ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สุทินชอบจับผิดลูกสาวคนโตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไปดักรอรับเธอที่หน้ามหาวิทยาลัย แต่เธอออกมาเสียก่อน ธีรดนย์กับชนิกานต์ก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าเธอไปไหน สุทินจึงเอาตัวทั้งคู่กลับมาบ้านของตนด้วย เมื่อสุตาภัญกลับมาเจอเข้า ไม่พอใจมากที่เพื่อนรักทั้งสองถูกพ่อดึงมาเป็นเครื่องมือหาเรื่องเธอ จึงมีปากเสียงกัน

“คุณพ่อไม่ควรทำอย่างนี้กับเพื่อนตา...พวกเขาไม่ใช่ลูกน้องคุณพ่อที่จะสั่งซ้ายหันขวาหัน”

“ทุกคนที่อยู่ในชีวิตเธอ ต้องอยู่ในการควบคุมของฉัน...ถ้าใครไม่พอใจก็ไม่ต้องคบลูกสาวฉัน...สุตาภัญเธอไปไหน...ไปทำอะไร...หรือไปหาผู้ชาย”

สุตาภัญทั้งตกใจและเสียใจที่พ่อดูถูกต่อหน้าเพื่อน สุทินเห็นลูกเงียบไป คาดคั้นให้บอกมาว่าไปมั่วกับผู้ชายที่ไหน สุตาภัญถึงกับฟิวส์ขาด ในเมื่อพ่อหาว่าเธอใจง่าย จึงประชดประชันให้สาแก่ใจกันไปเลย

“วันนี้ตาหายไปจากมหาวิทยาลัยเพราะตาไปหาแฟนที่โรงพักค่ะ เขาโดนจับข้อหาไม่มีใบขับขี่ แต่งรถ ขับขี่รถเร็วเกินกำหนด ตาต้องไปประกันตัวเขา...” สุตาภัญยังเล่าไม่ทันจบ สุทินตบหน้าเธอฉาดใหญ่

“หยุดได้แล้ว”

“ตายังเล่าไม่จบเลยค่ะว่าเราคบกันนานแค่ไหน เคยมีอะไรกันกี่ครั้ง” สุตาภัญจงใจยั่วประสาทพ่อ ได้ผลเกินคาด สุทินโกรธจัดตบตีเธออุตลุด เสาวนิตย์ทนดูไม่ได้รีบเข้าไปห้าม แล้วดึงลูกมากอดปกป้อง ธีรดนย์เป็นห่วงหญิงที่ตนหลงรักขยับจะเข้าไปช่วย ชนิกานต์รู้นิสัยพาลของสุทินดี รีบลากแขนเขาออกไปทันที

เมื่อมาถึงหน้าบ้าน ธีรดนย์สะบัดมือเธอออกต่อว่าที่เธอไม่รู้จักเป็นห่วงเพื่อนหนีเอาตัวรอดแบบนี้ได้อย่างไร ชนิกานต์เตือนให้เขาห่วงตัวเองจะดีกว่า ในเมื่อสุตาภัญทำตัวเหลวแหลก แล้วจะไปห่วงทำไมให้เสียเวลา ธีรดนย์ผิดหวังที่ชนิกานต์เป็นเพื่อนรักของสุตาภัญแท้ๆกลับไม่รู้ว่านั่นเป็นแค่เรื่องประชด

“ไม่ต้องมาหลอกด่าฉัน...ฉันรู้น่า...ถ้ายัยตามีแฟนจริงๆ ฉันจะสะใจมาก แกจะได้เลิกหวังลมๆแล้งๆ ลูกขี้ข้ากับลูกนายทหารใหญ่ มันคนละชั้นกัน” ชนิกานต์ด่าจบ จํ้าพรวดๆไปที่รถ ธีรดนย์หันกลับไปมองที่ตัวบ้าน อดสงสัยไม่ได้ สุตาภัญหายไปไหนมา...

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชนกชนม์รู้ตัวว่าทำผิด ทันทีที่กลับถึงบ้าน เข้าไปก้มกราบขออภัยแม่ สัญญาจะไม่ทำอย่างนี้อีก ชลนิภาพอใจที่ลูกสำนึกผิด แต่จะปล่อยไปเฉยๆก็ใช่ที่ จะต้องลงโทษเพื่อให้เขาหลาบจำ จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีให้น้อง แล้วสั่งชยางกูรให้ไปเอาไม้เรียวมาให้

“แกเป็นพี่ แต่ไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องได้ ฉันก็จะให้น้องเป็นคนลงโทษแก...ลูกกูรเป็นเด็กดี เป็นลูกที่ดี เขามีสิทธิ์ที่จะลงโทษสั่งสอนพี่ชายที่ไร้สำนึก คนดีเท่านั้นที่สามารถควบคุมคนเลวได้...ลูกกูร...ลงโทษจนกว่าพี่แกจะสำนึก แม่จะออกไปไหว้พระที่ห้องพระ” ชลนิภาจ้องหน้าลูกชังครู่หนึ่ง ก่อนจะออกจากห้อง

ชนกชนม์ถึงกับอึ้ง ขณะที่ชยางกูรยิ้มสะใจ เดิน

ถือไม้เรียวเข้าหาพี่ชายแล้วฟาดใส่ไม่ยั้ง ปากก็ด่าว่าต่างๆ

นานา ชนกชนม์คว้าไม้เรียวไว้ ไม่เข้าใจว่าตนไปทำอะไรให้ เขาถึงได้จงเกลียดจงชังกันนัก

“แกลืมไปแล้วหรือว่าแกทำอะไรไว้” ชยางกูรเท้าความถึงอดีตสมัยเป็นเด็กให้ฟังว่าตนต้องอยู่ใต้เงาของ

พี่ชังคนนี้มาตลอดทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องกิจกรรมภายในโรงเรียน ชนกชนม์เป็นศิษย์โปรดของคุณครูและเป็นที่รักของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เขาทำอะไรก็ได้ดีมีแต่คนชื่นชม

“มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย ถ้านายอยากเก่งอยากดี นายก็ทำได้ด้วยตัวนาย”

“ฉันจะเก่งจะดีได้ไง เมื่อฉันกลายเป็นคนเดินตามรอยเท้าแก แต่วันนี้ ฉันจะใช้ความรักที่แม่มีต่อฉันเป็นอาวุธทำร้ายแก” ชยางกูรว่าแล้วสะบัดมือชนกชนม์ออก แล้วฟาดไม้เรียวใส่อุตลุด ชนกชนม์คว้ามือเขาไว้อีกครั้ง ชยางกูรขู่ถ้าคิดจะสู้ จะไปฟ้องคุณแม่

“ไม่ว่านายทำร้ายฉันยังไง ฉันจะไม่โกรธนาย เพราะนายเป็นน้องของฉัน...ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นว่า ฉันเป็นลูกที่ดีและฉันจะทำให้นายรักฉัน” ชนกชนม์ประกาศก้อง ชยางกูรบอกให้เลิกเพ้อฝันได้แล้ว เขาจะไม่มีวันนั้นเพราะตนจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาตลอดไป แล้วฟาดไม้เรียวใส่พี่ชายซ้ำๆอยู่อย่างนั้นจนหักคามือ แม้จะเจ็บแค่ไหนแต่ชนกชนม์ทนได้ ตั้งใจมั่นจะต้องชนะใจทั้งแม่และน้องให้ได้...

ด้านสุตาภัญยังคงพูดประชดประชันพ่อไม่เลิกจนท่านอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ เธอแค่พูดในสิ่งที่ท่านอยากฟังเท่านั้น ท่านชอบตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่รักดีไม่ใช่หรือ

“ถ้าไม่จริงอย่างที่ฉันพูด มันจะเกิดเรื่องได้ยังไง” สุทินไม่วายขุดคุ้ยเรื่องในอดีตขึ้นมาด่าว่าลูกอีกครั้ง

คืนนั้น สุตาภัญเพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยกำลังเดินมาตามทางเปลี่ยวภายในหมู่บ้าน ถูกวัยรุ่นแถวนั้นฉุดเข้าข้างทางหมายจะข่มขืน เธอสู้สุดฤทธิ์ พร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ โชคดีที่สุทินมาช่วยไว้ทัน ชักปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าทำให้พวกคนเลวหนีกระเจิง

เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นตราบาปติดตัวสุตาภัญ พ่อโทษว่าเป็นเพราะเธอให้ท่าพวกนั้นถึงได้โดนฉุด ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายเท่าใด พ่อก็ไม่เคยเชื่อคำพูดของเธอ เสาวนิตย์สงสารลูก ขอร้องสุทินเลิกพูดถึงอดีตได้แล้ว ไหนๆพวกเราก็ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว สังคมรอบข้างดีขึ้น ชีวิตลูกๆทั้งสองก็ต้องดีขึ้น

“ต่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่สันดานใจง่ายเหมือนเดิม มันก็มีแต่จะแย่ลง...ต่อไปนี้ ไม่ว่าเธอจะไปไหน ทำอะไร เธอต้องอยู่ในสายตาฉัน” สุทินสั่งเสร็จ ผละจากไป สุตาภัญถึงกับปล่อยโฮที่ถูกพ่อบังคับจิตใจ

“แม่ขอเถอะ...เลิกเถียง เลิกประชดคุณพ่อ ยอมรับฟังและทำตามที่คุณพ่อบอก ทุกอย่างจะดีขึ้น”

“ตาต้องยอมเหมือนที่คุณแม่ยอมมาทั้งชีวิตหรือคะ” สุตาภัญย้อนถาม

เสาวนิตย์ถึงกับน้ำตาซึม สุตาภัญรู้สึกผิดที่พูดไม่ดีกับแม่รีบกราบขอโทษ สองแม่ลูกโผกอดกันร้องไห้

ooooooo

ขณะที่สุตาภัญมาหลบมุมทายาหม่องที่แผลซึ่งโดนพ่อตีอยู่ในสวนหน้าบ้าน เหลือบเห็นเงาใครบางคนปีนกำแพงข้างบ้านตรงมุมมืด ก่อนจะหล่นตุบลงมากองกับพื้น หญิงสาวตกใจคิดว่าโจรเข้าบ้านคว้าไม้ใกล้มือค่อยๆย่องเข้าไปหา หมายจะฟาดให้หัวแบะ แต่พอเขาหันมา เธอต้องตกใจเมื่อเห็นเป็นชนกชนม์

“นาย!...มาทำอะไรที่นี่?”

“ก็มาหาเธอไง...บ้านเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน”

สุตาภัญอดประหลาดใจไม่ได้ ทำไมเขาไม่เคยบอก ปรามว่าทีหน้าทีหลังอย่าปีนเข้าบ้านแบบนี้อีก แล้วเอานิ้วจิ้มที่แขนเขา บังเอิญถูกแผลที่ชยางกูรฟาดถึงกับร้องเสียงหลง เธอเพิ่งสังเกตเห็นรอยไม้เรียวตามแขนขาของเขา ซักถามเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ชนกชนม์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง หญิงสาวตำหนิแม่ของเขา ไม่ควรทำแบบนี้ เท่ากับส่งเสริมให้น้องไม่เคารพพี่ แล้วนึกได้ว่าไม่ควรพูด รีบขอโทษที่ไปว่าแม่ของเขา

“ไม่เป็นไรหรอก พูดไปหมดแล้วนี่...เมื่อกี้นั่งทำอะไรอยู่...ยาหม่อง...เป็นอะไร?”

หญิงสาวอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าบอกว่าโดนพ่อตี ชนกชนม์ชิงพูดขึ้นก่อนว่า เตรียมยาหม่องไว้ให้เขาใช่ไหม เธอเลยรับสมอ้าง ว่าเขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ที่ตอนไปดูเขาแข่งรถครั้งก่อน เธอก็ต้องตอบแทนแล้วคว้ายาหม่องจะทาให้ ชนกชนม์เกรงใจ จะขอทาเอง แต่เธอไม่ยอม เขาจึงปล่อยเลยตามเลย...

หลังจากทายาหม่องเสร็จ สุตาภัญเห็นสมควรแก่เวลาจึงบอกให้ชนกชนม์กลับได้แล้ว เขาจัดแจงจะเดินไปออกทางประตูรั้ว เธอสั่งให้เขากลับทางเดิม ชนกชนม์ค่อยๆปีนกำแพงช้าๆถ่วงเวลาให้นานที่สุด สุตาภัญหมั่นไส้แกล้งผลักให้ลงไปเร็วๆ เขาไม่ทันตั้งหลักร่วงลงไปอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นมาพูดกับกำแพง

“ที่ฉันมาที่นี่ ฉันจะมาบอกเธอว่า ฉันจะทำตามคำแนะนำของเธอ ฉันจะทำให้คุณแม่ภูมิใจในตัวฉัน...ขอให้เธอเป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ” ชนกชนม์ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะเดินจากไป

“ปัญหาของเราไม่เหมือนกัน แต่ความทุกข์ใจก็ไม่ต่างกัน...ฉันบอกให้นายสู้ แล้วฉันจะถอยได้ไง...เราจะสู้ไปด้วยกันนะ...ชนกชนม์” สุตาภัญพึมพำกับตัวเอง

ooooooo

ทันทีที่ชนิกานต์กลับถึงบ้าน โทร.ถามเพื่อนรักว่าเมื่อตอนเย็นหายไปไหน ไปทำอะไรกับใครมา สุตาภัญยังไม่ทันจะอ้าปากเล่าความจริงให้ฟังชนิกานต์ เหลือบเห็นรองเท้าส้นสูงสีแสบสันวางอยู่หน้าประตูเข้าตัวบ้าน รีบขอตัวแล้ววางสายทันที

“อ้าว...ตัดสายไปซะดื้อๆ มีอะไรหรือเปล่า”

สุตาภัญมองมือถือตัวเองอย่างแปลกใจ...

ด้านชนิกานต์จ้ำพรวดๆไปยังห้องนอนณวัตร

พ่อของตนเอง เปิดประตูผลัวะเข้าไปโดยไม่เคาะ เจอ

กัณฐิกากำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ ชนิกานต์ไม่พอใจมาก ควักเงินสองพันยื่นให้เป็นค่าตัวเธอแล้วไล่ไปให้พ้นหน้า

ณวัตรได้ยินเสียงลูกสาวด่าฉอดๆรีบออกจากห้องน้ำมาต่อว่า ว่าพูดจาอะไรควรจะให้เกียรติกันบ้าง กัณฐิกาไม่ใช่ ผู้หญิงหากินแต่เป็นผู้หญิงของเขาและเราสองคนกำลังจะแต่งงานกัน

ชนิกานต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า จะยอมให้พ่อแต่งงานใหม่ไม่ได้เด็ดขาด อาละวาดบ้านแทบแตกตรงเข้าตบตีกัณฐิกาอุตลุด ฝ่ายหลังกร้านโลกกว่า รู้ดีว่าไม่ควรตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายฟาดงวงฟาดงาไปคนเดียว ณวัตรทนดูต่อไปไม่ไหวเข้ามาห้าม กัณฐิกาสวมบทหญิงสาวแสนดี บีบน้ำตาตีหน้าเศร้า

“กัณขอโทษนะคะที่ทำให้ลูกคุณไม่สบายใจ กัณขอไปเองดีกว่าค่ะ”

“ไม่ต้องมาเล่นละครตบตา นังผู้หญิงขายตัว...

ออกไปจากบ้านฉัน” ชนิกานต์ไม่พูดเปล่า คว้าข้าวของใกล้มือขว้างใส่ กัณฐิกาวิ่งหนีเกือบไม่ทัน ณวัตรไม่พอใจลูกสาวมาก รีบวิ่งตาม ชนิกานต์อกแทบระเบิดด้วยความแค้น ที่คราวนี้พ่อเห็นผู้หญิงคนนี้ดีกว่าตน...

ทางด้านธีรดนย์ได้ยินเสียงเอะอะรีบออกมาดู ชนกับกัณฐิกาที่ผลุนผลันออกจากตึกใหญ่ เขารีบประคองเธอไว้ ทั้งสองสบตากันนิ่ง กัณฐิกายิ้มหวานให้เขา ณวัตรซึ่งวิ่งตามออกมารีบเข้าไปรับช่วงต่อแล้วสั่งให้ ธีรดนย์ดูแลคุณหนูให้ดี อย่าให้ตามไปอาละวาดตนเด็ดขาด เขารับคำแล้วขึ้นไปบนตึกใหญ่ เห็นชนิกานต์อาละวาดขว้างปาข้าวของ ก็หัวเราะเยาะ หญิงสาวหันมาเห็นไม่พอใจ ปรี่เข้ามาถามอย่างเอาเรื่องว่าหัวเราะทำไม

“จะมีเหตุผลอะไรนักหนาที่คนเราจะหัวเราะ นอกจากรู้สึกสนุก มีความสุขและสะใจ”

ชนิกานต์ไม่พอใจ ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ “การที่พ่อฉันมีเมียใหม่ มันน่าสนุกหรือไง”

แทนที่จะหยุดพูด ธีรดนย์ยิ่งกวนประสาทจน

ชนิกานต์ทนไม่ไหว ทั้งด่าทั้งตบตีเขาไม่ยั้ง ธีรดนย์สุดทนตบคืน เธอถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตบกลับ คราวนี้เขาตบเธอคืนสองทีซ้อน ชนิกานต์ไม่ยอมแพ้

เงื้อมือจะเอาคืนเขาคว้าไว้ทัน แล้วดึงเข้ามากอด ขณะกำลังจะประกบปาก อุษาแม่ของธีรดนย์และเป็นแม่บ้านของที่นี่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ชนิกานต์ได้ทีรีบผลักเขาออก แล้วโวยวายใส่อุษาลั่น

“ป้าอุษาหัดสอนลูกชายชั่วๆบ้าง อย่าทำรุ่มร่ามกับฉัน ไม่งั้นฉันจะไล่ป้าออก”

อุษาขออภัยแทนลูกชายด้วย และขอให้เธอยกโทษให้ ชนิกานต์ได้ที คิดกลั่นแกล้งสองแม่ลูก ถ้าจะให้ยกโทษให้ต้องให้ธีรดนย์กราบเท้าขอโทษเธอก่อน เขาโกรธมากที่ถูกหยามเกียรติไม่ยอมทำตาม อุษาตัดสินใจนั่งลงจะกราบเอง ธีรดนย์จึงจำใจต้องทำตามที่ชนิกานต์ต้องการ

“จำใส่กะโหลกกลวงๆของแกด้วย คนรับใช้หมายถึงขี้ข้าหรือทาส มีหน้าที่ทำตามที่เจ้านายสั่ง ถ้าแกยังตอแยทำกร่างใส่ฉันอีก ฉันจะเอาโซ่มาล่ามคอให้รู้สำนึกว่าแกเป็นแค่สุนัขรับใช้” ชนิกานต์ยิ้มสะใจ ธีรดนย์ไม่พอใจจะตอบโต้ แต่เหลือบเห็นสายตาดุของแม่แล้วจำต้องข่มอารมณ์ไว้...

ระหว่างที่อุษากำลังเก็บกวาดทำความสะอาดเศษแจกันและข้าวของที่ชนิกานต์อาละวาดขว้างปา ธีรดนย์

ถามคาดคั้นแม่ว่าทำไมต้องไปขอโทษชนิกานต์ด้วย

ในเมื่อฝ่ายนั้นชอบข่มเหงรังแกเรา อุษาถึงกับน้ำตาซึม ขอร้องให้เลิกตอแยคุณหนู เพื่อเธอได้ไหม ให้คิดเสียว่าที่เรามีทุกวันนี้ได้เพราะบุญคุณของคุณณวัตรที่ส่งเสีย

ให้เขาได้เรียนโรงเรียนดีๆเทียบเท่ากับลูกของท่าน

“เขาทำดีกับเราเพราะเป็นการใช้หนี้ชีวิตของพ่อต่างหาก”

ธีรดนย์ยังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดี ตอนนั้นเขายังเด็กมากแต่ก็รู้ความแล้ว ปิยมนภรรยาของณวัตรขับรถไล่ตามสามีที่พาเมียน้อยขึ้นรถหนีโดยมีสมชายพ่อของเขาขึ้นรถไปกับเธอด้วย เพื่อคอยปรามไม่ให้เธอใจร้อน  อารามจะตามณวัตรให้ทัน ปิยมนเร่งเครื่องปาดซ้ายปาดขวาจนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้สมชายต้องสังเวยชีวิต

“แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าคิดอย่างนั้น มันเป็นคราวเคราะห์ของเราเอง ยังไงท่านก็มีบุญคุณท่านเกื้อหนุนพ่อกับแม่ก่อนลูกเกิดด้วยซ้ำ...แม่ขอล่ะ คุณหนูน่าสงสารขาดแม่ พ่อก็ไม่มีเวลาให้ อย่าทำร้ายจิตใจเธออีกเลย”

ธีรดนย์ยังโกรธชนิกานต์ไม่หาย แต่ไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจจำต้องพยักหน้ารับคำ...

ทางด้านยายแก้วยังโกรธเรื่องเมื่อเช้าไม่หาย ทันทีที่กฤติยากลับจากเรียนหนังสือ ตัดพ้อต่อว่าว่าอายใช่ไหมที่ต้องเป็นแม่ค้าขายขนมในสลัม ถึงไม่ยอมออกมาช่วยเธอขายของ กฤติยายอมรับผิดว่าเป็นอย่างที่ยายว่าจริง เสียใจที่ทำตัวแย่ๆสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก ขอร้องยายอย่าโกรธอย่าเกลียดเธอเลย เธอไม่มีใครอีกแล้ว พ่อก็ไม่มี แม่ก็มาจากไป ถ้า
ยายทิ้งเธอไปอีกคนแล้วเธอจะอยู่ได้อย่างไร ยายแก้วน้ำตาคลอสงสารหลาน...

ooooooo

ชนกชนม์ต้องการชนะใจแม่ให้ได้ ลุกขึ้นแต่เช้าทำข้าวต้มกุ้งที่แม่ชอบเตรียมไว้ แทนที่ชลนิภาจะชื่นชม กลับหาว่าเขาไม่ได้ลงมือทำเองอย่างที่คุย คงจะออกไปซื้อจากตลาดมาให้

“คุณชนกชนม์ทำเองนะคะ แป๋วเห็นกับตาเลยค่ะ” แป๋วคนรับใช้ประจำบ้านช่วยยืนยัน

ชลนิภาไม่เชื่อ ยกชามข้าวต้มเททิ้ง ชยางกูรสบช่องชวนแม่ออกไปกินข้าวข้างนอกบ้าน ตนจะแนะนำร้านอาหารอร่อยให้ แล้วพากันออกไป ชนกชนม์ไม่ท้อแท้คิดจะสู้ต่อไปเพื่อให้แม่เห็นความดี...

ทางฝ่ายสุทินทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้ ขับรถมาส่งสุตาภัญที่มหาวิทยาลัย เธอรีบร้อนลงจากรถวิ่งไปยังตึกที่จะเรียนลืมกระเป๋าหนังสือเสียสนิท สุรัมภาน้องสาวต้องวิ่งเอามันมาให้

“ดีใจที่คุณพ่อมาส่ง ถึงกับลืมกระเป๋าเลยหรือ”

“ใครจะไม่ดีใจล่ะ มีคุณพ่อรักและห่วงยิ่งกว่าเชลยศึก” สุตาภัญประชด รับกระเป๋าแล้วขยับจะไป

สุทินไม่ยอมจะเข้าไปส่งเธอให้ถึงคณะ สุตาภัญรู้ดีว่าไม่มีทางขัดพ่อได้ จึงปล่อยให้ทำตามใจ สุทินสั่งให้สุรัมภาไปรอในรถ ห้ามออกมายืนประเจิดประเจ้อให้พวกผู้ชายมองเป็นของสนุก เธอรับคำ แล้ววิ่งกลับไปที่รถไม่ทันมองทาง รถมอเตอร์ไซค์ของชนกชนม์เกือบชน เจ้าของรถรีบลงมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เด็กสาวเห็นเขาครั้งแรกก็ถูกใจ ยิ่งเขาไปหยิบกุหลาบหนึ่งดอกจากช่อดอกไม้มาให้เป็นการปลอบขวัญ เธอยิ่งประทับใจมาก...

ฝ่ายชนิกานต์กับธีรดนย์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสุทินตามมาส่งสุตาภัญถึงหน้าคณะ หญิงสาวอายเพื่อนๆพยายามไล่พ่อทางอ้อม ให้รีบไปส่งน้องเดี๋ยวจะไปเรียนสาย

“ชนิกานต์ ฉันฝากดูแลสุตาภัญด้วย...ส่วนนายธีรดนย์ ถ้าลูกฉันไม่บอกว่านายเป็นเกย์ ฉันไม่มีวันให้คบกับลูกสาวฉันเด็ดขาด...สุตาภัญเย็นนี้ไปยืนรอที่หน้าคณะให้ตรงเวลาด้วย...” สุทินพูดจบ เดินออกมา...

ขณะชนกชนม์กำลังจะวิ่งไปหาสุตาภัญที่คณะ โจเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกัน เข้ามาขวางไว้ ถามว่าบ่ายนี้จะไปช่วยร้องเพลงงานของชมรมหรือเปล่า ชนกชนม์ส่ายหน้า ธีรดนย์ไม่ได้บอกเรื่องนี้ คงโกรธที่เขาทิ้งวงวันไปออดิชั่นวันก่อน โจเสียดายแทน ถ้าไปงานนี้ด้วยจะได้ร้องเพลงคู่กับดาวของคณะอย่างสุตาภัญ

ชนกชนม์คิดหาทางไปร้องเพลงกับเธอให้ได้ มัวแต่ก้มหน้าก้มตามองกุหลาบในมือที่จะเอาไปให้สุตาภัญ ไม่ทันเห็นสุทินที่เดินสวนมา ชนเข้าอย่างจังจนช่อดอกไม้หล่น เขาก้มเก็บ จึงไม่เห็นสีหน้าไม่พอใจของสุทิน

พอชนกชนม์หันไปขอโทษเห็นแต่ด้านหลังของเขา ครู่ต่อมา ชายหนุ่มมาถึงคณะนิเทศศาสตร์ ชนิกานต์ปรี่เข้าไปรับช่อดอกไม้จากมือเขาหน้าตาเฉย ขอบใจที่เขาเอากุหลาบมาให้ ชนกชนม์พูดไม่ออก  จำต้องเออออไปด้วย ชนิกานต์คว้ามือเขาพามาแนะนำตัวกับสุตาภัญว่านี่คือแฟนของเธอ ชนกชนม์ถึงกับทำหน้าไม่ถูก

“อย่าไปถือสาเลยค่ะ ยัยนี่ชอบอำ” สุตาภัญ

ยิ้มขำ

ธีรดนย์ยังโกรธเรื่องครั้งก่อนไม่หาย ถามชนกชนม์เสียงเข้มว่ามาที่นี่ทำไม เขาจะมาขอไปร้องเพลงงานชมรมคนรักเด็กด้วย ธีรดนย์ปฏิเสธทันทีว่าคิวเต็มแล้ว และที่สำคัญ ไม่อยากเห็นงานพังเพราะเขาอีก แล้วหันไปชวนสุตาภัญเข้าเรียน โดยไม่สนใจเขาอีก ชนิกานต์ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะหาทางเคลียร์เรื่องนี้ให้เอง

ด้วยความช่วยเหลือของชนิกานต์และคำอ้อนวอนขอร้องของสุตาภัญ ในที่สุดธีรดนย์ก็ยอมให้ชนกชนม์ไปร่วมร้องเพลงในงานนี้ด้วย

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ชยางกูรเดินเข้าไปหาเพทายกับเพื่อนร่วมแก๊งอีกสองคนที่ยืนรออยู่ ถามถึงเรื่องผู้หญิงที่เพทายรับปากจะหามาให้อยู่ไหน เพทายชี้ไปทางร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่น

“โน่นไง...ใช้ได้ไหม”

ชยางกูรมองตามมือ เห็นนานา เจน และพลอย กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ เขายิ้มพอใจ ควักเงินให้เพทายห้าพันบาท แล้วเดินตรงไปหาสาวๆ หนึ่งในเพื่อนร่วมแก๊งทักว่านานาเป็นเมียเพทายไม่ใช่หรือ

“ก็แค่เมีย ไม่ใช่แม่ของลูก เงินนี่มีค่ามากกว่ามันเยอะ” เพทายมองเงินในมือสีหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วมองไปยังชยางกูรที่เข้าไปทักทายสามสาว ดูท่าทางนานาเองก็พอใจหนุ่มกระเป๋าหนักอย่างชยางกูรเช่นกัน...

อีกด้านหนึ่งของห้างฯ สุรเดชกำลังโทรศัพท์นัด

ให้กฤติยามาเจอกันที่เดิม จังหวะที่กดวางสาย เห็นสาวสวยสองคนเดินผ่าน อาการโรคจิตของเขากำเริบ รีบเปิด

กล้องวีดิโอในมือถือ แล้วเดินตาม...

ในเวลาเดียวกัน ณ ลานกิจกรรมของห้างฯ หลังจากเซตเครื่องดนตรีเรียบร้อยแล้ว ธีรดนย์แจ้งคิวกับทุกคนว่า ชนกชนม์จะร้องหนึ่งเพลง แล้วคั่นด้วยการรับบริจาคเงิน คิวที่สองเขากับสุตาภัญจะขึ้นไปร้องเพลงคู่ แล้วก็จะรับบริจาคเงินอีกครั้ง ทางห้างฯมีเวลาให้เราเพียงครึ่งชั่วโมง พวกเราจึงต้องระดมทุนให้ได้มากที่สุด ชนิกานต์บ่นว่าไม่น่าจัดกิจกรรมบ้าบอแบบนี้ให้เสียเวลา สู้ไปขอเงินพ่อของเธอไม่ดีกว่าหรือ แป๊บเดียวก็ได้เป็นแสนแล้ว

“เราไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่เราอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเป็นจิตอาสาและร่วมแบ่งปันให้เด็กๆ”

“เหลือเวลาหนึ่งชั่วโมง ทุกคนสแตนด์บายอยู่แถวนี้แล้วกัน...ชนกชนม์ หวังว่านายคงไม่ทำงานฉันล่มอีก”

“เชื่อใจเพื่อนสิวะ...ไอ้ธี” ชนกชนม์ยิ้มอย่างมั่นใจ...

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ชนกชนม์รับปาก เขาเห็นเวลายังพอเหลือจึงชวนสุตาภัญไปช่วยเลือกซื้อเสื้อให้แม่ของเขา เผื่อท่านจะได้ประทับใจเขาขึ้นมาบ้าง สุตาภัญอดแปลกใจไม่ได้ทำไมต้องเป็นเธอด้วย

“ก็เธอเป็นคนสอนให้ฉันทำดีกับคุณแม่ ดังนั้น เธอต้องร่วมรับผิดชอบด้วย”

หญิงสาวยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ...

หลังจากซื้อเสื้อผ้าให้นานากับสาวๆเสร็จเรียบร้อย ชยางกูรชวนไปนั่งรถเล่นกันต่อ นานาจะขอไปทำสปาเล็บก่อน ชยางกูรใจปํ้า ควักเงินให้ เสร็จเมื่อไหร่ให้โทร.มาบอก หญิงสาวยิ้มดีใจ หอมแก้มเขาหนึ่งฟอด แล้วเดินนำเพื่อนอีกสองคนไปที่ร้านทำเล็บ ขณะที่ชยางกูร

ตามไปสมทบกับเพทายและพวก...

ด้านสุรเดชเห็นนานากับเพื่อนๆ หน้าตาสะสวยแถมนุ่งกระโปรงสั้นเดินผ่านหน้าก็สนใจรีบเดินตาม โดยไม่รู้ว่าผู้หญิงกลุ่มนี้เป็นเด็กของชยางกูร...

ที่หน้าลานกิจกรรม ธีรดนย์เห็นใกล้เวลาแสดงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทั้งสุตาภัญและชนกชนม์หายไปไหน ถามชนิกานต์ก็ไม่ได้เรื่อง ชักเริ่มเป็นกังวล...

คนที่ธีรดนย์ถามหากำลังเลือกชุดให้ชลนิภากันอย่างตั้งอกตั้งใจ ในที่สุดก็ได้ชุดที่ถูกใจ ชนกชนม์ขอร้องให้สุตาภัญลองชุดให้ดูก่อนว่าเวลาสวมแล้วจะสวยเหมือนที่อยู่ในไม้แขวนหรือเปล่า เธอมองนาฬิกาเห็นใกล้เวลาเล่นดนตรีแล้ว จึงบอกเขาว่าไม่ต้องลองดีกว่า

“เหลืออีกตั้งสิบนาที...ทันถมเถ” ชนกชนม์คะยั้นคะยอจนสุตาภัญต้องยอมเข้าห้องลองชุด

ooooooo

ชนิกานต์พยายามโทร.หาสุตาภัญแต่ติดต่อไม่ได้ แถมชนกชนม์ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ธีรดนย์เริ่มนั่งไม่ติด ด่าว่าชนกชนม์ไม่หยุด ชนิกานต์ชักจะทนไม่ไหวตวาดลั่น

“เลิกบ่นสักทีได้ไหม แทนที่จะยืนด่าแฟนฉัน เอาเวลาไปคิดแก้ปัญหาเถอะ”

ธีรดนย์ตัดสินใจจะร้องเพลงแรกเอง แล้วบอกโจให้ไปเตรียมตัวได้...

ฝ่ายชนกชนม์มองดูเวลาแล้วชักใจไม่ดี เหลืออีก 5 นาทีการแสดงจะเริ่ม สุตาภัญยังไม่ออกจากห้องลองชุดสักที เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้ชลนิภาบังเอิญเข้ามาดูเสื้อในร้านเดียวกัน ชนกชนม์ตกใจแทบช็อก รีบเดินหลบๆ

ไปที่ห้องลองชุด เป็นจังหวะเดียวกับสุตาภัญออกมาพอดีเห็นชลนิภายืนเลือกเสื้ออยู่

“ผู้หญิงคนนั้นเหมือนแม่นายเปี๊ยบเลย”

“ไม่ใช่แค่เหมือน แต่ใช่เลยล่ะ...ขืนท่านเห็นฉันเข้า นอกจากจะไม่เซอร์ไพรส์แล้วฉันอาจโดนด่าก็ได้” ชายหนุ่มเป็นกังวลมาก คิดจะหลบอยู่ตรงนี้สักพัก รอให้แม่ไปก่อน แต่โชคไม่เข้าข้าง ชลนิภาเกิดถูกใจเสื้อชุดหนึ่งคว้าไปยังห้องลองชุด ชนกชนม์ถึงกับตาเหลือกรีบกันสุตาภัญกลับเข้าห้องแล้วตามเข้าไปด้วย...

ขณะที่ชนกชนม์กับสุตาภัญตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ธีรดนย์ร้องเพลงแรกจบพอดี แต่ยังไม่เห็นวี่แววสุตาภัญ คิวต่อไปเป็นเพลงคู่ เขาไม่มีทางเลือกจำต้องขอร้องชนิกานต์ให้ขึ้นไปร้องเพลงคู่กับเขาแทน...

ทางฝ่ายชลนิภารออยู่หน้าห้องลองชุดนานสองนานคนในห้องไม่ยอมออกมาสักที เริ่มไม่พอใจทำท่าจะอาละวาด ธนกรเห็นท่าไม่ดี ชวนเธอไปดูของร้านอื่นกันก่อน แล้วค่อยกลับมาลองชุดทีหลัง ชลนิภาหมดอารมณ์จะซื้อ ส่งชุดคืนให้พนักงาน แล้วเดินสะบัดออกไปกับธนกร


สุตาภัญกับชนกชนม์ถึงกับถอนใจโล่งอก ค่อยๆแง้มประตูออกมาดู ไม่เห็นใคร ต่างยิ้มให้กันที่รอดมาได้ ชนกชนม์ถามสุตาภัญว่าตกลงเอาชุดนี้ใช่ไหม

เธอส่ายหน้า เปลี่ยนใจไปเลือกชุดที่ชลนิภาจะลองแทน มั่นใจว่าท่านต้องชอบแน่ๆ ชนกชนม์ขอบใจเธอมากที่ช่วย หญิงสาวพยักหน้ารับ แล้วต้องตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเลยเวลาขึ้นร้องเพลงมาเกือบสิบนาทีแล้ว

ooooooo

ระหว่างเดินเล่นรอพวกสาวๆ ชยางกูรเห็นชนิกานต์ กับธีรดนย์กำลังร้องเพลงอยู่ที่ลานกิจกรรมของห้างฯ ชวนเพทายกับพวกเข้าไปป่วน ส่งเสียงโห่ดังลั่น กฤติยา กำลังจะหย่อนเงินลงในตู้บริจาค หันมองพวกนั้นด้วยความ ไม่พอใจ ก่อนจะเลี่ยงออกมายืนดูอยู่ห่างๆ

“เสียงแบบนี้กลับไปเห่าที่บ้านเถอะ” สิ้นเสียงชยางกูร เพทายกับพวกก็โห่ฮารับ

ชนิกานต์ไม่พอใจจะลงไปด่า แต่ธีรดนย์คว้ามือไว้ แล้วช่วยกันร้องเพลงต่อไปจนจบ ชยางกูรกับพวกได้ใจตะโกนแซวสนุกสนาน ทำให้ผู้คนที่ยืนฟังเริ่มถอยห่าง ไม่มีใครเข้ามาบริจาคเงิน ชนิกานต์ยอมไม่ได้ลงจากเวทีเข้าไปด่าเป็นชุด ชยางกูรฟิวส์ขาดเงื้อมือจะตบ ชนกชนม์เข้ามาคว้าไว้ทัน ชยางกูรเตือนเขาไม่ให้มายุ่ง”

“แกไม่ควรรังแกผู้หญิงและผู้หญิงคนนี้ก็เป็นเพื่อนพี่”

สุตาภัญมาทันได้ยินพอดี แปลกใจเมื่อรู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ชยางกูรหันมาเห็นเธอ ปรี่เข้ามาแนะนำตัวเองพร้อมกับยื่นมือให้จับ สุตาภัญไม่ต้องการรู้จักกับคนที่คิดทำลายงานของเธอ ชนกชนม์เห็นยังพอมีเวลา บอกธีรดนย์ว่าจะขอร้องเพลงไถ่โทษที่มาช้า ธีรดนย์ไม่ยอมให้ร้อง แถมไล่เขาออกจากวง

“ร้องเพลงหาเงิน ทำตัวยังกะขอทานข้างถนน...เอางี้ ถ้าแกทำให้คนที่เดินผ่านไปมา เข้ามาฟังเพลงแล้วสนุกไปกับพวกแกได้ ฉันบริจาคหนึ่งหมื่นบาท แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ กราบตีนฉันตรงนี้” ชยางกูรพูดจบมองพี่ชายต่างบิดาอย่างเหยียดหยาม ชนกชนม์อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรับคำท้า สุดท้ายชยางกูรก็แพ้พนัน เพลงที่ชนกชนม์ร้อง โดยมีสุตาภัญและชนิกานต์เป็นหางเครื่อง ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหยุดดู และตบมือตามสนุกสนาน...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชลนิภายังอารมณ์ค้างจากที่ไม่ได้ลองชุด เมื่อนิธิถือไอศกรีมวิ่งมาชน เธอถึงกับสติแตกด่าลั่นว่าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ พ่อแม่ไม่สั่งสอน แล้วผลักเด็กน้อยล้มลงร้องไห้จ้า วีรภัทรกับนัชชารีบวิ่งมาดูลูก ชลนิภาเลยหันมาเล่นงานทั้งคู่ที่ไม่รู้จักดูแลลูกให้ดี ถึงได้ซนและไร้มารยาท สงสัยจะได้เชื้อเลวๆของพ่อมา โตขึ้นคงกลายเป็นพวกขยะสังคม วีรภัทรโกรธ ตำหนิเธอว่าไม่ควรพูดแบบนี้ต่อหน้าเด็กและควรให้เกียรติเขาบ้าง

“หรือไม่จริง...เชื้อชั่วๆของคุณทำให้ชนกชนม์ทำตัวเลวทรามต่ำช้า”

“คุณอย่าลืมสิว่าชนกชนม์ก็เป็นลูกของคุณเหมือนกัน จะดีจะชั่วก็มีเชื้อมาจากคุณ” นัชชาด่ากลับ

“ไม่ค่ะ...ฉันถือว่าชนกชนม์เป็นลูกพ่อ ลูกของฉันคือชยางกูร และฉันก็มั่นใจว่าชยางกูรจะเป็นคนเก่งคนดีกว่าเด็กเลวๆคนนี้” ชลนิภาหันไปตวาดใส่หน้านิธิซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ทั้งวีรภัทรและนัชชายิ่งไม่พอใจ...

ขณะชยางกูรจำต้องเอาเงินใส่ตู้บริจาคตามข้อตกลง มีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่นห้าง ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นนานากับเพื่อนสาวกำลังวิ่งไล่ตามสุรเดชซึ่งวิ่งหนีมาหาชนกชนม์

“กูรคะไอ้โรคจิตมันถ่ายคลิปกางเกงในพวกเรา” นานาว่าพลางชี้ไปที่สุรเดชที่ยืนหลบอยู่หลังชนกชนม์

ชยางกูรโกรธมาก สั่งให้เพทายกับพวกจับสุรเดชมากระทืบให้เข็ดหลาบ คนถูกขานชื่อไม่รอช้าเผ่นแน่บ ชนกชนม์เป็นห่วงเพื่อนวิ่งตามไปช่วยโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของชนิกานต์ สุตาภัญจะตามไปด้วยแต่ธีรดนย์คว้าแขนไว้ เตือนความจำว่าเธอต้องกลับถึงคณะก่อนที่พ่อของเธอจะมารับ สุตาภัญถึงกับชะงัก...

ด้านกฤติยาเห็นพวกชยางกูรไล่ล่าสุรเดชไปตามทางเดินในห้าง รีบคว้ามือถือขึ้นมากดเบอร์...

ระหว่างที่ชลนิภากำลังด่าว่าวีรภัทรเรื่องเลี้ยงดูลูกไม่ดี และคุยทับว่าสู้ลูกชยางกูรของเธอไม่ได้ แต่ต้องหน้าแตกเมื่อเห็นชยางกูรกับพวกกำลังไล่ตีสุรเดชที่อีกมุมหนึ่งของห้าง เธอพึมพำอย่างงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

“ภาพมันฟ้องอยู่แล้วนี่คะ...เด็กหนีเรียนยกพวกตีกัน” นัชชายิ้มเย้ย ชลนิภาเป็นห่วงลูกชายสุดเลิฟรีบตามไปดูโดยมีธนกรตามไปติดๆ สักพัก ชนกชนม์โผล่มาจากมุมตึกวิ่งตามไปอีกทอดหนึ่ง วีรภัทรใจไม่ดีเกรงจะมีเรื่อง บอกนัชชาให้รออยู่ตรงนี้กับนิธิ เขาขอไปดูลูกชายคนโตก่อน แล้ววิ่งออกไปเลยไม่ฟังเสียงทัดทานของเธอ

ครู่ต่อมา ชนกชนม์ตามไปเจอสุรเดชกำลังแอบอยู่ในลานจอดรถ ขณะกำลังจะพาหนี ชยางกูรกับ พวกตามมาเจอเสียก่อน สั่งให้เอาตัวสุรเดชมาให้ ชนกชนม์ต่อรอง จะลบคลิปที่ถ่ายพวกสาวให้หมด แต่

ชยางกูรต้องปล่อยเพื่อนของเขาไป จากนั้นก็หยิบมือถือของสุรเดชออกมาลบคลิปจนเกลี้ยง แล้วจะลากตัวกลับ

ชยางกูรขวางไว้ ต้องให้แน่ใจก่อนว่าคลิปถูกลบแล้วจริงๆ สุรเดชจึงโยนมือถือให้ตรวจ แทนที่ชยางกูรจะเช็กข้อมูลกลับโยนมันลงพื้น กระทืบซ้ำจนแหลก สุรเดชแค้นจัดโดดต่อยชยางกูรทันที เพทายกับพวกไม่พอใจรุมเตะต่อยเขาอุตลุด ชนกชนม์รีบเข้าไปช่วยเพื่อน ทำให้เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:42 น.