สมาชิก

คิวบิก

ตอนที่ 4

คืนนี้ หลินหลานเซ่อนอนไม่หลับ เขาครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ทำให้เขากลายเป็นคนเย็นชาต่อ ความรัก...

เวลา นั้น เขาอายุ 11-12 ปี คืนหนึ่ง มากาเร็ตแม่เขา ขอคุยกับหย่งสือพ่อเขา บอกว่าพรุ่งนี้ตนจะไปจากเขาและไม่กลับมาอีก เพราะเบื่อที่ต้องนอนรอด้วยความหวาดกลัวว่าเขาจะมีชีวิตกลับบ้านไหม จะโดนยิงรึเปล่า

หย่งสือบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนเป็นเจ้าพ่อที่นี่ไม่มี ใครทำอะไรตนหรอก

“นี่ หย่งสือ ฉันจะบอกให้คุณรู้นะ วงการนี้ไม่มีใคร ใหญ่หรอก มันมีแต่การฆ่ากัน วันนึงก็ต้องมีคนอยากขึ้นมาใหญ่กว่าคุณ ฉันจะไม่รอให้ถึงวันนั้นหรอก ฉันจะเอาลูกไป

รุ่งขึ้น มากาเร็ตมาบอกหลินหลานเซ่อว่าจะพาเขา ไปอังกฤษคืนนี้ เขาขอร้องแม่ว่าอย่าทิ้งพ่อไปเลย แต่ในที่สุดมากาเร็ตก็ไปจากเขาและพ่อ

จนวันนี้ หลินยังจำได้...คำที่ตนพร่ำขอแม่น้ำตาอาบหน้าขณะที่แม่เดินจากไปว่า...“แม่ครับ...อย่าทิ้งพ่อไป...แม่...”

หลินยืนเหม่อมองไปนอกหน้าต่างอย่างไร้เป้าหมาย... ด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินใจมาจนวันนี้...

ooooooo

เช้า วันนี้ จงซินเข้ามาคุยงานกับหลินที่ห้องพัก หลังจากคุยงานกันแล้ว หลินถามเรื่องของขวัญที่ให้เอาไปมอบให้เหม่ยจิงว่าเธอชอบไหม เห็นจงซินชะงัก เขาถาม “ทำไม?”

“เธอเสียใจมากที่คุณไม่ไปหาเธอ อย่าหาว่าผม ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเลย ผมว่าเหม่ยจิงคงรักคุณจริงๆ แล้วก็คงอยากให้คุณมีใจกับเธอบ้าง”

“นาย ก็รู้อยู่เต็มอกว่าฉันรักใครไม่ได้ ฉันไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนไหนเอาชีวิตมาแขวนไว้กับฉัน เหมือน ที่ฉันต้องมีชีวิตอยู่กับพ่อด้วยความหวาดกลัว”

จงซินติงว่าแต่คนเราต้อง มีคู่มีครอบครัว หลินย้อนถามว่าแล้วทำไมเขาถึงไม่มีเมีย อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปีแล้วไม่เคยเห็นเขาชอบผู้หญิงที่ไหนสักคน เห็นจงซินอึกอัก หลินดักคอว่า

“เห็นไหม นายก็กลัว กลัวว่าคนที่นายรักอาจจะมาตายเพราะนายใช่ไหม” เมื่อจงซินยอมรับว่าใช่ หลินสรุป ว่า “วิถีชีวิตมาเฟีย สุดท้ายเราคงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว”

เมื่อ นั่งรถออกไปทำงาน รถของหลินไล่ตามหลังนาคที่ปั่นจักรยานหัวสั่นหัวคลอนอยู่ข้างหน้า หลินให้อาเหลียงแซงขึ้นไปแล้วลดกระจกร้องบอกให้ชิดซ้ายหน่อย ระวังรถจะชนเอา นาคขอบคุณที่เป็นห่วง

“ฉันไม่ได้ห่วงแต่กลัวเธอตายก่อนที่จะใช้หนี้หมด” หลินบอกแล้วอาเหลียงก็ขับรถแซงไป นาคมอง ตามบ่นเซ็งๆ

“โธ่เอ๊ย...นึกว่าห่วงเรา ที่แท้ห่วงเงิน

ส่วน หลินพออาเหลียงแซงขึ้นไปแล้วก็บ่น “ไอ้เด็ก คนนี้มันไม่กลัวอะไรเลยรึไงนะ ขี่รถกลางถนน เดี๋ยวรถเมล์ ก็ชนจนได้” อาเหลียงชมลอยๆ แต่แอบมองหน้าหลินว่า “แต่เธอก็น่ารักดีเหมือนกันนะครับคุณหลิน...”

ooooooo

ที่โรงอาหารโรงเรียน แดนนี่นั่งกินข้าวกับนาค เขาบอกว่าตอนนี้แพทริคยกเลิกด่านแล้ว เพราะพ่อตนไม่อยู่ที่นี่มันเลยต้องตามหาพ่อต่อไป

นาค เดาว่าแพทริคคงโกรธมากถ้ารู้ว่าพ่อเขาส่งอาวุธไปได้สำเร็จ แดนนี่บอกว่าใช่ เตือนนาคให้ระวังตัว เพราะถ้าแพทริครู้ว่าเธอเป็นคนขนอาวุธไปละก็...เธอไม่เหลือแน่ นาคพูดขำๆ ว่า กว่ามันจะรู้ตนก็เดินทางกลับ เมืองไทยแล้ว

ระหว่างนั้นนาคเห็นหลิน ที่หน้าโรงอาหารกำลังมองมา แดนนี่มองตามไปพอเห็นหลินเดินเข้ามาแดนนี่เอ่ยสวัสดีและชวนทานข้าวด้วยกัน หลินกลับถามว่าแดนนี่ยังอยู่ที่นี่หรือนึกว่าไปกับพ่อเขาแล้วเสียอีก แดนนี่บอกว่าตนยังต้องเรียนหนังสือ หลินพูดเหมือนคนหาเรื่องว่าเท่าที่ได้รับรายงาน แดนนี่ไม่สนใจการเรียนนักถ้าเทอมนี้สอบไม่ได้ถึงเกณฑ์จะให้ออก

นาคบ่นว่า ไม่น่าเชื่อว่าครูใหญ่จะดุอย่างนี้ แดนนี่บอกว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนของตนหรอก เขาไม่ชอบขี้หน้าตนต่างหาก นาคถามว่าไม่ชอบเรื่องอะไร

“เขาคงคิดว่าฉันชอบเธอมั้ง...เขาอาจจะชอบเธอก็ได้”

“บ้า! ฟ้าผ่าหมาตายพอดี” นาคร้องลั่นบอกว่าผู้หญิงของเขาแต่ละคนล้วนเป็นพวกซุปเปอร์สตาร์ อย่างตนเป็นได้อย่างมากก็แค่ “เสี่ยวเอ้อเสิร์ฟน้ำชา” เท่านั้น นาคบอกว่าหลินก็แค่ขู่เพราะห่วงเขาเท่านั้น แล้วเร่งให้รีบกินข้าวเดี๋ยวจะติวให้

ooooooo

ที่บ้านซานกุ้ย...หย่ง เหวินที่เป็นลูกบุญธรรมถือกระเป๋าเงินมาให้บอกว่าเป็นค่าคุ้มครองของเดือน นี้ ซานกุ้ยส่งกุญแจเซฟให้ บอกให้เอาไปเก็บเลย

หย่งเหวินทำทีเกรงใจ ซานกุ้ยบอกว่าตนเชื่อใจเขา เพราะอีกไม่นานตนก็จะวางมือแล้ว และเขาก็จะต้องเป็นคนรับมันต่อจากตน พอดีไป่หลิงมาบอกให้ทั้งสองไปทานอาหารเย็น เธออวดหย่งเหวินว่าวันนี้ทำไก่ขอทานของโปรดของเขาให้ด้วย หย่งเหวินพูดหยอกเอาใจว่าเดี๋ยวจะกินข้าวให้หมดหม้อเลย แล้วบอกซานกุ้ยว่า ตนเอาเงินไปเก็บแล้วจะตามไป

พอซานกุ้ยกับไป่หลิงออกไป หย่งเหวินก็หยิบเงินจากกระเป๋าใส่กระเป๋าเสื้อด้านในปึกหนึ่ง ใส่กระเป๋าเสื้อนอกอีกปึกหนึ่ง ก่อนเอาเงินที่เหลือใส่ตู้เซฟ
ระหว่างทานข้าวกันนั้น ซานกุ้ยเอ่ยขึ้นว่า

“ปีนี้ไป่หลิงก็อายุยี่สิบแล้ว พ่อเองก็รักไป่หลิงเหมือนลูก พ่ออยากให้เธอสองคนแต่งงานกัน ไป่หลิงถามเขินๆว่า ทำไมจู่ๆคุณลุงถึงพูดเรื่องนี้ “ลุงคิดเรื่องนี้มานานแล้ว แล้วก็เห็นว่าหย่งเหวินเป็นคนดีมีความกตัญญู รู้คุณ และที่สำคัญเขารักหลาน แล้วหลานเองก็รักหย่งเหวินเหมือนกันใช่ไหม”

ไป่หลิงตอบเขินๆว่ารัก ซานกุ้ยรวบรัดว่าเมื่อทั้งสองต่างก็รักกันแล้วจะรออะไรอีก ตนเองก็อยากอุ้มหลานไวๆ แล้วถามว่าหย่งเหวินว่ายังไง?

“อย่างที่ผมเรียนให้คุณพ่อทราบ อะไรที่เป็นความประสงค์ของคุณพ่อผมก็น้อมรับทุกอย่างครับ” ซานกุ้ยหัวเราะอารมณ์ดีบอกไป่หลิงว่าเธอโชคดีที่จะได้ผู้ชายอย่างหย่งเหวินเป็นสามี “ผมขอบคุณคุณพ่อสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณพ่อเมตตาผม ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง”

ซานกุ้ยหัวเราะร่า ดึงหย่งเหวินเข้าไปกอด ไป่หลิงมองอย่างปลื้มปีติ

ooooooo

เพ่ยอิง มาเฟียรุ่นน้องของหลินหลานเซ่อ เขาพอใจมีนาลูกสาวของวิษณุตั้งแต่ครั้งที่วิษณุมาขอผัดผ่อนหนี้ในบ่อน

วันนี้ วิษณุก็ถูกลูกน้องเพ่ยอิงหิ้วตัวมาที่บ้านพักอีกอ้างว่า เขาติดหนี้ห้าแสนแล้วไม่ยอมเลิกเล่น

เพ่ยอิงยื่นคำขาดว่า วิษณุจะต้องหาเงินมาคืนตนสิบล้าน และถ้าภายในเจ็ดวันหาเงินมาให้ตนไม่ได้ลูกสาวเขาไม่ได้กลับเมืองไทยแน่!

มีนาถูกลูกน้องเพ่ยอิงจับอยู่ที่ระเบียงร้องขอความช่วยเหลือ วิษณุจะวิ่งขึ้นไปถูกลูกน้องเพ่ยอิงล็อกตัวไว้ เพ่ยอิงขู่สำทับว่า

“อีกเจ็ดวันถ้าผมไม่ได้เงิน คุณไม่ได้ลูกสาวคืน แล้วถ้าคุณแจ้งตำรวจ คุณจะไม่เจอลูกสาวอีกตลอดทั้งชีวิต”

ลูกน้องเพ่ยอิงลากมีนาหายไปในห้อง  พร้อมเสียงร้องขอความช่วยเหลือ วิษณุตะโกน “ปล่อยผม...” ได้แต่มองตามมีนาที่ถูกลากเข้าห้องไป

มีนาร้องไห้จะไปหาพ่อ เพ่ยอิงเข้ามา มีนากระถดถอยถามว่าจะทำอะไรตน เพ่ยอิงบอกว่าตอนนี้ยังแต่ถ้าอีกเจ็ดวันพ่อเธอหาเงินมาไม่ได้ตนทำแน่!  แล้วมองมีนาอย่างโลมเลียชมว่าเธอสวยจริงๆ  ทำให้มีนายิ่งตกใจพร่ำร้องอย่างน่าเวทนาว่า

“พ่อ...ช่วยหนูด้วย...ช่วยหนูด้วย...”

ooooooo

นาคบากบั่นทำงานเพื่อหาเงินมาใช้หนี้เมื่อ รวบรวมเงินได้ก็เอาไปให้หลินสองพัน  พร้อมกับซื้อทาร์ตไข่มาฝากเขาด้วย

นาคบอกว่าตนจะพยายามใช้หนี้ให้หมดก่อนที่เขาจะเจอตัวนันทกา  หลินบอกว่าเจอแล้วแต่เธอก็หนีไปแล้วด้วย  นาคขอร้องว่านันทกาไม่รู้เรื่องหนี้ของพ่อ  ทำไมเขาไม่จับพ่อตน หลินบอกว่าพ่อเธอแก่แล้วสู้พี่สาวเธอไม่ได้ทั้งสาวทั้งสวย เลยถูกนาคด่าว่าบ้ากามจริงๆ พอถูกหลินปรามให้ระวังปาก  นาคถามว่า “นายคิดจะลดหย่อนหนี้ให้ฉันบ้างไหม”

“ไม่  นี่ฉันยังไม่ได้บวกดอกเบี้ยที่ฉันเสียเวลานะ”

“นายนี่มันเป็นมาเฟียหน้าเลือดจริงๆ” นาคด่าแล้วออกไป หลินมองตาม อมยิ้มแล้วหยิบทาร์ตไข่กิน

เวลาเดียวกัน  จงซินไปหาเหม่ยจิงที่สตูดิโอถ่ายรูปถามว่าทำไมเธอจึงไม่ไปหาหลิน  เหม่ยจิงบอกว่าตนไม่หน้าด้านพอที่จะไปหาทั้งที่รู้ว่าเขาไม่อยากเจอตน  จงซินแนะว่าเธอควรไปหาเขาในฐานะที่เขาจ่ายค่าจ้างเธอ

“นี่ จงซิน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงหากินนะ”

“ก็เพราะคุณไม่ใช่ผู้หญิงหากินไง  คุณถึงควรจะกลับไปทำงานตามที่เราทำสัญญากันไว้” เหม่ยจิงถามว่าถ้าตนจะขอเลิกสัญญาตอนนี้ได้ไหม “ได้ แต่คุณแน่ใจนะว่าคุณจะรับได้ถ้าคุณหลินเขาไม่ส่งเสริมคุณเล่นหนังเรื่องต่อไป รวมทั้งงานเดินแบบอีเว้นต์ทั้งหมดของคุณจะถูกระงับหมด”

เมื่อเหม่ยจิงอึ้ง จงซินจึงพูดต่ออย่างพยายามหว่านล้อมว่า

“ผมว่าคุณกลับไปทำหน้าที่ของคุณตามเดิมเถอะ มันอาจจะเจ็บปวดบ้าง  แต่มันก็ยังดีกว่าที่คุณจะตกงานและไม่มีใครรู้จักคุณอีกต่อไป...ผมรู้ว่าคุณเสียใจที่คุณหลินไม่รักคุณ แต่การได้อยู่ใกล้เขา อย่างน้อยคุณก็มีความสุขไม่ใช่หรือ”

เหม่ยจิงน้ำตาคลอเมื่อจงซินพูดแทงใจดำ

“การที่เรารักใครสักคน  มันอาจจะไม่จำเป็นต้องได้รับความรักตอบหรอกเหม่ยจิง” จงซินเอาของขวัญให้บอกว่า “คุณหลินตั้งใจซื้อให้คุณ รับไว้เถอะ” แต่พอจงซินหันหลังจะเดินออกไป  เหม่ยจิงเรียกไว้  พอเขาหันมา เธอเอ่ยขอบใจ จงซินถามว่าเรื่องอะไร เธอบอกว่า ที่เขาพูดเมื่อกี๊นี้ พลางเปิดกล่องของขวัญดู

เหม่ยจิงมองตะลึง  เมื่อเห็นแหวนมรกตส่องประกายในกล่อง จงซินพูดก่อนเดินออกไปว่า

“หวังว่าเธอคงชอบนะเหม่ยจิง”

วันต่อมา เหม่ยจิงไปหาหลินที่ห้องทำงาน เธอหวานกับเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และขอบคุณเขาสำหรับของขวัญ หลินถามว่าชอบไหม  เธอบอกว่าชอบมาก หลินบอกเธอต้องขอบใจจงซินเพราะเขาเป็นคนเลือกแหวนวงนี้ให้  เหม่ยจิงสะอึกไปนิดหนึ่ง  พอดีจงซินเดินเข้ามา หลินบอกให้เธอขอบคุณจงซินแทนเพราะเขาเป็นคนเลือกให้

“ขอบใจนะจงซิน  ถึงจงซินจะเป็นคนซื้อ  แต่คุณเป็นคนให้ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” เหม่ยจิงปรับอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยมจนไม่มีอะไรสะดุดให้เสียบรรยากาศ

ooooooo

ในขณะที่นาคพยายามโทรศัพท์ติดต่อพ่อกับนันทกา  ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้เลย  เพราะทั้งยุทธพงษ์และนันทกากำลังปลอมตัวเป็นชาวบ้านเพื่อไปหลบที่บ้านสงวนลูกน้องเก่า

สงวนพาสองพ่อลูกไปที่บ้านพัก ยุทธพงษ์บอกสงวนว่าต่อไปนี้ห้ามเรียกตนว่าเจ้านาย ให้บอกใครๆ ว่าเป็นญาติเขาที่มาจากปักษ์ใต้ และหากมีคนมาถามหาก็ให้บอกว่าไม่รู้จัก

เมื่อสงวนกลับไปแล้ว นันทกาถามว่าทำไมเราต้องหนีมาไกลขนาดนี้และต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน ยุทธพงษ์บอกว่าถ้าเราไม่หนีมาไกลๆ พวกมันต้องตามเราเจอแน่ และเราต้องอยู่ที่นี่อีกระยะหนึ่ง

“พ่อนะพ่อ พ่อไม่น่าสร้างเรื่องเลย หนูกับน้องต้องมารับกรรมไปกับพ่อด้วย” นันทกาบ่น ยุทธพงษ์บอกว่าตนทำทุกอย่างเพื่อลูก “เพื่อหนูงั้นเหรอ ถ้าเพื่อหนู หนูก็คงไม่ต้องลำบากอย่างนี้หรอก”

“เอาน่า อย่าบ่นเลย เก็บข้าวของเข้าห้องไป” ยุทธพงษ์ตัดบท

ooooooo

ในงานแต่งงานของหย่งเหวินกับไป่หลิงนั้น บรรดาผู้เกี่ยวข้องกับฉายหงกรุ๊ปมากันถ้วนหน้า หลินควงเหม่ยจิงมา

ผ่านพิธีต่างๆแล้ว หย่งเหวินขอบคุณบรรดาแขกที่มาร่วมงาน ทุกคนแสดงความยินดีกับเขาและไป่หลิง แต่คนปากเสียอย่างเพ่ยอิงกลับพูดทำให้หย่งเหวินไม่พอใจว่า

“ขอให้มีลูกเร็วๆแล้วกัน หวังว่านายคงทำเป็นนะ

หย่งเหวิน แต่ถ้าอยากให้ฉันช่วยละก็ โทร.บอกได้ตลอดเวลาฮ่าๆๆ”

เหม่ยจิงไม่พอใจ หลินบอกว่าก็อย่าไปฟัง ถือเสียว่าหมาเห่าก็แล้วกัน แต่แล้วเหม่ยจิงก็เจอกับตัวเอง เมื่อเพ่ยอิงเดินมาทัก “ว่าไงเหม่ยจิง ไม่อยากแต่งงานกับเขาบ้างเหรอ หรือว่าหาเจ้าบ่าวไม่ได้” เหม่ยจิงตอบอย่างไม่พอใจว่าไม่ใช่ธุระของคุณ “แค่จะบอกเธอว่า ถ้าหาไม่ได้ ฉันยังว่างอยู่นะ”

หลินปรามว่าเขาควรให้เกียรติเหม่ยจิงบ้าง เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะมาพูดล้อเล่น เพ่ยอิงไม่เพียงไม่หยุด หากยังพูดให้มีปัญหายิ่งขึ้นว่า “ไม่ยักรู้ว่านายแคร์ผู้หญิงหากิน” สิ้นเสียงเพ่ยอิง หลินก็ซัดหมัดใส่หน้าเขาไปเต็มๆ ลูกน้องของทั้งสองฝ่ายต่างก็คุมเชิงดูเชิงกันอย่างพร้อมจะเข้าไปช่วยลูกพี่ตน

“ถ้าฉันไม่เห็นว่าวันนี้เป็นงานมงคลละก็ ฉันจะยิงปากแกให้ทะลุเลย” หลินจ้องหน้าแล้วพาเหม่ยจิงไปขึ้นรถ

“ไอ้หลินหลานเซ่อ มึงชกกูสองครั้งแล้วนะ ถ้าครั้งที่สามกูจะไม่ไว้ชีวิตมึง!” เพ่ยอิงจิกตาตาม

ซานกุ้ยมาถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หย่งเหวินบอกว่าเพ่ยอิงถูกหลินต่อย

“ดี มันปากดีนักให้เลือดปากมันออกบ้าง” ซาน– กุ้ยสมน้ำหน้า หย่งเหวินมองตามแล้วแสยะยิ้ม

ooooooo

เหม่ยจิงเตือนหลินว่าต่อไปนี้เขาต้องระวังตัว เพราะเพ่ยอิงต้องหาโอกาสทำร้ายเขาแน่ หลินตอบอย่างไม่ยี่หระ ว่าช่างมันถ้ามันไม่กลัวตาย เหม่ยจิงติงว่าเพ่ยอิงอาจจะลอบกัดก็ได้

อาเหลียงขับรถมาถึงฉายหงกรุ๊ปแล้ว หลินบอกให้เอารถกลับไปได้เลยคืนนี้เหม่ยจิงจะค้างที่นี่ แต่พรุ่งนี้ให้มาแต่เช้า เพราะตนมีนัดประชุมตอนเช้า

พออาเหลียงขึ้นรถก็ได้รับโทรศัพท์จากฉินฝูรุ่นพี่ซุ้มมือปืนรับจ้างนักฆ่ามืออาชีพ โทร.มาบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วยให้แวะไปหาที่โกดังสิบเอ็ดท่าเรือ
วิคตอเรียด้วย

เมื่ออาเหลียงไปถึง ฉินฝูบอกว่าอีกสองวันหลิน-หลานเซ่อจะมีประชุมที่ภัตตาคารเมืองใหม่ เมื่ออาเหลียงขับรถไปถึงด่านเก็บเงินเฉินตูให้เปิดประตูรถแล้ววิ่งหนีไปเลย อาเหลียงบอกตนทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉินฝูถามว่าไม่อยากได้เงินหนึ่งล้านเหรียญหรือ เมื่ออาเหลียงบอกว่าตนไม่มีวันหักหลังคุณหลิน ทั้งยังเตือนฉินฝูก่อนออกไปว่า

“ฉันอยากเตือนพี่นะ ถ้าหลินหลานเซ่อรู้ว่าพี่คิดจะทำเรื่องนี้ละก็ ฉันว่าพี่ไม่มีแผ่นดินอยู่แน่”

ฉินฝูตามมาโบกมือส่งที่ประตู พออาเหลียงปิดประตูเท่านั้นเสียงปืนก็แผดขึ้น ร่างอาเหลียงกระเด็นตามแรงปืน อาเส็งซึ่งเป็นหนึ่งในองครักษ์ของหลินเดินมายิงซํ้าจนอาเหลียงตายสนิท ฉินฝูออกมาดูศพอาเหลียง บอกอาเส็งว่า

“เมื่ออาเหลียงมันไม่ทำ ก็ต้องเป็นเอ็งแล้วล่ะอาเส็ง!”

“ไม่มีปัญหาพี่ฉิน แต่ผมคงต้องขอสองล้านนะ เพราะงานนี้มันเสี่ยงมาก”

“ได้ ข้าจะบอกนายเขาให้ อ้อ...เอ็งอย่าลืมจัดการเคลียร์ที่นี่ล่ะ” ฉินฝูสั่งแล้วเดินหายไปในความมืด อาเส็งจึงลากศพอาเหลียงออกไป

ooooooo

รุ่งขึ้นขณะหลินหลานเซ่อรออาเหลียงมารับนั้น ก็ได้รับข่าวจากจงซินว่าอาเหลียงตายแล้ว มีคนพบศพที่ปากแม่นํ้า ตำรวจบอกว่าอาเหลียงถูกฆ่าหลังจากส่งเขาแล้วไม่ถึงชั่วโมง

จงซินคาดว่าอาจมีคนซื้อตัวแต่อาเหลียงไม่เล่นด้วยเลยถูกฆ่าปิดปาก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นใคร เตือนหลินว่าช่วงนี้ให้ระวังตัวให้มาก ตนจะขับรถให้เขาเอง อาเส็งอาสาจะขับให้จงซินบอกให้คอยคุ้มกันหลินให้ดีก็แล้วกัน

รถหลินไปติดไฟแดง นาคมาติดไฟแดงแยกเดียวกันเลยเคาะกระจกทัก “มอร์นิ่ง” เมื่อไฟเขียวนาคปั่นจักรยานเลี้ยวไปอีกทางทันที ระหว่างนั้นหลินได้รับโทรศัพท์จากผู้ว่า นัดพรุ่งนี้ประชุมสิบโมง ซึ่งตรงกับที่หลินต้องประชุมผู้ถือหุ้น หลินจึงมอบหมายให้

จงซินนั่งเป็นประธานประชุมแทนตนไปก่อน เพราะตนไปคุยกับผู้ว่าคงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

จงซินถามว่าแล้วจะให้ใครขับรถให้ หลินบอกว่าอาเส็งหรืออาเปาก็ได้มันต้องมีใครสักคนที่ไว้ใจได้สิน่า

เมื่อไปถึงโรงเรียน ปรากฏว่านาคไปถึงก่อนนานแล้ว พอถามจึงรู้ว่านาคมาทางลัด หลินฉุกคิดได้ถามนาคว่าขับรถเป็นไหม นาคโอ่ว่าถึงพ่อจะเป็นหนี้เขาแต่ที่บ้านก็มีรถหลายคัน หลินตัดสินใจให้นาคขับรถให้ สั่งจงซินให้เรียกนาคไปพบที่ห้องทำงาน แต่พอบอกให้นาคขับรถให้ ก็ถูกซักไซ้ไล่เลียงว่าจะทดสอบอะไรตนอีก หรือเขากำลังตกอยู่ในอันตรายไว้ใจใครไม่ได้เลยเลือกตนใช่ไหม

นาคเล่นตัวอ้างว่าถ้าต้องเสี่ยงตายตนไม่เอา หลินเลยจ้างวันละห้าพัน ทีแรกนาคก็ชะงักแต่แล้วก็ปฏิเสธ หลินขึ้นให้เป็นหนึ่งหมื่น นาคเสนอทันทีสองหมื่น และยืนกรานสองหมื่นจนหลินต้องยอม

รุ่งขึ้น นาคมองตัวเองในชุดคนขับรถอย่างภูมิใจ รู้สึกตัวเองเท่มาก จงซินสั่งให้พาหลินไปส่งที่จวนผู้ว่า กำชับว่าให้ดูแลหลินให้ดี ห้ามห่างจากรถ ถ้ามีอะไรให้โทร.บอกตนทันที

ooooooo

ที่ห้องประชุมฉายหงกรุ๊ป เพ่ยอิงเล่นแง่ที่หลินไม่ได้มาประชุมเอง ซานกุ้ยบอกว่า หลินเคยให้จง-ซินเป็นประธานแทนเขาหลายครั้งแล้ว เร่งให้ประชุมเลยเพราะตนมีธุระ

ระหว่างประชุมจงซินดูนาฬิกาบ่อยเสียจนซานกุ้ย

ถามว่า กังวลใจอะไรหรือ เพ่ยอิงโพล่งว่า จงซินกังวลว่า หลินหลานเซ่อจะถูกลอบสังหาร

“ทำไมคุณเพ่ยอิงถึงคิดว่าจะมีคนลอบสังหารคุณหลินล่ะครับ” จงซินถามอย่างระแวง

“อ้าว...ก็ตามกฎของเราบอกว่าถ้าประธานฉายหงกรุ๊ปเป็นอะไรไป หรือตกอยู่ในอันตรายระหว่างการประชุมวันนี้ เราจะต้องมอบอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดให้กับหนึ่งในสองของหุ้นส่วนที่อยู่ห้องประชุม ซึ่งหมายถึงฉันหรือท่านซาน นายก็เลยกลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหลินหลานเซ่อ ฉันหรือท่านซานก็จะยึดตำแหน่งประธานไง”

ซานกุ้ยเสนอให้จงซินเช็กดูถ้าเกิดอะไรกับหลิน–หลานเซ่อเราจะได้ถอนเขาออกจากตำแหน่งประธานก่อน

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณหลินแน่ เพราะผมได้จัดบอดี้การ์ด และคนขับรถฝีมือดีไปกับคุณหลินแล้ว” จงซินบอก มองหน้าทั้งสองอย่างระแวง

ooooooo

นาคส่งหลินถึงจวนผู้ว่าแล้วก็รออยู่แถวรถ

อาเส็งเดินมาถามนาคว่า ทำไมหลินถึงให้เธอมาขับรถ นาคบอกว่าไม่รู้ถ้าเขาอยากรู้ก็ไปถามหลินเอาเอง

เส็งมีอาการเครียดหลุกหลิกจนนาคสงสัย รอจนหลินออกจากจวนผู้ว่า เส็งเดินมาเปิดประตูรถให้ แต่ข้างหลังเขาคือมือปืนที่ชักปืนยิงทันที แต่เฉี่ยวหลินไป

“ระวังค่ะ! ขึ้นรถเร็วค่ะ!!” นาคตะโกน แต่หลินก็ถูกอาเส็งยิงที่ท้อง แม้เขาจะยิงสวน แต่อาเส็งหลบทัน

“ออกรถเร็ว!” หลินสั่ง นาคกระชากรถออกไปอย่างเร็ว เส็งสั่งพวกมันให้รีบเอารถมาแล้วกระโดดขึ้นรถตามไป

นาคเพิ่งเห็นเลือดทะลักโชกที่ท้องหลิน จึงรู้ว่าเขาถูกยิง หลินบอกให้ขับรถไปไม่ต้องห่วงตน ขับรถหนีไปให้ได้ แต่รถของหลินก็ถูกอาเส็งเอารถตู้ไล่กระหน่ำยิง จนถูกพวกมันเอารถมาปิดหัวท้าย หลินสั่งนาคให้ลงจากรถแล้วพากันวิ่งเข้าตรอก แต่ก็ถูกฉินฝูสั่งพวกมันแยกกันอ้อมไปดัก ตัวมันไล่ตามทั้งสองไปเอง

หลินเลือดออกมากจนนาคตกใจ จึงเอาผ้าเช็ดหน้าให้เขาอุดแผลไว้ก่อน ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงฉินฝูร้องบอกพรรคพวกว่า “มันอยู่แถวนี้ อย่าให้มันหนีรอดไปได้”

หลินเสียเลือดมากบอกนาคว่าตนไม่ไหวแล้ว ให้นาคหนีไปเสียทิ้งตนไว้ตรงนี้ เพราะพวกมันต้องการชีวิตตนคนเดียว

“ไม่ได้นะ นายต้องไหว ฉันทิ้งนายไม่ได้หรอก...ฉันจะต้องพานายหนีไปให้ได้” แล้วนาคก็พาเขาไปถึงหน้าโกดัง เอาไม้งัดกุญแจโกดังจนหลุดแล้วประคองหลินเข้าไปหลบในโกดัง ฉินฝูก็ยังตามเข้าไปจนได้ แต่ภายในโกดังมืดมาก ฉินฝูสั่งให้กระจายกำลังกันค้นหา ปรากฏว่า พวกมันแยกเป็นสองฝ่ายเดินเข้าหากันไม่รู้ตัว

หลินบอกนาคว่า ตนไม่ไหวแล้ว ไม่มีทางรอดแน่ ให้ทิ้งตนไว้ที่นี่

“ไม่นะ! ฉันยอมให้นายตายไม่ได้หรอก ขอเวลาฉันคิดหน่อย ทำไงดี...เราต้องรอดไปด้วยกัน...ฉันต้องคิดให้ได้ว่า เราจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง...ฉันต้องคิดให้ได้...”

ครู่หนึ่ง นาคถามหลินว่า เหลือกระสุนกี่นัด หลินบอกว่าสี่นัด นาคบอกว่าตนต้องการแค่สองนัด ถามว่าเขายิงปืนไหวไหม หลินพยักหน้าบอกว่าพอไหว นาคขอยืมโทรศัพท์ หลินไม่ให้นึกว่าเธอจะโทร.บอกจงซิน นาคบอกว่าไม่โทร.แต่จะทำอะไรเดี๋ยวก็รู้

ระหว่างนั้น ฉินฝูพาพวกเดินมาทางซ้าย และอาเส็งพาพวกเดินมาทางขวา สองกลุ่มกำลังเดินเข้าหากัน

หลินพยุงตัวเองออกไปเปิดโทรศัพท์เกิดแสงเรืองๆ ฉินฝูเห็นแสงไฟในความมืด พริบตานั้นหลินยิงใส่ฉินฝูนัดหนึ่ง แล้วหันไปหาอาเส็งอย่างเร็ว อาเส็งเห็นแสงไฟ หลินยิงมันทันทีแล้วดับไฟโทรศัพท์ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด พร้อมกับเสียงปืนสองฝ่ายยิงกระหน่ำกันสนั่นหวั่นไหว พวกมันยิงกันตายเป็นใบไม้ร่วง จนกระทั่งเสียงปืนเงียบลง

หลินกอดนาคเอาตัวบังเธอไว้ นาคมุดหน้าเอามืออุดหูหลับตาปี๋ เมื่อเสียงปืนเงียบลง หลินขยับตัวเรียก

“ไป ฤทัยนาค พวกมันตายหมดแล้ว”

หลินลุกขึ้นอย่างยากลำบาก นาคประคองเขาเดินผ่านศพมือปืน ก้าวข้ามฉินฝูที่นอนจมกองเลือดอยู่ ฉินฝูลืมตาพยายามหยิบปืนจะยิงข้างหลังหลิน แต่กระสุนหมด ฉินฝูสบถทั้งเสียดายทั้งแค้นแทบจะคลั่ง

ooooooo

คิวบิก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด