ตอนที่ 15
ถึงเวลาที่เสี่ยตงในฐานะประธานบริษัทต้องกล่าวเปิดงานฉลองครบ รอบ 45 ปี ก่อตั้งปาล์มโปรดักส์อย่างเป็นทางการ ทุกคนในงานพากันตบมือให้เกียรติเมื่อเขาขึ้นไปยืนบนเวที ทรงเดชเข้าไปกระซิบกับเสี่ยเคี้ยงว่า
“เสี่ยตงตกลงใจจะรับข้อเสนอของเสี่ย และจะประกาศให้ลูกค้าทุกคนรับรู้เพื่อให้มั่นใจว่าโรงงานจะสามารถเดินหน้าผลิตสินค้าต่อไปได้”
เสี่ย เคี้ยงยิ้มพอใจ เป็นจังหวะเดียวกับเสี่ยตงกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน แต่ยังไม่ทันจะประกาศเรื่องการร่วมทุนกับเสี่ยเคี้ยง จุลลาพรวดพราดขึ้นไปบนเวทีแย่งไมโครโฟนไปจากมือเขา จะขอประกาศบางอย่างก่อน ทุกคนแปลกใจ เกิดอะไรขึ้น เสี่ยตงจะเข้ามาแย่งไมโครโฟนกลับคืน แต่ถูกผีเถ้าแก่ดีดอากาศใส่หน้าถึงกับผงะ จุลลารีบกล่าวชี้แจง
“หนูชื่อจุลลา เป็นอดีตนายช่างของปาล์มโปรดักส์ มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า หนูซ่อมเครื่องจักรไม่เสร็จตามที่ท่านประธานกำหนดเวลาเอาไว้ หนูกราบขอประทานโทษเพราะเครื่องจักรลอตนี้ควรจะเป็นเครื่องจักรใหม่ มันกลับเก่ามาก เมื่อพังแล้วก็ยากที่จะซ่อมให้เสร็จได้ในเวลาชั่วข้ามคืน”
“อาจุลลา หยุดเดี๋ยวนี้นะ ลื้อกำลังจะประจานเรื่องภายในโรงงานอั๊ว” เสี่ยตงจะเข้าไปแย่งไมโครโฟนเจอผีเถ้าแก่ดีดอากาศใส่หน้าอีก คราวนี้ถึงกับเซ คุณนายเง็กกับครรชิตคิดว่าท่านประธานหน้ามืดรีบเข้ามาช่วยกันประคอง ทรงเดชอาสาจะจัดการทุกอย่างให้เอง แล้วโดดขึ้นเวทีเผชิญหน้ากับจุลลาซึ่งประกาศว่า ตอนนี้ทุกคนจะได้เห็นโฉมหน้าคนที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดชัดๆแล้ว
ทุกคนมองหน้าทรงเดชเป็นตาเดียวกัน เขาแก้ตัวว่าผู้หญิงคนนี้ถูกไล่ออกไปแล้ว มาขอโอกาสแก้ตัวแต่ทำไม่สำเร็จ เลยมาป่วนงานเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของบริษัท ุจลลาจะอ้าปากเถียงแต่ผีเถ้าแก่ห้ามไว้
“อาหนูช่าง ไม่ต้องเถียงกับมันแล้ว”
ขาดคำ จุลลาแกล้งตัวสั่นก่อนจะกระตุกสามที แอ็กติ้งได้เหมือนตอนเจ๊พุ่มมีองค์ลงไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งเจ๊พุ่ม แสบและชาวแก๊งฟันธงว่าผีเถ้าแก่เข้าสิงจุลลาชัวร์ไม่มีมั่วนิ่ม แล้วโผกอดกันกลม คุณนายเง็กคิดว่าเธอเป็นลมบ้าหมู สั่งให้ครรชิตไปพาลงจากเวที เลขาฯหนุ่มกลัวผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้แต่เงื้อง่าไม่กล้าเข้าใกล้ทรงเดชขยับจะเข้าไปจะจัดการเอง จุลลามองตาขวาง พร้อมกับชี้หน้าเขาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด
“หยุดนะ ไอ้ส่งเดช” จุลลาทำเสียงแหบแห้ง ออกสำเนียงจีนได้เนียนสุดๆ ผีเถ้าแก่เองยังอึ้ง เสี่ยตงและคุณนายเง็กคุ้นสำเนียงนี้มาก หรือจะเป็นอาเตี่ยของพวกตนจริงๆ ผีเถ้าแก่รีบออกบทให้จุลลาพูดตาม
“เออ...อั๊วเอง เถ้าแก่เล้ง เตี่ยของลื้อ ไอ้ตง” ขณะที่พูด เธอลอบมองผีเถ้าแก่เป็นระยะๆเลียนแบบท่าทางได้ไม่มีตกหล่น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคนในงาน...
ขณะที่จุลลาเล่นละครตบตาได้อย่างขั้นเทพ สืบสายซึ่งอยู่ที่โรงพัก ชวนน้ำหวานกลับโรงงาน หวังจะไปถ่วงเวลาทรงเดชไว้ก่อนที่ตำรวจจะได้หมายศาลมาจับตัวเขา
ooooooo
จุลลายังคงอยู่บนเวทีในห้องจัดงานชี้หน้าประณามทรงเดชตามที่ผีเถ้าแก่บอกบทว่าเป็นคนหลอกให้เสี่ยตงเซ็นอนุมัติซื้อเครื่องจักรเก่า โดยใช้เวลามาบีบแล้วโยนความผิดให้สืบสาย ทรงเดชร้อนตัวชี้หน้าจุลลากลับหาว่าแหกตา ไม่มีผีอะไรทั้งนั้น พวกสิบแปดมงกุฎอย่างเธอไม่มีใครเชื่อคำพูดแน่นอน คุณนายเง็กลุกพรวด
“หยุดนะอาทรงเดช อย่าลบหลู่ ผีเตี่ยยังอยู่ อีอาจจะมาประทับร่างอาหนูช่างจริงๆก็ได้”
“อาเง็ก...อีอาจจะทำเป็นผีเข้าปลอมๆอย่างที่อาทรงเดชอีว่าก็ได้” เสี่ยตงทักท้วง
“ไอ้ตง...ไอ้มนุษย์ขี้เหม็น” ผีเถ้าแก่โกรธจัดด่าไม่ยั้ง จุลลาด่าตามไม่มีตกหล่น ทั้งเสี่ยตงและคุณนายเง็กถึงกับอึ้ง เพราะอาเตี่ยชอบพูดคำนี้ เสี่ยตงยังไม่ปักใจเชื่อ จุลลาอาจจะได้ยินคำพูดคำนี้มาจากใครก็ได้ แล้วหันไปถามใครต่อใครว่าไปเล่าให้เธอฟังบ้างหรือเปล่า เตี่ยของน้ำหวานส่ายหน้าเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
“ทีอย่างนี้ล่ะเช็ก ทีเรื่องสำคัญ ความเป็นความตายของโรงงานไม่เคยเช็ก แม้แต่ตอนเปลี่ยนชื่อโรงงานเห็นอั๊วพะงาบๆก็ฉวยโอกาสเปลี่ยนจากเล้งเอี่ยจี้เทียนติ๊งเชี่ยง เป็นชื่อฝรั่งอั้งหม้อ”
เสี่ยตงท้วง ใครๆก็รู้กันทั้งนั้นว่าชื่อเดิมของโรงงานคือชื่อเชยๆแบบนี้ ผีเถ้าแก่โกรธที่ลูกชายว่าภูมิปัญญาของตนเองเชย หนำซ้ำทรงเดชยังท้าทาย ถ้าเป็นผีเถ้าแก่สิงร่างจุลลาจริง มีอะไรมาพิสูจน์ เจ้าตัวนิ่งอึ้ง พลอยทำให้จุลลาไปไม่เป็น เธอรีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า แกล้งตัวสั่นพั่บๆๆๆแล้วค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ผีเถ้าแก่เพื่อให้รู้สึกตัว เขานิ่งอีกอึดใจ ก่อนจะบอกให้จุลลาถามเสี่ยตงทีว่า ที่ยังไม่ขายที่ดินที่ราชวงศ์เพราะอะไร เธอทำตามที่เขาบอก คราวนี้เสี่ยตงกับคุณนายเง็กตาค้าง
“เฮีย...ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากเราสามคนพ่อแม่ลูกและอาเตี่ย” คุณนายเง็กตั้งข้อสังเกต ทรงเดชเริ่มใจไม่ดี หรือจะเป็นผีเถ้าแก่สิงร่างจุลลาจริงๆค่อยๆถอยหลังเว้นระยะให้ห่าง
“เพราะลื้อหาโฉนดที่อั๊วซ่อนเอาไว้ไม่เจอ” ผีเถ้าแก่บอกบทให้จุลลาพูดตาม ทรงเดชเห็นเสี่ยตงหน้าถอดสีปรี่เข้ามาถามว่าเป็นความจริงหรือเปล่า เขาพยักหน้ารับ จังหวะนั้นสืบสายเดินนำน้ำหวานเข้ามา เห็นจุลลาอยู่บนเวที บรรยากาศในห้องเงียบผิดปกติหันไปถามแสบว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่านายช่างสาวถูกผีเถ้าแก่สิง
สืบสายหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่จุลลาไม่เชื่อฟัง ดื้อดึงจะใช้วิธีทำเป็นโดนผีสิง รีบเข้าไปรวมกลุ่มกับป๊าและหม่าม้าที่ยืนติดหน้าเวที จ้องหน้าคนถูกผีสิงอย่างเอาเรื่อง เธอเหลือบมาเห็นสายตาของสืบสายแล้วถึงกับสะดุ้ง รีบกลบเกลื่อนด้วยการทำตัวสั่นอีกครั้ง ทรงเดชต้องการข้อพิสูจน์ ถ้าเป็นผีเถ้าแก่เข้าสิงร่างจริงต้องบอกได้ว่าโฉนดที่ดินที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน
“ต้นมะพร้าวต้นแรกที่อั๊วปลูกในสวนของอั๊ว ที่ลื้อสั่งให้ตัดมันทิ้งหลังจากที่อั๊วตายไป มันอยู่ที่นั่น”
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มห้อง สืบสายมองจุลลาเป็นทำนองว่าแน่ใจหรือเปล่า เธอส่งสายตาเชื่อมั่นตอบ เขาจึงอาสาจะไปดูด้วยตัวเอง ทรงเดชขอตามไปด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ร่วมมือกับจุลลา เอาโฉนดจากที่อื่นมาแอบอ้างว่ามาจากใต้มะพร้าวตอนั้น สืบสายไม่ขัดข้อง แล้วหันไปทางแขกผู้มีเกียรติ
“...ผมขอเวลาไม่นาน วันนี้เรื่องทุกอย่างจะต้องจบ และผมจะชี้แจงเรื่องทุกอย่างให้เข้าใจ จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทุกๆคนว่าจะวางใจและเชื่อมั่นปาล์มโปรดักส์ต่อไปหรือไม่”
ooooooo
จากนั้นไม่นานสืบสาย เสี่ยตงกับคุณนายเง็ก จุลลากับแสบ น้ำหวาน ครรชิตและเจ๊พุ่ม รวมทั้งทรงเดช ยืนล้อมรอบ ยามจ่อยกับชาวแก๊งที่ช่วยกันขุดลงไปที่ตอต้นมะพร้าวข้างฮวงซุ้ยของผีเถ้าแก่ ทีแรกเจอเพียง เศษกระดูกที่หมาเอามาฝังไว้ แต่พอขุดลึกลงไปก็เจอกล่องเหล็กเก่าคร่ำคร่าใบหนึ่งฝังอยู่
คุณนายเง็กจำได้ทันทีว่าเป็นของอาเตี่ยซึ่งใช้เก็บของรักของหวง เสี่ยตงเปิดออกดูพบรูปถ่ายอาม่ารูปถ่ายเถ้าแก่เล้งกับลูกน้อง และข้าวของเล็กๆน้อยๆที่มีค่าทางจิตใจของเขาอยู่ในนั้น
“อั๊วเก็บมันไว้ในนี้ไม่ให้ลื้อรู้ เหลือเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายไว้เป็นของขวัญวันแต่งงานของอาตี๋ เพราะอั๊วมีเซ้นส์ว่าความใจใหญ่ไม่ฟังใครของลื้อจะผลาญสมบัติอั๊วจนไม่เหลืออะไรไว้ให้ลูกหลาน แล้ววันที่อั๊ว
กลัวที่สุดก็มาถึงจนได้” ผีเถ้าแก่ถอนใจ หนักใจ ในที่สุดเสี่ยตงก็ควานหาโฉนดที่ดินที่ราชวงศ์จนเจอ มองจุลลาในคราบผีอาเตี่ยอย่างสำนึกผิด และเชื่อหมดใจว่าท่านมาคุยกับตนเองจริงๆ ผีเถ้าแก่บอกบทให้จุลลาพูดตาม
“ไอ้ส่งเดชมันอยู่เบื้องหลังเรื่องเครื่องจักรพังเพื่อบีบให้ลื้อขายหุ้น”
ทุกคนมองหน้าทรงเดชที่ตอนนี้ซีดแล้วซีดอีก แต่ยังไม่วายแถกสีข้างจะขอพิสูจน์ว่านี่เป็นเรื่องลวงโลก พุ่งเข้าไปบีบคอจุลลาที่ไม่ทันตั้งตัว สืบสายรีบกระชากตัวเขาออก จุลลาทนไม่ไหวขอสักหนึ่งทีให้หายแค้น ถีบทรงเดชกระเด็นแล้วตามเข้าไปต่อยซ้ำ ไอ้คนชั่วชี้หน้าเธออย่างเอาเรื่อง
“นี่ไงนี่มันตัวตนของจุลลาชัดๆ ผีเถ้าแก่จะทำแบบนี้ได้ไง ป๊า...ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่รู้เรื่อง ไม่ได้อยู่เบื้องหลังเรื่องอะไรทั้งนั้น” ทรงเดชแก้ตัวหน้าด้านๆ จังหวะนั้นเตี่ยกับแม่ของน้ำหวานพาตำรวจเข้ามาจับกุมตัวเขาฐานจ้างวานให้ลูกน้องของเสี่ยเคี้ยงไปฉุดคร่าน้ำหวานไปทำมิดีมิร้าย
“ลูกน้องเสี่ยเคี้ยงแล้วมาเกี่ยวอะไรกับผม ก็ไปจับเสี่ยเคี้ยงสิ” ทรงเดชโยนความผิดให้คนอื่นหน้าตาเฉย
“เสี่ยเคี้ยงยอมสารภาพแล้วว่าร่วมมือกับคุณทำลายปาล์มโปรดักส์ ทำลายข้าวของในร้านสบายท้องของคุณจุลลา ฉุดคุณน้ำหวานและแนะนำ เอ่อ...หมอผีมาทำพิธีทำลายดวงวิญญาณของผีเถ้าแก่เจ้าของโรงงาน”
เสี่ยตงโกรธจัดที่ถูกหักหลัง ปราดเข้าไปตบหน้าทรงเดช คุณนายเง็กหมั่นไส้ตามเข้าไปตบซ้ำ สืบสายต้องขอร้องให้ทั้งสองท่านพอได้แล้ว ปล่อยให้กฎหมายจัดการจะดีกว่า แสบเป็นอีกคนหนึ่งที่แค้นทรงเดชเช่นกันจะขอตบสั่งสอนบ้าง น้ำหวานห้ามไว้ขอทำหน้าที่นี้เอง แล้วตบไอ้คนโฉดหน้าหัน
ทรงเดชสบช่องจับน้ำหวานเป็นตัวประกัน คว้าเครื่องมือที่พอจะเป็นอาวุธได้ขึ้นมาขู่ทุกคนไม่ให้ตามก่อนจะลากเธอออกไป ผีเถ้าแก่จะใช้อิทธิฤทธิ์ช่วยแต่กลับไม่มีพลังอะไรออกมา เงยหน้าขึ้นมองสวรรค์
“อั๊วใช้อภินิหารไปทำอะไรมนุษย์อีกไม่ได้แล้ว”...
ขณะที่เดือนพิไลมาตามหาทรงเดชที่โรงงานปาล์มโปรดักส์ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านหลัง หันมองตามเสียงเห็นคนที่ตนเองตามหากำลังลากตัวน้ำหวานวิ่งตรงมา โดยมีจุลลา สืบสายกับพวกไล่ตาม ดาราสาวตัวแสบไม่ดูตาม้าตาเรือว่ากำลังหน้าสิ่วหน้าขวานกัน สั่งให้ทรงเดชเอามือถือของเธอมาคืน
“มาตามอะไรตอนนี้เล่า เอาอีนี่ไปแทนแล้วกัน” ทรงเดชโวยจบผลักน้ำหวานใส่จนทั้งคู่เซล้มไปด้วยกัน แล้ววิ่งหนีเข้าไปในกลุ่มคนงาน ตำรวจไม่กล้ายิงปืนใส่เกรงจะโดนผู้บริสุทธิ์ คนโฉดชั่วอาศัยจังหวะชุลมุนเล็ดลอดไปขึ้นแท็กซี่หน้าโรงงานหนีไปได้ จุลลาจะขี่มอเตอร์ไซค์ตาม สืบสายเข้ามาขวางไว้ขอร้องไม่ให้ตาม ให้ปล่อยเป็นเรื่องของตำรวจ หญิงสาวเห็นสายตาที่มองมาอย่างห่วงใยของเขาแล้ว อดหวั่นไหวไม่ได้...
ooooooo
เดือนพิไลถูกคุณนายเง็กสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับทรงเดชหรือเปล่า เมื่อครู่นี้ได้ยินเธอทวงมือถือจากเขา ยัยตัวแสบปั้นเรื่องว่าไปปรึกษาธุระกับทรงเดชที่บ้านแล้วลืมมือถือไว้ ก็เลยมาทวงคืนแค่นั้น
“จำไว้นะ ความลับไม่มีในโลก ตอนนี้ไอ้ส่งเดชมันกำลังถูกจับดำเนินคดี ลื้อทำอะไรไว้ ลื้อจะไม่มีทางหนีความผิดพ้น ลื้อพังแน่” คุณนายเง็กขู่ เดือนพิไลถึงกับหน้าซีด มองเสี่ยตงอย่างต้องการความช่วยเหลือ
คุณนายเง็กไม่พอใจ ตะคอกใส่ว่ามองหน้าผัวของเธอทำไม เสี่ยตงกลัวเดือนพิไลจะแฉ รีบชวนเมียรักกลับเข้างาน แต่เธอไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้ สืบสายเดินนำจุลลารวมทั้งแสบกับพวก กลับเข้ามาเห็นเดือนพิไลกำลังถูกหม่าม้าสอบสวน เตือนให้กลับตัวกลับใจใหม่ยังทัน เธอทำไก๋ไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วย แล้วขอตัวกลับก่อน จุลลาเตือนสืบสายว่าแขกผู้มีเกียรติยังรออยู่ในห้องจัดงาน จะทำอะไรก็ให้รีบทำ เขาหันไปขออนุญาตป๊า
“ไม่ต้องขออนุญาตป๊าแล้ว ต่อไปนี้อะไรที่ลื้อเห็นสมควร ป๊าจะไม่ขัดลื้ออีก ลื้อและทุกคนทำให้ป๊าตาสว่างแล้ว ป๊ามันไม่ดีเอง ไม่สมควรจะไปอยู่บนเวทีเป็นตัวแทนของปาล์มโปรดักส์อีกแล้ว”
“อาตี๋ ไปเถอะ ไปทำหน้าที่แทนอาก๋ง แทนป๊า”
“ครับหม่าม้า ผมจะทำให้ดีที่สุด ขอบคุณทุกคนมากนะ โดยเฉพาะเธอนะจุลลา”
จุลลาเชียร์ให้สืบสายสู้ๆ เธอกับทุกคนจะคอยเป็นกำลังใจให้...
ครู่ต่อมา สืบสายขึ้นเวทีกล่าวกับลูกค้า และแขกผู้มีเกียรติได้ดีมากจนทุกคนพากันตบมือให้ แสดงถึงการยอมรับและมอบโอกาสให้ปาล์มโปรดักส์อีกครั้งหนึ่ง ทั้งเสี่ยตง คุณนายเง็ก รวมทั้งผีเถ้าแก่ภูมิใจในตัวลูกชายมาก พากันน้ำตาซึม จุลลาเองก็ภูมิใจในตัวเขาเช่นกัน...
จากนั้น สามคนพ่อแม่ลูกไปที่ฮวงซุ้ยกลางสวนมะพร้าว โดยมีผีเถ้าแก่ยืนอยู่ใกล้ๆ เสี่ยตงคุกเข่า ขอขมาต่ออาเตี่ยที่โง่เขลาเบาปัญญาคิดแต่จะลบเงาของท่าน อยากให้ผู้คนจดจำแต่ตนเอง
“แต่ไม่ได้คิดเลยว่า ถ้าอยากให้โลกจดจำต้องทำความดี อยู่บนพื้นฐานของความพอดี ไม่ใช่หน้าใหญ่ใจโตอย่างอั๊ว...อั๊วเกือบทำให้โรงงานของเราเจ๊ง ตกไปอยู่ในมือ คนอื่น อั๊วขอโทษให้อภัยอั๊วได้ไหมเตี่ย”
“อาตง ไอ้ลูกชาย อั๊วอาจจะโกรธลื้อ แต่อั๊วก็ให้อภัยลื้อได้เสมอ ไม่เคยมีพ่อคนไหนตัดขาดลูกตัวเองได้ ยังมีความหวังในตัวลูกชายเสมอ ลุกขึ้นเถอะ”
คุณนายเง็กปลอบเสี่ยตงว่าป่านนี้อาเตี่ยคงได้ยิน คำขอขมาเหล่านี้และเชื่อว่าท่านคงให้อภัยเขาแล้ว เสี่ยตงร้องไห้อย่างสำนึกผิด โดยมีสืบสายกับคุณนายเง็กคอยกอดปลอบใจ...
ทางด้านจุลลาเห็นทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี เตรียมตัวจะกลับ ฝากแสบช่วยบอกลาสืบสายแทนด้วย เขาขอร้องให้เธออยู่รอเจอบอสก่อน จะได้บอกลากันต่อหน้า
“เฮ้ย แกบอกหรือฉันบอกก็เหมือนกัน ต่อจากนี้แกกับลูกน้องก็ดูแลซ่อมต่อกันเองได้แล้ว”
โย้แนะว่าคนหัวไวอย่างแสบน่าจะไปเรียนต่อ ปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเครื่องกล เขาไม่มีปัญญาจะส่งตัวเองเรียนต่อ ขอแค่ทำผลงานให้เข้าตาเจ้านายเผื่อเงินเดือนขึ้นก็พอแล้ว จุลลาคิดหาทางช่วยแสบให้มีอนาคตมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อชีวิตที่ดีและอาจดีไปถึงเรื่องความรักของเขาด้วย
ooooooo
ในขณะจุลลาจะเดินมาที่รถกับโย้ นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ลาผีเถ้าแก่ วิ่งปรู๊ดไปที่ฮวงซุ้ยกลางสวนมะพร้าวบอกลาผีเถ้าแก่เพื่อจะไปที่ชอบๆของตัวเองบ้าง เพราะเขาเองก็กำลังจะไปที่ชอบๆของเขาเช่นกัน ทันใดนั้นมีเสียงสืบสายดังขึ้นจากด้านหลัง
“เธอจะไปจริงๆหรือจุลลา คุณโย้บอกว่าเธอมาลาอาก๋ง เธอลาทุกคนได้แต่ไม่คิดจะมาลาฉัน”
จุลลาฝากแสบลาแทนแล้ว สืบสายอยากให้เธอมาลาด้วยตัวเองไม่ใช่ฝากคนอื่น เพราะเขามีเรื่องจะคุยด้วย หรือที่เธอไม่อยากจะลาด้วยตัวเองเพราะกลัวเห็นหน้าเขาแล้วจะเปลี่ยนใจ
“เธอแน่ใจหรือว่าเธอลืมฉันได้แล้วหมดใจ ไม่ได้คิดอะไรกับฉันอีก” สืบสายย้ำ จุลลาฝืนยิ้มให้
“สบายใจได้เลย ถามทำไม...เป็นห่วงกลัวว่าฉันจะยังไม่หายเจ็บหรือ ไม่ต้องหรอก ฉันเจ็บง่ายหายเร็ว”
“ไม่ใช่อย่างนั้น...” สืบสายยังพูดไม่ทันจบ น้ำหวานเดินหน้าเครียดเข้ามาหาเขา จุลลารีบตัดบท ขอตัวกลับก่อน อวยพรให้ทั้งคู่โชคดี ถ้ามีโอกาสคงจะได้เจอกันอีก แล้วจ้ำพรวดออกไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของน้ำหวานที่ให้อยู่คุยกันก่อน ผีเถ้าแก่อยากจะเขกหัวเด็กสาว ที่ขัดจังหวะคู่รักกำลังจะสารภาพความในใจกัน สืบสายเห็นท่าทางร้อนใจของเธอ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า น้ำหวานเกรงว่าแผนการของตัวเองจะไม่ได้ผล
“แผนอะไรของลื้อสองคนวะ” ผีเถ้าแก่มองหน้าสืบสายสลับกับน้ำหวานด้วยความสงสัย...
ค่ำวันเดียวกัน ทรงเดชตามไปต่อว่าหมอผีปีเตอร์ถึงบ้านพักเรื่องที่ทำพลาดปล่อยให้ผีเถ้าแก่หลุดออกมาจนทำให้ชีวิตของตนต้องป่นปี้ ดังนั้นเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือ ตนจะจ่ายให้ก็ต่อเมื่อเขากำจัดผีเถ้าแก่ได้เสียก่อนทันใดนั้น สมุนของหมอผีปีเตอร์วิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าตำรวจหลายนายกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
“ใครหลุดปากเรื่องออฟฟิศฉันวะ”
ทรงเดชมั่นใจว่าต้องเป็นเสี่ยเคี้ยง แล้วเร่งให้รีบหนีก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง...
ขณะที่ทรงเดช หมอผีปีเตอร์และสมุนกำลังหนีตำรวจหัวซุกหัวซุน จุลลานั่งหาข้อมูลเพื่อเรียนต่อทางอินเตอร์เน็ต ดารานำเครื่องดื่มร้อนๆมาให้ ถามว่าจะไปเรียนต่อเมืองนอกจริงๆหรือ แล้วบอสรู้หรือยัง เธอคิดว่าอีกไม่นานคงรู้ เพราะที่โรงงานมีเจ้ากรมข่าวลือหลายคน ดาราเห็นแววตามีชีวิตชีวาของลูกตอนที่พูดถึงคนที่โรงงานแล้วสงสารจับใจ ถ้าลูกไม่อยากไป อยากกลับไปทำงานที่นั่นอีกก็ให้ลองคุยกับบอสดู จำรัสขัดขึ้นทันที
“อย่าเลย ไปๆน่ะดีแล้ว แม่ไม่รู้ความรู้สึกของลูกเราหรือ มันอยากไปให้พ้นๆทั้งๆที่ไม่อยาก แต่ก็ต้องไปเพราะต้องการจะลืมบอส ยิ่งอยู่ยิ่งเห็นมันจะยิ่งเจ็บ”
ดาราไม่อยากให้ลูกหนี เพราะยังไม่มีอะไรยืนยันว่าความรักของลูกจะไม่สมหวัง น่าจะอยู่สู้ต่อไป จุลลาช้ำใจมาก กลัวจะร้องไห้ให้พ่อกับแม่เห็น รีบลุกหนีมา สงบสติอารมณ์หน้าบ้าน เงยหน้ามองดาวบนฟ้าแล้วคิดถึงตอนที่ดูดาวกับสืบสายยิ่งเศร้าใจ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าสืบสายเองก็กำลังยืนดูดาวและคิดถึงเธออยู่เช่นกัน
ทันใดนั้น มีเสียงตื่นตระหนกของผีเถ้าแก่ดังขึ้น “อาหนูช่างแย่แล้ว ฮวงซุ้ยอั๊ว...ฮวงซุ้ยอั๊ว...”
จุลลาเกรงจะเกิดเรื่องไม่ดี รีบออกจากบ้าน โดยไม่ลืมโทร.บอกให้สืบสายล่วงหน้าไปที่ฮวงซุ้ยก่อน และให้โทร.ตามแสบกับพวกและยามจ่อยไปด้วย เผื่อมีเหตุร้าย
ooooooo
ระหว่างที่จุลลาบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปยังฮวงซุ้ยกลางสวนมะพร้าว น้ำหวานแทบนั่งไม่ติดเมื่อเตี่ยของเธอขอให้คุณนายเง็กหาฤกษ์หายามงานแต่งงานของสืบสายกับลูกสาวของตนเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ
โชคดีที่แม่ของเธอไม่คล้อยตาม เพราะเห็นทางนี้ยังมีเรื่องยุ่งๆอยู่น่าจะรอให้สืบสายจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเสียก่อน
“เออก็จริงนะ ดีเหมือนกัน ให้เวลาอีสองคนได้ศึกษาดูใจกันต่ออีกสักพัก เผื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลง...
แบบว่ามีใครสักคน อีเปลี่ยนใจแล้วลมพัดหวนอะไรแบบเนี้ย” คุณนายเง็กนึกถึงจุลลาขึ้นมาทันที
แต่พอเสี่ยงตงถามว่าหมายถึงอะไร คุณนายเง็ก
กลับเฉไฉพูดเรื่องอื่น น้ำหวานเห็นว่าค่ำแล้วเกรงใจท่านประธานกับท่านรอง จึงชวนเตี่ยกับแม่กลับ...
ทางด้านแสบกับชาวแก๊งและยามจ่อยมาถึงฮวงซุ้ยกลับไม่พบสิ่งผิดปกติ เห็นแต่สืบสายยืนชมดาวอย่างสบายใจ ชาวแก๊งต่อว่าแสบยกใหญ่ที่ทำเสียงตื่นตระหนกจนพวกตนตกใจว่าเกิดเหตุร้าย
“พอเถอะ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ ยังต้องทำงานหนักกันอีกหลายวัน”
ชาวแก๊ง แสบและยามจ่อยพากันกลับ สวนกับจุลลาที่เดินเข้ามาหาสืบสายอย่างงงๆ ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นผีเถ้าแก่เฝ้ามองอยู่มุมหนึ่ง หัวเราะอารมณ์ดีที่หลอกให้ทั้งคู่มาเจอกันสำเร็จ หญิงสาวได้ยินเสียงหัวเราะรู้ทันทีว่าถูกหลอก หันไปโวยสืบสายว่านี่เป็นฝีมืออาก๋งของเขาหลอกให้เรามาเจอกัน แล้วเดินหน้าหงิกออกไป
สืบสายยิ้มกริ่มที่ได้รู้ว่าอาก๋งเป็นใจให้ “จูบซะเลย ดีไหมครับอาก๋ง”
“ถ้าไม่อยากโดนต่อยก็จัดไป” ผีเถ้าแก่หัวเราะชอบใจ ก่อนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ...
ด้านสืบสายตามจุลลาจนทัน ต้องการจะรู้ให้ได้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา เธอโกหกว่าไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วสืบสายไม่เชื่อ สายตาของเธอฟ้องว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ปากพูด จุลลาเริ่มหงุดหงิด
“โว้ย...อยากให้พูดนักใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นคุณก็พูดมาก่อนสิว่ารู้สึกอย่างไรกับฉัน”
สืบสายยังไม่ทันจะบอกรักจุลลา เสียงผีเถ้าแก่ร้องขอความช่วยเหลือดังขัดจังหวะเสียก่อน จุลลาโกรธเพราะคิดว่าถูกหลอกอีก ตะโกนลั่นรู้ไหมว่าตอนนี้กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่ เสียงผีเถ้าแก่ตะโกนสวนว่าพวกมันมาทำลายฮวงซุ้ยของเขา จุลลาไม่ขอเชื่อคำพูดของเขาอีกต่อไปแล้ว สืบสายร้อนใจ ถามว่าอาก๋งบอกอะไร
“มีคนมาทำลายฮวงซุ้ย แต่คราวนี้พูดเลยไม่เชื่อ” จุลลาว่าแล้วเดินหนี สืบสายลังเลไม่รู้จะทำอย่างไรดี...
หมอผีปีเตอร์และทรงเดชพาสมุนอีกสองคนมาพังฮวงซุ้ยของผีเถ้าแก่ เพื่อให้เขากลายเป็นผีเร่ร่อน ฤทธิ์เดชที่เคยมีก็จะอ่อนลงเนื่องจากไม่มีที่สิงสถิต จะได้มาช่วยเหลืออะไรลูกหลานไม่ได้อีก ผีเถ้าแก่อยากจะหักคอพวกนี้จิ้มน้ำพริกแต่ทำแค่ยืนดู จังหวะนั้น สืบสายเข้ามาเห็น ร้องเอะอะให้หยุดทำลายฮวงซุ้ยเดี๋ยวนี้
ทรงเดชกลับสั่งให้เร่งมือขึ้นอีก เขาโกรธมาก วิ่งเข้าไปขัดขวาง จึงถูกสมุนของหมอผีซัดกระเด็น
“อาหนูช่างอาตี๋กำลังแย่แล้วอาหนูช่างอาตี๋กำลังเสียทีพวกไอ้ส่งเดช มันย้อนกลับมาทำลายฮวงซุ้ยอั๊ว”
จุลลาชะงัก ไม่แน่ใจจะกลับไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายตัดสินใจกลับไป โดยไม่ลืมโทร.ตามแสบกับพวกให้มาสมทบ เธอเห็นสืบสายกำลังเสียทีให้พวกคนร้ายรีบเข้า
ไปช่วย แต่เนื่องจากคนน้อยกว่า จึงถูกทรงเดชกับพวกล้อมกรอบไว้ ทั้งคู่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน โดยที่ผีเถ้าแก่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้
ooooooo










