ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สุตาภัญมาช่วยชนกชนม์ตกแต่งเสื้อสำหรับขายที่บ้านเช่าของสุรเดชแต่เช้า เขามัวแต่มองเธอไม่ได้มองเสื้อที่จะสกรีน ทำให้สีเลอะเทอะไปหมด สุตาภัญหัวเราะขำทั้งที่ในมือยังถือเข็มกับด้าย ทำให้เข็มตำนิ้วเลือดออก ชนกชนม์รีบเอาสำลีมาซับเลือด ปิดปลาสเตอร์ให้แล้วเป่ามนต์ที่นิ้วให้ 3 ที

“โอม...เพี้ยงๆๆ...หายแล้ว”

สุตาภัญมองด้วยความซาบซึ้งใจที่เขาเป็นห่วงเป็นใย พอเขามองตอบรู้สึกเขินขึ้นมา รีบไล่เขาไปอาบน้ำจะได้ไปขายเสื้อ ชนกชนม์ทำตามอย่างว่าง่าย...

กัณฐิกายืนเหม่ออยู่บนระเบียงห้อง นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานแล้วอดสงสัยไม่ได้ ทำไมชนิกานต์ต้องเล่นแรงขนาดจะเอาให้ตาย หรือว่าเธอหึงธีรดนย์ จังหวะนั้น กัณฐิกาเหลือบไปเห็นธีรดนย์กำลังใช้สวิงตักเศษใบไม้ออกจากสระว่ายน้ำ มองไปอีกทางหนึ่งปรากฏร่างของชนิกานต์กำลังจะเดินไปหาเขา กัณฐิกามองสนใจ...

ทันทีที่เห็นหน้าชนิกานต์ ธีรดนย์ถามดักคอว่าจะหาเรื่องอะไรเขาอีก เธอไม่ตอบหยิบถังขยะที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา แล้วดึงสวิงไปจากมือเขา เอาเศษใบไม้ใส่ถังขยะ

“ยังไงเนี่ย กินยาไม่ได้เขย่าขวด หรือไม่ได้อ่านฉลากก่อนกิน ถึงได้เพี้ยน”

ชนิกานต์ชักสีหน้าไม่พอใจ แต่พอนึกขึ้นได้รีบเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม เอาสวิงไปตักเศษใบไม้อีกมุมหนึ่งของสระ ธีรดนย์แปลกใจ เธอต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้มาทำดีกับเขา ชนิกานต์ขอร้องเขาอย่าไปจากที่นี่ ถ้าเงินไม่พอใช้ เธอจะบอกพ่อให้เพิ่มเงินเดือนให้แม่ของเขา หรืออยากจะปรับปรุงห้องพักใหม่ก็ได้ แต่ถ้าเขากับแม่อยากจะขึ้นไปนอนบนตึกใหญ่ ยังมีห้องว่างเหลืออีกหลายห้องให้เลือก

“โลกของเธอมีแต่วัตถุสิ่งของ ความสุขของฉันไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทอง แต่อยู่ที่ค่าความเป็นคน”

“ฉันรู้ว่าฉันอาจไม่ดีกับนาย เอาเป็นว่าฉันจะพยายามไม่วีนไม่เหวี่ยงก็แล้วกัน อยู่ที่นี่ต่อไปนะ”

ธีรดนย์ขี้เกียจพูดกับคนเพี้ยน เดินหนี ชนิกานต์ไม่ยอมแพ้ รีบเดินตาม กัณฐิกาออกจากที่ซ่อนจะตามไปดู แต่เห็นรถของณวัตรแล่นเข้ามาเสียก่อนก็เลยเปลี่ยนใจ...

ขณะที่สุตาภัญกำลังเก็บเสื้อที่จะเอาไปขายใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่ สุรเดชยื่นถุงใส่ของใบหนึ่งให้ อ้างว่าข้างในเป็นวัตถุมงคล เขาไปเช่ามาให้ชนกชนม์จะได้ขายดิบขายดี สุตาภัญจะเปิดดู เขาร้องห้ามลั่น

“หยุด...หลวงพ่อบอกว่าถ้าผู้หญิงเปิดดูอาคมจะเสื่อม เอาถุงใบนี้ไปวางไว้ที่ร้านจะได้เฮงๆ แต่อย่าบอกไอ้ชนม์นะว่าเป็นของฉัน ไอ้นั่นมันขี้เกรงใจ ฉันอยากเซอร์ไพรส์เพื่อนรัก”

สุตาภัญพยักหน้ารับรู้ เป็นจังหวะเดียวกับชนก–ชนม์ออกมาพอดี เห็นสุรเดชคุยอยู่กับสุตาภัญมองไม่ไว้ใจก่อนจะถามว่ามีอะไร สุรเดชแค่มาทักทายแฟนเพื่อนเท่านั้น ชนกชนม์รีบบอกว่าเธอเป็นเพื่อนไม่ใช่แฟน แล้วชวนสุตาภัญไปกันได้แล้วเดี๋ยวจะเสียฤกษ์

“ก้าวเท้าขวาออกจากประตู เฮงๆนะเพื่อน”สุรเดชมองตาม พอใจที่แผนหลอกฝากยาเสพติดสำเร็จ

ooooooo

พอเห็นณวัตรลงจากรถ กฤติยารีบเข้าไปช่วยถือกระเป๋าเอกสารให้ กัณฐิกาวิ่งมาจากอีกด้านหนึ่งถึงกับหยุดกึก แปลกใจที่กฤติยาเอาอกเอาใจณวัตรจนออกนอกหน้า แถมคุยว่าเตรียมเครื่องดื่มเย็นๆไว้รอท่าเขาด้วย แล้วเดินนำเข้าไปในตึกใหญ่ จากนั้นกฤติยานำน้ำผลไม้มาให้ณวัตรดื่ม แล้วบริการนวดไหล่ให้

“เก่งจัง หนูไปเรียนที่ไหนมา” ณวัตรหลับตาพริ้มรู้สึกผ่อนคลาย กัณฐิกาเข้ามายืนมอง กฤติยาทำไม่รู้ไม่ชี้

“แอนไม่ได้เรียนหรอกค่ะ คุณแม่สอน...คุณแม่สอนว่าเกิดเป็นผู้หญิงต้องทำให้ได้ทุกอย่าง ต้องรู้จักปรนนิบัติเอาใจ ใครเห็นใครก็รัก ใครก็หลง”

“เสียดายที่อาไม่ได้รู้จักคุณแม่หนู”

“น่าเสียดายค่ะ ที่แม่แอนตายแล้ว” กฤติยาจ้องหน้ากัณฐิกาเขม็ง ฝ่ายถูกจ้องเกรงเธอจะเปิดเผยความจริงรีบเข้ามาขัดจังหวะ ขอบใจกฤติยาที่ช่วยดูแลคุณณวัตร เดี๋ยวเธอจะดูแลต่อเองแล้วเข้ามาจะยืนแทนที่ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมขยับ กัณฐิกาบีบแขนเธออย่างแรงจนต้องถอย

“แอนขอตัวก่อนนะคะ โอกาสหน้าแอนจะ

นวดตัวให้ค่ะ รับรองว่าคุณอาจะผ่อนคลายมากกว่านี้” กฤติยาส่งยิ้มให้ณวัตรก่อนจะเดินออกไป กัณฐิกาไม่พอใจที่ลูกจงใจอ่อยณวัตร ยิ่งเห็นสายตาที่เขามองกฤติยาแล้วยิ่งหวั่นใจ รีบเบี่ยงเบนความสนใจเขาด้วยการใส่ไฟเรื่องที่ชนิกานต์สนิทสนมกับธีรดนย์จนผิดสังเกต...

ด้านธีรดนย์เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ออกจากห้องน้ำจะแต่งตัวเตรียมไปข้างนอก ต้องตกใจที่เห็นชนิกานต์นั่งปั้นจิ้มอยู่ เธอพยายามตื๊อให้เขาอยู่ที่นี่ต่อไป ธีรดนย์ไม่ยอมรับปาก ไล่เธอออกจากห้องแล้วเดินไปหยิบเสื้อมาใส่ ชนิกานต์แย่งเสื้อมาถือไว้ ให้เขารับปากให้ได้ว่าจะไม่ไปอยู่ที่อื่น

“ฉันจะอยู่จะไปมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”

ธีรดนย์ตะคอกด้วยความรำคาญ

“ก็ฉันไม่อยากให้ไป ป้าอุษาไม่อยู่ใครจะดูแลฉันดูแลคุณพ่อ และที่สำคัญเวลาฉันไปมหาวิทยาลัยใครจะขับรถไปส่งฉัน” ชนิกานต์อ้างไปเรื่อย ทั้งที่ไม่รู้ว่า จริงๆแล้วทำไมตัวเองถึงไม่อยากให้เขาไปอยู่ที่อื่น

“อ๋อ...ห่วงไม่มีคนคอยรับใช้ว่างั้น จะยากอะไรเธอมีเงินมากพอที่จะจ้างคนใช้ได้เป็นร้อย แล้วก็เอาที่ว่านอนสอนง่ายไม่ขัดใจเธอเหมือนฉัน” ธีรดนย์ดึงเสื้อคืน ชนิกานต์ไม่ทันตั้งตัวเซเข้ามาใกล้ใบหน้าแทบชนกัน เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เผลอซบหน้ากับอกเขา ธีรดนย์รีบดันตัวออก แล้วบอกให้เธอออกไป

“สัญญากับฉันสิว่านายจะไม่ทิ้งฉัน” ชนิกานต์น้ำตาคลอ ธีรดนย์ถึงกับอึ้งไม่คิดว่าเธอจะอ่อนไหว

ขนาดนี้ ด้วยความสงสาร เขาจึงรับปากจะไม่ไปจากที่นี่ ชนิกานต์ดีใจโดดกอดธีรดนย์ทันที เขาตกใจรีบถอยห่าง

“ไปกันเถอะ ไปช่วยตากับชนม์ขายของ” ชนิกานต์ยิ้มหน้าระรื่น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo

สุตาภัญกับชนกชนม์ยังไม่ทันจะถึงปากซอย

บ้านเช่าถูกสารวัตรกับจ่าที่เคยจับชนกชนม์ขวางไว้

ขอตรวจค้นถุงใส่เสื้อผ้าที่จะเอาไปขาย ชนกชนม์

อธิบายว่าในนั้นไม่มีอะไรมีแต่เสื้อ สารวัตรไม่ฟังจะตรวจค้นให้ได้

“ด้วยความยินดีครับ แต่ถ้าไม่มียา คุณตำรวจต้องอุดหนุนผมคนละหนึ่งตัวนะครับ” ชนกชนม์ยิ้มมั่นใจ

สุรเดชกับเปี๊ยกซุ่มดูอยู่ไม่ห่าง กังวลใจ กลัวตำรวจจะพบยาเสพติด จ่าลงมือค้นในถุงเสื้อจนทั่วแต่ไม่พบอะไร สารวัตรเหลือบเห็นถุงกระดาษในมือสุตาภัญขอค้นในถุงนั้นด้วย แล้วแย่งไปจากมือ ขณะเขากำลังจะเปิดถุงดู ครูพรซึ่งดูแลศูนย์เด็กเล็กในสลัมและเป็นที่เคารพของคนในชุมชนเข้ามาทักทายสุตาภัญกับชนกชนม์เสียก่อน สารวัตรแปลกใจ ครูพรรู้จักเด็กสองคนนี้ด้วยหรือ

“น้องตาเป็นนักศึกษามาช่วยแสดงละครให้เด็กๆดูเป็นประจำค่ะ...แล้วน้องตามาทำอะไรแถวนี้คะ”

“ตามาช่วยเพื่อนสกรีนเสื้อเอาไปขายค่ะ แต่สารวัตรคิดว่าตากับเพื่อนค้ายาเสพติด”

“คนดีอย่างน้องสองคนนี่ไม่ทำแน่นอนค่ะ ถ้าจะจับ...โน่นไปจับแก๊งลูกเทวดาลูกหมาดีกว่า” ครูพรว่าแล้วชี้ไปที่สุรเดชกับเปี๊ยกแอบอยู่ “ทำตัวลับๆล่อๆหลบสารวัตรอยู่โน่น”

เปี๊ยกกับสุรเดชตกใจวิ่งหนี สารวัตรและจ่าไล่ตามไปทันที สุตาภัญขอบคุณครูพรมากที่ช่วยพูดให้ แล้วชวนชนกชนม์รีบไปเปิดร้าน ด้านสุรเดชกับเปี๊ยกหนีไม่รอด ถูกสารวัตรกับจ่านำตัวกลับสถานีตำรวจ...

ขณะที่สุตาภัญกับชนกชนม์รอดจากเงื้อมมือตำรวจมาได้หวุดหวิด ณวัตรคิดคล้อยตามคำยุแยงของกัณฐิกา ออกตามหาชนิกานต์จนทั่วตึกใหญ่แต่ไม่พบ ตัดสินใจไปดูที่ห้องธีรดนย์ กัณฐิกายิ้มสะใจที่ณวัตรจะไปห้ามปรามชนิกานต์ไม่ให้ใกล้ชิดธีรดนย์ กฤติยาแอบมองอยู่ที่มุมหนึ่ง รู้เท่าทันเจตนาแม่ตัวเอง

ครู่ต่อมา ณวัตรเปิดประตูห้องพักธีรดนย์เข้าไป พลางตะโกนเรียกเจ้าของห้อง อุษานั่งรีดผ้าอยู่อีกห้องหนึ่ง ได้ยินเสียงเอะอะออกมาถามว่าคุณท่านมีอะไร    ให้รับใช้ เขาอยากรู้ว่าธีรดนย์อยู่ไหน

“ธีรดนย์พาคุณหนูออกไปธุระค่ะ”

ณวัตรไม่พอใจสั่งว่าธีรดนย์กลับมาเมื่อไหร่ให้รีบไปพบเขาทันที อุษาแปลกใจ มีเรื่องอะไรกันแน่

ooooooo

ระหว่างทางมาที่แผงขายเสื้อ ชนกชนม์เพิ่งสังเกตเห็นถุงในมือสุตาภัญ ยังไม่ทันจะอ้าปากถามว่าถุงอะไร ชนิกานต์เข้ามาควงแขนเขาเสียก่อน ธีรดนย์เห็นสุตาภัญมากับชนกชนม์อดถามไม่ได้ว่า ทำไมมาพร้อมกัน ชนกชนม์ไม่กล้าบอกความจริง แต่งเรื่องว่าเจอกันหน้าปากทาง สุตาภัญเลยช่วยแบกของมาให้

“วันหน้าก็โทร.บอกแฟนสิ แฟนไปช่วยขนของถึงบ้านเลย” ชนิกานต์เสนอตัว

สุตาภัญไม่อยากให้ธีรดนย์ซักถามอะไรอีก รีบตัดบทชวนทุกคนไปช่วยกันจัดแผงขายเสื้อ ธีรดนย์เหลือบเห็นนิ้วสุตาภัญปิดปลาสเตอร์ ถามว่าไปโดนอะไรมา เธอโกหกว่าโดนหนามกุหลาบเกี่ยวตอนที่จัดแจกันให้แม่ เขาไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก ชนกชนม์เห็นทั้งคู่คุยกันกะหนุงกะหนิง เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงหัวใจ...

ที่สถานีตำรวจ จ่าค้นตัวสุรเดชกับเปี๊ยกทั้งภายในและภายนอกทุกซอกทุกมุมแล้วไม่พบยาเสพติด สารวัตรจึงต้องปล่อยตัวทั้งคู่ไป สุรเดชคิดว่ารอดตัวแล้ว ชวนเปี๊ยกไปเอาของที่แผงขายเสื้อของชนกชนม์จะได้เอาไปส่งให้ลูกค้า โดยไม่รู้ว่าสารวัตรกับจ่าแอบสะกดรอยตาม...

แผงขายเสื้อของชนกชนม์กับเพื่อนๆเปิดมาพักใหญ่แล้ว ยังขายไม่ได้สักตัว ธีรดนย์จึงทำแผนโปรโมตสินค้าขึ้นมาใหม่ โดยเปิดเพลงให้ทุกคนใส่เสื้อของร้านออกไปเต้นโชว์ ผู้คนผ่านไปผ่านมาเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ การแสดงจบเรียกเสียงตบมือชื่นชมดังสนั่น แต่ไม่มีใครสนใจจะซื้อของในร้าน ทั้งสี่คนต่างแปลกใจ

พลันมีเสียงประกาศจากร้านนายโตที่อยู่ใกล้ๆ “ทางนี้เลยน้อง เสื้อผ้าลายใหม่ไม่ซ้ำใคร”

สุตาภัญหันไปเห็นเสื้อที่แขวนอยู่ในร้านนั้นแบบเหมือนที่ร้านของชนกชนม์ไม่มีผิดเพี้ยน ชนิกานต์ไม่พอใจมากที่ถูกนายโตก๊อบปี้แบบเสื้อ พุ่งออกไปกระชากเสื้อในมือนายโตมาเทียบกับเสื้อที่ตัวเองสวมอยู่

“หน้าด้าน...ก๊อบลายเสื้อมาจากร้านฉัน เก็บของก๊อบไปเผาทิ้งแล้วปิดร้านซะ” ชนิกานต์ตะคอกลั่น นายโตไม่พอใจโวยกลับใครลอกใครกันแน่ ชนกชนม์ สุตาภัญ และธีรดนย์ตามมาสมทบ ต่อว่านายโตยกใหญ่

แทนที่จะสำนึกเขายิ่งโวยวายเสียงดัง หาว่าร้านของชนกชนม์ต่างหากที่ลอกแบบเสื้อร้านของเขา เท่านั้นยังไม่พอ นายโตขายตัดราคาเหลือแค่ตัวละ 139 บาท โดยไม่สนใจว่าเสื้อของชนกชนม์จะขายได้หรือเปล่า ทันใดนั้น มีเสียงดังมาจากร้านของหนิงฝั่งตรงข้าม ขายเสื้อก๊อบปี้ร้านของชนกชนม์เหมือนกัน แถมราคาถูกกว่าร้านของนายโต ชนิกานต์สะใจมากที่กรรมตามสนองนายโตรวดเร็วราวกับติดจรวด

ชนกชนม์เดินคอตกกลับมาที่ร้าน สุตาภัญตามมาปลอบว่าอย่าเพิ่งท้อ ช่วยกันขายเดี๋ยวก็หมดเอง

“ทั้งโดนก๊อบโดนตัดราคา ไปไม่รอดหรอก...ขายเอาทุนคืนแล้วกัน ต่อไปคงต้องปิดกิจการ” ชนกชนม์พูดจบ เดินออกจากร้าน ธีรดนย์ สุตาภัญ และชนิกานต์ช่วยกันประกาศขายเสื้อในราคาต้นทุน

“เชิญค่ะ...วันนี้นาทีทอง ขายเพียง 99 บาท”

นายโตกับหนิงกำลังทะเลาะกันเรื่องขายตัดราคา พากันหันขวับมามอง ลูกค้าจากร้านของทั้งคู่แห่เข้ามาแย่งกันซื้อเสื้อของชนกชนม์แน่นร้าน ด้านชนกชนม์เดินเหม่อมาถึงหน้าร้านขายเครื่องประดับที่อยู่ไม่ห่างกันนัก เห็นลูกค้าแน่นร้าน เขาตรงไปหยิบแหวนกับต่างหูขึ้นมาดูด้วยความสนใจ...

ค่ำแล้วชนิกานต์หายไปกับธีรดนย์ตั้งแต่บ่ายยังไม่กลับ ณวัตรร้อนใจมากพยายามโทร.หาลูกแต่ติดต่อไม่ได้ สั่งให้อุษาโทร.ไปตามตัวธีรดนย์กลับมาเดี๋ยวนี้...

ooooooo

หลังจากขายเสื้อกันอย่างเหน็ดเหนื่อย สุตาภัญ ชนกชนม์ ชนิกานต์ และธีรดนย์ แวะมาที่ร้านอาหารริมถนนเจ้าเดิม ชนกชนม์นั่งหน้าเศร้าไม่พูดไม่จา สักพัก หยิบแหวนกับต่างหูที่ซื้อจากร้านเครื่องประดับออกมาสวม ทุกคนต่างตกใจ มองเขาเป็นตาเดียวกัน

“แกช็อกถึงกับอยากแต่งหญิงเลยหรือวะไอ้ชนม์”

“ตา...ทำไมผู้หญิงชอบซื้อแหวนซื้อต่างหู” ชนกชนม์ น้ำเสียงจริงจัง

“ก็มันสวยดี ของแบบนี้ไม่แพงซื้อง่ายด้วย”

ธีรดนย์สงสัยว่าเพื่อนคิดจะทำอะไร ชนกชนม์แค่คิดไปเรื่อยเปื่อย จะได้ไม่หมกมุ่นกับเรื่องร้านเจ๊ง แต่พอเขาเห็นสายตาห่วงใยที่ทุกคนมีให้ ชนกชนม์เลิกเศร้า ลุกขึ้นชูแก้วน้ำหวานปั้นหน้ายิ้มแย้ม

“ดื่มฉลองให้กับการปิดกิจการ อวสานเถ้าแก่...ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป เอ้าชน” ชนกชนม์ไล่ชนแก้วกับ ทุกคน ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น...

สมควรแก่เวลาต่างเตรียมแยกย้ายกันกลับ ธีรดนย์อาสาจะไปส่งสุตาภัญ ยังไม่ทันจะขยับไปไหน อุษาโทร. มาตามธีรดนย์ให้รีบกลับ ชนิกานต์บอกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง ปล่อยให้สุตาภัญเป็นหน้าที่เธอเอง

“คุณท่านเรียกตัวเธอกลับด้วย...ชนม์ ฉันฝากดูแลแฟนฉันด้วยนะ” ธีรดนย์พูดจบ รีบพาชนิกานต์ออกไป...

ไม่นานนัก ธีรดนย์ขับรถมาจอดหน้าคฤหาสน์ของณวัตร อยู่ๆชนิกานต์ก็โพล่งขึ้นว่าสุตาภัญรักชนกชนม์ ธีรดนย์ไม่อยากฟังเธอเพ้อเจ้อเดินหนี เธอเดินตามพูดตอกย้ำอีกว่าสุตาภัญมีใจให้ชนกชนม์ ธีรดนย์หันขวับ

“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ตาเป็นแฟนฉัน ตาไม่ทรยศต่อความรู้สึกของฉัน”

“แล้วภาพนี้มันหมายความว่าไง” ชนิกานต์ส่งมือถือตัวเองที่มีภาพถ่ายหมู่สี่คนวันที่สุตาภัญสวมชุดหมีให้ดู ธีรดนย์สังเกตเห็นสุตาภัญกับชนกชนม์มองสบตากันอย่างลึกซึ้ง แต่ไม่ยอมรับความจริง

“เธอคิดมากไปเอง ตารักฉัน...เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว” ธีรดนย์ส่งมือถือคืนแล้วเดินไปที่ตึกใหญ่

ชนิกานต์ตะโกนไล่หลัง “นายไม่เอะใจสักนิดหรือ ทำไมสองคนนั่นถึงไปขายของพร้อมกัน ชนม์บอกว่าเจอกันที่ปากทางโดยบังเอิญ แสดงว่าตาเพิ่งออกมาจากบ้าน แต่ฉันโทร.ไปเมื่อตอนกลางวัน คุณแม่บอกว่าตาออกมาตั้งแต่เช้า”

ธีรดนย์ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน สุตาภัญอาจจะออกไปทำธุระก่อน ชนิกานต์ตั้งข้อสังเกตว่าชนกชนม์เย็บปักถักร้อยไม่เป็น แล้วเสื้อพวกนั้นสำเร็จได้อย่างไร ธีรดนย์นึกถึงแผลบนนิ้วของสุตาภัญขึ้นมาทันที

“ฉันพยายามจะไม่คิด แต่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ ถ้าชนม์รักตาจริง แล้วฉันล่ะ...ฉันจะทำยังไง” ชนิกานต์ทรุดตัวลงกับพื้นร้องไห้โฮ กฤติยาเดินผ่านมาพอดี หยุดดู ธีรดนย์สงสารชนิกานต์ เข้ามาประคองให้ลุกขึ้น ปลอบว่าอย่าคิดมาก ชนกชนม์รักเธอคนเดียวเท่านั้น ชนิกานต์อยากรู้ว่าธีรดนย์รักใคร

“ฉันก็รักตาสิ” ธีรดนย์ตอบโดยไม่ต้องคิด ชนิกานต์รู้สึกเจ็บแปลบใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าเริ่มมีใจให้เขา

ooooooo

ขณะที่ชนกชนม์เดินมาส่งสุตาภัญถึงบริเวณสวนสาธารณะในหมู่บ้าน โดยในมือของเธอยังถือถุงที่สุรเดชให้มา สุตาภัญเห็นใกล้จะถึงบ้านจึงบอกให้เขากลับไปพักผ่อนได้แล้ว เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

“เป็นห่วงผม...รักผมล่ะสิ” ชนกชนม์ยิ้มเป็นปลื้ม สุตาภัญรู้สึกผิดต่อธีรดนย์ที่ปันใจให้ชนกชนม์ วิ่งหนีออกไปทันที เขาวิ่งตามจนทัน ขอโทษเธอถ้าพูดอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจ สุตาภัญกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ขอร้องให้เขากลับไป ชนกชนม์จะเช็ดน้ำตาให้ เธอปัดมือเขาออก

“อย่าทำอย่างนี้เลย อย่าทำให้ฉันรู้สึกผิดต่อธีมากไปกว่านี้...ชนม์ ฉันเป็นแฟนที่แย่มากใช่ไหม ฉันไม่เคยรู้สึกห่วงใยหรือแคร์ความรู้สึกของเขา”

ชนกชนม์รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เพราะเธอไม่ได้รักธีรดนย์ สุตาภัญไม่เคยรู้สึกกับเขาเกินกว่าความเป็นเพื่อน ชนกชนม์อดแปลกใจไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมเธอถึงคบธีรดนย์เป็นแฟน สุตาภัญไม่กล้าบอกความในใจที่มีต่อชนกชนม์เพราะไม่อยากทำร้ายชนิกานต์ เฉไฉพูดเรื่องอื่น

“นายสัญญากับฉันได้ไหม อย่าทำร้ายความรู้สึกนิกกี้... นิกกี้เป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร นิกกี้ต้องการความรักจากใครสักคนที่จะดูแลและอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา... ฉันขอนะ”

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกคิดถึงคนอื่น หันมารักตัวเองบ้าง ผมรู้ว่าคุณอยากเห็นทุกคนมีความสุข ผมเองก็อยากเห็นคุณมีความสุข หยุดหลอกตัวเองเถอะ คุณไม่ใช่นางฟ้า คุณคือสุตาภัญ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการความรักเหมือนคนอื่นๆ” คำพูดของชนกชนม์ ทำให้สุตาภัญสะเทือนใจ โผกอดเขาร้องไห้โฮ

“คุณไม่พร้อมจะพูดความจริงในใจ ผมก็จะพูดเอง...ผม...” ชนกชนม์พูดยังไม่ทันจบ สุรเดชเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ต้องการของที่ให้สุตาภัญไว้คืน แล้วชี้ไปที่ถุงในมือเธอ

ทันใดนั้น เสียงเปี๊ยกร้องเตือนว่าตำรวจมาดังลั่น ยังไม่ทันขาดคำ จ่าโดดรวบตัวเขาไว้ได้แล้วจับใส่กุญแจมือ ชนกชนม์กับสุตาภัญตกใจยืนตะลึง สุรเดชตั้งสติได้รีบพาทั้งคู่หนี วิ่งมาจนถึงสุสานรถไฟ ชนกชนม์ทนไม่ไหว ดึงมือสุรเดชไว้ คาดคั้นให้บอกมาว่ามีเรื่องอะไรกัน เขาขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ เอาตัวรอดให้ได้เสียก่อน

“ไม่...ฉันไม่ไปจนกว่าแกจะพูดความจริง” ชนกชนม์เสียงเข้ม

“เกี่ยวกับของในถุงนี้ใช่ไหม” สุตาภัญยกถุงในมือขึ้นมา

สุรเดชไม่ตอบ แย่งถุงไปจากมือก่อนจะไล่ทั้งคู่ให้หนีไป ชนกชนม์แย่งถุงคืน หยิบของข้างในออกมาดู ตกใจที่เห็นยาเสพติด ยังไม่ทันจะต่อว่าเพื่อน มีเสียง สารวัตรตะโกนสั่งมาจากด้านหลังให้หยุดเดี๋ยวนี้ สุรเดชรีบพาชนกชนม์กับสุตาภัญวิ่งหนี แต่ไปได้ไม่กี่ก้าว สุตาภัญสะดุดหกล้มวิ่งต่อไม่ไหว สุรเดชไม่อยู่ช่วยกระชากถุงยาเสพติดได้ก็เผ่นแน่บ ชนกชนม์เห็นสารวัตรกับจ่ากำลัง เดินฝ่าความมืดมาแต่ไกล รีบพาสุตาภัญไปซ่อนตัว

“คุณหลบตรงนี้ ผมจะหลอกล่อไปอีกทาง แล้วคุณรีบหนีกลับบ้าน...ไม่ต้องห่วงผม” ชนกชนม์สั่งเสร็จ วิ่งหลอกล่อสารวัตรกับจ่าไปอีกทางหนึ่ง สุตาภัญมองตามด้วยความเป็นห่วง...

ชนกชนม์พยายามหนีให้ห่างจากจุดที่สุตาภัญซ่อนตัวมากที่สุด แต่ไม่รอด สุดท้ายถูกสารวัตรล็อกตัวจับใส่กุญแจมือ สุตาภัญแอบมองอยู่มุมหนึ่ง ใจคอไม่ดี

ooooooo

ชนิกานต์ก้าวเข้ามาในห้องโถงเห็นพ่อนั่งหน้าเครียดอยู่กับกัณฐิกา ปราดเข้าไปต่อว่าว่ามีเรื่องด่วนอะไรนักหนาถึงต้องโทร.ไปตามให้รีบกลับ แล้วปรายตามองกัณฐิกา

“นังเมียใหม่สร้างปัญหา แพศยากับใครอีกคะคุณพ่อ”

“ลูก...ขึ้นห้อง” ณวัตรสั่งเสียงเข้ม ชนิกานต์ผิดหวัง นึกว่าพ่อจะเล่นงานนังแม่เลี้ยงตัวแสบ กลับมาไล่เธอขึ้นห้อง ฮึดฮัดจะไม่ยอม อุษาเห็นท่าไม่ดีรีบพาชนิกานต์ขึ้นข้างบน ธีรดนย์คิดว่าหมดเรื่องแล้ว ขอตัวไปพักผ่อน ณวัตรไม่ให้ไป เราสองคนมีเรื่องต้องคุยกัน กฤติยาแอบมองอยู่มุมหนึ่งลุ้นเอาใจช่วยธีรดนย์ ณวัตรไม่พูดพล่าม ถามตรงประเด็นว่าเขาคิดอย่างไรกับลูกของตน รักเธอหรือเปล่า

“เราโตมาด้วยกัน ผูกพันกันเหมือนพี่น้อง ผมไม่เคยคิดอะไรเกินเลยไปกว่านั้นครับ”

“นายคิดได้อย่างนั้นก็ดี นายต้องระลึกเสมอว่านายเป็นลูกคนใช้ สถานภาพนายกับลูกสาวฉัน ต่างกันราวฟ้ากับเหว ทำอะไรก็คิดให้มาก แล้วก็พึงสำนึกบุญคุณที่ฉันเลี้ยงดูนายมา ถึงฉันจะดูแลเสมือนลูกคนหนึ่ง แต่นายไม่ใช่ลูกฉัน...นายมันลูกคนใช้” ณวัตรพยายามตอกย้ำฐานะของธีรดนย์

“ครับ...ผมเข้าใจครับ” ธีรดนย์คำนับณวัตร ก่อนจะเดินออกไป อุษาเห็นลูกถูกกดขี่ สงสารจับใจ...

ธีรดนย์พกความเจ็บช้ำน้ำใจที่ถูกกดหัวกลับมาที่ห้องพัก ขว้างปาข้าวของใกล้มือระบายอารมณ์...

ทางฝ่ายกัณฐิกาตำหนิณวัตรว่าไม่ควรไปว่าธีรดนย์ แบบนั้น คนผิดคือชนิกานต์ เขาควรจะลงโทษเธอ ไม่ใช่ไปโยนความผิดให้ธีรดนย์

“ทำไมคุณถึงห่วงใยเจ้าธีนักหนา”

กัณฐิกาไม่ได้ห่วงแค่ธีรดนย์ แต่ห่วงทุกคนในบ้าน ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ณวัตรดีใจที่มีเธอทำหน้าที่เป็นคุณผู้หญิงที่ดี คอยดูแลทุกข์สุขของคนในบ้าน เธอเคยบอกเขาแล้วว่าจะไม่ทำให้เขาผิดหวังที่เลือกเธอเป็นภรรยา แล้วเข้าไปซบไหล่ออเซาะณวัตรซึ่งยิ้มให้อย่างพอใจ ครู่ต่อมา กันฐิกาเดินออกจากห้องณวัตรอย่างสบายอารมณ์ที่เขาไม่ระแวงสงสัยว่าเธอแอบพึงพอใจในตัวธีรดนย์ กฤติยารอท่าอยู่ ปราดเข้าไปหาทันที

“ยินดีด้วยนะคะ แผนสกัดคู่แข่งท่าจะได้ผล...แต่แม่รู้ไว้ด้วยนะคะ มันไม่ง่ายนักหรอกถ้าแอนยังอยู่ที่นี่” กฤติยาพูดจบผละจากไป กัณฐิกาไม่พอใจ สั่งให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เธอเดินต่อไปไม่สนใจจะคุยด้วย อุษาได้ยินทั้งคู่คุยกัน สงสัยว่าพูดเรื่องอะไร...

ครู่ต่อมา กัณฐิกาตามกฤติยาจนทัน กระชากตัวให้หันกลับมา ต้องการรู้ว่าที่พูดเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร กฤติยาอธิบายว่าคู่แข่งแย่งธีรดนย์ไม่ได้มีเพียงชนิกานต์ เธอก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย และต้องขอบคุณแม่มากที่ช่วยกำจัดศัตรูตัวฉกาจอย่างชนิกานต์พ้นทาง

“แกอ่อยคุณณวัตรไม่พอยังคิดจะยุ่งกับธีรดนย์อีกหรือ”

กฤติยาไม่เข้าใจทำไมแม่ต้องโวยวาย ในเมื่อตัวเองยังควบสองได้ ทำไมเธอจะทำตามอย่างไม่ได้ กัณฐิกาโกรธที่ถูกลูกยอกย้อนด่าสวนว่านังลูกไม่รักดี

“แอนรักดีต่างหาก แอนถึงได้เจริญรอยตามสิ่งที่แม่ทำ สิ่งที่แม่เป็น แอนเป็นลูกของแม่นี่คะ”

กัณฐิกาเหลือบเห็นอุษายืนหลบๆอยู่ รีบแก้ไขสถานการณ์ “อย่าดื้อกับแม่สิ ถึงเราจะเป็นแม่ลูกบุญธรรมแต่แม่รักแอนเหมือนลูกของแม่จริงๆ” พูดจบดึงกฤติยาเข้ามากอด กระซิบข้างหูว่าอุษาแอบฟังอยู่ “นี่ก็ดึกแล้ว หลานไปนอนเถอะ น้าไปส่ง” เธอรีบพากฤติยาออกไป อุษามองตาม สงสัยในพฤติกรรมของทั้งคู่

ooooooo

ชนกชนม์ถูกกลั่นแกล้ง แม้จะไม่พบยาเสพติดในตัว สารวัตรยังจับเขายัดห้องขัง อ้างว่าเพื่อให้เขาคิดทบทวนระหว่างสารภาพได้รับการลดโทษหรือปาก แข็งติดคุกตลอดชีวิต

“ผมไม่ได้ทำผิด...ปล่อยผม” ชนกชนม์นึกเจ็บใจสุรเดชที่ดึงเขามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้...

คนที่ชนกชนม์นึกถึงด้วยความแค้นกำลังส่งมอบยาเสพติดให้เฮียปรัชญา พร้อมกับอธิบายสาเหตุที่มาล่าช้าเพราะต้องหนีตำรวจหัวซุกหัวซุน แล้วแบมือขอเงินเพิ่มเป็นค่าทำขวัญ เฮียปรัชญาไม่อิดออดสั่งให้นักเลงคุมบ่อนช่วยไปกดเงินให้เขา

ระหว่างเดินผ่านบ่อน เจอชยางกูรกำลังเล่นพนันได้เงินกองโตอยู่ สุรเดชหมั่นไส้แกล้งเดินชน แล้วหยิบมือถือที่ยึดไปจากเขาขึ้นถ่ายรูปเย้ย ชยางกูรเจ็บใจมาก คิดหาทางเอาคืน...

ค่าทำขวัญที่เฮียปรัชญาจะเพิ่มให้สุรเดชไม่ใช่เงินแต่เป็นหมัดกับเท้าชุดใหญ่ของนักเลงคุมบ่อน เฮีย ปรัชญาเตือนเขาว่าอย่าได้คิดมาต่อรองกับคนอย่างตนอีก แล้วพากันกลับเข้าบ่อน สุรเดชเจ็บใจมาก หมายหัวไว้วันหลังจะมาทวงคืน ยังไม่ทันจะลุกขึ้น เพทายเข้ามากระทืบซ้ำ แล้วแย่งมือถือคืนให้ชยางกูรซึ่งถ่ายคลิปตอนที่เพทายประเคนทั้งหมดทั้งเข่าใส่สุรเดชสลบเหมือด ก่อนจะโยนมือถือใส่หน้า...

ขณะที่สุรเดชโดนสหบาทานอนหมดสติอยู่ข้างบ่อนของเฮียปรัชญา อุษาต้องตกใจเมื่อเข้ามาในห้องพักของลูกเห็นข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ส่วนธีรดนย์นั่งร้องไห้อยู่หน้าหิ้งที่วางรูปพ่อ

“แม่ได้ยินแล้วใช่ไหม ในที่สุดเขาก็ไม่ได้รักเราเหมือนที่เคยสัญญากับพ่อไว้ว่าจะรักและดูแลเราให้เหมือนคนในครอบครัว เหมือนลูกของเขา...เขามองเราเป็นแค่ขี้ข้าคนหนึ่ง พ่อตายก็เพราะความเจ้าชู้ของเขา มันเป็นความผิดของเขา” ธีรดนย์กำหมัดแน่นด้วยความแค้น

อุษาเตือนลูกให้หยุดเจ้าคิดเจ้าแค้นได้แล้ว คุณท่านมีบุญคุณต่อครอบครัวของเรามากมาย ส่วนเรื่องของพ่อให้คิดเสียว่าเป็นกรรมเก่าที่เราต้องชดใช้ ธีรดนย์ไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจ จำต้องอดทนต่อไป

ooooooo

สุตาภัญสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยใจคอไม่ดี ฝันร้ายเห็นสุรเดชให้การปรักปรำชนกชนม์ค้ายา เธอรีบไปเยี่ยมเขาด้วยความเป็นห่วง โดยไม่ลืมนำข้าว กล่องที่ทำเองติดมือไปด้วย ชนกชนม์ไม่อยากให้สุตาภัญมาที่นี่ ถ้าพ่อของเธอรู้เข้าเธอจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย

“ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ฉันทิ้งนายไม่ได้”

ชนกชนม์ซึ้งน้ำใจเธอถึงกับน้ำตาซึม สุตาภัญมีข้าวกล่องมาฝากเขาด้วย กินมากๆจะได้มีแรงสู้ต่อไปแล้วตักข้าวป้อนเขาผ่านลูกกรงห้องขัง ชนกชนม์กินข้าวไปน้ำตาร่วงไปด้วยความซาบซึ้ง

“อาหารฉันไม่อร่อยหรือไง ถึงกินน้ำตาแทนข้าว” สุตาภัญสงสารเขามาก พลอยร้องไห้ไปด้วย ชนกชนม์จับมือเธอไว้ ขอบใจที่ไม่ทิ้งกันในยามที่เขาไม่มีใคร...

แม้จะรับปากชนกชนม์ไว้แล้วว่าจะไม่ไปขอร้องให้พ่อของเขาช่วย แต่สุตาภัญไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อไปถึงบ้านของวีรภัทรกลับไม่ได้รับการต้อนรับ นัชชาพยายามขับไล่ไสส่งเธอ แถมวีรภัทรปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลืออ้างว่าติดงาน สุตาภัญกลับออกมาด้วยความผิดหวัง...

ที่คฤหาสน์ของณวัตร ชนิกานต์กำลังจะไปมหาวิทยาลัย พอรู้จากอุษาว่าพ่อของเธอนอนซมเพราะพิษไข้อยู่ในห้อง กัณฐิกากับกฤติยาก็ไม่อยู่ออกไปข้างนอกกันตั้งแต่เช้า เธอยกเลิกการเรียนไปดูแลพ่อแทน เอาอ่างน้ำใบเล็กใส่น้ำอุ่นจะมาเช็ดตัวให้

“ลูกไม่ไปเรียนหรือ”

“นิกกี้จะเรียนรู้เรื่องได้ยังไงคะ ในเมื่อคุณพ่อต้องนอนป่วยอยู่อย่างนี้...นิกกี้เช็ดตัวให้ค่ะ” ชนิกานต์บิด ผ้าขนหนูพอหมาด มาเช็ดแขนเช็ดหน้าให้ ณวัตรรู้สึกดีที่ลูกห่วงใย แต่ไม่กล้าแสดงออก...

ทางด้านสุตาภัญเดินน้ำตาซึมเข้ามาหาชนกชนม์ ขอโทษที่ผิดคำสัญญาเรื่องที่เขาห้ามไม่ให้ไปหาพ่อของเขา เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง แต่ท่านไม่ยอมมาช่วย

“ไม่มีใครอยากเสียเวลา แก้ปัญหาลูกไม่รักดีหรอก” ชนกชนม์ทนเก็บความผิดหวังและเสียใจไม่ไหวร้องไห้ออกมา “ในวันที่คุณพ่อเลือกจะมีครอบครัวใหม่ ผมยังเชื่อเสมอว่าคุณพ่อไม่ได้จากไปไหน คุณพ่อยังคงเป็นพ่อของผม แต่วันนี้ ผมรู้แล้วว่าท่านไม่ได้แยกไปสร้างครอบครัวใหม่ แต่ท่านไปจากชีวิตผม”

“นายไม่ต้องเสียใจนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะอยู่ข้างนาย ฉันจะไม่ทิ้งนาย”

ทั้งสองคนจับมือกันผ่านลูกกรงร้องไห้ ชนกชนม์มองข้ามไหล่สุตาภัญไปยังประตูทางเข้า ต้องตกตะลึงปนดีใจเมื่อเห็นพ่อของเขาเดินนำสารวัตรกับจ่าเข้ามาเพื่อ ปล่อยตัวเขาออกจากห้องขัง

“ถึงแกได้ออกไป แต่ฉันจะจับตาพวกแกทุกฝีก้าว ฝากบอกเพื่อนแกด้วย ฉันต้องลากคอมันมาให้ได้” สารวัตรขู่จบเดินออกไปพร้อมกับจ่า สุตาภัญดีใจมากที่วีรภัทรยอมมาช่วย

“ตำรวจไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะไม่มีหลักฐาน ไม่มียาติดตัว ลูกเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย ต่อไปจะทำอะไร ก็ต้องระวังตัวให้มาก และที่สำคัญ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนเลวๆอีก”

ชนกชนม์ก้มลงกราบแทบเท้าพ่อที่มาช่วยเหลือ วีรภัทรลูบหัวลูกด้วยความสงสาร

“เป็นคนดีมันเหนื่อยนะลูก...ลูกต้องอดทน พ่อว่าลูกย้ายไปอยู่กับพ่อ ลูกจะได้ไม่ต้องเสี่ยงอีก พ่อจะพูดกับน้านัชชาให้ น้าเขาต้องเข้าใจ” ยังไม่ทันขาดคำ นัชชาตามมาต่อว่าวีรภัทรที่มาที่นี่โดยไม่บอกกล่าว ยิ่งได้รู้ว่าเขาจะพาชนกชนม์ไปอยู่ที่บ้านด้วย เธอถึงกับปรี๊ดแตก ค้านหัวชนฝาไม่ยอมให้เขาอยู่ร่วมชายคาเด็ดขาด

“ฉันบอกคุณแล้ว ว่าลูกคุณไม่รักดี ทำตัวมีปัญหาคบอันธพาลค้ายา”

“ลูกผมบริสุทธิ์ ตำรวจปล่อยตัวแล้วด้วย”

“พอเถอะ ยังไงฉันก็ไม่พร้อมรับลูกคุณเข้าบ้านและฉันก็ไม่พอใจที่คุณไม่ทำตามข้อตกลงของเรา คุณไม่แคร์ฉันกับลูก...นิธิเห็นไหม คุณพ่อไม่รักเราแล้ว” นัชชาพูดจบวิ่งหนีออกไป วีรภัทรถึงกับอึ้ง ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“คุณพ่อไปเถอะครับ ผมดูแลตัวเองได้”

นิธิขอร้องชนกชนม์อย่าทำให้พ่อกับแม่ต้องทะเลาะกันอีก แล้วยื่นนิ้วก้อยให้เขาเกี่ยว ชนกชนม์เกี่ยวนิ้วน้อง ตอบเพื่อเป็นสัญญาต่อกัน วีรภัทรหน้าสลด ก่อนจะพานิธิตามนัชชาไป ชนกชนม์รับความกดดันไม่ไหว วิ่งเตลิดออกไป สุตาภัญรีบตามไปปลอบ ถึงเขาจะไม่เหลือใคร ขอให้จำไว้ว่าเธอยังอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

“ผมเข้าใจ ทุกคนต่างมีเหตุผลและความจำเป็นของตัวเอง สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องเป็นที่พึ่งของเราเอง”

สุตาภัญดีใจที่เขาทำใจได้ แล้วถามว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ชนกชนม์จะกลับไปอยู่ที่เดิม แม้สภาพแวดล้อมจะไม่ดี แต่ถ้าเขาใฝ่ดี ความชั่วก็จะไม่กร้ำกราย สลัมไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำชั่ว สุตาภัญเห็นด้วยจะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเราเอง ทั้งสองคนยิ้มให้กัน บรรยากาศผ่อนคลายลง

“ชีวิตผมไม่ต้องการอะไรมากขอเพียงมีใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างผมตลอดไป” ชนกชนม์มองสุตาภัญด้วยสายตาลึกซึ้ง เธอเข้ามาจับมือให้กำลังใจเขา “...ขอบใจนะที่คุณไม่ทิ้งผม”

“ฉันจะทิ้งนายได้ไงล่ะ ก็ฉัน...ฉันเป็นนางฟ้าของ นาย” สุตาภัญอยากจะบอกความในใจให้เขารู้แต่ไม่กล้า

ooooooo

ชนิกานต์เช็ดตัวให้พ่อจนไข้เริ่มลด จังหวะนั้น ธีรดนย์ถือถาดใส่โจ๊กเข้ามากับอุษา

“คุณหนูรีบไปมหาวิทยาลัยเถอะค่ะ ป้าดูคุณท่านเอง”

“ไม่ต้อง...คุณพ่อฉันทั้งคน ฉันดูแลเองได้” ชนิกานต์พูดจบ รับถาดใส่โจ๊กไปจากธีรดนย์ สั่งให้เขาเอาอ่างน้ำออกไป แล้วเตรียมยามาให้ด้วย ธีรดนย์ปรายตามอง ชนิกานต์ด้วยความแปลกใจ ที่อยู่ๆนึกเพี้ยนอะไรขึ้นมาถึงมาคอยดูแลคุณท่านทั้งที่ไม่เคยทำ อุษาเห็นลูกชักช้า รีบดันตัวออกไปเพื่อให้สองพ่อลูกได้อยู่กันตามลำพัง...

ขณะที่ณวัตรพอใจมากที่ลูกมาคอยปรนนิบัติใกล้ชิด กัณฐิกาพากฤติยามาเดินเลือกซื้อของในห้าง หรูอย่างสบายอารมณ์ กฤติยาอดทักท้วงไม่ได้ว่าคุณอาไม่สบาย ทำไมแม่ไม่อยู่ดูแล ออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้ระวัง ชนิกานต์จะทำคะแนนเบียดแม่ตกกระป๋อง

“ไม่มีทาง ยัยคุณหนูจอมวีนนั่นเอาใจใครไม่เป็นหรอก แม้แต่พ่อตัวเอง” กัณฐิกาสีหน้ามั่นใจ คว้าแขนกฤติยาลากไปที่แผนกเสื้อผ้าสตรี “อยากได้อะไรเลือกเอา จะเหมาหมดร้านฉันก็มีปัญญาจ่าย”

กฤติยาไม่อยากได้ข้าวของหรือเงินทอง แต่อยากได้ความรักจากแม่ อยากให้แม่กอดเธอบ้าง แล้วขยับเข้าไปใกล้ กัณฐิกาโวยวายลั่น จะทำอะไรให้อายคนอื่นบ้าง

“แม่เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แม่ไม่เคยอาย แค่กอดลูกสาวตัวเองมันน่าอายนักหรือคะ”

“ยัยแอน...อย่าทำให้ฉันขายหน้าไปกว่านี้ กลับบ้าน” กัณฐิกาหมดอารมณ์ช็อปปิ้ง จ้ำพรวดๆออกไปทันที กฤติยามองตามน้ำตาคลอเสียใจที่แม่ไม่เคยคิดจะมอบความรักให้...

การที่ชนิกานต์มาคอยปรนนิบัติป้อนข้าวป้อนยาพ่อ ทำให้ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด สายสัมพันธ์พ่อลูกกลับมาแน่นแฟ้นอีกครั้ง ณวัตรรับปากจะให้เวลาลูกมากขึ้น...

ระหว่างที่ความสัมพันธ์ของณวัตรกับชนิกานต์ดีขึ้นเป็นลำดับ สุรัมภาต้องตกใจแทบช็อก เมื่อชยางกูรบุกมาถึงโรงเรียนของเธอ เพราะเธอปิดสายไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเขา โชคดีที่เป็นเวลาพักจึงไม่มีใครสนใจ ชยางกูรกึ่งจูงกึ่งลากเธอไปยังที่ลับตาคน ดันเธอติดกำแพง สุรัมภาตัวสั่นด้วยความกลัว ถามว่าต้องการอะไรกันแน่

“ไม่อยากเป็นดาราหนังแผ่นก็อย่าปิดเครื่อง...อีกไม่นานเกินรอ ฉันจะโทร.นัดเธอมาเจอเพื่อภารกิจบางอย่าง” ชยางกูรพูดจบก็เดินจากไป สุรัมภากลัวมาก ทรุดลงกองกับพื้นร้องไห้โฮ...

ฝ่ายชนิกานต์อยากจะเอาใจพ่อด้วยการทำซุปผักให้กิน แต่ทำไม่เป็น จึงไปขอร้องให้ธีรดนย์ช่วย เธอตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ ในที่สุดซุปแสนอร่อยก็เสร็จ และถูกยกเข้ามาเสิร์ฟในห้องของท่าน โดยมีธีรดนย์ตามมาลุ้นว่าณวัตรจะพอใจหรือไม่ แต่ชนิกานต์ต้องชะงักเมื่อเจอกัณฐิกานั่งอยู่ข้างเตียงพ่อ พร้อมกับซุปเครื่องยาจีน คุยอวดว่าที่เธอออกไปตั้งแต่เช้าเพื่อไปรอซื้อซุปถ้วยนี้ ซึ่งใช้เวลาตุ๋นนานมาก

“คุณพ่อคะ ซุปถ้วยนี้นิกกี้ทำเองนะคะ”

ณวัตรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจจะกินซุปฝีมือลูกสาว กัณฐิกาผิดหวัง แต่จำต้องเก็บอาการไว้ ยกซุปที่ตัวเองซื้อเอาไปเก็บในครัว กฤติยาตามมาเยาะเย้ย

“ยายเคยสอนแอนนะคะ ความประมาทเป็นหนทางสู่หายนะ เสียดายแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน เลยไม่ได้ฟังคำสอนของยาย...เท่าที่แอนเห็นก็พอจะเดาได้ไม่ยาก แม่กำลังเข้าสู่วิกฤติ รีบหาทางกู้คืนให้ได้นะคะ แล้วก็ไม่ต้องให้แอนช่วย แอนไม่ชอบทำลายความรักครอบครัวคนอื่น บาปมันจะติดตัว เหมือนที่กรรมตามเล่นงานแม่ตอนนี้”

“แกพล่ามนรกสวรรค์วิมานอะไรของแก”

“คนที่ไม่เคยให้ความรักใคร สุดท้ายก็ไม่เหลือใคร แม้แต่คนเดียว” กฤติยาแดกดันจบ ผละจากไป กัณฐิกาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ฉันจะพิสูจน์ให้แกเห็นว่ามีแต่คนรักฉัน...ชีวิตฉันมีความสุข”

อุษาได้ยินบทสนทนา เริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 10:49 น.