ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    กามเทพซ้อนกล

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ต้น-ธนกฤต พาระรินกลับมาพักที่บ้านแล้ว ระรินหงุดหงิดงุ่นง่านมากที่โทร.หาศรันย์ไม่ติด ระแวงกลัวมิ้มจะแย่งศรันย์ไป เธอเห็นเงาหน้าห้องตกใจตะโกนถาม “ใครน่ะ!”

    “ผมเองครับคุณริน ผมแค่มาดูว่าคุณรินนอนรึยัง ขาดเหลืออะไรรึเปล่า” ต้นโผล่มาถามยิ้มใสซื่อ

    ระรินชมว่าบ้านน่าอยู่สบายมากแต่ตนห่วงศรันย์กับมิ้มที่อยู่บนดอยไม่รู้จะอยู่จะกินกันยังไง ต้นตัดพ้อว่าดูเธอจะชอบศรันย์มาก

    “ไม่หรอกค่ะ รินมีความรู้สึกดีๆให้คนที่รู้สึกดีกับรินเสมอนะคะ คุณต้นก็เหมือนกัน รินรู้นะคะว่าคุณต้นรู้สึกดีๆกับรินแต่รินไม่ใช่คนใจเร็วด่วนได้ เรื่องแบบนี้รินต้องใช้เวลา”

    “แสดงว่า...ผมก็ยังมีความหวังใช่ไหมครับ”

    “รินเชื่อ ความหวังเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีเป้าหมายเสมอ” แล้วเธอก็เขย่งจุ๊บแก้มเขาเบาๆ “กู๊ดไนท์นะคะ คุณต้น”

    ระรินอ่อยต้นแล้วปิดประตูห้องเลย ปล่อยให้ต้นตื่นเต้นกับความหวังอยู่ตรงนั้น พลันต้นก็สะดุ้งผวากลัวจนตัวสั่นเมื่อเห็นเหมือนเงาเด็กวิ่งผ่านมาจากอีกฝั่ง! เสียงเด็กหัวเราะเห็นเงาวิ่งผ่านประตูไป ต้นกลัวจนปิดหน้าร้องลั่น

    “ไม่!!!”

    ooooooo

    รุ่งเช้าแล้ว...ศรันย์ตื่นขึ้นมารู้สึกตัวว่ากอดกับมิ้มอยู่ ถามมิ้มว่ามากอดตนทำไม มิ้มรู้สึกตัวรีบผละออก บอกเขาว่าเมื่อคืนเขาละเมอหาแม่ ดูกระวนกระวาย ศรันย์บอกว่าตนฝันร้ายเรื่องแม่บ่อยๆ

    “เกิดอะไรขึ้นกับแม่คุณเหรอคะ แม่คุณไปไหนเหรอ” มิ้มสงสาร...และสงสัย

    “ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาหายไปไหน” ศรันย์ หน้าเครียด เดินไปที่ประตูเหมือนไม่อยากพูดถึง มิ้มมองตามอย่างเป็นห่วง...

    เวลาเดียวกัน หมวดปรัชวินทร์ไปหาศรุธที่บ้านเพื่อถามข้อมูลเกี่ยวกับคดีของนุดีเพิ่มเติม ศรุธหงุดหงิดบอกว่าเคยให้ปากคำไปหมดแล้วไม่อยากพูดถึงนุดีอีก มันทำให้นวลหนีตนไป

    หมวดบอกว่าจากหลักฐาน นุดีไม่ได้หนีไปเอง ตนเลยต้องรบกวนสอบปากคำเขาอีกครั้ง

    “ผมไม่รู้จักตัวจริงของนังนุดีหรอกหมวด รู้จักแค่เปลือกนอกของมัน ตีหน้าซื่อใสแต่มันหลอกผู้ชายที่มันไปมั่วด้วยทุกคนนั่นแหละ ผมเกือบจะโง่ยอมรับมันอยู่แล้ว” หมวดถามว่ายอมรับหรือ?? “ใช่...ยอมรับเป็นพ่อของลูกในท้องมันน่ะสิ”

    หมวดจึงรู้ว่านุดีท้อง ศรุธบอกว่าเรื่องแดงเพราะผัวเด็กของนุดีโวยวายเสียก่อน ถึงได้รู้ว่านุดีมั่วกับผู้ชายหลายคน ให้หมวดลองไปถามผัวเสี่ยร้านทองดู

    “เอ่อ...เสี่ยปึงเจ้าของร้านทองที่พัวพันกับนุดีเพิ่งเสียด้วยโรคหลอดเลือดอุดตันเมื่อปีที่แล้วนะครับ และเท่าที่ผมดูจากประวัติเสี่ยปึงคงไม่รู้เรื่องอะไร แต่ที่ผมสนใจคือสามีเด็กที่คุณศรุธบอกมากกว่า คุณศรุธเคยเห็นเค้าไหมครับ”

    “เคย...ฉันเคยเห็นมัน!!” ศรุธตอบหนักแน่น หมวดนิ่งฟังอย่างสนใจมาก

    ooooooo

    วันนี้ขณะระรินกำลังจะกินของว่างกันนั้น

    ศรันย์กับมิ้มก็เข้ามา ระรินเปลี่ยนจากหวานกับต้นไปฉอเลาะศรันย์ทันที ศรันย์ทำหน้าลำบากใจ ระรินย้ำคำสัญญาว่าจะตามใจตนทำให้ศรันย์ต้องเออออกับเธอ ทำให้มิ้มเสียใจปลีกตัวไปจากตรงนั้น

    ต้นเห็นระรินฉอเลาะศรันย์ก็มองแค้นกำหมัดแน่น แต่ยังพยายามทำหน้าปกติ

    ต้นออกไปยืนดูรูปปั้นนุดีที่กำแพงหน้าเครียด ศรันย์เดินมาทักว่ารูปสวยดี ถามว่าขนาดเท่าตัวจริงเลยใช่ไหม

    “อืม...ฉันชอบนะ สรีระจริตความเป็นผู้หญิงมันอ่อนหวานน่ามองดีนะแกว่าไหม” ศรันย์บอกว่าตนชอบผู้หญิงที่ไม่มีจริตมากกว่า “นี่ตกลงแกชอบใครกันแน่... แกดูสนิทกับคุณรินไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดแต่แกก็ดูเหมือนมีใจกับคุณมิ้ม”

    “ฉันขอโทษนะต้น...ฉันคงบอกแกตอนนี้ไม่ได้จริงๆ แต่ที่แน่ๆฉันไม่ได้มีอะไรกับคุณริน ฉันรู้ว่าแกคิดยังไงกับเขา ฉันไม่หักหลังแกแน่”

    “ให้มันจริงเถอะ” ต้นจ้องหน้า “คนที่มากรักหลายใจน่ะ มักมีจุดจบไม่สวยเท่าไหร่”

    ศรันย์ขนลุกกับสายตาของต้น ก็พอดีเสียงระรินแทรกเข้ามาถามว่าสองคนทำอะไรกันอยู่ ตนต้องกลับแล้ว เพราะพ่อโทร.มาตามมีเรื่องต้องไปจัดการนิดหน่อย มองหน้าศรันย์บอกว่าเขาต้องไปกับตนด่วน ไปไฟลท์เร็วที่สุดเลย ต้นถามว่าทำไมศรันย์ต้องไปด้วย ศรันย์บอกว่าตนกลับรถตู้ก็ได้ ระรินบอกว่าไม่ได้ เขาต้องไปกับตน ต้นเลยจะให้ขึ้นเครื่องกลับด้วยกันหมด

    พอต้นไปตามคนขับรถ ระรินก็เข้าไปเกาะแขนศรันย์จ้องหน้าถามว่า

    “จะต้องให้รินย้ำเหตุผลอีกเหรอคะ ว่าทำไมคุณต้องตามใจริน”

    ooooooo

    กลับถึงบ้าน มิ้มไปหาป้าอรบอกว่าซื้อขนมมาฝากเยอะแยะเลย ลุงกับป้าชิมแล้วชมว่าอร่อยมาก ป้าอรไม่ได้สนใจขนมนักถามว่าขึ้นดอยเป็นยังไงบ้าง บรรยากาศเป็นใจแม่นตามไพ่ไหม ความรักกุ๊กกิ๊กกันมีไหม

    มิ้มบอกว่าไม่มีอะไร ยังไม่ทันกลับศรันย์ก็กลับไปตัวติดกันกับระรินแจแล้ว ถึงสนามบินก็แยกไปกันสองคนเลย

    “ระรินไหน เป็นใคร แล้วทำไมต้องตัวติดกับหมอศรันย์ด้วย” มิ้มมองหน้าป้าอรติงว่าซักอย่างกับแม่ซักประวัติลูกสะใภ้เลย “ป้าก็แค่อยากรู้น่ะ หนูบอกมาก่อนสิว่ายัยระรินอะไรนั่นเป็นใคร หรือว่าจะเป็นไพ่ใบนั้น” ป้าอรสีหน้ากังวล

    มิ้มมองหน้าป้างงๆ ถามว่าไพ่ใบไหนหรือ?

    ฝ่ายระรินพอลงจากเครื่องก็พาศรันย์ไปที่งานเปิดตัวโครงการคอนโดชื่อ The Rarin Luxury Condo มีแขกและนักข่าวมาร่วมงานมากมาย ศรันย์ถามว่าเธอพามาที่นี่ทำไม ระรินบอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรมากรีบเข้าไปกันเถอะ

    ในงานเรืองศักดิ์กับเสี่ยเพ้งกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว เรืองศักดิ์บอกว่าคอนโดนี้เป็นคอนโดที่ร่วมทุนกันระหว่างเรืองศักดิ์พรอบเพอร์ตี้กับบุญกำจรของเสี่ยเพ้ง นักข่าวถามว่าแล้วทำไมจึงตั้งชื่อตามลูกสาวเขา? เรืองศักดิ์ประกาศว่า

    “เพราะอีกไม่นาน ลูกสาวผมกับเสี่ยกำจรก็จะแต่งงานกันครับ”

    เสียงฮือฮาดังขึ้น ระรินที่เพิ่งเข้ามาถึงกับช็อก โพล่งขึ้นว่า

    “รินแต่งงานกับคุณกำจรไม่ได้หรอกค่ะพ่อ เพราะรินมีแฟนแล้ว” เธอดึงศรันย์มายืนเคียงคู่ “นี่ค่ะ แฟนของริน! คุณศรันย์”

    ศรันย์ช็อก เรืองศักดิ์กับเสี่ยเพ้งเหวอ...ทุกคนหันมองงงๆ แฟลชนักข่าวรัวแว้บๆๆที่ระรินกับศรันย์

    ซินดี้คว้าข่าวไปเม้าท์ในรายการของเธอ มีทั้งภาพ และข่าวรายงานอย่างตื่นเต้นกับการเปิดตัวแฟนของไฮโซระริน

    มิ้มนั่งดูข่าวกับป้าอรอยู่ที่ห้องดูดวงของป้าอร มิ้มหน้าซีดเผือดทันที

    เวลาเดียวกัน ต้นก็ดูข่าวเดียวกัน เขาหน้าเครียด จ้องทีวีเขม็ง แววตาแข็งน่ากลัว

    ป้าอรหงายไพ่ DEVIL ให้มิ้มดู เป็นภาพปีศาจ! ป้าอรบรรยายว่า

    “DEVIL ไฟแห่งอำนาจมืด ความชั่วร้ายที่แฝงตัวอยู่ในจิตใจคน ไฟแห่งซาตานและด้านมืดของคน”

    ป้าอรกังวลมากบอกมิ้มว่าต้องเตือนศรันย์ มิ้มถามว่าศรันย์เกี่ยวอะไรด้วย

    “เอ่อ...คืนก่อนป้าฝันเป็นคุณหมอศรันย์โดนทำร้าย ป้ามีลางสังหรณ์แปลกๆ เลยลองเปิดไพ่ก็ได้ไพ่ใบนี้ มันเป็นไฟแห่งซาตานในใจคน คุณหมอศรันย์จะมีเคราะห์ใหญ่จากด้านมืดของคนบางคน”

    ในห้องทำงานของต้น...เขานั่งเครียดเมื่อนึกถึงที่ระรินพูดกับเขาที่เชียงรายทำให้เขามีความหวัง ต้นแค้นจนผรุสวาท

    “ตอแหล!!”

    เมื่อคิดถึงศรันย์ที่เพิ่งขอโทษตนและบอกว่าจะไม่มีวันหักหลังตนก็คำราม

    “เลววววว! เลวทั้งคู่!!!”

    ต้นชกโหลแก้วที่เลี้ยงปลาแตก ปลาลงไปดิ้นกระแด่วๆ ที่พื้น และที่มือเขาเลือดไหลอาบ ต้นมองเลือดที่มือนึกถึง อดีต...ขณะนั้นเขาอายุ 16 ต้นพันแผลที่มือแม่ที่มีเลือดซิบๆ ถามว่าแม่ทำอย่างนี้ทำไม แม่ที่ถูกพ่อทำร้ายหน้าตาบวมปูด บอกว่าแค่นี้ยังไม่เจ็บเท่าที่พ่อเขาทำกับแม่ ต้นบอกว่าจะไม่ยอมให้พ่อทำกับแม่อย่างนี้อีก

    “ไม่ต้อง...แกไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น สักวันถ้าแม่ทนไม่ไหว คนมากรักหลายใจอย่างพวกมันจะต้องรับผลกรรมอย่างสาสม” ต้นซึมซับความแค้นของแม่ไว้เต็มอก! เมื่อวันนี้เขาต้องได้รับความเจ็บช้ำ เขามองเลือดที่อาบมือคำราม...

    “ใช่...พวกมันจะต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม!!”

    ooooooo

    ที่คิวปิดฮัท...บรรดาเพื่อนๆ แม้กระทั่งสะคราญต่างรับไม่ได้กับข่าวศรันย์กับระรินทั้งๆที่พวกตนช่วยเต็มที่และแม้แต่บอสก็เอื้อโอกาส สะคราญบ่นว่าศรันย์หน้าซื่อๆ ไม่นึกว่าจะเป็นเสือซุ่ม

    “คนรู้หน้าไม่รู้ใจ ช่างมันเถอะ ลูกค้าเราสองคนประกาศคบเป็นแฟนกันก็แปลว่างานของเราสำเร็จ ก็จบ!”

    “ไม่จบ!!! สำหรับผมมันไม่จบ” ศรันย์โพล่งขึ้น ทุกคนสะดุ้งหันมอง เขาเดินเข้ามาบอกมิ้มว่า เรามีเรื่องต้องคุยกัน มิ้มบอกว่าไม่มีอะไรจะคุยเพราะหน้าที่ของตนสิ้นสุดแล้วตั้งแต่ลูกค้าที่เราจับคู่ให้ตกลงปลงใจกัน “แต่ผมยังไม่ได้ตกลงปลงใจกับระริน ผมยังเป็นลูกค้าที่คุณต้องดูแล มานี่ เราต้องคุยกัน” ศรันย์กึ่งลากกึ่งจูงมิ้มไป เพื่อนๆมองหน้าใจตรงกันว่า อย่างนี้ต้องแอบฟัง!

    ศรันย์ลากมิ้มไปคุยกันที่ห้องรับรองลูกค้า เขายืนยันว่าไม่เคยคิดอะไรกับระรินแต่รักเธอ บอกว่าตนคงต้องบอกความจริงกับเธอแล้ว บอกว่าที่ตนต้องไปไหนมาไหนกับระรินเพราะเธอต้องการ ถูกต้นที่จู่ๆก็โผล่มาโพล่งขัดขึ้นว่า

    “โทษผู้หญิง ดูไม่ค่อยแมนเลยนะ”

    “ต้น...โอเค แกมาก็ดีแล้ว ฉันก็อยากจะบอกแกพร้อมๆกันไปเลยจะได้เลิกเข้าใจผิดกันเสียที”

    ต้นบอกว่าไม่เพียงตนกับมิ้มเข้าใจเช่นนั้น คนทั้งประเทศก็เข้าใจเหมือนกันว่าเขากับระรินเป็นแฟนกัน ต้นประกาศว่าตนยอมถอย และงานมิ้มก็เสร็จแล้ว ศรันย์เองก็ควรจบได้แล้ว

    “ต้น...มันไม่ใช่อย่างนั้น ฉันไม่ได้หักหลังแกนะ” ศรันย์พยายามชี้แจง ต้นบอกว่าไม่เป็นไรตนเคารพกติกาในเมื่อคุณรินเลือกเขาตนก็ยินดีด้วย มิ้มได้ทีแสดงความยินดีด้วยอีกคน ต้นหันไปบอกมิ้มทันทีว่า ตอนนี้ก็เหลือตนคนเดียว คิวปิดฮัทต้องหาคู่เดตให้ใหม่ มิ้มยินดีแต่ต้องขอสัมภาษณ์ใหม่อย่างละเอียดอีกทีว่าผู้หญิงที่เขามองหาเป็นแบบไหน

    “แล้วถ้าผมบอกว่า เป็นผู้หญิงแบบคุณมิ้มมันจะง่ายขึ้นไหมครับ ผมว่าเราสองคนเจออะไรๆมาไม่ต่างกัน จะผิดกฎไหมครับถ้าผมจะขอเดตกับกามเทพสาวแทน” ต้นยิ้มหวานให้ มิ้มยิ้มตอบ

    นาทีนี้...ศรันย์รู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกินไปทันที เขาค่อยๆถอยออกไปเงียบๆ

    ฝ่ายพวกคิวปิดฮัทที่ไปแอบฟังต่างรู้สึกว่าการจับคู่ผิดฝาผิดตัวไปหมด แต่สะคราญติงว่า เท่าที่แอบฟัง มีบางอย่างที่ศรันย์พยายามจะอธิบาย แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ามันคืออะไร พราวเสนอว่าเราต้องหาหน่วย “เผือก” สืบศรันย์ต่อไป

    ooooooo

    ขณะมิ้มออกมาส่งต้น เธอขอบคุณที่เขาช่วยตนปิดจ๊อบศรันย์ บอกว่าตนเบื่อที่จะเถียงกับเขาแล้ว ต้นบอกว่าเข้าใจ แต่ที่ตนพูดเมื่อกี้นั้น “ผมพูดจริงๆนะครับ”

    ต้นบอกว่าตนอยากออกเดตกับเธอ เพราะตนเหนื่อยที่จะไปเริ่มต้นกับใครใหม่ เธอเป็นคนที่เข้าใจตนดีที่สุดและก็เจอปัญหาคล้ายๆกันด้วย มิ้มติงว่าเขาอย่าเพิ่งปิดโอกาสตัวเอง นัดพรุ่งนี้จะมาชวนเธอใหม่อีกครั้ง มิ้มตอบอย่างถนอมน้ำใจว่าจะลองคิดดู ฝ่ายต้นเมื่อแยกจากมิ้มแล้วคิดถึงคำพูดที่ศรันย์ย้ำความรู้สึกของเขากับมิ้ม ต้นแค่นยิ้มนัยน์ตาวาวน่ากลัวพึมพำ...

    “แล้วแกจะได้รู้ว่า...การโดนแย่งคนที่แกรักมันเป็นยังไง ไอ้ศรันย์!”

    พอศรันย์กลับถึงคลินิก ไม่นานระรินก็ตามมาตรงไปเกาะแขนเขาทักอ่อนหวาน “ว่าไงคะ...แฟน” ศรันย์แกะมือเธอออกตำหนิว่าสิ่งที่เธอทำมันล้ำเส้นตนเกินไปแล้ว ระรินลอยหน้าถามว่าล้ำเส้นยังไง ในเมื่อมันยังอยู่ในกำหนดเวลาของเรา

    “ก็เพราะอย่างนั้น ผมถึงไม่ปฏิเสธอะไรต่อหน้าสื่อให้คุณเสียหน้า แต่ที่นี่ไม่มีสื่อ ผมขอบอกคุณไว้ตรงนี้เลยนะว่าครบสัญญาเมื่อไหร่ ระหว่างเราจบ!!” ระรินถามว่าเป็นแฟนตนเสียหายตรงไหน ท้าว่าให้โอกาสตนทำหน้าที่แฟนให้ครบก่อนเขาอาจชอบก็ได้ “ไม่หรอก ผมรู้ว่ารสนิยมผมเป็นแบบไหน ผมชอบคลีนๆ ไม่มีสารเคมี”

    ระรินไม่พอใจสะบัดเดินออกไป มดแดงสะใจ มองซ้ายมองขวาแล้วหยิบโทรศัพท์โทร.ออก...

    เลิกงานกลับถึงบ้าน ศรันย์แปลกใจที่เห็นต้นรออยู่ก่อนแล้ว ต้นทำทีมาขอโทษที่ทำให้เขาไม่สบายใจเมื่อตอนบ่าย

    “ฉันเองต่างหากที่ต้องขอโทษแกเรื่องคุณริน แต่ฉันมีความจริงต้องบอกแกจริงๆนะ คุณรินให้ฉันทำสัญญา 1 เดือนเพื่อเป็นแฟนเขา แลกกับ...”

    “จะแลกกับอะไรก็ไม่สำคัญหรอก ยังไงก็แปลว่าเขาชอบแก แล้วฉันก็ตัดใจจากเขาได้แล้วด้วย แกไม่ต้องห่วง”

    ศรันย์ชมว่าอย่างนี้เขาก็ดีเกินไปสำหรับคุณริน ต้นถามต่อทันทีว่า แต่คงดีพอสำหรับคุณมิ้มใช่ไหม? ศรันย์ถามว่าเขาเอาจริงหรือ ต้นบอกว่าเอาจริง เวลาตนอยู่กับมิ้มมันสบายใจดี ศรันย์อึ้งถามหยั่งเชิงว่าเขาบอกมิ้มหรือยัง

    “บอกแล้ว เขาตอบว่า...โอเคค่ะ ฉันจะลองคิดดู... น่ารักว่ะ ฉันเห็นแก่สนิทกับคุณมิ้มฉันเลยอยากมาขอคำแนะนำว่าเขาชอบอะไรยังไง”

    ต้นทำสงครามจิตวิทยากับศรันย์จนหวั่นไหว พอดีมีโทรศัพท์เข้าเครื่องศรันย์ หน้าจอโชว์ชื่อระริน ต้นสอดตาเห็น บอกให้เขาไปรับโทรศัพท์ก่อน ศรันย์จึงถือโทรศัพท์ออกไปคุย ต้นถือโอกาสเดินสำรวจไปรอบๆ

    แล้วคืนนี้ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อศรุธเดินลงมาจากชั้นบนเห็นด้านหลังของต้นที่ยืนมองรูปถ่ายครอบครัวของศรุธอยู่ ศรุธนึกว่าศรันย์แต่พอต้นหันมาต่างก็มองกันตะลึง!

    เหตุการณ์ในอดีตกระแทกเข้ามาในความทรงจำทันที! วันนั้นศรุธเดินควงนุดีกะหนุงกะหนิงกันมา ถูกต้นไปยืนขวางหน้า กระชากนุดีจากศรุธอย่างแรง ตวาด “อย่ายุ่งกับเมียกู!!”

    ศรุธเห็นต้นก็ถอยหนีขึ้นบันได ต้นเดินตามขึ้นไปช้าๆ คำรามหน้าตาถมึงทึง

    “หึๆ ไม่นึกเลยว่าจะจุดไต้ตำตอขนาดนี้ พวกแกมันสารเลวทั้งพ่อทั้งลูก”

    “แก...แกจะทำอะไร” ศรุธถามพลางถอยหนี ต้นตามไปทีละก้าว...ทีละก้าว...อย่างดุร้าย

    ศรันย์ออกไปคุยโทรศัพท์กับระริน เขาตัดบทอย่างหัวเสียว่าเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ตนก็ไม่มีอะไรจะพูดด้วย แล้วตัดสายเลย พลันก็ได้ยินเสียงต้นร้อง “ช่วยด้วย คนตกบันได” พลางวิ่งออกไปหาศรันย์บอกว่าพ่อเขาตกบันได ศรันย์ตกใจมากวิ่งเข้าไปประคองพ่อ ถามป้าแววว่าเกิดอะไรขึ้น ป้าแววเพิ่งวิ่งเข้ามาบอกว่าไม่ทราบได้ยินเสียงร้องตนจึงวิ่งเข้ามาดู

    ศรันย์รีบพาพ่อส่งโรงพยาบาล ในขณะที่ต้นยืมมองเหตุการณ์อย่างสะใจ

    ooooooo

    รุ่งขึ้นมิ้มไปเยี่ยมศรุธที่โรงพยาบาลเห็นสภาพที่เหนื่อยล้าทรุดโทรมของศรันย์แล้วก็สงสาร ขณะนั่งรอหมอที่หน้าห้องผ่าตัด ศรันย์หลับเอนหัวมาพิงไหล่ มิ้มได้แต่มองไม่กล้าปลุก พอหมอออกจากห้องผ่าตัดเขาลุกพรวดไปถามอาการพ่อ

    หมอบอกว่าพ่อเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว รอฟื้นแล้วจะให้อาจารย์หมอมาดูอีกที หมอฝากเคสนี้ให้หมอริทดูต่อ แล้วหมอริทจะส่งผลเอกซเรย์ให้อาจารย์หมอดู มีบางอย่างน่าเป็นห่วง หลังกระแทกค่อนข้างแรง ศรันย์ หงุดหงิดถามว่าทำไมอาจารย์หมอกับหมอริทไม่มาดูตอนนี้เห็นคนไข้ไม่สำคัญหรือไง

    หมอพยายามอธิบายเหตุผลแต่ศรันย์ห่วงพ่อจนขาดเหตุผลต่อว่าหมอรุนแรง จนมิ้มต้องบอกให้หมอไปก่อน ตนจะจัดการทางนี้เอง มิ้มบอกให้ศรันย์ใจเย็นๆ เข้าใจความห่วงใยพ่อของเขา แต่อะไรที่เกิดขึ้นแล้วเราต้องรับมันให้ได้

    แต่ในนาทีนี้ศรันย์ไม่อาจรังฟังอะไรได้จนมิ้มตัดบทว่าถ้าพ่อเขาลุกขึ้นมาพูดได้ก็คงพูดเหมือนตน แล้วเดินไปเลย

    มิ้มกลับบ้าน ป้าอรสังเกตเห็นว่าหน้าตาหมองคล้ำถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า มิ้มบอกว่าไม่ใช่เรื่องของตนหรอก ป้าอรหว่านล้อมว่าไม่ว่าเรื่องอะไรไพ่ยิปซีช่วยหาทางออกได้ทุกอย่าง ถามว่าหนูมิ้มเครียดแทนใครอยู่หรือ มิ้มตัดสินใจบอกว่าคุณพ่อศรันย์ตกบันได ป้าอรตกใจมากถามว่าอาการหนักไหม มิ้มบอกว่าลองถามไพ่ยิปซีดูดีกว่า

    มิ้มหยิบได้ไพ่ 10 ดาบ ป้าอรบรรยายว่า

    “Ten of Swords ไพ่ 10 ดาบ คนที่ได้ไพ่ใบนี้ ให้ระวังโดนทรยศหักหลัง ถูกลอบทำร้ายบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้าโรงพยาบาล” ป้าอรหน้าซีดย้ำว่าเรียกว่ามีเคราะห์ ดวงตกสุดๆ มิ้มถามว่าแล้วต้องทำยังไง เห็นป้าอรหน้าซีดมาก ถามว่าเป็นอะไร ป้าอรบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่พอเข้าห้องพระ ป้าอรก็ไหว้พระภาวนา...“ช่วยคุ้มครองคุณศรุธด้วยนะเจ้าคะ”

    รุ่งขึ้น อรดีก็เอาผ้าโพกศีรษะ ใส่แว่นดำ เดินไปสังเกตแถวห้องพักคนป่วยของศรุธ เห็นปลอดคนก็ผลุบเข้าไปทันที เห็นศรุธนอนไม่ได้สติอยู่ก็เข้าไปจับมือพึมพำ “อย่าเป็นอะไรนะคุณ”

    เหมือนปาฏิหาริย์ ศรุธลืมตาขึ้น พอเห็นอรดีอยู่ตรงหน้าก็ตะลึงอึ้ง พยายามจะขยับตัวแต่ทำไม่ได้ มีแต่เสียงครางในลำคอกับกลอกตารับรู้การมาของเธอ อรดีบอกเขาว่าอย่าฝืนเลย ตนรู้...ตนรู้แล้ว...

    ศรุธน้ำตารื้น ทั้งสองมองกันซาบซึ้งน้ำตาคลอ...

    ศรันย์เพิ่งมาถึง เขาพบหมอริทจึงแวะคุยกัน หมอบอกอาการของศรุธว่า กรณีของคุณพ่อเขา บาดเจ็บไขสันหลังบริเวณคอทำให้แขนขาทั้งสองข้างรวมทั้งลำตัวเป็นอัมพาต ศรันย์ช็อก หมอริทปลอบใจว่าอย่าเพิ่งใจเสีย ทุกอย่างมีทางแก้

    อรดียังอยู่กับศรุธ เธอขอโทษที่หนีเขาไป รู้ว่าเขาตามหาตนตลอดแต่ตนกลับไม่ได้จริงๆ

    ทันใดนั้นมีเสียงเปิดประตูที่ส่วนห้องรับแขก อรดีตกใจไม่รู้จะหนีไปไหนจึงไปแอบหลังม่าน ศรันย์เข้ามาทักพ่อด้วยความดีใจว่าได้ข่าวว่าพ่อฟื้นขึ้นมาตอนเช้ามืดเป็นยังไงบ้าง แล้วเห็นแสงแดดส่องจึงจะไปปิดม่าน อรดียืนตัวลีบแทบไม่กล้าหายใจ แต่โชคดีที่ระรินถือกระเช้าผลไม้เข้ามาพอดี ศรันย์จึงไปรับ

    ระรินแสดงตัวเป็นคนรักของศรันย์เต็มที่จนศรันย์อึดอัดแต่เมื่อถูกระรินปรามว่าอย่าลืมสัญญาที่ต้องตามใจตนจึงจำต้องยอมทำตามเธอ เมื่อเธอชวนออกไปหาอะไรกินกันจึงออกไป

    เมื่อทั้งสองออกไปแล้ว อรดีออกจากที่ซ่อน เข้ามาพูดกับศรุธอย่างรับไม่ได้ว่า

    “ผู้หญิงอะไร ชอบสั่ง มาถึงก็พูดๆๆ สั่งๆๆ คุณปล่อยให้ลูกคบไปได้ยังไงเนี่ย” พูดแล้วนึกได้ บอกว่า “โทษทีๆ ลืมไป ฉันก็ไม่ได้อยู่กับลูก แต่อีกไม่นาน ฉันจะอยู่กับลูกได้แล้ว จนกว่าจะถึงวันนั้น คุณต้องรักษาเนื้อรักษาตัวนะเข้าใจไหม”

    ศรุธพูดไม่ได้ เขากะพริบตาถี่ๆอย่างรับรู้ มองอรดีด้วยความปลื้มปีติไม่วางตา

    ooooooo

    ระรินกับศรันย์ไปที่ห้างเพื่อหาร้านอาหาร แต่ระหว่างนั้นมีรถติดฟิล์มดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาเบียดจนรถเธอเกือบตกถนน ระรินโมโหเข้าเกียร์จะเอาคืน ศรันย์ลงจากรถพูดประชดว่าจะไปก็รีบไปเดี๋ยวไม่ทัน แต่เธอก็ไม่กล้า

    ขณะเดินในห้าง จู่ๆก็มีหมอดูผู้หญิงแต่งตัวรุ่มร่ามเข้ามายื่นยันต์ให้ระรินกับศรันย์ บอกว่า

    “เก็บไว้กับตัวนะหนู มันจะช่วยให้พ้นเคราะห์พ้นโศก เธอสองคนจะพบเคราะห์หนักมีคนปองร้ายถึงชีวิตต้องระวังตัวให้ดีทั้งสองคนเลย”

    แต่ระรินกลับมองว่าเป็นการมาขายของ พูดดูถูกว่าอยากได้เงินก็ขอตรงๆเลยอย่ามาแช่งกัน หมอดูบอกว่าไม่ได้แช่งแต่พวกเธอมีเคราะห์จริงๆ ต้องมีผ้ายันต์นี้ไว้ ระรินรำคาญควักเงินให้และไล่ให้ไปเสียไม่อย่างนั้นจะเรียก รปภ.

    “พอได้แล้ว คุณริน ไป” ศรันย์ลากเธอออกไป ระรินยังไม่วายหันมองหมอดูอย่างไม่พอใจ บ่นกับศรันย์ว่าไม่มีอารมณ์จะกินอะไรแล้ว และยิ่งเมื่อไปถึงรถเห็นรอยขีดเป็นตัวอักษรว่า “ร่าน” ระรินก็ยิ่งของขึ้น ศรันย์บอกว่าป้าหมอดูนั่นอาจจะแม่นก็ได้ ระรินจึงนึกได้ว่าหมอดูในงานปาร์ตี้ก็เคยทักตนเหมือนกัน

    ระรินจึงไปหามิ้มที่รับผิดชอบงานปาร์ตี้วันนั้นให้พาไปหาหมอดูคนนั้น ป้าอรให้ระรินเปิดไพ่ ระรินเปิดได้ไพ่ 10 ดาบ ป้าอรทำนายว่า “ไม่ดีนะไพ่ใบนี้ เธอจะมีเคราะห์หนัก ถึงขั้นเลือดตกยางออกหรืออาจจะรุนแรงกว่านั้น”

    แทนที่จะฟัง ระรินพูดเยาะว่าดูแบบนี้ใครๆก็ดูได้ บอกได้ไหมว่ามีเคราะห์เพราะอะไร ที่ไหน จากใคร ทำได้ไหม

    “แหม...หมอดูชี้ชัดไม่ได้หรอกนะ แต่เคราะห์เพราะอะไรน่ะพอรู้ ก็เพราะความแรดที่เกิดจากความรักน่ะ เธอกำลังพัวพันรักเผื่อเลือกมากกว่าหนึ่ง แต่ที่แน่ๆ มีคนนึงผู้ชายผิวขาว รูปหล่อ ขาวตี๋ ดูดีมีสกุลทำงานเกี่ยวกับดูแลผู้คนใช่ไหม”

    “ต่อค่ะ” ระรินเริ่มเชื่อ แต่พอป้าอรบอกว่า

    เขาไม่ใช่เนื้อคู่ของเธอ เพราะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว...มากด้วย ไม่ได้มีใจให้เธอสักนิด ระรินก็ปรี๊ด พูดเกือบเป็นตะโกนว่า “ไม่จริ๊ง!!! เขาชอบหนู แม่หมอนี่แก่แล้วพูดจาเลอะเทอะ ถามอะไรก็ตอบไม่ได้ พอ! เสียดายเวลาจริงๆ บายค่ะ!!” พูดแล้วเดินออกไปปิดประตูปังใส่หน้า

    “เออ! บายไปไกลๆเลยจ้ะ พูดอะไรก็ไม่ฟัง ฉันบอกเลยนะ ถ้าเธอไม่ทำตัวเป็นนางวันทองสองใจ เหยียบเรือสองแคมก็ไม่ต้องมาเจอเคราะห์กรรมแบบนี้หรอก!!”

    ระรินเดินปึงปังออกมา มิ้มถามว่าดูเสร็จแล้วหรือ เธอกระแทกเสียงใส่ว่าไม่เสร็จแต่ไม่ดูแล้ว หลอกลวง!!

    เมื่อป้าอรเดินออกมา มิ้มถามว่าป้าทำอะไรเขาหรือเดือดใหญ่เลย

    “คนอย่างนี้ ถ้าไม่พูด มันจะรู้ตัวไหมล่ะหนูมิ้ม”

    ป้าอรเห็นบัญชีคลินิกที่มิ้มทำเสร็จแล้ว มิ้มบอกว่าพรุ่งนี้จะเอาไปส่ง ป้าอรฝากบอกว่า

    “ถ้าเจอคุณหมอ ก็บอกให้เขาดูแลตัวเองด้วยนะหนูมิ้ม ฝากเตือนให้เขาทำบุญสะเดาะเคราะห์บ้างก็ดี”

    ดังนั้นรุ่งขึ้นเมื่อมิ้มเอาบัญชีไปส่งจึงชวนศรันย์ไปทำบุญไถ่ชีวิตวัวที่โรงฆ่าสัตว์ เลือกไถ่ตัวที่ตั้งท้องเพื่อจะได้ไถ่ได้สองชีวิตเลย พอเลือกได้เจ้าหน้าที่บอกราคาสองหมื่นสอง มิ้มก็โอดครวญว่ามากันตั้งไกลลดหน่อยได้ไหม เจ้าหน้าที่อึ้งๆเหวอๆ ศรันย์แซวขำๆว่า

    “โหคุณ...ทำบุญต้องต่อด้วยหรือ ได้ช่วยแม่กับลูกในท้องแล้วไง คุ้มแล้ว” แล้วควักเงินให้เจ้าหน้าที่ไป

    เพราะมิ้มปิดประตูคอกวัวไม่ดี มีลูกวัวตัวหนึ่งเดินออกมา มิ้มเลยขอไถ่ชีวิตด้วย แต่ให้ศรันย์จ่ายไปก่อน รับปากจะจ่ายคืนให้ภายใน 10 เดือน 0 เปอร์เซ็นต์

    ขณะนั้นเอง ระรินโทร.เข้ามือถือของศรันย์ถามว่าเขาทำอะไรอยู่

    “ผมช่วยคนไข้อยู่ แค่นี้นะครับ” ศรันย์ตอบแล้วตัดสาย เขามองวัวทั้งหมดในคอก...คิดอะไรบางอย่าง...

    ooooooo

    ศรันย์หายไปนานจนมิ้มสงสัย พอพนักงานกลับมาก็บอกว่าแฟนเธอเหมาไถ่ชีวิตหมดเลย มิ้มตาโตถามว่ากี่แสน?

    “ผมก็แค่ช่วยเท่าที่ทำได้ ถึงพรุ่งนี้โรงฆ่าสัตว์จะยังมีอยู่ แต่วันนี้ก็ไม่มีตัวไหนถูกฆ่า ถือว่าพวกนี้โชคดีที่ได้เจอผมก็แล้วกัน”

    มิ้มทึ่งในความใจดีของเขา นึกถึงตัวเองที่เขาได้ช่วยไว้หลายเรื่อง เอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

    “ฉันก็เหมือนวัวพวกนั้นนะ ฉันโชคดีเหมือนกันที่ได้เจอคุณ คุณช่วยฉันไว้ตั้งหลายอย่าง งาน เงิน ลุงกับป้าอีก ถ้าใครจะขอบคุณคุณแทนวัวได้ ก็ต้องเป็นฉันนี่แหละค่ะ ขอบคุณนะคะ คุณศรันย์”

    มิ้มขอบคุณเขาอย่างซาบซึ้ง จริงใจ รู้สึกจริงๆว่าตัวเองโชคดีที่ได้เจอคนดีๆอย่างเขา

    ศรันย์มองมิ้มใจเต้นแรง ทำเป็นมองไปที่ถนนแก้เขิน แววตาเปี่ยมด้วยความสุข...

    ooooooo

    ที่แท้ทั้งรถติดฟิล์มดำที่ขับเบียดรถระรินจนเกือบตกถนนและรอยขีดเขียนรถด่า “ร่าน” เป็นฝีมือชายชุดดำที่ต้นจ้างไปก่อกวนระรินกับศรันย์ เมื่อทำงานเสร็จพวกนั้นเอารูปที่แอบถ่ายระรินกับศรันย์มาให้ต้นดู มันถามว่า

    “เอ่อ...แฟนนอกใจเหรอครับคุณ”

    “ผู้หญิงที่ร่านไม่รู้จักพอทุกคน มันต้องได้รับบทเรียน” ต้นตอบ แต่ใจคิดถึงนุดี

    เมื่อ 10 ปีก่อน เขายังเป็นนักศึกษาแต่นุดีทำงานแล้ว เขาอยู่คอนโดกับนุดีฉันสามีภรรยา วันนั้น เขาเตรียมอาหารเย็นไว้แล้ว รอนุดีกลับมากินด้วยกัน รอนานผิดปกติจึงโทร.ถาม

    “พี่นุดี อยู่ไหนแล้วครับ ต้นรอตั้งนานแล้ว ใกล้ถึงแล้วเหรอ โอเคๆ เจอกันครับที่รัก”

    พอต้นวางสายก็ได้ยินเสียงเครื่องซักผ้าที่ระเบียงร้องเตือนเขาจึงลุกไปดู เขาหยิบเสื้อผ้าจากตะกร้ามาตาก ทำผ้าเช็ดหน้าหล่นลงไปข้างล่าง ต้นชะโงกดู เขาผงะเมื่อเห็นนุดีลงจากรถหรูของเสี่ย เสี่ยเดินมาส่งหอมแก้มซ้ายขวาก่อนกลับ

    ต้นช็อก! แววตาเจ็บปวดแสนสาหัสที่ถูกนุดีนอกใจ!

    ต้นสลัดจากความนึกคิดนั้น หันมาหยิบซองให้ชายชุดดำที่รับงาน

    “ค่าทำงาน แล้วนี่อีกคน จัดการด้วย”

    ชายชุดดำถามว่า ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม พลางดึงรูปออกมาดู เป็นรูปศรันย์นั่นเอง!

    ระรินโทร.หาศรันย์แล้วเขาบอกว่าช่วยคนไข้อยู่ เธอมาที่คลินิกถามมดแดงว่าศรันย์อยู่ไหน ช่วยคนไข้อยู่ใช่ไหม

    “เปล่านะคะ วันนี้คุณหมอไม่มีเคส ออกไปกับน้องมิ้มตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ” มดแดงคุยจ้อ พอนึกได้ก็ร้องอุ๊บที่หลุดปาก ระรินเม้มปากแล้วเดินลงส้นออกไปทันที มดแดงมองพึมพำแปลกใจ “วันนี้ไม่ปรี๊ดแฮะ”

    แต่พอเข้าไปนั่งรถปิดประตูแล้ว ระรินก็กรี๊ดคอแทบแตก จนคนที่เดินผ่านไปมาหันมอง เธอตาขวางเสียงเขียวใส่ว่า “มองอะไร!!!” บรรดาคนเหล่านั้นต่างหันหน้าหนีเดินก้มหน้างุดไป ระรินนึกถึงศรันย์กับมิ้มแล้วก็ยิ่งแค้น คำราม

    “กล้ายุ่งกับของของฉันเหรอ...ได้!! แกเจอดีแน่ นังมิ้ม!!”

    ooooooo

    ศรันย์ขับรถมาส่งมิ้มที่บ้านในตอนเย็น มิ้มขอบคุณที่มาส่ง ศรันย์ขอบคุณมิ้มที่ชวนไปทำบุญทำให้เขาสบายใจขึ้น ขณะนั้นเองป้านงค์กลับจากตลาดหิ้วถุงอาหารมาหลายถุง เข้าไปเคาะกระจกรถบอก

    “คุณหมอ หนูมิ้มมากินข้าวกันลูก ป้าซื้อกับข้าวมาเต็มเลย”

    พอเข้าบ้าน ลุงธงก็บีบจมูกตัวเองถามว่าใครเหยียบขี้หมามา ศรันย์บอกว่าคงเป็นขี้วัวมากกว่า ป้านงค์บอกให้รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย บอกลุงธงให้เอาเสื้อผ้าไปให้ศรันย์เปลี่ยนด้วย มิ้มบอกให้ศรันย์ไปรอลุงที่ห้องน้ำข้างนอกดีกว่า

    อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมากินข้าวกันสามคน ป้านงค์บอกว่าลุงธงเอาเสื้อผ้าให้ศรันย์แล้วคงเผ่นไปดูเขาตีไก่ชนบ้านตาแหวนแล้ว

    ขณะป้านงค์เดินไปคดข้าวในครัวนั่นเอง จู่ๆก็วูบทรุดลงกองกับพื้น มิ้มหันมองร้องสุดเสียง

    “ป้านงค์!!”

    ศรันย์วิ่งมาดู ทั้งสองรีบช่วยกันพาป้านงค์ส่งโรงพยาบาล หมอริทเข้าเวรพอดี หลังจากตรวจรักษาแล้ว บอกศรันย์กับมิ้มว่า ป้านงค์มีปริมาณน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป อาจเพราะทานยารักษาระดับน้ำตาลอยู่ บวกกับควบคุมปริมาณอาหารมากเกินไป เลยทำให้น้ำตาลลดจนวูบหมดสติไป แต่ตอนนี้อาการของป้าไม่มีอะไร น่าห่วงแล้ว สบายใจได้

    ระหว่างนั้นระรินโทร.หาศรันย์เขากดตัดสายเพื่อฟังหมอริทเล่าอาการของป้านงค์ พอหมอริทพูดจบ ระรินก็โทร.เข้ามาอีก มิ้มบอกให้เขารับสายเถอะเผื่อมีใครเป็นอะไร

    พอศรันย์รับสาย ก็ถูกระรินซักไซ้ว่าทำอะไรอยู่ทำไมไม่รับสาย ศรันย์บอกว่าตนติดธุระอยู่เสร็จแล้วจะโทร.กลับ แต่เพราะเป็นคนโกหกไม่เป็น พอถูกระรินซักมากเข้า ถามว่า “นี่คุณศรันย์อยู่กับยัยยิ้มใช่ไหมคะ” ศรันย์ก็สารภาพว่า

    “คือพอดีป้าของมิ้มเขาไม่สบาย ผมเลยพามาโรงพยาบาล ถ้าคุณรินไม่มีธุระอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”

    ระรินถูกศรันย์วางสายก็ยิ่งโกรธ จิกตาแค้น

    มิ้มเฝ้าป้านงค์อยู่โรงพยาบาลจนเช้าวันรุ่งขึ้น ศรันย์ซื้ออาหารเช้ามาให้มิ้ม ถามอาการป้านงค์เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวไปทำงาน มิ้มเดินไปส่ง ขอบคุณเขาที่ช่วยป้านงค์ เมื่อวานถ้าตนอยู่คนเดียวก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ศรันย์ตอบจริงใจว่าไม่ต้องขอบคุณ ตนยินดีช่วยอยู่แล้ว

    ขณะนั้นเอง ลุงธงโทร.หามิ้ม มิ้มฟังลุงแล้วตกใจบอกให้ลุงใจเย็นๆ ตนจะกลับไปเดี๋ยวนี้ ศรันย์ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ยัยรินส่งคนมาขนข้าวของในบ้านออกมากองข้างนอก บอกจะยึดบ้านวันนี้ นี่นางเกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย ฉันต้องขอตัวนะคะ ต้องรีบกลับไปดูก่อน”

    ศรันย์จะไปด้วย มิ้มบอกว่าเขาต้องทำงานและถ้าระรินเห็นเขามาข้องแวะกับตนก็จะยิ่งมีปัญหาแล้วทำอะไรบ้าๆมากกว่านี้ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ ตนเข้าใจความปรารถนาดีของเขาแต่ก็ขอให้เขาเข้าใจในมุมของตนบ้าง

    ศรันย์มองมิ้มที่รีบกลับบ้านอย่างเป็นห่วง เขารู้แก่ใจดีว่าทำไมระรินถึงทำกับมิ้มอย่างนี้ ครู่หนึ่งก็คิดอะไรได้ หยิบโทรศัพท์มาโทร.ออก

    ooooooo

    มิ้มนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างตะบึงกลับบ้าน เห็นลุงธงออกมานั่งจ๋องอยู่หน้าบ้านมองข้าวของที่บ้างขนบ้างโยนออกมากองอยู่นอกบ้าน มิ้มพรวดเข้าไปหาพวกนักเลงที่กำลังขนของในบ้านทันที

    “หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้ พวกแกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!” นักเลงคนหนึ่งกำลังดึงรูปที่ผนังบ้านออกมา มิ้มตรงเข้าไปแย่ง สู้มันไม่ได้ก็กัดแขนมัน ถูกมันจับเหวี่ยงออกมาหล่นข้างลุงธง กรอบรูปหล่นแตก ลุงธงรีบเข้าประคองถามว่าเป็นอะไรไหม มิ้มบอกว่าไม่เป็นไร คิดหาทางแก้ปัญหา พลันก็นึกขึ้นได้ รีบโทร.หาระริน

    ระรินทำเล็บอยู่ที่ร้าน พอเห็นมิ้มโทร.เข้ามาก็แสยะยิ้มกดรับสายทักเสียงหวาน

    “มีอะไรเหรอจ๊ะมิ้มเพื่อนรัก...อุ๊ยแก คือตอนนี้ฉันไม่สะดวกคุยเลยอ่ะ ฉันกำลังทำเล็บอยู่ เอาเป็นว่าถ้าแกมีอะไรก็มาหาฉันแล้วกันนะ ฉันเช็กอินร้านในไอจี แกหาทางมาแล้วกัน...เออ...รีบๆหน่อยนะ ถ้าเสร็จแล้ว ฉันจะไปธุระต่อเลย ไม่รอนะ..บัย...” พูดแล้ววางสาย แสยะยิ้มนั่งให้ช่างทำเล็บต่ออารมณ์ดี

    มิ้มบอกนักเลงพวกนั้นว่าให้หยุด ตนโทร.หาระรินแล้วและกำลังจะไปคุยกัน มันบอกว่า

    “ไม่มีใครสั่งกูได้นอกจากนายกู”

    “แล้วถ้าเป็นผมสั่งล่ะหยุดไหม” หมวดปรัชวินทร์ในชุดเต็มยศถาม พอพวกมันเห็นตำรวจก็ร้องเสียงหลง

    “หนีเว้ย!”

    หมวดสั่งให้ตำรวจจับ มิ้มขอบคุณและจะไปคุยกับระริน หมวดถามว่านัดที่ไหนจะไปส่ง มิ้มขอบคุณแต่ขอไปเอง

    “หน้าที่ผมอยู่แล้วครับ แต่ที่สำคัญมีคนกำชับมาว่าให้ดูแลคุณให้ดีด้วย เชิญครับ เดี๋ยวเจ้าหนี้คุณจะเหวี่ยงวินาศมากกว่านี้”

    หมวดไปส่งมิ้มที่หน้าห้างแต่ยังเป็นห่วง มิ้มคิดว่าระรินเป็นเพื่อนกันยังไงน่าจะเคลียร์กันได้ยังไงก็ขอบคุณหมวด

    “ไปขอบคุณคุณศรันย์เถอะครับ ศรันย์เป็นคนบอกผมให้มาช่วยคุณ”

    มิ้มยิ้มเก้อๆ ไหว้ขอบคุณและลา พอหมวดไปแล้วก็ยิ้มอุ่นใจเมื่อนึกถึงความห่วงใยของศรันย์...

    ooooooo

    เมื่อเจอระริน มิ้มถามว่าไหนตกลงกันแล้วไง ระรินหาว่ามิ้มไม่ทำตามข้อตกลงยังติดต่อกับศรันย์และเมื่อวานก็อยู่ด้วยกันใช่ไหม มิ้มบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญเพราะป้าป่วยศรันย์เลยช่วย

    ระรินสั่งให้มิ้มเลิกติดต่อกับศรันย์ทุกทางทั้งไลน์วอทส์แอพ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ถ้าไม่เลิกเล่นก็บล็อกให้หมด มิ้มจำต้องหยิบโทรศัพท์ออกมากดบล็อกแต่ไม่ทันใจระรินเธอแย่งมือถือของมิ้มไปทำเองแล้วส่งคืนให้มิ้มอย่างสะใจ

    วันรุ่งขึ้น ศรันย์ถามมดแดงว่าได้คุยไลน์กับมิ้มหรือเปล่า ตนส่งไลน์ไปตั้งแต่เมื่อคืนไม่เห็นมิ้มอ่าน โทร.ไปก็ปิดเครื่อง มดแดงเสนอให้ทักไปทางอินบ็อกซ์ในเฟซดู ศรันย์ลองเปิดหาแต่ชื่อไม่ขึ้นเลยสงสัยว่าต้องเป็นฝีมือระรินแน่ๆ จะโทร.หามิ้มแต่นึกได้ที่มิ้มขอร้องไว้ว่าเขายิ่งใกล้ชิดตนก็ยิ่งทำให้ตนเดือดร้อนเลยไม่โทร. เช็กที่นัดลูกค้าไว้บ่ายสามจึง
    ออกไปบอกมดแดงว่า

    “เดี๋ยวผมมา”

    บรรดาเพื่อนที่คิวปิดฮัทฟังเรื่องที่ระรินส่งคนไปไล่มิ้มออกจากบ้านก็ไม่พอใจ พราวถามมิ้มว่าระรินทำอย่างนี้ทั้งที่มิ้มส่งค่างวดทุกเดือนหรือ พริมถามว่าแล้วมิ้มจะทำยังไงต่อไป?

    มิ้มบอกอย่างเหนื่อยหน่ายว่าช่างมันเถอะให้มันจบๆไปเสีย พราวถามว่าถ้าศรันย์ยังตามเธออยู่ล่ะ พริมเห็นด้วยเพราะศรันย์ออกจะตื๊อขนาดนั้นเขาไม่ยอมจบแน่ๆ

    มิ้มถามว่าถ้าตนมีใครเขาก็คงเลิก ทันใดนั้นต้นก็เข้ามาทักเสียงแจ่มใส ชวนมิ้มไปทานข้าวกลางวันกัน มิ้มตอบรับทันที และเดินออกไปกับต้น ทิ้งให้พราวกับพริมมองงงกับการตัดสินใจของมิ้ม

    แต่พอมิ้มคล้อยหลังไป ศรันย์ก็มาถามหามิ้ม พราวกับพริมบอกว่ามิ้มเพิ่งออกไปแต่ไม่กล้าบอกว่าออกไปกับใคร บอกเพียงว่าคงจะหาอะไรทานแถวๆนี้ ศรันย์ตามออกไปทันที

    ศรันย์ตามออกไปเจอมิ้มกับต้นกำลังทานอาหารกันอยู่ในร้าน เจอภาพบาดตาที่ต้นกำลังตักอาหารให้มิ้มมองตาหวานซ้ำยังเอากระดาษทิชชูเช็ดข้าวที่ติดข้างแก้มให้มิ้มด้วย มิ้มเห็นศรันย์โผล่เข้ามาก็ตกใจ ศรันย์ถามว่ามิ้มบล็อกเบอร์บล็อกไลน์ตนหรือติดต่อไม่ได้เพราะแบบนี้เองหรือ

    ต้นบอกว่าเขากำลังเข้าใจผิด แต่มิ้มสวนทันทีว่าไม่ผิดหรอก ที่เขาเห็นนั้นถูกต้องแล้ว ฉอเลาะถามต้นว่า ใช่ไหมต้นผสมโรงชวนทานข้าวกันต่อ แกล้งถามศรันย์ว่าระรินหายไปไหนปกติเห็นตัวติดกัน มิ้มประชดบอกต้นว่าปล่อยเขาไปทานข้าวกับแฟนดีกว่าอย่ารบกวนเขาเลย ศรันย์รู้ว่าถูกประชดทั้งเสียใจและโกรธกลับไปทันที

    ต้นทำทีเรียกไว้แต่ศรันย์ทำเป็นไม่ได้ยินเดินไปเลย ต้นแอบยิ้มอย่างสะใจ

    ศรันย์กลับไปเอารถที่คิวปิดฮัท ระหว่างทางเจอหนูษากับออย หนูษาถามว่าเจอมิ้มไหม แต่ศรันย์เดินหน้าตึงผ่านไปไม่ตอบ ก็สงสัยว่าโกรธใครมา ออยบอกว่าต้องเป็นมิ้มนั่นแหละที่ใช้แผนเอาต้นมาเป็นแฟนกันเขา

    หนูษาถามว่าแผนมิ้มคืออะไรและแผนของศรันย์คืออะไร ออยสงสัยว่าศรันย์ชอบมิ้มแต่ฝืนความรู้สึกตัวเองไปควงระริน บอกหนูษาว่าเราต้องรู้ให้ได้ว่าศรันย์ไปควงระรินทำไม ออยคิดๆแล้วบอกหนูษาว่า “ต้องมีวิธี”

    ooooooo

    เช้าวันนี้มิ้มไปให้ป้าอรดูดวงให้ ป้าอรบอกว่าวันนี้อยากรู้อะไรตั้งสมาธิดีๆแล้วถามไพ่เลย

    วันนี้มิ้มหยิบได้ไพ่ The Judgement ป้าอรบรรยายความหมายให้ฟังว่า

    “The Judgement ไพ่การพิพากษาหรือไพ่กรรมกำหนด หมายถึงการมองย้อนไปในอดีตแล้วประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นเรียนรู้เป็นประสบการณ์และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยความรัก ไพ่ใบนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ซ้ำอีกครั้ง หมายถึงการกลับไปคืนดีกันและตัดสินใจแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ของความรักและรู้จักการให้อภัยซึ่งกันและกัน”

    มิ้มฟังป้าอรแล้วยิ้มอย่างมีความหวัง

    วันเดียวกันนี้ ระรินไปที่คลินิกชวนศรันย์ไปทานข้าวกลางวัน ศรันย์อึกอักถามว่าเป็นวันหลังจะดีไหม

    ระรินอ้อนว่าเราไม่ได้ทานข้าวกันหลายวันแล้ว ทันใดนั้น แพตตี้ก็แจ๋เข้ามาดันระรินออกไปและควงแขนศรันย์แทนถามเสียงหวาน

    “คุณหมอขา...รอแพตตี้นานไหมคะ...แพตตี้แต่งตัวนานไปนิดนึง จะได้สวยสมกับนัดแรกของเรา”

    “นี่แกเป็นใคร แล้วนัดกับใคร!” ระรินตีหน้ายักษ์ใส่ทันที แพตตี้ลอยหน้าบอกว่าตนเป็นคู่เดตคนใหม่ที่คิวปิดฮัทจับคู่ให้คุณหมอ ย้อนถามเยาะๆว่าแต่เธอเป็นใครล่ะ? “ฉันก็เป็นแฟนคุณศรันย์...ไปทานข้าวกันเถอะค่ะศรันย์ อย่าไปสนสก๊อยพวกนี้เลย”

    แพตตี้ไม่ยอมอ้างว่าหมอนัดกับตนแล้ว ระรินสะอึกเข้าใส่ไล่ให้ถอยไปไม่งั้นตบ! แพตตี้ท้าแล้วชวนศรันย์ไปกันตนหิวแล้ว ศรันย์งงเป็นไก่ตาแตกแต่ก็ตามน้ำไปเพราะเบื่อระรินมาก

    ระรินเหวอที่ถูกศรันย์ทิ้ง โกรธแทบกรี๊ดแต่สะกดไว้ตามออกไปขู่ศรันย์ว่าถ้าเขาไม่ไปกับตน ตนจะขายที่ดินนั้นให้คนอื่น ทำให้ศรันย์ชะงักทันที ระรินขู่ซ้ำว่า

    “ถ้าคุณไม่ทำตามสัญญาที่เราตกลงกันไว้ รินจะยึดบ้านยัยมิ้ม แล้วเดินหน้าสร้างคอนโดต่อทันที”

    แพตตี้เก็บข้อมูลหูผึ่ง ส่วนมดแดงก็แอบถ่ายคลิปไว้ทุกอิริยาบถ

    เมื่อถูกระรินขู่ ศรันย์อ้างว่าอีกสองวันก็ครบกำหนดหนึ่งเดือนตามสัญญาเธอต้องขายที่ให้ตน ระรินบอกว่าจะต่อสัญญาอีกหนึ่งเดือน ศรันย์ไม่ต่อให้ แพตตี้จับความได้ ร้องเสียงดังว่า

    “ว้าย...หน้าไม่อายผู้ชายเขาไม่ชอบก็เอาของมาล่อ แบบนี้รึเปล่าที่เขาเรียกว่า เปย์!!!”

    “อี...อี...อีบ้า!!” ระรินไม่กล้ากรี๊ดตะโกนด่าแล้วเดินออกไป มดแดงกับแพตตี้สบตายิ้มสะใจอย่างรู้กัน

    แพตตี้เอาคลิปนี้ไปให้หอมหมื่นลี้กับออยดู ออยดูแล้วจึงรู้ความจริงว่า ศรันย์ยอมไปเดตกับระรินเพื่อเจรจาขอซื้อที่ดินกลับมาให้มิ้ม หนูษาชมว่าแมนจริงๆ บอกว่าเราต้องรีบบอกให้มิ้มรู้ไม่อย่างนั้นจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่

    ออยขอบใจแพตตี้ที่เล่นได้เนียน บอกแพตตี้ว่าเดี๋ยวให้ส่งคลิปนี้ให้ด้วยแล้วมอบของขวัญให้เป็นกล่องเซตเครื่องสำอางอย่างดีให้ แพตตี้ดีใจได้ของถูกใจ ส่วนออยกับหอมหมื่นลี้ดีใจที่ได้รู้ข้อตกลงของศรันย์กับระริน

    แต่แล้วคืนนี้ขณะศรันย์ขี่มอเตอร์ไซค์กลับก็ถูกชายฉกรรจ์ขับรถเก๋งตีคู่แล้วยิงใส่ ศรันย์หักรถหลบชนเสา รถเก๋งชะลอดูผลงานแล้วขับหนีไป

    ศรันย์พยายามช่วยตัวเอง แต่เจ็บไปทั้งตัว โชคดีที่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านมาช่วยพยุงขึ้น และมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกคันผ่านมาช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล ทั้งหมดออกจากสถานที่เกิดเหตุโดยไม่รู้ว่าโทรศัพท์ของศรันย์หล่นอยู่ตรงนั้น

    ไม่นานต้นก็ไปถึงที่เกิดเหตุ เจอโทรศัพท์ของศรันย์ตกอยู่ ต้นหยิบโทรศัพท์กำแน่นอย่างแค้นใจจิกตาร้าย

    เป็นวันที่มิ้มรับป้านงค์ออกจากโรงพยาบาล พอกลับถึงบ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากมดแดงบอกเรื่องศรันย์ มิ้มรีบไปโรงพยาบาลทันที ถามศรันย์ว่าเกิดอะไรขึ้น

    “คุณคงไม่ได้อยากรู้เรื่องผมเท่าเรื่องไอ้ต้นหรอกมั้ง” ศรันย์ประชด มิ้มแอบขำที่เห็นผู้ชายงอน

    “โอเค...ฉันต้องขอโทษเรื่องคุณต้นฉันแกล้งทำแบบนี้เพราะฉันไม่อยากให้คุณมายุ่งกับฉันอีก เพราะอะไรคุณก็รู้แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าที่ผ่านมาคุณได้ทำอะไรลงไปเพื่อฉัน”

    ศรันย์งงๆว่ามิ้มพูดอะไร ที่แท้มิ้มรู้จากคลิปที่หนูษากับออยส่งให้ดูแล้ว เมื่อมิ้มเปิดคลิปดูเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่คลินิกระหว่างแพตตี้กับระริน มิ้มก็บอกเขาว่า

    “จริงๆแล้วคุณไม่จำเป็นต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยฉันขนาดนั้นก็ได้”

    “ปกติผมไม่ค่อยยุ่งเรื่องของคนอื่นหรอกนะ แต่มิ้ม...คุณไม่ใช่คนอื่นสำหรับผม”

    ศรันย์มองมิ้มอย่างเปิดเผยความรู้สึกจนมิ้มเขิน เปลี่ยนเรื่องถามว่าเขาจะกลับยังไง ศรันย์บอกว่ากลับแท็กซี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านแล้วไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลต่อ บ่นว่าวันนี้มาเกิดเรื่องเสียก่อนเลยยังไม่ได้ไป มิ้มจะไปเป็นเพื่อน เขาบอกว่าอย่าเลยมันดึกแล้ว แต่ตอนนี้หิวมากเลย

    ทั้งสองแวะที่ร้านอาหารข้างทาง ศรันย์กินอย่างเอร็ดอร่อย มิ้มถามว่าหิวมากหรือ เขากินไปพยักหน้าไปบอกว่าตั้งแต่กลางวันยังไม่ได้กินอะไรเลย

    “อย่าหาว่าฉันยุ่งเลยนะคะ ตอนนี้คุณก็เจ็บ พ่อก็ล้มป่วย น่าจะมีใครมาช่วยบ้าง”

    “ผมเป็นคนไม่มีญาติ ตั้งแต่แม่หายไปเราเหลือกันสองคนพ่อกับผม” มิ้มถามว่าเขาได้ออกตามหาท่านบ้างไหม “ตามสิครับ ทั้งลงประกาศคนหายทั้งจ้างนักสืบ ไปตามเองก็หลายที่แต่ก็ไม่พบ”

    มิ้มถามว่าเขาไปตามหาที่ไหนบ้าง ศรันย์เล่าว่าแม่เขาชอบดูหมอจนสามารถเป็นหมอดูเองได้ เล่าให้มิ้มฟังว่า...

    “ผมเลยเดาว่าแม่น่าจะต้องทำอาชีพนี้เพื่อเลี้ยงตัวเอง เพราะแม่เป็นแค่แม่บ้านไม่เคยทำงานอะไรมาก่อน ผมใช้วิธีขับรถตระเวนไปที่ที่เขามีหมอดู หรือเห็นที่ไหนผมก็จะแวะเข้าไปดู หวังว่าสักวันจะเจอแม่”

    “คุณมีรูปคุณแม่ติดตัวไหม ฉันขอดูหน่อยเผื่อฉันเคยเห็นเคยผ่านมาบ้าง เพราะฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้หมอดูเลยล่ะ”

    ศรันย์จะเอารูปแม่ในโทรศัพท์ให้ดูจึงรู้ว่าโทรศัพท์หาย บอกว่าไปถึงบ้านแล้วจะส่งให้ทางเฟซไลน์ บอกมิ้มว่าให้เลิกบล็อกผมได้แล้ว มิ้มรับปากหัวเราะเบาๆ กับสาเหตุการบล็อก

    มิ้มกลับถึงบ้าน ขณะพาป้านงค์เข้านอน ก็ได้รับไลน์จากศรันย์ว่า “รูปแม่ผม” พร้อมรูปถ่ายเล็กๆ มิ้มขยายรูปใหญ่ขึ้น มิ้มช็อกเมื่อเห็นภาพชัดๆ อุทาน...

    “ป้าอรดี!!!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”
    28 ก.ย. 2563

    09:01 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 09:50 น.