ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    กามเทพซ้อนกล

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ศรันย์....ทันตแพทย์หนุ่ม หล่อ เท่ สุภาพ ปากหวานและไม่เจ้าชู้ รักสุขภาพ อยู่ในครอบครัวอบอุ่นฐานะดี รักรถมอเตอร์ไซค์ ในโรงรถที่บ้านมีบิ๊กไบค์เท่และมอเตอร์ไซค์เก่าหายากหลายคัน ทุกคันอยู่ในสภาพดีมาก

    มิลิน หรือมิ้มของทุกคนที่ใกล้ชิดเรียกติดปาก อยู่บ้านสวนเก่าๆริมน้ำกับป้าอนงค์และลุงธงชัย มิ้มทำงานขยันขันแข็ง ใช้จ่ายประหยัดมาก จนหลายคนแซวว่า เค็มจนเกลือเรียกแม่

    ศรันย์กับมิ้ม โดยฐานะแล้วไม่มีทางที่จะได้เจอกันเลย แต่ทั้งสองก็ได้เจอกันในความฝัน...เมื่อศรันย์ฝันว่าตนเป็นเจ้าชาย และมิ้มฝันว่าตนเป็นนางซิน... ที่ไปพบกันในงานเลือกคู่ของเจ้าชาย...

    แต่พอเจ้าชายเลือกคู่ได้นางซิน ความฝันก็สลาย เมื่อต่างตื่นขึ้นมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง...

    ศรันย์สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เขาลุกขึ้นเห็นข้อความเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์ว่า

    “เปิดคลินิกใหม่วันแรก”

    ศรันย์ปิดหน้าจอ ส่ายหน้าขำๆ บ่นตัวเองว่า “ฝันอะไรเพี้ยนๆ”

    ฝ่ายมิ้มสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเครื่องซักผ้าเตือนการซักสิ้นสุด มิ้มเอาผ้ามาซักและฟุบหลับไปขณะรอนั่นเอง พอสะดุ้งตื่น มิ้มรีบโกยผ้าออกจากเครื่องซักถอนใจยาว...บอกกับตัวเองว่า...

    “ตื่นมาก็กลับมาเป็นนางซินยาจกคนเดิม...มิ้มเอ๊ย...”

    ooooooo

    ในโลกของความจริง...

    วันนี้หลังจากศรันย์ไปเข้ายิมกลับมา เมื่อเข้าไปที่โต๊ะอาหาร เห็นศรุธผู้เป็นพ่อนั่งเหม่อลอยหงอยเหงาเบื้องหน้าอาหารเช้าที่ยังไม่ได้แตะต้องเลย ศรันย์ถอนใจ เดินไปบอกพ่อ

    “พ่อครับ ทานเสียหน่อยสิครับ”

    “เจอแม่หรือยัง” ศรุธหันมองช้าๆ

    “ยังครับ...แต่ผมไม่หมดหวังแน่ๆครับ พ่อเองก็เหมือนกันนะครับ ถ้าพ่อไม่กินอะไรแบบนี้ จะมีแรงอยู่เจอแม่ได้ยังไง”

    “จริงด้วย...งั้นพ่อกินก็ได้”

    ศรุธรีบกินข้าวอย่างกะตือรือร้น...ศรันย์มองพ่อ ยิ้มเศร้าๆ แล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า...

    วันเวลาเดียวกัน...ที่บ้านสวนริมน้ำ มิ้มประคองป้าอนงค์ที่ป่วยเป็นหลายโรคมาที่โต๊ะอาหาร ป้าอนงค์เป็นป้าแท้ๆ ที่ทำขนมเลี้ยงดูแลมิ้มมาเหมือนลูก ป้ามองมิ้ม อย่างสงสาร ถามว่า

    “เหนื่อยไหมลูกมิ้ม...ป้าก็ดันมาป่วย ถ้าพ่อกับแม่เรายังอยู่คงต่อว่าป้าแน่ๆที่ดูแลมิ้มไม่ได้อย่างที่รับปาก ป้าขอโทษนะลูก”

    “ไม่เป็นไรเลยค่ะป้า...มิ้มเต็มใจ...ลุงกับป้าดูแลมิ้มดีที่สุดแล้วค่ะ เหมือนพ่อเหมือนแม่เลย มิ้มมีความสุข ออก ไม่รู้สึกขาดอะไรเลย” มิ้มคุกเข่าเกาะป้าพูดอย่าง ซาบซึ้งใจ

    ขณะนั้นเองลุงธงชัย สามีป้าอนงค์ เดินงุ่นง่านผ่านไปผ่านมาหลายรอบ ป้าอนงค์กับมิ้มมองสงสัย

    “หาอะไรอีกล่ะตาธง”

    “ก็ฟันปลอมน่ะสิ ไม่รู้ใครขโมยไป”

    “เฮ้อ...ใครจะไปขโมยฟันแก แกนั่นแหละเอาไป ลืมไว้ไหนอีก หายวันละร้อยหน” มิ้มถามว่าอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่า ป้าบอกลุงว่า “รีบไปดูเลย...ปีนี้ทำใหม่ไปสองชุดแล้ว สงสารหลานมันมั่ง”

    ลุงธงเกาหัวแกรกๆ เดินงุดๆไปห้องน้ำ ป้าอนงค์มองตามบ่นอย่างเหนื่อยใจ...

    “สร้างแต่ปัญหาจริงจริ๊ง...บ้านช่องจะโดนไล่เมื่อไหร่ไม่รู้ก็เพราะตาแก่ขี้ลืมอย่างแกแท้ๆ เฮ้อ...”

    มิ้มบอกป้าว่าลุงไม่ได้ตั้งใจหรอก ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แกคงไม่เอาบ้านไปจำนอง ป้าบ่นว่าเอาบ้านไปจำนองเข้าใจได้ แต่ลืมว่าจำนองไว้กับใครนี่สิ...ป้าคำรามในคอว่า “พูดแล้วของขึ้น”

    “ก็แกป่วยนี่คะ...ไม่เป็นไรนะคะป้า มิ้มแยกเงินเก็บ ไว้ทุกเดือน มิ้มต้องเอาโฉนดบ้านเรากลับมาให้ได้!” ป้าบอกว่าที่ดินแพงขึ้นทุกวันเขาคงไม่ปล่อยง่ายๆหรอก “ยากแค่ไหน แพงแค่ไหน หรือต้องแลกด้วยอะไร มิ้มก็ต้องเอาคืนให้ได้ มิ้มสัญญาค่ะป้า”

    “ดูซิหัวจะเป็นนอตอยู่แล้ว...” ป้าอนงค์ลูบหัวมิ้ม อย่างสงสาร ก็ได้ยินเสียงลุงธงเดินกลับมาถามประโยคเดิมว่า

    “ฟันปลอมหาย เห็นมั่งไหม ใครขโมยไปก็ไม่รู้”

    ป้าอนงค์กับมิ้มมองหน้ากันอย่างอ่อนใจ

    ooooooo

    ที่ท้ายสวนบ้านมิ้ม ป้าอรดีหมอดูไพ่ยิปซีมาเช่า บ้านอยู่ ป้าอรดีเอ็นดูมิ้มมาก มักจะเปิดไพ่ยิปซีดูดวงให้มิ้มก่อนออกไปทำงานทุกเช้า เช้านี้ก็เช่นกัน ไพ่ที่เปิดเป็นรูปเด็กถือเหรียญ หมายถึงความประหยัดมัธยัสถ์

    “ประหยัดมัธยัสถ์...นี่มันไพ่ประจำตัวมิ้มเลยนะ เปิดเจอบ๊อย...บ่อย...เป๊ะมาก”

    “เฮ้อ...นั่นสิ จนมิ้มจำได้แล้วเนี่ย ไพ่เรื่องการเงินที่ยังไม่คล่อง ต้องประหยัดตระหนี่ถี่เหนียว มิ้มเหนียวจนหนืดไปหมดแล้วนะคะป้าอร”

    “ไม่แย่นักหรอกน่ะ เราน่ะมีเพื่อน มิตรบริวารที่ดี คอยช่วยให้ได้เงินเพิ่ม บวกกับฝันมิ้มอิทธิพลดวงเกิดก็... วันนี้จะมีเค้าลางที่จะได้พบคนที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ตามหา แต่ต้องเหนื่อยยากสักหน่อยนะ กว่าจะได้มา”

    “ก็เหนื่อยตลอดแหละค่ะป้าอร สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ เฮ้อ...” มิ้มถอนใจยกบิลปึกใหญ่ขึ้นมา “ไม่น่าเชื่อนะป้า ไอ้กระดาษแผ่นบางๆปึกนี้มันบาดกรีดกลางอกมิ้ม ได้ทุกสิ้นเดือนเลย มิ้มต้องทำไงดีหนนี้”

    มิ้มหันพูดกับกล้องขณะป้าอรกำลังสับไพ่ว่า

    “ป้าอรดีค่ะ แกเป็นแม่หมอที่แม่นมาก แกมาเช่าบ้านท้ายสวนนี่มาจะสิบปีแล้วมั้ง...ป้าเปิดไพ่ประจำวันก่อนมิ้มออกจากบ้านทุกวัน ต่อให้ไพ่แย่แค่ไหนแกก็มีทางแก้ให้เสมอเลยนะคะ อย่างน้อยมิ้มก็ออกจากบ้านอย่างมั่นใจค่ะ”

    ป้าอรสับไพ่เสร็จ บอกมิ้มว่า

    “วันนี้วันพฤหัสฯหนูเอาขี้เถ้าจากเตาถ่านเจิมหน้าผากสักนิดก่อนออกจากบ้านนะ จะช่วยให้โชคดี รับรองวันนี้มีงานเข้าแน่นอน”

    มิ้มฟังป้าอรแล้วสบายใจขึ้นตามเคย แต่ก่อนออกจากบ้าน มิ้มทุบหมูกระปุกออมสินที่หยอดมาทุกวัน พูดปลงๆ

    “ลาก่อนพิกกี้...”

    เวลาเดียวกัน...ศรันย์ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปตามถนน เหม่อกับความจริงในความคิดตัวเองว่า...

    “นั่นแหละครับชีวิตผม...ดูครบ พร้อม สมบูรณ์เหมือนมีมาก...แต่ที่จริงกลับไม่มีอะไรเลย”

    ฝ่ายมิ้ม...ทำงานงกๆ ดูแลป้ากับลุงที่เลี้ยงดูตนมา พูดกับกล้องว่า

    “นี่แหละ...ชีวิตฉัน ลุ่มๆดอนๆ ชักหน้ามาโปะหลัง ขาดๆเกินๆ มีน้อยจนน่าใจหาย แต่ก็ยังดีที่รู้ว่า...ทำเพื่อใคร”

    ศรันย์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านวัด บอกตัวเองว่า “ผมไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา เรื่องพรหมลิขิตอะไรพวกนั้นเลยสักนิด แต่ผมกลับต้องมองหาใครคนนึงมานานแสนนาน จากสถานที่ที่มีแต่คนเชื่อเรื่องโชคลาง และผมต้องตามหา เขาให้เจอให้ได้”

    ตรงกันข้าม มิ้มที่มีความเชื่อเรื่องโชคลางอย่างมาก จะก้าวเท้าออกจากบ้านก็ต้องดูเวลาและก้าวเท้าให้ถูกข้าง เชื่อว่า

    “อะไรที่มันเสริมดวง หนุนโชคลาภ...ขอให้บอก... ที่ยึดเหนี่ยวเล็กๆ ที่มันช่วยให้คนด้อยวาสนาอย่างฉันพออุ่นใจมีแรงเดินต่อ ไอ้โบนัสล้านนึงจากบอสก็อยากได้แหละ แต่ลุงกับป้าต้องมาก่อน เฮ้อ...เอาน่า...”

    ทั้งศรันย์และมิ้มที่มีความเชื่อต่างกัน พูดขึ้นพร้อมกันอย่างมีความหวัง ในที่ต่างกันว่า

    “สักวัน...ต้องเป็นวันของผม”

    “สักวัน...ต้องเป็นวันของฉัน”

    ooooooo

    ที่ Ssran dental มดแดงผู้ช่วยทันตแพทย์ของศรันย์ อ้วนดำล่ำเตี้ย แต่จิตใจดี อารมณ์ดีกำลังจะไขกุญแจเข้าร้าน แต่พอนึกได้ก็ชะงักโทร.หาศรันย์ถามว่าอยู่ไหน มาตัดริบบิ้นหน่อย

    “พี่ดูฤกษ์มาแล้วนะคะหมอ ฤกษ์ธงชัย 7 โมง 29 นาที ร้านใหม่เราทำเสร็จแล้วหรูหราไฮโซกว่าที่เก่าเยอะเลยค่ะ หมอมาทันไหมคะ”

    “พี่มดแดงจัดการเลยครับ ไม่ต้องรอ...ผมไม่ค่อยเชื่ออะไรแบบนี้หรอก แต่ขอบคุณนะครับที่ใส่ใจขนาดนี้”

    “อีกตั้งครึ่งชั่วโมง พี่รอหมอดีกว่า”

    ศรันย์ยิ้มขำๆ เร่งเหยียบคันเร่งไป

    ฝ่ายมิ้มเอาขี้เถ้าที่เตาถ่านมาแต้มหน้าผากตามที่ป้าอรบอกว่าจะโชคดี พอจะก้าวออกก็หยุดกึกนึกได้ว่าต้องก้าวเท้าขวาออกก่อน ตั้งหลักแล้วค่อยๆก้าวเท้าขวาออก มือหิ้วถุงมากมาย ทั้งถุงขนมที่จะเอาไปขายที่ทำงาน และมีกระเป๋าหนักจนไหล่เอียง

    ลุงธงชัยกับป้าอนงค์ยืนมองอยู่ ป้าสงสารมิ้มที่ต้องถือของพะรุงพะรังหนักอึ้ง ลุงพึมพำว่ามิ้มเชื่อเรื่องโชคลางหัวปักหัวปำ ทุกอย่างต้องถูกต้องตามฮวงจุ้ยเป๊ะ ป้าบอกว่ามิ้มทำแล้วสบายใจไม่เดือดร้อนใคร แว้งถามลุงว่า เจอฟันหรือยัง ลุงบอกว่ายัง บ่นว่าหิว

    ป้าถามว่าหิวอะไรเพิ่งกินไปเมื่อกี๊ เร่งให้รีบไปส่งขนมปากซอย แผนที่อยู่ในถุง ห้ามเถลไถล เพราะไม่ไหวจะตาม

    “แผนท่งแผนที่อะไร แค่ปากซอยฉันจำได้หรอกน่า นี่ธงชัยนะ สบายมาก”

    ป้ามองอย่างระอากับความขี้คุยของลุง

    ooooooo

    มิ้มนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปถึงช็อปปิ้งมอลล์ หิ้วของพะรุงพะรังเข้าไป พอดีศรันย์มาจอดรถมองไปที่คลินิกทำฟันของตน พอเข้าไปก็ตรงไปสั่งเอสเปรสโซ่ร้อน

    ศรันย์มองมิ้มตั้งแต่เข้ามาแล้ว มิ้มจ่ายค่ารถ พี่วินทอนตังค์ให้มิ้มพยายามเก็บเศษตังค์ใส่กระเป๋า ทำเหรียญบาทหล่นกลิ้งไป มิ้มเหวี่ยงถุงใหญ่ไล่ตะครุบเหรียญบาท กระเป๋าถูกเหวี่ยงไปกระแทกเท้าของศรันย์อย่างจัง เขาเจ็บจนร้องโอ๊ย...

    มิ้มยกมือไหว้ลวกๆ ขอโทษ บอกว่าตนรีบแล้วเดินหนีไปเลย ศรันย์ยังไม่หายเจ็บบ่น “ซวยแต่เช้า”
    มิ้มเอาเหรียญที่ทุบกระปุกมาไปแลกที่เคาน์เตอร์แล้วรีบขึ้นไปที่คิวปิดฮัทเพราะแบกขนมที่เพื่อนสั่งและไม่สั่งมามากเอาไปให้ตามสั่งและขายคนที่ไม่ได้สั่งกระทั่งคนที่เอาไปชิมแต่ก็คิดเงิน เพื่อนๆได้แต่ขำๆ มิ้ม อย่างรู้กัน

    เมื่อขายขนมหมดแล้ว มิ้มนั่งจดรายรับวันนี้ละเอียดยิบว่าแลกเหรียญได้สองพันสามสิบบาท
    ห้าสิบสตางค์ ค่าขนมสามร้อยเจ็ดสิบบาท ออยกับพราวเข้ามานั่งมองมิ้มอย่างเห็นใจ ถามว่าป้าเป็นไงบ้าง?

    มิ้มเล่าอาการป่วยของป้าแล้วบอกว่าเดือนนี้หนักหน่อย พราวถามว่ายืมตนก่อนไหม มิ้มส่ายหน้า...

    “ม่ายอะ...ยืมมาก็ไปโปะอีกอันโยกหนี้โน้นไปยันหนี้นั้น ก็เป็นหนี้ซ้ำซ้อนเพิ่มไม่จบ” ออยบอกว่าถ้าไม่ไหวก็ต้องบอก “ขอบใจแกสองคนมาก ถ้ามันถึงตาจนจริงๆค่อยกวนพวกแก”

    ขณะนั้นเอง ทีวีที่เปิดอยู่เป็นช่องรายการ “Fly High With Angle” สามสาวหยุดหันไปดู ซินดี้กำลังทักทายผู้ชมอย่างมีจริตเว่อร์ แล้วเข้ารายการอย่างตื่นเต้นว่า

    “เรามาดูกันเลยค่ะ กับภาพเด็ดจากเหยี่ยวข่าวรายการเราที่ซุ่มจากแอร์พอร์ตว่าเซเลบริตี้ลูกสาวคนสวยของคุณเรืองศักดิ์เจ้าพ่อธุรกิจอสังหาฯใหญ่ยักษ์ที่เพิ่งก้าวจากเครื่องมาหมาดๆ แค่วินาทีที่แตะพื้น นางก็เก๋กู๊ดสะดุดตา แหล่งข่าวยืนยันว่า เธอกลับมาเฉิดฉาย ใช่เธอแน่ๆค่ะ...คุณระริน ภูทะเล”

    แล้วกล้องก็จับหน้าระรินเต็มจอ...

    “ยัยริน!” มิ้มพึมพำทำท่าสยอง ออยถามว่าทำไมทำเหมือนเห็นผี รู้จักเหรอ “เออดิ ยิ่งกว่าผีอีกแกปีศาจเลยล่ะ”

    พราวบอกให้เล่ามาเลยอยากรู้ แต่พอดีมีโทรศัพท์เข้า มิ้มรับสายฟังแล้วตกใจ ถามเสียงดัง

    “หา...สองหมื่น!!!”

    ooooooo

    วันนี้ระรินเดินเฉิดฉายเข้าไปในร้านกาแฟหรูที่เรืองศักดิ์ผู้เป็นพ่อนั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอเข้าไปนั่งถามเซ็งๆ

    “มีอะไรหรือคะพ่อ” เรืองศักดิ์บอกว่ามี เพราะเธอกลับมาหลายวันแล้วแต่พ่อยังไม่เจอหน้าเลย “แหม... ทำอย่างกับพ่อว่างพบหน้ารินงั้นแหละ”

    “โอเคๆ พ่อแค่อยากรู้ว่าจะเอายังไงต่อ จบโทก็แล้วจะลอยไปลอยมาอีกนานแค่ไหน เมื่อไหร่จะทำงานทำการ”

    ระรินบอกว่าไม่เห็นมีอะไรให้ทำ เรืองศักดิ์บอกว่างานที่บริษัทมีเยอะแยะรอให้เธอกลับมาช่วย ระรินบอกว่าน่าเบื่องานขายที่ขายบ้านขายคอนโดทั้งที่ตนจบดีไซเนอร์ เรืองศักดิ์ถามว่าแล้วเรียนทำไม บอกแล้วว่าให้เรียนการตลาดอสังหาฯ ยื่นคำขาดว่า ยังไงเธอก็ต้องรับช่วงงานของพ่อเพราะพ่อมีลูกสาวคนเดียว ระรินบอกให้ซื้อคนเก่งๆมาช่วย

    “ธุรกิจเป็นพันๆล้าน จะไปไว้ใจใครได้ ก็ต้องคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่รู้ล่ะถ้าแกไม่ทำพ่อก็ต้องหาลูกเขยที่เหมาะสมมาช่วยงานแล้ว”

    ระรินโวยว่านี่มันสมัยไหนแล้ว บอกว่าตนหาเองได้ อย่างตนผู้ชายมาตอมตั้งเยอะใครๆก็รู้ เรืองศักดิ์บอกว่าไม่เห็นมีใครเอาจริงสักคน

    “พ่อ! นี่ดูถูกรินมากไปแล้วนะรินไม่เอาใครต่างหาก ผู้ชายสมัยนี้มีแต่พวกเก้งกวางทำมาจีบรินไว้บังหน้าบ้างล่ะมีเมียแล้วแอ๊บไม่มีบ้างล่ะ รวยไม่จริงบ้างล่ะ รินไม่โง่หรอก อย่างรินถ้าจะมี ต้องหล่อ รวย เก่ง สมบูรณ์แบบเท่านั้นค่ะ”

    เรืองศักดิ์ยื่นคำขาดว่าเธอต้องไปเจอผู้ชายที่พ่อหาให้ ระรินเลยอ้างว่าตนมีอยู่แล้ว เรืองศักดิ์ขอดูตัวถ้าไม่มีก็ต้องไปดูตัวคนที่พ่อหาให้ พูดจบก็ลุกไปเลย ระรินเครียดพึมพำ “บ้าจริง แล้วฉันจะไปเสกมาจากไหนเนี่ย??” เธอหยิบไอแพดออกมาเปิดเห็นชื่อบริษัทคิวปิดฮัทพอดี

    “คิวปิดฮัท...บริษัทจัดหาคู่อันดับหนึ่งของเมืองไทย... ‘คิวปิดฮัทเรื่องความรักเราจัดให้’ โห...ได้แต่งหลายคู่เหมือนกันนี่ เวิร์กแฮะ” แล้วระรินก็โทร.ตามเบอร์ที่โชว์ทันที

    ooooooo

    มิ้มตกใจมากเมื่อรู้ว่าค่าทำฟันของลุงสูงถึงสี่หมื่นบาท เธอรีบไปที่คลินิกทำฟันของศรันย์ มดแดงยืนยันว่าตัวเลขถูกต้องเพราะคุณลุงต้องทำทั้งชุดบนและชุดล่าง แต่วันแรกแค่พิมพ์แบบฟันจ่ายครึ่งเดียวก่อนสองหมื่น

    มิ้มบอกว่าสองพันก็ไม่มีแล้ว หันไปเห็นลุงนั่งหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ก็ต่อว่าว่าบอกแล้วให้หาฟันดูก่อนยังไงก็ต้องอยู่ในบ้านนั่นแหละ ลุงไม่สนใจยื่นถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ดูบอกว่าหิวแต่เคี้ยวไม่ได้ มิ้มบอกว่าต้มข้าวต้มกับหมูหย็องไว้ให้ก็กินไปก่อน เมื่อเช้าก็เพิ่งกินไป ลุงเถียงคอเป็นเอ็นว่ายังไม่ได้กิน

    ศรันย์ได้ยินตลอด เขาออกมาจากห้องทำฟัน มีผ้าปิดปากและคลุมหัวโผล่ดู เห็นมิ้มก็จำได้เลยยืนฟัง

    มิ้มถามมดแดงว่าจะจ่ายเฉพาะค่าพิมพ์ฟันก่อนได้ไหมขอแบบลดสุดๆเลย มดแดงขอถามหมอดูก่อน ศรันย์จึงออกไปบอกว่าได้ เราจะเก็บแบบไว้ก่อน สั่งทำจริงเมื่อไหร่ค่อยบอก จะผ่อนเป็นงวดๆก็ได้

    มิ้มโล่งใจเหมือนพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยมองศรันย์ที่ปิดหน้าปิดตาอยู่ชมว่าหล่อ ไม่เห็นหน้ายังหล่อ ใจหล่อมากเลย ยกมือไหว้ขอบคุณ บอกว่า “พระมาโปรดแท้ๆ”

    “ยินดีครับ” ศรันย์ตอบทั้งที่ไม่ได้เปิดหน้า พอดีออยโทร.มาถามด้วยความเป็นห่วง มิ้มตอบเสียงใสว่าเรียบร้อยแล้วยังไม่ต้องจ่าย หมอน่าร้ากกกก...ใจดีมากกกก ศรันย์แอบเขินมองมิ้มอย่างเอ็นดู

    ออยบอกมิ้มให้รีบกลับเพราะมีลูกค้ากำลังจะเข้าออฟฟิศแต่ตนกะเวลาผิดกลับไม่ทัน ให้มิ้มรีบมาช่วยรับลูกค้าแทนด้วย งานนี้ยกค่าคอมให้มิ้มเลย มิ้มดีใจจะได้เป็นค่ายาของป้า จากนั้นออยโทร.บอกพราวว่าตนโอนลูกค้าให้มิ้มแล้ว ถามว่าของเธอล่ะ? ฟังพราวแล้วบอกว่าดีให้รีบโทร.บอกมิ้มเลย มิ้มได้รับโทรศัพท์จากพราว คุยแล้วบอกว่าตนได้รับเคสของออยอยู่แล้ว พราวจ้างมิ้มให้คิดธีมปารตี้ให้ด้วย มิ้มตอบรับด้วยความยินดีว่า

    “เริ่ด...ได้อยู่แล้ว เงินมาสมองฉันไหลปรื๊ดๆ เลย...เลิฟยูนะเพื่อนรัก...บาย”

    มดแดงฟังอยู่ พอมิ้มวางสายก็ถามว่าน้องทำงานที่คิวปิดฮัทหรือ มิ้มบอกว่าใช่ รู้จักด้วยหรือ มดแดงบอกว่ารู้จัก คิวปิดฮัทดังจะตาย ตนก็เป็นสมาชิกด้วย มิ้มถามว่าเจอคนถูกใจหรือยัง มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยตนยินดีมากๆ

    “เฮ้อ...คงเป็นที่พี่บุญน้อยเองล่ะค่ะ เกิดมาอ้วนดำต่ำเตี้ยเพลียจิต ทางคิวปัดฮัทเขาก็นัดให้หลายครั้งแล้วแต่ก็...

    “อย่าหมดหวังสิคะ มีคนบอกมิ้มว่า โชคชะตามีกำหนดเวลาของมัน”

    ศรันย์ยืนหันหลังฟังอยู่ สะดุดหูเพราะเคยได้ยินแม่พูดประโยคเดียวกันนี้

    มิ้มยังถามข้อมูลจากมดแดง พอรู้ว่าเกิดวันเสาร์ก็บอกว่า “คู่แท้จะมาจากต่างแดน ขนดกด้วยนะคะ” เล่นเอามดแดงอายหน้าแดงบอกว่าพูดเหมือนหมอดูเคยบอกตนเลย มิ้มบอกทริคเสริมดวงให้มดแดงลองทำทุกวันก่อนออกจากบ้าน แต่ถ้าไม่เวิร์กให้บอกตนมีอีกเพียบ ไว้จะมาบอกใหม่ ดูนาฬิกาแล้วขอตัว ก่อนไปต่างบอกชื่อกันไว้

    มิ้มเดินไปหาศรันย์ที่ยืนหันหลังให้อยู่ สะกิดบอกเขาว่า

    “ขอบคุณนะคะหมอ ดีใจจังที่ได้เจอคนใจดีอย่างหมอนะคะ หมอน่ารักที่สุดเลยค่ะ” แล้วยิ้มน่ารักให้ ศรันย์มองอึ้ง พอมิ้มไปก็พึมพำประโยคที่มิ้มพูดกับมดแดงเบาๆ

    “โชคชะตามีกำหนดเวลาของมัน...”

    ศรันย์ขี่มอเตอร์ไซค์ไปแถวท่าพระจันทร์ที่เป็นแหล่งหมอดู เขาดูแล้วส่ายหน้ากับความงมงายของคนเหล่านั้น

    ooooooo

    เมื่อมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านเก๋ๆแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ศรันย์เจอกับธนกฤตหรือต้นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่อยู่ห้องเดียวกัน รู้ทุกข์สุขของกัน แต่ ไม่ทันจบปีหนึ่งต้นก็ขนของออกจากห้องโดยไม่ได้ลากัน

    ศรันย์สารภาพว่าตอนนั้นตนไม่ค่อยอยากกลับบ้านเลยแฮบของกินของต้นบ่อยๆ แต่วันนี้ขอเลี้ยงคืนใช้หนี้เต็มที่

    ต้นบอกว่าตนกินกับลูกค้ามาแล้ว บ่นว่าไม่ได้อยู่เมืองไทยนาน ไปไหนมาไหนไม่ค่อยถูก ศรันย์ถามว่าจะไปไหนทางในกรุงเทพฯนี่ตนเซียนเลยล่ะ ต้นบอกว่าตนกำลังจะไปที่นึงใกล้เวลานัดแล้วช่วยพาไปที

    ‘ที่นึง’ ที่ต้นจะไปคือคิวปิดฮัทนั่นเอง ศรันย์ถามว่าไปทำไม เขาทั้งหล่อทั้งรวยต้องพึ่งบริษัทไร้สาระแบบนี้ด้วยหรือ

    “ใช่ฉันนี่แหละ...เฮ้ย เปิดใจหน่อยบางทีชีวิตคนเราก็ไม่ง่ายเหมือนกันทุกคนหรอกนะ เราทำแต่งาน เจอก็แต่ลูกค้ารุ่นใหญ่ซีอีโอมีอายุทั้งนั้นไม่เคยเจอหรอกสาวๆสวยๆ น่ารักๆน่ะไม่มีโอกาสก็ต้องหาตัวช่วย ไม่เห็นแปลกเลย”

    “ไอ้การมีแฟนนี่ มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

    “จำเป็นสิ แกรู้ไหม พอเราอยู่ในวงการธุรกิจใหญ่ๆ การมีครอบครัวเป็นสิ่งชี้วัดอย่างนึงของคนที่ประสบความสำเร็จนะ พ่อเพิ่งยื่นคำขาดมา ถ้าฉันหาเองไม่ได้พ่อก็จะหาให้” ศรันย์ถามว่ายุคนี้ยังมีแบบนี้ด้วยหรือ “มีแน่นอน เยอะด้วย ไม่งั้นธุรกิจหาคู่มันจะโตเป็นดอกเห็ดขึ้นมาได้ไง หลักดีมานด์ซัพพลายง่ายๆน่ะ ลองคิดดูดีๆ

    ooooooo

    มิ้มรีบกลับมาคิวปิดฮัทเพื่อรับลูกค้า พอมาถึงเธอชะงัก เมื่อเห็นลูกค้าคือระริน! แต่งานก็คืองาน มิ้มปั้นยิ้มทำเสียงร่าเริงทัก ดีใจที่ได้เจอเพื่อนที่จากกันตั้งแต่ชั้นประถม ระรินชมว่ามิ้มโตขึ้นแล้วสวย สวยแบบไทยๆออกบ้านๆ

    ระรินบอกว่าตนดีใจมากที่งานนี้ได้มิ้มเป็นคนดูแลตนเหมือนวันเก่าๆของเราไม่มีผิดเลย แล้วทบทวนถึงตอนเด็กๆที่มิ้มต้องช่วยเธอทำเลขและลอกสังคมให้ ทำให้เสร็จก่อนที่คุณพ่อจะมารับตนกลับ มิ้มก็จำต้องทำให้

    มิ้มเอาเอกสารให้ระรินกรอก เธอให้มิ้มกรอกให้อ้างว่าไปอยู่เมืองนอกนานไม่ถนัดภาษาไทย ตนจะบอกให้มิ้มเขียน มิ้มถามคำถามแรกว่าทำไมเธอจึงมาใช้บริการของคิวปิดฮัท ระรินถามว่าใครตั้งคำถามอย่างนี้ ไม่ฉลาดเอาเสียเลย

    “ที่ถามเพราะเราอยากรู้ว่าคนที่มาใช้บริการ เพราะเหตุผลอะไรบ้าง เช่นไม่ค่อยได้เข้าสังคมหรือเคยผิดหวังกับรักที่เจอเอง หรือ..ไม่มีใครเอา เหตุผลของเธอคือข้อไหน”

    ระรินมองขวับโกรธจี๊ด บอกว่าไม่ถูกสักอย่าง ที่ตนมาก็เพราะตนรวยและสวยมาก อยากมาเสียเงินหาผู้ชายควงเล่นๆ แก้เซ็งสักวันสองวัน มิ้มบอกว่านั่นไม่ใช่นโยบายของเรา เราไม่เอาความรักมาล้อเล่น ระรินบอกว่าตนมีเงินจ่าย สองเท่าก็ได้

    พอดีสะคราญเข้ามาบอกมิ้มว่ามีลูกค้ามา บอกว่านัดไว้แล้ว มิ้มจึงบอกให้ระรินพยายามเขียนเองก่อนแล้วออกไปพบลูกค้า ระรินหงุดหงิดบอกว่าตนก็ลูกค้าเหมือนกันไม่ให้ไป แต่มิ้มเดินออกไปกับสะคราญแล้ว

    ศรันย์ส่งต้นมาถึงแล้วขอตัวกลับ ต้นขอให้อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนเพราะตนก็ชักเขินเหมือนกัน

    “ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ การมีความรักไม่ใช่เรื่องน่าอายนะคะ” มิ้มเข้ามาพอดีพูดแทรกขึ้น ต้นกับศรันย์หันมองเห็นยิ้มหวานของมิ้มทั้งสองถึงกับอึ้ง ต้นกระซิบว่าแค่พนักงานต้อนรับก็น่ารักแล้ว ชวนให้อยู่ก่อน ศรันย์ที่ยังอึ้งที่มาเจอมิ้มอีก ทำเป็นเออๆอย่างเสียไม่ได้

    “สวัสดีค่ะ ดิฉันมิลินค่ะ เรียกมิ้มก็ได้นะคะ ที่นัดกับแพรวพราวไว้รึเปล่าคะ” ต้นบอกว่าใช่ ตนชื่อธนกฤต “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณธนกฤต...แล้วนี่คุณ?” ต้นรีบบอกว่านี่ศรันย์เพื่อนตนเอง

    มิ้มถามว่าพาเพื่อนมาสมัครด้วยหรือ ศรันย์จะบอกว่าตนไม่ได้มา...แต่ถูกต้นขัดขึ้นว่า ใช่ สองคนเลย มิ้มจึงเชิญเข้าไปข้างใน ศรันย์มองหน้าต้นงงๆ ต้นพยักหน้าทำนองว่าเอาน่า ศรันย์ตกกระไดพลอยโจนเดินตามต้นไป

    มิ้มพาต้นกับศรันย์เดินผ่านห้องที่ระรินนั่งอยู่ซึ่งเป็นห้องกระจก ระรินถามมิ้มว่าเสร็จแล้วหรือ มิ้มบอกว่าอีกแป๊บนึง ระรินเห็นต้นกับศรันย์สองหนุ่มหล่อเท่มาดดีเดินมาก็รีบโพสท่านั่งให้ดูเก๋ไก๋ ยั่วยวน ต้นเห็นระรินสวยเก๋เร่าร้อนก็ส่งสายตาปิ๊งปั๊งทันที ระรินส่งสายตาเลยไปถึงศรันย์ด้วย แต่ศรันย์วางมาดขรึม ระรินมองอย่างรู้สึกท้าทายมาก

    ooooooo

    เมื่อมิ้มเอาเอกสารให้ ต้นรีบรับไปแต่ศรันย์มองเฉย มิ้มเลยวางเอกสารไว้บนโต๊ะบอกว่านี่เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องกรอก ลองอ่านดูก่อน ต้นขอไปเข้าห้องน้ำ ฝากเพื่อนไว้ด้วย

    มิ้มบอกทางไปห้องน้ำแล้วหันมาคุยกับศรันย์บอกว่าข้อมูลที่ให้กรอกอาจจะยาวหน่อยแต่ยิ่งกรอกละเอียดโอกาสในการพบคนที่ใช่ก็ยิ่งมาก ศรันย์ถามไม่มองหน้าว่าเจอคนที่ใช่เพราะเขียนเรียงความยาวๆเก่งเนี่ยนะ

    “ใช่ค่ะ...ยิ่งคุณบอกความเป็นตัวตนความต้องการได้ชัดเจนโปรแกรมของเราก็จับคู่คนที่มีความเป็นตัวตนและความต้องการที่แมตช์กับคุณได้ชัดขึ้นเหมือนกัน”

    ศรันย์ถามกวนๆว่าถ้าตนแต่งเรื่องมั่วๆแบบเป็นเจ้าชายรัชทายาทปลอมตัวมาหารักแท้ ตนจะแมตช์กับคนแบบไหนหรือ มิ้มตอบอย่างทันกันว่าก็อาจเจอเจ้าหญิงพลัดถิ่นได้

    “เพ้อเจ้อ การหากินกับความหวังลมๆแล้งๆ ของคนนี่มันเป็นธุรกิจใหญ่โตได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”

    “ถ้าคุณยังไม่สบายใจที่จะสมัคร เก็บไปคิดก่อนก็ได้นะคะ” มิ้มกัดฟันยิ้มให้ และดึงใบสมัครกลับ ศรันย์ตะปบไว้

    “ไม่...ผมจะสมัคร ผมอยากลองของ”

    มิ้มจำต้องปล่อยมือ ข่มอารมณ์อย่างหนัก ปล่อยให้ศรันย์กรอกใบสมัครแล้วเดินออกไประงับอารมณ์ พอออกไปที่ห้องครัวเห็นสะคราญกำลังล้างจานร้องเพลงอารมณ์ดี มิ้มตะโกนระบายอารมณ์

    “โว้ยยยยย!! วันนี้เป็นอะไรเนี่ย เจอแต่คนแย่ๆ” สะคราญถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย “ผู้หญิงว่าแย่แล้ว ผู้ชายยิ่งห่วยกว่า” สะคราญจับจุดมิ้มได้บอกว่าให้ท่องไว้เงินๆๆ เอามือวนเหมือนสะกดจิต มิ้มเริ่มเคลิ้มท่องตาม “เงินๆๆ ใช่ เงิน...เออค่อยดีขึ้นหน่อย โอเค...สู้เพื่อเงิน วันนี้ไพ่ป้าอรไม่แม่นซะแล้ว ไหนว่าจะได้เจอคนที่พาเรื่องดีๆ มาให้ เจอแต่คนเฮงซวย”

    สะคราญบอกว่าปีชง มิ้มนึกได้บอกว่าสงสัยต้องไปแก้ชงเสียแล้ว ถอนใจแล้วควักยามาดมอย่างหมดแรง

    ฝ่ายธนกฤตหรือต้น ออกจากห้องน้ำเจอระรินออกจากห้องน้ำหญิงฝั่งตรงข้ามจ๊ะเอ๋จนเกือบชนกัน ระรินแกล้งเซ ต้นรีบประคองถามเสียงหล่อว่า

    “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

    ต่างฝ่ายต่างตำหนิตัวเองว่าไม่ระวังตัวและพรวดพราดทำให้ตกใจ อารมณ์ปิ๊งที่มีต่อกันจุดประกายอีกครั้ง ต่าง บอกชื่อตัวเองและยินดีที่ได้รู้จักกัน ต้นมองหน้าระรินตาเป็นประกาย รำพึงเคลิ้ม

    “มิน่า คิวปิดฮัทถึงได้เป็นบริษัทหาคู่อันดับหนึ่ง เพราะแค่ก้าวแรกที่เข้ามาก็เหมือนจะเจอคนที่ใช่แล้ว...”

    ระรินยิ้มเขินอย่างมีจริต...

    เมื่อกลับไปกรอกข้อความในใบสมัครแล้ว ต้นกับศรันย์เดินออกมา มิ้มถือแฟ้มกลับเข้าไปในห้องที่ระรินรออยู่ถามว่ากรอกข้อมูลเสร็จหรือยัง ระรินไม่ตอบแต่เดินเข้ามาดึงแฟ้มในมือมิ้มไป เปิดดูแล้วอุทานตื่นเต้น

    “ต้น ธนกฤต...ว้าว...เจ้าของธุรกิจส่งออกเสื้อผ้า” มิ้มเข้าแย่งแฟ้มคืนระรินเบี่ยงตัวหลบ บอกว่าขอดูของอีกคน มิ้มปรามว่าเธอไม่มีสิทธิ์อ่านประวัติลูกค้าคนอื่น ระรินไม่สนใจ มิ้มฉุนขาดถามว่าฟังตนพูดบ้างหรือเปล่า!

    “เธอนั่นแหละ ฟังที่ฉันพูดบ้างหรือเปล่า” ทั้งสองแย่งแฟ้มกันไปมา มิ้มบอกให้ปล่อย ระรินถลึงตาใส่มิ้มกระซิบเสียงเข้มแววตาร้ายกาจว่า “มิ้มจ๊ะ...เธอลืมแล้วหรือว่า เธอเป็นทาสของฉัน!! ถ้าเธอไม่ทำตามที่ฉันสั่ง ฉันจะแฉเรื่องของเธอให้โลกรู้!!”

    มิ้มอึ้งสนิท!!!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”
    28 ก.ย. 2563

    09:01 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 10:18 น.