ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    กามเทพซ้อนกล

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขณะมิ้มกำลังเคลิ้มกับคำบอกรักของศรันย์นั่นเอง ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พอรับสายก็ยิ่งหน้าเสีย เมื่อระรินรัวระบายอารมณ์เรื่องต้นมาราวกับปืนกลแล้วบอกว่าตนตัดสินใจแล้วว่า “ฉันชอบคุณศรันย์ ฉันจะเอา!!”

    มิ้มพยายามหาทางบ่ายเบี่ยงแต่ถูกระรินดักคอว่าตนดูออกว่าศรันย์ชอบเธอ แต่ตนไม่แคร์ขอแต่ให้มิ้มถอยออกไป ที่เหลือตนจะลุยเอง ขู่ตามเคยว่า

    “ง่ายๆแค่นี้เอง แล้วฉันจะโอนโฉนดให้เป็นชื่อเธอทันทีที่เขาตอบรับฉันเป็นแฟน”

    แม้จะเจ็บปวดแต่บ้านและป้ากับลุงสำคัญกว่า เช้านี้พอศรันย์มารับ มิ้มจึงเอาชุดที่ซื้อเมื่อวานคืนให้เขา ขณะศรันย์กำลังงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงป้านงค์กับลุงธงโต้เถียงกันเรื่องส่งขนมก็โขมงโฉงเฉงดัง มิ้มบอกเขาว่านี่คือชีวิตของตน มันแหว่งๆ วิ่นๆ ขาดๆ ศรันย์บอกว่าเพราะอย่างนี้ตนถึงอยากช่วย

    “มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาช่วยแบก อย่าเอาปัญหามากมายของฉันไปเป็นภาระเลย ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณนะคะกับความหวังดี ความช่วยเหลือที่คุณทำให้ทั้งหมดแต่ฉันรับไม่ไหวแล้ว ฉันละอายใจ ฉันวางไว้ตรงนี้ส่วนคุณจะเอากลับหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ” ศรันย์ถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ฉันไม่มีเวลา ไม่มีหัวใจที่จะมาคิดเพ้อเจ้อเรื่องมีฟงมีแฟนอะไรแบบนี้ แค่นี้ชีวิตฉันก็เยอะเรื่องพอแล้ว คุณออกไปจากชีวิตฉันเถอะนะ ขอร้องล่ะฉันรีบ ขอตัวนะคะ”

    มิ้มเบี่ยงตัวออกไปพยายามกลั้นน้ำตา ศรันย์เรียกไว้ถามว่าเธอไม่รู้สึกอะไรกับตนเลยใช่ไหม ให้มองตาแล้วพูด มิ้มแข็งใจพูดแต่ตะกุกตะกัก ศรันย์รู้ บอกมิ้มว่า

    “ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะมิลิน ไม่ว่าผมพูดอะไรตอนนี้คุณก็คงไม่เปิดใจฟัง แต่ผมจะพิสูจน์ว่าคุณไม่มีหัวใจจริงหรือเปล่า”

    ระรินนัดพบกับศรันย์มองเขาอย่างกระหยิ่มเมื่อเห็นเอกสารตรงหน้า ชมว่ารอบคอบดี ตกลงตามนั้น

    “หนึ่งเดือนผมจะทำตามที่คุณต้องการทุกอย่าง ผมพร้อมจ่ายเต็มราคาประเมิน ไม่ได้มาขอฟรีๆ” ศรันย์พูดหน้านิ่ง

    “ฉันจะเซ็นทันที แต่คุณต้องรับปากว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้นแม้แต่คุณต้น ความสัมพันธ์ของเราสองคนจะเป็นเหมือนคู่รักเต็มรูปแบบ” พูดแล้วแบมือขอปากกาจากศรันย์ เมื่อเขาส่งให้เธอจับมือเขาไว้

    เมื่อศรันย์พยายามดึงออก เธอก็ปราม “อย่าลืมสิคะ จากนาทีนี้คุณจะตามใจฉันทุกอย่าง”

    ที่นอกร้านอาหารหรู ต้น-ธนกฤตยืนมองอย่างแค้นใจ เมื่อระรินเดินออกไปแล้ว ต้นชกกำแพงจนมือเลือดซิบๆ

    ทั้งมิ้มและศรันย์ต่างผิดหวังเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น มิ้มซึมจนเพื่อนๆสงสัย เมื่อรู้ต่างก็ให้กำลังใจมิ้ม หนูษาปลอบว่า

    “ถ้าคิดแบบโลกสวย ก็ถือว่าพี่มิ้มทำงานชิ้นนี้สำเร็จ แล้วยัยระรินก็ไม่ต้องมาข่มขู่พี่อีก”

    “อืม...ก็จริง ขอบใจนะที่ปลอบใจพี่” มิ้มได้รับคำปลอบโยนและกำลังใจจากเพื่อนๆจนมีกำลังใจขึ้น

    ooooooo

    วันต่อมามิ้มพาลุงไปหาศรันย์ที่คลินิกเพื่อดูผลการรักษา ศรันย์ตรวจและแนะนำข้อควรปฏิบัติแก่ลุงอย่างละเอียดเมื่อจะกลับ มิ้มมีข้อสงสัยแต่ ไม่ถามเอง ถามผ่านมดแดง ศรันย์ก็ตอบผ่านมดแดง เป็นที่แปลกใจของทุกคนมาก

    พอมิ้มพาลุงธงคล้อยหลังไป ระรินก็แจ้นมานัด ศรันย์ไปดินเนอร์กันเย็นนี้ ศรันย์เกรงว่าจะไม่สะดวกเพราะมีคนไข้อีกหลายคน ระรินบอกว่าไม่เป็นไรยังมีเวลา ตนออกไปรอข้างนอกก็ได้

    วันนี้ต้นไปทำงานอย่างหงุดหงิด เครียด ยิ่งคิดถึงภาพที่เห็นศรันย์จับมือระรินก็ยิ่งเครียด เลขาเอากาแฟมาให้ก็ตวาดไล่ จนเลขาสงสัยว่าเขาเป็นอะไร รีบออกไป ปล่อยให้ต้นนั่งเครียดอยู่ในความสลัวของแสงไฟในห้อง

    คืนนี้...ศรันย์จำต้องไปดินเนอร์กับระริน หว่างนั้นโทรศัพท์เธอมีสายเข้าแต่เธอทำเป็นไม่สนใจจนศรันย์บอกให้เธอรับโทรศัพท์ก่อน เธอหยิบดูเห็นว่าต้นโทรมาแต่ปดว่าที่บ้านโทร.มาและขอตัวไปรับสาย

    พอรับสายเธอก็พูดไปทันทีแล้วปิดเครื่องเลยว่า “ขอโทษนะคะคุณต้น ฉันไม่ชอบให้ใครมาจิก” ฝ่าย ศรันย์ก็เปิดดูโทรศัพท์พบว่าต้นมิสคอลมาเป็นสิบครั้ง เขาได้แต่พึมพำ “ขอโทษนะต้น”

    เมื่อถูกระรินวีนใส่ ต้นก็โทร.หามิ้ม มิ้มสงสัยว่าเขาโทร.มาทำไมตอนนี้ จึงเดินห่างจากป้ากับลุงไปรับสาย

    “สวัสดีค่ะคุณต้น...มิ้มไม่ได้เจอรินมาหลายวันแล้วนะคะ คุณต้นมีอะไรหรือเปล่า...คงติดธุระอยู่มังคะ หรือคุณต้นจะให้มิ้มช่วยตามให้อีกแรง...ค่ะๆ ถ้ามีอะไรจะให้มิ้มช่วยก็บอกได้เลยนะคะ...ไม่เป็นไรค่ะ สวัสดีค่ะ”

    มิ้มวางสายแล้วกังวล ไม่รู้ว่าระรินกำลังทำอะไร หายไปไหน อดคิดไม่ได้ว่าไปกับศรันย์หรือเปล่า? คิดแล้วก็แอบเศร้า

    ระรินดินเนอร์กับศรันย์แล้วชวนไปเที่ยวต่อ ศรันย์บอกว่าพรุ่งนี้ตนมีงาน เธอก็ขอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เขากลับบ้านทำเป็นตื่นเต้นว่าตนยังไม่เคยซ้อนมอเตอร์ไซค์เลย ส่วนรถของตัวเองเดี๋ยวเรียกให้คนขับรถมาเอากลับ

    ระหว่างซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ระรินทั้งกอดทั้งซบศรันย์อย่างมีความสุข ทั้งยังเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปไว้ด้วย พอถึงบ้านก็นัดพรุ่งนี้ดินเนอร์กันอีกและขอเป็นเจ้ามือเอง พอศรันย์จะบ่ายเบี่ยงเธอก็งัดไม้ตายมาขู่ว่า

    “อย่าลืมสิคะว่าเราตกลงอะไรกันไว้” พอศรันย์นิ่งเถียงไม่ออกก็รวบรัดว่า “พรุ่งนี้เจอกันค่ะ...บาย”

    ระรินเดินเข้าบ้านไปอย่างร่าเริงเบิกบานใจ ศรันย์มองตามเธอไปอย่างกังวล...

    พอเข้าห้องระรินก็ส่งรูปที่ตนซ้อนซบมอเตอร์ไซค์ศรันย์ไปให้มิ้มดูพร้อมข้อความ

    “ขอบใจนะแม่กามเทพมิ้มที่ทำให้ฉันฟินได้ขนาดนี้”

    มิ้มต้องทนกับความเจ็บปวด แต่ก็เข้มแข็งเพราะรู้ว่าตัวเองทำไปเพื่ออะไร การที่ได้บ้านคืนมากับให้ป้าและลุงได้อยู่บ้านนี้ต่อไป เป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเธอ

    ป้าอรเห็นมิ้มซึมเศร้า จึงดูไพ่ให้อีก คราวนี้มิ้มเปิดได้ไพ่ Nine of Cups ป้าอรบรรยายให้ฟังว่า

    “Nine of Cups ไพ่เก้าถ้วย ถ้าในทางการงาน หมายถึงช่วงนี้อาจเกิดการสับสน ทำงานแบบใจลอย เบลอๆ หลงๆลืมๆ แต่ในด้านความรักหมายถึงไฟรักซ้อนซ่อนเงื่อน ใครได้ใบนี้ระวังเรื่องคนมีเจ้าของการแย่งชิงของรัก”

    มิ้มฟังแล้วเศร้า...เป๊ะอีกแล้ว!

    ooooooo

    ระรินไปรอศรันย์ที่คลินิก พอเขาตรวจคนไข้ออกมา เธอถามว่าจะไปทานที่ไหนกันดี ศรันย์เสนอให้ทานร้านอาหารแถวนี้ดีกว่าตนจะได้กลับมาทันคนไข้บ่าย ระรินควงแขนเขาทันที

    มดแดงเห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ตาวาว นึกขวางระรินพึมพำ “นี่กะจะมาเฝ้าให้ครบสามมื้อเลยใช่ไหม??”

    ขณะเดินไปร้านอาหาร ต้นโทร.เข้ามือถือศรันย์ เขาลำบากใจที่จะคุยต่อหน้าระริน ระรินดูออกบอกว่าตามสบาย เขาจึงเดินห่างออกไปทำเสียงร่าเริงทัก ทั้งที่ใจไม่ดีที่มากับระรินกลัวต้นจับได้ “เฮ้ย...ว่าไงวะต้น”

    “พอดีมาคุยงานข้างนอกเลยจะหาเพื่อนกินข้าว แกว่างรึเปล่า”

    “อืม...โทษทีว่ะที่ไม่ได้รับสายเลย คนไข้เยอะมากไว้วันหลังนะ...โอเค ไว้ค่อยเจอกัน” ศรันย์วางสายแล้วเดินกลับไปหาระรินเดินไปร้านอาหารต่อ ส่วนต้นวางสายจากศรันย์แล้วก็ขับรถไปจอดที่หน้าคลินิกของศรันย์ พอไปถึงก็ชะงักอึ้งเมื่อเห็นรถของระริน จอดอยู่ ต้นรีบเข้าไปในคลินิก แล้วก็โล่งใจที่ไม่เห็นระรินอยู่ในนั้น...

    ooooooo

    ต้นถามมดแดงว่าศรันย์อยู่ไหม มดแดงช่างเจรจาเล่าอารมณ์ดีว่าหมออกไปทานข้าวกับสาวไฮโซคุณระริน ต้นพยายามระงับอารมณ์ถามว่าเป็นคนไข้พิเศษหรือ

    “อุ๊ย...ไม่ใช่คนไข้ค่ะ แต่น่าจะเป็นคนพิเศษ” แล้วก็ลดเสียงบอกว่าอย่าบอกคุณหมอนะว่ามดแดงเป็นคนเม้าท์ แล้วเม้าท์ว่า “คุณระรินเนี่ยมาทุกวันเลย เมื่อวานเย็นก็มา วันนี้ก็มา ช่วงโปรแบบนี้จัดเต็ม แรงดีไม่มีตก คริคริ”

    ต้นโกรธที่ถูกศรันย์หลอกแล้วเลยเดาว่าระรินหายไปเมื่อวานก็คงไปกับศรันย์ เม้าท์แล้วมดแดงขอไปตามเอกสารคนไข้ ต้นระงับอารมณ์สุดๆ จนกระทั่งเห็นศรันย์เดินเข้ามา

    ศรันย์กลบเกลื่อนพิรุธ ต้นเองก็สะกดอารมณ์บอกว่ามาธุระแถวนี้กะจะแวะมาเซอร์ไพรส์แล้วก็ได้เซอร์ไพรส์จริงๆ ศรันย์บอกว่าพอดีลูกค้าโทร.มาแคนเซิลเลยออกไปกินข้าว ต้นถามว่าไปกินกับใครปกติเห็นให้มดแดงซื้อมาให้ ศรันย์ปฏิเสธเสียงสูงว่าไม่มี้...แค่เบื่อๆ เลยออกไปกิน ถามต้นว่ากินมาหรือยังจะไปกินเป็นเพื่อนเพราะยังพอมีเวลา

    ต้นบอกว่าไม่เป็นไรตนยังต้องไปอีกที่แล้วกลับไปเลย ศรันย์มองส่งเพื่อนแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ที่รอดตัวได้หวุดหวิด เพราะระรินขอแยกไปก่อนเข้าคลินิก

    แต่พอต้นออกไปสีหน้าก็เปลี่ยนทันที กัดฟันคำราม

    “ไอ้ศรันย์!!”

    มิ้มไปเก็บค่าขนมที่วางขายที่โรงพยาบาล พอออกมาก็เจอศรันย์รออยู่แล้ว มิ้มพยายามเดินหนีแต่ถูกศรันย์ตามเรียกให้มาคุยกันก่อนถามว่าทำไมต้องหลบไม่กล้าสู้หน้าหรือ ที่ทำเป็นมึนตึงเพราะจริงๆแล้วชอบตนแต่ทำเป็นเล่นตัว

    ศรันย์ยั่วจนมิ้มโมโหถามว่าใครชอบเขา ศรันย์เลยท้าว่างั้นต้องพิสูจน์ด้วยการไปกินข้าวกับตน มิ้มปฏิเสธได้แค่คำว่า “ไม่...” เท่านั้นเสียงระรินก็แทรกเข้ามาชวนไปด้วยกันพร้อมกับเดินไปคล้องแขนศรันย์อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแล้วรวบรัดว่าไปรถตนแล้วกัน แล้วเอากุญแจรถของเธอให้ศรันย์บอกว่าขากลับค่อยแวะมาส่งเขาเอารถที่นี่ ระรินทำเป็นโอบมิ้มแต่จิกมือปราม กระซิบว่า

    “ทำให้ฉันเห็นสิว่าเธอจะไม่กลับไปยุ่งกับคุณศรันย์อีก ไม่งั้นเธอคงจะรู้นะว่าชีวิตเธอจะเป็นยังไงต่อไป” พูดแล้วแค่นหัวเราะใส่ มิ้มจึงจำต้องเดินตามไปเครียดๆ

    ที่โต๊ะอาหาร มิ้มไม่มีอารมณ์จะกิน ศรันย์ตักอาหารให้ มิ้มก็ตักคืนใส่จานเขา ถูกระรินตำหนิว่าทำไมทำอย่างนี้ไม่น่ารักเลย แล้วระรินกับศรันย์ก็คุยกันกระหนุงกระหนิงเหมือนไม่มีมิ้มอยู่ที่โต๊ะ มิ้มกลายเป็นส่วนเกินไปโดยปริยาย

    ooooooo

    รุ่งขึ้นมิ้มไปทำงานก็ป้ำๆเป๋อๆ ซึมเศร้าจน พริมาถามหนูษากับหอมหมื่นลี้ว่ามิ้มอาการหนักขนาดนี้เลยหรือ หนูษาบอกมิ้มว่าถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนใจตัวเองเลยเพราะเวลาเราชอบใครน่ะ มันฝืนไม่ไหวหรอก

    มิ้มปฏิเสธเสียงแข็งว่าตนไม่ได้เป็นอะไร จริงๆแล้วมันก็แค่ความใกล้ชิด ตอนนี้เขาก็คงไม่มีเวลามาป้วนเปี้ยนอะไรกับตนอีกแล้ว บอกทุกคนว่า

    “ก็ดี...รินก็ด้วย ต่อไปฉันจะได้ไม่ต้องมีอะไรมากวนใจอีก ปิดจ๊อบ” พริมาถามว่าหมายความว่าไง “ก็งานสำเร็จน่ะสิลืมแล้วเหรองานเราคือหาคู่ที่ถูกใจให้ลูกค้า แล้วทั้งระรินทั้งคุณศรันย์ก็เป็นลูกค้าของเราเขาเข้าคู่กันได้ ก็แปลว่า ฉันทำงานสำเร็จ จบ!!”

    เพื่อนๆ ต่างงงเพราะศรันย์เพิ่งบอกรักมิ้มวันก่อนนี่เอง มิ้มหน้าเศร้าบอกว่าเขาคงเปลี่ยนใจแล้ว พริมาโวยว่า

    “เฮ้ย! ได้ไง! ไหนยัยออยบอกว่าหมอฟันนั่นไม่ชอบการจับคู่ แถมดูแล้วก็ไม่น่าสนใจยัยระริน แล้วเขาก็ให้มิ้มสาบานว่าอย่ามาจับคู่ให้ แล้วยัยระรินกับหมอฟันนี่ไปคบกันตั้งแต่ตอนไหนวะ” พริมาพูดรัวจนลิ้นพันกันเพราะผิดคาดมาก

    มิ้มฟังแล้วจุก ลุกไปบอกว่าจะไปห้องน้ำ หอมหมื่นลี้กับหนูษานั่งเครียดปรารภกันว่ามิ้มอาการหนักมาก พริมาบอกว่าปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้แล้ว หรรษาเสนอว่าเราเป็นกามเทพให้คนอื่นตั้งเยอะ เป็นให้เพื่อนสักครั้งจะไม่ได้เชียวหรือ

    หนูษาถามว่าจะทำยังไง พริมาบอกว่าเราต้องรวมหัวกันรวมพลังเหล่ากามเทพช่วยมิ้ม ตนจะโทร.หาออย หนูษาโทร.หาคนอื่นหนูษาบอกว่าตนจะโทร.หาพี่พริม

    “หยุด จะให้มันสวดมนต์ให้ฟังรึไง มันปฏิบัติธรรมอยู่” หนูษาเลยเปลี่ยนจะโทร.หาเจ๊หอมแทนแล้วก็เริ่มโทร.กันกดโทรศัพท์มือเป็นระวิง ปากก็พูดรัวหว่านล้อมให้ทุกคนมาช่วยมิ้ม

    ooooooo

    คืนนี้...ศรันย์มาที่บ้านมิ้มอ้างว่าเอาปิ่นโตมาคืน ป้านงค์กับมิ้มกำลังช่วยกันจัดโต๊ะกินข้าว ป้านงค์จึงชวนศรันย์กินข้าวด้วยกัน

    ขณะนั่งกินข้าวด้วยกัน ศรันย์ตักแต่แกงเขียวหวานกินจนป้านงค์ถามว่าชอบแกงเขียวหวานหรือ ศรันย์จำได้ว่าเหมือนรสมือแม่ถามว่าป้าทำหรือ ป้านงค์บอกว่ามิ้มเพิ่งหัดทำ กินข้าวแล้วป้านงค์จะไปเอาขนม มิ้มบอกตนไปเอาเอง

    ป้าอร หรืออรดีรู้ว่าศรันย์มาจึงมาแอบดูด้วยความคิดถึง มิ้มมาเอาขนมเห็นอะไรแว้บๆ จึงออกไปดูแต่ไม่เห็นอะไร เพราะอรดีวิ่งหลบไปร้องไห้เสียใจที่เห็นลูกแต่ไม่อาจออกไปหาได้ ได้แต่รำพึงอย่างเจ็บปวด...

    “ศรันย์...ศรันย์ของแม่...”

    เมื่อกลับถึงบ้านก็เอาปฏิทินมากากบาทวันนี้ไว้... คิดถึงวันที่ศรันย์ปกป้องตนจากรถชนแต่เขาเองกลับได้รับบาดเจ็บ...ศรันย์เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในสภาพศีรษะแตก ต้องใส่ปลอกคอ ขาหักต้องเข้าเฝือกและมีแผลยาวที่แขน

    เวลานั้น...อรดีจับดูฝ่ามือศรันย์ ป้าแววยกถาดอาหารเข้ามาพอดีถามว่า “คุณผู้หญิงทำอะไรคะ”

    “เส้นลายมือขาดของลูกนี่ไงพี่แวว มีคนทักศรันย์ตั้งแต่เกิดแล้วว่าจะอายุไม่ยืน”

    ป้าแววบอกว่าอย่าคิดมากมันเป็นอุบัติเหตุ อรดีบอกว่าตนพยายามจะไม่เชื่อแต่ลูกเลือดตกยางออกมากี่ครั้งแล้วโดยเฉพาะเวลาอยู่กับตน ป้าแววยังพยายามบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ

    “ไม่จริงหรอกคุณ โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างถูกชะตากำหนดไว้แล้ว ยิ่งศึกษามากฉันก็ยิ่งแน่ใจ...ว่ามันเป็นเพราะฉัน” อรดีคิดถึงศรันย์ตอน 5 ขวบก็หัวแตก และหมอชายชราคนทรงเจ้าดูดวงชะตาแล้วบอกว่า

    “เจ้ากับลูกเป็นอริมรณะกัน!!!” อรดีตกใจถามว่าดวงตนกับลูกชงกันหรือ “ยิ่งกว่าชงอีก เขาชิงชะตาผู้อื่นมาเกิดเป็นลูกคุณ เจ้ากรรมนายเวรเขาก็ต้องมาเอาคืน ยิ่งคุณอยู่ใกล้ลูกเท่าไหร่ รักใคร่ใส่ใจเขามากเท่าไหร่ ความอาฆาตพยาบาทยิ่งแรง...ตราบใดที่คุณอยู่กับลูกชาย เขาจะ...ถึงฆาต”

    อรดีช็อก หมอดูยังบอกว่าทางเดียวที่จะช่วยได้คือเธอต้องอยู่ห่างจากเขาให้พ้นช่วงชะตาขาด นั่นคือตอนเขาอายุ 28 ปี อรดีบอกว่าตนทิ้งลูกไปไม่ได้ หมอดูเตือนว่า

    “ถ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ไปหาคนอื่น ไปหาคำตอบดูเอาเองก็แล้วกัน ข้าเตือนได้แค่นี้”

    อรดีตระเวนหาหมอดูตั้งแต่ศรันย์อายุ 5 ขวบจนถึง 10 ขวบ จากซินแสถึงหมอดูแขกล้วนส่ายหน้าแบบช่วยไม่ได้ อรดีหาหนังสือเกี่ยวกับดวงชะตาทุกศาสตร์มาค้นคว้า จนกระทั่งเปิดไพ่ยิปซี หยิบได้ไพ่ The Death อรดีช็อก ปฏิเสธเสียงสะท้าน

    “ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้!”

    จนศรันย์อายุ 15 อรดีตัดสินใจหิ้วกระเป๋าออกจากบ้าน เข้าไปจูบศรันย์ที่นอนหลับอยู่บอกลาทั้งน้ำตา...

    “ศรันย์...แม่ขอโทษนะลูก”

    คิดถึงอดีตแล้ว...ป้าอรพึมพำเศร้าแต่มีความหวังว่า

    “อีกไม่ถึงหกเดือนลูกก็จะเต็ม 28 แล้วนะ...แม่จะอดทนนะลูก...”

    ที่บ้านมิ้ม...ศรันย์ถามไถ่อาการเจ็บป่วยทั้งของลุงธงและป้านงค์ เมื่อกินข้าวกินขนมแล้วลากลับ มิ้มเดินออกมาส่ง แต่พอจะกลับเข้าบ้าน ศรันย์ถามว่าเธอจะเล่นแบบนี้จริงๆใช่ไหม ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าตนคิดยังไงกับเธอ มิ้มบอกให้เขาเปลี่ยนความคิดเสียเพราะมันเป็นไปไม่ได้ ศรันย์พูดหน้านิ่งว่า “เลิกเล่นบทคนไม่มีหัวใจเถอะมิ้ม”

    “ไม่ได้เล่นค่ะ จริงจัง ขอตัวนะคะ” มิ้มเดินเข้าบ้านไปอย่างตัดใจ ศรันย์มองตาม...คิดหนัก

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ต้น-ธนกฤต จิบกาแฟมองกุหลาบแดงบนโต๊ะ นึกถึงระริน นับแต่วันแรกที่เห็นในร้านอาหารเขาตะลึงในความสวยของเธอโดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าเธอในบางมุม ช่างเหมือนนุดีเหลือเกิน...

    เขาจำได้แม่นว่าเมื่อ 12 ปีก่อน ขณะที่เขาอายุ 16 ปี แม่แก้วได้พานุดีขณะนั้นอายุ 21 ปีเข้ามาแนะนำว่า

    “ตาต้น...นี่พี่หนูดี ลูกสาวน้าเพชร เขาจะมาอยู่กับเราที่นี่ หนูดียังไม่ชินถนนหนทางแถวนี้เท่าไหร่ เราต้องดูแลพี่เขาด้วยนะ” ต้นปิ๊งนุดีในทันทีที่เห็น ยิ่งเห็นนุดีทิ้งสายตาให้ก็ยิ่งเคลิ้ม

    ทันใดนั้น พูนพ่อของเขาก็พาเมียน้อยเข้ามา พ่อเอาอกเอาใจเมียน้อยถามว่าอยากกินอะไรจะจัดให้ แม่ทนไม่ไหวด่าเมียน้อย ถูกพ่อตวาดให้หยุด เมียน้อย

    ปรายตามองแม่พูดเหยียดว่าปากอย่างนี้เองพี่พูนถึงเบื่อ แม่โกรธจัดจะเข้าตบ ต้นรีบวิ่งไปหาแม่ ส่วนพ่อปรามต้นว่าให้ดูแลแม่ให้ดีอย่าปล่อยให้บ้าแบบนี้ แล้วหันไปเอาใจเมียน้อย

    นุดีอยู่ในเหตุการณ์มองอย่างอยากรู้อยากเห็น สบตากับพ่อพอดี พ่อมองนุดีตาเยิ้ม นุดียิ้มหวานอ่อยทันที...

    ต้นนึกถึงอดีตแล้วตัดสินใจจะต้องเคลียร์กับระรินให้ได้ ออกไปหาศรันย์ที่คลินิกเจอศรันย์กับระรินกำลังจะออกไปหาอะไรกินกันพอดี ทั้งสองหน้าเจื่อน ต้นทักประชดว่า นึกแล้วว่าต้องอยู่ดัวยกันบอกว่าจะมาชวนไปทำบุญที่เชียงราย ชวนศรันย์ไปด้วย ไปตรวจและแนะนำการดูแลฟัน ก็เป็นการทำบุญด้วยวิชาชีพ

    ศรันย์ขอผู้ช่วยไปด้วยคนหนึ่ง ระรินถามว่าพี่มดแดงหรือ? ศรันย์ยิ้มๆ แต่ไม่ตอบ

    ตกเย็นศรันย์ไปชวนป้านงค์กับลุงธงไปทำบุญกัน ทั้งป้าและลุงต่างไปไม่ได้ ป้าบอกให้มิ้มไปแทน มิ้มบอกว่าตนติดงานมีงานค้างเยอะ แต่มิ้มพูดไม่ทันขาดคำ ก็มีโทรศัพท์จากหอมหมื่นลี้เข้ามา มิ้มรับสายแล้วตกใจถามเสียงดัง

    “ฮ้า! บอสสั่งให้ฉันไปเชียงรายเนี่ยนะ!?”

    พริมาชี้แจงว่าทั้งศรันย์และต้นมาบอกบุญบอส บอสเลยอยากทำงานพีอาร์คอร์เปอเรทบริษัทไปด้วยในตัวและทั้งสองคนก็เป็นลูกค้าที่มิ้มดูแลอยู่ด้วย บอสเลยให้มิ้มไปเก็บภาพมาทำพีอาร์ พอมิ้มอิดออด พริมาหว่านล้อมว่า

    “เอาน่า...บอสบอกมีโอทีให้นะแก เพราะเป็นวันหยุด ไม่กี่วันเองถือว่าไปเที่ยว เคนะ...ตามนี้ บายนะเพื่อนรัก”

    พอพริมาวางสาย เพื่อนๆก็แตะมือกันร้อง “สำเร็จ!!” หนูษาพูดขำๆว่า “คุณศรันย์นี่ร้ายไม่เบานะ ถึงกับโทร.ไปหาพี่ออยเอง”

    “ลงล็อก เข้าทางเราพอดี ทีนี้ล่ะมิ้มเอ๊ย...แกจะทนเสียงหัวใจเรียกร้องไปได้สักกี่น้ำ” พริมายิ้มกริ่ม

    “เอ...แต่ก็งงเหมือนกันนะคะ พี่มิ้มบอกคุณศรันย์กับยัยรินนั่นกิ๊กกันไปแล้ว แล้วทำไมถึงต้องโทร.มาบอกพี่ออยให้ล็อบบี้มิ้มไปด้วยให้ได้ล่ะคะ” หนูษามีข้อสังเกต

    “เนี่ยล่ะ อีกอย่างที่มีเงื่อนงำไม่ธรรมดาที่พวกเราต้องรู้ให้ได้” พริมาชี้ปมให้ทุกคนคิด

    เมื่อเป็นคำสั่งของบอส มิ้มก็ไม่มีทางปฏิเสธ แต่มองหน้าศรันย์เหมือนรู้ทันถามว่าเป็นแผนของเขาหรือเปล่า ศรันย์ทำหน้าตายบอกว่าตนแค่บอกบุญเท่านั้น นัดพรุ่งนี้เจอกัน ย้ำกวนๆก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ไปว่า

    “มิ้ม...เอาหัวใจไปด้วยนะ เผื่อผมหาวิธีเปิดใช้งานเจอ”

    ooooooo

    รุ่งขึ้นมิ้มไปหาป้าอรแต่เช้าให้ช่วยดูดวง มิ้มหลับตาอธิษฐานหยิบไพ่มาใบหนึ่งได้ไพ่ Ace of cups ป้าอรบรรยายว่า

    “Ace of cups ไพ่ 1 ถ้วย หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ความไร้เดียงสา” บอกความหมายแล้วแซวว่า “ไม่รอดแน่ คราวนี้หนูมิ้มคงได้มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งแน่ๆเลย” มิ้มเขินถามว่าหมายความว่ายังไง ป้าอรไม่ทันตอบมิ้มก็ได้รับไลน์จากศรันย์ว่ากำลังไปรับ ใกล้ถึงแล้ว มิ้มยิ่งเขินเลยตัดบทสวัสดีลาป้าอรเลย

    “จ้า...เดินทางปลอดภัยล่ะ ดูแลตัวเอง ดูแลคุณหมอของป้า...เอ๊ย...ของหนูด้วยล่ะ”

    “แหมป้า...ใช่ที่ไหนคะ” มิ้มเขินเดินอารมณ์ดีออกไป

    พอรถตู้มาถึง ระรินก็ลงจากรถมาบอกให้มิ้มไปนั่งหน้าคู่คนขับ ศรันย์บอกให้มานั่งหลังด้วยกันระรินก็พูดกันท่าว่ามิ้มชอบนั่งหน้าจะได้ดูวิว ต้นสังเกตทั้งสามอย่างสงสัย

    เมื่อไปถึงบ้านพักที่เชียงรายของต้น ระรินฉอเลาะว่าบ้านน่าอยู่จัง อากาศดี ชิลมากเลย ต้นบอกว่าถ้าชอบจะมาเมื่อไหร่ก็ได้เลย สำหรับเธอตนเต็มใจ ระรินชมว่าน่ารักจัง นึกได้ถามว่าศรันย์กับมิ้มไปไหน ต้นให้เธอพักผ่อนตนจะไปหาเอง

    มิ้มลากกระเป๋าหน้าตึงเข้าบ้าน ศรันย์ถามว่าโกรธตนที่ไม่ได้บอกว่าระรินมาด้วยหรือ

    “จะโกรธทำไมล่ะคะก็แค่มาทำบุญ คุณจะพาใครมาด้วยก็เรื่องของคุณอยู่แล้ว รีบทำบุญรีบกลับเถอะค่ะ จะได้จบๆเรื่องกันไป” มิ้มพูดสะบัดๆ แล้วเดินหนี

    ศรันย์ไปยืนขวางบอกว่าตนไม่อยากจบ เราต้องเคลียร์กัน

    ศรันย์กับมิ้มไปยืนโต้เถียงกันอยู่ใกล้ผนังรูปปั้นผู้หญิงแบบนูนต่ำ ใกล้ผนังมีกระถางดอกกุหลาบแดงตั้งอยู่ ต้นมาเห็นก็ไม่พอใจที่ไปยืนใกล้รูปปั้น พูดขัดจังหวะ ชวนไปขึ้นดอยเดี๋ยวจะสายได้ข่าวว่าเด็กๆ ตื่นเต้นมากมารอหมอฟันตั้งแต่เช้า

    มิ้มได้โอกาสปลีกตัวไป ศรันย์ทำท่าจะตาม ต้นมองอย่างสงสัยว่าศรันย์คิดอะไรกับมิ้มอยู่?

    ooooooo

    ที่ลานกว้างกลางหมู่บ้านบนดอย เด็กๆต่างมานั่งรอหมอฟันกันอย่างตื่นเต้น ต้นแนะนำหมอศรันย์กับเด็กๆ แล้วแจกแปรงสีฟันกับยาสีฟันแก่ทุกคน

    ศรันย์ออกมาในชุดหมอทักทายเด็กๆ แล้วแนะนำว่ามีผู้ช่วยสาวมาด้วยคนหนึ่ง...คุณมิ้ม

    ระรินพยายามเสนอตัวเองเป็นผู้ช่วย ศรันย์เกรงใจมิ้มแต่พูดไม่ออกปล่อยเลยตามเลย แต่พอสอนถึงวิธีแปรงฟันที่ถูกต้องและให้เด็กๆแปรงลิ้นด้วย บอกให้อ้าปากแลบลิ้นให้ดู ระรินพะอืดพะอมถอยมาให้มิ้มไปดูแทน เด็กๆจึงกรูกันมาหามิ้มซึ่งมิ้มก็ดูให้อย่างเอ็นดู ศรันย์มองมิ้มอย่างชื่นชม

    พอระรินปลีกตัวมาก็โทรศัพท์แต่ไม่มีสัญญาณเธอยิ่งหงุดหงิด ถามต้นว่าเรากลับกันได้หรือยัง ต้นบอกว่าศรันย์ยังตรวจฟันให้เด็กๆอยู่ ชวนเธอไปจุดชมวิวแก้เบื่อกันดีกว่า

    ระรินไม่อยากให้ศรันย์อยู่กับมิ้มตามลำพัง ถามว่าไกลไหม ต้นบอกว่าไม่ต้องห่วงตนฝากรถไว้ให้สองคนตามไปแล้ว

    “ดีค่ะ งั้นไปกันเลยค่ะ Go!” ระรินระริกระรี้ ไปขึ้นรถ ต้นยิ้มตาเป็นประกายอย่างมีเลศนัย

    เมื่อศรันย์สอนเด็กเสร็จ ป้าชาวบ้านมาบอกว่าต้นกับสาวสวยที่มาด้วยลงไปแล้ว ศรันย์ถามว่าแล้วตนกับมิ้มจะกลับยังไง ป้าบอกว่าต้นฝากรถไว้ให้ แต่คงลงไปไม่ได้เพราะฝนตกหนักทางลื่นมากอันตราย แต่ไม่ต้องห่วงป้าจัดที่พักให้แล้วรับรองปลอดภัย

    ศรันย์ขอบคุณหันยิ้มกับมิ้ม มิ้มอึ้ง คิดไม่ตกว่าทำไมต้องมาค้างบนดอยอยู่กันสองต่อสองกับศรันย์!

    ooooooo

    หลังจากชมวิวแล้ว ต้นพาระรินกลับบ้านพัก ระรินร้อนใจถามว่าทำไมศรันย์ยังไม่กลับลงมาอีก พอต้นบอกว่าฝนตกหนักศรันย์กับมิ้มคงต้องค้างบนดอยเพราะทางลื่นอันตรายมาก

    ระรินเป็นห่วงทั้งฝนตกและสัตว์ป่าเกรงศรันย์จะได้รับอันตราย พร่ำบ่นจนต้นพูดเหน็บว่าอิจฉาศรันย์จริงๆ ทำไมไม่มีคนเป็นห่วงตนแบบนี้บ้าง ระรินรู้สึกตัวบอกว่าตนก็ห่วงทุกคนแหละ

    “ไม่รู้ว่าถ้าผมติดอยู่บนเขาบ้าง คุณรินจะหารถไปรับผมไหม”

    “ไปสิคะ เพื่อนก็ต้องไปรับเพื่อนอยู่แล้ว”

    “ครับ เพื่อนก็เพื่อน แล้วกับศรันย์คุณรินเป็นแค่เพื่อนรึเปล่า” ต้นถามจนระรินอึ้ง “บอกผมมาตรงๆ เถอะครับ ผมก็พอจะดูออกบ้าง อีกอย่างผมกับศรันย์ก็เป็นเพื่อนกันมานาน ผมไม่อยากให้ค้างคาใจ”

    “เอ่อ...กับคุณศรันย์ แรกๆรินก็ลำบากใจนะคะ เพราะเขาสนิทกับคุณต้นและคุณต้นกับรินก็คุยๆกันอยู่ แต่คุณศรันย์เขาทุ่มเทมากเลยค่ะ รินก็เลยแพ้ทาง” ต้นอึ้งมาก ระรินฉอเลาะจับมือเขาอ้อน “รินขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณต้นอย่าคิดมากนะคะ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ใช่ไหมคะ?”

    ต้นบอกว่าตนอยู่กับเธอในฐานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆเธอก็พอ ระรินเอามือประคองแก้มเขาชมว่าน่ารักมาก เพื่อนต้องเป็นแบบนี้ เธอขอบคุณเขา ต้นตอบว่าผมเต็มใจครับ แต่ในใจแค้นศรันย์แทบกระอัก!

    ooooooo

    เมื่อต้องค้างในกระท่อมบนดอยที่ทุกอย่างแปลกใหม่หมด ศรันย์กับมิ้มต่างเตรียมตัวอาบน้ำ มิ้มเข้าห้องน้ำก่อน เจอตุ๊กแกตัวเขื่องอยู่ในห้องน้ำก็ตกใจร้องกรี๊ดวิ่งออกมากอดศรันย์ที่ถอดเสื้อเตรียมอาบน้ำไว้แน่น

    ป้าชาวบ้านมาบอกให้ไปกินข้าวเห็นพอดี รีบขอโทษที่เข้ามาผิดจังหวะแล้วเดินอมยิ้มออกไป มิ้มรีบผละออกโทษศรันย์ว่าถอดเสื้อทำไมเห็นไหมป้าเข้าใจผิดหมดแล้ว

    ศรันย์ถามว่าแล้วเธอมากอดตนทำไม มิ้มเถียงข้างๆคูๆว่าไม่ได้กอดจับเฉยๆ ศรันย์บอกว่างั้นจับอีกที

    ก็ได้ เลยโดนด่า “ทะลึ่ง! หมอโรคจิต!” แล้วจะเดินหนี แต่สะดุดจะล้ม ศรันย์ถลาประคองกอดไว้ทำหน้าเคลิ้ม

    “ฮ่าๆๆ” มิ้มหัวเราะร่า เย้ยว่าคิดเหมือนในละครล่ะสิ ฝันไปเถอะ ไม่มีทาง! แล้วแกะมือเขาออกผละไปเลย ศรันย์ไม่ยอมแพ้ตามไปคว้าไว้อีก คราวนี้มิ้มไม่ทันตั้งตัว ถูกเขารวบไปกอดประคองหน้าขึ้นมาจะจูบ มิ้มเบิกตากว้างแต่ไม่ทันตกใจก็ถูกเขาจูบไปแล้ว ศรันย์จูบอย่างเนิ่นนาน จนมิ้มหลับตาลงในอ้อมกอดของเขาอย่างหมดพิษสง...

    พอดีป้าชาวบ้านมาเรียกให้ไปกินข้าว...

    เมื่ออารมณ์ได้จุดขึ้นแล้ว แม้มิ้มจะทำพยศแต่ก็ พยศอย่างเขินๆ ศรันย์รุกต่อ ชวนคุยและชวนเล่นเกมตอบคำถามกันจนความรู้สึกสนุกจิกๆกัดๆตามประสา จนเมื่อมิ้มกินปลาแล้วก้างแทงเหงือก ศรันย์เอาออกให้และสอนวิธีขัดฟันให้ มิ้มรู้สึกดีที่เขาดูแลตนอย่างไม่รังเกียจ

    ถึงเวลานอน มีฟูกเพียงหลังเดียว ศรันย์แสดงความเป็นสุภาพบุรุษจะออกไปนอนข้างนอก มิ้มบอกว่าข้างนอกมีแต่แคร่แข็งๆ ซ้ำประตูก็กลอนเสีย แทนที่จะนอนระแวงกัน ให้เขานอนข้างๆ ให้เห็นๆกันเลยดีกว่า

    “ผมสัญญา ผมจะไม่ล่วงเกินอะไรคุณอีกแม้แต่ปลายก้อย ผมพิสูจน์แล้ว ที่เหลือผมจะรอจนถึงวันที่คุณยอมสารภาพว่ารักผม”

    “บ้า...หลงตัวเอง” มิ้มด่าเขินๆ แล้วโดดขึ้นเตียงครู่เดียวก็หลับไป ศรันย์มองหน้ามิ้มขณะหลับ น่ารักจนโน้มหน้าจะจูบ...แต่แล้วก็กลับหลับไป...ศรันย์หลับฝันถึงแม่ แต่เห็นแม่เดินหนี เขาร้องเรียกจนแม่หันมาแต่ถูกชายชุดดำเงื้อง้าวฟันลงกลางอกเขา แม่ร้องสุดเสียง ไม่นะ...ไม่!!!

    ป้าอรฝันในเวลาเดียวกัน ป้าอรผวากรีดร้อง “ไม่...ศรันย์...ศรันย์ลูกแม่...ไม่...ไม่นะ...” ป้าอรผวาลุกขึ้น ใจไม่ดีกับฝันร้าย เห็นสำรับไพ่ที่หัวเตียงหยิบอธิษฐานแล้วเปิดได้ไพ่ DEVIL ป้าอรตกใจ

    “แม่...ไม่...แม่ อย่าไป...อยู่กับผมนะแม่...” ศรันย์ ฝันร้ายละเมอเสียงดัง มิ้มตกใจตื่นพยายามปลุกเขาแต่เขาก็ยังฝันกระวนกระวายเรียกหาแม่ไม่ขาดปาก และกอดมิ้มไว้แน่น

    มิ้มสะเทือนใจที่เขาโหยหาแม่จนละเมอ...เลยปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้น...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”
    28 ก.ย. 2563

    09:01 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 09:23 น.