ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    กามเทพซ้อนกล

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    มิ้มภูมิใจมากที่งานแรกตนจัดได้อย่างเลิศหรูอลังการ จนแมนก็ชมว่าเก่งมาก

    บนเวทีมีป้ายชื่องานว่า “ราศีชี้ทางรัก” เก๋จน

    ทุกคนพากันชื่นชม เมื่อใกล้เวลาเปิดงาน มิ้มมองไปเห็น ป้าอรเดินเข้ามา มิ้มรีบไปรับพามาหาแมน แนะนำว่าแมนเป็นผู้ช่วยของเหล่ากามเทพ และป้าอรเป็นแม่หมอทำนายรักให้เมมเบอร์ของเรา

    ป้าอรชมว่ามิ้มแต่งชุดนี้ดูน่ารักเหมือนนางฟ้าเลย ถามว่าของป้าเป็นยังไงบ้างดูน้อยไปไหม กลัวคนจะไม่เชื่อถือ

    “โอ๊ย...คุณป้า แบบนี้เรียกจัดเต็มแล้วค่ะ เครื่องทรงใหญ่ขนาดนี้ใครไม่เชื่อว่าเป็นหมอดูไพ่ยิปซี เบ็นจี้ ให้จูบฟรีเลยค่ะ พาป้าอรไปเตรียมตัวเถอะจวนได้เวลาแล้ว เดี๋ยวพี่ออกไปรอรับแขกที่โต๊ะลงทะเบียนเอง” เบ็นจี้ ชิงตอบแล้วดี๊ด๊าปลีกตัวไป

    มิ้มพาป้าอรไปที่โต๊ะหมอดูที่ปูด้วยผ้ากำมะหยี่สีเลือดหมูคลุมถึงพื้น ป้าอรถามว่าลงทุนแต่งกันขนาดนี้เลยหรือ

    “แน่สิคะ เพราะเมมเบอร์วันนี้ถือเป็นลูกค้ากลุ่มพรีเมียม คนที่ถูกเชิญมาจะเป็นคนรวยๆ มีหน้ามีตาในสังคมทั้งนั้น ป้าอรต้องแสดงฝีมือเต็มที่นะคะ”

    เมื่อแขกเริ่มทยอยกันมา มิ้มขอตัวไปรับแขก ทางนี้ฝากป้าด้วยนะ ป้าอรบอกว่าจะพยายาม แต่เริ่มตื่นเต้นยังไงไม่รู้เพราะเคยดูแต่อยู่ที่บ้าน มิ้มจับมือป้าให้กำลังใจว่า ป้าทำได้อยู่แล้ว สู้ๆค่ะ

    มิ้มเดินไปแล้ว ป้าอรหยิบสัมภาระออกจากย่าม ทุกอย่างดูขรึมขลังน่าเชื่อถือ

    ooooooo

    แมนกับมิ้มต้อนรับแขกอยู่หน้างาน เชิญลงทะเบียนและเลือกเข็มกลัดกับหน้ากากที่ชอบได้เลย

    แขกหญิงคนหนึ่งมองไปบนเวทีอ่าน “ราศีชี้ทางรัก” ชมว่าธีมงานเก๋ดี มิ้มแนะนำมุมงาน บอกว่าโต๊ะข้างเวทีนั่นเป็นโต๊ะหมอดู แขกถามตื่นเต้นว่าดูได้จริงๆ หรือเอามานั่งเป็นกิมมิกเฉยๆ

    “หมอดูจริงๆค่ะ แล้วก็แม่นมากด้วย ถามได้ทุกเรื่องเลยนะคะ ทั้งเรื่องงาน เงิน สุขภาพและความรัก”

    “แหม...มางานนี้ก็ต้องถามเรื่องความรักสิคะ งาน เงิน สุขภาพ ทำด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว จริงไหมคะ” หญิงคนนั้นหันไปถามเพื่อนแล้วหัวเราะขำ เดินตามมิ้มเข้าไปที่ซุ้ม

    มิ้มพาแขกสองคนนั้นไปที่โต๊ะหมอดู ป้าอรกำลังเปิดไพ่อย่างมืออาชีพ อธิบายดูดวงอย่างน่าเชื่อถือ แขกที่ดูแล้วพยักหน้าให้กันอย่างทึ่งว่าแม่นมาก

    ที่หน้างาน แมนต้อนรับหญิงสาวสวยที่เดินเชิดเข้ามา เชิญไปที่โต๊ะลงทะเบียนถามอย่างนอบน้อมว่า เมมเบอร์ชื่ออะไร เธอตอบเสียงใสว่า “ระริน ภูทะเล” แมนเปิดเจอเธอจึงเซ็นชื่อ แมนมอบสูจิบัตรให้ถามว่า

    มีบัตรจอดรถไหม ตนจะประทับตราให้ เธอบอกว่าไม่มี ให้คนขับรถกลับไปแล้ว ไม่อยากให้ใครเห็น เดี๋ยวจะกลายเป็นข่าว

    “อ๋อ...ครับ แล้วถ้าจะกลับบอกนะครับจะได้เรียกแท็กซี่ให้”

    “ไม่น่าต้องใช้หรือเปล่า เพราะถ้าบริษัทคุณหาคู่ได้จริง ฉันคงมีคนไปส่งคืนนี้” พูดแล้วเดินเชิดไปเลย

    “ต๊าย...อยากมีผัวแต่กลัวเป็นข่าว ชิ!” แมนชิเบาๆ แล้วไปทำงานต่อ


    ooooooo

    ระรินเดินดูในงาน เจอมิ้มก็พูดอย่างไม่ชอบใจนักว่าอย่าบอกนะว่าทั้งงานมีผู้ชายแค่นี้ มิ้มบอกว่ายังไม่ถึงเวลา คงกำลังเดินทางมากันไม่ต้องห่วง ระรินบอกเอาให้แน่ตนจะได้ไม่เสียเวลา เสียอารมณ์ มิ้มจึงขอไปเช็กกับเบ็นจี้ก่อน

    ระรินถามทางไปห้องน้ำเพราะจะไปใส่หน้ากาก แมนเตือนมิ้มว่าเธอก็ต้องแต่งตัวได้แล้ว มิ้มจึงนึกได้ปลีกตัวไป

    ศรันย์อยู่ที่คลินิกกำลังเตรียมจะกลับ ต้นมาถึงเห็นศรันย์ในชุดหนังแบบขี่มอเตอร์ไซค์สุดเท่ถามว่า

    “อ้าว...เฮ้ย...แกอย่าบอกนะว่าแกลืมจะไปงานปาร์ตี้คิวปิดฮัทกับฉัน”

    ศรันย์บอกว่าไม่ลืม แต่ไม่อยากไป บ่นว่างานอะไรนัดคนมาให้เจอกันแล้วจะให้รักกัน คนก็บ้าหลงเชื่อกันได้ รวมทั้งเขาด้วย ต้นบอกว่าไม่ได้บ้า แค่ลองดู ถือว่าไปเป็นเพื่อนตนก็แล้วกัน เพราะไปคนเดียวมันเขิน ศรันย์ถามว่าจะไปหาผู้หญิงคนนั้นหรือ

    “เฮ่ย...คนไหน ไม่มี ไปเหอะ คนจัดเขาอุตส่าห์ตั้งใจจัดงาน ไม่ไปเขาเสียใจแย่”

    ศรันย์นิ่งไป นึกถึงมิ้มที่ไปคะยั้นคะยอให้ตนไปงาน ท้าแล้วแพ้ตนที่เกาะกระสอบทรายไม่อยู่ตกลงมาเลยไปนั่งร้องไห้อยู่ที่ป้ายรถเมล์ เลยตกลงไปกับต้น

    ระรินยังเรื่องมากไม่หยุด ขู่มิ้มว่าถ้าทั้งงานมีผู้ชายหน้าตาไม่ได้มาตรฐานอย่างนี้ ตนเห็นทีจะต้องคอมเพลนการทำงานของเธอให้เจ้านายเธอรู้เสียแล้ว มิ้มขอให้รออีกสักครู่เพราะยังมีเวลาสามสิบนาทีงานจึงจะเริ่มจริงๆ เบ็นจี้บอกให้ระรินไปดูหมอพลางๆก่อน ส่วนมิ้มก็ให้โทร.ไปเช็กดูว่าใครมาถึงไหนแล้ว

    เบ็นจี้พาระรินไปที่โต๊ะหมอดู ส่วนมิ้มรีบออกไปเช็กแขก

    ขณะระรินเดินไปที่โต๊ะหมอดู ได้ยินสองคนที่เดินออกมาคุยกันอย่างทึ่งว่า หมอดูแม่นอย่างกับตาเห็น ระรินเริ่มสนใจอยากลองดู เข้าไปที่โต๊ะวางกระเป๋าไว้ริมมุมโต๊ะ แมนเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง บอกแม่หมอว่า

    “แม่หมอคะ ช่วยตรวจดวงชะตาความรักให้คุณระรินเมมเบอร์วีไอพีของเราหน่อยสิคะ เอาแบบแม่นเป๊ะ แม่นเป๊ะเลยนะแม่หมอ”

    ระรินบอกว่าเมื่อกี๊ตนก็เดินผ่าน ดูเหมือนพวกหมอดูลวงโลก แม่นจริงหรือเปล่า

    “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ ลองดูก่อนก็ได้ค่ะ” แม่หมอ มองระรินแล้วถอนใจเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง ส่งไพ่ให้บอกว่า “สับไพ่ด้วยมือซ้าย ตั้งจิตอธิษฐานให้ดีขอให้ไพ่ชี้ทาง เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี” ระรินถามว่าแม่หมอจะบอกว่าตนดวงไม่ดีหรือ “ขอดูจากไพ่ก่อน เราคงต้องคุยกันยาว”

    ระรินหลับตาสับไพ่ หัวเข่าเลยดึงชายผ้าปูโต๊ะทำให้กระเป๋าหล่นลงพื้นไม่รู้ตัว

    ที่หน้าห้องงาน มิ้มกระวนกระวายเดินวนบ่นว่าหมอฟันจะไม่มาจริงหรือเนี่ย ถ้าไม่มางานนี้ตนตายแน่ พลันก็ตาโตยิ้มออกเหมือนรอดตาย เมื่อเห็นต้นเดินเข้ามากับศรันย์ มิ้มรีบออกไปรับ

    ต้นยิ้มแย้มยินดี แต่ศรันย์ทำหน้าเย็นชาเฉยเมยราวกับถูกบังคับให้มา มิ้มพาไปลงทะเบียนแล้วมอบโบรชัวร์ให้ รีบโทรศัพท์บอกเบ็นจี้อย่างตื่นเต้นว่า

    “พี่เบนคะ มาครบแล้วค่ะ”

    ooooooo

    พอแมนประกาศออกไมค์เริ่มงานอย่างเป็นทางการ พอดีต้นกับศรันย์ก็เดินเข้ามาอย่างหล่อเท่

    ระรินลุกขึ้นมองสองหนุ่มตะลึง ส่วนป้าอรถือไพ่ค้างมองศรันย์เหมือนถูกสะกด มิ้มยิ้มเต็มหน้า

    พลันก็สะดุ้งเมื่อต้นถามว่า “คุณระรินอยู่ไหนเหรอครับ” และศรันย์ก็ถามว่า “ไหนว่ามีหมอดู?” มิ้มตอบขำๆว่า

    “ตอบทีเดียวเลยนะคะ ทางโน้นค่ะ” พลางชี้ไปที่โต๊ะหมอดู แล้วก็หน้าเผือดเมื่อเหลือแต่โต๊ะ ระรินที่เพิ่งดูหมอมาหันไปดู ตกใจว่ากระเป๋าตนหาย! โวยว่าหมอดูนั่นต้องเอากระเป๋าตนไปแน่เลย บอกแขกในงานว่าใครช่วยโทร.เรียกตำรวจที แมนรีบขอร้องว่าอย่าเพิ่ง อาจเกิดความเข้าใจผิดกัน บอกมิ้มให้รีบไปตามหาป้าอร

    มิ้มวิ่งหน้าตั้งออกไป แต่ป้าอรนั่งแท็กซี่ไปแล้ว มิ้มโทร.หา ป้าอรตัดสินใจปิดโทรศัพท์พึมพำ “ป้าขอโทษนะมิ้ม...”

    ระรินโวยวายกระเป๋าราคาแพงหาย ขู่จะฟ้องเจ้านายมิ้ม ศรันย์มองไปมองมาเห็นกระเป๋าอยู่ใต้โต๊ะ จึงเดินไปบอกต้น ต้นไปหยิบกระเป๋าถามระรินว่าใบนี้ใช่ไหม?

    ระรินใส่จริตขอบคุณต้น ต้นก็แอ๊บแมนดีใจที่ได้เจอเธออีก แล้วแนะนำว่าศรันย์เป็นเพื่อนตน ระรินเห็นศรันย์หล่อเท่ ก็ให้มิ้มถ่ายรูปกับสองหนุ่มไว้เป็นที่ระลึก มิ้มถ่ายให้สองสามแชะแล้วคืนมือถือให้ระริน เสียงเบนก็ประกาศเปิดงานทันที...

    มิ้มในชุดสีขาวสวยน่ารัก ขึ้นเวทีแนะนำตัวเอง แล้วคุยกับแขกถึงการดูดวงว่า...ไพ่แต่ละใบนั้น อาจเป็นลิขิตแห่งโชคชะตาความรัก...เพราะรักระหว่างคนสองคนไม่ว่าจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือค่อยๆงอกงามอย่างช้าๆ ล้วนมีเหตุผลมาจากบุพเพสันนิวาส แล้วเชิญชวนทุกคนมาร่วมค้นหาเนื้อคู่กันในเกมราศีชี้ทางรัก แล้วอธิบายกติกาว่า

    วันนี้เราจะให้โปรแกรมเนื้อคู่ประตูดวง โปรแกรมจับคู่รัก หากว่าบนหน้าจอขึ้นรูปท่านใดแสดงว่าดวงของคุณทั้งสองคนเป็นเนื้อคู่กัน ก็ขอให้ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อจะได้เป็นคู่เต้นรำในเพลงแรกและจะได้ทำความรู้จักกับคนที่ชะตาราศีนำทางมาให้เจอกัน เมื่อแขกพยักหน้าพอใจ มิ้มสรุป “งั้นเรามาเริ่มคู่แรกกันเลยค่ะ”

    งานดำเนินไปจนถึงสี่คนสุดท้ายที่ยังไม่มีคู่ มิ้มเชิญมาร่วมลุ้นพร้อมกันเลย ต้นกับศรันย์อยู่ในกลุ่มจึงเดินออกไปที่หน้าเวที ต้นเห็นระรินจึงผายมือเชิญเดินออกมาหน้าเวทีด้วย หน้าเวทีจึงมีต้น ศรันย์ และระริน มิ้มประกาศเชิญสุภาพสตรีอีกหนึ่งท่าน ทุกคนมองหาแต่ไม่มีใครแสดงตัว มิ้มกับเบนเริ่มหน้าเสีย

    แมนกระซิบบอกมิ้มว่าตนลืมบอกไปว่าผู้หญิงที่ลงทะเบียนรายชื่อขาดไปคนหนึ่ง เบนกลัวขืนช้าระรินจะเหวี่ยงขึ้นมา จึงเสนอให้จัดคู่นี้ไปก่อนส่วนผู้ชายที่เหลือเดี๋ยวค่อยบอกเขาว่าจะจัดเดตพิเศษให้ทีหลัง

    ระรินดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้จับคู่กับหนุ่มหล่อเลิศในงาน เหลือศรันย์ยืนเดี่ยวอยู่ ซินดี้เสนอตัวทันทีถูกมิ้มขวางว่าไม่ได้เพราะคุณศรันย์จะเดตได้เฉพาะกับเมมเบอร์ที่โปรแกรมเลือกคู่ของเราจัดมาเท่านั้น เชิญซินดี้กับ

    ทีมงานเก็บภาพทำสกู๊ปไป แมนสำทับว่าถ่ายได้แค่บรรยากาศงาน ถ้าเห็นหน้าลูกค้าเราออกสื่อโดนฟ้องแน่ ซินดี้จ้องหน้าทั้งสองแล้วสะบัดไป

    ศรันย์นึกสนุกอยากกวนมิ้ม ถามว่าแล้วตนจะคู่กับใคร ทำแบบนี้ตนเสียหาย มิ้มหน้าเสียยอมรับว่ามีแขกคนหนึ่งไม่มา

    “ผมไม่สนใจคำแก้ตัว ตอนนี้ผมมางานนี้ ผมอยากรู้ว่าใครเป็นคู่ของผม”

    มิ้มสะดุดนิดหนึ่ง แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะให้โปรแกรมรันเนื้อคู่ให้ แมนรีบพูดเอาใจว่าแล้วจะจัดดินเนอร์พิเศษให้ด้วย

    ระรินเห็นซินดี้ก็ตกใจกลัวซินดี้เห็นตนในงานจับคู่ รีบหลบแอบหลังต้นแล้วชวนกันหนีออกจากงาน

    มิ้มรันโปรแกรมหาคู่ให้ศรันย์ ได้หญิงสาวใส่หน้ากาก มิ้มตกใจเพราะเป็นรูปตัวเองที่ใส่หน้ากากให้พราวป้อนข้อมูลให้ตนแต่กลัวบอสจำได้ เลยใส่หน้ากากถ่ายรูปใส่ลงไปในคอมพ์แทน

    ระรินหันมองจอมอนิเตอร์เห็นผู้หญิงใส่หน้ากากรู้สึกคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกรีบเดินตามต้นออกไป ต้นถามว่าเกิดอะไรขึ้น ระรินบอกว่าขืนให้ซินดี้เห็นตนได้เอาเรื่องไปเม้าท์ในรายการกันสนุกปากแน่

    จากการคุยกันระรินกับต้นต่างบอกว่าตัวเองยังไม่มีแฟน ต้นถามว่าเธอจะกลับยังไง เมื่อระรินบอกว่าตนให้คนขับรถกลับไปแล้ว ต้นจึงอาสาไปส่ง ระหว่างนั้นต้นจีบระรินตามที่อ่านตำรามา แต่สาวเปรี้ยวอย่างระรินฟังแล้วเลี่ยนเอียนจนเกือบจะอ๊อกออกมา บางมุกก็ขำแบบสมเพช จนเมื่อมาถึงบ้านก็กู๊ดไนท์แล้วนัดไลน์คุยกัน

    พอเข้าห้องนอน ระรินก็สะอิดสะเอียนจนแม้แต่รูปของต้นก็ไม่อยากเก็บไว้ ไล่ลบอย่างเร็วไปทีละรูปจนถึงรูปที่ถ่ายร่วมกันสามคน เห็นศรันย์ก็หยุดมองเคลิ้ม คิด...

    “คูลๆ...แมนๆ อินดี้แบบนี้น่าสนแฮะ หล่อไม่เบาเลย...คุณศรันย์” เธอเบนเป้าหมายมาที่ศรันย์ทันที

    รุ่งขึ้นระรินไปหามิ้มที่คิวปิดฮัทระบายอารมณ์เรื่องต้นแล้วขอเบอร์โทร.ศรันย์บอกมิ้มว่าตนเปลี่ยนเป้าหมายแล้ว มิ้มบอกว่าไม่ได้เพราะผิดกฎ ถูกระรินขู่ว่าจะแฉเธออีก มิ้มท้าว่าตามสะดวกเลยเพราะเรื่องมันผ่านมาเป็นชาติแล้ว ระรินจึงจะแฉที่มิ้มใส่หน้ากากลงโปรแกรมหาคู่ มิ้มตกใจแต่ทำเป็นไม่รู้เรื่อง

    “เธอคือผู้หญิงคนนั้น!! ก็หน้ากากอันนี้ไง ที่เธออ้างว่าถ่ายเล่นไปลงเฟซบุ๊กน่ะ ที่แท้เธอคิดจะจับคุณศรันย์ไว้เอง ดี! ฉันจะได้เอาเรื่องนี้ไปโพสต์ลงโซเชียล เอาให้ฉาวกันไปเลย”

    มิ้มเจอไม้ตายของระรินก็รับปากจะลองติดต่อศรันย์ดูก่อนแล้วจะติดต่อกลับไป

    “ฉันต้องได้คำตอบภายในบ่าย 3 นี้” ระรินฉวยกระเป๋าเดินเชิดออกไป มิ้มนั่งกุมขมับเครียด...

    ooooooo

    ยิ่งใกล้บ่ายสามมิ้มก็ยิ่งเครียด เพราะติดต่อศรันย์ไปแล้วแต่เขาปฏิเสธ ออยแนะให้หาวิธีเกลี้ยกล่อมศรันย์จะง่ายกว่าไปแก้ตัวกับบอส มิ้มตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน นัดเลี้ยงข้าวศรันย์อีกครั้ง

    ศรันย์เอะใจที่มิ้มนัดพบจึงโทร.ไปเช็กที่คิวปิทฮัทโดยปลอมเป็นคนอื่นขอคอนเฟิร์มนัดกับมิลิน ออยพาซื่อบอกว่ามิลินมีนัดเดตให้คุณระรินกับคุณศรันย์แล้ว ศรันย์จับได้เลยวางแผนแก้เผ็ดมิ้ม เมื่อเจอต้นรู้ว่ากำลังกลุ้มที่ติดต่อระรินไม่ได้จึงชวนไปด้วยกันเพื่อให้ต้นได้พบกับระรินด้วย

    เมื่อใกล้เวลานัด มิ้มขอตัวกับระรินแต่พอดีศรันย์มา ระรินดีใจแต่แล้วก็หน้าเสียเมื่อเห็นต้นตามหลังศรันย์มาด้วย และต้นกับศรันย์ก็เห็นมิ้มแล้ว มิ้มจึงตกกระไดพลอยโจนอยู่ร่วมโต๊ะด้วย

    ระรินกระอักกระอ่วนใจที่มาเจอต้นอีกจนได้ เลียบเคียงถามความสัมพันธ์ของต้นกับศรันย์ ศรันย์บอกว่าตนกับต้นเป็นรูมเมทกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่บ้านต้นรวยเลยย้ายไปเรียนต่อที่เมืองนอกก่อน ส่วนตนได้ทุนไปเรียนแต่เรียนไม่จบ ตนหนีทุนจึงตามต้นไปสมัครเป็นลูกค้าคิวปิดฮัทเผื่อได้เมียรวยๆ จะให้ช่วยใช้หนี้ทุน

    มิ้มขัดคอบอกระรินอย่าไปเชื่อเพราะเขามีคลินิกใหญ่โตหรูหราเพิ่งเปิดใหม่ ตนเห็นกับตาเคยไปมาแล้ว ศรันย์บอกว่าตนเป็นแค่ลูกจ้าง เป็นหมอฟันรับจ้างวนเวียนไปรับจ๊อบตามคลินิกไปทั่ว มิ้มโต้ว่าไม่จริง เขาโกหก ต้นเห็นท่าจะไม่ดีจึงเสนอให้สั่งอาหารกันเลยดีไหม

    มิ้มขอตัวเพราะตนติดธุระ ศรันย์เลยขอตัวด้วยอ้างว่าต้องไปทำฟันคลินิกนอกเวลาโรงพยาบาลรัฐที่นอกเมือง แล้วรีบตามมิ้มออกไป

    มิ้มพยายามเดินหนี ศรันย์ขู่ว่าถ้าเธอเดินไปอีกก้าวเดียวตนจะแจ้งบริษัทว่าเธอสร้างเรื่องโกหกหลอกลวงลูกค้าให้มานัดบอดแบบที่เจ้าตัวไม่สมัครใจ เจอไม้นี้มิ้มก็ฝ่อ ขอร้องว่าให้กราบเท้าก็ยอม ขืนฟ้องบอส ตนถูกไล่ออกแน่ พูดน่าสงสารว่า

    “เงินอาจไม่สำคัญสำหรับคุณ แต่สำหรับฉันพนักงานตัวเล็กๆ ที่ต้องดูแลทุกอย่างในบ้าน ฉันตกงานไม่ได้จริงๆ”

    “ก็ได้...ผมไม่รายงานเรื่องนี้กับบอสคุณ แต่คุณต้องทำตามคำพูดที่พูดไว้ คุณบอกว่าวันนี้คุณจะเลี้ยงข้าวผม”

    “โอเค เต็มที่” มิ้มรับคำแข็งขัน ขอแต่อย่าให้เรื่องถึงบอส ซึ่งหมายถึงตัวเองก็ถึงตายเหมือนกัน

    ศรันย์พามิ้มเข้าร้านอาหารหรูในโรงแรม ดูราคาอาหารแต่ละอย่างแล้วมิ้มเริ่มหายใจติดขัด แต่ทำใจดีสู้เสือ เมื่อศรันย์สั่งและทานเสร็จ พนักงานมาเช็กบิลบอกว่าสามพัน มิ้มหัวใจแทบหยุดเต้นเลย ศรันย์บอกว่าตนเลี้ยงเองเพราะรู้ว่าเธอมีรายจ่ายเยอะ แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องให้สัญญาก่อนว่าต่อไปจะไม่โกหก เลิกวางแผนจับคู่ให้ตนกับใครอีก รวมทั้งกับเพื่อนตนกับระรินด้วย

    แต่หารู้ไม่ว่า ต้นสารภาพกับระรินว่าตนไม่เคยจีบสาว ฉะนั้นอาจทำให้เธอเสียความรู้สึกกับลีลาการจีบที่ตนเอามาจากหนังสือซึ่งโบราณมาก บอกระรินว่า เธอเป็นคนแรกในรอบสิบปีที่ตนจีบ ตนชอบเธอจริงๆ ถามว่าอันนี้เชยไหม

    “ไม่ค่ะ...ไม่เชย” ระรินยิ้มปลื้มความซื่อของเขา

    มิ้มเริ่มรู้สึกดีกับศรันย์ที่เขาเข้าใจตนและยิ่งรู้สึกประทับใจเมื่อเขาเป็นห่วงจะไปส่งเมื่อมิ้มบอกไม่ต้องและขึ้นรถเมล์กลับ เขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปส่งด้วยความเป็นห่วง

    วันต่อมาป้าอนงค์เกิดตามัวกลัวเบาหวานจะขึ้นตา มิ้มจึงพาไปโรงพยาบาล เจอศรันย์เข้าพอดีเขาถามว่าเป็นอะไร พอมิ้มเล่าให้ฟังเขาถามว่าหมอว่ายังไง ได้คิวหมอตาหรือยัง พอรู้ว่ายังเขาก็ช่วยนัดเพื่อนที่เป็นหมอตาให้และจะทำบัตรทองส่งตัวมารักษาด้วย มิ้มยิ่งประทับใจเขามากขึ้น

    ooooooo

    ฝ่ายระรินยังมุ่งมั่นที่จะจับปลาสองมือเผื่อเลือก โทร.มาต่อว่าและขู่มิ้มว่านัดพลาดแล้วยังไม่ขอโทษตนอีก ตนมีสิทธิ์เลือกใครก็ได้ ติดอยู่ที่ยังไม่รู้จักศรันย์ เธอต้องติดต่อให้ตน

    พอดีมีสายซ้อนระรินเห็นต้นโทร.มา ปรามมิ้มว่า ยังไงมิ้มก็ต้องจัดการให้ตนได้พบกับศรันย์ ด่วนด้วย มิ้มคิดถึงคำสาบานกับศรันย์ เมื่อระรินมาเร่งรัดให้นัดศรันย์ให้ มิ้มสวนไปทันควันว่า “ไม่นัด!!”

    ระรินหัวเสียมาก พอดีพราวเข้ามา พอรู้เรื่องก็บอกให้มิ้มโอนเรื่องนี้มาให้ตนรับผิดชอบเอง ระรินไม่ยอมต้องให้มิ้มรับผิดชอบให้ได้ ถ้าไม่นัดก็เอาเบอร์ของศรันย์มา มิ้มไม่ให้ ระรินขู่จะฟ้องบอส ถามพราวว่าห้องบอสอยู่ไหน

    ระรินจะฟ้องบอสว่ามิ้มแอบเอาชื่อตัวเองใส่ลงไปในโปรแกรมจับคู่ หวังจับลูกค้าของตัวเอง พราวจึงออกรับแทนว่าเรื่องนี้ตนเป็นต้นคิดเอง ถ้าจะฟ้องก็คงต้องฟ้องตนด้วย ระรินถามสะคราญว่าห้องบอสอยู่ไหน สะคราญชี้ให้ดูแต่ตอนนี้บอสยังไม่มา ระรินจึงต้องกลับไปไม่วายอาฆาตว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันไม่หยุดแค่นี้แน่”

    มิ้มขอบใจพราวที่ช่วยตน พราวบอกว่าเป็นความผิดของตนต่างหากที่เอาชื่อมิ้มใส่ลงในโปรแกรม แต่เรื่องกับบอสนั้นไม่ต้องกังวลมากเพราะตั้งแต่เจ๊ลีลางานหรือลาออกนี่ บอสไม่กล้าไล่พวกเราออกหรอก อย่างมากก็แค่ด่าเท่านั้น

    ooooooo

    ก่อนหน้านี้ มิ้มให้ป้าอรดูดวงให้ มิ้มเปิดไพ่ได้ Six of swords ไพ่หกดาบเป็นไพ่แห่งความยากลำบาก อุปสรรคใหญ่หลวง มิ้มเซ็งมากเพราะที่ผ่านมาก็ใหญ่หลวงสาหัสอยู่แล้ว ป้าอรบอกว่ายังมีอีกแยะ มิ้มถามว่ามีทางแก้ไหม?

    “สติไง หนูมีความฉลาดเป็นทุนแต่เวลาเจอปัญหาต้องตั้งสติก่อนสตาร์ต ไม่งั้นอาจเสียแผนได้ นี่ไปวางแผนอะไรไว้รึเปล่า” มิ้มบอกว่านิดหน่อย “นั่นไงล่ะ นี่ล่ะที่ต้องระวัง ไม่รอบคอบอาจเจอคนที่เขาฉลาดกว่าเอาคืนได้”

    ป้าอรถามว่าเขาเป็นใคร พอมิ้มบอกว่าหมอฟันป้าอรก็อึ้ง มิ้มถามว่าอยากรู้ว่าดวงเขากับตนเป็นอริอะไรกันนักหนาเจอกันแต่ละทีมีแต่เรื่อง แต่ก็หนีไม่พ้นสักที

    เมื่อเจอปัญหามากมายเช่นนี้ ซ้ำยังได้รับจดหมายยึดที่จำนองอีกด้วย มิ้มไปให้ป้าอรดูดวงให้ คราวนี้เปิดได้ไพ่ Five of swords ป้าอรบรรยายว่า “ไพ่แห่งความขัดแย้งกับคนที่เหนือกว่าที่ดูท่าเขาจะไม่ลดตัวลงมาหาเรา เพราะคงจะต้องมีอะไรที่เหนือกว่านั่นแหละ”

    ป้าอรถามว่ามีเรื่องอะไรอีกหรือ พอมิ้มเอาจดหมายไล่ที่ให้ดู ป้าอรตกใจเมื่อเห็นตราชื่อ “บริษัทเรืองศักดิ์พร็อพเพอร์ตี้” มิ้มบอกว่าวันนี้ตนต้องเข้าไปขอต่อรองกับเขาดูอีกที ป้าอรแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าสีเขียวให้ต้องตามคำกลอนสวัสดิรักษาและต้องไปตอนบ่ายโมง แต่อย่าเกินบ่ายสาม

    “ขอบคุณค่ะป้าอร มิ้มจะทำตามที่ป้าแนะนำ” มิ้มไหว้ลาป้าอรแล้วรีบไปเตรียมตัว

    ooooooo

    ฝ่ายระรินเมื่อมิ้มไม่ยอมช่วยให้ตนพบกับศรันย์ก็ตัดสินใจช่วยตัวเอง หาชื่อคลินิกแล้วขับรถไปตามเนวิเกเตอร์หาทั้งวันแต่พอเจอร้านก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อให้ไปหาด่วน เธอจึงต้องกลับไป ไปถึงเจอพ่อติดแขกอยู่ ถามเลขารู้ว่าแขกชื่อมิลิน

    ระรินเอะใจรอจนเห็นมิ้มเดินออกมา เธอเข้าไปถามพ่อว่า “ผู้หญิงคนเมื่อกี๊ มาพบคุณพ่อเรื่องอะไร” เรืองศักดิ์มองอย่างสงสัย เพราะปกติเธอไม่เคยสนใจเรื่องงานเลย

    ขณะมิ้มออกมารอรถเมล์อยู่ก็ได้รับโทรศัพท์จากศรันย์บอกว่าตนนัดหมอตาที่เป็นเพื่อนได้แล้ว นัดมิ้มพาป้ามาพบกันที่ประชาสัมพันธ์แล้วเราจะได้เข้าไปพร้อมกัน มิ้มขอบคุณด้วยความซึ้งใจ

    เมื่อเจอกันตามนัด ศรันย์ต้อนรับดูแลป้าและมิ้มอย่างดี พาไปทำบัตรแล้วพาไปพบหมอ

    หมอริทเพื่อนศรันย์ตรวจป้าแล้วอธิบายสาเหตุของตามัวและข้อควรปฏิบัติในเรื่องอาหาร ถามว่ามีอะไรอีกไหม ถ้ามีคำถามหลังจากนี้ให้ถามผ่านศรันย์ได้เลย

    เมื่อไปพบศรันย์เขาขอส่งแค่นี้เพราะต้องไปทำธุระต่อ มิ้มบอกว่าเราไปกันเองได้ ป้าอนงค์ขอบคุณหมอ พอเดินออกมาป้าถามว่าศรันย์จีบมิ้มหรือเปล่า มิ้มปฏิเสธเสียงสูงว่าเปล๊า...เขาเป็นลูกค้าที่ตนกำลังเป็นกามเทพหาแฟนให้อยู่

    “เอ...แต่เท่าที่ป้าเห็นสายตาเขาเวลามองมิ้มนี่ เหมือนเขาอยากจะจีบกามเทพมากกว่านะ” มิ้มเขินถามว่าป้าเบาหวานขึ้นจนตามัวไปหรือเปล่า “ตาป้ามัวแต่ใจป้าไม่มัวนะ ป้าสัมผัสได้” ป้าอนงค์หัวเราะอย่างคนอาบน้ำร้อนมาก่อน

    “พอเลยคุณป้าจิตสัมผัส กลับบ้านกันได้แล้ว เดี๋ยวมิ้มต้องไปทำงานต่ออีก” มิ้มตัดบทกลบเกลื่อน

    ooooooo

    มิ้มกลับไปถึงออฟฟิศ เจอสะคราญรออยู่อย่างกระวนกระวาย บอกว่าระรินมารอจะพบมิ้มให้ได้ มิ้มถอนใจว่าคงเป็นเรื่องเดิม ตัดสินใจว่าถ้าต้องถูกไล่ออกก็ยอม

    “ตกงานไม่กลัว แล้วไม่มีที่ซุกหัวนอนล่ะ กลัวหรือเปล่า!” เสียงระรินเย้ยมาอย่างสะใจ พอเข้าไปนั่งข้างใน ระรินก็โยนสัญญาจำนองที่ดินมาตรงหน้ามิ้ม

    มิ้มตกใจมาก นึกถึงที่ตนไปพบเรืองศักดิ์เจรจาขอร้องว่า ที่ขาดส่งเงินไปหลายเดือนเพราะลุงเป็นอัลไซเมอร์จำไม่ได้ว่าเอาสัญญาไว้ที่ไหน ตอนนี้มีเงินส่วนหนึ่งแต่ไม่พอ สัญญาว่าจะรีบหาเงินมาไถ่โฉนดคืนให้ได้ ซึ่งเรืองศักดิ์ก็ยินยอม

    มิ้มเห็นสัญญาจำนองที่ดินถามระรินว่าเธอได้เอกสารนี้มายังไง ระรินหัวเราะเยาะว่าตนเป็นลูกสาวเรืองศักดิ์และพ่อให้มาดูแลเรื่องนี้ มิ้มบอกว่าพ่อเธอยอมให้ผ่อนแล้ว ระรินบอกว่าพ่อยอมแต่ตนไม่ยอมและเธอไม่มีสิทธิ์ขัดใจอะไรตนทั้งนั้น!

    พราวอยู่ในเหตุการณ์ด้วยไลน์บอกมิ้มว่า “ให้เบอร์ลูกค้าเขาไปเถอะ” พอมิ้มให้เบอร์ศรันย์ ระรินบอกให้เธอต้องนัดให้ด้วย แต่คราวนี้ห้ามพลาดถ้าพลาดก็หาที่อยู่ใหม่ได้เลย ว่าแล้วสะบัดไปอย่างผู้ชนะ

    ooooooo

    มิ้มไปนั่งเครียดที่โต๊ะกินข้าวบ้านป้าอร ป้าถามว่า เมื่อวานไปต่อรองเขาไม่สำเร็จหรือ มิ้มบอกว่ามันกำลังจะกลายเป็นปัญหาอื่นแทน ป้าอรถามว่าเล่าให้ฟังได้ไหมป้าอาจช่วยอะไรไม่ได้แต่ป้ารับฟังได้

    มิ้มถามว่าป้าเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกไหม เลือกที่จะต้องทำสิ่งหนึ่งทั้งที่รู้ว่าทำไปแล้วมันจะทำให้คนคนหนึ่งเข้าใจเราผิดแต่เราก็ไม่มีทางเลือก ป้าอรบอกว่าคนเราไม่ได้เกิดมามีทางเลือกมากมายเหมือนกันหรอกบางครั้งเราก็ต้องยอมทำอะไรเพื่อคนที่เรารักที่สุดแม้ว่ามันจะทำให้ตัวเราดูเลวมากในสายตาคนอื่นแม้แต่คนที่เรารักก็ไม่อาจเข้าใจเราได้

    ป้าอรหน้าเศร้าเมื่อคิดถึงเรื่องของตัวเองแต่มิ้มมัวคิดเรื่องของตัวเองเลยไม่ได้สังเกต เมื่อกลับมาห้องนอนมิ้มยังคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดี จะหลอกศรันย์หรือทำตามระริน ถ้ารักษาสัญญากับศรันย์ที่กับบ้านก็ต้องถูกยึด

    ในที่สุดมิ้มตัดสินใจโทร.หาศรันย์ พอรับสายเขาถามว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่าถึงโทร.มากลางดึก มิ้มอึ้งกับความอาทรของเขา ถามว่าพรุ่งนี้เย็นว่างไหมอยากเลี้ยงหนังตอบแทนเขาที่ช่วยป้าตน

    ทั้งสองตกลงนัดพบกันพรุ่งนี้ทุ่มตรงที่โรงหนัง

    ศรันย์ไปถึงโรงหนังก่อนกะจะไปนั่งรอ พอดีเห็นมิ้มแต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นระรินมาด้วย เขาอารมณ์เสียทันทีบ่นงึมงำว่านี่ขนาดสาบานแล้วยังโกหกอีก

    ระรินมองหาศรันย์ถามมิ้มว่าทำไมเขายังไม่มาเร่งให้โทร.ตาม มิ้มโทร.แต่ศรันย์ไม่รับสาย ระรินเร่งยิกๆ มิ้มอ้างว่าเขาอาจจะกำลังขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ก็ได้ ระรินไม่ได้ดั่งใจขู่ว่า

    “อะไรๆก็ไม่ได้ คอยดูนะมิ้มถ้าคุณศรันย์ไม่มา เธอจบแน่ๆ” ทำให้มิ้มยิ่งเครียด

    ศรันย์แก้เผ็ดมิ้มโทร.ให้ต้นมาแทนแล้วจึงโทร.บอกมิ้มว่าตนยังติดธุระให้มิ้มเข้าโรงหนังไปก่อนฝากตั๋วไว้กับพนักงานเดี๋ยวตนจะรีบตามไป ระรินดี๊ด๊าขึ้นมาทันทีบอกให้มิ้มกลับไปก่อนตนจะเข้าไปรอข้างในเลย

    มิ้มกลับไปด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บลึกในใจ

    ไม่นานต้นก็เข้าโรงหนังนั่งข้างๆระริน เธอถามอ้อนๆว่าทำไมมาช้าตนรอตั้งนาน ต้นกำลังจะพูดถูกคนข้างๆทำเสียงให้เงียบ ต้นจึงหยุดเอื้อมไปกุมมือระรินแทน ระรินใจเต้นตึ้กตั้กนึกว่าเป็นศรันย์ ต้นเองก็ใจฟูอย่างมีความสุขมีความหวัง

    พอหนังจบระรินชวนคุยว่าหนังสนุกดี ต้นบอกว่าได้ดูหนังกับคุณรินเรื่องอะไรก็สนุก ระรินอึ้งที่กลายเป็นเสียงของต้นแต่ก็รักษากิริยาเพราะอยากจะศึกษาต้นอยู่เหมือนกัน เมื่อต้นชวนทานข้าวก็ปากหวานไปว่า

    “ก็ได้ค่ะ รินก็ว่างๆอยู่แล้ว มีคุณต้นเป็นเพื่อนทานข้าวก็ไม่เหงาดีค่ะ” ทำให้ต้นยิ่งหัวใจพองฟู

    ooooooo

    ฝ่ายศรันย์หลังจากนัดต้นมาแล้วก็ตามดูมิ้ม พอโอกาสเหมาะก็เข้าไปทัก มิ้มตกใจถามว่าเขามาที่นี่ได้ยังไง ศรันย์บอกว่าตนตามเธอตั้งแต่หน้าโรงหนังแล้ว มิ้มขอร้องให้เขารีบไปหาระริน ถ้าระรินไม่เจอเขาตนพังแน่ๆ ศรันย์ถามจนมิ้มเล่าเรื่องที่ดินจะถูกยึดให้ฟัง แล้วสรุปน้ำตาคลอว่า

    “นี่เป็นที่ดินสุดท้ายของครอบครัวฉัน ถ้าฉันไม่ทำตามที่รินต้องการ รินจะเอาที่ดินผืนนี้ไป ฉันขอร้องนะคะคุณศรันย์ ช่วยไปหารินเถอะนะ” พูดแล้วร้องไห้อย่างกลั้นไม่ไหว

    “คุณระรินมีต้นดูแลอยู่แล้ว ตอนนี้คนที่ผมอยากดูแลก็คือคุณ”

    มิ้มอึ้ง ซาบซึ้งในความจริงใจของเขา...

    ระรินกับต้นไปทานอาหารกันในร้านหรู ต้นไม่เป็น อันทานมัวแต่มองระรินอย่างหลงใหล ระริน ฉอเลาะถามถึงเรื่องหัวใจในอดีตของเขา ต้นบอกว่าอย่าพูดถึงเขาเลยเราคุยเรื่องของเราดีกว่า แล้วทำเซอร์ไพรส์มอบช่อกุหลาบแดงให้ขอบคุณที่มาเดทกับตน สารภาพว่าตนชอบเธอ จะให้เกียรติเป็นแฟนกับตนได้ไหม ระรินบอกว่าค่อยเป็นค่อยไป เราเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันก่อนดีกว่า

    “วันนี้ผมเป็นได้แค่เพื่อนที่รู้ใจ แต่ต่อไปผมจะทำให้คุณรินยอมรับในตัวผมให้ได้ ผมไม่ยอมแพ้แน่นอนครับ”

    ระรินอึ้ง ทึ่งในความมุ่งมั่นของเขา...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เต๋อ" งัดไม้เด็ดง้อ "มะปราง" ขโมยหอมแก้มกลางตลาด ใน "เพลงรักเจ้าพระยา"

    "เต๋อ" งัดไม้เด็ดง้อ "มะปราง" ขโมยหอมแก้มกลางตลาด ใน "เพลงรักเจ้าพระยา"
    28 ก.ย. 2563

    07:46 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 08:02 น.