ตอนที่ 13
อึดใจถัดมา ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นในห้องพักเป้าหมาย เห็นทรงเดชวิ่งไล่จับน้ำหวานซึ่งถูกปิดตามัดมือไปทั่วห้อง จึงเสกแจกันใกล้มือลอยไปตกใส่หัวคนโฉดถึงกับร้องโอ๊ยลั่น กุมหัวตัวเองที่เลือดไหลอาบอย่างงงๆ
น้ำหวานชะงักจำได้ว่าเป็นเสียงเจ้านายจอมหื่นก็โวยวายลั่น ทรงเดชกลัวความผิดพุ่งไปเปิดประตูห้องจะหนี แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นจุลลา สืบสาย แสบและถัดกำลังต่อสู้กับสมุนรับจ้างของตัวเองอยู่มุมหนึ่ง
“คิดหนีเหรอ วันนี้ลื้อไม่มีทางรอด ความชั่วของลื้อจะต้องถูกเปิดเผยต่อสายตาชาวโลก” ผีเถ้าแก่ว่าแล้วสะบัดมือ ประตูห้องกระแทกปิดดังปัง ทรงเดชมองไปรอบๆด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่ไม่กล้าส่งเสียงอะไรอีกกลัวน้ำหวานจับได้ มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของผีเถ้าแก่ หันไปคว้าตัวหญิงสาวมาเป็นโล่กำบัง ก่อนจะวิ่งออกจากห้อง จนกระทั่งถึงทางแยก จึงผลักเธอพ้นทาง แล้วเผ่นแนบ
ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นใกล้ๆจุลลา ร้องเตือนว่าทรงเดชหนีไปทางโน้นแล้ว เธออัดหัวหน้าคนร้ายสลบเหมือด แล้ววิ่งไปยังทิศทางที่เขาชี้ สืบสายตามไปด้วยไม่ได้เพราะสู้ติดพันอยู่กับคนร้ายอีกคนหนึ่ง ส่วนแสบช่วยกัน กับถัดจัดการคนร้ายในส่วนของตัวหมอบราบคาบ แล้วรีบวิ่งไปช่วยแก้มัดน้ำหวานซึ่งโผกอดเขาด้วยความดีใจ ผีเถ้าแก่เห็นหลานชายพลาดท่า ส่งเสียงดลใจให้ถัดไปช่วย อารามรีบร้อนไม่ทันได้ดูทิศดูทางเจอหมัดสวนของคนร้าย ถัดถึงกับทรุดฮวบ แสบจะเข้าไปช่วยแต่สืบสายร้องห้ามไว้
“แสบ...พาน้ำหวานไปก่อน แจ้งตำรวจด้วย”
หัวหน้าช่างหนุ่มจำต้องทิ้งบอสของตัวเองให้ต่อสู้กับคนร้ายเพียงลำพัง ทีแรกสืบสายดูท่าจะต่อกรไหวเพราะเหลือตัวต่อตัว แต่หัวหน้าคนร้ายที่ถูกจุลลาอัดกระเด็นได้สติ ย่างสามขุมเข้าหา สองรุมหนึ่งยังไม่พอ ต่างชักมีดพกขึ้นมาอีกด้วย สืบสายหลบคมมีดแรกของหัวหน้าคนร้ายได้ แต่หลบของคนร้ายอีกคนหนึ่งไม่พ้น มีดกรีดถูกแขนเลือดอาบ เขาเห็นท่าไม่ดี ร้องเรียกผีอาก๋งให้ช่วยส่งพลังให้
“ถ้าอั๊วเข้าสิงลื้ออีก เง็กเซียนฮ่องเต้ไม่เอาอั๊วไว้แน่นอน เอาไงดีวะ” ผีเถ้าแก่บ่นอุบ
จังหวะนั้น คนร้ายอีกคนหนึ่งฟื้นคืนสติ กลายเป็นสามรุมหนึ่ง ผีเถ้าแก่จำต้องฝืนกฎเพื่อช่วยหลานรักเสกให้ก้อนหินพุ่งใส่คนร้ายที่เพิ่งฟื้นเป็นชุด พวกที่เหลือเห็นเข้าพากันหน้าตาตื่น รู้ทันทีว่าโดนผีหลอก
“คุกน่ากลัวกว่าผี จัดการมัน อย่าให้รอด” หัวหน้าคนร้ายสั่งการ
ผีเถ้าแก่เห็นหลานชายสู้ไม่ไหว ตะโกนปลุกถัด เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวทำให้เขารู้สึกตัว แต่ยังไม่ทันจะลุกขึ้นโดนก้อนหินที่ผีเถ้าแก่เสกให้ปลิวใส่คนร้ายเข้าเต็มหัวสลบไปอีกครั้ง แต่อยู่ๆผีเถ้าแก่สิ้นฤทธิ์ข้าวของที่เสกใส่คนร้ายไม่ยอมขยับเขยื้อน เงยขึ้นมองท้องฟ้า ขอความเมตตาจากท่านเง็กเซียนแต่ไร้ผล...
อีกมุมหนึ่งไม่ไกลกันนัก จุลลาเห็นหลังทรงเดชไวๆวิ่งเข้าไปในพุ่มไม้ เกือบจะได้ตัวอยู่แล้ว แต่ผีเถ้าแก่ส่งพลังจิตมาเรียกให้กลับไปช่วยสืบสายที่กำลังพลาดท่าเสียทีให้คนร้ายเสียก่อน...
สืบสายถูกสามคนร้ายรุมสะบักสะบอมทรุดลงไปกอง กับพื้นใกล้หมดแรงเต็มที ผีเถ้าแก่ยังไม่เห็นจุลลากลับมา ตัดสินใจส่งพลังจิตไปหาหลานรัก
“อาตี๋ลุกขึ้น...หลับตา แล้วคิดถึงอั๊ว”
สืบสายทำตามสั่ง พลันภาพผีเถ้าแก่ตอนมีชีวิตกำลังรำมวยไทเก๊กผุดขึ้นมาในสมองของเขา ซึ่งรีบรำตาม ทุกกระบวนท่า ในที่สุดสามารถจัดการพวกคนร้ายกระเด็นไปคนละทิศละทาง สืบสายลืมตาขึ้นมองอีกครั้ง เห็นคนร้ายลงไปนอนกองกับพื้น ประหลาดใจตัวเองทำได้อย่างไร
“เพราะลื้อจำที่อั๊วเคยสอนไทเก๊กลื้อได้ เมื่อใจสงบ ทุกอย่างก็ตื่นเอง” ผีเถ้าแก่ยิ้มพอใจ
จุลลากลับมาเห็นสภาพคนร้ายก็แปลกใจเช่นกัน แต่เลือดที่แขนสืบสายดึงความสนใจให้เธอรีบเข้าไปดูอาการ พวกคนร้ายสบโอกาสพากันหนีขึ้นรถตู้จากไปอย่าง รวดเร็ว จุลลาจะตามแต่ไม่ทัน หันมาร้องขอให้ผีเถ้าแก่ช่วย ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างของเขาอยู่ในสภาพเลือนราง ถามว่า เกิดอะไรขึ้น ได้ความว่า เขาทำผิดกฎสวรรค์อีกแล้ว ทันใดนั้นมีลำแสงจากฟ้าส่องมายังตัวผีเถ้าแก่ ร่างของ เขาค่อยๆจางหายไป จุลลาตกใจร้องลั่น
ooooooo
ในเวลาต่อมา ณ ห้องสอบสวนบนสถานีตำรวจ ทรงเดชในสภาพมีผ้าก๊อซแปะหัว ให้การต่อร้อยเวรว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวน้ำหวาน เพราะ ในขณะเกิดเหตุ เขาอยู่กับเดือนพิไลซึ่งเป็นพยานอ้างอิงให้ได้ ส่วนหัวที่แตกก็เนื่องจากลื่นล้มในห้องน้ำที่บ้านก่อนจะออกไปหาเธอ
“ไม่จริง แกเป็นคนฉุดฉัน ถึงฉันจะถูกปิดตา ฉันก็จำเสียงแกได้ ไอ้คนโกหก” น้ำหวานไม่ด่าเปล่า ปรี่เข้า ไปตบหน้าทรงเดชฉาดใหญ่ จุลลาและแสบต้องช่วยกันจับตัวไว้ ขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหว จะเอาเรื่องทรงเดชกับเดือนพิไลที่รวมหัวกันโกหก ดาราสาวขู่จะฟ้องน้ำหวานกลับฐานหมิ่นประมาท และยังกล่าวหาว่าเป็นเพราะเธอเองต่างหากที่เที่ยวส่งสายตาอ่อยผู้ชายไปทั่ว สมควรแล้วที่ถูกใครไม่รู้ฉุดไป
“หยุดใส่ร้ายน้ำหวานได้แล้ว ก่อนที่ผมจะรู้สึกแย่กับคุณไปมากกว่านี้”
จุลลากับแสบใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินสืบสายออกโรงปกป้องน้ำหวาน สุดท้ายตำรวจยังไม่สามารถดำเนิน คดีกับทรงเดชได้ มีแค่คำพูดของจุลลากับพวกฝ่ายเดียวไม่เพียงพอใช้เป็นหลักฐาน จอมโฉดชั่วยิ้มกริ่มที่ตำรวจเอาผิดไม่ได้ ขณะที่สืบสาย จุลลา กับพวกมองเขาด้วยความแค้นใจ...
ครู่ต่อมา จุลลาเดินออกมาที่หน้าโรงพักพร้อมกับสืบสาย แสบและน้ำหวานด้วยความหงุดหงิดที่คนชั่วลอยนวลไปได้ ดีดลูกหลังหวังจะระบายอารมณ์ บังเอิญเหลือเกินทรงเดชเข้ามาในระยะทำการพอดีโดนเต็มๆ เขาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงหาว่าเธอจงใจแกล้ง กระชากคอเสื้อจะเอาเรื่อง สืบสายปราดเข้าไปผลักอกทรงเดช
“อยู่ให้ห่างจุลลาและทุกคน แล้วเตรียมตัวไว้ให้ดี พรุ่งนี้ฉันจะทำให้นายกระเด็นออกไปจากชีวิตของฉัน”
“คุณสืบคะ คุณอย่าโกรธมูนนะคะ มูนมีเหตุผล ทุกอย่างก็ต้องว่ากันไป...”
สืบสายไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวใดๆ เดือนพิไลจึง ต้องล่าถอยกลับไปพร้อมกับทรงเดช บอสหนุ่มหันไปคว้ามือจุลลาจะพาไปที่รถ เธอยังงอนไม่หายชักมือกลับเดินหนี แสบตามลูกพี่ไปติดๆ ปล่อยให้ว่าที่คู่หมั้นคู่หมายอยู่กันตาม ลำพัง น้ำหวานขอร้องสืบสายอย่าบอกเรื่องนี้กับเตี่ยและแม่ของเธอ เขารับปากจะไม่บอกใคร อีกทั้งจะสั่งให้ทุกคนปิดปากเช่นกัน และอนุญาตให้เธอหยุดงานได้จนกว่าจะกำจัดทรงเดชไปพ้นทาง
น้ำหวานขอบคุณเขามากสำหรับทุกอย่าง อยู่ๆเธอเกิดเจ็บข้อเท้าขึ้น เนื่องจากล้มตอนวิ่งหนีทรงเดช สืบสายรีบช่วยประคองไปที่รถ จุลลายืนอยู่กับแสบเห็นภาพบาดตาถึงกับคอตก ถามว่าจะเอาอย่างไรต่อไป
“กลับไปรักษาแผลใจ”
จุลลานึกเป็นห่วงผีเถ้าแก่ขึ้นมา ไม่รู้ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง จ้ำพรวดๆออกไปโดยที่แสบไม่เห็น เขาหันมองอีกทีเธอหายไปแล้ว ถึงกับบ่นอุบว่าเผลอเป็นหายทุกที...
จากนั้นไม่นานจุลลามายืนอยู่หน้าฮวงซุ้ยท่ามกลางสวนมะพร้าว ร้องเรียกให้ผีเถ้าแก่ออกมาหา ทุกอย่างเงียบ กริบ เธอเริ่มใจคอไม่ดี คุกเข่าต่อหน้าหลุมฝังศพ ขอร้องให้เขาส่งสัญญาณอะไรมาให้รู้บ้าง จะสีซออย่างเคยก็ได้ แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ...
ขณะที่จุลลาใจเสียที่อยู่ๆผีเถ้าแก่เงียบหายไป เสี่ยเจ้าพ่อมาเฟียพ่อของคิตตี้โวยวายใส่ทรงเดชที่ลูกน้องของตนเองเกือบเอาตัวไม่รอดเพราะฝ่ายตรงข้ามมีผีมาช่วย อีกทั้งเรื่องที่รับปากจะทำให้โรงงานปาล์มโปรดักส์เจ๊ง เพื่อที่ตนจะได้เข้าไปเทกโอเวอร์ ก็ยังไม่คืบหน้า เหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นที่เขาขีดเส้นตายไว้ ทรงเดชโอดครวญว่าถูกทั้งผีถูกทั้งคนขัดขวางจะสำเร็จได้อย่างไร
“ทำไม่ได้ก็เตรียมตัวตายกลายเป็นผีเฝ้าสวนมะพร้าวเหมือนไอ้เถ้าแก่เล้งไปก็แล้วกัน”
ทรงเดชทำสำเร็จแน่นอนถ้าเสี่ยช่วยเขาจัดการผีเถ้าแก่กับคนที่คอยขัดขาเขา แต่ถ้าเสี่ยไม่ช่วย เรื่องนี้ถึงหูตำรวจแน่ๆ เสี่ยและคิตตี้ไม่พอใจนักที่ถูกข่มขู่...
ด้านจุลลานั่งร้องไห้อยู่หน้าฮวงซุ้ยได้พักใหญ่ สืบสายตามมาคุกเข่าข้างๆ เธอรีบปาดน้ำตาทิ้งถามเขาว่ามา ทำไม เขาจะมาคุยกับอาก๋งถ้าท่านยังอยู่ แต่ถ้าไม่อยู่แล้วเขาก็จะไม่เสียใจ และขอร้องเธออย่าเสียใจเพราะจะทำให้ทุกคนที่นี่ใจเสีย พลอยทำให้อาก๋งจากไปอย่างลำบากใจ
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าอาก๋งของคุณจะไปผุดไปเกิดตอนนี้ ฉันยังไม่ได้ทำเรื่องที่แกขอร้องให้เลย”
สืบสายอยากรู้ว่าท่านขอให้ทำอะไร จุลลาปิดปากเงียบไม่กล้าบอก เป็นจังหวะเดียวกับผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นภายในฮวงซุ้ย เห็นทั้งคู่นั่งคุกเข่ากันอยู่ด้านหน้ามองด้วยความสนใจ สืบสายคาดคั้นให้เธอบอกมาว่าอาก๋งให้เธอทำอะไรให้ จุลลาไม่ยอมบอกจนกว่าผีเถ้าแก่จะมาปรากฏให้เห็นเสียก่อนและจะยอมโอเค เซย์เยสด้วย
“อั๊วจะออกไปให้ลื้อเห็นได้อย่างไร อั๊วถูกกักบริเวณอยู่” ผีเถ้าแก่คร่ำครวญ จุลลาตะโกนลั่น
“ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเถ้าแก่ จะหนีไปผุดไปเกิดหรือไปเป็นสัมภเวสีผีเร่ร่อนได้ลงคอก็เอา”
ทุกอย่างยังคงเงียบกริบเหมือนเดิม จุลลาถึงกับคอ
ตก ยิ่งเห็นสืบสายมองมาด้วยสายตายิ้มๆ จัดแจงลุกหนี เขารีบเดินตาม แต่ไม่ทัน เธอขึ้นมอเตอร์ไซค์ เร่งเครื่องออกไปเสียก่อน
ooooooo
ระหว่างที่จำรัสรอการกลับมาของลูกสาวอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก พ่อของคิตตี้ส่งสมุนมาก่อกวน โย้โชคร้ายมาเยี่ยมพอดีเลยโดนหางเลขไปด้วย เจ้าที่เห็นท่าไม่ดี รีบหายตัวไปโผล่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของจุลลา
“รีบๆเถอะจุลลา ที่บ้านกำลังเละ”
หญิงสาวเหมือนได้ยินเสียงเตือน เร่งความเร็ว ขึ้นอีก...
ในขณะที่ร้านสบายท้องมีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญมาป่วนถึงที่ แสบเห็นสืบสายเดินเล่นเรื่อยเปื่อยผ่านหน้าบ้าน
พักคนงาน ปราดเข้าไปหาด้วยท่าทางเอาเรื่อง ชาวแก๊งจะคว้าตัวไว้แต่ไม่ทัน เขาถึงตัวบอสเสียก่อน พวกนั้นยืนลุ้นใจหายใจคว่ำว่าเขาจะทำอย่างไร แสบกลับยื่นมือไปจับมือสืบสายไว้
“ขอแสดงความยินดีกับบอสเป็นคนแรก บอสกับน้องน้ำหวานเหมาะสมกันมาก ผมดีใจนะที่บอสคือผู้ชายคนนั้นของน้อง” แสบรีบปล่อยมือ แล้วหันไปเฮกับชาวแก๊ง “เอ้า...ทุกคนฉลองให้กับบอสและน้องน้ำหวานได้ครองคู่ชูชื่น มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ฮ่าๆๆๆ” แสบอวยพรจบ คว้าแก้วน้ำเปล่าขึ้นกระดก สืบสายมองเขาอย่างเห็นใจ แต่ยังไม่อยากจะอธิบายอะไรตอนนี้ น้ำหวานยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่ง เสียใจที่แสบผลักไสไล่ส่ง...
ไม่นานนัก จุลลากลับถึงร้านสบายท้องพบชายฉกรรจ์หลายคนบุกมาพังข้าวของในร้านและชักปืนข่มขู่ให้เธอหยุดแส่เรื่องชาวบ้านถ้าไม่อยากถูกฆ่ายกครัวก่อนจะยกพวกกลับไป จุลลารู้ว่าเป็นฝีมือทรงเดช เจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ โย้แนะถึงตอนนี้จะยังเอาผิดอะไรเขาไม่ได้ แต่เราต้องไปแจ้งตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เผื่อจะได้สาวไปถึงคนจ้างวานได้ จำรัสไม่เห็นด้วย ขืนรอตำรวจคงต้องชาติหน้าบ่ายๆ จะขอตามไปเอาเรื่องด้วยตัวเอง
“อย่าพ่อ ปล่อยเป็นหน้าที่จูนเอง” จุลลาหน้าเครียดคิดหาทางเล่นงานทรงเดช เจ้าที่ซึ่งดูอยู่ตลอดอดเป็นห่วงไม่ได้ คิดจะรายงานเรื่องนี้ให้ผีเถ้าแก่รับทราบ หารู้ไม่ว่าเขานั่งดูเหตุการณ์นี้ทางหน้าจอทีวีกงเต๊กในฮวงซุ้ย ตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว แต่ไม่กล้าไปช่วย เกรงจะโดนลงโทษอีก นอนดิ้นไปมาอย่างหงุดหงิด แต่แล้วก็ลุกพรวด
“เอาวะ กฎมีไว้แหก อั๊วจะยอมรับชะตากรรม นี่คือไพ่ใบสุดท้ายของอั๊ว” ผีเถ้าแก่ขยับจะไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชายในชุดเสื้อผ้าทันสมัย ถือกระเป๋าเอกสารคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่หน้าฮวงซุ้ย สักพักเขาล้วงหาของบางอย่างในกระเป๋าเอกสาร ผีเถ้าแก่ตะโกนไล่ แต่ชายคนนั้นยังยืนหาของต่อไป
“ต้องให้ออกไปไล่ด้วยตัวเองใช่ไหม...ได้ รอเดี๋ยว” ผีเถ้าแก่จะก้าวออกจากฮวงซุ้ยเป็นจังหวะเดียวกับชายคนนั้นหยิบกระป๋องสเปรย์อาคมขึ้นมาจูบหนึ่งที แล้วพ่นไปที่ป้ายหินหน้าฮวงซุ้ย ทำให้ผีเถ้าแก่รู้สึกร้อนรุ่มไปหมด ต้องรีบชักเท้ากลับ เงยหน้ามองออกไปเห็นเส้นใยสีแดงราวกับสีเลือดคล้ายใยแมงมุมปิดทางเข้าออกจากฮวงซุ้ย ชายคนนั้นมองเข้ามาด้านในด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
“อยู่ในที่ที่ควรอยู่นะท่านเจ้าสัว...กู๊ดไนท์” ชายปริศนาพูดจบ เดินยิ้มจากไป ผีเถ้าแก่โกรธจัดจะออกไปจัดการ แต่ต้องผงะเพราะผนังโดยรอบเริ่มมีไฟลุก
“เฮ้ย...ไอ้หยา วิมานอั๊วกำลังลุกเป็นไฟ...ลื้อเป็นใคร”
ooooooo
เมื่อกลับถึงออฟฟิศ ชายปริศนาหรือหมอผีปี-เตอร์โทรศัพท์แจ้งทรงเดชว่าทุกอย่างเรียบร้อยตามแผน
“ขอบคุณครับหมอ มันจะได้ออกมาป่วนชีวิตผมไม่ได้อีก เอ๊ะ แล้วจุดจบของมันจะเป็นอย่างไรครับ”
“สเปรย์สะกดวิญญาณของผม จะกักวิญญาณเอาไว้ไม่ให้ออกมา จากนั้นมันจะทำหน้าที่เหมือนเตาย่างเนื้อเผาทำลายพลังของวิญญาณให้มอดลงอย่างช้าๆ ไม่เกินสามวันเจ็ดวันมันก็จะสูญสลาย”
“ถ้าเรื่องนี้เรียบร้อยได้ตามกำหนดที่หมอบอกได้จริง จะกี่โคตรเพชร ผมก็เอามาให้หมอได้”
หมอปีเตอร์คุยอวดว่าไม่เคยทำงานพลาด แต่ขอเตือนทรงเดชไว้ก่อน ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด พ่อของคิตตี้รู้กิตติศัพท์ของเขาดี เพราะเคยร่วมงานกันมานาน ทรงเดชวางสายสีหน้ายิ้มย่อง หันไปหยิบแผนการผลิตประจำเดือน ธันวาคมฉบับแก้ไขมาจากพรินเตอร์ จะนำไปให้เสี่ยตงในฐานะประธานบริษัทเซ็นอนุมัติ...
ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจชนิดเข้าเส้น ทำให้เสี่ยตงเซ็นอนุมัติแผนการผลิตประจำเดือนธันวาคมฉบับแก้ไขที่ทรงเดชงุบงิบนำเสนอโดยไม่สนใจจะอ่านแม้แต่บรรทัดเดียว ทั้งๆที่เลขาฯหน้าห้องติงว่าควรจะอ่านดูก่อน ดังนั้นเรื่องที่สืบสาย คุณนายเง็ก และครรชิตกล่าวหาทรงเดชฉุดคร่าน้ำหวานโดยมีหลักฐานแค่คำพูดของผู้เสียหายเท่านั้น แถมหน้าตาคนร้ายเธอก็ไม่เห็น จึงยากที่จะทำให้เสี่ยตงคล้อยตาม
“อั๊วเชื่อแค่คำพูดลอยๆไม่ได้ เพราะฉะนั้น อั๊วจะไม่ทำอะไรจนกว่าจะมีอะไรมาพิสูจน์ให้อั๊วเชื่ออย่างหมดใจเท่านั้น” เสี่ยตงพูดจบ เดินจากไป สืบสายกลุ้มใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี...
ด้านน้ำหวานอยากเคลียร์กับแสบให้รู้เรื่อง อุตส่าห์มาดักรอหน้าทางเข้าออฟฟิศ ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่ารู้สึกอย่างไรกับตนเอง ทั้งๆที่รักเธอหมดหัวใจ แต่แสบไม่อยากฉุดเธอให้จมปลักกับคนอย่างตนเอง จึงโกหกว่ารู้สึกกับเธอเหมือนน้องสาว ไม่มีอะไรเกินกว่านี้ น้ำหวานอ้าปากจะถามบางอย่างอีก แต่เสียงสาย
เรียกเข้ามือถือของแสบดังขัดจังหวะเสียก่อน เขาอ้างว่าแฟนโทร.มา แล้วขอตัวไปรับสาย
“ว่าไงจ๊ะ ยอดพธู แหม...คิดถึงสิ คิดถึงมาก” แสบจงใจพูดเสียงดัง น้ำหวานถึงกับน้ำตาซึม ตัดใจเดินจากไป จุลลาที่อยู่ปลายสายถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะโวยวายว่ายอดพธูบ้าอะไร
“ชื่อแม่ไอ้หยิกมัน ยืมมาใช้ชั่วคราว มีอะไรพี่จูน”
จุลลาอยากรู้ว่าบอสจัดการทรงเดชเรื่องน้ำหวานหรือยัง แสบเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่เห็นมีคำสั่งอะไรออกมา ยังเห็นคนชั่วนั่นเดินหน้าระรื่นอยู่เลย จุลลากำชับถ้ามีอะไรคืบหน้าให้โทร.บอกด้วยเพราะอยู่แถวนี้...
ทางฝ่ายเจ้าที่ปรากฏตัวขึ้นหน้าฮวงซุ้ย ตะโกนบอกเจ้าของสถานที่ว่ามีข่าวจะมาแจ้ง ผีเถ้าแก่ในสภาพสวมกางเกงขาก๊วย กับเสื้อกุยเฮงตัวบาง เนื่องจากข้างในร้อนตับแทบแตก ได้ยินเสียงเจ้าที่ก็ดีใจ ตะโกนตอบ
“อาเจ้าที่ ลื้อได้ยินอั๊วไหม อั๊วติดอยู่ข้างใน ช่วยอั๊วด้วย ลื้อเข้ามาได้ไหม”
เจ้าที่เห็นเงียบผิดปกติ ขยับเข้าไปใกล้ๆ พลางขออนุญาตเข้าไปข้างใน แต่เข้าไม่ได้เพราะถูกอาคมของหมอปีเตอร์สกัดไว้ ผีเถ้าแก่พยายามพูดคุยด้วยแต่เจ้าที่ไม่ได้ยิน ถึงกับหมดแรง ยกน้ำชาซดดับกระหาย แต่ไม่เหลือสักหยด น้ำชาซึ่งเป็นของทิพย์ไม่มีวันหมดกลับเหือดหายไปด้วย จังหวะนั้น จุลลาเดินมาหยุดหน้าฮวงซุ้ย เจ้าที่ซึ่งร้อนใจมากหันไปบอกเธอว่า ต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับผีเถ้าแก่
“หนูรู้ว่าเถ้าแก่ยังอยู่ไม่ได้ไปไหนหรอก แต่จะให้หนูทำอย่างไรถึงจะได้ยินเถ้าแก่ หนูมืดแปดด้านแล้วนะ”
“ลื้อมืดแปดด้าน ส่วนอั๊วมันสว่างร้อนไปทุกด้านเลยเหมือนจะละลาย”
“ไอ้ส่งเดชมันยังลอยนวล แถมยังส่งคนไปคุกคามข่มขู่คนที่บ้านหนูให้กลัวจนหัวหด ไม่ต้องไปยุ่งกับมันอีก หนูต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้มันได้รับกรรม หนูอึดอัด หนูจะไม่ไหวแล้วนะเถ้าแก่” จุลลาร้องไห้อย่างอัดอั้น เจ้าที่ทรุดลงนั่งข้างๆด้วยความเห็นใจ ปลอบทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินว่าอย่าเพิ่งท้อแท้
“หนูไม่ได้ท้อแท้ แต่หนูกำลังจะสิ้นหวัง เถ้าแก่คือความหวังเดียวของหนูนะคะ” จุลลาคร่ำครวญ พร้อมกับเอามือลูบป้ายหินหน้าฮวงซุ้ย เจ้าที่พลอยเศร้าใจ
ร้องไห้ตามไปด้วย น้ำตาของทั้งคู่กระเด็นใส่ป้ายหินกับเส้นใยนรกของหมอผีปีเตอร์ ผีเถ้าแก่กลั้นน้ำตาแทบ
ไม่ไหว อยากจะออกไปหาแต่ทำไม่ได้
ooooooo
สืบสาย คุณนายเง็กและครรชิตต่างหน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรให้เสี่ยตงตาสว่างเห็นธาตุแท้ของทรงเดช คุณนายเง็กนึกถึงจุลลาขึ้นมาได้ อยากให้เธอช่วยติดต่อผีเถ้าแก่มาจัดการเรื่องนี้ สืบสายคัดค้านไม่อยากให้ หม่าม้าไปรบกวนท่าน พวกเราควรช่วยเหลือตัวเองจะดีกว่า
“ก็ตอนนี้ลื้อไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เราก็ต้องหา
ทุกวิถีทางมาช่วยลื้อ”
ครรชิตเสนอตัวจะโทร.ตามจุลลาให้ แต่สืบสายไวกว่าชิงโทร.ตัดหน้า ขอให้เธอมาพบที่บริษัท อ้างว่าท่านรองอยากเจอ คุณนายเง็กร้อนใจ คว้ามือถือมาคุยเสียเอง สั่งให้จุลลามาหาโดยเร็วที่สุด เธอไม่กล้าหือกล้าอือ รีบวางสายแล้วหันไปลาผีเถ้าแก่ ส่วนเจ้าที่ยังคงร้องไห้
ไม่หยุด ไม่รู้จะช่วยเหลือเพื่อนซี้ต่างวัยอย่างไรดี...
ครู่ต่อมา จุลลามายืนอยู่ตรงหน้าคุณนายเง็ก รายงานว่าตัวเองก็ติดต่อผีเถ้าแก่ไม่ได้ เห็นครั้งสุดท้ายตัวของเขาซีดๆ จางๆ ก่อนจะลอยหายไปบนสวรรค์ คุณนายเง็กถึงกับบ่นอุบ ถ้าผีอาเตี่ยไปสวรรค์แล้วใครจะช่วยจัดการทรงเดช สืบสายขอร้องหม่าม้าใจเย็นๆก่อน จริงๆแล้วเรื่องนี้ควรจะเป็นหน้าที่ของเราไม่ใช่ของอาก๋ง เพียงแต่ตอนนี้เขายังคิดอะไรไม่ออก
“คุณจะทำอะไรฉันช่วยเต็มที่ ขอเพียงจัดการ
มันไม่ให้สร้างความชั่วทำให้ใครเดือดร้อนได้อีก”
สืบสายมั่นใจ ถ้าจุลลาออกปากจะช่วย เราต้องจัดการทรงเดชสำเร็จแน่นอน คุณนายเง็กสังเกตเห็นทั้งคู่ต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แอบพอใจอยู่ลึกๆ ครรชิตสบช่องรีบเชียร์
“จิ๊กซอว์ต่อกันติด คลิกกันขนาดนี้ ท่านรองยังจะให้ไปแต่งกับคนอื่นอีก”
คุณนายเง็กหมั่นไส้ครรชิตที่ชอบสาระแนไปทุกเรื่อง รีบไล่ไปให้พ้นหน้า...
ทางฝ่ายเดือนพิไลไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย โทร.ไถเงินทรงเดชหนึ่งล้านบาทเป็นค่าเสียหาย อ้างว่าการช่วยเป็นพยานเท็จ ทำให้ถูกสืบสายรังเกียจ ถ้าเขาไม่ให้ขู่จะแฉ ทรงเดชรับปากส่งๆ คืนนี้ให้ไปเอา
เงินที่บ้านของเขาเพราะเขาไม่กล้าเอาเงินตั้งมากมายขนาดนั้นติดตัวไปข้างนอก เดือนพิไลแนะให้โอนเข้าบัญชีธนาคาร
“ผมเก็บเงินสด ถ้าเรื่องมากก็ไม่ต้องเอา”
ดาราสาวจำต้องทำตามที่ทรงเดชต้องการ โดยหารู้ไม่ว่าเขาไม่ได้คิดจะจ่ายเงินให้ตามที่รับปาก...
เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง สืบสายอดถามไม่ได้ว่าจุลลาติดค้างอะไรอาก๋งและจะสารภาพความในใจอะไรกับเขา เธอขอตอบแค่คำถามแรกเท่านั้น สืบสายต้องการให้ตอบคำถามทั้งสองข้อ โดยเฉพาะข้อที่สอง
“โอ๊ย...บอกแล้วไงว่าจนกว่าฉันจะติดต่อกับเถ้าแก่ได้ถึงจะบอก” จุลลาบ่ายเบี่ยงสุดฤทธิ์
“ทำไมเล่นตัวกับฉันนัก ถือว่าเธอเป็นคนที่ฉัน...” สืบสายกำลังจะสารภาพว่าจุลลาเป็นคนที่เขารัก แต่แสบกับชาวแก๊งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
“จู่ๆเครื่องจักรใหม่ก็หยุดทำงานทุกตัวเลยครับพี่จูน...ครับบอส”
ทั้งคู่ตกใจ ขณะที่ทรงเดชซึ่งแอบดูอยู่ ยิ้มสะใจ ที่แผนการทำให้ปาล์มโปรดักส์เจ๊งสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง
ooooooo
สืบสายถึงกับบ่นอุบเมื่อเห็นสภาพเครื่องจักรที่เสียหาย อุตส่าห์สั่งให้ชะลอออเดอร์เพื่อลดกำลังการผลิต เพราะกลัวเครื่องจักรพวกนี้จะรับงานหนักไม่ไหว ทรงเดชที่ซุ่มดูอยู่ถึงบางอ้อทันที ทำไมเครื่องถึงยังไม่เจ๊ง
“คนวางแผนการผลิตต้องวางแผนให้สัมพันธ์กับออเดอร์สิ” จุลลาตั้งข้อสังเกต
สืบสายคาดว่าน่าจะมีใครบางคนแอบเปลี่ยนแปลง
ตัวเลขโดยที่เขาไม่รู้ รีบสั่งการให้ครรชิตไปตามตัวทรงเดชมาพบ แล้วหันไปขอร้องจุลลาช่วยซ่อมเครื่องจักรพวกนี้ให้กลับมาทำงานได้อีกครั้งและให้เร็วที่สุด
“เต็มที่อยู่แล้ว คุณไปทำในสิ่งที่ต้องทำเถอะทางนี้ฉันจะดูแลเอง”
สืบสายมองจุลลาอย่างซาบซึ้งใจ ยังไม่ทันขยับจะไป ครรชิตมารายงานเสียก่อนว่าทรงเดชออกไปกับท่านประธานเมื่อสักครู่นี้เอง ไม่ได้สั่งไว้ว่าไปไหน บอกแค่จะ ไปทำธุระ สืบสายสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาทันที...
ทางด้านทรงเดชรู้ดีว่าจะต้องถูกสืบสายเล่นงาน รีบชวนเสี่ยตงไปออกรอบตีกอล์ฟหวังจะเป่าหูให้เข้าข้างตนเอง เขารู้ไม่เท่าทันแผนชั่วของทรงเดช คิดว่าทำเพราะ
หวังดีอยากจะให้คลายเครียดจากงานที่ทำ จึงปิดมือถือจะได้ไม่มีใครเอาเรื่องงานมากวนใจ ทรงเดชไม่วายเลียแข้งเลียขา
“ขอบคุณนะครับป๊า ที่เข้าใจความปรารถนาดีของผม”
“ถ้าอาตี๋มันเข้าใจและรู้ใจอั๊วได้สักครึ่งอย่างลื้อก็ดีนะ” เสี่ยตงหน้าหมองเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ ทรงเดชแอบยิ้มพอใจ รีบพาเขาขึ้นรถ ขับออกไป อย่างรวดเร็ว...
แม้จะถูกเส้นใยอาคมของหมอผีปีเตอร์เล่นงานจนร้อนรุ่มไปหมด แต่ผีเถ้าแก่ยังคงจับตาดูลูกชายตัวเองที่เดินคุยกับทรงเดชอย่างอารมณ์ดีอยู่ที่สนามกอล์ฟ บ่นพึมพำ เมื่อไหร่ลูกชายของตนจะฉลาดสักทีว่าเลี้ยงงูเห่าเอาไว้จนถูกฉกโดยไม่รู้ตัว พิษของมันกำลังทำลายเขาและคนใกล้ตัวเขา บ่นเสร็จก็หายใจหอบหมดเรี่ยวแรง
ผีเถ้าแก่เหลือบไปเห็นเจ้าที่ยังนั่งน้ำตาไหลพรากอยู่หน้าฮวงซุ้ย ขอร้องว่าอย่าร้องไห้อีกเลย น้ำตาไม่ช่วยอะไร แล้วคุกเข่าลงกับพื้น คำนับอย่างอ่อนน้อม
“เง็กเซียนฮ่องเต้ นี่คือคำขอร้องครั้งสุดท้าย อั๊วไม่อยากแตกดับด้วยฝีมือของไอ้พวกศาสตร์มืดแบบนี้ ถ้าบุญอั๊วยังมี ขอให้ปาฏิหาริย์บังเกิดให้อั๊วได้ออกไปทำหน้าที่บรรพบุรุษที่ดีเป็นครั้งสุดท้าย” ผีเถ้าแก่ก้มลงคำนับเง็กเซียนฮ่องเต้ด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือเพียงน้อยนิด
ราวกับคำร้องขอไปถึงหูท่านเง็กเซียน มีแสงสว่างส่องออกมาจากป้ายหน้าฮวงซุ้ยที่แฉะไปด้วยน้ำตาของเจ้าที่ แสงสว่างสาดไปคลุมเส้นใยนรก ความเย็นฉ่ำแผ่ไปทั่วฮวงซุ้ย ผีเถ้าแก่รู้สึกสดชื่น มีเรี่ยวมีแรงขึ้น
“มันคือปาฏิหาริย์ เตาปิ้งย่างกลายเป็นวิมานของอั๊วเหมือนเดิมแล้ว เป็นไปได้ยังไง หรือว่า...น้ำตาของอาเจ้าที่” ผีเถ้าแก่คุกเข่า คำนับอีกครั้ง “ขอบคุณๆๆ เง็กเซียนฮ่องเต้”
เส้นใยนรกของหมอผีปีเตอร์ค่อยๆสลายตัวไปในที่สุด ผีเถ้าแก่รีบพุ่งออกจากวิมานตัวเองไปปรากฏตัวตรงหน้าเจ้าที่ซึ่งโผกอดเขาไว้ด้วยความดีใจ ผีเถ้าแก่กอดตอบ ขอบใจที่น้ำตาของเจ้าที่ช่วยให้เขาเป็นอิสระจากศาสตร์มืดที่คิดจะกักขังเขาไว้ในฮวงซุ้ย เจ้าที่อดสงสัยไม่ได้ ใครกันที่ทำแบบนั้น
“อั๊วก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ ต้องเป็นคนที่ไม่อยากให้อั๊วมีตัวตน” ผีเถ้าแก่สีหน้าเคร่งเครียด...
สืบสายเองก็เครียดไม่แพ้อาก๋งเช่นกัน เพราะ ผู้จัดการฝ่ายขายไม่อาจจะเลื่อนนัดส่งสินค้าได้อีก เนื่องจากคราวก่อนก็เลื่อนมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าเลื่อนอีก เราอาจเสียลูกค้าและอาจถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย
“ทำให้ดีที่สุดแล้วกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” สีหน้าที่เครียดอยู่แล้วของสืบสายยิ่งเครียดหนักขึ้นอีก
ooooooo
ครู่ต่อมา สืบสายออกมาเดินคลายเครียดบริเวณมุมพักผ่อนของโรงงาน จุลลาตามมาห่างๆอย่างเป็นห่วงเขาเรียกให้มาเดินเคียงข้างกัน แล้วปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี เขาเหนื่อยจนคิดอะไรไม่ออก เธอเห็นความเครียดและความกดดันที่เขาได้รับ แนะว่าถ้าเหนื่อยนักก็ให้พักก่อน เขาทรุดตัวลงนั่งโดยมีจุลลานั่งข้างๆ
“ขอเสนอแนะได้ไหม”
“ว่ามาสิ”
จุลลาชวนไปต่อยหน้าทรงเดชให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แค่เสียค่าปรับนิดหน่อยเท่านั้น สืบสายถึงกับหลุดขำพลอยทำให้เธอยิ้มออกมาด้วย จากนั้นเขาเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอบ้าง เธออนุญาตให้ว่ามาได้เลย สืบสายหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบน้ำมันเครื่องที่เปื้อนใบหน้าเธออย่างทะนุถนอม หญิงสาวตกใจ เขยิบหนี
“อย่าหนี เธออนุญาตฉันแล้ว”
หญิงสาวปล่อยให้สืบสายเช็ดหน้าให้โดยไม่กล้าสบตาด้วย ขณะกำลังหวานซึ้งกันอยู่ คุณนายเง็กโทร.เข้ามือถือลูกชายพอดี เรียกให้กลับบ้าน เขาวางสายแล้วมองจุลลาตาละห้อย
“เวลาแห่งความสุข มันมักจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆเสมอ ว่าไหม” สืบสายยิ้มเศร้า ก่อนจะผละจากไป...
ค่ำแล้ว แต่จุลลา แสบและชาวแก๊งยังหน้าดำ
คร่ำเคร่งซ่อมเครื่องจักรอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย
เจ๊พุ่มกับยามจ่อยเอาของว่างมาให้กินรองท้องกันก่อนจะได้มีแรงทำงานต่อไป จุลลากับแสบให้ชาวแก๊งกินกันไปก่อน พวกตนจะซ่อมเครื่องต่อเอง...
ขณะที่จุลลากับแสบมุ่งมั่นจะทำงานให้เสร็จ คุณนายเง็กแอบนัดน้ำหวาน เตี่ยกับแม่ของเธอมากินข้าวที่บ้านโดยไม่ได้บอกให้ลูกชายรู้ตัวก่อน สืบสายจำต้องร่วมโต๊ะอาหารตามมารยาท แม่ของน้ำหวานทักเขาว่างานหนักมากหรือถึงได้ดูเครียดๆ เขารับคำอย่างไม่อ้อมค้อม คุณนายเง็กเกรงจะเสียบรรยากาศ รีบออกตัว
“อั๊วถึงได้นัดให้ทุกคนมากินข้าวด้วยกันไง จะได้คุยกันคลายเครียด”
น้ำหวานทนต่อไปไม่ไหว ทะลุกลางปล้องว่าน่าจะทำให้เครียดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะบอสไม่ได้อยากคุยกับเธอและเธอเองก็ไม่ได้อยากคุยกับเขา แล้วขอตัวลุกออกไปหน้าตาเฉย เตี่ยพยายามร้องเรียกให้เธอกลับมาก่อน แต่น้ำหวานเดินลิ่วไม่เหลียวหลัง
“อาเจ็กครับ น้ำหวานไม่ได้รักผม ผมก็ไม่ได้รักน้ำหวานและเราสองคนก็จะไม่มีวันแต่งงานกันทั้งที่ไม่ได้รัก”
“อาตี๋ พูดอย่างนี้ได้อย่างไร” คุณนายเง็กต่อว่า
สืบสายจำเป็นต้องพูดเพื่ออาเจ็กจะได้ยอมรับความจริงว่าการฝืนใจกัน รังแต่จะทำให้ทุกข์ใจเปล่าๆ จะมีประโยชน์อะไรถ้าความสบายใจของพ่อแม่แลกมาด้วยน้ำตาของลูก เขาขอร้องให้การเลือกคู่ครองเป็นเรื่องของเขากับน้ำหวาน พวกท่านอย่าคิดแทนและที่สำคัญ พวกท่านเองก็แต่งงานกันด้วยความรัก แล้วทำไมต้องบังคับเราสองคนให้แต่งงานกันทั้งๆที่ไม่ได้รักกัน
“กรุณาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพวกเราได้ไหมครับ” สืบสายมองทุกท่านด้วยสายตาอ้อนวอน ก่อนจะลุกออกไป
ooooooo
หลังจากซ่อมเครื่องจักรอยู่นานพอสมควร จุลลาออกมานั่งพักดื่มน้ำ หันมองอีกทีเจอผีเถ้าแก่นั่งซดน้ำชาอยู่ข้างๆ ทั้งตกใจและดีใจปนกัน โผกอดเขาไว้แน่น ซักเป็นการใหญ่ว่าหายไปไหนมา อารามดีใจลืมไปว่า ตัวเองกอดผีอยู่ นึกขึ้นได้รีบถอยออกมาแทบไม่ทัน แปลกใจทำไมวันนี้ถึงกอดเขาได้ไม่วืด
“เพราะวันนี้อั๊วมาเต็ม อั๊วขออนุญาตเง็กเซียนฮ่องเต้ ทำภารกิจสุดท้ายก่อนจะไปเกิด”
“แล้วตกลงเถ้าแก่หายไปไหนมา รู้ไหมว่าหนูมีเรื่องสำคัญอยากเล่าให้เถ้าแก่ฟังด้วย”
ต่างมีเรื่องอยากเล่าให้กันและกันฟัง เถ้าแก่เป็นฝ่ายเริ่มเล่าก่อนว่ามีคนส่งหมอผีมาสะกดวิญญาณไม่ให้เขาออกจากฮวงซุ้ย จุลลาเองก็โดนเล่นงานเช่นกัน ใคร บางคนส่งนักเลงมาข่มขู่คนที่บ้านของเธอเพื่อไม่ให้เธอยุ่งเรื่องคนอื่น ทั้งคู่ต่างฟันธงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังความชั่วครั้งนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากทรงเดช...
คนที่ถูกจุลลากับผีเถ้าแก่หมายหัวกำลังปั้นน้ำเป็นตัวให้เสี่ยตงซึ่งอยู่ในกอล์ฟคลับฟังว่าเพื่อนที่ฮาวายของเขาโทร.มาตามตัวให้กลับไปทำงานด้วยกันที่นั่น และเขาต้องโทร.ไปให้คำตอบภายในคืนนี้ว่าจะเอาอย่างไร เสี่ยตงหลงกล รีบบอกว่าไม่ต้องไปทำที่อื่น เขาต้องทำงานที่ปาล์มโปรดักส์ที่เดียวเท่านั้น
“ไงดีล่ะครับ ผมเองก็ไม่ได้อยากไป แต่ตอนนี้สืบสายไม่ไว้ใจผมเหมือนเมื่อก่อน ผมอึดอัดใจ”
“ลื้อไม่ต้องอึดอัดใจ อั๊วอยู่ทั้งคน รีบไปโทร.บอกเพื่อนลื้อว่าไม่ต้องตื๊อเพราะลื้อจะไม่ไปไหนทั้งนั้น อั๊วจะดูแลลื้ออย่างดีเอง” เสี่ยตงรับปากแข็งขัน ขณะที่ทรงเดชเดินยิ้มย่องออกไป สวนกับเสี่ยเคี้ยงพ่อของคิตตี้ที่เพิ่งออกรอบเสร็จ ทั้งคู่แอบส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างรู้กัน เสี่ยเคี้ยงทำทีแวะทักทายเสี่ยตงซึ่งทักตอบตามมารยาทด้วยไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขานัก เนื่องจากเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน...
สืบสายออกมาเห็นน้ำหวานนั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะสนามข้างบ้าน เข้าไปปลอบ เธอรู้ตัวว่าทำให้เตี่ยโกรธ กลับถึงบ้านอาจจะโดนดุด่า หรืออาจจะถึงขั้นไล่ออกจากบ้าน สืบสายไม่คิดว่าท่านจะใจร้ายกับลูกขนาดนั้น
“น้ำหวานจะไม่รอให้เตี่ยทำแบบนั้นหรอก” หญิงสาวพูดจบลุกออกไป สืบสายเป็นห่วงรีบเดินตาม...
อีกมุมหนึ่งหน้าบ้านสืบสาย จุลลาตั้งใจดิบดีจะมาแจ้งเรื่องทรงเดชส่งคนไปป่วนเธอกับผีเถ้าแก่ให้สืบสายรับรู้ แต่เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่อยากเอาเรื่องเครียดๆไปเพิ่มให้เขาอีก ผีเถ้าแก่ไม่เห็นด้วย ถ้าเกิดสืบสายมารู้ ทีหลัง รับรองมีงอนแน่นอน จุลลาไม่สน ขอตัวกลับไปซ่อมเครื่องจักรต่อดีกว่า แล้วขยับจะไป
น้ำหวานเข้ามาขวางไว้ ต่อว่าเสียงเขียวว่าทำไมต้องทำให้เธอกับสืบสายเดือดร้อนด้วย ในเมื่อจุลลารักเขาทำไมไม่พูดออกมา จะรอให้เธอกับเขาแต่งงานกันก่อน ถึงจะคิดได้หรือ จุลลาอึกๆอักๆ ยิ่งเห็นสืบสายตามมาสมทบยิ่งพูดอะไรไม่ออก ผีเถ้าแก่ยุให้เธอสารภาพไปเลยว่ารู้สึกอย่างไรกับอาตี๋ของเขาทุกอย่างจะได้คลี่คลาย
“พูดสิพี่จูน พูดออกมา บอสก็อยู่ตรงนี้ พูดออกมา” น้ำหวานคาดคั้น จุลลายังไม่ทันจะว่าอะไร แสบโทร.มาตามตัวให้กลับไปที่โรงงานเสียก่อน สืบสายยังคาใจไม่หายอยากรู้ว่าน้ำหวานจะให้จุลลาบอกอะไรเขา
“พี่จูนรักบอสค่ะ ถึงพี่จูนไม่ยอมพูด แต่เราทุกคนก็ดูออก บอสเองก็น่าจะดูออกทำไมต้องรอให้พี่จูนพูดเป็นอะไรกัน...งี่เง่า” น้ำหวานด่าอย่างเหลืออด สืบสายไม่รอช้ารีบตามจุลลาไปทันที
ooooooo
เสี่ยเคี้ยงนั่งปักหลักคุยกับเสี่ยตงเป็นคุ้งเป็นแควทั้งที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยชอบขี้หน้าตนเองนัก คอยพูดเป็นนัยๆว่าการเป็นพันธมิตรกันย่อมดีกว่าแข่งขันกัน เสี่ยตงไม่เข้าใจ เขาพยายามจะบอกอะไรกันแน่
“ก็แค่เปรยๆในฐานะเพื่อนร่วมวงการ ให้ผมช่วยอะไรก็บอกนะ ผมจริงใจ” เสี่ยเคี้ยงพูดจบ ลุกออกไป เสี่ยตงมองตามไม่ค่อยไว้ใจ ทรงเดชเพิ่งกลับเข้ามา แสร้งถามว่านั่นเสี่ยเคี้ยงไม่ใช่หรือ เสี่ยตงแปลกใจ ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทรงเดชไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แค่รู้ว่าเขาเป็นคู่แข่งของเรา เสี่ยตงว่าหมอนั่นพูดจาแปลกๆเหมือนอยากจะควบรวมกิจการกับเรา ทรงเดชยุส่ง การขยายทุนจะยิ่งทำให้บริษัทยิ่งใหญ่ก่อนเข้าตลาดหุ้น
“อั๊วไม่อยากแบ่งความรวยกับใคร อั๊วจะกลับบ้านแล้ว” เสี่ยตงเริ่มหงุดหงิด
“ผมมีเรื่องจะต้องสารภาพกับป๊าครับ” ทรงเดชตีหน้าเศร้าเตรียมเล่าความเท็จ...
ทางฝ่ายสืบสายวิ่งมาถึงเครื่องจักรที่แสบกับชาวแก๊งกำลังซ่อมแซมอยู่ ไม่เห็นจุลลาอยู่แถวนั้นก็ถามหาได้ความว่าเพิ่งกลับไปเมื่อครู่นี้เอง ทางบ้านโทร.มาตาม เขาคว้าวิทยุสื่อสารไปจากมือเจ๊พุ่ม สั่งการให้ยามจ่อยกักตัวจุลลาไว้ก่อน แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป แสบ ชาวแก๊งและเจ๊พุ่มตามไปติดๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ครู่ต่อมา สืบสายมาถึงป้อมยามหน้าบริษัทเห็นยามจ่อยยืนขวางรถของจุลลาอยู่ ปรี่เข้าดึงกุญแจรถออกสั่งให้เธอลงจากรถ จุลลานั่งนิ่งไม่ยอมขยับ เขาหันไปสั่งยามจ่อยกับแสบที่ตามมาสมทบให้ช่วยจับมอเตอร์ไซค์ไว้ แล้วอุ้มเธอลงจากรถ จุลลาร้องโวยวายให้ปล่อย สืบสายขู่ถ้าไม่หยุดร้องจะทุ่มลงพื้น เธอหุบปากทันที ปล่อยให้เขาพากลับเข้าไปข้างใน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแสบ ชาวแก๊ง ยามจ่อยและเจ๊พุ่ม
“รู้สึกมีความหวังขึ้นมาแล้วสิถ้าบอสกับพี่จูนลงเอยกันได้ล่ะก็...” แสบยังพูดไม่จบมีเสียงดังจากด้านหลัง
“ล่ะก็อะไร”
แสบสะดุ้งโหยง ค่อยๆหันไปมอง เห็นน้ำหวานยืนอยู่ ถึงกับถอนใจโล่งอกเพราะกลัวจะเป็นเสียงผีเถ้าแก่ทุกคนโวยลั่นจะพูดให้หวาดเสียวทำไม ทันใดนั้น ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้น
“พูดปุ๊บ อั๊วก็มาปั๊บ แล้วอาหนูช่างกับอาตี๋อีไปไหน”
“อยู่ทางโน้น...เฮ้ย...ใครถามวะ” แสบหันมองตามเสียง เห็นผีเถ้าแก่ยืนตัวรางๆอยู่ด้านหลัง ปากคอสั่นหน้าซีดเผือด ตะโกนสุดเสียงว่าผีเถ้าแก่มา ทุกคนพากันวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
“ไอ้แสบเห็นอั๊ว...แสดงว่าอั๊วจะมีคนช่วยสื่อสารเพิ่มอีกหนึ่งคน...เฮ้ย รอด้วย” ผีเถ้าแก่รีบหายตัวตาม...
แสบวิ่งนำสมาชิกชมรมกลัวผีขึ้นสมองไปทั่วโรงงานโดยมีผีเถ้าแก่ไล่ตามมาติดๆ พยายามจะสลัดให้หลุดแต่เขาเกาะแจไม่ยอมปล่อย แสบทนต่อไปไม่ไหว สั่งให้ทุกคนหนีแบบตัวใครตัวมัน แล้วคว้ามือน้ำหวานแผ่นแน่บไปอีกทางหนึ่ง ผีเถ้าแก่ไม่สนใจคนอื่น อยากได้ตัวแสบเท่านั้นเพราะมองเห็นเขา รีบไล่ตาม...
ทางด้านสืบสายอุ้มจุลลามาได้สักพักเริ่มไม่ไหว บ่นอุบทำไมตัวหนักแบบนี้แล้วปล่อยเธอลง จุลลาแกล้งกอดคอไว้ท้าให้อุ้มต่อไป เขากอดเธอตอบ พลางมองสบตาอย่างลึกซึ้ง จุลลาเขินจัดขอร้องให้เขาปล่อย
“บอกฉันมาก่อน...น้ำหวานบอกฉันว่า...เธอรักฉัน จริงหรือเปล่า”
จุลลายังไม่ทันจะตอบคำถาม มีแสงไฟจากหน้ารถสาดเข้ามาขัดจังหวะ ทั้งคู่ผละจากกันโดยอัตโนมัติ เห็นเสี่ยตงลงจากรถ จ้องมาที่สืบสายสีหน้าโกรธเกรี้ยว
“อาตี๋ ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ อั๊วมีเรื่องจะคุยกับลื้อ”
ooooooo
ขณะผีเถ้าแก่กำลังไล่ตามแสบ เหลือบเห็นสืบสายนั่งรถไปกับเสี่ยตง อดสังหรณ์ใจไม่ได้ล้มเลิกตามแสบแล้วกวาดตามองหาจุลลา กลับเจอแต่หยิก ถัก เข่ง เจ๊พุ่ม และยามจ่อยที่วิ่งกระเซอะกระเซิงมากระจุกตัวอยู่รอบๆตนเอง ยามจ่อยถามว่าตอนนี้มีใครเห็นผีเถ้าแก่บ้าง ทุกคนส่ายหน้า ไม่มีใครเห็นนอกจากแสบคนเดียว
“หรือว่าพี่แสบตาฝาด เพราะเมื่อก่อนก็ใช่ว่าแกจะเคยเห็นผีเถ้าแก่สักหน่อย”
“แกจะสรุปว่าอะไรวะไอ้ถัด” เจ๊พุ่มว่าพลางเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความหวาดกลัว
ถัดสรุปว่าผีเถ้าแก่ไม่ได้มาตั้งแต่แรก พวกเรากลัวกันไปเอง ทุกคนเห็นด้วย จากนั้นแยกย้ายสลายตัวทางใครทางมัน ผีเถ้าแก่ส่ายหน้าระอาใจ แล้วนึกเป็นห่วงทั้งสืบสายและจุลลา ลังเลไม่รู้จะไปหาใครดี...
ขณะที่ผีเถ้าแก่ยืนรีๆรอๆ อีกมุมหนึ่งของโรงงาน แสบพาน้ำหวานหนีมาถึงทางตันไปต่อไม่ได้ รีบดึงเธอไปหลบในหลืบ บอกให้กลั้นหายใจไว้แบบในหนังจีน ผีเถ้าแก่จะได้หาไม่เจอ จุดที่ซ่อนตัวนั้นแคบมากทำให้ทั้งคู่ตัวแนบชิด ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ แสบคอยหลบตาตลอด ผิดกับน้ำหวานที่เอาแต่จ้องหน้า ราวกับต้องการจะให้เห็นทะลุไปถึงหัวใจของเขา ก่อนจะถามว่าเห็นผีเถ้าแก่จริงหรือ
“จริง...เพิ่งจะมาเห็นนี่แหละ”
“ไม่รักเค้าแล้ว จูงมือเค้าวิ่งหนีผีทำไม”
แสบถึงกับอึ้งไปไม่เป็น น้ำหวานสั่งให้เขามองสบตา และให้ตอบมาว่าทำไมต้องแกล้งทำเป็นไม่รัก เขาไม่อยากดึงเธอให้ลงมาต่ำกับเขา น้ำหวานไม่เคยเห็นแสบต่ำต้อย เขาสูงกว่าผู้ชายหลายคนที่ขี้โม้อวดตัวว่าดี เขาสูงที่หัวใจไม่ใช่ฐานะ เธอถึงได้รักเขา แสบซึ้งใจมาก แม้จะรักเธอเพียงใด แต่จำต้องตัดใจ คว้ามือเธอพาออกไปหน้าบริษัท เรียกรถแท็กซี่ให้ แล้วดันตัวน้ำหวานเข้าไปในรถ สั่งให้กลับบ้านไป อย่ากลับมาที่นี่อีก
“พี่แสบ อย่าโกหกตัวเอง อย่าโกหกน้ำหวานอย่าทำแบบนี้”
“บอกให้กลับไป” แสบยืนกรานเสียงแข็ง น้ำหวานมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเขาจะขับไล่ไสส่งกันจริงๆ เธอก็ยินดีจะไป แสบดักคอว่าอย่าหนีจากบ้านไปไหนอีก ไม่อย่างนั้น เขาจะถือว่าเราสองคนไม่เคยรู้จักกัน น้ำหวานรับรองไม่หนีไปไหนแน่นอน แล้วปิดประตูรถแท็กซี่ดังปัง ก่อนจะสั่งให้คนขับเร่งเครื่องจากไป
ooooooo
เสี่ยตงโวยวายลั่นบ้านเพราะเชื่อคำลวงของทรงเดชที่ใส่ไฟว่าสืบสายแอบสั่งให้ฝ่ายขายชะลอการรับออเดอร์ ลดกำลังการผลิต เพราะต้องการจะทำให้ยอดขายลด เพื่อที่เขาจะได้เข้ามาแก้ไขให้ตัวเองได้หน้า คุณนายเง็กถามลูกว่าจริงหรือ สืบสายยอมรับว่าเรื่องชะลอออเดอร์เป็นความจริงแต่หลังจากนั้นไม่ใช่
“แล้วลื้อทำทำไมหา” เสี่ยตงคาดคั้น สืบสายลังเล จะบอกความจริงดีหรือไม่ สุดท้ายตัดสินใจบอกแค่ว่า
“ผมต้องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเครื่องจักรพัง”
เข้าแผนชั่วของทรงเดชพอดิบพอดี เพราะพูดดักคอกับเสี่ยตงไว้ก่อนหน้าแล้วว่าสืบสายจะต้องแก้ตัวแบบนี้ ยิ่งทำให้เสี่ยตงปักใจเชื่อตามคำโป้ปดมดเท็จของทรงเดชว่าลูกชายตัวเองอยู่เบื้องหลังหายนะของบริษัท ทั้งเรื่องซื้อเครื่องจักรเก่าโดยไม่ระบุในใบสั่งซื้อ แถมบังคับให้ทรงเดชหลอกล่อให้ตัวเองเซ็นอนุมัติ เพราะต้องการจะทำให้เขาหมดความชอบธรรมในการบริหาร และบีบให้ทรงเดชเป็นแพะรับบาป
สืบสายพยายามจะอธิบายแต่เสี่ยตงไม่ฟัง อีกทั้งยังกล่าวหาลูกชายว่าคิดคดทรยศพ่อแท้ๆของตัวเอง ถึงขนาดประกาศตัดพ่อตัดลูก ผีเถ้าแก่ที่ยืนฟังอยู่ตลอด เสียใจสุดๆถึงกับพูดอะไรไม่ออก เดินซึมจากไป สืบสายเองทั้งเครียดทั้งเสียใจไม่แพ้อาก๋งเช่นกัน ตัดสินใจคว้ากุญแจรถเดินเลี่ยงออกมา...
ด้านเสี่ยตงไปยืนต่อหน้ารูปถ่ายของเตี่ยที่ติดไว้บนผนังห้องทำงานอธิบายว่าจำเป็นต้องลงดาบสืบสายเพื่อกันไม่ให้เหลิง และสิ่งที่ทำไปทั้งหมดนั้นเขาไม่รู้สึกผิดต่อท่านแม้แต่น้อย คุณนายเง็กแช่งให้ผีอาเตี่ยออกจากฮวงซุ้ยมาเล่นงานเขา เสี่ยตงไม่กลัว เคยท้าให้ท่านออกมาหลายครั้งแล้วไม่เห็นมาสักที
“แล้วถ้าอีมา ลื้อจะฟังจะเชื่อไหมว่าอาตี๋ของเราเป็นคนดี คิดดีทำดี ส่วนลื้อมันพวกหูเบาไร้วิจารณญาณ”
“ก็ให้อีออกมาให้เห็นสิ อั๊วถึงจะเชื่อ” เสี่ยตงท้าทาย คุณนายเง็กหมั่นไส้สามีตัวเอง เดินสะบัดออกไป เสียงท้าทายของลูกชายดังไปถึงหูผีเถ้าแก่ที่กำลังสีซออยู่ในฮวงซุ้ย
“อย่าท้าอั๊ว...ไอ้ตง” ผีเถ้าแก่เข่นเขี้ยวด้วยความแค้นใจ...
ขณะที่บ้านของสืบสายกำลังร้อนรุ่มใกล้จะลุกเป็นไฟ บรรยากาศภายในบ้านทรงเดชกลับเต็มไปด้วยความโรแมนติก เดือนพิไลไม่ซาบซึ้งด้วย เร่งให้ทรงเดช รีบเอาเงินมาให้ เขาชวนให้ดื่มอะไรก่อน เธอปฏิเสธว่าไม่ต้องการอย่างอื่นนอกจากเงินเท่านั้น ทรงเดชยินดีจัดให้ แล้วเข้าไปหยิบกระเป๋าใบใหญ่ในห้องนอนมายื่นให้ ขณะเดือนพิไลเอื้อมมือไปรับกระเป๋า ทรงเดชจงใจสัมผัสมือเธอด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ เธอรีบชักมือกลับ
“นิดๆหน่อยๆก็ไม่เว้นนะ น่าขยะแขยงจริงๆ”ขาดคำ
เดือนพิไลรู้สึกวิงเวียน แทบจะทรงตัวไม่อยู่รู้ทันทีว่าทรงเดชเล่นไม่ซื่อ ตะคอกถามว่าทำอะไรตนเองเขาแบมือให้ดู
“ยากล่อมประสาทระบบสัมผัสไงจ๊ะ คนอื่นเขาใช้ตกทอง แต่ผมใช้ตกผู้หญิง” ทรงเดชพูดจบ โถมเข้าหาเดือนพิไลที่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะส่งเสียงร้อง...
ระหว่างที่เดือนพิไลกลายเป็นเหยื่ออีกรายหนึ่งของทรงเดช ผีเถ้าแก่แวะไปหาจุลลาที่ห้องนอนเล่าเรื่องเสี่ยตงตัดลูกตัดพ่อกับสืบสายให้ฟัง แถมยังท้าทายให้ตนออกไปหา จุลลาเป็นห่วงสืบสายมากถามว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าทั้งเศร้าทั้งเครียด ผีเถ้าแก่ขอร้องจุลลาอย่าทอดทิ้งหลานชายของเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอไม่วายพูดติดตลก คิดว่าเขาจะขอให้เธอบอกรักสืบสายเสียอีก
“ให้บอกแล้วจะบอกหรือเปล่าล่ะ”
จุลลาอ้างว่ายังไม่ถึงเวลา ที่สำคัญสืบสายคงไม่ต้องการการบอกรัก แต่ต้องการให้เธอจัดการทรงเดชมากกว่า ผีเถ้าแก่จะรอให้ถึงวันที่จุลลาพร้อม แล้วบอกให้เข้านอนได้แล้วพรุ่งนี้เราต้องคุยเรื่องภารกิจกระชากหน้ากากทรงเดชอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และทวงสัญญาที่เธอเคยให้ไว้ว่าถ้าเขากลับมาเธอจะยอมทำให้ทุกอย่าง
“เอาก็เอา หมดทางแล้วนี่” จุลลายิ้มมั่นใจให้ผีเถ้าแก่ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าสืบสายแอบมาจอดรถอยู่หน้าบ้านของเธอด้วยความคิดถึงเต็มหัวใจ แม้ไม่ได้เห็นหน้าหญิงคนรักแค่เห็นหลังคาบ้านก็ยังดี
ผีเถ้าแก่อดเป็นห่วงหลานเลิฟไม่ได้ ฝากฝังเจ้าที่ช่วยดูแลให้ด้วย เขาต้องกลับไปเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจวันพรุ่งนี้ เจ้าที่รับคำ ก่อนจะร้องเพลงกล่อมพักเดียวสืบสายค่อยๆเคลิ้มหลับไปในที่สุด
ooooooo










