ตอนที่ 3
ฤทัยนาคคิดหนัก จนวันนี้ขณะนั่งเรียนอย่างไม่มีสมาธิ มีเสียงรถหวอดังขึ้น นักเรียนเดากันว่าเกิดอะไรขึ้นเสียงหวออะไร แต่เสียงหวอนี้ได้จุดประกายความหวังให้กับนาค
พอพักเรียนนาคให้แดนนี่หาข้อมูลโรงพยาบาลในเขตเป่ยเปียนให้ บอกแดนนี่ว่า
“ฉัน จะเอารถพยาบาลพร้อมกับคนไข้ใกล้ตายวิ่งฝ่าด่านไป” แดนนี่ติงว่าพวกแพทริคมันบ้ากว่าที่เธอคิด “แต่มันก็ต้องมีสักวิธีสิที่จะทำให้แพทริคเชื่อและยอมปล่อยเราไป” แดนนี่บอกให้เธอหาวิธีใหม่ดีกว่า “ไม่! นายต้องไปเอาข้อมูลมาให้ฉัน”
จากนั้น นาคใช้ช่วงเวลาที่เอาเงินไปใช้หนี้หลินตามสัญญา บอกจงซินว่า
“ฉัน อยากให้นายออกใบรับรองแพทย์ให้หน่อย” จงซินมองตาขวางถามว่า จะเอาไปทำอะไรถ้าไม่บอกก็ไม่ทำให้ “โธ่...จงซินนี่มันเรื่องสำคัญนะ มันเกี่ยวกับความเป็นความตายของบริษัทนายนะ” จงซินถามว่าเกี่ยวกับคารอสใช่ไหม นาคจึงยอมบอกว่า “ฉันตกลงกับคารอสว่าฉันจะส่งอาวุธให้เขาเป็นการแลกเปลี่ยนที่เขาจะเซ็นสัญญา ให้พวกคุณ”
“นี่เธอพูดเรื่องบ้าอะไรน่ะ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่เธอจะพูดจาพล่อยๆออกไป ธุรกิจของคุณหลินหลานเซ่อเป็นพันล้านนะ” นาคบอกว่า ตนรู้ถึงได้ใช้เงื่อนไขนี้ต่อรองกับคารอส จงซินยกมือตบหน้าผากตัวเองพึมพำ “ฉันบ้าไปแล้วจริงๆ ที่เลือกเธอมาทำงานนี้ เธออย่าอยู่เลยเด็กบ้า” จงซินเอาปืนจ่อนาคทันที
นาคเอานิ้วอุดกระบอกปืน ไว้บอกจงซิน “คุณฟังฉันให้ดีนะ ฉันทำได้ ฉันทำงานนี้ได้ ถ้านายหาใบรับรองแพทย์ให้ฉัน ทุกอย่างก็จะสำเร็จ” พูดแล้วพยักหน้ายืนยันกับจงซิน ทั้งที่ใจไม่ดีกับกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้า
จงซินถามว่าแน่ใจหรือที่จะทำได้สำเร็จ นาคบอกว่าก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะพยายามเต็มที่ จงซิน ถามอีกว่าเธอต้องการข้อมูลอะไรในใบรับรองแพทย์
“หนึ่ง ขอชื่อปลอมให้ฉัน สอง ระบุว่าฉันเป็นโรคหัวใจ สาม ให้ประวัติของฉันไปอยู่ในทะเบียนของโรงพยาบาลในเป่ยเปียน” จงซินถามว่าอะไรอีก นาคนึกๆ
แล้วบอก “อ้อ ระบุลงไปด้วยว่าฉันเพิ่งขาหัก อย่าลืมนะ อันนี้สำคัญ”
จงซินจดข้อมูลที่นาคต้องการ แล้วถอนใจหนัก งงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเชื่อ และทำตามเด็กเหลือขอคนนี้ด้วย
ooooooo
วันนี้ขณะหลินกับเหม่ยจิงไปทานอาหารกัน เหม่ยจิงคีบโน่นคีบนี่ให้อย่างเอาใจ หลินบอกว่าเดี๋ยวตนจัดการเองได้
เหม่ยจิงบอกว่า ตนอยากดูแลเขาอยากทำให้เขารู้ว่าตนรักเขาแค่ไหน แต่คำตอบของหลินทำให้เธอถึงกับน้ำตาคลอว่า
“ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่าฉันไม่เคยรักใคร”
ระหว่างนั้นเอง หย่งเหวินพาไป่หลิงเข้ามา ทั้งสองไปทักหลินกับเหม่ยจิง ไป่หลิงชื่นชมเหม่ยจิงที่เป็นนางแบบว่าสวยมากและขอถ่ายรูปด้วย หลินชวนหย่งเหวินนั่งด้วยกัน
“ไม่ดีกว่าครับ วันนี้เป็นวันเกิดน้องไป่หลิง ผมตั้งใจจะมาเลี้ยงวันเกิดให้เธอ” แล้วทั้งคู่ก็ขอตัวไป
หลินเรียกพนักงานมาสั่งดอกไม้ช่อใหญ่ให้ไป่หลิงอวยพรวันเกิดเธอ
เหม่ยจิงเห็นหย่งเหวินหวานกับไป่หลิงจนเธอเขิน ก็ชมกับหลินว่า คู่นั้นน่ารักจัง หลินถามว่าเธอกำลังต่อว่าตนหรือ
“ใครจะกล้าต่อว่าคุณคะ เหม่ยจิงรู้ค่ะว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร”
“ถ้ารู้ก็ดี ฉันจะได้ไม่รำคาญใจ” หลินพูดหน้านิ่งเย็นชา จนเหม่ยจิงน้อยใจขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เธอไปร้องไห้ในห้องน้ำ ยิ่งคิดถึงคำพูดที่หลินบอกว่า คนอย่างเขาไม่เคยรักใคร ก็ยิ่งปวดใจ เพราะเธอรักเขาจนหมดหัวใจแล้ว...
ระหว่างเหม่ยจิงเข้าห้องน้ำนั่นเอง เพ่ยอิงก็เข้ามาลากเก้าอี้นั่งกับหลินที่ยกชาดื่มอย่างไม่สนใจ เพ่ยอิงถามว่าเดี๋ยวนี้เขาให้เด็กนักเรียนผู้หญิงไปเจรจาธุรกิจแทนหรือ หลินบอกว่าเขาไม่เกี่ยว เพ่ยอิงสวนทันควันว่าเกี่ยว ตนก็เป็นเจ้าของฉายหงกรุ๊ปเหมือนกัน แต่เมื่อคาดคั้นแล้วหลินไม่ยอมบอกอะไร เพ่ยอิงก็ถามว่าหรือเด็กนั่นเป็นเมียลับของเขา
หลินตบหน้าเพ่ยอิงทันที เพ่ยอิงชักปืนออกมาจ่อหลิน อาเหลียงไวเท่ากันชักปืนมาจ่อเพ่ยอิงทันที ลูกน้องเพ่ยอิงก็เอาปืนจ่อเหลียงอีกต่อหนึ่ง เพ่ยอิงสั่งหลินให้ขอโทษเดี๋ยวนี้ หลินท้าว่า
“แกยิงฉันได้เลย เพราะฉันไม่มีวันขอโทษแกแน่”
แต่พอเพ่ยอิงจะยิง หย่งเหวินก็พรวดเข้ามาข้างหลังเพ่ยอิงบอกให้พอได้แล้ว ถูกเพ่ยอิงตวาดว่าอย่าสอด!
“แต่ถ้าคุณยิงคุณหลินหลานเซ่อ ผมก็จำเป็นต้องยิงคุณเหมือนกัน” หย่งเหวินตอบเรียบๆ แต่เฉียบขาด
เพ่ยอิงขู่อาฆาตว่าวันนี้หลินโชคดีที่มีหมาเข้ามาสอด พูดอาฆาตหย่งเหวินว่า “แกกับฉันต้องได้เห็นดีกันแน่” เมื่อเพ่ยอิงผละไป หลินขอบใจหย่งเหวิน เขาบอกว่าไม่เป็นไร
เหม่ยจิงออกจากห้องน้ำมาเห็นสองสามคนเอาปืนจ่อกันเป็นทอดๆ เธอตกใจ ถามหลินว่ามีเรื่องอะไรหรือ
“ไม่มีอะไร ผมขอตัว” หลินพูดแล้วเดินออกไปเลย เหม่ยจิงรีบคว้ากระเป๋าวิ่งตามไป
หย่งเหวินกลับมานั่งที่โต๊ะกับไป่หลิง เธอติงว่าเขาทำแบบนี้เพ่ยอิงต้องโกรธมากแน่ หย่งเหวินถามว่า
แล้วจะให้ตนทำอย่างไร ปล่อยให้เขายิงหลินหรือ ทำให้ไป่หลิงชื่นชมเขาอย่างปลื้มปีติว่าช่างเป็นคนดีจริงๆ
ooooooo
วันนี้ นาคนัดพบกับแดนนี่ที่ริมเบย์ เธอมาสาย 5 นาทีถูกแดนนี่เตือนว่าเวลาเอาของไปส่งลูกค้าห้ามผิดเวลาเด็ดขาดเพราะถ้าเธอผิดเวลา คนซื้อจะไม่รอเรา
แดนนี่ดึงเอกสารจากซองให้นาคดูรายละเอียดของรถพยาบาล คนขับรถ บุรุษพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล ตลอดจนแผนที่จุดนัดหมายที่เธอต้องเอาของไปส่ง เมื่อไปถึง คนซื้อจะมารออยู่ เขาจะส่งเงินที่เป็นเงินดอลลาร์ให้ห้าแสนเหรียญ นาคถามว่าต้องนับไหม
“ไม่ต้อง เธอรับเงินส่งของให้เขา รีบออกจากที่นั่นให้เร็วที่สุด แล้วเราจะมาเจอกันที่นี่ เข้าใจไหม”เมื่อนาคเข้าใจดีแล้ว แดนนี่ถามว่า “จะบอกได้หรือยังว่าเธอจะหาวิธีผ่านด่านที่สามออกไปได้ยังไงโดยไม่ถูกตรวจ”
นาคหยิบคัตเตอร์ออกมา บอกว่าตนต้องอยู่ในสภาพขาหัก แต่ตนจะขาหักจริงๆไม่ได้ ให้แดนนี่ช่วยกรีดที่ขาให้มีแผลเหมือนกับรอยผ่าตัดและดามกระดูกไว้ บอกแดนนี่ “กรีดให้ที”
“บ้า ฉันว่าเธอบ้าไปแล้ว ฉันไม่ทำหรอก ฉันทำไม่ได้ ฉันเป็นคนกลัวเลือด”
เมื่อแดนนี่ไม่ยอมกรีดให้ นาคใช้คัตเตอร์ปักลงที่ขาตัวเองแล้วกรีด! นาคเจ็บจนแผดเสียงลั่นไปทั้งเบย์ แล้วทำทีประสบอุบัติเหตุเข้าไปทำแผลที่ห้องพยาบาลโรงเรียน หมอบอกว่าแผลลึกมากคงต้องเย็บหลายเข็ม แดนนี่ทนดูไม่ได้ขอออกไปรอข้างนอก ก็ยังได้ยินเสียงนาคร้องอย่างเจ็บปวดขณะหมอทำแผลให้ แดนนี่บ่นอย่างสยองว่า
“ไอ้นี่มันบ้าหรือไงวะเนี่ย มันถึงกล้าทำแบบนี้”
ถึงเวลาเลิกงานแล้ว จงซินถามหลินก่อนจะกลับว่ามีอะไรอีกไหม หลินถามว่าเมื่อวานนาคมาคุยอะไรกับเขา
“คือ...เด็กนั่นมาขอใบรับรองแพทย์ครับ คือเธอไปตกลงกับคารอสว่าถ้าเธอส่งอาวุธให้คารอสสำเร็จ คารอสต้องเซ็นสัญญากับเรา” หลินตกใจถามว่าเด็กนั่นจะไปส่งอาวุธให้คารอสหรือ! พอจงซินรับว่าใช่ เขาให้ไปลากตัวมาทันที
“คงไม่ทันแล้วครับ ป่านนี้เธอคงกำลังขนอาวุธอยู่ครับ” หลินถามว่าขนไปไหน! “เป่ยเปียนครับ”
ooooooo
คืนนี้เอง ที่เคาน์เตอร์โรงพยาบาลเป่ยเปียน เจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์จากแดนนี่ให้ไปรับคนไข้เป็นลมหมดสติที่หนานชางด่วน คนไข้มีประวัติอยู่ที่นั่นแล้วชื่อ จางหลี่ปิง รถพยาบาลเปิดหวอออกไปทันที
รถไปถึงโกดังร้าง นาคสั่งให้ยกเตียงออกแล้วเอาปืนเอ็ม 16 จำนวนสิบกระบอกกับปืนสั้นสิบกระบอกวางไว้ใต้เตียงแล้วสั่งให้คลุมผ้าและเอาเตียงเข้าที่ จากนั้นให้บุรุษพยาบาลอุ้มตนขึ้นเตียงสั่งเข้มว่า
“พวกคุณจำไว้ให้ดีนะ ห้ามตำรวจเคลื่อนย้ายตัวฉันออกจากเตียงเด็ดขาด เข้าใจไหม” แล้วบอกแดนนี่ว่าเรียบร้อยแล้ว แดนนี่อวยพรให้โชคดี หวังว่าจะได้เจอเธอที่จุดนัดพบ “ฉันก็หวังอย่างนั้น” นาคตอบแล้วรถก็เคลื่อนออกไป
“หวังว่าเธอจะทำงานสำเร็จนะ ฤทัยนาค” แดนนี่ภาวนาเอาใจช่วย นาคเองก็นอนลุ้นให้งานสำเร็จ
รถมาถึงด่านที่ 1 คนขับบอกว่าพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเป่ยเปียน ตำรวจให้เปิดท้ายดูคนขับอ้างว่าคนไข้อาการสาหัส แต่เมื่อตำรวจยืนยันจะตรวจ คนขับพยักหน้าให้บุรุษพยาบาล พอเปิดท้ายรถให้ดู ตำรวจเห็นนาคนอนหลับใส่หน้ากากออกซิเจน ถามว่าคนเจ็บเป็นอะไร พยาบาลบอกว่าเป็นโรคหัวใจรุนแรง ตำรวจเลยปล่อยให้ไป
ด่านที่ 2 ได้รับ วอจากด่านที่ 1 ว่า “ช่วยเปิดทางให้รถพยาบาลไปเป่ยเปียนด้วย มีคนไข้เจ็บหนัก”
รถพยาบาลจึงผ่านด่านที่ 2 ไปฉลุย ต่อมา ด่านที่ 2 เรียกด่านที่ 3 แจ้งว่า “มีคนไข้เจ็บหนักช่วยเปิดทางให้รถพยาบาลด้วย”
“รถพยาบาลมาจากไหน” แพทริคถาม พอตำรวจบอกว่ามาจากหนานชางทางด่าน 2 แจ้งว่าเป็นคนไข้ฉุกเฉินแพทริคชะงัก เอะใจ ถามว่า “มีรถพยาบาลจากเป่ยเปียนไปรับคนไข้ที่หนานชางงั้นเหรอ” เขาสั่งกักรถพยาบาลไว้ก่อน ตำรวจติงว่า คนไข้โรคหัวใจต้องไปรักษาด่วน
“จะเป็นอะไรก็ช่าง ต้องให้ฉันตรวจก่อน...ถ้าแกเป็นโรคหัวใจกำลังจะตายแกจะเรียกรถพยาบาลจากเป่ยเปียนมารับแกที่หนานชางรึเปล่า มีโรงพยาบาลเป็นสิบในหนานชางทำไมไม่เรียก กักรถพยาบาลเดี๋ยวนี้!”
ooooooo
ทุกคนในรถพยาบาลเครียด พยายามหาข้ออ้าง มาชี้แจง ถูกแพทริคสั่งให้หยุดพูด ถ้าเกิดอะไรขึ้นตนจะรับผิดชอบเองแล้วสั่งให้เปิดประตูท้ายรถเพื่อตรวจค้น
แพทริคสั่งตำรวจให้แจ้งไปทางโรงพยาบาลเป่ยเปียนแฟกซ์ประวัติคนไข้มาให้ตน แล้วสั่งพยาบาลให้ลงจากรถพยาบาลบอกว่าห้ามเอาเครื่องมือที่มีแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าใกล้ผู้ป่วยเพราะคนไข้มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติและในตัวเธอก็ฝังเครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจด้วย อาจส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้
“ไอ้บ้าเอ๊ย!” แพทริคสบถอย่างหัวเสีย แล้วจำต้องสั่ง “เอาล่ะ ไปได้” เขาเอาเครื่องตรวจเคาะที่ปลายเตียงใกล้ขานาคเกิดเสียง ปี๊ดดดด...แพทริคชะงักกึก กระชากพยาบาลลงจากรถ ทั้งคนขับ บุรุษพยาบาลและผู้ช่วยรวมทั้งตำรวจต่างเตือนแพทริคว่าถ้าคนไข้ตายเรามีหวัง ติดคุก “แต่แกไม่ได้ยินเสียงเครื่องตรวจรึไง มันมีอาวุธซ่อนอยู่ในรถ!” แพทริคตวาด
“คงเป็นเพราะเธอผ่าตัดดามขาน่ะครับ เธอเพิ่งผ่าตัดดามขามา นี่ไงครับ” บุรุษพยาบาลเปิดผ้าคลุมให้ดู แพทริคไม่เชื่อสั่งให้แกะผ้าพันแผลออก พอเห็นรอยแผลถูกเย็บยาว ก็ถามอีกว่า ขาหักทำไมไม่ใส่เผือก “เธอเพิ่งเย็บแผลตอนที่หกล้มเมื่อกี๊ เราเลยจำเป็นต้องตัดเฝือกออก”
“แต่เครื่องมือนี่มันเอาไว้สำหรับตรวจโลหะที่ทำอาวุธ ขาเธอดามด้วยอะไร”
“อ๋อ...ไททาเนียมค่ะ...คุณตำรวจคะ ฉันขอร้องล่ะ กรุณานำเครื่องออกห่างจากตัวคนไข้ด้วยค่ะ เดี๋ยวหัวใจเธอหยุดเต้นมันจะยุ่งนะคะ” ผู้ช่วยพยาบาลขอร้อง
พอดีตำรวจเอาแฟกซ์ที่ทางโรงพยาบาลส่งมาให้รับรองว่า “เธอเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจริงๆ แล้วเธอก็เพิ่งผ่าตัดดามกระดูกเมื่อสามวันที่แล้ว” กระนั้น แพทริคก็ยังไม่เชื่อสั่งให้ขอประวัติคนขับ และพยาบาลทั้งสองจากโรงพยาบาลด้วยตำรวจต่อสายให้คุยทันที
ทางโรงพยาบาลให้รอสักครู่แล้วมาแจ้งชื่อพยาบาลแก่แพทริค ทันใดนั้นตำรวจนายหนึ่งหน้าตาตื่นมารายงานว่า
“ผู้กองครับ มีวอแจ้งเข้ามาว่าคารอส ทาเปียขับรถฝ่าด่านที่สองมาทางเราครับ ด่านที่สองให้เราสกัดจับครับ”
แพทริคโยนโทรศัพท์ทิ้ง สั่งตำรวจที่ด่านเตรียมจับทันที พยาบาลรีบถามว่าพวกตนไปได้หรือยัง
“เชิญ!” แพทริคตะคอกหันหลังให้รถพยาบาล ทุกคนที่มากับรถกระโดดขึ้นไปทันที แพทริคบ่นหัวเสีย “นึกว่ามันจะแอบขนอาวุธมาในรถพยาบาลเสียอีก”
ooooooo
แพทริคหมายมั่นปั้นมือว่าคราวนี้ต้องรวบตัวคารอสได้แน่ แต่ไปเดินวนรออยู่นาน ก็ได้รับแจ้งมาว่า คารอสไหวตัวทันและวกรถแหกด่านหนีไปแล้ว
“ไอ้คารอส กูสาบานกูต้องจับมึงให้ได้สักวัน!!” แพทริคแทบจะคลั่ง
ส่วนนาค ไปส่งของและรับเงินมาเรียบร้อย เฉินที่มารับของถามว่าเธออายุเท่าไหร่ พอนาคบอกว่า 17 เฉินชมเปาะ
“เธอนี่มันสุดยอดจริงๆ”
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งเฉินและนาคต่างขึ้นรถขับออกไปคนละทางอย่างรวดเร็ว
นาคมาถึงโรงพยาบาล พอลงจากรถก็เจอฝนตกหนักแต่ก็พยายามหาทางกลับ มองหาแท็กซี่ก็ไม่มีสักคันตัดสินใจจะเดินฝ่าฝนออกไป พลันก็มีรถคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอด หลินหลานเซ่อนั่นเอง!
เขาลงจากรถมากางร่มพานาคไปขึ้นรถ ถามว่า “เธอต้องเอาเงินนั่นไปให้แดนนี่ไม่ใช่หรือ”
“ค่ะ...” นาคมองหน้าหลินด้วยความรู้สึกทั้งปลื้มและซึ้งใจ เอ่ยได้แค่ว่า “ขอบคุณค่ะ...”
ระหว่างนั่งมาในรถ อากาศเย็น หลินเอาผ้าพันคอให้เธอคลุม นาคถามว่า “ทำไมนายไม่ด่าฉัน”
“ฉันด่าเธอแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ในเมื่อเธอทำมันไปแล้ว” เขาพูดหน้านิ่งตามเคย
ooooooo
หลินหลานเซ่อ ขับรถพานาคมาถึงท่าน้ำริมเบย์ เขาดึงกระเป๋าเงินจากนาคบอกว่าจะเอาไปให้แดนนี่เอง เมื่อเจอแดนนี่และให้เงินแล้ว เขาสั่งหน้านิ่ง
“เลิกยุ่งกับฤทัยนาค เธอเป็นแค่ลูกหนี้ฉันไม่ได้เป็นอาชญากรเหมือนนายกับพ่อ”
แดนนี่บอกว่าตนไม่ได้เป็นคนเสนองานนี้แต่นาคเป็นคนเสนอตัวขอทำงานนี้กับพ่อตนเอง และถ้าจำไม่ผิดคนที่เริ่มต้นเรื่องนี้ก็คือเขา หลินบอกว่าตนไม่ได้หวังว่านาคจะเจรจากับพ่อเขาได้สำเร็จ
“แต่เธอก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ แล้วนายเองก็แอบภูมิใจกับความสามารถของเธอ ใช่รึเปล่า”
“ฤทัยนาคอาจจะทำเรื่องเหนือความคาดหมายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เธอต้องเข้ามาอยู่ในวงการนี้เพียงแค่ความสามารถที่บังเอิญทำได้แค่ครั้งหรือสองครั้ง วงการนี้เข้าแล้วออกไม่ได้ ทางเดียวที่จะเป็นอิสระคือความตาย และเด็กนั่นไม่สมควรตาย อย่ายุ่งกับเธออีก!” พูดแล้วเดินกลับไปที่รถเลย แดนนี่ตะโกนตามหลังไปว่า
“ไม่ว่านายจะรู้สึกยังไง แต่ผมยอมรับนะว่านายเก็บไข่ทองคำไว้ได้จริงๆ” แล้วพึมพำกับตัวเอง “หลินหลาน–เซ่อฉันรู้นะว่านายคิดอะไร”
หลินพานาคไปส่งที่หน้าไซต์งาน นาคขอโทษเขาที่ทำเรื่องใหญ่โตแบบนี้และขอบคุณที่เขาไม่ฆ่าตนเสียก่อน “เพราะเธอทำสำเร็จ” หลินพูดสั้นๆแล้วจะ
ออกรถ นาคเรียกไว้ ขอบคุณที่เขาเชื่อว่าตนจะทำสำเร็จและไปรอที่โรงพยาบาล
ooooooo
หลังจากนาคทำงานสำเร็จ คารอสมาหาหลินหลานเซ่อที่ห้องทำงานของเขา หลินแสดงความยินดีที่จะได้ร่วมงานกัน คารอสเอ่ยอย่างชื่นชมว่า
“เช่นกัน เด็กของคุณนี่มหัศจรรย์จริงๆ ผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะทำงานนี้ได้สำเร็จ นับถือจริงๆแต่คุณต้องระวังความเก่งและความมหัศจรรย์ของเธอด้วยนะ เพราะถ้าเธอเข้าสู่วงการอาชญากรรมเต็มตัวละก็...ผมว่า เราสองคนอาจจะต้องหลบทางให้เธอนะ ฮ่ะๆๆ”
เมื่อคารอสออกไปแล้ว หลินหันบอกจงซินว่า “แต่สำหรับฉัน...ฉันว่าเธอฟลุกมากกว่า”
รุ่งขึ้นเมื่อเจอนาคกำลังเดินไปโรงเรียน หลินจอดรถรับเธอไปด้วยแถมยังให้นั่งสบายๆไม่ต้องไปคุดคู้อยู่ที่กระโปรงท้ายรถด้วย
ระหว่างทางนาคคุยโน่นคุยนี่ หลินถามว่าพี่สาวเธอพูดมากเหมือนเธอหรือเปล่า นาคบอกว่าพี่สาวตนไม่ค่อยพูดโดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า ย้อนถามว่า เขาอยากได้พี่สาวตนจริงๆหรือ
“พี่สาวเธอเป็นสมบัติของฉัน ฉันก็ควรจะได้ครอบครอง” นาคบอกว่าตนกำลังจะหาเงินใช้หนี้เขาอยู่ ขอร้องเขาเลิกยุ่งกับพี่สาวตนเถอะ “ก็บอกแล้วไง ถ้าเธอหาเงินได้ครบยี่สิบล้านเมื่อไหร่ฉันจะเลิกตามหาตัวพี่สาวเธอ”
การนั่งรถมาโรงเรียนกับหลินวันนี้ ทำให้นาคถูกมองแปลกๆกระทั่งซุบซิบกันว่าเธออาจจะเป็นผู้หญิงของหลินไปแล้ว และเมื่อมาเจอแดนนี่ นาคก็ยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นแดนนี่หมางเมินเย็นชาหลบหน้า คาดคั้นซักถามจึงรู้ว่าถูกหลินสั่งห้ามใกล้ชิดและคบกับเธอ นาคโมโหมาก ลิ่วไปหาหลินทันที
“เรื่องอะไรนายไปห้ามแดนนี่มาคบกับฉัน” นาคเปิดฉากอย่างไม่อ้อมค้อม หลินบอกว่าแดนนี่ไว้ใจไม่ได้ “แต่เขาเป็นเพื่อนฉันแล้วก็เป็นเพื่อนสนิทของฉันด้วย ฉันจะไม่เลิกคบกับเขา”
“เธอลืมไปแล้วหรือว่าฉันเป็นผู้ปกครองเธอ ฉันย่อมมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง” หลินจ้องหน้านาคนิ่ง
“นายเป็นผู้ปกครองฉันเฉพาะในสมุดพกโรงเรียนนะ แต่ในชีวิตฉัน ฉันเป็นเจ้าของตัวฉันเอง รู้ไว้ซะด้วย” หลังจากว่าฉอดๆ แล้วจะออกไป นึกอะไรได้หันถามว่าจะให้ตนสั่งอาหารกลางวันให้ไหม หลินนิ่ง เธอตัดบทว่าตามใจรอให้จงซินสั่งแล้วกัน แล้วออกไปเลย หลินส่ายหน้ากับความซ่าเซี้ยวของ “เด็กบ้า” คนนี้
กลับไปพบแดนนี่ นาคบอกว่าตอนนี้เราคบกันได้เหมือนเดิมแล้ว เพราะตนบอกหลินหลานเซ่อไปแล้วว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของตน แดนนี่ถามว่าจริงหรือ
“จริงสิ ไม่เชื่อขึ้นไปถามเขาเลย เป็นไงขอมือหน่อย...” นาคยกมือขึ้นไฟว์ฟิงเกอร์ให้แดนนี่ยกตอบ แล้วชวน “ไป...ไปกินข้าวกัน วันนี้ฉันเลี้ยงนายเอง” แล้วจูงมือกันเดินไปอย่างร่าเริง
หลินถามจงซินว่าเมื่อไหร่จะได้ตัวนันทกามา จงซินบอกว่าเมื่อเช้าอาเหวยเพิ่งโทร.มาบอกว่าให้รอบ่ายนี้เพราะเจอที่กบดานของยุทธพงษ์แล้ว จงซินพูดจบอาเหวยก็โทร.เข้ามาพอดีบอกว่ายุทธพงษ์กับนันทกาอยู่ที่หัวหิน
“ดี เอาตัวนันทกามาให้ได้ ถ้ามันขัดขวางก็เก็บมันเสียเลย” จงซินสั่ง แล้วหันมาบอกหลิน เขายิ้มอย่างพอใจ
ooooooo
อาเหวยดักจับนันทกาขณะเธอไปทานข้าวกับยุทธพงษ์แล้วขอไปเข้าห้องน้ำ นันทกาดิ้นรนก็ถูกขู่ว่าถ้าคิดหนีจะยิงพ่อเธอทิ้ง ทำให้นันทกาจำต้องปล่อยให้มันลากตัวไป
ยุทธพงษ์เห็นนันทกาหายไปนาน ไปตามในห้องน้ำไม่เห็น เขาวิ่งถามหาผู้คนให้วุ่นว่าเห็นลูกสาวตนไหม...เห็นไหม
จงซินได้รับรายงานว่าจับนันทกาได้แล้ว ก็สั่งให้อาเหวยพาตัวเธอไปไว้ที่เซฟเฮาส์เลย
นันทกาคิดหาทางหนี ทำอุบายว่าตนอยากเข้าห้องน้ำ พออาเหวยแวะปั๊มให้เธอเข้าห้องน้ำ เธอวิ่งหนีพลางตะโกนขอความช่วยเหลือว่า ตนถูกตามฆ่า อาเหวยไล่ตามสั่งลูกน้องจับเธอให้ได้!
นันทกาวิ่งขึ้นสะพานลอย ถูกอาเหวยกับพวกปิดบันไดทั้งสองข้างไว้ กระหยิ่มใจว่าต้องจับเธอได้แน่ แต่วัดใจเธอผิด นันทกากระโดดลงจากสะพานลอยลงบนรถสิบล้อที่ผ่านมาหนีรอดไปได้ พวกอาเหวยสบถอย่างหัวเสีย “ไอ้บ้าเอ๊ย!”
“บอกพวกมันนะ ฉันจะให้โอกาสมันอีกครั้ง ถ้าพวกมันพลาดอีกละก็ ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่” หลินโมโหมาก
พอดีเหม่ยจิงเข้ามา หลินถามเสียงขุ่นว่ามีอะไร เธอถามเสียงอ่อนหวานว่าวันนี้วันอะไร หลินยิ่งหงุดหงิดบอกว่าตนจะไปรู้ได้ยังไงมีอะไรให้พูดมา เธอจึงบอกว่าเป็นวันเกิดตน เขาจำไม่ได้จริงๆหรือ
“งานฉันเยอะแยะ ฉันไม่มีเวลามาจำเรื่องพวกนี้หรอก” ทำเอาเหม่ยจิงสะอึก แต่พยายามฝืนความรู้สึกรักษาบรรยากาศ บอกว่าไม่เป็นไรเย็นนี้ตนจองโต๊ะไว้ ที่เพนนินแล้ว เธอเชิญเขาและทุกคน เชิญไปถึงหย่งเหวินและไป่หลิงด้วย
“เธอจะเชิญใครก็ตามใจ แต่วันนี้ฉันยังไม่รู้ว่าจะไปได้รึเปล่า” เหม่ยจิงอ้อนว่าแต่วันนี้เป็นวันเกิดตนนะ “เหม่ยจิงฉันจะบอกให้เธอรู้นะ ธุรกิจของฉันมันสำคัญมากกว่างานวันเกิดของเธอ”
แต่เมื่อเหม่ยจิงร้องไห้ออกไปแล้ว หลินสั่งจงซินให้ซื้อของขวัญไปให้เธอด้วย คิดว่าเธอชอบอะไรก็ซื้อไปแล้วกัน นาคสวนเข้าไปในห้องเพื่อเอาเงินหนึ่งพันเหรียญมาใช้หนี้ หลินถามว่า
“เธอนึกว่าเธอจะใช้หนี้ยี่สิบล้านของพ่อได้หมดจริงๆงั้นเหรอ”
“ยังไงฉันก็ต้องทำให้ได้ เพราะฉันจะไม่ยอมให้พี่สาวมาเป็นนางบำเรอนายหรอก แล้วตอนนี้ฉันก็เหลือหนี้อีกสิบแปดล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเจ็ดพัน”
หลินปรามาสว่าเธอไม่มีวันทำสำเร็จ นาคหัวเราะร่าย้ำว่าอย่าสบประมาท ยังไม่เสร็จศึกอย่าเพิ่งนับศพทหาร เรายังไม่รู้ว่าใครจะชนะระหว่างเขากับตน! เตือนว่าอย่าลืมจดว่าวันนี้ตนเอามาใช้หนี้อีกหนึ่งพัน แล้วออกไป หลินหยิบเงินดูแล้วโยนลงบนโต๊ะ มองไปที่ภาพของนันทกานิ่ง
ooooooo
เหม่ยจิงเสียใจไปนั่งดื่มในบาร์ เพ่ยอิงมาเกาะแกะ เสนอเงื่อนไขว่าถ้าเธอย้ายมาอยู่กับตน ตนจะให้มากกว่าหลินให้อีกเท่าตัว และจะให้ความรักเธอมากกว่าด้วย
“พอทีเถอะเพ่ยอิง ต่อให้หลินหลานเซ่อไม่รักฉัน ฉันก็ไม่มีวันอยู่กับคนอย่างคุณหรอก เพราะคนอย่างคุณมันน่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อน”
เพ่ยอิงกระชากแขนเธออย่างแรงดึงไปจะจูบ ดีที่จงซินมาถึงพอดี เตือนสติว่า
“อย่าทำอย่างงั้นเลยครับคุณเพ่ยอิง ถ้าคุณทำอย่างนั้น คุณหลินคงโกรธคุณมาก แล้วคุณคงรู้ว่าถ้าคุณหลินโกรธใครผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง” เพ่ยอิงจึงกลับไปอย่างแค้นใจ เหม่ยจิงขอร้องจงซินอย่าบอกเรื่องนี้แก่หลิน ตนไม่อยากให้มีเรื่อง จงซินจึงมอบของขวัญที่หลินให้เอามาให้ เหม่ยจิงมองของขวัญแล้วยิ่งร้องไห้หนักเมื่อแน่ชัดว่า หลินไม่มาแล้วจริงๆ
เหม่ยจิงวิ่งร้องไห้ไป จงซินถือของขวัญตามไปพูดปลอบใจ เหม่ยจิงคร่ำครวญอย่างปวดร้าวว่า
“ตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับเขา เขามองฉันเหมือนตุ๊กตาตัวนึงหรือไม่ก็หุ่นยนต์ที่เป็นคู่ควงสำหรับไปงาน ไปนู่นไปนี่” จงซินติงว่าเธอก็รู้แต่แรกแล้วว่าหลินจ้างเธอมาทำหน้าที่อะไร “แต่ฉันก็มีหัวใจ มีความรู้สึกนะจงซิน ฉันเป็นคนนะ เป็นคนเหมือนกับคุณ ฉันอยากให้เขารักฉันบ้าง สักนิดก็ยังดี...คุณเป็นผู้ชายคุณไม่รู้หรอกว่าความรักเป็นยังไง” เหม่ยจิงโผกอดจงซินร้องไห้สะอึกสะอื้น
ooooooo










