สมาชิก

คิวบิก

ตอนที่ 10

นาคไปหามีนาที่เซฟเฮาส์เล่าเหตุการณ์ที่หน้าตึกฉายหงให้ฟัง มีนาถามว่าหลินถึงกับเอาตัวบังกระสุนให้เธอเลยหรือ ยิ่งฟังนาคเล่ามีนาก็ยิ่งทึ่ง

ฟังนาคเล่าจบ มีนาฟันธงว่าหลินแอบรักเธอแน่เลย นาคไม่เชื่อเพราะตนไม่ได้สวยเหมือนผู้หญิงของเขา

“แต่ฉันว่าไม่แน่นะ เขาอาจจะเบื่อพวกผู้หญิงสวยๆที่ดูโง่ๆไม่มีสมองเหมือนเธอ” แล้วมีนาก็เล่าความรู้สึกของตัวเองให้นาคฟังว่า “เธอเข้าใจความรู้สึกที่เขาพูดกันว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิดไหม ฉันเองก็ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า ตอนแรกๆฉันก็กลัวแล้วก็เกลียดเขา แต่พอไม่เจอหน้าเขานานๆ ฉันกลับคิดถึงเขา”

นาคดักคอว่าอย่าบอกนะว่าคนนั้นคือเพ่ยอิง มีนาอึกอักก่อนปฏิเสธว่าไม่ใช่ นาคถึงกับถอนใจโล่งอก

ทันใดนั้นเอง เสียงออดดังขึ้น บอดี้การ์ดเดินไปที่ประตูมองผ่านตาแมวเห็นเพ่ยอิงถือช่อดอกไม้ยืนรออยู่ มีนาใจเต้นแรงหันบอกนาคว่าเพ่ยอิงมา จากนั้นก็ได้ยินเสียงเพ่ยอิงพูดคุยต่อรองกับบอดี้การ์ดจะเข้ามาหามีนาให้ได้ อ้างว่ามีเรื่องสำคัญ

มีนาอยากให้เขาเข้ามาแต่บอดี้การ์ดไม่ยอม เพราะหลินสั่งห้ามใครเข้ามาพบเธอเด็ดขาด นาคเองก็คาดว่าเพ่ยอิงอาจจะมาหลอกเอาตัวมีนาไปก็ได้

เสียงเพ่ยอิงออดอ้อนบอดี้การ์ดว่าตนเอาดอกไม้มาขอโทษมีนาที่ทำไม่ดีกับเธอ รำพึงรำพันว่า

“มีนา...วันนั้นฉันจะสลบ ฉันจำได้นะที่เธอเข้ามาประคองเรียกฉัน ฉันขอบใจจริงๆที่เธอเป็นห่วงฉัน...ถ้าอย่างนั้นฉันจะวางดอกไม้ที่หน้าประตูนี่นะ”

มีนาแอบดูเพ่ยอิง เห็นเขาจูบช่อดอกไม้แล้ววางไว้ที่พื้นก่อนหันหลังเดินไปอย่างผิดหวัง มีนาถึงกับน้ำตาซึมบอกนาคว่า “ฉันสงสารเขา...เขาไปแล้วฉันขอออกไปเอาดอกไม้ได้ไหม”

บอดี้การ์ดเปิดประตูให้มีนาไปเอาช่อดอกไม้ เธอหยิบดอกไม้แล้วมองไปไม่เห็นเพ่ยอิงแล้ว มีนาประคองช่อดอกไม้ขึ้นดอมดม แล้วเดินเข้าห้องไปอย่างเศร้าสร้อยหงอยเหงาจนนาคมองงง

ooooooo

วันนี้นาคหลับในห้องเรียน ครูมาปลุกจึงรู้ว่าตัวเธอร้อนถึง 40 องศา ครูจึงให้แดนนี่พาไปห้องพยาบาลเพื่อกินยาและนอนพัก

นาคนอนหลับสนิทอยู่จนเย็น หลินหลานเซ่อเข้ามาดู เอามือแตะหน้าผากไล้มาที่แก้มอย่างแผ่วเบา ก้มมองนาคอย่างใกล้ชิด โดยไม่รู้ว่าแดนนี่มายืนดูอยู่ข้างหลัง

หลินเคลื่อนหน้าจนเกือบสัมผัสแก้มนาค พลันก็ดึงตัวขึ้นมา

“อ้าว...หยุดทำไมล่ะ ซีนกำลังสวย” แดนนี่เอ่ยขึ้น หลินหันมอง แดนนี่ยังคงพูดต่อ “ถ้าเป็นฉัน ฉันจะจุ๊บแก้มเธอสักทีนะ” หลินเสียงขุ่นว่าไม่ใช่เรื่องของนาย “งั้นขอถามอีกข้อ ที่หยุดเมื่อกี๊ เพราะยัยนี่ไม่สวยพอหรือเพราะกลัวห้ามใจตัวเองไม่อยู่หรือเพราะว่าฉันเข้ามา”

“นายจะอยู่อีกนานไหม” หลินถามอย่างรำคาญใจ

“ฉันเป็นเพื่อน ฉันย่อมมีสิทธิ์มาเฝ้าเพื่อน ไม่เหมือนนายเป็นแค่ผู้ปกครองแต่ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าชีวิตของเธองั้นแหละ” หลินคำรามว่าถ้าไม่คิดว่าเป็นลูกของคารอสทาเปียละก็... “ใจเย็นน่า ฉันก็แค่ล้อเล่นขำๆเท่านั้นเอง”

“นายชอบฤทัยนาครึไงถึงยังอยู่ที่นี่ ทั้งที่นายควรจะไปกับพ่อตั้งนานแล้ว” หลินเปลี่ยนเป็นรุกแดนนี่

“หึ...ฉันว่านายถามตัวเองดีกว่ามั้ง ว่านายต้องการอะไรกันถึงไม่ยอมปล่อยฤทัยนาคไป ทั้งๆที่ความจริงยี่สิบล้านถูกใช้หนี้หมดแล้วตั้งแต่วันที่เธอช่วยชีวิตนายไว้ เพราะถ้าเป็นคนอื่น ฉันเชื่อว่านอกจากเขาจะยกหนี้คืนให้แล้วเขาต้องแถมเงินให้อีกก้อนใหญ่เพราะถือว่าเป็นหนี้บุญคุณชีวิต แต่สำหรับฤทัยนาคนายกลับเอาเรื่องหนี้มาเหนี่ยวรั้งเธอไว้ ฉันว่านายกล้าๆหน่อยขืนนายชักช้าฉันอาจจะขโมยเธอไปนะ”

พูดแล้วแดนนี่ยักคิ้วกวนๆให้ ทำท่าจะไปแต่นึกอะไรได้หันมาบอก

“อ้อ เกือบลืม ฝากกระเป๋าให้ฤทัยนาคด้วย”แดนนี่โยนกระเป๋าของนาคให้ ยักคิ้วให้อีกทีแล้วออกไป หลินมองตามด่างึมงำ...

“ไอ้เด็กบ้านี่...”

หลินนั่งข้างเตียงที่นาคนอนหลับอยู่ มองหน้านาคแล้วคิดถึงคำพูดแทงใจดำตนของแดนนี่เมื่อครู่ คิดแล้วได้แต่ถอนใจยาว...

นาครู้สึกตัวพึมพำถามครูว่ากี่โมงแล้ว พอลืมตาเห็นหลินเธอสะดุ้ง หลินถามว่าไม่สบายทำไมไม่บอก นาคทำท่าเข้มแข็งบอกว่าตนแค่ปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้น กินยา และหายสนิทแล้ว แต่พอดูนาฬิกาเห็นว่าหกโมงแล้วก็ตกใจ รีบขอโทษหลิน ขอร้องเขาอย่าโกรธเลยตนไม่ได้ตั้งใจ คว้ามือเขาจูงชวนกลับกัน

“ฉันไม่ใช่เด็กห้าขวบ” หลินมองมือนาคที่จูงมือตน จนนาคต้องรีบปล่อยมือแล้วกลายเป็นคนต้องวิ่งตามหลินที่ถือกระเป๋าเรียนของนาคเดินนำลิ่วไป

ooooooo

ที่บ้านสวนของสงวน นันทกาเดินไปหาสงวนที่นั่งกินข้าวเย็นอยู่ ถามว่าวันก่อนน้าหงวนบอกว่ามือปืนที่มาตามจับตนกับพ่อให้นามบัตรไว้ขอดูหน่อยได้ไหม

สงวนถามว่าจะเอาไปทำไม นันทกาปดว่าพ่อมีเพื่อน เป็นตำรวจตนจะให้เขาช่วยสืบว่าพวกมันเป็นใครมาจากไหน สงวนหลงเชื่อเดินไปหยิบนามบัตรให้

คืนนี้เอง นันทกาก็โทร.หาอาเหว่ยบอกว่า ตนคือนันทกาที่เขากำลังตามหาอยู่ ตอนนี้ตนอยากให้เขามารับตัวไป

อาเหว่ยงุนงง ระแวง ถามว่าได้เบอร์ตนจากที่ไหน ขู่ว่าถ้าเธอโทร.มาหลอกระวังจะเดือดร้อน

“ก็ตามใจ ถ้านายไม่อยากได้ตัวฉัน เดี๋ยวฉันจะหาเบอร์หลินหลานเซ่อโทร.บอกเขาเอง” อาเหว่ยรีบถามว่าเธออยู่ไหน นันทกาบอกว่า “บ้านนายสงวน”

รุ่งขึ้น จงซินไปบอกหลินขณะเขานั่งจิบชาทานเค้กกับเหม่ยจิงในสวนที่บ้านว่า อาเหว่ยโทร.มาบอกว่าได้ตัวนันทกาแล้ว ถามว่าจะให้จัดการยุทธพงษ์เลยไหม

“ไม่ต้อง เอาตัวมาทั้งพ่อทั้งลูก” พอจงซินไป เหม่ยจิงที่ได้ยินเรื่องที่คุยกันก็ถึงกับนั่งอึ้งอิ่มทันที

เมื่อกลับถึงห้องพักตัวเอง เหม่ยจิงนั่งดื่มคิดหนักถามตัวเองว่า

“ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะมาจริงๆ งั้นหรือ แล้วเราล่ะ เขาจะเอาเราไปไว้ที่ไหน”

ooooooo

วันต่อมา จงซินเอาเอกสารมากมายมามอบให้ นาค บอกว่าตนจะไปธุระสองสามวันให้นาครับผิดชอบทำแทนตน

จงซินอธิบายเอกสารทุกชิ้นอย่างละเอียดแล้วจะย้ำว่า เธอจะต้องอ่านสรุปแล้วเอาไปให้หลินดูถ้าสรุปผิดประเด็นเธอจะต้องรับผิดชอบ นาคฟังแล้วกังวลถามว่าให้คนอื่นทำไม่ได้หรือ

“เอกสารบางอย่างสำคัญให้คนนอกมายุ่งไม่ได้แล้วตอนนี้คนที่คุณหลินไว้ใจมีไม่กี่คน” จากนั้นเอาเอกสารวัดระดับไอคิวให้นาคกำชับว่า ทำให้เสร็จแล้วเอาไปให้หลินดู เขาอยู่ที่ห้องเดี๋ยวคงมา

“ทำไมใครๆชอบทดสอบไอคิวเราจัง ทั้งพ่อทั้งครูที่โรงเรียน” นาคบ่นเบื่อๆแล้วลงมือทำแบบทดสอบ เสร็จแล้วไม่เห็นหลินออกมาจึงเอาไปให้เขาที่ห้อง เคาะประตูเบาๆก่อน พอเข้าไปเจอเขาหลับอยู่เลยเดินเข้าไปพิจารณาหน้าตาเขาใกล้ๆแล้วก้มกระซิบ “ฝันดีนะ”

“ฝันดีแล้วยังไง” หลินถามทั้งที่ยังหลับตา นาคสะดุ้งผงะถอยถามว่านี่เขาไม่ได้หลับหรือ แต่ถูกหลินคาดคั้นถามว่าฝันดีแล้วยังไง “เอ่อ...ฝันดี...ฝันดีแล้วก็ต้อง เอ่อ...ต้องทำงาน ฉันไปทำงานก่อนล่ะ” นาคตัดบทแล้วจะผละไปถูกหลินคว้าแขนไว้ถามว่ามาแอบส่องตนมีอะไรหรือเปล่า

เมื่อนาคบอกว่าจงซินสั่งให้ตนทำแบบทดสอบไอคิวแล้วเอามาให้เขาดู รีบยื่นให้แล้วออกไปทำงานต่อ หลินมองตามยิ้มๆก่อนดูเอกสารในมือระหว่างนาคก้มหน้าก้มตาง่วนกับการทำงานนั้น หลินเอาน้ำขิงร้อนๆมาให้ดื่มบอกว่าจะทำให้สมองโล่ง เอาแซนด์วิชใส่จานมาให้ พอนาคบอกว่ายังไม่หิว หลินพูดนิ่งๆว่า

“ไม่หิวอะไร ฉันได้ยินเสียงท้องเธอร้องดังออกมา” พอนาคเขินเขาสั่ง “กินซะ เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะ” นาคหยิบกัดกินคำโตๆพูดเสียงคับปากว่าอร่อย พอกินหมดก็ขออีกชิ้น ระหว่างนั้นก็เอาเอกสารให้ “อ้อ...นี่เอกสารที่จงซินสั่งให้ฉันสรุปให้นายอ่าน”

ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด อารมณ์ที่อ่อนโยนขึ้นของหลิน ทำให้นาคหายเกร็งอดที่จะแอบมองเขาอย่างแปลกใจไม่ได้ พอเขาจับได้ว่าแอบมองก็อ้างว่าตนแค่พักสายตาแล้วบังเอิญมองไปทางเขาเท่านั้น ถูกหลินดักคอว่าถึงแอบดูก็ไม่เป็นไร นาคทำอวดดีถามว่า

“ฉันจะแอบมองนายทำไม ถ้าฉันอยากมองฉันจ้องก็ได้” ว่าแล้วก็จ้องหน้าหลิน “นี่ไง...ไม่เห็นต้องแอบมองเลย”

แต่ตาต่อตามองกันไม่ถึงอึดใจ แววตาที่อวดดีท้าทายก็กลายเป็นสะเทิ้นเขินจนต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาหลินเอง พอถูกหลินท้าว่าเก่งจริงหลบตาทำไม ก็โต้ทั้งที่ไม่กล้าสบตาว่า

“ฉันไม่ได้หลบ ฉันแค่เมื่อยตา ฉันทำงานต่อดีกว่าเดี๋ยวจะไม่เสร็จ” ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน หลินสั่งว่าทำงานต่อให้เสร็จแล้วอย่าไปไหนเดี๋ยวตนจะกลับมา พอนาคทำท่าจะเกี่ยง หลินอ้างว่า

“จงซินเขาให้เธอทำงานแทนไม่ใช่หรือ ปกติเขาต้องรอให้ฉันกลับบ้านก่อน เขาถึงจะกลับ เข้าใจรึเปล่า”

นาครับทราบ พอหลินหันหลังเดินไป นาคก็หยิบแซนด์วิชกิน อมยิ้มเมื่อนึกถึงหลิน

ขณะนาคทำงานเพลินๆนั่นเอง เหม่ยจิงเดินเข้ามาจับไหล่นาคจากข้างหลัง พอนาคหันมอง เหม่ยจิงถามว่า เห็นซุ่นลี่บอกว่าหลินไม่อยู่เขาไปไหนหรือ จะมาชวนไปกินข้าวสักหน่อย พอนาคบอกว่าออกไปข้างนอกเดี๋ยวคงกลับ เหม่ยจิงจึงชวนนาคไปกินเป็นเพื่อน

“ฉันไปไม่ได้หรอกค่ะ งานฉันเยอะจริงๆ เดี๋ยวทำไม่เสร็จจะโดนคุณหลินเล่นงาน”

เหม่ยจิงคะยั้นคะยอว่าหลินไม่ว่าหรอก ตนจะบอกเองว่าชวนเธอไปกินข้าว เพราะมีเรื่องอยากคุยด้วย นาคถามว่าเรื่องอะไร เหม่ยจิงบอกว่าเรื่องพี่สาวเธอ พอเห็นนาคสนใจมาก เหม่ยจิงถามว่า

“นี่หลินหลานเซ่อยังไม่บอกเธออีกหรือว่าเขาเจอตัวพี่สาวเธอแล้ว นี่จงซินคงจะไปรับตัวพี่สาวเธอ”

นาคมองหน้าเหม่ยจิงอึ้ง เหวอ กับข่าวที่ไม่เคยคาดคิด

ooooooo

เวลาเดียวกัน หลินหลานเซ่อไปหามีนาที่เซฟเฮาส์ บอกให้เธอเก็บข้าวของส่วนตัว พรุ่งนี้จะมีคนมาพาไปส่งสนามบิน

มีนาตกใจอึกอัก หลินบอกว่าเธอไม่ต้องกลัวเพ่ยอิง คนของตนจะดูแลจนกว่าเธอจะขึ้นเครื่อง มีนาตัดสินใจถามว่า ตนยังไม่กลับได้ไหม หลินมองอย่างแปลกใจ ถามว่าเธอหนีจากเพ่ยอิงเพื่อจะกลับเมืองไทยไม่ใช่หรือ

“เออะ...ตอนนั้นมันใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ฉัน...ฉันยังไม่อยากกลับค่ะ”

ขณะนั้นเอง มีเสียงโต้เถียงกันข้างนอก บอดี้การ์ดกันไม่ให้เพ่ยอิงเข้าไป ขู่ว่าถ้าไม่ฟังตนยิงแน่ หลินตวาดสำทับว่า

“เพ่ยอิง ถ้าแกยังดื้อดึง ฉันจำเป็นต้องจัดการกับแกขั้นเด็ดขาดนะ”

“อย่าค่ะคุณหลิน อย่าทำอะไรคุณเพ่ยอิงเลยค่ะ” มีนาวิ่งไปขวาง หลินมองอึ้ง ส่วนเพ่ยอิงเว้าวอนมีนาว่า

“มีนา...ฉันอยากขอโทษเธอนะ ที่ฉันมานี่ฉันแค่ต้องการบอกให้เธอรู้ว่าฉันเสียใจกับทุกสิ่งที่ฉันทำร้ายเธอ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก เพราะคุณไม่ได้ทำอะไร

ฉันนี่” เพ่ยอิงดีใจถามว่าเธอไม่โกรธจริงๆหรือ “ไม่...ฉันโกรธคุณไม่ลง ฉันเองก็ต้องขอโทษที่ทำให้คุณต้องบาดเจ็บ”

เพ่ยอิงบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ เป็นเพราะตนไม่อยากเสียเธอไป หลินฟังดูแปลกๆพูดแทรกขึ้นว่าอย่ามัวโทษกันว่าใครผิดใครถูกเลย ตกลงมีนาจะกลับเมืองไทยหรือเปล่า เพ่ยอิงตกใจอ้อนวอนอย่างหมดลายว่า

“ไม่นะมีนา เธอจะทิ้งฉันไปไม่ได้นะ ฉันรักเธอนะมีนา มีนาอยู่ที่นี่กับฉันนะ ฉันสัญญาว่าจะเป็นคนดีของเธอตลอดไป”

หลินสังเกตท่าทีของทั้งคู่ เห็นมีนาหันมาทำท่าจะพูดอะไร เขาขัดขึ้นว่า “ฉันรู้แล้วเธอไม่ต้องบอก”แล้วเดินออกไปเลย ทั้งเพ่ยอิงและมีนาต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ เพ่ยอิงจูบหน้าผากมีนาด้วยความรัก...

ooooooo

เหม่ยจิงพานาคไปนั่งที่ร้านกาแฟในสวน ถามนาคเรื่องนันทกาว่าเป็นคนอย่างไร อยากรู้ว่าคู่ต่อสู้ของตนมีดีอะไรจะได้เตรียมอาวุธทัน

นาคฟังแล้วไม่สบายใจ ยิ่งเมื่อเหม่ยจิงบอกว่าตนจะไม่ยอมเสียหลินหลานเซ่อให้พี่สาวเธอง่ายๆ นาคถามว่าเธอรักหลินจริงๆหรือ

“ก็จริงสิ ฉันรักหลินหลานเซ่อ รักทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่เคยรักฉันเลย แต่จะว่าไป คนอย่างหลินหลานเซ่อเขาก็ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนเหมือนกัน” พูดแล้วเตือนนาคว่า “เธอควรจะบอกพี่สาวเธอให้รู้ตัวก่อนนะว่าการเป็นผู้หญิงของหลินหลานเซ่อมันไม่ง่ายเลย พี่สาวเธออาจจะได้ทุกอย่าง ยกเว้นความรักจากหลินหลานเซ่อ”

เหม่ยจิงยิ้มเศร้าขณะเล่าให้ฟัง ส่วนนาคฟังแล้วอึ้ง

ขณะกลับขึ้นตึก เจอหลินกลับมาพอดี หลินไม่พอใจบอกเหม่ยจิงให้กลับไปก่อนแล้วถามนาคว่าไปไหนมา เหม่ยจิงแก้ต่างให้นาคว่าตนเป็นคนชวนไปกินข้าวเป็นเพื่อน ดักคอหลินว่า

“อย่าบอกนะว่าคุณไม่อนุญาตให้เธอทานอาหารกลางวัน”

“ฤทัยนาคเป็นคนของฉัน ฉันสั่งให้เธออยู่เธอก็ต้องอยู่” หลินบอกให้เหม่ยจิงกลับไปเสีย เมื่อเหม่ยจิง

กลับไปแล้ว นาคก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขาเพราะรู้เรื่องนันทกาแล้ว หลินตรงเข้ามาถามว่า “เป็นอะไร ทำไมไม่มองหน้าฉัน”

นาคคุกเข่าลงพูดอย่างน่าเวทนาว่า “ฉันรู้ว่ามันเป็นการขี้โกง น่ารังเกียจและเป็นการผิดสัญญาอย่างไม่น่าให้อภัย...ฉันรู้ว่านายเจอตัวพี่นันแล้ว ฉันแพ้พนันนาย แต่ฉันอยากขอร้องนายได้ไหมอย่าทำอะไรพี่นัน ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำกับเธอเหมือนผู้หญิงที่ผ่านมาของนาย”

“ลุกขึ้น”

“ฉันบอกให้ลุกขึ้น” หลินเสียงดัง

นาคยังคงอ้อนวอนว่าตนยินดีหาเงินมาใช้หนี้เขาต่อไป อย่าทำอะไรพี่สาวตน นอกเสียจากพี่สาวตนยินยอมเป็นผู้หญิงของเขาด้วยความเต็มใจ หลินปรามว่าเธอพูดอะไรไม่รู้เรื่อง สั่งให้ลุกขึ้นและอย่าทำอย่างนี้อีก บอกนาคว่า

“ฉันจะไม่ทำอะไรพี่สาวเธอ แต่เธอจะต้องอยู่ที่นี่...เธอจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

เมื่อนาครับปาก หลินตัดบทว่าตนต้องการคำตอบแค่นี้ นาคถามว่าตกลงเขาให้ตนอยู่ใช้หนี้ต่อใช่ไหมพอหลิน พยักหน้า นาคละล่ำละลักขอบคุณเขาและให้สัญญาว่าจะหาเงินมาใช้หนี้เขาให้หมด หลินมองนาคอย่างโล่งใจ

ooooooo

ในวันที่จงซินพายุทธพงษ์และนันทกามาที่ฮ่องกง นาคไปรับพ่อกับพี่ที่สนามบิน สองพี่น้องโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ

ทั้งนันทกาและยุทธพงษ์ต่างขอโทษนาค ยุทธพงษ์อ้างว่าที่ทำไปเพราะความจำเป็น แต่ก็เชื่อมั่นว่านาคเอาตัวรอดได้ ถามนาคว่าทำอย่างไรถึงได้เอาตัวรอดมาได้

“หนูก็คุกเข่าวิงวอนขอผ่อนหนี้เขาน่ะสิ พ่อรู้รึเปล่าว่าหนูใช้หนี้แทนพ่อไปเกือบสองล้านเหรียญแล้วนะ”

ยุทธพงษ์ถามว่าจริงหรือ นันทกาถามว่านาคทำอย่างไร ก็พอดีเสียงแตรรถเร่งดังขึ้น ทุกคนมองไป เห็นหลินเปิดกระจกรถมองมา นันทกามองตะลึง หลินเองก็มองนิ่ง นาคจับมือนันทกาชวนไปหาหลินหลานเซ่อกัน

นันทกามองหลินอย่างประหม่า เธอยกมือไหว้เอ่ยสวัสดี นาคแนะนำว่านี่คือพี่นัน หลินมองนันทกาอย่างเย็นชา ส่วนนันทกามองเขาอย่างประหม่าจนนาคสะดุดตา

“ไปได้แล้วฤทัยนาค” หลินเอ่ยขึ้น นาคชวนนันทกาขึ้นรถ หลินบอกว่า “แค่เธอคนเดียว ฉันมีธุระสำคัญอย่ามัวชักช้า”

นาคจึงต้องรีบไปกับหลิน บอกพี่สาวกับพ่อว่าตนต้องรีบไปทำงานก่อน

เมื่อขึ้นนั่งในรถ นาคเอ่ยว่า นึกว่าเขาจะมารับนันทกาเสียอีก หลินบอกว่าที่ตนมาเพราะเธอบอกว่าอยากเจอพี่สาวกับพ่อเท่านั้น ทำเอานาคงง

ooooooo

จงซินพายุทธพงษ์กับนันทกาไปอยู่ห้องเซฟเฮาส์บอกให้พักที่นี่แล้วจะมีคนจัดการเรื่องเสื้อผ้าและอาหารให้

ยุทธพงษ์ถามจงซินว่าทำไมหลินหลานเซ่อถึงดีกับตนและลูกสาวมาก ทั้งที่ตนเป็นหนี้เขา จงซินบอกว่าเขาควรจะขอบใจฤทัยนาคมากกว่า แต่โยนกลองว่าเจอหลินหลานเซ่อเมื่อไรก็ให้ถามเขาเอาเองแล้วกันเพราะบ่ายนี้หลินจะมาเจอเขา

นันทกายังติดใจสงสัยถามยุทธพงษ์ว่าคนเมื่อกี๊นี้คือหลินหลานเซ่อหรือ พอยุทธพงษ์บอกว่าใช่ เธอบ่นๆว่า

“แล้วทำไมพ่อไม่บอกหนูว่าเขาคือหลินหลานเซ่อ” พอถูกพ่อดักคอว่าพูดเหมือนสนใจเขา นันทกาก็ปฏิเสธว่า “เปล่า หนูแค่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นมาเฟีย...”

“นี่ล่ะคือเหตุผลที่พ่อไม่ส่งลูกมา” ยุทธพงษ์บอกแล้วเดินออกไป

นันทกามองตาม นั่งนิ่งปล่อยใจให้กลับสู่ความนึกคิดของตัวเอง...

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เจอเขาอีก หลินหลานเซ่อ...”

ooooooo

คิวบิก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด