ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายวันว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี ชนกชนม์ตัดสินใจจะทำเครื่องประดับขาย เพราะเคยช่วยธนกรออกแบบเครื่องเพชรให้บริษัทของแม่มาหลายครั้ง ขณะที่เขานั่งก้มหน้าก้มตาสเกตช์แบบเครื่องประดับอยู่ที่โต๊ะภายในมหาวิทยาลัย สุตาภัญย่องเข้ามาทักทางด้านหลังว่าทำอะไรอยู่

ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงรีบเก็บภาพสเกตช์ใส่กระเป๋า อ้างว่าทำรายงาน สุตาภัญไม่เชื่อ หน้าตาไม่เห็นเหมือนรายงาน เหมือนภาพอะไรสักอย่างมากกว่า

“ภาพประกอบรายงานไง เธอไม่เชื่อใจฉันเหรอ”

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” สุตาภัญพูดจบดึงกระเป๋าของชนกชนม์ไป เขาแย่งคืนไม่ยอมให้ดู เธอขู่จะลาออกจากการเป็นนางฟ้าประจำตัวเขาถ้าไม่ยอมบอกว่าภาพสเกตช์พวกนั้นคืออะไร เขากลับวิ่งหนีไปซ่อนตัว สุตาภัญไม่ยอมปล่อยให้ลอยนวลง่ายๆวิ่งตามหาจนทั่วก็ไม่พบกลับเจอธีรดนย์แทน

ส่วนชนกชนม์ไปยืนหลบมุมอยู่หวังจะแกล้งจ๊ะเอ๋สุตาภัญให้ตกใจ ชนิกานต์โผล่พรวดมาทางด้านหลังทำเอาเขาเกือบช็อก จากนั้นเธอควงแขนชนกชนม์ตามหาสุตาภัญกับธีรดนย์จนพบ ต่อว่าเพื่อนรักว่าโตป่านนี้แล้วยังจะเล่นซ่อนหากันอีก สุตาภัญไม่ได้เล่นซ่อนหาแต่ไล่จับโจรขโมยความลับต่างหาก

“เฮ้อ โล่งอก นึกว่าแฟนขโมยความรักยัยตาไปเสียอีก” ชนิกานต์แกล้งพูด เพื่อจะดูอากัปกิริยาของทั้งคู่

ชนกชนม์มองสุตาภัญที่รีบหลบตา ธีรดนย์สังเกตเห็นแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ถามว่าความลับอะไร สุตาภัญชี้ไปที่กระเป๋าของชนกชนม์ ชนิกานต์ยอมให้แฟนของเธอมีความลับไม่ได้ดึงกระเป๋าไปเปิดดูทันที เห็นภาพสเกตช์เครื่องประดับที่ชนกชนม์ออกแบบถึงกับตะลึง อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาไปหัดทำงานแบบนี้มาจากไหน

“ตอนเด็กๆ ไปวิ่งเล่นที่บริษัท เห็นเขาออกแบบโน่นนี่นั่น ก็พอจำได้แล้วเอามาประยุกต์ใหม่ พอได้ไหม”

ธีรดนย์ยกนิ้วให้ ไม่ใช่แค่พอใช้ได้ แต่ดีมาก สุตาภัญแนะให้ชนกชนม์ต่อยอดทำเครื่องประดับพวกนี้ขาย เขาตั้งใจจะทำอยู่แล้ว จะลองติดต่อโรงงานที่รู้จักกันให้ทำให้ ใช้วัสดุไม่แพงมาก แต่เน้นดีไซน์แปลก แตกต่าง จะได้ขายง่าย ธีรดนย์ยุให้ลุยไปเลย จะได้ขอร่วมหุ้นด้วย

“ดีไซน์โดดเด่น ไม่มีใครก๊อบปี้ได้อีก” ชนิกานต์ยังนึกแค้นใจเรื่องที่ถูกก๊อบปี้เสื้อไม่หาย

“นายมาถูกทางแล้ว ยินดีต้อนรับนักธุรกิจจิวเวลรี่คนใหม่” สุตาภัญพูดจบยื่นมือให้ชนกชนม์จับ ชนิกานต์ชะงักไปเล็กน้อยไม่ค่อยพอใจนัก แต่เก็บอาการไว้ เข้ามาร่วมจับมือยินดีไปด้วย

ooooooo

ชลนิภาเปิดช่องให้ชยางกูรมาทำงานที่บริษัท โดยเริ่มตรวจแบบร่างเครื่องเพชรที่ธนกรออกแบบ ธนกรไม่ค่อยพอใจนัก เพราะลูกยังไม่มีประสบการณ์ แต่ไม่กล้าทักท้วงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อเครื่องเพชรที่ธนกร ออกแบบ ถูกลูกค้าตีกลับ ชลนิภาแทบคลั่งเล่นงานเขาอย่างไม่ไว้หน้า

“คุณมันชุ่ยไปเสียทุกเรื่อง ยอดขายลดลงเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ มันเกิดอะไรขึ้น”

“ปีนี้เรายังไม่มีงานดีไซน์ออกใหม่ แล้วก็ไม่มีแคมเปญพิเศษ”

“แล้วทำไมไม่ทำ คิดไม่ออกหรือทำไม่ได้...ใช่สิ คุณมันตกยุคตกเทรนด์ไปแล้ว หลังจากนี้ฉันจะใช้ชยางกูรมาควบคุมงานดีไซน์ทั้งหมด”

ธนกรยังไม่ทันจะอ้าปากค้าน เลขาฯหน้าห้องชลนิภาเข้ามาแจ้งว่ามีแขกมาขอพบ ชลนิภาไม่มีคิวนัดไว้ไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น พลันนัชชาเดินเข้ามา “แล้วถ้าเป็นฉันล่ะ”

ธนกรรู้งานรีบออกจากห้องปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันตามลำพัง นัชชาไม่รอช้าพูดเข้าประเด็นทันที เธอต้องการให้ชลนิภาเลิกใช้ชนกชนม์เป็นสะพานดึงวีรภัทรกลับไปหาเหมือนที่ผ่านมาได้แล้ว ไม่มีทางสำเร็จ

“ฉันขอบอกให้รู้ไว้ ฉันไม่มีความคิดแย่งชิงของเสียๆที่ฉันทิ้ง มันเน่ามันเสีย ไม่มีค่าสำหรับฉันอีก แล้วฉันก็ไม่อยากเสวนากับพวกเก็บขยะ มือเปื้อนของเน่าน่าขยะแขยง...ออกไปได้แล้ว”

“พูดอะไรก็จดจำแล้วปฏิบัติด้วยนะคะ ฉันกลัวว่าสักวัน บริษัทเพชรล่มสลาย อาจกลายเป็นโรงงานรีไซเคิลไปขโมยของเก่ามาโมดิฟายใหม่”

“ออกไป...เรียก รปภ.มาลากตัวมันออกไป” ชลนิภาโกรธควันแทบออกหู

นัชชายิ้มสะใจก่อนจะเดินออกไป สวนทางกับธนกร ที่กลับเข้ามาเพราะเป็นห่วงชลนิภา เลยโดนหางเลขเข้าเต็มๆชลนิภาพาลหาเรื่องต่างๆนานา ธนกรพยายามจะ อธิบายก็ไม่ฟัง หาว่าเขาดีแต่แก้ตัวไปวันๆ จากนี้ไปเธอจะให้ชยางกูรดูแลงานทุกอย่างแทนเขา ธนกรถึงกับอึ้ง ก่อนจะกลับออกไปด้วยความเสียใจ

ชยางกูรที่ยืนฟังอยู่นานแล้ว รีบเข้ามาปลอบแม่ว่าอย่าอารมณ์เสีย เขาจะช่วยแม่ทำให้บริษัทของเราเจริญก้าวหน้าเอง ชลนิภากอดลูกไว้ด้วยความรัก หวังให้เขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเธอ

ooooooo

ตั้งแต่ณวัตรป่วยคราวก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกดีขึ้นเป็นลำดับ กัณฐิกาชักหวั่นใจกลัวชนิกานต์ทำคะแนนแซงหน้า คิดจะแยกพ่อลูกด้วยการชวนเขาไปเที่ยวทะเลด้วยกันสองต่อสองในวันหยุดที่จะถึง เขาไปไม่ได้เพราะมีนัดกับลูกคิวยาวไปถึงสิ้นเดือน ขอให้เธอรอไปเดือนหน้า กัณฐิกาผิดหวังแต่เก็บอาการไว้

“คุณนัดหนูนิกกี้ไปเที่ยวไหนกันคะ”

“คุณอย่าบอกใครนะ  ผมจะไปเล่นไอซ์สเกตกับลูก”

“คุณเล่นได้หรือคะ”

“ไม่ได้ก็ต้องลอง บางทีคนเราก็ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นบ้าง โดยเฉพาะคนที่เรารัก หลังจากผมป่วย ผมรู้ตัวว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน ถึงเวลาที่ผมต้องทำในสิ่งที่ควรทำ ใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อคนที่เรารักและรักเรา แล้วเราไม่ต้องเสียใจในวันที่เขาจากไป...ผมรักคุณนะครับ” ณวัตรหอมแก้มกัณฐิกาแล้วขึ้นรถขับออกไป เธอยืนอึ้งคำพูดของเขาทำให้เธอนึกเสียใจที่ละเลยผู้หญิงสองคนที่รักเธอมากที่สุด จนคนหนึ่งจากไปไม่มีวันกลับ...

ในขณะเดียวกัน สุตาภัญแวะมาหาชนกชนม์ที่บ้านเช่าของสุรเดช ไม่ได้มาเพื่อคอยเป็นกำลังใจให้เขาอย่างเดียว แต่ยังช่วยเอาผ้าที่กองอยู่ในตะกร้าไปซักให้ด้วย ชนกชนม์มาเห็นเข้า ร้องห้ามเท่าไหร่เธอก็ไม่ฟังตั้งหน้าตั้งตาซักต่อไป ชนกชนม์แกล้งหยิบเสื้อโยนลงกะละมังซักผ้า ผงซักฟอกกระเด็นใส่หน้าเธอร้องว่าแสบตาลั่น

เขาตกใจรีบเอาชายเสื้อตัวเองเช็ดให้ สุตาภัญแกล้งวักน้ำผงซักฟอกใส่เขาคืนบ้าง ต่างฝ่ายต่างแกล้งกันไปแกล้งกันมาสนุกสนาน...

ที่คฤหาสน์ของณวัตร ขณะที่อุษากำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ธีรดนย์เข้ามากอดจากด้านหลัง พร้อมกับเอาเงินค่าร้องเพลงที่หาได้ทั้งหมดให้ อุษาอยากให้ลูกเก็บเงินไว้ใช้เองบ้าง ทำงานเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว

“ขอให้แม่มีความสุข ผมก็หายเหนื่อยแล้ว แม่อดทนอีกนิดนะครับ สักวันอาจมีค่ายเพลงจับผมเซ็นสัญญา ตอนนั้นเราก็จะซื้อบ้านกี่หลังก็ได้”

“ลูกไปร้องเพลงให้คนอื่นฟัง ไม่เคยร้องให้แม่ฟังบ้างเลย” อุษาแกล้งตัดพ้อ

“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปเอากีตาร์ก่อน ผมจะเปิดคอนเสิร์ตชื่อว่า ด้วยรักจากใจ ให้แม่...แม่รอสักครู่นะครับ” ธีรดนย์หอมแก้มอุษา แล้ววิ่งกลับไปที่ห้องพักตัวเอง หยิบกีตาร์จะออกจากห้อง เจอชนิกานต์ดักไว้ ขอให้เขาไปกับเธอก่อน คว้ากีตาร์ไปจากมือเขา เอาพิงผนังห้องไว้ แล้วลากเขาออกไปทันที ธีรดนย์หมดทางจะปฏิเสธ...

กัณฐิกานำดอกไม้มายังที่เก็บอัฐิของยายแก้ว มองรูปถ่ายแม่ที่ติดอยู่ด้านหน้าแล้ว ฉุกคิดถึงเรื่องราวในอดีต ตอนนั้นกฤติยายังเล็กมาก กัณฐิกามีนัดกับลูกค้ารีบแต่งตัวจะออกจากบ้าน ยายแก้วเตือนให้เธออยู่ดูแลลูกบ้าง อย่ามัวแต่หาเงิน สุดท้ายแล้วลูกจะไม่รู้ว่าใครเป็นแม่

“มันไม่รักฉันได้ไง ฉันเป็นคนหาเงินมาซื้อนมให้มันกิน”

“ความรักมันเหมือนนาฬิกา มันเดินไปข้างหน้าไม่เคยตีกลับ ถ้าแกปล่อยให้มันผ่านไป แกไม่สามารถเรียกร้องความรักคืนมาได้อีก” คำพูดของยายแก้วดังก้องอยู่ในหัวของกัณฐิกาชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“แม่...ฉันเข้าใจคำสอนของแม่แล้ว ฉันขอโทษที่ฉันไม่ได้ดูแลแม่ ฉันสัญญา ฉันจะดูแลลูกให้ดี แอนคือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตฉัน...ฉันรักแม่นะ” กัณฐิกาว่าแล้ว ทรุดตัวลงร้องไห้โฮ...

กัณฐิกากลับไปไม่นาน กฤติยาก็มาเยี่ยมที่เก็บอัฐิยาย เห็นช่อดอกไม้วางอยู่ นึกสงสัยใครเอามาให้

ooooooo

ไม่นานนัก ชนิกานต์พาธีรดนย์มาที่ห้างสรรพ-สินค้า ซื้อเสื้อผ้าให้เขาหลายตัว เป็นการขอบใจที่เขาช่วยสอนทำอาหาร จนทำให้สายสัมพันธ์พ่อกับเธอกลับมาเหมือนเดิม ธีรดนย์พยักหน้ารับรู้

“หมดธุระแล้ว กลับเถอะ...แม่ฉันรอ” ธีรดนย์พูดจบขยับจะไป

ชนิกานต์คว้ามือไว้ เขารีบดึงออก แล้วจ้ำพรวดๆ จะออกจากห้างฯ เธอวิ่งมาขวาง ตัดพ้อว่าตนเองน่ารังเกียจมากนักหรือถึงกับต้องเอามือออก แล้วจับมือเขาไว้อีกครั้ง ธีรดนย์ก็ดึงมือออกอีก ชนิกานต์ไม่พอใจโผกอดทันที เขารีบดันตัวเธอออก ขอร้องอย่าทำอย่างนี้ ชนิกานต์ไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงอยู่ใกล้เธอไม่ได้

“เธอมันเป็นของต้องห้าม...คุณท่านพูดถูกแล้ว ผู้ชายกับผู้หญิงจะมาใกล้ชิดกันมันไม่เหมาะ มันอาจเลยเถิด ไม่เคยได้ยินหรือไง รักแท้แพ้ใกล้ชิด” ธีรดนย์พูดไปโดยไม่ได้คิดอะไร ผิดกับชนิกานต์ถึงกับสะอึก นึกถึงชนกชนม์ขึ้นมาทันที ลากเขากลับไปที่รถ ครู่ต่อมา ชนิกานต์ขับรถมาจอดหน้าปากซอยบ้านเช่าของสุรเดช ธีรดนย์ทักท้วง ทำไมต้องมาถึงที่นี่ โทร.นัดให้ชนกชนม์ไปหาก็ได้

“ฉันอยากรู้ว่าสมมติฐานที่ฉันกลัวจะเป็นจริงหรือเปล่า”

“เธอหมายถึงอะไร...นิกกี้”

“นายเองก็หวั่นใจไม่ต่างจากฉัน” ชนิกานต์ว่าแล้ว จ้ำพรวดๆเข้าซอยโดยมีธีรดนย์ตามไปติดๆ...

ขณะชนกชนม์กำลังตากผ้าปูที่นอนอยู่กับสุตาภัญข้างบ้าน เขามองสบตาเธอพักใหญ่ ก่อนตัดสินใจจะเผยความในใจให้รู้ หญิงสาวรู้ทันรีบขอตัวกลับ ชนกชนม์ตะโกนไล่หลัง

“เมื่อไหร่เราจะเลิกหนีความจริงกันสักที”

สุตาภัญหยุดกึกหันกลับมามอง ชนกชนม์เดินเข้าไปหา “ตาคุณคิดอย่างไรกับผม...คุณรักผมหรือเปล่า”

ทั้งคู่มัวแต่จ้องตากันลึกซึ้ง ไม่ทันเห็นชนิกานต์กับธีรดนย์ยืนมองอยู่ ชนิกานต์ถึงกับน้ำตาซึม หันหลังจะกลับ ธีรดนย์คว้าแขนไว้ สั่งให้เธอเข้าไปบอกแฟนของตัวเองให้เลิกยุ่งกับแฟนของเขา

“รักกันมากก็ไปบอกเองสิ” ชนิกานต์สะบัดมือเขาออก แล้วเดินจากไป

“นิกกี้...ฉันบอกให้กลับมาก่อน”

สุตาภัญกับชนกชนม์ ตกใจที่ได้ยินเสียงธีรดนย์ รีบเดินไปหาเจอเขายืนอยู่คนเดียว ชนิกานต์หายไปแล้วชนกชนม์ถามว่าเธอไปไหน มีอะไรกันหรือเปล่า ธีรดนย์ยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไม่มีอะไรหรอก วีนก่อนอาหารมื้อเย็น...ตามาช่วยชนกชนม์ออกแบบหรือ”

“ใช่จ้ะ...ตากำลังจะกลับพอดี...ชนม์ตากลับก่อนนะ เย็นแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะเป็นห่วง” สุตาภัญว่าแล้วเดินออกไปกับธีรดนย์...

ผ่านไปครู่เดียว ธีรดนย์กลับมาที่บ้านเช่าของสุรเดชอีกครั้ง ชนกชนม์แปลกใจทำไมถึงไม่ไปส่งสุตาภัญ เขาเรียกรถแท็กซี่ให้เธอกลับเอง ขาดคำเขาปล่อยหมัดเข้าเต็มหน้าชนกชนม์จนเซ แล้วตามเข้าไปซ้ำ

“เพื่อนกันทำอย่างนี้ได้ไง แกผิดคำพูด แก้ตัวสิวะว่ามันไม่จริง” ธีรดนย์ตวาดลั่น

คราวนี้ชนกชนม์ไม่ปฏิเสธ ยอมรับหน้าชื่นว่ารักสุตาภัญ ธีรดนย์ทนไม่ไหวต่อยเขาอีกครั้งจนล้มคว่ำ ชนกชนม์อ้างว่าพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้รักเธอแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ ธีรดนย์โกรธที่เขามีชนิกานต์อยู่ทั้งคนยังมายุ่งกับแฟนของตนอีก ชนิกานต์ยืนลุ้นอยู่มุมหนึ่งอยากรู้ว่าเขาจะว่าอย่างไร ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินคำตอบ

“ฉันไม่ได้รักนิกกี้ ฉันปล่อยให้มันผิดพลาดมานานเกินไป ฉันจะไม่ทำร้ายความรู้สึกของเธออีกแล้ว ฉันจะบอกเลิกเธอ” ชนกชนม์สีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง ชนิกานต์เดินน้ำตาไหลพรากเข้าไปตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“ฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่น่าสงสารและน่าสมเพช

ใช่ไหม...ธี พาฉันกลับบ้าน”

ธีรดนย์ไม่กลับจะอยู่คุยกับเพื่อนทรยศให้รู้เรื่องก่อน ชนิกานต์ตวาดลั่นให้เขาเลิกฝันลมๆแล้งๆได้แล้ว ถึงอย่างไรสุตาภัญก็ไม่ได้รักเขา ธีรดนย์รับความจริงไม่ได้ ตะคอกกลับว่าสุตาภัญรักเขา หญิงสาวเสียใจที่เขาไม่ฟัง ร้องไห้โฮ วิ่งหนี ธีรดนย์หันมาวิงวอนชนกชนม์ว่าในโลกนี้มีคนที่เป็นความหวังและกำลังใจให้เขาสู้ชีวิตแค่สองคน คนหนึ่งคือแม่ของเขา อีกคนคือสุตาภัญ อย่าทำลายความหวังของเขาได้ไหม ชนกชนม์ถึงกับอึ้ง

ooooooo

กฤติยาเพิ่งกลับจากเยี่ยมอัฐิยายแก้วที่วัดในสลัม เห็นธีรดนย์กำลังจะออกจากซอย ดีใจจะเข้าไปทัก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชนิกานต์เข้าไปขวางหน้าเขาไว้

“นายเองก็รู้มาตลอดว่าตาไม่ได้รักนาย เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว”

“วันนี้ตาอาจจะสับสน แต่ฉันจะทำให้ตารักฉัน” ธีรดนย์พูดจบ เดินหนี ชนิกานต์ตะโกนไล่หลัง

“นายมันโง่ตามตื๊อคนที่เขาไม่รัก ทำไมไม่สนใจคนที่รักนาย...ฉันรักนาย”

ธีรดนย์เดินกลับไปหาชนิกานต์ทันที กฤติยาผิดหวังมาก ไม่อาจทนฟังต่อไปได้เดินจากไป จึงไม่เห็นเขาปฏิเสธความรักที่ชนิกานต์มอบให้อย่างไม่มีเยื่อใย และยืนยันจะรักสุตาภัญต่อไปไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรแล้วผละจากไปไม่สนใจชนิกานต์ที่ทรุดตัวลงร้องไห้กับพื้น...

ค่ำวันเดียวกัน กฤติยากลับถึงบ้านด้วยอาการของคนอกหัก เดินน้ำตาซึมจะเข้าห้อง กัณฐิกาเข้ามาหาอย่างคนสำนึกผิด ถามลูกว่าไม่สายไปใช่ไหมถ้าเราสองคนจะกลับมาเป็นแม่ลูกกัน วันนี้เธอไปขอโทษยายแก้วมาแล้ว จึงอยากจะขอโทษลูกด้วยและขอให้ลูกให้อภัย กฤติยาบ่อน้ำตาแตกทันทีโผกอดแม่ไว้แน่น

“แม่จะผิดได้อย่างไรก็แม่เป็นแม่ แอนรอคอยจะได้กอดแม่มาทั้งชีวิต”

กัณฐิกาซึ้งใจมากกอดลูกตอบ อุษายืนตะลึงที่ได้ยินว่าทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกัน อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ รีบโทร.หาคุณท่าน แต่ยังไม่ทันได้บอกอะไร ณวัตรมีลูกค้ามาพบเสียก่อน จึงบอกให้อุษารอตอนที่ตนกลับบ้านค่อยคุยกัน เธอวางสายรีบกลับไปแอบฟังสองแม่ลูกคุยกันต่อไป กฤติยาขอร้องแม่ให้หยุดที่ณวัตรและเลิกสร้างปัญหาภายในครอบครัว เลิกยุ่งเกี่ยวกับธีรดนย์เด็ดขาด กัณฐิกามองออกว่าลูกรักใคร่ชอบพอชายหนุ่มคนนี้

“ใช่ค่ะ...แอนรักธีรดนย์ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ นิกกี้เขารักธีรดนย์”

“คุณณวัตรไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้ ถ้าลูกรักธีรดนย์ แม่ก็ยินดี”

“ธีรดนย์เขามีแฟนแล้ว ถึงเขาไม่ได้รักแอน...แอนขอแค่ได้เห็นคนที่แอนรักมีความสุข แอนก็สุขใจแล้ว แอนขอให้แม่ทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดีของคุณอาและเป็นคุณผู้หญิงที่ดีกับทุกคน แอนเชื่อว่าแม่จะมีความสุขโดยไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้าอะไรอีก...แอนขอได้ไหมคะแม่”

กัณฐิกานิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะรับปาก สองแม่ลูกโผกอดกันอย่างมีความสุข แต่แล้วความสุขมีได้แค่ชั่วครู่เมื่อกัณฐิกาเหลือบไปเห็นอุษายืนจ้องอยู่

“ฉันขอโทษที่มาขัดจังหวะของครอบครัว” อุษาพูดจบ เดินออกไป สองแม่ลูกต่างตกใจที่แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์ของณวัตรรู้ความลับของพวกตน รีบวิ่งตามไปขอร้องให้ปิดเรื่องนี้ไว้อย่าให้รู้ถึงหูณวัตร อ้างว่าที่ทำไปไม่ได้คิดร้ายกับใคร อุษาไม่เชื่อ ให้ทั้งคู่ไว้คอยแก้ตัวกับคุณท่านเอง แล้วรีบเดินหนี กัณฐิกาจะตาม กฤติยารั้งไว้

“พอเถอะแม่ ถึงเวลาที่เราคงต้องยอมรับความจริง คุณอาต้องเข้าใจแล้วก็ให้อภัยเรา”

กัณฐิการู้แก่ใจดีว่าณวัตรรับไม่ได้ถ้ารู้ว่าเธอมีลูกติด วิมานที่วาดไว้ต้องพังทลายแน่นอน เธอยอม

ไม่ได้วิ่งตามไปเล่นงานอุษา กฤติยารู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลรีบเดินตาม...

ทางฝ่ายธีรดนย์เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ตั้งใจจะร้องเพลงให้แม่ฟังให้ได้ เดินผ่านหน้าตึกใหญ่เห็นเงียบเชียบ ไฟเปิดอยู่ไม่กี่ดวง คิดว่าแม่คงอยู่ที่ห้องพักแล้ว รีบเดินลัดสนามไปที่นั่น...

ด้านอุษาร้อนใจมาก รอให้ณวัตรกลับมาก่อนไม่ไหว ตัดสินใจโทร.หาอีกครั้ง กำลังจะอ้าปากบอกเรื่องสองแม่ลูก กัณฐิกากระชากโทรศัพท์ไปจากมือแล้วปิดเครื่องเสียก่อน ณวัตรรีบโทร.กลับแต่ติดต่อไม่ได้ เกรงจะเกิดเรื่องที่บ้าน ทิ้งงานทุกอย่างรีบกลับทันที

ooooooo

กัณฐิกาเสนอเงินให้อุษาเพื่อปิดปาก แต่เธอไม่ยอมรับเงินสกปรกที่กัณฐิกาหลอกลวงมาจากคุณท่านแล้วเข้าไปยื้อแย่งโทรศัพท์คืน กัณฐิกาไม่ให้ ขู่จะฟ้องณวัตรว่าอุษากระด้างกระเดื่องใส่ตน และจะยุให้เขาไล่เธอออก ระหว่างเมียที่เขารักกับคนรับใช้ ลองคิดดูให้ดีๆว่าเขาจะเชื่อใคร

“คุณท่านเชื่อคุณแน่นอนค่ะ แต่คำพูดจากปากฉันจะทำให้คุณท่านคลางแคลงใจไปทั้งชีวิต คุณหนูก็คงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ ถึงฉันจะโดนไล่ออก ฉันก็ขอเป็นทาสรับใช้ที่ซื่อสัตย์ดีกว่าคนเนรคุณ” อุษาว่าแล้วกระชากโทรศัพท์คืนอีกครั้งแต่กัณฐิกายื้อไว้ ดึงกันไปดึงกันมาอุษาพลาดตกบันไดกลิ้งลงไปกองกับพื้นแน่นิ่ง

สองแม่ลูกตะลึงคิดว่าตาย สักพัก เธอขยับตัวลืมตา กัณฐิกาดีใจที่เธอยังไม่ตายรีบวิ่งลงมาดู อุษาตกใจคิดว่าจะเข้ามาทำร้าย กัดฟันวิ่งหนีออกจากตึกใหญ่ กัณฐิกาวิ่งตาม พลางร้องเรียกให้กลับมาก่อน ตนไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย อุษาไม่ฟังวิ่งเตลิดไปตามทางรถแล่นจะออกนอกบ้าน ฝ่ายธีรดนย์ไม่เห็นแม่อยู่ในห้อง คว้ากีตาร์ออกตามหาหวังจะร้องเพลงให้แม่ฟังตามที่รับปากไว้ เห็นอุษาหลังไวๆดีใจจะเข้าไปหา

ชนิกานต์เลี้ยวรถเข้าบ้าน เหลือบไปมองธีรดนย์ไม่ทันเห็นอุษาที่วิ่งหนีไม่คิดชีวิตมาข้างหน้า ปะทะกับรถของชนิกานต์อย่างจัง ล้มหัวฟาดพื้นนอนนิ่งไม่ไหวติง ธีรดนย์ตกใจแทบช็อกกีตาร์หล่นพื้นรีบวิ่งไปกอดร่างอุษาไว้ร้องไห้อย่างไม่อายใคร กัณฐิกากับกฤติยายืนตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เช่นเดียวกับณวัตรที่เพิ่งกลับมา...

ในเวลาต่อมา ที่หน้าบ้านของสุทิน สุตาภัญถึงกับร้องไห้โฮเมื่อรู้จากชนกชนม์ว่าชนิกานต์ขับรถชนอุษาตอนนี้อยู่ห้องไอซียูเป็นตายเท่ากัน สุตาภัญโทษตัวเองว่ามีส่วนทำให้ชนิกานต์เสียใจจนขาดสติถึงได้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ชนกชนม์เข้าไปกอดปลอบใจ ไม่อยากให้เธอโทษตัวเอง มันเป็นอุบัติเหตุ สุรัมภาแอบมองอยู่ในมุมมืด เห็นภาพบาดตาก็ไม่พอใจ สุตาภัญรู้สึกตัว รีบผละออกจากอ้อมอกชนกชนม์

“นายไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้วนะ เราไม่ควรเจอกันอีก ฉันไม่อยากทำให้นิกกี้กับธีต้องเสียใจไปมากกว่านี้”

“ผมจะมาบอกลาคุณเหมือนกัน หลังจากนี้ คุณควรอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้ธี ไม่มีผู้ชายคนไหนรักคุณเท่าธีอีกแล้ว...ลาก่อน นางฟ้าของผม” ชนกชนม์ยิ้มเศร้าก่อนจะหันหลังเดินจากไปทั้งน้ำตา

สุตาภัญเองก็เสียใจไม่แพ้เขาเช่นกัน มองส่งชนกชนม์เป็นครั้งสุดท้าย แล้วหันหลังจะกลับเข้าบ้าน เจอสุรัมภายืนจ้องอยู่ เกรงน้องจะฟ้องพ่อที่เธอแอบมาเจอชนกชนม์ แต่น้องกลับไม่พูดอะไรแถมช่วยโกหกให้อีกต่างหากว่าเธออยู่ในห้อง สุตาภัญคิดว่าน้องหายโกรธ แต่ความจริงแล้วนี่เป็นแผนหลอกให้ตายใจของสุรัมภา...

หมอไม่อาจยื้อชีวิตอุษาไว้ได้ ธีรดนย์รอฟังข่าวอยู่หน้าห้องฉุกเฉินถึงกับปล่อยโฮด้วยความเสียใจ ขณะที่ชนิกานต์เป็นลมล้มพับไปตรงนั้น ณวัตรต้องเข้าไปประคองไว้

ooooooo

ชนิกานต์ร้องไห้ไม่เป็นอันหลับอันนอนเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พยายามจะอธิบายให้ธีรดนย์เข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เขากลับหาว่าเธอจงใจขับรถชนแม่ของเขาเพราะเจ็บแค้นที่เขาปฏิเสธความรักจากเธอ เข้าไปลากตัวจะเอาไปส่งตำรวจ ชนิกานต์ขอร้องอย่าทำแบบนี้ เธอขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่อง

“ไม่ได้ตั้งใจ มันง่ายไปหรือเปล่ากับชีวิตแม่ฉันทั้งคน”

“ฉันเองก็เสียใจไม่แพ้นาย...นายก็รู้ว่าฉันรักและผูกพันกับป้าอุษามากแค่ไหน”

ไม่ว่าชนิกานต์จะพยายามแก้ตัวอย่างไร ธีรดนย์ก็ไม่สนใจ ยืนยันจะเอาผิดกับเธอให้ได้...

อีกมุมหนึ่งภายในห้องพระของคฤหาสน์ณวัตร กฤติยาทนไม่ได้ที่จะโยนบาปให้ชนิกานต์คนเดียว เธอกับกัณฐิกาก็มีส่วนทำให้อุษาวิ่งเตลิดจนไปถูกรถของชนิกานต์ชนถึงแก่ความตาย กัณฐิกาไม่เอาด้วย อ้างว่าตัวเองไม่ได้ผิด ชนิกานต์ต่างหากที่ขับรถชนอุษา กฤติยายืนกราน ถ้าแม่ไม่สารภาพ ตนจะทำเอง แล้วขยับจะออกจากห้อง กัณฐิกาเข้ามาดึงมือไว้ ขอร้องไม่ให้ทำอย่างนั้น

“แม่ไม่สงสารนิกกี้หรือไงที่ต้องมารับโทษเพราะเรา แม่เลิกเห็นแก่ตัวได้แล้ว”

“แม่ทำไปเพราะเรา แม่เป็นห่วงลูก เรากำลังจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ถ้าแม่ติดคุก ลูกจะอยู่ยังไง ใครจะดูแลลูก”

“แอนไม่สามารถมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้ค่ะแม่” กฤติยาพูดจบ เดินออกจากห้อง  กัณฐิการีบตามมาตัดพ้อว่าอยากเห็นตนติดคุกไปจนตายใช่ไหม กฤติยาชะงัก

“สิ่งที่ทำมันผิด มันอาจทำให้ลูกรู้สึกแย่ แต่เพื่อครอบครัวเรา...” กัณฐิกายังพูดไม่ทันจบ ณวัตรเดินเข้ามาถามว่าเมื่อวานนี้ก่อนอุษาจะตายโทร.มาบอกเขาว่ากฤติยากับกัณฐิกามีเรื่อง เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยังไม่ทันจะได้รู้ความจริง มีเสียงของชนิกานต์ดังขึ้นเสียก่อน “ปล่อยฉันเถอะ...ฉันขอร้อง ฉันไม่ไป...ฉันกลัว”

ณวัตรเป็นห่วงลูกรีบตามไปยังต้นเสียง เห็นธีรดนย์กำลังลากตัวชนิกานต์ออกไปทางหน้าบ้าน เขาตะโกนบอกให้ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ ชายหนุ่มหยุดกึกรีบปล่อยมือ ชนิกานต์วิ่งหนีไปหาณวัตรตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

“คุณท่านครับ แม่ผมตาย ต้องมีคนรับผิดชอบ...”

กฤติยาพูดแทรกทันที “ใช่ค่ะ เรื่องนี้มีคนต้องรับผิดชอบ หากนายต้องการหาคนผิด คนคนนั้นคือ...ฉัน”

“เธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” ธีรดนย์ตวาดลั่น

“คุณอาคะ ป้าอุษาโทร.ไปหาคุณอาเพราะเรื่องของแอนกับคุณน้าค่ะ...ป้าอุษามาทำความสะอาดในห้องแอน สร้อยที่คุณอาซื้อให้หายไป แอนกับคุณน้าคิดว่าป้าอุษาขโมยไป พวกเราขู่จะฟ้องตำรวจจับ ป้าอุษาตกใจและกลัวมากวิ่งหนีออกไปจากบ้าน”

“แม่ฉันไม่มีนิสัยขโมย” ธีรดนย์ค้านเสียงแข็ง กัณฐิกาช่วยกฤติยาแต่งเรื่อง

“ใช่ค่ะฉันก็เชื่ออย่างนั้น ฉันกับหนูแอนช่วยกันหาอีกครั้งพบสร้อยตกอยู่ในห้อง เราสองคนจะไปขอโทษป้าอุษาแต่สายไปเสียแล้ว ป้าอุษาวิ่งตัดหน้ารถหนูนิกกี้...”

“มันไม่ใช่ความผิดของเธอ นิกกี้ ฉันเป็นคนผิดเองค่ะ” กฤติยาพูดจบ ทรุดตัวลงร้องไห้ ธีรดนย์ถึงกับพูดไม่ออก กัณฐิกาขอร้องเขาให้อภัยหนูแอนด้วย ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ ณวัตรพยายามหว่านล้อมธีรดนย์ให้ช่วยให้การกับตำรวจว่าเป็นอุบัติเหตุเหมือนที่คนอื่นๆจะให้การ ทุกอย่างจะได้จบด้วยดี

“ทุกคนมีความสุข แม่ผมต้องตายฟรี ชีวิตแม่แลกกับการอยู่รอดของชีวิตเจ้านาย มันเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่คนใช้ใช่ไหมครับ” ธีรดนย์แดกดันเสียงสั่น ณวัตรไม่อยากให้เขาคิดแบบนั้น อย่างน้อยก็ขอให้เห็นแก่ความรักความห่วงใยที่ตนเคยมีให้ครอบครัวของเขา ธีรดนย์ถึงกับอึ้งที่ถูกทวงบุญคุณ จังหวะนั้นตำรวจเข้ามาเชิญทุกคนไปให้ปากคำต่อการเสียชีวิตของอุษาที่โรงพัก ทุกคนรอฟังธีรดนย์จะว่าอย่างไร

ooooooo

สุตาภัญถึงกับหน้าเครียดเมื่อสุทินต้องการให้เธอออกไปกินข้าวกับพงษ์ภูมิ เธอไม่อยากไปอ้างว่าใกล้สอบแล้วต้องอ่านหนังสือ สุทินกลับบอกว่าให้ไปกับพงษ์ภูมิก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านหนังสือทีหลัง

“ไม่ได้หรอกค่ะ วิชานี้สำคัญมาก คุณพ่ออยากให้ตาได้เกียรตินิยมไม่ใช่หรือคะ พี่พงษ์ภูมิเองก็เข้าใจ จริงไหมคะ” สุตาภัญยิ้มให้จอมหื่นพงษ์ภูมิที่จำต้องยิ้มตอบ

“ครับ ไว้วันหน้าก็ได้ครับคุณอา” พงษ์ภูมิมองตามสุตาภัญที่เดินขึ้นบ้านเจ็บใจที่แห้วอีกครั้ง...

ขณะที่สุตาภัญเอาตัวรอดจากพงษ์ภูมิมาได้ ชนิกานต์ก็รอดจากถูกตำรวจดำเนินคดีมาได้อย่างหวุดหวิด เพราะธีรดนย์ยอมทำตามที่ณวัตรขอร้อง ให้การเหมือนที่กฤติยาเล่าทุกอย่าง และยังยอมรับกับตำรวจว่าเขาเป็นคนขับรถคันดังกล่าวเอง ทั้งณวัตร ชนิกานต์รวมทั้งกฤติยาและกัณฐิกาต่างโล่งอก...

เมื่อเจอหน้าธีรดนย์ ณวัตรขอบใจเขามากที่ยอมทำตามที่ขอร้อง ธีรดนย์ไม่ต้องการคำขอบใจ และขอให้ณวัตรรู้ไว้ว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อแม่ของเขา แม่สอนเขาให้รู้สำนึกบุญคุณคน สิ่งที่เขาทำในครั้งนี้คงมากพอที่จะชดใช้หนี้บุญคุณที่ณวัตรมีต่อเขา

“ยังไงฉันก็ขอบใจนาย ฉันพร้อมจะดูแลชีวิตนายให้ดีที่สุด”

“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ ขอให้คุณท่านทำตามคำขอของผม”

ณวัตรรับปากจะให้ทุกอย่างที่ธีรดนย์ต้องการ...

ในเวลาต่อมา ธีรดนย์กลับถึงห้องพัก มองไปที่กีตาร์ตัวโปรด ก่อนจะหยิบขึ้นมาดีดเพลงที่เตรียมจะร้องให้แม่ฟัง ความเสียใจถาโถมเข้าใส่จนเขาไม่สามารถร้องเพลงได้ ได้แต่กอดกีตาร์ไว้ร้องไห้คิดถึงแม่ ชนิกานต์ยืนอยู่ หน้าห้อง ได้ยินเสียงคร่ำครวญของเขาแล้วยิ่งเสียใจ วิ่งออกไปที่สระว่ายน้ำยืนเศร้าอยู่คนเดียว กฤติยาผ่านมาเห็น จะเข้ามาช่วยปลอบ เธอกลับเดินหนี กฤติยาตะโกนไล่หลัง

“ร้องออกมาเถอะ มันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น”

ชนิกานต์ชะงัก หันกลับมาเห็นสายตาที่เป็นมิตรของ กฤติยาแล้ว น้ำตาไม่รู้มาจากไหนไหลอาบแก้ม  กฤติยาเข้ามากอดปลอบใจ ชนิกานต์ซบหน้ากับไหล่เธอร้องไห้โฮ

ooooooo

ช่วงพักเที่ยง สุรัมภาเอาแต่นั่งซึมจนเพื่อนของเธออดเป็นห่วงไม่ได้ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจให้ระบายออกมาได้ตนยินดีรับฟัง สุรัมภาไม่ตอบกลับร้องไห้ออกมา เพื่อนสงสารไม่อยากคาดคั้น

“ไม่พร้อมวันนี้ก็ยังมีวันหน้า อย่ามัวทำหน้าเศร้าให้เฉาเกินวัย ไปสูบฉีดพลังสาวกันดีกว่า” เพื่อนพูดจบลากสุรัมภาไปที่สนามวอลเลย์บอล ชวนเล่นวอลเลย์กันอย่างสนุกสนาน ทำให้สุรัมภาลืมความทุกข์ใจไปได้ จนคิดจะเล่าความลับคับอกให้เพื่อนฟัง แต่ชยางกูรโผล่เข้ามาเสียก่อน สุรัมภาตกใจ เดินหนีไปทันที เพื่อนแปลกใจเกิดอะไรขึ้น หันไปมองด้านหลังเห็นชยางกูรยิ้มให้ คิดว่าเป็นแฟนสุรัมภา

“อาการแบบนี้ งอนกับแฟนแน่” เพื่อนมองตามสุรัมภาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง...

ด้านสุรัมภาเดินหนีมาได้สักพัก มีเสียงเตือนว่ามีข้อความจากมือถือ เธอเปิดดู เห็นคลิปที่ชยางกูรถ่ายตอนข่มขืนเธอปรากฏอยู่หน้าจอ สุรัมภารีบลบทิ้ง ชยางกูรไม่วายตามมารังควาน

“ฉันเตือนแล้วไง อย่าดื้อกับฉัน”

สุรัมภาถามเสียงสั่นต้องการอะไรกันแน่ ชยางกูร

อยากได้ตัวสุตาภัญ โดยวางแผนใช้สุรัมภาเป็นนกต่อ...

งานรดน้ำศพอุษาจัดขึ้นในบ่ายวันเดียวกัน ชนกชนม์มาร่วมงานด้วย พอเห็นสุตาภัญมาถึงศาลาสวดศพ เขารีบลุกหนี ตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธออีกเพื่อความสบายใจของทุกคน ทั้งคู่เดินสวนกันหน้าศาลาทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน ยิ่งชนกชนม์เห็นธีรดนย์โผกอดสุตาภัญร้องไห้ราวกับเธอเป็นที่พึ่งสุดท้ายยิ่งปวดใจ นอกจากสุตาภัญจะตัดสัมพันธ์กับชนกชนม์แล้ว ชนิกานต์ก็ยังไม่พร้อมจะคุยด้วย ทำให้เขาเคว้งคว้างไม่เหลือใคร...

ด้านสุตาภัญค่อยๆดันตัวออกจากอ้อมกอดธีรดนย์บอกให้เขาเข้มแข็งไว้ เธอเชื่อว่าเขาต้องทำได้ ธีรดนย์ขอร้องเธออย่าทิ้งเขาไป ถ้าไม่มีเธอสักคน เท่ากับเขาหมดสิ้นทุกอย่าง ขอคำมั่นสัญญาว่าเธอจะรักและอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป สุตาภัญจำต้องรับปาก...

หลังกลับจากงานศพอุษา สุตาภัญเพิ่งมีโอกาสขอบใจสุรัมภาที่ช่วยเธอไว้เมื่อคืน สุรัมภาแสดงละครตบตาว่าให้อภัยเธอแล้ว อ้างว่าไม่อยากผิดใจกับพี่เรื่องผู้ชาย สุตาภัญหลงเชื่ออย่างสนิทใจว่าน้องหายโกรธ

ooooooo

บ่ายวันรุ่งขึ้น ขณะชนกชนม์กำลังจัดแผงขายเครื่องประดับที่ออกแบบเองอยู่ที่ตลาดนัดรถไฟ  เพทายกับปอนมาเห็นเข้า รีบโทร.รายงานชยางกูรซึ่งกำลังนั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องทำงานที่บริษัทจิวเวล-รี่ของแม่

“ขอบใจที่รายงาน...เย็นนี้มีเรื่องสนุกเล่นกันอีกแล้ว”

ชยางกูรวางสายเป็นจังหวะเดียวกับพนักงานเอาแบบเครื่องประดับมาให้ตรวจพอดี เขาสั่งให้วางไว้บนโต๊ะ ตอนนี้ยังไม่ว่างจะตรวจ แล้วลุกขึ้นจะไป พนักงานเตือนว่าต้องสรุปแบบส่งโรงงานภายในวันพรุ่งนี้

“ฉันไม่ชอบให้ใครมาสั่งฉัน...ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง” ชยางกูรตวาดเสร็จ ออกจากห้อง พนักงานส่ายหัวให้กับวิธีทำงานของเขา ชยางกูรเดินสวนกับชลนิภาตรงทางเดินพอดี เธอร้องทักจะไปไหน เขาโกหกว่ามีนัดคุยกับลูกค้ารายใหญ่จากบรูไน แล้วคิดแผนชั่วขึ้นมาได้ ชวนแม่ไปเดินเล่นที่ตลาดนัดรถไฟเย็นนี้ ให้ไปเจอกันที่นั่นเลย

ชลนิภารับคำ แล้วบ่ายหน้าไปยังห้องทำงานตัวเอง ระหว่างทางเห็นพวกพนักงานกำลังสุมหัวนินทาชยางกูรว่าวันๆแทบไม่ทำอะไร เอาแต่เต๊ะท่าผิดกับชนกชนม์ลิบลับ เธอไม่พอใจมากเข้าไปเอ็ดตะโรลั่น

“ว่างมากก็ไปเขียนใบลาออกซะ”

พนักงานต่างหน้าซีด พากันสลายตัวในพริบตา...

คำพูดของพนักงานทำให้ชลนิภาอดคิดถึงชนกชนม์ไม่ได้ เดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานตัวเองหยิบภาพสเกตช์เครื่องประดับชิ้นที่ชนกชนม์เคยออกแบบไว้ขึ้นมาดูถึงกับน้ำตาซึม...

ตกเย็นได้เวลาตามนัด ชลนิภาไปถึงตลาดนัดรถไฟแล้ว แต่ชยางกูรยังไม่มา เธอพยายามโทร.หาก็ไม่รับสาย จึงเดินเล่นไปพลางๆระหว่างรอลูก โดยไม่เห็นชนกชนม์ขายเครื่องประดับอยู่ที่มุมหนึ่งของตลาด...

สุรัมภาแสร้งให้สุตาภัญตายใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องกลับมาเหมือนเดิม หยอกล้อกับพี่สาวอย่างสนุกสนาน แล้วนอนมองท้องฟ้ายามเย็นอยู่ที่สนามหน้าบ้านด้วยกัน ก่อนจะเริ่มเดินตามแผนชั่วที่ชยางกูรวางไว้ให้ โดยชวนสุตาภัญออกไปเที่ยวด้วยกันเย็นนี้ เธอยังไม่ทันจะตอบ พงษ์ภูมิเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“พี่ไปด้วยคนได้ไหมครับ”

สุตาภัญตอบไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองว่าไม่ได้ เขาชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที

ooooooo

สุทินยืนกรานจะให้สุตาภัญออกไปข้างนอกกับพงษ์ภูมิให้ได้ โดยไม่สนใจความรู้สึกของลูก เข้าทางสุรัมภาพอดี รีบเสนอตัวจะไปเป็นเพื่อนพี่สาว

“มันไม่เหมาะนะลูก” สุทินค้าน

“นะคะคุณพ่อ ให้ภาไปเป็นเพื่อนพี่ตา...พี่ตาจะได้อุ่นใจ”

สุทินไม่มีทางเลือกจำต้องยินยอม เพราะขืนพงษ์ภูมิถูกปฏิเสธอีกครั้ง การเลื่อนขั้นของเขาต้องสะดุดแน่ๆ สุรัมภามองหน้าพี่สาวอย่างรอคำตอบ สุตาภัญยอมทำตามที่พ่อต้องการแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น...

ฝ่ายเสาวนิตย์ยังคาใจไม่หาย ทำไมสุตาภัญถึงไม่ชอบขี้หน้าพงษ์ภูมินัก พอได้อยู่ตามลำพังกับสุทิน รวบรวมความกล้า ถามว่าวันที่ลูกไปสนามกอล์ฟกับเขา เกิดอะไรขึ้น

“คุณพงษ์ภูมิแตะเนื้อต้องตัวยัยตานิดหน่อย ยัยตาก็เอะอะโวยวายเกินเหตุ”

เสาวนิตย์ตกใจที่สุทินปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับลูกสาวตัวเอง หนำซ้ำยังคิดจะประเคนลูกให้ผู้ชายนิสัยแย่ๆคนนี้อีก สุทินไม่พอใจมากที่เสาวนิตย์บังอาจมาต่อว่า ตวาดกลับให้หุบปาก อย่ามาก้าวก่ายความคิดของเขา เสาวนิตย์หงอ รีบขอโทษที่ทำให้เขาไม่พอใจ...

ในเวลาเดียวกันที่ศาลาสวดศพอุษา ณวัตร ชนิกานต์และแขกที่มาในงานต่างแปลกใจที่เห็นธีรดนย์เข้าไปยืนหน้าโลงศพ พร้อมกับกีตาร์ในมือ กล่าวขอบคุณแขกทุกท่านที่มาเป็นเกียรติในงานศพแม่ของเขา

“บางคนอาจจะมองเห็นแค่ชีวิตของแม่บ้านหรือคนใช้คนหนึ่งที่ตายไปก็หาใหม่ได้ไม่ยาก แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ของผม แม่ผู้ให้ชีวิต ผมมีแม่เพียงคนเดียว ไม่สามารถหาแม่คนใหม่มาแทนได้...ก่อนแม่จากไป แม่เคยพร่ำบ่นอยากฟังผมร้องเพลง ผมไม่ได้ทำตามคำขอของแม่สักที จนถึงวันนี้...ผมพร้อมแล้ว ผมขออนุญาตร้องเพลงให้แม่ผมฟังนะครับ” ธีรดนย์พูดจบ มองรูปถ่ายของแม่ ก่อนจะร้องเพลงที่เตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับท่าน

เนื้อหาของเพลงกินใจมาก คนฟังซาบซึ้งน้ำตาคลอ โดยเฉพาะชนิกานต์ถึงกับปล่อยโฮ ณวัตรเป็นห่วงความรู้สึกของลูกเข้าไปกอดปลอบใจ...

ระหว่างที่ธีรดนย์ร้องเพลงต่อหน้าโลงศพแม่ กัณฐิกานำดอกไม้ธูปเทียนมาวางหน้าที่เก็บอัฐิยายแก้ว

“ฉันขอสาบานต่อหน้าแม่ ความผิดพลาดที่ฉันทำลงไปในครั้งนี้มันจะเป็นครั้งสุดท้าย หากฉันผิดคำพูดขอให้ชีวิตฉันไม่พบความสุข ไม่มีใครรักอีกเลย” กัณฐิกา

น้ำตาริน กฤติยาสงสารแม่มากเข้าไปกอดให้กำลังใจ...

ด้านชลนิภาเห็นชนกชนม์ขายของอย่างตั้งอกตั้งใจ ยิ้มพอใจที่ลูกรู้จักทำมาหากินโดยสุจริต...

หลังจากร้องเพลงให้แม่ฟังจบ ธีรดนย์บอกแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานทั้งน้ำตาว่า

“สิ่งที่ผมอยากฝากบอกลูกๆทุกคน อย่ารอ...อย่าอายที่จะบอกรักคุณแม่ กอดคุณแม่ หอมคุณแม่ มอบรักและดูแลกัน...ก่อนที่มันจะสายเกินไป”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:15 น.