ตอนที่ 14
สืบสายตื่นขึ้นตอนเช้าตรู่มองเข้าไปในบ้านจุลลา เห็นดาราและจำรัสเปิดประตูบ้านออกมาเตรียมจะใส่บาตร รีบสตาร์ตรถหนี จำรัสเห็นท้ายรถไวๆ จำได้ว่าเป็นของสืบสาย ตะโกนเรียกลูกลั่นบ้าน แต่พอเธอออกมากลับบอกว่าไม่มีอะไร แค่เรียกให้มาใส่บาตร แล้วกระเซ้าทำไมพักนี้ขยันใส่บาตรนัก
“ก็หนูอยากทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว จะได้มีพลังเยอะๆ”
“ลับไปแล้ว จะต้องการพลังไปอีกทำไมล่ะคะลูกจูน มีแต่ให้ท่านสงบสุข” ดาราติง จุลลาแค่พูดไปเรื่อยเปื่อย เท่านั้น อย่าถือสาอะไร แล้วช่วยแม่ยกข้าวของสำหรับใส่บาตรไปวาง...
ในเวลาต่อมา จุลลาขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าทางเข้าโรงงานปาล์มโปรดักส์ ต้องแปลกใจที่ยามจ่อยไม่ยอมให้เข้า เนื่องจากมีคำสั่งใหม่จากท่านประธานห้ามไว้ส่วนคำสั่งที่บอสสั่งให้เธอมาช่วยซ่อมเครื่องจักรถูกเพิกถอนทั้งหมดแล้ว...
คุณนายเง็กใจเสียเมื่อป้าเมี่ยงรายงานว่าสืบสาย ไม่ได้อยู่ในห้อง ดูเหมือนจะไม่ได้นอนที่นั่นด้วยซ้ำเพราะ เตียงยังอยู่ในสภาพไม่โดนแตะต้อง เธอซักอย่างร้อนใจว่าเสื้อผ้ายังอยู่หรือเปล่า ลูกอาจจะเสียใจจนหนีออกจากบ้าน ป้าเมี่ยงไม่ทันดู รีบกลับไปที่ห้องอีกครั้ง เสี่ยตงว่าถูกต้องแล้ว ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ควรจะไปให้พ้นๆ คุณนายเง็กด่าสวนว่าใจจืด ใจดำ เขาโทษว่าเป็นเพราะลูกเองต่างหากที่ทำให้เขาต้องทำแบบนี้
“ไม่...อาตี๋ไม่ได้ทำให้ลื้อกลายเป็นคนแบบนี้หรอก อคติในหัวใจของลื้อทำให้เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นงูเห่าเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ต่างหาก” คุณนายเง็กมองสามีอย่างผิดหวัง เสี่ยตงไม่พอใจ ไล่ส่ง ถ้าเธอจะไปอีกคนเขาก็ไม่ว่า เขาเหนื่อยเกินกว่าต้องทนเห็นสายตาที่คอยประณามตลอดเวลาของเธอ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด
“อั๊วไม่ไป อั๊วจะอยู่เป็นก้างขวางคอลื้อ” คุณนายเง็กเห็นเสี่ยตงเดินหนีรีบเร่งฝีเท้าตาม จังหวะนั้นสืบสายปราดเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าเสี่ยตง ขอขมาและขอให้ท่านอภัยให้ ถ้าเขาทำในสิ่งที่ท่านคิดว่าผิด จุลลาตามเข้ามาพร้อมกับผีเถ้าแก่ถึงกับอึ้งที่เห็นสืบสายในสภาพนั้น คุณนายเง็กน้ำตาซึมสงสารลูกจับใจ
“คนที่ทำผิดไม่ใช่ลื้อ คนที่ควรจะคุกเข่าขออภัยคือป๊าลื้อ”
เสี่ยตงไม่พอใจคิดว่าคุณนายเง็กจะให้คุกเข่าขอโทษลูก เธอไม่ได้ต้องการอย่างนั้น คนที่เขาต้องขออภัยก็คือเตี่ยของเขาเอง เพราะเขากำลังทำให้สิ่งที่เตี่ยสร้างมาอย่างยากลำบากพัง
“ถ้าอาก๋งกำลังมองพวกเราอยู่ ผมขอรับความผิดไว้ทั้งหมด อย่าโกรธป๊าเพราะป๊าไม่ได้ทำอะไรผิด”
ผีเถ้าแก่ภูมิใจในตัวหลานชายที่กล้าแอ่นอกรับความผิดทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว เสี่ยตงกลับรู้สึกตรงกันข้าม แค่สืบสายสำนึกผิดไม่ได้ทำให้เขาหายโกรธ ชายหนุ่มขอโอกาสแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยมือตัวเอง ถ้าป๊าไม่คิดจะอภัยให้เขาก็ไม่เป็นไร แต่มันคือวิธีเดียวที่จะทำให้เขาให้อภัยตัวเอง เสี่ยตงว่าสายเกินไปแล้ว
“มันยังแก้ไขได้ค่ะ” จุลลาโพล่งขึ้นทันที แล้วคุกเข่าลงข้างๆ สืบสาย “หนูจะมาขอโอกาสจากท่านประธานให้หนูเข้าไปช่วยซ่อมเครื่องจักรค่ะ ตอนนี้เรารู้สาเหตุที่เครื่องเสียทั้งหมดแล้ว เพื่อให้เครื่องจักรกลับมาทำงานให้ได้เร็วที่สุด หนูต้องไปช่วยน้อง แล้วหลังจากนี้หนูก็จะไป”
เสี่ยตงไม่มีเงินจะจ้างจุลลา เพราะยังเก็บเงินจากลูกค้าไม่ได้เนื่องจากไม่มีของจะส่ง และกำลังจะถูกฟ้อง
อีกต่างหาก เธอจะทำให้ฟรีๆอีกทั้งจะหาทางเอาอะไหล่จากพรรคพวกที่ตัวเองเคยมีบุญคุณต่อกันมาใส่ให้เร็วที่สุด แต่ของพวกนี้ไม่ฟรี มีเงินเมื่อไหร่ค่อยเอามาจ่าย เสี่ยตงไม่ไว้ใจกลัวเธอตามมาจะมาทวงบุญคุณทีหลัง
“ถึงอีจะทวง อั๊วก็จะตอบแทนโดยไม่คิดว่าอีลำเลิกเพราะอีเป็นคนเดียวที่มีน้ำใจช่วยเหลือเราในยามวิกฤติ ในขณะที่คนอื่นมองไม่เห็นหัว อย่างเช่นทรงเดชผู้ช่วยคนเก่งของลื้อ” คุณนายเง็กไม่วายแขวะสามีตัวเอง เสี่ยตงนึกหงุดหงิดขึ้นมาเช่นกัน เพราะไม่เห็นหัวทรงเดชอย่างที่เมียรักว่าจริงๆ
ooooooo
คนที่คุณนายเง็กพูดถึงกำลังถูกเดือนพิไลทั้งตบตีทั้งด่าทอ และขู่จะไปแจ้งความที่เขาวางยาแล้วทำมิดีมิร้ายกับเธอ ทรงเดชเหลืออดตบเปรี้ยงเดียวกระเด็น ด่ากลับว่าเธอเองก็ไม่ได้เลวน้อยกว่าเขา คิดจะแบล็กเมล์เขาแต่ต้องขอโทษด้วยที่เขาฉลาดกว่า แล้วหยิบกล้องวีดิโอขึ้นมาโชว์ให้ดู
“ไปแจ้งความสิ วีดิโอเลิฟซีนระหว่างฉันกับแกได้ว่อนทั่วเน็ตแน่ คราวนี้แกก็จะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ไม่ว่าจะวงการไหนโดยเฉพาะในหัวใจของไอ้สืบสาย เพราะแกมันเน่า”
เดือนพิไลกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ทรงเดชเตือนว่าถ้าไม่อยากเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจและอยากเป็นอิสระจากเขา ก็ให้ทำตามที่บอก แล้วจะคืนคลิปพวกนี้ให้และแถมเงินให้อีกหนึ่งล้านบาท ถ้าเธอทำสำเร็จ แต่เงินที่ว่าไม่ใช่จากเขา เดือนพิไลงง ถ้าอย่างนั้นจะได้จากใคร ทรงเดชไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์...
ในที่สุดเสี่ยตงก็ตกลงใจจะให้จุลลาได้พิสูจน์ตัวเองว่าจริงใจจะช่วยเหลือ แต่ต้องเป็นแบบไม่เสียเงิน เขาจะให้เวลาแค่ถึงวันเกิดโรงงานซึ่งเหลืออีกไม่กี่วันเท่านั้น ถ้าไม่ทันเขาจะจัดการทุกอย่างด้วยวิธีของตัวเอง
“ส่วนอาตี๋ อั๊วจะให้โอกาสลื้อเป็นครั้งสุดท้าย พิสูจน์ให้อั๊วเห็นว่าสิ่งที่ลื้อคิดมันถูกต้อง ภายในเวลาที่กำหนดคือวันเกิดโรงงาน ไม่อย่างนั้นอั๊วจะไม่มองหน้าลื้ออีก” เสี่ยตงพูดจบเดินออกไป
ผีเฒ่าแก่มองตามลูกชายตัวเอง พึมพำว่าอย่างน้อยเขาก็ยังมองเห็นความหวังในตัวลูกคนนี้ แล้วหันไปไล่จุลลากับสืบสายที่นั่งอึ้งให้รีบไปทำในสิ่งที่ต้องทำได้แล้ว ทั้งคู่พากันบ่ายหน้าไปยังโรงงาน จุลลาเพิ่งสังเกตเห็นสืบสายยังอยู่ในชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร้องทักว่าทำไมยังไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผิดวิสัยมิสเตอร์เนี๊ยบ
“ก็ฉันไม่ได้นอนที่บ้าน”
จุลลาลืมตัว ถามด้วยความหึงหวงว่าไปนอนบ้านใครมา สืบสายยังไม่ทันจะตอบอะไร โย้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน บอสหนุ่มไม่ค่อยชอบใจนัก ถามยียวนว่ามาทำไม จุลลาตอบคำถามแทนว่าโย้จะมาเป็นที่ปรึกษาช่วยหาอะไหล่มาซ่อมเครื่องจักรให้เร็วที่สุด สืบสายชักสีหน้าใส่ผู้มาเยือน
“รบกวนด้วย แต่ช่วยจัดการให้เร็วๆอย่าช้า ผมไม่ชอบ” พูดจบสืบสายจ้ำพรวดๆออกไป ทิ้งให้จุลลากับโย้ยืนงงว่าใครไปเหยียบถูกตาปลาเขาเข้า...
ทางด้านสืบสายพยายามสลัดเรื่องส่วนตัวทิ้งให้กลับมาอยู่ในโหมดเรื่องงาน รีบสั่งการให้ครรชิตเช็กรายชื่อแขกที่จะมาร่วมงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดโรงงาน อย่าให้ขาดแม้แต่รายเดียว โดยเฉพาะรายที่ทางเราผิดนัดส่งสินค้า จนทำให้เกิดความเสียหาย ครรชิตงง จะเชิญมาให้ด่าบริษัทของเราหรือ
“ใช่ ถ้าเขาไม่อยากมาก็ต้องทำทุกอย่างให้เขามาให้ได้” สืบสายพูดจบ กลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ooooooo
ขณะจุลลากำลังประชุมวางแผนการซ่อมเครื่องจักรอยู่กับแสบและชาวแก๊งอีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก โย้โทร. ไล่ติดต่อขอซื้ออะไหล่จากพรรคพวก เพื่อจะได้ไม่ต้องสั่งจากเมืองนอก ซึ่งต้องใช้เวลานาน จุลลาเหลือบเห็นน้ำหวานเดินเข้ามา ร้องทักว่ามาหาบอสหรือ
“ใช่ น้ำหวานมาหาบอส แต่ก็มาหาพี่จูนด้วยและก็อยากจะมาให้คนใจปอดเห็นหน้าบ่อยๆ เห็นกันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง” น้ำหวานค้อนแสบหนึ่งวง แล้วดึงจุลลาออกมา เธอขืนตัวไว้ อ้างมีงานต้องทำ น้ำหวานสั่งเสียงแข็งให้ตามมาดีๆ จุลลาเห็นหน้าตาเอาเรื่องของเธอแล้วจำต้องทำตาม แสบมองตามอย่างเจ็บปวดใจ แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้จนตัวสั่นไปหมด หยิกสงสัยว่าลูกพี่เป็นอะไร
“อดทนต่อความเจ็บปวด สักวันมันคงชาชิน...เฮ้ยไอ้คุณพี่โย้ ได้ความถึงไหนแล้วครับ อยากทำงานจะแย่เพื่อลืมเธอ” แสบโวยวาย โย้โวยกลับเสียงเข้มกว่าสามเท่าว่าใจเย็นๆก่อน แสบนั่งเงียบไม่กล้าหืออะไรอีก หันมองอีกทีต้องตกใจที่เจอสืบสายยืนหน้าหงิกอยู่ เขาปรายตา มองโย้อย่างไม่ค่อยชอบใจนัก แล้วถามแสบว่า จุลลาไปไหน เขาอยากรู้ว่าแผนการซ่อมเป็นอย่างไรบ้าง แสบชี้ไปยังทิศทางที่น้ำหวานลากจุลลาออกไป...
ทางฝ่ายน้ำหวานไม่รอช้าซักจุลลาเป็นการใหญ่ว่า เรื่องระหว่างเธอกับสืบสายเรียบร้อยหรือยัง เพราะตนเองบอกเขาไปว่าเธอรักเขา สืบสายมาทันได้ยินพอดี รีบหลบมุมแอบฟัง จุลลาโวยวายว่าไปบอกเขาทำไม
“พี่จูนยอมรับ?” น้ำหวานเห็นจุลลานั่งนิ่ง รุกไล่ต่อ “กล้าๆหน่อยสิ บอสเคยบอกให้น้ำหวานเอาแบบอย่างพี่จูนเรื่องความกล้าหาญ เพราะความกล้าหาญทำให้พี่จูนแก้ไขสถานการณ์วิกฤติได้ทุกครั้ง แล้วทำไมคราวนี้กลับขี้ขลาด ไม่กล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเอง”
จุลลายอมรับว่าชอบสืบสายมาก คนถูกเอ่ยถึงหัวใจพองโตเป็นปลื้ม แต่แล้วกลับรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากออกจากร่าง เมื่อได้ยินหญิงที่ตนเองรักบอกว่า ตอนนี้เธอไม่ได้ชอบเขาอีกต่อไปแล้ว น้ำหวานไม่เชื่อ
“จริง พี่ไม่ชอบเสียเวลากับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ชีวิตพี่มีเรื่องสำคัญต้องทำ พี่ไม่ใช่คนรวย พี่ต้องทำมาหากินเพื่อเลี้ยงตัวเอง พี่มัวจมปลักกับเรื่องความรักที่ไร้สาระไม่ได้”
สืบสายเดินเข้าไปหา แกล้งถามว่าคุยอะไรกันอยู่ น้ำหวานจะบอกความจริง แต่จุลลาชิงพูดขึ้นก่อน
“ฉันบอกน้ำหวานว่า ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก อาจจะไม่ค่อยได้คุยด้วย อย่าโกรธกันนะ”
“น้ำหวานเชื่อที่จุลลาบอกเถอะ เธอพูดอะไรก็จะหมายความอย่างที่พูดจริงๆ ปากกับใจของจุลลาตรงกันเสมอ เธอเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” สืบสายว่าแล้วคว้ามือน้ำหวานพากันออกไป จุลลาทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว เบือนหน้าหนี ด่าตัวเองว่าจะมองทำไมให้ยิ่งปวดใจ แต่ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นแสบยืนอยู่
“เฮ้ย...ไอ้แสบ อย่าบอกนะว่าแกแอบดูอยู่”
“มาทันเห็นบอสจับมือน้ำหวานเดินออกไป เราไปทำงานกันเถอะ ปล่อยให้ความเจ็บปวดมันกองอยู่ตรงนี้ อย่าแบกมันตามไปด้วยเลย” แสบเองก็เจ็บปวดใจไม่น้อยไปกว่าจุลลา
ooooooo
ทันทีที่พ้นสายตาของจุลลา สืบสายรีบปล่อยมือน้ำหวาน ยืนนิ่งเหมือนคนไร้ชีวิตจิตใจ เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาได้ยินทุกคำพูดที่เธอคุยกับจุลลาเมื่อครู่นี้ ปลอบว่าไม่เป็นความจริง จุลลาโกหก
“ถ้ากับเรื่องอื่นโดยเฉพาะเรื่องงาน เรื่องเพื่อนพี่น้อง พี่จูนปากกับใจตรงกันเสมอ แต่ไม่ใช่เรื่องความรัก”
“แสดงว่าจุลลาก็ต้องมีเหตุผลให้ทำอย่างนั้น ซึ่งฉันจะเคารพการตัดสินใจของเธอ”
น้ำหวานขอร้องว่าอย่าเพิ่งหมดหวัง สืบสายไม่ได้หมดหวัง แค่ไม่อยากดันทุรัง ยิ่งตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญต้องทำ ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไปได้จะทำให้มีสมาธิมากขึ้น จะได้ไม่มีอะไรมารบกวนจิตใจอีก น้ำหวานจะเป็นกำลังใจให้เขาสู้ต่อไป ทั้งคู่ยิ้มให้กำลังใจกันและกัน ก่อนจะพากันเดินต่อไป
จุลลาแอบมองอยู่กับแสบ ถึงกับน้ำตาซึม เขาแดกดันทันทีไหนเธอบอกเองว่าจะมองทำไมให้เจ็บใจเปล่าๆ ไม่ใช่หรือ เธอแถไปเรื่อยว่ายิ่งเจ็บจะยิ่งทำให้ตัดใจได้เร็วขึ้น ผีเถ้าแก่โผล่พรวดมาตรงหน้า จุลลาตกใจร้องเสียงหลง แสบโวยลั่นจะร้องทำไม พอเธอบอกว่าผีเถ้าแก่มา เขาเหลียวมองเลิ่กลั่กแต่ไม่เห็น รีบคว้าแขนจุลลามากอดไว้ ไม่เข้าใจตัวเองทำไมวันนี้ถึงมองไม่เห็นผีเถ้าแก่ทั้งที่เมื่อคืนเห็นเต็มสองตา
“อืม...แต่แกยังอยู่นะ” จุลลาว่าแล้วมองไปข้างๆตัวเองตรงที่ผีเถ้าแก่เดินตีคู่อยู่
แสบมองหาเท่าไหร่ก็ไม่เห็น ผีเถ้าแก่เสียดายที่แสบกลัวเกินไปเลยทำให้ช่องรับสัญญาณไม่เสถียร ไม่สามารถมองเห็นเขาได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะได้แสบเป็นผู้ช่วยจุลลาปฏิบัติภารกิจสำคัญ จุลลาบอกให้ลูกน้องคนสนิทตั้งสติให้ดีๆ แล้วจะเห็นผีเถ้าแก่ได้เอง เขาขอไร้สติดีกว่า แล้วแผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง จุลลามองตามอย่างเหนื่อยใจ หันไปทางผีเถ้าแก่ ขอถามเป็นครั้งสุดท้ายว่าแผนการที่จะให้เธอทำ มันดีแล้วหรือ เขาพยักหน้ารับ
“ดีสิวะ ในเมื่ออั๊วเข้าสิงลื้อไม่ได้อีกแล้ว ลื้อก็ต้องแกล้งทำการแสดงเอาให้ไอ้ตงได้ยินคำยืนยันความเลวของไอ้ส่งเดชผ่านลื้อ...ไม่ยากน่า อั๊วก็ไปนั่งข้างๆลื้อ ไม่มีใครเห็นอั๊วนอกจากลื้อ ลื้อทำเป็นพูดเสียงอั๊วอั๊วจะกระซิบบอกว่าต้องพูดอย่างไรบ้าง ไอ้ตงมันถึงจะเชื่อ”
จุลลากลัวจะถูกจับได้ ผีเถ้าแก่รับรองไม่มีใครจับได้ ของพรรค์นี้พิสูจน์ยาก ในเมื่อบอกความจริงไม่มีใครเชื่อ ก็ต้องโกหก ทีนี้เสี่ยตงเชื่อแน่นอน เธอแนะให้รอ สืบสายหาหลักฐานเอาผิดทรงเดชให้ได้เสียก่อนน่าจะดีกว่า
“ไม่ทันกินสิวะ จะทันเวลาที่ไอ้ตงมันกำหนดไว้ก็ยังไม่รู้เลย ไอ้ตงคือปัญหาเดียวของเรื่องนี้ ถ้ามันยอมเชื่อ ทุกอย่างก็จบ ระหว่างนี้ลื้อก็ไปศึกษาดูงานการเข้าทรงจากเจ๊พุ่มเพื่อความสมจริง”
จุลลาอ้าปากจะทักท้วง ผีเถ้าแก่ชิงพูดตัดหน้าว่าอยากให้โรงงานของตนเจ๊งอย่างนั้นหรือ เธอขี้เกียจเถียงด้วย ยอมทำตามแผนการที่เขาวางไว้ให้
ooooooo
ครู่ต่อมา จุลลาไปถึงตำหนักของเจ๊พุ่มเห็นกำลังเริ่มพิธีเรียกองค์มาลง มีผู้หลงเชื่อมาเฝ้ากันเต็ม ยามจ่อยรับหน้าที่เป็นลูกศิษย์คอยบริการอยู่ใกล้ๆ นายช่างสาวบ่นอุบ ยังไม่ทันเลิกงานทำไมมาเปิดตำหนักเอาตอนนี้
“วันนี้วันหยุดของอีกับไอ้ยามจ่อย เมื่อคืนอั๊วไปเข้าฝันอีว่าให้รีบเปิดตำหนักแล้วทุกคนจะได้โชคก้อนโต แต่อั๊วลืมวงเล็บว่าโชคที่ว่ามาแน่ถ้าขยันทำงาน” ผีเถ้าแก่ยิ้มเจ้าเล่ห์
เจ๊อ้อยหันมาเห็นจุลลาก็เข้ามาทักทาย เธอออกตัวว่าอยากจะมาร่วมวงด้วยเผื่อจะมีโชคกับเขาบ้าง เจ๊พุ่มเริ่มสั่นพั่บๆๆ ทุกคนสะดุ้งส่งเสียงฮือ เจ๊อ้อยเลิกสนใจจุลลาหันไปเล็งเจ้าแม่แทนที่ เกรงจะพลาดช็อตเด็ดจุลลาออกท่าทางตามเจ๊พุ่มไม่มีตกหล่น สืบสายไม่รู้มาจากไหนโผล่มายืนอยู่ข้างหลัง ร้องทักว่าทำอะไรอยู่
“ฝึกแอคติ้งกับเจ๊พุ่มอยู่” จุลลานึกขึ้นได้ หันไปมอง ตกใจร้องลั่นที่เห็นสืบสายยืนอยู่ ทุกคนหันมองตามเสียง พอเห็นบอสเท่านั้นวงแตกทันที เจ๊พุ่มสั่งปิดตำหนัก ไล่ทุกคนกลับไม่มียกเว้น
“จังหวะนรกมากเลยว่ะอาตี๋” ผีเถ้าแก่บ่นอุบ จุลลาพลอยเซ็งไปด้วย สืบสายอยากรู้ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ จุลลาหนีไม่ออก พาเขาไปยังที่ปลอดคน แล้วเล่าแผนการทั้งหมดให้ฟัง...
สืบสายไม่อนุญาตให้จุลลาทำตามแผนการของอาก๋งเด็ดขาด ถ้าจะเปิดโปงทรงเดชก็ต้องด้วยหลักฐานที่จับต้องได้ พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ด้วยวิธีเหนือธรรมชาติซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ และที่สำคัญเขาไม่ต้องการให้เธอเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น จุลลารับปากจะฝึกให้แนบเนียน ไม่ให้ใครดูออก
“พอเลย ยังไงฉันก็ไม่ยอม จะโกรธก็โกรธ แต่การเข้าทรงทำเป็นอาก๋งเข้าสิง ไม่ใช่วิธีที่จะจับคนอย่างทรงเดชเข้าคุก” จากนั้น เขาถามจุลลาว่าอาก๋งอยู่ตรงไหน แล้วหันหน้าไปตามทิศทางที่เธอชี้ “เข้าใจไหมครับอาก๋ง” พูดจบสืบสายผละจากไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก จุลลาถามผีเถ้าแก่ว่าจะเอาอย่างไรดี เพราะที่หลานชายของเขาพูดมาก็มีส่วนถูก ผีเถ้าแก่สีหน้าครุ่นคิด ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน...
หลังจากแยกกับจุลลา สืบสายรีบโทร.สั่งการให้ครรชิตคอยสะกดรอยตามทรงเดชอย่าให้คลาดสายตา ต้องรู้ความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว เพราะที่ผ่านมาสืบสายรู้แค่เพียงเราแต่ไม่รู้เขา ถึงได้รบพ่ายแพ้ทรงเดชทุกครั้งแต่นับจากนี้ไป ตนจะต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฝ่ายตรงข้าม...
ครรชิตทำตามคำสั่งของบอสไม่มีขาดตกบกพร่อง สะกดรอยตามทรงเดชตั้งแต่ออกจากบ้าน จนกระทั่งเข้าไปในร้านอาหารเพื่อพบกับเสี่ยเคี้ยง เขารีบหยิบมือถือ ขึ้นมาถ่ายรูปทั้งคู่ไว้ แล้วส่งไปให้สืบสายดู บอสหนุ่มไม่ได้ต้องการแค่รูป แต่อยากรู้ว่าสองคนนั่นคุยอะไรกัน ครรชิตกลัวจะถูกจับได้เสียก่อน
“หรือจะถูกฉันไล่ออก” สืบสายขู่เสียงเข้ม ครรชิตไม่มีทางเลือก รับปากจะจัดการตามที่เขาต้องการแล้วแอบติดสินบนพนักงานเสิร์ฟให้เอามือถือของตนเองไปอัดเสียงสนทนาของทรงเดชกับเสี่ยเคี้ยง...
ในเวลาต่อมา ทรงเดชมาพบเสี่ยตงที่ห้องทำงานหลังจากที่หายหน้าไปตั้งแต่วันก่อน โดยอ้างว่าไม่สบายปวดหัวไมเกรน เพราะเครียดเรื่องโรงงานของเรา ท่านประธานไม่ติดใจสงสัยอะไร และยังเล่าเรื่องที่อนุญาตให้จุลลามาช่วยซ่อมแซมเครื่องจักรที่พังให้ฟัง ทรงเดชไม่เห็นด้วยที่เขาทำแบบนั้น
“ก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลย ลูกค้ากำลังเสียความเชื่อมั่นในโรงงานของอั๊วลงไปทุกที ถ้าอีซ่อมเครื่องสำเร็จทันวันงาน อั๊วจะประกาศกับลูกค้าในงานได้ว่าทุกอย่างกำลังเหมือนเดิม”
“แต่ผมไม่ได้อยู่เฉยๆนะครับป๊า ก่อนผมจะมาที่นี่ผมได้ไปพบคนที่จะเรียกความเชื่อมั่นของโรงงานเรากลับมาโดยไม่ต้องไปฝากความหวังที่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่าจากจุลลา”
“ใคร?” เสี่ยตงนิ่วหน้าแปลกใจ
ooooooo
ครรชิตนำมือถือที่อัดเสียงสนทนามาเปิดให้สืบสายกับคุณนายเง็กฟัง กลับไม่มีเสียงใดๆ สืบสายตำหนิทำไมไม่ตรวจดูก่อน แสดงว่าพนักงานไม่ได้กดปุ่มอัดเสียงตามที่สั่ง ครรชิตจัดแจงจะตามไปเอาเงินคืน สองแม่ลูกส่ายหน้าพร้อมกันเป็นทำนองไม่ต้องไป ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้น ต่อว่าครรชิตว่าฉลาดแต่ไม่เฉลียว
“อาตี๋...วิธีที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ของลื้อมันไม่ได้ผล ใช้วิธีของอั๊วเถอะน่า”
สืบสายเอารูปที่ครรชิตถ่ายไว้ มาถามหม่าม้าว่ารู้จักผู้ชายที่อยู่กับทรงเดชหรือเปล่า เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้ชื่อ เสี่ยเคี้ยง เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเรา เขา
เคยจีบเธอมาก่อนแต่เธอไม่เล่นด้วย สืบสายต้องปรามให้พูดแต่เรื่องงาน
“โทษที...เอ๊ะ แล้วอาทรงเดชไปเจอเสี่ยเคี้ยงได้อย่างไร อีรู้จักกันด้วยหรือ”
“ซึ่งไม่สมควรจะเป็นอย่างนั้นในขณะที่ทรงเดชทำงานกับเรา”
คุณนายเง็กเห็นด้วยกับลูกชาย แนะให้เอารูปนี้ให้ป๊าดู จะได้รู้ว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลเผื่อเขาจะได้ตาสว่าง ผีเถ้าแก่กลัวจะไม่ทันกาล รีบหายตัวไปทันที...
ด้านเสี่ยตงถึงกับอึ้งเมื่อเห็นว่าคนที่ทรงเดชพูดถึงคือเสี่ยเคี้ยงนั่นเอง แถมเขายังเสนอตัวจะช่วยโรงงานปาล์มโปรดักส์ เพราะทราบข่าวเครื่องจักรของ ที่นี่เสีย เสี่ยตงตกใจ รู้ได้อย่างไรในเมื่อตนสั่งให้ปิดข่าว ทรงเดชใส่ความว่าต้องเป็นสืบสายกับจุลลาแน่ๆที่นำเรื่องนี้ไปปูด ผีเถ้าแก่ยืนฟังอยู่ด้วยไม่พอใจมาก เสี่ยเคี้ยงไม่พูดพล่ามยื่นข้อเสนอขอซื้อหุ้นปาล์มโปรดักส์แปดสิบเปอร์เซ็นต์
ผีเถ้าแก่ตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ นึกอยู่แล้วว่าทรงเดชต้องมาไม้นี้ ร่วมมือกับเสี่ยเคี้ยงบีบให้เสี่ยตงจนตรอกแบบนี้นี่เอง ทรงเดชหว่านล้อมว่าถ้าได้เสี่ยเคี้ยงเป็นนายทุนให้ เท่ากับช่วยสร้างความน่า
เชื่อถือให้ลูกค้าของเสี่ยตงกลับมาเหมือนเดิมว่าโรงงานของเขามีหลักฐานมั่นคง ผลิตสินค้าส่งได้แน่นอน
“หรือไม่ก็มองดูลูกค้าจากไปจนไม่เหลือสักราย” เสี่ยเคี้ยงตบท้าย ไม่ว่าทั้งคู่จะหว่านล้อมอย่างไร
เสี่ยตงยืนกรานจะไม่ยอมขายหุ้นให้ใครเด็ดขาด แล้วลุกออกไป ผีเถ้าแก่ยิ้มพอใจกับการตัดสินใจของลูกชายตัวเอง
“ก็เหลือแค่ทำให้ลื้อไล่ไอ้ส่งเดชงูเห่าไปให้พ้นจากชีวิตของลื้อ”...
โย้ตามมาส่งจุลลาที่ดูเหน็ดเหนื่อยถึงบ้าน ก่อนจะบอกว่าอีกสองถึงสามวันอะไหล่ก็จะมาครบตามที่เธอต้องการแล้ว จุลลาขอบใจเขามากสำหรับทุกอย่าง ถ้าไม่ได้เขาคงแย่แน่ๆ จังหวะนั้น จ๋อมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกทุกคนว่าคลิปเด็ดที่ถ่ายเดือนพิไลตอนหาเรื่องจุลลาในตลาดกู้ได้เรียบร้อยแล้ว และจะให้พี่บีเอาไปประจานออกสื่อให้ ทั้งลำยอง ลีลา จำรัสและมะขวิดเชียร์ให้รีบส่งคลิปไปเร็วๆแต่จุลลาไม่เห็นด้วย
“จูนเคยบอกพ่อกับแม่แล้วว่าจูนจะไม่แก้แค้นด้วยการทำร้ายกลับ เพราะเท่ากับจูนเองก็ร้ายกาจไม่ต่างกับเขา สื่อพวกนี้เราควรใช้ในทางสร้างสรรค์ไม่
ใช่เอาไปทำร้ายใคร”....
ทรงเดชโกรธที่เสี่ยตงไม่ยอมขายหุ้นให้เสี่ยเคี้ยงตามแผน ทำให้ตนเองโดนเล่นงาน จึงวางแผนจะใช้วิธีสกปรกเพื่อบีบให้เขาขายหุ้น โดยใช้เดือน-
พิไลเป็นเครื่องมือ สั่งให้เธอโทร.นัดเสี่ยตงออกมาพบ ดาราสาวอิดออดไม่ยอมทำตาม ทรงเดชขู่จะเอาคลิปหวิวระหว่างตนเองกับเธอลงในเน็ต แล้วส่งเข้าอีเมล์สืบสายด้วย
“ถ้าแกผิดคำพูดเรื่องที่จะปล่อยฉันเป็นอิสระ ฉันจะเอาคืนแกอย่างสาสมแน่”
“ไม่ต้องห่วงน่า ขอแค่งานนี้งานเดียว แล้วเธอจะเป็นอิสระ”
เดือนพิไลไม่มีทางเลือก หยิบมือถือขึ้นมาโทร.นัดเสียตงออกมาพบ อ้างมีเรื่องอยากจะปรึกษา...
ดึกมากแล้ว คุณนายเง็กไม่ยอมหลับยอมนอน นั่งรอเสี่ยตงอยู่ที่ห้องโถง สืบสายเป็นห่วงจึงมานั่งรอเป็นเพื่อน เธอใช้โอกาสนี้ขอโทษลูกด้วยที่บังคับใจให้ไปดูตัวคนนั้นคนนี้ โดยมองข้ามความจริงว่าถ้าเป็นตัวเองบ้างก็คงทำแบบเดียวกับเขาเช่นกัน สืบสายถอดใจเรื่องจุลลาแล้ว เพราะได้ยินกับหูตัวเองว่าเธอหมดใจ เหลือแค่คำว่าเพื่อนให้เขาเท่านั้น คุณนายเง็กเสียดายไม่น้อย ถ้าเพียงจุลลารักสืบสาย เธอก็เต็มใจจะรับเป็นลูกสะใภ้
“ขอบคุณครับม้าที่เข้าใจผม”
“เรามีกันแค่สามคนพ่อแม่ลูก เราต้องเข้าใจกันให้มากๆ อาก๋งลื้อที่นอนในฮวงซุ้ยจะได้หมดห่วงไปสู่สุคติเร็วๆ” คุณนายเง็กพูดจบ ดึงลูกชายมากอดด้วยความรัก
ooooooo
รุ่งสางของวันใหม่ เสี่ยตงค่อยๆ ย่องเข้าบ้านอย่างเงียบกริบ กลัวจะมีใครเห็น สืบสายเข้ามาขวางไว้ ถามว่าหายไปไหนมา เขากับหม่าม้ารออยู่ทั้งคืน เสี่ยตงโกหกว่าเครียดเรื่องงานก็เลยไปสังสรรค์กับเพื่อน เพลินจนลืมเวลา ขอร้องลูกชายอย่าบอกให้หม่าม้ารู้ คุณนายเง็กมาทันได้ยินพอดี
“แต่อั๊วรู้แล้ว...อั๊วเข้าใจ อั๊วไม่โกรธหรอก ตัวเหม็นหึ่งเป็นละมุดเลย รีบขึ้นไปอาบน้ำเถอะเฮีย ไป เดี๋ยวอั๊วจะเลือกชุดให้” คุณนายเง็กพูดจบเดินขึ้นบันไดโดยมีเสี่ยตงยิ้มแหยๆ เดินตาม เขารู้สึกผิดต่อเธอมาก เพราะคิดว่าตัวเองแอบไปมีอะไรกับเดือนพิไล ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ยัยดาราสาวตัวแสบ นัดเขาไปเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วแอบเอายานอนหลับใส่ในเครื่องดื่ม ไม่กี่อึดใจเขาก็หมดสติ
ครู่ต่อมา เดือนพิไลประคองเสี่ยตงมาวางลงบนเตียงนอนภายในอพาร์ตเมนต์ที่พักของเธอ แล้วถอดเสื้อผ้าของเขาออก เอาเหล้ามาเหยาะบนตัวให้จนกลิ่นคลุ้งไปหมด จากนั้นยัยตัวแสบเปลือยท่อนบนของตัวเองก่อนจะสอดตัวไปใต้ผ้าห่มข้างๆ เสี่ยตงที่หมดสติไม่รู้เรื่องรู้ราว จัดท่าจัดทาง แล้วถ่ายคลิปเก็บไว้ พอถึงตอนเช้าเสี่ยตงสะดุ้งตื่นเห็นเดือนพิไลร้องไห้กระซิกๆ อยู่ข้างๆ ตกใจแทบช็อก...
ทางด้านทรงเดชหัวเราะสะใจเมื่อเห็นคลิปที่เดือน–พิไลถ่ายภาพเสี่ยตงไว้ ยิ่งได้ฟังจากเธอว่าเขาเชื่อหมดใจว่าได้เธอเพราะความเมายิ่งชอบใจ เดือนพิไลขอคลิปอุบาทว์ที่ทรงเดชถ่ายไว้คืน เพราะเธอทำงานในส่วนของเธอสำเร็จแล้ว เขากลับบอกว่ายังไม่เรียบร้อย เดือนพิไลด่าสาดเสียเทเสีย จนเขาต้องยกมือห้าม
“อย่าเพิ่งโวยวายสิ ก็แค่มีอะไรให้ทำเล็กๆ น้อยๆแค่อย่างเดียวไม่ได้ลำบากอะไรเลย ถือว่าแถมให้หน่อยนะ” ทรงเดชเห็นเดือนพิไลทำท่าฮึดฮัด รีบชูมือถือตัวเองขึ้นมาขู่ เธอถึงสงบลงได้...
จำรัสเห็นจุลลาเดินซึมๆ จะออกไปทำงาน ร้องทักว่าถ้าเหนื่อยนักก็ให้พักก่อน เธอยังพักไม่ได้ ใกล้จะถึงเส้นตายที่ท่านประธานกำหนดไว้แล้ว แต่คิดว่างานน่าจะเสร็จทัน ดาราเห็นลูกเหมือนมีอะไรค้างคาอยู่ในใจ อดถามไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ จุลลาเองก็ถอดใจเรื่องความรักเช่นเดียวกับสืบสาย จึงบอกพ่อกับแม่ว่าจบเรื่องนี้ เมื่อไหร่ จะขอไปเรียนต่อ ดาราและจำรัสนิ่งอึ้งเพราะตลอดเวลามาลูกไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อย...
หลังจากนั้นไม่นาน จุลลาเดินคุยกับโย้เข้ามาในโรงงานปาล์มโปรดักส์ เขาเพิ่งรู้จากทางบ้านของเธอว่า เธอจะไปเรียนต่อ ตกลงอยากเรียนจริงๆ หรือว่าอยากหนี จุลลาเฉไฉ ไม่เห็นมีอะไรต้องให้หนี สืบสายเดินมาจากอีกทางหนึ่งมาเจอน้ำหวานโดยที่ไม่ทันเห็นจุลลา กิริยากระหนุงกระหนิงของทั้งคู่ยิ่งทำให้เธอเจ็บปวดใจมองตามตาละห้อย อยู่ๆแสบโผล่เข้ามา บอกว่าถ้าพี่จูนหนีเขาขอไปด้วย
“แสบทำใจไม่ได้ แสบตั้งใจไว้แล้วว่าซ่อมเครื่องจักรให้กลับมาใช้งานได้เมื่อไหร่ แสบจะบิน”...
ooooooo
จุลลาเดินหน้าบูดนำแสบกับโย้มาถึงเครื่องจักรที่เสียเห็นหยิก เข่งและถัดนั่งสัปหงกกันอยู่ ปลุกเสียงลั่นให้ตื่นมาทำงานได้แล้ว แสบซึ่งหงุดหงิดไม่ต่างจากลูกพี่ ตะโกนเสริมอีกแรงหนึ่งว่าถ้าใครไม่ตื่นมีเตะ
“ทำไมต้องเสียงดัง รุนแรงกันด้วยละจูน แสบ เวลานี้ทุกคนก็อ่อนเพลียและล้ากันทั้งนั้น ทำไมไม่พูดกันดีๆ ทุกคนต้องการกำลังใจนะ” โย้ตำหนิ ทั้งคู่เลยหันมาโวยใส่กันเองอย่างมีอารมณ์ ชาวแก๊งพร้อมใจกันตวาดกลับให้หยุดได้แล้ว จุลลากับแสบถึงเงียบได้ โย้ขอร้องให้ทั้งสองคนตั้งสติกันหน่อย แล้วไล่ไปทำงาน...
ทางด้านสืบสายถึงกับหน้าเครียดเมื่อครรชิตซึ่งแอบซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่หน้าบ้านของทรงเดช โทร.มารายงานว่าเดือนพิไลมาที่นั่น บอสหนุ่มตั้งข้อสังเกตว่าทั้งคู่คงไม่ใช่แค่รู้จักกันเฉยๆ อาจจะกำลังคบคิดกันทำชั่วอะไรบางอย่าง น้ำหวานที่นั่งอยู่ด้วยกันพลอยเครียดไปด้วย...
เสี่ยตงเห็นคุณนายเง็กเอาอกเอาใจ ไม่บ่นไม่ว่าสักคำที่เขาหายไปทั้งคืนยิ่งทำให้รู้สึกผิด ถามลองใจว่าถ้าเกิดเธอไปรู้ไปเห็นเรื่องที่ไม่ดีเกี่ยวกับเขา เธอจะโกรธไหม คุณนายเง็กขอดูที่เจตนาก่อน แต่ถ้าจะโกรธ ไม่นานก็คงหายเพราะเธอรักเขา ให้อภัยเขาได้ทุกอย่าง จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของเสี่ยตงดังขึ้น
“ลื้อรับโทรศัพท์เถอะ อั๊วจะเข้าโรงงาน ลื้อไม่ต้องห่วงนะ อั๊วจะช่วยดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง”
“ขอบใจนะอาเง็ก ลื้อคือผู้หญิงที่อั๊วรักและยกย่องเชิดชูนะ”
คุณนายเง็กยิ้มรับก่อนจะออกไป เสี่ยตงหยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นเป็นเบอร์ของเดือนพิไลถึงกับหน้าเสียรีบ กดรับสาย เธอต่อว่าเขาว่าเงียบไปเลย ไม่คิดจะโทร.มาหาเพื่อแสดงความรับผิดชอบอะไรเลยหรือ เสี่ยตงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้น่ากังขาอยู่มาก เพราะเขาเมาไม่ได้สติ จะไปมีแรงทำอะไรเธอได้
เดือนพิไลแหวลั่นว่าพูดแบบนี้ได้อย่างไร เสี่ยตงสะดุ้งโหยงเมื่อเหลือบเห็นคุณนายเง็กเดินกลับมา รีบเอามือปิดมือถือกันเสียงเล็ดลอด ก่อนจะถามเมียรักว่ายังไม่ไปอีกหรือ เธอจะกลับมาบอกว่ารักเขา แล้วเดินเข้ามาหอมแก้ม เดือนพิไลได้ยินเสียงทั้งคู่ลอดเข้ามา แผดเสียงเรียก “ป๊า” ลั่น คุณนายเง็กเกือบจะจับพิรุธได้ แต่เสี่ยตงลื่นเป็นปลาไหลใส่สเก๊ต โกหกเอาตัวรอดมาได้ พอเธอไปแล้ว รีบพูดธุระกับเดือนพิไลต่อ
“อาหนูมูน เราสองคนต้องคุยกันอย่างละเอียด”
ดาราสาวตัวแสบรับนัดเสี่ยตงเสร็จ วางสายแล้วหันไปบอกทรงเดชว่าเรียบร้อยตามแผนแล้ว...
ที่หน้าบ้านทรงเดช ครรชิตรีบโทร.รายงานความคืบหน้าต่อสืบสายอีกครั้งหนึ่งเมื่อเห็นเดือนพิไลออกมาพร้อมกับทรงเดช ว่ามีการจับมือถือแขน ปัดแก้มส่งสายตากรุ้มกริ่มให้กันด้วย แล้วถามบอสจะให้ทำอย่างไรต่อไป เขาสั่งให้สะกดรอยตาม ครรชิตไม่รู้จะตามใครดีเพราะทั้งคู่เหมือนจะแยกกันไปคนละทาง
“เลือกเอาแต่ต้องมีความคืบหน้ามารายงานฉัน”
ครรชิตรับคำ วางสายเสร็จ รีบโทร.หาทรงเดช ทำทีว่าท่านประธานให้เขาโทร.มาถามว่าทรงเดชจะเข้าออฟฟิศหรือเปล่า พอรู้ว่ากำลังจะเข้าไป ครรชิตหันไปสะกดรอยตามเดือนพิไลทันที...
ขณะผีเถ้าแก่กำลังเดินยืดเส้นยืดสายอย่างสบายอารมณ์ เจ้าที่ปรากฏตัวขึ้น เล่าเรื่องที่จุลลากำลังจะไปเรียนต่อเมืองนอกหลังเสร็จภารกิจจากช่วยเหลือสืบสายแล้ว เขาถึงกับถอนใจ หนักใจ ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกอีก...
ooooooo
หลังจากซ่อมเครื่องจักรอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตั้งแต่เช้า จุลลา โย้ แสบและชาวแก๊งในสภาพมอมแมมพากันมุ่งหน้าไปร้านเจ๊อ้อยเพื่อกินมื้อกลางวัน
ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้น ถามเธอว่าจะหนีหัวใจตัวเองไปเรียนต่อเมืองนอกจริงๆหรือ จุลลายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ไปให้พ้นๆจะได้ลืมทุกอย่างให้หมด ผีเถ้าแก่ยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้
พลันมีเสียงแตรรถดังขึ้น จุลลา ผีเถ้าแก่ แสบ โย้และชาวแก๊งต่างหันไปมอง เห็นสืบสายขับรถมาจอดเทียบ โดยมีน้ำหวานนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ เขาลดกระจกลงคุยกับจุลลาด้วยท่าทีเหินห่างว่ากำลังจะพาน้ำหวานไปกินข้าวกลางวัน จะกลับมาอีกทีช่วงบ่าย ขอให้เธอช่วยไปอัพเดตแผนการซ่อมให้เขารับรู้ด้วย จุลลารับคำ
“บอสคะ รีบไปกันเถอะค่ะ น้ำหวานหิวแล้ว” น้ำหวานแกล้งอ้อนเสียงดังให้ได้ยินกันทั่ว
“ได้สิ” สืบสายรับมุกเสียงอ่อนเสียงหวาน แล้วขับรถต่อไป ทุกคนพากันอึ้ง จุลลาหันไปโวยใส่ผีเถ้าแก่ว่าเห็นแบบนี้แล้วจะให้ดื้อด้านดันทุรังต่อไปอีกทำไม สืบสายกำลังเดินหน้ากับน้ำหวาน ส่วนเธอเองก็ไม่คิดจะถอยหลัง ขอให้เขาเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ผีเถ้าแก่มองตามมาที่รถของหลานเลิฟอย่างสงสัย
“คนเรามันจะเลิกแล้วก็ลืมกันเร็วขนาดนี้เลยหรือวะ อั๊วไม่เชื่อ”...
ระหว่างที่เดือนพิไลกำลังเดินอย่างระแวดระวังไปพบเสี่ยตงตามนัด อดคิดถึงคำพูดของทรงเดชตอนอยู่ที่บ้านของเขาไม่ได้ว่าถ้าเสี่ยตงไม่ยอมจ่ายเงินให้ตามที่เราต้องการ เขาจะเอาคลิปนั่นแฉให้ทุกคนรู้ เธอกลัวเสี่ยตงจะไม่มีเงินจ่ายเพราะลงทุนไปกับเครื่องจักรห่วยๆจากน้ำมือทรงเดชไปหมดแล้ว
“ถึงจะเสียโรงงาน แต่มันจะไม่มีทางยอมสูญเสียครอบครัว ฉันรู้ดีว่าพวกมันรักกันมากแค่ไหน ถึงมันไม่มีจ่าย มันก็ต้องหามาจ่ายโดยการยอมขายหุ้นให้เสี่ยเคี้ยง เพราะนั่นคือทางออกเพียงทางเดียว”
เดือนพิไลจะทำตามแผนของทรงเดชก็ต่อเมื่อเขาเอาคลิปอุบาทว์นั่นมาให้ก่อน เขาไม่ยอมให้ ต่อรองถ้าไม่ทำก็ไม่ได้คืน แต่ถ้าทำสำเร็จคลิปนี้จะถูกกำจัด เธอจะมีโอกาสกลับไปยืนอยู่ในหัวใจของสืบสายเหมือนเดิม
ยัยตัวแสบตื่นจากภวังค์ สูดลมหายใจเข้าแล้วก้าวต่อไป โดยไม่รู้ว่าครรชิตสะกดรอยตามมาตลอด จนกระทั่งเห็นว่าเสี่ยตงคือคนที่เธอนัดมาเจอ จึงรีบหลบมุมจะโทร.รายงานบอส แต่เขามายืนอยู่ข้างหลังกับน้ำหวานเสียก่อน ถามว่าเดือนพิไลอยู่ไหน ครรชิตรีบพาไปดูตรงจุดนัดพบ กลับไม่เจอใคร พอสืบสายรู้ว่าคนที่เดือนพิไลนัดมาเจอคือป๊าตัวเองถึงกับตกใจ คาดไม่ถึง...
ด้านเดือนพิไลพาเสี่ยตงไปเจรจากันบนรถ เขาขอเป็นคนขับเองแต่เธอไม่ให้ขับ อ้างว่าเขาจะได้นั่งคุยกัน สบายๆไม่ต้องพะวง และที่สำคัญในรถไม่มีใครแอบฟัง เสี่ยตงมั่นใจว่าเมื่อคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยอมรับหน้าด้านๆ ว่าเราสองคนไม่ได้มีอะไรกัน ที่เธอทำแบบนี้เพราะต้องการเงิน 50 ล้านบาทเพื่อแลกกับคลิปฉาว ไม่อย่างนั้นคลิปนี้ถึงมือเมียของเขาแน่นอน เสี่ยตงเสียงกร้าวจะไม่ยอมถูกแบล็กเมล์เด็ดขาด
“งั้นหนูจะขับรถให้คว่ำตรงนี้เลย ให้เป็นข่าว พอนักข่าวมาสัมภาษณ์ หนูก็จะประจานป๊าออกสื่อ...เอาไง” เดือนพิไลเร่งความเร็วขึ้นอย่างน่าหวาดเสียว เสี่ยตงกลัวจัดร้องลั่นว่ายังไม่อยากตาย...
ขณะที่เสี่ยตงตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน คุณนายเง็กมองจุลลาที่ตั้งหน้าตั้งตาซ่อมเครื่องจักรอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยอยู่กับเจ๊พุ่มอย่างชื่นชม อดเสียดายไม่ได้ที่เธอกับอาตี๋ของตนไม่ได้รักกัน และที่สำคัญเธอทำให้โรงงานนี้ยังมีความหวัง จึงอยากให้เธออยู่ที่นี่ไปนานๆ ไม่อยากให้ไปไหน
ooooooo
จุลลายังคงเร่งมือซ่อมเครื่องจักรเพื่อให้ทันกำหนดเส้นตาย โดยมีผีเถ้าแก่คอยเป็นกำลังใจและคอยช่วยส่งเครื่องมือให้เป็นระยะๆ เธอรับปากจะทำเต็มที่เพื่อที่โรงงานจะได้อยู่ต่อไป และสืบสายจะต้องเปิดโปงความชั่วของทรงเดชได้สำเร็จ ทุกอย่างจะต้องคลี่คลายเพื่อที่ผีเถ้าแก่จะได้ไปเกิดใหม่ไม่ต้องมีห่วงอะไรอีก
“ไม่ได้หรอก ลื้อกับอาตี๋ไม่ได้กัน อั๊วไม่เห็นตอนจบที่แฮปปี้เอ็นดิ้ง อั๊วก็ไม่แฮปปี้ ไปเกิดใหม่ไม่ได้”
จังหวะนั้น ทรงเดชเดินกร่างเข้ามาพูดจายียวนกวนประสาท จุลลาทนไม่ไหว ต่อยเปรี้ยงหน้าหงายแล้วปราดเข้าไปจะซ้ำแต่โย้ดึงเอาไว้ ก่อนเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต สืบสาย ครรชิต น้ำหวานและยามจ่อยเข้ามาห้ามไว้เสียก่อน จากนั้น สืบสายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนมาเคลียร์ที่ห้องทำงานของเขา ทรงเดชรีบฟ้องว่าถูกจุลลาทำร้ายร่างกายก่อน บอสหนุ่มไม่สนใจว่าใครถูกใครผิด ใครเริ่มก่อน หรือใครต่อยใคร แต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งต้องยุติแค่นี้ ทรงเดชโวยวาย พูดแบบนี้เท่ากับเขาเข้าข้างจุลลาซึ่งเป็นคนผิด
“หรือจะให้ตำรวจเข้ามายุ่ง ถ้านายคิดว่าพร้อมที่จะให้ตำรวจเข้ามาก็ไปแจ้งความเลย”
สืบสายท้าทายเพราะรู้ดีว่าทรงเดชไม่กล้า เนื่องจากคดีเก่ายังอยู่ ถ้าเรื่องถึงตำรวจรังแต่จะเป็นผลเสียกับตัวเขาเอง ผีเถ้าแก่ก็ทราบเรื่องนี้เช่นกัน จึงบอกจุลลาที่ยังฮึดฮัดจะเอาเรื่องให้ใจเย็นๆ โย้ขอร้องให้เธอเลิกรากันแค่นี้ดีกว่า เรายังมีงานต้องทำอีกมาก อย่าเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“คุณโย้พูดถูก เธอมีเวลาถึงวันพรุ่งนี้ไม่เกินบ่ายโมง เครื่องจักรทุกตัวต้องพร้อมเดินสายการผลิต เป็นผู้ใหญ่หน่อยไม่ใช่เอาแต่อารมณ์มุทะลุ”
จุลลาไม่พอใจมาก ต่อว่ากลับไปบ้าง ด้วยความเครียดเรื่องเครื่องจักรอาจจะซ่อมเสร็จไม่ทัน ทำให้ทั้งคู่ระเบิดอารมณ์ใส่กัน ทรงเดชแอบยิ้มสะใจที่เห็นสืบสายกับจุลลาหมางใจกัน...
ครู่ต่อมา จุลลาออกจากห้องทำงานสืบสายมากับโย้ แสบและชาวแก๊ง เห็นน้ำหวานยืนรอสืบสายอยู่ ต่างฝ่ายต่างอึ้ง น้ำหวานเสมองไปทางอื่น จุลลาแดกดันว่าจะทำเป็นไม่รู้จักกันใช่ไหม เธอยอมรับว่าใช่ เพราะเธอจะไม่คุยกับคนที่ทำให้ผิดหวังและเสียศรัทธา จุลลาเชิญน้ำหวานทำตามสบาย และขอให้โชคดีกับความรัก
“ความรักของน้ำหวานต้องดีแน่นอน นับถอยหลังรอได้เลย อีกไม่นานนี้แน่นอน ทุกคนต้องได้ยินข่าวดีของน้ำหวาน” เธอว่าแล้วปรายตามองแสบที่มองตอบอย่างเจ็บปวดใจ...
ด้านสืบสายเตือนทรงเดชให้หยุดสิ่งที่กำลังจะทำในขณะที่ยังมีโอกาส แต่ถ้ายังไม่ยอมหยุด ตนจะเป็นคนหยุดให้เอง ทรงเดชทำไก๋ไม่รู้เรื่องรู้ราว สืบสายขู่ถ้ายังไม่เชื่อ เขาจะได้เห็นจุดจบที่ไม่ค่อยจะสวยนักของตัวเอง
ooooooo
ค่ำมากแล้ว จุลลากับพวกยังคงซ่อมเครื่องจักรอย่างขะมักเขม้น เจ๊พุ่มหอบข้าวกล่องมาให้ เรียกทุกคนให้พักกินอะไรกันก่อน โย้เห็นจุลลาไม่ยอมวางมือจึงอาสาจะป้อนข้าวให้
“เฮ้ยๆๆ ไอ้โย้ ถือโอกาสเลยนะ” ผีเถ้าแก่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ โวยลั่น จุลลาโวยกลับ
“พี่น้องจะป้อนข้าวกันมีปัญหาอะไรนัก หา...ป้อนเลยพี่โย้” จุลลาประชด โย้ทำตามที่เธอบอก เป็นจังหวะเดียวกับสืบสายเดินนำครรชิตจะเข้ามาดูความคืบหน้าของงานซ่อมถึงกับชะงักที่เห็นโย้กำลังป้อนข้าวจุลลา ทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว สั่งให้ครรชิตไปดูแลแทนที่ แล้วผละจากไป...
ไม่นานนัก สืบสายกลับถึงบ้าน เห็นป๊านั่งหน้าเครียดอยู่ เข้าไปรายงานว่าตอนนี้ใกล้จะทดลองเดินเครื่องแล้ว ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็จะซ่อมเสร็จตามกำหนดเวลา
“ถ้าเครื่องจักรเสร็จทัน อั๊วก็จะมีหน้าไปยืนยันกับลูกค้าในงาน ขอให้เชื่อมั่นในศักยภาพของเราต่อไปและอั๊วก็จะมีห้าสิบล้านไป...” เสี่ยตงรู้สึกตัวว่าพูดมากไป หยุดกึก สืบสายถึงกับร้องเอะอะ ป๊าจะเอาเงินตั้งห้าสิบล้านบาทไปทำอะไร เสี่ยตงว่าไม่มีอะไร แค่พูดเรื่อยเปื่อยไปเท่านั้น สืบสายนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจถามว่าวันนี้ท่านไปพบเดือนพิไลทำไม เสี่ยตงตกใจ เขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร...
ทางด้านเดือนพิไลกลับมารายงานทรงเดชถึงบ้านว่าเสี่ยตงขอเวลาสองอาทิตย์ หลังจากงานวันเกิดโรงงานถึงจะจ่ายเงินให้ แล้วถามเขาว่าจะแบ่งเงินกันอย่างไร ทรงเดชจะยกเงินที่ได้จากเสี่ยตงให้เธอทั้งหมด ถือเป็นโบนัสที่ยอมทำงานให้ เงินแค่นั้นเขาไม่เสียดายเพราะสิ่งที่จะได้จากเสี่ยเคี้ยงมากมายกว่านั้นนัก เดือนพิไลเตือนว่าอย่าลืมลบคลิปอุบาทว์นั่น และอย่าให้หลุดไปให้ใครเห็นเด็ดขาด เพราะเธอพร้อมแฉเขากลับได้ทุกเมื่อ
“ฉันฉลาดพอที่จะไม่ทำอะไรเข้าตัวหรอกน่า”
เดือนพิไลเห็นเสร็จธุระแล้ว จึงขอตัวกลับ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าทรงเดชแอบหยิบมือถือไปตอนที่เธอเผลอวางกระเป๋าถือไว้ ทันทีที่เธอลับสายตาเขาหยิบมือถือมาเปิดคลิปเสี่ยตง เตรียมกดส่ง...
ฝ่ายเสี่ยตงเดินหนีไม่ยอมตอบคำถามใดๆ สืบสายตามมาคาดคั้น ตกลงป๊าคุยอะไรกับเดือนพิไลกันแน่ เขาโกหกว่าไม่มีอะไร แค่ถามสารทุกข์สุกดิบกันเฉยๆ สืบสายไม่เชื่อ ทันใดมีเสียงร้องของคุณนายเง็กดังลั่นบ้าน ทั้งเสี่ยตงและสืบสายตกใจรีบวิ่งไปดู เห็นเธอมองมือถือในมือ ปากคอสั่น...
เสียงร้องนั้นดังไปถึงหูผีเถ้าแก่ที่ยืนเป็นกำลังใจให้จุลลาซ่อมเครื่องจักร ร้องเรียกชื่อลูกสะใภ้ด้วยความตกใจ แล้วหายตัวไปทันที จุลลาใจไม่ดีเกรงจะมีเรื่อง ฝากแสบช่วยดูแลทางนี้ต่อแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป...
เรื่องราวไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ผีเถ้าแก่หวั่นใจ คุณนายเง็กร้องเอะอะเพราะมือถือที่เพิ่งซื้อมาใหม่ดันเจ๊ง ผีเถ้าแก่ถึงกับถอนใจ โล่งอก เสี่ยตงเองก็ใจหายใจคว่ำ คิดว่าเมียรักได้รับคลิปหวิวจากเดือนพิไล ที่คุณนายเง็กยังไม่ได้รับคลิปเพราะทรงเดชเกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน จะเก็บไว้รอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ก่อน...
ขณะสืบสายเดินออกมาหน้าบ้านตัวเองด้วยสีหน้าเป็นกังวลเรื่องของป๊ากับเดือนพิไล จุลลาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามว่าท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นผีเถ้าแก่ตกอกตกใจร้องเรียกชื่อท่านแล้วหายตัวไป
“ไม่มีอะไรหรอก เครื่องจักรเป็นอย่างไรบ้าง”
“กำลังลองเครื่อง น่าจะไม่มีปัญหาอะไร” ยังไม่ทันขาดคำ แสบโทร.มาตามให้จุลลารีบกลับมาที่โรงงาน...
เหตุการณ์เลวร้ายกว่าที่จุลลาและสืบสายคาดไว้ เครื่องจักรทั้งห้าตัวยังไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากน้ำมันเครื่องรั่ว จุลลา แสบ ชาวแก๊งและโย้ ต่างแยกย้ายกันไปหารูรั่ว สืบสายร้อนใจมาก ถามจุลลาว่าจะซ่อมเสร็จทันพรุ่งนี้ก่อนบ่ายโมงไหม เธอไม่รับปาก เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าเสร็จเรื่องนี้แล้วจะมีอะไรโผล่มาให้ซ่อมอีก
“เธอต้องทำให้ได้” สืบสายตะคอกใส่ ทั้งคู่ตั้งท่าจะเปิดศึกกันอีกครั้ง โย้ต้องเข้ามาขวาง ขอร้องไม่ให้ทะเลาะกัน สืบสายทนเครียดไม่ไหวเดินหนี จุลลาตั้งสติได้ ขอให้ทุกคนช่วยกันเร่งมือทำงานให้เสร็จก่อนเส้นตายผีเถ้าแก่ซาบซึ้งใจที่ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเพื่อความอยู่รอดของโรงงาน...
ขณะที่จุลลาปลีกตัวมาดื่มน้ำ ผีเถ้าแก่เข้ามาขอร้องให้ช่วยไปปลอบใจสืบสาย เธอทำเป็นไม่สนใจ ขอตัวกลับไปทำงานต่อ แต่สุดท้ายทนเป็นห่วงเป็นใยไม่ไหวแอบออกไปดูสืบสาย เห็นเขายืนหลบมุมร้องไห้ จุลลาอยากจะเข้าไปปลอบใจแทบขาด แต่ทำได้แค่ยืนมองอยู่ห่างๆ น้ำตาซึม ทุกข์ใจไปกับเขาด้วย
ooooooo
บรรยากาศในงานวันเกิดครบรอบ 45 ปี ของโรงงานปาล์มโปรดักส์เต็มไปด้วยความคึกคัก แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทั้งคู่ค้าและคู่แข่งอย่างเสี่ยเคี้ยง รวมทั้งคนคุ้นเคยอย่างเตี่ยและแม่ของน้ำหวาน
สืบสายหาจังหวะเหมาะ พาเสี่ยตงมาคุยเป็นการส่วนตัวแล้วเอารูปทรงเดชกับเสี่ยเคี้ยงในร้านอาหารให้ดูเชื่อว่าทั้งคู่ต้องกำลังร่วมมือกันทำชั่วอะไรบางอย่าง เสี่ยตงไม่เชื่อว่าทรงเดชจะเป็นคนอย่างนั้น ขยับจะเดินหนี
“คนของผมเห็นเดือนพิไลออกมาจากบ้านของทรงเดช แล้วต่อมาคนของผมก็ตามไปเห็นเธอนัดพบกับป๊า”
“ลื้อให้คนคอยจับตาดูทรงเดชงั้นรึ” เสี่ยตงไม่ค่อยจะพอใจนัก ทรงเดชเข้ามาพอดี ต่อว่าสืบสายว่าทำไมต้องละเมิดสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของตนขนาดนี้ แล้วใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เสี่ยตงมีให้บวกกับความเจ้าเล่ห์แก้ตัวว่าเขาเป็นคนเรียกเดือนพิไลมาพบเองเพราะรู้มาว่าป๊ากับแม่นั่นมีอะไรกัน และเธอคิดจะหักหลังป๊า เขาเลยเรียกมาเจรจาให้ แต่เธอไม่ยอม สืบสายตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เสี่ยตงสั่งให้ทรงเดชหยุดพูด
จอมกะล่อนอ้างว่า ทั้งหมดที่ทำไปเพราะหวังดี แต่ในเมื่อสืบสายไม่ไว้ใจกันแบบนี้เขาคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ และเรื่องต่างๆที่เขาเคยคุยเอาไว้เพื่อเป็นช่องทางในการช่วยเสี่ยตงก็คงต้องบอกยกเลิกเพราะสองพ่อลูกอคติกับเขาไปแล้วป่วยการที่จะนำเสนอสิ่งดีมาให้ แล้วขยับจะไป
“เดี๋ยวก่อน อาทรงเดช ลื้อไม่ต้องไปไหน อั๊วยังต้องการความช่วยเหลือจากลื้อ”
สืบสายแค้นใจที่ทรงเดชเอาตัวรอดไปได้อีกครั้ง ผีเถ้าแก่ที่ยืนฟังอยู่ตลอดรู้สึกไม่ต่างกัน เสี่ยตงเตือนลูกชายว่ากำลังจะหมดเวลาของเขาและจุลลาสำหรับการพิสูจน์ตัวเองแล้ว ทำให้สืบสายยิ่งเครียดหนัก...
ด้านจุลลาหมดปัญญาจะซ่อมเครื่องจักรให้เสร็จทันเส้นตายที่เสี่ยตงกำหนด วางมือจากงานที่ทำโทร.แจ้งข่าวร้ายต่อสืบสาย และจะขอเป็นคนชี้แจงเรื่องนี้กับเสี่ยตงเอง...
ทันที่ทีเสี่ยตงทราบจากสืบสายว่าเครื่องจักรซ่อมไม่เสร็จ ด่าจุลลาว่าขี้โม้เชื่อถือไม่ได้ ทรงเดชซ้ำเติมว่า แล้วอย่างนี้ลูกค้าที่อยู่ในงานจะเชื่อมั่นในศักยภาพของเราหรือ เสี่ยตงตัดสินใจจะใช้วิธีของตัวเองจัดการเรื่องนี้
ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้น “คิดจะยอมขายหุ้นให้ไอ้เสี่ยเคี้ยงเพื่อรักษาโรงงาน กับจ่ายให้ยัยเดือนพิไลเพื่อปิดปากเรื่องคลิป ถ้าอย่างนั้นอั๊วคงต้องใช้วิธีของอั๊วเหมือนกัน ไอ้ตง”...
ระหว่างที่สืบสายเดินหน้าเครียดออกมากับครรชิต น้ำหวานวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งว่าทางตำรวจโทร.มาบอกว่าจับตัวคนร้ายที่ฉุดเธอได้แล้ว เขาให้การซัดทอดถึงทรงเดชและเสี่ยเคี้ยงด้วย สืบสายคว้ามือเธอวิ่งออกไปทันที เจอจุลลากับพวกพอดี บอกว่าป๊าของเขากำลังรอพวกเธออยู่ จุลลาอดถามไม่ได้ว่าเขาจะไปไหน
“ทำในสิ่งที่ฉันทำได้ เธอก็เข้าไปทำในสิ่งที่เธอต้องทำ” สืบสายพูดจบ จูงมือน้ำหวานออกไป
ผีเถ้าแก่โผล่มายืนข้างๆจุลลา “ถึงเวลาแล้วอาหนูช่าง ในเมื่ออาตี๋อีไม่อยู่เป็นก้างขวางคอ เราจงมาทำในสิ่งที่เราต้องทำกันเถิด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
ooooooo










