ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณ ผับแห่งหนึ่ง สุตาภัญถือกุหลาบช่อใหญ่กำลังจะแหวกกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปดูธีรดนย์เพื่อนของเธอที่มา ออดิชั่นวงดนตรี แต่กลับถูกดันจนเซจะล้ม ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้าไปรับเธอไว้ทัน ทั้งสองคนมองสบตากันนิ่งงัน

“ชนกชนม์...ถึงคิววงเราเล่นแล้ว”

เสียงเรียกของธีรดนย์ ทำให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ ยิ้มให้หญิงสาวในอ้อมแขน ก่อนจะเดินไปหาคนเรียกสุตาภัญมองเลยเขาไปแล้วยิ้มให้ธีรดนย์ซึ่งกำลังโบกมือทักทายให้ เธอโบกมือตอบ แล้วตะโกน

“ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”

ชนกชนม์เข้าใจผิดคิดว่าสุตาภัญพูดด้วย จึงหันมาขอบคุณ เธอไม่ทันจะอธิบายอะไร ธีรดนย์ลากตัวเขาเข้า ไปด้านหลังเวทีเสียก่อน จังหวะนั้น ชนิกานต์เพื่อนรักของเธอตามมาสมทบ สุตาภัญจึงไม่ได้สนใจอะไรอีก ชวน เพื่อนรักไปเชียร์วงดนตรีของธีรดนย์ที่หน้าเวที...

ในเวลาเดียวกัน ขณะสุรเดชกำลังนั่งป้อกฤติยาอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนนโดยที่เธอไม่ได้มีใจให้แม้แต่น้อย ชยางกูรกับพวกตามมาทวงหนี้ สุรเดชทำเหมือนจะยอมจ่ายเงินแต่โดยดี ชยางกูรหลงเชื่อไม่ทันระวังตัว

เขาคว้าเก้าอี้ฟาด แล้วผลักโต๊ะล้มใส่พวกสมุน ก่อนจะฉวยมือกฤติยาวิ่งหนี ชยางกูรกับพวกตั้งหลักได้วิ่งไล่

สุรเดชไม่อยากให้กฤติยาต้องเดือดร้อนไปด้วย ไล่ให้หนีไปก่อน แล้วตัวเองวิ่งล่อพวกชยางกูรไปอีกทางหนึ่ง แต่หนีไม่พ้นถูกรุมอัด กฤติยาแอบมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ขณะที่สุรเดชถูกยำสะบักสะบอม ชนกชนม์นักร้องนำของวงก็ร้องเพลงแรกจบท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมของนักเที่ยว ชนิกานต์ดึงช่อดอกไม้ในมือสุตาภัญเอาไปให้ชนกชนม์เพื่อทอดสะพานให้ เขากลับคิดว่าสุตาภัญฝากมาจึงส่งยิ้มไปให้พร้อมกับค้อมหัวเป็นทำนองขอบคุณ หญิงสาวจำต้องยิ้มรับ ชนิกานต์ถึงกับหน้าเจื่อน ขณะที่ธีรดนย์ยิ้มสะใจที่เห็นเธอเสียหน้า ชนิกานต์เกลียดเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งชิงชังมากขึ้นอีก...

ระหว่างที่วงดนตรีของธีรดนย์กำลังจะเล่นเพลงสุดท้ายของการออดิชั่น กฤติยาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอก ชนกชนม์ว่าพี่เดชกำลังแย่ เขารู้ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเพื่อนรัก หันไปบอกธีรดนย์ว่าขอตัวก่อน แล้ววิ่งลงจากเวทีทันที ครู่ต่อมา ชนกชนม์วิ่งตามกฤติยามาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นสุรเดชกำลังถูกชยางกูรทำร้ายรีบเข้าไปขวาง

“พอได้แล้ว...ทำไมต้องทำกันขนาดนี้”

“ไม่มีอะไรเพื่อนรัก...เข้าใจผิดกันนิดนึง” สุรเดชที่เลือดอาบหน้า ฝืนยิ้มให้ชนกชนม์

“เข้าใจผิดหรือ...เมื่อวานมันแข่งรถแพ้ฉันแล้วเบี้ยวเดิมพัน ถ้ามันไม่จ่ายก็ต้องแลกด้วยชีวิต” ชยางกูรว่าแล้วชักมีดขึ้นมาจ่อคอสุรเดช ชนกชนม์อาสาจะใช้หนี้แทน ชยางกูรต้องการกลั่นแกล้งพี่ชายต่างบิดาจึงบอกปัดว่าไม่ต้องการเงินของเขา อยากได้สร้อยคอห้อยจี้ภาพ ชนกชนม์วัย 4 ขวบ ถ่ายกับพ่อและแม่ของเขาสมัยยังเป็นครอบครัวสุขสันต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาแสนรักแสนหวงเส้นนั้นมากกว่า ชนกชนม์ปฏิเสธว่าให้ไม่ได้

“งั้นแข่งรถกับฉัน ถ้าแกชนะ ฉันปล่อยไอ้ขี้เรื้อนไป แต่ถ้าแพ้...สร้อยเส้นนี้เป็นของฉัน”

ชนกชนม์สงสารเพื่อนรักจำต้องรับคำท้า แต่มีข้อแม้ว่าถ้าตนชนะชยางกูรต้องเลิกแข่งรถ น้องชายตัวแสบยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะตกปากรับคำ

ooooooo

แม้จะไม่มีนักร้องนำเสียงดีอย่างชนกชนม์ แต่วงดนตรีของธีรดนย์ก็ได้รับคัดเลือกให้เล่นในผับแห่งนั้น สุตาภัญเข้าไปกอดแสดงความยินดีที่เขาได้งานโดย ไม่ได้คิดอะไร แต่พอรู้สึกว่าใกล้ชิดเกินไปก็ถอยห่าง

“ตาตั้งใจเอาดอกไม้มาเป็นกำลังใจให้ธี แต่ขอโทษด้วยนะที่กานต์...”

“ไม่เป็นไร ผมชินแล้ว...กานต์เค้าชอบแย่งของคนอื่นเสมอ”

ชนิกานต์ไม่พอใจ เข้ามาผลักธีรดนย์ “ฉันไม่เคยคิดแย่งของใคร โดยเฉพาะของของนาย แล้วนายก็ไม่มีอะไรที่มีค่าพอที่ฉันอยากได้ นายมันก็แค่...” ชนิกานต์จะด่าเรื่องที่เขาเป็นแค่ลูกคนรับใช้ในบ้านของเธอเท่านั้น แต่สุตาภัญชิงขอร้องให้เลิกทะเลาะกันเสียก่อน แล้วถามถึงเพื่อนของธีรดนย์ที่ร้องเพลงแรกว่าเป็นใคร

“เขาชื่อชนกชนม์ รู้จักกันตอนเรียนกวดวิชา เห็นว่าร้องเพลงได้เลยชวนเข้าวง แต่ทิ้งงานไปดื้อๆไม่เอาเข้าวงแล้วล่ะ...ไม่มีความรับผิดชอบ”

“เขาอาจมีธุระสำคัญก็ได้นะ” สุตาภัญแก้ตัวให้ชนกชนม์

“จะมีอะไรอีกล่ะ นอกจากไปแว้น อย่าไปสนใจเลย กลับเถอะ”

ชนิกานต์หูผึ่งทันที โยนกุญแจรถให้ธีรดนย์ แล้วสั่งให้พาไปลานแข่งรถ ธีรดนย์ไม่ยอมทำตาม ถ้าเธออยากไปดูก็เชิญไปเอง ชนิกานต์ขู่ฟ่อ ถ้าเขาขัดคำสั่ง เธอจะไล่แม่ของเขาออกจากงาน ธีรดนย์จำต้องทำตาม...

ที่ลานกว้างบริเวณสุสานรถไฟ สุรเดชยังซ่าไม่เลิก โทร.ตามแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่เป็นพรรคพวกกันให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในการแข่งรถครั้งนี้ด้วย และ

ที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ชยางกูรกับพวกเล่นนอกเกม

ไม่นานนัก สุตาภัญ ชนิกานต์ และธีรดนย์ก็ตามมา เห็นชยางกูรและชนกชนม์พร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ที่จุดสตาร์ตเตรียมพร้อมจะแข่ง ชนิกานต์ตื่นเต้นดีใจที่มาทันเวลาจะได้เชียร์ชายหนุ่มที่เธอหมายตาไว้ ธีรดนย์เห็นแก๊งมอเตอร์ไซค์รวมตัวกันมากมาย นึกขยาด ชวนสองสาวกลับ ชนิกานต์แหวใส่ทันที

“ปอดแหกก็กลับไปซะ...ฉันจะเชียร์แฟนฉัน...

ชนกชนม์...สู้ๆนะ”

สุตาภัญถึงกับอึ้งที่เพื่อนรักออกตัวแรง ทั้งที่เพิ่ง เจอกันแท้ๆ ขี้ตู่ว่าเขาเป็นแฟนเสียแล้ว ชนกชนม์มองตามเสียงเชียร์ เห็นสุตาภัญมาก็ยิ้มดีใจ ชยางกูรเส้นริษยาแตก

เห็นพี่ชายต่างบิดาเป็นปลื้มเธอสุดๆคิดจะแย่งชิงมาเป็นของตัวเอง...

ได้เวลาเริ่มการแข่งขัน สุรเดชขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดห่างจากนักแข่งทั้งสองไม่มากนัก กฤติยาขึ้นไปยืนบนเบาะรถ พร้อมกับโบกผ้าสองผืนเป็นสัญญาณเตรียม พร้อม พอเธอทิ้งผ้าลงพื้น การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น รถทั้งสองคันเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว สุรเดชตะโกนบอกพรรคพวกให้เข้าประจำที่

ทุกคนต่างวิ่งขึ้นไปยืนดูการแข่งขันบนโบกี้รถไฟ ชนิกานต์ไม่ยอมพลาด ขึ้นไปหามุมเหมาะๆดูเช่นกัน สุตาภัญพยายามจะห้ามแต่ไม่ทัน จำต้องวิ่งตาม โดยมีธีรดนย์วิ่งตามมาอีกทอดหนึ่ง ชนิกานต์ส่งเสียงเชียร์ชนกชนม์ลั่น สุรเดชหันไปมองตามเสียง เห็นธีรดนย์ยืนอยู่กับสาวสวยสองคนก็ตะโกนแซว

“เฮ้ย...ไอ้ธี เห็นติ๋มๆหงิมๆ วันนี้ควงสองเลยหรือวะ”

ธีรดนย์ยกมือทักตอบพอไม่ให้เสียมารยาท เนื่องจากไม่อยากจะคบค้าสมาคมกับสุรเดชสักเท่าไหร่ กฤติยาซึ่งยืนอยู่ข้างๆมองธีรดนย์อย่างพึงพอใจ สุรเดชรีบกันท่าคว้าคอเธอมากอดแสดงความเป็นเจ้าของ

ooooooo

การแข่งรถดำเนินไปอย่างตื่นเต้น ทั้งฝ่ายสุรเดชและฝ่ายเพทายเพื่อนของชยางกูรต่างส่งเสียงเชียร์ดังลั่น ชยางกูรเล่นสกปรกตลอดหวังจะให้รถของชนกชนม์ล้มคว่ำ แต่ก็รอดมาได้ และเร่งเครื่องตีคู่

ชยางกูรกลัวแพ้ ถีบรถของชนกชนม์เสียหลัก มัวแต่มองคู่แข่งพลาดท่าด้วยความสะใจ หันกลับมาอีกทีรถของตัวเองพุ่งเข้าหาโบกี้รถไฟ เขาต้องหักหลบกะทันหัน รถเสียหลักไถลไปกับพื้น แก๊งลูกเทวดากับสุรเดชส่งเสียงเฮลั่น ชนิกานต์ตะโกนขึ้นสุดเสียง

“ชนกชนม์ชนะแล้ว...ขี่เข้าเส้นชัยเลย”

ธีรดนย์มองไปยังสุรเดชกับพวก เห็นกฤติยาส่งยิ้มมาให้ก็ยิ้มตอบ สุรเดชไม่ชอบใจนัก ดึงมือเธอไปที่เส้นชัยเพื่อทำหน้าที่โบกผ้าให้ผู้ชนะคว้า กองเชียร์ของทั้งสองฝ่ายต่างโดดลงจากโบกี้รถไฟไปรอที่เส้นชัย

เหลือเพียงกลุ่มของสุตาภัญที่ยังยืนอยู่ข้างบน...

ด้านชนกชนม์เร่งเครื่องต่อไปหมายจะเข้าเส้นชัย แต่เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา วกรถกลับมาดูชยางกูรด้วยความเป็นห่วง เข้าไปช่วยประคองให้ลุกขึ้น เขากลับตอบแทนด้วยการต่อยหน้าจนล้มคว่ำแล้ววิ่งไปขึ้นรถของตัวเอง ทะยานออกไปและแล่นเข้าเส้นชัยในที่สุด สุตาภัญกับพวกเห็นเหตุการณ์ตลอด ไม่พอใจที่ชนกชนม์ถูกโกง โดยเฉพาะชนิกานต์ ลงจากโบกี้รถไฟจะไปเอาเรื่องชยางกูรให้ได้ สุตาภัญจะตามไปห้ามแต่ธีรดนย์รั้งไว้

“ตารออยู่ตรงนี้ดีกว่า...ผมไปตามเอง” ธีรดนย์ว่าแล้วรีบวิ่งตามชนิกานต์...

ทันทีที่ชนกชนม์แล่นเข้าเส้นชัย ชยางกูรปรี่มาทวงถามสร้อยคอตามที่ตกลงกันไว้ เขาไม่ยอมให้อ้างว่าชยางกูรทำผิดกติกา ทำร้ายคู่แข่ง ชยางกูรหน้าด้าน เถียงข้างๆคูๆว่าเกมนี้ไม่มีกติกา ใครเข้าเส้นชัยก่อนถือว่าเป็นผู้ชนะ จังหวะนั้น ชนิกานต์ปราดเข้ามาชี้หน้าด่าชยางกูรว่าไอ้ขี้โกง เขาสวนทันทีว่าเธอเกี่ยวอะไรด้วย

“ฉันเป็นแฟนชนกชนม์” ชนิกานต์ประกาศลั่น อย่างไม่อายใคร “แฟนฉันอุตส่าห์มีน้ำใจลงไปช่วยแก แต่แกทำร้ายเขา อย่างนี้เขาเรียกหน้าตัวเมีย”

ชยางกูรไม่พอใจชนิกานต์จะเข้าไปตบสั่งสอน แต่ชนกชนม์ขวางไว้ เขาสบช่องกระชากสร้อยคอสุดหวงของพี่ชายมาได้ก็ขว้างทิ้ง สร้อยลอยละลิ่วมาตกที่เท้าของสุตาภัญซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของตู้โบกี้พอดิบพอดี เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยความแปลกใจ ฝ่ายชยางกูรยังไม่หนำใจ หันมาเยาะเย้ยถากถางชนกชนม์

“ความสุขของแกมันหลุดลอยไปลงกองขยะแล้ว ชีวิตแกต่อจากนี้ ต้องเจอเรื่องเน่าๆ ไอ้ลูกหมา”

ชนกชนม์สุดจะทน กระชากไหล่น้องชายตัวแสบที่กำลังเดินหนีให้หันกลับมา แล้วประเคนหมัดใส่ไม่ยั้ง พวกเพทายไม่พอใจจะกรูเข้าทำร้ายชนกชนม์ สุรเดชกับพวกไม่ยอม เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น ธีรดนย์เห็นท่าไม่ดีดึงมือชนิกานต์พาหนี ยังไปไม่ถึงไหนมีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้นเสียก่อน วงแตกทันที ทุกคนต่างวิ่งไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองเร่งเครื่องหนีฝุ่นตลบ ธีรดนย์เป็นห่วงสุตาภัญจะกลับไปหาแต่ชนิกานต์คว้ามือไว้

“อยากโดนจับเข้าคุกหรือไง...แกรีบพาฉันออกไปเร็ว” ชนิกานต์พูดจบ วิ่งไปที่รถของตัวเอง ธีรดนย์เห็นตำรวจใกล้เข้ามา แม้จะเป็นห่วงสุตาภัญเพียงใดแต่ก็ไม่อยากถูกจับ ตัดสินใจวิ่งตามชนิกานต์...

ทางฝ่ายสุตาภัญได้ยินเสียงเอะอะพร้อมกับเสียงไซเรนตำรวจ รีบเดินตามหาเพื่อนทั้งสอง กลับเจอแก๊งมอเตอร์ไซค์วิ่งตัดหน้าตัดหลังวุ่นวายไปหมด มีชายแปลกหน้า

จะฉุดเธอขึ้นมอเตอร์ไซค์ ดีที่ชนกชนม์มาช่วยไว้ทันผลักชายคนนั้นออก แล้วพาสุตาภัญวิ่งหนีไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ของเขาแล่นหนีตำรวจ

ooooooo

ในเวลาต่อมาชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งสุตาภัญหน้าบ้านของเธอ แล้วเอาช่อดอกไม้ที่ได้จากชนิกานต์มาให้ดู พร้อมกับขอบใจเธอสำหรับช่อดอกไม้ช่อแรกในชีวิต หญิงสาวมองเขาอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงว่าเธอไม่ได้คิดจะให้ดอกไม้ช่อนี้กับเขา แต่ตั้งใจจะให้ธีรดนย์เพื่อนของเธอต่างหาก

“อ้าวเหรอ...ฉันนึกว่าเธอฝากเพื่อนมาให้ฉัน”

“ไม่เป็นไร มันเป็นของนายโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว” สุตาภัญยิ้มให้ด้วยความจริงใจ ในเมื่อช่อดอกไม้นี้เป็นของชนกชนม์แล้ว เขาขอมอบให้เธอเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสที่เราสองคนได้รู้จักกัน หญิงสาวรับไว้แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือ เธอต้องออกแรงดึง ชนกชนม์แกล้งดึงกลับทำให้เธอเซเข้ามาชิด ทั้งสองมองสบตากันนิ่งงัน

ก่อนจะหัวเราะขำเพราะเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าผับเมื่อตอนหัวค่ำ พลันมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น

“ตาเข้าบ้านก่อนนะ...ขอบใจนายมาก ถ้ามีโอกาสคงได้เจอกันอีก” สุตาภัญว่าแล้ววิ่งเข้าบ้าน ชนกชนม์มองตาม มั่นใจว่าเราสองคนจะต้องเจอกันอีก...

สุตาภัญต้องตกใจเมื่อเข้ามาในบ้านแล้วพบพ่อและแม่ของเธอนั่งรอเธออยู่ สุทินไม่พอใจมากที่ลูกสาว

กลับบ้านค่ำๆมืดๆ แถมยังโกหกพ่อแม่ว่าติดประชุมที่คณะ เขาไปรับเธอที่มหาวิทยาลัยถึงได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าไม่มีการประชุมใดๆทั้งสิ้น สุทินพยายามตีกรอบให้ลูกอยู่ในโอวาทจะคบหากับใครต้องเป็นคนที่ตนเห็นดีด้วยและคนคนนั้นต้องอยู่ในตระกูลที่ดีมีฐานะ เพื่อลูกๆจะได้ยกระดับตัวเอง เขาถึงลงทุนมาซื้อบ้านในหมู่บ้านหรูแห่งนี้ เพื่อเป็นใบเบิกทางที่ดีให้แก่ลูกๆ

“เหมือนที่คุณพ่อตีสนิทนายทหารใหญ่เพื่อเลื่อนขั้นหรือคะ” สุตาภัญย้อนอย่างเหลืออด

“ใช่...คนเราจะได้ดีต้องมีพรรคพวกที่มีระดับ”สุทินว่าแล้วกระชากช่อดอกไม้ในมือลูกโยนลงพื้นก่อนจะกระทืบซ้ำ “อย่าริรักในวัยเรียน ไม่งั้นเธอจะท้องไม่มีพ่อ”

สุตาภัญเถียงไม่ยอมแพ้ว่าไม่เคยใฝ่ต่ำ สุทินโกรธตบเธอหน้าหันโทษฐานเถียงคำไม่ตกฟาก สุตาภัญร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ ต่อว่าท่านว่าไม่มีเหตุผล เอะอะก็ใช้แต่อำนาจ เธอไม่ใช่ลูกน้องในค่ายทหารของท่าน แล้ววิ่งหนีขึ้นห้อง สุทินจะตามไปลากตัวมาคุยกันให้รู้เรื่อง แต่เสาวนิตย์ขอร้องไว้ แค่นี้ลูกก็คงเข้าใจแล้ว สุทินพาลหาว่าเธอให้ท้ายลูกถึงได้เป็นแบบนี้ กำชับว่าให้ดูแลลูกให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก

“ค่ะ...เป็นความผิดฉันเองค่ะ” เสาวนิตย์ยอมรับผิดเพียงผู้เดียวเหมือนเช่นทุกครั้ง...

ทางฝ่ายชนกชนม์ไม่ต่างจากสุตาภัญ โดนแม่ตบตีอุตลุด ชยางกูรใส่ไฟว่าถูกเขาซ้อมเพราะเข้าไปห้ามไม่ให้เขาแข่งรถกับเพื่อน ชนกชนม์พยายามอธิบายความจริงแต่ท่านไม่ฟัง แถมด่าเขาสาดเสียเทเสียว่าเป็นคนไม่ได้เรื่อง ไม่เอาถ่าน คบแต่เพื่อนเลวๆ ชนกชนม์เสียใจประชด ประชันกลับ

“มันก็จริงอย่างที่คุณแม่พูดนะครับ...ผมเป็นลูกที่เลว ลูกที่คุณแม่เกลียดชัง”

“ใช่...ฉันเกลียดแกพอๆกับที่เกลียดพ่อแก”

“แล้วทำไมไม่ปล่อยให้ผมไปอยู่กับคุณพ่อล่ะครับ” ชนกชนม์สวนกลับด้วยความน้อยใจ

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของชนกชนม์ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 4 ขวบ พ่อกับแม่ทะเลาะกัน แม่ไล่พ่อออกไปจากบ้าน เด็กน้อยเข้าไปกอดพ่อไว้ ร้องไห้อ้อนวอนให้เอาเขาไปอยู่ด้วย แต่แม่ไม่ยอมให้พ่อทำอย่างนั้นและไม่ยอมให้ท่านแวะมาเยี่ยมเขาด้วยซ้ำ

ชนกชนม์ตื่นจากภวังค์ ยิ่งคิดถึงอดีตยิ่งน้อยใจ “คุณแม่รั้งตัวผมไว้ ไม่ใช่เพราะความรัก แต่คุณแม่ไม่อยากเสียหน้า คุณแม่ต้องการเอาชนะคุณพ่อเท่านั้นเอง”

ชลนิภาโกรธจัดตบตีลูกชังไม่ยั้ง ธนกรพ่อเลี้ยงของชนกชนม์ทนดูไม่ไหว เข้ามาห้ามกลับถูกเธอพาลใส่ว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัวของเธอ คนอื่นไม่เกี่ยว เขาถึงกับอึ้งที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของชลนิภาอยู่ตลอด เดินหนีขึ้นห้องด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แทนที่ชลนิภาจะรู้สึกตัว กลับโยนความผิดให้ชนกชนม์หาว่าเป็นตัวซวย สร้างแต่ปัญหา ทำให้เธอกับธนกรต้องผิดใจกัน

“ถ้าคุณแม่เห็นว่าผมเป็นตัวซวย ตัวปัญหา ผมจะไม่ทำให้คุณแม่ต้องเดือดร้อนอีกแล้ว” ชนกชนม์วิ่งออกจากบ้านด้วยความเสียใจ ชลนิภาตะโกนไล่หลังแข่งกับเสียงฟ้าร้องและสายฝนที่เทกระหน่ำ

“จองหองนักก็ไปเลย...ไปไหนก็ได้ แต่อย่าไปพึ่งพ่อแก่ อย่าให้มันมาด่าฉันได้ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี อย่าให้แม่เลี้ยงแกหัวเราะเยาะฉัน...ไอ้ลูกไม่รักดี”

ชนกชนม์ช้ำใจที่แม่ห่วงตัวเองมากกว่าห่วงเขา วิ่งหนีออกจากบ้านน้ำตาคลอ ชยางกูรมองตามยิ้มสะใจ

ครู่ต่อมา ชนกชนม์วิ่งมาถึงสี่แยก ฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย เขากวาดตามองไปรอบๆรู้สึกเคว้งคว้าง

ไม่รู้จะไปทางไหนดี ในที่สุด ก็ตัดสินใจไปหาวีรภัทรผู้เป็นพ่อ หวังให้ท่านเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่ต้องผิดหวังเพราะนัชชาเมียใหม่ของพ่อไม่ต้อนรับ อ้างว่าไม่ต้องการให้ลูกนิธิของเธอซึมซับพฤติกรรมอันธพาลจากชนกชนม์

ชายหนุ่มหมดทางไป จำต้องไปขอค้างคืนที่บ้านเช่าของสุรเดชซึ่งกำลังพี้ยาอยู่กับเพื่อนร่วมแก๊ง สุรเดชให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แถมส่งยาไอซ์ให้เขาเสพเพื่อให้ลืมความเจ็บช้ำใจ ชนกชนม์เอายาขว้างทิ้ง

“แกเลิกเถอะ...มันไม่ช่วยให้ชีวิตแกดีขึ้นหรอก”

“แล้วลูกมหาเศรษฐีอย่างแกดีนักหรือไงวะ...ไม่อยากขึ้นสวรรค์ก็ไปลงนรก...โน่น” สุรเดชชี้ไปที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไป ชนกชนม์ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเดินหนีเข้าห้อง เห็นพระพุทธรูปที่วางอยู่บนหิ้ง ฉุก

นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เมื่อครั้งยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ

พ่อสั่งสอนให้เขาเป็นเด็กดี โตขึ้นก็จะได้เป็นคนดีของสังคม เขายังจำได้ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“ผมจะพยายามครับ...ผมจะทำให้ดีที่สุด” ชนกชนม์ย้ำกับตัวเองต่อหน้าพระพุทธรูป แล้วเผลอเอามือจะกุมสร้อยคอแสนรักแสนหวง แต่นึกขึ้นได้ว่าชยางกูรขว้างทิ้งไปแล้ว รู้สึกใจหายและเสียดายอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ชนกชนม์ปลุกสุรเดชให้ลุกขึ้นแต่เช้าเพื่อไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน เขาขี้เกียจเข้าเรียนพยายามบ่ายเบี่ยงสุดฤทธิ์ ชนกชนม์ตื๊อเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายต้องยอมแพ้

“ฉันอนุญาตให้ลากิจได้วันเดียว...ฉันไปล่ะ”

“ฉันง่อยเปลี้ยเสียขาทำอะไรไม่ได้เลย...แกต้องช่วยทำธุระให้ฉัน” สุรเดชรั้งตัวเพื่อนรักไว้ แล้วคลานไปหยิบถุงกระดาษใบหนึ่งให้ ชนกชนม์จะเปิดดูข้างในเป็นอะไร แต่เขาห้ามไว้ อ้างว่าของแพ็กเรียบร้อย ขืนแกะดูจะทำให้เสียราคา ชนกชนม์มองเพื่อนรักอย่างจับผิด คาดคั้นให้บอกมาก่อนว่าอะไรอยู่ในถุงไม่อย่างนั้นจะไม่ช่วยเหลือ สุรเดชโกหกหน้าตายว่าไม่รู้ คนอื่นฝากมาอีกทีหนึ่งแล้วแกล้งร้องโอดโอย

“เอาไปให้ใคร...ไอ้เดช”

“ใส่ไว้ในกล่องแดงตรงจุดตรวจหน้าชุมชน”

ชนกชนม์อดสงสัยไม่ได้ ทำไมไม่ส่งให้กับมือคนที่จะรับของ สุรเดชขี้เกียจตอบคำถาม รีบไล่ให้เขาไปได้แล้ว ชนกชนม์ตัดรำคาญคว้าถุงกระดาษเดินออกไป เพื่อนร่วมแก๊งที่หลบมุมอยู่เข้ามาถามสุรเดชว่าจะไว้ใจไอ้หมอนี่ได้หรือ สุรเดชตอบอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครไว้ใจได้เท่าเพื่อนคนนี้ของตนอีกแล้ว...

หลังจากสุตาภัญต่อว่าชนิกานต์และธีรดนย์พอเป็นพิธีที่เมื่อคืนทิ้งเธอให้ผจญภัยเพียงลำพัง ก็ชวนทั้งคู่และเพื่อนนักศึกษาร่วมคณะไปที่ชุมชนแออัดเพื่อแสดงละครให้เด็กๆที่นั่นชม ธีรดนย์อดทักท้วงไม่ได้ ถ้าขืนพ่อของสุตาภัญรู้ว่าเธอมาทำกิจกรรมที่นี่คงโดนเอ็ดอีกแน่ๆ ชนิกานต์เห็นด้วย แนะให้ยกเลิกกิจกรรมแล้วไปช็อปปิ้งแทน สุตาภัญไม่ยอมทำตาม เพราะรับปากเด็กๆไว้แล้ว และที่สำคัญนี่เป็นกิจกรรมของคณะ

“แล้วถ้าคุณพ่อคุณแม่ตารู้ล่ะ” ธีรดนย์สีหน้าเป็นกังวล

“ก็อย่าบอกให้รู้สิ...พวกเธอขนของไปที่ศูนย์เด็กเล็กก่อนนะ ฉันจะแวะซื้อขนมไปแจกเด็กๆ” สุตาภัญหันไปบอกเพื่อนๆร่วมคณะ แล้วชวนชนิกานต์กับธีรดนย์ไปที่เพิงขายขนมซึ่งอยู่ใกล้ๆ...

ให้บังเอิญเหลือเกินที่ร้านขายขนมหวานเป็นร้านของยายแก้ว ยายของกฤติยา หญิงสาวกำลังช่วยยายแก้วจัดวางขนมหน้าร้าน เหลือบไปเห็นธีรดนย์กับพวกบ่ายหน้ามาทางร้าน รู้สึกอายไม่อยากให้เขาเห็นตนเองในสภาพนี้ รีบหลบไปจัดของอีกมุมหนึ่ง ทันทีที่พวกนั้นมาถึงร้าน สั่งขนมหลายสิบห่อเพื่อเอาไปเลี้ยงเด็กๆ ยายแก้วห่อขนมคนเดียวไม่ไหว ร้องเรียกกฤติยาให้มาช่วย เธอกลับบ่ายเบี่ยง

“หนูสายแล้วจ้ะยาย หนูไปเอากระเป๋าไปเรียนแล้วนะ” กฤติยาพูดจบเดินก้มหน้าก้มตาออกไป ยายแก้วมองตาม แปลกใจในพฤติกรรมของหลานสาว...

ขณะกฤติยากำลังแอบมองธีรดนย์ที่ยืนอยู่หน้าร้านขายขนมของยายแก้ว ชนกชนม์เข้ามาทักจากด้านหลัง เธอถึงกับสะดุ้งโหยง ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตั้งสติได้ ถามเขาว่ามาทำอะไรที่นี่

“มานอนค้างกับพวกลูกเทวดาน่ะ...แล้วเราล่ะ มายืนทำอะไรตรงนี้...แอบใครหรือ?”

“เปล่า...ฉันจะไปเอาหนังสือที่บ้าน ไปก่อนนะ” กฤติยารีบเดินเลี่ยงออกไป

ชนกชนม์ไม่ติดใจสงสัยอะไร เดินมาตามทางผ่านหน้าร้านขายขนมของยายแก้ว คลาดกับสุตาภัญกับพวกเพียงนิดเดียว โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกตำรวจสะกดรอยตาม เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง ชนกชนม์ยังคาใจของที่อยู่ในถุงไม่หายจะเปิดออกดู จังหวะนั้น เหลือบไปมองในเงาสะท้อนของกระจกหน้าร้านขายของเห็นมีคนจ้องอยู่ พอเขาหันไปมองตำรวจสองนายนั่นรีบหลบหลังเสาไฟ ชายหนุ่มสังหรณ์ใจชอบกล เร่งฝีเท้าหนี

ooooooo

ขณะเดียวกัน ภายในศูนย์เด็กเล็กของชุมชนแออัด สุตาภัญกับพวกเริ่มกิจกรรมกับเด็กๆอย่างสนุกสนาน ชนิกานต์ทำหน้าที่เอาขนมที่ซื้อจากร้านยายแก้วมาแจก ส่วนสุตาภัญ ธีรดนย์กับคนอื่นๆเข้าไปเตรียมตัวหลังเวทีเพื่อขึ้นแสดงละครเรื่องสโนไวท์ สุตาภัญในบทสโนไวท์ซักซ้อมบทกับธีรดนย์ซึ่งเล่นเป็นเจ้าชายเป็นครั้งสุดท้าย

“ธี...จำบทเจ้าชายได้ไหม?”

“ได้สิ...เจ้าชายออกมาตอนสโนไวท์นอนบนโลงแก้ว แล้วเจ้าชายก็จุมพิตทำให้สโนไวท์มีชีวิตอีกครั้ง”

สุตาภัญชมเปาะว่าเก่งมาก แล้วย้ำเตือนธีรดนย์อีกครั้งว่าห้ามจูบจริง ชายหนุ่มตาวาวขึ้นมาทันที เธอรีบตัดบทไล่เขาไปเปลี่ยนชุด ธีรดนย์ตื่นเต้นกับบทที่ได้รับ วางชุดเจ้าชายไว้แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน

“กว่าจะถึงฉากเจ้าชายอีกสิบนาที รีบไปเถอะ” สุตาภัญพูดจบ ชวนเพื่อนหญิงที่ร่วมแสดงไปเปลี่ยนชุด...

ขณะที่การแสดงบนเวทีของสุตาภัญและเพื่อนๆ เริ่มต้นขึ้น ชนกชนม์เดินมาใกล้ถึงกล่องแดงที่เป็นจุดตรวจของตำรวจ เห็นชายสองคนยังคงสะกดรอยตาม ตัดสินใจไม่เอาถุงใส่กล่อง หันหลังเดินหนี

พวกนั้นไล่ตามพร้อมกับตะโกนเรียกให้หยุด ชนกชนม์ไม่รู้ว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ตกใจเผ่นหนีมาเจอกฤติยากลางทาง ด้วยความช่วยเหลือของเธอทำให้ตำรวจไล่ตามไปอีกทางหนึ่ง ทำให้เขามีเวลาหายใจหายคอ ชายหนุ่มหนีการไล่ล่าของตำรวจมาถึงหน้าศูนย์เด็กเล็ก ก้มมองถุงกระดาษในมือตัวเอง

“วิ่งไล่เราทำไม...หรือว่าของในนี้...”

ทันใดนั้น เขาเหลือบเห็นตำรวจสองนายจากระยะไกล ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตัดสินใจหลบเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเวที แอบมองลอดประตูห้องที่แง้มไว้ เห็นตำรวจไล่ตามเข้ามาใกล้ กวาดสายตาไปทั่วห้องหาทางหนี เห็นชุดเจ้าชายวางอยู่ รีบคว้ามาสวม แล้วใส่หมวกอำพรางใบหน้าที่แท้จริง เป็นจังหวะเดียวกับการแสดงบนเวทีดำเนินมาถึงตอนที่ชนิกานต์กล่าวเปิดตัวเจ้าชายพอดี

“ขณะที่สโนไวท์นอนเสียชีวิตอยู่ในโลงแก้ว ได้มีเจ้าชายจากแดนไกลเดินทางมาพบ”

ชนกชนม์รีบเดินขึ้นเวทีตรงไปหาสโนไวท์ที่นอนอยู่ ชนิกานต์มองด้วยความแปลกใจเพราะรูปร่างลักษณะไม่เหมือนธีรดนย์ และยิ่งมั่นใจว่าไม่ใช่เขาแน่นอนเพราะเจ้าตัวก้าวเข้ามายืนข้างๆเธอพลางบ่นอย่างงงๆ

“ใครออกไปเล่นแทนฉัน”

ชนิกานต์จ้องเจ้าชายบนเวทีตาไม่กะพริบ อยากรู้ว่าเป็นใครกันแน่ แกล้งเปลี่ยนบทพากย์ให้เจ้าชายเปิดหมวกออก ชนกชนม์จำต้องทำตาม ชนิกานต์ถึงกับอึ้ง ลืมพากย์บทต่อ เพื่อนร่วมคณะต้องสะกิด

“เล่าต่อสิ...เด็กๆรอดูอยู่”

ชนิกานต์ได้สติ “...เอ่อ...แล้วเจ้าชายรูปงามก็จุมพิตสโนไวท์”

ชนกชนม์จ้องสุตาภัญเขม็ง ไม่กล้าทำตาม แต่พอเห็นตำรวจสองนายเดินเข้ามาหน้าเวที ตัดสินใจก้มลงจูบ สุตาภัญตกใจลืมตาดูเห็นชนกชนม์ ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ ทางด้านตำรวจทั้งสองนายไม่เห็นวี่แววคนร้ายพากันไปตามหาที่อื่น ชนิกานต์ไม่อยากให้ชายที่เธอหมายปอง จูบสุตาภัญอีกรีบจบการแสดง

“สโนไวท์ฟื้นทันที...แล้วทั้งสองก็ครองรักกัน”

สุตาภัญรีบลุกขึ้นยืนหน้าแดงด้วยความเขินอาย เพื่อนๆที่ร่วมแสดงต่างงงกันไปหมด เข้ามาต่อว่าชนิกานต์ยกใหญ่ แต่เธอไม่สนใจ หันไปบอกพวกเด็กๆให้ตบมือให้กับการแสดงครั้งนี้ด้วย พวกเพื่อนๆถึงกับใบ้กิน...

ooooooo

หลังจากชนกชนม์ยอมให้ธีรดนย์ต่อว่าที่แอบสวมรอยเป็นเจ้าชายแทนตนเอง เขารีบหลบออกจากศูนย์แต่ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเจอสุตาภัญดักรออยู่ ชนกชนม์รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเธออยากจะตบตีด่าว่าอย่างไรเขาก็ยอม สุตาภัญตบเขาอย่างแรงจนหน้าหัน ชนกชนม์เห็นว่าตัวเองยังถูกลงโทษไม่พอ ขอให้เธอตบซ้ำ

“การใช้ความรุนแรงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรอก แต่ที่ฉันตบหน้านายเพราะฉันไม่อยากให้นายทำอย่างนั้นอีก แค่นี้เพียงพอแล้วสำหรับคนที่ยอมรับผิด” สุตาภัญยิ้มให้อย่างจริงใจ

ชนกชนม์ขอบใจเธอมากสำหรับมิตรภาพที่มีให้ แล้วยื่นมือไปให้จับ หญิงสาวยังไม่ทันจะจับมือด้วยตำรวจเข้ามาคล้องกุญแจมือชนกชนม์ไว้ พร้อมกับแจ้งข้อหาว่าเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีค้ายาเสพติด...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์ถูกนำตัวมาที่โรงพัก แม้ตอนนี้จะยังหาของกลางไม่พบ แต่สารวัตรก็แจ้งข้อหาหนักว่าเขามียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย แล้วจับยัดใส่ห้องขัง สักพัก เพื่อนตัวแสบของชนกชนม์โผล่มาเยี่ยมพร้อมกับข้าวผัดและโอเลี้ยง เขากระชากคอเสื้อสุรเดชมาติดกรงขัง ต่อว่าต่อขานที่หลอกให้เขาขนยาเสพติดให้

“ฉันจะกล้าทำอย่างนั้นกับเพื่อนได้ยังไง”

“แกไม่ต้องพูดดี ของในถุงเป็นยาบ้า” ชนกชนม์โวยแหลก สุรเดชเห็นเพื่อนยัวะ ปลอบให้ใจเย็นก่อน นั่งกิน ข้าวผัดให้อิ่มหนำสำราญก่อนเดี๋ยวชลนิภาก็จะมาประกันตัว ให้แล้ว เพราะตนเพิ่งโทร.ไปบอกเมื่อครู่ แทนที่จะดีใจชนกชนม์กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาเองก็โทร.บอกให้พ่อมาประกันตัวให้

“ตายล่ะวะ...พ่อแม่แกเจอกัน...บรรลัย...โรงพักกลายเป็นสนามรบ...ระเบิดตูมๆ...หากผีขี้คุกมีจริง ขอให้พ่อแกมาก่อนแม่ด้วยเถอะ” สุรเดชยกมือไหว้ท่วมหัว...

คำอธิษฐานของสุรเดชเป็นหมัน วีรภัทรกับชลนิภาดันมาถึงโรงพักพร้อมกัน ที่นั่นแทบแตก ชลนิภาด่าสามีเก่าสาดเสียเทเสีย ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย สารวัตรเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่าพบของกลางที่ชนกชนม์โยนทิ้งแล้ว แต่ไม่ใช่ยาเสพติดเป็นเพียงวิตามินซี ทำให้ชนกชนม์รอดคุกหวุดหวิด สารวัตรรู้ว่านี่เป็นแผนใช้เพื่อนหลอกล่อตำรวจของสุรเดช หมายหัวเขาไว้สักวันจะต้องจัดการให้ได้...

ด้านชลนิภายังไม่ยอมรามือ ตามไปด่าสามีเก่าที่หน้าโรงพักว่าที่ลูกชายไม่รักดีเพราะใฝ่ต่ำไปคบหาคนต่ำๆเหมือนพ่อ นัชชามาทันได้ยินพอดี ปรี่เข้าไปถามอย่างเอาเรื่องว่าเธอหมายถึงใคร ชลนิภาเลยหันไปเปิดศึก น้ำลายกับนัชชาแทน เธอเถียงสู้ไม่ได้ถูกนัชชาด่าอย่างเจ็บแสบว่าก่อนจะเที่ยวมากล่าวหาคนอื่น น่าจะด่าตัวเองมากกว่าที่เลี้ยงลูกไม่ดี จนทำให้ใครต่อใครพากันเดือดร้อนเพราะลูกไม่เอาไหนของเธอ

ชลนิภาโกรธควันแทบออกหู จะเข้าไปตบสั่งสอน แต่ธนกรห้ามไว้ วีรภัทรเห็นท่าไม่ดี รีบดึงนัชชากลับ ชลนิภาเล่นงานใครไม่ได้หันมาด่าชนกชนม์แทน ว่าเป็นตัวซวยทำให้ตนเองถูกแม่เลี้ยงกับพ่อของเขารุมด่า ชยางกูรได้ทีเข้าไปออดอ้อนเอาใจแม่ แล้วชวนกันกลับบ้าน ทิ้งให้ชนกชนม์ยืนคอตกเพียงลำพัง สุตาภัญเห็นเหตุการณ์โดยตลอดสงสารเขาจับใจ เข้าไปปลอบและเป็นกำลังใจให้เขาพิสูจน์ตัวเองให้แม่เห็นว่าเขารักดี

“ขอบใจนะ...เธอมานี่...พ่อแม่เธอไม่ว่าหรือ”

“ไม่หรอก...คุณพ่อคุณแม่ฉันใจดี” สุตาภัญหวั่นใจอยู่เหมือนกัน แต่พยายามปกปิดความรู้สึกไว้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:43 น.