นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    มีเรื่องทุกข์ใจสาหัสที่ไม่อาจบอกใครได้ บื้อก็จะกลับไปที่ชลบุรี คราวนี้แปลกกว่าครั้งก่อนๆที่กลับมาแล้วก็จะกินข้าวข้ามวันข้ามคืน แต่มาครั้งนี้บื้อเอาแต่นั่งเหม่อมองทะเลเป็นชั่วโมงๆ

    น้าตุ้มกับน้าเต๊ะถามว่าเที่ยงแล้วอยากกินอะไรจะทำให้ บื้อบอกว่าไม่หิว ไม่ว่าจะหว่านล้อมหรือคะยั้นคะยอบื้อก็ตอบคำเดียวว่า “ผมไม่หิว” จนน้าทั้งสองแอบคุยกันว่า บื้อต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ

    ที่กรุงเทพฯ...ทุกคนมัวแต่ตื่นเต้นกับบรรยากาศการจัดงานที่ห้างของน้องนุช เลยไม่มีใครรู้ว่าบื้อไม่อยู่

    เจ๊มะพร้าวชวนห่านกับแหม่มยิกๆว่าที่ชั้น 1 มีงาน เจ๊เล่าน้ำลายสอว่า

    “เขาว่ามีให้ชิมฟองดูช็อกโกแลตด้วยนะ เจ๊ฝันอยากกินมานานแล้ว มาแจกฟรีถึงที่แบบนี้พลาดไม่ได้”

    ห่านเกรงพรเพ็ญเห็นเข้าจะเป็นเรื่อง แต่แหม่มเองก็อยากกิน สุดท้ายห่านก็ใจอ่อนยอมไปกัน

    เจ๊กับแหม่มจิ้มผลไม้จุ่มลงในช็อกโกแลตกินอย่างเอร็ดอร่อย กินเพลินจนห่านถามว่าเสร็จหรือยัง เดี๋ยวผู้จัดการมาเห็นจะเป็นเรื่อง เจ๊ขออีกชิ้น...อีกชิ้นแล้วก็อีกชิ้น...จนห้าหกชิ้นแล้วยังหยุดไม่ได้

    เป็นเรื่องจนได้ เมื่อปีโป้ แอปเปิ้ลและจีจี้ชวนกันมากิน เห็นพวกห่านเข้าพอดี แอปเปิ้ลรั้งปีโป้กับจีจี้ไว้แล้วโทร.ฟ้องพรเพ็ญที่กำลังคุยกับแขกในงานทันที
    ผลคือทั้งห่าน เจ๊มะพร้าวและแหม่ม ถูกพรเพ็ญมาสะกิดให้กลับไปทำงาน ซ้ำโดนเรียกให้ไปเซ็นรับทราบใบเตือนด้วย งานนี้เจ๊ถูกห่านบ่นว่าพาตนไปโดนหางเลขกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เลยขัดใจกับเจ๊ จนสามสาวเกือบแตกคอกัน

    แอปเปิ้ล ปีโป้และจีจี้เห็นพวกห่านผิดใจกันก็ยืนหัวเราะสะใจกันคิกคัก ห่านเดาได้ทันที ตรงเข้าไปถามว่า พวกเธอเป็นคนไปฟ้องพรเพ็ญใช่ไหม พอเจอคู่ปรับร่วมกัน เจ๊ แหม่มและห่าน ก็หันมาเล่นงานคู่ปรับอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

    ระหว่างตบตีกันนั้น แอปเปิ้ลกระชากสร้อยร้อยแหวนเพชรของห่านขาด แหวนกระเด็นไปที่ใต้ชั้น ไม่มีใครเห็นแอปเปิ้ลถอดรองเท้าปาใส่ห่าน แต่ห่านหลบทัน รองเท้าเลยลอยไปกระแทกหน้าปีโป้จนสลบ ส่วนรองเท้ากระเด็นไปอยู่ใต้ชั้นใกล้ๆแหวนของห่าน

    ขณะสามสาวกำลังมะรุมมะตุ้มกันนัวเนีย แอปเปิ้ลเจ็บใจที่ปารองเท้าไม่ถูกห่านเลยถอดอีกข้างปาใหม่ พอดีพรเพ็ญเดินมาเลยโดนรองเท้ากระแทกหน้าเข้าเต็มๆ ทุกคนช็อก เงียบกริบ!

    พรเพ็ญหยิบรองเท้าที่ปาหน้าตนขึ้นถามเสียงเพชฌฆาต “รองเท้าใคร?” มองกราดไปที่เท้าทุกคน จึงรู้ว่าเป็นของแอปเปิ้ลที่ยืนเท้าเปล่าอยู่

    ทั้งหกถูกเรียกไปที่ห้องทำงานของพรเพ็ญ ถูกอบรมยาวเหยียด และสุดท้ายทุกคนถูกสั่งลงโทษด้วยการให้ใส่ชุดมาสคอตรูปสัตว์ต่างๆไปยืนแจกใบปลิวฝ่ายละประตู

    “คอยดูนะ พวกฉันจะต้องแจกใบปลิวได้หมดก่อนพวกแก” เจ๊มะพร้าวปรามาส ต่างท้าทายกัน แล้วแยกกันไปแจกใบปลิว ประตูใครประตูมัน

    ปรากฏว่าพวกแอปเปิ้ลแจกใบปลิวได้เร็วกว่า เจ๊กับพวกก็พร้อมใจกันดาหน้าเข้าไปจับหัวมาสคอตหมุนไปข้างหลังทำให้พวกแอปเปิ้ลมองไม่เห็นทางชนกันจนใบปลิวหล่นเกลื่อนกระจาย

    พวกเจ๊มะพร้าวเอามือปิดปากหัวเราะกันคิกคักสะใจ

    ผ่านการถูกลงโทษและช่วยกันฟาดฟันพวกแอปเปิ้ล ทำให้เจ๊ ห่านและแหม่ม กลับมารักกันเหมือนเดิม

    แต่ก็มีเรื่องให้ใจหายใจคว่ำจนได้ เมื่อแหม่มบอกห่านว่าสร้อยที่คอห่านหายไป

    “เฮ้ย!” ห่านกุมคอตัวเองหน้าซีดเผือด!

    ooooooo

    แอปเปิ้ลเก็บรองเท้าข้างที่ปาถูกหน้าพรเพ็ญ แต่อีกข้างหายไปไหนยังไม่เจอ บอกปีโป้กับจีจี้ให้ไปช่วยหาด้วย ส่วนตัวเองไปสอดมือควานไปใต้ชั้น บริเวณที่ตะลุมบอนกัน

    นอกจากเจอรองเท้าแล้ว แอปเปิ้ลยังเจอแหวนเพชรเม็ดโตอีกด้วย ปีโป้ถามว่าเพชรจริงหรือเก๊ แอปเปิ้ลบอกว่าจริงหรือไม่จริงไม่รู้ รู้แต่ว่ามันสวยมาก แล้วเอาใส่นิ้วนางมือขวาทันที

    “ฉันว่าเอาไปให้คุณผู้จัดการหาเจ้าของดีกว่า” จีจี้เสนอ

    “เกิดจะเป็นแม่พระขึ้นมารึไงนังจี้! ฉันไม่มีทางเอาไปให้คุณผู้จัดการหรอก ใครเก็บได้คนนั้นก็เป็นเจ้าของ” แอปเปิ้ลมองแหวนในมืออย่างหวงแหน  เอารองเท้า ข้างที่หาเจอใส่ครบคู่ หยิบสร้อยเส้นเล็กทิ้งถังขยะแถวนั้นแล้วพากันกลับไป

    พอสามสาวตัวแสบคล้อยหลัง ห่าน เจ๊มะพร้าว และแหม่มก็เดินหน้าตื่นเข้ามา

    “ใจเย็นๆห่าน เจ๊ว่ามันตกอยู่แถวนี้แหละ”

    “แหวนเพชรเม็ดเป้งขนาดนั้น จะไม่มีคนเก็บไปแล้วเหรอเจ๊” ห่านหน้าเสีย แล้วพากันก้มหาแหวนไปตามใต้ชั้น

    ooooooo

    บื้อเอาแต่นั่งซึมนอนซมจนหมดสติไป สองน้ามาดูจึงรู้ว่าบื้อตัวร้อนจี๋ รีบพาส่งโรงพยาบาลแล้วโทร. บอกโย่ง

    พอวางสายจากสองน้า โย่งก็บอกลุงจ๊อดกับโจ๊กที่นั่งกินข้าวกันอยู่ ลุงจ๊อดร้องโวยวายแล้ววิ่งอ้าวออกไป

    “ลุงจ๊อดเป็นไร พี่ยังพูดไม่จบจะบอกว่าไอ้บื้อเป็นไข้หวัดใหญ่ไข้สูงจนเป็นลม ก็เลยพาส่งโรงพยาบาล ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย” โย่งถามโจ๊กงงๆ

    “ลุงผมก็เว่อร์แบบนี้แหละครับ อย่าสนใจเลย กินข้าวต่อเถอะพี่” โจ๊กพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนแล้วชวนกันกินข้าวต่อ

    ลุงจ๊อดวิ่งหน้าตั้งไปที่บ้านบื้อร้องไห้เป็นวักเป็นเวร บอกพวกห่านที่เพิ่งกลับมากันอย่างห่อเหี่ยวที่หาแหวนไม่เจอว่า “ไอ้บื้อ...ไอ้บื้อตายแล้วววว”

    ห่านเข่าอ่อนแทบทรุด บอกลุงจ๊อดว่าอย่าอำเล่นกันแบบนี้มันไม่ดี ลุงจ๊อดยืนยันว่าตนพูดจริง แหม่มถามว่าแล้วตอนนี้บื้ออยู่ไหน พอลุงจ๊อดบอกว่าอยู่ชลบุรี ห่านก็เดินจ้ำอ้าวออกไปทันที แหม่มตะโกนถามว่าจะไปไหน ห่านไม่ตอบ เดินไปเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ผ่านมาพอดี โดดซ้อนท้ายไปทันที

    “น้องยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าจะไปไหน” มอเตอร์ไซค์รับจ้างถาม ห่านบอกว่าไปชลบุรี มอเตอร์ไซค์รับจ้างตะโกน “ช่องนนทรี???” ห่านตะโกนบอกว่าชลบุรี!! มอเตอร์ไซค์รับจ้างร้อง “อ๋อ...นนทบุรี”

    “ไม่ใช่! ชลบุรี!!” ห่านตะโกนสุดเสียง มอเตอร์ไซค์รับจ้างเบรกเอี๊ยดถามว่าตนไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม “พี่ไม่ได้ฟังผิด ฉันให้พิเศษ...พี่ช่วยพาฉันไปหน่อย”

    คนขับนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า หันไปบิดมอเตอร์ไซค์พุ่งไปทันที

    แหม่มกลับไปที่บ้านจึงรู้จากโย่งว่าบื้อแค่เป็นไข้หวัดใหญ่ ลุงจ๊อดบ่นว่าทำไมไม่รีบบอกว่าบื้อยังไม่ตาย ขยี้หัวตัวเองบ่น “เวรแล้วไหมล่ะ”

    แหม่มโทร.หาห่านเพื่อจะบอกว่าบื้อแค่เป็นไข้หวัด ใหญ่แต่ไม่มีคนรับสาย แหม่มคาดว่าห่านคงไปชลบุรี

    ooooooo

    ห่านไปถึงชลบุรีเอาเกือบดึก ไปทุบประตูร้าน “ตุ้มเต๊ะอาหารทะเล” ปังๆๆ พลางร้องเรียกน้าตุ้มน้าเต๊ะ

    สองน้าเพิ่งกลับมา เห็นเงาตะคุ่มๆก็ตกใจนึกว่าผีหลอก พอรู้ว่าเป็นห่านก็โล่งอก ห่านถามว่าบื้อเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้อยู่ที่ไหน

    น้าตุ้มบอกว่าบื้อเป็นไข้หวัดใหญ่ ไข้สูงมากจนหมดสติ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล หมอบอกให้อยู่ดูอาการสักคืน ถ้าไม่มีไข้พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว

    ห่านฟังแล้วเหวอ พูดไม่ออก เพราะลุงจ๊อดบอกว่าบื้อตายแล้วตนถึงได้เสี่ยงตายนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากกรุงเทพฯมา แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร บอกสองน้าให้พักผ่อนเสีย ตนจะไปเฝ้าบื้อเอง

    สองน้ามองหน้าแบบรู้กัน ว่าสองคนนี้คงมีอะไรกัน พยักหน้าชวนกันกลับแบบเปิดโอกาสให้เต็มที่

    ห่านหันมองบื้อที่ยังหลับอยู่ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

    ฝ่ายแหม่มกับโย่งเป็นห่วงห่าน พยายามโทร.หาก็ไม่ติด จนดึกจึงได้รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ แหม่มบอกโย่งว่าไม่ใช่เบอร์ของห่าน แต่พอรับสายก็ร้องดีใจ

    “ไอ้ห่าน!!! นี่แกจริงๆด้วย...ตอนนี้แกอยู่ไหน”

    “ฉันอยู่โรงพยาบาล...บื้อไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่นอนรอดูอาการ”

    “งั้นก็ค่อยยังชั่ว ว่าแต่มือถือแกเป็นไร ทำไมฉันโทร.หาไม่ได้”

    “แบตหมดน่ะสิ ไม่รู้ตัวเลย คืนนี้ฉันจะอยู่เฝ้าบื้อจนกว่าบื้อจะฟื้น ถ้าไงพรุ่งนี้ฝากแกลางานให้ฉันที”

    แหม่มบอกว่าไม่ต้องห่วงและฝากเยี่ยมบื้อด้วย โย่งยื่นปากไปพูดใส่มือถือว่า “ฉันฝากเยี่ยมด้วยอีกคนนะห่าน” ห่านถามว่าสองคนอยู่ด้วยกันหรือ โย่งรีบบอกว่า “ใช่...ฉันอยู่ด้วยกัน สอง...ต่อ...สอง...”

    “อยู่ด้วยกันสองต่อสองก็จริง แต่ต่างคนต่างอยู่ในรั้วบ้านของตัวเอง แค่นี้นะห่าน” แหม่มตัดบทแล้วหันจิกโย่ง “วันหลังพูดจาให้มันเคลียร์ๆชัดๆเข้าใจป่ะ!”

    “เข้าใจครับพ้ม!” โย่งยืนตรงตะเบ๊ะฟึ่บ แหม่มส่ายหน้ากับความล้นของโย่งแล้วเดินกลับเข้าบ้าน กระนั้นก็ยังได้ยินโย่งส่งเสียงหวานตามมา “ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะครับแหม่ม...”

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น บื้อลืมตาขึ้นมา เห็นห่านฟุบหลับอยู่ข้างเตียง บื้อกะพริบตาเพ่งมองอย่างไม่แน่ใจ

    “ห่าน?...ไม่จริง...ฉันต้องฝันไปแน่ๆ” แล้วบื้อก็หลับตาลงอีกครั้งอย่างอ่อนเพลีย

    ห่านตื่นขึ้นมามองไปที่เตียงเห็นบื้อยังหลับอยู่จึงลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ บื้อลืมตาอีกทีไม่เห็นห่านแล้ว ก็เชื่อว่าตนฝันไปจริงๆด้วย บื้อลุกขึ้นนั่ง ห่านออกจากห้องน้ำเห็นบื้อลุกขึ้นแล้วก็ดีใจมากถลาเข้าหา

    “บื้อ...ฉันดีใจจริงๆที่นายฟื้น” แล้วห่านก็ผละออกมาเมื่อเห็นบื้อนั่งเหวอ “บื้อ...นายเป็นอะไร”

    บื้อบอกให้ห่านหยิกแก้มตน พอห่านหยิกจึ๊กก็ร้องจ๊าก บอกให้ปล่อยแทบไม่ทัน ห่านถามว่าไข้ขึ้นจนเพี้ยนไปแล้วหรือ บื้อบอกว่าตนแค่อยากทดลองดูว่าตัวเองฝันไปหรือเปล่าที่เห็นห่านอยู่ตรงหน้า

    “รู้แล้วใช่ไหม ว่าไม่ได้ฝัน” ห่านถามขำๆ

    “อื้อ...ว่าแต่...เธอมาได้ไง?”

    ห่านยิ้มแล้วเล่าขำๆ ว่าลุงจ๊อดบอกว่าเขาตายแล้ว ตนตกใจเลยนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมารวดเดียวเลย บื้อพึมพำทึ่งนึกไม่ถึงว่าเธอจะทำแบบนี้...

    “ฉันห่วงนายมากนะบื้อ...นายเป็นเพื่อนฉันนะ อย่าลืม”

    ได้ยินห่านบอกว่าเป็นห่วง บื้อก็ใจฟูขึ้นมา แต่พอห่านบอกว่าเขาเป็นเพื่อน หัวใจบื้อก็แฟบห่อเหี่ยว เปลี่ยนเรื่องถามว่าแล้วห่านไม่ไปทำงานหรือ ห่านบอกว่าฝากแหม่มช่วยลาให้แล้ว

    “เธอกลับไปเหอะ...ฉันไม่เป็นไรแล้ว”

    “ฉันไม่กลับ นายช่วยฉันตั้งหลายครั้ง ให้ฉันตอบแทนนายบ้างเถอะนะ...บื้อนะ...”

    บื้อขอบใจ ไม่เห็นแหวนที่นิ้วห่านถามว่าหายไปไหน ห่านบอกว่าไม่รู้แต่ช่างเถอะ ถามว่าหิวไหม อยากกินอะไรจะไปหาซื้อให้ บื้อบอกว่าอะไรก็ได้ พอห่านลุกออกไป บื้อมองตามรำพึง...

    “เธอกำลังเศร้าอยู่ใช่ไหมยัยคอห่าน...” แล้วตัวเองก็ถอนหายใจพลอยเศร้าไปด้วย...

    ooooooo

    แหวนเพชรของห่าน ส่องประกายวาววามอยู่ที่นิ้วมือแอปเปิ้ล ปีโป้เตือนว่าใส่โชว์เสียขนาดนี้ระวังจะโดนโจรตัดนิ้ว

    เดินมาเจอพรเพ็ญ ทั้งสองยกมือไหว้ ประกายเพชรเข้าตาจนพรเพ็ญมองอย่างคุ้นๆว่าเคยเห็นแหวนวงนี้ที่ไหน

    “แหวนของแม่แอปเปิ้ลน่ะค่ะ ท่านให้ไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะเอามาใส่” แอปเปิ้ลอวด

    “เหรอ...ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็น แต่ก็ช่างเถอะ” พรเพ็ญไม่ติดใจ แอปเปิ้ลรีบขอตัวไปทำงาน แต่พรเพ็ญก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าเคยเห็นแหวนวงนี้ที่ไหน???

    ฝ่ายคุณชายติดต่อห่านไม่ได้ก็ร้อนใจ ไปบอกน้องนุชว่าไม่รู้ห่านไปไหน ติดต่อไม่ได้เลย คร่ำครวญว่าถ้าห่านเป็นอะไรไปตนคงอยู่ไม่ได้แน่

    “ฉันรู้ว่าแกรักและเป็นห่วงเขามาก แต่แกเอาแต่โวยวายแบบนี้มันจะช่วยให้อะไรดีขึ้นไหม!” น้องนุชดุจนคุณชายนิ่งไป จากนั้นน้องนุชไปที่แผนกชุดชั้นในชาย จึงรู้ว่าบื้อก็ลาป่วยด้วย

    ห่านดูแลบื้อจนลืมหมดทุกอย่าง เมื่อหมอมาตรวจบอกว่าบื้อไม่มีไข้แล้ว ถ้าจะกลับบ้านก็กลับได้ ห่านจึงพาบื้อกลับบ้านวันนี้เลย

    ระหว่างบื้อเข้าห้องน้ำ มือถือของบื้อที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารดังขึ้น ห่านหยิบขึ้นมาดู เห็นเป็นสายจากน้องนุชก็เอะใจว่าน้องนุชโทร.หาบื้อทำไม แกล้งดัดเสียงห้าวๆถามแบบมะนาวไม่มีน้ำว่า

    “บื้อไม่อยู่ มีอะไรฝากเรื่องได้ค่ะ”

    “นั่นคุณฮันนี่รึเปล่าคะ” น้องนุชจำเสียงได้ ห่านดัดเสียงใหญ่กว่าเดิมบอกว่าไม่ใช่ ย้อนถามว่าใครโทร.มา “ฝากบอกว่าน้องนุชโทร.มานะคะ ขอบคุณค่ะ” วางสายแล้วน้องนุชยังสงสัย “ทำไมเสียงเหมือนคุณฮันนี่?”

    พอบื้อออกจากห้องน้ำ ห่านบอกว่าน้องนุชโทร.มา บื้อกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีรีบโทร.กลับ ถูกน้องนุชซักไซ้ทันที

    “ครับคุณน้องนุช...ผู้หญิงที่รับโทรศัพท์ผมเมื่อกี๊...อ๋อ...เพื่อนน่ะครับ คุณน้องนุชโทร.หาผม มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ...คุณชายติดต่อคุณฮันนี่ไม่ได้...” บื้อชะงักหันมองหน้าห่าน เธอส่ายหน้า บื้อปดน้องนุชว่า “ผมไม่ได้คุยกับคุณฮันนี่เลยครับ...ครับ...สวัสดีครับ”

    พอวางสายจากน้องนุช บื้อบอกห่านให้รีบโทร.หาคุณชายเสีย ห่านทำหน้ายุ่งถามว่าจะโทร.ได้ไง แบตหมด

    ooooooo

    คุณชายร้อนใจที่ติดต่อห่านไม่ได้ จึงไปที่คอนโดฯของสุรเดชที่ห่านเคยพาไปบอกว่าตนพักอยู่ท่ีนี่ แต่คราวนี้ไปเจอสุรเดชเจ้าของตัวจริง สุรเดชถามปลื้มๆว่าคุณชายรู้ได้ยังไงว่าตนอยู่ที่นี่

    คุณชายอึกอักจะบอกว่ามาหาฮันนี่ ก็พอดีมือถือดังขึ้น คุณชายเห็นเป็นเบอร์บ้านไม่คุ้น แต่พอรับสายก็ดีใจสุดๆ

    “คุณฮันนี่!!! คุณฮันนี่อยู่ไหนครับ ผมโทร.หาคุณฮันนี่ตั้งแต่เช้า แต่ติดต่อไม่ได้ ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”

    “ฮันนี่มาทำธุระที่ต่างจังหวัดกับคุณพ่อคุณแม่น่ะค่ะ มือถือแบตหมด ต้องขอโทษคุณชายด้วยนะคะ” ห่านใช้โทรศัพท์ที่ร้านน้าตุ้มน้าเต๊ะโทร. มีบื้อยืนลุ้นอยู่ข้างๆ

    แล้วห่านก็ตกใจมากเมื่อคุณชายบอกว่ากำลังขึ้นไปหาเธอที่คอนโดฯ แต่ รปภ.บอกว่าห้อง 210 ที่เธอพามาไม่ใช่ห้องของเธอ ห่านหน้าเสียแต่เชาวน์ดี ปดทันทีอย่างไร้พิรุธว่า ห้องตนเบอร์ 216 ต่างหาก ทำเอาคุณชายงง

    “แต่ว่าคุณชายมีอะไรจะคุยกับฮันนี่คะ ถึงพยายามโทร.หา...หา!! คุณหญิงแม่ของคุณชายอยากทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของฮันนี่?!” ห่านตกใจมาก

    “ครับ...คุณแม่ผมท่านเข้าใจผมแล้วว่าผมรักคุณฮันนี่มากแค่ไหน ท่านก็เลยอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ในเมื่อเราคบกันก็ควรจะให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้ทำความรู้จักกัน”

    ห่านอึกอักรับสถานการณ์ไม่ทัน คุณชายถามว่าทำเสียงแบบนี้ไม่อยากให้ตนเจอพ่อแม่เธอหรือ ห่านรีบปฏิเสธว่า ไม่ใช่ จะชี้แจงก็พูดไม่ออก บื้อที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำปากบอกว่า “ห้ามรับปาก...ห้ามนะ” ทำให้ห่านยิ่งสับสน ในขณะที่คุณชายก็หว่านล้อมรบเร้าอยากให้พ่อแม่สองฝ่ายได้เจอกัน

    “อย่านะ!” บื้อทำปากบอกทำหน้าขึงขัง

    “ตกลงค่ะ ฮันนี่จะไปบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าคุณชายอยากเจอ” ห่านตอบรับไป ทำเอาบื้อแทบหมดแรง เดินไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟาบ่นหน้าบึ้ง

    “ทำอะไรโดยไม่คิดอีกแล้วนะยัยคอห่าน รับปากคุณชายไปได้ไง!!” ห่านบอกว่าตนกลัวคุณชายโกรธ จับแขนบื้อทำเสียงอ้อนให้ช่วยตนด้วย “เธอมันก็แบบ นี้ตลอด ไม่อยากให้คุณชายโกรธ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะต้องเดือดร้อนไปกับเธอทุกครั้ง” พูดแล้วลุกเดินจํ้าออกไปที่ชายหาด

    “บื้อ...นายโกรธเหรอ?” ห่านรีบตามไปง้อ บื้อเห็นห่านมาทางซ้ายก็หันไปทางขวา ห่านไปดักทางขวาก็หันหนีไปทางซ้าย สุดท้ายห่านทนไม่ได้ จับบ่าทั้งสองข้างหันมาเผชิญหน้า “บื้อ...ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนดี และฉันก็ชอบทำไม่ดีกับนาย แต่นายอย่าโกรธฉันเลย ฉันไม่มีใครอีกแล้วจริงๆ”

    “ใครว่าเธอไม่มีใคร เธอยังมีเจ๊มะพร้าว แล้วก็แหม่ม”

    “แต่นายเป็นคนเดียวที่เข้าใจฉัน...ฉันรู้ว่านายเบื่อที่ต้องคอยช่วยฉัน เบื่อที่ต้องคอยพูดห้ามฉันทำเรื่องนี้”

    “ใช่...ฉันเบื่อ แต่ฉันไม่ได้เบื่อเธอ ฉันเบื่อตัวเองที่ห้ามใจไม่ให้ช่วยเธอไม่ได้สักที”

    “บื้อ...” ห่านตีบตื้นขึ้นมาจนพูดไม่ออก

    “ฉันขอถามอะไรอย่าง วันที่เธอไปหาคุณชายเพื่อที่จะบอกความจริง เธอตั้งใจที่จะสารภาพจริงๆใช่ไหม” บื้อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอย่างค้นหาความจริง ห่านถึงกับกลืนนํ้าลายฝืดคอ ยอมรับว่า

    “ก่อนจะไปพบคุณชาย ฉันตั้งใจแบบนั้น แต่พอเห็นหน้าคุณชาย...หัวใจของฉัน...มันสั่งไม่ให้ฉันพูด...”

    บื้อผิดหวังมาก บอกห่านว่าตนช่วยเธอไม่ได้อีกแล้ว ไม่ได้จริงๆ แล้วหันเดินจากไป ห่านดึงชายเสื้อไว้อ้อนวอน

    “ไม่ได้นะบื้อ...ถ้านายไม่ช่วยฉัน แล้วฉันจะทำยังไงต่อไป ฉันทำเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้...”

    “ทำไมเธอถึงได้เห็นแก่ตัวแบบนี้ เธอมันก็คิดถึงแต่ความสุขของตัวเอง...เธอเคยคิดถึงความสุขของฉันบ้างไหม!!” ประโยคหลังบื้อตะโกนออกมาอย่างอัดอั้น ทำเอาห่านถึงกับนํ้าตาคลอ พอบื้อเห็นนํ้าตาห่านก็อึ้ง แต่ตัดสินใจหันหลังเดินออกไป

    ห่านยืนอย่างโดดเดี่ยว...มองตามบื้อไป ใจหายอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน...

    บื้อเดินไปได้ไม่ไกล เมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ ที่มีต่อกัน คิดถึงปัญหาของห่าน คิดถึงช็อกโกแลตร่วมสาบานที่สวิตแล้ว บื้อหันกลับอย่างไม่อาจตัดใจทิ้งห่านไปได้ สบถออกมาอย่างโมโหตัวเอง

    “โธ่เว้ย!!!”

    บื้อวิ่งกลับไปหาห่าน วิ่งไปอย่างสุดฝีเท้า แต่กลับรู้สึกว่าวิ่งช้าไม่ได้ดั่งใจเลย!!

    ooooooo

    นาทีที่ทิ้งห่านแล้วเดินหนีไปนั้น  บื้อด่าห่านว่าเห็นแก่ตัว  แต่เมื่อวิ่งกลับมาหาเธอ  เขากลับกลายเป็นฝ่ายผิด เมื่อห่านบอกว่าเขาตะคอกใส่หน้าตน

    “ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ” บื้อถอนใจเถียงไม่ออก ห่านยิ้มอย่างเป็นต่อ  บอกว่ายินดีให้อภัย  ถามว่าที่กลับมาเพราะจะมาช่วยตนใช่ไหม “ใช่...เพราะฉันสัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ทิ้งเธอ...”

    “ช็อกโกแลตร่วมสาบาน?” ห่านถาม  บื้อพยักหน้า “ขอบใจนะบื้อที่ทำเพื่อฉันอีกครั้ง  นายรู้ไหมว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา ฉันไม่เคยมีความสุข ฉันรู้สึกตัวเองเป็นคนไร้ค่า เพราะแม้แต่พ่อแม่ก็ยังทิ้งฉันไป...แต่คุณชายทำให้ฉันรู้จักกับความสุขอีกครั้ง  และรู้ว่าตัวเองมีค่ามากแค่ไหน คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ในเมื่อฉันยังมีลมหายใจ ฉันก็จะทำทุกอย่าง เพื่อให้ฉันมีความสุขมากที่สุด”

    หัวใจบื้อตื้อไปหมดแต่ไม่แสดงออก  บอกห่านว่าไม่ต้องพูดมาก  รีบคิดดีกว่าว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร จะหาใครมาเป็นพ่อเป็นแม่ของเธอ  และไหนยังจะบ้านหรูของคุณฮันนี่อีก

    หลังจากปรึกษากันแล้ว  ตกลงให้เจ๊มะพร้าวเป็นคุณนายกุหลาบแม่ของฮันนี่  และลุงจ๊อดเป็นพ่อ นอกจากนี้ยังมีเรื่องแหวนเพชรที่หายไปอีก  เรื่องแหวนนี้ ทำให้ห่านกังวลมากกลัวคุณชายจะโกรธ

    เมื่อห่านโทร.คุยกับเจ๊มะพร้าวแล้ว  เจ๊กังวลใจ ห่านรับรองว่าตนจะแปลงร่างของเจ๊ให้ไม่มีใครจำได้เลย และพอแหม่มรู้เรื่องก็รับปากว่าตนจะเทรนให้เจ๊เปลี่ยนจากพนักงานขายเครื่องสำอางเป็นคุณนายไฮโซไปเลย ทำให้เจ๊ใจชื้นขึ้น

    เป็นโชคดีอย่างมาก  เมื่อพวกแอปเปิ้ลมาระรานเจ๊กับแหม่ม แอปเปิ้ลยกมือปิดปากหัวเราะเยาะ ทำให้แหม่มเห็นแหวน  จำได้ว่าเป็นแหวนของห่าน  แต่พอถาม แอปเปิ้ลโกหกหน้าตาเฉยว่าเป็นแหวนที่แม่ตนให้มา

    เจ๊เห็นแหม่มโต้เถียงกับแอปเปิ้ลเอาเป็นเอาตาย ถามแหม่มว่าแหวนนั่นทำไมหรือ

    “มันเป็นแหวนที่คุณชายให้ห่านน่ะสิเจ๊”

    “แสดงว่านังแอปเปิ้ลเก็บได้  แล้วก็ขี้ตู่เอาเป็นของตัวเอง นังนี่มันร้ายกาจชะมัด” เจ๊ฟันธง

    ooooooo

    ห่านกับบื้อลาน้าตุ้มกับน้าเต๊ะกลับกรุงเทพฯ ห่านคุยกับลุงจ๊อด  เล่าถึงความจำเป็นที่ต้องขอให้ลุงจ๊อดปลอมตัวเป็นพ่อของฮันนี่ที่เป็นแฟนกับคุณชายลูกชายเจ้าของห้างฯ

    ลุงจ๊อดตกใจไม่กล้า  แต่พอห่านต่อรองว่าถ้าลุง จ๊อดช่วย ตนจะช่วยลุงทำงานบ้านทุกอย่างให้ ลุงจ๊อดก็ตกลงทันที

    “ขอบคุณลุงมากนะคะ แต่ว่าเรื่องนี้ลุงห้ามบอกใครเด็ดขาด แม้กระทั่งโจ๊ก” ห่านกำชับ บื้อเพิ่มให้อีกคนว่าโย่งด้วย

    “พวกเอ็งพูดอะไรกับข้า ข้าลืมไปหมดแล้ว” ลุงจ๊อดทำเป็นความจำสั้นให้ทั้งสองสบายใจ

    พอดีโย่งกลับมาทักทายบื้ออย่างดีใจ  ลุงจ๊อดทำหน้านิ่งไปทันที โจ๊กมองลุงตัวเองอย่างสงสัยว่ามีอะไร ลุงจ๊อดเดินออกไปบอกว่าจะไปขับตุ๊กๆแล้ว แต่โจ๊กยังไม่หายสงสัย ตามไปทั้งตะล่อม กล่อม ขู่ กระทั่งแช่ง ลุงจ๊อดขยี้หัวตัวเองอย่างลำบากใจ  สุดท้ายก็ยอมบอกโจ๊กว่า

    “ข้าบอกก็ได้  แต่เอ็งต้องรับปากว่าเอ็งจะไม่บอกให้ไอ้โย่งรู้” โจ๊กรีบพยักหน้า “เอ็งเคยเห็นข่าวแฟนคุณชายเจ้าของห้างบีเคพลาซ่ารึเปล่า” โจ๊กบอกว่าคุ้นๆ “ผู้หญิงคนนั้นชื่อฮันนี่ ฮันนี่กับหนูห่านเป็นคนเดียวกัน!”

    โจ๊กอึ้ง  แต่เสียงโย่งถามเข้ามาว่า “ลุงว่าอะไรนะ” ทำเอาลุงจ๊อดกุมหัวพึมพำ “ซวยแล้วกู!!!”

    โย่งไม่พอใจบื้อที่ไม่บอกตนเรื่องห่านกับฮันนี่เป็นคนเดียวกัน ทุกคนรู้หมดยกเว้นตนคนเดียว ถามบื้อว่ายังถือตนเป็นเพื่อนอยู่หรือเปล่า พูดแล้วเดินหนีไปอย่างโกรธมาก

    เมื่อบื้อตามไปง้อ โย่งบอกว่าบื้อโกหกตนสองเรื่อง บื้อยอมรับว่าเรื่องที่ขอให้โย่งช่วยทำให้เห็นว่าตนกับห่านเป็นแฟนกันเพราะต้องการกันแอปเปิ้ลไม่ให้มายุ่งกับตน โย่งยังไม่หายเคือง ตำหนิบื้อว่าช่วยห่านเรื่องปลอมตัวเป็นฮันนี่ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าห่านกำลังทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

    “ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้ห่านมีความสุข”

    “ไอ้บื้อ...หรือว่าแกชอบห่าน?”

    “ใช่...ฉันชอบห่าน นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ฉันมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดห่าน ได้มองเห็นห่านอยู่ในสายตา ได้เป็นคนที่ยืนเคียงข้างเวลาที่ห่านทุกข์ใจ ฉันไม่ได้ต้องการให้ห่านหันมาชอบฉัน แค่นี้ ฉันก็พอใจแล้ว”

    โย่งมองบื้ออึ้ง จับบ่าบื้อหันกลับมามองหน้าเต็มตา พูดอย่างสะเทือนใจ

    “แกนี่มันสุดยอดเลยบื้อ ความรักมันยิ่งใหญ่อย่างนี้นี่เอง ได้ยินแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันเกิดความพยายามที่จะเอาชนะใจแหม่มให้ได้”

    “ขอบใจที่เข้าใจฉัน”

    “แกไม่ต้องห่วง ฉันจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ รับรองไม่ปากสว่างแน่”

    ooooooo

    หลังจากห่านรู้ว่าแหวนของตนอยู่ที่แอปเปิ้ล ห่านจึงหาทางที่จะบีบให้แอปเปิ้ลคืนแหวนให้ได้

    วันนี้ ห่านแปลงโฉมเป็นฮันนี่ เดินคุยกับคุณชายมาตามทางเดินในห้างฯ บอกข่าวดีว่าคุณพ่อคุณแม่ตนยินดีที่จะมารับประทานอาหารด้วย แล้วจึงบอกคุณชายว่าตนมีเรื่องจะสารภาพ...

    “ฮันนี่ทำแหวนหาย...วันก่อนฮันนี่มาซื้อรองเท้าที่นี่ แต่ที่ไม่ได้บอกคุณชายเพราะต้องรีบไปทำธุระที่อื่นต่อ ฮันนี่คิดว่าฮันนี่ทำหายที่แผนกรองเท้าสตรีค่ะ”

    คุณชายฟังห่านแล้วเรียกพรเพ็ญมาพบที่ห้อง โดยมีฮันนี่นั่งอยู่ด้วย

    “ผมมีเรื่องอยากให้คุณพรเพ็ญช่วยครับ คือคุณฮันนี่ทำแหวนหายแหวนแบบเดียวกับผมนี่แหละครับ” คุณชายเอาแหวนที่นิ้วให้ดู พรเพ็ญจำได้ทันทีว่าเห็นอยู่ที่นิ้วแอปเปิ้ล คุณชายเล่าต่อว่า “คุณฮันนี่มั่นใจว่าทำหายที่แผนกรองเท้า ผมอยากให้คุณพรเพ็ญช่วยเป็นธุระเรื่องนี้ให้ที”

    “พรเพ็ญทราบค่ะว่าแหวนของคุณฮันนี่อยู่ที่ไหน” พรเพ็ญบอกอย่างมั่นใจจนคุณชายอึ้ง ห่านเองก็นิ่วหน้าสงสัยว่าพรเพ็ญรู้ได้ยังไง?

    พรเพ็ญเดินนำหน้าไปที่แผนกรองเท้าทันที เรียกแอปเปิ้ลมาถามหน้าตาขึงขังว่า

    “ฉันขอถามเธออีกครั้งนะอรนภาว่าแหวนเพชรที่เธอใส่ เธอได้มาจากที่ไหน”

    แอปเปิ้ลบอกว่าแม่ให้มา ย้อนถามว่าผู้จัดการถามทำไมหรือ

    “เพราะแหวนของเธอเหมือนกับแหวนของคุณชาย” พรเพ็ญพูดจบคุณชายก็ยื่นมือออกไปให้ดูแหวน แอปเปิ้ลทำเป็นยิ้มอุทานว่าบังเอิญจัง เหมือนกันจริงๆด้วย คุณชายสวนไปทันทีว่ามันต้องเหมือนเพราะแหวนนั้นตนซื้อให้ฮันนี่

    “ขอแหวนฉันคืนด้วยนะคะ” ห่านเอ่ยอ่อนหวานทั้งที่ใจแค้น

    แอปเปิ้ลหน้าซีดเป็นศพ ถอดแหวนคืนให้อย่างไม่มีข้อแก้ตัว ห่านรับแหวนไปสวมที่นิ้วทันที

    พรเพ็ญถามแอปเปิ้ลว่าเก็บของมีค่าได้ที่แผนกทำไมไม่รายงาน แอปเปิ้ลตะแบงว่าตนเก็บได้ที่แถวหน้าห้องผู้จัดการ พรเพ็ญถามว่าฮันนี่จะทำแหวนหล่นที่นั่นได้อย่างไร อย่ามาโกหกกันเลย

    “แอปเปิ้ลไม่ได้โกหกนะคะ อาจจะเป็นคนอื่นโกหกก็ได้” แอปเปิ้ลโต้ เหล่ไปทางห่าน

    “คุณหาว่าฉันโกหกเหรอ แหวนวงนี้มีค่ากับฉันมาก ฉันจะจำผิดได้ยังไงว่าทำหายที่ไหน แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่เคยไปที่หน้าห้องทำงานคุณพรเพ็ญ” ห่านโต้

    แอปเปิ้ลอ้างปีโป้เป็นพยาน ปีโป้เงอะงะบอกว่าตนไม่รู้ แล้วก้มหน้างุดอย่างมีพิรุธ

    ในที่สุด แอปเปิ้ลถูกปิดประกาศที่บอร์ดตักเตือนเรื่องทำผิดระเบียบวินัย เจ๊มะพร้าวมาอ่านประกาศแล้วหัวเราะลั่น

    “ฮ่าๆๆ นี่แหละน้า...ผลของการทำชั่ว ก็ต้องได้รับผลตอบแทนชั่วๆกลับไป โดนหักเงินเดือน 10 เปอร์เซ็นต์ตั้งสามเดือน จำไว้นะพวกเรา ว่าอย่าเอาคนแบบนี้เป็นเยี่ยงอย่าง ประวัติเสียแบบนี้ คงไปทำงานที่อื่นไม่ได้แล้วล่ะ”

    พรเพ็ญมาเห็นพนักงานมุงกันอยู่ที่บอร์ดก็ดุว่าไม่มีงานทำกันรึไง ไล่ให้กลับไปทำงานกันเสีย พอทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว แอปเปิ้ลฉีกกระดาษออกจากบอร์ดขยำขยี้ด้วยความโมโห ปีโป้เตือนสติว่าระวังจะโดนข้อหาทำลายทรัพย์สินบริษัทอีกข้อหา

    “แกไม่ต้องพูดมากนังปลากะโห้ แกไม่ยอมช่วยฉัน” แอปเปิ้ลตวาด

    ปีโป้ยอมรับเสียงอ่อยว่าตนไม่กล้า ไม่เห็นหรือว่าสายตาคุณชาย พรเพ็ญและฮันนี่น่ากลัวขนาดไหน ส่วนจีจี้ตั้งข้อสังเกตว่า

    “แต่จะว่าไปก็แปลกนะแอปเปิ้ล ทำไมคุณฮันนี่ต้องโกหกว่าทำแหวนหายที่แผนกรองเท้าสตรี ทั้งๆที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้น”

    “นั่นสิ...แล้วอีกอย่างถ้าแหวนวงนี้เป็นของคุณฮันนี่ ก็ไม่น่ามาหล่นหายที่หน้าห้องทำงานคุณผู้จัดการ” แอปเปิ้ลเห็นด้วย

    “ฉันว่าเรื่องนี้มันชักจะยังไงๆเสียแล้วนะ” จีจี้เอ่ย ทุกคนเลยคิดหนัก

    ooooooo

    การที่ทุกคนรู้เรื่องห่านปลอมเป็นคุณฮันนี่และต้องหาคนมาปลอมเป็นพ่อแม่ไปพบครอบครัวคุณชายด้วย ทำให้ห่านสบายใจขึ้นที่ไม่ต้องคอยปิดบังทุกคนอีก

    แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่ยังแก้ไม่ตก คือบ้านของฮันนี่ ห่านถามบื้อว่าหาได้หรือยัง บื้อทำหน้าหนักใจ บอกว่าไม่รู้จะหาบ้านที่ไหน ต่างเสนอความคิดเห็นต่างๆ นานา บ้างให้ไปเลี้ยงกันที่ร้านอาหาร บ้างเสนอที่สวนสาธารณะ

    “แปลกตายเลย นัดเจอกันที่สวนสาธารณะเนี่ยนะ” ห่านส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

    ลุงจ๊อดนึกขึ้นได้ว่า วันที่ป้าน้อยมาเก็บค่าเช่าและตนขอผลัดไปก่อน สัญญาว่าตนยินดีรับใช้ป้าน้อยทุกอย่าง วันนั้นได้ยินคุณหนูจ๋าโทร.มาสั่งให้ป้าน้อยซื้อขนมให้ ตนจะไปเที่ยวกับเพื่อนพรุ่งนี้ ลุงจ๊อดโพล่งออกมาอย่างดีใจว่า

    “ข้านึกออกแล้วว่าจะใช้บ้านไหน?”

    วันต่อมา ห่านจึงไปหาป้าน้อยที่บ้านคุณหนูจ๋า เอากิฟต์วอชเชอร์สำหรับแต่งหน้าฟรีไปให้ พอป้าน้อยรับไว้ก็บอกว่า

    “อันนี้ใช้ได้วันพรุ่งนี้วันเดียวนะจ๊ะ”

    ป้าน้อยตกใจบอกว่าพรุ่งนี้ตนไปไม่ได้ ห่านถามอย่างเสียดายแทนว่าทำไมล่ะ

    “คุณหนูจ๋าไปเที่ยวกับเพื่อน คุณผู้หญิง คุณผู้ชายก็ไม่อยู่ไปทำธุระที่ต่างประเทศ ไม่มีใครอยู่บ้านสักคนนอกจากคนใช้อย่างป้า”

    “เสียดายแทนป้าจังเลย แบบว่าจะมีใครที่พอมาเฝ้าดูแลบ้านแทนป้าได้บ้างไหมล่ะจ๊ะ”

    ป้าน้อยคิดหนัก อึดใจเดียวก็ร้องอย่างดีใจว่าคิดออกแล้ว พรุ่งนี้ตนไปได้

    “ป้าห้ามลืมไปเด็ดขาด นอกจากแต่งหน้าฟรีแล้ว ป้ายังจะได้เครื่องสำอางฟรีๆมาใช้ด้วยนะ” ห่านอ่อยเต็มที่

    ooooooo

    คุณชายตื่นเต้นที่จะได้พบพ่อแม่ของห่าน  เอาเสื้อผ้าออกมาเลือกเกลื่อนเตียงไปหมด  สุดท้ายก็ต้องให้น้องนุชช่วยเลือกให้ น้องนุชถามว่าตื่นเต้นหรือ

    “ก็ต้องตื่นเต้นสิ  ฉันกลัวคุณพ่อคุณแม่ของคุณฮันนี่จะไม่ชอบฉัน” น้องนุชถามว่าทำไมคิดอย่างนั้น  คุณชายอึกอักตอบไม่ออก

    “อย่าเพิ่งจิตตก เรื่องยังไม่เกิดขึ้นก็คิดไปเองล่วงหน้า แกแค่เป็นตัวของตัวเองเท่านั้นก็พอแล้ว”  แล้วให้กำลังใจว่า “เรื่องที่แก้ยาก แกก็ผ่านมาหมดแล้ว แค่ไปเจอพ่อแม่ของคนที่แกรัก  มันไม่ยากหรอก ใช้ความจริงใจที่แกมี เชื่อฉัน”

    คุณชายมีกำลังใจขึ้นมา โผเข้ากอดน้องนุชทั้งยังบอกให้น้องนุชกอดให้กำลังใจตนด้วย

    เมื่อรื่นฤดีรู้ว่าน้องนุชจะกลับแล้ว ก็ขอร้องอย่าเพิ่งกลับได้ไหม ตนมีเรื่องอยากคุยด้วย

    รื่นฤดีบอกน้องนุชว่า สงสัยว่าฮันนี่จะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เพราะเพื่อนช่วยสืบเรื่องฮันนี่ให้ บอกว่าไม่มีใครในแวดวงสังคมเคยได้ยินชื่อพ่อแม่ฮันนี่มาก่อนเลย

    “คุณแม่อยากให้หนูทำอะไรคะ”

    “ที่จะไปบ้านหนูฮันนี่วันพรุ่งนี้ แม่อยากให้ลูกไปด้วย ไปช่วยแม่จับผิด เออ...ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าไปช่วยแม่สังเกตการณ์ ถือว่าแม่ขอร้อง ตาชายเชื่อคำพูดของลูกมากกว่าแม่ ช่วยแม่หน่อยนะลูกนะ แม่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วจริงๆ”

    น้องนุชรับปากรื่นฤดี และโทร.ไปเล่าให้คุณชายฟัง บอกคุณชายว่า

    “ฉันจะไป แต่ไม่ได้ไปเพราะแม่แกบอก ฉันไปเพราะฉันเป็นห่วงแก”

    “ขอบใจแกมากนะ” คุณชายวางสายด้วยสีหน้ากังวลสุดๆ

    ooooooo

    ห่านกังวลใจเรื่องที่จะไปแอบใช้บ้านคุณหนูจ๋าต้อนรับพ่อแม่คุณชายวันพรุ่งนี้ บอกแหม่มว่ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขโมยยังไงไม่รู้ ที่ไม่ขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อน

    แหม่มถามว่า แล้วความจริงห่านบอกเขาได้หรือเปล่าล่ะ? เมื่อบอกไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดมาก เราไม่ได้ไปขโมยของในบ้าน ไม่ได้ทำให้คนในบ้านเดือดร้อน เราแค่ยืมสถานที่ เพราะฉะนั้นอย่าคิดมาก ห่านจึงค่อยสบายใจขึ้น

    วันรุ่งขึ้น ก่อนป้าน้อยจะออกไปเสริมสวย ก็เรียกลุงจ๊อดกับคนใช้อีกคนมาสั่งงาน ลุงจ๊อดรับปากแข็งขัน ป้าน้อยบอกว่าบ่ายๆจะกลับ ลุงจ๊อดรีบบอกว่าเย็นๆก็ได้ พอป้าน้อยออกไป ลุงจ๊อดก็สั่งโจ๊กให้ดูต้นทางให้ดี โจ๊กใจไม่ดีถามว่าทำอย่างนี้จะดีหรือ ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ

    “นี่! ไอ้โจ๊ก มาถึงขั้นนี้แล้ว ช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้สุดๆสิวะ”

    โจ๊กนิ่งไป ใจกังวล คิดถึงคุณหนูจ๋าเจ้าของบ้านขึ้นมา...

    ooooooo

    ป้าน้อยไปถึงห้าง ถามแหม่มว่าตนมาสายหรือเปล่า แหม่มรีบพาป้าน้อยเดินไปตามทางจนถึงแผนกเครื่องสำอางบอกป้าให้รอสักครู่ แล้วหันไปฝากป้าน้อยกับพนักงานอีกคน

    “จ้ะ เจ๊มะพร้าวบอกแล้วว่าให้แต่งนานๆ” พนักงานคนนั้นรับคำ

    แหม่มเดินออกไป พนักงานคนนั้นพาป้าน้อยไปนั่ง จีจี้ที่จับตาดูอยู่มองการเคลื่อนไหวในแผนกเครื่องสำอางอย่างแปลกใจ ครู่หนึ่งทำทีเดินเข้ามาเมียงๆมองๆ ป้าน้อยแล้วถามพนักงานคนนั้นว่า “ใครหรือ”

    “ญาติเจ๊มะพร้าว”

    “ญาตินังเจ๊เหรอ?” จี้จี้มองป้าน้อยอย่างพินิจพิจารณา นิ่วหน้าอย่างสงสัย

    ooooooo

    คุณชายพารื่นฤดีและชนะศึกมาถึงบ้านคุณหนูจ๋าแล้ว ชนะศึกมองสำรวจอย่างเร็วชมว่าบ้านหลังใหญ่เหมือนกัน

    ห่านพาลุงจ๊อดและเจ๊มะพร้าวที่แปลงโฉมแล้วออกมาต้อนรับ ปรากฏว่าเจ๊มะพร้าวตื่นเต้นมาก พอคุณชายยิ้มให้ก็ถอยไปหลบข้างหลังลุงจ๊อด เวลาที่คุณชายไหว้ก็เงอะงะจนห่านต้องบอก “แม่คะ คุณชายไหว้น่ะค่ะ” เจ๊จึงไหว้คุณชายอย่างนอบน้อมสุดๆ จนชนะศึกมองแปลกๆ ห่านรีบบอกว่า “แม่ฮันนี่รับไหว้น่ะค่ะ ฮันนี่ว่าเราเข้าไปในบ้านกันเถอะค่ะ” ห่านรีบชวนกลบเกลื่อน

    “ท่าทางแม่ของหนูฮันนี่ดูแปลกๆ” รื่นฤดีกระซิบกับชนะศึก

    ภายในบ้าน ประดับประดาด้วยรูปถ่ายครอบครัวที่ไปเที่ยวต่างประเทศมากมาย

    ลุงจ๊อดคุยฟุ้งถึงความร่ำรวยและการท่องเที่ยวว่า พวกตนท่องเที่ยวไปเกือบทั่วโลกแล้ว จนห่านติงเบาๆว่าเราไม่ได้รวยขนาดนั้น ลุงจ๊อดยังโม้ติดลมว่า “ไม่รวยมาก แต่รวยโคตรๆ ใช่ไหมลูก ฮ่าๆๆ”

    “แหมคุณพ่อเนี่ย...ยิงมุขอีกแล้ว คุณพ่อฮันนี่เป็นคนตลกน่ะค่ะ ใช่ไหมคะคุณแม่” ห่านกลบเกลื่อน

    ระหว่างที่ห่านพยายามสร้างบรรยากาศดีๆนั้น ทั้งเจ๊มะพร้าวและลุงจ๊อดก็ทำให้เสียบรรยากาศอยู่เนืองๆ รื่นฤดีที่ทำหน้าพะอืดพะอมตลอดเวลา ถามจุงจ๊อดว่า

    “ดิฉันไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจประเภทนี้ อยากให้คุณสมชายช่วยเล่าให้ฟังว่า มันทำยังไง”

    เจอไม้นี้เข้า ลุงจ๊อดก็จนแต้ม หันมองห่านแบบขอความช่วยเหลือ ห่านตอบแทนว่า

    “ผักออร์กานิค เราปลูกในน้ำ ไม่ได้ปลูกในดินค่ะ”

    “เรื่องนั้นดิฉันทราบ แต่อยากรู้กระบวนการทางด้านธุรกิจ ว่ามันทำเงินยังไง” รื่นฤดีจงใจขัด

    คุณชายเห็นบรรยากาศไม่สู้ดี ติงว่าเราอย่าเพิ่งคุยเรื่องซีเรียสกันเลย ลุงจ๊อดรีบสนับสนุนชวนเดินชมบ้านกันดีกว่า

    ระหว่างเดินชมบ้าน ลุงจ๊อดคุยฟุ้งถึงความร่ำรวยระดับอภิมหาเศรษฐีอย่างเพลินอารมณ์ พอถูกห่านเบรกก็บ่นว่าลูกสาวตนชอบถ่อมตัว ไม่เหมือนตน เรามีเราก็อยากอวด พูดแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ชนะศึกผสมโรงด้วยความครื้นเครง

    เดินชมบ้านไปเจอรูปคุณหนูจ๋าแขวนอยู่ รื่นฤดีถามว่านี่รูปใคร ทำเอาทีมห่านทั้งพ่อแม่ลูกชะงักกึก ลุงจ๊อด หยุดขำกลางอากาศมองหน้ากันไม่รู้จะตอบอย่างไร เจ๊มะพร้าวหัวไวบอกว่าเป็นรูปน้องสาวฮันนี่ เลยมีเรื่องถามกันต่อว่าฮันนี่มีน้องสาวด้วยหรือ? แล้วน้องสาวอยู่ไหน? เจ๊มะพร้าวบอกว่าน้องสาวฮันนี่กำลังเรียนอยู่ที่อเมริกา

    ที่หน้าบ้าน น้องนุชเพิ่งมาถึง โจ๊กที่มีหน้าที่ดูต้นทางรีบออกไปดัก น้องนุชถามว่าบ้านนี้เป็นบ้านของฮันนี่ใช่ไหม โจ๊กบอกว่าใช่ ถามว่าจะมาหาใคร

    “พี่เป็นเพื่อนคุณชาย คุณแม่ของคุณชายนัดให้พี่มาที่นี่”

    “ถ้ายังไงพี่รอตรงนี้ก่อน ผมขอเข้าไปบอกพี่หะ...เอ่อ...พี่ฮันนี่ก่อนนะครับ” ว่าแล้วโจ๊กผลุบเข้าบ้านไป

    “เด็กคนนี้ท่าทางแปลกๆ” น้องนุชมองโจ๊กอย่างสงสัย แล้วตัดสินใจเดินเข้าบ้านไปทันที

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:28 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์