ตอนที่ 12
ชนกชนม์รู้สึกท้อใจและสิ้นหวังที่ถูกพ่อกับแม่เลี้ยงตำหนิ อย่างแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ก่อ สุตาภัญเข้าใจความรู้สึกของเขาดี พยายามปลอบไม่ให้คิดมาก
“นายอย่าเพิ่งท้อใจ เวลาจะช่วยพิสูจน์ความจริง... นายต้องรอ”
“จะให้ฉันรออีกนานแค่ไหน”
“เท่าที่เรายังมีลมหายใจ...ถ้านายยังยึดมั่นในการเป็นคนดี” สุตาภัญยิ้มให้กำลังใจ...
คำ พูดให้กำลังใจของสุตาภัญไม่มีความหมาย ชนกชนม์พ่ายแพ้ให้กับความผิดหวังและท้อแท้ หันไปพึ่งยาเสพติดที่เพื่อนชั่วอย่างสุรเดชปรนเปรอให้
ooooooo
กัณฐิ การู้ข่าวว่าหลังเสร็จงานเผาศพอุษา ธีรดนย์จะย้ายออกจากคฤหาสน์ก็ใจหาย ไม่อยากให้ชายหนุ่ม ที่ตัวหมายปองต้องหลุดมือ เข้าไปออเซาะณวัตรให้ เปลี่ยนใจ อย่าให้ธีรดนย์ย้ายไปไหน อ้างว่าตอนนี้เขาไม่มีใครอีกแล้ว ควรจะได้อยู่กับผู้ใหญ่ที่เขาไว้ใจอย่างณวัตร
“มันเป็นความต้องการ ของนายธี แล้วอีกอย่าง มันดีกับนิกกี้และหนูแอน เด็กหนุ่มสาวที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องกันไม่ควรใกล้ชิดกัน คุณเองควรดูแลไม่ให้หลานคุณใกล้ชิดนายธีมากนัก” ณวัตรไม่ค่อยพอใจที่รู้ว่ากฤติยามักจะไปไหนมาไหนกับธีรดนย์อยู่บ่อยๆ กัณฐิกาเองก็ไม่พอใจเช่นกัน คิดจะไปตักเตือน แต่ลูกไม่อยู่ที่ห้อง สงสัยว่าจะไปหาธีรดนย์ รีบตามไปดู...
ฝ่ายธีรดนย์รำคาญที่ชนิกานต์ คอยตามตื๊อ พอได้ยินเสียงเธอเคาะประตูห้องเรียก เขานั่งเงียบไม่ขานรับทำทีไม่อยู่ กฤติยาเห็นชนิกานต์เคาะประตูอยู่นานสองนาน จึงเข้ามาบอกว่าธีรดนย์น่าจะออกไปแล้ว มีอะไรหรือเปล่า ชนิกานต์รอให้เขาขับรถไปส่ง แต่ไม่เห็นมาสักทีก็เลยมาตาม กฤติยาอาสาจะขับรถให้
“ไม่เป็นไร...ขอบใจนะที่ช่วยฉันทุกเรื่อง” ชนิกานต์พูดจบเดินจากไป พอเธอคล้อยหลัง ธีรดนย์ค่อยๆโผล่ออกมาจากห้อง กฤติยาอ้าปากจะตะโกนบอกชนิกานต์ แต่เขาเอามือปิดปากห้ามไว้ กฤติยาอดสงสัยไม่ได้ทำไมธีรดนย์ต้องหลบหน้าชนิกานต์ด้วย แล้วพลั้งปากถามว่ายังไม่ดีกันอีกหรือ ตนอุตส่าห์วางแผนไว้ พอนึกขึ้นได้รีบปิดปากเงียบไม่พูดอะไรอีก ธีรดนย์คาดคั้นเท่าไหร่เธอก็ไม่ยอมพูด แกล้งจี้เอวจนเธอยอมเปิดปากบอก
“ฉันจัดฉากให้นายไปสวนสนุกกับนิกกี้ จะได้ปรับความเข้าใจกัน”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง ร้ายนักเชียว...เธอต้องไถ่โทษ” ธีรดนย์แกล้งขู่...
ด้าน กัณฐิกาเดินสวนกับชนิกานต์หน้าตึกใหญ่ พยายามทักทายพูดดีด้วย แต่เธอไม่สนอง แถมยังตั้งตัวเป็นอริไม่เปลี่ยนแปลง กัณฐิกาไม่พอใจ ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกรักของณวัตร ไม่มีวันปล่อยให้ลอยหน้าอยู่แบบนี้...
ใน เวลาเดียวกัน สุตาภัญคิดถึงบ้านมาก แอบแวะหาแม่แต่ไม่กล้าเข้าบ้านได้แต่ยืนคุยกันอยู่หน้ารั้ว พอเธอเหลือบเห็นพ่อเดินออกมา รีบชิ่งหนี สุทินเห็นหลังใครไวๆ ตะโกนเรียกเสาวนิตย์เข้ามาซักถามว่าคุยกับใคร เธอ โกหกว่าคุยกับเพื่อนบ้าน แล้วขอตัวไปจัดอาหารเช้าให้
“คุณไปตามลูกด้วย ยัยสุตาภัญขี้เซายังไม่ลงมา” สุทินเผลอพูดถึงลูกสาวคนโต ลืมไปว่าเธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว
“ฉันรู้ว่าคุณเป็นห่วงลูก เราเป็นพ่อเป็นแม่ ต้องให้อภัยแก ไปรับลูกกลับบ้านเถอะค่ะ”
สุ ทินไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ รีบไล่เสาวนิตย์ไปเตรียมอาหารเพื่อกลบเกลื่อน แล้วเหลือบไปเห็นรูปถ่ายของสุตาภัญที่วางอยู่ เดินไปหยิบขึ้นมาดูด้วยความคิดถึง
“เธอทำอย่างนี้ได้ยังไง ไม่รู้หรือว่าพ่อแม่ห่วง มากแค่ไหน” สุทินพูดพลางนํ้าตาไหล เสาวนิตย์แอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง รู้ดีว่าเขารักและห่วงลูก แต่ไม่แสดงออก พลอยร้องไห้ไปด้วย
ooooooo
ในเวลาต่อมา ที่มหาวิทยาลัย สุตาภัญกับธีรดนย์แปลกใจมากเมื่อรู้ว่าชนกชนม์กับชนิกานต์เลิกเป็นแฟนกันแล้ว ต่างซักถามกันเป็นการใหญ่ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ชนิกานต์แค่อยากเลิกก็เลยเลิกไม่มีอะไรซับซ้อน แต่เราสองคนยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แล้วหันไปจับมือกับชนกชนม์เป็นการยืนยันคำพูด
“ตัดใจง่ายอย่างนี้ แสดงว่ามีคนใหม่” สุตาภัญซัก
“ใช่...ฉันพบรักใหม่” ชนิกานต์พูดจบปรายตามองธีรดนย์ซึ่งไม่ค่อยจะชอบใจนัก รีบเปลี่ยนเรื่องพูด หันไปชวนสุตาภัญมาร่วมเป็นหุ้นส่วนร้านขายเครื่องประดับของเขากับชนกชนม์จะได้มีรายได้เพิ่ม...
ไม่นานนัก ธีรดนย์กับพวกมาถึงเพิงเก่าที่ยายแก้วเคยใช้ขายขนม กฤติยาอนุญาตให้พวกเขาใช้ที่นี่เป็นโรงงานผลิตเครื่องประดับ ชนิกานต์ไม่เห็นด้วยเพราะดูอนาถาเกินไป อาสาจะออกเงินไปเช่าตึกแถวให้ ทั้งชนกชนม์และสุตาภัญคัดค้าน ถ้าเช่าห้องก็เท่ากับ มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยิ่งประหยัดต้นทุนในการผลิตได้มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นเท่านั้น สุดท้ายชนิกานต์จำต้องยอมทำตาม...
ขณะที่ชนกชนม์กับพวกเริ่มลงมือผลิตเครื่องประดับ ชลนิภาได้รับรายงานจากพนักงานการเงินเรื่องที่ชยางกูรเบิกเงินบริษัทไปใช้เกือบสิบล้านบาท แทนที่จะเล่นงานลูก เธอกลับโยนความผิดให้ธนกรหาว่าปล่อยปละละเลยไม่ดูแล ธนกรปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา ในเมื่อชลนิภาให้ชยางกูรบริหารงานแทนเขาทุกอย่าง
“แต่คุณเป็นพ่อ คุณต้องคอยดูแลลูก”
“แล้วคุณเปิดโอกาสให้ผมทำหน้าที่นั้นหรือเปล่า...ผมอยู่ในบ้านหลังนี้เพียงได้ชื่อว่าเป็นสามีคุณและเป็นพ่อของลูก แต่ไม่มีบทบาทอะไรเลย”
“ฉันจะไว้ใจคุณได้ไง คุณมันไม่ได้เรื่อง”
“ในเมื่อภรรยาไม่พอใจการทำงานของสามี ผมก็ควรพิจารณาตัวเอง เราหย่ากัน” ธนกรว่าแล้วคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่เตรียมไว้จะออกจากห้อง ชลนิภาสั่งไม่ให้ไป เขาไม่สนใจ ขยับจะไป แล้วนึกขึ้นได้หันมาเตือนว่าตราบใดที่ชลนิภาไม่ให้เกียรติคนอื่น ก็จะไม่มีใครให้เกียรติเธอเช่นกัน ชลนิภาถึงกับลมจับที่สามีไม่อยู่ในโอวาท แป๋วตกใจรีบเข้าไปประคอง พยายามร้องเรียกให้ธนกรกลับมาดูแล แต่เขาเดินจากไปอย่างไม่ไยดี...
สักพักชลนิภาฟื้นคืนสติ รีบเดินมาที่ระเบียงห้องเห็นธนกรหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าจะออกจากบ้าน เหตุการณ์นี้ช่างเหมือนเมื่อครั้งที่วีรภัทรเดินออกไปจากชีวิตเธอไม่มีผิดเพี้ยน ชลนิภาถึงกับเข่าอ่อน
“ไม่มีใครรักฉัน ทิ้งฉันไปทุกคน ฉันทำตัวแย่มากเลยใช่ไหม” แล้วร้องไห้โฮ...
ขณะที่ธนกรเดินมาถึงถนนหน้าบ้าน ชยางกูรขับรถเข้ามาจอดเทียบถามด้วยความแปลกใจว่าพ่อจะไปไหน ได้ความว่าท่านจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เพื่อทำเรื่องหย่าขาดจากชลนิภา ชยางกูรตกใจ ตัดพ้อถ้าเขาไปแล้ว ตนเองกับแม่จะอยู่อย่างไร เขาไม่รักเราสองคนแม่ลูกแล้วหรือ
“ถ้าลูกรักพ่อ...ลูกเลิกเล่นการพนันได้ไหม”
“ผมยอมรับว่าผมเคยหลงผิด แต่ผมเลิกแล้ว พ่อเลิกใส่ร้ายผมสักที” ชยางกูรแก้ตัวนํ้าขุ่นๆ
ธนกรจึงเฉลยความจริงให้ฟังว่าเขาสะกดรอยตามลูกไปตลอด ลูกเข้าบ่อนตั้งแต่สิบโมงเช้าเมื่อวานจนถึงเที่ยงคืน และตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ลูกไม่เข้าบ่อน ชยางกูรไม่พอใจที่พ่อจับโกหกได้ โวยวายกลบเกลื่อนว่าที่ตนเองเป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อไม่รัก ชอบไปเข้าข้างชนกชนม์ ธนกรเหลืออดที่ลูกโยนความผิดให้คนอื่น ไม่อยากฟังอะไรอีกจะเดินหนี ชยางกูรเข้าไปห้ามไว้
“ผมเคยดูถูกไอ้ชนม์ไว้ ไม่มีใครรักมัน สุดท้ายผมต้องเป็นฝ่ายแพ้...มันต้องเย้ยผม พ่อทิ้งผมไปไม่ได้”
ธนกรเดินจากไปไม่สนใจ ชยางกูรผิดหวังมากรีบวิ่งตาม แต่พ่อขึ้นรถแท็กซี่ไปเสียก่อน เขาพยายามวิ่งไล่แต่ไม่ทัน ทรุดลงไปกองกับพื้น ตะโกนไล่หลังว่ารักพ่อ ธนกรใจแข็ง ไม่ยอมสั่งให้หยุดรถ
ooooooo
ที่เพิงหมาแหงนซึ่งใช้เป็นโรงงานผลิตเครื่อง ประดับ เพื่อนรักทั้งสี่คนขะมักเขม้นทำงานตามแบบที่ชนกชนม์วาดไว้ โดยมีกฤติยาคอยยืนดูอยู่ห่างๆ ขณะที่ชนกชนม์กับสุตาภัญช่วยกันประดิษฐ์สร้อยคอรูปหัวใจ ธีรดนย์จะเข้าไปกันท่า แต่ถูกชนิกานต์ดึงตัวมาเสียก่อน...
พอได้เวลาพักเที่ยง ชนกชนม์ส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดทำงานกันก่อน เขาซึ่งเป็นหัวหน้าทีมจะไปซื้อข้าวมาให้กิน สุตาภัญอาสาไปเป็นเพื่อน ธีรดนย์ไม่ต้องการให้ทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดกันจะตามไปด้วย แต่ชนิกานต์ดึงมือไว้สั่งให้อยู่เป็นเพื่อนตนไม่อย่างนั้นจะเปิดเผยความลับ ธีรดนย์ยังไม่ทันจะอ้าปากโต้ตอบ กฤติยาถือถาดใส่อุปกรณ์ทำลูกชุบเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ชวนทั้งคู่ให้มาช่วยทำลูกชุบด้วยกัน...
เนื่องจากต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย สุตาภัญเสนอให้ทำมื้อกลางวันกินเอง บอกให้ชนกชนม์ไปซื้อปลากระป๋องที่ร้านค้า ส่วนเธอจะไปที่บ้านเช่าของสุรเดชเพื่อหุงข้าวรอ ครู่ต่อมา ขณะชนกชนม์รับถุงใส่ปลากระป๋องจากแม่ค้า นึกขึ้นได้ว่าทิ้งอุปกรณ์เสพยาไว้ในห้องนอน เกรงสุตาภัญจะเข้าไปเจอ ตาลีตาเหลือกกลับบ้าน โชคดีที่เธอไม่ทันเห็น ชนกชนม์ถึงกับถอนใจ โล่งอก...
ขณะที่ชนกชนม์รอดตัวหวุดหวิดจากการถูกสุตาภัญจับได้ว่าเสพยา กฤติยาทำลูกชุบเสร็จไปหลายชิ้น ขณะที่ชนิกานต์กับธีรดนย์มัวแต่แกล้งเอาสีป้ายหน้ากันไป มายังไม่สำเร็จสักชิ้น กฤติยาต้องเข้ามาห้ามทัพ กลับถูกทั้งคู่รุมเอาสีละเลงหน้ากันสนุกสนาน...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่โรงเรียนของสุรัมภา ระหว่างที่สุรัมภากำลังเล่นกีฬาอยู่กับเพื่อนๆ เกิดหน้ามืดจะเป็นลม เพื่อนคิดว่าเธอหิวตาลายเพราะตอนพักเที่ยงไม่ยอมกินอะไร เพื่อนอีกคนหนึ่งกลับทักว่าอาการเหมือนพี่สาวของตนเองที่กำลังตั้งท้องสองเดือนไม่มีผิด ดูอวบอิ่มแต่กลับเบื่ออาหาร
“แต่ต่างกันตรงที่พี่สาวฉันอาเจียนทั้งวันทั้งคืน... แล้วเธอล่ะ อาเจียนบ้างไหม” เพื่อนเห็นสุรัมภานิ่งอึ้งรีบบอกว่าล้อเล่น แล้วเพื่อนรักทั้งสองพากันหัวเราะชอบใจ สุรัมภาพลอยขำไปด้วย แต่ในใจกลับเป็นกังวล...
หลังจากคลุกเครื่องปรุงจนเข้าที่ สุตาภัญตักข้าวผัดฝีมือตัวเองให้ชนกชนม์ชิมว่าใช้ได้หรือยัง เขาชมว่าดีทุกอย่างยกเว้นขาดความอร่อย สุตาภัญเคืองเอาตะหลิวไล่ตี ชนกชนม์วิ่งหนี ก่อนจะหันมาคว้ามือเธอไว้
“ล้อเล่น...อร่อยแล้วครับ เพราะคุณนางฟ้าได้ใส่ ความตั้งใจลงไปด้วย” ชนกชนม์มองสบตาสุตาภัญสีหน้าจริงจัง หญิงสาวมัวแต่เขิน นึกขึ้นได้ เตาไฟยังไม่ได้ปิด รีบกลับเข้าครัว ปรากฏว่าข้าวผัดไหม้ กินไม่ได้ สุดท้ายทุกคนเลยต้องกินลูกชุบฝีมือกฤติยาเป็นมื้อเที่ยงแทน...
ผ่านไปพักใหญ่เครื่องประดับสวยเก๋ที่เพื่อนรักทั้งสี่คนช่วยกันผลิต ก็เสร็จหลายชิ้นเพียงพอที่จะเปิดแผงขาย ขณะที่ชนกชนม์กับสุตาภัญช่วยกันตรวจดูความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ชนิกานต์เข้ามาถามหาธีรดนย์ สุตาภัญเห็นเขาออกไปกับกฤติยา เธอรีบเดินตาม สุตาภัญอดแปลกใจไม่ได้ หมู่นี้เพื่อนรักเป็นอะไรไม่รู้ ตามติดธีรดนย์เป็นเงาตามตัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กินเส้นกัน
“คุณเป็นแฟนธีน่าจะไปดูแลเขาบ้างนะ” ชนกชนม์แนะทั้งที่ในใจเจ็บแปลบ
“ไม่ต้องสนใจเรื่องคนอื่น รีบเก็บของแล้วไปกับฉัน” สุตาภัญว่าแล้วช่วยชนกชนม์เก็บข้าวของ
ooooooo
อีกมุมหนึ่งของสลัม ธีรดนย์อาสาจะช่วยกฤติยาล้างอุปกรณ์ทำขนมลูกชุบ แต่เธอห้ามไว้ เรื่องแค่นี้ทำเองได้ เขาเลยชวนคุยโน่นคุยนี่เป็นเพื่อน แล้วนึกขึ้นได้ เธอยังไม่ได้บอกเลยว่าแอบชอบใครอยู่ กฤติยาถึงกับอึกอักไม่กล้าพูด ธีรดนย์ขู่ ถ้าไม่ยอมบอกจะจี้เอว หญิงสาวบ้าจี้รีบยกมือยอมแพ้ ตัดสินใจสารภาพว่ารักเขา
“หน้าซื่อๆอำเก่งเหมือนกันนะเนี่ย” ธีรดนย์หัวเราะขำ คิดว่ากฤติยาพูดเล่น
“ฉันพูดจริง ฉันรักนาย...รักมานานแล้ว อย่ามาใกล้ชิดฉันอีก ฉันไม่อยากเจ็บปวดมากไปกว่านี้” กฤติยาพูดจบวิ่งหนี ธีรดนย์ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งตาม ชนิกานต์มาทันเห็นพอดี แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น...
ไม่นานนักชนกชนม์กับสุตาภัญมาถึงแผนกเครื่องนอนของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สุตาภัญบังเอิญเห็นหมอนของชนกชนม์เน่ามากตอนที่เข้าไปทำอาหารกลางวัน เลยอยากจะซื้อใบใหม่ให้ เธอเลือกได้ใบถูกใจ ก็เอาไปวางบนที่นอน ลองหนุนว่าสบายหรือเปล่า นอน หงายแล้วลองนอนตะแคง พอพลิกตะแคงอีกทางหนึ่งต้องตกใจที่เห็นชนกชนม์นอนหนุนหมอนใบเดียวกัน สุตาภัญลุกพรวด ชนกชนม์ดึงให้เธอกลับมานอนอย่างเดิม
“ผมแค่อยากรู้ เวลาหนุนสองคนจะสบายไหม”
“ไม่สบาย” สุตาภัญสวนทันที
“ใช่...อึดอัดจริงๆด้วย แต่มีความสุข” ชนกชนม์มองสบตาสุตาภัญ ยิ้มมีความสุข เธอยิ้มตอบก่อนจะผลักเขาหงายหลังตกเตียง ร้องโอดโอย เธอหัวเราะชอบใจที่แกล้งเขาคืน จังหวะนั้น สุตาภัญเหลือบเห็นสุรัมภาเดินผ่าน ดีใจรีบวิ่งตาม ชนกชนม์ลุกขึ้นมา ไม่เจอสุตาภัญก็แปลกใจ...
ทางด้านสุรัมภายืนลังเลอยู่หน้าร้านขายยา ก่อนตัดสินใจเข้าไปซื้ออุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์ สุตาภัญเห็นน้องยืนอยู่ในร้านขายยามุมสุดของห้างฯ รีบวิ่งเข้าไปหา แต่สุรัมภาหันมาเห็นเสียก่อน คว้าถุงใส่ของ รีบหลบออกจากร้าน โดยลืมเงินทอน อารามรีบร้อนมัวแต่กลัวพี่สาวจะตามทัน ไม่ได้มองทาง ชนกับชนกชนม์ถุงใส่ของหล่นพื้น สุรัมภาจะก้มเก็บแต่เขาชิงเก็บได้เสียก่อน ถามว่าซื้อยาอะไร
“ยาแก้ปวดน่ะค่ะ ภาไม่ค่อยสบาย”
ชนกชนม์จะเปิดถุงดูว่ายาที่ซื้อถูกกับอาการของโรคหรือเปล่า สุรัมภาตกใจ รีบคว้าถุงคืน แล้วขอตัวกลับ สุตาภัญตามมาสมทบ ถามว่าน้องของเธออยู่ไหน ชนกชนม์จะชี้ให้ดู แต่หันไปไม่เจอใคร
“อ้าว...หายไปแล้ว ภามาซื้อยาบอกว่าไม่สบาย ไม่รู้เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
สุตาภัญสีหน้าเป็นกังวลที่น้องพยายามหนีหน้า
ooooooo
ค่ำวันเดียวกัน ณวัตรนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวจนเมามาย ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เคยรับปากพ่อของธีรดนย์ว่าจะดูแลลูกเมียของเขาให้เหมือนคนในครอบครัวตัวเอง ก็ยิ่งเสียใจที่รักษาคำสัญญาไว้ไม่ได้
“ฉันขอโทษที่ผิดสัญญา แต่มันดีที่สุดแล้ว และมันก็เป็นความต้องการของลูกนาย”
ณวัตรหาเหตุผลให้ตัวเองพ้นผิด ก่อนจะคว้าแก้วเหล้าขึ้นดื่ม กฤติยาเข้ามาแย่งแก้วไปจากมือ เขามองทีแรกคิดว่าเป็นกัณฐิกา แต่พอเห็นหน้าชัดๆจึงได้รู้ว่าไม่ใช่ หญิงสาวเป็นห่วงเห็นเขาเมามาก บอกให้ไปพักผ่อนได้แล้ว ณวัตรไม่สนใจ หันไปหยิบขวดเหล้าจะมาดื่มต่อแต่เซเสียหลัก เธอรีบประคองไว้ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน ณวัตรเผลอตัวลูบไล้เนื้อเนียน เธอเห็นท่าไม่ดีรีบคว้ามือเขาไว้ ณวัตรรู้สึกตัวรีบดึงมือออก
“อาขอโทษ...อากลับห้องเองได้” ณวัตรว่าแล้วเดินขึ้นห้อง กฤติยาโล่งใจที่เขาไม่คิดจะลวนลาม หันกลับมาอีกทีเจอชนิกานต์ยืนรอท่าอยู่ ถามเสียงเขียว เมื่อตอนเย็นคุยอะไรกับธีรดนย์ กฤติยาได้แต่อ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าพูด ยิ่งทำให้เธออยากรู้ คาดคั้นให้บอกมาว่ามีเรื่องอะไรปิดบัง ธีรดนย์ปรี่เข้ามาห้าม
“นิกกี้หยุดได้แล้ว เอะอะก็โวยวายยังกับแอนเป็นคนใช้เธอ”
“นายมาก็ดีแล้ว บอกสิว่าคุยอะไรกัน”
“ฉันคุยเรื่องทำขนม ฉันอยากฝึกทำขนมบ้างก็เท่านั้นเอง” ธีรดนย์โกหกหน้าตาย ชนิกานต์ไม่เชื่อ เพราะเห็นเขาวิ่งตามกฤติยา สั่งให้บอกความจริง กฤติยาตัดสินใจแต่งเรื่องเพื่อความสบายใจของทุกคนว่า เธอคุยเรื่องความรักระหว่างธีรดนย์กับชนิกานต์ และบอกให้เขารักและห่วงใยชนิกานต์ให้มากกว่านี้ เธออยากให้ทั้งคู่ลงเอยกันได้ด้วยดี ชนิกานต์คลายกังวล บอกให้กฤติยากลับห้องได้แล้ว
ธีรดนย์ขยับจะไปบ้าง แต่เธอไม่ให้ไป สั่งให้อยู่ด้วยกันก่อน เขาไม่สนใจยังคงเดินต่อไป ชนิกานต์ตามเขาทันที่หน้าห้องพัก โวยวายที่เขาขัดคำสั่ง ชายหนุ่มไม่พอใจ บอกให้เธอเลิกวุ่นวายรังควานคนอื่นเสียที
ชนิกานต์อ้างว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะหึงเขา ธีรดนย์เกรงจะมีใครมาได้ยินบอกให้เธอเลิกพูดเรื่องที่มันจบไปแล้วสักที แล้วเข้าห้องปิดประตูใส่หน้า ชนิกานต์เสียใจที่เขาไม่ไยดี ทุบประตูห้อง ร้องไห้คร่ำครวญว่ารักเขามากแค่ไหน ธีรดนย์เครียดจัด ไม่รู้จะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี...
ทางฝ่ายสุตาภัญเป็นห่วงน้องมาก ชวนชนกชนม์ตามไปที่บ้าน แต่ไม่กล้าเข้าได้แต่ยืนรีๆรอๆอยู่หน้าบ้าน จังหวะนั้นเธอเหลือบเห็นรถของพ่อแล่นมาแต่ไกล รีบลากชนกชนม์ไปหลบ พอรถของสุทินแล่นเข้าบ้าน ทั้งคู่จึงออกจากที่ซ่อน ชนกชนม์แนะให้เข้าไปคุยปรับความเข้าใจกับพ่อจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว เธอรีบตัดบทว่ายังไม่พร้อม แล้วชวนเขากลับ แต่ในใจยังไม่วายเป็นห่วงน้อง...
ด้านสุรัมภารีบเข้าห้องปิดประตูล็อกกลอน หยิบชุดตรวจการตั้งครรภ์ออกมาตรวจปัสสาวะ ระหว่างรอผล เธอนึกถึงคำพูดของเพื่อนที่ว่า
“ตรวจดูผลท้องหรือไม่ท้องง่ายนิดเดียว ขึ้นผลหนึ่งขีดปลอดภัย แต่สองขีด...ท้องชัวร์”
สุรัมภาค่อยๆเลื่อนนิ้วที่ปิดแถบสีออก ปรากฏเป็นสองขีดชัดเจน เธอตกใจแทบช็อก...
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น สุรเดชเห็นชนกชนม์เตรียมเครื่อง ประดับจะออกไปขายของ รีบคว้าตัวไว้ เกลี้ยกล่อมให้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งยาให้เขาดีกว่า ครู่เดียวก็ได้เงินสี่ห้าพันบาทแล้ว ไม่ต้องลำบากนั่งขายของทั้งวัน ชนกชนม์ไม่มีวันยอมทำเรื่องผิดกฎหมายเด็ดขาด สุรเดชย้อนถาม แล้วที่เขาเสพยาคราวก่อนไม่เห็นบ่นว่าผิด
“ฉันพลาดไปแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งกับยาอีก... ออกไปได้แล้ว ฉันต้องรีบไปหาแผงให้แอนด้วย”
สุรเดชแปลกใจทำไมกฤติยาต้องไปขายของ ชนกชนม์กำลังรีบเพราะนัดสุตาภัญไว้ ไม่ตอบอะไร ดันเขาพ้นทางแล้วจ้ำพรวดๆออกจากบ้าน...
หลังจากนั่งขายเครื่องประดับอยู่พักใหญ่ สุตาภัญเริ่มท้อใจที่ขายไม่ได้สักชิ้น ยิ่งเจอลูกค้างี่เง่าด่าว่าออกแบบห่วยมาก แล้วโยนเครื่องประดับคืนอย่างเสียมารยาทยิ่งทำให้เธอถึงกับของขึ้น ตามไปต่อว่า ชนกชนม์เห็นท่าไม่ดีรีบมาดึงตัวกลับ ขอร้องให้เธอใจเย็นๆ ขายของต้องอดทน วันนี้ขายไม่ได้ พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็ต้องขายได้
“แล้วถ้าไม่ได้ล่ะ...เราจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเช่าที่ ค่ากิน ค่าเช่าห้อง” สุตาภัญเป็นกังวลไปหมด พลอยทำให้ชนกชนม์เครียดไปด้วย จนเกือบจะถอดใจเก็บของกลับ ระหว่างนั้นมีลูกค้าเข้ามาเลือกดูเครื่องประดับ ถูกใจต่างหูที่สุตาภัญทำเหมาไปทั้งกล่อง ชนกชนม์กับสุตาภัญดีใจมากที่ของขายได้ มีกำลังใจฮึดสู้ต่อไป...
ขณะที่ชนกชนม์กับสุตาภัญมุ่งมั่นทำมาหากินอย่างสุจริต ชยางกูรกลับคิดจะเข้าไปขโมยของในห้องชลนิภาไปขาย แต่ประตูห้องล็อก เขาสั่งให้แป๋วไปเอากุญแจไขมาเปิด
“คุณผู้หญิงยึดกุญแจห้องไว้เองค่ะ เพราะกลัวมีคนเข้าไปขโมยเงินขโมยของ”
ชยางกูรไม่พอใจมาก คิดไม่ตกจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้พนันให้เฮียปรัชญา...
ฝ่ายสุรเดชไม่อยากเห็นหญิงที่ตนรักต้องลำบากมานั่งขายขนม คิดจะช่วยด้วยการเหมาซื้อหมดร้าน แต่กฤติยาไม่ขายให้ ไม่อยากได้เงินสกปรกที่มาจากการค้ายาของเขา แล้วหันไปร้องขายขนมต่อไป
“พ่อเลี้ยงไม่ให้เงินใช้ใช่ไหม แอนถึงต้องมาลำบาก หรือว่าแม่หลงผัวใหม่ไม่สนใจลูก”
“ไม่ใช่...แอนอยากหาเงินด้วยตัวเอง”
สุรเดชสั่งให้เลิกขาย เข้าไปดึงกฤติยาออกจากร้าน เธอพยายามสะบัดหนี จังหวะนั้น ธีรดนย์เข้ามาช่วยปกป้อง กฤติยา สุรเดชไม่พอใจผลักเขาพ้นทาง สั่งไม่ให้มายุ่ง คนเป็นแฟนจะคุยกัน หรือว่าธีรดนย์คิดจะจีบแฟนของตน ธีรดนย์ประกาศลั่นว่าไม่เคยคิดเช่นนั้น เขามีสุตาภัญเป็นแฟนอยู่แล้ว
ชนิกานต์ยืนฟังอยู่อีกมุมหนึ่งไม่พอใจ สุรเดชเถียงคอเป็นเอ็นว่า สุตาภัญเป็นแฟนกับชนกชนม์ต่างหาก ธีรดนย์ชักฉุนทำท่าจะเอาเรื่อง กฤติยาเห็นไม่เข้าที ขอร้องสุรเดชให้กลับไปก่อน
“น้องแอนขอ พี่ก็ให้ได้...ไอ้ธี...ห้ามยุ่งกับแอนแล้วก็อย่าแย่งแฟนไอ้ชนม์ ตาเป็นแฟนกับไอ้ชนม์ไม่ใช่แก” สุรเดชพูดจบ ผละจากไป ธีรดนย์นึกเป็นห่วงสุตาภัญที่ขายของอยู่กับชนกชนม์ที่อีกมุมหนึ่งของตลาดนัด ขอตัวไปหาเธอก่อน กฤติยามองตามด้วยความน้อยใจที่เขาไม่สนใจ...
ขณะที่สุตาภัญกับชนกชนม์กำลังดีใจที่ขายเครื่อง ประดับได้ ชยางกูรไม่รู้มาจากไหน พังแผงขายล้มระเน ระนาด ชนกชนม์เข้ามาห้ามก็ถูกต่อยล้มคว่ำ แต่พอตั้งหลักได้ก็ต่อยชยางกูรกลับ แล้วถามว่ามันเรื่องอะไรกันถึงมาพังร้านแบบนี้ ชยางกูรชี้หน้าด่าว่าเขาเป็นตัวซวย ทำให้พ่อกับแม่ต้องหย่ากัน
“นายพูดอย่างนั้นได้ไง ชนกชนม์ไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้ว บ้านนายวุ่นวายคงเป็นเพราะนาย” สุตาภัญด่ากลับ
ชยางกูรแค้นใจมากจะเข้าไปทำร้ายสุตาภัญ ชนกชนม์ขวางไว้ สั่งให้เขากลับไปได้แล้ว เลิกทำตัวเป็นอันธพาลกลับไปดูแลแม่ เพราะเขาเป็นความหวังเดียวของท่าน
“ไม่ต้องมาฝากความหวังไว้ที่ฉัน ชีวิตฉันพังก็เพราะแก...แกต้องรับผิดชอบ” ชยางกูรชี้หน้าพี่ชายต่างบิดาอย่างเคียดแค้นก่อนจะจากไป สุตาภัญปลอบชนกชนม์ว่าอย่าไปฟังคำพูดเหล่านั้น ชยางกูรต่างหากที่เป็นตัวปัญหา ชนกชนม์อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ ฝากสุตาภัญช่วยเก็บร้านให้ด้วย...
ครู่ต่อมา ชนกชนม์มาถึงบริษัทของชลนิภา สอบถามพนักงานที่รู้จักคุ้นเคยกันว่า งานที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าตั้งแต่ท่านประธานให้ชยางกูรมาดูแลงานทุกอย่างแย่ลง งานออกแบบในความรับผิดชอบของเขาวุ่นวายไปหมด แถมยังโยนความผิดให้คนอื่นจนพนักงานฝีมือดีต้องขอลาออก เพราะทนเจ้านายห่วยแตกไม่ไหว
พอชลนิภาได้เห็นบัญชีค่าใช้จ่ายที่ชยางกูรเบิกเงินไปเกือบสิบล้าน แทบจะลมจับ สั่งให้เขาแจกแจงว่าเบิกไปใช้เรื่องอะไร เขากลับอ้างว่าธนกรขอให้เซ็นเบิกเงินให้
“คุณพ่อต้องการเงินไปประมูลเพชรที่เบลเยียม ผมจะชะลอเรื่องให้คุณแม่กลับจากต่างประเทศ แต่คุณพ่อบอกว่าคุยกับคุณแม่แล้ว ถ้าคุณแม่ไม่เชื่อ โทร.ไปสอบถามคุณพ่อก็ได้ครับ”
“ไม่ต้องพูดถึงพ่อเราอีก ต่อไปนี้แม่จะคุมงานและการเงินเอง”
ชยางกูรรอดตัวไปได้อีกครั้ง แต่ต้องหัวเสียเพราะไม่สามารถเบิกเงินได้ตามอำเภอใจอีก
ฝ่ายชลนิภากลับห้องทำงานตัวเองอย่างหมดเรี่ยวแรง ทุกอย่างกำลังจะพังลงต่อหน้าต่อตา ทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักหยิบภาพสเก็ตที่ชนกชนม์วาดไว้ขึ้นมาดู ก่อนจะร้องไห้กอดภาพนั้นไว้ ชนกชนม์แอบมองอยู่มุมหนึ่ง พลอยเสียน้ำตาไปกับแม่ด้วย...
ทางด้านสุรัมภานอนไม่หลับทั้งคืน คิดมากเรื่องตั้งท้อง จะปรึกษาพ่อแม่ก็ไม่กล้า เกรงจะทำให้ท่านผิดหวัง นั่งเหม่อลอยมาในรถตลอดทางถึงโรงเรียน จนสุทินอดทักไม่ได้ว่าไม่สบายหรือเปล่า จะให้เขาไปขอลาป่วยคุณครูให้ไหม เธอรีบบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ไหว้ลาพ่อแล้วลงจากรถ ทำทีจะเข้าโรงเรียน พอพ่อขับรถลับสายตา ตัดสินใจโดดเรียน เพื่อนเห็นสุรัมภาหนีเรียน พยายามตะโกนเรียก แต่ไม่เป็นผล
ooooooo
สุตาภัญเก็บของเสร็จพอดีตอนที่ธีรดนย์แวะมาที่แผงขายของ ตัดพ้อต่อว่าด้วยความน้อยใจที่เธอมาขายเครื่องประดับแล้วไม่บอก เขาไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้เธอนอกจากเขา แล้วดึงเธอมากอดไว้
“ตาอย่าลืมสิว่าผมไม่มีใครแล้ว ผมมีตาเพียงคนเดียว ตาต้องเป็นกำลังใจให้ผมนะ”
สุตาภัญจำต้องพยักหน้ารับ ชนิกานต์ที่ยืนมองอยู่ทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหวเดินหนีไปทั้งน้ำตา สุตาภัญ เหลือบไปเห็นพอดีอดเป็นห่วงเพื่อนรักไม่ได้ รีบถอยออกจากอ้อมกอดธีรดนย์ ฝากเขาช่วยเอาของพวกนี้ไปเก็บที่คณะให้ด้วย ส่วนเธอจะไปจ่ายค่าเช่าแผง แต่กลับเดินตามชนิกานต์จนทันถามว่าเป็นอะไรไป ทำไมถึงร้องไห้
“เธอเลิกกับธีได้ไหมตา...แล้วกลับไปคบกับชนม์”
“มันเกิดอะไรขึ้น เธอต้องบอกความจริงกับฉัน”
ชนิกานต์ตัดสินใจบอกว่าเธอรักธีรดนย์ สุตาภัญไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อทั้งคู่ไม่ถูกกัน ชนิกานต์ขอร้องไม่ต้องไปสนใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แค่รู้ว่าตอนนี้เธอรักธีรดนย์ก็พอแล้ว
“ฉันขอได้ไหมตา...ชนม์เองก็รักเธอ ฉันไม่อยากเสียธีไป ฉันขอร้องนะตา” ชนิกานต์อ้อนวอนทั้งน้ำตา สุตาภัญหน้าเครียด ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะเพิ่งรับปากธีรดนย์ไปเมื่อครู่นี้เองว่าจะดูแลเขา...
ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก สุตาภัญได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของสุรัมภาแจ้งว่าน้องหนีเรียน เธอกังวลใจมาก เพราะน้องไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน รีบตรงไปยังโรงเรียนของสุรัมภาทันที...
ทางด้านชนกชนม์อยากช่วยแม่กอบกู้บริษัท จึงโทร.นัดธนกรให้มาพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เล่าสถานการณ์อันย่ำแย่ของบริษัทให้ฟัง และขอร้องให้เขากลับไปช่วย ธนกรเกรงว่าถ้ากลับไปอาจทำให้ทุกอย่างเลวร้ายยิ่งขึ้น เพราะเขาอาจจะไปขวางหูขวางตาชลนิภา มีแต่ชนกชนม์ เท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ด้วยฝีมือการออกแบบเครื่องเพชรของเขา
“แต่คุณแม่ยังโกรธผม...ผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปทำงานในบริษัท”
“ก็อย่าให้ท่านรู้สิ ชนม์ไปช่วยงานไม่ต้องแสดงตัว ในเบื้องต้นน่าจะทำให้งานเดินต่อไปได้ และจะได้ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้พนักงาน เพราะชนม์เป็นที่รักของทุกคน อยู่ที่ว่าชนม์ยังโกรธท่านอยู่หรือเปล่า”
ชนกชนม์ไม่เคยโกรธแม่ และยินดีทำทุกอย่างให้ท่านมีความสุข แล้วขอร้องธนกรให้กลับไปอยู่กับท่าน ไม่ว่าเขาจะพยายามอ้อนวอนขอร้องอย่างไร ธนกรยืนยันหนักแน่นจะขอหายใจด้วยจมูกตัวเอง และจะไม่กลับไปหาชลนิภาอีก ชนกชนม์ผิดหวัง แต่ก็เคารพการตัดสินใจของเขา...
ที่โรงเรียนของสุรัมภา ขณะที่สุตาภัญกำลังปรึกษากับเพื่อนสนิทของน้อง เพื่อนอีกคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งว่า สุทินเอากระเป๋านักเรียนที่สุรัมภาลืมไว้ในรถมาให้ สั่งให้เธอมาตามตัวสุรัมภาไปรับกระเป๋า สุตาภัญ กังวลใจ ถ้าพ่อรู้เรื่องน้องหนีเรียนต้องเป็นเรื่องแน่ๆ ตัดสินใจให้เพื่อนไปบอกท่านว่าสุรัมภาติดสอบมารับกระเป๋าด้วยตัวเองไม่ได้ สุทินไม่ติดใจสงสัยอะไร สุตาภัญถึงกับถอนใจโล่งอก...
ทันทีที่รู้ข่าวสุรัมภาหายตัวไป ชนกชนม์รีบตามไปสมทบกับสุตาภัญช่วยกันตามหาอีกแรง
ooooooo
สุรเดชไม่พอใจที่กฤติยาต้องลำบากลำบนไปเปิดแผงขายขนม ตามมาต่อว่ากัณฐิกาถึงบ้าน เสียงโวยวายของเขาทำให้ณวัตรต้องออกมาดู กัณฐิกาเห็นท่าไม่ดีรีบควักเงินให้สุรเดชเพื่อตัดปัญหา เขาไม่ได้ต้องการเงิน แค่อยากมาบอกให้แม่หัดดูแลลูกบ้าง ณวัตรแปลกใจสุรเดชพูดเรื่องอะไร กัณฐิการีบแก้ตัว
“เอ่อ...เขาหมายถึงแม่บุญธรรมนะคะ”
“ไม่ใช่...ผู้หญิงคนนี้คือแม่แท้ๆของแอน แม่ที่เห็นแก่ตัว คลอดลูกแล้วทิ้งให้ยายเลี้ยง หลังจากนั้นก็ไล่จับผู้ชาย...คุณก็คือเหยื่อของผู้หญิงหิวเงินคนนี้” สุรเดชแฉหมดเปลือก ณวัตรไม่เชื่อ ขู่ถ้าไม่ออกไปจากที่นี่จะเรียกตำรวจมาจับข้อหาบุกรุกและสบประมาทภรรยาของเขา สุรเดชไม่มีทางเลือกจำต้องกลับไป กัณฐิกาโล่งใจที่ณวัตรไม่เชื่อเรื่องที่สุรเดชเล่า แต่หารู้ไม่ว่าเขาเองก็แอบกังขาเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน...
ค่ำแล้วทั้งชนกชนม์และสุตาภัญยังตามหาสุรัมภาไม่พบ สุตาภัญร้อนใจมากไม่รู้น้องจะเป็นอย่างไรบ้าง ชนกชนม์แนะให้ลองไปดูที่ริมแม่น้ำด้านโน้น เธอเห็นด้วย รีบเร่งฝีเท้าไปที่นั่นทันที...
ขณะที่สุรัมภาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ชยางกูร ไม่มีเงินเล่นพนันจึงไปขอกู้เงินจากเฮียปรัชญา แต่เขาไม่ให้ ต้องใช้หน้ีเก่าให้หมดเสียก่อน ชยางกูรโอดครวญว่าไม่เชื่อใจกันแล้วหรือ เขาเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทเพชรทำเรื่องเบิกจ่ายเงินเองได้ เฮียปรัชญารู้เรื่องที่เขาถูกปลดจากตำแหน่งแล้ว และขอให้ชยางกูรหาเงินมาใช้หนี้ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่ได้กลับบ้าน ชยางกูรกลัวถูกทำร้ายรีบขอตัวกลับ พอเขาคล้อยหลัง เฮียปรัชญาเรียกเพทายให้เข้ามาพบ กำชับให้จับตาดูชยางกูรให้ดี อย่าให้หนีไปไหนเด็ดขาด...
เสาวนิตย์ถึงกับตกใจเมื่อรู้จากสุทินว่าสุรัมภาหายตัวไป เขาไปรอรับลูกหน้าโรงเรียนอยู่นานสองนาน พอคาดคั้นจากเพื่อนๆของลูก ถึงได้สารภาพว่าสุรัมภาหนีไปจากโรงเรียนตั้งแต่ตอนที่เขาไปส่งแล้ว และยังบอกอีกว่าสุตาภัญไปหาน้องที่นั่นด้วย สุทินสงสัยว่าเธออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่น้องหายตัวไป
“ลูกตาไม่พาน้องไปเสียคนหรอกค่ะ ลูกรักและเป็นห่วงน้องมาก คุณก็รู้”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับลูกภา ลูกเคยปรึกษาปัญหาอะไรกับคุณบ้างไหม”
เท่าที่เสาวนิตย์จำได้ ลูกเคยถามว่าถ้าแกไม่เป็นอย่างที่พ่อกับแม่หวัง พวกท่านจะเกลียดแกไหม เธอแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกถามแบบนั้น แต่ไม่ได้เอะใจ เพราะไม่คิดว่าลูกจะสร้างปัญหาอะไรให้
“คุณเป็นแม่ประสาอะไรไม่รู้ว่าลูกมีปัญหา” สุทินเผลอตัวผลักเสาวนิตย์เซไปกระแทกกับขอบโต๊ะ รู้สึกสำนึกผิดรีบขอโทษ จะเข้าไปช่วยพยุง แต่อยู่ๆรูปของสุรัมภาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะร่วงตกลงพื้นแตกกระจาย เสาวนิตย์ใจหายเกรงจะเกิดเรื่องไม่ดีกับลูก...
ทางด้านสุรัมภาทนรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ไหวอีกต่อไป ตัดสินใจจะกระโดดน้ำตายหนีปัญหา ค่อยๆปีนขึ้นไปบนราวสะพาน สุตาภัญเดินอยู่อีกฟากหนึ่งของสะพานตามหาน้องไม่เจอ กำลังจะกลับไปรอที่บ้าน
ทันใดนั้นมีเสียงฟ้าร้องดังก้อง สุตาภัญสะดุ้งโหยง หันไปมองบนสะพานเห็นสุรัมภาเตรียมจะโดดน้ำ ตกใจรีบวิ่งไปหา ชนกชนม์ถึงตัวสุรัมภาก่อน ดึงร่างเธอลงมาได้ทัน เธอพยายามสะบัดหนีจะกลับขึ้นไปบนราวสะพานให้ได้ สุตาภัญเข้าไปกอดน้องไว้ไม่ยอมปล่อย สุรัมภาทั้งดิ้นรนทั้งขอร้องให้ปล่อยเธอไป เธออยากตาย
“ภาไม่รักพี่แล้วใช่ไหม...พี่รักภา...พี่รักภานะ...ภาไม่รักพี่ ไม่รักคุณพ่อคุณแม่แล้วใช่ไหม” สุตาภัญคร่ำครวญทั้งน้ำตา ความรักและความจริงใจของพี่สาวทำให้สุรัมภาหยุดดิ้น ยอมสารภาพความจริงให้ฟัง
“พี่ตา...ภาท้อง...ช่วยภาด้วย” สุรัมภาปล่อยโฮ ทรุดตัวลงอย่างหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง สุตาภัญสงสารน้องจับใจได้แต่กอดปลอบใจ ชนกชนม์สะเทือนใจมากถึงกับน้ำตาซึมไปด้วย
ooooooo










