ตอนที่ 2
หลังการประชุม หลินถามจงซินว่าติดต่อคารอสได้หรือยัง
จงซินบ อกว่าตนโทร.เป็นสิบๆครั้งแล้วแต่คารอสไม่รับสาย จงซินบอกหลินว่าเขากำลังถูกซานกุ้ยบีบให้เข้ามุมอับ หลินตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนอยากเป็นประธานฉายหงกรุ๊ปทั้งนั้น โดยเฉพาะซานกุ้ยกับเพ่ยอิง
“ผมว่าคุณหลินต้องระวังตัวให้มากนะครับ ผมไม่ค่อยไว้ใจสองคนนี้...ผมว่าเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้า”
“ขอบใจที่นายเป็นห่วง แต่ฉันว่าตอนนี้นายทำยังไงก็ได้ ติดต่อให้คารอสมากินข้าวกับฉันสักมื้อ”
จงซินรับคำสั่ง แต่พอออกจากห้องก็เจอฟางเหม่ ยจิงนางแบบสาวสวยคู่ควงของหลิน เธอถามว่าหลินอยู่ไหม จงซินบอกว่าอยู่ แต่เธอไม่ควรเข้าไปตอนนี้เพราะเขากำลังเครียดและมีงานสำคัญต้องคิด
“เขา บอกหรือว่าไม่ต้องการพบฉัน” เหม่ยจิงถามอย่างอวดดี พอจงซินบอกว่าเปล่า เธอเชิดใส่ “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเป็นคนทำให้เขาหายเครียดเอง” พูดแล้วเดินเข้าไปเลย จงซินได้แต่มองตามอย่างพยายามเก็บความรู้สึก
เหม่ย จิงเข้าไปฉอเลาะถามว่าเครียดเรื่องอะไรตนช่วยได้ไหม พอหลินบอกว่าเรื่องงาน เธอช่วยอะไรไม่ได้หรอก เหม่ยจิงก้มหอมเขา ลูบแก้มเขาฉอเลาะว่าไม่ชอบให้เขาใส่คอนแทคเลนส์สีนี้เลย ตาสีเขียวมรกตของเขาดูเซ็กซี่กว่าตั้งเยอะ
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าพูด เรื่องส่วนตัว” หลินปราม เหม่ยจิงบอกว่าตนแค่พูดไปเรื่อยเปื่อยถ้าไม่ชอบก็ขอโทษ แต่พอเหลือบเห็นรูปนันทกาบนโต๊ะก็ชักสีหน้าถามว่า “คุณยังสนใจผู้หญิงคนนี้อีกหรือคะ เธอดูบอบบางจะตาย จะให้มาทำหน้าที่นางบำเรอจะไหวเหรอคะ”
“เธออาจจะไม่ได้มาทำหน้าที่นาง บำเรอ” หลินบอก แล้วตัดบทชวนไปกินข้าวกันดีกว่าตนหิวแล้ว เหม่ยจิงเดินตามเขาไป ไม่วายหันจิกตาดูรูปนันทกาบนโต๊ะอีกครั้งอย่างเกลียดชัง
ooooooo
นาคไปเป็นกรรมกรในโครงการก่อสร้าง ได้รับน้ำใจจากต้าห่ายคนงานรุ่นเดียวกันที่คอยแนะนำและดูแล
ต้าห่ายเห็นเธอขุดหลุมหน้าดำหน้าแดงก็เอา
น้ำดื่มมาให้ขวดหนึ่ง ทักว่าเห็นเธอมากับคนสนิทของ
หลินหลานเซ่อ?
นาคบอกว่าตนเป็นหนี้ต้องมาทำงานใช้หนี้
ต้า ห่ายทำหน้าสยองบอกว่าเคยได้ยินว่าใครเป็นหนี้คุณหลินจะไม่รอดสักราย โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ มักจะกลายเป็นคู่นอนอะไรแบบนี้ทุกคนเลย แต่ทำไมเขาจึงส่งเธอมาขุดดิน นาคบอกว่าเพราะตนไม่สวยไง ต้าห่ายติงว่าใครว่าเธอไม่สวย แต่สวยไม่เข้าขั้นต่างหาก
ต้าห่ายบอกว่าตน ต้องไปทำงานอีกที่แล้ว นาคหูผึ่งถามว่าเขามีงานจ๊อบอื่นด้วยหรือ ต้าห่ายบอกว่าตนทำงานรับจ้างส่งของทุกอย่าง นาคถามทันทีว่า “แล้วอย่างฉันทำได้ไหม”
“ถ้าเธอมีขาแล้วขี่จักรยานเป็นก็ทำได้” ต้าห่ายบอก นาคขอให้ช่วยหางานให้ตนบ้าง พอต้าห่ายรับปาก นาคดีใจยกมือตบกัน หลังจากนั้นต้าห่ายผู้มีน้ำใจก็พานาคขี่จักรยานไปตามเส้นทางต่างๆที่ไปส่งของ นาคยังใหม่ต่อเส้นทางจึงหาซื้อแผนที่ไปศึกษาเพื่อจะได้ชำนาญทางเหมือนต้าห่าย ที่บอกว่าถนนพวกนี้เขาหลับตาเดินได้เลย
ส่งงานเสร็จ ทั้งสองพากันมาหยุดซื้อน้ำดื่มที่หน้าร้านอาหารโปรตุเกส ต้าห่ายบอกนาคว่าเธอโชคดีที่เป็นหนี้แล้วมาทำงานใช้หนี้ ดีกว่าคนอื่นที่ต้องเอาตัวเข้าแลกเป็นนางบำเรอเพราะการเป็นนางบำเรอของหลินนั้น เหมือนตกนรกทั้งเป็น
“เธอรู้ไหมว่าเป็นผู้หญิงของมาเฟียเนี่ย มันเจ็บปวดแค่ไหน วันไหนที่มันอยากได้เธอมันก็มาหาเธอ วันไหนที่มันอยากทิ้งเธอ มันก็ทิ้งเหมือนผ้าขี้ริ้ว แล้วถ้าเธอคิดจะหนีละก็ ตายลูกเดียว! โดยเฉพาะหลินหลานเซ่อ เธอรู้ไหมมันนี่แหละเจ้าพ่อตัวจริง!”
ขณะต้าห่ายกำลังเล่านั่นเอง นาคเห็นหลินเดินออกจากร้านอาหารมากับเหม่ยจิง เธอทำตาเหลือกส่งสัญญาณจนต้าห่ายหันมองตาม พอเห็นหลินหลานเซ่อ ต้าห่ายก็หุบปากสนิท
อาเหลียงที่ติดตามหลินมาเปิดประตูรถให้เหม่ยจิงเข้าไปนั่ง หลินตามมา เขาเหลือบเห็นนาคแต่ขณะจะก้าวขึ้นรถ นาคก็ร้องเรียกแล้ววิ่งไปกระชากประตูรถไว้ ถูกอาเหลียงผลักออก กระชากปืนจ่อ หลินห้ามอาเหลียงแล้วถามนาคว่ามีอะไร
“ฉันมีเรื่องจะถามนายหน่อย ฉันไม่ไปโรงเรียนได้ไหม เพราะถ้าฉันไปฉันจะไม่มีเวลาหาเงินมาให้นายนะ แล้วตอนนี้ฉันก็ได้งานพิเศษเพิ่มแล้วด้วย ฉันจะได้หาเงินใช้หนี้ได้เร็วขึ้น ตกลงนะ”
“ไม่! เธอจะต้องเรียนหนังสือ” พูดแล้วดึงประตูปิดเลย นาคจะดึงเปิด ถูกอาเหลียงผลักไล่ให้ถอยไปถ้าไม่อยากเจ็บตัว
พอนาคกลับมา ต้าห่ายถามว่าบ้าไปแล้วหรือ อยู่ๆไปกระชากประตูคุณหลิน รู้ไหมว่าถ้าเมื่อกี๊คุณหลินห้ามไว้ไม่ทัน มีหวังถูกลูกน้องเขายิงตายไปแล้ว นาคอ้างว่าตนมีธุระจะมายิงกันได้ไง
“ฉันว่าเธอนี่ไม่เต็มจริงๆ เมื่อกี๊ถ้าไม่โดนยิง ฉันว่าเธอต้องโดนกระทืบแน่ๆ”
“ฉันว่านายปอดเกินไป มาเฟียก็เหมือนเรา ไป กลับเถอะ ฉันหิวแล้ว” ว่าแล้วเดินนำลิ่วไป ต้าห่ายมองตามอย่างทึ่งในความบ้าบิ่นของนาค
เหม่ยจิงถามหลินว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร หลินบอกว่าเป็นลูกหนี้ เธอทำเสียงตกใจ เปรยๆว่า ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะมาเสียเวลากับเด็กข้างถนน และเมื่อกลับถึงเพนท์เฮ้าส์ เหม่ยจิงพยายามเอาอกเอาใจจะเปิดน้ำอุ่นเพื่อนอนแช่น้ำด้วยกันในอ่าง แต่กลับถูกปฏิเสธ หลินบอกให้เธอกลับไปก่อน วันนี้ตนเพลียอยากจะนอน
“แต่เหม่ยจิงยังไม่อยากกลับนะคะ”
“แต่เธอต้องกลับ เพราะฉันจะนอน” เหม่ยจิงจึงจำต้องกลับ หลินบอกว่า “จงซินเขารอเธออยู่ข้างนอก”
เมื่อจงซินจะพาเธอไปส่งที่อพาร์ตเมนต์ เธอกลับบอกให้ไปส่งที่โรงแรมเพราะอยากไปนั่งดื่มสักแก้วสองแก้ว จงซินยืนยันว่าหลินให้ไปส่งเธอที่อพาร์ตเมนต์ ตนต้องไปส่งตามคำสั่ง หลังจากนั้นเธอจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ พูดเตือนสติเธอให้รู้ตัวว่า หลินจ้างเธอในฐานะคู่ควงก็ควรวางตัวอย่าให้คนอื่นดูถูกหลินได้
เหม่ยจิงบอกว่าตนไม่ได้ทำเพื่อเงินแต่ทำเพราะรักหลิน จงซินย้ำว่าถ้าเธอรักคุณหลินจิงก็ไม่ควรไปดื่มต่อเพราะคนจะมองว่าผู้หญิงของคุณหลินไปนั่งคอยจับแขกตามบาร์
“ที่ผมพูดเพราะเป็นหน้าที่ของผม” จงซินตบท้ายแล้วพาไปส่งถึงอพาร์ตเมนต์ของเธอ เหม่ยจิงลงจากรถจิกตาแค้น
จงซินส่งอาเหว่ยไปตามหานันทกาที่เมืองไทย ยุทธพงษ์รู้ตัวพานันทกาหนีรอดไปได้ พอหลินรู้สั่งจงซินว่า
“บอกคนของเราว่าฉันต้องการผู้หญิงคนนี้ ตามหาเธอให้เจอ”
ooooooo
เพราะพรุ่งนี้นาคจะต้องไปโรงเรียนแล้ว วันนี้ จงซินเอาชุดนักเรียนมาให้ นัดพรุ่งนี้เจอกัน
“อย่าบอกนะว่าพวกนายจะตามฉันไปโรงเรียนด้วย” นาคเอะใจ จงซินบอกว่าคุณหลินต้องไปดูงานที่โรงเรียนทุกวัน เพราะท่านเป็นเจ้าของโรงเรียน “หา! ไอ้มาเฟียนั่นเป็นครูใหญ่อย่างงั้นหรือ เฮ้อออ...งง...” นาคเซ็งจนบอกไม่ถูก
เวลาเดียวกัน หลินหลานเซ่อ ก็ให้จงซินติดต่อคารอสเชิญทานข้าวเป็นการส่วนตัวกันหน่อย แดนนี่ลูกชายคารอสเป็นคนรับสาย พอคารอสรู้ให้แดนนี่ตอบไปเลยว่า “ไม่ว่าง”
“แต่ผมอยากให้คุณบอกคุณคารอสว่าคุณหลินมีธุระสำคัญมากอยากคุยด้วย” จงซินพยายามโน้มน้าว “มันเป็นเรื่องผลประโยชน์และเป็นเงินจำนวนมากด้วย”
พอแดนนี่ถ่ายทอดให้พ่อฟัง คารอสก็ชะงัก คิด
เมื่อหลินรู้ว่าคารอสปฏิเสธ เขาสบถ
“ระยำ! พรุ่งนี้โทร.หามันอีก โทร.จนกว่ามันจะยอมรับนัดฉัน”
เวลาเดียวกัน หย่งเหวินกับซานกุ้ยก็ติดตามการทำงานของหลิน แช่งให้หลินติดต่อคารอสไม่สำเร็จ เพื่อพวกตนจะได้ขึ้นเป็นประธานฉายหงกรุ๊ปแทน
ซานกุ้ยบอกหย่งเหวินว่าถ้าตนได้เป็นประธานฉายหงกรุ๊ปก็จะยกให้เขาเป็นแทน เขาหลงความปากหวานเจ้าเล่ห์ของหย่งเหวินจนนอกจากจะยกตำแหน่งประธานฉายหงกรุ๊ปให้ แล้วยังสนับสนุนถ้าหย่งเหวินชอบไป่หลิงหญิงสาวที่พ่อเธอฝากให้ช่วยดูแลก่อนตายด้วย
วันนี้ต้องไปโรงเรียนแล้ว นาคมีปัญหากับการผูกเนกไทมาก ผูกอย่างไรก็ไม่ได้ เห็นทีจะไปสายแน่ฉุกคิดที่จงซินบอกว่าพรุ่งนี้เจอกันได้ ก็ยิ้มดีใจดีดนิ้วเปาะ
“ได้การละ” นาควิ่งปรื๋อออกไปเลย ไปดักรถของหลินที่กำลังจะออกที่หน้าตึก อ้างว่าตนต้องรีบไปโรงเรียนแต่มีปัญหาเรื่องการผูกเนกไททำให้ต้องไปสายแน่ หลินตัดบทว่าให้เธอหาทางไปให้ถึงเร็วๆก็แล้วกัน นาคขอติดรถไปด้วย หลินไม่ให้ นาคต่อรองขอเกาะท้ายรถไปก็ได้
หลินสั่งจงซินให้เปิดกระโปรงท้ายรถให้ นาคกัดฟันเข้าไปนอนคุดคู้ที่กระโปรงท้ายรถ ไปถึงโรงเรียนแล้วนาคทุบกระโปรงรถตะโกนให้เปิดจนหลินต้องสั่งลูกน้องให้เปิดกระโปรงรถให้ สั่งให้เข้าห้องเรียนเลยและผูกเนกไทซะด้วย
นาคเข้าห้องเรียนสาย ปดครูว่าเป็นนักเรียนใหม่เข้าห้องผิดเลยสาย แล้วแนะนำตัวเองกับเพื่อนร่วมชั้น จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาผูกเนกไท จนแดนนี่ที่นั่งอยู่ข้างหลังทนดูไม่ได้อาสาผูกให้ ระหว่างนั้นคุยกันถูกคอ เพราะแดนนี่ก็เป็นคนปากคอเราะร้ายขวานผ่าซากเหมือนนาค ไม่มีใครอยากคบ จนถูกครูจับไปคาบไม้บรรทัดโทษฐานคุยกันในห้องเรียน
พอพักเรียน แดนนี่ขอเลี้ยงข้าวนาคปลอบใจที่ตนทำให้เธอถูกทำโทษ ระหว่างทั้งสองเดินคุยกันอย่างถูกคอนั่นเอง หลินเห็นเข้าถามจงซินว่าสองคนนี้รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ จงซินบอกว่าเขาเรียนห้องเดียวกัน
จงซินรายงานหลินว่าตนโทร.ไปหาคารอสแต่เขาไม่ยอมรับสาย คาดว่าคงแค่เล่นตัวอยู่เท่านั้น เพราะคนคนนี้อะไรที่เป็นเงินไม่เคยเขิน ทั้งสองคิดตรงกันว่าถือโอกาสที่ฉายหงกรุ๊ปจะฉลองครบรอบวันเกิดบริษัทเชิญคารอสมางานจะได้ไม่เขิน
ดังนั้น ขณะแดนนี่นั่งกินข้าวกับนาคนั่นเอง หลินเดินเข้าไปหาแดนนี่ฝากบัตรเชิญให้เอาไปให้พ่อเขาด้วย พอหลินออกไป นาคถามแดนนี่ว่าพ่อเขาเป็นใคร ทำไม
หลินหลานเซ่อถึงต้องเชิญไปงานด้วย แดนนี่ถามว่าเธอรู้จักคารอส ทาเปีย ไหม นาคส่ายหน้าถามว่าเป็นพ่อเขาหรือ แดนนี่บอกว่าใช่ นาคมองแดนนี่อย่างแปลกใจ
เมื่อแดนนี่เอาบัตรเชิญไปให้คารอส ถามพ่อว่าจะไปงานนี้ไหม คารอสบอกว่า “ตื๊อขนาดนี้ก็คงต้องไป”
“ไหนพ่อบอกว่าจะไม่ทำธุรกิจกับไอ้พวกมาเฟียไง” แดนนี่ติง
“การที่ฉันไป ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องทำธุรกิจกับมันนี่ แกโทร.กลับไปบอกมันว่าฉันจะไปแล้วแกเองก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าสวยๆใส่ไปงานกับพ่อด้วย” แดนนี่บอกว่าตนไม่อยากไป “ไปซะหน่อย อย่างน้อยก็ไปเปิดหูเปิดตา”
พอดีมือถือคารอสดังขึ้น เป็นสายจากลูกค้าโทร.มาตามของ คารอสขอเวลาอาจช้าหน่อยแต่รับรองอาวุธถึงมือแน่ ฝ่ายนั้นถามว่าแน่ใจหรือว่าจะผ่านด่านตำรวจได้ ถูกคารอสปรามว่าอย่าสามหาวกับตน งานใหญ่กว่านี้ตนยังทำสำเร็จมาแล้ว บอกว่าวันไหนที่ส่งของจะโทร.บอกล่วงหน้าสองชั่วโมง
แดนนี่ฟังอยู่ เสนอพ่อว่าเราควรยกเลิกงานนี้ก่อนดีไหมเพราะแพทริคไม่ยอมให้เราขนอาวุธผ่านด่านแน่ คารอสไม่ยอม บอกแดนนี่ว่า “ถ้าปืนแค่สามสี่สิบกระบอกฉันยังทำไม่ได้ ฉันจะไปส่งรถถังได้ยังไง”
“แต่ถ้าพ่อถูกจับ มันไม่คุ้มเสี่ยงเลยนะ”
“ฉันจะไม่ยอมเสียเครดิตกับงานชิ้นนี้ ไม่ว่าจะยังไง ก็ต้องหาทางส่งอาวุธผ่านด่านไปให้ได้” คารอสจริงจังจนแดนนี่ได้แต่มองพ่ออย่างหนักใจ เครียด...
ooooooo
ที่ด่านตำรวจฮ่องกง แพทริคเฝ้าด่านตรวจรถทุกคันอย่างเข้มงวด แม้คนขับจะอ้างว่าเป็นรถขนของของศุลกากรก็ไม่ละเว้น
เมื่อเจ้าหน้าที่อ้างว่าต้องรีบเอาของไปขึ้นเรือให้ทันก่อนเที่ยงคืน ไม่อย่างนั้นตนถูกเล่นงานและตัวแพทริคเองก็ต้องเดือดร้อนด้วย แพทริคไม่สนใจสั่งให้คนขับรถลงมาจับหน้าโขกกับกระโปรงรถ สั่งลูกน้อง...
“ทุกคนฟังให้ดีนะ รถที่ผ่านเส้นทางนี้ต้องตรวจทุกคันไม่ว่าจะเป็นรถอะไร ใหญ่แค่ไหนก็ต้องตรวจ แล้วจำหน้าไอ้คารอสไว้ให้ดี ถ้ามีใครหน้าคล้ายหรือเหมือนหรือใกล้เคียงให้สงสัยว่ามันคือไอ้คารอส ทาเปีย จับมันทันทีเข้าใจไหม” แล้วขยำกระดาษหมายจับในมือคำราม “มึงไม่มีวันขนอาวุธผ่านกูไปได้หรอก ไอ้คารอส!”
ooooooo
วันนี้เพ่ยอิงไปหาหลินที่ห้องทำงานถามความคืบหน้าการติดต่อคารอส เมื่อหลินบอกว่ากำลังพยายาม เพ่ยอิงปรามาสว่าทำไม่ได้ก็หลีกทางให้ตนเสีย เพราะตนเหนือกว่าเขาเยอะ
หลินบอกว่าเมื่อไหร่ที่ตนทำไม่สำเร็จค่อยเป็นคิวของเขา เพ่ยอิงอาฆาตว่าวันใดตนได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าจะเหยียบเขาให้จมดินไปเลย แล้วหุนหันออกไป
จงซินสวนเข้ามาบอกข่าวดีแก่หลินว่าคารอสตอบรับที่จะมางานเราแล้ว หลินบอกให้จัดคารอสมานั่งข้างตนเลย จงซินติงว่าหลินควรหาคนอื่นคุยเปิดทางก่อนดีกว่า หลินถามว่าจะเอาใคร จงซินบอกว่า “ฤทัยนาคครับ”
“นายบ้าไปแล้วหรือจงซิน อยู่ๆจะเอาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นมาคุยธุรกิจของเรา”
“ผมไม่ได้บ้านะครับและก็ไม่ได้เมาด้วย บางทีคุณหลินอาจจะคาดไม่ถึงว่าฤทัยนาคเป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษ”
แล้วจงซินก็เล่าว่าตนอ่านประวัติฤทัยนาคมาแล้ว พบว่าพ่อของเธอเคยส่งเธอไปคุยธุรกิจกับนักธุรกิจต่างชาติ ครั้งแรกไม่สำเร็จ ครั้งที่สองไม่สำเร็จอีก แต่พอครั้งที่สามพ่อเธอส่งไปคุยกับประธานบริษัทต่างชาติ ประธานบริษัทตกลงรับเงื่อนไขของพ่อเธอ งานนี้พ่อเธอได้รับผลประโยชน์ร้อยล้านไปเต็มๆ
จงซินเล่าแล้วเห็นหลินไม่เชื่อถือ เขาขอร้องให้เชื่อตนสักครั้งเพราะถ้านาคทำไม่สำเร็จ หลินเองก็ยังมีโอกาสอีก
หว่านล้อมจนหลินยอมแล้ว จงซินให้อาเหลียงไปลากตัวนาคจากห้องเรียนไปพบหลินที่ห้องทำงาน หลินมอบหมายงานให้นาคทำ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่าถ้าเธอทำงานนี้สำเร็จจะยกหนี้ให้หนึ่งล้านเหรียญฮ่องกง
หลังจากนาคตกลงจะลองดูแล้ว จงซินขนเอกสารมาให้เธอมากมายให้เวลา 5 ชั่วโมง เธอต้องอ่านให้หมดและต้องจำให้ได้ว่าเราต้องการอะไรจากคารอสและคารอสจะได้ผลประโยชน์อะไรจากเรา นาคหนักใจถามว่าถ้าตนทำไม่สำเร็จล่ะ
“เธอก็ต้องตาย!” หลินบอก นาคฮึดต้องทำงานนี้ให้สำเร็จแต่มีข้อแม้ว่า ถ้าทำสำเร็จนอกจากหนี้หนึ่งล้านเหรียญที่เขาจะยกให้แล้ว เขาจะต้องทำบัตรประชาชนเป็นคนที่นี่ให้ตน และแถมท้ายว่าเขาจะต้องยกแม่โป้งให้ตนสองโป้งด้วย เพราะเขาดูถูกตนตลอดมา สุดท้ายหลินยอมรับปาก ถ้าเธอทำได้สำเร็จ
นาคอ่านหนังสือเป็นตั้งจนหงุดหงิดหยิบเอกสารมาโปรยเต็มห้องแล้วหลับไป ถูกจงซินดุ เธอบอกว่ามันมากมายจนอ่านไม่ไหว เสนอว่า
“เอาอย่างนี้ ฉันขอข้อมูลส่วนตัวของมัน เรื่องครอบครัวมัน เรื่องคู่ค้าและศัตรูของมันว่ามีใคร และปัญหาของมันมีอะไรบ้าง อ้อ...ที่สำคัญฉันอยากรู้รูปแบบการค้าอาวุธเถื่อนของมันด้วย”
จงซินบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับการต่อรองให้คารอสเซ็นสัญญา นาคบอกว่าตนจะใช้ข้อมูลนี้คุยกับคารอส ยื่นคำขาดว่า
“ถ้านายอยากให้ฉันคุยก็ต้องคุยวิธีของฉัน” พูดแล้วยักคิ้วแผล็บอย่างเป็นต่อ ทำเอาจงซินปวดหัวกับเด็กเหลือขอคนนี้
ooooooo
เมื่อได้เวลา จงซินพานาคไปโรงแรมที่จัดงาน
นาคขอเวลาทำใจห้านาที จงซินหงุดหงิดแต่จำต้องยอม เพราะนาคกำลังจะลงสนามแล้ว
มาถึงชั้น 10 นาคเห็นหลินยืนรออยู่พอเจอกันเธอชมเขาว่า “วันนี้นายดูหล่อมาก แค่นี้แหละที่ฉันจะบอก ไปกันเถอะ” ทำเอาหลินไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอ
ระหว่างขึ้นลิฟต์ไปห้องจัดงานนั่นเอง นาคพยายามผูกเนกไท แต่ผูกไม่ได้สักที หลินรำคาญเลยผูกให้ ความใกล้ชิดทำให้นาคใจคอวูบวาบจนต้องหลบตาเขา พอเขาผูกให้เสร็จ นาคเอ่ยเสียงประหม่า “หลินหลานเซ่อขอบคุณมาก”
ไปถึงห้องจัดเลี้ยง จงซินกระซิบบอกว่า
“คนนั้นคือคารอส ทาเปีย ในนี้คือเอกสารสัญญาร่วมหุ้น ทำให้คารอสเซ็นสัญญานี้ให้ได้”
“ฉันจะพยายามแล้วกัน” นาครับซองเอกสารสูดลมหายใจลึกๆ เดินผ่านหลินไปทักคารอส “สวัสดีค่ะคุณคารอส”
“สวัสดีสาวน้อย มางานกับคุณพ่อคุณแม่หรือ” คารอสแซว
“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันอาจจะเด็กไปสำหรับงานนี้ แต่ฉันเป็นตัวแทนของหลินหลานเซ่อมาเจรจาเรื่องการร่วมหุ้นระหว่างคุณกับฉายหงกรุ๊ป” นาคพูดเรื่องธุรกิจพันล้านอย่างผ่าเผย ทั้งที่หน้าตาบอกว่ายังเป็นแค่“สาวน้อย” อย่างที่คารอสเรียก
คารอสมองเธอเหมือนเด็กมาชวนเล่นขายของ แต่นาคก็ยังพูดเป็นการเป็นงานพูดถึงการค้าอาวุธของเขาพูดถึงความยิ่งใหญ่ของเขาที่มาเฟียทั่วโลกต่างต้องการทำสัญญากับเขา คารอสดักคอว่าหลินหลานเซ่อเลยส่งเธอที่ยังเรียนไม่จบไฮสคูลมาเจรจาติดต่อธุรกิจที่มีผลประโยชน์เป็นพันล้าน แถมยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายด้วยหรือ
“เล่าอย่างย่อแล้วกันนะคะ ฉันติดหนี้หลินหลานเซ่อยี่สิบล้านเหรียญฮ่องกง แล้วเขาก็บอกว่าถ้าฉันทำให้คุณยอมเซ็นสัญญาร่วมหุ้นกับฉายหงกรุ๊ปได้ เขาจะยกหนี้ให้ฉันล้านนึง”
คารอสฟังแล้วหัวเราะชอบใจ จนหลินกับจงซินที่จับตาดูอยู่พูดกันว่านาคผ่านด่านแรกแล้ว
นาคพยายามหว่านล้อมให้คารอสเห็นถึงผลประโยชน์ที่เขาจะได้ บอกเล่าถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้เขายอมเซ็นสัญญาเพราะต้องการเงินล้านเหรียญกับใบ เบิกทางเพื่ออยู่ที่นี่ คารอสถามว่าเธอไม่เด็กเกินไปหรือ
“ฉันว่าเรื่องนี้คุณน่าจะเข้าใจดีที่สุดนะคะ เพราะตอนที่คุณก้าวเข้ามาสู่ถนนสายนี้ มีคนมากมายที่ดูถูกคุณ
แต่คุณก็พิสูจน์ให้คนเหล่านั้นได้เห็นว่าพวกเขาคิดผิด”
“บอกตรงๆนะ ฉันชอบเธอ” คารอสยิ้มกว้าง
นาคพูดถึงเรื่องที่เขากำลังถูกแพทริคตำรวจสากลตามล่าและเขาจะต้องส่งสินค้าให้ลูกค้าถ้าเขาทำงานไม่สำเร็จหมายถึงเขาจะเสียเครดิตกับลูกค้ารายใหญ่ แล้วเสนอตัวจะทำงานนี้ให้ ขอแต่ให้เขาเซ็นสัญญานี้ให้เป็นการแลกเปลี่ยน ทิ้งไพ่ตายใบสุดท้ายว่า
“ตอนนี้ฉันกับคุณ เราต่างก็เหมือนหมาจนตรอกด้วยกัน”
สิ่งมหัศจรรย์เกิดทันที คารอสบอกหลินและจงซินที่เดินมาหาว่าจะเซ็นสัญญาให้ในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านี้!
เมื่อทำงานสำเร็จ นาคทวงหลินให้ยกแม่โป้งสองมือพร้อมคำชมว่า “เธอมันเจ๋งโคตรๆจริงๆ” หลินยอมทำให้ นาคถึงกับกระโดดตัวลอยร้องสุดเสียง “เยส! ในที่สุดฉันก็ทำสำเร็จ!!”
ooooooo
แดนนี่ที่จับตาดูนาคกับคารอสอยู่สงสัยว่าสองคนนี้คุยอะไรกัน เมื่อถามนาค นาคบอกว่าคุยธุรกิจพันล้าน และพ่อเขาก็เซย์เยสแล้วด้วย
“ฉันไม่เชื่อเธอหรอก” แดนนี่บอก นาคท้าว่าไม่เชื่อก็ไปถามพ่อเขาดู ดังนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นเขาจึงถามคารอส ว่าคุยอะไรกับฤทัยนาค คารอสบอกว่าคุยธุรกิจ แดนนี่ถามว่าพ่อจะเซ็นสัญญากับหลินหลานเซ่อจริงหรือ
“ก็จริงสิ ถ้าเด็กนั่นทำได้อย่างที่พูด เธอเสนอว่าถ้าเธอขนอาวุธผ่านแพทริคได้ ฉันต้องเซ็นสัญญาให้
หลินหลานเซ่อ ถ้าทำไม่ได้ฉันก็ไม่เซ็น แต่ถ้าเธอทำได้ เราก็ไม่เสียเครดิตกับไอ้เฉิน”
“แต่เธอไม่มีวันทำได้หรอกพ่อ”
“นี่ แดนนี่ ฉันว่าแกอย่าเพิ่งดูถูกเพื่อนแกเลย ฉันว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มีอะไรมากกว่าที่เราเห็น”
แดนนี่ไม่เชื่อ เมื่อเจอนาคเขาบอกให้เธอเปลี่ยนใจเสียเพราะขนาดพ่อตนยังหาวิธีผ่านด่านไม่ได้เลย นาคบอกว่าตนก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่ตอนนี้แค่อยากได้เงินใช้หนี้หลินจึงรับปากพ่อเขาไปก่อนและจะต้องทำให้สำเร็จ บอกแดนนี่ว่าเขาต้องช่วยตนด้วย แดนนี่ไม่ยอมช่วย นาคพูดเรียบๆ แต่เป็นจุดตายที่ทำให้แดนนี่ต้องยอมช่วยว่า
“ถ้านายไม่ช่วยฉัน แล้วฉันทำไม่สำเร็จ พ่อนายก็จบเหมือนกัน...ว่าไง”
เวลาเดียวกัน ซานกุ้ย ก็มาเร่งรัดถามหลินเรื่องคารอส เมื่อหลินบอกว่าไม่เกินสองอาทิตย์คารอสจะเซ็นสัญญาให้ซานกุ้ย พยายามบีบให้หลินลงจากตำแหน่ง
ลำเลิกว่าถ้าไม่มีตนเขาก็ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้
“ผมก็อยากจะบอกให้ท่านซานรู้ว่า พ่อผมเป็นคนตั้งฉายหงกรุ๊ปขึ้นมากับมือ ท่านซานเป็นเพียงเพื่อนที่เข้ามาร่วมงาน”
ซานกุ้ยลำเลิกว่าถ้าไม่มีตน ฉายหงกรุ๊ปก็ไม่มีวันนี้เหมือนกัน ปรามหลินก่อนออกไปว่า
“อย่ายโสให้มากนัก อีกสองอาทิตย์ถ้านายทำไม่ได้ละก็ ฉันจะเขี่ยนายทิ้ง”
จงซินบอกหลินว่าอย่าไปถือซานกุ้ยมาเป็นอารมณ์เลย คนเราพอแก่ตัวก็กลัวหมดบารมี ให้ถือเสียว่าครั้งหนึ่งซานกุ้ยเคยเป็นเพื่อนกับพ่อเขาก็แล้วกัน
ooooooo
แดนนี่จำต้องพานาคไปสำรวจเส้นทางขนอาวุธให้ ว่าต้องผ่านด่านตรวจ 3 ด่าน ด่านแรกที่ถนนเมจิง ด่านที่สองบนถนนไฮเวย์เกาลูน และด่านที่สามมิดเดิลแก๊ปก่อนเข้าเขตเบอร์ดีน
เพียงแค่ด่านแรกนาคก็ตกใจแล้วเมื่อเห็นตำรวจที่ด่านเรียกตรวจบัตรประชาชนเพราะตนไม่มี แดนนี่
ย้ำว่าถึงเธอจะผ่านด่านแรกไปได้ก็ไม่มีทางผ่านด่านสุดท้ายที่แพทริคดักจับเราอยู่ บอกให้เธอเลิกความคิดนี้เสีย นาคบอกให้แดนนี่เล่ารายละเอียดของด่านที่สองและสามให้ฟัง แดนนี่ยังย้ำกับเธอว่า “นาค เธอทำไม่ได้หรอก ยอมแพ้ซะ”
“ฉันติดหนี้หลินหลานเซ่อยี่สิบล้านเหรียญ ถ้าฉันไม่สามารถใช้หนี้ล้านแรกได้ทั้งๆ ที่มีโอกาส นั่นหมายความว่าฉันก็ไม่มีปัญญาใช้หนี้ที่เหลืออีกสิบเก้าล้านเหมือนกัน บอกฉันมาแดนนี่ ว่าด่านตรวจอีกสองจุดเป็นยังไง”
“ด่านตรวจที่สองตรงเกาลูนไม่ต่างจากด่านแรก แค่ตรวจบัตรประชาชนแล้วสอบถามเส้นทางที่จะไป แต่ปัญหาใหญ่มันอยู่ด่านที่สาม นอกจากตรวจบัตรและสอบถามเส้นทางแล้ว ด่านที่สามยังมีเครื่องตรวจจับโลหะเพื่อค้นอาวุธปืน การตรวจหาอาวุธแม้แต่รถตำรวจด้วยกันยังถูกตรวจ”
แดนนี่ย้ำให้นาคต้องคิดหนักว่า “เธอต้องส่งสินค้าจำนวนเท่ากับหนึ่งโลงศพข้ามไปฝั่งเป่ยเปียน” นาคพึมพำว่าเราจะไปได้ยังไงถ้าตำรวจมีที่ตรวจจับอาวุธ เราไม่มีทางเอาปืนใส่รถแล้วขับผ่านไปได้หรอก แดนนี่ตอกย้ำให้นาคต้องคิดหนักว่า “นั่นล่ะคือสิ่งที่เธอต้องทำให้ได้”
ooooooo










