอยยุยง แก้วจึงปะเหลาะให้เดือนพามาสมัครเป็นหางเครื่องในวงบ้าง โรจน์รับแก้วไว้แต่วันนี้ให้กลับไปก่อนมีโชว์เมื่อไหร่แล้วจะติดต่อไป

    โรจน์เห็นความสวยใสและเสียงร้องเพลงของเดือนก็บ่นกับประทีปว่าถ้าได้ปั้นขึ้นมาเป็นนักร้องวงเราคงได้รวยกันแต่ติดที่พิมุกเพราะท่าทางเขาจริงจังกับเดือนมาก โรจน์บอกว่าไม่ใช่แค่พิมุก เพราะเดือนยังถูกนภาที่เป็นดาวของวงคอยสะกัดตลอดเวลาแต่ทำได้เนียนจนไม่มีใครจับได้

    วันนี้ นภาซึ่งเป็นเมียลับๆ ของโรจน์หัวหน้าวงบอกโรจน์ว่าจะไปต่างจังหวัดสักสองสามวัน พอดีโรจน์ได้รับการติดต่อจากค่ายมวยพิมุกให้ไปแสดงในงานเลี้ยงฉลองชกชนะ โรจน์เดาได้ทันทีว่างานนี้พิมุกมีแผนอะไรในใจดังนั้นเมื่อเดือนเต้นเสร็จโรจน์ก็กระซิบบอกเดือนว่า

    “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว คุณพิมุกรออยู่ในห้อง ทำตัวสบายๆ คนจะดังก็ต้องผ่านอะไรแบบนี้ทั้งนั้น”

    พอขำกับป้อมรู้ก็เป็นห่วงบอกเดือนให้กลับไปดีกว่าเพราะไม่คุ้มแน่

    “แต่ฉันรับปากคุณโรจน์เขาไว้แล้ว ถ้าฉันยอมทำตาม เขาจะให้ฉันเลื่อนขึ้นเป็นนักร้อง เอาเถอะพี่ ฉันต้องไปแล้วพี่ขำไม่ต้องห่วงนะ ฉันเชื่อว่าฉันปลอดภัยออกมาแน่” พอดีโรจน์ให้คนมาตาม เดือนบอกว่ากำลังจะไปย้ำกับขำและป้อมว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ไม่เสียอะไรฟรีๆแน่”

    ขณะเดือนเดินไปหาพิมุกนั่นเอง ถูกชูเกียรติที่มาในงานนี้ด้วยออกมาดักถามว่า

    “เธอเป็นหางเครื่องเมื่อกี้ใช่ไหม นี่นามบัตรฉันนะ ฉันเปิดโมเดลลิ่งอยู่รู้จักไหม โมเดลลิ่งที่ปั้นคนเป็นดาราเป็นนักร้องน่ะ” เดือนได้ยินคำว่านักร้องก็ตาโต ดูนามบัตรอย่างตื่นเต้น ชูเกียรติสังเกตอยู่เห็นเดือนตื่นเต้นก็หัวเราะบอกว่า “เบื่อจะเต้นเมื่อไหร่ติดต่อมาที่ฉันแล้วกันนะ” พูดแล้วเดินผละไป

    เดือนยิ้มอย่างมีความหวัง เก็บนามบัตรชูเกียรติไว้แล้วเดินไปหาพิมุก ถูกโรจน์ที่มารออยู่กำชับว่า

    “เดือนเป็นเด็กดีนะ พูดง่าย จะได้ดังเข้าใจไหม”

    พอเดือนเข้าไปพบพิมุกที่ห้องส่วนตัว เขาถามว่าวันนี้ไม่กลัวตนหรือ เดือนบอกว่ารู้ว่าเขาไม่ทำอะไรตน

    “ฉลาดพูดจริงๆน้องเดือนของพี่ วันนี้ยังไม่ทำอะไรหรอกจ้ะ แค่อยากมาทำการตกลงอะไรบางอย่างกับน้องเดือน พี่น่ะเป็นถึงเจ้าของค่ายมวย พี่เป็นลูกผู้ชายพอ ถ้าน้องเดือนไม่ยอม พี่ก็ไม่ยุ่ง แต่พี่มีข้อเสนออะไรดีๆ มาให้น้องเดือนบางอย่างเผื่อน้องเดือนจะเอากลับไปคิด” พิมุกมองเดือนยิ้มกริ่มหยั่งเชิงอย่างมีแผน

    ทุกคนรู้ว่าเดือนต้องการเป็นนักร้อง จึงเอาเรื่องนี้มาล่อใจ บอกว่าอ่อนน้อมยอมผู้ใหญ่เข้าไว้สักวันก็จะได้เป็นนักร้องสมใจ ประทีปเองก็บอกว่าต้องทำตัวเชื่อฟังว่าง่าย วันไหนนักร้องขาดโรจน์ก็อาจให้เธอขึ้นแทนก็ได้ ทำให้เดือนยิ่งมีความหวัง

    ลิ้นจี่ที่เป็นหัวหน้าแดนเซอร์และเป็นเมียเก็บของโรจน์ ไม่พอใจเมื่อโรจน์สั่งให้เปลี่ยนตำแหน่งเต้นของเดือนให้มายืนตรงกลาง พอลิ้นจี่ที่หมั่นไส้เดือนและหึงโรจน์ท้วงติง ก็ถูกโรจน์ขู่ว่าตนสั่งอะไรก็ให้ทำตามอย่ามีปัญหาเพราะอายุขนาดเธอ ถ้าเป็นคนอื่นก็โดนปลดไปแล้ว

    “แต่ฉันไม่ยอม แอบชอบมันใช่ไหม บอกฉันมานะ แกกับเด็กนั่นกินกันไปแล้วใช่ไหม” ลิ้นจี่หึงเลือดขึ้นหน้า

    “จะบ้าเหรอ อย่ามาอาละวาดแถวนี้นะ ไว้หน้าฉันบ้าง จะกินหรือไม่กินก็เรื่องของฉัน ก็ไม่แน่นะ ถ้าไม่มีไอ้พิมุกคอยจ้องอยู่ ฉันอาจจะกินจริงๆก็ได้ จะได้มีเหตุผลเขี่ยแกออกไปจากชีวิตฉันเสียทีไง”

    “แกเห็นนังเด็กนั่นดีกว่าฉัน” ลิ้นจี่แผดเสียงอย่างโกรธจัดเป็นจังหวะที่แก้วผ่านมาได้ยินจึงหยุดฟัง

    “เธอจะเข้าใจยังไงก็ได้นะ แต่เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันจะต้องเห็นเด็กนั่นอยู่ตรงกลาง เข้าใจไหมคำว่า ‘อยู่ตรงกลาง’ ออกไปได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว”

    แก้วเห็นลิ้นจี่เดินร้องไห้ออกจากห้องของโรจน์ แก้วยิ้มอย่างมีแผน เข้าไปทักบอกว่าตนจะมาซ้อมเต้นคืนนี้ แล้วเอาผลไม้ให้บอกว่าเอามาฝากและฝากเนื้อฝากตัวด้วยบอกว่าอย่าคิดว่าตนเป็นเพื่อนเดือนเลย ใส่ไฟเดือนว่า

    “เดือนน่ะเขาเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขามีความสวยเป็นอาวุธ ผู้ชายที่ไหนก็ยอมเขาหมด” ลิ้นจี่คำรามอย่างเจ็บใจว่ามิน่าพิมุกถึงได้หลงขนาดนี้ โรจน์ก็อีกคน แก้วหูผึ่งเรื่องพิมุกกับเดือน แต่ทำเป็นขอตัวไปห้องซ้อม

    พอดีประทีปขับรถเข้ามามีเดือนนั่งมาด้วย เพราะเขาเจอเดือนระหว่างทางเลยรับมาด้วย ลิ้นจี่เห็นเดือนมากับประทีปก็ยิ่งเชื่อที่แก้วบอกว่าผู้ชายที่ไหนก็ยอมเดือนหมด จิกตามองคำราม

    “นังเดือน กระทั่งประทีปก็ด้วยเหรอนี่ นังแพศยา!”

    ooooooo

    ก่อนงานแสดงเริ่ม นอกจากเดือนจะถูกจัดให้ไปเต้นอยู่ตรงกลางและให้แก้วไปแทนที่เดือนทางริมซ้ายแล้วโรจน์ยังมาบอกเดือนว่าวันนี้ให้ขึ้นร้องเพลงแทนนภาด้วยเพราะนภาไปต่างจังหวัด

    ลิ้นจี่ยิ่งโมโห ถามโรจน์ว่า ถ้านภากลับมาทันมิเอา ตายหรือ โรจน์ตอบอย่างเจ้าเล่ห์ว่า

    “ก็ดับไมค์เตือน ปล่อยเสียงจากไมค์นภาแทน”

    คืนนี้ เดือนจึงถูกลิ้นจี่จิกตามองอย่างหมั่นไส้มาก และแก้วก็มองเดือนอย่างอิจฉาที่นอกจากจะได้เต้นตรงกลาง แล้วยังได้ร้องเพลงด้วย

    และการร้องเพลงของเดือนคืนนี้ก็เป็นไปอย่างที่โรจน์พูด พอนภากลับมาไมค์ของเดือนก็ถูกปิดและเสียงร้องก็กลายเป็นเสียงนภาไป แต่นภาก็อดหวั่นใจไม่ได้เมื่อเห็นคนมาคล้องมาลัยให้เดือนมากกว่าตน

    แก้วถามนภาอย่างทึ่งว่า “เธอทำได้ยังไงน่ะ ฉันเห็นคนมาคล้องแบงก์ให้เธอมากกว่านักร้องอีกแน่ะ

    เคยนับไหม แต่ละวันไอ้ที่คล้องอยู่ที่คอน่ะมันเท่าไหร่กัน” เดือนบอกว่าไม่เคยนับ พอได้มาก็ให้แม่หมด

    ป้อมรู้ว่าแก้วคิดอะไรอยู่เตือนว่า “ยังไงก็เห็นกันมาแต่เด็ก จะอิจฉาจะอะไรก็เก็บไว้ในใจ อย่าได้คิดแผนชั่วๆออกมาเด็ดขาด เพราะไอ้ที่เข้าวงมาได้เนี่ยก็เพราะนังเดือน จำใส่หัวไว้บ้างก็ดีนะ” แก้วตวาดว่าพี่ว่าใคร ป้อมลอยหน้าว่า “ใครก็ได้ที่มันมีแผนชั่วๆในหัวน่ะ” พูดแล้วก็เดินไปเลย

    แก้วไม่พอใจที่ถูกดักคอ ฉุกคิดอะไรได้ก็หยิบมือถือขึ้นมากดโทร.ออกทันที

    ooooooo

    หลังขึ้นเวทีที่วัดเกาะแล้ว รวิมารอรับเดือนที่ด้านล่างเวทีตามนัด ชวนกันไปหาอะไรกินกัน

    พิมุกอยู่ที่เวทีมวย สั่งลูกน้องให้หาคนให้สัก 3-4 คน เตรียมไปหาเรื่องรวิที่พาเดือนไปกินข้าว พอเจอหน้ากัน พิมุกก็ถามรวิอย่างหาเรื่องว่า

    “จ้องหน้าทำไมวะ โรงลิเกซ่อมเสร็จแล้วหรือ แล้วทำไมไม่ไปรำลิเกล่ะ มานั่งป้อสาวอยู่แถวนี้จะมีกินเหรอวะ”

    รวิทำท่าจะทนไม่ได้ พอดีลูกน้องพิมุกดาหน้ากันเข้ามา เดือนชวนรวิให้กลับกันดีกว่า พิมุกบอกเดือนว่าเธอน่าจะกลับกับตนถ้าไม่อยากมีปัญหา รวิฮึดขึ้นมาจับแขนเดือนชวนกลับ ถูกลูกน้องพิมุกพุ่งเข้าต่อยทันที

    “หยุดนะ พี่พิมุกสั่งลูกน้องพี่ให้หยุดเดี๋ยวนี้”เดือนตะโกนบอกเมื่อเห็นรวิโดนรุมจนรับมือไม่ไหว

    “เอาเลยพวกเอ็ง อย่าให้ถึงตายละกัน” พิมุกสั่งลูกน้อง

    ปรากฏว่าลูกน้องพิมุกถูกศิริพรนำลูกน้องมาเป่าลูกดอกที่เป็นเข็มเล็กๆ มีพู่ห้อย ลูกน้องพิมุกถูกลูกดอกคันคะเยอไม่เป็นอันชกต่อย เพราะเป็นเข็ม ลูกดอกชุบหมามุ่ย

    พอพิมุกพาลูกน้องกลับ ศิริพรก็เข้าประคองรวิที่ถูกรุมน่วมไปทั้งตัว เดือนเห็นภาพนั้นก็ถอยออกไปอย่างน้อยใจจนน้ำตาคลอ พิมุกตรงเข้าพูดขู่ๆว่า

    “ต้องให้พี่เตือนความจำเธอหน่อยไหม น้องเดือนจ๋า เราตกลงอะไรกันไว้”

    เดือนชะงัก ในขณะที่รวิได้ยินคำพูดของพิมุกก็มองเดือนอย่างไม่เข้าใจว่าตกลงอะไรกับพิมุกไว้

    เดือนนึกถึงค่ำวันที่อยู่กับพิมุกในห้องทำงานส่วนตัวของเขา พิมุกตรงเข้าหาจนเธอต้องเบี่ยงตัวหลบ เขาพูด ปรามว่า “เธอน่าจะเดาออกว่าพี่ต้องการอะไร แต่พี่ก็ไม่ฝืน ถ้าน้องไม่ยอม เอาเป็นว่าพี่รอได้ ตอนนี้พี่ไม่ขออะไรน้องเดือนมากไปกว่า...เมื่อไหร่ที่พี่เรียกหา น้องเดือนก็อย่าได้มีปัญหา”

    “จะให้ฉันเอาตัวเข้าแลก?” เดือนสีหน้าหวาดหวั่น

    “มันก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้น เพียงแค่ว่าง่ายๆ อย่าดื้อ แล้วเดี๋ยวจะดังเอง รับรองนางเอกงิ้วหรือใครก็สู้เธอไม่ได้”

    เดือนนิ่งไปเมื่อได้ยินพิมุกเอ่ยถึงนางเอกงิ้ว ซึ่งก็คือศิริพรที่ทำให้เธอรู้สึกบาดตาบาดใจตลอดมา

    ยิ่งวันนี้เห็นศิริพรประคองรวิ เดือนก็ยิ่งเจ็บช้ำใจจึงบอกพิมุกให้ช่วยพาตนไปส่งบ้านด้วย รวิมองเดือนอย่างผิดหวัง แต่ศิริพรที่ประคองรวิอยู่ ลุกขึ้นบอกเดือนว่า

    “ไป...งั้นก็แยกย้าย ไม่ต้องห่วงนะเดือน ฉันจะดูแลรวิให้เอง”

    เดือนน้ำตาคลอเดินไปกับพิมุก ส่วนรวิที่ศิริพรประคองอยู่เขามองเดือนอย่างไม่เข้าใจ

    แต่พอพิมุกขับรถไปไม่นานก็จอดรถกุมมือเดือนชมว่าวันนี้เธอน่ารักมาก เดือนค่อยๆ ดึงมือกลับเมินหน้าไปนอกหน้าต่าง พิมุกถามว่าเป็นห่วงรวิอยู่หรือ ศิริพรคงไม่ปล่อยให้หน้ารวิเสียโฉมหรอก พิมุกยื่นหน้าเข้าหา เดือนเบี่ยงตัวติงว่า

    “พี่สัญญากับฉันแล้ว...ว่าจะไม่ใช้วิธีนี้”

    “ก็พี่บอกแล้วว่า พี่ลูกผู้ชายพอ แต่ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว ขอมัดจำไว้ก่อนสักทีนะ เผื่อเดือนดังแล้วพี่จะไม่มีโอกาสอยู่ใกล้ขนาดนี้” เขาจู่โจมเข้าหอมแก้มเดือนฟอดหนึ่ง

    เดือนหันไปจะเปิดประตูบอกว่าตนจะกลับเอง พิมุกกดล็อกประตูทันที พูดเสียงไม่พอใจว่า

    “ก็บอกแล้วว่าขอแค่มัดจำทำตกใจไปได้ พี่ไม่ ทำอะไรน้องเดือนบนรถหรอกน่า” พูดแล้วก็สตาร์ตรถขับออกไป

    เดือนนั่งเกร็งยังคอยชำเลืองมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ

    ขณะช้อยกำลังรีดผ้าอยู่ที่บ้านนั้น เห็นมีรถมาจอดหน้าบ้านและเดือนก้าวลงจากรถ ช้อยมองอย่างไม่สบายใจเลย

    ooooooo

    เพราะอาทิตย์หน้าที่อำเภอจะจัดงานใหญ่สั่งให้ทางโรจน์จัดให้เต็มที่ และระบุขอนักร้องใหม่ๆสดๆด้วย

    แต่ทางวงไม่มี ประทีปเสนอว่าเดือนก็เสียงดีไม่เบา โรจน์ติงว่าพิมุกคงไม่ยอมเพราะย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้เดือนเป็นได้แค่หางเครื่อง ประทีปบ่นเสียดายถ้าปั้นเดือนขึ้นมาได้คงทำรายได้ให้วงเยอะ เพราะขนาดเป็นหางเครื่องแต่ละคืนยังได้พวงมาลัยไปหลายร้อย โรจน์จึงสั่งลิ้นจี่ที่เป็นทั้งเมียเก็บและหัวหน้าแดนเซอร์ว่า

    “เอาเป็นว่าอาทิตย์หน้าที่อำเภอ เธอต้องทำยังไงก็ได้ให้เดือนเด่นที่สุด ขายนักร้องไม่ได้ก็ขายหางเครื่องนี่แหละ”

    ลิ้นจี่รับคำกระฟัดกระเฟียดออกไป เจอแก้วนั่งอยู่หน้าห้องถามว่าวันนี้ไม่มีซ้อมมาทำไม แก้วบอกว่าโรจน์เรียกให้เข้ามา ลิ้นจี่ระแวงถามว่าเรียกมาเรื่องอะไร ทำไม ตนไม่รู้ แก้วบอกว่าตนก็ไม่รู้ เดี๋ยวรู้แล้วจะบอก

    “เออ แกเป็นเพื่อนกับนังเดือนนี่ ฉันฝากไปบอกอะไรทีได้ไหม อาทิตย์หน้าที่อำเภอจะจัดเลี้ยงใหญ่ เขาจ้างให้เราไปโชว์ มีแต่เจ้านายคนกระเป๋าหนักๆทั้งนั้น เมื่อกี๊คุยกันกับโรจน์เห็นว่าจะเน้นขายนังเดือน ไปบอกให้หน่อยแล้วกัน ถ้าอยากได้พวงมาลัยหนักๆ ก็ดูแลตัวเองดีๆ เตรียมตัวให้พร้อม งานนี้ได้เกิดแน่ๆ”

    แก้วตาโตถามว่าตนได้ไปด้วยไหม ลิ้นจี่บอกว่าได้ไป เพราะแก้วเป็นเด็กใหม่สวยก็ไม่ได้ด้อยกว่าเดือน ชี้โพรงว่า

    “ถ้างานนี้นังเดือนไม่ได้ขึ้น แกมีสิทธิ์ได้เกิดเต็มตัวเลยนะ” แก้วถามหยั่งว่าก็ทางหัวหน้าจะขายเดือนไม่ใช่หรือ ยังไงเดือนก็คงไม่พลาด ลิ้นจี่พูดทิ้งไว้อย่างเจ้าเล่ห์ว่า

    “ก็คิดเอาสิ เออ...ถ้านังเดือนมันเกิดพลาดแล้วไม่ได้ขึ้นนะ เออ...จะเพราะอะไรดีนะ...” พูดแค่นั้นแล้วเดินไปเลย

    เมื่อแก้วเข้าไปพบโรจน์กับประทีปในห้องทำงาน ทั้งสองให้แก้วยืนหมุนตัวให้ดู มองแก้วทั้งตัวอย่างพอใจแล้วสบตากันยิ้มๆ

    เพราะเศรษฐกิจไม่ดี การค้าขายซบเซา ช้อยบ่นกับเดือนว่าถ้าตลาดเงียบแบบนี้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายหนี้เขา ทั้งต้นทั้งดอกทบกันจนแทบจะผูกคอตายอยู่แล้ว เลยบ่นเดือนว่าจะเช่าแผงให้ช่วยขายผลไม้ก็ไม่เอา

    “แม่อ่ะ เรื่องเดิมอีกแล้ว ถ้าฉันได้เป็นนักร้องจริงๆ เราจะได้ตังค์เยอะกว่าขายผลไม้กับปลารวมกันอีกนะ”

    “แล้วเมื่อไหร่ล่ะ”

    “ไม่นานหรอกแม่ ฉันจะไม่ยอมให้มันนาน” เดือนพูดอย่างมั่นใจ

    ooooooo

    รวิกับคณะช่วยกันซ่อมโรงลิเกเพื่อจะให้ทันเล่นพรุ่งนี้ ศิริพรมาเฝ้าบริการทั้งอาหารและน้ำดื่ม พูดอย่างหวังดี แต่ตั้งใจยุให้รวิเข้าใจเดือนผิดว่า

    “เดือนก็น่าจะคุมแฟนตัวเองให้อยู่หน่อย ปล่อยมาระรานให้คนอื่นเขาเดือดร้อนอยู่ได้”

    “แฟน? พิมุกกับเดือน?” รวิพึมพำ ศิริพรทำเป็นรู้สึกผิดที่พลั้งปาก พูดแก้ตัวว่า “ฉันก็แค่ได้ยินชาวบ้านเขาพูดกันมาอาจจะไม่จริงก็ได้”

    “ก็ดีนะ เดือนก็จะได้มีคนดูแล ฉันไปทำงานต่อดีกว่าจะได้เสร็จเร็วๆ”

    ศิริพรมองตามรวิไปแอบยิ้มที่สะกิดแผลใจรวิได้สมใจ

    วันนี้ขณะศิริพรกับรวิช่วยกันไปหาซื้ออุปกรณ์ซ่อมโรงลิเกเพิ่มขึ้น มีรถขยายเสียงเชิญชวนชาวบ้านไปงานที่ลานหน้าอำเภอ โฆษณาสินค้าโอทอป คณะตลกและวงดนตรี “ฟ้างาม ครามฝัน” ศิริพรชวนรวิไปดูเดือนเต้นกันไหม เพราะพรุ่งนี้ตนว่าง รวินิ่งไปอึดใจ ตอบนิ่งๆว่า

    “ไม่ล่ะ ฉันว่าจะรีบซ่อมวิกให้เสร็จน่ะ มะรืนจะได้เล่นสักที”

    ศิริพรยิ้มปลอบใจเหมือนห่วงใยความรู้สึกของรวิ ทั้งที่ลึกๆแล้วแอบสมใจ เธอยังแสดงตัวเป็นคนดี ทำทีไปซื้อของกับช้อยที่ตลาดแล้วเอ่ยถึงเดือนว่ากำลังดังใครๆก็พูดว่าหางเครื่องของ “ฟ้างาม ครามฝัน” สวย ได้พวงมาลัยแต่ละคืนเยอะ ช้อยฟังแล้วพูดอย่างหนักใจว่า

    “เยอะก็จริงจ้ะ แต่ก็ยังไม่พอที่จะจ่ายคุณพิมุกหรอก ทั้งต้นทั้งดอก...นี่ก็ใกล้เวลาจะต้องจ่ายอีกแล้วเฮ้อ...”

    ศิริพรแสดงความมีน้ำใจว่าถ้าขาดเหลืออย่างไรให้บอก ตนก็ไม่ได้มีมากแต่พอมีช่วยกันได้ ทำให้ช้อยซาบซึ้งใจชมว่าช่างดีเหลือเกิน ขอให้เจริญๆ

    กิมย้งคอยยุให้แก้วชิงดีชิงเด่นกับเดือน วันนี้ก็บอกแก้วให้รีบนอน พรุ่งนี้จะได้สวยเด้งหน้าใส ได้พวงมาลัยเยอะๆแล้วหยอดท้ายว่า “หมั่นไส้นังเดือน ไม่มีมันสักคนแกคงเป็น ‘ดาว’ ประจำวง” พูดแล้วเดินเข้าห้องไป

    “ใช่...ถ้าไม่มีมันสักคน...” แก้วจิกตาร้าย

    แล้วแก้วก็หาทางสกัดเดือนไม่ให้ขึ้นเวที แอบขโมยมือถือเดือนไปทิ้งชักโครก เจอเดือนไปเข้าห้องน้ำก็แกล้งปิดประตูห้องน้ำจากข้างนอกแล้วเอากระดาษที่เขียนว่า “ชำรุด” แปะไว้ที่ประตู นภาเห็นการกระทำของแก้วแต่ก็ไม่ช่วยเดือน

    ขำกับป้อมเห็นเดือนไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ ต่างร้อนใจที่ใกล้เวลาแสดงแล้วเดือนยังไม่มา ขำโทร.เข้ามือถือเดือนก็ไม่มีสัญญาณ ป้อมเร่งให้ขำไปหาเพราะตนแต่งชุดครบเครื่องแล้ว ขำไปตามหาไม่เจอ โรจน์จึงจัดให้แก้วไปอยู่ตรงตำแหน่งเดือนแทน บอกแก้วว่า

    “รูปร่างหน้าตาผิวพรรณสูสีเดือนเขาอยู่แล้ว เวลาเต้นจริตจะก้านเผลอๆจะเยอะกว่าเดือนด้วยซ้ำ ถ้าเดือนไม่โผล่มาเธอก็ไปเต้นแทนตำแหน่งเขาเลย”

    ooooooo

    รวิถูกศิริพรเป่าหูเสียจนเข้าใจเดือนผิด เสียใจผิดหวังไม่ไปดูเดือนเต้น แต่ขณะขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปนั้นเจอพิมุกนั่งรถมากับชูเกียรติจะไปงานที่หน้าอำเภอ พิมุกแกล้งขับรถปาดหน้าหาเรื่องรวิแล้วลงไปชกต่อย

    นาทีนี้รวิไม่มีใจจะมีเรื่องกับใคร พอลุกขึ้นได้ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปต่อ ถูกพิมุกเยาะเย้ยตามหลังว่า

    “ไอ้กระจอกเอ๊ย...รู้ๆอยู่ว่าฉันกับเดือนคบกันอย่าให้รู้นะว่าแกไปยุ่งกับเขาอีก ไม่งั้นคราวนี้โรงลิเกแกไม่เหลือซาก” เห็นรวิขี่มอเตอร์ไซค์ไปก็ยังตะโกนด่าตามหลัง “ไอ้ขี้ขลาด!!”

    พิมุกขับรถไปถึงบริเวณงานที่หน้าอำเภอพากันเดินไปที่หน้าเวทีการแสดง ชูเกียรติถามแววตาหื่นว่า

    “ไหนวะเด็กแกนัดไว้หรือยัง” พิมุกบอกว่าไม่ได้นัดแต่เดี๋ยวคงมา “แล้วนี่ยังไงตกลงแกกะไอ้มอเตอร์ไซค์คันเมื่อกี๊แย่งผู้หญิงคนเดียวกันอยู่?”

    “เฮ้ย...อย่าพูดว่าแย่งเลยว่ะ คนละระดับกัน” พิมุกพูดอย่างเหยียดหยัน ชูเกียรติมองหน้าพิมุกขำๆ

    พอเดือนรู้ตัวว่าถูกขังอยู่ในห้องน้ำก็ทุบประตูตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ นาทีนี้เดือนคิดถึงรวิที่เคยดูแลช่วยเหลือเธอตลอดมา เดือนตะโกนสุดเสียง

    “ใครก็ได้ช่วยด้วย...พี่รวิช่วยเดือนด้วย พี่รวิ...พี่อยู่ไหน...”

    แต่เสียงของเดือนถูกเสียงดนตรีที่กำลังแสดงบนเวทีกลบเสียสิ้น เดือนรวบรวมแรงตะโกนสุดเสียง

    “พี่รวิ...ช่วยด้วย...”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 15:52 น.